จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างพัฒนาระบบบูรณาการข้อมูลเพื่อการกำกับดูแล ด้านสินเชื่อ (Regulatory Data Transformation RDT Credit)

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 69069286363
฿48,000,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 18 มิ.ย. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างพัฒนาระบบบูรณาการข้อมูลเพื่อการกำกับดูแล ด้านสินเชื่อ (Regulatory Data Transformation : RDT Credit) ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาระบบให้สามารถบูรณาการข้อมูลด้านสินเชื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสนับสนุนการกำกับดูแลให้เป็นไปตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาฯ รวมถึงต้องมีประสบการณ์ในการพัฒนาระบบงาน RDT หรือระบบ DMS และนำระบบขึ้นใช้งานจริงให้กับธนาคารในประเทศไทย วงเงินไม่น้อยกว่า 9,000,000 บาท โดยเป็นผลงานสัญญาเดียว การพิจารณาคัดเลือกผู้ชนะจะใช้เกณฑ์ราคาประกอบกับเกณฑ์อื่น โดยให้น้ำหนักด้านเทคนิคถึงร้อยละ 90 ซึ่งรวมถึงผลงานและประสบการณ์บุคลากร ระยะเวลาการดำเนินงานโครงการนี้ไม่เกิน 420 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง

English summary

The Bank for Agriculture and Agricultural Cooperatives (BAAC) is soliciting bids for the development of a credit regulatory data integration system (Regulatory Data Transformation: RDT Credit) through an electronic bidding process (e-bidding). The project aims to enhance the efficiency of credit data integration to support regulatory compliance. Bidders must meet the specified qualifications and experience requirements, including a proven track record in developing and implementing RDT or DMS systems for Thai banks, with a contract value of at least 9,000,000 Baht for a single project. The selection process will be based on a combination of price and technical criteria, with technical aspects accounting for 90% of the evaluation, including project performance and personnel experience. The project duration is set at a maximum of 420 days from the contract signing date.

สถานที่ดำเนินการ

ไม่ระบุ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • พัฒนาระบบบูรณาการข้อมูลเพื่อการกำกับดูแล ด้านสินเชื่อ (Regulatory Data Transformation : RDT Credit) ให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • สนับสนุนการกำกับดูแลด้านสินเชื่อให้เป็นไปตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง

ขอบเขตของงาน

  • การพัฒนาระบบบูรณาการข้อมูลเพื่อการกำกับดูแล ด้านสินเชื่อ (Regulatory Data Transformation : RDT Credit)
  • การนำระบบขึ้นใช้งานจริง
  • การจัดทำเอกสารแนบท้ายที่เกี่ยวข้องกับขอบเขตงาน เช่น แผนการทำงาน, ตารางเปรียบเทียบคุณลักษณะเฉพาะ

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ระบบบูรณาการข้อมูลเพื่อการกำกับดูแล ด้านสินเชื่อ (RDT Credit) ที่พัฒนาแล้วเสร็จและสามารถใช้งานได้จริง
  • แผนการทำงาน
  • เอกสารอื่นๆ ตามที่ระบุในขอบเขตงาน (Scope of Work)

ระยะเวลาดำเนินการ

ไม่เกิน 420 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
    • ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ ธ.ก.ส. ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
    • ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
  • Standards Compliance: ไม่ระบุ
  • Experience:
    • มีผลงานในการติดตั้ง พัฒนาระบบงาน RDT หรือระบบ DMS และนำระบบขึ้นใช้งานจริงแล้ว ให้กับธนาคารในประเทศไทย ในวงเงินไม่น้อยกว่า 9,000,000 บาท (เก้าล้านบาทถ้วน) ต้องเป็นผลงานที่แล้วเสร็จตามสัญญาเดียว
  • Previous Project Cost: ไม่น้อยกว่า 9,000,000 บาท (เก้าล้านบาทถ้วน) สำหรับผลงานที่ผ่านมา
  • Technical Capabilities: ไม่ระบุโดยตรง แต่ต้องสามารถพัฒนาระบบบูรณาการข้อมูลเพื่อการกำกับดูแล ด้านสินเชื่อได้
  • Personnel:
    • ต้องเสนอรายชื่อบุคลากรที่ปฏิบัติงานในโครงการ พร้อมระบุ จำนวน ตำแหน่ง ขอบเขตความรับผิดชอบ และประวัติย่อของบุคลากรทุกคนที่เข้าร่วมปฏิบัติงานในโครงการ ณ วันยื่นข้อเสนอ
  • มูลค่าสุทธิของกิจการ:
    • กรณีเป็นนิติบุคคลไทยจดทะเบียนเกิน 1 ปี: มูลค่าสุทธิของกิจการต้องเป็นบวกในงบแสดงฐานะการเงินปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
    • กรณีเป็นนิติบุคคลไทยที่ยังไม่มีการรายงานงบฯ หรือนิติบุคคลต่างประเทศ: ทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 8 ล้านบาท
    • กรณีมูลค่าสุทธิหรือทุนจดทะเบียนไม่เพียงพอ: สามารถขอวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่าประมาณโครงการ

เกณฑ์การพิจารณา

  • การพิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น
  • น้ำหนักคะแนน:
    • ราคาที่ยื่นข้อเสนอ: ร้อยละ 10.00
    • ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนอื่นๆ: ร้อยละ 90.00
      • ด้านผลงาน: ร้อยละ 50.00
      • ด้านประสบการณ์บุคลากร (อย่างน้อย 1 คน): ร้อยละ 40.00

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • การพัฒนาระบบบูรณาการข้อมูลเพื่อการกำกับดูแล ด้านสินเชื่อ (Regulatory Data Transformation : RDT Credit)
  • รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะตามเอกสารแนบท้าย 1.1 ข้อที่ 7 และ 8

เงื่อนไขสัญญา

  • การจ่ายเงิน: แบ่งเป็น 3 งวด
    • งวดที่ 1: ร้อยละ 10 ของค่าจ้าง เมื่อปฏิบัติงานแล้วเสร็จภายใน 45 วัน
    • งวดที่ 2: ร้อยละ 50 ของค่าจ้าง เมื่อปฏิบัติงานแล้วเสร็จภายใน 240 วัน
    • งวดสุดท้าย: ร้อยละ 40 ของค่าจ้าง เมื่อปฏิบัติงานทั้งหมดแล้วเสร็จและตรวจรับมอบงานเรียบร้อย
  • อัตราค่าปรับ: รายละเอียดตามเอกสารแนบท้าย 1.1 ข้อที่ 15
  • การรับประกันความชำรุดบกพร่อง: รายละเอียดตามเอกสารแนบท้าย 1.1 ข้อที่ 12
  • กำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จ: ไม่เกิน 420 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
  • กำหนดยืนราคา: ไม่น้อยกว่า 120 วัน นับแต่วันเสนอราคา

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • ถาม: โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร?
    ตอบ: เพื่อพัฒนาระบบบูรณาการข้อมูลเพื่อการกำกับดูแล ด้านสินเชื่อ (RDT Credit) ให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและสนับสนุนการกำกับดูแลให้เป็นไปตามกฎระเบียบ
    • ถาม: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีคุณสมบัติทางด้านผลงานอย่างไร?
      ตอบ: ต้องมีผลงานในการติดตั้ง พัฒนาระบบงาน RDT หรือระบบ DMS และนำระบบขึ้นใช้งานจริงแล้ว ให้กับธนาคารในประเทศไทย ในวงเงินไม่น้อยกว่า 9,000,000 บาท (เก้าล้านบาทถ้วน) ต้องเป็นผลงานที่แล้วเสร็จตามสัญญาเดียว
    • ถาม: เกณฑ์การพิจารณาผู้ชนะการประกวดราคาเป็นอย่างไร?
      ตอบ: พิจารณาจากราคาประกอบกับเกณฑ์อื่น โดยให้น้ำหนักราคา 10% และข้อเสนอด้านเทคนิค 90% ซึ่งรวมถึงผลงานและประสบการณ์บุคลากร
    • ถาม: ระยะเวลาการดำเนินงานโครงการนี้คือเท่าใด?
      ตอบ: ไม่เกิน 420 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
    • ถาม: หลักประกันการเสนอราคาต้องใช้เป็นจำนวนเท่าใด?
      ตอบ: จำนวน 2,400,000.00 บาท (สองล้านสี่แสนบาทถ้วน)
    • ถาม: การจ่ายค่าจ้างจะแบ่งออกเป็นกี่งวด?
      ตอบ: แบ่งออกเป็น 3 งวด โดยมีรายละเอียดสัดส่วนและเงื่อนไขตามเอกสารแนบท้าย 1.1 ข้อที่ 10
    • ถาม: หากผู้ยื่นข้อเสนอเป็นกิจการร่วมค้า ต้องมีข้อกำหนดพิเศษอย่างไร?
      ตอบ: ต้องพิจารณาสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้เข้าร่วมค้าหลัก และใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักเพียงรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้า
    • ถาม: เอกสารส่วนที่ 1 และส่วนที่ 2 ที่ต้องยื่นมีอะไรบ้าง?
      ตอบ: ส่วนที่ 1 ประกอบด้วยเอกสารเกี่ยวกับนิติบุคคล, สัญญาเข้าร่วมค้า (ถ้ามี), หลักฐานมูลค่าสุทธิของกิจการ, ใบทะเบียนพาณิชย์, ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และบัญชีเอกสารส่วนที่ 1 ส่วนที่ 2 ประกอบด้วยหลักประกันการเสนอราคา, หนังสือรับรองผลงาน, เอกสารเสนอรายชื่อบุคลากร, ตารางเปรียบเทียบคุณลักษณะเฉพาะ และบัญชีเอกสารส่วนที่ 2
    • ถาม: การเสนอราคาต้องเสนอเป็นสกุลเงินใด?
      ตอบ: เสนอราคาเป็นเงินบาท และต้องรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอื่นๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
    • ถาม: ธ.ก.ส. มีสิทธิยกเลิกการประกวดราคาหรือไม่?
      ตอบ: มีสิทธิยกเลิกการประกวดราคาได้ในหลายกรณี เช่น ไม่ได้รับการจัดสรรเงิน, มีการกระทำที่ขัดขวางการแข่งขัน, หรือการดำเนินการต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ ธ.ก.ส.

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

Internal Errorร่าง
เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
เลขที่
การจ้างพัฒนาระบบบูรณาการข้อมูลเพื่อการกำกับดูแล ด้านสินเชื่อ
(Regulatory Data Transformation : RDT Credit)
ตามประกาศ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
ลงวันที่ มิถุนายน ๒๕๖๙
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “ธ.ก.ส.” มีความประสงค์ จะประกวดราคาจ้างพัฒนาระบบบูรณาการข้อมูลเพื่อการกำกับดูแล ด้านสินเชื่อ (Regulatory Data Transformation : RDT Credit) ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามรายการ ดังนี้
จ้างพัฒนาระบบบูรณาการข้อมูลเพื่อ
การกำกับดูแล ด้านสินเชื่อ
(Regulatory Data
Transformation : RDT Credit)
โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
จำนวน ๑ โครงการ
๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๑.๑ ขอบเขตของงาน
๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญามาตรฐานหน่วยงาน
๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
(๑) หลักประกันการเสนอราคา
(๒) หลักประกันสัญญา
๑.๕ บทนิยาม
(๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
(๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
(๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
๑.๗ แผนการทำงาน
๑.๘ ตารางเปรียบเทียบคุณลักษณะเฉพาะ
๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศ ของกรมบัญชีกลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อ ให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคล ที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการ ของนิติบุคคลนั้นด้วย
๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบาย การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอ ให้แก่ ธ.ก.ส. ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น ๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่า ตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
(๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียน เกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏใน งบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุน จดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า ๘ ล้านบาท
๓. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมี แต่ไม่เพียงพอ ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้าประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอนับถึง วันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน)
๔. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๓ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๔.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๔.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟู กิจการตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๔.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ งานก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้าง ที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ (๔.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง
พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๔.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๔.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น ๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้าง ภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานในการติดตั้ง พัฒนาระบบงาน RDT หรือระบบ DMS และนำระบบขึ้นใช้งานจริงแล้ว ให้กับธนาคารในประเทศไทย ในวงเงินไม่น้อยกว่า ๙,๐๐๐,๐๐๐ บาท (เก้าล้านบาทถ้วน) ต้องเป็นผลงานที่แล้วเสร็จตามสัญญาเดียว โดยแสดงเป็นหนังสือรับรองผลงาน ที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับธนาคารในประเทศไทย หรือ เอกสารการตรวจรับงวดสุดท้าย หรือ เอกสาร รับเงินงวดสุดท้าย
๒.๑๔ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอรายชื่อบุคลากรที่ปฏิบัติงานในโครงการตามข้อ ๕.๑.๓ โดยต้องส่งรายชื่อทีมงานทั้งหมด พร้อมระบุ จำนวน ตำแหน่ง ขอบเขตความรับผิดชอบ และประวัติย่อ ของบุคลากรทุกคนที่เข้าร่วมปฏิบัติงานในโครงการ ณ วันยื่นข้อเสนอ
๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบ จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี)
(๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่นสำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้ จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวัน ยื่นข้อเสนอ
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยัง
ไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้ง ขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่า ของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า ๘ ล้านบาท
๓. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอ ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง (สินเชื่อที่ธนาคาร ภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการ เงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้าประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวม ของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรองหรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจาก สำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอนับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน)
๔. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๓ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๔.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายใน ประเทศ
(๔.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่าง การฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๔.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียน ผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชี ผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๔.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๔.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๔.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับ บุคคลธรรมดา เช่นจ้างพนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น (๔) สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์
(๕) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
(๖) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคา ทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสาร
ส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) หลักประกันการเสนอราคา ตามข้อ ๕
(๒) หนังสือรับรองผลงานในการติดตั้ง พัฒนาระบบงาน RDT หรือระบบ DMS และนำระบบขึ้นใช้งานจริงแล้ว ให้กับธนาคารในประเทศไทย ในวงเงินไม่น้อยกว่า ๙,๐๐๐,๐๐๐ บาท (เก้าล้านบาทถ้วน) ต้องเป็นผลงานที่แล้วเสร็จตามสัญญาเดียว โดยแสดงเป็นหนังสือรับรองผลงานที่เป็น คู่สัญญาโดยตรงกับธนาคารในประเทศไทย หรือ เอกสารการตรวจรับงวดสุดท้าย หรือ เอกสารรับเงิน งวดสุดท้าย
(๓) เอกสารเสนอรายชื่อบุคลากรที่ปฏิบัติงานในโครงการตามข้อ ๕.๑.๓ โดยต้องส่งรายชื่อทีมงานทั้งหมด พร้อมระบุ จำนวน ตำแหน่ง ขอบเขตความรับผิดชอบ และประวัติย่อ ของบุคลากรทุกคนที่เข้าร่วมปฏิบัติงานในโครงการ ณ วันยื่นข้อเสนอ
(๔) ตารางเปรียบเทียบคุณลักษณะเฉพาะ ตามเอกสารแนบท้าย ๑.๘ (๕) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบ จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสาร ส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔. การเสนอราคา
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้องกรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ
ผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format) ๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียว และราคาเดียวโดยเสนอราคารวม ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ท้ายใบเสนอราคาให้ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอ จะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้น เป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) และรวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเนอราคาโดยทศนิยมไม่เกิน ๒ ตำแหน่ง รายละเอียดตามเอกสาร แนบท้าย ๑.๑ ข้อที่ ๗
ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๑๒๐ วัน ตั้งแต่
วันเสนอราคาโดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอน การเสนอราคามิได้
๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๔๒๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของงานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลง ยื่นข้อเสนอตามเงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้าง ภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. และเวลาในการ เสนอราคาให้ถือตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์ เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และการเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบ ไฟล์เอกสารประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ตรวจสอบความครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่ธ.ก.ส.ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์
๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการ ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอ ที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณา ข้อเสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะกรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และ ธ.ก.ส. จะพิจารณาลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่ ธ.ก.ส.จะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น มิใช่เป็นผู้ริเริ่มให้มีการกระทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของ ธ.ก.ส. ๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
(๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา
ตามวัน เวลา ที่กำหนด
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิต ภายในประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณี ที่ระยะเวลาดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
๔.๑๐ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันลงนาม ในสัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลง เป็นหนังสือที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่ง ของสัญญา
๕. หลักประกันการเสนอราคา
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องวางหลักประกันการเสนอราคาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบ การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ จำนวน ๒,๔๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท (สองล้านสี่แสนบาทถ้วน)
๕.๑ เงินสด ประเภทเงินฝากธนาคาร
๕.๒ หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศตามแบบ ที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด
๕.๓ พันธบัตรรัฐบาลไทย
๕.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ที่ได้รับอนุญาตให้ ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่างหนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอนำพันธบัตรรัฐบาลไทยหรือหนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ มาวางเป็นหลักประกันการเสนอราคาจะต้องส่งต้นฉบับเอกสารดังกล่าว มาให้ธ.ก.ส.ตรวจสอบความถูกต้องในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอประสงค์จะวางหลักประกันการเสนอราคาเป็นเงินสด ให้ผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการชำระเงินผ่านช่องทางการชำระเงิน ดังนี้
โอนเงินเข้าบัญชี ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เลขที่บัญชี ๐๑๐๐๐๒๑๐๕๖๙๘ ชื่อบัญชี ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาบางเขน และส่งหลักฐานการชำระเงินกับธนาคาร พร้อมทั้งแบบแจ้งความประสงค์ ชำระเงินค่าหลักประกันการเสนอราคา (เฉพาะกรณีที่มีหลักประกันการเสนอราคาหลายรายการพิจารณา) มาให้ ธ.ก.ส. ตรวจสอบความถูกต้อง โดยยื่นมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอผ่านระบบ e-GP โดยการชำระเงิน
และส่งหลักฐานการชำระเงินให้ดำเนินการในวันและเวลาที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันและเวลา เสนอราคาเท่านั้น
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ประสงค์จะใช้ หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารในประเทศเป็นหลักประกันการเสนอราคาให้ระบุชื่อ ผู้เข้าร่วมค้ารายที่สัญญาร่วมค้ากำหนดให้เป็นผู้เข้ายื่นข้อเสนอกับหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ หลักประกันการเสนอราคาตามข้อนี้ ธ.ก.ส. จะคืนให้ผู้ยื่นข้อเสนอหรือผู้ค้ำประกัน ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่ ธ.ก.ส. ได้พิจารณาเห็นชอบรายงานผลคัดเลือกผู้ชนะการประกวดราคา เรียบร้อยแล้ว เว้นแต่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่คัดเลือกไว้ซึ่งเสนอราคาต่ำสุดหรือได้คะแนนรวมสูงสุด ไม่เกิน ๓ ราย ให้คืนได้ต่อเมื่อได้ทำสัญญาหรือข้อตกลง หรือผู้ยื่นข้อเสนอได้พ้นจากข้อผูกพันแล้ว การคืนหลักประกันการเสนอราคา ไม่ว่าในกรณีใด ๆ จะคืนให้โดยไม่มีดอกเบี้ย ๖. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
๖.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ ธ.ก.ส.จะพิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น
๖.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ ธ.ก.ส. จะพิจารณาโดยให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด ดังนี้
๖.๒.๑ จ้างพัฒนาระบบบูรณาการข้อมูลเพื่อการกำกับดูแล ด้านสินเชื่อ (Regulatory Data Transformation : RDT Credit)
(๑) ราคาที่ยื่นข้อเสนอ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๑๐.๐๐ (๒) ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนอื่นๆ กำหนดน้ำหนักเท่ากับ ร้อยละ ๙๐.๐๐ ประกอบด้วย
(๒.๑) ด้านผลงาน กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๕๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ รายละเอียดตามเอกสารแนบท้าย ๑.๑ ข้อที่ ๘
(๒.๒) ด้านประสบการณ์บุคลากร อย่างน้อย ๑ คน (โดยต้องเป็น ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งงาน หรือโครงการ) กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๔๐.๐๐ โดยมีวิธี การให้คะแนน ดังนี้ รายละเอียดตามเอกสารแนบท้าย ๑.๑ ข้อที่ ๘
โดยกำหนดให้น้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ ๑๐๐ รายละเอียด รายละเอียดตามเอกสารแนบท้าย ๑.๑ ข้อที่ ๘
๖.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐาน การยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสาร ทางเทคนิคหรือขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่ ธ.ก.ส. กำหนดไว้ในประกาศและเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและ
ความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาด เล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจพิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ๖.๔ ธ.ก.ส.สงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้าง ด้วยอิเล็กทรอนิกส์
(๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๖.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือธ.ก.ส. มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ ธ.ก.ส. มีสิทธิ ที่จะไม่รับข้อเสนอไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๖.๖ ธ.ก.ส.ทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่เสนอทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจจะยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของธ.ก.ส.เป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะ เรียกร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งธ.ก.ส.จะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ และลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุ ที่เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อเสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อ บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลอื่นมายื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่า ไม่อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือ ธ.ก.ส. จะให้ผู้ยื่นข้อเสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสาร ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ ธ.ก.ส. มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอ หรือไม่รับราคาของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือ ค่าเสียหายใดๆ จาก ธ.ก.ส.
๖.๗ ก่อนลงนามในสัญญา ธ.ก.ส. อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือ ที่ได้รับการคัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวาง การแข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา
หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใดในการเสนอราคา
๗. การทำสัญญาจ้าง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุในข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับ ธ.ก.ส. ภายใน ๑๐ วันทำการ นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวางหลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้ ธ.ก.ส. ยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ ๗.๑ เงินสด โอนผ่าน ATM / Mobile Banking / ฝากเงินสดหน้าเคาน์เตอร์สาขา ณ วันลงนามสัญญา เลขที่บัญชี ๐๑๐๐๐๒๑๐๕๖๙๘ ชื่อบัญชี ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาบางเขน โดยนำหลักฐานการโอนเงินจากโทรศัพท์มือถือ (ไม่ต้องพิมพ์กระดาษ) หรือสลิปการโอน หรือสำเนาใบนำฝาก ส่งให้ฝ่ายจัดซื้อจัดจ้างพัสดุ (จพ.) เพื่อรับใบเสร็จรับเงิน
๗.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารเซ็นสั่งจ่าย ต้องระบุชื่อผู้รับในนาม “ธนาคารเพื่อ การเกษตรและสหกรณ์การเกษตรสำนักงานใหญ่” ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ใช้เช็คหรือดราฟท์ นั้นชำระต่อธนาคารหรือก่อนวันนั้นไม่เกิน 3 วันทำการ ถ้าเป็นเช็คที่ออกโดยธนาคารสาขาต่างจังหวัด ท่านจะต้องเสียค่าธรรมเนียมในการเรียกเก็บเอง
๗.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่ กรมบัญชีกลางกำหนด
๗.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคาร แห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ ตามตัวอย่างหนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๗.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะ การประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่ง ธ.ก.ส. ได้รับมอบไว้แล้ว
๘. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
ธ.ก.ส. จะจ่ายค่าจ้างซึ่งเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) และรวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว ให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่ง ออกเป็น ๓ งวด รายละเอียดตามเอกสารแนบท้าย ๑.๑ ข้อที่ ๑๐ ดังนี้
งวดที่ ๑ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน รายละเอียดตามเอกสารแนบท้าย ๑.๑ ข้อที่ ๑๐ ให้แล้วเสร็จภายใน ๔๕ วัน
งวดที่ ๒ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๕๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน รายละเอียดตามเอกสารแนบท้าย ๑.๑ ข้อที่ ๑๐ ให้แล้วเสร็จภายใน ๒๔๐ วัน
งวดสุดท้าย เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๔๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน
ทั้งหมดให้แล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญาหรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ และ ธ.ก.ส. ได้ตรวจรับมอบ งานจ้างเรียบร้อยแล้ว
๙. อัตราค่าปรับ
รายละเอียดตามเอกสารแนบท้าย ๑.๑ ข้อที่ ๑๕
๑๐. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
รายละเอียดตามเอกสารแนบท้าย ๑.๑ ข้อที่ ๑๒
๑๑. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
๑๑.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ ธ.ก.ส. ได้รับอนุมัติเงินค่าจ้าง จากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
๑๑.๒ เมื่อ ธ.ก.ส. ได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้าง ตามการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจาก ต่างประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติ ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
(๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียว กับเรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดยเรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
(๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมาย ว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
๑๑.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่ง ธ.ก.ส. ได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้าง เป็นหนังสือภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ ธ.ก.ส. จะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้อง จากผู้ออกหนังสือค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้งจะพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ภาครัฐ
๑๑.๔ ธ.ก.ส. สงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
๑๑.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัด
หรือแย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของ ธ.ก.ส. คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และ ผู้ยื่นข้อเสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
๑๑.๖ ธ.ก.ส. อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จาก ธ.ก.ส. ไม่ได้
(๑) ธ.ก.ส. ไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ไม่เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
(๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับ การคัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขัน อย่างเป็นธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำ การทุจริตอื่นใด ในการเสนอราคา
(๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ ธ.ก.ส. หรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
(๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดใน กฎกระทรวงซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ๑๑.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับ หนังสือแจ้งตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความ ประสงค์ที่จะอุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือ แจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
๑๒. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
๑๓. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
ธ.ก.ส. สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับ การคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับ การยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับ ธ.ก.ส. ไว้ชั่วคราว
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
มิถุนายน ๒๕๖๙
สำเนาถูกต้อง
กรกช เคทอง
(ว่าที่ร้อยตรีกรกช เคทอง)
ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่าย 11
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๖๙ โดย ว่าที่ร้อยตรีกรกช เคทอง ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่าย 11