จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างงานติดตั้งอุปกรณ์ตรวจสอบจำนวนและประเภทยานพาหนะขาเข้าระบบ บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 81

กรมทางหลวง 69069273043
฿25,000,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 9 ก.ค. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการงานติดตั้งอุปกรณ์ตรวจสอบจำนวนและประเภทยานพาหนะขาเข้าระบบ บนทางหลวงพิเศษหมายเลข ๘๑ (M81) มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อยกระดับการตรวจสอบรายได้และการจัดเก็บข้อมูลรายการผ่านทางของระบบ M-Flow ให้มีความถูกต้อง แม่นยำ โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับและจำแนกประเภทยานพาหนะในระดับช่องทาง (Lane) บริเวณด่านขาเข้าระบบ (Entrance) ทั้ง ๘ ด่านบนทางหลวง M81 ได้แก่ ด่านบางใหญ่, นครชัยศรี, ศรีษะทอง, นครปฐมตะวันออก, นครปฐมตะวันตก, ท่ามะกา, ท่าม่วง และกาญจนบุรี ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาและติดตั้งอุปกรณ์ Vehicle Detector จำนวน ๓๐ ชุด ที่ใช้เทคโนโลยี Laser Scanner (LiDAR) และ Controller Unit จำนวน ๑๐ ชุด พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลเข้าสู่ระบบซอฟต์แวร์แม่ข่ายตรวจสอบรายได้ (M-Flow Audit) ของกรมทางหลวง นอกจากนี้ยังรวมถึงการติดตั้งระบบไฟฟ้าและสื่อสารที่จำเป็นเพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างต่อเนื่องและเสถียร โครงการนี้เป็นส่วนสำคัญในการกำกับดูแลการจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

English summary

The project “Installation of Vehicle Counting and Classification Equipment at Entrance Toll Stations on Motorway No. 81” aims to enhance the accuracy, transparency, and auditability of revenue collection and passage data for the M-Flow system. This involves procuring and installing vehicle detection and classification equipment at the lane level for all 8 entrance toll stations on Motorway No. 81 (M81). The contractor will be responsible for supplying and installing 30 Vehicle Detector units (using Laser Scanner/LiDAR technology) and 10 Controller Units, and integrating the data with the M-Flow Audit software. The scope also includes the installation of necessary electrical and communication systems to ensure continuous and stable operation. This project is crucial for optimizing the oversight of toll collection on M81.

สถานที่ดำเนินการ

ทางหลวงพิเศษหมายเลข ๘๑

คำสำคัญ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • จัดหาและติดตั้งอุปกรณ์ตรวจสอบจำนวนและประเภทยานพาหนะบริเวณด่านขาเข้าระบบ (Entrance) บนทางหลวงพิเศษหมายเลข ๘๑ ทุกจุดอย่างครอบคลุม
  • เชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูลจากอุปกรณ์ที่ติดตั้งเข้าสู่ระบบซอฟต์แวร์แม่ข่ายตรวจสอบรายได้ (M-Flow Audit)
  • เพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการจัดเก็บและตรวจสอบรายได้
  • ยกระดับกระบวนการกำกับดูแลการทำงานของระบบ M-Flow บนทางหลวงพิเศษหมายเลข ๘๑ อย่างเต็มรูปแบบ

ขอบเขตของงาน

  • จัดหาและติดตั้งอุปกรณ์ตรวจสอบจำนวนและประเภทยานพาหนะสำหรับระบบตรวจสอบรายได้ (M-Flow Audit) ในระดับช่องทาง (Lane) บริเวณด่านขาเข้าระบบ (Entrance) บนทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข ๘๑ จำนวน ๘ ด่าน
  • อุปกรณ์ที่ต้องจัดหาและติดตั้งประกอบด้วย:
    • อุปกรณ์ตรวจจับยานพาหนะ (Vehicle Detector) จำนวน ๓๐ ชุด (เทคโนโลยี Laser Scanner (LiDAR), Class 1 Laser, มาตรฐานกันน้ำ IP65 หรือดีกว่า, รองรับมาตรฐาน AVC, ต้องได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่าย)
    • ตู้ควบคุมอุปกรณ์ตรวจจับยานพาหนะ (Controller Unit) จำนวน ๑๐ ชุด (เก็บข้อมูลในเครื่องได้, ส่งข้อมูลผ่าน Ethernet หรือ 3G/4G, CPU พร้อม Linux OS, รองรับมาตรฐาน Controller Unit, ต้องได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่าย)
  • เชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูลจากอุปกรณ์ที่ติดตั้งเข้าสู่ซอฟต์แวร์ระดับแม่ข่ายของระบบตรวจสอบรายได้ (M-Flow Audit)
  • ติดตั้งระบบไฟฟ้าและสื่อสารสำหรับอุปกรณ์ตรวจสอบจำนวนและประเภทยานพาหนะ โดยเชื่อมโยงกับระบบไฟฟ้าและสื่อสารที่กรมทางหลวงจัดเตรียมไว้ให้บนโครงสร้างคร่อมช่องทาง (Gantry)
  • ผู้รับจ้างต้องสำรวจพื้นที่ก่อนการติดตั้งจริงเพื่อกำหนดรูปแบบและพื้นที่การติดตั้ง

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • อุปกรณ์ตรวจจับยานพาหนะ (Vehicle Detector) จำนวน 30 ชุด
  • ตู้ควบคุมอุปกรณ์ตรวจจับยานพาหนะ (Controller Unit) จำนวน 10 ชุด
  • ระบบไฟฟ้าและสื่อสารที่เชื่อมโยงกับอุปกรณ์ตรวจสอบยานพาหนะ
  • การติดตั้งอุปกรณ์และการเชื่อมโยงข้อมูลเข้าสู่ระบบ M-Flow Audit ที่สมบูรณ์

ระยะเวลาดำเนินการ

ระยะเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน 240 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
    • ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    • ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    • ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว
    • ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงาน
    • มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างฯ กำหนด
    • ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
    • ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย
    • ต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP)
    • ต้องได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายจากผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย สำหรับรายการที่ระบุในข้อ 4.1.1 และ 4.1.2
  • Standards Compliance:
    • อุปกรณ์ Vehicle Detector ต้องรองรับการทำงานตามรูปแบบและมาตรฐานของอุปกรณ์ระบบจำแนกประเภทยานพาหนะอัตโนมัติ (Automatic Vehicle Classification - AVC)
    • ตู้ควบคุมอุปกรณ์ (Controller Unit) ต้องรองรับการทำงานตามรูปแบบและมาตรฐานของอุปกรณ์ควบคุมช่องทาง (Controller Unit) ของระบบตรวจสอบรายได้
  • Experience:
    • มีผลงานการติดตั้งอุปกรณ์และพัฒนาระบบสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการคมนาคมขนส่ง ที่ดำเนินการแล้วเสร็จอย่างน้อย 1 โครงการ โดยมีมูลค่าผลงานต่อโครงการไม่ต่ำกว่า 7.5 ล้านบาท
    • ผลงานต้องเป็นโครงการที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ, รัฐวิสาหกิจ, หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานอื่นซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น
  • Previous Project Cost:
    • มูลค่าผลงานต่อโครงการไม่ต่ำกว่า 7.5 ล้านบาท
  • Technical Capabilities:
    • ความสามารถในการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับยานพาหนะ (Vehicle Detector) ด้วยเทคโนโลยี Laser Scanner (LiDAR)
    • ความสามารถในการติดตั้งตู้ควบคุมอุปกรณ์ (Controller Unit) ที่มี CPU พร้อมระบบปฏิบัติการ Linux
    • ความสามารถในการติดตั้งระบบไฟฟ้าและสื่อสาร
    • ความเข้าใจในการทำงานของระบบ M-Flow และระบบตรวจสอบรายได้ (M-Flow Audit)
    • ความเข้าใจในการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจสอบจำนวนและประเภทยานพาหนะ และงานติดตั้งระบบไฟฟ้าและสื่อสารในระดับช่องทาง (Lane)
    • ความเข้าใจในการดำเนินงานเชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูลของระบบตรวจสอบรายได้ (M-Flow Audit)
    • ความเข้าใจในการดำเนินงานทดสอบในโครงการ
  • Personnel:
    • การจัดเตรียมบุคลากรหลักในโครงการ (มีน้ำหนักคะแนน 3.50%)
  • Exclude the basic requirements(valid business license, has a legal entity…):
    • มูลค่าสุทธิของกิจการ:
      • กรณีจดทะเบียนเกิน 1 ปี: มูลค่าสุทธิของกิจการต้องเป็นบวกจากงบแสดงฐานะการเงินปีล่าสุด
      • กรณียังไม่มีงบแสดงฐานะการเงิน หรือนิติบุคคลต่างประเทศ: ทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 8 ล้านบาท
      • กรณีบุคคลธรรมดา (วงเงินเกิน 500,000 บาท): มีเงินฝากคงเหลือในบัญชี 1 ใน 4 ของงบประมาณโครงการ
    • การขอวงเงินสินเชื่อ: หากมูลค่าสุทธิ/ทุนจดทะเบียนไม่เพียงพอ สามารถขอวงเงินสินเชื่อได้ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณโครงการ (ออกโดยธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนที่ได้รับอนุญาต)

เกณฑ์การพิจารณา

การพิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น โดยมีน้ำหนักคะแนนดังนี้:

  • ราคาที่ยื่นข้อเสนอ: 30%
  • ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นๆ: 70% ประกอบด้วย:
    • ความเข้าใจการทำงานของระบบ M-Flow และระบบตรวจสอบรายได้ (M-Flow Audit): 14%
    • ความเข้าใจในการติดตั้งอุปกรณ์และงานระบบไฟฟ้า/สื่อสาร: 14%
    • ความเข้าใจในการเชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูล: 28%
    • ความเข้าใจในการดำเนินงานทดสอบในโครงการ: 10.50%
    • การจัดเตรียมบุคลากรหลักในโครงการ: 3.50%

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • อุปกรณ์ตรวจจับยานพาหนะ (Vehicle Detector): เทคโนโลยี Laser Scanner (LiDAR), แสง Laser Class 1, กันน้ำ IP65 หรือดีกว่า, รองรับมาตรฐาน Automatic Vehicle Classification (AVC)
  • ตู้ควบคุมอุปกรณ์ (Controller Unit): เก็บข้อมูลในเครื่องได้, ส่งข้อมูลผ่าน Ethernet หรือ 3G/4G, CPU พร้อม Linux OS, รองรับมาตรฐาน Controller Unit
  • การเชื่อมต่อ: อุปกรณ์ระดับช่องทางต้องเชื่อมต่อและส่งข้อมูลไปยังระบบระดับแม่ข่ายผ่าน Controller Unit หรือระบบที่กรมทางหลวงกำหนด
  • ระบบไฟฟ้าและสื่อสาร: ต้องเชื่อมโยงกับระบบไฟฟ้าและสื่อสารที่กรมทางหลวงจัดเตรียมไว้บนโครงสร้างคร่อมช่องทาง (Gantry) เพื่อให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่องและเสถียร

เงื่อนไขสัญญา

  • กำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จ: ไม่เกิน 240 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
  • การจ่ายเงิน: แบ่งเป็น 5 งวด
    • งวดที่ 1 (5%): ปฏิบัติงานตามข้อ 7 เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน
    • งวดที่ 2 (50%): ปฏิบัติงานตามข้อ 7 เสร็จสิ้นภายใน 120 วัน
    • งวดที่ 3 (25%): ปฏิบัติงานตามข้อ 7 เสร็จสิ้นภายใน 180 วัน
    • งวดที่ 4 (5%): ปฏิบัติงานตามข้อ 7 เสร็จสิ้นภายใน 210 วัน
    • งวดสุดท้าย (15%): ปฏิบัติงานทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยตามสัญญาและตรวจรับมอบงาน
  • ค่าปรับ:
    • กรณีจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต: 10% ของวงเงินงานจ้างช่วง
    • กรณีปฏิบัติผิดสัญญา (นอกเหนือจากจ้างช่วง): 0.10% ของราคาค่าจ้างต่อวัน
  • การรับประกันความชำรุดบกพร่อง: ไม่น้อยกว่า 2 ปี นับจากวันตรวจรับมอบงาน
  • การจ่ายเงินล่วงหน้า: ไม่เกิน 15% ของค่าจ้างทั้งหมด โดยต้องมีหลักประกันเงินล่วงหน้า

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • ถาม: อุปกรณ์ตรวจจับยานพาหนะที่ต้องการใช้เทคโนโลยีอะไรเป็นหลัก?
    ตอบ: เทคโนโลยี Laser Scanner (LiDAR) เป็นหลัก
    • ถาม: จำนวนด่านที่ต้องติดตั้งอุปกรณ์มีทั้งหมดกี่ด่าน?
      ตอบ: จำนวน 8 ด่าน บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 81
    • ถาม: ผู้รับจ้างต้องมีผลงานประเภทใดและมูลค่าขั้นต่ำเท่าใด?
      ตอบ: ผลงานการติดตั้งอุปกรณ์และพัฒนาระบบสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการคมนาคมขนส่ง มูลค่าไม่ต่ำกว่า 7.5 ล้านบาท อย่างน้อย 1 โครงการ
    • ถาม: ระบบการประเมินราคาจะพิจารณาจากปัจจัยใดบ้างและมีน้ำหนักเท่าใด?
      ตอบ: พิจารณาทั้งราคา (30%) และข้อเสนอด้านเทคนิค/อื่นๆ (70%)
    • ถาม: อุปกรณ์ Controller Unit ต้องมีคุณสมบัติระบบปฏิบัติการอย่างไร?
      ตอบ: ต้องมีหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) พร้อมระบบปฏิบัติการ Linux
    • ถาม: ระยะเวลาการรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานคือเท่าใด?
      ตอบ: ไม่น้อยกว่า 2 ปี นับถัดจากวันที่กรมทางหลวงได้รับมอบงาน
    • ถาม: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายจากผู้ผลิตหรือไม่?
      ตอบ: ใช่ สำหรับอุปกรณ์ Vehicle Detector และ Controller Unit
    • ถาม: การจ่ายเงินค่าจ้างแบ่งออกเป็นกี่งวด และงวดแรกคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์?
      ตอบ: แบ่งเป็น 5 งวด โดยงวดแรกคิดเป็น 5% ของค่าจ้าง
    • ถาม: หากผู้ยื่นข้อเสนอเป็นกิจการร่วมค้า จะต้องมีเงื่อนไขพิเศษอย่างไรในการยื่นผลงาน?
      ตอบ: หากมีการกำหนดผู้เข้าร่วมค้าหลัก ต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักเพียงรายเดียว
    • ถาม: โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อปรับปรุงระบบใด?
      ตอบ: เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการจัดเก็บและตรวจสอบรายได้ของระบบ M-Flow บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 81

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม


รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ งานติดตั้งอุปกรณ์ตรวจสอบจํานวนและประเภทยานพาหนะขาเข้าระบบ
บนทางหลวงพิเศษหมายเลข ๘๑
๑. บทนํา
โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข ๘๑ สายบางใหญ่-กาญจนบุรี (M๘๑) เป็นหนึ่ง ในโครงการสําคัญตามแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของไทย โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติ
เมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๐ อนุมัติให้กระทรวงคมนาคมดําเนินงานในส่วนของการให้เอกชนร่วมลงทุน ในการดําเนินงานและบํารุงรักษา (Operation and Maintenance : O&M) ในรูปแบบ PPP Gross Cost ซึ่งเอกชนเป็นผู้ออกแบบและลงทุนค่าก่อสร้างงานระบบและองค์ประกอบอื่นที่เกี่ยวข้อง ในปัจจุบันกําลัง อยู่ระหว่างดําเนินงานโครงการ โดยในการจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางบนหมายเลข M๘๑ เป็นงานส่วนหนึ่ง ที่เอกชนจะต้องเป็นผู้ดําเนินการติดตั้งและบริหารจัดการระบบงานการจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางแบบ ระบบปิด (Closed System) อย่างน้อยได้แก่ ระบบเงินสด (MTC) และระบบไม่มีไม้กั้น (M-Flow) โดยกรมทางหลวงมีหน้าที่กํากับดูแลและตรวจสอบรายได้ค่าธรรมเนียมผ่านทาง
ปัจุบันกรมทางหลวงอยู่ระหว่างกําลังดําเนินการติดตั้งระบบตรวจสอบรายได้การจัดเก็บค่าธรรมเนียม ผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น (M-Flow Audit) บนทางหลวงพิเศษหมายเลข ๘๑ และเพื่อให้การ ดําเนินการกํากับดูแลการจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง และตรวจสอบรายได้ค่าธรรมเนียมผ่านทางบน M๘๑ เป็นไปอย่างถูกต้องและมีความแม่นยําสูง กรมทางหลวงจึงเล็งเห็นความจําเป็นในการเพิ่มประสิทธิภาพในการ ตรวจจับยานพาหนะที่ผ่านช่องทางในบริเวณตําแหน่งด่านขาเข้าระบบ (Entrance) ทุกจุดอย่างครอบคลุม ด้วยการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจสอบจํานวนและประเภทยานพาหนะในระดับช่องทาง (Lane) กรมทางหลวงจึง ต้องจัดตั้ง “โครงการงานติดตั้งอุปกรณ์ตรวจสอบจํานวนและประเภทยานพาหนะขาเข้าระบบ บนทางหลวง พิเศษหมายเลข ๘๑” โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับการดําเนินงานตรวจสอบรายได้และการจัดเก็บข้อมูล รายการผ่านทางของระบบ M-Flow บนทางหลวงพิเศษหมายเลข ๘๑ ให้เป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนผู้ใช้บริการและทางราชการต่อไป
เอกสารฉบับนี้เป็นรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุสําหรับงานติดตั้งระบบตรวจสอบรายได้ การจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น (M-Flow) บนทางหลวงพิเศษหมายเลข ๘๑
ซึ่งรวมถึง
ภาคผนวก ก เกณฑ์การให้คะแนนการประเมินเอกสารด้านเทคนิค (Performance) และการทดสอบ
แนวคิดและความเข้าใจระบบ (Proof of Concept: POC)
ภาคผนวก ข แบบการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจสอบจํานวนและประเภทยานพาหนะขาเข้าระบบ
บนทางหลวงพิเศษหมายเลข ๘๑
๒. คําจํากัดความ
๒.๑ ทล.
๒.๒ ผู้ว่าจ้าง
ཅ༽
หมายถึง กรมทางหลวง
หมายถึง กรมทางหลวง โดยกองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง
In
Dh
๒.๓ ผู้รับจ้าง
๒.๔. ผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๕ ด่านฯ
๒.๖ อาคารควบคุมทาง
๒.๗ ห้องควบคุม
๒.๘ รูปแบบเก็บค่าธรรมเนียม
ผ่านทางแบบระบบเปิด
(Open - Toll System)
๒.๙ รูปแบบเก็บค่าธรรมเนียม
ผ่านทางแบบระบบปิด
(Closed - Toll System)
๒.๑๐ ระบบ SLFF
๒.๑๑ ระบบ MLFF
๒.๑๒ ระบบ ALPR
๒.๑๓ ระบบ MLPR
๒.๑๔ ระบบ AVC
๒.๑๕ ระบบ AVI
๒.๑๖ Single Platform
หมายถึง ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งได้รับพิจารณาคัดเลือกและได้ลงนามใน
สัญญาจ้างฯ กับกรมทางหลวงโดยกองทางหลวงพิเศษ ระหว่างเมือง
หมายถึง นิติบุคคลหรือกลุ่มนิติบุคล ที่เข้ายื่นข้อเสนอเพื่อเข้ามา
รับจ้างดําเนินการโครงการนี้
หมายถึง ด่านเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางที่ตั้งอยู่ในเขตทางหลวง พิเศษระหว่างเมืองหมายเลข ๘๑ สายบางใหญ่-
กาญจนบุรี
หมายถึง อาคารควบคุมระบบเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางที่ด่านฯ หมายถึง ห้องควบคุมกลางของระบบด่านเก็บค่าธรรมเนียม
ผ่านทาง
หมายถึง การจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางในอัตราคงที่ โดยจะ จัดเก็บค่าธรรมเนียม ณ จุดที่จะเข้าหรือก่อนออก
ทางหลวงพิเศษ
หมายถึง การจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางโดยคํานวณตาม
ระยะทางที่ผู้ใช้ทางเข้าและออกทางหลวงพิเศษ โดยจะ จัดเก็บค่าธรรมเนียม ณ จุดก่อนออกทางหลวงพิเศษ
หมายถึง ระบบเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น
ในรูปแบบช่องทางเดี่ยว (Single Lane Free-Flow)
หมายถึง ระบบเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น
ในรูปแบบหลายช่องทาง (Multilane Free-Flow)
หมายถึง ระบบการอ่านป้ายทะเบียนรถอัตโนมัติ (Automatic
License Plate Recognition)
หมายถึง ระบบการอ่านป้ายทะเบียนรถโดยเจ้าหน้าที่ (Manual
License Plate Recognition)
หมายถึง ระบบการจําแนกประเภทยานพาหนะอัตโนมัติ
(Automatic Vehicle Classification)
หมายถึง ระบบการตรวจจับยานพาหนะอัตโนมัติ (Automatic
Vehicle Identification)
หมายถึง ระบบ (Platform) ที่สามารถเชื่อมต่อระบบเก็บ ค่าธรรมเนียมผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น (M-Flow)
In
CONTENT
ของทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองและทางพิเศษทุกสายทาง
บนระบบเดียว
๒.๑๗ CS
๒.๑๘ HO
หมายถึง ระบบประมวลผลกลางของระบบเก็บค่าธรรมเนียม ผ่านทางอัตโนมัติ (Central System) ซึ่งรวบรวม ฐานข้อมูลของบัญชีผู้ใช้บริการไว้ทั้งหมด
หมายถึง ระบบศูนย์ควบคุมกลางของระบบเก็บค่าธรรมเนียมผ่าน ทางอัตโนมัติ (Headquarters System) เพื่อรวบรวม และจัดเก็บรายการผ่านทางของทุกรายการจากทุกด่านฯ
โดยรับข้อมูลรายการผ่านทางพร้อมกับมีระบบบันทึก
เพื่อเก็บเป็นหลักฐานในฐานข้อมูลที่ใช้ในการตรวจสอบ
๒.๑๙ DC
๒.๒๐ DR
๒.๒๑ PCS
๒.๒๒ Lane System
๒.๒๓ RFID
๒.๒๔ SLA
๒.๒๕ ระบบ M-Flow
๒.๒๖ ระบบตรวจสอบรายได้
(M-Flow Audit)
และออกรายงาน
หมายถึง ศูนย์ควบคุมหลัก (Data Center)
หมายถึง ศูนย์ควบคุมสํารอง (Disaster Recovery Center)
หมายถึง ระบบคอมพิวเตอร์ของระบบเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง
อัตโนมัติที่ด่านฯ (Plaza Computer System)
หมายถึง ระบบคอมพิวเตอร์ของระบบเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง
อัตโนมัติที่ระดับช่องทาง
หมายถึง ระบบการระบุยานพาหนะด้วยคลื่นความถี่วิทยุ (Radio
Frequency Identification)
หมายถึง ข้อตกลงระดับการให้บริการ (Service Level
Agreement)
หมายถึง ระบบเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น
ภายใต้การกํากับดูแลของกรมทางหลวงโดยกองทางหลวง
พิเศษระหว่างเมือง เพื่อลดความแออัดของการจราจร บริเวณหน้าด่านฯ และเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการ เดินทางให้แก่ผู้ใช้บริการ
หมายถึง ระบบตรวจสอบรายได้ของระบบ M-Flow ของ
กรมทางหลวงทําหน้าที่ตรวจสอบรายการผ่านทางและ
รายได้จึงได้ของระบบ M-Flow
๒.๒๗ ระบบ M-Flow Operation หมายถึง ระบบบริหารจัดการที่กรมทางหลวงต้องดําเนินการติดตั้ง
577.
In
เพื่อการให้บริการระบบ M-Flow ทําหน้าที่ดูแลระบบ
ข้อมูลของ M-Flow ระบบเครือข่าย ระบบตรวจสอบ
Civan
๔ -
๒.๒๘ Mobile Application
๒.๒๙ Web Application
และยืนยันป้ายทะเบียนยานพาหนะระบบการตรวจจับ ยานพาหนะอัตโนมัติรวมถึงการตรวจสอบรายได้การดูแล ข้อมูลด้านบัญชีและอื่น ๆ โดยเป็นตัวกลางในการคัดกรอง ข้อมูลทั้งหมดจากระบบศูนย์ควบคุมกลาง (HQ) ของระบบ M- Flow ในแต่ละหน่วยงาน เพื่อส่งต่อไปยัง ระบบประมวลผลกลาง (CS) ของระบบ M-Flow พร้อม
ทั้งเก็บรายละเอียดการรับส่งข้อมูลเพื่อใช้เป็นหลักฐาน ในกรณีเกิดข้อโต้แย้งเกี่ยวกับการรับส่งข้อมูล
หมายถึง ระบบแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือของระบบ M-Flow ที่มีไว้สําหรับการลงทะเบียนใช้บริการและแจ้ง ข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น แจ้งผลการอนุมัติแจ้ง ประวัติการใช้บริการแจ้งยอดชําระส่งใบแจ้งยอด อิเล็กทรอนิกส์ช่องทางการชําระเงินแจ้งเตือนยอดค้าง
ชําระและแจ้งข่าวประชาสัมพันธ์
หมายถึง ระบบเว็บไซต์ของระบบ M-Flow ที่มีไว้สําหรับการ ลงทะเบียนใช้บริการ และแจ้งข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น แจ้งผลการอนุมัติ แจ้งประวัติการใช้บริการ แจ้งยอดชําระส่งใบแจ้งยอดอิเล็กทรอนิกส์ ช่องทาง การชําระเงิน แจ้งเตือนยอดค้างชําระ และแจ้งข่าว ประชาสัมพันธ์
๒.๓๐ โครงสร้างพื้นฐานของระบบ หมายถึง ระบบฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ของระบบ M-Flow ที่ถูก
M-Flow
๒.๓๑ POC
๓.
วัตถุประสงค์
ติดตั้งไว้ที่ระดับด่านฯ (Plaza) ระบบศูนย์ควบคุมกลาง
(HQ) และระบบประมวลผลกลาง (CS)
หมายถึง การทดสอบแนวคิดและความเข้าใจระบบ (Proof of
Concept) เพื่อทดสอบความรู้ ความเข้าใจ แนวคิด และ ความสามารถในการพัฒนาระบบตรวจสอบ เพื่อแสดงให้ เห็นถึงความเป็นไปได้ของการนําระบบการตรวจสอบมา ใช้กับระบบจัดเก็บรายได้ M-Flow ของผู้ยื่นข้อเสนอ
เพื่อจัดหาและติดตั้งอุปกรณ์ตรวจสอบจํานวนและจําแนกประเภทยานพาหนะ บริเวณด่านขาเข้าระบบ (Entrance) บนทางหลวงพิเศษหมายเลข ๘๑ ทุกจุดอย่างครอบคลุม พร้อมทั้งเชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูล เข้าสู่ระบบซอฟต์แวร์แม่ข่ายตรวจสอบรายได้ (M-Flow Audit) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยําใน การจัดเก็บและตรวจสอบรายได้ตลอดจนยกระดับกระบวนการกํากับดูแลการทํางานของระบบ M-Flow บน ทางหลวงพิเศษหมายเลข ๘๑ อย่างเต็มรูปแบบ
597.
Ph
®

  • & -
    ๔. ขอบเขตการดําเนินงาน
    ผู้รับจ้างต้องจัดหาและติดตั้งอุปกรณ์ตรวจสอบจํานวนและประเภทยานพาหนะสําหรับระบบตรวจสอบ รายได้ (M-Flow Audit) ในระดับช่องทาง (Lane) บริเวณด่านขาเข้าระบบ (Entrance) บนทางหลวงพิเศษ ระหว่างเมืองหมายเลข ๘๑ ทั้งจํานวน ๘ ด่าน ได้แก่ ด่านบางใหญ่ ด่านนครชัยศรี ด่านศรีษะทอง ด่าน นครปฐมตะวันออก ด่านนครปฐมตะวันตก ด่านท่ามะกา ด่านท่าม่วง และด่านกาญจนบุรี รวมถึงการ เชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูลโดยการผสานข้อมูลจากอุปกรณ์ที่ติดตั้งเข้าสู่ซอฟต์แวร์ระดับแม่ข่ายของระบบ
    ตรวจสอบรายได้ (M-Flow Audit) เพื่อนําไปเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจจับและตรวจสอบความถูกต้อง รายการผ่านทางของยานพาหนะของระบบ M-Flow โดยมีขอบเขตการดําเนินงานดังต่อไปนี้

    ๔.๑ ผู้รับจ้างต้องจัดหาและติดตั้งอุปกรณ์ตรวจสอบจํานวนและประเภทยานพาหนะสําหรับระบบ ตรวจสอบรายได้ (M-Flow Audit) ในระดับช่องทาง (Lane) ให้เป็นไปตามแบบการติดตั้งใน “ภาคผนวก ข” เพื่อทําหน้าที่ตรวจนับและจําแนกประเภทของยานพาหนะให้มีความถูกต้อง โดย อุปกรณ์ที่ติดตั้งต้องมีคุณลักษณะเฉพาะ (Specification) อย่างน้อยดังนี้
    ๔.๑.๑ อุปกรณ์ตรวจจับยานพาหนะ (Vehicle Detector) จํานวน ๓๐ ชุด
    ๑) ใช้เทคโนโลยี Laser Scanner (LiDAR) ที่เทียบเท่าหรือดีกว่า
    ๒) กรณีที่ใช้ Laser จะต้องเป็นแสง Laser Class ๑ ที่ไม่เป็นอันตรายต่อตามนุษย์ ๓) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ติดตั้งภายนอก สามารถกันน้ําได้ตามมาตรฐาน IP๖๕ หรือดีกว่า ๔) สามารถรองรับการทํางานตามรูปแบบและมาตรฐานของอุปกรณ์ระบบจําแนก
    ประเภทยานพาหนะอัตโนมัติ (Automatic Vehicle Classification)
    ๕) ผู้รับจ้างต้องได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจําหน่ายจากเจ้าของผลิตภัณฑ์หรือ
    สาขาของเจ้าของผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในประเทศไทย
    ๔.๑.๒ ตู้ควบคุมอุปกรณ์ตรวจจับยานพาหนะ (Controller Unit) จํานวน ๑๐ ชุด
    ๑) สามารถจัดเก็บข้อมูลในเครื่องได้
    ๒) สามารถส่งข้อมูลไปยังศูนย์ควบคุมผ่านสาย Ethernet หรือ แบบไร้สาย (๓G/4G)
    ได้
    ๓) มีหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) พร้อมระบบปฏิบัติการ Linux
    ๔) สามารถรองรับการทํางานตามรูปแบบและมาตรฐานของอุปกรณ์ควบคุมช่องทาง
    (Controller Unit) ของระบบตรวจสอบรายได้
    ๕) ผู้รับจ้างต้องได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจําหน่ายจากเจ้าของผลิตภัณฑ์หรือ
    สาขาของเจ้าของผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในประเทศไทย
    โดยอุปกรณ์ตรวจสอบจํานวนและประเภทยานพาหนะที่ติดตั้งในระดับช่องทาง (Lane) จะต้อง สามารถเชื่อมต่อและส่งข้อมูลรายการผ่านทางจากระบบระดับช่องทางไปยังระบบระดับแม่ข่าย ผ่านตู้ควบคุมอุปกรณ์ตรวจจับยานพาหนะ (Controller Unit) ของระบบตรวจสอบรายได้ (M-
    Flow Audit) หรือระบบที่กรมทางหลวงกําหนดได้
    ๔.๒ ผู้รับจ้างต้องติดตั้งระบบไฟฟ้าและสื่อสาร สําหรับอุปกรณ์ตรวจสอบจํานวนและประเภท ยานพาหนะ ให้เป็นไปตามแบบการติดตั้งใน “ภาคผนวก ข” โดยในการติดตั้งจะต้องเชื่อมโยงกับ ระบบไฟฟ้าและสื่อสารที่กรมทางหลวงจัดเตรียมไว้ให้บนโครงสร้างคร่อมช่องทาง (Gantry) ไปยัง อุปกรณ์ตรวจสอบในระดับช่องทาง (Lane) ให้สามารถทํางานได้อย่างต่อเนื่องและเสถียร ทั้งนี้ ตําแหน่งการติดตั้งและเดินสายไฟฟ้าและสื่อสารตาม “ภาคผนวก ข” เป็นเพียงแนวทางเบื้องต้น ทั้งนี้ผู้รับจ้างจะต้องสํารวจพื้นที่ก่อนดําเนินงานติดตั้งจริง เพื่อกําหนดพื้นที่และรูปแบบการติดตั้ง

ดร่าง
เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
เลขที่
การจ้างงานติดตั้งอุปกรณ์ตรวจสอบจำนวนและประเภทยานพาหนะขาเข้าระบบ บนทางหลวงพิเศษ หมายเลข ๘๑
ตามประกาศ กรมทางหลวง
ลงวันที่ มิถุนายน ๒๕๖๙
กรมทางหลวง ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง” มีความประสงค์จะ ประกวดราคาจ้างงานติดตั้งอุปกรณ์ตรวจสอบจำนวนและประเภทยานพาหนะขาเข้าระบบ บนทางหลวงพิเศษ หมายเลข ๘๑ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามรายการ ดังนี้
งานติดตั้งอุปกรณ์ตรวจสอบจำนวน
และประเภทยานพาหนะขาเข้า
ระบบ บนทางหลวงพิเศษหมายเลข
๘๑
โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
จำนวน ๑ งาน
๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๑.๑ ขอบเขตของงาน
๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างทำของ
๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
(๑) หลักประกันการเสนอราคา
(๒) หลักประกันสัญญา
(๓) หลักประกันการรับเงินค่าจ้างล่วงหน้า
๑.๕ บทนิยาม
(๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
(๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
(๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
๑.๗ แผนการทำงาน
๑.๘ ใบแจ้งการชำระเงิน สำหรับชำระเงินหลักประกันการเสนอราคา
๑.๙ รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะจัดหา
๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กอง ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการ ขัดขวาง การแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีคุณสมบัติด้านผลงานการติดตั้งอุปกรณ์และพัฒนาระบบ สารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการคมนาคมขนส่ง ที่ดำเนินการแล้วเสร็จอย่างน้อย ๑ โครงการ โดยมีมูลค่า ผลงานต่อโครงการไม่ต่ำกว่า ๗.๕ ล้านบาท
๒.๑๑ เงื่อนไขการแสดงคุณสมบัติด้านผลงานตามข้อ ๒.๑๐ มีดังนี้ ๑. ผู้ยื่นข้อเสนออาจเสนอผลงานโครงการเดียวที่มีประเภทและมูลค่าของผลงาน เป็นไปตามข้อ ๒.๑๐
๒. ผลงานที่นำมาเสนอต้องเป็นโครงการที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นคู่สัญญาโดยตรง กับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงาน อื่นซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น
(๑.) ในกรณีผลงานที่นำมาเสนอเป็นผลงานในนามกิจการร่วมค้า ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องแสดงเอกสารว่าเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่อยู่ในกิจการร่วมค้า พร้อมบัญชีแสดง รายละเอียดงานเพื่อแสดงว่าเป็นผู้ดำเนินการจัดหาและติดตั้ง ซึ่งเป็นผลงานที่แล้วเสร็จ โดยผู้ยื่น ข้อเสนอต้องแนบสำเนาหนังสือรับรองผลงาน/สำเนาสัญญา มาพร้อมวันยื่นเอกสาร ทั้งนี้
กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสงวนสิทธิ์ที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เสนอ
๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้า ร่วมค้าหลักข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้า ร่วมค้าหลักกิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้า ที่ยื่นข้อเสนอ
สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้า ร่วมค้าหลักผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๔ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ
รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๘ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ
ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๒.๑๕ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายจากผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่าย ใน ประเทศไทย ตามรายละเอียดของรายการที่ระบุให้ยื่นแสดงในข้อ ๔.๑.๑ และข้อ ๔.๑.๒ โดยให้ยื่นขณะ เข้าเสนอราคา
๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น
สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๘ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน
สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
(๖) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) หลักประกันการเสนอราคา ตามข้อ ๕
(๒) สำเนาหนังสือรับรองผลงานจ้าง ตามข้อ ๒.๑๐
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นเอกสารด้านเทคนิค ตามของรายละเอียดคุณลักษณะ เฉพาะของพัสดุ ข้อ ๕
(๔) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔. การเสนอราคา
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๑๒๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอ ราคาโดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคา มิได้
๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๒๔๐ วัน นับ ถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. และเวลาในการเสนอราคาให้ถือ ตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์
๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ
สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และกองทางหลวงพิเศษระหว่าง เมือง จะพิจารณาลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองจะพิจารณา เห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ริเริ่มให้มีการกระทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการ พิจารณาของกองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง
๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
(๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
๔.๑๐ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา ๕. หลักประกันการเสนอราคา
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องวางหลักประกันการเสนอราคาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบการ จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ จำนวน ๑,๒๕๐,๐๐๐.๐๐ บาท (หนึ่งล้านสองแสนห้าหมื่นบาทถ้วน)
๕.๑ เงินสด
๕.๒ หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศตามแบบที่คณะ กรรมการนโยบายกำหนด
๕.๓ พันธบัตรรัฐบาลไทย
๕.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอนำพันธบัตรรัฐบาลไทยหรือหนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ มาวางเป็นหลักประกันการเสนอราคาจะต้องส่งต้นฉบับเอกสารดังกล่าวมาให้กอง ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองตรวจสอบความถูกต้องในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอประสงค์จะวางหลักประกันการเสนอราคาเป็นเงินสด ให้ผู้ยื่นข้อเสนอ ดำเนินการชำระเงินผ่านช่องทางการชำระเงิน ดังนี้
ผ่านบริการรับชำระเงิน (Bill Payment) ผ่านระบบ KTB Corporate Online ตามใบ แจ้งการชำระเงิน ที่แนบมาพร้อมกับเอกสารเชิญชวนนี้
และส่งหลักฐานการชำระเงินกับธนาคาร พร้อมทั้งแบบแจ้งความประสงค์ชำระเงินค่า หลักประกันการเสนอราคา (เฉพาะกรณีที่มีหลักประกันการเสนอราคาหลายรายการพิจารณา) มาให้ กอง ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ตรวจสอบความถูกต้อง โดยยื่นมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอผ่านระบบ e-GP โดย การชำระเงินและส่งหลักฐานการชำระเงินให้ดำเนินการในวันและเวลาที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันและ เวลาเสนอราคาเท่านั้น
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ประสงค์จะใช้หนังสือ ค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารในประเทศเป็นหลักประกันการเสนอราคาให้ระบุชื่อผู้เข้าร่วมค้ารายที่ สัญญาร่วมค้ากำหนดให้เป็นผู้เข้ายื่นข้อเสนอกับหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หลักประกันการเสนอราคาตามข้อนี้ กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองจะคืนให้ผู้ยื่นข้อ เสนอหรือผู้ค้ำประกันภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองได้พิจารณาเห็นชอบ รายงานผลคัดเลือกผู้ชนะการประกวดราคาเรียบร้อยแล้ว เว้นแต่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่คัดเลือกไว้ซึ่งเสนอราคาต่ำ สุดหรือได้คะแนนรวมสูงสุดไม่เกิน ๓ ราย ให้คืนได้ต่อเมื่อได้ทำสัญญาหรือข้อตกลง หรือผู้ยื่นข้อเสนอได้พ้น จากข้อผูกพันแล้ว
การคืนหลักประกันการเสนอราคา ไม่ว่าในกรณีใด ๆ จะคืนให้โดยไม่มีดอกเบี้ย ๖. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
๖.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ กอง ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองจะพิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ๖.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง
จะพิจารณาโดยให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด ดังนี้
๖.๒.๑ งานติดตั้งอุปกรณ์ตรวจสอบจำนวนและประเภทยานพาหนะขาเข้า ระบบ บนทางหลวงพิเศษหมายเลข ๘๑
(๑) ราคาที่ยื่นข้อเสนอ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๓๐.๐๐ (๒) ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนอื่นๆ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๗๐.๐๐ ประกอบด้วย
(๒.๑) ความเข้าใจการทำงานของระบบ M-Flow และระบบ ตรวจสอบรายได้ (M-Flow Audit) บนทางหลวงพิเศษหมายเลข ๘๑ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๑๔.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ ข้อ ๑๐ และ ภาคผนวก ก (๒.๒) ความเข้าใจในการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจสอบจำนวนและ ประเภทยานพาหนะ และงานติดตั้งระบบไฟฟ้าและสื่อสาร ในระดับช่องทาง (Lane) กำหนดน้ำหนักเท่ากับ ร้อยละ ๑๔.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ ข้อ ๑๐ และ ภาคผนวก ก
(๒.๓) ความเข้าใจในการดำเนินงานเชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูล ของระบบตรวจสอบสอบรายได้ (M-Flow Audit) กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๒๘.๐๐ โดยมีวิธีการ ให้คะแนนดังนี้รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ ข้อ ๑๐ และ ภาคผนวก ก
(๒.๔) ความเข้าใจในการดำเนินงานทดสอบในโครงการ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๑๐.๕๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ ข้อ ๑๐ และภาคผนวก ก
(๒.๕) การจัดเตรียมบุคลากรหลักในโครงการ กำหนดน้ำหนัก เท่ากับร้อยละ ๓.๕๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ ข้อ ๑๐ และ ภาคผนวก ก
โดยกำหนดให้น้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ ๑๐๐ ๖.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กองทางหลวงพิเศษระหว่าง เมืองกำหนดไว้ในประกาศและเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่าง นั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ อาจพิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
๖.๔ กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอ โดยไม่มีการผ่อนผัน ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
(๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๖.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือกองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ได้ กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองมีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดัง กล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง
๖.๖ กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคา หนึ่งราคาใด หรือราคา ที่เสนอทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะ รายการหนึ่งรายการใด หรืออาจจะยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของกองทางหลวง พิเศษระหว่างเมืองเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งกอง ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อเสนอ กระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมายื่นข้อ เสนอแทน เป็นต้น
ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือกองทางหลวง พิเศษระหว่างเมือง จะให้ผู้ยื่นข้อเสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถ ดำเนินการตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ กอง ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอหรือไม่รับราคาของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อ เสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใดๆ จากกองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ๖.๗ ก่อนลงนามในสัญญากองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง อาจประกาศยกเลิกการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคา หรือที่ได้รับการคัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการ แข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่า กระทำการทุจริตอื่นใดในการเสนอราคา
๗. การทำสัญญาจ้าง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับกองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับ แจ้ง และจะต้องวางหลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่ง อย่างใดดังต่อไปนี้
๗.๑ เงินสด
๗.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ซึ่งเป็น เช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ใช้เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ
๗.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
๗.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๗.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งกองทางหลวง พิเศษระหว่างเมือง ได้รับมอบไว้แล้ว
๘. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษี อากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออก เป็น ๕ งวดดังนี้
งวดที่ ๑ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๕ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานราย ละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ ข้อ ๗ ให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน
งวดที่ ๒ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๕๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานราย ละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ ข้อ ๗ ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๒๐ วัน
งวดที่ ๓ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๒๕ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานราย ละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ ข้อ ๗ ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๘๐ วัน
งวดที่ ๔ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๕ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานราย ละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ ข้อ ๗ ให้แล้วเสร็จภายใน ๒๑๐ วัน
งวดสุดท้าย เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๕ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ทั้งหมดให้แล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญาหรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ และ กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ได้ ตรวจรับมอบงานจ้างเรียบร้อยแล้ว
๙. อัตราค่าปรับ
ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
๙.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากกองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงานจ้างช่วงนั้น
๙.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๙.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง
๑๐. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้ทำสัญญาจ้างตามแบบดังระบุในข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายใน ระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๒ ปี นับถัดจากวันที่กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองได้รับมอบงาน โดยต้องรีบ จัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิมภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง ๑๑. การจ่ายเงินล่วงหน้า
ผู้ยื่นข้อเสนอมีสิทธิเสนอขอรับเงินล่วงหน้า ในอัตราไม่เกินร้อยละ ๑๕ ของราคาค่าจ้าง ทั้งหมด แต่ทั้งนี้จะต้องส่งมอบหลักประกันเงินล่วงหน้า เป็นพันธบัตรรัฐบาลไทย หรือหนังสือค้ำประกันหรือ หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศ ตามแบบดังระบุในข้อ ๑.๔ (๓) ให้แก่กอง ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองก่อนการรับเงินล่วงหน้านั้น
๑๒. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
๑๒.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินนอกงบประมาณจากเงินทุน ค่าธรรมเนียมผ่านทาง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองได้รับ อนุมัติเงินค่าจ้างจากเงินนอกงบประมาณจากเงินทุนค่าธรรมเนียมผ่านทาง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
๑๒.๒ เมื่อกองทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้ รับจ้าง และได้ตกลงจ้างตามการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่อ งานจ้างดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และ สามารถให้บริการรับขนได้ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
(๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
(๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
๑๒.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งกองทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองจะริบ หลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ออกหนังสือค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณา เรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้งจะพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่า ด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๑๒.๔ กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือ ข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี) ๑๒.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของกองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อเสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
๑๒.๖ กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากกองทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองไม่ได้ (๑) กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้า งหรือได้รับจัดสรร แต่ไม่เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
(๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
(๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่กองทางหลวง พิเศษระหว่างเมือง หรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
(๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๑๒.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
๑๓. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
๑๔. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้
ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับกองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ไว้ชั่วคราว
กรมทางหลวง
มิถุนายน ๒๕๖๙
สำเนาถูกต้อง
ภาวดี กอบโคกกรวด
(นางสาวภาวดี กอบโคกกรวด)
เจ้าพนักงานธุรการอาวุโส
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๙
โดย นางสาวภาวดี กอบโคกกรวด เจ้าพนักงาน
ธุรการอาวุโส