ประกวดราคาจ้างก่อสร้างจ้างเหมางานควบคุมระบบไฟฟ้าพร้อมอุปกรณ์ประกอบ สำหรับงาน ขุดลอกแก้มลิงและก่อสร้างระบบกระจายน้ำ ตำบลเกาะจันทร์ อำเภอเกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรี ระยะทาง ๐.๗๘๓ กิโลเมตร (ขยายผล) ๑ แห่ง (โครงการขยายผลเพิ่มศักยภาพการผลิตด้านการเกษตรเพื่อเพิ่มรายได้ของเกษตรกร ตำบลเกาะจันทร์ อำเภอเกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรี
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาวของชุมชนและหน่วยงานภาครัฐ ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนตามนโยบายของรัฐบาล และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้งหรือพื้นที่ห่างไกล โครงการจะดำเนินการติดตั้งระบบไฟฟ้าพร้อมอุปกรณ์ประกอบสำหรับงานขุดลอกแก้มลิงและก่อสร้างระบบกระจายน้ำในพื้นที่ตำบลเกาะจันทร์ อำเภอเกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรี ระยะทาง 0.783 กิโลเมตร โดยใช้พลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์เป็นหลักในการขับเคลื่อนเครื่องสูบน้ำ ซึ่งเป็นการลดการพึ่งพาพลังงานไฟฟ้าจากระบบสายส่งหรือเครื่องยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิง ช่วยลดต้นทุนในระยะยาวและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ของหน่วยงานในการประยุกต์ใช้พลังงานทดแทน โครงการนี้สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐในการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ โดยมีวงเงินงบประมาณ 6,000,000 บาท และกำหนดระยะเวลาส่งมอบงาน 90 วัน
English summary
This project aims to enhance solar power generation capacity, reduce long-term energy costs for the community and government agencies, promote renewable energy in line with government policy, and improve water resource management efficiency, especially during the dry season or in remote areas. The project involves installing an electrical system with accessories for pond excavation and water distribution system construction in Koh Chan Subdistrict, Koh Chan District, Chonburi Province, covering a distance of 0.783 kilometers. The system will primarily utilize clean solar energy to drive water pumps, reducing reliance on grid electricity or fuel-powered engines, thereby lowering long-term costs and benefiting the environment. It also promotes the agency’s image in applying alternative energy. This initiative aligns with government policies on promoting renewable energy and sustainable water resource management to improve the quality of life for local residents. The project budget is 6,000,000 Baht, with a delivery period of 90 days.
ตำบลเกาะจันทร์ อำเภอเกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรี
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์
- เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาวของชุมชนหรือหน่วยงานภาครัฐ โดยการใช้พลังงานหมุนเวียนที่สะอาดและยั่งยืน
- เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนตามนโยบายของภาครัฐและสนับสนุนเป้าหมายด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals)
- เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่เป้าหมาย โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง หรือพื้นที่ห่างไกล
- เพื่อเป็นต้นแบบในการส่งเสริมและขยายผลการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในกิจการของรัฐหรือชุมชนในอนาคต ให้การบูรณาการด้านการบริหารจัดการน้ำด้วยพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) ในพื้นที่อ่างคลองหลวงรัชชโลทรร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั งในระดับกลุ่มจังหวัด จังหวัด ท้องถิ่น/ชุมชน และประชาชน
ขอบเขตของงาน
- งานควบคุมระบบไฟฟ้าพร้อมอุปกรณ์ประกอบ สำหรับงานขุดลอกแก้มลิง
- งานก่อสร้างระบบกระจายน ้า ตำบลเกาะจันทร์ อำเภอเกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรี ระยะทาง 0.783 กิโลเมตร
- การติดตั้งระบบไฟฟ้าที่ใช้พลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์ในการขับเคลื่อนเครื่องสูบน้ำ
- การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์แบบบนพื้นดินบริเวณคันดินของอ่างเก็บน้ำ
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- ระบบไฟฟ้าพร้อมอุปกรณ์ประกอบสำหรับงานขุดลอกแก้มลิง
- ระบบกระจายน ้า ระยะทาง 0.783 กิโลเมตร
- ระบบผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์พร้อมอุปกรณ์
- แผงโซลาร์เซลล์แบบบนพื้นดิน
ระยะเวลาดำเนินการ
90 วัน หลังจากได้รับหนังสือแจ้งให้เข้าปฏิบัติงาน
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- มีความสามารถตามกฎหมาย
- ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
- ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
- ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว
- ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงาน
- มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนด
- เป็นผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
- ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
- ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย
- เป็นผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนงานก่อสร้างสาขางานก่อสร้างชลประทาน ไม่น้อยกว่าชั้น …………………..ประเภท………………….. ไว้กับกรมบัญชีกลาง (รายละเอียดชั้นและประเภทต้องระบุในเอกสารเชิญชวน)
- ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดใน TOR
- ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
- ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการตามเงื่อนไขที่กำหนด (กรณีไม่ได้กำหนดคุณสมบัติเป็นผู้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้าง)
- สิทธิในการรับงานของผู้ประกอบการงานก่อสร้าง สาขางานก่อสร้างชลประทาน ของกรมชลประทาน (กรณีวงเงินงบประมาณเกินกว่า 100 ล้านบาทขึ้นไป)
เกณฑ์การพิจารณา
หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ คือ ราคา
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- ระบบไฟฟ้าพร้อมอุปกรณ์ประกอบสำหรับงานขุดลอกแก้มลิง
- ระบบกระจายน ้า ระยะทาง 0.783 กิโลเมตร
- การใช้พลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์ในการขับเคลื่อนเครื่องสูบน้ำ
- การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์แบบบนพื้นดิน
- มาตรฐานฝีมือช่างไฟฟ้าและช่างเครื่องกล (ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10 ของแต่ละสาขาช่าง และอย่างน้อย 1 คนในแต่ละสาขา)
- การใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ (ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุ) โดยเฉพาะเหล็กที่ผลิตภายในประเทศ (ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90)
เงื่อนไขสัญญา
- การจ่ายเงิน: จ่ายเป็นรายเดือนตามเนื้องานที่ทำเสร็จจริง โดยกรมจะออกหนังสือรับรองการรับมอบงาน
- การจ่ายเงินงวดสุดท้าย: จ่ายเมื่องานทั้งหมดตามสัญญาแล้วเสร็จทุกประการ
- การปรับราคาค่างานก่อสร้าง: ใช้ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2532 และหนังสือที่เกี่ยวข้อง
- การโอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงิน: เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กรมกำหนด
- การใช้พันธบัตรรัฐบาลไทยเป็นหลักประกัน: เป็นไปตามแนวทางที่กรมกำหนด
- การจัดทำแผนการทำงาน: ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- การประเมินผลการดำเนินงานและการบอกเลิกสัญญา: พิจารณาตามเงื่อนไขที่กำหนดในข้อ 16.2
- ระบบการจัดการความปลอดภัยในการทำงานก่อสร้าง: ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
- ค่าปรับ:
- กรณีจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต: ร้อยละ 10 ของวงเงินงานจ้างช่วง
- ค่าปรับล่าช้า: ร้อยละ 0.10 ของราคาค่าสิ่งของที่ยังไม่ได้รับมอบต่อวัน
- การรับประกันความชำรุดบกพร่อง: ไม่น้อยกว่า 2 ปี นับถัดจากวันที่กรมได้รับมอบงาน
- การจ่ายเงินล่วงหน้า: ผู้ยื่นข้อเสนอมีสิทธิขอได้ไม่เกินร้อยละ 15 ของราคาค่าจ้างทั้งหมด โดยต้องมีหลักประกัน
- การหักเงินประกันผลงาน: หักร้อยละ 10 ของเงินที่ต้องจ่ายในแต่ละงวด (ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 5 ของค่าจ้างทั้งหมด)
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- ระบบไฟฟ้าที่ใช้ในโครงการเป็นระบบประเภทใด?
- ระบบไฟฟ้าที่ใช้ในโครงการนี้จะใช้พลังงานจากแหล่งใดเป็นหลัก?
- โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร?
- พื้นที่ดำเนินการก่อสร้างระบบกระจายน ้าอยู่ที่ใด?
- ระยะเวลาก่อสร้างโครงการนี้ประมาณเท่าใด?
- ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีคุณสมบัติเฉพาะด้านใดบ้างนอกเหนือจากข้อกำหนดทั่วไป?
- มีการกำหนดมาตรฐานฝีมือช่างสำหรับงานประเภทใดบ้าง?
- มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการใช้วัสดุที่ผลิตภายในประเทศหรือไม่?
- อัตราค่าปรับกรณีล่าช้าในการส่งมอบงานเป็นเท่าใด?
- ระยะเวลาการรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานเป็นเท่าใด?
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
1
ร่างรายละเอียดขอบเขตของงานทั้งโครงการ
(Terms of Reference: TOR)
๑. ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ
๑.๑ ชื่อโครงการ จ้างเหมางานควบคุมระบบไฟฟ้าพร้อมอุปกรณ์ประกอบ ส าหรับงานขุดลอกแก้มลิงและ ก่อสร้างระบบกระจายน า ต าบลเกาะจันทร์อ าเภอเกาะจันทร์จังหวัดชลบุรีระยะทาง 0.783 กิโลเมตร (ขยายผล) 1 แห่ง (โครงการขยายผลเพิ่มศักยภาพการผลิตด้านการเกษตรเพื่อเพิ่มรายได้ของเกษตรกร ต าบลเกาะจันทร์ อ าเภอเกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรี)
๑.๒ ความเป็นมา
กรมชลประทาน มีภารกิจ หน้าที่ และความรับผิดชอบในการบริหารจัดการน าให้เพียงพอ ทั่วถึง และเป็น ธรรม บ ารุงรักษาและปรับปรุงระบบชลประทาน พัฒนาแหล่งน าขนาดเล็ก ขนาดกลาง และโครงการพิเศษ ด าเนินการ ป้องกันและบรรเทาภัยอันเกิดจากน าในพื นที่เขตชลประทาน เสริมสร้างการมีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาแหล่งน า และการบริหารจัดการน า ศึกษาและจัดท ารายงานเบื องต้นของโครงการพัฒนาแหล่งน าขนาดกลางและขนาดใหญ่ใน บริเวณพื นที่นอกเขตชลประทาน ตลอดจนเพิ่มพื นที่ชลประทานตามศักยภาพของลุ่มน าให้เกิดความสมดุลและ เหมาะสม โดยส านักงานชลประทานที่ ๙ โครงการส่งน าและบ ารุงรักษาคลองหลวง รัชชโลทร รับผิดชอบพื นที่อ่าง คลองหลวงรัชชโลทร โครงการอ่างเก็บน าคลองหลวง ตั งแต่วันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๒ ตามที่คณะรัฐมนตรีได้
เห็นชอบ เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๕๒ ให้กรมชลประทานด าเนินโครงการ โดยอ่างเก็บน าคลองหลวง เป็นส่วนหนึ่ง ในโครงการพัฒนาแหล่งน าบางปะกงตอนบนและสาขา เพื่อให้มีแหล่งน าเพียงพอส าหรับการเพาะปลูกและอุปโภค บริโภค ช่วยป้องกัน และบรรเทาอุทกภัยในพื นที่บริเวณลุ่มน า รวมทั งรองรับการพัฒนา ด้านอุตสาหกรรมและพาณิช ยกรรมในบริเวณพื นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก อ่างเก็บน าคลองหลวงกักเก็บน า ๙๘ ล้านลูกบาศก์เมตร ส าหรับพื นที่ ชลประทาน และเพื่ออุปโภค-บริโภค และอุตสาหกรรมในพื นที่ท้ายอ่างเก็บน า รวมทั งเพื่อบรรเทาอุทกภัยในพื นที่ อ าเภอพานทอง อ าเภอพนัสนิคม อ าเภอเกาะจันทร์ อ าเภอบ่อทอง และอ าเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี ประกอบด้วย– พื นที่เพาะปลูกในฤดูฝน ๔๔,๐๐๐ ไร่– พื นที่เพาะปลูกในฤดูแล้ง ๘,๕๐๐ ไร่– ส่งน าเพื่อการอุปโภค บริโภค การประมงและพื นที่อุตสาหกรรม ๑๑.๙๐ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี เพื่อการพัฒนาให้เกิดประโยชน์กับ ประชาชนและเกษตรกรในพื นที่อย่างสูงสุด เป็นที่มาของโครงการต้นแบบเพื่อน าร่องการท าระบบสูบจ่ายน าไปยัง เกษตรกรในพื นที่ เป็นการช่วยเพิ่มผลผลิตและท าให้เกิดเศรฐกิจรวมทั งต่อยอดความยั่งยืนของชุมชนเกษตรกรโดยรอบ พื นที่ โดยใช้ความสามารถของเทคโนโลยี IoT ที่เข้ามามีบทบาทอย่างมากในปัจจุบัน และยังจัดท าและพัฒนาระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องส าหรับใช้ในการวางแผนจัดสรรและบริหารจัดการน าชลประทานใน บริเวณพื นที่อ่างคลองหลวงรัชชโลทร เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการท างานและสนับสนุนการใช้น าเพื่อการเกษตรได้ อย่างเพียงพอ เสริมสร้างการบูรณาการและการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน ากับประชาชนในพื นที่ตามภารกิจ อย่างเหมาะสมและสอดคล้องตามสถานการณ์ ด้วยระบบเชื่อมโยงข้อมูลกับอุปกรณ์ผ่านอินเทอร์เน็ต (IoT) เป็นไป ตามแนวทางการพัฒนาระบบชลประทาน 4.0 และแนวทางนโยบายของรัฐบาล เพื่อให้การบริหารจัดการน าเป็นไป อย่างมีประสิทธิภาพและตรงกับความต้องการของประชาชน โดยค านึงถึงความคุ้มค่าในการใช้ทรัพยากรน าที่มีอยู่ อย่างจ ากัด สามารถลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามยุทธศาสตร์กรมชลประทาน ๒๐ ปี ในการปรับเปลี่ยนสู่องค์กร อัจฉริยะ (Turnaround to Intelligent Organization) มีการสร้างระบบการท างานและกระบวนการที่ทันสมัยบน ฐานดิจิทัล (Digital Platform) มีการเชื่อมโยงข้อมูลแบบ Real time ผ่านระบบ Internet of thing (IoT) สามารถน า ข้อมูลมาใช้โดยผ่านกระบวนการวางแผน วิเคราะห์ สร้างสรรค์การเรียนรู้ และคาดการณ์แนวโน้ม/ผลกระทบที่อาจ เกิดขึ นต่อเกษตรกร หน่วยงาน และประชาชน ให้สามารถเตรียมการป้องกันหรือรับมือต่อสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ นได้ อีกทั ง สามารถน าข้อมูลจากโครงการฯ ประกอบการปฏิบัติงาน ตัดสินใจ และบริหารงาน (Decision support
2
system) ได้อย่างถูกต้องและครบถ้วน โดยสามารถเชื่อมโยงข้อมูลทั งหมดได้อย่างเป็นระบบใน Platform เดียวกัน เพื่อสามารถน าข้อมูลไปใช้ประโยชน์ได้อย่างรวดเร็ว และบูรณาการการบริหารจัดการน าร่วมกันในทุกภาคส่วนที่ เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไปต่อไป
ปัจจุบันปัญหาการขาดแคลนน าเพื่อการเกษตรและการอุปโภคบริโภคในหลายพื นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะในเขตชนบทหรือพื นที่ห่างไกล ยังคงเป็นปัญหาส าคัญที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนและ ผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้งที่แหล่งน าธรรมชาติไม่เพียงพอต่อความต้องการ การจัดหาน าจาก แหล่งน าส ารอง เช่น อ่างเก็บน า จึงมีความจ าเป็นอย่างยิ่ง
พื นที่บ้านหนองชุมเห็ด ต าบลเกาะจันทร์อ าเภอเกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรี ตั งอยู่ใกล้กับอ่างเก็บน าคลองหลวง รัชชโลทร ซึ่งเป็นแหล่งน าส าคัญในพื นที่ แต่ยังขาดระบบสูบน าที่มีประสิทธิภาพในการน าน าจากอ่างเก็บน าไปใช้ ประโยชน์ในพื นที่เกษตรกรรมและการอุปโภคบริโภคของประชาชนในชุมชน
ด้วยเหตุนี จึงมีแนวคิดในการจัดท างานควบคุมระบบไฟฟ้าพร้อมอุปกรณ์ประกอบ ส าหรับงานขุดลอกแก้ม ลิงและก่อสร้างระบบกระจายน้ า ต าบลเกาะจันทร์อ าเภอเกาะจันทร์จังหวัดชลบุรีระยะทาง 0.783 กิโลเมตร (ขยายผล) 1 แห่ง (โครงการขยายผลเพิ่มศักยภาพการผลิตด้านการเกษตรเพื่อเพิ่มรายได้ของเกษตรกร ต าบล เกาะจันทร์อ าเภอเกาะจันทร์จังหวัดชลบุรี) ซึ่งใช้พลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์ในการขับเคลื่อนเครื่องสูบน า โดย ลดการพึ่งพาพลังงานไฟฟ้าจากระบบสายส่งหรือเครื่องยนต์ที่ใช้เชื อเพลิง ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุนระยะยาว แต่ยัง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับหน่วยงานในการตระหนักรู้เรื่องการประยุกต์ใช้พลังงานทดแทน
ระบบดังกล่าวใช้แผงโซลาร์เซลล์แบบบนพื นดิน ของอ่างเก็บน าบริเวณบ้านสามแยก ซึ่งได้ใช้ประโยชน์พื นที่ สูงสุดจากคันดิน ลดการรบกวนพื นที่ดิน และท าให้ประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าสูงขึ นเนื่องจากสามารถปรับระนาบของ แผงไปทางทิศที่ผลิตไฟฟ้าได้สูงสุด โครงการนี จึงสอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐในการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน
และการบริหารจัดการทรัพยากรน าอย่างยั่งยืน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื นที่ ๑.๓ วัตถุประสงค์
๑. เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์
๒. เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาวของชุมชนหรือหน่วยงานภาครัฐ โดยการใช้พลังงาน หมุนเวียนที่สะอาดและยั่งยืน
๓. เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนตามนโยบายของภาครัฐและสนับสนุนเป้าหมายด้านการพัฒนาที่ ยั่งยืน (Sustainable Development Goals)
๔. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทรัพยากรน าในพื นที่เป้าหมาย โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง หรือ พื นที่ห่างไกล
๕. เพื่อเป็นต้นแบบในการส่งเสริมและขยายผลการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในกิจการของรัฐหรือชุมชนใน อนาคต ให้การบูรณาการด้านการบริหารจัดการน าด้วยพลังานหมุนเวียน (Renewable Energy) ในพื นที่อ่างคลอง หลวงรัชชโลทรร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั งในระดับกลุ่มจังหวัด จังหวัด ท้องถิ่น/ชุมชน และประชาชน ๑.๔ วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ได้รับจัดสรร 6,000,000.00 บาท (หกล้านบาทถ้วน)
๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือท าสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราวตามที่ ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
3
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ งงานของหน่วยงาน ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการ ผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอ านาจในการด าเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั นด้วย
๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ภาครัฐก าหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กรมชลประทาน ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือไม่เป็นผู้กระท าการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ในการ เสนอราคาครั งนี
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่น ข้อเสนอได้มีค าสั่งสละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั น
2.10 เป็นผู้ประกอบการที่ขึ นทะเบียนงานก่อสร้างสาขางานก่อสร้างชลประทาน ไม่น้อยกว่าชั น …………………..ประเภท………………….. ไว้กับกรมบัญชีกลาง
2.11 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าก าหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าจะต้องมีการก าหนดสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าก าหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการ ร่วมค้านั นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าก าหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าหลักจะต้องเป็นผู้ประกอบการที่ขึ นทะเบียนไว้กับกรมบัญชีกลาง ในส่วนของผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ใช่ผู้เข้าร่วม ค้าหลักจะเป็นผู้ประกอบการที่ขึ นทะเบียนในสาขางานก่อสร้างไว้กับกรมบัญชีกลางหรือไม่ก็ได้ (เลือกใช้ในกรณีก าหนดชั้น)
ส าหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้ก าหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้า ทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่ก าหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าก าหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็น ผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอ านาจ
ส าหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้ก าหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้า ทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอ านาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า ๒.๑2 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
๒.๑3 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี
(ข้อนี้ไม่น ามาใช้กรณีก าหนดคุณสมบัติเป็นผู้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้าง)
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั งขึ นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมี มูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงิน ที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวกติดต่อกันเป็นระยะเวลา ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั งขึ นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะ การเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการก าหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจด ทะเบียนที่เรียกช าระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ ากว่า ล้านบาท
4
(๓) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ โดยพิจารณาจากบัญชีเงินฝาก ธนาคาร ณ วันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากเป็นบวกในมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณที่ยื่นข้อเสนอในครั งนั น และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั งหนึ่ง ในวันลงนามในสัญญา
(๔) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการและทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่น ข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อเพื่อมาสนับสนุนให้มูลค่าสุทธิ ของกิจการ ( Net Worth) ไม่ติดลบ หรือให้มีสภาพคล่องที่ดีจนเพียงพอต่อการยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ ที่ยื่นข้อเสนอในครั งนั น (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจ ค้าประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่ง ประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย แจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของ วงเงินสินเชื่อที่ส านักงานใหญ่รับรอง หรือที่ส านักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอ านาจจากส านักงานใหญ่) ซึ่งออก ให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน)
(๕) กรณีตาม (๑) - (๔) ยกเว้นส าหรับกรณีดังต่อไปนี
(๕.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ
(๕.๒) นิติบุคคลที่จัดตั งขึ นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๖๑
2.14 สิทธิในการรับงานของผู้ประกอบการงานก่อสร้าง สาขางานก่อสร้างชลประทาน ของกรมชลประทาน (ก าหนดกรณีก าหนดคุณสมบัติเป็นผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนงานก่อสร้าง สาขางานก่อสร้างชลประทาน ที่มีวงเงินงบประมาณเกินกว่า 100 ล้านบาทขึ้นไป)
จ านวนโครงการที่ผู้ประกอบการงานก่อสร้างสามารถรับงานก่อสร้างสาขาชลประทาน ของกรม ชลประทานได้ ดังนี
(1) ชั นพิเศษ ให้รับงานส าหรับชั นพิเศษ จ านวนโครงการไม่เกิน 2 โครงการ และชั นที่ต่ ากว่าจ านวน โครงการไม่เกิน 4 โครงการ
(2) ชั นที่ 1 ให้รับงานส าหรับชั น 1 จ านวนโครงการไม่เกิน 3 โครงการ และชั นที่ต่ ากว่า จ านวนโครงการไม่เกิน 2 โครงการ
(3) ชั นที่ 2 ให้รับงานส าหรับชั น 2 จ านวนโครงการไม่เกิน 3 โครงการ และชั นที่ต่ ากว่า จ านวนโครงการไม่เกิน 2 โครงการ
(4) ชั นที่ 3 ให้รับงานส าหรับชั น 3 จ านวนโครงการไม่เกิน 4 โครงการ และชั นที่ต่ ากว่า ไม่จ ากัดจ านวน
จ านวนโครงการก่อสร้างไม่เกิน หมายถึง จ านวนสัญญางานก่อสร้างชลประทานทั งหมด ที่ผู้ประกอบการด าเนินการอยู่ในขณะนั น และเป็นสัญญาที่มีผลงานน้อยกว่าร้อยละ 50 เทียบกับงานทั งสัญญา กรณี ไม่มีปัญหาอุปสรรคอันเกิดจากผู้ว่าจ้าง (โดยพิจารณาจากผลงานรวม ณ สิ นเดือน ก่อนที่จะมีการประกาศสิทธิในการ รับงานของกรมชลประทานในแต่ละครั ง) รวมถึงโครงการที่ผู้ประกอบการได้รับการคัดเลือกให้เข้าท าสัญญา เนื่องจาก ได้รับการประกาศให้เป็นผู้ชนะการเสนอราคา หรือได้รับสิทธิกรณีผู้ชนะการเสนอราคาไม่สามารถลงนามสัญญาได้ ทั งนี ไม่นับรวมสัญญาจ้างที่มีวงเงินไม่เกิน 100 ล้านบาท ทั งนี ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถตรวจสอบสิทธิ ในการรับงานก่อสร้างสาขางานก่อสร้างชลประทานผ่านทางเว็บไซต์การจัดซื อจัดจ้างของกรมชลประทาน http://procurement.rid.go.th
5
๓. ขอบเขตของงานที่จะด าเนินการจัดซื้อ และเอกสารแนบท้ายอื่น ๆ
เอกสารแนบท้ายอื่น ๆ
3.1 แบบรูปแสดงรายการละเอียด
3.2 เงื่อนไขทั่วไปของงานก่อสร้าง
3.3 เงื่อนไขเฉพาะของงานก่อสร้าง
3.4 รายละเอียดด้านวิศวกรรม
3.5 ข้อก าหนดอื่น
(1) หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการโอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงิน
(2) แนวทางและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้พันธบัตรรัฐบาลไทยเป็นหลักประกัน 3.6 ใบแจ้งปริมาณงานและราคา
๔. ก าหนดเวลาส่งมอบพัสดุ
ระยะเวลาส่งมอบ 90 วัน หลังจากได้รับหนังสือแจ้งให้เข้าปฏิบัติงาน
๕. ค่าสิ่งของและการจ่ายเงิน
5.1 ส าหรับการจ้างที่เป็นราคาต่อหน่วย
แบบราคาต่อหน่วย
“เมื่อผู้รับจ้างประสงค์จะส่งมอบงานช่วงหนึ่งช่วงใด ผู้รับจ้างต้องจัดท าใบส่งมอบงานที่แล้วเสร็จ พร้อมทั ง แสดงรายละเอียดปริมาณงานและราคางานที่จะส่งมอบ ตามแบบฟอร์มที่ผู้ว่าจ้างจะเป็นผู้ก าหนดให้เสนอต่อผู้ควบคุม งานของผู้ว่าจ้าง เพื่อให้ท าการตรวจสอบ
ส าหรับงานจ้างเหมาแบบราคาต่อหน่วย (UNIT PRICE) งานที่ส่งมอบงานแต่ละงวดต้องไม่น้อยกว่า 30 วัน ยกเว้นงานสุดท้าย และส่งมอบงานงวดละ 1 ครั ง
กรมจะจ่ายค่าจ้างต่อหน่วยของงานแต่ละรายการที่ได้ท าส าเร็จจริงตามราคาต่อหน่วยที่ก าหนดไว้ในใบ แจ้งปริมาณงานและราคา นอกจากในกรณีต่อไปนี
(1) เมื่อปริมาณงานที่ท าเสร็จจริงในส่วนที่เกินกว่าร้อยละ 125 (หนึ่งร้อยยี่สิบห้า) แต่ไม่เกิน ร้อยละ 150 (หนึ่งร้อยห้าสิบ) ของปริมาณงานที่ก าหนดไว้ในสัญญาหรือใบแจ้งปริมาณงานและราคา จะจ่ายให้ ในอัตราร้อยละ 90 (เก้าสิบ) ของราคาต่อหน่วยตามสัญญา
(2) เมื่อปริมาณงานที่ท าเสร็จจริงในส่วนที่เกินกว่าร้อยละ 150 (หนึ่งร้อยห้าสิบ) ของปริมาณงาน ที่ก าหนดไว้ในสัญญาหรือใบแจ้งปริมาณงานและราคา จะจ่ายให้ในอัตราร้อยละ 83 (แปดสิบสาม) ของราคาต่อหน่วย ตามสัญญา
(3) เมื่อปริมาณงานที่ท าเสร็จจริงน้อยกว่าร้อยละ 75 (เจ็ดสิบห้า) ของปริมาณงานที่ก าหนดไว้ ในสัญญาหรือใบแจ้งปริมาณงานและราคา จะจ่ายให้ตามราคาต่อหน่วยในสัญญา และจะจ่ายเพิ่มชดเชยเป็นค่า overhead และ mobilization ส าหรับงานรายการนั นในอัตราร้อยละ 17 (สิบเจ็ด) ของผลต่างระหว่างปริมาณงานทั งหมดของงาน รายการนั นตามสัญญาโดยประมาณ กับปริมาณงานที่ท าเสร็จจริงคูณด้วยราคาต่อหน่วยตามสัญญา ทั งนี การจ่ายเงินเพิ่ม ชดเชยเป็นค่า Overhead และ Mobilization ดังกล่าว ผู้ว่าจ้างจะจ่ายให้แก่ผู้รับจ้างในงวดสุดท้ายของการจ่ายเงินค่างาน ตามสัญญา
(4) กรมจะจ่ายเงินที่เพิ่มขึ นตาม (1) และ (2) ดังกล่าวข้างต้น ในงวดสุดท้ายของการจ่ายเงิน หรือก่อนงวดสุดท้ายของการจ่ายเงิน ตามที่กรมจะพิจารณาตามที่เห็นสมควร เว้นแต่กรณีที่กรมพิจารณาเห็นว่า
6
ปริมาณงานที่ท าเสร็จจริงดังกล่าว มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานอื่นที่เหลือ อีกทั งงานที่เหลืออยู่ก็มิได้มีผลกระทบต่อการ จ่ายเงินค่างานที่แล้วเสร็จจริงในงวดดังกล่าว ทั งนี กรมอาจจ่ายเงินที่เพิ่มขึ นให้แก่ผู้รับจ้างพร้อมกับการจ่ายเงินค่างาน งวดนั นๆ และการพิจารณาว่างานใดอยู่ในหลักเกณฑ์ดังกล่าวหรือไม่เป็นดุลพินิจโดยเด็ดขาดของกรม
กรมจะจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้างเป็นรายเดือนตามเนื องานที่ท าเสร็จจริง เมื่อกรมหรือเจ้าหน้าที่ของ กรมได้ท าการตรวจสอบผลงานที่ท าเสร็จแล้ว และปรากฏว่าเป็นที่พอใจตรงตามข้อก าหนดแห่งสัญญาทุกประการกรม จะออกหนังสือรับรองการรับมอบงานนั นให้ไว้แก่ผู้รับจ้าง
การจ่ายเงินงวดสุดท้ายจะจ่ายให้เมื่องานทั งหมดตามสัญญาได้แล้วเสร็จทุกประการ
๖. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั งนี กรมพิจารณาตัดสิน โดยใช้หลักเกณฑ์ ราคา
๗. อัตราค่าปรับ
๗.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างน างานที่ได้รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นท าอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก ผู้ว่าจ้าง จะ ก าหนดค่าปรับส าหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจ านวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงานจ้างช่วงนั น ๗.๒ ค่าปรับตามแบบสัญญาซื อขายแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี หรือข้อตกลงซื อขาย เป็น หนังสือ ให้คิดในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าสิ่งของที่ยังไม่ได้รับมอบต่อวัน ของราคาค่าจ้าง
๘. การก าหนดระยะเวลารับประกันความช ารุดบกพร่อง
ผู้รับจ้างจะต้องรับประกันความช ารุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ นภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี…-… เดือนนับถัดจากวันที่กรมได้รับมอบงาน โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิมภายใน……15.….วัน นับ ถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความช ารุดบกพร่อง
9. การจ่ายเงินล่วงหน้า (ถ้ามี)
ผู้ยื่นข้อเสนอมีสิทธิเสนอขอรับเงินล่วงหน้า ในอัตราไม่เกินร้อยละ 15 ของราคาค่าจ้างทั งหมด แต่ทั งนี จะต้องส่งมอบหลักประกันเงินล่วงหน้า เป็นพันธบัตรรัฐบาลไทย หรือหนังสือค าประกัน หรือหนังสือ ค าประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศตามแบบที่กรมบัญชีกลางก าหนด ให้แก่กรมชลประทาน ก่อนรับเงินล่วงหน้านั น
ผู้ว่าจ้างจะจ่ายเงินค่าจ้างล่วงหน้าให้แก่ผู้รับจ้างครั งเดียวเต็มจ านวนตามสัญญาข้อ 5 เมื่อผู้รับจ้างร้องขอ และต้องร้องขอครั งเดียวเต็มจ านวนเท่านั น โดยผู้รับจ้างต้องร้องขอเป็นหนังสือก่อนการส่งมอบงานงวดแรก กรณีผู้รับจ้างได้วางหลักประกันการรับเงินค่าจ้างล่วงหน้าไว้หลายฉบับ ซึ่งแต่ละฉบับมีมูลค่าเท่ากับจ านวนเงิน ค่าจ้างล่วงหน้าที่ผู้ว่าจ้างจะต้องหักไว้ในแต่ละงวด หากผู้ว่าจ้างได้หักเงินค่าจ้างล่วงหน้าในงวดใดแล้ว ผู้รับจ้างมีสิทธิ ขอคืนหลักประกันการรับเงินค่าจ้างล่วงหน้าในงวดนั นได้
10. การหักเงินประกันผลงาน (ถ้ามี)
ในการจ่ายเงินแต่ละงวด กรมชลประทาน จะหักเงินจ านวนร้อยละ 10 ของเงินที่ต้องจ่ายในงวดนั นเพื่อเป็น ประกันผลงาน ในกรณีที่เงินประกันผลงานจะต้องถูกหักไว้ไม่ต่ ากว่าร้อยละ 5 ของค่าจ้างทั งหมด ผู้รับจ้างมีสิทธิที่จะ ขอเงินประกันผลงานคืน โดยผู้รับจ้างจะต้องน าหนังสือค าประกันของธนาคาร หรือหนังสือค าประกันอิเล็กทรอนิกส์ ของธนาคารในประเทศ มาวางไว้ต่อกรมชลประทาน เพื่อเป็นหลักประกันแทน
7
กรมชลประทานจะคืนเงินประกันผลงาน และ/หรือหนังสือค าประกันของธนาคารดังกล่าวให้แก่ผู้รับจ้างพร้อม กับการจ่ายเงินค่าจ้างงวดสุดท้าย
11. การปรับราคาค่างานก่อสร้าง
การปรับราคาค่างานก่อสร้างตามหลักสูตรการปรับราคา จะน ามาใช้ในกรณีที่ค่างานก่อสร้างลดลง หรือเพิ่มขึ น โดยวิธีการตามเงื่อนไข หลักเกณฑ์ สูตรและวิธีค านวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้ตามมติ คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2532 เรื่อง การพิจารณาช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพงานก่อสร้าง ตามหนังสือ ส านักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร 0203/ว 109 ลงวันที่ 24 สิงหาคม 2532 และหนังสือส านักงบประมาณ ที่ นร 0731.1/ว 104 ลงวันที่ 13 มิถุนายน 2561 เรื่อง ซักซ้อมความเข้าใจแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับวันเปิดซอง ที่ใช้ในการค านวณเงินเพิ่มหรือลดค่างานตามสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K)
สูตรการปรับราคา (สูตรค่า K) จะต้องคงที่ที่ระดับที่ก าหนดไว้ในสัญญา หรือภายในระยะเวลาที่กรมได้ขยาย ออกไป โดยจะใช้สูตรของทางราชการที่ได้ระบุไว้ในเอกสารการจ้างก่อสร้าง
12. มาตรฐานฝีมือช่าง
เมื่อกรมได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใดให้เป็นผู้รับจ้างและได้ตกลงจ้างก่อสร้างนี แล้ว ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องตก ลงว่าในการปฏิบัติงานก่อสร้างดังกล่าว ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีและใช้ผู้ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือช่างหรือผู้ผ่านการ ทดสอบมาตรฐานฝีมือช่างจาก สถาบันของทางราชการ หรือผู้มีวุฒิบัตรระดับ ปวช. ปวส. และ ปวท. หรือเทียบเท่า จากสถาบันการศึกษาที่ ก.พ. รับรองให้เข้ารับราชการได้ ในอัตราไม่ต่ ากว่าร้อยละ 10 ของแต่ละสาขาช่าง แต่จะต้องมี
จ านวนช่างอย่างน้อย 1 คน ในแต่ละสาขาช่าง ดังต่อไปนี
12.1 ช่างไฟฟ้า
12.2 ช่างเครื่องกล
13. การส่งเสริมการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่จะใช้ในงานก่อสร้าง เป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ โดยต้องใช้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานก่อสร้างทั งหมดตามสัญญา และด าเนินการตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี
(1) ให้ใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศซึ่งต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที่ต้องใช้ในงานก่อสร้างทั งหมด ตามสัญญา
(2) หากการใช้เหล็กตามข้อ (1) ยังไม่ครบร้อยละของมูลค่าที่ก าหนดให้ใช้พัสดุส่งเสริมการผลิตภายในประเทศ (ร้อยละ 60) ให้ผู้รับจ้างใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศประเภทอื่นให้ครบตามร้อยละของมูลค่าที่ก าหนดได้ ทั งนี ผู้รับจ้างต้องจัดท าแผนการใช้พัสดุที่ผลิตในประเทศ และแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ เสนอผู้ว่าจ้างภายใน 60 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ตามแบบเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลาด าเนินการตามสัญญาไม่เกิน 60 วัน
14. หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการโอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงิน การ โอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงินค่ าซื อทรัพย์สิน ค่าจ้างท าของ หรือค่าเช่าทรัพย์สิน จะกระท าได้เฉพาะ กรณีตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กรมก าหนด ตามค าสั่งกรมชลประทานที่บังคับใช้ในขณะนั น (ปัจจุบันค าสั่งกรม ที่ 98/2562 ลงวันที่ 26 กรกฎาคม 2562) ดังนี
(1) ผู้ขาย ผู้รับจ้าง หรือ ผู้ให้เช่า โอนให้แก่ธนาคารภายในประเทศ บริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุน
8
หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค าประกันตามประกาศ ของธนาคารแห่งประเทศไทย
(2) ผู้รับโอนตามข้อ (1) ดังกล่าวข้างต้น โอนกลับคืนให้แก่ผู้ขาย ผู้รับจ้าง หรือผู้ให้เช่า
15. แนวทางและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้พันธบัตรรัฐบาลไทยเป็นหลักประกัน
การใช้พันธบัตรรัฐบาลไทยเป็นหลักประกัน ให้เป็นไปตามแนวทางและวิธีปฏิบัติที่กรมก าหนด (บันทึกกองการเงินและบัญชี ที่ กงบ.1430/2558 ลงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2558)
16. การจัดท าแผนการท างาน การประเมินผลการด าเนินงานตามแผนงาน และการบอกเลิกสัญญา 16.1 คู่สัญญาต้องจัดท าแผนการท างานมาให้ภายใน…..15……วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยจัดท าแผนการท างานตามเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่เป็นกรณีสัญญา ที่มีวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท ทั งนี แผนการท างานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา 16.2 การประเมินผลการด าเนินงานตามแผนงาน และการบอกเลิกสัญญา ผู้ว่าจ้างจะพิจารณาจาก หลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังนี
16.2.1 เมื่อล่วงเลยระยะเวลาไปเกิน 1 ใน 2 ของระยะเวลาตามแผนงานแล้ว คู่สัญญามีผลงาน สะสมไม่ถึงร้อยละ 25 ของวงเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้าง โดยความล่าช้าเป็นความผิดของคู่สัญญา 16.2.2 เมื่อล่วงเลยระยะเวลาไปเกิน 1 ใน 2 ของระยะเวลาตามแผนงานแล้ว ปรากฏกรณี ดังต่อไปนี
(1) คู่สัญญามีผลงานประจ าเดือนที่ตั งไว้ไม่ถึงร้อยละ 50 ของแผนงานประจ าเดือน และ
(2) ผลงานสะสมไม่ถึงร้อยละ 50 ของวงเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้าง โดยความล่าช้าเป็นความผิด ของคู่สัญญา
16.2.3 เมื่อล่วงเลยระยะเวลาไปเกิน 3 ใน 4 ของระยะเวลาตามแผนงานแล้ว คู่สัญญามีผลงานไม่ ถึงร้อยละ 65 ของวงเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้าง โดยความล่าช้าเป็นความผิดของคู่สัญญา
16.2.4 เมื่อครบก าหนดส่งมอบตามสัญญา ผลงานสะสมน้อยกว่าร้อยละ 85 ของวงเงินค่าพัสดุ หรือค่าจ้าง
16.2.5 เมื่อครบก าหนดส่งมอบตามสัญญา หากสัญญาหรือข้อตกลงมีจ านวนค่าปรับจะเกิน ร้อยละ 10 ของวงเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้าง กรมจะด าเนินการตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ข้อ 183
หากปรากฏว่า เข้าเงื่อนไขกรณีหนึ่งกรณีใดตามข้อ 16.2.1 - 16.2.5 กรมชลประทานสามารถ ใช้ดุลพินิจในการพิจารณาบอกเลิกสัญญาตามมาตรา 103 วรรคหนึ่ง (2) แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560
17. ระบบการจัดการความปลอดภัยในการท างานก่อสร้าง
(ใช้กรณีงานตามข้อก าหนดมาตรฐานป้องกันและควบคุมอุบัติเหตุในการก่อสร้าง ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อ วันที่ 20 มิถุนายน 2543)
เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและสุขภาพอนามัยในการท างานแก่ผู้ปฏิบัติงานในโครงการ ทั งของผู้ว่าจ้าง และผู้รับจ้าง จึงก าหนดให้ผู้รับจ้างด าเนินการดังต่อไปนี
9
- ผู้รับจ้างจะต้องจัดท าแผนปฏิบัติงานความปลอดภัยในการท างานอย่างละเอียดและชัดเจน ให้สอดคล้องกับระบบการจัดการความปลอดภัยในการท างานก่อสร้าง แล้วยื่นต่อผู้ว่าจ้างหรือคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุก่อนการด าเนินการก่อสร้างภายใน 30 วัน (สามสิบ) นับตั งแต่วันเริ่มท าสัญญาว่าจ้างผู้รับจ้าง ต้องปฏิบัติงานตามแผนปฏิบัติงานดังกล่าวอย่างเคร่งครัดให้สอดคล้องกับสัญญาว่าจ้าง พร้อมรายงานผลการ ด าเนินงานตามแผนการปฏิบัติงานความปลอดภัยดังกล่าวให้ผู้ว่าจ้างทราบอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั ง
- ผู้รับจ้างต้องเตรียมรวบรวมข้อมูลพื นฐานที่จะต้องมาก าหนดกระบวนการของการวางแผน ให้สอดคล้องและครอบคลุมหัวข้อหลักๆของระบบการจัดการความปลอดภัยฯ ที่ก าหนดไว้ตามข้อ 1 หรือตามที่ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุเป็นผู้ก าหนด
- ผู้รับจ้างต้องศึกษากฎหมายและข้อก าหนดต่างๆ รวมทั งขั นตอนและวิธีการก่อสร้างโครงการดังกล่าว อย่างละเอียด เพื่อจัดท าแผนปฏิบัติงานความปลอดภัยฯ อย่างเป็นรูปธรรมและสามารถปฏิบัติได้จริงยื่นต่อผู้ว่าจ้าง ตามที่ก าหนดไว้ในข้อ 1.
- ผู้รับจ้างต้องจัดบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันอุบัติเหตุอันตรายที่อาจจะเกิดขึ น ให้เพียงพอและเหมาะสม เพื่อก าหนดโครงสร้างและหน้าที่บทบาทของผู้เกี่ยวข้องด้านความปลอดภัยฯ ให้ชัดเจน 5. ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามระเบียบหรือเงื่อนไขสัญญาจ้างที่ผู้ว่าจ้างก าหนดไว้อย่างเคร่งครัด 6. ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎหมายและข้อก าหนดที่เกี่ยวกับความปลอดภัยและสุขภาพอนามัยในการ ท างานอย่างเคร่งครัด
- ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบติดตามวิธีการท างานและสภาพการท างานในหน่วยงานก่อสร้างให้เกิดความ ปลอดภัยในการท างานตามแผนปฏิบัติงานความปลอดภัยฯที่ก าหนดไว้อย่างเคร่งครัด พร้อมปรับปรุงแก้ไข ให้เหมาะสมและสามารถปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
- ผู้รับจ้างต้องประเมินผลความส าเร็จหรือความล้มเหลวของกิจกรรมที่วางแผนไว้ เพื่อน ามาปรับปรุงแก้ไข ในการบริหารการจัดการในงานก่อสร้างให้ดีขึ น
- ค่าใช้จ่ายในการด าเนินการเกี่ยวกับระบบการจัดการความปลอดภัยในการท างานก่อสร้างทั งหมด ให้คิดรวมอยู่ในค่าด าเนินการของงานก่อสร้างตามที่ระบุในใบแจ้งปริมาณงานและราคาของสัญญานี
- ช่องทางติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างขอบเขตของงาน ผู้สนใจต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม หรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างขอบเขตของงาน โปรดสอบถามหรือแสดงความคิดเห็นมายังกรมชลประทาน ผ่านทางอีเมล์………………………………………………………. หรือช่องทางตามที่กรมบัญชีกลางก าหนด