ประกวดราคาจ้างก่อสร้างปรับปรุงพื้นที่จอดรถสถานปฏิบัติการเภสัชกรรมชุมชน จำนวน 1 งาน ของคณะเภสัชศาสตร์
โครงการปรับปรุงพื้นที่จอดรถสถานปฏิบัติการเภสัชกรรมชุมชน มหาวิทยาลัยนเรศวร มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อปรับปรุงและพัฒนาพื้นที่จอดรถให้มีประสิทธิภาพและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น การดำเนินงานจะอยู่ภายใต้สัญญาแบบปรับราคาได้ (Contract Price Adjustment) ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดโดยกระทรวงพาณิชย์ โดยผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการใช้สัญญาแบบปรับราคาได้ ซึ่งครอบคลุมถึงการแจ้งและประกาศให้ผู้รับจ้างทราบ การระบุในสัญญาจ้าง การกำหนดประเภทงานก่อสร้าง สูตรและวิธีการคำนวณที่ชัดเจน การขอเงินเพิ่มหรือลดค่างานภายในระยะเวลาที่กำหนด และการตรวจสอบการคำนวณโดยสำนักงบประมาณ ประเภทงานก่อสร้างที่ระบุในเอกสารนี้มีหลากหลาย เช่น งานอาคาร งานดิน งานทาง โดยแต่ละประเภทจะมีสูตรการคำนวณค่า K (Escalation Factor) ที่แตกต่างกันไป ซึ่งคำนวณจากดัชนีราคาวัสดุต่างๆ เช่น ซีเมนต์ เหล็ก วัสดุก่อสร้าง น้ำมันดีเซล เป็นต้น การคำนวณค่า K จะใช้เลขทศนิยม 3 ตำแหน่ง และจะพิจารณาปรับเพิ่มหรือลดราคางานเมื่อค่า K เปลี่ยนแปลงไปมากกว่า 4% จากค่า K ในเดือนเปิดซองราคา โดยไม่คิด 4% แรก การส่งมอบงานและค่างานจะดำเนินการตามงวดงานที่กำหนด และการจ่ายเงินจะพิจารณาตามความคืบหน้าของงานและผลการคำนวณค่า K ที่แน่นอนแล้ว
English summary
This project involves the renovation of the parking area at the Community Pharmacy, Naresuan University. The primary objective is to enhance the efficiency and convenience of the parking facilities. The project will be executed under a Contract Price Adjustment (CPA) agreement, adhering to the criteria set by the Ministry of Commerce. Contractors must comply with the terms of the CPA, including notification and announcement to the contractor, explicit mention in the contract, clear definition of construction types, calculation formulas, and procedures for price adjustments. Claims for additional payments or deductions must be submitted within the stipulated timeframe, and all calculations are subject to review and approval by the Bureau of the Budget. The TOR details various construction categories, such as building works, earthworks, and roadworks, each with specific formulas for calculating the Escalation Factor (K). This factor is derived from price indices of construction materials like cement, steel, general construction materials, and diesel fuel. Calculations for K will use three decimal places. Price adjustments will be considered when the calculated K value deviates by more than 4% from the K value at the bid opening date, excluding the initial 4%. Payment will be made in installments based on work progress, with final adjustments determined after the K value for each payment period is confirmed.
สถานปฏิบัติการเภสัชกรรมชุมชน
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- ปรับปรุงพื้นที่จอดรถสถานปฏิบัติการเภสัชกรรมชุมชน มหาวิทยาลัยนเรศวร
- เพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานพื้นที่จอดรถ
- สร้างความสะดวกสบายในการใช้บริการพื้นที่จอดรถ
ขอบเขตของงาน
- ดำเนินการปรับปรุงพื้นที่จอดรถตามที่ระบุในสัญญา
- ปฏิบัติตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ของสัญญาแบบปรับราคาได้ (Contract Price Adjustment)
- คำนวณค่า K (Escalation Factor) ตามประเภทงานก่อสร้างและดัชนีราคาวัสดุที่เกี่ยวข้อง
- ส่งมอบงานตามงวดงานที่กำหนด
- ปฏิบัติตามวิธีการคำนวณที่ระบุในเอกสาร
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- พื้นที่จอดรถที่ได้รับการปรับปรุงแล้วเสร็จตามแบบและข้อกำหนด
- เอกสารการส่งมอบงานงวดต่างๆ
- เอกสารการคำนวณค่า K และการขอปรับราคา (ถ้ามี)
ระยะเวลาดำเนินการ
- ไม่ระบุระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดโครงการอย่างชัดเจนในเอกสารที่ให้มา
- ระบุว่าการขอเงินเพิ่มค่างานก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาได้ เป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างที่จะต้องเรียกร้องภายในกำหนด 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานงวดสุดท้าย
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- เป็นนิติบุคคล หรือ บุคคลธรรมดา ที่มีอาชีพรับจ้างก่อสร้าง
- มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่ระบุในเอกสารประกวดราคา
- Standards Compliance:
- ไม่ระบุข้อกำหนดเฉพาะเกี่ยวกับมาตรฐาน ISO หรือมาตรฐานสากลอื่นๆ
- Experience:
- ไม่ระบุข้อกำหนดเฉพาะเกี่ยวกับประสบการณ์ทำงานที่ผ่านมา (เช่น จำนวนปีที่ดำเนินธุรกิจ หรือประเภทของโครงการที่เคยทำ)
- Previous Project Cost:
- ไม่ระบุข้อกำหนดเฉพาะเกี่ยวกับมูลค่าโครงการที่เคยทำ
- Technical Capabilities:
- ไม่ระบุข้อกำหนดเฉพาะเกี่ยวกับทักษะทางเทคนิค อุปกรณ์ หรือทรัพยากรที่ต้องการ
- Personnel:
- ไม่ระบุข้อกำหนดเฉพาะเกี่ยวกับคุณวุฒิการศึกษา ใบอนุญาต หรือจำนวนบุคลากร
เกณฑ์การพิจารณา
- การพิจารณาเพิ่มหรือลดราคาค่างานจ้างเหมาก่อสร้างให้คำนวณตามสูตรที่กำหนดไว้ในเอกสาร
- การคำนวณค่า K (Escalation Factor) โดยใช้ดัชนีราคาวัสดุที่จัดทำโดยกระทรวงพาณิชย์
- การพิจารณาเงินเพิ่มหรือลดราคาค่างานจากราคาที่ผู้รับจ้างทำสัญญาตกลงกับผู้ว่าจ้าง เมื่อค่า K เปลี่ยนแปลงไปมากกว่า 4% ขึ้นไป (โดยไม่คิด 4% แรก)
- การพิจารณาคํานวณเงินเพิ่มหรือลด และการจ่ายเงินเพิ่มหรือเรียกเงินคืนจากผู้รับจ้างตามเงื่อนไขของสัญญาแบบปรับราคาได้ ต้องได้รับการตรวจสอบและเห็นชอบจากสํานักงบประมาณ
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- เอกสารที่ให้มาเน้นที่เงื่อนไขและหลักเกณฑ์ของสัญญาแบบปรับราคาได้ (Contract Price Adjustment) และสูตรการคำนวณค่า K (Escalation Factor) สำหรับงานก่อสร้างประเภทต่างๆ
- ไม่ได้ระบุรายละเอียดทางเทคนิคของการปรับปรุงพื้นที่จอดรถโดยตรง เช่น ขนาดพื้นที่ วัสดุที่ใช้ หรือแบบก่อสร้าง
- มีการระบุประเภทงานก่อสร้างและสูตรการคำนวณค่า K สำหรับงานต่างๆ เช่น งานอาคาร, งานดิน, งานทาง (ผิวทาง, ท่อระบายน้ำ, โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก, โครงสร้างเหล็ก)
เงื่อนไขสัญญา
- สัญญาแบบปรับราคาได้ (Contract Price Adjustment): ใช้กับงานก่อสร้างทุกประเภท รวมถึงงานปรับปรุงและซ่อมแซม
- การปรับราคา: เพิ่มหรือลดค่างานจากค่างานเดิมตามสัญญา เมื่อดัชนีราคาเปลี่ยนแปลงสูงขึ้นหรือลดลง
- การแจ้งและการประกาศ: ผู้ว่าจ้างต้องแจ้งและประกาศให้ผู้รับจ้างทราบ และต้องระบุในสัญญาจ้าง
- การขอเงินเพิ่ม/ลด: ผู้รับจ้างต้องเรียกร้องภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ส่งมอบงานงวดสุดท้าย
- การตรวจสอบ: การคำนวณต้องได้รับการตรวจสอบและเห็นชอบจากสำนักงบประมาณ
- การคำนวณค่า K: ใช้เลขทศนิยม 3 ตำแหน่งทุกขั้นตอน โดยไม่มีการปัดเศษ
- การพิจารณาปรับราคา: พิจารณาเฉพาะส่วนที่เกิน 4% ขึ้นไป (ไม่คิด 4% แรก)
- กรณีล่าช้า: หากผู้รับจ้างผิดสัญญา ค่า K ที่ใช้คำนวณค่างาน จะเป็นค่า K ของเดือนสุดท้ายตามอายุสัญญา หรือค่า K ของเดือนที่ส่งมอบงานจริง แล้วแต่ค่าใดจะมีค่าน้อยกว่า
- การจ่ายเงิน: จ่ายค่าจ้างงานที่ทำได้แต่ละงวดไปก่อน ส่วนค่างานเพิ่มหรือลดจะคำนวณเมื่อทราบดัชนีราคาที่แน่นอนแล้ว
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- คำถาม: โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร?
คำตอบ: เพื่อปรับปรุงพื้นที่จอดรถสถานปฏิบัติการเภสัชกรรมชุมชน มหาวิทยาลัยนเรศวร ให้มีประสิทธิภาพและสะดวกสบายยิ่งขึ้น - คำถาม: สัญญาที่ใช้ในโครงการนี้เป็นสัญญาประเภทใด?
คำตอบ: เป็นสัญญาแบบปรับราคาได้ (Contract Price Adjustment) - คำถาม: การปรับเพิ่มหรือลดค่างานจะเกิดขึ้นเมื่อใด?
คำตอบ: เมื่อดัชนีราคาวัสดุที่จัดทำโดยกระทรวงพาณิชย์มีการเปลี่ยนแปลงสูงขึ้นหรือลดลงจากเดิม และส่วนที่เปลี่ยนแปลงเกินกว่า 4% จากค่า K ในเดือนเปิดซองราคา - คำถาม: ใครเป็นผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบและเห็นชอบการคำนวณเงินเพิ่มหรือลด?
คำตอบ: สำนักงบประมาณ - คำถาม: ผู้รับจ้างต้องเรียกร้องเงินเพิ่มค่างานภายในระยะเวลากี่วัน?
คำตอบ: ภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานงวดสุดท้าย - คำถาม: สูตรการคำนวณค่า K (Escalation Factor) มีความแตกต่างกันอย่างไร?
คำตอบ: สูตรจะแตกต่างกันไปตามประเภทของงานก่อสร้าง เช่น งานอาคาร งานดิน งานทาง ซึ่งแต่ละสูตรจะใช้ดัชนีราคาวัสดุที่แตกต่างกัน - คำถาม: เอกสาร TOR นี้มีรายละเอียดเกี่ยวกับแบบก่อสร้างหรือข้อกำหนดทางเทคนิคของการปรับปรุงพื้นที่จอดรถหรือไม่?
คำตอบ: เอกสารที่ให้มาเน้นที่เงื่อนไขสัญญาและวิธีการคำนวณค่า K เป็นหลัก ไม่ได้ระบุรายละเอียดทางเทคนิคของการปรับปรุงพื้นที่จอดรถโดยตรง - คำถาม: การคำนวณค่า K ต้องใช้ทศนิยมกี่ตำแหน่ง?
คำตอบ: กำหนดให้ใช้เลขทศนิยม 3 ตำแหน่งทุกขั้นตอนโดยไม่มีการปัดเศษ - คำถาม: หากผู้รับจ้างไม่สามารถทำก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามสัญญา จะมีผลต่อการคำนวณค่า K อย่างไร?
คำตอบ: ค่า K ที่จะนำมาใช้คำนวณค่างาน จะเป็นค่า K ของเดือนสุดท้ายตามอายุสัญญา หรือค่า K ของเดือนที่ส่งมอบงานจริง แล้วแต่ค่า K ตัวใดจะมีค่าน้อยกว่า - คำถาม: การจ่ายเงินแต่ละงวดจะคำนวณอย่างไร?
คำตอบ: จ่ายค่าจ้างงานที่ผู้รับจ้างทำได้แต่ละงวดไปก่อน ส่วนค่างานเพิ่มหรือลดจะคำนวณเมื่อทราบดัชนีราคาค่าวัสดุก่อสร้างที่แน่นอนแล้ว
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
-1-
โครงการ ปรับปรุงพื้นที่จอดรถสถานปฏิบัติการเภสัชกรรมชุมชน จํานวน 1 งาน สถานที่ก่อสร้าง สถานปฏิบัติการเภสัชกรรมชุมชน มหาวิทยาลัยนเรศวร
เงื่อนไข หลักเกณฑ์ ประเภทงานก่อสร้าง สูตรและวิธีการคํานวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้
ก. เงื่อนไขและหลักเกณฑ์
- สัญญาแบบปรับราคาได้นี้ให้ใช้กับงานก่อสร้างทุกประเภท รวมถึงงานปรับปรุงและซ่อมแซม ซึ่ง เบิกจ่ายค่างานในลักษณะหมวดค่าครุภัณฑ์ ที่ดิน และสิ่งก่อสร้าง หมวดเงินอุดหนุนและหมวดรายจ่ายอื่นที่เบิกจ่ายใน ลักษณะค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง ที่อยู่ในเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ตามที่ได้กําหนดนี้
- สัญญาแบบปรับราคาได้นี้ให้ใช้ทั้งในกรณีเพิ่มหรือลดค่างานจากค่างานเดิมตามสัญญา เมื่อดัชนี ราคาซึ่งจัดทําขึ้นโดยกระทรวงพาณิชย์ มีการเปลี่ยนแปลงสูงขึ้นหรือลดลงจากเดิม ขณะเมื่อวันเปิดซองประกวดราคา สําหรับกรณีที่จัดจ้างโดยวิธีอื่น ให้ใช้วันเปิดซองราคาแทน
- การนําสัญญาแบบปรับราคาได้ไปใช้นั้น ผู้ว่าจ้างต้องแจ้งและประกาศให้ผู้รับจ้างทราบ เช่น ในการ ประกวดราคาฯ และต้องระบุในสัญญาจ้างด้วยว่างานจ้างเหมานั้นๆ จะใช้สัญญาแบบปรับราคาได้ พร้อมทั้งกําหนด ประเภทของงานก่อสร้าง สูตรและวิธีการคํานวณที่ให้มีการปรับเพิ่มหรือลดค่างานไว้ให้ชัดเจน
ในกรณีที่มีงานก่อสร้างหลายประเภทในงานจ้างคราวเดียวกัน จะต้องแยกประเภทงานก่อสร้างแต่ละ
ประเภทให้ชัดเจนตามลักษณะของงานก่อสร้างนั้นๆ และให้สอดคล้องกับสูตรที่กําหนดไว้ - การขอเงินเพิ่มค่างานก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาได้นี้ เป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างที่จะต้องเรียกร้อง ภายในกําหนด 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานงวดสุดท้าย หากพ้นกําหนดนี้ไปแล้ว ผู้รับจ้างไม่มีสิทธิที่จะ เรียกร้องเงินเพิ่มค่างานก่อสร้างจากผู้ว่าจ้างได้อีกต่อไป และในกรณีที่ผู้ว่าจ้างจะต้องเรียกเงินคืนจากผู้รับจ้าง ให้ผู้ว่าจ้างที่ เป็นคู่สัญญารีบเรียกเงินคืนจากผู้รับจ้างโดยเร็ว หรือให้หักค่างานของงวดต่อไป หรือให้หักเงินจากหลักประกันสัญญา
แล้วแต่กรณี - การพิจารณาคํานวณเงินเพิ่มหรือลด และการจ่ายเงินเพิ่มหรือเรียกเงินคืนจากผู้รับจ้างตามเงื่อนไขของ สัญญาแบบปรับราคาได้ ต้องได้รับการตรวจสอบและเห็นชอบจากสํานักงบประมาณและให้ถือการพิจารณาวินิจฉัยของ สํานักงบประมาณเป็นที่สิ้นสุด
ข. ประเภทของงานก่อสร้างและสูตรที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้
ในการพิจารณาเพิ่มหรือลดราคาค่างานจ้างเหมาก่อสร้างให้คํานวณตามสูตรดังนี้
P = (Po) X (K)
กําหนดให้ P = ราคาค่างานต่อหน่วยหรือราคาค่างานเป็นงวดที่จะต้องจ่ายให้ผู้รับจ้าง
Po = ราคาค่างานต่อหน่วยที่ผู้รับจ้างประมูลได้ หรือราคาค่างานเป็นงวดซึ่งระบุไว้ในสัญญาแล้วแต่กรณี K = ESCALATION FACTOR ที่หักด้วย 4% เมื่อต้องเพิ่มค่างานหรือบวกเพิ่ม4%เมื่อต้องเรียกค่างานคืน
Open
/ค่า ESCALATION… -2-
-2-
ค่า ESCALATION FACTOR K หาได้จากสูตร ซึ่งแบ่ง ตามประเภทและลักษณะงานดังนี้
หมวดที่ 1 งานอาคาร
งานอาคาร หมายถึง ตัวอาคาร เช่น ที่ทําการ โรงเรียน โรงพยาบาล หอพัก ที่พักอาศัย หอประชุม อัฒจันทร์ ยิมเนเซียม สระว่ายน้ํา โรงอาหาร คลังพัสดุ โรงงาน รั้ว เป็นต้น และให้หมายความรวมถึง
1.1 ไฟฟ้าของอาคารบรรจบถึงสายเมนจําหน่าย แต่ไม่รวมถึงหม้อแปลงและระบบไฟฟ้าภายในบริเวณ
1.2 ประปาของอาคารบรรจบถึงท่อเมนจําหน่าย แต่ไม่รวมถึงระบบประปาภายในบริเวณ
1.3 ระบบท่อหรือระบบสายส่งต่างๆ ที่ติดหรือฝังอยู่ในส่วนของอาคาร เช่น ท่อปรับอากาศ ท่อก๊าซ สายไฟฟ้า สําหรับเครื่องปรับอากาศ สายล่อฟ้า ฯลฯ
1.4 ทางระบายน้ําของอาคารจนถึงทางระบายน้ําภายนอก
1.5 ส่วนประกอบที่จําเป็นสําหรับอาคาร เฉพาะส่วนที่ติดกับอาคาร โดยต้องสร้างหรือประกอบพร้อมกับการ ก่อสร้างอาคาร แต่ไม่รวมถึงเครื่องจักรหรือเครื่องมือกลที่นํามาประกอบหรือติดตั้ง เช่น ลิฟท์ เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่อง สูบน้ํา เครื่องปรับอากาศ พัดลม ฯลฯ
1.6 ทางเท้ารอบอาคาร ดินถม ดินตัก ห่างจากอาคารโดยรอบไม่เกิน 3 เมตร
ใช้สูตร K = 0.25 + 0.15 It / lo + 0.10 Ct / Co + 0.40 Mt / Mo + 0.10 St / So
หมวดที่ 2 งานดิน
2.1 งานดิน หมายถึง การขุดดิน การตักดิน การบดอัดดิน การขุดเปิดหน้าดิน การเกลี่ยบดอัดดินการขุดถม อัดแน่นเขื่อน คลอง คันคลอง คันกั้นน้ํา คันทาง ซึ่งต้องใช้เครื่องจักรเครื่องมือกลปฏิบัติงาน
สําหรับการถมดินให้หมายความถึงการถมดิน หรือทราย หรือวัสดุอื่น ที่มีการควบคุมคุณสมบัติของวัสดุนั้น ๆ และ มีข้อกําหนดวิธีการถม รวมทั้งมีการบดอัดแน่นโดยใช้เครื่องจักร เครื่องมือกลเพื่อให้ได้มาตราฐานที่กําหนดไว้ เช่นเดียวกับ งานก่อสร้างถนน หรือเขื่อนชลประทาน
ทั้งนี้ ให้รวมถึงงานประเภท EMBANKMENT, EXCAVATION, SUBBASE, SELECTED MATERIAL,
UNTREATED BASE SHOULDER
ให้สูตร K = 0.30 + 0.10 It / Io + 0.40 Et / Eo + 0.20 Ft / Fo
ๆ
2.2 งานเรียงหิน หมายถึง งานหินขนาดใหญ่นํามาเรียงกันเป็นชั้นให้เป็นระเบียบจนได้ความหนาที่ต้องการ โดย ในช่องว่างหินจะแซมด้วยหินย่อย หรือกรวดขนาดต่าง ๆ และทรายให้เต็มช่องว่าง มีการควบคุมคุณสมบัติของวัสดุ และมี ข้อกําหนดวิธีปฏิบัติโดยใช้เครื่องจักร เครื่องมือกล หรือแรงคน และให้หมายความรวมถึงงานหินทิ้ง งานหินเรียงยาแนว หรืองานหินใหญ่ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน เพื่อการป้องกันการกัดเซาะพังทลายของลาดตลิ่งและท้องลําน้ํา
ใช้สูตร K = 0.40 + 0.20 It / To +0.20 Mt / Mo + 0.20 Ft /Fo
2.3 งานเจาะระเบิดหิน หมายถึง งานเจาะระเบิดหินทั่ว ๆ ไป ระยะทางขนย้ายไป กลับประมาณไม่เกิน 2
กิโลเมตร ยกเว้นงานเจาะระเบิดอุโมงค์ ซึ่งต้องใช้เทคนิคชั้นสูง
เราวิทยาลัยพยศา
ใช้สูตร K = 0.45 + 0.15 It / Io + 0.10 Mt / Mo + 0.20 Et / Eo + 0.10 Ft / Fo
/หมวดที่ 3… -3-
-3-
หมวดที่ 3 งานทาง
3.1 งานผิวทาง PRIME COAT, TACK COAT, SEAL COAT ใช้สูตร K =0.30 + 0.40 At / Ao + 0.20 Et / Eo + 0.10 Ft / Fo
3.2 งานผิวทาง SURFACE TREATMENT SLURRY SEAL
ใช้สูตร K =0.30 + 0.10 Mt / Mo + 0.30 At / Ao + 0.20 Et / Eo + 0.10 Ft / Fo
3.3 งานผิวทาง ASPHALTIC CONCRETE, PENETRATION MACADAM
ใช้สูตร K =0.30 + 0.10 Mt / Mo + 0.40 At / Ao + 0.10 Et / Eo + 0.10 Ft / Fo
3.4 งานผิวถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก หมายถึง ผิวถนนคอนกรีตที่ใช้เหล็กเสริม ซึ่งประกอบด้วยตระแกรงเหล็กเส้น หรือตระแกรงลวดเหล็กกล้าเชื่อมติด(WELDED STEEL WIRE FABRIC) เหล็กเดือย (DOWEL BAR) เหล็กยึด (DEFORMED TIE BAR) และรอยต่อต่างๆ (JOINT) ทั้งนี้ ให้หมายความรวมถึงแผ่นพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กบริเวณคอ สะพาน (R.C. BRIDGE APPROACH) ด้วย
ใช้สูตร K = 0.30 + 0.10 It / Io + 0.35 Ct / Co + 0.10 Mt / Mo + 0.15 St / So
3.5 งานท่อระบายน้ําคอนกรีตเสริมเหล็กและงานบ่อพัก หมายถึง ท่อคอนกรีตเสริมเหล็กสําหรับงานระบายน้ํา ( PRECAST REINFORCED CONCRETE DRAINAGE PIPE) งานรางระบายน้ําคอนกรีตเสริมเหล็ก งานดาดคอนกรีต เสริมเหล็กรางระบายน้ําและบริเวณลาดคอสะพาน รวมทั้งงานบ่อพักคอนกรีตเสริมเหล็กและงานคอนกรีตเสริมเหล็กอื่นที่มี
รูปแบบและลักษณะงานคล้ายคลึงกัน เช่น งานบ่อพัก ( MANHOLE ) ท่อร้อยสายโทรศัพท์ ท่อร้อยสายไฟฟ้า เป็นต้น
ใช้สูตร K = 0.35 + 0.20 It / Io + 0.15 Ct / Co + 0.15 Mt / Mo + 0.15 St / So
3.6 งานโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กและงานเพื่อนกันตลิ่ง หมายถึง สะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก โครงสร้างฐาน รากคอนกรีตเสริมเหล็กคอสะพาน (R.C BEARING UNIT) ท่อเหลี่ยมคอนกรีตเสริมเหล็ก (R.C BOX CULVERT) หอถังน้ํา โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก เขื่อนกันตลิ่ง คอนกรีตเสริมเหล็ก ท่าเทียบเรือคอนกรีตเสริมเหล็ก และสิ่งก่อสร้างอื่นที่มี
ลักษณะคล้ายคลึงกัน
ใช้สูตร K = 0.30 + 0.10 It / Io + 0.15 Ct / Co + 0.20 Mt / Mo + 0.25 St / So
3.7 งานโครงสร้างเหล็ก หมายถึง สะพานเหล็กสําหรับคนเดินข้ามถนน โครงเหล็กสําหรับติดตั้งป้ายจราจรชนิด แขวนสูง เสาไฟฟ้าแรงสูง เสาวิทยุ เสาโทรทัศน์ หรืองานโครงเหล็กอื่นที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน แต่ไม่รวมถึงงานติดตั้ง
เสาโครงเหล็กสายส่งของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
ใช้สูตร K = 0.25 + 0.10 It / Io + 0.05 Ct / Co + 0.20 Mt / Mo + 0.40 St ASo
ดัชนีราคาที่ใช้คํานวณตามสูตรที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้ จัดทําขึ้นโดยกระทรวงพาณิชย์
K = ESCALATION FACTOR
It =
lo =
“มหาวิทยาลัยนเรศวร…
ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
/Ct = ดัชนี… -4-
Ct = ดัชนีราคาซีเมนต์ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
-4-
Co = ดัชนีราคาซีเมนต์ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
Mt = ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง ( ไม่รวมเหล็กและซีเมนต์) ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด Mo = ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง ( ไม่รวมเหล็กและซีเมนต์ ) ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
ดัชนีราคาเหล็ก ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
St =
So =
ดัชนีราคาเหล็ก ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
At =
ดัชนีราคาแอสฟัลท์ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
Ao =
ดัชนีราคาแอสฟัสท์ ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
Et =
Eo =
Ft
Fo
=
=
ดัชนีราคาเครื่องจักรและบริภัณฑ์ ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด ดัชนีราคาเครื่องจักรและบริภัณฑ์ ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา ดัชนีราคาน้ํามันดีเซลหมุนเร็ว ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด ดัชนีราคาน้ํามันดีเซลหมุนเร็ว ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
ค. วิธีการคํานวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้ - การคํานวณค่า K จากสูตรตามลักษณะงานนั้น ๆ ให้ใช้ตัวเลขดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างของกระทรวง พาณิชย์ โดยใช้ฐานของปี 2530 เป็นเกณฑ์ในการคํานวณ
- การคํานวณค่า K สําหรับกรณีที่มีงานก่อสร้างหลายประเภทรวมอยู่ในสัญญาเดียวกันจะต้องแยก ค่างานก่อสร้างแต่ละประเภทใช้ชัดเจนตามลักษณะของงานนั้น และให้สอดคล้องกับสูตรที่ได้กําหนดไว้
- การคํานวณค่า K กําหนดให้ใช้เลขทศนิยม 3 ตําแหน่งทุกขั้นตอนโดยไม่มีการปัดเศษและ กําหนดให้ทําเลขสัมพันธ์ (เปรียบเทียบ ) ให้เป็นผลสําเร็จก่อน แล้วจึงนําผลลัพธ์ไปคูณกับตัวเลขคงที่หน้าเลขสัมพันธ์นั้น
- ให้พิจารณาเงินเพิ่มหรือลดราคาค่างานจากราคาที่ผู้รับจ้างทําสัญญาตกลงกับผู้ว่าจ้างเมื่อ ค่า K ตามสูตรสําหรับงานก่อสร้างนั้น ๆ ในเดือนที่ส่งมอบงานที่ค่าเปลี่ยนแปลงไปจากค่า K ในเดือนเปิดซองราคามากกว่า 4% ขึ้นไป โดยนําเฉพาะส่วนที่เกิน 4% มาคํานวณปรับเพิ่มหรือลดราคางานแล้วแต่กรณี (โดยไม่คิด 4 % แรกให้ )
- ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถทําการก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาสัญญา โดยเป็นความผิดของ ผู้รับจ้าง ค่า K ตามสูตรต่าง ๆ ที่จะนํามาใช้ในการคํานวณค่างานให้ใช้ค่า K ของเดือนสุดท้ายตามอายุสัญญา หรือค่า K ของเดือนที่ส่งมอบงานจริงแล้วแต่ค่า K ตัวใดจะมีค่าน้อยกว่า
- การจ่ายเงินแต่ละงวดให้จ่ายค่าจ้างงานที่ผู้รับจ้างทําได้แต่ละงวดตามสัญญาไปก่อนส่วนค่า
งานเพิ่มหรือค่างานลดลงซึ่งจะคํานวณได้ต่อเมื่อทราบดัชนีราคาค่าวัสดุก่อสร้างซึ่งนํามาคํานวณหาค่า K ของเดือน
ที่ส่งมอบงานงวดนั้นๆ เป็นที่แน่นอนแล้วเมื่อคํานวณเงินเพิ่มได้ให้ขอทางเรื่องการเงินกับสํานักงบประมาณ
วิทยาลัยนเร
Dan V