ประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ปรับถนนลาดยาง รอบมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ ต.ย่านมัทรี อ.เมือง จ.นครสวรรค์ 1 งาน
โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ปรับถนนลาดยาง รอบมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้งานก่อสร้างที่มีมาตรฐานสากล มีความมั่นคงถาวร และประณีตตามหลักวิชาช่าง ขอบเขตงานครอบคลุมพื้นที่ภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ โดยผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบงานก่อสร้างครบวงจร ได้แก่ งานเตรียมพื้นที่และงานดิน (ขุดถมและบดอัด) งานโครงสร้างและงานโยธาสำหรับถนนลาดยางและลานจอดรถ งานสถาปัตยกรรมตกแต่ง งานระบบไฟฟ้าและสื่อสาร รวมถึงงานระบบสุขาภิบาลและป้องกันอัคคีภัยที่เกี่ยวข้อง
ผู้รับจ้างต้องจัดหาบุคลากรที่มีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี ประกอบด้วย วิศวกรโครงการ วิศวกรงานระบบ สถาปนิก และช่างเขียนแบบ เพื่อควบคุมงานอย่างใกล้ชิดและจัดทำ Shop Drawing ก่อนเริ่มงานแต่ละขั้นตอน นอกจากนี้ยังต้องจัดทำรายงานความก้าวหน้าทั้งรายวันและรายเดือน พร้อมภาพถ่ายประกอบ และดำเนินการทดสอบวัสดุจากสถาบันที่เชื่อถือได้ เช่น คณะวิศวกรรมศาสตร์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ ผู้รับจ้างต้องส่งมอบแบบ As-built Drawing คู่มือการดูแลรักษา และจัดอบรมการใช้งานให้แก่บุคลากรของมหาวิทยาลัย พร้อมรับประกันผลงานเป็นเวลาอย่างน้อย 2 ปี
English summary
This project involves the infrastructure development and asphalt road improvement around Nakhon Sawan Rajabhat University. The scope covers site preparation, demolition, earthworks, structural and civil works for roads and parking areas, architectural works, and electrical/communication systems. The contractor is responsible for providing all materials, labor, and machinery according to engineering standards. Key requirements include the submission of Shop Drawings, daily/monthly progress reports, and material testing by certified institutions. Deliverables include the completed construction, As-built drawings, maintenance manuals, and staff training. The project emphasizes durability and high-quality craftsmanship, with a minimum 2-year warranty period.
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อให้ได้ผลงานการก่อสร้างที่มีมาตรฐาน มีคุณภาพดี และมีความมั่นคงถาวร
- เพื่อให้ถนนและโครงสร้างพื้นฐานรอบมหาวิทยาลัยมีสภาพพร้อมใช้งานทันทีเมื่อแล้วเสร็จ
- เพื่อให้การก่อสร้างถูกต้องตามหลักวิชาการช่างและบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
- เพื่อปรับปรุงทัศนียภาพและประสิทธิภาพการสัญจรภายในมหาวิทยาลัย
ขอบเขตของงาน
- งานเตรียมพื้นที่ก่อสร้างและการรื้อถอนอาคารเดิมหรือสิ่งกีดขวางตามความจำเป็น
- งานดิน (Earthwork): การขุดดินฐานราก การถมดิน และการบดอัดดินให้ได้ความแน่นตามมาตรฐาน
- งานโครงสร้างและงานโยธา (Civil Works): สำหรับถนนลาดยาง ลานจอดรถ และคันหิน
- งานสถาปัตยกรรม: งานตกแต่งและงานสถาปัตยกรรมที่เกี่ยวข้องกับโครงการ
- งานระบบไฟฟ้าและสื่อสาร: รวมถึงงานโครงสร้างสำหรับงานระบบ
- งานระบบสุขาภิบาลและป้องกันอัคคีภัย: ตามที่ระบุในแบบแปลน
- งานจัดทำแบบ: จัดทำ Shop Drawing ก่อนเริ่มงาน และ As-built Drawing หลังจบงาน
- งานทดสอบวัสดุ: ดำเนินการทดสอบคุณภาพวัสดุอุปกรณ์ผ่านสถาบันที่ได้รับการยอมรับ
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- ผลงานการก่อสร้างถนนลาดยางและโครงสร้างพื้นฐานที่เสร็จสมบูรณ์ตามสัญญา
- แบบใช้งาน (Shop Drawing) สำหรับงานระบบและโครงสร้าง
- แบบตามการสร้างจริง (As-built Drawing) เมื่อเสร็จสิ้นโครงการ
- รายงานประจำวันและรายงานประจำเดือนพร้อมภาพถ่ายความก้าวหน้า (อย่างน้อย 10 ภาพต่อเดือน)
- คู่มือสำหรับการดูแลรักษาวัสดุและอุปกรณ์ทุกชนิดที่ติดตั้งในอาคาร
- หนังสือรับประกันคุณภาพจากผู้ผลิตหรือตัวแทน (ระยะเวลาไม่น้อยกว่าระยะเวลาบำรุงรักษาตามสัญญา)
- วัสดุและอุปกรณ์งานตกแต่งสำรองสำหรับการบำรุงรักษาตามปริมาณที่กำหนด
- การจัดอบรมการใช้งานและบำรุงรักษาเบื้องต้นให้แก่บุคลากรของผู้ว่าจ้าง
ระยะเวลาดำเนินการ
- แผนงานหลัก (Master Schedule): ต้องเสนอภายใน 15 วันนับจากวันลงนามในสัญญา
- การตรวจสอบรังวัดและปักผัง: ต้องเสนอล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนเริ่มงาน
- การทำความสะอาดพื้นที่: ต้องรื้อถอนอาคารชั่วคราวและทำความสะอาดให้เสร็จภายใน 15 วันนับจากวันรับมอบงาน
- ระยะเวลารับประกันผลงาน: ไม่น้อยกว่า 2 ปี นับจากวันส่งมอบงาน
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: เป็นผู้มีความชำนาญการก่อสร้างและมีฝีมือดี มีนิติบุคคลที่ถูกต้องตามกฎหมาย
- Standards Compliance: วัสดุต้องได้รับมาตรฐาน มอก., ว.ส.ท., ACI, ASCE หรือ ASTM ตามที่ระบุในแต่ละหมวดงาน
- Experience: เป็นผู้ที่เคยผ่านงานก่อสร้างขนาดใหญ่และมีประสบการณ์ในงานก่อสร้างมาเป็นอย่างดี
- Previous Project Cost: -
- Technical Capabilities: ต้องจัดหาเครื่องจักรกลและอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับสภาพงาน เช่น รถบดถนนขนาดไม่น้อยกว่า 8 ตัน, เครื่องผสมคอนกรีต, เครื่องสั่นสะเทือนคอนกรีต
- Personnel:
- วิศวกรโครงการ (ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี)
- วิศวกรงานระบบ ไฟฟ้าหรือเครื่องกล (ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี)
- สถาปนิก (ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี)
- ช่างเขียนแบบ (ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี)
- สถาปนิกและวิศวกรต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ (ก.ส. และ ก.ว.) ประเภทภาคีขึ้นไป
เกณฑ์การพิจารณา
- พิจารณาจากความถูกต้องตามแบบรูป รายการประกอบแบบ และหลักวิชาช่างที่ดี
- การวินิจฉัยของคณะกรรมการตรวจการจ้างถือเป็นที่สิ้นสุดในกรณีที่มีข้อขัดแย้งในแบบ
- วัสดุอุปกรณ์ต้องผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการตรวจการจ้างก่อนนำมาใช้งาน
- ผลการทดสอบวัสดุจากสถาบันที่กำหนดต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่ระบุใน TOR
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- งานดิน: การบดอัดดินในสนามต้องไม่น้อยกว่า 95% Standard Proctor
- งานถนนคอนกรีต: ความหนาคลาดเคลื่อนได้ไม่เกิน 0.5 ซม. และต้องบ่มคอนกรีตไม่น้อยกว่า 7 วัน
- คอนกรีต: แบ่งเป็น 4 ชนิด (ค0 - ค3) ตามกำลังอัดประลัย (180 - 320 กก./ตร.ซม. ทรงกระบอก)
- เหล็กเสริม: มาตรฐาน มอก. 20-2543 (เหล็กกลม) และ มอก. 24-2548 (เหล็กข้ออ้อย)
- งานกันซึม: ใช้แผ่น PVC Waterproof Membrane สำหรับพื้นที่ดาดฟ้าหรือถังเก็บน้ำ
- การทดสอบ: ต้องทำ Slump Test ทุกครั้งที่เทคอนกรีต และเก็บตัวอย่างทดสอบแรงอัดอย่างน้อย 3 ก้อนต่อการเท 50 ลบ.ม.
เงื่อนไขสัญญา
- การจ่ายเงิน: ตามงวดงานที่ระบุในสัญญาหลัก (ผู้รับจ้างมีสิทธิ์ทวงถามหากจ่ายล่าช้า)
- การประกันภัย: ผู้รับจ้างต้องทำประกันความเสียหายทุกประเภท (Contractor’s All Risks)
- การแก้ไขงาน: คณะกรรมการมีสิทธิ์สั่งรื้อถอนงานที่ไม่ได้มาตรฐานโดยผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง
- การทำความสะอาด: หากผู้รับจ้างไม่ทำความสะอาดพื้นที่ ผู้ว่าจ้างมีสิทธิ์จ้างผู้อื่นมาทำแทนและหักเงินจากงวดสุดท้าย
- การรับประกัน: รับประกันผลงาน 2 ปี หากเกิดความชำรุดบกพร่องต้องแก้ไขทันทีโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: โครงการนี้รวมงานรื้อถอนอาคารเดิมด้วยหรือไม่? A: รวมด้วย หากมีความจำเป็นต้องเตรียมพื้นที่สำหรับก่อสร้างตามที่ระบุในขอบเขตงาน
- Q: หากแบบแปลนและรายการประกอบแบบขัดแย้งกันต้องยึดสิ่งใด? A: ให้คณะกรรมการตรวจการจ้างเป็นผู้วินิจฉัย โดยยึดถือสิ่งที่ดีกว่าเสมอ
- Q: ผู้รับจ้างสามารถพักอาศัยในพื้นที่ก่อสร้างได้หรือไม่? A: ไม่อนุญาตให้ปลูกสร้างที่พักคนงานในบริเวณก่อสร้าง ยกเว้นที่เก็บวัสดุและที่ทำงานช่าง
- Q: ต้องส่งรายงานความก้าวหน้าบ่อยแค่ไหน? A: ต้องจัดทำรายงานประจำวัน และส่งรายงานประจำเดือนภายใน 7 วันแรกของเดือนถัดไป
- Q: การทดสอบคอนกรีตต้องเก็บตัวอย่างอย่างไร? A: เก็บอย่างน้อย 3 ก้อน ทุกครั้งที่มีการเทคอนกรีตทุกๆ 50 ลูกบาศก์เมตร
- Q: สามารถใช้คอนกรีตผสมเสร็จ (Ready Mixed) ได้หรือไม่? A: ได้ แต่ต้องส่งรายการคำนวณส่วนผสมและผลทดสอบให้คณะกรรมการอนุมัติก่อน
- Q: ระยะเวลาการบ่มคอนกรีตถนนคือเท่าใด? A: ต้องบ่มต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 7 วัน
- Q: ถนนคอนกรีตจะเปิดให้ใช้งานได้เมื่อใด? A: หลังจากหล่อพื้นถนนเสร็จแล้วไม่น้อยกว่า 21 วัน หรือตามที่วิศวกรเห็นชอบ
- Q: หากงานล่าช้ากว่าแผนงาน คณะกรรมการมีอำนาจสั่งการอย่างไร? A: มีสิทธิ์สั่งให้ผู้รับจ้างเร่งทำงานทั้งกลางวัน กลางคืน และวันหยุด โดยไม่จ่ายค่าจ้างเพิ่ม
- Q: สถาบันใดบ้างที่ได้รับอนุมัติให้ทดสอบคุณภาพวัสดุ? A: คณะวิศวกรรมศาสตร์ของ จุฬาฯ, เกษตรฯ, ขอนแก่น, เชียงใหม่, สงขลานครินทร์, สจล. และกรมวิทยาศาสตร์
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ข้อกําหนดทั่วไป
โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ปรับถนนลาดยาง รอบมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ ตําาบลนครสวรรค์ตก อําาเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์
ในการปฏิบัติงานการก่อสร้าง หากข้อความของข้อกําหนดทั่วไปขัดแย้งกับสัญญาหลัก ให้ถือปฏิบัติ ตามสัญญาการก่อสร้างหลักเป็นสําคัญ
- วัตถุประสงค์
วัตถุประสงค์หลักของการก่อสร้างเพื่อให้ได้ผลงานการก่อสร้างที่มีมาตรฐาน มีคุณภาพดี มีสภาพ พร้อมที่จะใช้งานได้ ทันทีเป็นอย่างดี เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ มีความมั่นคงถาวร มีฝีมือการทํางานที่ ประณีต ละเอียด ถูกต้องตามหลัก วิชาการช่างที่ดีทุกประการ และมีความถูกต้องตามมาตรฐาน และ บทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด - ขอบเขตของงาน
2.1 สถานที่ตั้งของการก่อสร้าง
ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์โดยผู้รับจ้างต้องเตรียมพื้นที่สําหรับก่อสร้างอาคารใหม่ และ
จะต้องทําการก่อสร้างงานโครงสร้าง งานสถาปัตยกรรม งานโยธา งานระบบไฟฟ้า และงานโครงสร้าง สําหรับงานระบบ และงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องของโครงการงานก่อสร้าง
2.2 งานที่จะต้องทํา
ผู้รับเหมาก่อสร้าง จะต้องจัดหาวัสดุก่อสร้าง แรงงาน ตลอดจนอุปกรณ์ เครื่องจักรกลที่จําเป็นต้อง ใช้ในการก่อสร้างงานโครงสร้าง งานสถาปัตยกรรม งานโยธา งานระบบไฟฟ้า และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องที่ใช้ ในอาคารตามแบบและรายการ ประกอบแบบเพื่อให้ได้ผลงานที่ดีในทุกๆ กรณี หากพบว่าแรงงานและ อุปกรณ์ก่อสร้างที่ผู้รับจ้างจัดหามาไม่เหมาะสมกับสภาพงานคณะกรรมการตรวจการจ้างมีสิทธิจะสั่ง เปลี่ยนแปลงแก้ไข เพื่อให้การดําเนินงานได้ผลตามความมุ่งหมายของสัญญาและแบบก่อสร้างงานโครงสร้าง งานสถาปัตยกรรม งานโยธา งานระบบไฟฟ้าที่จะก่อสร้างประกอบด้วยงานก่อสร้างงานโครงสร้าง งานสถาปัตยกรรม งานโยธา งานระบบไฟฟ้าและงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง - การดําเนินงานโดยทั่วไป
3.1 อํานาจหน้าที่และความรับผิดชอบ
ของผู้รับจ้าง
3.1.1 ผู้ควบคุมงาน มีหน้าที่ควบคุมและตรวจงาน ทําการทดสอบและวิเคราะห์ผลการทํางาน
- ผู้ควบคุมงานมีอํานาจออกคําสั่ง คําแนะนํา หรืออนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษร โดยถือว่าเป็น ข้อผูกมัดผู้รับจ้าง เหมือนคําสั่งสถาปนิก วิศวกรเอง
- ผู้ควบคุมงานไม่มีอํานาจที่จะยกเว้นความรับผิดชอบใดๆ ของผู้รับจ้างตามสัญญาและไม่มี
อํานาจเกี่ยวกับการเพิ่มราคาค่าก่อสร้างหรือทํางานเปลี่ยนรูปไป
ซี่s C
- 2 -
- การที่ผู้ควบคุมงานไม่คัดค้านการทํางานใดๆที่ผู้รับจ้างกระทําไปโดยพลการ ไม่อาจลบล้าง อํานาจของผู้ว่าจ้าง หรือสถาปนิก วิศวกร ที่จะไม่เห็นชอบกับงานหรือสิ่งของนั้นๆ
3.1.2 สถาปนิก/วิศวกร กรรมการตรวจการจ้าง หรือผู้ใดที่ได้รับมอบอํานาจจากผู้ว่าจ้าง - สถาปนิก วิศวกร กรรมการตรวจการจ้าง หรือผู้ใดที่ได้รับมอบอํานาจจากผู้ว่าจ้าง มี อํานาจที่จะออกคําสั่งเพิ่มเติมได้อีก ในระหว่างงานกําลังดําเนินอยู่ในเมื่อสถาปนิก วิศวกรเห็นสมควร เช่น วิธีการใช้วัสดุที่ถูกต้องหรือการดําเนินการส่วนใดควรจะทําก่อนหรือหลัง เพื่อมิให้เกิดความเสียหายกับ งานส่วนอื่นๆ (ทั้งนี้ ไม่หมายถึงการทําให้ราคาเพิ่มขึ้นหรือต่ําลง) ในขณะก่อสร้างหรือภายหลังได้ ผู้รับจ้าง จะต้องทําตามและยอมรับคําสั่งนั้นๆในขณะก่อสร้าง
- สถาปนิก/วิศวกร กรรมการตรวจการจ้าง หรือผู้ใดที่ได้รับมอบอํานาจจากผู้ว่าจ้าง มี อํานาจที่จะสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรให้รื้อถอนวัสดุสิ่งของใดๆก็ตามที่เห็นว่าไม่เป็นไปตามที่ระบุไว้ในแบบรูป
และสัญญาออกจากบริเวณงานเปลี่ยนวัสดุสิ่งของที่ถูกต้องมาแทน รื้อถอนงานใดๆที่ฝีมือการทํางานหรือ วัสดุสิ่งของที่ใช้ไม่เป็นไปตามตาม รายการแบบรูปและสัญญาแล้วให้สร้างใหม่ ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติ ตามคําสั่งดังกล่าว ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะว่าจ้างผู้อื่น มาปฏิบัติตามคําสั่งนั้นตามคําแนะนําของสถาปนิก วิศวกร กรรมการตรวจการจ้าง หรือผู้ใดที่ได้รับมอบอํานาจจากผู้ว่าจ้าง โดยผู้รับจ้างต้องเสียค่าใช้จ่ายทั้งหมดและ
ยอมให้ผู้ว่าจ้างหักเงินที่จะจ่ายให้กับผู้รับจ้างมาชดเชยการนี้ - สถาปนิก/วิศวกร กรรมการตรวจการจ้าง หรือผู้ใดที่ได้รับมอบอํานาจจากผู้ว่าจ้าง มี สิทธิจะเข้าไปในบริเวณงาน หน่วยงาน/โรงงาน และทุกๆแห่งที่มีการเตรียมงาน หรือแหล่งผลิตเก็บรักษา วัสดุสิ่งของที่จะนํามาใช้ในการก่อสร้าง ผู้รับจ้างมีหน้าที่คอยให้ความสะดวกในการนําเข้าไปในสถานที่ต่างๆ
เหล่านั้น - สถาปนิก วิศวกร กรรมการตรวจการจ้าง หรือผู้ใดที่ได้รับมอบอํานาจจากผู้ว่าจ้าง มี อํานาจในการเปลี่ยนแปลงแบบรูป และรายละเอียดประกอบแบบ ตามความเห็นชอบของผู้ว่าจ้าง เพื่อที่จะให้อาคารมั่นคงแข็งแรงหรือทําให้ประโยชน์ในการใช้สอยดีขึ้น โดยไม่ทําให้ราคาก่อสร้างเพิ่มขึ้น
หรือลดลงและผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตาม
3.1.3 ผู้รับจ้าง - หากผู้รับจ้างไม่เข้าใจในแบบหรือรายการก่อสร้าง หรือจะเป็นวัสดุที่ใช้ หรือวิธีการทําก็ ตามผู้รับจ้างจะต้องแจ้งให้ผู้ควบคุมงาน และสถาปนิก วิศวกร จะเป็นผู้ชี้แจงข้อสงสัยนั้นๆเป็นลายลักษณ์ อักษร หรือให้รายละเอียดเป็นแบบเพิ่มเติม ห้ามมิให้ผู้รับจ้างตัดสินใจทําอย่างใดอย่างหนึ่งเอง ผลเสียที่ เกิดขึ้นผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบทั้งหมด
- ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบในการจัดวางผังการก่อสร้างให้ถูกต้องตามแบบรูปตลอดจนการ แก้ไขที่ตั้งระดับ ขนาด และแนวต่างๆของงาน จัดหาเครื่องมือ อุปกรณ์ และแรงงานให้เพียงพอ หากมีการ วางผังผิดพลาดจะต้องแก้ไขใหม่ให้เป็นที่เรียบร้อย ผู้รับจ้างจะต้องบํารุงรักษาหลักฐานแนวหมุดต่างๆที่ใช้ใน การวางผังให้คงสภาพเรียบร้อยอยู่เสมอ
- ให้ถือว่าผู้รับจ้างเป็นผู้มีความชํานาญการก่อสร้างและฝีมือดี โดยสถาปนิก วิศวกรของผู้ รับจ้างเอง คอยควบคุมอยู่อย่างใกล้ชิด ฉะนั้น ความผิดพลาดต่างๆที่สถาปนิก/วิศวกร หรือผู้ควบคุมงาน ตรวจพบ อาจจะช้าหรือเร็วก็ตาม มิได้หมายความว่าสถาปนิก วิศวกร หรือผู้ควบคุมงานบกพร่องในหน้าที่ และหากมีการผิดพลาดเกิดขึ้น เนื่องจากกรณีใดๆก็ตาม เวลาที่ต้องเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ ผู้รับจ้างจะ
นํามาเป็นข้ออ้างให้ร่วมรับผิดชอบไม่ได้เป็นอันขาด
- 3-
- ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบในการจัดส่งตัวอย่างเพื่ออนุมัติและสั่งซื้อในเวลาอันเหมาะสม 5) ผู้รับจ้างจะเก็บรักษาวัสดุ เครื่องมืออย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ ในกรณีที่การเก็บ บกพร่องสถาปนิก วิศวกร หรือผู้ควบคุมงานจะแนะนําให้ผู้รับจ้างปฏิบัติ จัดหา หรือระวังรักษาให้ดีขึ้น เป็น หน้าที่ของผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตาม
- ในงานบางส่วนที่จําเป็นจะต้องทํา จัดทําเป็นตัวอย่างในหน่วยงานเพื่อแสดงถึงคุณภาพ และฝีมือเป็นมาตรฐานการปฏิบัติงาน ผู้รับจ้างจะต้องเก็บรักษาตัวอย่างที่ได้รับอนุมัติและดําเนินการ
ตามนั้น - ผู้รับจ้างจะต้องระวังไม่ให้เกิดขึ้นโดยเด็ดขาดในเรื่องก่อความรําคาญ หรือเดือดร้อนต่อ ทรัพย์สิน หรือบุคคลในบริเวณ หรือนอกบริเวณก่อสร้าง
- ในระหว่างการทํางานตามสัญญา เมื่อใดก็ตามที่สถาปนิก วิศวกร หรือผู้ควบคุมงานเห็นว่า จะต้องเร่งงาน ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามคําสั่งและคําแนะนําของสถาปนิก วิศวกร หรือผู้ควบคุมงานที่จะ ให้หยุดงานในที่แห่งหนึ่ง แล้วย้ายคนงานไปยังอีกที่แห่งหนึ่งเพื่อความเหมาะสม ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติ ตามที่สถาปนิก/วิศวกร หรือผู้ควบคุมงานสั่งการ
- เพื่อให้การดําเนินงานก่อสร้างบรรลุเป้าหมายโดยเรียบร้อยและปลอดภัย ผู้รับจ้างจะต้อง ปฏิบัติตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทํางานก่อสร้าง และคําสั่งของผู้ควบคุม งาน โดยไม่มีเงื่อนไขหรือข้อเรียกร้องอื่นใด
3.2 แบบก่อสร้างและรายการประกอบแบบ
การก่อสร้างจะต้องทําตามแบบรูป และรายการประกอบแบบก่อสร้างซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ เอกสารการเซ็นสัญญาโดยเคร่งครัด ข้อความใดที่ปรากฏในรายการประกอบแบบแต่ไม่มีแสดงในแบบหรือมี แสดงในแบบแต่ไม่ปรากฏในรายการประกอบแบบ ให้ถือเสมือนว่าข้อความนั้นมีปรากฏอยู่ในรายการ
ก่อสร้างและในแบบแล้วในกรณีที่มีการขัดแย้งกันระหว่างแบบกับรายการก่อสร้าง จะต้องให้คณะกรรมการ
ตรวจการจ้าง เป็นผู้วินิจฉัยและตัดสินโดยยุติที่สิ่งที่ดีกว่าเสมอไปและหากข้อความของข้อกําหนดในเล่มนี้
ขัดแย้งกับสัญญาหลักให้ถือปฏิบัติตามสัญญาหลักเป็นสําคัญ และมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์จะสงวน สิทธิ์ที่จะเพิ่ม ลด หรือเปลี่ยนแปลง วัสดุก่อสร้างในระหว่างการก่อสร้างได้ โดยแสดงราคา และระยะเวลา การทํางานจริงเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น และให้ถือว่างานเพิ่มลดหรือเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ดังกล่าวเป็นส่วน
หนึ่งของสัญญานี้
4 ck
- 4 -
3.3 ลําดับการดาเนินงาน
3.3.1 ผู้รับจ้าง ต้องเตรียมพื้นที่ก่อสร้างโดยการรื้อถอนอาคารเดิมออกตามความจําเป็น ก่อน เริ่มทํางานต้องขออนุญาตต่อคณะกรรมการตรวจการจ้างก่อนทุกครั้งไป อุปกรณ์ต่างๆ ที่รื้อถอนออกมา หากนําไปใช้ใหม่ได้ต้องนําไปเก็บไว้ ณ สถานที่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์กําหนด
มาด้วย
3.3.2 ผู้รับจ้างต้องมีบุคลากรประจําที่สนามอย่างน้อย นอกเหนือจากคนงานก่อสร้าง คือ
วิศวกรโครงการ ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี
- วิศวกรงานระบบ (ไฟฟ้าหรือเครื่องกล) ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี
สถาปนิก ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี
ช่างเขียนแบบเพื่อเตรียมแบบก่อสร้างทุกประเภทและรวมรวมแบบ ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี
3.3.3 ผู้รับจ้าง ต้องวางแผนงานการก่อสร้างอย่างละเอียดโดยเริ่มตั้งแต่การทํา - Site Layout
- Master Schedule
- Human Resource Schedule
- Machine Schedule
- Shop Drawing Schedule
- S-Curve
- Monthly Schedule
- Weekly Schedule
- ถ้ามีการล่าช้าให้เสนอวิธีเร่งรัดให้ทันตามแผนงาน และเสนอวิธีทํางานให้มีประสิทธิภาพ
3.3.4 ผู้รับจ้าง ต้องเสนอแผนงานอื่นๆ อีก เช่น แผนงานหลัก (Master Schedule) แผนงาน เรื่องแรงงานงานเครื่องจักร, แผนงานกําลังคน, แผนงานส่งวัสดุเข้าหน้างาน แผนงานการเสนอ Shop Drawing และ Construction Drawing เป็นต้น เพื่อให้การก่อสร้างถูกต้องตามกฎหมาย ผู้รับจ้างต้องส่ง รายชื่อวิศวกร และสถาปนิก ที่ควบคุมงานดังกล่าวตามกฎหมายควบคุมวิชาชีพวิศวกรรม โดยเซ็นใบ ควบคุมงาน และใบอนุญาตวิชาชีพควบคุม ส่งให้คณะกรรมการตรวจการจ้างก่อนเริ่มทํางาน เพื่อใช้เป็น
ใบรับรองการควบคุมงานตามกฎหมาย
3.3.5 การขออนุมัติวัสดุก่อสร้าง ผู้รับจ้างจะต้องทําการทดสอบวัสดุอุปกรณ์ทุกอย่างที่ระบุให้ ทดสอบตามแบบรายการก่อสร้างตลอดจนค่าใช้จ่ายในการทดสอบทุกอย่าง โดยการทดสอบวัสดุอุปกรณ์ จะต้องทําโดยสถาบันที่ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป และจะต้องได้รับความเห็นชอบจาก
คณะกรรมการตรวจการจ้างด้วย
3.3.6 คณะกรรมการตรวจการจ้างสงวนสิทธิ์ในการสั่งหยุดงาน ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่ทํางาน ดําเนินตามแบบและรายการประกอบแบบทั้งนี้ผู้รับเหมาก่อสร้างจะไม่สามารถอุทธรณ์ร้องขอเวลาและ
ค่าเสียหายใดๆ - 5-
3.3.7 การจัดทํารายงาน
- รายงานประจําวัน
ผู้รับจ้างจะต้องจัดทํารายงานประจําวันตามแบบฟอร์มเอกสาร ซึ่งได้รับการอนุมัติจาก
คณะกรรมการตรวจการจ้าง รายงานประจําวันนี้จะต้องประกอบด้วย ดังนี้
จํานวนพนักงาน คนงานทุกประเภทของผู้รับจ้างในหน่วยงานก่อสร้าง -วัสดุที่มีอยู่ในบริเวณก่อสร้าง วัสดุที่ส่งเข้ามาและวัสดุที่ได้ใช้ไป - อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ที่อยู่ในบริเวณก่อสร้าง
- ความก้าวหน้าของงานก่อสร้าง
- อุปสรรคและความล่าช้าของงานก่อสร้าง
คําสั่งของคณะกรรมการตรวจการจ้างและการเปลี่ยนแปลงในงานก่อสร้างที่คณะกรรมการตรวจ
การจ้างสั่งให้ทํา
ก่อสร้าง
แบบก่อสร้างและแบบแก้ไขที่ได้รับจากคณะกรรมการตรวจการจ้าง - เหตุการณ์พิเศษต่างๆ รวมทั้งการเกิดอุบัติเหตุขึ้นในบริเวณก่อสร้างและผู้มาเยี่ยมหน่วยงาน
- รายงานประจําเดือน
ผู้รับจ้างจะต้องจัดทํา และส่งรายงานประจําเดือนให้คณะกรรมการตรวจการจ้าง 1 ชุด
ภายใน 7 วันแรกของเดือนถัดไปตามแบบฟอร์มของเอกสารซึ่งได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการตรวจการจ้าง ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลสรุปจากรายงานประจําวันความก้าวหน้าของงานในช่วงเดือนที่ผ่านมา
และ
เปรียบเทียบความก้าวหน้าของงานกับแผนงานก่อสร้างทั้งหมด รวมทั้งรูปถ่ายแสดงความก้าวหน้าของงาน ในแต่ละเดือนอย่างน้อย 10
3.3.8 การประชุมในระหว่างการก่อสร้างอาคาร - ผู้รับจ้าง ต้องเข้าร่วมประชุมที่คณะกรรมการตรวจการจ้างจัดให้มีขึ้นเป็นประจําในระหว่าง การก่อสร้าง และผู้รับจ้างต้องให้ผู้จัดการงานก่อสร้าง / วิศวกร หรือผู้รับผิดชอบในงานก่อสร้างของตนเข้า ร่วมประชุมด้วย การประชุมดังกล่าวให้คณะกรรมการตรวจการจ้างเป็นประธานในที่ประชุม และผู้รับจ้าง ต้องผูกพันตนกับข้อตกลงที่มีขึ้นในระหว่างการประชุมนั้นตามที่มีบันทึกการประชุม ซึ่งจะเสนอให้ผู้รับจ้าง
รับรองในการประชุมครั้งต่อไป - ในกรณีทั่วไปให้ถือว่า จะต้องมีการประชุมในระหว่างการก่อสร้างอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1
ครั้ง คณะกรรมการตรวจการจ้างจะเรียกประชุมนอกจากนี้ตามสถานการณ์ และความจําเป็นได้ - ผู้รับจ้างอาจขอให้คณะกรรมการตรวจการจ้างแก้ไขบันทึกการประชุมที่กล่าวข้างต้นได้
ให้มีการบันทึกข้อโต้แย้งดังกล่าวไว้ในบันทึกการประชุมครั้งถัดไป
และ
3.3.9 ผู้รับจ้าง จะต้องทําแผนการดําเนินการก่อสร้างรวม และแผนย่อยเพื่อให้คณะกรรมการตรวจ การจ้างตรวจสอบ หากมีการปรับปรุงแผนการดําเนินงานใหม่ผู้รับจ้างจะต้องให้ความร่วมมือในการปรับ แผนการก่อสร้างใหม่ด้วย
3.3.10 ผู้รับจ้างต้องทํา As Built Drawing ให้กับคณะกรรมการตรวจการจ้าง เมื่อเสร็จงานในแต่ ละงานนั้นๆ และผู้รับจ้างจะต้องทํา Shop Drawing ส่งมอบต่อคณะกรรมการตรวจการจ้างทุกครั้งที่แบบ ก่อสร้างไม่ระบุวิธีการ ผู้รับจ้างจะไม่ทํางานที่ไม่มีแบบหรือแบบระบุรายละเอียดไม่เพียงพอ
Jar C
Now.
- 6-
3.3.11 มติที่ประชุมของคณะกรรมการตรวจการจ้างในการพิจารณาเรื่องต่างๆ ถือว่าสิ้นสุด 3.3.12 ถ้าผู้รับจ้างสงสัยในรายละเอียด หรือข้อกําหนดของสัญญานี้หรือถ้าปรากฏว่าแบบหรือ
รายการกรรมการตรวจการจ้างจะเสนอวินิจฉัยการก่อสร้างให้เจ้าของโครงการตัดสินใจและสิ่งใดที่ไม่ได้ระบุ ไว้ในแบบก่อสร้างแต่จําเป็นต้องทําเพื่อให้ได้ผลงานที่ถูกต้องบริบูรณ์และวิธีปฏิบัติการช่างที่ดีคณะกรรมการ
ตรวจการจ้างจะต้องแจ้งให้ผู้รับจ้างทําการนั้นๆ โดยผู้รับจ้างไม่เรียกร้องค่าจ้างและค่าวัสดุก่อสร้างเพิ่มเติม
แต่อย่างใด
3.3.13 ถ้าคณะกรรมการตรวจการจ้าง ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงเพิ่ม หรือ ลด จากแบบตาม สัญญาก่อสร้างคณะกรรมการตรวจการจ้าง จะต้องจ่ายค่าจ้างเพิ่มหรือลดลงกับเวลา เพิ่ม หรือ ลด การ ทํางานแล้วแต่กรณี ตามที่จะตกลงกันเป็นลายลักษณ์อักษรในขณะนั้นและให้ถือว่าการตกลงดังกล่าวเป็น ส่วนหนึ่งแห่งสัญญานี้
3.3.14 เมื่องานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องขนย้ายวัสดุก่อสร้าง เครื่องมือและเครื่องใช้ และอุปกรณ์ก่อสร้างของผู้รับจ้าง และทําความสะอาดเก็บกวาดกลบเกลี่ยพื้นที่ที่ทําการก่อสร้าง และรื้อ ถอนอาคารชั่วคราวออกจากบริเวณงานให้เสร็จเรียบร้อยภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ผู้จ้างให้รับมอบงานแล้ว 3.3.15 ผู้รับจ้าง ต้องทําการประกันความเสียหายทุกประเภท (Contractor’s all Risks) ที่ เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้าง
3.4 การเตรียมอุปกรณ์, วัสดุก่อสร้างและแรงงาน
3.4.1 ผู้รับจ้าง จะต้องจัดหาอุปกรณ์ตลอดจนเครื่องไม้เครื่องมือที่ดีที่ใช้ในการทํางานเป็นไป ตามแบบและรายการประกอบแบบที่จะใช้ในงานนี้ นอกจากวัสดุอุปกรณ์ที่คณะกรรมการตรวจการจ้างจะ จัดหาให้ตามที่ระบุไว้ในสัญญา ซึ่งวัสดุที่จัดหาให้นี้จะนําออกไปบริเวณที่ก่อสร้างไม่ได้นอกจากจะมีการ
อนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากคณะกรรมการตรวจการจ้าง
3.4.2 วัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์อื่นๆ ที่ใช้ในการก่อสร้างจะต้องมีคุณสมบัติดีและใหม่ซึ่งจะต้อง ได้รับอนุมัติให้ใช้ในการก่อสร้างจึงจะนําไปใช้ในการก่อสร้างได้
3.5 ข้อกําหนดของผู้รับจ้างในการก่อสร้าง
งานโครงสร้าง งานสถาปัตยกรรม งานโยธา งานระบบไฟฟ้า-สื่อสารและระบบปรับอากาศ งานระบบสุขาภิบาลและป้องกันอัคคีภัย และงานโครงสร้างสําหรับงานระบบ และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
เกี่ยวกับความปลอดภัยในการทํางานซึ่งต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
3.5.1 ผู้รับจ้าง ต้องจัดให้มีเครื่องมืออุปกรณ์เครื่องป้องกัน และเครื่องอํานวยความสะดวก ทั้งหลายไว้ในที่ก่อสร้าง เพื่อการทํางานและลดการเสี่ยงภัยน้อยลง
3.5.2 ผู้รับจ้าง ต้องจัดให้มีสภาพการทํางานที่ดีไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และชีวิตของ คนงานรวมทั้งต้องจัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายต่างๆ แก่พนักงาน คนงาน คณะกรรมการตรวจการจ้าง ก่อสร้างรวมทั้งผู้มาเยี่ยมดูงานก่อสร้างด้วย ทั้งนี้จากการจัดสภาพการทํางานต้องให้เป็นไปตามข้อบัญญัติ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
3.5.3 ผู้รับจ้างต้องจัดทําเครื่องหมายต่างๆ ให้เห็นได้ชัดเจนติดตั้งในสถานที่จะเป็นอันตราย แก่ พนักงานคนงาน คณะกรรมการตรวจการจ้าง ผู้ควบคุมงานก่อสร้างและบุคคลอื่นๆ ที่เข้าไปในบริเวณ ก่อสร้าง
-7-
3.5.4 ในการก่อสร้างหรือทํางานใดๆ ที่คณะกรรมการตรวจการจ้างเห็นว่าอาจก่อให้เกิด อันตรายต่อสุขภาพและชีวิตของบุคคลต่างๆ หรือของทรัพย์สินคณะกรรมการตรวจการจ้าง อาจสั่งให้ผู้รับ จ้างป้องกันเหตุนั้นได้ หากผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามคณะกรรมการตรวจการจ้างมีสิทธิสั่งให้หยุดการทํางานนั้น
ได้และจะถือเป็นเหตุขอต่อระยะเวลาการก่อสร้างอีกไม่ได้
3.5.5 การส่งมอบอุปกรณ์และรายการเอกสาร
- คู่มือสําหรับการดูแลรักษา ผู้รับจ้างจะต้องรวบรวมคู่มือและข้อแนะนําของ บริษัทผู้ผลิตสําหรับวัสดุและอุปกรณ์ทุกชนิดที่นํามาติดตั้งในอาคารนี้
- ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการจัดหาวิทยากร ผู้ชํานาญงานของบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ที่ นํามาติดตั้งอาคารมาอบรมหรือแนะนําให้บุคลากรของผู้ว่าจ้างรับทราบเกี่ยวกับการดูแลรักษาการใช้งาน
หรือซ่อมบํารุงเบื้องต้นจนกว่าจะมีความเข้าใจสามารถปฏิบัติงานได้
ทงหมด - ผู้รับจ้างจะต้องมอบเครื่องมือและชิ้นส่วนอะไหล่ที่มีมากับอุปกรณ์ให้ผู้ว่าจ้างเก็บรักษา
- หนังสือรับประกันคุณภาพจากผู้ผลิตหรือตัวแทน หรือผู้ติดตั้งสําหรับเครื่องจักรและ
อุปกรณ์ทุกชนิด โดยมีกําหนดระยะเวลารับประกันอย่างน้อยเท่ากับระยะเวลาบํารุงรักษาตามสัญญา ก่อสร้าง - ผู้รับจ้างจะต้องจัดเตรียมวัสดุและอุปกรณ์งานตกแต่งสถาปัตยกรรม เพื่อสํารองใน การบํารุงรักษาอาคารหลังการรับมอบงานในปริมาณ และตามรายการที่ผู้ว่าจ้างกําหนด โดยจัดเตรียมส่ง มอบกับผู้ว่าจ้างพร้อมกับการส่งมอบอาคาร ทั้งนี้ รวมถึงตามข้อกําหนดเฉพาะงานในแต่ละระบบด้วย
ดังต่อไปนี้
3.6 สถาบันตรวจสอบ
ในกรณีที่ต้องทดสอบคุณภาพ วัสดุ-อุปกรณ์ ที่ใช้งานตามสัญญานี้ อนุมัติให้ทดสอบสถาบัน
ก. คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ข. คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ค. คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ง. คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
จ. คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
- กรมวิทยาศาสตร์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช. สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง ๒. การไฟฟ้าท้องถิ่นที่กําหนด (สําหรับงานระบบไฟฟ้าฯ)
ณ. สถาบันอื่นๆ ที่เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจการจ้าง
- 8 -
เงื่อนไขประกอบสัญญาการก่อสร้าง โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ปรับถนนลาดยาง รอบมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ ตําบลนครสวรรค์ตก อําเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์
ในการปฏิบัติงานการก่อสร้าง หากข้อความของข้อกําหนดทั่วไปขัดแย้งกับสัญญาหลัก ให้ถือปฏิบัติ ตามสัญญาการก่อสร้างหลักเป็นสําคัญ
- สถานที่ก่อสร้าง
ผู้รับจ้างจะต้องทําการก่อสร้างงานนี้ ณ ที่ดินของ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ - เงื่อนไขในแบบแปลนรายการก่อสร้าง
แก้ไข
2.1 การตรวจสอบแบบแปลน รายการและสภาพของสถานที่ ที่จะทําการก่อสร้างและทําการ
2.1.1 ผู้รับจ้าง จะต้องตรวจสอบแบบแปลนรายการก่อสร้างกับสถานที่จริงให้เข้าใจแจ่มแจ้ง โดยตลอดเพื่อมิให้มีข้อผิดพลาดในการก่อสร้าง ในกรณีที่ผู้รับจ้างเห็นว่าแบบแปลนรายการก่อสร้างไม่
ชัดเจนขัดแย้งหรือมีข้อสงสัยไม่เข้าใจส่วนหนึ่งส่วนใดเกี่ยวกับแบบแปลน รายการก่อสร้างสถานที่ก่อสร้าง
นั้นๆ ให้ผู้รับจ้างสอบถามโดยตรง หรือแจ้งให้คณะกรรมการตรวจการจ้างทราบล่วงหน้าในระยะเวลาที่ เหมาะสมก่อนการดําเนินงานต่อไป เพื่อคณะกรรมการตรวจการจ้างจะได้แก้ไขแบบแปลน รายการหรือ
ข้อความเพิ่มเติมให้ถูกต้องและทําเป็นลายลักษณ์อักษร และมีลายเซ็นของคณะกรรมการตรวจการจ้าง กํากับในแบบแปลน รายการข้อความแก้ไขทุกฉบับ หากมีข้อบกพร่อง หรือผิดพลาดเนื่องจากผู้รับจ้างไม่ ปฏิบัติตามที่กล่าวไว้นี้ หรือดําเนินการไปก่อนประการใดก็ตามผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบที่จะต้อง แก้ไขให้ถูกต้องตามคําแนะนําของ คณะกรรมการตรวจการจ้างนั้น โดยไม่เรียกร้องเป็นมูลค่าหรืออื่นใด
เพิ่มเติม
2.1.2 ผู้รับจ้างจะต้องทําการตรวจสอบ สํารวจ และรังวัดสถานที่ก่อสร้างเพื่อสํารวจเกี่ยวกับ ทางเข้าพื้นที่ ที่จะใช้สําหรับเครื่องอุปกรณ์การก่อสร้างต่างๆ ท่อประปาสาธารณะ สายไฟฟ้า ทางระบายน้ํา สาธารณะและระยะต่างๆ ให้แน่นอนจนจัดวางตําแหน่งแนวระยะสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ให้ถูกต้องตามรูปแบบ รายการตามสัญญา จัดทําระดับมาตรฐานตรวจสอบสิ่งก่อสร้างข้างเคียงต่างๆ ที่จําเป็นที่ระบุไว้ในงาน บริเวณและ/หรือคณะกรรมการตรวจการจ้างเห็นสมควร การอ่านแบบ อ่านระยะในแบบ และกะขนาดให้
ผู้รับจ้างถือระยะตัวเลขในแบบแปลนรายละเอียดเป็นเกณฑ์ในกรณีที่สงสัยจะมีความขัดแย้งคลาดเคลื่อน หรือไม่เข้าใจประการใดก็ตามเกี่ยวกับแบบแปลนรายละเอียดกับสถานที่ก่อสร้างจริง ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งให้ คณะกรรมการตรวจการจ้างทราบทันที หลักฐานในการตรวจสอบรังวัดและรายละเอียดต่างๆ ดังกล่าวนั้น ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําให้ชัดเจนเรียบร้อย เสนอให้คณะกรรมการตรวจการจ้างพิจารณาอนุมัติก่อนจึงจะ ดําเนินงานขั้นต่อไปหลักฐานดังกล่าวจะต้องเสนอล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วัน นับจากวันทําสัญญานี้ การ ปักผังที่ตั้งสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ตามสัญญาและการตกลง การวางแนวไฟฟ้า น้ําใช้ชั่วคราว สิ่งปลูกสร้าง ชั่วคราว เส้นทางลําเลียงขนส่ง และอื่นๆ ที่จําเป็นเพื่อให้งานก่อสร้างดําเนินไปได้เรียบร้อยตามสัญญา
ร
- 9 -
ผู้รับจ้างจะต้องทําเป็นรูปแบบและหลักฐานพร้อมรายละเอียดต่างๆ ให้ชัดเจนครบถ้วนเหมาะสม ให้ คณะกรรมการตรวจการจ้างพิจารณาตรวจสอบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน
หากมีข้อขัดแย้งใดๆ ให้ผู้รับจ้างจัดเป็นหลักฐานพร้อมรายละเอียดให้ชัดเจน เสนอต่อคณะกรรมการตรวจ การจ้างและปฏิบัติงานต่อไปได้ตามการวินิจฉัย และเห็นชอบของคณะกรรมการตรวจการจ้างนั้น ความ ล่าช้าเนื่องจากการนี้จะด้วยเหตุใดก็ตาม ผู้รับจ้างจะหยิบยกเป็นข้ออ้างเรียกร้องใดๆ ไม่ได้ทั้งสิ้น
2.1.3 การกําหนดระดับ ให้เป็นไปตามที่กําหนดไว้ในแบบ
ตามแบบ หรือตามที่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์กําหนด
ส่วนการวางแนวอาคารให้เป็นไป
2.2 ความคลาดเคลื่อนในแบบแปลน รายละเอียดและข้อกําหนดประกอบแบบและการแก้ไข
2.2.1 แบบแปลนรายละเอียดและข้อกําหนดประกอบแบบ มีไว้เพื่อความสะดวกของผู้รับจ้างใน การที่จะดําเนินการก่อสร้างให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์จึงอาจมีความคลาดเคลื่อน ขาดตกบกพร่อง และ
ความผิดพลาดอยู่บ้าง แต่วัตถุประสงค์ของคณะกรรมการตรวจการจ้างต้องการให้ผู้รับจ้างทําการก่อสร้าง งานต่างๆ ที่ระบุไว้ให้แล้วเสร็จเรียบร้อยโดยสมบูรณ์ด้วยความมั่นคงแข็งแรง และถูกต้องตามหลักวิชาการ ดังนั้นหากมีงานใดที่จะต้องทําเพิ่มเติม เนื่องจากความคลาดเคลื่อน ขาดตกบกพร่อง หรือความผิดพลาด ของแบบแปลนรายละเอียด และข้อกําหนดประกอบแบบแล้ว ผู้รับจ้างจะเรียกร้องเงินเพิ่มเติมจากผู้ว่าจ้าง
มิได้
ย
2.2.2 สิ่งใดที่สงสัยว่า จะมีการคลาดเคลื่อนของแบบแปลน รายละเอียดและข้อกําหนดประกอบ แบบขัดแย้งกันผู้รับจ้าง จะต้องเสนอขอรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจการจ้างเป็นผู้วินิจฉัยให้ โดยคณะกรรมการตรวจการจ้าง จะถือเอาความถูกต้องในวิชาช่างและความเหมาะสมเป็นหลักในการปฏิบัติ
และผู้รับจ้างจะต้องทําการแก้ไขและดําเนินการก่อสร้างตามคําวินิจฉัยนั้นทันที
2.2.3 สิ่งใดที่กําหนดไว้ในแบบแปลนรายละเอียด และข้อกําหนดประกอบแบบแล้วแต่ในทาง ปฏิบัติงานช่างไม่อาจระบุไว้ได้ครบถ้วน เช่น ความอ่อนแก่ของสี การติดตั้ง รูปร่างลักษณะและสิ่งปลีกย่อย ต่างๆ ตลอดจนรูปขยายรายละเอียด เป็นต้น คณะกรรมการตรวจการจ้างจะชี้แจงอธิบาย รายละเอียดให้
ขณะพาดูสถานที่หรือขณะทําการก่อสร้างการชี้แจงรายละเอียดนี้ถือเป็นส่วนประกอบของแบบแปลน
รายละเอียดและข้อกําหนดประกอบแบบครั้งนี้ด้วย
2.2.4 หากผู้รับจ้างปฏิบัติไม่ถูกต้องตามหลักวิชาช่างหรือทําด้วยฝีมือไม่ประณีตเรียบร้อย
คณะกรรมการตรวจการจ้างมีสิทธิ์สั่งให้ผู้รับจ้างรื้อถอน หรือทําใหม่ตามความเหมาะสมซึ่งผู้รับจ้างจะต้อง ปฏิบัติตามคําสั่งทันที และในกรณีนี้ผู้รับจ้างจะเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ ไม่ได้
2.3 แบบใช้งาน (Shop Drawings) และแบบตามการสร้างจริง (AS Built Drawings) งานระบบสถาปัตยกรรม และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําและส่งให้คณะกรรมการ
ตรวจการจ้างพิจารณา
2.3.1 ผู้รับจ้าง จะต้องจัดทําแบบใช้งาน (Shop Drawing) งานระบบวิศวกรรมโครงสร้าง โยธา งานระบบตรวจสอบอนุมัติล่วงหน้า ก่อนดําเนินการใช้และติดตั้งไม่น้อยกว่า 14 (สิบสี่) วัน หรือตามที่ คณะกรรมการตรวจการจ้างจะเห็นเหมาะสม และผู้รับจ้างต้องไม่ดําเนินการก่อสร้างหรือติดตั้งงานนั้นๆ
จนกว่าจะได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการตรวจการจ้างเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในการพิจารณาอนุมัติแบบ ใช้งานดังกล่าวแต่ละครั้งคณะกรรมการตรวจการจ้างจะใช้เวลา 14 (สิบสี่) วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับแบบ ใช้งานที่ครบถ้วนสมบูรณ์ การพิจารณาอนุมัติแบบใช้งานจะใช้ข้อกําหนดตามเอกสารสัญญา กฎเกณฑ์ ในวิชาชีพแต่ละสาขาเป็นมาตรฐาน
บาง
as Or - 10 -
2.3.2 แบบใช้งาน (Shop Drawings) จะต้องแสดงรายละเอียดของวัสดุ ขนาด รูปร่าง ลักษณะ ชนิดตําแหน่ง ระยะ ระดับ แนว รายละเอียดประกอบแบบ และ ข้อมูลเกี่ยวข้อง รายละเอียดประกอบ ติดตั้งให้ชัดเจน ด้วยมาตราส่วนเหมาะสมเป็นไปตามข้อกําหนดของสถาปนิก วิศวกร แขนงช่างนั้นๆ แบบใช้งานจะต้องมีการตรวจสอบจากสภาพสิ่งก่อสร้างที่แท้จริง นํามาเป็นพื้นฐานในการทําแบบใช้งาน
หากแบบใช้งานนั้นๆ กระทําขึ้นและได้รับการพิจารณาอนุมัติไปก่อนถึงกําหนดการใช้งานจริงให้ผู้รับจ้าง ทําการตรวจสอบปรับแก้ไขให้เหมาะสม ถูกต้อง กับสภาพการก่อสร้างจริง คณะกรรมการตรวจการจ้าง แขนงงานช่างนั้นๆ ตรวจสอบพิจารณาใหม่ในเวลาที่เหมาะสม จนได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการตรวจ
การจ้างเสียก่อนจึงจะนําไปทําการก่อสร้างติดตั้งได้
2.3.3 ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําแบบใช้งานสําหรับงานก่อสร้างในขั้นตอนต่างๆ (นอกเหนือจากที่
กล่าวไว้ข้างต้น) เมื่อ
- แบบก่อสร้างไม่ชัดเจนเพียงพอหรือมีปัญหาในการก่อสร้าง
- จุดตําแหน่งของรูปแบบส่วนต่างๆ โดยทั่วไปควรทําแบบใช้งาน
- คณะกรรมการตรวจการจ้างแจ้งให้ทําแบบใช้งาน
หากผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามที่ระบุไว้ต่างๆ ดังกล่าวข้างต้น จนเกิดหรือเป็นเหตุให้เกิดข้อผิดพลาด บกพร่องขึ้นในงานส่วนใดๆ ให้ถือว่าผู้รับจ้างฝ่าฝืนสัญญา และผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบแก้ไขข้อบกพร่อง ผิดพลาดให้ถูกต้องเรียบร้อยเสียก่อน จึงจะทํางานส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไปได้หรือตามที่คณะกรรมการ
ตรวจการจ้างจะเห็นสมควรโดยผู้รับจ้างจะโต้แย้งเรียกร้องใดๆ ไม่ได้ทั้งสิ้น
2.3.4 ผู้รับจ้างจะต้องส่งแบบใช้งานต่างๆ ให้คณะกรรมการตรวจการจ้างพิจารณาตรวจสอบ พร้อมหนังสือแจ้งส่งและสําเนาเพื่อการอนุมัติอย่างน้อย 1 ชุด หรือตามที่คณะกรรมการตรวจการจ้างเห็น
เหมาะสม
2.4 เครื่องมือ เครื่องใช้และเครื่องจักร นั่งร้าน เครื่องหมายเพื่อให้ความปลอดภัย
2.4.1 เครื่องมือ เครื่องใช้ เครื่องจักร นั่งร้าน ตลอดจนอุปกรณ์ต่างๆ ที่นํามาใช้ในการก่อสร้าง ต้องเป็นชนิดที่เหมาะสมกับชนิดของงาน มีประสิทธิภาพสูง มั่นคงและปลอดภัยจากอันตรายอันอาจจะเกิด กับคนงาน คนภายนอกและทรัพย์สินข้างเคียง ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบและชดใช้ค่าเสียหายอันอาจ เกิดขึ้นได้นอกเหนือจากส่วนที่ได้รับการชดใช้จากประกันภัย
2.4.2 ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับของทางการในการขออนุญาตใช้ หรือติดตั้งเครื่องมือ เครื่องจักร เครื่องใช้ นั่งร้าน อุปกรณ์ต่างๆ สําหรับงานก่อสร้างในสัญญาและผู้รับจ้าง จะต้องจัดทําติดตั้งเครื่องหมายบริเวณที่จะเกิดอันตราย อุบัติเหตุหรือจัดทําสิ่งป้องกันชั่วคราวบริเวณ อันตรายนั้นรวมทั้งต้องดูแลรักษาความปลอดภัยตลอดระยะเวลาก่อสร้างในสัญญา
2.4.3 เครื่องมือ เครื่องใช้ เครื่องจักรและอุปกรณ์ชนิดใดที่คณะกรรมการตรวจการจ้างพิจารณา เห็นว่าไม่เหมาะสมในการนํามาใช้ในการก่อสร้าง หรือไม่ปลอดภัยในการปฏิบัติงาน อาจสั่งให้นําออกจาก สถานที่ก่อสร้าง และผู้รับจ้างจะต้องจัดหาเครื่องมือ เครื่องใช้ เครื่องจักรและอุปกรณ์ชนิดที่คณะก ตรวจการจ้างเห็นสมควรให้ใช้ได้มาปฏิบัติงานทันที
ะกรรมการ
Olmo
- 11 -
2.5 ช่างฝีมือและคนงาน
ผู้รับจ้างจะต้องหาช่างฝีมือ และคนงานที่มีความสามารถและความชํานาญในงานแต่ละประเภทมา ปฏิบัติงานถ้าปรากฏว่าช่างฝีมือและคนงานนั้นปฏิบัติไม่ดีพอ ประพฤติตนไม่เหมาะสมไม่มีหลักการช่างที่ดี คณะกรรมการตรวจการจ้าง มีสิทธิที่จะสั่งเปลี่ยนช่าง คนงาน เพื่อให้ได้งานที่ประณีตเรียบร้อยมีมาตรฐาน ถูกต้องตามแบบแปลนรายการข้อตกลงและถูกต้องตามกฎหมายและเทศบัญญัติ การแจ้งเปลี่ยนช่างและ คนงานนี้ผู้รับจ้างจะต้องรีบปฏิบัติจัดหาช่างและคนงานให้เหมาะสมทันที โดยไม่มีข้อเรียกร้องหรือโต้แย้ง
ใดๆ
ผู้รับจ้างต้องมีหน้าที่ในการป้องกันดูแลรักษา ไม่ให้เกิดความเสียหายอันตรายใดๆ แก่สิ่งปลูกสร้าง ทรัพย์สินช่างและคนงานตลอดจนบุคคลต่างๆ ที่ปฏิบัติงานในงานก่อสร้างนี้ของมหาวิทยาลัยราชภัฏ
นครสวรรค์ และผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบชดใช้หากมีเหตุอันตรายเสียหายใดๆ เกิดขึ้นเนื่องจากการ เปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยไม่มีข้อแม้ใดๆ ทั้งสิ้น
น
2.6 ผู้ควบคุมงานประจําของผู้รับจ้าง
2.6.1 ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีผู้ควบคุมงานก่อสร้างตามกฎหมาย ประกอบด้วยสถาปนิกและ วิศวกร ซึ่งคณะกรรมการตรวจการจ้างพิจารณาเห็นว่ามีความสามารถและเหมาะสมทําหน้าที่เป็นผู้ ประสานงาน และควบคุมงานการก่อสร้างให้เป็นไปอย่างถูกต้องและมีคุณภาพที่ดีทุกประการ
2.6.2 ผู้ควบคุมงานก่อสร้างหรือผู้แทนของผู้รับจ้างจะต้องมีคุณวุฒิดังต่อไปนี้
- เป็นสถาปนิกที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรม (ก.ส.) ประเภทภาคีขึ้นไป 2) เป็นวิศวกรที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรม (ก.ว.) ประเภทภาคีขึ้นไป 3) เป็นผู้ที่เคยผ่านงานก่อสร้างขนาดใหญ่ และประสบการณ์ ในงานก่อสร้างมาเป็นอย่างดี 4) เป็นผู้ที่มีประวัติการทํางานดี มีความตั้งใจและเอาใจใส่ในการปฏิบัติงานตามหน้าที่เป็น
อย่างดีและให้ความรับผิดชอบในหน้าที่ - ต้องเป็นผู้ที่มีอุปนิสัย เข้ากับผู้ร่วมงานอื่นได้เป็นอย่างดีและให้ความร่วมมือในการ ดําเนินงานก่อสร้างกับทุกฝ่ายได้ดี
2.6.3 ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งรายชื่อพร้อมทั้งประวัติการทํางานของผู้ควบคุมการก่อสร้างของผู้ รับจ้าง ให้คณะกรรมการตรวจการจ้างทราบ เป็นลายลักษณ์อักษรเมื่อคณะกรรมการตรวจการจ้างอนุมัติ แล้วจึงปฏิบัติงานได้
2.6.4 ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําตารางปฏิบัติงาน พร้อมทั้งแจ้งกําหนดเวลาในการควบคุมงานของ สถาปนิกและวิศวกรควบคุมงานของผู้รับจ้าง เพื่อให้คณะกรรมการตรวจการจ้างพิจารณาอนุมัติ
2.6.5 ผู้รับจ้าง จะต้องให้ผู้ควบคุมงานก่อสร้างของผู้รับจ้างตามคุณวุฒิที่ระบุในข้อ 2.6.6 และตามตารางที่อนุมัติโดยคณะกรรมการตรวจการจ้างในข้อ
สัญญา
2.6.7 ปฏิบัติงานตามตารางการปฏิบัติงานในข้อ 3.5.4 อย่างเคร่งครัดที่สุด มิฉะนั้นจะถือว่าผิด
2.6.8 ผู้รับจ้าง จะต้องจัดวางแผนให้มีผู้ควบคุมงานก่อสร้างของผู้รับจ้าง ปฏิบัติงานให้เป็นอย่าง
ดี และไม่ชักช้าจนเป็นผลเสียหายแก่งาน
2.6.9 ผู้รับจ้าง และผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้างจะต้องศึกษา แบบและรายการก่อสร้างอย่าง ละเอียดถี่ถ้วน และต้องวางแผนงานโครงการล่วงหน้า เพื่อจัดเตรียมงานได้อย่างถูกต้องและมีหลักการของ ช่างที่ดี เป็นไปตามกฎข้อบังคับการทํางานก่อสร้างที่กําหนดไว้
Our
ม
- 12 -
2.6.10 ช่างและคนงานของผู้รับจ้างที่ดําเนินงานก่อสร้างตามสัญญา จะดําเนินงานไปโดยลําพัง โดยไม่มีวิศวกร และผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้างคอยติดตามตรวจสอบดูแลชี้แนะแก้ไขความถูกต้องของงาน
ก่อสร้างในแต่ละส่วน แต่ละขั้นตอนของงานก่อสร้างไม่ได้และคณะกรรมการตรวจการจ้างมีสิทธิและอํานาจ สั่งไม่รับงานในแต่ละส่วน แต่ละ ขั้นตอนของงานก่อสร้างนั้นๆ ไว้ได้จนกว่าผู้รับจ้างได้แก้ไขให้ถูกต้อง เหมาะสมจึงได้ดําเนินงานนั้นๆ ต่อไปได้โดยฝ่าย ผู้รับจ้างจะโต้แย้งเรียกร้องใดๆ ไม่ได้ทั้งสิ้น
2.6.11 หากวิศวกร หรือสถาปนิกควบคุมประจํา หรือผู้ควบคุมประจํางานการก่อสร้างของผู้ รับจ้างไม่อยู่ควบคุมงานก่อสร้าง ณ ที่ก่อสร้างในระหว่างมีการดําเนินงานก่อสร้าง ไม่ว่าในลักษณะใดที่ จําเป็นต้องมีวิศวกร หรือสถาปนิกควบคุมประจํางาน หรือผู้ควบคุมงานควบคุม คณะกรรมการตรวจการจ้าง มีสิทธิและอํานาจสั่งระงับงานก่อสร้างในส่วนงานนั้นๆ หรืองานก่อสร้างสัมพันธ์ต่อเนื่องได้ จนกว่าจะมี วิศวกรควบคุมประจํางาน และผู้ควบคุมประจํางานของ ผู้รับจ้างเข้าประจําควบคุมงานและจัดดําเนินงาน อย่างเหมาะสม จึงจะให้ดําเนินงานก่อสร้างในส่วนที่ถูกระงับงานไว้นั้นต่อไปได้ และโดยคณะกรรมการตรวจ การจ้างจะแจ้งเหตุผลด้วยวาจาและลายลักษณ์อักษรการสั่งระงับและการให้ทํางานต่อไปให้ผู้รับจ้างทราบ
ทันที
ในกรณีที่คณะกรรมการตรวจการจ้างสงสัยว่างานก่อสร้างไม่เรียบร้อย ไม่ถูกต้องตามแบบและ
รายการก่อสร้าง หรือเป็นปัญหา คณะกรรมการตรวจการจ้างมีสิทธิและอํานาจสั่งระงับงานส่วนนั้นๆ ได้ ชั่วคราวและแจ้งการวินิจฉัยจากผู้บริหารการก่อสร้างทันที ที่ได้สั่งระงับงานดังกล่าว และการวินิจฉัยของ คณะกรรมการตรวจการจ้างถือเป็นข้อชี้ขาด โดยผู้รับจ้างจะนํามาโต้แย้งเรียกร้องใดๆ ไม่ได้ทั้งสิ้น
2.6.12 คณะกรรมการตรวจการจ้างมีสิทธิ ที่จะขอให้เปลี่ยนผู้ควบคุมงานก่อสร้างของผู้รับจ้าง ใหม่ได้ หากพิจารณาเห็นว่า ผู้ควบคุมงานก่อสร้างนั้นไม่เหมาะสม หรือมีความบกพร่องในหน้าที่ ผู้รับจ้าง จะต้องจัดหาผู้ควบคุมงานก่อสร้าง ที่มีคุณวุฒิ และความสามารถ และมีความเหมาะสมตามการพิจารณา ของคณะกรรมการตรวจการจ้าง และ/หรือ คณะกรรมการตรวจการจ้างมาปฏิบัติงานในหน้าที่ทันที
2.6.13 คําแนะนําหรือคําชี้แจงใดๆ ที่คณะกรรมการตรวจการจ้างได้ให้แก่ผู้ควบคุมงานของผู้ รับจ้างนี้ถือว่าได้แจ้งโดยตรงต่อผู้รับจ้างแล้ว
2.7 การตรวจและการทดลองงานวัสดุ
2.7.1 คณะกรรมการตรวจการจ้างมีสิทธิที่จะเข้าตรวจ และควบคุมการก่อสร้างในบริเวณงาน ก่อสร้างอาคารโรงงานหรือสถานที่อื่นๆ ของผู้รับจ้างซึ่งมีการเตรียมการและดําเนินการต่างๆ สําหรับการ ก่อสร้างตามสัญญานี้ได้ในทุกเวลาที่เห็นสมควร โดยผู้รับจ้างและผู้รับจ้างช่วงจะต้องรับผิดชอบจัดอํานวย ความสะดวกให้ความปลอดภัยรวมทั้ง จัดหาเครื่องใช้อุปกรณ์ที่จําเป็นเหมาะสมให้พร้อม เพื่อให้
คณะกรรมการตรวจการจ้างได้ใช้สิทธิทําการดังกล่าวข้างต้นนั้นได้โดยสมบูรณ์
2.7.2 ในกรณีที่ระบุไว้ในรายการ หรือตามคําสั่งของคณะกรรมการตรวจการจ้างหรือตามกฎ เทศบัญญัติหรือระเบียบข้อบังคับต่างๆ ที่กําหนดให้ต้องทําการตรวจหรือทดสอบวัสดุหรืองานใดๆ เกี่ยวกับ
คุณภาพความเหมาะสมหรือความมั่นคงผู้รับจ้างจะต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้คณะกรรมการตรวจการ จ้างให้ทราบล่วงหน้าเป็นเวลา 15 วัน เพื่อตรวจหรือทดสอบวัสดุหรืองานนั้นๆ จนกว่าจะได้รับการพิจารณา เห็นชอบจึงจะลงมือปฏิบัติงานนั้นต่อไปได้ อนึ่ง วัสดุสิ่งของอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้รวมทั้งการติดตั้งใดๆ ในส่วน ต่างๆ ของงานก่อสร้างไม่ว่าจะเป็นในระยะก่อนการใช้ระหว่างใช้หรือใช้ไปแล้วประการใดก็ตาม
5
Ohmi - 13 -
หากคณะกรรมการตรวจการจ้างเห็นสมควรให้มีการตรวจสอบ ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการโดยเคร่งครัด
ตามที่มีรายการข้อกําหนดไว้นั้นหรือตามที่คณะกรรมการตรวจการจ้างจะเห็นสมควรสั่งให้ดําเนินการจน ได้ผลเป็นที่น่าพอใจและได้รับการพิจารณาเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจการจ้างโดยไม่มีข้อโต้แย้ง
เรียกร้องใดๆ ทั้งสิ้น
2.7.3 งานส่วนใดที่ระบุในรายการ หรือตามคําสั่งของคณะกรรมการตรวจการจ้าง ที่จะต้องมีการ
ตรวจพิจารณาตามลําดับขั้นจึงจะอนุมัติดําเนินการต่อไปได้ผู้รับจ้างจะต้องถือปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
หากมีส่วนใดที่จัดทําไปก่อนโดยมิได้รับการพิจารณาอนุมัติ คณะกรรมการตรวจการจ้างมีสิทธิที่จะสั่งให้รื้อ ถอนหรือทุบส่วนนั้นได้ และผู้รับจ้างจะต้องจัดทําใหม่โดยไม่คิดมูลค่าหรือเรียกร้องโต้แย้งใดๆ เพิ่ม
เพิ่มเติม
2.7.4 ผู้รับจ้างจะต้องส่งตัวอย่างวัสดุทั้งหมดที่ใช้ในการก่อสร้าง ให้คณะกรรมการตรวจการจ้าง ตรวจอนุมัติก่อนทําการติดตั้ง ในกรณีที่วัสดุหรือชิ้นส่วนที่จะส่งให้คณะกรรมการตรวจการจ้างตรวจสอบ อนุมัติมีขนาดใหญ่ไม่สะดวกในการขนส่ง เช่น หน้าต่างประตู หรือส่วนอื่นๆ ให้ผู้รับจ้างจัดทําแบบตัวอย่าง ขึ้น ณ ที่ก่อสร้าง เพื่อให้ คณะกรรมการตรวจการจ้างตรวจอนุมัติก่อนที่จะทําการติดตั้งหรือก่อสร้างวัสดุ หรือชิ้นส่วนนั้นๆ ในส่วนอื่นๆ ที่เหลือของอาคารวัสดุก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างของอาคารจะต้อง นําเสนอขออนุมัติจากคณะกรรมการตรวจการจ้าง และ/หรือ คณะกรรมการตรวจการจ้างเช่นเดียวกัน ในกรณีที่คณะกรรมการตรวจการจ้างต้องการควบคุมคุณภาพ และความสามารถในการรับน้ําหนักของ คอนกรีต โดยการให้หล่อแท่งคอนกรีตเพื่อนําไปทดสอบ ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําแท่งคอนกรีตเพื่อการทดสอบ นี้ โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งในการทําแท่งคอนกรีตและการทดสอบ
2.7 สิทธิของคณะกรรมการตรวจการจ้างในการแก้ไขงาน
2.7.1 คณะกรรมการตรวจการจ้างมีอํานาจ และสิทธิในการสั่งให้แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงงาน ใดๆ ที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ตรงกับที่ระบุไว้ในแบบและรายการตามข้อตกลงในสัญญา
2.8 สิทธิของผู้รับจ้างในการปฏิบัติตามสัญญา
หากคณะกรรมการตรวจการจ้างไม่สามารถจ่ายเงินค่าก่อสร้างให้ผู้รับจ้างตามข้อตกลงในสัญญา ภายในกําหนดระยะเวลาหนึ่งภายหลังที่ผู้รับจ้างได้ยื่นเอกสารเบิกเงินค่าก่อสร้างที่สร้างเสร็จและ
คณะกรรมการตรวจการจ้างได้รับรองการส่งงานนั้นแล้ว ผู้รับจ้างมีสิทธิที่จะร้องขอและทวงถามได้ - 14 -
3.เงื่อนไขในหน้าที่และความรับผิดชอบการดําเนินงาน
3.1 การจัดวางแผนงานและการปฏิบัติ
3.1.1 ผู้รับจ้างจะต้องทําแผนงาน การจัดดําเนินงานโครงการก่อสร้าง ทั้งหมดอย่างสมบูรณ์ (Complete Project Management) ให้ถูกต้องเหมาะสมสอดคล้องกับสัญญาและข้อกําหนดตกลงต่างๆ แสดงลําดับขั้นตอน ชนิด ลักษณะ ปริมาณระยะเวลา ผลงาน และมูลค่างาน ความสัมพันธ์สอดคล้องของ งานแต่ละขั้นตอนของแขนงงานและของงานทั้งหมด รวมทั้งรายละเอียดที่จําเป็นอื่นๆ พร้อมหนังสือแจ้ง ความสามารถความรับผิดชอบ การดําเนินงานตามแผนงานนั้นจัดแยกเป็นชุด ให้คณะกรรมการตรวจการ จ้างพิจารณาล่วงหน้าอย่างมากไม่เกิน 15 วัน (นับจากวันที่ลงนามในสัญญานี้) คณะกรรมการตรวจการจ้าง จะใช้เวลาพิจารณาและแจ้งผลให้ทราบ (นับจากวันที่ได้รับหนังสือนั้น) ในระยะเวลาประมาณ 15 วัน
ในกรณีที่จําเป็นต้องมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงแผนงานของอาคาร หรือขั้นตอนการทํางาน เพื่อ ทําการขนส่ง หรือเก็บสต็อกวัสดุและอุปกรณ์ต่างๆ ผู้รับจ้างจะต้องไม่คิดค่าก่อสร้างหรือค่าใช้จ่ายใดๆ
เพิ่มเติมราคาก่อสร้างในภายหลังมิได้
ม
3.1.2 ในการทํางานก่อสร้างแต่ละส่วน หรือแต่ละขั้นตอนของงานก่อสร้างผู้รับจ้าง จะต้อง จัดทําแผนงานละเอียดอย่างเหมาะสมกับงาน พร้อมการคาดคะเนผลและปริมาณของงานนั้นๆ ทุกระยะ 7 วันและ 1 เดือน (หรือในระยะเวลาที่คณะกรรมการตรวจการจ้างจะเห็นสมควร) จัดให้สอดคล้องกับ
แผนงานโครงการก่อสร้างทั้งหมดที่จัดวางไว้นั้น ส่งให้คณะกรรมการตรวจการจ้างพิจารณาล่วงหน้าก่อน
ดําเนินงานดังกล่าว และผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบการทํางานไป ตามแผนงานนั้น ไม่ว่าจะได้รับการพิจารณาเห็นชอบหรือไม่ประการใดก็ตาม
3.1.3 ในกรณีที่ผู้รับจ้างทํางานก่อสร้างล่าช้า กว่าแผนงานที่วางไว้หรือมีลักษณะชี้บ่งว่างาน ก่อสร้างจะไม่เป็นไปตามแผนงานที่จัดวางไว้นั้นๆ ไม่ว่าจะมีเหตุสืบเนื่องจากการทํางานของผู้รับจ้างเอง
หรือจากเหตุอื่นใดก็ตามคณะกรรมการตรวจการจ้างมีสิทธิสั่งให้ผู้รับจ้างเร่งทํางานทั้งกลางวัน กลางคืนและ ในวันหยุด ได้โดยผู้รับจ้างจะเรียกค่าจ้างเพิ่มเติมไม่ได้ นอกจากนี้ยังเป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างจะต้องแก้ไขจัด แผนงานหลักใหม่ ของแต่ละส่วนแต่ละขั้นตอนและของโครงการก่อสร้างทั้งหมด ให้สอดคล้องเป็นไปตาม ข้อกําหนดสัญญาและการตกลงที่มีไว้แต่เดิมหรือตามที่จะได้มีข้อกําหนดตกลงไว้นั้นๆ
การจัดแก้ไขปรับปรุงแผนงานนั้นๆ ผู้รับจ้างต้องดําเนินการเช่นเดียวกับการจัดวางแผนงานดังกล่าว
ไว้ข้างต้น หรือตามที่คณะกรรมการตรวจการจ้างเห็นเหมาะสมจึงจะทํางานก่อสร้างต่อไปได้และผู้รับจ้าง
จะต้องแก้ไขปรับปรุงการทํางานและปริมาณงานตามข้อกําหนดต่างๆ สอดคล้องเหมาะสมกับแผนงานที่
แก้ไขเห็นชอบนั้น
3.2 การแจ้งผลงานและหลักฐาน
ในระยะการทํางานก่อสร้างจนแล้วเสร็จตามข้อกําหนดสัญญา และการตกลงต่างๆ เป็นหน้าที่และ ความรับผิดชอบของผู้รับจ้างจะต้องจัดทํา และแจ้งให้คณะกรรมการตรวจการจ้างทราบในรูปของรายงาน
ประจําเดือนคือ
3.2.1 การจัดเตรียมงาน การใช้วัสดุแรงงานแต่ละขั้นตอนแต่ละแขนง ในแต่ละสัปดาห์ แต่ละ เดือน (ในลักษณะตาราง) ตามที่คณะกรรมการตรวจการจ้างเห็นสมควร
3.2.2 ผลการทดสอบตรวจสอบวัสดุ และงานก่อสร้างต่างๆ พร้อมความเห็นการพิจารณาของ คณะกรรมการตรวจการจ้าง - 15 -
3.2.3 ปริมาณผลความก้าวหน้าของงานแต่ละขั้นตอนของแต่ละแขนงงาน และของงานทั้งหมด ที่เสร็จ แจ้งความสําเร็จหรืออุปสรรคความช้าเร็วเทียบกับผลงานที่กําหนดเห็นชอบไว้ในลักษณะ เปรียบเทียบด้วยตารางและ BAR CHART ตามที่คณะกรรมการตรวจการจ้างเห็นเหมาะสม
3.2.4 ภาพถ่ายผลงานความก้าวหน้าของงานแต่ละเดือน (เพื่อประกอบการเบิกจ่ายเงินงวด ค่าก่อสร้างตามสัญญา) รวมทั้งภาพถ่ายการทดสอบวัสดุก่อสร้างการตรวจสอบข้อชํารุดบกพร่องและการ
แก้ไขการประกอบติดตั้งและงานก่อสร้างที่มีลักษณะสําคัญต่างๆ ซึ่งคณะกรรมการตรวจการจ้างเห็นสมควร
บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานอ้างอิงความ ถูกต้องเรียบร้อยของการทํางานตามข้อกําหนดสัญญาต่างๆ
ตามตารางแสดงผลความก้าวหน้างาน
3.2.5 แบบฟอร์ม ตารางแสดงรายการใช้วัสดุ-แรงงาน แต่ละขั้นตอนของงานทั้งหมด ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําตามที่คณะกรรมการตรวจการจ้างกําหนดแนะนํา หรือ
พิจารณาเห็นชอบ โดยต้องจัดทําด้วยปริมาณให้เพียงพอกับการใช้งานจนงานก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยด้วย ค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างเอง ภาพถ่ายผลความก้าวหน้าของงานและการตรวจสอบ ทดสอบ วัสดุติดตั้งแก้ไข ต่างๆ ที่กําหนดต้องการนั้นจะต้องเป็นภาพถ่ายที่ครอบคลุมงานอย่างทั่วถึงชัดเจนด้วยภาพถ่ายขนาดไม่เล็ก
กว่า 3.5" x 5" และจํานวนภาพถ่ายตามความเหมาะสมของงาน พร้อมข้อความรายละเอียดประกอบให้
เหมาะสมด้วยค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างเองนําส่งเอกสารหลักฐานต่างๆ ควรจัดแยกเป็นชุดๆ พร้อมหนังสือ นําส่งตามที่คณะกรรมการตรวจการจ้างจะเห็นสมควร
3.3 การปฏิบัติงานในเวลาปกติและการปฏิบัติงานในเวลาพิเศษ
3.3.1 การปฏิบัติงานก่อสร้างตามปกติในแต่ละวัน ผู้รับจ้าง ช่างคนงานทุกแขนงงานก่อสร้าง ของผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎข้อบังคับที่กําหนดไว้ข้างต้น และผู้รับจ้างหรือผู้แทนผู้รับจ้างมีหน้าที่ใน
การปฏิบัติและรับผิดชอบอีกดังนี้
- แจ้งขอการทํางานแต่ละวัน โดยแจ้งล่วงหน้าก่อนการทํางานปกติอย่างน้อย 1 วัน ประกอบด้วย ขอบเขต ตําแหน่ง ชนิดลักษณะ ระยะเวลา ปริมาณงาน จํานวน ช่าง คนงาน เครื่องมือ เครื่องใช้ ที่สําคัญผังสังเขปปริมาณงานที่กะจะทําเสร็จในแต่ละวัน พร้อมทั้งแจ้งการจัดการป้องกันอันตราย ความเสียหายให้เหมาะสมตามความจําเป็นกับสภาพของงาน โดยจะต้องแยกแยะจัดทําให้สอดคล้องกับ
แผนงานละเอียดและแผนงานทั้งโครงการที่ได้กําหนดหรือได้รับการเห็นชอบไว้นั้นๆ ให้คณะกรรมการตรวจ การจ้างแต่ละกรณีงาน พิจารณาเห็นชอบเสียก่อนจึงจะทํางานนั้นได้ หากผู้รับจ้าง ทํางานไม่เสร็จตามที่แจ้ง ขอไว้ในแต่ละวันและมีงานแก้ข้อบกพร่องต่างๆ (หรืองานตรวจสอบต่างๆ) ซึ่งจะต้องทําควบคู่ไปกับงานใน แต่ละวันถัดไปเป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างจะต้องแจ้งขอทํางานดังกล่าวนั้น กับงานที่กําหนดจะทําในวันถัดไป ด้วยวิธีการแจ้งขอทํางานแต่ละวัน ที่กล่าวไว้ข้างต้น ต่อคณะกรรมการตรวจการจ้างแล้วแต่กรณีงาน ให้
พิจารณาตรวจสอบเห็นชอบอนุมัติแล้วจึงดําเนินการได้ - แจ้งให้คณะกรรมการตรวจการจ้างแล้วแต่กรณี ให้ทําการตรวจสอบการประกอบการติดตั้ง การแก้ไขต่างๆ รวมทั้งวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ในงานแต่ละขั้นตอนและของแต่ละแขนงงานหรือตามที่มีการระบุ
ตรวจสอบทดสอบให้ตรวจสอบทดสอบให้แล้วเสร็จเรียบร้อยถูกต้องตามกําหนดหรือตามที่คณะกรรมการ
ตรวจการจ้างเห็นชอบหรือเห็นเหมาะสมแล้วจึงทํางานขั้นต่อไปได้
Char
- 16 -
- ในกรณีที่คณะกรรมการตรวจการจ้างมีความเห็นให้แก้ไข ชนิด ลักษณะ ปริมาณงานวิธีการ
ทํางานหรืออื่นๆ
ให้เหมาะสมประการใดก็ตามผู้รับจ้างและผู้แทนผู้รับจ้างมีหน้าที่และความรับผิดชอบต้อง
ปฏิบัติไปตามความคิดเห็นและการพิจารณาเพื่อให้งานแต่ละขั้นตอนและงานส่วนอื่นๆ ที่ต่อเนื่องดําเนิน ต่อไปได้ไม่หยุดชะงักล่าช้าเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้รับจ้างจะต้องกําหนดระยะเวลาการแจ้งและ
ดําเนินงานตรวจสอบทดสอบรวมทั้งงานแก้ไขต่างๆ จนได้ผลถูกต้องเรียบร้อยตามกําหนดและด้วยค่าใช้จ่าย ของผู้รับจ้างเองโดยไม่มีข้อโต้แย้งเรียกร้องใดๆ ทั้งสิ้น - เวลาปฏิบัติงานปกติของผู้รับจ้างเริ่มจาก 8.00 น. จนถึงเวลา 17.00 น. ในกรณีจําเป็นต้อง ปฏิบัติงานเกินกําหนดเวลาปกติ เพื่อมิให้เกิดความเสียหายต่องานนั้นได้ ให้ผู้รับจ้างแจ้งให้คณะกรรมการ ตรวจการจ้างได้ทราบทุกครั้ง และให้ปฏิบัติงานตามข้อกําหนดการทํางานต่างๆ ที่ระบุไว้รวมทั้งข้อ กําหนดการปฏิบัติงานในเวลาพิเศษ ตามกฎข้อบังคับในกฎหมายแรงงานด้วย
- การจัดเอกสารหลักฐานการทํางานในเวลาปกติต่างๆ ดังกล่าวข้างต้นเป็นหน้าที่ของผู้รับจ้าง ต้องจัดทําแยกเป็นชุดๆ พร้อมสําเนาและหนังสือนําส่งมาที่คณะกรรมการตรวจการจ้างจะเห็นสมควร
เหมาะสม
3.4 การร่วมมือในการปฏิบัติงานและการประสานงาน
3.4.1 ผู้รับจ้างต้องจัดตัวแทนผู้มีอํานาจเต็มเข้าร่วมประชุม ระหว่างผู้รับจ้างกับคณะกรรมการ ตรวจการจ้าง ซึ่งอาจจะรวมถึง สถาปนิก วิศวกร ตัวแทนของคณะกรรมการตรวจการ การประชุมดังกล่าว จะมีขึ้นทุกๆ 7 วัน ตลอดระยะเวลาการก่อสร้าง หรือเมื่อคณะกรรมการตรวจการจ้างเห็นสมควรเรียก ประชุมกรณีเร่งด่วน
3.4.2 ผู้รับจ้างและบุคลากรของผู้รับจ้างแต่ละองค์กร ต้องให้ความร่วมมือและประสานงานกัน และร่วมกันจัดหาวิธีป้องกันความเสียหาย อันเนื่องมาจากความประมาทเลินเล่อหรือความรู้เท่าไม่ถึงการณ์
ที่อาจเกิดขึ้น ตลอดจนการรักษาทรัพย์สินของแต่ละฝ่ายและส่วนรวมให้พ้นจากอันตราย ซึ่งอาจเกิดจาก อัคคีภัยและการสูญเสีย ผู้รับจ้างและบุคลากรของผู้รับจ้างแต่ละองค์กร ต้องรับผิดชอบ และชดใช้ ค่าเสียหายในกรณีที่เกิดการเสียหายงานฝ่ายอื่น ซึ่งเกิดจากการปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง
3.4.3 ผู้รับจ้าง ต้องกําหนดระเบียบการปฏิบัติงานของลูกจ้าง ช่างคุมงาน ในการปฏิบัติงานตาม เวลาที่กําหนด และเลิกงานในเวลาที่กําหนดตามข้อกําหนดที่ระบุไว้ และผู้รับจ้างต้องกําหนดระเบียบ ข้อบังคับในการใช้สถานที่และบริเวณก่อสร้าง เช่น ห้ามเล่นการพนัน การใช้ห้องน้ํา-ห้องส้วม ที่ผู้รับจ้างจัด ไว้ให้ การทําครัว และการเข้าอยู่อาศัยอย่างเป็นระเบียบไม่ขัดต่อสุขภาพอนามัย โดยผู้รับจ้างต้องปิด ประกาศระเบียบต่างๆ เหล่านี้ ณ ที่พักและที่ปฏิบัติงานของลูกจ้าง ช่าง คนงาน แจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน พร้อมทั้งวางหลักเกณฑ์ถือเป็นระเบียบปฏิบัติอย่างเคร่งครัดถ้าผู้ใดฝ่าฝืน เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบ ของผู้รับจ้างต้องพิจารณาลงโทษให้ผู้ฝ่าฝืนนั้นออกจากงาน หรือลงโทษให้เหมาะสมแก่กรณีเหตุ
- 17 -
3.5 การใช้สถานที่และบริเวณ การทําความสะอาด
3.5.1 การใช้สถานที่และบริเวณ
- มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ ไม่อนุญาตให้ผู้รับจ้างปลูกสร้างที่พักคนงานอยู่ใน ขอบเขตของบริเวณและสถานที่ทําการก่อสร้าง ยกเว้นการจัดสร้างที่เก็บวัสดุเครื่องมือ สัมภาระและที่ ทํางานช่าง คนงาน เท่านั้น
- ผู้รับจ้าง จะต้องไม่ติดตั้งหรือบรรทุกวัสดุ หรืออุปกรณ์ หรือเครื่องมือ เครื่องจักรที่มี
อันอาจเกิดอันตรายแก่โครงสร้างหรือส่วนของสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ได้ หรือที่
น้ําหนักบรรทุกมากเกินไป
คณะกรรมการตรวจ การจ้างเห็นไม่สมควร - ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําเครื่องหมาย หรือป้ายชี้แจงในการใช้สถานที่ การป้องกันอุบัติเหตุ อันตราย ความเสียหายต่างๆ อย่างเหมาะสมและตามคําสั่งของคณะกรรมการตรวจการจ้างเห็นสมควร
- ในกรณีที่ต้องการสถานที่และบริเวณสําหรับปฏิบัติงานเป็นพิเศษ นอกเหนือไปจากการ ก่อสร้างธรรมดา หรือในกรณีที่จะต้องใช้สถานที่และบริเวณสําหรับปฏิบัติงานในเวลากลางคืน ผู้รับจ้าง
จะต้องทําหนังสือขออนุญาตเสนอคณะกรรมการตรวจการจ้าง พิจารณาทุกกรณีและเมื่อได้รับพิจารณา
เห็นชอบแล้ว ผู้รับจ้างจึงเข้าไปใช้สถานที่บริเวณงานนั้นและปฏิบัติงานนั้นได้ - ผู้รับจ้าง จะต้องจัดเก็บวัสดุที่ใช้สําหรับการก่อสร้างและวัสดุที่ใช้แล้วหรือเหลือใช้และ เครื่องมือ เครื่องใช้ และอุปกรณ์ต่างๆ ไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยไม่กีดขวางการจราจร หรือการขนส่งให้ เหมาะสมกับการปฏิบัติงาน และต้องปลอดภัยจากอุบัติเหตุและอัคคีภัยและเหมาะสมกับทุกสภาพดินฟ้า อากาศ และสิ่งแวดล้อมต่างๆ
- ผู้รับจ้าง จะต้องจัดหาป้ายสัญญาณต่างๆ รวมทั้งไฟสัญญาณในเวลากลางคืนติดตั้งไว้ ด้วยเพื่อป้องกันอันตรายแก่ประชาชนผู้สัญจรไปมาอันตรายต่างๆ ที่เกิดขึ้นแก่ชีวิต หรือทรัพย์สินของผู้ สัญจรไปมาหรือเกิดขึ้นกับอาคารทรัพย์สินที่อยู่ใกล้เคียง อันมีสาเหตุมาจากงานก่อสร้างนี้แล้ว ผู้รับจ้าง จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบชดใช้ความเสียหายนั้นๆ แต่ผู้เดียว
3.5.2 การทําความสะอาดสถานที่ - ในระยะเวลาก่อสร้างผู้รับจ้างจะต้องจัดการขนเศษไม้ เศษวัสดุอื่นๆ นั่งร้านหรือแบบไม้ และวัสดุที่ไม่ได้ใช้นําไปทิ้งหรือจัดกองไว้อย่างเป็นระเบียบ ไม่เกะกะกีดขวางการทํางานต่างๆ และรักษา อาคารสิ่งปลูกสร้าง และบริเวณที่ทําการก่อสร้างให้อยู่ในสภาพสะอาดเรียบร้อยอย่างเหมาะสม และตามที่ คณะกรรมการตรวจการจ้างเห็น สมควรอยู่เสมอ
- เมื่องานก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว และการส่งมอบงาน ผู้รับจ้างจะต้องกลบหลุมและ บ่ออันเกิดจากการรื้อถอน หรือเกิดจากการก่อสร้างต่างๆ และต้องเก็บสิ่งที่เหลือใช้ต่างๆ จากการก่อสร้าง ออกไปจากอาคารและบริเวณ รวมทั้งต้องเกลี่ยปรับแต่งระดับดินให้เรียบร้อยเหมาะสม อยู่ในสภาพที่เข้าใช้ สอยตามวัตถุประสงค์ความต้องการได้ทันที
- ในกรณีที่ผู้รับจ้างมิได้จัดทําความสะอาดอาคาร และบริเวณสถานที่ดังกล่าวข้างต้น ใน ระยะเวลาตามที่กําหนดให้ปฏิบัติหรือที่ระบุไว้คณะกรรมการตรวจการจ้างอาจจ้างให้ผู้อื่นเข้าจัดการได้ คิดค่าใช้จ่ายจากผู้ว่าจ้างโดยหักเงินค่าก่อสร้างงวดสุดท้ายตามเงื่อนไขในสัญญาการตกลง
และ
Chere.
- 18 -
3.6 การทํางานก่อสร้างเฉพาะส่วน และส่วนเกี่ยวเนื่องต่างๆ ผู้รับจ้างมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการสั่ง และทํางานก่อสร้างต่างๆ เพิ่มเติม จากระเบียบกฎเกณฑ์ ข้อกําหนดที่กล่าวไว้ข้างต้นดังต่อไปนี้
3.6.1 การตรวจสอบจัดทําตําแหน่ง แนว ระยะ ระดับต่างๆ กล่าวคือ
- ผู้รับจ้างจะต้องทําการตรวจสอบตําแหน่งหมุดหลักเขตที่ดิน แนวระดับ ตําแหน่ง ระยะของบริเวณที่ดินกับของสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ที่ระบุไว้ในสัญญาการตกลงต่างๆ ของบริเวณสิ่งข้างเคียงที่ เกี่ยวข้องหรือที่จะใช้ อ้างอิงต่างๆ รวมทั้งจะต้องจัดทําการป้องกันดูแลรักษาไว้เป็นอย่างดี เพื่อใช้เป็นหลัก ยึดถืออ้างอิงในการบอกตําแหน่ง ระยะ ระดับ แนวต่างๆ กับของงานก่อสร้าง ตามรูปแบบรายละเอียด ข้อกําหนดตกลงต่างๆ ตลอดระยะเวลาทํางานจนงานก่อสร้างต่างๆ เสร็จเรียบร้อยและผู้ว่าจ้างได้รับมอบ งานนั้นไว้เรียบร้อยแล้ว
- ในการทํางานก่อสร้างผู้รับจ้างจะต้องทําการตรวจสอบแนว ตําแหน่ง ระยะ ระดับของ อาคารสิ่งปลูกสร้างต่างๆ และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่กําลังทําการก่อสร้างกับแนวตําแหน่ง ระยะ ระดับ และ รายละเอียดอื่นๆ ที่กําหนดไว้ทุกครั้งก่อนที่จะทําการก่อสร้างในส่วนนั้น หรือการทําการก่อสร้างขั้นต่อไป และต้องแจ้งหลักฐานผลการตรวจสอบอย่างชัดเจน ให้คณะกรรมการตรวจการจ้างทราบไว้ทุกครั้งหากการ
ตรวจสอบต่างๆ แต่ละครั้งดังกล่าวมีผลคลาดเคลื่อนจากที่กําหนดไม่ว่าประการใดผู้รับจ้างจะต้องแจ้งความ คลาดเคลื่อนนั้นๆ พร้อมข้อมูลรายละเอียดหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่างๆ อย่างชัดเจนเหมาะสมให้คณะกรรมการ ตรวจการจ้างพิจารณาตรวจสอบวินิจฉัยนั้นๆ ทันที โดยไม่มีข้อโต้แย้งเรียกร้องใดๆ - ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําระยะ ตําแหน่ง ระดับ แนว ดิ่ง ฉาบที่แน่นอนถูกต้องของโครงสร้าง หลัก โครงสร้างส่วนประกอบ ผนังส่วนต่อเนื่องต่างๆ เพื่อเป็นตําแหน่ง ระยะ แนว ระดับ หลักสําคัญงาน ก่อสร้างต่างๆ เช่น งานสุขาภิบาล งานระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ การติดตั้งเครื่องจักร เครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์ต่างๆ และงานรายละเอียดตามข้อกําหนดต่างๆ ที่ต่อเนื่องสัมพันธ์กันเป็นต้นไปให้ คณะกรรมการตรวจการจ้างพิจารณาตรวจสอบให้ความเห็นชอบก่อนการทํางานก่อสร้างส่วนนั้นหรืองาน ขั้นต่อไปของส่วนต่อเนื่องทุกครั้งและผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบปฏิบัติไปตามการพิจารณานั้นโดยไม่มีข้อ
เกี่ยงงอนใดๆ ทั้งสิ้น
3.6.2 การกําหนดระยะ ขนาด และส่วนเกี่ยวข้องจากที่ก่อสร้างผู้รับจ้างจะต้องทําการสํารวจ ตรวจสอบ วัดช่วงระยะ ลักษณะ ขนาด ตําแหน่ง ระดับแนวต่างๆ ตามสภาพความเป็นจริงของงานก่อสร้าง เฉพาะส่วน และส่วน เกี่ยวข้องที่จะทําการสั่งวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องใช้ต่างๆ หรือปฏิบัติงานก่อสร้างส่วนใดๆ ของอาคาร สิ่งปลูกสร้างหรือการติดตั้งนั้นๆ หากวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องใช้ ที่จะสั่งหรือนํามาใช้ เพื่อให้พอดี ช่วงระยะตรงตามตําแหน่งได้ แนว ระดับ ขนาด ลักษณะ ทั้งในเฉพาะส่วนและส่วนที่เกี่ยวเนื่องของอาคาร สิ่งปลูกสร้างส่วนต่างๆ คลาดเคลื่อนไปจากระยะ ตําแหน่ง แนว ระดับ และอื่นๆ ที่ระบุไว้ในรูปแบบรายการ ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งความคลาดเคลื่อนต่างๆ พร้อมหลักฐานอย่างชัดเจนให้คณะกรรมการตรวจการจ้าง เพื่อ พิจารณาทันที และให้ผู้รับจ้างปฏิบัติไปตามการพิจารณาไว้เท่านั้นการแจ้งส่งหลักฐาน ดังกล่าว ผู้รับจ้างมี
หน้าที่และรับผิดชอบดําเนินการดังกล่าวไว้ข้างต้นนั้นๆ ในกรณีที่ผู้รับจ้างต้องสั่งหรือทําการประกอบ ติดตั้งวัสดุที่มีขนาดหรือระยะตําแหน่ง ระดับ แนว ลักษณะแตกต่างไปจากรูปแบบรายการรายละเอียด ข้อกําหนดต่างๆ แต่ให้พอดีและเหมาะสมกับช่วงระยะ ตําแหน่ง แนว ระดับ ลักษณะ ขนาดของงาน ก่อสร้างต่างๆ รวมทั้งสัมพันธ์สอดคล้องกับงานก่อสร้างส่วนต่อเนื่องใดๆ ตามสภาพความเป็นจริงนั้นๆ เป็น หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้รับจ้างที่จะต้องปฏิบัติงานดังกล่าวเหล่านั้นให้ถูกต้องเรียบร้อยเหมาะสม
ตรงตามพิจารณากําหนดไว้โดยจะเรียกร้องค่าชดใช้หรือโต้แย้งเกี่ยงงอนใดๆ มิได้ทั้งสิ้น
รู คร่าว พุก
- 19 -
3.6.3 การเตรียมงานเพื่อการก่อสร้างอื่นที่เกี่ยวข้อง ผู้รับจ้างจะต้องเตรียมการ และจัดทําช่อง
ส่วนยึดเชื่อมโยง ค้ํายันต่างๆ หรือส่วนที่จําเป็นต้องจัดทําในส่วนต่างๆ และงานส่วนต่อเนื่อง ที่เกี่ยวข้องงานก่อสร้างนั้นๆ ให้ได้ขนาด ระยะ ระดับ แนว ดิ่ง ฉาบด้วยวิธีการจัดทําอย่างถูกต้องเหมาะสม ตามรูปแบบ รายละเอียดและ ข้อกําหนดประกอบแบบและได้มาตรฐานของงานก่อสร้างแต่ละแขนงงานช่าง นั้นๆ ด้วยวิธีการทํางานของช่างที่ดีให้เสร็จเรียบร้อยก่อนดําเนินงานขั้นต่อไปในแต่ละส่วนนั้นๆ ผู้รับจ้าง
จะต้องแจ้งหลักฐานพร้อมรายละเอียดการเตรียมและจัดทําการต่างๆ ดังกล่าวอย่างชัดเจนให้คณะกรรมการ ตรวจการจ้าง (แล้วแต่กรณีงาน) พิจารณาตรวจสอบเห็นชอบเสียก่อน หากมีข้อผิดพลาดคลาดเคลื่อน เสียหายเกิดขึ้นในส่วนนั้นๆ ไม่ว่าประการใด เป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างจะต้องทําการเคลื่อนย้าย รื้อถอน เปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องเรียบร้อยเหมาะสมตามข้อกําหนดต่างๆ ดังกล่าวข้างต้นและตามที่คณะกรรมการ ตรวจการจ้างจะเห็นสมควรเสียก่อน จึงจะทํางานขั้นต่อไปได้ และผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบการปฏิบัติงาน ดังกล่าวนั้นทั้งสิ้นโดยไม่มีข้อโต้แย้งเรียกร้องใดๆ ผู้รับจ้างจะต้องระวังในการปฏิบัติงานมิให้เกิดความ เสียหายแก่งานของผู้รับจ้างรายอื่นที่เกี่ยวข้องในการก่อสร้างได้ และหากเกิดการเสียหายขึ้นเนื่องจากการ ปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างจะต้องชดใช้ค่าเสียหายนั้นๆ ในกรณีที่มีการขัดแย้งหรือไม่สามารถตกลงกัน ได้ ให้ถือคําวินิจฉัยของคณะกรรมการตรวจการจ้างเป็นการตัดสิน หากงานใดที่ผู้รับจ้างได้จัดทําไปแล้วเกิด
ความเสียหายจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบและชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นหากปรากฏว่างานใดเป็นหน้าที่ของ
ผู้รับจ้างจะต้องเตรียมไว้สําหรับการก่อสร้างที่จําเป็นและเกี่ยวข้องกับงานอื่น แต่มิได้จัดทําไว้ผู้รับจ้างจะต้อง
เป็นผู้รับผิดชอบในการจัดทําไว้ทั้งสิ้น
3.6.4 ผู้รับจ้าง จะต้องระมัดระวังกวดขันการปฏิบัติงานก่อสร้างต่างๆของผู้รับจ้างมิให้เกิดความ
เสียหายขึ้นกับงานของผู้รับจ้างรายอื่นที่เกี่ยวข้องและหากเกิดการเสียหายขึ้น เนื่องจากการปฏิบัติงาน
ก่อสร้างของผู้รับจ้างไม่ว่าเป็นกรณีใดๆ เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้รับจ้างจะต้องจัดทําให้มีสภาพ
ถูกต้องเหมาะสมตามข้อกําหนดความต้องการและตามที่คณะกรรมการตรวจการจ้างจะเห็นสมควร รวมทั้ง ต้องชดใช้ความเสียหายนั้นโดยไม่มีข้อโต้แย้งใด อนึ่ง หากปรากฏว่าการก่อสร้างส่วนใดๆ ตามข้อกําหนด รายละเอียดข้อตกลงหรือตามมาตรฐานงานก่อสร้างแขนงงานนั้นๆ หรือตามมาตรฐานการปฏิบัติงานของ ช่างที่ดีถือเป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างจะต้องจัดเตรียมไว้สําหรับการทํางานก่อสร้างที่ จําเป็นและเกี่ยวข้อง หรือ ต่อเนื่องกับงานอื่นแต่ผู้รับจ้างมิได้จัดเตรียมไว้จะด้วยเหตุประการใดก็ตาม ผู้รับจ้างจะต้อง รับผิดชอบใน การจัดทําให้ถูกต้องเหมาะสม ตามข้อกําหนด ตกลงความต้องการทั้งสิ้น โดยไม่มีข้อโต้แย้งเรียกร้องใดๆ
ทั้งสิ้น
Van - 20 -
3.6.5 ผู้รับจ้างมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการจัดดําเนินการเกี่ยวกับวัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ต่างๆ ในงานก่อสร้างเพิ่มเติมจากที่กําหนดไว้ดังนี้
- วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ต่างๆ ตามรูปแบบรายการข้อกําหนดประกอบแบบ จะต้องได้รับการพิจารณา ตรวจสอบ ทดสอบ เห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจการจ้างให้ใช้ได้รวมทั้ง จะต้องจัดส่งหลักฐาน ตัวอย่างรายละเอียดสิ่งต่างๆ ดังกล่าวเหล่านั้นตามที่คณะกรรมการตรวจการจ้าง เรียกร้องต้องการและดําเนินการตามข้อกําหนดต่างๆ ที่ระบุไว้จนเป็นที่เรียบร้อยเสียก่อนผู้รับจ้างจึงจะสั่ง ทําและนําใช้ประกอบติดตั้งในงานก่อสร้างต่างๆ ได้ รวมทั้งการเก็บรักษาตามที่กําหนดตกลงไว้ ผู้รับจ้าง จะต้องจัดส่งตัวอย่างรายละเอียดผลการทดสอบวัสดุผสมคอนกรีต (Mix Design) เหล็กเสริมคอนกรีต และ เหล็กโครงสร้างต่างๆ (ด้วยวิธีการและการจัดส่งตามที่ระบุไว้) ให้คณะกรรมการตรวจการจ้างพิจารณา ตรวจสอบเห็นชอบให้ใช้จึงนําไปใช้ อนึ่งคอนกรีตที่ผสมใช้เองในหน่วยงานจะต้องผสมตามที่กําหนดให้ใช้
โดยต้องมีการจัดเตรียมและใช้ภาชนะที่ตวงวัดส่วนผสมให้เหมาะสมตลอดระยะการก่อสร้างมีสัดส่วน มาตรฐานตามอัตราส่วนที่กําหนดสัมพันธ์เหมาะสมกับความจุและการทํางานของเครื่องผสมคอนกรีตที่ผสม
ใช้ในแต่ละครั้งด้วยวิ
ครั้งด้วยวิธีการผสม และการใช้งานคอนกรีตตามข้อกําหนดรายละเอียดที่ระบุไว้อย่างถูกต้อง
ครบถ้วนและต้องรับรองความถูกต้องการผสมคอนกรีตในการใช้งานและต้องได้รับความเห็นชอบจาก คณะกรรมการตรวจการจ้าง (แล้วแต่กรณีงาน) ทุกครั้ง หากผู้รับจ้างมีความจําเป็นต้องเปลี่ยนแปลง ส่วนผสมวัสดุอุปกรณ์ใดๆ ก็ให้ปฏิบัติไปตามข้อกําหนดที่ระบุไว้ในบททั่วไป - ก่อนการส่งวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ เข้าในบริเวณก่อสร้างทุกครั้ง ผู้รับจ้างจําเป็นต้องกําหนดวัน เวลา ประเภท ชนิด ลักษณะ จํานวนรายละเอียดที่จําเป็นเหมาะสมของวัสดุอุปกรณ์นั้นๆ ให้คณะกรรมการ ตรวจการจ้างทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน เพื่อการตรวจสอบความถูกต้องเหมาะสมกับการนําเข้าไว้และ
การใช้ทํางาน - หากผู้รับจ้างนําวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ เข้ามาในบริเวณที่ก่อสร้างรวมทั้ง จัดทําการใช้ประกอบ ติดตั้งในงานก่อสร้างต่างๆ ไม่ว่าจะด้วยเหตุประการใดโดยที่ยังไม่ได้มีการตรวจสอบ ทดสอบ พิจารณา เห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจการจ้างดังกล่าวไว้ข้างต้นให้เป็นที่เรียบร้อย ผู้รับจ้างจะต้องทําการขนย้าย
ข้อโต้แย้งใดๆ อนึ่งในกรณีที่ผู้รับจ้างนําวัสดุก่อสร้างต่างๆ ตามรูปแบบ ข้อกําหนดประกอบแบบเข้าบริเวณ ที่ก่อสร้าง และจัดทําใช้ประกอบติดตั้งในงานก่อสร้างต่างๆ โดยมิได้ผ่านการตรวจสอบ ทดสอบเห็นชอบ จากคณะกรรมการตรวจการจ้างตามที่ระบุไว้ข้างต้นให้เรียบร้อยเสียก่อน หากปรากฏว่าการพิจารณา ตรวจสอบ ทดสอบไม่ถูกต้องตามข้อกําหนดประกอบแบบต่างๆ และตามที่คณะกรรมการตรวจ การจ้างเห็นไม่เหมาะสมไม่สมควรนํามาใช้งานก่อสร้างต่างๆ ผู้รับจ้างจะต้องขนย้าย รื้อถอน จัดหา เปลี่ยน
รื้อถอนเอาออกไปจากบริเวณที่ก่อสร้างทันที และหรือตามที่คณะกรรมการตรวจการจ้างเห็นสมควรโดยไม่มี
ใช้ให้ถูกต้องตามข้อกําหนดประกอบแบบและตามที่คณะกรรมการตรวจการจ้างเห็นสมควรโดยไม่ให้เกิด ความกระทบกระเทือนเสียหายใดๆ กับงานก่อสร้างต่างๆ
ท
- 21 -
- ผู้รับจ้างจะต้องตรวจตราดูแลป้องกันรักษาวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ต่างๆ ที่ระบุไว้ ในรูปแบบ รายละเอียดและข้อกําหนดประกอบแบบต่างๆ ซึ่งผ่านการตรวจสอบทดสอบ เห็นชอบให้นําเข้า ใช้ประกอบ ติดตั้งในงานก่อสร้างต่างๆ ที่ระบุไว้ตลอดระยะการก่อสร้างจนงานแล้วเสร็จและผู้ว่าจ้างได้รับ มอบงานไว้เรียบร้อยแล้วหากปรากฏว่าก่อนการใช้ระหว่างการใช้งาน หรือหลังการใช้งานก่อสร้างต่างๆ รูปลักษณะ คุณสมบัติ ของวัสดุก่อสร้างต่างๆ เหล่านั้นเปลี่ยนแปลงไปไม่ถูกต้องเหมาะสมตามข้อกําหนด ต่างๆ และหรือตามที่คณะกรรมการตรวจการจ้างเห็นสมควรไม่เหมาะสมต่างๆ ผู้รับจ้างจะต้องรื้อ ย้าย แก้ไข จัดหาใช้ประกอบติดตั้งให้คงสภาพ คุณภาพถูกต้องเรียบร้อยเหมาะสม ตามข้อกําหนดตาม ต้องการ และตามที่คณะกรรมการตรวจการจ้างเห็นสมควรโดยไม่เกิดความล่าช้า และไม่ก่อให้เกิดความ กระทบกระเทือนเสียหายใดๆ กับการก่อสร้าง
รื้อถอนขน - การทดสอบ ตรวจสอบ และผลการตรวจสอบ ทดสอบ การเก็บตัวอย่างวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อกําหนดต่างๆ ที่ระบุไว้รวมทั้งข้อกําหนด การตรวจสอบ ทดสอบ มาตรฐานวิชาชีพงานช่าง สาขานั้นๆ เมื่อได้ผลการทดสอบตรวจสอบถูกต้องเหมาะสมที่กําหนดความ ต้องการ หรือตามที่คณะกรรมการตรวจการจ้างเห็นสมควรเหมาะสม ผู้รับจ้างจึงจะทํางานก่อสร้างส่วน
ต่อเนื่องหรืองานขั้นต่อไปได้ หากผลการตรวจสอบทดสอบงานก่อสร้างต่างๆไม่ถูกต้องเหมาะสมตาม ข้อกําหนดต่างๆ ดังกล่าว ผู้รับจ้างต้องแก้ไขจัดทําจนได้ผลตามเกณฑ์ข้อกําหนดนั้นๆ หรือตามที่ คณะกรรมการตรวจการจ้างจะเห็นสมควรจึงจะทํางานก่อสร้างขั้นต่อไปหรืองานก่อสร้างส่วน ต่อเนื่องต่อไป ได้ ผู้รับจ้างจะต้องจัดดําเนินการและรับผิดชอบกําหนดการปฏิบัติการ ตรวจสอบ ทดสอบ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ จนได้ผลการตรวจสอบ ทดสอบถูกต้องตามข้อกําหนดต่างๆ ดังกล่าวโดยไม่ให้เกิดความล่าช้ากระทบ กระเทือนเสียหายกับงานก่อสร้างต่างๆ หากมีความล่าช้าเสียหายใดๆ เกิดขึ้นกับงานก่อสร้างสืบเนื่องจาก การทํางานต่างๆ ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบจัดทําและชดใช้ทั้งสิ้นโดยไม่มีข้อโต้แย้งเรียกร้องใดๆ
lo
Ober
- 22 -
งานโครงสร้าง
โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ปรับถนนลาดยาง รอบมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ ตําบลนครสวรรค์ตก อําเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์
- วิเคราะห์ศัพท์
1.1 ผู้ว่าจ้าง (OWNER)
หมายถึง มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์และ/หรือ ตัวแทนผู้ว่าจ้าง ผู้ได้รับมอบหมายจาก มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์เป็นลายลักษณ์อักษร
1.2 ผู้รับจ้าง (CONTRACTOR)
หมายถึง บริษัท
จํากัด ซึ่งเป็นผู้รับจ้างที่ทําสัญญา งานก่อสร้าง
งานโครงสร้าง สถาปัตยกรรม งานโยธา งานระบบไฟฟ้าสื่อสาร งานระบบปรับอากาศ งานระบบ สุขาภิบาล และงานโครงสร้างสําหรับงานระบบ และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องโครงการงานก่อสร้างอาคาร ปฏิบัติการวิชาชีพ ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์
1.3 สถานที่ก่อสร้าง
หมายถึง ที่ดินซึ่ง มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์กําหนดให้ตามแบบสถาปัตยกรรม 1.4 วิศวกรผู้ออกแบบงานโครงสร้าง (Structural Engineer)
หมายถึง ซึ่ง มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์
1.5 สถาปนิกผู้ออกแบบ (Architect)
หมายถึง ซึ่ง มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์
1.6 ผู้บริหารโครงการ (Construction Management)
หมายถึง ………..
แต่งตั้งขึ้นให้เป็นคณะกรรมการตรวจการจ้างเพื่อให้ดําเนิน
ไปตามเงื่อนไขสัญญา และถูกต้องตามหลักวิชาช่าง แทน มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์
1.7 คณะกรรมการตรวจการจ้าง
หมายถึง คณะกรรมการที่ผู้ว่าจ้าง แต่งตั้งขึ้นในคราวเดียวให้เป็นผู้แทนควบคุมดูแล ในขณะ ระหว่างการก่อสร้างให้การก่อสร้างดําเนินไปตามเงื่อนไขแห่งสัญญา แทน มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์
งานนี้
1.8 ตัวแทนผู้ว่าจ้าง
หมายถึง ผู้ที่ได้รับมอบหมายจาก มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ให้ควบคุมดูแลงานก่อสร้าง
1.9 งานก่อสร้าง
หมายถึง งานก่อสร้างตามขอบเขตของงานตามสัญญาซึ่งรวมถึงแรงงานหรือวัสดุหรือทั้งสองอย่าง อุปกรณ์เครื่องมือ การขนส่ง และสิ่งอํานวยความสะดวกอื่นๆ ที่จําเป็นสําหรับการดําเนินงานให้เสร็จ เรียบร้อยตามสัญญา
1.10. ผู้ควบคุมงาน
หมายถึง ผู้แทนเจ้าของโครงการที่ได้รับการแต่งตั้งให้ควบคุมงาน
- 23 -
โครงการ
1.11 ผู้รับจ้าง
หมายถึง นิติบุคคลและตัวแทน หรือลูกจ้างของนิติบุคคลที่ลงนามเป็นคู่สัญญากับเจ้าของ
1.12 แบบประกอบสัญญา
หมายถึง แบบก่อสร้างทั้งหมด ที่มีประกอบในการทําสัญญาจ้างเหมาและแบบก่อสร้างที่มีการ เปลี่ยนแปลงแก้ไข และเพิ่มเติมโดยความเห็นชอบของผู้คุมงานแล้ว
1.13 รายละเอียดประกอบแบบ หมายถึง ข้อความและรายละเอียดที่กําหนด และควบคุมคุณภาพ หรือ ข้อกําหนด” ของ วัสดุ-อุปกรณ์ เทคนิค และข้อตกลงต่างๆ ที่เกี่ยวกับงานก่อสร้างที่มีปรากฏ หรือไม่มี ปรากฏในแบบก่อสร้างตามสัญญานี้
1.14 การอนุมัติ หมายถึง การอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษร จากผู้มีอํานาจหน้าที่ในการอนุมัติ
1.15 ระบบประกอบอาคาร
หมายถึง ระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ ระบบสุขาภิบาล และ ระบบอื่นๆ ที่นอกเหนืองาน สถาปัตยกรรมและ ก่อสร้าง
- งานดิน
“มอก.” หมายถึง มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม “ว.ส.ท” หมายถึง วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย “ACI” หมายถึง American Concrete Institute
“ASCE” หมายถึง
“ASTM"
American Society of Civil Engineers
American Society for Testing and Materials
ผู้รับจ้าง จะต้องขุดและปรับพื้นบริเวณที่จะก่อสร้างให้ได้ระดับตามที่กําหนดในแบบแปลนในกรณี ที่ต้องรื้อถอนอาคารเดิม รวมทั้งสาธารณูปโภคและสิ่งกีดขวางอื่นๆ ที่อยู่ใต้ดินในบริเวณก่อสร้างสิ่งของที่ซื้อ ถอน และไม่ใช้ในการก่อสร้าง ให้ทําการขนย้ายออกให้เรียบร้อยทันที มิให้เกะกะทางสัญจรไปมาและ บริเวณใกล้เคียง หากดินที่ได้จากการขุดฐานรากไม่เพียงพอในการปรับพื้นที่ ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ไปจัดหาดิน ส่วนที่ขาดมาทั้งสิ้น
1.1 การขุดดินฐานราก
1.1.1 ให้ขุดดินฐานรากมีความลึก และกว้างตามที่กําหนดในแบบให้มีเนื้อที่โดยรอบกว้างพอที่ จะทําค้ํายันและประกอบไม้แบบหรือถอดแบบและเทคอนกรีตได้สะดวก การขุดดินให้ใช้เครื่องมือหรือ
เครื่องจักร และให้ทําการสูบน้ําออกจากก้นบ่อและให้ตอนบนและก้นบ่อแห้งอยู่ตลอดเวลา
ผู้แทนผู้ว่าจ้าง
1.1.2 เครื่องมือ อุปกรณ์ แรงงาน ต้องเหมาะกับสภาพก่อสร้าง และได้รับความเห็นชอบจาก
1.1.3 สําหรับพื้นที่ดินอ่อน การขุดดินที่อาจทําให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งก่อสร้างข้างเคียงหรือ ที่มีอยู่จะต้องทําการป้องกันดิน ให้ถูกต้องตามความเหมาะสม
1.1.4 โดยทั่วไป การขุดดินโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกันดินพังทลาย และไม่มีเครื่องมือกลหนักหรือ วัสดุก่อสร้างกองใกล้บริเวณนั้น ความลาดของการขุดไม่ควรเกิน 1:3 สําหรับพื้นที่มีการใช้เครื่องมือกลหนัก หรือกองวัสดุใกล้อาคารข้างเคียง หรือสิ่งก่อสร้างที่มีความลาดที่ขุดไม่ควรเกิน 14 ทั้งนี้ ความลึกของการขุด
ไม่เกิน 3.00 ม.
At C
Non-
- 24 -
5
1.1.5 สําหรับการขุดดินที่มากกว่า 3.00 ม. โดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกันดินพังทลายจะต้องทําการ คํานวณออกแบบโดยใช้คุณสมบัติดินตามที่เจาะสํารวจ ประเมินค่ามีความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 1 ให้ผู้รับ จ้างก่อสร้างเสนอรายการคํานวณ ที่ได้รับการรับรองโดยสามัญวิศวกร เสนอต่อผู้แทนว่าจ้าง เพื่อพิจารณา
อนุมัติ
1.1.6 ดินที่ขุดขึ้นมาได้ จะต้องนําออกไปกองให้ห่างจากจุดปากหลุมที่ทําการขุดไม่น้อยกว่า 3
เท่าของความลึก ยกเว้นมีการป้องกันดินพังทลาย
1.2 คานระดับดิน
ให้ปรับระดับดินให้เรียบ และสม่ําเสมอ ด้วยทรายหยาบและคอนกรีตหยาบ ก่อนเทพื้นและคานที่ อยู่ระดับดิน และหนุนด้วยลูกปูนให้เหล็กเสริมลอยจากคอนกรีตหยาบ ปรับระดับตามระยะที่กําหนดให้หรือ อาจใช้ไม้แบบรองใต้คานตามวิธีประกอบไม้แบบมาตรฐาน และให้ถอดไม้แบบออกเมื่อเกลี่ยปรับระดับดิน
1.3 การปรับระดับดิน
1.3.1 การปรับระดับดินใต้พื้นและส่วนอาคารที่อยู่ติดดิน ให้ปรับระดับดินปนทรายได้ระดับพื้น ด้วยการใช้เครื่องกระทุ้งดินอัดแน่นหนาไม่น้อยกว่า 6" ใต้ท้องพื้นและส่วนอาคารที่อยู่ติดดิน และปรับระดับ เรียบด้วยลูกกลิ้ง เรียบสม่ําเสมอตามระดับที่กําหนด
1.3.2 การปรับระดับดินถมและบริเวณที่จอดรถ ให้ปรับระดับด้วยดินปนทรายหรือทรายอัดแน่น บดด้วยรถบดถนนมีขนาดหนักไม่น้อยกว่า 8 ตัน อัดดินแน่นหนาไม่น้อยกว่า 15 ซม. และปรับระดับ เรียบสม่ําเสมอและมีความเอียงลาดตามระดับที่กําหนด
1.3.3 การอัดและปรับระดับดิน ให้ราดน้ําบนดินและทรายที่จะปรับระดับให้ชุ่มมาก และรอจน ดิน และทรายที่ปรับระดับเริ่มหมาดแล้วจึงกระทั่งให้แน่น และจะต้องทําให้ดินเปียกหมาดๆ อยู่ตลอดเวลาที่
บดหรือกระทั่งดินอัดแน่นนั้น
1.4 การถมดิน
เมื่อจะทําการถมดินลงไปในแบบฐานราก กําแพงหรือการก่อสร้างใดๆ จะต้องทําการถอดไม้แบบ เก็บกวาดเศษไม้ ใบไม้และสิ่งของต่างๆ ที่ไม่ต้องการออกให้หมดก่อนที่จะทําการถมดินการถมดินต้องถม ครั้งละไม่เกิน 15 ซม. และบดให้แน่นด้วยเครื่องกระทั่งดิน การถมดินทับคอนกรีตกําแพงหรือท่อระบายน้ํา จะต้องได้รับอนุญาตจากผู้ควบคุมงานเสียก่อนจึงจะลงมือถมดินได้ ผิวหน้าของดินที่ถมแน่นเพื่อรองรับส่วน ก่อสร้างอื่นๆนั้นจะต้องมีผิวหน้าเรียบสม่ําเสมอได้แนวและได้ระดับ จะต้องมีการระบายน้ําอย่างดีอยู่
ตลอดเวลาหากมีรอยชํารุดเกิดขึ้นผู้รับจ้างจะต้องจัดการแก้ไขให้เรียบร้อยก่อนที่จะทําการก่อสร้างสิ่งอื่นใด
ทับลงไปในบริเวณก่อสร้างนอกจากที่ตั้งอาคารแล้วจะต้องจัดให้มีผิวหน้าของดินถม แน่นมีทางลาดเอียง
ให้น้ําไหลได้สะดวกตลอดเวลา
Oper
1.5 การป้องกันดินพังทะลาย - 25 -
1.5.1 ผู้รับจ้าง ต้องเลือกใช้ระบบหรือวิธีการที่เหมาะสมกับสภาพงาน และความปลอดภัยใน กรณีที่งานนี้จําเป็นต้องทําระบบป้องกันดินพังทะลาย
1.5.2 กรณีที่เลือกใช้ระบบเสาเข็มไม้ เข็มเหล็กพืด มีการค้ํายันในแนวระดับหรือทะแยง ผู้รับจ้าง จะต้องเสนอรายการคํานวณ
ทะลายนั้น
เพื่อยืนยันความมั่นคงแข็งแรงในการเลือกใช้ขนาดความยาวของระบบกันดิน
1.5.3 การป้องกันดินพังทะลายด้วยระบบ หรือวิธีการพิเศษจากข้างต้น ผู้รับจ้างจะต้องเสนอ ข้อมูลทางเทคนิค ให้ผู้แทนผู้ว่าจ้างพิจารณาก่อน
1.5.4 การฝากหรือยึดกับโครงสร้างของระบบป้องกันดิน จะต้องได้รับการอนุมัติจากผู้แทนผู้
ว่าจ้าง
1.5.5 ผู้รับจ้าง จะต้องจัดหาเครื่องมือ และอุปกรณ์ที่เหมาะสมสําหรับการระบายน้ํามาประจํา ณ
หน่วยงานก่อสร้าง
1.5.6 ผลกระทบของโครงสร้างอื่นๆจากการผิดพลาดของระบบป้องกันดิน หรือวิธีการขุดดิน เป็นความรับผิดชอบของผู้รับจ้างก่อสร้าง ที่จะต้องแก้ไขทําขึ้นมาใหม่ หรือสร้างทดแทนด้วยค่า
ผู้รับจ้างเอง
1.6 การระบายน้ํา
1.6.1 จะต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ดูแล และควบคุมการระบายน้ําภายในสถานที่ก่อสร้าง ตลอดเวลาที่มีปัญหาเกี่ยวกับน้ํา โดยเฉพาะพื้นที่ที่จะต้องเทคอนกรีต
1.6.2 การระบายน้ําออกจากสถานที่ก่อสร้าง ผู้รับจ้าง จะต้องจัดการให้เหมาะสมกับสภาพงาน โดยไม่ทําความเดือดร้อน หรือทําให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินและบุคคลอื่น เหตุที่เกิดขึ้นจากเหตุ ข้างต้น ผู้รับจ้างจะต้องชดใช้และแก้ไข โดยค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างเอง
1.7 การถมดินบ่อน้ําเดิม (คูน้ําเดิม)
1.7.1 ผู้รับจ้างจะต้องทําการสูบน้ําออกจากบ่อ หรือคูน้ําเดิม และทําการลอกผิวดินเลนออกไม่
น้อยกว่า 15 ซม.
1.7.2 ทําการถมดินด้วยดินคุณภาพตามที่ได้รับการอนุมัติจากผู้แทนผู้ว่าจ้าง
1.8 การป้องกันแมลง มด และปลวก
1.8.1 ผู้รับจ้างจะต้องทําการทําลายแหล่งมด ปลวก หรือแมลงอื่นๆที่อยู่ในบริเวณก่อสร้าง 1.8.2 งานป้องกันปลวก หากมิได้ระบุไว้ในแบบก่อสร้างให้ผู้รับจ้างทําระบบป้องกันปลวกใน ระบบท่ออัดน้ํายากําจัดปลวกในระหว่างการก่อสร้างหรือก่อนการก่อสร้าง ปกคลุมดิน โดยต้องเสนอวิธีการ
SHOP
ที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และสิ่งแวดล้อมของสถานที่ก่อสร้างจัดทําแบบประกอบการติดตั้ง DRAWING รวมถึงรายละเอียดของขนาดและชนิดทอระยะรูเจาะอุดน้ํา ยา และสวนต่างๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อ
ขอตรวจสอบและขอความเห็นชอบจากผู้ออกแบบ
1.8.3 สารเคมีที่เลือกใช้ในการป้องกันปลวกจะต้องได้รับการพิจารณาอนุญาตและขึ้นทะเบียนไว้ กับสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงอุตสาหกรรมเท่านั้น
1.8.4 ผู้รับจ้างจะต้องป้องกันผลกระทบจากการใช้สารเคมีข้างต้นต่อทรัพย์สิน หรือบุคคลภายนอก ที่อยู่ใกล้เคียง
Ch - 26 -
- งานถนน (PAVEMENT)
2.1 การขุดเพื่อการสร้างถนน
ผู้รับจ้างจะต้องทําการขุดดินแต่งพื้นในเขตถนน เพื่อให้ได้แนวทางและระดับตามกําหนดในแบบ และทําการ เคลื่อนย้ายวัสดุต่างๆ ที่ไม่พึงประสงค์จากบริเวณก่อสร้าง โดยจะต้องดําเนินการตาม รายละเอียดดังต่อไปนี้
2.1.1 วัสดุต่างๆ ที่ขุดออกและอยู่ในเกณฑ์ที่จะใช้ในงานต่อไปได้ ให้นําไปกองไว้ ณ ที่ๆ กําหนดให้เพื่อ บริเวณที่จะทําการถมดิน
2.1.2 การขุดดินจะต้องให้ได้รูปร่างตามรูปดัดและได้ตามแนวทางตามกําหนดในแบบถนน 2.1.3 ในระหว่างการดําเนินงานการขุดดินพื้นชั้นล่าง (Subgrade) ของถนนต้องตกแต่งลาดให้ อยู่ใน ลักษณะที่ระบายนําได้ตลอดเวลา หรืออาจขุดเป็นรางนําหรือร่องนําก็ได้
ม
2.1.4 การขุดดินจะต้องอยู่ในเขตซึ่งกําหนดในแบบ ห้ามขุดเกินกว่าที่กําหนดนอกจากจะได้รับ อนุญาต จากวิศวกรและการตกแต่งทางลาดต้องดําเนินการให้ได้รูปร่างตามรูปดัด
2.1.5 เมื่อขุดดินถึงระดับที่กําหนดให้ในแบบแล้วปรากฏว่าดินชั้นนั้นๆ ไม่เหมาะสมหรือไม่มี เสถียรภาพ เพียงพอที่จะเป็นพื้นชั้นล่าง (Subgrade) ของถนน ให้ขุดออกไม่น้อยกว่า 50 ซม. และนําวัสดุที่
เหมาะสมมาใส1 แทน
ต่อไปได้
2.1.6 เมื่อขุดดินถึงระดับที่กําหนดให้แล้ว จึงจะดําเนินการตกแต่งและสร้างพื้นชั้นล่างของถนน
2.2 การถมดินเพื่อสร้างถนน
ผู้รับจ้างจะต้องทําการถมดินซึ่งใช้วัสดุที่มีคุณสมบัติตามกําหนด บดอัดแน่นให้ได้ระดับแนวทางที่
กําหนด ไว้ในแบบโดยดําเนินการดังต่อไปนี้
น
2.2.1 ในบริเวณที่ทําการถมดินจะต้องได้รับการตรวจสอบจากวิศวกรเสียก่อนว่าได้ทําการ ตระเตรียมไว้ อย่างเรียบร้อยแล้วหรือไม่ในเรื่องการปรับพื้น
2.2.2 ในกรณีที่จะทําการถมดินจะต้องขุดผิวถนนเดิมนั้นออกย่อยเป็นก้อนเล็กเพื่อให้มีการยึด เหนี่ยว วัสดุเดิมและวัสดุใหม่
2.2.3 วัสดุที่ใช้ถมต้องเป็นวัสดุที่เหมาะสมจากบริเวณที่ก่อสร้างหรือบริเวณอื่นที่ได้รับการอนุมัติ จาก วิศวกร ตามหลักเกณฑ์เปอร์เซ็นต์มากที่สุดของวัสดุผ่านตะแกรงเบอร์ 200 ได้ 20 เปอร์เซ็นต์และวัสดุ ต้องปราศจากวัชพืช เศษขยะ หินอิฐ กรวด หรือสารเคมีเจือปน
2.2.4 การถมดินจะต้องเกลี่ยเป็นชั้นๆ ให้กว้างเติมบริเวณที่จะทําการถมแต่ละชั้นหนาไม่เกิน 15 ซม. (ความหนาหลวมตัวก่อนบดอัด) นอกจากในกรณีที่ถมในคลองเดิมให้ถมเป็นชั้นๆ แต่ละชั้นหนา เพียงให้พยุงเครื่องมือที่ใช้ บดอัดได้ และบดอัดแน่นตามเกณฑ์ที่กําหนดแต่ละชั้น แล้วจึงเกลี่ยใส่วัสดุและ บดอัดชั้นต่อๆ ไปได้ ดังนี้วิศวกรอาจจะ อนุญาตให้ทําการถมบดอัดดินแต่ละชั้นหนากว่ากําหนดดังกล่าวได้ หากผู้รับจ้างใช้เครื่องมือบดอัดที่มี Compactive Effort สูงกว่าปกติ โดยให้วินิจฉัยด้วยการทดสอบเป็น
หลักการ
2.2.5 การถมดินแต่ละชั้น จะต้องแต่งพื้นลาดให้อยู่ในลักษณะที่จะระบายนําได้ตลอดเวลา 2.2.6 แต่ละชั้นของดินถมจะต้องบดอัดให้มีความแน่น และควบคุมความชุ่มชื้นให้สม่ําเสมอกัน โดย เครื่องมือที่วิศวกรเห็นว่าเหมาะสมกับประเภทของดินนั้นๆ ในระหว่างการบดอัดดินจะต้องมีความชื้น ใกล้เคียงกับผลการทดลองการบดอัดดินในห้องปฏิบัติการทดลอง ดินแต่ละชั้นต้องบดอัดดินให้แน่นได้ความ แน่นของดินในสนามไม่น้อยกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ ตามมาตรฐาน (95% Standard Proctor) หรือตามที่
กําหนดไว้ในแบบ
- 27 -
2.2.7 ในบริเวณซึ่งรถบดไม่สามารถเข้าทําการบดอัดได้ให้ถมดินบออัดด้วยเครื่องกระทั่งเป็นชั้นๆ แต่ละ ชั้นหนาไม่เกิน 10 ซม. (ความหนาหลวมตัวก่อนบดอัด) และจะต้องบดอัดให้ได้ความแน่นสัมพัทธ์ของ ดินในสนามไมตา กว่าในข้อ 2.2.6
2.2.8 ในการถมดินและบดอัด ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบในข้อเสียหายต่างๆ อันเกิดจากการใช้ เครื่องมือในการขนย้าย เกลี่ยใส่วัตถุและเครื่องบดอัด ต่อทรัพย์สินต่างๆในบริเวณที่ทําการก่อสร้างและ
บริเวณใกล้เคียง
2.2.9 เมื่อถมดินพื้นชั้นล่างของถนน (Subgrade) จะต้องแต่งให้ได้รูปร่างโค้งลาดตามที่กําหนดใน แบบ ยอมให้มีการคลาดเคลื่อนได้ไม่เกิน 1 ซม.
2.2.10 ในการทดสอบ ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดเตรียมแรงงาน อุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องใช้ และอื่นๆที่ใช้ ในการ ทดสอบความแน่น 1 จุดต่อพื้นที่ 300 ตารางเมตร หรือ 1 จุดต่อระยะ 50 เมตร ตามความยาวของ ถนน โดยถือจํานวนจุด ซึ่งจะต้องทดสอบที่ให้ค่ามากกว่าเป็นเกณฑ์การบดอัดจนกระทั่งได้ความแน่น สัมพัทธ์ตามที่กําหนดไว้ในแบบเพื่อตาม ข้อกําหนดนี้
2.3 การสร้างขั้นพื้นฐานของถนน
ผู้รับจ้างจะต้องสร้างขั้นพื้นฐาน (Base Course) และ ชั้นรองพื้นฐาน (Subbase Course) ของ ถนน คอนกรีต ที่จอดรถ ถนนแอสฟัลต์ผสมร้อน คันหิน และอื่นๆ ตามที่กําหนดในแบบพื้นชั้นล่างของถนน (Subgrade) ที่ได้ เตรียมไว้แล้ว โดยดําเนินการดังต่อไปนี้
บ
2.3.1 ก่อนที่จะลงมือทําการสร้างชั้นรองพื้นฐานของถนนพื้นชั้นล่างที่ได้เตรียมไว้แล้ว จะต้องได้ รับการ ตรวจว่าอยู่ภายในสภาพเรียบร้อย โดยได้บดอัดแน่นด้วยวัสดุที่กําหนดให้ได้ระดับแนวทางตาม กําหนดในแบบและรายการ มาตรฐานว่าด้วยงานดิน และได้รับความเห็นชอบจากวิศวกรก่อน
2.3.2
วัสดุที่ใช้เป็นขั้นพื้นฐานและรองพื้นฐานของถนนจะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
- ปราศจากอินทรียวัตถุ เช่น ใบไม้ รากไม้ หญ้า ขยะ และสิ่งปฏิกูลอื่น 2) จะต้องเป็นวัสดุธรรมชาติ หรือวัสดุผสมที่ส่วนคละของขนาดเมล็ดดังนี้คือ
% ของขนาดเมล็ดที่ผ่านตะแกรงขนาดต่างๆ
ขนาดตะแกรงร่อน
A
B
C
อ
2"
100
100
1"
75-95 100
100
3/8"
30-65
40-75 50-85
60-100
No. 4
25-55 30-60
35-65
50-85
No. 10
15-40 20-45
25-50
40-70
No. 40
8-20 15-30 15-30
25-40
No. 200
2-8
5-20 5-15
5-20 - จะต้องมีจุดเหลวตัว (Liquid Limit) ไม่เกิน 25% ดัชนีของความเหนียว (Plasticity
Index) ไม่เกิน 6% - จะต้องมีค่าความต้านทานรับน้ําหนัก โดยมีค่า CBR ไม่ต่ํากว่าที่กําหนดไว้ในแบบ
2.3.3 วัสดุที่ได้รับอนุญาตให้ใช้เป็นขั้นพื้นฐาน และรองพื้นฐานของถนนจะต้องนํามาเทบนพื้นชั้น ล่างซึ่งเตรียมไว้แล้วเกลี่ยเป็นชั้นๆ ตามความหนาที่แสดงไว้ในแบบ การเกลี่ยต้องเกลี่ยเป็นแนวและเป็นชั้น
- 28 -
สม่ําเสมอกัน แต่ละ ชั้นต้องหนาไม่เกิน 15 ซม. และบดอัดให้แน่นตามกําหนดทีละชั้นให้เรียบร้อยก่อนจึง เกลี่ยวัสดุและบดอัดขั้นต่อๆไป ตามลําดับ
2.3.4 ให้บดอัดขั้นพื้นฐานและรองพื้นฐานของถนนซึ่งเกลี่ยใส่ไว้เรียบร้อย และบดอัดแต่ละชั้นด้วย เครื่องมือกลที่เหมาะสมและได้รับความเห็นชอบจากวิศวกร ถ้าใช้รถบดจะต้องวิ่งด้วยอัตราไม่เกิน 10 ก.ม.
ต่อชั่วโมง ใน ระหว่างบดอัดจะต้องมีความชื้นถูกต้องตามที่กําหนดให้จากลการทดลองการบดอัดดินด้วย วิธีการมาตรฐานใน ห้องปฏิบัติการทดลองดินขั้นพื้นฐานและรองพื้นฐานของถนนแต่ละขั้นต้องบดอัดแน่น
ให้มีความแน่นสัมพัทธ์ไม่ต่ํากว่าที่กําหนดไว้ในแบบ
2.3.5 ในบริเวณซึ่งรถบดไม่สามารถเข้าบดอัดได้ให้เกลี่ยใส่วัสดุชั้นพื้นฐานและรองพื้นฐานของ ถนนและ บดอัดเป็นชั้นๆ แต่ละชั้นหนาไม่เกิน 10 ซม. และจะต้องได้ความแน่นสัมพัทธ์ไม่ต่ํากว่าที่กําหนด
ไว้ในแบบ
2.3.6 ในระหว่างการเกลี่ยใส่วัสดุและบดอัดขั้นรองพื้นฐานของถนนแต่ละชั้นดังกล่าวแล้วอาจมี อุปสรรคเกิดขึ้นและทําให้งานชะงักเป็นการชั่วคราว ผู้รับจ้างจะต้องแต่งดินเป็นพื้นลาด เพื่ออัดเตรียมไว้ให้ สะดวกต่อการ ระบายน้ําตลอดเวลา
2.3.7 ผิวหน้าของพื้นฐานของถนน จะต้องได้รับการตกแต่งให้มีรูปลักษณ์ตามลักษณะที่ปรากฏใน แบบ ด้วย รถบดล้อเรียบ (Smooth - Steet Roller) ขนาด 8-10 ตัน ในแนวยาวของถนน ผิวหน้าต้องได้ ระดับลาดโค้งตามที่ กําหนดตลอด โดยอนุโลมให้ผิดได้ไม่เกิน 1 ซม.
2.3.8 ผู้รับจ้างจะต้องอัดเตรียมการสร้างชั้นพื้นฐานของถนนให้แล้วเสร็จเป็นการล่วงหน้า มีความ ยาว พอสมควรก่อนที่จะสร้างผิวถนน ซึ่งวิศวกรอาจสั่งให้หยุดงานได้หากเห็นว่าผู้รับจ้างมิได้เตรียมการไว้
เป็นการล่วงหน้า ดังกล่าวแล้ว
2.3.9 ในการทดสอบ ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้จัดเตรียมแรงงาน อุปกรณ์เครื่องใช้และอื่นๆ ที่ใช้ในการ ทดสอบที่วิศวกรเห็นว่าจําเป็น และการทดสอบความแน่นสัมพัทธ์ 1 จุด ต่อ 300 ตารางเมตร หรือ 1 จุด ต่อระยะ 50 เมตร ของความยาวถนน โดยถือจํานวนจุดซึ่งจะต้องทดสอบที่ให้ค่ามากกว่าเป็นเกณฑ์ของการ บดอัดแต่ละชั้น ถ้าผลการ ทดสอบไม่ได้ความแน่นสัมพัทธ์ตามที่กําหนดไว้ ผู้รับจ้างจะต้องทําการบดอัด จนกระทั่งได้ความแน่นสัมพัทธ์ตามที่ได้ กําหนดไว้ในแบบ
2.4 การสร้างผิวถนนคอนกรีต และลานจอดรถ
ผิวถนน หมายถึง ส่วนที่ถัดจากชั้นรองพื้นฐานขึ้นมาของถนนคอนกรีต ลานจอดรถ และคันหิน
2.4.1 วัสดุ
คอนกรีตและเหล็กเสริมจะต้องเป็นไปตามหมวดงานคอนกรีต และหมวดเหล็กเสริม การก่อสร้าง งานคอนกรีตเสริมเหล็กกําลังต้านทานแรงอัดคอนกรีตจะต้องเป็นไปตามที่กําหนดไว้ในแบบ
2.4.2 การก่อสร้าง
- ชั้นรองพื้นฐานซึ่งมีความหนา การบดอัด และคุณภาพวัสดุถูกต้องตามแบบและ ข้อกําหนด นิโดยมีความลาด ความโค้ง ระดับถูกต้องตามแบบ ถ้าทิ้งไว้นานหรือฝนตก หรือเป็ดให้รถวิ่งผ่าน จะต้องแต่งหรือบดอัด ก่อนเทคอนกรีตให้เรียบได้ระดับตามแบบอีกครั้ง
- Formwork ให้ใช้ Formwork ทําด้วยเหล็กหรือแบบไม้ที่หนาไม่น้อยกว่า 1/4 ” และ ได้รับการ เสรีให้แข็งแรง ไม่คดงอ ก่อนน้าเข้าที่จะต้องขูดผิวหน้าแบบให้สะอาดทาน้ํามันแล้วยึดตรึงเข้าที่ มีให้ขยับเขยื้อนได้ง่าย ระดับผิวบนของแบบจะผิดได้ไม่เกิน 0.5 ซม. ในระยะ 10 เมตร ส่วนแนวด้านข้างจะ คดงอได้ไม่เกิน 1 ซม. ใน 6 เมตร
- 29 -
- การเสริมเหล็ก เหล็กเสริมจะต้องได้ขนาดและระยะตามปรากฏในแบบแผงเหล็กเสริม
จะต้องผูกแน่น มีเหล็กหรือก้อนคอนกรีตหนุนไว้ให้ถูกระดับที่กําหนดไว้ในแบบเหล็กเส้นริมสุด จะห่างจาก ขอบคอนกรีต หรือรอยต่อได้ไม่เกิน 7.5 ซม. และปลายทั้งสองข้างของเหล็กเสริมจะห่างจากขอบคอนกรีต หรือรอยต่อได้ไม่เกิน 5 ซม. - เหล็กเดือยระหว่างแผ่น (Dowel Bars หรือ Tie Bare) จะต้องยึดให้มันคงมีให้เคลื่อนที่ ได้ ในขณะเทคอนกรีต มีระดับแนวและตําแหน่งถูกต้องตามกําหนดในแบบ ถ้าหากว่าในแบบระบุให้ทา แอสฟัลต์หรือวัสดุ อย่างอื่นที่ป้องกันมีให้คอนกรีตกับผิวเหล็กก็ต้องทาให้ทั่วอย่างบางที่สุด เหล็ก Tie Bars ที่เชื่อมระหว่างแผงเมื่อเทคอนกรีต แล้วห้ามถอดออกโดยเด็ดขาด
- ก่อนการเทคอนกรีต ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งให้วิศวกรทราบล่วงหน้าเสียก่อนที่จะได้ตรวจ Formwork เหล็กเสริมและเครื่องอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการเทคอนกรีตว่าอยู่ในสภาพเรียบร้อยและสามารถ ใช้งานได้ดี การ เทคอนกรีตควรเทให้เสร็จแผงหนึ่งๆ ภายใน 15 นาที การเกลี่ยการกระทุ้ง แต่งหน้า คอนกรีตให้กระทําด้วยเรื่องมือกลและ วิศวกรอาจจะให้ใช้บรรทัดไม้ หรือเหล็กซึ่งมีเครื่องสั่นสะเทือน จังหวะไม่น้อยกว่า 3,000 ครั้งต่อนาที ในการปาดหน้า คอนกรีตก็ได้ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของงาน
- การแต่งผิวหน้าคอนกรีต เมื่อเทคอนกรีตได้ระดับแล้ว จะต้องแต่งให้เรียบร้อยอีกครั้งเพื่อ ปาดเอาปูนทรายที่ติดผิวหน้าคอนกรีตออกและลบรอยคลื่นที่เกิดจากการเทคอนกรีตด้วย และเมื่อคอนกรีต เริ่มแข็งตัวแล้ว จะต้องใช้ไม้กวาด (Broom) กวาดผิวคอนกรีต ไม้กวาดนี้ต้องเป็นที่วิศวกรเห็นชอบให้ใช้แล้ว การกวาดให้กวาดจากริมหนึ่งไปยังริมหนึ่งในแนวตั้งฉากกับศูนย์กลางของถนน การกวาดแต่ละครั้งให้กวาด ทับแนวรอยกวาดครั้งก่อนส่วนหนึ่งด้วย และ จะต้องระมัดระวังมิให้รอยกวาดลึกกว่า 1/2 ซม. เพียงแต่ให้ ผิวหยาบเท่านั้น ผิวคอนกรีตเมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วจะต้องไม่มีรู หรือโพรงขรุขระเป็นหลุมหรือเป็นก้อนหรอ มีกรวดหินหยาบโผล่อยู่ที่ผิว
- การบ่มคอนกรีต คอนกรีตเมื่อได้รับการแต่งผิวหน้าเรียบร้อยแล้ว 24 ซม. ต้องได้รับการ บ่ม เพื่อให้มีความแข็งแรงเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 7 วัน ด้วยวิธีการอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปนี้
- ใช้กระสอบคลุมสลับกันเป็นสองชั้น โดยให้เหลื่อมกันอย่างน้อย 15 ซม. แล้วรดน้ําให้ชุ่ม
อยู่ตลอดเวลา - ใช้ดินเหนียวชั้นเป็นขอบโดยรอบแล้วใช้นําแข็งขังให้เต็มผิวหน้าคอนกรีต
- ใช้ทรายเทคลุมผิวหน้าคอนกรีต แล้วรดน้ําให้ชุ่มอยู่ตลอดเวลา
- ใช้น้ํายาบ่มคอนกรีตตามกรรมวิธีที่ผู้ผลิตกําหนดไว้ แต่จะต้องได้รับความเห็นชอบจาก
วิศวกรเสียก่อน
- การถอดแบบ แบบจะถอดได้เมื่อเทคอนกรีตเรียบร้อยแล้วไม่น้อยกว่า 24 ซม.และได้รับ ความเห็นชอบจากวิศวกรเสียก่อน การถอดแบบจะต้องทําด้วยความระมัดระวังมิให้ส่วนใดส่วนหนึ่งของ คอนกรีตชํารุด เสียหาย ถ้าหากว่าการถอดแบบทําให้เกิดการเสียหายขึ้น ผู้รับจ้างจะต้องทําการแก้ไขให้ดี เหมือนเดิม ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของวิศวกร
- รอยต่อต่างๆ ต้องสร้างให้ได้รูปลักษณะ การเสริมเหล็ก Dowel Bars และ Tie Bars ถูกต้อง ตามแบบ การยาแนวต้องทําด้วยความประณีต ใช้วัสดุตามที่กําหนดไว้ในแบบโดยจะต้องดําเนินการ
- รอยต่อจะต้องทําให้แห้ง ปราศจากฝุ่นลอออง สิ่งสกปรกและนํามันเสียก่อน
- ในการยาแนวอาจจะต้องทารองพื้นด้วย โดยใช้วัสดุที่เหมาะสมกับวัสดุที่ใช้ยาแล้ว ตาม กําหนดในแบบ และดําเนินตามกรรมวิธีของผู้ผลิต
วัสดุที่ใช้ยาแนวจะต้อองต้มด้วยเครื่องต้มที่เหมาะสม สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ตาม
กรรมวิธีที่ผู้ผลิต าหนดไว้
ชั่วโมง
วัสดุนั้นๆ - 30 -
อุณหภูมิของวัสดุยาแนวที่เทรอยต่อจะต้องอยู่ในระหว่าง 338-374°F หรือตามวิธีการใช้
การตัดแนวรอยต่อด้วยเครื่องตัด (Joint Cutter) ให้ตัดเมื่อคอนกรีตมีอายุไม่น้อยกว่า 6
2.5 ความต้องการอื่นๆ
2.5.1 ความหนาของพื้นถนนคอนกรีตที่หล่อเรียบร้อยแล้ว จะมีความหนาน้อยกว่าในแบบได้ ไม่เกิน 0.5 ซม. แต่เมื่อถัวเฉลี่ยกันแล้วจาก 10 จุด จะต้องหนาไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในแบบ
2.5.2 การเปิดการจราจร การเปิดการจราจรของถนนคอนกรีต จะต้องเปิดหลังจากหล่อพื้น ถนนเสร็จแล้ว เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 21 วัน ยกเว้นในกรณีพิเศษ ซึ่งจะต้องได้รับความเห็นชอบจากวิศวกร
เสียก่อน
2.5.3 ในกรณีที่ถนนคอนกรีตถูกสร้างอยู่ในที่แคบ หรือในบริเวณที่ไม่มีทางเหลือให้เดินได้ ผู้รับ จ้าง จะต้องปูแผ่นไม้เป็นทางเดินชั่วคราวให้บุคคลเดินได้สะดวก เพื่อป้องกันมีให้คอนกรีตที่ยังไม่ได้อายุ
9
ได้รับความ กระทบกระเทือน
2.5.4 การเชื่อมต่อกับถนนเดิม เมื่อผู้รับจ้างสร้างพื้นถนนคอนกรีตเสร็จแล้วจะต้องดําเนินการ ปรับพื้น ถนนใหม่กับถนนเดิมให้กลมกลืนกันโดยให้แอสฟัลต์ผสมรวมบนถนนเดิมบริเวณต่อเชื่อมทั้งนี้ให้อยู่ ในดุลยพินิจของวิศวกร
- มาตรฐานงานฐานราก
ขอบข่าย มาตรฐานงานนี้ใช้สําหรับงานฐานรากคอนกรีตเสริมเหล็กทั่วไป (นอกจากรายการ ประกอบแบบเฉพาะที่ระบุเป็นอย่างอื่น)
3.1 ฐานรากที่ต้องใช้เสาเข็ม
3.1.1 ความลึกของฐานราก ขนาดและรายละเอียดการเสริมเหล็ก จะต้องเป็นไปตามแบบ รายละเอียดที่ได้กําหนดให้
ประการ
3.1.2 เสาเข็มที่ใช้จะต้องมีคุณภาพและคุณสมบัติเป็นไปตามมาตรฐานเสาเข็ม ข้อ 3 ทุก
3.1.3 การยก การตอก ให้เป็นไปตามมาตรฐานเสาเข็ม การทดสอบความสามารถในการ รับน้ําหนักบรรทุกของเสาเข็มให้เป็นไปตามมาตรฐานการทดสอบการรับน้ําหนักบรรทุกของเสาเข็ม
3.1.4 ฐานรากที่ใช้เสาเข็มยาว การตอกเสาเข็มจะต้องตอกด้วยความระมัดระวังมิให้เกิด ความเสียหายแก่อาคารข้างเคียง ความเสียหายต่างๆ ที่เกิดขึ้น ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบและชดใช้ ค่าเสียหายนั้นๆ แต่ผู้เดียว การตอกเสาเข็มจะต้องตอกให้เป็นระเบียบ โดยตอกเสาเข็มเป็นแนวๆ หรือเสร็จ เป็นฐานๆ ไปห้ามตอกสลับไปสลับมา
3.1.5 ในกรณีที่เสาเข็มจมลงเร็วผิดปกติในขณะตอกสําหรับอาคารเดียวกัน ผู้รับจ้าง จะต้องรายงานให้คณะกรรมการตรวจการจ้างหรือผู้ควบคุมงานทราบทันที เพื่อจะได้พิจารณาว่าควรจะ แก้ไขอย่างไร คําวินิจฉัยดังกล่าวถือเป็นเด็ดขาด
3.1.6 หากมีความจําเป็นจะต้องถมดินหรือทรายในบริเวณที่ได้ตอกเสาเข็มไว้แล้วการถม จะต้องถมด้วยความระมัดระวังมิให้เสาเข็มชํารุด เอน เอียง หรือหนีศูนย์กลาง และเพื่อมิให้เกิดปัญหา ดังกล่าว ผู้รับจ้างจะต้องถมดินหรือทรายรอบเสาเข็มแต่ละต้นให้สูงกว่าระดับอื่นๆ หากเกิดการชํารุดของ เสาเข็มขึ้นไม่ว่ากรณีใด ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว
Ова
- 31-
3.2 การขุดดินเพื่อทําฐานราก
3.2.1 การขุดบ่อทําฐานราก ผู้รับจ้างจะต้องขุดให้ได้ขนาด และระดับตามแบบและ รายละเอียดพร้อมทั้งป้องกันมิให้ดินทลายเกิดความเสียหายใดๆ ซึ่งอาจจะทําได้ด้วยการกั้นคอก หรือขุด
ดินลดเป็นชั้นๆ ลงไป
3.2.2 ดินที่ขุดขึ้นจะต้องนําไปกองไว้ให้เรียบร้อยตามคําแนะนําของคณะกรรมการตรวจ
การจ้าง เมื่อทําฐานรากเสร็จเรียบร้อยตามแบบและรายละเอียด แล้วผู้รับจ้างจะต้องกลบบ่อดินที่ได้ขุดขึ้น ให้คงสภาพเดิม ส่วนดินที่เหลือจะต้องทําการเกลี่ยให้เรียบร้อยในพื้นที่ที่คณะกรรมการตรวจการจ้างกําหนด
3.2.3 ก่อนที่จะทําการกลบบ่อดิน ผู้รับจ้าง จะต้องแจ้งให้คณะกรรมการตรวจการจ้าง ทราบ เพื่อตรวจดูความเรียบร้อยของฐานรากที่เสร็จเรียบร้อยแล้วเสียก่อนจึงจะทําการกลบดินได้
ม
3.2.4 การกลบดินจะต้องถมเป็นชั้นๆ ชั้นหนึ่งๆ หนาไม่เกิน 15 ซม. แล้วกระทั่งให้แน่น ทุกๆ ชั้นหากรายละเอียดได้ระบุความหนาแน่นของชั้นดินที่ถมแต่ละชั้นไว้แล้ว การกระทุ้งดินจะต้องทําด้วย เครื่องกล และค่าความหนาแน่นของชั้นดินแต่ละชั้นจะต้องมีค่าไม่น้อยกว่าค่าที่ได้กําหนดให้
3.2.5 ก่อนที่จะเทคอนกรีตฐานราก ผู้รับจ้างจะต้องสูบน้ําก้นบ่อออกให้หมด ตลอด ระยะเวลาดําเนินการเทคอนกรีต หากปรากฏว่าในบริเวณที่ก่อสร้างนั้น เป็นลุ่มน้ํามีน้ํามากและไม่สามารถ จะสูบน้ําในบ่อฐานรากให้แห้งทันแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องทําบ่อดักน้ําที่ก้นบ่อมีความลึกมากกว่าระดับก้นฐาน รากจํานวนมากพอในบริเวณข้างเคียง พร้อมทั้งใช้เครื่องสูบน้ําสูบน้ําทิ้งจากบ่อน้ําทั้งนี้เพื่อให้ก้นบ่อฐานราก
ปราศจากน้ํา
3.2.6 ในการเทคอนกรีตฐานรากแต่ละฐาน ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งให้คณะกรรมการตรวจการ
จ้างทราบเพื่อตรวจสอบความถูกต้องเรียบร้อยเสียก่อนเมื่อได้รับความเห็นชอบเป็นลายลักษณ์อักษรแล้วจึง
จะดําเนินการต่อไปได้
- มาตรฐานงานคอนกรีตและคอนกรีตเสริมเหล็ก
ขอบข่าย มาตรฐานนี้ครอบคลุมสําหรับโครงสร้างของสิ่งก่อสร้าง นอกจากรายการประกอบ แบบเฉพาะที่ระบุเป็นอย่างอื่น ดังต่อไปนี้
4.1 ปูนซีเมนต์
4.1.1 ปูนซีเมนต์ที่ใช้ในการก่อสร้างของโครงสร้างให้ใช้ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภทที่ผลิต
ในประเทศไทยและจะต้องมีคุณภาพได้ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ที่ มอก.15 เล่มที่ 1-2547
4.1.2 ต้องเป็นปูนซีเมนต์ที่บรรจุถุงเรียบร้อย หรือเป็นปูนซีเมนต์ที่เก็บในภาชนะบรรจุของ บริษัทผู้ผลิต ผลิตออกจากโรงงานใหม่ๆ (ถ้าสงสัยว่าผลิตมานานต้องให้คณะกรรมการตรวจการจ้าง ตรวจสอบก่อนนํามาใช้)
4.1.3 ปูนซีเมนต์บรรจุถุง จะต้องเก็บไว้บนพื้นสูงกว่าพื้นดินอย่างน้อย 20 ซม. ในโรงที่มี หลังคาคลุมมีฝากั้นฝนได้ดี
4.1.4 ห้ามใช้ปูนซีเมนต์ที่เสื่อมคุณภาพโดนความชื้น แข็งตัวจับกันเป็นก้อนแล้ว หรือเหตุอื่น 4.1.5 เมื่อจําเป็นจะต้องใช้ปูนซีเมนต์ชนิดแข็งตัวเร็วแล้ว ให้ใช้ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ประเภท 3 ซึ่งมี คุณภาพถูกต้องตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ที่ มอก.15 เล่ม 1-2547
4.1.6 สําหรับงานก่อสร้างในบริเวณที่ดินเค็มและอยู่ริมทะเล ให้ใช้ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ประเภท 5 ซึ่งมีคุณภาพถูกต้องตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ที่ มอก.15 เล่ม 1-2547
4.2 ทราย
4.2.1 ต้องเป็นทรายน้ําจืดที่หยาบ คม แข็งแกร่งและสะอาดปราศจากวัตถุอื่นเจือปน เช่น เปลือกหอย ดิน เถ้าถ่าน และผักหญ้าต่างๆ
4.2.2 ต้องผ่านการทดสอบคุณสมบัติตามมาตรฐานการทดสอบคอนกรีตของ ASTM C 33-82
- 32 -
4.3 หิน หรือ กรวด
4.3.1 หิน กรวด ที่ใช้ต้องแข็งแกร่ง ไม่ผุ และสะอาดปราศจากวัตถุอื่นเจือปน
ก่อนนําไปใช้ผสมคอนกรีตต้องร่อนเมล็ดใหญ่กว่ากําหนดออกและล้างน้ําให้ปราศจากสิ่ง
4.3.2 สกปรกก่อนใช้ผสม
ต่างๆ
4.3.3 ต้องผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติมาตรฐานการทดสอบหินและกรวด ASTM C 136-82 4.4 น้ํา
4.4.1 น้ําที่ใช้ผสมคอนกรีตต้องเป็นน้ําจืด ปราศจากน้ํามัน กรด ด่าง เกลือ และสารอินทรีย์
4.4.2 ถ้าน้ําในที่ก่อสร้างไม่ดีพอ เช่น น้ําที่มีน้ําทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมเจือปนอยู่ คณะกรรมการตรวจการจ้างอาจสั่งให้นําน้ําสะอาดที่อื่นมาใช้ได้
4.5 คอนกรีต
4.5.1 ส่วนผสมและกําลังคอนกรีต คอนกรีตที่ใช้ในงานคอนกรีตเสริมเหล็กมี 4 ชนิด คือ
- ค 0 คอนกรีตชนิดทนแรงอัดต่ํามาก 2) ค 1 คอนกรีตชนิดทนแรงอัดต่ํา
- ค 2 คอนกรีตชนิดทนแรงอัดปานกลาง 4) ค 3 คอนกรีตชนิดแรงอัดสูง
ส่วนผสมของคอนกรีตทั้งสี่ชนิดนี้ ขึ้นอยู่กับคุณภาพของหินและทรายที่นํามาใช้ ในการนี้ผู้รับจ้าง จะต้องเป็นฝ่ายทดลองทําส่วนผสมขึ้นมาเอง โดยร่วมปรึกษากับคณะกรรมการตรวจการจ้างถึงส่วนผสมที่ เหมาะกับ คุณภาพของวัสดุเป็นคราวๆ ไป การทดลองหาส่วนผสมจะต้องทําล่วงหน้า ก่อนงานใช้คอนกรีต จริงๆ ในระยะเวลาอันสมควร และจะต้องแจ้งถึงอัตราส่วนผสมที่ผ่านการทดลองและตัดสินใจใช้ให้ คณะกรรมการตรวจการจ้างทราบก่อน อย่างไรก็ดีการแจ้งส่วนผสมให้ทราบนี้ไม่เป็นการทําให้ผู้รับจ้างพ้น
ภาระความรับผิดชอบในเรื่องคอนกรีตไม่ได้กําลังตามต้องการ
ชนิดคอนกรีต
จํานวนซีเมนต์ที่ใช้ต่อคอนกรีต ขนาดหินใหญ่ที่สุด (มม.) แรงอัดประลัยต่ําสุดของแท่ง คอนกรีต
1 ลบ.ม.เป็น กก.จะต้องไม่น้อยกว่า
รูปทรงกระบอกขนาด
Dia15 ซ.ม.สูง 30 อายุ 28 วัน
(กก./ตร.ซม.)
180
ค 0
300
40
ค 1
350
40
240
ค 2
375
40
280
ค 3
400
40
320
การเลือกส่วนผสมให้ถือหลักดังนี้
ปริมาณซีเมนต์ให้มีเพียงให้ได้กําลังตามต้องการ และมีความคล่องตัวในการเท (Workability) เพียงพอปริมาณน้ําให้มีน้อยที่สุดเพียงเพื่อให้คอนกรีตมีความข้นพอเหมาะไม่เหลวเกินไป ส่วนผสมต้อง สม่ําเสมอเพื่อให้ได้กําลังที่แน่นอนโดยตลอดและการผสมนี้ให้ใช้ผสมโดยเทียบน้ําหนัก
ในกรณีที่จะใช้คอนกรีตผสมเสร็จ (Ready Mixed Concrete) ส่วนผสมของคอนกรีตยอมให้ เปลี่ยนแปลงได้บ้างทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริษัทผู้ผลิต แต่ค่าแรงอัดต่ําสุดของแท่งคอนกรีตรูปทรงกระบอก ขนาด
ง
ریان
- 33 -
Dia 1.5 ซม. สูง 30 ซม. จะต้องมีค่าไม่น้อยกว่าค่าที่กําหนดก่อนที่จะนํามาใช้ จะต้องส่งรายการคํานวณ ส่วนผสม และการทดสอบค่าแรงอัดต่ําสุด ให้คณะกรรมการตรวจการจ้างพิจารณาเห็นชอบอีกทั้งคอนกรีต ผสมเสร็จที่จะใช้จะต้องเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ มอก.213-2520
4.5.2 การผสมคอนกรีต
การผสมคอนกรีตต้องผสมด้วยเครื่องเสมอไป การผสมคอนกรีตแต่ละครั้งให้ผสมด้วยวัสดุตาม ที่กําหนดให้ในข้อ 1, 2, 3 และ 4 โดยใช้อัตราส่วนปูนซีเมนต์เป็นกิโลกรัมส่วนผสมอื่น ใช้เป็นลิตร การผสม ด้วยเครื่องในครั้งหนึ่งๆ ต้องให้เครื่องผสมคอนกรีตหมุนอย่างน้อย 2 นาที เพื่อให้วัสดุได้เคล้ากันเป็นเนื้อ
เดียวกัน
4.5.3 การเทคอนกรีต
- ผู้รับจ้างต้องตรวจดูแบบหล่อ และการวางเหล็กเสริมมั่นคงและถูกต้องตามแบบ รายละเอียด พร้อมทั้งทําความสะอาด ให้ปราศจากเศษวัสดุที่อยู่ในแบบที่จะเทและอุดรอยรั่วต่างๆ เพื่อม ให้น้ําปูนหนีออก เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วและได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจการจ้างหรือผู้
ควบคุมงานของคณะกรรมการตรวจการจ้างแล้วจึงจะทําการเทคอนกรีตได้ - การเทคอนกรีตทั่วไป ต้องเทเป็นชั้นๆ หนาไม่เกิน 15 ซม. สําหรับผนัง และเสาที่สูงให้เท เป็นชั้นๆ ชั้นหนึ่งๆ หนาไม่เกิน 45 ซม. และระยะที่สูงจะเทคอนกรีตแต่ละครั้งต้องไม่เกิน 2.50 เมตร แต่ละ ชั้นให้ใช้หัวสั่นสะเทือนแหย่ทุกครั้งไป เพื่อให้คอนกรีตแน่นตัวปราศจากโพรง การใช้เครื่องสั่นสะเทือน ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาผู้ที่มีความรู้ความชํานาญในการใช้หัวสั่นสะเทือนโดยเฉพาะมาปฏิบัติงานทั้งนี้เพื่อ
ป้องกันการแยกตัวของคอนกรีตอันจะทําให้คอนกรีตได้กําลังไม่เท่าที่กําหนดไว้ - คอนกรีตที่ผสมแล้วต้องรีบนําไปเทลงในแบบโดยเร็วก่อนที่คอนกรีตนั้นจะแข็งตัว (ไม่ควร เกิน 45 นาที) และต้องระมัดระวังมิให้เหล็กเสริมเคลื่อนหรือเปลี่ยนไปจากตําแหน่งเดิม
- ถ้าหากเทคอนกรีตส่วนหนึ่งส่วนใดไม่เสร็จในเวลาที่กําหนด แล้วต้องหยุดเทคอนกรีตตามที่
คณะกรรมการตรวจการจ้างกําหนดหรือตามตําแหน่ง ดังนี้
4.1) สําหรับเสาให้หยุดเทที่ระดับไม่เกิน 5 ซม. ต่ําจากท้องคานหัวเสา
4.2) สําหรับคานให้หยุดเทที่กลางคาน โดยใช้ไม้กั้นตั้งฉากในกรณีที่คานซอยตัดกับคาน หลักตรงบริเวณกึ่งกลางช่วงให้เลื่อนรอยต่อในคานออกไปอีกระยะ 1 เท่าของความลึกของคานหลัก
4.3) สําหรับพื้นให้หยุดเทที่กลางแผ่นโดยใช้ไม้กั้นตั้งฉาก เมื่อจะเทคอนกรีตต่อให้กระเทาะ หน้าคอนกรีตเก่าแล้วแปรงด้วยแปรงลวดราดน้ําให้เปียกแต่ไม่ให้มีน้ําขัง แล้วราดด้วยน้ําปูนซีเมนต์ ก่อนเทคอนกรีตใหม่ทันที ในกรณีที่เป็นการเทพื้นกันสาดหลังคา คสล. หรือส่วนที่ต้องการป้องกันการรั่วซึม ผู้รับจ้างควรใช้แผ่นยางต่อคอนกรีต (Water Stop) ในการป้องกันการรั่วซึมแต่ต้องเสนอตัวอย่างวัสดุ และ วิธีการต่อคณะกรรมการตรวจการจ้างเพื่อการ ตรวจสอบก่อนใช้งาน - ในการเทคอนกรีตจะต้องทํา Slump Test ทุกครั้งที่เปลี่ยนอัตราส่วนผสมของน้ํากับ ปูนซีเมนต์ หรือคณะกรรมการตรวจการจ้างของคณะกรรมการตรวจการจ้างเห็นว่าคอนกรีตข้นหรือเหลว เกินไป วิธีทํา Slump Test และระยะการยุบตัวของคอนกรีตจะต้องเป็นไปตามมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ที่ มอก. 213-2520
- ในการเทคอนกรีต ถ้ามีการเทคอนกรีตต่อเนื่องน้อยกว่า 30 ลูกบาศก์เมตร/ครั้ง ให้เทโดยใช้ เครน หรือ pump Crete แต่ถ้าเกิน 30 ลูกบาศก์เมตร/ครั้ง ให้เทด้วย pump Crete เท่านั้น
- ในระหว่างการเทคอนกรีต ถ้าอุณหภูมิต่ํากว่า 4 องศาเซลเซียส หรือมากกว่า 35 องศา เซลเซียส จะต้องจดบันทึกอุณหภูมิ ขณะเทคอนกรีต และเก็บผลการบันทึกไว้ไม่ต่ํากว่า 2 ปี
- 34 -
4.5.4 การบ่มคอนกรีต
เมื่อเทคอนกรีตเสร็จแล้ว ในระหว่างที่คอนกรีตยังไม่แข็งตัว ต้องปกคลุมมิให้ถูกแสงแดด กระแสลมร้อน ต้องป้องกันมิให้คอนกรีตได้รับความกระทบกระเทือน และเมื่อพ้นระยะเวลา 24 ชั่วโมง หรือเมื่อคอนกรีตแข็งตัวแล้ว ต้องจัดการบ่มให้คอนกรีตชุ่มน้ําอยู่ตลอดเวลาต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่า 7 วัน ด้วยการให้กระสอบซุ่มน้ําคลุมหรือด้วยการขังน้ําในระหว่างการบ่มคอนกรีต ถ้าอุณหภูมิต่ํากว่า 4 องศา เซลเซียส หรือมากกว่า 35 องศาเซลเซียส จะต้องจดบันทึกอุณหภูมิขณะบ่มคอนกรีตและเก็บผลการบันทึก ไว้ไม่ต่ํากว่า 2 ปี
4.5.5 การแต่งผิวคอนกรีต
- เมื่อถอดแบบออกแล้ว ถ้ามีรูหรือผิวหน้าคอนกรีตขรุขระให้แต่งผิวให้เรียบเสมอผิวทั่วไป ส่วนที่เป็นรู ใช้ปูนซีเมนต์กับทรายผสมน้ําตามอัตราส่วนที่ใช้ผสมคอนกรีต แต่งให้ผิวหน้าเรียบแต่ถ้าปรากฏ ว่าเนื้อคอนกรีตส่วนใดมีลักษณะเป็นรูพรุนด้วยรังผึ้งหรือเป็นโพรงลึกจะต้องสกัดเนื้อนั้นออกแล้วเทคอนกรีต ส่วนนั้นใหม่แต่ถ้าปรากฏว่าเนื้อคอนกรีตส่วนนั้นเป็นส่วนหนึ่งที่สําคัญของโครงสร้าง ผู้รับจ้างจะต้องทุบส่วน
ของโครงสร้างนั้นทิ้งทั้งหมด หรือทุบเฉพาะส่วนนั้นทิ้งแล้วทําการเทคอนกรีตที่ผสมด้วยตัวประสานใหม่
ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการตรวจการจ้าง - เมื่อต้องการจะฉาบปูนทับผิวหน้าคอนกรีต ให้กะเทาะผิวคอนกรีตให้ขรุขระตลอดโดยทั่ว ราดน้ําให้ชื้นแล้วจึงฉาบปูน เมื่อฉาบปูนเสร็จแล้วให้ดําเนินการบ่มผิวดังที่ กําหนดไว้ในข้อ 6.5.4
- การฉาบปูนภายในของผิวคอนกรีตที่จะใช้ขังน้ํา ต้องฉาบปูนผสมน้ํายากันซึมแล้วขัดมันผิว ให้เรียบ แต่ถ้าผู้รับจ้างไม่ขัดมันผิวจะต้องทาทับด้วยน้ํายากันซึมอีกชั้นหนึ่งส่วนผิวคอนกรีตภายนอกให้ฉาบ ปูนตกแต่งให้เรียบร้อย หรือตามที่ได้ระบุไว้ในแบบรายละเอียด
4.5.6 การหล่อตัวอย่างคอนกรีตและการทดสอบ - เพื่อเป็นการตรวจคุณภาพของคอนกรีตว่าดีพอหรือไม่ ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้จัดหาแบบเหล็ก มาตรฐานมาหล่อตัวอย่างคอนกรีตขนาด Dia 15 ซม.สูง 30 ซม. ต่อหน้าคณะกรรมการตรวจการจ้าง โดย เก็บตัวอย่างคอนกรีตในหน้างานนั้น
- แท่งคอนกรีตทดสอบแต่ละตัวอย่างให้ลงวันที่ เดือน ปี และส่วนผสมคอนกรีต ขณะที่การ เก็บไว้ให้ชัดเจน เมื่อตัวอย่างคอนกรีตมีอายุ 24 ชั่วโมงแล้ว ให้เปิดแบบนําตัวอย่างคอนกรีตไปบํารุงรักษา การทดสอบคอนกรีตตัวอย่าง จะต้องเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ที่ มอก.409-2525
- การเก็บตัวอย่างคอนกรีตที่จะทดสอบให้เก็บทุกวัน เมื่อมีการเทคอนกรีตและอย่างน้อยต้อง เก็บ 3 ก้อน โดยให้ทําการเก็บดังนี้
และก้นโม่
3.1) เก็บเมื่อหล่อคอนกรีตแต่ละส่วนของโครงสร้าง เช่น เสา คาน และพื้น ฯลฯ 3.2) เก็บทุกครั้งที่มีการเทคอนกรีตทุกๆ 50 ลูกบาศก์เมตรและเศษของ 50 ลูกบาศก์เมตร 3.3) เก็บทุกครั้งเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงแหล่งทราย หิน หรือกรวด
3.4) สําหรับคอนกรีตผสมเสร็จ (Ready Mixed Concrete) การเก็บให้เก็บที่ปาก กลาง - ผลเฉลี่ยของค่าแรงอัดประลัยของแท่งคอนกรีตรูปทรงกระบอก 3 ก้อน จะต้องมีค่าไม่ต่ํากว่า ค่าแรงอัดประลัยที่ได้กําหนดไว้ในแบบรายละเอียดและค่าแรงอัดประลัยของตัวอย่างคอนกรีตทดสอบที่มี ค่าน้อยที่สุด จะต้องมีค่าไม่ต่ํากว่า 85% ของค่าแรงอัดสูงสุดที่ได้กําหนดไว้
- หากปรากฏว่า ค่าแรงอัดประลัยของผลการทดลองดังที่ได้กล่าวมาแล้ว มีค่าแรงอัดสูงสุด ต่ํากว่าที่ได้กําหนดไว้ในข้อ (4) ผู้รับจ้างต้องสกัดหรือซื้อส่วนที่เทคอนกรีตไปแล้วนั้นออกเสียทันทีแล้ว
จัดการหล่อใหม่โดยใช้คอนกรีตซึ่งมีคุณภาพได้แรงอัดประลัยไม่ต่ํากว่าที่กําหนดไว้ในแบบรายละเอียด หรือ มิฉะนั้น ผู้รับจ้างจะต้องทดสอบการรับน้ําหนักของโครงสร้างส่วนนั้นโดยใช้น้ําหนักบรรทุกไม่น้อยกว่า 2
- 35 -
เท่า ของน้ําหนักบรรทุกที่ได้ออกแบบไว้ แต่อย่างไร ก็ตามทั้งหมดนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการ ตรวจการจ้างความเสียหายต่างๆ ที่เกิดขึ้นเนื่องจากการหล่อคอนกรีตใหม่หรือการทดสอบการรับน้ําหนัก ของโครงสร้างนี้ ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบเองทั้งสิ้นจะคิดมูลค่าเพิ่มเติมแต่อย่างใดอย่างหนึ่งจาก
คณะกรรมการตรวจการจ้างไม่ได้
- การทดสอบหาค่าแรงอัดประลัยของตัวอย่างคอนกรีตทดสอบนั้น ผู้รับจ้างจะต้องส่งมาให้ วิศวกรของคณะกรรมการตรวจการจ้างเป็นผู้กําหนดว่าจะให้ส่วนราชการหรือบริษัทใดเป็นผู้ทําการทดสอบ
โดยค่าใช้จ่ายในการนี้ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ออกเองทั้งสิ้น
4.6 การป้องกันการซึม
5.6.1 คอนกรีตกันซึม
ในส่วนของโครงสร้างที่ต้องการป้องกันความชื้นซึมผ่าน อาทิเช่น ถังเก็บน้ํา คอนกรีตเสริมเหล็ก ถัง บําบัดน้ํา เสียคอนกรีตเสริมเหล็ก สระว่ายน้ํา พื้นดาดฟ้าคอนกรีตเสริมเหล็ก อาคารชั้นใต้ดิน เป็นต้น คอนกรีตกันซึมต้องได้รับการตรวจสอบคุณภาพ จากกรรมการตรวจการจ้างก่อนนํามาใช้
5.6.2 วัสดุกันซึม
ในการก่อสร้างอาคารชั้น ใต้ดิน ถังเก็บน้ําใต้ดิน หรือ พื้นชั้นดาดฟ้าที่ระบุให้มีวัสดุกันซึม หากไม่ กําหนดในแบบ ทางผู้รับจ้างต้องจัดหาและทําการปูแผ่นวัสดุสังเคราะห์ปูกันซึมประเภท Polyvinyl Chloride WaterproofMembrane ในบริเวณที่ต้องการป้องกันน้ํา ซึมผ่าน โดยมีขัน ตอนการติดตั้ง ดังต่อไปนี้
ก. ทําความสะอาดเตรียมพื้น ผิวที่ทําการติดตั้ง ให้สะอาดและเรียบ ปราศจากขี้ปูน หลุม หากพบสภาพดังกล่าวให้ทําการซ่อมแซมให้เรียบร้อย ก่อนทําการติดตั้ง ให้ทําความสะอาดพื้น ผิวไม่ให้มี
ก้อนกรวด เม็ดทราย
09
ข. จะต้องทําการปรับระดับและแต่งพื้น ค.ส.ล. ไม่ให้มีน้ํา ขังและดูราบเรียบสวยงามตาม ความเหมาะสม เมื่อปูแผ่นวัสดุกันซึมแล้วต้องแนบสนิทกับพื้น ค.ส.ล. หากจําเป็นต้องปรับระดับให้ใช้วัสดุที่ มีคุณสมบัติประเภทซีเมนต์พิเศษปรับระดับสําเร็จรูป (Pre-Bag Leveling Mortar) ที่มีแรงยึดเกาะและรับ กําลังได้ดี ไม่มีส่วนผสมของแคลเซียมคลอไรด์ โดยมีคุณสมบัติดังนี้
บริเวณก่อนการ เทปูนปรับระดับ
Compressive Strength > 250 ksc. ที่ 7 วัน Walk on time ≤ 16 ชั่วโมง
โดยใช้น้ํายาประสานคอนกรีตประเภท Acrylic Bonding Agent ทาที่ผิวคอนกรีตให้ทั่ว
39
ค. หากตรวจพบพื้น ค.ส.ล. มีรอยแตกร้าวขนาดความกว้างน้อยกว่า 0.20 มม. ให้ทํา ความสะอาดจนปราศจากคราบสกปรก ฝุ่นละออง คราบไขมันหรือตะไคร่น้ํา อื่นๆ ที่จะไม่กระทบต่อ คุณสมบัติของแผ่นกันซึมที่ใช้ ให้ทําการซีลรอยแตกร้าวทั้งหมดด้วยวัสดุกันรั่วซึมประเภท Elastic Polyurethane Sealant ปรับระดับน้ํา ให้มีการไหลและระบายน้ําได้ดี
ง. หากมีอุปกรณ์ติดตั้ง ต่างๆ บนพื้น ดาดฟ้าอาคาร เช่น เครื่องทําความเย็น เสาอุปกรณ์ ไฟฟ้าและสื่อสาร แท่นรองท่อน หรืออื่นๆ ให้ทําการหล่อฐานคอนกรีตของอุปกรณ์ดังกล่าว โดยขนาดขึ้น อยู่กับขนาดของอุปกรณ์ความหนาแท่นคอนกรีตประมาณ 10 – 15 ซม.
หมายเหตุ การหล่อฐานคอนกรีตหรือปรับระดับพื้น คอนกรีตนั้น จําเป็นจะต้องใช้สารเคมี
Acrylic Bonding Agent ผสมในปูนทรายเพื่อช่วยให้การยึดตัวระหว่างเนื้อคอนกรีตเก่าและคอนกรีตใหม่
จ. ผู้รับจ้าง ต้องทําความสะอาดหน้างาน ขนย้ายเศษวัสดุออกจากบริเวณก่อสร้างให้ เรียบร้อยก่อนส่งมอบงาน
- O
- 36 -
- ผู้รับจ้างจะต้องรับประกันผลงานในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี นับจากวันส่งมอบงาน และหากปรากฏในภายหลังว่าบกพร่องอันเนื่องมาจากวัสดุหรือฝี มือในการดําเนินการ ผู้รับจ้างต้อง รับผิดชอบต่อความเสียหายที่ปรากฏทุกประการโดยไม่มีข้อแม้ใด
4.7 แบบหล่อ
4.7.1) แบบหล่อต้องทําจากวัสดุแข็งแรง ไม่ผุ ไม่คดงอเช่น เหล็ก ไม้ เป็นต้นแบบหล่อและนั่งร้าน รองรับคอนกรีตเหลวจะต้องมั่นคงแข็งแรงเพียงพอสามารถรับน้ําหนักและแรงสั่นสะเทือน เมื่อใช้เครื่อง
เขย่าคอนกรีตได้โดยไม่ทรุดตัวหรือแอ่นตัวจนเสียระดับหรือ แนวหากเกิดการเสียระดับหรือแนวผิดขนาดจน เห็นว่าจะเกิดผลเสียหาย ผู้รับจ้างจะต้องทุบทําลายชิ้นส่วนนั้นทั้งชั้น แล้วหล่อใหม่ให้ถูกต้อง โดยจะคิด มูลค่าเพิ่มเติมอย่างใด อย่างหนึ่งจากคณะกรรมการตรวจการจ้างไม่ได้ ทั้งนี้ไม่ได้ทําให้ผู้รับจ้างพ้นความ รับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆ ที่อาจจะเกิดจากการทุบทําลายชิ้นส่วนนั้นๆ
4.7.2) แบบหล่อต้องประกอบแบบให้แน่นหนา และต้องยึดค้ํายันแบบ มิให้เคลื่อนที่ได้ต้อง
ด้ต้องเข้าแบบ
ให้สนิทเพื่อกันมิให้น้ําปูนรั่วและผิวด้านในของแบบที่ถูกกับคอนกรีตต้องเรียบล้างให้สะอาดแล้วทาน้ํามัน
ก่อนลงมือเทคอนกรีตเสมอ
4.7.3) แบบหล่อจะถอดออกไม่ได้จนกว่าจะได้กําหนด การถอดแบบต้องไม่ให้คอนกรีตได้รับความ กระทบ กระเทือน และให้ถือกําหนดเวลาการถอดแบบ ดังต่อไปนี้
แบบข้างเสา คาน กําแพง ฐานราก 2 วัน
बै
แบบหล่อท้องพื้น
แบบหล่อท้องคาน
14 วัน
21 วัน
ทั้งนี้ให้ยกเว้นในกรณีที่ ใช้ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ชนิดแข็งตัวเร็ว ซึ่งให้ถือกําหนดถอดแบบได้ ทั้งหมด เมื่อคอนกรีตมีอายุครบ 7 วัน
4.7.4) ห้ามขึ้นไปทําการก่อสร้าง บนแบบหล่อของส่วนก่อสร้างที่เทคอนกรีตแล้ว จนกว่าจะพ้น 48 ชั่วโมง หลังจากเทคอนกรีตครั้งสุดท้ายในแบบหล่อส่วนนั้น
4.7.5) แบบหล่อที่รื้อออกแล้ว ก่อนที่จะนํามาใช้ใหม่ จะต้องทําความสะอาดและตกแต่งพร้อมทั้ง ทาน้ํามันให้เรียบร้อยเสียก่อน จึงจะนําไปใช้อีกได้ - มาตรฐานงานเหล็กเสริมคอนกรีต
ขอบข่าย
มาตรฐานงานเหล็กเสริมคอนกรีตนี้ ครอบคลุมสําหรับงานคอนกรีตทั่วไปทั้งหมด ยกเว้นงาน
คอนกรีตอัดแรง
5.1 เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต
เหล็กเส้นเสริมคอนกรีตต้องเป็นเหล็กเส้นใหม่ที่ไม่เคยใช้งานมาก่อน ต้องมีผิวสะอาดไม่มีสนิมกร่อน
ไม่เปื้อน น้ํามัน ไม่มีรอยแตกร้าว และต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
5.1.1 เหล็กเส้นกลม (Plain Round Bar)
3,900 กก./ ชม.2
- แรงเค้นดึงสูงสุด (Maximum Tensile Stress) ต้องมีค่าไม่น้อยกว่า
- แรงเค้นที่จุดยืน (Yield Stress) ต้องมีค่าไม่น้อยกว่า 2,400 กก./ซม.2
- ความยืด (Elongation) ต้องมีค่าไม่น้อยกว่า 21% ในช่วงความยาว 5 เท่าของขนาด
เส้นผ่า ศูนย์กลางของเหล็กเส้นนั้น - คุณสมบัติอื่น ๆ ตรงตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 20-2543
5.1.2 เหล็กเล็นข้ออ้อย (Deformed Bar
- 37 -
Grade
Yield
Tensile Stress
Elongation
Stress
(MPa)
5D% (min.)
(MPa)
Cold Bend Test
Bending Angle
Diameter of bends
รอ 30
295
480
17
180
รอ 40
390
560
15
180
4 เท่าของ Nominal Dia.
4 เท่าของ Nominal Dia.
หมายเหตุ D = เล็นผ่าศูนย์กลาง
คุณสมบัติอื่นๆ ตรงตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 24-2548
5.2 ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้
น
5.2.1 สําหรับเหล็กเล็นกลม
หมายเลขขนาด
ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้สําหรับเหล็กเส้นกลมเส้นผ่าศูนย์กลางของเหล็กเส้นกลม
เส้นผ่าศูนย์กลาง (มิลลิเมตร)
ความคลาดเคลื่อนที่ยอม
ให้ไม่เกินกว่า (มิลลิเมตร)
ผลต่างของเส้นฝ่าศูนย์กลาง
วัด ณ ตําแหน่งเดียวกันไม่
เกินกว่า(มิลลิเมตร)
0.64
RB 6 - RB 15
6-15
+, -0.4
RB 19 - RB 25
19-15
+, -0.5
0.80
RB 28 - RB 34
28-34
+, -0.6
0.96
หมายเหตุ
RB
=
Round Bar
D
D
W
5.2.2 สําหรับเหล็กเล็นข้ออ้อย
- ขนาดระบุของเห็นผ่าศูนย์กลางของเหล็กเล็นข้ออ้อย หาได้จากสูตร
12.73 (w)1/2
คือเส้นผ่าศูนย์กลาง เป็นมิลลิเมตร
คือ นําหนักของเหล็กเป็นกิโลกรัมต่อความยาว 1 เมตร - ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้ สําหรับเห็นผ่าศูนย์กลางของเหล็กเส้นข้ออ้อย
หมายเลขขนาด
เส้นผ่าศูนย์กลาง (มิลลิเมตร)
ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้ไม่
เกินกว่า (มิลลิเมตร)
DB 10- 16
10-16
0.4
DB20- 25
20-25
0.5
DB28-32
28-32
0.6
หมายเหตุ
DB = Deformed Bar (เหล็กเล็นข้ออ้อย)
- 38 -
5.3 การเก็บวัสดุ
5.3.1 เหล็กเส้นที่นํามาใช้ในงานก่อสร้างจะต้องเก็บไว้ในที่มีหลังคาคลุม และมีฝากําบังฝน ทั้งหมดจะต้องเก็บไว้เหนือพื้นดินไม่น้อยกว่า 20 ซม.
ชัดเจน
5.3.2 เหล็กเส้นที่นําใช้งานจะต้องแยกเก็บไว้เป็นพวกๆ โดยมีป้ายบอกชนิดและขนาดไว้อย่าง
5.2 การดัดเหล็กเส้น
5.2.1 ห้ามดัดเหล็กเส้น โดยวิธีเผาให้ร้อน
5.2.2 การดัดเหล็กเส้น เป็นไปตามมาตรฐานของ ASTM
5.2.3 การดัดเหล็กกล้า ความลาดเอียงของเหล็กคอม้า นอกจากระบุไว้ในแบบรูปรายละเอียด จะต้องดัดเอียงเป็นมุม 45 องศา ทั้งหมด การดัดโค้งตรงมุม ต้องใช้รัศมีภายในเท่ากับ 6 เท่า ของขนาด เส้นผ่าศูนย์กลางของเหล็กเส้นนั้น
5.3 การต่อเหล็กเสริม
5.3.1 เหล็กเสริมของคาน – พื้น นอกจากที่เป็นคานยื่น หรือพื้นที่ระบุไว้ในแบบแปลนจะต้อง ต่อในตําแหน่งดังต่อไปนี้
เหล็กล่างของคาน พื้น ให้ต่อตรงบริเวณหัวเสาหรือหัวคาน
เหล็กบนของคาน - พื้น ให้ต่อตรงบริเวณกลางคาน - พื้น
สําหรับเหล็กเสาให้ต่อตรงจุดหลังพื้น เป็นไปตามแบบมาตรฐานการดัดและการต่อเหล็กเส้น
5.3.2 รอยต่อของเหล็กเสริมแต่ละเส้นที่อยู่ข้างเคียงต้องไม่อยู่ในแนวเดียวกันและควรเหลื่อมกัน ประมาณ 1.00 เมตร หากไม่จําเป็นจริงๆ แล้วห้ามต่อเหล็ก
5.3.3 การต่อเหล็กอาจทําได้หลายวิธี คือ
- ในการต่อเหล็กแบบวางทางเหลื่อมกัน ให้วางทาบโดยเหลื่อมกันมีระยะยาวเท่ากับ 40
เท่าของเส้นผ่าศูนย์กลางของเส้นเหล็กนั้น - การต่อโดยวิธีการเชื่อมด้วยไฟฟ้า
2.1) ไฟฟ้าที่ใช้เชื่อมต้องมีกําลังแรงสูงพอ การต่อให้เชื่อมแบบชน (Butt Weld) และ จะต้องเป็นไปตามมาตรฐานของการเชื่อมเหล็กทุกประการ เมื่อเชื่อมต่อเสร็จเรียบร้อยแล้วรอยต่อจะต้อง รับแรงเค้นดึง (Tensile Stress) จะได้ไม่น้อยกว่า 1.25 เท่าของแรงเค้นดึงของ
ต่อเหล็กด้วยไฟฟ้า
2.2) การเชื่อมต่อเหล็กเส้นให้ปฏิบัติดังนี้
2.2.1) ตัดปลายเหล็กทั้งสองท่อนที่จะนํามาเชื่อมให้เอียงลาดตามแบบ การเชื่อม
2.2.2) ทําความสะอาดปลายเหล็กที่ตัดแล้วนํามาวางให้ได้แนวหรือได้ ศูนย์และมี ระยะห่างได้ตามแบบมาตรฐานการเชื่อมต่อเหล็กด้วยไฟฟ้า
2.2.3) ทําการเชื่อมเป็นขั้นหรือแนวภายหลังการเชื่อมแนวหนึ่งหรือชั้นหนึ่งๆ แล้ว
จะต้องเคาะเอาขี้เหล็กหุ้มแนวหรือขั้นนั้นๆ ออกทุกครั้งไปปฏิบัติดังนี้เรื่อยไปจนเชื่อมได้ความหนาเต็มตาม
กําหนด
2.2.4) สําหรับเหล็กขนาดเล็กตั้งแต่เส้นผ่าศูนย์กลาง 9 มิลลิเมตร ลงมาให้เชื่อม
โดยการตัดปลายเหล็กตรง
ซึ่ง
Jo
- 39 -
5.4 การเก็บเหล็กเส้นตัวอย่างเพื่อการทดลอง
5.4.1 ผู้รับจ้างจะต้องตัดเหล็กเส้นทุกๆ ขนาด ขนาดหนึ่งไม่น้อยกว่า 5 ท่อนยาวท่อนละไม่ น้อยกว่า 1.00 เมตร
5.4.2 การเก็บเหล็กเส้นตัวอย่างจะต้องเก็บจากกองเหล็กที่อยู่ในสถานที่ก่อสร้าง และจะต้อง
เก็บเหล็กเส้นตัวอย่างต่อหน้าคณะกรรมการตรวจการจ้าง
5.4.3 เมื่อเก็บเหล็กเส้นตัวอย่างได้เรียบร้อยแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องนําส่งมายังคณะกรรมการ ตรวจการจ้างเพื่อทําการทดสอบคุณภาพ ซึ่งวิศวกรจะเป็นผู้กําหนดให้ว่าจะให้ส่วนราชการหรือ บริษัทเอกชนใดเป็นผู้ทดสอบ โดยที่ค่า ใช้จ่ายในการทดสอบผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ออกเองทั้งสิ้น
5.4.4 ค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการนําส่ง และทดสอบคุณภาพของเหล็กเส้นตัวอย่าง ตลอดจน ค่าธรรมเนียมต่างๆ ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ออกเองทั้งสิ้น
5.4.5 ถ้าปรากฏว่าเหล็กเส้นตัวอย่างที่นําไปทดสอบนั้น มีคุณภาพต่ํากว่าคุณภาพของเหล็กเส้น ที่ได้ระบุไว้ในข้อ 1 แล้ว การที่จะนําเหล็กเส้นกองที่เก็บเหล็กตัวอย่างนั้นมาใช้งานได้หรือไม่อย่างไร ขึ้นอยู่ กับดุลยพินิจของคณะกรรมการตรวจการจ้าง ที่จะให้ผู้รับจ้างจัดหาเหล็กเส้นที่มีคุณภาพได้ตามข้อที่กําหนด มาเปลี่ยนให้ใหม่ หรือเพิ่มจํานวนเหล็กเสริมให้มากขึ้น โดยที่ผู้รับจ้างจะคิดเงินเพิ่มไม่ได้
6.งานแบบหล่อและคํายัน CONCRETE FORMWORK
6.1 ทั่วโป
6.1.1 “กรณีทั่วไปและกรณีพิเศษ” ที่ระบุไว้ในภาคอื่น (ถ้ามี) ให้นํามาใช้กับหมวดนี้ด้วย
6.2 การคํานวณออกแบบ
8.2.1 การวิเคราะห์
ผู้รับจ้างจะต้องเป็นฝ่ายคํานวณออกแบบงานแบบหล่อ โดยต้องคํานึงถึงการโก่งตัวขององค์ อาคาร ต่างๆ อย่างระมัดระวัง และต้องได้รับอนุมัติจากวิศวกรผู้ควบคุมงานก่อน จึงจะนําไปใช้ก่อสร้างได้
6.2.2 คํายัน
- เมื่อใช้คํายัน การต่อ หรือวิธีการค้ํายันซึ่งมีการจดทะเบียนสิทธิบัตรไว้จะต้องปฏิบัติ ตาม ข้อแนะนําของผู้ผลิตเกี่ยวกับความสามารถในการรับน้ําหนักอย่างเคร่งครัด และผู้คําผู้คํานวณ ออกแบบก็จะต้องปฏิบัติ ตามคําแนะนําของผู้ผลิตในเรื่องการยึดโยงและนําหนักบรรทุกปลอดภัยสําหรับ ช่วงความยาวต่างๆ ระหว่างที่ยึดของคํายัน
- ห้ามการใช้ต่อคํายันแบบทาบในสนามเกินกว่าอันสลับอันสําหรับคํายันใต้แผ่นพื้น หรือไม่เกินทุกๆสามอันสําหรับคํายันใต้คาน และไม่ควรต่อคํายันเกินกว่าหนึ่งแห่ง นอกจากจะมีการยึด ทแยงที่จุดต่อทุกๆ แห่ง การต่อคํายันดังกล่าว จะต้องกระจายให้สม่ําเสมอทั่วไปเท่าที่จะทําได้ รอยต่อ จะต้องไม่อยู่ใกล้กับกึ่งกลางของตัวคํายัน โดยไม่มีที่ยึดด้านข้าง หรือกึ่งกลางระหว่างจุดยึดด้านข้าง ทั้งนี้เพื่อ
ปองกันการโก่ง - จะต้องคํานวณออกแบบรอยต่อให้สามารถต้านทานการโก่ง และการตัดเช่นเดียวกับ องค์ อาคารที่รับแรงอัดอื่นๆ สําหรับคํายันที่ทําด้วยไม้ วัสดุที่ใช้ต่อคํายันจะต้องไม่สั้นกว่าหนึ่งเมตร
6.2.3 การยึดทแยง
ระบบแบบหล่อจะต้องคํานวณออกแบบให้ถ่ายแรงทางข้างลงพื้นดินในลักษณะที่ปลอดภัย
ตลอดเวลาจะต้องมีการอัดให้ยึดทแยงทั่งในระนาบกิ่ง และระนาบราบตามต้องการ เพื่อให้มีสติฟเนสสูง และเพื่อป้องกัน การโก่งไม่ให้มากเกินไป
Our
- 40 -
6.2.4 ฐานสําหรับงานแบบหล่อ
จะต้องคํานวณน้ําหนักบรรทุกจากแบบหล่อถ่ายผ่านทั้งร้านหรือคํายัน ลงสู่ฐานที่รองรับข้างล่าง ไม่ ว่าจะเป็นดิน หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของโครงสร้างอาคารให้สามารถรองรับน้ําหนักบรรทุกต่างๆ ได้อย่าง
ปลอดภัย
6.2.5 การทรุดตัว
แบบหล่อจะต้องสร้างให้สามารถปรับระดับทางแนวดิ่งได้ เพื่อให้สามารถชดเชยกับการทรุดตัวที่ าจเกิดขึ้น ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการทรุดตัวน้อยที่สุดเมื่อรับน้ําหนักเต็มที่ ในกรณีที่ใช้ไม้ต้องพยายามให้มีจํานวน รอยต่อทาง แนวราบน้อยที่สุด โดยเฉพาะจํานวนรอยต่อซึ่งแนวเสี้ยนบรรจบบนแนวเสี้ยนด้านข้าง ซึ่งอาจใช้ ลิ่มสอดที่ยอดหรือก้นของ คํายันแห่งใดแห่งหนึ่ง แต่จะใช้ทั้งสองปลายไม่ได้ ทั้งนี้เพื่อให้สามารถปรับการ ทรุดตัวที่ไม่สม่ําเสมอทางแนวดิ่งได้ หรือเพื่อ สะดวกในการถอดแบบ
6.3 รูปแบบ
6.3.1 การอนุมัติโดยวิศวกรผู้ควบคุมงาน
ในกรณีที่กําหนดไว้ก่อนที่จะลงมือสร้างแบบหล่อผู้รับจ้างจะต้องส่งรูปแบบแสดงราละเอียดของ
งานแบบหล่อเพื่อให้วิศวกรผู้ควบคุมงานอนุมัติก่อน หากผู้ควบคุมงานเห็นว่าแบบดังกล่าวยังไม่แข็งแรงพอ หรือยังมี ข้อบกพร่อง ผู้รับจ้างจะต้องจัดการแก้ไขตามวิศวกรที่ควบคุมงานแนะนําจนเสร็จก่อนที่จะเริ่มงาน
และการที่วิศวกรผู้ควบคุมงานอนุมัติในแบบที่เสนอหรอที่แก้ไขมาแล้ว มีได้หมายความว่าผู้รับจ้างจะหมด ความรับผิดชอบที่จะต้องทําการ ก่อสร้างให้ดี และดูแลรักษาให้แบบหล่ออยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดีตลอดเวลา
6.3.2 สมมุติฐานในการคํานวณออกแบบ
ในรูปแบบสําหรับแบบหล่อจะต้องแสดงค่าต่างๆ ที่สําคัญ ตลอดจนสภาพการบรรทุกน้ําหนัก รวม ทั้งน้ําหนักบรรทุกจร อัตราการบรรทุก ความสูงของคอนกรีตที่จะปล่อยลงมา น้ําหนัก อุปกรณีเคลื่อนที่ซึ่ง อาจต้อง ทํางานบนแบบหล่อ แรงดันฐาน หน่วยแรงต่างๆ ที่ใช้ในการคํานวณออกแบบและข้อมูลที่สําคัญ อื่นๆ
6.3.3 รายการต่างๆ ที่ต้องปรากฏในรูปแบบ รูปแบบสําหรับงานแบบหล่อจะต้องมีรายละเอียดต่างๆ ดังต่อไปนี้
- สมอ คํายัน และการยึดโยง
- การปรับแบบหล่อในระหว่างเทคอนกรีต 3) แผ่นกั้นน้ํา ร่องลิ้น และสิ่งที่จะต้องสอดไว้
- นั่งร้าน
- รูนํ้าตา หร รูเจาะไว้สําหรับเครื่องจี้
- ของสําหรับทําความสะอาด
- รอยต่อระหว่างการก่อสร้าง และรอยต่อเพื่อการขยายตัว ตามที่ระบุในแบบ
- แถบมนสําหรับมุมที่ไม่ฉาบ (เปลือย)
- การยกท้องคานและพื้นกันแอ่น
- การเคลือบผิวแบบหล่อ 11) รายละเอียดในการค้ํายัน
_ c
Ov
6.4 การก่อสร้าง
6.4.1 ทั่วไป
- 41 -
- แบบหลอจะต้องได้รับการตรวจและอนุมัติก่อนจึงจะเรียงเหล็กเสริมได้
- แบบหล่อจะต้องแน่นเพียงพอที่จะปองกดันไม่ให้มอร์ต้าจากคอนกรีตไหลออกมา 3) แบบหล่อจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่น มอร์ต้า และสิ่งแปลกปลอมอื่นๆ ในกรณีที่ไม่1 สามารถ เข้าถึงก้นแบบจากภายในได้จะต้องจัดช่องเปิดไว้เพื่อให้สามารถขจัดสิ่งที่ไม่ต้องการต่างๆ
ออกก่อนเทคอนกรีต - ห้ามนําแบบหล่อที่ชํารุดจากการใช้งานครั้งหลังสุด จนถึงขั้นที่อาจทําลายผิวหน้า หรือ คุณภาพคอนกรีตได้มาใช้อีก
- ให้หลีกเลี่ยงการบรรทุกน้ําหนัก เช่น การกองวัสดุ ห้ามโยนของหนักๆ เช่น มวลรวมไม้ กระดาน เหล็กเสริม หรืออื่นๆ ลงบนคอนกรีตที่เทใหม่ๆ และยังไม่มีกําลังสูงพอ
- ห้ามโยนหรือกองวัสดุก่อสร้างแบบหล่อ ในขณะที่จะทําให้แบบหล่อนั้นชํารุด หรือเป็นการเพิ่มน้ําหนักมากเกินไป
6.4.2 ฝีมือ
ให้ระมัดระวังเป็นพิเศษในข้อต่อไปนี้เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้งานที่ฝีเมื่อดี
ได้ - รอยต่อของค่ายัน
- การสลับรอยต่อในแผ่นไม้อัด และการยึดโยง
- การรองรับคํายันที่ถูกต้อง
- จํานวนเหล็กเต้นสําหรับยึด หรือที่อับและตําแหน่งที่เหมาะสม
- การขันเหล็กเต้นสําหรับยึด หรือยึดจับให้ตึงพอดี
- ในกรณีที่วางคํายันบนดินอ่อน แรงแบกทานใต้ชั้นดินอ่อนนั้นจะต้องสูงพอ
- การต่อคํายันกับจุดร่วมจะต้องแข็งแรงพอที่จะต้านแรงยกหรือแรงบิด ณ จุดร่วมนั้นๆ
- การเคลือบผิวแบบหล่อจะต้องกระทําก่อนเรียงเหล็กเสริมและจะต้องไม่ใช้ในปริมาณ
มาก เกินไปจนทําให้เหล็กเปรอะเปื้อน - รายละเอียดของรอยต่อสําหรับควบคุม และรอยต่อระหว่างก่อสร้าง
6.4.3 ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้ - ความคลาดเคลื่อนจากแนวสายดิ่ง
ในแต่ละชั้น
10 มม.
ความคลาดเคลื่อนจากระดับหรือจากความลาดที่ระบุในแบบ
ในช่วง 10 เมตร
15 มม. - ความคลาดเคลื่อนของแนวอาคารจากแนวที่กําหนดในแบและตําแหน่งเสาผนัง และฝา
ประจันที่เกี่ยวข้อง
ในช่วง 10 เมตร
()
20 มม.
Jak
okc
ผนัง
ลด
เพิ่ม
- 42 -
- ความคลาดเคลื่อนของขนาดของหน้าตัดเสา และคาน และความหนาของแผ่นพื้น และ
- ฐานราก
(ก) ความคลาดเคลื่อนจากขนาดในแบบ
ลด
เพิ่ม
(ข) ตําแหน่งผิด หรือระยะเฉศูนย์
(ค) ความคลาดเคลื่อนในความหนา
สต
5 มม.
10มม.
20 มม.
50 มม.
50 มม.
25 มม.
เพิ่ม
100 มม. - ความคลาดเคลื่อนของชั้นบันได
ลูกตั้ง
2.5 มม.
5 มม.
ลูกนอน
6.5 งานปรับแบบหล่อ
6.5.1 ก่อนเทคอนกรีต - จะต้องติดตั้งอุปกรณ์สําหรับใช้ในการปรับการเคลื่อนตัวของแบบหล่อขณะเท คอนกรีตไว้ที่แบบส่วนที่มีที่รองรับ
ให้ได้ที่แน่นหนา - หลังจากตรวจสอบขั้นสุดท้ายก่อนเทคอนกรีต จะต้องยึดลิ่มที่ใช้ในการจัดแบบหล่อ
- จะต้องยึดแบบหล่อกับคํายันข้างใต้ให้แน่นหนาพอที่จะไม่เกิดการเคลื่อนตัวทั้งทาง
ด้านข้าง และด้านขึ้นลงของส่วนหนึ่งส่วนใดของแบบหล่อทั้งหมดขณะเทคอนกรีต - จะต้องเผื่อระดับและมุมมนไว้สําหรับรอยต่อต่างๆ ของแบบหล่อ การทรุดตัว การหด
ตัวของ ไม้ การแอ่นเนื่องจากน้ําหนักบรรทุกคงที่และการหดตัวของอีลาสติคขององค์อาคารในแบบหล่อ ตลอดการยกท้องคาน และพื้น ซึ่งกําหนดไว้ในแบบก่อสร้าง - จะต้องจัดเตรียมวิธีปรับระดับ หรือแนวของคํายันในกรณีที่เกิดการทรุดตัวมาก
เกินไป เช่นใช้ลิ่มหรือแม่แรง - ควรจัดทําทางเดินสําหรับเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ต่างๆ ที่เคลื่อนที่ได้ โดยทําขารองรับ ตามแต่จะ ต้องการ และต้องวางบนแบบหล่อหรือองค์อาคารที่เป็นโครงสร้างโดยตรง ไม่ควรวางบนเหล็ก เสริม นอกจากจะทําที่รองรับ เหล็กนั้นเป็นพิเศษ แบบหล่อจะต้องแข็งแรงพอเหมาะกับที่รองรับของ ทางเดินดังกล่าว โดยยอมให้เกิดการแอ่น ความคลาดเคลื่อนหรือกราเคลื่อนตัวทางข้างไม่เกินค่ายอมให้
Cr
- 43 -
6.5.2 ระหว่างและหลังการเทคอนกรีต
- ในระหว่างและหลังการเทคอนกรีต จะต้องตรวจสอบการยกท้องคาน พื้น และการได้
ดิ่งของ ระบบแบบหล่อโดยใช้อุปกรณ์ตามข้อ (6.5.1) 1) หากจําเป็นให้รีบดําเนินการแก้ไขทันที ในระหว่าง การก่อสร้างหากปรากฏ ว่า แบบหลอเริ่มไม่แข็งแรง และแสดงให้เห็นว่าเกิดการทรุดตัวมากเกินไป หรือเกิด การบิดเบี้ยวแล้วให้หยุดงานทันทีหาก เห็นว่าส่วนใดจะชํารุดตลอดไปก็ให้รอออกและเสริมแบบหล่อให้
แข็งแรงยิ่งขึ้น - จะต้องมีคนเฝ้าสังเกตแบบหล่ออยู่ตลอดเวลา เพื่อที่เมื่อเห็นว่าสมควรจะแก้ไขส่วนใดจะ ได้ ดําเนินการได้ทันที ผู้ที่ทําหน้าที่นี้ต้องปฏิบัติงานโดยถือความปลอดภัยเป็นหลักสําคัญ
- การถอดแบบหล่อและที่รองรับจะต้องคงที่รองรับไว้กับที่เป็นเวลาไม่น้อยกว่าที่กําหนด ข้างล่างนี้โดยนับจากเวลาที่เทคอนกรีตแล้วเสร็จ ในกรณีที่ใช้ปูนซีเมนต์ชนิดให้กําลังสูงเร็ว หรือใช้วิธีบ่ม
พิเศษอาจลด ระยะเวลาดังกล่าวลงได้ตามความเห็นชอบของวิศวกรผู้ออกแบบ
21 วัน
คํายันใต้คาน คํายันใต้แผ่นพื้น
21
วัน
ผนัง
24
ชั่วโมง
เสา
24
ชั่วโมง
ข้างคานและส่วนอื่นๆ 24 ชั่วโมง
ในกรณีที่ผู้รับเหมาใช้คอนกรีตที่ให้กําลังสูงเร็ว (High-Early strength Concrete) หรือโดย วิธีบ่ม พิเศษหรืออย่างอื่น และต้องการที่จะถอดแบบก่อนที่กําหนดไว้ ให้ทําข้อเสนอต่อวิศวกรผู้ออกแบบอนุมัติ โดยการ หล่อลูกปืนเพิ่มขึ้นจากเดิม และทดสอบหากําลังอัดก่อนที่จะถอดแบบ
อย่างไรก็ดี วิศวกรผู้ควบคุมงานอาจสั่งให้เวลาการออกแบบออกไปอีกได้หากเป็นการ สมควร ถ้า ปรากฏว่ามีส่วนหนึ่งส่วนใดของงานเกิดชํารุดเนื่องจากถอดแบบเร็วกว่ากําหนด ผู้รับเหมาอาจต้องทุบส่วน
นั้น ทิ้ง และสร้างขึ้นใหม่แทนทั้งหมด
6.6 วัสดุสําหรับงานแบบหล่อ
ผู้รับเหมาอาจเลือกใช้วัสดุใดก็ได้ที่เหมาะสมในการทําแบบหล่อ แต่ผิวคอนกรีตที่ได้จะต้องตรงตาม
ข้อ 4.7 ว่าด้วยการแต่งผิวคอนกรีตทุกประการ
6.7 การแต่งผิวคอนกรีต
6.7.1 คอนกรีตสําหรับอาคาร - การสร้างแบบหล่อจะต้องนั้นคงพอที่เมื่อคอนกรีตแข็งตัวแล้วจะอยู่ในตําแหน่งที่ ถูกต้อง และต้องมีขนาดและลักษณะผิวตรงตามที่ระบุ นั่งในข้อกําหนดและรูปแบบทางวิศวกรรมและหรือ
สถาปัตยกรรม
ในแบบจะระบุไว้ - สําหรับแผ่นพื้นหลังคารวมทั้งกันสาด และดาดฟ้า ห้ามขัดมันผิวเป็นอันขาด นอกจาก
Our
6.7.2 การแต่งผิวถนนในบริเวณอาคาร
- 44 -
การแต่งผิวถนนคอนกรีตอาจใช้เรื่องมือ หรือเครื่องจักรกลก็ได้ในทันทีที่แต่งผิวเสร็จ ให้ตรวจสอบ ระดับด้วยไม้ตรงยาวประมาณ 3 เมตร ส่วนที่เว้าให้เติมด้วยคอนกรีตที่มีส่วนผสมเดียวกัน สําหรับส่วนที่โค้ง นูนให้ตัดออก แล้ว แต่งผิวใหม่ในขณะที่คอนกรีตยังไม่แข็ง ตัว
6.8 การแก้ไขผิวที่ไม่เรียบ
8.8.1 ทันทีที่ถอดแบบหล่อจะต้องทําการตรวจสอบ หากพบว่าผิวคอนกรีตไม่เรียบร้อยจะต้อง แจ้งให้ วิศวกรควบคุมงานทราบทันที พร้อมทั้งเสนอวิธีแก้ไขเมื่อวิศวกรควบคุมงานให้ความเห็นชอบวิธีการ แก้ไขแล้วผู้รับเหมาต้อง ดําเนินการซ่อมทันที
8.8.2 หากพบว่ามีการซ่อมแซมผิวคอนกรีตก่อนได้รับการตรวจสอบโดยวิศวกรผู้ควบคุมงาน
คอนกรีต ส่วนนั้นอาจถือเป็นคอนกรีตเสียก็ได้
6.9 งานนั่งร้าน
เพื่อความปลอดภัยผู้รับเหมาควรปฏิบัติตาม “ข้อกําหนดนั่งร้านงานก่อสร้างอาคาร” ในมาตรฐาน ความ ปลอดภัยของวิศวกรรมสถานของประเทศไทยฯ และต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงมหาดไทยใน เรื่องความปลอดภัยใน การทํางานก่อสร้างโดยเคร่งครัด
7.การดัดและการต่อเหล็กเส้น
7.1 การงอปลายเหล็ก
7.1.1 การงอขอให้ใช้วิธีดัดเย็นดังรูป
D
D ไม่น้อยกว่า 4d สําหรับเหล็กเล็นกลม
D ไม่น้อยกว่า 5d สําหรับเหล็กข้ออ้อย SD-30, DD-35 และ SD-40
7.2.2 การงอขอเหล็กข้ออ้อยขนาดตั้งแต่ Dia 16 มม. ขึ้นไปให้งอ 90 องศา ดังในข้อ 6.1.1 7.2.3 การงอขอเหล็กปลอก คานและเสา ใช้เหล็กขนาด 6 มม. หรือ 9 มม. ให้ปฏิบัติดังนี้
کیاں علم
Gd แต่ต้องไม่น้อยกว่า 3 ชม. - 45 -
6d แต่ต้องไม่น้อยกว่า 4 ชม.
6d แต่ต้องไม่น้อยกว่า 4 ชม.
D = 4 ซม.
D - 3 ซม.
สําหรับเหล็กแกนขนาดใหญ่กว่า
สําหรับเหล็กแกนขนาด
D = 2 ซม.
สําหรับเหล็กขนาด
Dia.25 มม.
Dia.10 มม. - Dia.25 มม
Dia.12 มม. - Dia.10 มม.
7.2 การวางเหล็กคาน
ถ้าไม่ระบุไว้ในแบบรายละเอียดให้ปฏิบัติดังนี้
หมายเหตุ
L1/7
173 ช่วงความยาว ยาวกว่า
LI
L2
0.125 L1
ช่วงนอกสุด
0.12
0.125 L1
0.1231
อ.125 L1
ช่วงไป
ก. ในกรณีที่คานมีความลึกมากกว่า 1/10 ของความยาวช่วง ตําแหน่งต่าง ๆ
ของเหล็กให้เป็นไปตามที่ผู้ออกแบบระบุ
&
7.3 การต่อเหล็กเสา
ถ้าไม่ระบุในแบบรายละเอียดให้ปฏิบัติดังนี้ - 46 -
ก
ก
ระยะทาบต่อเหล็ก D 40d
D
รูปตัด ก-ก
ญ
บ
ความเอียงสูงสุด 1: 6
เสริมพิเศษ 4-7.5 ซม.
ศูนย์กลางถึงศูนย์กลาง
(ขนาดเหล็กปลอกต้อง
ไม่เล็กกว่าที่ใช้อยู่เดิม
รูปตัด ข-ข
Ima
เหล็กเสาบน
ដ
เหล็กเสา - 47 -
- รายการมาตรฐานผลิตภัณฑ์แนะนําให้ใช้
รายละเอียดในหมวดนี้ได้แจ้งถึงรายชื่อผู้ผลิตและผลิตภัณฑ์ วัสดุอุปกรณ์ที่ถือว่าได้รับการยอมรับ ทั้งนี้คุณสมบัติของอุปกรณ์นั้นๆ ต้องไม่ขัดต่อรายละเอียดเฉพาะที่ได้กําหนดไว้ และการพิจารณาของ ผู้ว่าจ้างที่จะอนุมัติหรือไม่ถือเป็นที่สิ้นสุด อย่างไรก็ดีหากว่าผู้ว่าจ้างเป็นว่าจําเป็นต้องมีการทดสอบเพื่อ เปรียบเทียบคุณภาพกับวัสดุและอุปกรณ์ที่กําหนด ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ชําระค่าใช้จ่ายที่จําเป็นในการนี้ทั้งสิ้น
8.1 งานคอนกรีตผสมเสร็จ
- ซีแพค
- ทีพีไอ
- นครหลวง
หรือเทียบเท่า
8.2 ปูนซีเมนต์ผสม - เสือ
ทีพีไอ (สีเขียว) - นกอินทรีย์แดง
- หรือเทียบเท่า
8.3 เหล็กเสริมคอนกรีต - บลส.
- BSI
- บกส.
- หรือเทียบเท่า
8.4 เหล็กรูปพรรณ
เหล็กสยามยามาโตะ - บกส.
หรือเทียบเท่า
8.5 สีทา Acrylic แท้ ชนิดทาภายนอกและภายใน
CAPTAIN (Shield plus, Shield plus, High gloss enamel) TOA (Supershield Acrysilk, Shield 1, GLIPTON Enamel) - Jorakay Graf Clean ของ จระเข้ คอร์ปอร์เรชั่น บจก. - หรือคุณภาพเทียบเท่า
8.6 สีทาโลหะและสีชนิดพิเศษ (EPOXY, POLYURETHANE) - JOTUN (PENGUARD FC, HARDTOP XP)
- TOA-CHUGOKU PAINT (EPICON FINISH, UNY MARINE HS)
- BEGER (Duraquard Epoxy Top Coat, Durathane Polyurethane Top Coat)
- หรือเทียบเท่า
หมายเหตุ “เทียบเท่า” หมายถึง ให้ใช้ตามเครื่องหมายการค้าที่ระบุ ยกเว้นมีหลักฐาน พิสูจน์ได้ว่าไม่มีจําหน่ายในท้องตลาด หรือมีเหตุขัดข้องที่ไม่สามารถจัดหาได้ จึงสามารถให้ใช้
เทียบเท่าได้
Oh