ประกวดราคาจ้างก่อสร้างปรับปรุงห้อง CCTV และห้องส่วนบริการท่าอากาศยาน ท่าอากาศยานหาดใหญ่
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) มีความประสงค์จะดำเนินการจัดจ้างงานปรับปรุงห้อง CCTV และห้องส่วนบริการท่าอากาศยาน ณ ท่าอากาศยานหาดใหญ่ เพื่อแก้ไขปัญหาข้อจำกัดด้านสภาพแวดล้อมในการทำงานปัจจุบัน เช่น แสงสว่าง การระบายอากาศ และความสูงฝ้าเพดานที่ไม่เหมาะสม โดยจะดำเนินการสลับพื้นที่ใช้งานระหว่างห้อง CCTV และห้องส่วนบริการท่าอากาศยาน ซึ่งห้องส่วนบริการปัจจุบันถูกใช้เป็นพื้นที่เก็บของเป็นหลัก และมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกว่า โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อยกระดับคุณภาพพื้นที่ปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับการใช้งานจริง ขอบเขตงานครอบคลุมการเตรียมงาน การรื้อถอน การปรับปรุงงานสถาปัตยกรรม ระบบไฟฟ้า ระบบเครือข่ายสื่อสาร ระบบรักษาความปลอดภัย และระบบปรับอากาศ รวมถึงงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องตามแบบรูปและรายการประกอบแบบ ผู้รับจ้างจะต้องสำรวจหน้างาน จัดทำแผนงานก่อสร้างหลัก และปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงนโยบายด้านความปลอดภัย การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของ ทอท. โครงการนี้กำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จภายใน 120 วัน นับจากวันที่ระบุในหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน
English summary
Airports of Thailand Public Company Limited (AOT) intends to procure renovation services for the CCTV room and Airport Services room at Hat Yai Airport. The project aims to improve the working environment by addressing issues such as inadequate natural light, ventilation, and ceiling height. The scope involves relocating and upgrading these facilities to enhance operational efficiency and suitability for current usage. The work includes site preparation, demolition, architectural modifications, and upgrades to electrical, communication network, security, and air conditioning systems, all in accordance with provided drawings and specifications. Contractors must adhere to all relevant laws, safety regulations, data protection policies, and AOT’s sustainable business practices. The project duration is set at 120 days from the Notice to Proceed.
ท่าอากาศยานหาดใหญ่
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- ปรับปรุงห้อง CCTV และห้องส่วนบริการท่าอากาศยานให้มีคุณภาพพื้นที่ในการปฏิบัติงานมากขึ้น
- ปรับปรุงรูปแบบการใช้งานให้เหมาะสม สอดคล้องกับกิจกรรมการใช้งานจริงในปัจจุบัน
ขอบเขตของงาน
- งานเตรียมงาน (สํารวจหน้างาน, ทําแผนการปรับปรุง ฯลฯ)
- งานรื้อถอน และงานเตรียมพื้นที่
- งานปรับปรุงงานสถาปัตยกรรม
- งานปรับปรุงระบบไฟฟ้า
- งานปรับปรุงระบบเครือข่ายสื่อสารและสารสนเทศ
- งานปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัย
- งานปรับปรุงระบบปรับอากาศและระบายอากาศ
- งานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องตามแบบรูป และรายการประกอบแบบ
- ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบในการสํารวจ ตรวจสอบสิ่งปลูกสร้าง สาธารณูปโภค ระบบต่าง ๆ ที่มีอยู่เดิม ทั้งบนดินและใต้ดิน บริเวณพื้นที่ก่อสร้าง และบริเวณใกล้เคียง พร้อมกับผู้ควบคุมงาน รวมทั้งจัดทํารายงานผลการตรวจสอบพื้นที่ส่งให้ผู้ควบคุมงาน
- ผู้รับจ้างต้องดําเนินการรื้อถอนสิ่งกีดขวาง ปรับพื้นที่ ปรับระดับ ในบริเวณสถานที่ก่อสร้างให้เรียบร้อย และขนย้ายวัสดุที่เกิดจากการรื้อถอนไปยังพื้นที่ที่กําหนด
- ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงกฎหมายความปลอดภัยในการทํางาน และข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้างของ ทอท.
- ผู้รับจ้างต้องใช้วัสดุหรือครุภัณฑ์ที่ผลิตภายในประเทศ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุ และใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที่ต้องใช้ทั้งหมด
- ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนงานก่อสร้างหลักของโครงการ (Master Schedule) และแผนการอนุมัติวัสดุ
- ผู้รับจ้างจะต้องศึกษาแบบรูป และรายการอย่างละเอียดถี่ถ้วนจนเป็นที่เข้าใจทุกประการ และหากพบปัญหาให้เสนอต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
- ผู้รับจ้างต้องรักษาความสะอาด บริเวณพื้นที่ก่อสร้าง และบริเวณข้างเคียงให้สะอาดตลอดเวลา
- ผู้รับจ้างต้องจัดทําป้ายแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับงานก่อสร้าง
- ผู้รับจ้างต้องจัดทํารายงานความก้าวหน้าของการก่อสร้างประจําเดือน
- ผู้รับจ้างต้องส่งขออนุมัติวัสดุที่จะนํามาใช้ในโครงการก่อสร้างให้ ทอท. พิจารณาตรวจสอบและอนุมัติล่วงหน้า
- ทอท. ไม่อนุญาตให้จัดสร้างที่พักคนงานในพื้นที่ของ ทอท.
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- แบบก่อสร้างจริง (AS-BUILT DRAWING) ทุกระบบที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุฯ แล้ว ในรูปแบบไฟล์ DWG และ PDF File บันทึกลงแฟลชไดร์ฟ (USB Flash Drive) จํานวน 5 ชุด และจัดทําแบบต้นฉบับด้วยกระดาษ A1 จํานวน 2 ชุด
- คู่มือการใช้งาน และการบํารุงรักษา (Operation and Maintenance Manual) สําหรับระบบและอุปกรณ์ต่างๆ ในรูปแบบฉบับร่าง 1 ชุด และฉบับสมบูรณ์เย็บเล่มปกแข็ง จํานวน 2 ชุด พร้อมไฟล์ในรูปแบบ PDF จํานวน 5 ชุด
ระยะเวลาดำเนินการ
120 วัน นับตั้งแต่วันที่ระบุในหนังสือแจ้งจาก ทอท. ให้เริ่มทํางาน (Notice to Proceed : NTP)
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- เป็นนิติบุคคล หรือ บุคคลธรรมดา ที่มีอาชีพรับจ้างก่อสร้าง
- มีผลงานที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มงานจ้างก่อสร้างประเภทอาคาร ที่เป็นสัญญาฉบับเดียวในวงเงินไม่น้อยกว่า 1,500,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว) นับย้อนหลังจากวันยื่นเสนอราคาไม่เกิน 5 ปี
- เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชน
- Standards Compliance: ไม่ระบุ
- Experience:
- มีผลงานที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มงานจ้างก่อสร้างประเภทอาคาร ที่เป็นสัญญาฉบับเดียวในวงเงินไม่น้อยกว่า 1,500,000 บาท นับย้อนหลังจากวันยื่นเสนอราคาไม่เกิน 5 ปี
- Previous Project Cost: ไม่น้อยกว่า 1,500,000 บาท (สำหรับสัญญาฉบับเดียว)
- Technical Capabilities: ไม่ระบุ
- Personnel: ไม่ระบุ
- Exclude the basic requirements(valid business license, has a legal entity…):
- มีผลงานที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มงานจ้างก่อสร้างประเภทอาคาร ที่เป็นสัญญาฉบับเดียวในวงเงินไม่น้อยกว่า 1,500,000 บาท นับย้อนหลังจากวันยื่นเสนอราคาไม่เกิน 5 ปี
- เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชน
เกณฑ์การพิจารณา
เกณฑ์ราคา โดยพิจารณาราคารวมทั้งสิ้น
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- การปรับปรุงห้อง CCTV และห้องส่วนบริการท่าอากาศยานให้มีคุณภาพพื้นที่ในการปฏิบัติงานมากขึ้น
- การปรับปรุงรูปแบบการใช้งานให้เหมาะสม สอดคล้องกับกิจกรรมการใช้งานจริงในปัจจุบัน
- การปรับปรุงสภาพแวดล้อม เช่น แสงสว่าง การระบายอากาศ และความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน
- การดำเนินการตามแบบรูป เลขที่ ฝวส. 002/69 และรายการประกอบแบบ (Specification)
เงื่อนไขสัญญา
- การจ่ายเงินล่วงหน้า: ผู้รับจ้างมีสิทธิขอรับเงินล่วงหน้าไม่เกินร้อยละ 10 ของราคาค่าจ้าง โดยใช้หลักประกัน
- การหักเงินประกันผลงาน: หักร้อยละ 5 ของเงินที่ต้องจ่ายให้ผู้รับจ้างในงวดนั้น เพื่อเป็นประกันผลงาน
- งวดงานและการจ่ายเงิน: แบ่งออกเป็น 3 งวด
- งวดที่ 1: ร้อยละ 25 เมื่อดำเนินการสำรวจหน้างาน, จัดทำแผนงานก่อสร้าง, รื้อถอนและปรับพื้นที่หน้างาน, และปรับปรุงห้อง CCTV แล้วเสร็จ
- งวดที่ 2: ร้อยละ 25 เมื่อดำเนินการก่อสร้างห้อง Server, ย้ายระบบ Server, งานระบบที่เกี่ยวข้องกับห้อง Server และ CCTV และเชื่อมต่อระบบแล้วเสร็จพร้อมเปิดใช้งาน
- งวดที่ 3: ร้อยละ 50 เมื่อดำเนินการรื้อถอนและปรับพื้นที่ห้อง CCTV เดิม, ปรับปรุงเป็นห้องส่วนบริการสนามบินแล้วเสร็จพร้อมเปิดใช้งาน
- อัตราค่าปรับ: ร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้างตามสัญญาต่อวัน แต่ไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท
- การปรับราคาค่าก่อสร้าง (Cost Escalation): ใช้ตามเงื่อนไขที่ระบุในสัญญาแบบปรับราคาได้ (ตามมติคณะรัฐมนตรี)
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- คำถาม: โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร?
- คำตอบ: เพื่อปรับปรุงห้อง CCTV และห้องส่วนบริการท่าอากาศยานให้มีคุณภาพพื้นที่ในการปฏิบัติงานมากขึ้น และมีรูปแบบการใช้งานที่เหมาะสม สอดคล้องกับกิจกรรมการใช้งานจริงในปัจจุบัน
- คำถาม: ขอบเขตงานหลักของโครงการนี้มีอะไรบ้าง?
- คำตอบ: ประกอบด้วย งานเตรียมงาน, งานรื้อถอนและเตรียมพื้นที่, งานปรับปรุงสถาปัตยกรรม, ระบบไฟฟ้า, ระบบเครือข่ายสื่อสาร, ระบบรักษาความปลอดภัย, ระบบปรับอากาศและระบายอากาศ และงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องตามแบบ
- คำถาม: ผู้รับจ้างต้องใช้วัสดุที่ผลิตภายในประเทศในสัดส่วนเท่าใด?
- คำตอบ: ต้องใช้วัสดุหรือครุภัณฑ์ที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 และเหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณที่ใช้ทั้งหมด
- คำถาม: ระยะเวลาในการดำเนินงานตามสัญญากี่วัน?
- คำตอบ: 120 วัน นับตั้งแต่วันที่ระบุในหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน (Notice to Proceed : NTP)
- คำถาม: การจ่ายเงินค่าจ้างแบ่งออกเป็นกี่งวด และมีเงื่อนไขอย่างไร?
- คำตอบ: แบ่งเป็น 3 งวด โดยมีเงื่อนไขการจ่ายตามความคืบหน้าของงานที่ระบุใน TOR
- คำถาม: หากผู้รับจ้างทำงานล่าช้า จะมีอัตราค่าปรับอย่างไร?
- คำตอบ: อัตราค่าปรับร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้างตามสัญญาต่อวัน แต่ไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท
- คำถาม: ระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่องของงานนานเท่าใด?
- คำตอบ: 730 วัน นับถัดจากวันที่ได้ส่งมอบงานงวดสุดท้ายและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ดำเนินการตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว
- คำถาม: ผู้เสนอราคาต้องมีผลงานประเภทใดและวงเงินเท่าใด?
- คำตอบ: ต้องมีผลงานที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มงานจ้างก่อสร้างประเภทอาคาร ที่เป็นสัญญาฉบับเดียวในวงเงินไม่น้อยกว่า 1,500,000 บาท นับย้อนหลังไม่เกิน 5 ปี
- คำถาม: การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอจะใช้เกณฑ์ใด?
- คำตอบ: พิจารณาด้วยเกณฑ์ราคา โดยพิจารณาราคารวมทั้งสิ้น
- คำถาม: มีข้อกำหนดเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงานที่ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามหรือไม่?
- คำตอบ: มี ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานของ ทอท. และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
AOT
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
กระทรวงคมนาคม
งานปรับปรุงห้อง CCTV และห้องส่วนบริการท่าอากาศยาน
ท่าอากาศยานหาดใหญ่
ข้อก้าหนดรายละเอียดขอบเขตงาน
(Terms of Reference : TOR)
เมษายน 2569
ข้อกําหนดรายละเอียดขอบเขตงาน (Terms of Reference : TOR) งานปรับปรุงห้อง CCTV และห้องส่วนบริการท่าอากาศยาน ท่าอากาศยานหาดใหญ่
หน้าที่ 2 ของ 13
สารบัญ
สารบัญภาคผนวก
สารบัญ
หน้า
1.
ความเป็นมา
2.
วัตถุประสงค์
3.
4.
ขอบเขตของงานที่จะดําเนินการจัดจ้าง
กําหนดเวลาส่งมอบพัสดุ
5.
ค่าจ้างล่วงหน้า
6.
หลักประกันผลงาน
7.
8.
9.
อัตราค่าปรับ
10.
11.
12.
13.
14.
15.
16.
17.
งวดงานและการจ่ายเงิน
เอกสารที่ต้องส่งมอบพร้อมการส่งมอบงานงวดสุดท้าย
การกําหนดระยะเวลารับประกันความชํารุดบกพร่อง
นโยบายต่อต้านการคอร์รัปชันของ ทอท.
การปรับราคาค่าก่อสร้าง
การดําเนินการตามแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท.
นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ ทอท. ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานของ ทอท.
คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
เงื่อนไขที่ผู้เสนอราคาต้องปฏิบัติในวันยื่นเสนอราคา
18.
หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
2
3
4
5 16 00
8
9
9
9
10
10
10
11
11
11
12
12
12
12
12
ข้อกําหนดรายละเอียดขอบเขตงาน (Terms of Reference : TOR) งานปรับปรุงห้อง CCTV และห้องส่วนบริการท่าอากาศยาน ท่าอากาศยานหาดใหญ่
หน้าที่ 3 ของ 13
สารบัญภาคผนวก
ภาคผนวก 1 ตารางรายงานการจัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ ภาคผนวก 2 ตารางการจัดทําแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ
ภาคผนวก 3 นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ ทอท.
ภาคผนวก 4 ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง
ภาคผนวก 5 เงื่อนไข หลักเกณฑ์ ประเภทงานก่อสร้าง
สูตรและวิธีการคํานวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้
ภาคผนวก 6 แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อกําหนดรายละเอียดขอบเขตงาน (Terms of Reference : TOR) งานปรับปรุงห้อง CCTV และห้องส่วนบริการท่าอากาศยาน ท่าอากาศยานหาดใหญ่
ข้อกําหนดรายละเอียดขอบเขตงาน
(Terms of Reference)
หน้าที่ 4 ของ 13
- ความเป็นมา
ปัจจุบันห้อง CCTV และห้องส่วนบริการท่าอากาศยาน อยู่ในบริเวณชั้นที่ 1 ด้านทิศตะวันออก ภายในอาคาร ผู้โดยสารท่าอากาศยานหาดใหญ่ ซึ่งมีผู้ปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ในสภาพแวดล้อมในการทํางานไม่เหมาะสม ทั้งใน เรื่องการขาดแคลนแสงธรรมชาติ ไฟฟ้าแสงสว่าง การถ่ายเทของอากาศ และมีความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานเพียง 2.2 เมตร ท่าอากาศยานหาดใหญ่ จึงมีความประสงค์ในการปรับปรุงห้อง CCTV โดยย้ายสลับกับห้องส่วนบริการท่าอากาศ ยานซึ่งอยู่ติดกัน ซึ่งห้องส่วนบริการท่าอากาศยานนั้น ไม่ได้มีเจ้าหน้าที่ที่ทํางานประจํา การใช้งานส่วนใหญ่ถูกใช้งาน เป็นพื้นที่เก็บของ ทั้งยังมีสภาพแวดล้อม และคุณภาพของพื้นที่ที่เหมาะสมกับการปฏิบัติงานมากกว่า
1.1 ที่ตั้งโครงการ
โครงการงานจ้างปรับปรุงห้อง CCTV และห้องส่วนบริการท่าอากาศยาน มีสถานที่ตั้งอยู่ในบริเวณ ท่าอากาศยานหาดใหญ่ ตําบลคลองหลา อําเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา มีพิกัดภูมิศาสตร์ 065558N 1002342E (REF: AIP THAILAND) ดังแผนที่แสดงที่ตั้งโครงการใน รูปที่ 1
ตําแหน่งอาคารผู้โดยสาร ท่าอากาศยานหาดใหญ่
1.2 สภาพปัจจุบัน
รูปที่ 1 แผนที่แสดงที่ตั้งโครงการ
สภาพปัจจุบันของห้องส่วนอํานวยการท่าอากาศยาน ที่จะปรับปรุงเป็นห้อง CCTV ดังแสดงใน รูปที่ 2
และสภาพปัจจุบันห้อง CCTV ที่จะปรับปรุงเป็นห้องส่วนอํานวยการท่าอากาศยาน ดังแสดงใน รูปที่ 3
ข้อก้าหนดรายละเอียดขอบเขตงาน (Terms of Reference : TOR) งานปรับปรุงห้อง CCTV และห้องส่วนบริการท่าอากาศยาน ท่าอากาศยานหาดใหญ่
หน้าที่ 5 ของ 13
รูปที่ 2 สภาพปัจจุบันของห้องส่วนอํานวยการท่าอากาศยาน ที่จะปรับปรุงเป็นห้อง CCTV - วัตถุประสงค์
รูปที่ 3 สภาพปัจจุบันห้อง CCTV ที่จะปรับปรุงเป็นห้องส่วนอํานวยการท่าอากาศยาน
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) (ทอท.) มีวัตถุประสงค์ที่จะจัดจ้างปรับปรุงห้อง CCTV และห้อง ส่วนบริการท่าอากาศยานให้มีคุณภาพพื้นที่ในการปฏิบัติงานมากขึ้น และมีรูปแบบการใช้งานที่เหมาะสม สอดคล้อง กับกิจกรรมการใช้งานจริงในปัจจุบัน โดยมีรายละเอียดของงานตามเอกสาร ดังต่อไปนี้
- ข้อกําหนดรายละเอียดขอบเขตงาน (Terms of Reference : TOR)
- แบบรูป เลขที่ ฝวส. 002/69
จํานวน 74 แผ่น (รวมปก)
จํานวน 37 แผ่น (รวมปก) - เงื่อนไขของสัญญาก่อสร้าง (Condition of Contract : COC)
จํานวน 22 แผ่น (รวมปก) - รายการประกอบแบบ (Specification)
- บัญชีรายชื่ออุปกรณ์และวัสดุมาตรฐาน (Vendor List)
จํานวน 348 แผ่น (รวมปก)
จํานวน 32 แผ่น (รวมปก)
ข้อกําหนดรายละเอียดขอบเขตงาน (Terms of Reference : TOR) งานปรับปรุงห้อง CCTV และห้องส่วนบริการท่าอากาศยาน ท่าอากาศยานหาดใหญ่
- ขอบเขตของงานที่จะดําเนินการจัดจ้าง
1.ปรับปรุงห้องส่วนบริการสนามบินเป็นห้อง CCTV
0
0
Conteen
Canteen
ช
หมาจ่าย
13 Check-i
2.ปรับปรุงห้อง CCTVเป็นห้องส่วนบริการสนามบิน
:
3.1 ขอบเขตงานประกอบด้วย
DEPARTURE CURBSIDE
0
0
รูปที่ 4 รายละเอียดขอบเขตงานโดยสังเขป
3.1.1 งานเตรียมงาน (สํารวจหน้างาน, ทําแผนการปรับปรุง ฯลฯ)
3.1.2 งานรื้อถอน และงานเตรียมพื้นที่
3.1.3 งานปรับปรุงงานสถาปัตยกรรม
3.1.4 งานปรับปรุงระบบไฟฟ้า
3.1.5 งานปรับปรุงระบบเครือข่ายสื่อสารและสารสนเทศ
3.1.6 งานปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัย
3.1.7 งานปรับปรุงระบบปรับอากาศและระบายอากาศ
3.1.8 งานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องตามแบบรูป และรายการประกอบแบบ
หน้าที่ 6 ของ 13
ๆ
3.2 ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบในการสํารวจ ตรวจสอบสิ่งปลูกสร้าง สาธารณูปโภค ระบบต่าง ๆ ที่มีอยู่เดิม ทั้งบนดินและใต้ดิน บริเวณพื้นที่ก่อสร้าง และบริเวณใกล้เคียง พร้อมกับผู้ควบคุมงาน รวมทั้งจัดทํารายงานผลการ
ข้อกาหนดรายละเอียดขอบเขตงาน (Terms of Reference : TOR) งานปรับปรุงห้อง CCTV และห้องส่วนบริการท่าอากาศยาน ท่าอากาศยานหาดใหญ่
หน้าที่ 7 ของ 13
ตรวจสอบพื้นที่ส่งให้ผู้ควบคุมงาน เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่เกิดความเสียหายต่อ
สาธารณูปโภค และทรัพย์สินของราชการ
โดยเบื้องต้นให้แจ้งผู้ควบคุมงานและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุทราบและ ทําการอนุมัติก่อนเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่ก่อสร้าง โดยค่าใช้จ่ายในการดําเนินการตรวจสอบ รวมทั้งหากมีค่าใช้จ่ายใน การรื้อย้ายหรือรื้อถอน เป็นของผู้รับจ้างทั้งสิ้น
3.3 ผู้รับจ้างต้องดําเนินการรื้อถอนสิ่งกีดขวาง ปรับพื้นที่ ปรับระดับ ในบริเวณสถานที่ก่อสร้างให้เรียบร้อย โดยผู้รับจ้างมีหน้าที่ขนย้ายวัสดุที่เกิดจากการรื้อถอน นําไปไว้ในพื้นที่ที่ผู้ควบคุมงานและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ กําหนดไว้ และผู้รับจ้างต้องแจ้งรายการ ปริมาณ รูปถ่าย รวมถึงหนังสืออนุญาตให้รื้อถอนต่อผู้ควบคุมงาน หากสิ่งที่ รื้อถอน เป็นสิ่งที่สามารถนํากลับมาใช้ได้ดีในภายหลัง ผู้รับจ้างจะต้องรื้อถอนด้วยความระมัดระวังให้อยู่ในสภาพดี และนําส่งคืนคลังพัสดุ ทอท. หากมีบางพื้นที่ที่การรื้อถอนอาจเกิดอันตรายต่อสิ่งก่อสร้างเดิม ให้แจ้งผู้ควบคุมงาน รับทราบก่อนทุกครั้ง และทําการรื้อถอนด้วยความระมัดระวังโดยให้มีผลกระทบน้อยที่สุด
3.4 ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงประกาศ พระราชบัญญัติ กฎระเบียบ ขั้นตอนและมติของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ และของหน่วยงานอื่น ๆ ของรัฐที่เกี่ยวข้อง ทั้งที่มีผลบังคับใช้ อยู่ และที่ซึ่งอาจจะมีผลบังคับใช้ในอนาคต และตามที่ระบุในมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมใน ระยะเวลาก่อสร้าง อีกทั้งต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องเรื่องความปลอดภัยในการทํางาน รวมถึงข้อบังคับและ คู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้างของ ทอท. และหากมีความเสียหายใด ๆ เกิดจากการไม่ปฏิบัติ ตามกฎหมาย หรือระเบียบคําสั่งของทางราชการ ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในบรรดาความเสียหายที่เกิดขึ้น ทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว
3.5 ผู้รับจ้างต้องใช้วัสดุหรือครุภัณฑ์ที่ผลิตภายในประเทศ (ภาคผนวก 1) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่า พัสดุ หรือครุภัณฑ์ที่จะใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา และต้องใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ (ภาคผนวก 2) ไม่ น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที่ต้องใช้ทั้งหมดตามสัญญา โดยต้องจัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ และแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ ภายใน 60 (หกสิบ) วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
3.6 ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนงานก่อสร้างหลักของโครงการ (Master Schedule) และแผนการอนุมัติวัสดุด้วย โปรแกรมวิเคราะห์แผนงานที่ ทอท. เห็นชอบ ส่งให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณาอนุมัติภายใน 30 (สามสิบ) วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ซึ่งแผนการทํางานและแผนการอนุมัติวัสดุต้องสอดคล้องกับการเบิกงวดงาน
3.7 ผู้รับจ้างจะต้องศึกษาแบบรูป และรายการอย่างละเอียดถี่ถ้วนจนเป็นที่เข้าใจทุกประการ ถ้าปรากฏ ปัญหาความไม่เข้าใจในแบบรูป และรายการ หรือพบเห็นว่ามีความคลาดเคลื่อนขัดแย้ง หรือไม่ละเอียด หรือไม่ชัดเจน หรืออาจไม่ปลอดภัย หรือมีปัญหาอุปสรรคใดๆ ก็ตามให้รีบเสนอรายการนั้นๆ ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุของ ทอ ท.ทราบ เพื่อตรวจสอบวินิจฉัยและชี้ขาดซึ่งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุจะถือหลักเกณฑ์ จากสัญญา ความถูกต้อง
ข้อกําหนดรายละเอียดขอบเขตงาน (Terms of Reference : TOR)
งานปรับปรุงห้อง CCTV และห้องส่วนบริการท่าอากาศยาน ท่าอากาศยานหาดใหญ่
หน้าที่ 8 ของ 13
ตามหลักการช่าง และความเหมาะสมในประโยชน์ใช้สอยเป็นหลักในการชี้ขาด คําวินิจฉัย ถือเป็นเด็ดขาด ทั้งนี้ ผู้รับจ้างจะไม่ดําเนินการไปก่อนที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุจะให้ความเห็นชอบหรือวินิจฉัยชี้ขาด
3.8 สิ่งหนึ่งสิ่งใดที่มิได้ปรากฏในรูปแบบ รูปแบบขยาย หรือรายละเอียดหากเป็นส่วนหนึ่งหรือเป็น องค์ประกอบหรือสิ่งจําเป็นต้องทําหรือเป็นวิสัยที่ควรจะต้องทําเพื่อให้ได้งานสําเร็จบริบูรณ์ไปโดยรวดเร็วด้วยดี และ
ถูกต้องการตามหลักการช่างที่ดี
ผู้รับจ้างจะต้องกระทําการทุกอย่างโดยเต็มที่และถูกต้องเสมือนว่าได้มีปรากฏใน
รูปแบบ รูป และรายการนั้นๆ ผู้รับจ้างต้องเชื่อฟังคําสั่งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของ ทอท.ที่กําหนดให้แก่ผู้รับจ้าง เมื่อเกิดปัญหาตามที่กล่าวข้างต้นทุกประการ
3.9 ค่าระยะทาง และระดับที่ระบุไว้ในแบบเป็นระยะและระดับโดยประมาณ ให้ผู้รับจ้างตรวจสอบระยะและ ระดับจากสถานที่จริงก่อนการดําเนินงานก่อสร้าง โดยให้ยึดถือพื้นที่จริงและแบบประกอบการปฏิบัติ พร้อมส่งผลการสํารวจให้ผู้ควบคุมงานอนุมัติก่อนดําเนินงาน
3.10 ผู้รับจ้างต้องรักษาความสะอาด บริเวณพื้นที่ก่อสร้าง และบริเวณข้างเคียงให้สะอาดตลอดเวลาระหว่าง ดําเนินการก่อสร้าง และให้ผู้รับจ้างทําความสะอาดบริเวณพื้นที่ก่อสร้างทั้งหมดให้เรียบร้อย ก่อนส่งมอบงานงวด
สุดท้ายให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุตรวจรับงาน
3.11 ผู้รับจ้างต้องจัดทําป้ายแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับงานก่อสร้าง รูปแบบและจํานวนตามที่คณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุฯ กําหนด โดยติดตั้งไว้ภายในบริเวณก่อสร้าง การติดตั้งจะต้องแข็งแรงและผู้รับจ้างจะเป็นผู้ดูแล ซ่อมแซมแผ่นป้ายให้เรียบร้อยตลอดระยะเวลาการก่อสร้าง ห้ามมิให้ติดตั้งเครื่องหมายการค้า หรือแผ่นป้ายโฆษณา
ทุกชนิดในบริเวณสถานที่ก่อสร้างยกเว้นจะได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
3.12 ผู้รับจ้างต้องจัดทํารายงานความก้าวหน้าของการก่อสร้างประจําเดือน ประกอบด้วย ผลงานในเดือน ที่ผ่านมา และแผนงานในเดือนถัดไป เสนอต่อผู้ควบคุมงานทุกเดือน ภายในวันที่ 25 ของเดือน ในรูปแบบ อิเล็กทรอนิกส์ไฟล์ลงในอุปกรณ์ USB Drive จํานวน 3 ชุด โดยเป็นที่ยอมรับของผู้ควบคุมงาน
3.13 ผู้รับจ้างต้องส่งขออนุมัติวัสดุที่จะนํามาใช้ในโครงการก่อสร้างให้ ทอท.พิจารณาตรวจสอบและอนุมัติ ล่วงหน้า (ให้เพียงพอต่อระยะเวลาการผลิต ขนส่ง และการพิจารณาอนุมัติวัสดุ) ก่อนถึงกําหนดการใช้วัสดุตาม แผนงานก่อสร้างหลักของโครงการ (Work Schedule)
3.14 ทอท. ไม่อนุญาตให้จัดสร้างที่พักคนงานในพื้นที่ของ ทอท. - กําหนดเวลาส่งมอบพัสดุ
ผู้รับจ้างจะต้องทํางานตามสัญญาให้แล้วเสร็จ ภายในระยะเวลา 120 วัน นับตั้งแต่วันที่ระบุในหนังสือแจ้ง
จาก ทอท. ให้เริ่มทํางาน (Notice to Proceed : NTP)
ข้อกาหนดรายละเอียดขอบเขตงาน (Terms of Reference : TOR) งานปรับปรุงห้อง CCTV และห้องส่วนบริการท่าอากาศยาน ท่าอากาศยานหาดใหญ่ - การจ่ายเงินล่วงหน้า
หน้าที่ 9 ของ 13
5.1 ผู้รับจ้างมีสิทธิเสนอขอรับเงินล่วงหน้าในอัตราไม่เกินร้อยละ 10 (สิบ) ของราคาค่าจ้างตามสัญญาเพื่อให้ ผู้รับจ้างนําไปใช้ในการจัดหาเครื่องจักรและสั่งซื้อวัสดุ อุปกรณ์ที่จําเป็นต่องานโดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใด
ตามที่ระบุในแบบสัญญาฯ
5.2 ในการจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้างตามข้อกําหนดงานแล้วเสร็จและการแบ่งงวดงาน ผู้ว่าจ้างจะหักเงิน
ค่าจ้างในแต่ละงวดเพื่อชดใช้คืนเงินค่าจ้างล่วงหน้าไว้จํานวนร้อยละ 10 (สิบ) ของจํานวนเงินค่าจ้างในแต่ละงวด จนกว่าจํานวนเงินที่หักไว้จะครบตามจํานวนเงินล่วงหน้าที่ผู้รับจ้างได้รับไปแล้ว
จํานวนเท่ากับจํานวนเงินค่าจ้างล่วงหน้าที่เหลือทั้งหมด
ยกเว้นค่าจ้างงวดสุดท้ายจะหักไว้เป็น - การหักเงินประกันผลงาน
ๆ
ผู้ว่าจ้างจะหักเงินประกันผลงาน จํานวนร้อยละ 5 (ห้า) ของเงินที่ต้องจ่ายให้ผู้รับจ้างในงวดนั้นไว้เพื่อเป็น ประกันผลงานว่าหากมีข้อผิดพลาดหรือความเสียหายใด ๆ ที่เกิดจากการกระทําหรือไม่กระทําของผู้รับจ้างในระหว่าง ระยะเวลาสัญญาและผู้รับจ้างไม่ดําเนินการหรือไม่สามารถดําเนินการแก้ไข ปรับปรุงได้ตามเงื่อนไขที่กําหนด ผู้ว่าจ้าง สามารถใช้เงินประกันผลงานที่หักไว้ดังกล่าวนี้เพื่อดําเนินการปรับปรุง แก้ไข ความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ทันที
หลักประกันตามข้อนี้ ผู้ว่าจ้างจะคืนให้แก่ผู้รับจ้างโดยไม่มีดอกเบี้ยพร้อมกับการจ่ายเงินงวดสุดท้าย - งวดงานและการจ่ายเงิน
ผู้ว่าจ้างแบ่งงวดงานและการจ่ายเงินค่าจ้างออกเป็น 3 งวด รายละเอียด ดังนี้
ดําเนินการดังนี้
7.1 งวดที่ 1 จ่ายเงินจํานวนร้อยละ 25 (ยี่สิบห้า) ของจํานวนเงินค่าจ้างทั้งหมด เมื่อผู้รับจ้างได้
ก. สําารวจหน้างาน (ตามข้อ 3.2)
ข. จัดทําแผนงานก่อสร้าง
รื้อถอน และปรับพื้นที่หน้างาน (ตามข้อ 3.3)
บริเวณห้องส่วนอํานวยการท่าอากาศยานเดิม
แล้วเสร็จ
แล้วเสร็จ
แล้วเสร็จ
ง. เมื่อผู้รับจ้างได้ดําเนินงานปรับปรุงห้อง CCTV ตามแผนงานก่อสร้าง แล้วเสร็จ และคณะกรรมการ
ตรวจรับพัสดุฯ ได้ตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว
7.2 งวดที่ 2 จ่ายเงินจํานวนร้อยละ 25 ของจํานวนเงินค่าจ้างทั้งหมด เมื่อผู้รับจ้างได้ดําเนินการ ก่อสร้างห้อง Server ย้ายระบบ Server รวมถึงงานระบบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับห้อง Server และ CCTV และเชื่อมต่อ ระบบต่างๆ เข้ากับห้อง CCTV ตามแผนงานก่อสร้าง แล้วเสร็จพร้อมเปิดใช้งาน และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุฯ ได้ ตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว
ข้อกําหนดรายละเอียดขอบเขตงาน (Terms of Reference : TOR) งานปรับปรุงห้อง CCTV และห้องส่วนบริการท่าอากาศยาน ท่าอากาศยานหาดใหญ่
หน้าที่ 10 ของ 13
7.3 งวดที่ 3 จ่ายเงินจํานวนร้อยละ 50 ของจํานวนเงินค่าจ้างทั้งหมด เมื่อผู้รับจ้างได้ดําเนินการรื้อ ถอน และปรับพื้นที่หน้างาน (ตามข้อ 3.3) บริเวณพื้นที่ห้อง CCTV เดิม และปรับปรุงเป็นห้องส่วนบริการสนามบิน ตามแผนงานก่อสร้าง แล้วเสร็จพร้อมเปิดใช้งาน และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุฯ ได้ตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว - เอกสารที่ต้องส่งมอบพร้อมการส่งมอบงานงวดสุดท้าย
8.1 ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่งแบบก่อสร้างจริง (AS-BUILT DRAWING) ทุกระบบที่ได้รับความเห็นชอบจาก คณะกรรมการตรวจรับพัสดุฯแล้ว ในรูปแบบไฟล์ DWG และ PDF File บันทึกลงแฟลชไดร์ฟ (USB Flash Drive) จํานวน 5 ชุด และจัดทําแบบต้นฉบับด้วยกระดาษ A1 จํานวน 2 ชุด โดยจะต้องมีผู้มีอํานาจลงนามของผู้รับจ้าง ลง
นามรับรองในแบบพร้อมส่งให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุในวันตรวจรับงานงวดสุดท้าย
8.2 ผู้รับจ้างต้องจัดทําและส่งมอบคู่มือการใช้งาน และการบํารุงรักษา (Operation and Maintenance Manual) สําหรับระบบและอุปกรณ์ต่างๆ ตามที่ระบุในข้อกําหนดหรือรายการประกอบแบบ โดยหนังสือคู่มือการใช้ งานและการบํารุงรักษานี้ ให้ผู้รับจ้างจัดทําฉบับร่างขึ้น 1 (หนึ่ง) ชุด เสนอให้ ผู้ควบคุมงานตรวจสอบไม่น้อยกว่า 30 (สามสิบ) วัน ก่อนวันนัดตรวจสอบเพื่อส่งมอบงานในระบบอุปกรณ์นั้นและจัดทําฉบับสมบูรณ์เย็บเล่มปกแข็งขึ้น จํานวน 2 ชุด พร้อมไฟล์ในรูปแบบ PDF จํานวน 5 ชุด ส่งให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุในวันตรวจรับงานงวดสุดท้าย
2 - อัตราค่าปรับ
9.1 หากผู้รับจ้างไม่สามารถทํางานให้แล้วเสร็จตามเวลาที่กําหนดในสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องชําระค่าปรับให้แก่ ทอท.เป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 (ศูนย์จุดหนึ่งศูนย์) ของราคาค่าจ้างตามสัญญา แต่ต้องไม่ต่ํากว่าวันละ 100.-
บาท
9.2 กรณีผู้รับจ้างไปจ้างช่วงงานทั้งหมดหรือแต่บางส่วน เว้นแต่การจ้างช่วงงานแต่บางส่วนที่ได้รับอนุญาต เป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างต้องชําระค่าปรับให้แก่ผู้ว่าจ้างเป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ 10 ของวงเงินของงาน ที่จ้างช่วงตามสัญญา ทั้งนี้ไม่ตัดสิทธิผู้ว่าจ้างในการบอกเลิกสัญญา - การกําหนดระยะเวลารับประกันความชํารุดบกพร่อง
10.1 ผู้รับจ้างต้องรับประกันความชํารุดบกพร่องของงาน หากมีการชํารุดบกพร่องหรือเสียหาย อันเกิดจาก งานจ้างนี้ภายในระยะเวลากําหนด 730 วัน นับถัดจากวันที่ได้ส่งมอบงานงวดสุดท้ายและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ได้ดําเนินการตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว
10.2 หากเกิดความบกพร่องหรือเสียหายในช่วงเวลารับประกัน สําหรับการซ่อมแซมงานทั่วไป ผู้รับจ้าง จะต้องดําเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จภายในกําหนด 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจาก ทอท. ส่วนงานซ่อมแซมกรณี เร่งด่วนที่มีผลกระทบกับความปลอดภัยหรือการให้บริการทั้งการซ่อมแซมถาวรหรือชั่วคราวเพื่อให้ใช้งานได้ก่อน ให้ ดําเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 24 (ยี่สิบสี่) ชั่วโมง นับตั้งแต่ที่ได้รับแจ้งจาก ทอท.
ไม่
ข้อกําหนดรายละเอียดขอบเขตงาน (Terms of Reference : TOR)
งานปรับปรุงห้อง CCTV และห้องส่วนบริการท่าอากาศยาน ท่าอากาศยานหาดใหญ่
หน้าที่ 11 ของ 13
10.3 หากผู้รับจ้างเพิกเฉยหรือไม่ดําเนินการซ่อมแซมให้สามารถใช้งานได้ถูกต้องเรียบร้อยภายในเวลาที่ ผู้ว่าจ้างกําหนด ให้ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะทําการนั้นเอง หรือจ้างผู้อื่นให้ทํางานนั้น โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเอง ทั้งสิ้น - นโยบายต่อต้านการคอร์รัปชันของ ทอท
11.1 ผู้เสนอราคาหรือคู่ค้าต้องสนับสนุนนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันของ ทอท. ที่กําหนดให้บุคลากรทุกคนของ ทอท. ต้องไม่เข้าเกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชันในทุกรูปแบบไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม และต้องปฏิบัติตามนโยบาย ต่อต้านการคอรร์รัปชันของ ทอท. อย่างเคร่งครัด
11.2 ห้ามมิให้ผู้เสนอราคาหรือคู่ค้าให้ของขวัญ ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด รวมถึงจ่ายค่าบริการต้องรับและ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจในการปฏิบัติหน้าที่หรือส่งผลกระทบต่อการดําเนินงานของบริษัท ให้แก่บุคลากรของ ทอท. - การปรับราคาค่าก่อสร้าง (Cost Escalation)
การปรับราคาค่าก่อสร้างนี้ให้ใช้ในกรณีเพิ่มหรือลดค่างานจากค่างานเดิมตามสัญญา เมื่อดัชนีราคาซึ่งจัดทําโดย กระทรวงพาณิชย์ มีการเปลี่ยนแปลงสูงขึ้นหรือลดลงจากเดิม (เกินกว่าร้อยละ 4 (สี่)) ขณะเมื่อวันเปิดซองราคา การขอ เพิ่มค่าก่อสร้างตามสัญญาการปรับราคาค่าก่อสร้างได้นี้ เป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างจะต้องเรียกร้องภายในกําหนด 90 (เก้า สิบ) วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างได้ส่งงานงวดสุดท้าย หากพ้นกําหนดนี้ไปแล้ว ผู้รับจ้างไม่มีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องเงินเพิ่มค่า งานก่อสร้างจาก ทอท. ได้อีกต่อไป และในกรณีที่ ทอท. จะต้องเรียกเงินคืนจากผู้รับจ้าง ทอท. มีสิทธิ์ที่จะหักค่างานจาก งวดต่อไป หรือให้หักเงินจากหลักประกันสัญญาได้ แล้วแต่กรณีการพิจารณาคํานวณเงินเพิ่มหรือลดและการจ่ายเงินเพิ่ม หรือเงินคืนจากผู้รับจ้างตามเงื่อนไขของสัญญาแบบปรับราคาได้ ต้องได้รับการตรวจสอบและเห็นชอบจากสํานัก งบประมาณ และให้ถือการพิจารณาวินิจฉัยของสํานักงบประมาณเป็นที่สิ้นสุดตามเงื่อนไข หลักเกณฑ์ สูตรและวิธีการ คํานวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2532 เรื่องการพิจารณาช่วยเหลือ ผู้ประกอบการอาชีพก่อสร้างตามหนังสือสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีที่ นร 0203/ว.109 ลงวันที่ 24 สิงหาคม 2532
(ภาคผนวก 5) - การดําเนินการตามแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท.
คู่ค้าต้องลงนามรับทราบในเอกสารแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท. (AOT Supplier Sustainable Code of Conduct) (ภาคผนวก 6) พร้อมทั้งปฏิบัติให้เป็นไปตามแนวทางดังกล่าว เพื่อส่งเสริมให้คู่ค้า ของ ทอท. มีการดําเนินงานอย่างโปร่งใส มีจริยธรรม เคารพสิทธิมนุษยชน ดูแลซีวอนามัย และคํานึงถึงความปลอดภัย ของลูกจ้าง รวมถึงการดําเนินงานที่ซึ่งจะส่งผลกระทบถึงชุมชน และสิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องผ่านการกํากับดูแล กิจการทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
ข้อกาหนดรายละเอียดขอบเขตงาน (Terms of Reference : TOR) งานปรับปรุงห้อง CCTV และห้องส่วนบริการท่าอากาศยาน ท่าอากาศยานหาดใหญ่ - นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ ทอท.
หน้าที่ 12 ของ 13
ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งปฏิบัติตามประกาศของ ทอท. เรื่อง นโยบายการคุ้มครองส่วนบุคคล (AOT Personal Data Protection Policy) และแนวทางปฏิบัติสําหรับการ ดําเนินการของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของ ทอท. ที่กําหนดไว้ตลอดจนคําสั่ง ประกาศ หรือเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง กับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ออกโดย ทอท. ซึ่ง ทอท. จะได้แจ้งให้ทราบต่อไปอย่างเคร่งครัดผู้รับจ้างสามารถ ศึกษารายละเอียดของประกาศและแนวทางปฏิบัติฯ ดังกล่าวได้ที่ https://www.airportthai.co.th> เกี่ยวกับ ทอท.> กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของ ทอท.> ประกาศบริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) เรื่อง นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (AOT Personal Data Protection Policy) หรือภาคผนวก 3 - ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานของ ทอท.
ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ และคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานของ ทอท. รวมถึง กฎหมาย อื่นๆที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดตลอดระยะเวลาการดําเนินงาน - คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
ยื่นเสนอราคาต้องมีผลงานที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มงานจ้างก่อสร้างประเภทอาคาร ที่เป็นสัญญาฉบับเดียวในวงเงิน ไม่น้อยกว่า 1,500,000 บาท นับย้อนหลังจากวันยื่นเสนอราคาไม่เกิน 5 ปี และเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของ รัฐ หรือหน่วยงานเอกชน - เงื่อนไขที่ผู้เสนอราคาต้องปฏิบัติในวันยื่นเสนอราคา
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดส่งหนังสือรับรองผลงานที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มงานจ้างก่อสร้างประเภทอาคารที่เป็นสัญญา ฉบับเดียวในวงเงินไม่น้อยกว่า 1,500,000 ซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว นับย้อนหลังจากวันยื่นเสนอราคาไม่เกิน 5 ปี และเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชน กรณีหนังสือรับรองผลงานที่ผู้เสนอราคานํามา แสดงเป็นผลงานที่ออกโดยหน่วยเอกชน ผู้รับรองต้องเป็นผู้มีอํานาจของหน่วยงานเอกชนนั้น พร้อมทั้งประทับตราของ หน่วยงาน (ถ้ามี) และต้องแนบสําเนาสัญญา สําเนาหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายของสัญญาที่เสนอมา เพื่อ ประกอบการพิจารณาด้วย - หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอ
ทอท. พิจารณาตัดสินด้วยเกณฑ์ราคาโดยพิจารณาราคารวมทั้งสิ้น
Long
ข้อก้าหนดรายละเอียดขอบเขตงาน (Terms of Reference : TOR) งานปรับปรุงห้อง CCTV และห้องส่วนบริการท่าอากาศยาน ท่าอากาศยานหาดใหญ่
คณะกรรมการจัดทําแบบรูปรายการก่อสร้าง และกําหนดราคากลาง งานปรับปรุงห้อง CCTV และห้องส่วนบริการท่าอากาศยาน ท่าอากาศยานหาดใหญ่
หน้าที่ 13 ซอง 13
……………
ประธานกรรมการ (ลงชื่อ)
…กรรมการ
(นายประกิต ถนอมพิชัย)
(นายเติมศักดิ์ อาศัยบุญ)
…….กรรมการ (ลงชื่อ)……
..กรรมการ
(นายอภิชาติ ตรงศิริวัฒน์)
(นายเกรียงศักดิ์ รัตนบุรี)
(ลงชื่อ)…………………..กรรมการและเลขานุการฯ (ลงชื่อ).
(นายโสฬส สิทธิธนาลาภ)
(นายอภิวัฒน์ กิจมานะวัฒน์)
Dah
ผู้ช่วยเลขานุการฯ
……………….
ย
ผู้ช่วยเลขานุการฯ (ลงชื่อ)
Siny
ผู้ช่วยเลขานุการฯ
(นายพฤฒ พงษ์พรต)
(นายศรีณรงค์ รําไพยะกุล)
วันที่ 2 เม.ย. 2569
ข้อก้าหนดรายละเอียดขอบเขตงาน (Terms of Reference : TOR) งานปรับปรุงห้อง CCTV และห้องส่วนบริการท่าอากาศยาน ท่าอากาศยานหาดใหญ่
ภาคผนวก 1 หน้า 1 ซอง 2
ภาคผนวก 1
ตารางรายงานการจัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
Lury
ข้อก้าหนดรายละเอียดขอบเขตงาน (Terms of Reference : TOR) งานปรับปรุงห้อง CCTV และห้องส่วนบริการท่าอากาศยาน ท่าอากาศยานหาดใหญ่
งานจ้าง………
ตารางรายงานการจัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
รายการพัสดุที่ใช้ในโครงการ
แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
ภาคผนวก 1 หน้า 2 ซอง 2
ล่าดับ
รายการ หน่วย ปริมาณ ราคาต่อหน่วย เป็นเงิน พัสดุ
พัสดุ
(บาท)
(รวม) ในประเทศ ต่างประเทศ
୭
ด
G
២
3
๔
๕
รวม
อัตรา (ร้อยละ)
ลงชื่อ
(คู่สัญญาฝ่ายผู้รับจ้าง)
(………..
ข้อก้าหนดรายละเอียดขอบเขตงาน (Terms of Reference : TOR) งานปรับปรุงห้อง CCTV และห้องส่วนบริการท่าอากาศยาน ท่าอากาศยานหาดใหญ่
ภาคผนวก 2
ตารางการจัดทําแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ
ภาคผนวก 2 หน้า 1 ของ 2
ข้อกําหนดรายละเอียดขอบเขตงาน (Terms of Reference : TOR) งานปรับปรุงห้อง CCTV และห้องส่วนบริการท่าอากาศยาน ท่าอากาศยานหาดใหญ่
ตารางการจัดทําแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ
โครงการ
รายการพัสดุหรือครุภัณฑ์ที่ใช้ในโครงการ
แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
ปริมาณเหล็กทั้งโครงการ xxx (ตัน)
XXX
ลําาดับ
รายการ
២
ล
A
๕
รวม
อัตรา
(ร้อยละ)
เหล็กเส้น
เหล็กข้องอ
เหล็กเส้นกรม
ภาคผนวก 2 หน้า 2 ของ 2
ราคาต่อ
เป็นเงิน
หน่วย ปริมาณ
หน่วย
(รวม)
พัสดุ ในประเทศ
พัสดุ
ต่างประเทศ
(บาท)
ตัน
ตน
ตัน
XXX
XXX
XXX
ลงชื่อ..
(………..
………..)
๙๐
(คู่สัญญาฝ่ายผู้รับจ้าง)
ข้อกําหนดรายละเอียดขอบเขตงาน (Terms of Reference : TOR) งานปรับปรุงห้อง CCTV และห้องส่วนบริการท่าอากาศยาน ท่าอากาศยานหาดใหญ่
ภาคผนวก 3
นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ ทอท.
नेमेन
ภาคผนวก 3
AOT
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน
Airports of Thailand Public Company Limited
ประกาศบริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) เรื่อง นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ ทอท.
(AOT Personal Data Protection Policy) ฉบับทบทวนประจําปีงบประมาณ 2567
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) (ทอท.) เป็นองค์กรที่ประกอบกิจการท่าอากาศยาน ให้เป็นไปตามกระบวนการดําเนินงานสนามบินที่กฎหมายกําหนด และสอดคล้องกับมาตรฐานขององค์การการบินพลเรือน ระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization : ICAO) โดยมีการนําเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใช้ใน การให้บริการ และการดําเนินงานต่าง ๆ ซึ่งทําให้การเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลสามารถกระทําได้อย่างสะดวก และรวดเร็ว
เพื่อให้การเก็บรวบรวม การใช้ การเปิดเผย และการบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ พนักงาน ลูกจ้าง และบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งผู้ให้บริการภายนอกที่เกี่ยวเนื่องกับการประกอบกิจการท่าอากาศยาน ของ ทอท. มีความมั่นคง ปลอดภัย และได้รับการคุ้มครองตามบทบัญญัติของกฎหมาย จึงเห็นสมควรกําหนดนโยบาย การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ ทอท. (AOT Personal Data Protection Policy) เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดยมีรายละเอียด ดังนี้ - ขอบเขตการบังคับใช้
นโยบายนี้บังคับใช้ครอบคลุมถึงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ดําเนินการโดย ทอท. รวมถึง คู่สัญญาหรือบุคคลภายนอกที่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแทนหรือในนามของ ทอท. ภายใต้ผลิตภัณฑ์และบริการต่าง ๆ เช่น เว็บไซต์ ระบบ แอปพลิเคชัน เอกสาร หรือบริการในรูปแบบอื่นที่ควบคุมดูแลโดย ทอท. มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงวิธีการปฏิบัติต่อข้อมูลส่วนบุคคล และทําให้มีความมั่นใจว่า ทอท.จะธํารงไว้ซึ่งความลับ (Confidentiality) ความถูกต้องครบถ้วน (Integrity) และสภาพพร้อมใช้งาน (Availability) ของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยโดยมิชอบด้วยกฎหมาย - ค่านิยาม
2.1 “ข้อมูลส่วนบุคคล” (Personal Data) หมายความว่า ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทําให้สามารถระบุ
ตัวตนนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ เช่น
(1) ชื่อ นามสกุล
(2) เลขประจําตัวประชาชน เลขประจําตัวผู้เสียภาษี
(3) ที่อยู่ อีเมล หมายเลขโทรศัพท์
(4) ข้อมูลการเดินทาง ข้อมูลการจ้างงาน
2.2 “ข้อมูลส่วนบุคคล…
2
2.2 “ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว” (Sensitive Personal Data) หมายความว่า ข้อมูล ที่เป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละบุคคลโดยแท้เกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนา หรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทํานองเดียวกันตามที่คณะกรรมการประกาศกําหนด
ถึงได้
2.3 “เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (Data Subject)” หมายความว่า บุคคลที่ข้อมูลนั้นสามารถระบุตัวตนไป
2.4 “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller)” หมายความว่า บุคคลหรือนิติบุคคล ซึ่งมีอํานาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
2.5 “ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processor)” หมายความว่า บุคคลหรือนิติบุคคล ซึ่งดําเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคําสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดําเนินการดังกล่าวไม่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
2.6 “การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า การดําเนินการใด ๆ กับข้อมูลส่วนบุคคล เช่น การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
2.7 “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
2.8 “สํานักงาน” หมายความว่า สํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 3. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
ทอท. จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ พนักงาน ลูกจ้าง และบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งผู้ให้บริการภายนอกที่เกี่ยวเนื่องกับการประกอบกิจการท่าอากาศยานของ ทอท. เท่าที่จําเป็นตามวัตถุประสงค์ ที่ได้แจ้งต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไว้ก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ดังนี้
3.1 ทอท. เก็บรวบรวมหรือได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งที่มาต่าง ๆ ได้แก่
(1) ข้อมูลส่วนบุคคลที่ ทอท. เก็บรวบรวมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรงในช่องทาง ให้บริการต่าง ๆ เช่น ขั้นตอนการสมัคร ลงทะเบียน สมัครงาน ลงนามในสัญญา เอกสาร ทําแบบสํารวจหรือใช้งาน ผลิตภัณฑ์ บริการ หรือช่องทางให้บริการอื่นที่ควบคุมดูแลโดย ทอท. หรือเมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลติดต่อสื่อสาร กับ ทอท. ที่ทําการหรือผ่านช่องทางติดต่ออื่นที่ควบคุมดูแลโดย ทอท. เป็นต้น
(2) ข้อมูลที่ ทอท. เก็บรวบรวมจากการที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเข้าใช้งานเว็บไซต์ ผลิตภัณฑ์ หรือบริการอื่น ๆ ตามสัญญาหรือตามพันธกิจ เช่น การติดตามพฤติกรรมการใช้งานเว็บไซต์ ผลิตภัณฑ์หรือบริการของ ทอท. (ด้วยการใช้คุกกี้ (Cookies)) หรือจากซอฟต์แวร์บนอุปกรณ์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น
(3) ข้อมูลส่วนบุคคล…
3
(3) ข้อมูลส่วนบุคคลที่ ทอท. เก็บรวบรวมจากแหล่งอื่นนอกจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
โดยที่แหล่งข้อมูลดังกล่าวมีอํานาจหน้าที่
มีเหตุผลที่ชอบด้วยกฎหมายหรือได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล แล้วในการเปิดเผยข้อมูลแก่ ทอท. เช่น การเชื่อมโยงบริการดิจิทัลของหน่วยงานของรัฐในการให้บริการเพื่อประโยชน์ สาธารณะแบบเบ็ดเสร็จแก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเอง การรับข้อมูลส่วนบุคคลจากหน่วยงานของรัฐแห่งอื่นในฐานะที่ ทอท.
มีหน้าที่ตามพันธกิจในการดําเนินการจัดให้มีศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกลางเพื่อสนับสนุนการดําเนินการของหน่วยงานของรัฐ
ในการให้บริการประชาชนผ่านระบบดิจิทัล รวมถึงจากความจําเป็นเพื่อให้บริการตามสัญญาที่อาจมีการแลกเปลี่ยนข้อมูล ส่วนบุคคลกับหน่วยงานคู่สัญญาได้
3.2 ทอท.จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่กรณีที่สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลได้โดยไม่ต้องขอความยินยอม ดังนี้
(1) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการจัดทําเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะ การศึกษาวิจัยหรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
(2) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
(3) เป็นการจําเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลเป็นคู่สัญญากับ ทอท. หรือเพื่อ ดําเนินการตามคําขอของเจ้าของข้อมูลก่อนเข้าทําสัญญากับ ทอท.
(4) เป็นการจําเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดําเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือปฏิบัติ
หน้าที่ในการใช้อํานาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ ทอท.
(5) เป็นการจําเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของ ทอท.
(6) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย
3.3 ทอท. จะไม่เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของ ข้อมูลโดยชัดแจ้ง หรือตามข้อยกเว้นที่กฎหมายกําหนด - สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถร้องขอให้ ทอท. ดําเนินการดังนี้
4.1 สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอเข้าถึง รับสําเนา และขอให้เปิดเผยที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล
ที่ ทอท. เก็บรวบรวมไว้โดยปราศจากความยินยอมของตน ทั้งนี้ ทอท. มีสิทธิปฏิเสธคําขอดังกล่าวหากเป็นไปตามกฎหมาย คําสั่งศาล หรือการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลนั้นจะส่งผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น
4.2 สิทธิในการ…
4
4.2 สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอให้ ทอท. แก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน ครบถ้วนสมบูรณ์
และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดได้
4.3 สิทธิในการลบหรือทําลายข้อมูลส่วนบุคคล
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอให้ ทอท. ลบหรือทําลายข้อมูลของตน หรือทําให้ข้อมูลของตน
ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลได้ต่อไป ทั้งนี้ ทอท. มีสิทธิปฏิเสธคําขอดังกล่าวตามที่กฎหมายกําหนด
4.4 สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอให้ ทอท. ระงับการใช้ข้อมูลของตน สําหรับกรณีดังนี้ (1) อยู่ในช่วงเวลาที่ ทอท. ทําการตรวจสอบตามข้อ 4.2
(2) เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้ใช้สิทธิตามข้อ 4.3 ทั้งนี้ ทอท.จะปฏิเสธคําขอดังกล่าวหากสามารถอ้างฐานทางกฎหมายอื่นในการ เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวได้
(3) ไม่มีความจําเป็นต้องเก็บรักษาข้อมูลนั้น แต่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลประสงค์ให้ ทอท.
เก็บรักษาไว้เพื่อประกอบการใช้สิทธิตามกฎหมาย
(4) อยู่ในช่วงเวลาที่ ทอท. กําลังพิสูจน์ถึงเหตุอันชอบด้วยกฎหมายเพื่อปฏิเสธการคัดค้าน ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อ 4.5
4.5 สิทธิในการคัดค้าน
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถยื่นคําร้องขอคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล
ที่เกี่ยวกับตนได้ โดย ทอท. สามารถปฏิเสธคําขอดังกล่าวหากพิสูจน์ได้ว่ามีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายที่สําคัญกว่า หรือเพื่อ ใช้สิทธิตามกฎหมายของ ทอท. หรือมีความจําเป็นที่จะต้องดําเนินการตามภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของ ทอท. สําหรับ กรณีจําเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่และเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย ตามข้อ 3.2 (4) และ (5) และกรณีวัตถุประสงค์
เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และสถิติ
4.6 สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถยื่นคําร้องขอเพิกถอนข้อมูลที่ได้ให้ความยินยอมแก่ ทอท.
ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลของตนได้ตลอดเวลา แต่ไม่รวมถึงการกระทําอื่นใดที่กระทําไปก่อนที่จะมีการ ใช้สิทธิเพิกถอนดังกล่าว ทั้งนี้ ทอท. มีสิทธิปฏิเสธคําขอหากมีข้อจํากัดสิทธิโดยกฎหมาย
4.7 สิทธิในการขอรับหรือโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิในการขอรับหรือโอนย้ายข้อมูลของตนไปยังผู้ควบคุมข้อมูล
ส่วนบุคคลรายอื่น ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถอ่านหรือใช้งานได้จากเครื่องมือหรืออุปกรณ์ทั่วไป รวมทั้งมีสิทธิ ขอตรวจสอบการโอนย้ายข้อมูลดังกล่าวได้ ตามเงื่อนไขดังนี้
(1) ต้องเป็นข้อมูล…
เก
5
(1) ต้องเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ตนเองได้ให้ความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลไว้ (2) เป็นการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลเพื่อความจําเป็นต่อการให้บริการ หรือปฏิบัติ
ตามสัญญาระหว่างเจ้าของข้อมูลและ ทอท.ตามข้อ 3.2 (3) - ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
ทอท. จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลตามระยะเวลาที่กฎหมายกําหนดไว้โดยเฉพาะ หรือกําหนด ระยะเวลาเท่าที่ข้อมูลนั้นมีความจําเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเท่านั้น ทั้งนี้ เมื่อพ้นระยะเวลา และข้อมูลส่วนบุคคลสิ้นความจําเป็นตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวแล้ว ทอท.จะทําการลบ ทําลาย หรือทําให้ข้อมูลส่วนบุคคล
ไม่สามารถระบุตัวตนได้ต่อไป - การให้บริการโดยบุคคลที่สามหรือผู้ให้บริการช่วง
ทอท. อาจมีการมอบหมายหรือจัดจ้างบุคคลที่สาม (ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล) ให้ทําการ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแทนหรือในนามของ ทอท. ซึ่งบุคคลที่สามดังกล่าวอาจเสนอบริการในลักษณะต่าง ๆ เช่น การเป็นผู้ดูแล (Hosting) รับงานบริการช่วง (Outsourcing) หรือเป็นผู้ให้บริการคลาวด์ (Cloud computing service/provider) หรือเป็นงานในลักษณะการจ้างทําของในรูปแบบอื่น
การมอบหมายให้บุคคลที่สามทําการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูล ส่วนบุคคลนั้น ทอท. จะจัดให้มีข้อตกลงระบุสิทธิและหน้าที่ของ ทอท. ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและของบุคคล ที่ ทอท. มอบหมายในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งรวมถึงกําหนดรายละเอียดประเภทข้อมูลส่วนบุคคลที่ ทอท. มอบหมายให้ประมวลผล รวมถึงวัตถุประสงค์ ขอบเขตในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลและข้อตกลงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามขอบเขตที่ระบุในข้อตกลงและตามคําสั่งของ ทอท.
โดยไม่สามารถประมวลผลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นได้
ในกรณีที่ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีการมอบหมายผู้ให้บริการช่วง (ผู้ประมวลผลช่วง) เพื่อทําการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแทนหรือในนามของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ทอท. จะกํากับให้ผู้ประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคลจัดให้มีเอกสารข้อตกลงระหว่างผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลกับผู้ประมวลผลช่วง โดยต้องมีรูปแบบ และมาตรฐานที่ไม่ต่ํากว่าข้อตกลงระหว่าง ทอท. กับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล 7. การรักษาความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคล
ทอท. มีมาตรการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล โดยการจํากัดสิทธิการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลให้สามารถ เข้าถึงได้โดยเจ้าหน้าที่เฉพาะราย หรือบุคคลที่มีอํานาจหน้าที่ หรือได้รับมอบหมายที่มีความจําเป็นต้องใช้ข้อมูลดังกล่าว ตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไว้แล้วเท่านั้น ซึ่งบุคคลดังกล่าวจะต้องยึดมั่นและปฏิบัติตามมาตรการ ปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของ ทอท. อย่างเคร่งครัด ตลอดจนมีหน้าที่รักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลที่ตนเองรับรู้จาก การปฏิบัติการตามอํานาจหน้าที่ โดย ทอท. มีมาตรการรักษาความปลอดภัยข้อมูลทั้งในเชิงองค์กร หรือเชิงเทคนิค ที่ได้มาตรฐานสากล และเป็นไปตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกําหนด
ในกรณีที่…
6
ในกรณีที่ ทอท.มีการส่ง โอน หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลที่สาม ไม่ว่าเพื่อการให้บริการ ตามพันธกิจ สัญญา หรือข้อตกลงในรูปแบบอื่น ทอท. จะกําหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลและการ รักษาความลับที่เหมาะสมและเป็นไปตามที่กฎหมายกําหนด เพื่อยืนยันว่าข้อมูลส่วนบุคคลที่ ทอท.เก็บรวบรวมจะมีความ
มั่นคงปลอดภัยอยู่เสมอ - การเชื่อมต่อเว็บไซต์หรือบริการภายนอก
บริการของ ทอท. อาจมีการเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์หรือบริการของบุคคลที่สาม ซึ่งเว็บไซต์หรือบริการ ดังกล่าวอาจมีการประกาศนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่มีเนื้อหาสาระแตกต่างจากนโยบายนี้ ทั้งนี้ ทอท. ไม่มีความเกี่ยวข้องและไม่มีอํานาจควบคุมถึงมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเว็บไซต์หรือบริการดังกล่าว และ ไม่สามารถรับผิดชอบต่อเนื้อหา นโยบาย ความเสียหาย หรือการกระทําอันเกิดจากเว็บไซต์หรือบริการของบุคคลที่สามได้ - การปรับปรุงนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ทอท. จะปรับปรุงนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับ
การเปลี่ยนแปลงของกฎหมายและการดําเนินงานของ ทอท. - ช่องทางการติดต่อ
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถแสดงความคิดเห็นและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบาย
การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือการปฏิบัติตามนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ รวมทั้งการขอใช้สิทธิ ตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยสามารถติดต่อกับ ทอท. ได้ตามช่องทางดังนี้
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
333 ถนนเชิดวุฒากาศ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ 10210
e-Mail Address : [email protected]
ประกาศ ณ วันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2567
hst
(นายกีรติ กิจมานะวัฒน์)
กรรมการผู้อํานวยการใหญ่
केगोल
ข้อก้าหนดรายละเอียดขอบเขตงาน (Terms of Reference : TOR) งานปรับปรุงห้อง CCTV และห้องส่วนบริการท่าอากาศยาน ท่าอากาศยานหาดใหญ่
ภาคผนวก 4
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง
ภาคผนวก 4
AOT
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) Airports of Thailand Public Company Limited
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางาน สําหรับผู้รับจ้าง
ดาวน์โหลดข้อบังคับและคู่มือว่าด้วย
ความปลอดภัยในการทํางาน
สําหรับผู้รับจ้าง
ฝ่ายความปลอดภัยในการทํางานและอาชีวอนามัย
ปรับปรุงครั้งที่ 2 ปีงบประมาณ 2566 (ม.ค.66)
Rev.02
AOT
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางาน สําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2
ปีงบประมาณ 2566
จัดทําโดย
ฝ่ายความปลอดภัยในการทํางานและอาชีวอนามัย (คปอ.)
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
รับรองโดย
นายนิตินัย ศิริสมรรถการ
กรรมการผู้อํานวยการใหญ่
10 มกราคม 2566
form.
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66)
คํานํา
-ก-
ตามกฎกระทรวงการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคล เพื่อดําเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการ พ.ศ.2565 หมวดที่ 3 หน่วยงานความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน ข้อ 40(3) ที่กําหนดให้หน่วยงานความปลอดภัยจัดทําคู่มือว่าด้วย ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานของสถานประกอบการ เพื่อใช้กํากับดูแลการดําเนินงาน ภายในสถานประกอบกิจการให้เป็นไปตามกฎหมาย
ฝ่ายความปลอดภัยในการทํางานและอาชีวอนามัย (ฝปอ.) ได้จัดทําข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัย ในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 เพื่อกํากับควบคุมการปฏิบัติงานที่มีความเสี่ยงของผู้รับจ้าง ที่เข้ามาทํางานในพื้นที่ ทอท. ได้ใช้เป็นแนวทางในการดําเนินการเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทํางานและปฏิบัติ ให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่กฎหมายกําหนด
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ฝ่ายความปลอดภัยในการทํางานและอาชีวอนามัย
ม.ค.66
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66)
สารบัญ
-ข-
เรื่อง - วัตถุประสงค์
- ขอบเขต
- นิยาม
- อ้างอิง
- การควบคุมการปฏิบัติ
5.1 ข้อกําหนดทั่วไปสําหรับผู้รับจ้างทุกประเภทที่ต้องปฏิบัติ
5.2 ข้อกําหนดเฉพาะงาน
5.2.1 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับความร้อนและประกายไฟ (เอกสารแนบ 1) 5.2.2 กรณีปฏิบัติงานในที่อับอากาศ (เอกสารแนบ 2)
5.2.3 กรณีปฏิบัติงานบนที่สูงตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป (เอกสารแนบ 3)
5.2.4 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า (เอกสารแนบ 4)
5.2.5 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคน ขึ้นทํางานบนที่สูงและเครื่องช่วยยกต่าง ๆ รวมทั้งงานซ่อมบํารุง (เอกสารแนบ 5)
5.2.6 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่นและรถเฮียบ (เอกสารแนบ 6) 5.2.7 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับสารเคมีและวัตถุอันตราย (เอกสารแนบ 7)
5.2.8 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานประดาน้ํา (ปฏิบัติงานที่ความลึกตั้งแต่ 3 เมตร – 90 เมตร
(เอกสารแนบ 8)
5.2.9 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีก่อไอออน และเครื่องกําเนิดรังสีเอกซเรย์ (เอกสารแนบ 9) 5.2.10 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานก่อสร้างอื่น ๆ ให้การปฏิบัติเป็นไปตามกฎกระทรวง กําหนด มาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง พ.ศ. 2564 และกฎหมายความปลอดภัยฯ อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมด้วย
หน้า
1
1
22
3 m ∞
3
8
9
11
13
15
17
222 223
26
27
28
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
वैजेल
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง - วัตถุประสงค์ (Purpose)
-1-
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้างฉบับนี้ ใช้เป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อควบคุม การปฏิบัติงานที่มีความเสี่ยง จัดทําขึ้นสําหรับให้ผู้รับจ้างชั้นต้นและผู้รับจ้างช่วงที่เข้ามาทํางานในพื้นที่ ทอท. ได้ใช้ เป็นแนวทางในการดําเนินการเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทํางานและปฏิบัติได้ถูกต้อง ครบถ้วน ตามที่กฎหมายกําหนด โดยมีรายละเอียดที่สําคัญคือ การปฏิบัติด้านความปลอดภัยในการทํางานของงานที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายต่าง ๆ และเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย ข้อห้าม และข้อแนะนําในการปฏิบัติงานที่ปลอดภัย รวมถึงการรายงานการเกิดอุบัติเหตุ ของผู้รับจ้างเพื่อให้ ทอท. ได้ทราบ - ขอบเขต (Scope)
2.1 ข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ใช้กับผู้รับจ้างที่เข้ามาปฏิบัติงานกับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) หรือ ทอท. เพื่อให้การปฏิบัติงานเกิดความปลอดภัยและควบคุมการเกิดปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อมในการปฏิบัติงาน ดังนั้น ผู้รับจ้างต้องศึกษาและทําความเข้าใจ รวมถึงต้องปฏิบัติงานตามข้อกําหนดต่าง ๆ ในเอกสารชุดนี้อย่างเคร่งครัด
2.2 ประเภทผู้รับจ้างตามข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ แบ่งเป็น 4 ประเภทคือ
2.2.1 ผู้รับจ้างทั่วไปที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ได้แก่
(1) งานจ้างเหมาแรงงานเพื่องานด้านเอกสาร (Outsource)
(2) งานทําความสะอาดที่ไม่เป็นการทํางานบนที่สูง
ๆ
(3) งานอื่น ๆ ที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. และเป็นงานที่ไม่เข้าข่ายตามข้อ 2.2.2
2.2.2 ผู้รับจ้างงานความเสี่ยงสูงที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ได้แก่
(1) งานก่อสร้าง ต่อเติม ติดตั้ง ซ่อม ซ่อมบํารุง ดัดแปลง หรือรื้อถอนอาคาร สนามบิน อุโมงค์ สะพาน ท่อระบายน้ํา โทรศัพท์ ไฟฟ้า ก๊าซ ประปา หรือสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ รวมทั้งการเตรียมการหรือการวางรากฐานของการก่อสร้าง
(2) งานขนส่งคนโดยสารหรือสินค้า รวมทั้งการบรรทุกขนถ่ายสินค้า
(3) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับความร้อนและประกายไฟ
(4) การปฏิบัติงานในที่อับอากาศ
(5) การปฏิบัติงานบนที่สูงตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป
(6) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า
(7) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง
และเครื่องช่วยยกต่าง ๆ รวมทั้งงานซ่อมบํารุงเครื่องจักร
(8) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่นและรถเฮียบ
(9) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับสารเคมีและวัตถุอันตราย
(10) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานประดาน้ํา (ปฏิบัติงานที่ความลึกตั้งแต่ 3 เมตร – 90 เมตร)
(11) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีก่อไอออน และเครื่องกําเนิดรังสี
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
་་དེ་ཝ༥
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66)
(12) งานที่มีความเสี่ยงอื่น ๆ ตามที่ ทอท. กําหนดในภายหลัง (ถ้ามี)
-2-
ซึ่งผู้รับจ้างที่มีงานเกี่ยวข้องกับลําดับที่ (1) - (12) ตามข้อ 2.2.2 นี้ ต้องปฏิบัติเพิ่มเติมตามเอกสารแนบที่เกี่ยวข้องกับงาน ท้ายข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้หรือเอกสารอื่น ๆ ที่ ทอท. ได้กําหนดเพิ่มเติมในแต่ละพื้นที่
ๆ ที่
ส่
2.2.3 ผู้รับจ้างของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ได้แก่ ผู้รับจ้างที่เข้ามาก่อสร้าง ต่อเติม ติดตั้ง ซ่อม ซ่อมบํารุง ดัดแปลง หรือรื้อถอนสิ่งต่าง ๆ ภายในพื้นที่เช่าของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ซึ่งผู้รับจ้างประเภทนี้ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ ในข้อ 5.1.19 และปฏิบัติตามหลักความปลอดภัยฯ ที่ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ได้กําหนดไว้ กรณีที่ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ยังไม่ได้กําหนดไว้ ให้ผู้รับจ้างของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ได้ถือปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยฯ ที่เกี่ยวข้องควบคู่กับข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้
2.2.4 ผู้รับจ้างหรือผู้ปฏิบัติงานอื่น ๆ ที่ไม่ได้กล่าวถึงในข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของ ฝปอ., ฝมอ. หรือ สมอ. ในแต่ละพื้นที่ของ ทอท. เป็นผู้กําหนดเพิ่มเติม - นิยาม (Definition)
3.1 ทอท. หมายถึง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
3.2 ฝปอ. หมายถึง ฝ่ายความปลอดภัยในการทํางานและอาชีวอนามัย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) 3.3 ฝมอ. หมายถึง ฝ่ายมาตรฐานท่าอากาศยานและอาชีวอนามัย ของแต่ละท่าอากาศยานที่ ทอท. กํากับดูแล 3.4 สมอ. หมายถึง ส่วนมาตรฐานท่าอากาศยานและอาชีวอนามัย ของแต่ละท่าอากาศยานที่ ทอท. กํากับดูแล 3.5 จป. ย่อมาจาก เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางาน หมายถึง เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกําหนด
3.6 ผู้รับจ้าง หมายถึง ผู้รับจ้าง (Contractor), ผู้รับจ้างช่วง (Sub-Contractor), งานจ้างเหมาแรงงานเพื่องานด้านเอกสาร (Outsource), ผู้รับเหมา, ผู้ขาย, ผู้ให้บริการจากภายนอก, หน่วยงานหรือบุคคลอื่นๆ ที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ตามสัญญาจ้าง หรือเข้ามาทํากิจกรรมใดๆ หรือเข้ามาใช้ประโยชน์ใดๆ ในพื้นที่ของ ทอท. ยกเว้นผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ซึ่งไม่เข้าข่ายตามนิยาม ข้อ 3.6 นี้
3.7 ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. หมายถึง กลุ่มลูกค้าของ ทอท., ผู้ประกอบการ/สายการบินที่มีการเช่าพื้นที่ของ ทอท. 3.8 ผู้รับจ้างของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. หมายถึง ผู้รับจ้างที่ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ได้ว่าจ้างมาเพื่อดําเนินการต่าง ๆ ให้ เช่น การปรับปรุงพื้นที่ภายในบริเวณพื้นที่เช่า เป็นต้น
3.9 PPE ย่อมาจาก Personal Protective Equipment หมายถึง อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล ซึ่งใช้สําหรับสวมใส่ขณะปฏิบัติงานตามกฎหมายและตามการประเมินความเสี่ยงของงานซึ่งได้กําหนดไว้
3.10 JSA ย่อมาจาก Job Safety Analysis หมายถึง การวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย - อ้างอิง (Reference)
4.1 พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ.2554 4.2 กฎกระทรวงภายใต้พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. 2554 4.3 กฎกระทรวงภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานที่เกี่ยวข้องกับงานด้านความปลอดภัยฯ
4.4 กฎหมายและมาตรฐานอื่น ๆ ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน 4.5 มาตรฐานสากลด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย เช่น ISO 45001, NIOSH, OSHA, ACGIH ฯลฯ
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) - การควบคุมการปฏิบัติ
5.1 ข้อกําหนดทั่วไปสําหรับผู้รับจ้างทุกประเภทที่ต้องปฏิบัติ
-3-
5.1.1 ผู้รับจ้างทุกประเภทที่เข้ามาปฏิบัติงานให้กับ ทอท. จะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบความปลอดภัยที่ ทอท. ได้กําหนดไว้ใน “ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง” ฉบับนี้ โดยถือเป็นข้อกําหนด ขั้นพื้นฐานของการปฏิบัติงานให้เกิดความปลอดภัย หากการปฏิบัติใดที่ ทอท. ไม่ได้ระบุไว้ใน “ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วย ความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง” ฉบับนี้ ให้ถือปฏิบัติตาม “กฎหมายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทํางานที่เกี่ยวข้องทุกฉบับ” เป็นระเบียบปฏิบัติขั้นพื้นฐาน ในกรณีที่ข้อกําหนดใดถูกกําหนดไว้ทั้ง ในส่วนของ “ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง” และ “กฎหมายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน” ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามข้อบังคับหรือข้อกําหนดที่ดีกว่าเพื่อการปฏิบัติ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการทํางานของผู้ปฏิบัติงานและผู้ที่เกี่ยวข้อง หากมีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม ข้อกําหนดดังกล่าว จะถูกลงโทษตามกฎระเบียบต่อไป
5.1.2 ผู้รับจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คนขึ้นไปที่เข้ามาปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ต้องจัดให้มีระบบการจัดการ ด้านความปลอดภัยในการทํางานตามที่ได้กําหนดไว้ใน
กฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานเกี่ยวกับระบบการจัดการ
ด้านความปลอดภัย พ.ศ.2565 ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบไปด้วย
(1) นโยบายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน
(2) การจัดการองค์กรด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน
(3) แผนงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานและการนําไปปฏิบัติ (4) การประเมินผลและทบทวนการจัดการด้านความปลอดภัย
(5) การปรับปรุงและพัฒนาระบบการจัดการด้านความปลอดภัย
5.1.3 ให้ผู้รับจ้างดําเนินการให้เป็นไปตามระบบการจัดการด้านความปลอดภัยในการทํางาน ตามข้อ 5.1.2 และให้ผู้รับจ้างมีหน้าที่ดังต่อไปนี้
(1) ควบคุมดูแลการดําเนินงานตามระบบการจัดการด้านความปลอดภัยในการทํางาน
(2) ส่งเสริมให้ลูกจ้างทุกคนมีส่วนร่วมในการดําเนินการตามระบบการจัดการด้านความปลอดภัยในการทํางาน (3) ให้ผู้รับจ้างจัดทําเอกสารเกี่ยวกับระบบการจัดการด้านความปลอดภัยในการทํางานตามข้อ 5.1.2 เก็บไว้ในสถานประกอบกิจการเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปีนับจากวันที่จัดทําหรือจนกว่างานจะแล้วเสร็จในโครงการนั้น ๆ และพร้อมที่จะได้รับการตรวจสอบจากพนักงานตรวจแรงงานหรือจาก ทอท. ได้ทุกเมื่อ โดยเอกสารฯ จะจัดทําในรูปแบบ
ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ด้วยก็ได้
ในการทํางานได้
(4) ผู้รับจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างสามารถเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบการจัดการด้านความปลอดภัย
หมายเหตุ : กรณีที่ผู้รับจ้างได้จัดให้มีระบบการจัดการด้านความปลอดภัยตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) มาตรฐานขององค์การมาตรฐานสากล (International Standardization for Organization : ISO) มาตรฐานของ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization : ILO) มาตรฐานของสถาบันมาตรฐาน สหราชอาณาจักร (British Standards Institution : BSI) มาตรฐานของสํานักงานบริหารความปลอดภัยและ อาชีวอนามัยแห่งชาติ (Occupational Safety and Health Administration : OSHA) มาตรฐานของสถาบัน
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66)
-4-
มาตรฐานแห่งชาติประเทศสหรัฐอเมริกา (American National Standards Institute : ANSI) มาตรฐานของประเทศ ออสเตรเลียและประเทศนิวซีแลนด์ (Australia Standards/New Zealand Standards: AS/NZS) มาตรฐานของ สมาพันธ์การกําหนดมาตรฐานของประเทศแคนาดา (Canadian Standards Association: CSA) หรือมาตรฐานอื่นที่ เทียบเท่าตามที่กฎหมายกําหนด ให้ถือว่าได้จัดให้มีระบบการจัดการด้านความปลอดภัยตามข้อกําหนด 5.1.2 นี้แล้ว
5.1.4 ลูกจ้างของผู้รับจ้างต้องผ่านการอบรมด้านความปลอดภัยฯ จากหน่วยงานด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. หรือผู้ที่ ทอท. ได้มอบหมายให้ดําเนินการด้านความปลอดภัยฯ แทน ก่อนเริ่มปฏิบัติงาน
สําหรับงานโครงการขนาดใหญ่ที่มีระบบควบคุม มีวิธีการทํางานที่ได้มาตรฐาน ไม่ส่งผลกระทบต่อ พื้นที่ใกล้เคียงโดยตรงหรือเป็นพื้นที่ที่ถูกกําหนดให้เป็นเขตก่อสร้างที่มีรั้วรอบขอบชิด เป็นเสมือนพื้นที่หนึ่งที่มีการ บริหารจัดการภายในโดยผู้รับจ้างเอง การจัดฝึกอบรมด้านความปลอดภัยฯ ผู้รับจ้างสามารถดําเนินการอบรม ด้านความปลอดภัยในการทํางานให้กับพนักงานของตนเองได้ แต่ต้องได้รับการเห็นชอบจาก ทอท. ที่ทําหน้าที่กํากับดูแล งานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานก่อน (ฝปอ. ผมอ. หรือ สมอ.) จึงจะสามารถดําเนินการ ฝึกอบรมได้ และให้ส่งผลการอบรมให้กับ ทอท. ได้รับทราบ
5.1.5 กรณีผู้รับจ้าง (Contractor) ได้ว่าจ้างผู้รับจ้างช่วง (Sub-Contractor) ให้ดําเนินการใด ๆ แทน ไม่ว่าจะดําเนินการบางส่วนหรือดําเนินการแทนทั้งหมดนั้น ผู้รับจ้าง (Contractor) ต้องกํากับควบคุมการปฏิบัติงาน ของผู้รับจ้างช่วง (Sub-Contractor) ทั้งหมดให้เป็นไปตาม “ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางาน สําหรับผู้รับจ้าง” ฉบับนี้ เสมือนว่าผู้รับจ้างช่วง (Sub-Contractor) ที่ได้ว่าจ้างมาเป็นพนักงานของผู้รับจ้างเอง
5.1.6 ก่อนการปฏิบัติงานในแต่ละงาน ผู้รับจ้างจะต้องมีการชี้บ่งอันตรายหรือการประเมินความเสี่ยง ที่อาจได้รับในการปฏิบัติงาน โดยใช้ JSA หรือแบบประเมินอันตรายอื่น ๆ ที่ ทอท. ให้การยอมรับและส่ง JSA หรือแบบ ประเมินอันตรายนั้น ๆ ให้เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยของ ทอท. หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ดําเนินการแทนด้านความปลอดภัย เพื่อพิจารณาก่อนเริ่มงานหรือโครงการ และให้นํามาตรการที่กําหนดใน JSA หรือแบบประเมินอันตรายนั้น ๆ มาเป็น มาตรการขั้นพื้นฐานในการปฏิบัติงานอย่างปลอดภัยทุกครั้ง และผู้รับจ้างต้องนํามาตรการที่ระบุไว้มาสื่อสารให้กับ
ผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างได้รับทราบ
5.1.7 การขออนุญาตก่อนเริ่มงาน กรณีงานของผู้รับจ้างเป็นงานความเสี่ยงสูง เช่น การปฏิบัติงานในที่อับอากาศ การปฏิบัติงานบนที่สูง งานขุดเจาะ งานที่ก่อให้เกิดความร้อนและประกายไฟ งานเกี่ยวกับไฟฟ้า งานเกี่ยวกับเครื่องจักร หรือ งานอื่น ๆ ที่กําหนดให้ต้องขออนุญาตก่อนเริ่มงาน ต้องจัดให้มีการทําใบอนุญาตก่อนปฏิบัติงานทุกครั้ง ดังนี้
(1) กรณีเป็นงานที่ ทอท. เป็นผู้กํากับควบคุมการปฏิบัติงานความเสี่ยงสูงของผู้รับจ้างเอง ให้ ฝปอ. ผมอ หรือ สมอ. เป็นผู้กําหนดหรือเป็นผู้กํากับควบคุมการออกใบอนุญาตร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
(2) กรณีเป็นงานโครงการขนาดใหญ่ที่มีระบบควบคุม มีวิธีการทํางานที่ได้มาตรฐาน ไม่ส่งผลกระทบต่อ พื้นที่ใกล้เคียงโดยตรงหรือพื้นที่ที่ถูกกําหนดให้เป็นเขตก่อสร้างที่มีรั้วรอบขอบชิด เป็นเสมือนพื้นที่หนึ่งที่มีการบริหาร จัดการภายในโดยผู้รับจ้างเอง ทอท. จะพิจารณาให้ผู้รับจ้างได้กํากับควบคุมระบบการขออนุญาตการทํางานที่มีความเสี่ยงสูง ให้อยู่ภายในโครงการเองได้ โดยไม่ต้องแจ้งการขออนุญาตเข้าทํางานที่มีความเสี่ยงสูงแก่ ทอท. แต่ให้เก็บหลักฐาน ที่เกี่ยวข้องกับการขออนุญาตงานความเสี่ยงสูงต่าง ๆ ไว้ให้สามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา
5.1.8 ผู้รับจ้างจะต้องควบคุมและตรวจสอบการปฏิบัติงานตลอดเวลาในช่วงที่มีการปฏิบัติงานด้วยความเคร่งครัด เพื่อป้องกันและลดโอกาสการเกิดอุบัติการณ์ (Incident) ในการทํางาน
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66)
-5-
5.1.9 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับต่าง ๆ และผู้เกี่ยวข้องอื่น ๆ ตามที่ กฎหมายด้านความปลอดภัยกําหนด ดังนี้
ประเภทกิจการ
กิจการตามบัญชี 2 ท้ายกฎกระทรวง การจัดให้ มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางาน
บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคลเพื่อ
ดําเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบ
กิจการ พ.ศ.2565 เช่น กิจการลําดับที่
36. การก่อสร้าง ดัดแปลง การซ่อมแซม
หรือการรื้อถอนอาคารตามกฎหมายว่าด้วย
การควบคุมอาคาร
37. อุตสาหกรรมการขนส่ง
41. การติดตั้ง การซ่อม หรือการซ่อม
ปลอดภัยฯ (คปอ.)
คณะกรรมการความ
หน่วยงาน
ความปลอดภัย
จป.บริหาร
จป.เทคนิค
จป.เทคนิคขั้นสูง
จป.วิชาชีพ
จํานวนลูกจ้าง
จป.หัวหน้างาน
2-19 คน
20-49 คน
✓
50-99 คน
100-199 คน
✓
บํารุงเครื่องจักร
48. การขายและการบํารุงรักษายานยนต์
หรือการซ่อมยานยนต์
กิจการตามบัญชี 3 ท้ายกฎกระทรวง การจัดให้
มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางาน
บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคลเพื่อ
ดําเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบ กิจการ พ.ศ.2565 เช่น กิจการลําดับที่
10. สํานักงานบริหารของสถานประกอบกิจการ
ตามบัญชี 1 และบัญชี 2
หมายเหตุ
200 คนขึ้นไป
✓
✓
20 คนขึ้นไป
ช่
- / หมายถึง กําหนดให้ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีบุคลากรและทําหน้าที่ตามที่กฎหมายกําหนด
- งานอื่น ๆ ซึ่งไม่เข้าข่ายตามประเภทกิจการตามบัญชี 2 และ 3 ท้ายกฎกระทรวง การจัดให้มีเจ้าหน้าที่ ความปลอดภัยในการทํางาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคลเพื่อดําเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการ พ.ศ.2565 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับหัวหน้างานอย่างน้อย 1 คนทําหน้าที่เป็น
ผู้ประสานงานด้านความปลอดภัย
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66)
-6-
5.1.10 ทอท. สามารถเข้าตรวจสอบพื้นที่การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างได้ตลอดเวลา เพื่อตรวจสอบสภาพแวดล้อม การทํางาน, สํารวจพื้นที่ปฏิบัติงานหรือสํารวจพฤติกรรมการทํางานของผู้ปฏิบัติงาน รวมทั้งแจ้งให้ผู้รับจ้างทราบถึง สภาพแวดล้อมในการทํางานที่ไม่ปลอดภัยเพื่อหยุดงานชั่วคราวได้ เมื่อพบว่าการปฏิบัติงานหรือสภาพแวดล้อมในการทํางาน ไม่ปลอดภัย ซึ่งผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการแก้ไขโดยด่วน เพื่อที่จะให้งานกลับมาอยู่ในสภาพที่ปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงาน
5.1.11 ผู้รับจ้างต้องดําเนินการจัดหา PPE ให้ผู้ปฏิบัติงานได้สวมใส่ มีจํานวนเพียงพอ เหมาะสมตามกฎหมายและ ตามความเสี่ยงของประเภทงานที่ได้กําหนดไว้ และ PPE ต้องได้มาตรฐานไม่ต่ํากว่าที่กฎหมายหรือมาตรฐานสากลกําหนด รวมทั้งต้องกํากับควบคุมให้ผู้ปฏิบัติงานสวมใส่ PPE ตลอดระยะเวลาทํางาน
5.1.12 ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบความปลอดภัยฯ ของพื้นที่ปฏิบัติงานที่อยู่ในความรับผิดชอบเป็นประจํา 5.1.13 ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบการทํางานของพนักงานในความรับผิดชอบของตนเป็นประจํา สม่ําเสมอ หากเกิดอุบัติเหตุจากการทํางาน ให้แจ้งรายงานการเกิดอุบัติเหตุแก่ผู้ควบคุมงานของ ทอท. และหน่วยงานด้านความ ปลอดภัยของ ทอท. (ฝปอ., สมอ. หรือ สมอ.) ทราบทันทีหลังจากเกิดเหตุ เช่น ทางโทรศัพท์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ หรือเอกสาร และร่วมกันสอบสวนอุบัติเหตุโดยด่วน เพื่อให้ทราบถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ ลักษณะการเกิดอุบัติเหตุ ความเสียหายหรือการบาดเจ็บ และวิธีป้องกันการเกิดอุบัติเหตุซ้ําด้วย
5.1.14 ห้ามพนักงานของผู้รับจ้างกระทําผิดกฎระเบียบหรือผิดกฎหมาย เช่น นําอุปกรณ์สําหรับการพนันเข้ามา ในพื้นที่ ทอท. หรือเล่นการพนัน, ลักทรัพย์, ทะเลาะวิวาท, ทําร้ายร่างกาย, ทําลายทรัพย์สินของ ทอท. ผู้มาติดต่อ ลูกค้า ผู้ใช้บริการ หรือของผู้รับจ้างรายอื่น ซึ่งเป็นการกระทําที่ผิดกฎระเบียบและผิดกฎหมายในเขตพื้นที่ของ ทอท.
5.1.15 การตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงาน (ใบรับรองผลการตรวจสุขภาพหรือใบรับรองแพทย์) ทอท. กําหนดประเภท ใบรับรองแพทย์ออกเป็น 2 ประเภท คือ ใบรับรองแพทย์ทั่วไป เป็นใบรับรองแพทย์ที่ตรวจโดยแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง ซึ่งมีอายุการรับรองไม่เกิน 1 เดือนนับจากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์ และใบรับรองแพทย์เฉพาะทาง/ใบรับรองแพทย์ ตามปัจจัยเสี่ยง เป็นใบรับรองแพทย์ที่ตรวจโดยแพทย์ที่ได้รับวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน
แขนงอาชีวเวชศาสตร์หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ ตามหลักสูตรที่กระทรวงสาธารณสุขรับรอง ซึ่งมีอายุ การรับรองไม่เกิน 1 ปีนับจากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์
สําหรับการปฏิบัติงานทั่วไป ทอท. ไม่ได้กําหนดให้มีการส่งผลการตรวจสุขภาพ ยกเว้นการปฏิบัติงาน ดังต่อไปนี้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานและให้ดําเนินการส่งผลการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานในวันแรก ที่ผู้รับจ้างเข้ามาทํางานในพื้นที่ ทอท.
(1)การทํางานบนที่สูงตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป ได้แก่ งานเช็ดกระจกอาคาร, งานทาสี, งานตัดแต่งกิ่งไม้บนที่สูง งานซ่อมบํารุงสะพานเทียบ, งานเปลี่ยนหลอดไฟหรือโคมฉาย, การปฏิบัติงานบนนั่งร้าน, การปฏิบัติงานบนรถกระเช้า, การปฏิบัติงานบนรถกระเช้าขากรรไกร (Scissors lift), งานประดาน้ําซึ่งปฏิบัติงานที่ความลึกตั้งแต่ 3 เมตร - 90 เมตร และการปฏิบัติงานอื่น ๆ ที่ ทอท. อาจมีการกําหนดเพิ่มเติมในภายหลัง ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงาน อย่างน้อยต้องเป็นการตรวจสุขภาพทั่วไปโดยแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง (ใบรับรองแพทย์ทั่วไป) ทั้งนี้ ผู้รับจ้างสามารถนําผลการ ตรวจสุขภาพจากที่ทํางานเดิมที่มีระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือนนับจากวันที่ระบุในใบรับรองผลการตรวจสุขภาพมาใช้ยืนยันผล
ๆ
การตรวจสุขภาพครั้งนี้ได้
v
(2) การทํางานกับกัมมันตภาพรังสี, การทํางานกับสารเคมีอันตรายตามบัญชีรายชื่อที่อธิบดีกระทรวง แรงงานกําหนด, การทํางานเกี่ยวกับจุลชีวันเป็นพิษที่อาจเป็นเชื้อไวรัส แบคทีเรีย รา หรือสารชีวภาพอื่น ๆ และการทํางาน
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66)
-7-
ในสภาพแวดล้อมอื่นที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพลูกจ้าง ซึ่ง ทอท. อาจมีการกําหนดเพิ่มเติมในภายหลัง ผู้รับจ้าง ต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานซึ่งตรวจโดยแพทย์ที่ได้รับวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน
แขนงอาชีวเวชศาสตร์หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ ตามหลักสูตรที่กระทรวงสาธารณสุขรับรอง (ใบรับรองแพทย์เฉพาะทาง/ใบรับรองแพทย์ตามปัจจัยเสี่ยง)
(3) เฉพาะการทํางานในที่อับอากาศ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานซึ่งตรวจโดย
แพทย์ที่ได้รับวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติสาขาเวชศาสตร์ป้องกันแขนงอาชีวเวชศาสตร์หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์
ตามหลักสูตรที่กระทรวงสาธารณสุขรับรอง (ใบรับรองแพทย์เฉพาะทาง/ใบรับรองแพทย์ตามปัจจัยเสี่ยง) และ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพโดยแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งเพิ่มเติม (ใบรับรองแพทย์ทั่วไป) เพื่อเป็นการ ตรวจเช็คร่างกายก่อนการเข้าไปทํางานในที่อับอากาศทุกครั้ง
5.1.16 ห้ามผู้รับจ้างสูบบุหรี่ในพื้นที่ซึ่ง ทอท. กําหนดให้เป็นเขตห้ามสูบบุหรี่ เช่น พื้นที่หวงห้าม พื้นที่เขตการบิน พื้นที่ที่กําหนดว่าห้ามทําให้เกิดความร้อนและประกายไฟ สถานที่เก็บเชื้อเพลิง สารเคมี สารไวไฟ ยกเว้นในบริเวณที่ ทอท.
ได้กําหนดให้เป็นเขตสูบบุหรี่
5.1.17 การเข้า-ออกพื้นที่ของผู้รับจ้างในเขตพื้นที่ ทอท. (พื้นที่ทั่วไป พื้นที่ควบคุม และพื้นที่เขตก่อสร้าง)
(1) การเข้า - ออกเพื่อปฏิบัติงานในพื้นที่ของ ทอท. ผู้รับจ้างต้องใช้ประตูและเส้นทางที่ ทอท. กําหนดให้ (2) ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัย
อย่างเคร่งครัด
(3) ต้องติดบัตรอนุญาตบุคคลของ ทอท. ไว้ที่เสื้อบริเวณจุดที่มองเห็นได้ง่ายและชัดเจนตลอดเวลา พร้อมให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตรวจสอบได้ตลอดเวลาที่เข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท.
5.1.18 การแลกบัตร/การจัดทําบัตรอนุญาตบุคคลและการผ่านเข้าออกของยานพาหนะ ให้ผู้รับจ้างร่วมกับ เจ้าหน้าที่ควบคุมงานของ ทอท.
ประสานงานกับหน่วยงานด้านการรักษาความปลอดภัยของแต่ละท่าอากาศยาน
เพื่อดําเนินการให้เป็นไปตามกฎระเบียบของแต่ละพื้นที่ต่อไป
5.1.19 หลักปฏิบัติด้านความปลอดภัยสําหรับผู้รับจ้างของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ที่เข้ามาสร้าง ติดตั้ง ต่อเติม รื้อถอนสิ่งต่าง ๆ ภายในพื้นที่ของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ให้ดําเนินการตามที่ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. กําหนด ซึ่งข้อกําหนดดังกล่าวต้อง สอดคล้องตามกฎหมายความปลอดภัยฯ ในกรณีผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ยังไม่ได้กําหนดแนวทางการปฏิบัติ ให้ผู้รับจ้างของ ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ได้ปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยฯ ที่เกี่ยวข้องควบคู่กับข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ ยกเว้น การปฏิบัติ ดังต่อไปนี้ที่ผู้รับจ้างของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อกําหนดที่ ทอท. ได้กําหนด ประกอบด้วย
(1) การขออนุญาตก่อนเริ่มงาน (work permit) ให้เป็นไปตามหลักปฏิบัติที่แต่ละพื้นที่ท่าอากาศยานเป็นผู้กําหนด (2) การเข้า-ออกพื้นที่ในเขตพื้นที่ ทอท. (พื้นที่ทั่วไป พื้นที่ควบคุม และพื้นที่เขตก่อสร้าง) ให้เป็นไปตาม หลักปฏิบัติที่แต่ละพื้นที่/ท่าอากาศยานเป็นผู้กําหนด
(3) การผ่านเข้า-ออกของยานพาหนะ ให้เป็นไปตามหลักปฏิบัติที่แต่ละพื้นที่/ท่าอากาศยานเป็นผู้กําหนด
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66)
-8-
5.2 ข้อกําหนดเฉพาะงาน
ซึ่งเป็นข้อกําหนดที่ผู้รับจ้างต่าง ๆ ต้องปฏิบัติเพิ่มเติม หากงานที่ผู้รับจ้างเข้ามาดําเนินกิจกรรมในพื้นที่ ทอท. เกี่ยวข้อง
โดยผู้รับจ้างสามารถเลือกหัวข้อเพื่อดําเนินการเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ได้แก่
กับกิจกรรมตามหัวข้อด้านล่างนี้
5.2.1 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับความร้อนและประกายไฟ
5.2.2 กรณีปฏิบัติงานในที่อับอากาศ
5.2.3 กรณีปฏิบัติงานบนสูงตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป
5.2.4 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า
5.2.5 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคน
ขึ้นทํางานบนที่สูงและเครื่องช่วยยกต่าง ๆ รวมทั้งงานซ่อมบํารุง
(เอกสารแนบ 1)
….(เอกสารแนบ 2)
(เอกสารแนบ 3)
..(เอกสารแนบ 4)
(เอกสารแนบ 5)
(เอกสารแนบ 6)
(เอกสารแนบ 7)
5.2.6 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่นและรถเฮียบ
5.2.7 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับสารเคมีและวัตถุอันตราย..
5.2.8 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานประดาน้ํา (ปฏิบัติงานที่ความลึกตั้งแต่ 3 เมตร - 90 เมตร) (เอกสารแนบ 8) 5.2.9 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีก่อไอออน และเครื่องกําเนิดรังสี
(เอกสารแนบ 9)
5.2.10 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง ให้ปฏิบัติตามข้อ 5.2.1 – 5.2.9 เฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องควบคู่ กับกฎหมายและมาตรฐานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -9- เอกสารแนบ 1
5.2.1 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับความร้อนและประกายไฟ
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหารจัดการและ
ดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ.2555 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการ อาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้ - ดําเนินการขอ “ใบอนุญาตการทํางานที่มีความร้อนและประกายไฟ (Hot work)” ก่อนเริ่มปฏิบัติงาน ซึ่งรายละเอียดการขอใบอนุญาตให้เป็นไปตามที่กําหนดในข้อ 5.1.7
- พื้นที่ที่มีก๊าซ ไอ หรือฝุ่นละอองที่ติดไฟหรือระเบิดได้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจวัด % LEL (ปริมาณ เปอร์เซ็นต์ของสารไวไฟ) และผลการตรวจวัดต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของค่าความเข้มข้นขั้นต่ําของสารเคมีแต่ละชนิด ในอากาศที่อาจติดไฟหรือระเบิดได้ (LFL : lower flammable limit และ LEL : lower explosive limit) กรณีพื้นที่ใด มีการกําหนดมาตรฐานไว้ดีกว่าข้อกําหนดในฉบับนี้ ให้ถือปฏิบัติตามข้อกําหนดที่ดีกว่า
- ก่อนใช้เครื่องเชื่อมไฟฟ้าและเครื่องเชื่อมก๊าซ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้
3.1 ต้องจัดเตรียมถังดับเพลิงที่เหมาะสมกับประเภทของไฟ และมี Fire Rating ไม่น้อยกว่า 6A-20B ในจํานวนที่เพียงพอกับความเสี่ยงที่ทําการประเมิน แต่ต้องจัดให้มีอย่างน้อย 2 ถังต่อจุดปฏิบัติงานหนึ่งจุด
3.2 จัดให้มีอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลให้ลูกจ้างสวมใส่อย่างเพียงพอและเหมาะสมตามที่ กฎหมายและการประเมินความเสี่ยงได้กําหนด
และแสงจ้า
3.3 จัดพื้นที่ปฏิบัติงานไม่ให้มีวัสดุที่ติดไฟง่ายวางอยู่ใกล้บริเวณที่มีการทํางานความร้อนและประกายไฟ 3.4 จัดให้มีฉากกั้นหรืออุปกรณ์ป้องกันอันตรายอื่น ๆ ที่เหมาะสม เพื่อป้องกันอันตรายจากประกายไฟ
ๆ - ผู้รับจ้างต้องบํารุงรักษา PPE ให้มีสภาพพร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัย และจัดให้ผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง ได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับวิธีการใช้และบํารุงรักษา PPE
- ต้องจัดให้มีแสงส่องสว่างที่เพียงพอในพื้นที่ปฏิบัติงาน
- ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลไม่ให้ลูกจ้างหรือผู้ซึ่งไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในบริเวณที่มีการทํางานด้วยเครื่องเชื่อมไฟฟ้า หรือเครื่องเชื่อมก๊าซ
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีมาตรการด้านความปลอดภัยและควบคุมดูแลผู้ปฏิบัติงานให้ปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัด
เมื่อใช้เครื่องเชื่อมไฟฟ้าหรือเครื่องเชื่อมก๊าซในบริเวณที่อาจจะก่อให้เกิดอันตรายจากการระเบิด เพลิงไหม้ หรือ ไฟลุกลามจากก๊าซ น้ํามัน หรือวัตถุไวไฟอื่น ๆ - ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานทํางานเกี่ยวกับเครื่องเชื่อมไฟฟ้า ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้
8.1 จัดให้มีการต่อสายดินกับโครงโลหะของเครื่องเชื่อมไฟฟ้าที่ต่อจากอุปกรณ์การเชื่อม ทั้งนี้ ขนาดของ สายดิน ต้องไม่ต่ํากว่ามาตรฐานของการไฟฟ้าในท้องถิ่นนั้น กรณีที่ไม่มีมาตรฐานดังกล่าว ให้ปฏิบัติตามมาตรฐานของ
สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
8.2 จัดสถานที่ปฏิบัติงานให้มีแสงสว่างและมีการระบายอากาศอย่างเหมาะสม
8.3 จัดให้มีการใช้สายดิน สายเชื่อม หัวจับสายดิน และหัวจับลวดเชื่อม ตามขนาดและมาตรฐานที่ผู้ผลิตกําหนด
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66)
-10-
8.4 จัดสายไฟฟ้าและสายดินให้ห่างจากการบดทับของยานพาหนะ น้ํา หรือที่ชื้นแฉะ หากไม่สามารถ หลีกเลี่ยงได้ ต้องจัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันความเสียหายข้างต้น - ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานทํางานเกี่ยวกับเครื่องเชื่อมก๊าซ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้
9.1 ติดตั้งและตรวจสอบอุปกรณ์ควบคุมความดันและมาตรวัดความดันที่เหมาะสมและถูกต้องกับชนิดของก๊าซ 9.2 ตรวจสอบการรั่วไหล การหลุดหลวม การสึกหรอของอุปกรณ์ หรือสภาพที่ไม่ปลอดภัยทุกครั้ง
หากพบว่าไม่ปลอดภัยต้องทําการแก้ไข
9.3 จัดทําเครื่องหมาย สี หรือสัญลักษณที่ท่อส่งก๊าซ หัวเชื่อม หรือหัวตัด ให้เป็นแบบและชนิดเดียวกัน 9.4 ต้องวางถังในแนวตั้ง ห้ามวางถังก๊าซในแนวนอนเด็ดขาด เพราะจะทําให้วาล์วควบคุมแรงดันภายในถัง ไม่ทํางาน ทําให้ก๊าซที่ออกมามีแรงดันสูงกว่าปกติ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการระเบิดหรือเกิดไฟไหม้อย่างรุนแรงได้ - ในการต่อถังบรรจุก๊าซไวไฟหลายถังเข้าด้วยกัน ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันเปลวไฟย้อนกลับ (Flashback arrestor) ติดไว้ระหว่างหัวต่อกับอุปกรณ์ควบคุมการลดกําลังดัน รายละเอียดการติดตั้งเป็นไปดังภาพ
PRECAS
1
www
ภาพการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันไฟย้อนกลับ (Flashback arrestor) 4 ชิ้นในเครื่องเชื่อมก๊าซแบบต่อพ่วง 2 ถัง อ้างอิง : กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย
และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ํา พ.ศ. 2564 (กระทรวงแรงงาน) และ มาตรฐานความปลอดภัยการเชื่อม สํานักเทคโนโลยีความปลอดภัย กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กระทรวง
อุตสาหกรรม) - ผู้รับจ้างต้องดูแลถังบรรจุก๊าซทุกชนิดให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัยตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กรณีที่ไม่มี มาตรฐานดังกล่าว ให้การปฏิบัติเป็นไปตามกฎหมายหรือกฎระเบียบด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท.
- อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) ให้ดําเนินการดังนี้
ป้องกันความร้อน
12.1 การทํางานที่มีความร้อนเกินมาตรฐานที่กําหนด ให้สวมใส่ชุดแต่งกาย รองเท้า และถุงมือสําหรับ
12.2 งานที่มีแสงตรงหรือแสงสะท้อนจากแหล่งกําเนิดหรือดวงอาทิตย์ที่มีแสงจ้าเข้านัยน์ตาโดยตรง ให้สวมใส่แว่นลดแสงหรือกระบังหน้าลดแสง
12.3 งานที่ทําในสถานที่มืด ทึบ และคับแคบ ให้สวมใส่หมวกนิรภัยที่มีอุปกรณ์ส่องแสงสว่าง 12.4 งานที่มีระดับเสียงเกินมาตรฐานที่กําหนด ให้สวมใส่ปลั๊กลดเสียงหรือที่ครอบหูลดเสียง
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -11-
5.2.2 กรณีปฏิบัติงานในที่อับอากาศ
เอกสารแนบ 2
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหารจัดการ และ ดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับที่อับอากาศ พ.ศ. 2562 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้ - ผู้รับจ้างหรือผู้ใดจะเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่อับอากาศ จะต้องผ่านการอบรมหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย ในการทํางานในที่อับอากาศ เช่น หลักสูตรผู้ปฏิบัติงานในที่อับอากาศ, หลักสูตรผู้ช่วยเหลือในการทํางานในที่อับอากาศ จากสถาบันที่ได้รับการรับรองจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ซึ่งพื้นที่อับอากาศ มีความหมายดังนี้
พื้นที่อับอากาศของ ทอท. หมายถึง ที่ซึ่งมีทางเข้าออกจํากัดและไม่ได้ออกแบบไว้สําหรับเป็นสถานที่ทํางาน อย่างต่อเนื่องเป็นประจํา และมีสภาพอันตรายหรือมีบรรยากาศอันตราย เช่น อุโมงค์ ถ้ํา บ่อ หลุม ห้องใต้ดิน ห้องนิรภัย ถังน้ํามัน ถังหมัก ถัง ไซโล ท่อ เตา ภาชนะ หรือสิ่งอื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน
ดังต่อไปนี้
สภาพอันตราย หมายถึง สภาพหรือสภาวะที่อาจทําให้ลูกจ้างได้รับอันตรายจากการทํางานอย่างใดอย่างหนึ่ง
(1) มีวัตถุหรือวัสดุที่อาจก่อให้เกิดการจมลงของลูกจ้างหรือถมทับลูกจ้างที่เข้าไปทํางาน (2) สภาพที่อาจทําให้ลูกจ้างตก ถูกกัก หรือติดอยู่ภายใน
(3) มีสภาวะที่ลูกจ้างมีความเสี่ยงที่จะได้รับอันตรายจากบรรยากาศอันตราย
(4) สภาพอื่นใดที่อาจเป็นอันตรายต่อร่างกายหรือชีวิตตามที่อธิบดีประกาศกําหนด บรรยากาศอันตราย หมายถึง สภาพอากาศที่อาจทําให้ลูกจ้างได้รับอันตรายจากสภาวะอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้
(1) มีออกซิเจนต่ํากว่าร้อยละ 19.5 หรือมากกว่าร้อยละ 23.5 โดยปริมาตร
(2) มีก๊าซ ไอ หรือละอองที่ติดไฟหรือระเบิดได้ เกินร้อยละ 10 ของค่าความเข้มข้นขั้นต่ําของสารเคมี แต่ละชนิดในอากาศที่อาจติดไฟหรือระเบิดได้ (Lower flammable limit หรือ lower explosive limit) กรณีพื้นที่ใดมี การกําหนดมาตรฐานไว้ดีกว่าข้อกําหนดในฉบับนี้ ให้ถือปฏิบัติตามข้อกําหนดที่ดีกว่า
(3) มีฝุ่นที่ติดไฟหรือระเบิดได้ ซึ่งมีค่าความเข้มข้นเท่ากับหรือมากกว่าค่าความเข้มข้นขั้นต่ําสุดของฝุ่น
ที่ติดไฟหรือระเบิดได้แต่ละชนิด (minimum explosible concentration)
(4) มีค่าความเข้มข้นของสารเคมีแต่ละชนิดเกินมาตรฐานที่กําหนดตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐาน ในการบริหารจัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับสารเคมี
พ.ศ.2556
(5) สภาวะอื่นใดที่อาจเป็นอันตรายต่อร่างกายหรือชีวิตตามที่อธิบดีประกาศกําหนด - ผู้ใดจะเข้าปฏิบัติงานในที่อับอากาศ ต้องจัดให้มีใบรับรองแพทย์จํานวน 2 ใบ ดังนี้
2.1 ใบรับรองแพทย์ทั่วไป ตรวจโดยแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง ซึ่งมีอายุใบรับรองต้องไม่เกิน 1 เดือนนับ จากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์ และ
2.2 ใบรับรองแพทย์เฉพาะทาง/ใบรับรองแพทย์ตามปัจจัยเสี่ยง ตรวจโดยแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ ซึ่งอายุ การรับรองของใบรับรองแพทย์ต้องไม่เกิน 1 ปี นับจากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66)
-12- - ก่อนเข้าไปปฏิบัติงานในที่อับอากาศ ต้องจัดให้มีการขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร และต้องได้รับอนุญาต จากผู้มีอํานาจในการอนุญาต ซึ่งรายละเอียดการขอใบอนุญาตให้เป็นไปตามที่กําหนดในข้อ 5.1.7
- ผู้อนุญาต ผู้ควบคุมงานหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเกี่ยวกับการทํางานในที่อับอากาศต้องจัดให้มีการตรวจสอบ
พื้นที่และตรวจวัดสภาพอากาศเกี่ยวกับการทํางานในที่อับอากาศตามรายละเอียดในใบอนุญาต - ผู้รับจ้างจะสามารถปฏิบัติงานได้ก็ต่อเมื่อได้มีการตรวจสอบสภาพหน้างานแล้วเท่านั้น โดยผู้รับจ้างต้อง ดําเนินการจัดเตรียมสภาพแวดล้อมในการทํางานให้ปลอดภัยหรือมีความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ซึ่งต้องไม่พบสภาพแวดล้อม การทํางานตามความหมายในข้อ 1 ในพื้นที่ปฏิบัติงานนั้น
กรณีพบสภาพแวดล้อมการทํางานข้อใดข้อหนึ่งหรือหลายข้อตามความหมายของพื้นที่อับอากาศที่ระบุไว้ในข้อ 1
ให้ผู้รับจ้างดําเนินการดังต่อไปนี้
- ห้ามบุคคลใดเข้าไปในที่อับอากาศ
- กรณีมีผู้ปฏิบัติงานอยู่ระหว่างการทํางานในที่อับอากาศ ให้ผู้รับจ้างนําลูกจ้างออกจากบริเวณดังกล่าว - ประเมินและค้นหาสาเหตุของการเกิดสภาพอันตรายหรือบรรยากาศอันตราย
- ดําเนินการเพื่อทําให้สภาพอากาศในที่อับอากาศนั้นไม่มีบรรยากาศอันตราย เช่น การระบายอากาศ
หรือการปฏิบัติตามมาตรการอื่นเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการทํางานแก่ลูกจ้าง
กรณีจําเป็นต้องลงไปปฏิบัติงานในที่อับอากาศโดยมีสภาพแวดล้อมเป็นไปตามความหมายที่ระบุไว้ใน
ข้อ 1 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่มีจํานวนเพียงพอ เหมาะสม และเป็น อุปกรณ์ที่เป็นไปตามกฎหมายหรือมาตรฐานการปฏิบัติงานในที่อับอากาศได้กําหนดไว้
6. การปฏิบัติงานในที่อับอากาศแต่ละงาน ต้องจัดให้มีการชี้บ่งอันตรายหรือการประเมินความเสี่ยงเกี่ยวกับการ ทํางานในที่อับอากาศ ซึ่งอาจใช้ JSA หรือวิธีการอื่น ๆ มาใช้ในการชี้บ่งอันตรายหรือการประเมินความเสี่ยงได้ และ ต้องนําผลการประเมินดังกล่าวมาสื่อสารและปฏิบัติด้วย ซึ่งมาตรฐานการปฏิบัติต้องไม่ต่ํากว่าที่กฎหมายกําหนด
ๆ
7. ระยะเวลาในการปฏิบัติงานในที่อับอากาศให้เป็นไปตามวิธีปฏิบัติงานของแต่ละพื้นที่ของ ทอท. เป็นผู้กําหนด 8. ทีมผู้ช่วยเหลือของผู้รับจ้างเกี่ยวกับการทํางานในที่อับอากาศจะต้องสามารถสื่อสารกับผู้ปฏิบัติงานภายในได้ ตลอดเวลา หากพื้นที่ปฏิบัติงานนั้นไม่สามารถสื่อสารได้โดยตรง ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีวิทยุหรือเครื่องมือสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ และเหมาะสมตลอดเวลาที่มีการปฏิบัติงานในที่อับอากาศ
9. อุปกรณ์ช่วยเหลือหรืออุปกรณ์ช่วยชีวิตทุกชนิดต้องมีสภาพพร้อมใช้งาน
อุปกรณ์ดังกล่าวต้องผ่านการตรวจสอบสภาพก่อนทุกครั้ง
ซึ่งก่อนนํามาใช้งานแต่ละครั้ง
10. ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมอุปกรณ์สําหรับระบายอากาศให้เพียงพอสําหรับกิจการที่ผู้รับจ้างดําเนินการภายใน ที่อับอากาศ
11. ผู้รับจ้างต้องมีใบรายชื่อของผู้ที่จะเข้าทํางานในที่อับอากาศที่ผ่านการอบรมอย่างถูกต้องแสดงไว้ที่ทางเข้า
ที่อับอากาศพร้อมกับแขวนบัตรประจําตัวที่ทางเข้าที่อับอากาศให้สามารถตรวจสอบได้
12. ห้ามบุคคลใดที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้าไปในพื้นที่อับอากาศ
13. ผู้รับจ้างต้องเตรียมไฟแสงสว่างที่ใช้ในที่อับอากาศที่มีแรงดันไฟฟ้าไม่เกิน 24 โวลต์ (AC/DC) 14. เครื่องมือหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่นําเข้าไปใช้งานในพื้นที่อับอากาศต้องเป็นชนิดป้องกันการระเบิด
(Explosion Proof)
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66)
5.2.3 กรณีปฏิบัติงานบนที่สูงตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป
-13- เอกสารแนบ 3
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ ดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน ในสถานที่ที่มีอันตรายจากการตกจากที่สูงและ ที่ลาดชัน จากวัสดุกระเด็น ตกหล่น และพังทลาย และจากการตกลงไปในภาชนะเก็บหรือรองรับวัสดุ พ.ศ.2564 ประกอบกับกฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับนั่งร้านและค้ํายัน พ.ศ.2564 และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้าง ที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ดําเนินการดังนี้
- การทํางานบนที่สูง ต้องจัดให้มีการขอใบอนุญาตการทํางานบนที่สูงก่อนเริ่มปฏิบัติงาน ซึ่งรายละเอียด การขอใบอนุญาตให้เป็นไปตามที่กําหนดในข้อ 5.1.7
- การตรวจสุขภาพของการปฏิบัติงานบนที่สูง กรณีเป็นการปฏิบัติงานบนที่สูงที่ความสูงน้อยกว่า 4 เมตร ทอท. ไม่ได้กําหนดให้มีการตรวจสุขภาพ เว้นแต่สัญญาจ้างใดจะกําหนดเพิ่มเติมว่าต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพในงานนั้น ๆ ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติเพิ่มเติมเป็นกรณีไป กรณีที่ผู้รับจ้างจะปฏิบัติงานบนที่สูงตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป ได้แก่ งานเช็ด กระจกอาคาร, งานทาสี, งานตัดแต่งกิ่งไม้, งานซ่อมบํารุงสะพานเทียบ, งานเปลี่ยนหลอดไฟหรือโคมฉาย, การปฏิบัติงาน บนนั่งร้าน, การปฏิบัติงานบนรถกระเช้า, การปฏิบัติงานบนรถกระเช้าขากรรไกร (Scissors lift) และการปฏิบัติงานบนที่สูงอื่น ๆ ซึ่ง ทอท. อาจมีการกําหนดเพิ่มเติมในภายหลัง ต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานและมีใบรับรองการตรวจสุขภาพ (ใบรับรองแพทย์) อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
2.1 มีใบรับรองแพทย์ทั่วไปโดยแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง ซึ่งอายุการรับรองของใบรับรองแพทย์ประเภทนี้ มีอายุไม่เกิน 1 เดือน นับจากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์ หรือ
ๆ
2.2 มีใบรับรองแพทย์เฉพาะทาง/ใบรับรองแพทย์ตามปัจจัยเสี่ยง ที่เกี่ยวข้องกับการทํางานบนที่สูง ตรวจ โดยแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ ซึ่งอายุการรับรองของใบรับรองแพทย์ประเภทนี้มีอายุไม่เกิน 1 ปี นับจากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์ คําอธิบายเพิ่มเติม : ใบรับรองแพทย์สําหรับการทํางานบนที่สูงใช้เฉพาะครั้งแรกของการเริ่มงานหรือเริ่มโครงการเท่านั้น ในรอบ 1 ปี เช่น บริษัท A เป็นผู้รับจ้างงานเช็ดกระจกของสํานักงานใหญ่ ทอท. มีสัญญาจ้าง 1 ปี เริ่มปฏิบัติงานครั้งแรก วันที่ 1 มกราคม และจะสิ้นสุดเดือนธันวาคม โดยการทํางานจะเข้ามาทํางานทุก ๆ 3 เดือนต่อครั้ง หรือ 1 ปีจะเข้ามา ทํางานเช็ดกระจกเพียง 4 ครั้ง ซึ่งก่อนเริ่มงานครั้งแรกในเดือนมกราคมตามสัญญาจ้าง ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจ สุขภาพเพื่อการทํางานบนที่สูงหรือหากมีใบรับรองแพทย์อยู่แล้วและเป็นใบรับรองแพทย์ตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 อย่างใด อย่างหนึ่ง ก็สามารถนํามาแนบกับใบอนุญาตก่อนเริ่มปฏิบัติงานได้ แต่ใบรับรองแพทย์นั้นต้องไม่หมดอายุตามที่ได้กําหนดไว้ ในข้อ 2.1 และ 2.2 กรณีผู้รับจ้างจะเข้ามาปฏิบัติงานในครั้งถัดไป คือครั้งที่ 2, 3 และ 4 ผู้รับจ้างไม่ต้องแนบใบรับรองแพทย์มาก ได้ ยกเว้นทางแต่ละพื้นที่หรือแต่ละท่าอากาศยานจะกําหนดให้มีการตรวจสุขภาพเพิ่มเติมหรือให้แนบใบรับรองแพทย์ เพิ่มเติมนอกเหนือจากที่ได้กําหนดไว้ในข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ (ที่มาของคําอธิบายเพิ่มเติมโดยส่วนบริการทางการแพทย์
ฝ่ายการแพทย์ ทอท.) - การทํางานบนที่สูงจากพื้นดินหรือพื้นอาคารตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีนั่งร้าน บันได ขาหยั่ง ม้ายืนหรืออุปกรณ์ความปลอดภัยอื่น ๆ ตามความเหมาะสม เช่น กระเช้า รถกระเช้า ที่มีความปลอดภัยตามสภาพของงาน
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -14-
ให้กับผู้ปฏิบัติงานในการทํางานนั้น ๆ หรือจัดให้มีเชือกช่วยชีวิตและเข็มขัดนิรภัยพร้อมอุปกรณ์หรือเครื่องป้องกันอื่นใด ที่มีลักษณะเดียวกัน ให้ผู้ปฏิบัติงานใช้ในการทํางานเพื่อให้เกิดความปลอดภัย - ในกรณีผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานทํางานในสถานที่ที่ผู้ปฏิบัติงานอาจได้รับอันตรายจากการพลัดตกหรือถูก วัสดุพังทับ เช่น การทํางานบนหรือในเสา ตอมอ เสาไฟฟ้า ปล่อง หรือคานที่มีความสูง ตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป หรือทํางาน บนหรือในถัง บอ กรวยสําหรับเทวัสดุหรือสิ่งอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกัน ผู้รับจ้างต้องจัดทําราวกั้นหรือรั้วกันตก ตาข่าย สิ่งปิดกั้น หรืออุปกรณ์ป้องกันอื่นใด ที่มีลักษณะเดียวกัน เพื่อป้องกันการพลัดตกของผู้ปฏิบัติงานหรือสิ่งของ และจัดให้มี การใช้สายหรือเชือกช่วยชีวิตและเข็มขัดนิรภัยแบบเต็มตัวพร้อมตะขอเกี่ยวแบบ 2 เส้น (Full Body Harness ชนิด 2 lanyards) พร้อมอุปกรณ์ หรือเครื่องป้องกันอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกันให้ผู้ปฏิบัติงานได้ใช้ในการทํางาน 5. กรณีด้านล่างเป็นทางสัญจรต้องจัดทําตาข่ายนิรภัยป้องกันวัสดุเครื่องมือต่างๆ ที่อาจตกหล่นไปโดน ผู้ปฏิบัติงานที่ทํางานหรือผู้สัญจรด้านล่าง
- ต้องจัดทําป้ายเตือนที่เห็นชัดเจนและบริเขตพื้นที่เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องในงานเข้าไปในพื้นที่ที่มี ความเสี่ยงต่อการถูกวัสดุสิ่งของหล่นทับ
- ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานทํางานในชั้นของอาคารหรือสิ่งก่อสร้างที่เปิดโลงและอาจพลัดตกลงมาได้ ผู้รับจ้างต้องจัดทําราวกั้นหรือรั้วกันตกตามมาตรฐานของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
หรืออุปกรณ์ป้องกันอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกัน - ขณะที่มีฝนตก ลมแรง หรือพายุฝนฟ้าคะนอง ควรพิจารณาการหยุดปฏิบัติงานไว้ชั่วคราว เพื่อความปลอดภัย
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66)
5.2.4 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า
-15- เอกสารแนบ 4
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ ดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. 2558 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้
ๆ - ก่อนการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการติดตั้ง ตรวจสอบ ทดสอบ หรือซ่อมบํารุงระบบไฟฟ้า ต้องจัดให้มีการขอใบอนุญาต การทํางานที่เกี่ยวข้องกับงานไฟฟ้าหรือขออนุญาตเกี่ยวกับงานที่ต้องมีการตัดแยกแหล่งพลังงาน (Lock out - Tag Out)
ซึ่งรายละเอียดการขอใบอนุญาตให้เป็นไปตามที่กําหนดในข้อ 5.1.7 - ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าต้องสําเร็จการศึกษาทางด้านไฟฟ้าโดยตรงหรือผ่านการฝึกอบรมในหลักสูตร การทํางานเกี่ยวกับไฟฟ้าจนมีความรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะที่จําเป็นในการทํางานอย่างปลอดภัยเกี่ยวกับไฟฟ้า ตามที่กฎหมายกําหนด
- ห้ามผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าเข้าใกล้หรือนําสิ่งที่เป็นตัวนําไฟฟ้าที่ไม่มีที่หุ้มด้วยฉนวนไฟฟ้าที่เหมาะสมกับ
แรงดันไฟฟ้าเข้าใกล้สิ่งที่มีกระแสไฟฟ้าในระยะที่น้อยกว่าระยะห่างตามมาตรฐานของ วสท. กําหนด หากยังไม่มี มาตรฐานดังกล่าว ให้ใช้มาตรฐานตามที่การไฟฟ้าประจําท้องถิ่นกําหนด เว้นแต่ผู้ปฏิบัติงานได้ดําเนินการสวมใส่อุปกรณ์ คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่เป็นฉนวนที่เหมาะสมกับแรงดันไฟฟ้า หรือนําฉนวนไฟฟ้าที่สามารถป้องกัน
แรงดันไฟฟ้านั้นมาหุ้มสิ่งที่มีกระแสไฟฟ้า - ห้ามผู้รับจ้างหรือบุคคลใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานไฟฟ้าเข้าใกล้สิ่งที่มีกระแสไฟฟ้าในระยะที่น้อยกว่าระยะห่างตาม มาตรฐานของ วสท. กําหนด หากยังไม่มีมาตรฐานดังกล่าวให้ใช้มาตรฐานตามที่การไฟฟ้าประจําท้องถิ่นกําหนด
- ห้ามผู้รับจ้างงานเกี่ยวกับไฟฟ้าสวมใส่เครื่องนุ่งห่มที่เปียกหรือเป็นสื่อไฟฟ้าปฏิบัติงานเกี่ยวกับสิ่งที่มี กระแสไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าเกินกว่า 50 โวลต์โดยไม่มีฉนวนไฟฟ้าปิดกั้น เว้นแต่ผู้ปฏิบัติงานได้สวมใส่อุปกรณ์คุ้มครอง ความปลอดภัยส่วนบุคคลหรือใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายที่เหมาะสมกับแรงดันไฟฟ้าที่กําลังปฏิบัติงานอยู่
- ในกรณีผู้รับจ้างทํางานโดยใช้อุปกรณ์ในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าหรืออยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับสิ่งที่มี กระแสไฟฟ้า ผู้ปฏิบัติงานต้องจัดหาอุปกรณ์ที่เป็นฉนวนไฟฟ้าหรือหุ้มด้วยฉนวนไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ป้องกันอันตราย
ที่เหมาะสมกับแรงดันไฟฟ้าสําหรับปฏิบัติงานในครั้งนั้นด้วย - ผู้รับจ้างต้องดูแลบริภัณฑ์ไฟฟ้าและสายไฟฟ้าในพื้นที่ปฏิบัติงานให้ใช้งานได้โดยปลอดภัย หากมีการชํารุด หรือมีกระแสไฟฟ้ารั่ว หรืออาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ ผู้รับจ้างต้องแจ้งผู้เกี่ยวข้องกับงานซ่อมไฟฟ้าเพื่อดําเนินการ แก้ไขให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัยทันทีที่พบปัญหานั้น
- ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าต้องทราบวิธีการทํางานที่ปลอดภัย, วิธีปฏิบัติตัวเมื่อได้รับอันตราย จากไฟฟ้า, การปฐมพยาบาลและการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานโดยการผายปอดด้วยวิธีเป่าอากาศเข้าทางปากหรือจมูกของ ผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้า และวิธีการนวดหัวใจจากภายนอก
- กรณีผู้ปฏิบัติงานจะต่อพ่วงหรือติดตั้งบริภัณฑ์ไฟฟ้าใหม่หรือติดตั้งเพิ่มเติม ผู้ปฏิบัติงานต้องปฏิบัติตาม
มาตรฐานของ วสท. - ผู้รับจ้างต้องดําเนินการตรวจสอบความปลอดภัยเป็นประจําเมื่อมีการปฏิบัติงาน
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
laug
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -16- - อุปกรณ์ไฟฟ้าจะต้องมีการติดตั้งสายดิน (Equipment Ground Conductor) ที่ถูกต้องเพื่อป้องกันไม่ให้ เกิดไฟฟ้าดูดในขณะที่สัมผัสตัวอุปกรณ์
- ต้องจัดให้มีการปิดล้อมหรือการบริเขตพื้นที่ทํางาน เพื่อป้องกันบุคคลอื่นเข้าไปในพื้นที่ปฏิบัติงาน ซึ่งอาจ เกิดอันตรายได้ และควรพิจารณาติดตั้งแสงสว่างเพื่อให้มองเห็นในเวลากลางคืน
- ต้องมีการจัดเก็บอุปกรณ์หรือเครื่องมือ และรักษาความสะอาดของพื้นที่ปฏิบัติงานให้เรียบร้อยตลอดเวลา 14. ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานได้สวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่เหมาะสมกับลักษณะงาน เช่น ถุงมือหนัง ถุงมือยาง แขนเสื้อยาง หมวกนิรภัย รองเท้าพื้นยางหุ้มข้อชนิดมีส้นหรือรองเท้าพื้นยางหุ้มส้น โดยสวมใส่ ตลอดเวลาที่ปฏิบัติงานและจัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าที่เหมาะสมกับลักษณะงาน เช่น แผ่นฉนวนไฟฟ้า ฉนวนหุ้มสาย ฉนวนครอบลูกถ้วย กรงฟาราเดย์ (Faraday Cage) ชุดตัวนําไฟฟ้า (Conductive suit)
ในกรณีที่ผู้ปฏิบัติงานต้องปฏิบัติงานงานในที่สูงกว่าพื้นตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการใช้สายหรือ เชือกช่วยชีวิตและเข็มขัดนิรภัยแบบเต็มตัวพร้อมตะขอเกี่ยวแบบ 2 เส้น (Full Body Harness ชนิด 2 (anyards) พร้อมอุปกรณ์หรืออุปกรณ์ป้องกันการตกจากที่สูงอื่น ๆ ที่มีประสิทธิภาพ และหมวกนิรภัยที่เหมาะสมตามมาตรฐานที่ กําหนดสําหรับให้ผู้ปฏิบัติงานได้สวมใส่ตลอดเวลาที่มีการปฏิบัติงาน เว้นแต่อุปกรณ์ดังกล่าวจะทําให้ลูกจ้างเสี่ยงต่อ
อันตรายมากขึ้น ให้ผู้รับจ้างจัดให้มีอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยอย่างอื่นที่สามารถใช้คุ้มครองความปลอดภัยได้อย่างมี ประสิทธิภาพแทน โดยอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลและอุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าต้องเป็นไปตาม
มาตรฐานที่กําหนดไว้และต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
15.1 อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลและอุปกรณ์ที่ใช้ป้องกันกระแสไฟฟ้าต้องเหมาะสมกับ
แรงดันไฟฟ้าสูงสุดในบริเวณที่ปฏิบัติงานหรือบริเวณใกล้เคียงที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้
15.2 ถุงมือยางป้องกันไฟฟ้า ต้องมีลักษณะสวมกับนิ้วมือได้ทุกนิ้ว
15.3 ถุงมือหนังที่ใช้สวมทับถุงมือยาง ต้องมีความยาวหุ้มถึงข้อมือและมีความคงทนต่อการฉีกขาดได้ดี การใช้ถุงมือยางต้องใช้ร่วมกับถุงมือหนังทุกครั้งที่ปฏิบัติงาน
น
15.4 การปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าที่อยู่ใกล้น้ําหรือเหนือน้ําซึ่งอาจทําให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดอันตรายจาก
การจมน้ําได้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานสวมใส่ชูชีพกันจมน้ํา เว้นแต่การสวมใส่ชูชีพอาจทําให้ผู้ปฏิบัติงานได้รับ อันตรายมากกว่าเดิม ให้ผู้รับจ้างใช้วิธีการอื่นที่สามารถคุ้มครองความปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพแทน
15.5 ผู้รับจ้างต้องบํารุงรักษาและจัดเก็บอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลและอุปกรณ์ป้องกัน อันตรายจากไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้อย่างปลอดภัย
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
Lug
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66)
-17-
เอกสารแนบ 5
5.2.5 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง และเครื่องช่วยยกต่าง ๆ รวมทั้งงานซ่อมบํารุง
ดําเนินการด้านความปลอดภัย
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ
อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั่นจั่น หม้อน้ํา พ.ศ.2564 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและ ความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้
ส่วนที่ 1 เครื่องจักร - ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ต้องสวมใส่เครื่องนุ่งห่มให้เรียบร้อย รัดกุม ไม่สวมเครื่องประดับที่ อาจเกี่ยวโยงกับสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้ กรณีที่ผู้ปฏิบัติงานมีผมยาว ให้รวบผมที่ปล่อยยาวเกินสมควรหรือทําสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้อยู่ ในลักษณะที่ปลอดภัย
- ในบริเวณที่มีการติดตั้ง การซ่อมแซม หรือการตรวจสอบเครื่องจักรหรือเครื่องป้องกันอันตรายของเครื่องจักร ต้องมีการติดป้ายแสดงการดําเนินงานดังกล่าวโดยใช้เครื่องหมายหรือข้อความที่เข้าใจง่าย ชัดเจน รวมทั้งจัดให้มีระบบ วิธีการ หรืออุปกรณ์ป้องกันไม่ให้เครื่องจักรนั้นทํางาน (Lock Out - Tag Out) และให้แขวนป้าย หรือแสดงเครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ห้ามเปิดสวิตซ์ของเครื่องจักรด้วย
- ในการประกอบ ติดตั้ง ทดสอบ ใช้ ซ่อมแซม บํารุงรักษา ตรวจสอบ รื้อถอน หรือการเคลื่อนย้ายเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามรายละเอียดและคู่มือการใช้งาน ที่ผู้ผลิตกําหนด หากไม่มีรายละเอียดหรือคู่มือดังกล่าว ผู้รับจ้างต้องให้วิศวกรเป็นผู้จัดทํารายละเอียดหรือคู่มือเป็นหนังสือ และให้มีสําเนาไว้ ณ พื้นที่ปฏิบัติงานเพื่อให้ ทอท. สามารถดําเนินการตรวจสอบได้
รายละเอียดหรือคู่มือดังกล่าวต้องจัดทําเป็นภาษาไทยหรือภาษาอื่น ๆ ที่ลูกจ้างสามารถศึกษาและปฏิบัติ
เพื่อความปลอดภัยในการทํางานได้ - การเคลื่อนย้ายเครื่องจักรที่มีน้ําหนักตั้งแต่ 1 ตันขึ้นไปที่อาจก่อให้เกิดอันตราย ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีแผนป้องกัน อันตรายจากการเคลื่อนย้ายดังกล่าวและให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
- ผู้รับจ้างต้องดูแลเครื่องจักรให้พร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัย และต้องจัดให้มีการตรวจสอบเครื่องจักรประจําปี ตามประเภทและชนิดเครื่องจักรที่กําหนดไว้ในกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้าน ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั่นจั่น หม้อน้ํา พ.ศ.2564 หมวดที่ 1 เครื่องจักร ส่วนที่ 1 บททั่วไป ข้อ 9
- ผู้รับจ้างต้องไม่ใช้หรือยอมให้ลูกจ้างใช้เครื่องจักรทํางานเกินพิกัด หรือขีดความสามารถที่กําหนดไว้ใน
รายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งานที่ผู้ผลิตกําหนด - เครื่องมือเครื่องจักรขนาดเล็กที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีข้อความเกี่ยวกับวิธีการทํางานกับ
เครื่องมือเครื่องจักรนั้นติดไว้ในบริเวณที่ลูกจ้างทํางาน - ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการประเมินอันตรายของเครื่องจักรที่อาจก่อให้เกิดอันตรายจากการใช้งานถึงขั้นสูญเสียอวัยวะ โดยอย่างน้อยต้องประกอบไปด้วย การชี้บ่งอันตราย การประเมินความเสี่ยง และแผนบริหารจัดการความเสี่ยง
- การทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ผู้รับจ้างต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับขั้นตอนและวิธีการทํางาน ที่ปลอดภัย จนมีความรู้ความชํานาญ และประสบการณ์ ตลอดจนสามารถปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัย
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -18- - เครื่องจักรที่มีการใช้พลังงานไฟฟ้าต้องมีระบบหรือวิธีการป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่วเข้าตัวผู้ปฏิบัติงานและต้องมี การติดตั้งสายดิน
- ต้องจัดทํารั้ว คอกกั้น หรือเส้นแสดงเขตอันตราย ณ ที่ตั้งของเครื่องจักรหรือเขตที่เครื่องจักรทํางานที่อาจ เป็นอันตรายให้ชัดเจนทุกแห่ง
- ผู้รับจ้างต้องไม่ติดตั้งเครื่องจักรที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือคอมพิวเตอร์ในบริเวณพื้นที่ที่มี กระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนําจนอาจมีผลทําให้การทํางานของเครื่องจักรผิดปกติและก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงานได้
- ผู้รับจ้างต้องควบคุมไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่ปฏิบัติ ที่ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายได้
ส่วนที่ 2 รถยก - ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้พนักงานทํางานเกี่ยวกับรถยก ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้
1.1 จัดให้มีโครงหลังคาที่มั่นคงแข็งแรง สามารถป้องกันอันตรายจากวัสดุตกหล่นได้
1.2 จัดทําป้ายบอกพิกัดน้ําหนักยกให้ตรงกับความสามารถในการยกสิ่งของได้โดยปลอดภัยติดไว้ที่รถยก เพื่อให้ลูกจ้างเห็นได้ชัดเจน
1.3 ตรวจสอบรถยกให้มีสภาพใช้งานได้อย่างปลอดภัยก่อนการใช้งานทุกครั้งและเก็บผลการตรวจสอบไว้ให้
พนักงานตรวจแรงงานหรือ ทอท. ตรวจสอบได้
1.4 จัดให้มีสัญญาณเสียงหรือแสงไฟเตือนภัยในขณะทํางาน
1.5 จัดให้มีอุปกรณ์ช่วยการมองเห็นตามสภาพในที่ทํางาน เช่น กระจกมองข้าง
1.6 ให้ผู้ทําหน้าที่ขับรถยกชนิดนั่งขับสวมใส่เข็มขัดนิรภัยในขณะทํางานบนรถตลอดเวลา - ห้ามผู้รับจ้างทําการดัดแปลงหรือกระทําการใด ๆ ที่มีผลทําให้ความปลอดภัยในการทํางานของรถยกลดลง
- ผู้รับจ้างต้องกําหนดเส้นทางเดินรถยกในอาคารหรือบริเวณที่มีการใช้รถยกเป็นประจํา
- ผู้รับจ้างต้องติดตั้งกระจกนูนหรือวัสดุอื่นที่มีคุณสมบัติคลายกันไว้ที่บริเวณทางแยกหรือทางโค้งที่มอง ไม่เห็นเส้นทางขางหนา
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้พื้นเส้นทางเดินรถยกมีความมั่นคงแข็งแรงและสามารถรองรับน้ําหนักรถรวมทั้งน้ําหนัก บรรทุกของรถยกได้อย่างปลอดภัย
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้พนักงานขับรถยกได้ผ่านการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทํางานเกี่ยวกับการใช้รถยก
แต่ละประเภท - ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลการนํารถยกไปใช้ปฏิบัติงานใกล้สายไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้า
โดยต้องมีระยะห่างเพื่อความปลอดภัยเป็นไปตามที่กฎหมายกําหนด หรืออย่างน้อยควรห่างไม่น้อยกว่า 6 เมตร - ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลไม่ให้บุคคลอื่นนอกจากผู้ขับรถยกโดยสารหรือขึ้นไปบนส่วนหนึ่งส่วนใดของรถยก 9. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีคู่มือการใช้ การตรวจสอบ และการบํารุงรักษารถยกให้ผู้ปฏิบัติงานได้ศึกษาและปฏิบัติตาม เพื่อความปลอดภัยในการทํางาน
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
tat
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66)
ส่วนที่ 3 ลิฟต์
-19- - กรณีงานของผู้รับจ้างมีการนําลิฟต์มาใช้เพื่อโดยสารในพื้นที่ปฏิบัติงาน (งานก่อสร้าง) ให้ปฏิบัติดังนี้
1.1 ติดตั้งลิฟต์ไว้ในที่มั่นคงแข็งแรงและปลอดภัย
1.2 จัดให้มีการตรวจสอบความพร้อมของลิฟต์ทุกวัน หากส่วนใดชํารุดเสียหายต้องซ่อมแซมให้เรียบร้อย ก่อนใช้งาน และต้องมีสําเนาเอกสารการตรวจสอบไว้ให้ ทอท. สามารถตรวจสอบได้
1.3 จัดให้มีมาตรการป้องกันอันตราย และติดป้ายห้ามใช้ลิฟต์ให้ผู้เกี่ยวข้องเห็นได้ชัดเจนในระหว่างที่ทดสอบ ตรวจสอบ ซ่อมแซม หรือบํารุงรักษาลิฟต์
1.4 จัดให้มีระบบสัญญาณเตือน และมีอุปกรณ์ตัดระบบการทํางานของลิฟต์ เมื่อมีการใช้ลิฟต์บรรทุก น้ําหนักเกินพิกัดที่ผู้ผลิตกําหนด
1.5 จัดให้มีมาตรการป้องกันไม่ให้ลิฟต์เคลื่อนที่ ในกรณีที่ประตูลิฟต์ยังไม่ปิด
1.6 จัดทําคําแนะนําและวิธีการใช้ลิฟต์ และการขอความช่วยเหลือติดไว้ในห้องลิฟต์
1.7 จัดให้มีระบบติดต่อกับภายนอกห้องลิฟต์และสัญญาณแจ้งเหตุขัดข้อง
1.8 จัดทําคําแนะนําและวิธีการให้ความช่วยเหลือติดไว้ในห้องเครื่องต้นกําลัง และห้องผู้ดูแลลิฟต์ 1.9 จัดทําข้อห้ามการใช้ลิฟต์ ติดไว้ที่ข้างประตูลิฟต์ด้านนอกทุกชั้น
1.10 จัดทําป้ายบอกพิกัดน้ําหนักและจํานวนคนโดยสารได้อย่างปลอดภัยติดตั้งไว้ในห้องลิฟต์
1.11 จัดให้มีระบบไฟส่องสว่างและระบบระบายอากาศที่เพียงพอภายในห้องลิฟต์ ทั้งในขณะใช้งานปกติ และกรณีฉุกเฉิน - ในกรณีที่มีลิฟต์ขนส่งวัสดุ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามข้อ 1.1, 1.2, 1.3, 1.4, และ 1.5 และจัดทําป้ายบอกพิกัด น้ําหนักวัสดุสิ่งของที่บรรทุกได้อย่างปลอดภัยตามที่ผู้ผลิตกําหนด และติดป้ายห้ามโดยสารไว้ในจุดที่เห็นชัดเจนนอก
ประตูลิฟต์ทุกชั้น รวมทั้งกําหนดมาตรการเกี่ยวกับการดูแลวัสดุที่ขนส่งเพื่อป้องกันไม่ให้วัสดุเคลื่อนที่และมาตรการ
ป้องกันการติดขัดของลิฟต์ - ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการทดสอบชิ้นส่วนและอุปกรณ์ของลิฟต์หลังการติดตั้ง และเมื่อมีการใช้งาน อย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง ทั้งนี้ การทดสอบการรับน้ําหนักของลิฟต์ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 100 ของน้ําหนักการใช้งานสูงสุดที่ผู้ผลิต กําหนด และให้ติดประกาศผลการทดสอบที่อย่างน้อยต้องมีรายละเอียดประกอบไปด้วย วัน เดือน ปี ที่มีการทดสอบ วัน เดือน ปี ที่การรับรองหมดอายุ และรายชื่อผู้ทดสอบไว้ในลิฟต์ให้เห็นชัดเจน และมีสําเนาเอกสารการทดสอบให้ ทอท. สามารถตรวจสอบได้
- ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบระบบความปลอดภัยและระบบการทํางานของลิฟต์เป็นประจําทุกเดือน และมีสําเนา เอกสารการทดสอบไว้ให้ ทอท. ตรวจสอบได้
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้ลวดสลิงที่ใช้สําหรับลิฟต์ขนส่งวัสดุมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 5 ในกรณีใช้โซ่ต้องมีค่า ความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 4 และลวดสลิงที่ใช้สําหรับลิฟต์โดยสารต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 10
- ผู้รับจ้างต้องไม่ใช้ลวดสลิงที่มีลักษณะตามข้อ 86 ของกฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และการดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ํา พ.ศ.2564 กับลิฟต์ทุกชนิด
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -20-
ส่วนที่ 4 เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง - การทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง นายจ้างต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้
1.1 จัดให้มีการป้องกันการตกจากที่สูงตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย
และสภาพแวดล้อมในการทํางานในสถานที่ที่มีอันตรายจากการตกจาก ที่สูงและที่ลาดชัน จากวัสดุกระเด็น ตกหล่น และพังทลาย และจากการตกลงไปในภาชนะเก็บหรือรองรับวัสดุ
1.2 จัดให้มีป้ายบอกพิกัดน้ําหนักและจํานวนคนที่สามารถยกได้อย่างปลอดภัย
1.3 ตรวจสอบสภาพเครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูงและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องให้มีสภาพใช้งาน ได้อย่างปลอดภัยก่อนการใช้งานทุกครั้ง และต้องมีสําเนาเอกสารการตรวจสอบไว้ให้ ทอท. ตรวจสอบได้
1.4 จัดให้มีสัญญาณเสียงหรือแสงเตือนภัยขณะทํางานตามความเหมาะสมของการใช้งาน
1.5 จัดให้มีอุปกรณ์ตัดระบบการทํางานเมื่อมีการใช้งานเกินพิกัดที่ผู้ผลิตกําหนด และต้องตรวจสอบให้
อุปกรณ์ดังกล่าวอยู่ในสภาพที่สามารถทํางานได้ตลอดเวลา - ผู้รับจ้างต้องไม่ดัดแปลงหรือกระทําการใดกับเครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูงที่มีผลทําให้ ความปลอดภัยในการทํางานลดลง
- การทํางานบนเครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูงที่มีการเคลื่อนย้ายเครื่องจักรนั้นไปตาม แนวราบ ผู้รับจ้างต้องจัดให้พื้นที่ที่เป็นเส้นทางเคลื่อนย้ายมีความแข็งแรง ราบเรียบ ไม่ต่างระดับ และปรับระดับของ เครื่องจักรดังกล่าวให้อยู่ในตําแหน่งที่ผู้ผลิตกําหนดหรือในตําแหน่งที่ปลอดภัย
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการอบรมลูกจ้างเกี่ยวกับการปฏิบัติงานตามรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งาน เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง เพื่อความปลอดภัยในการทํางาน
- การใช้เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูงแบบแขวน ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติดังนี้
5.1 จัดให้มีการทดสอบชิ้นส่วนและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องภายหลังการติดตั้ง และต้องสําเนาเอกสารการทดสอบ ไว้ให้ ทอท. ตรวจสอบได้
5.2 ต้องใช้ลวดสลิงที่มีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 10 และต้องไม่ใช้ลวดสลิงที่มีลักษณะตามข้อ 86 ของ กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการและการดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ํา พ.ศ.2564 กับเครื่องจักรที่ใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง
ส่วนที่ 5 รอก - ในการใช้รอกโยก รอกมือสาว รอกห่างปลา รอกไฟฟ้าหรือรอกที่ใช้พลังงานอื่น หรือรอกชนิดอื่นที่มีการใช้ งานลักษณะเดียวกัน นายจ้างต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
1.1 ติดตั้งรอกไว้ในที่มั่นคงแข็งแรงและปลอดภัย
1.2 จัดให้มีการตรวจสอบความพร้อมของรอกทุกวัน หากส่วนใดชํารุดเสียหายต้องซ่อมแซมให้เรียบร้อยก่อน
ใช้งาน และต้องมีสําเนาเอกสารดังกล่าวไว้ให้ ทอท. ตรวจสอบได้
1.3 จัดให้มีมาตรการป้องกันอันตรายและติดป้ายห้ามใช้รอกให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเห็นได้ชัดเจนในระหว่างที่มีการทดสอบ การซ่อมบํารุง และการตรวจสอบรอก
1.4 จัดให้มีป้ายบอกขนาดพิกัดน้ําหนักยกอย่างปลอดภัยตามที่กําหนดไว้ในรายละเอียด คุณลักษณะและ คู่มือการใช้งานพร้อมทั้งติดป้ายเตือนให้ระวัง
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -21-
1.5 ต้องไม่ใช้ลวดสลิงที่มีลักษณะตามข้อ 86 ของกฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการและ การดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ํา พ.ศ.2564 กับรอก
1.6 อุปกรณ์สําหรับการผูกมัดหรือยึดโยงวัสดุสิ่งของต้องมีค่าความปลอดภัยที่กฎหมายกําหนด
1.7 ควบคุมดูแลไม่ให้บุคคลใดเกาะเกี่ยวไปกับส่วนหนึ่งส่วนใดของรอกหรือไปกับวัสดุสิ่งของที่ทําการยก
หรืออยู่ภายใต้วัสดุสิ่งของที่ทําการยกหรือบริเวณที่ใช้รอกที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้
1.8 รอกที่มีขนาดพิกัดน้ําหนักยกตั้งแต่ 1 ตันขึ้นไป นายจ้างต้องจัดให้มีการทดสอบส่วนประกอบและอุปกรณ์ ของรอกเพื่อให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัยอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และต้องมีสําเนาเอกสารการทดสอบไว้ให้ ทอท. ตรวจสอบได้
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66)
5.2.6 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่นและรถเฮียบ
-22-
เอกสารแนบ 6
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ํา พ.ศ. 2564
ดําเนินการด้านความปลอดภัย
ๆ
กฎหมายอื่น ๆ และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัย และความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้
ส่วนที่ 1 ปั้นจั่น - ในการประกอบ การทดสอบ การใช้ การซ่อมบํารุง และการตรวจสอบปั้นจั่นหรืออุปกรณ์อื่นที่นํามาใช้กับ ปั้นจั่น ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามรายละเอียดคุณลักษณะหรือคู่มือการใช้งานที่ผู้ผลิตกําหนดไว้ หากไม่มีรายละเอียด
คุณลักษณะหรือคู่มือการใช้งานดังกล่าว ได้กําหนดขึ้นเป็นหนังสือ
ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามรายละเอียดคุณลักษณะหรือคู่มือการใช้งานที่วิศวกร - ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสอบและการทดสอบการติดตั้งปั้นจั่น ตามรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือ การใช้งานของผู้ผลิตโดยวิศวกรก่อนการใช้งาน และจัดทํารายงานการตรวจสอบและการทดสอบ ซึ่งมีลายมือชื่อวิศวกร รับรองเก็บไว้ให้สามารถตรวจสอบได้ และกรณีที่มีการหยุดใช้งานปั้นจั่นตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป ก่อนนํามาใช้งานให้ ผู้รับจ้าง ต้องดําเนินการตรวจสอบและทดสอบตามคู่มืออีกครั้ง
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการทดสอบสวนประกอบและอุปกรณ์ของปั้นจั่นไม่น้อยกว่าที่กฎหมายกําหนด 4. ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานทํางานเกี่ยวกับปั้นจั่น ผู้รับจ้างต้องดําเนินการ ดังต่อไปนี้
4.1 ควบคุมให้มีลวดสลิงเหลืออยู่ในมวนลวดสลิงไม่น้อยกว่า 2 รอบ ตลอดเวลาที่ปั้นจั่นทํางาน 4.2 จัดให้มีชุดล็อกป้องกันลวดสลิงหลุดจากตะขอของปั้นจั่น และทําการตรวจสอบให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้
อย่างปลอดภัย
4.3 จัดให้มีที่ครอบปิดหรือกั้นส่วนที่หมุนรอบตัวเอง ส่วนที่เคลื่อนไหวได้ หรือส่วนที่อาจเป็นอันตรายของปั้นจั่น
และให้ส่วนที่เคลื่อนที่ของปั้นจั่นหรือส่วนที่หมุนได้ของปั้นจั่นอยู่ห่างจากสิ่งก่อสร้างหรือวัตถุอื่นในระยะที่ปลอดภัย
4.4 จัดให้ผู้ปฏิบัติงานสวมใส่เข็มขัดนิรภัยและสายช่วยชีวิตตลอดเวลาที่ทํางานบนแขนปั้นจั่นหรือชุดสะพาน 4.5 จัดให้มีพื้นชนิดกันลื่น ราวกันตก และแผงกันตกระดับพื้นสําหรับปั้นจั่นชนิดที่ต้องมีการจัดทําพื้นและทางเดิน 4.6 จัดให้มีเครื่องดับเพลิงที่เหมาะสมและอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานไว้ที่ห้องบังคับปั้นจั่นหรือตําแหน่งที่สามารถ ใช้งานได้สะดวก
ได้ตามปกติ
4.7 ติดตั้งปั้นจั่นบนฐานที่มั่นคงโดยมีวิศวกรเป็นผู้รับรอง
4.8 จัดให้มีการติดตั้งชุดควบคุมการทํางานเมื่อยกวัสดุขึ้นถึงตําแหน่งสูงสุด (Upper limit switch) ที่ใช้งาน
4.9 จัดให้มีชุดควบคุมน้ําหนักยก (Overload limit switch) ที่ใช้งานได้ตามปกติ - ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานทํางานเกี่ยวกับปั้นจั่นที่ใช้เครื่องยนต์ ผู้รับจ้างต้องดําเนินการดังต่อไปนี้
5.1 จัดให้มีที่ครอบปิดหรือฉนวนหุ้มท่อไอเสีย
5.2 จัดให้มีมาตรการในการเก็บและเคลื่อนย้ายเชื้อเพลิงสํารองด้วยความปลอดภัย
5.3 จัดให้มีถังเก็บเชื้อเพลิงและท่อส่งเชื้อเพลิงติดตั้งอยู่ในลักษณะที่จะไม่เกิดอันตราย เมื่อเชื้อเพลิงหกล้น หรือรั่วออกมา
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
Jonny
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -23-
บ - ผู้รับจ้างต้องเคลื่อนย้ายวัตถุไวไฟออกจากบริเวณที่ใช้ปั้นจั่น กรณีไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ผู้รับจ้างต้อง จัดให้มีมาตรการป้องกันอันตรายที่เหมาะสมก่อนให้ผู้ปฏิบัติงานได้ปฏิบัติงาน
- ห้ามผู้รับจ้างให้ลูกจ้างใช้ปั้นจั่นที่ชํารุดเสียหายหรืออยู่ในสภาพที่ไม่ปลอดภัย
- ห้ามผู้รับจ้างดัดแปลงหรือแก้ไขส่วนหนึ่งส่วนใดของปั้นจั่นหรือยินยอมให้ผู้ปฏิบัติงานหรือผู้อื่นกระทําการ เช่นว่านั้น อันอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ถ้าจําเป็นต้องดัดแปลงสวนที่เกี่ยวของกับโครงสร้างที่มีผลต่อการรับน้ําหนัก ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการคํานวณทางวิศวกรรมพร้อมกับการทดสอบ
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีสัญญาณเสียงและแสงไฟเตือนภัยตลอดเวลาที่ปั้นจั่นทํางานโดยติดตั้งไว้ให้เห็นได้ชัดเจน 10. ในกรณีที่มีการซ่อมบํารุงปั้นจั่น ผู้รับจ้างต้องติดป้ายแสดงการซ่อมบํารุงปั้นจั่น โดยใช้เครื่องหมายหรือ ข้อความที่เข้าใจง่ายและเห็นได้ชัดเจน รวมทั้งจัดให้มีระบบ วิธีการหรืออุปกรณ์ป้องกัน (Lock out) ไม่ให้ปั้นจั่นนั้นทํางาน และให้แขวนป้าย (Tag out) แสดงเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ห้ามเปิดสวิตช์ไวที่สวิตช์ของปั้นจั่นด้วย
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีป้ายบอกพิกัดน้ําหนักยกไว้ที่ปั้นจั่นเพื่อเตือนให้ระวังอันตราย และติดตั้งสัญญาณเตือน อันตรายให้ผู้บังคับปั้นจั่นทราบ
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีคู่มือการใช้สัญญาณสื่อสารระหว่างผู้ปฏิบัติงาน ในกรณีที่การใช้สัญญาณเป็นการใช้ สัญญาณมือ ต้องจัดให้มีรูปภาพหรือคู่มือการใช้สัญญาณมือตามที่กฎหมายประกาศกําหนด ติดไว้ที่จุดหรือตําแหน่งที่ ผู้ปฏิบัติงานเห็นได้ชัดเจน กรณีที่มีการใช้วิธีการสื่อสารแบบอื่นที่มีประสิทธิภาพกว่าการใช้สัญญาณมือ เช่น การใช้วิทยุ สื่อสาร เป็นต้น ผู้รับจ้างไม่ต้องปฏิบัติตามข้อนี้
ดังต่อไปนี้ - ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานใช้ปั้นจั่นใกล้สายไฟฟ้า ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลให้ผู้ปฏิบัติงานได้ปฏิบัติ
13.1 ในกรณีที่ใช้ปั้นจั่นยกวัสดุ ให้ระยะห่างระหว่างสายไฟฟ้ากับส่วนหนึ่งส่วนใดของปั้นจั่นหรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดของวัสดุที่ปั้นจั่นกําลังยก เป็นดังต่อไปนี้
(ก) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าไม่เกิน 69 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 3.1 เมตร
(ข) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าเกิน 69 กิโลโวลต์แต่ไม่เกิน 11.5 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 3.3 เมตร (ค) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าเกิน 115 กิโลโวลต์แต่ไม่เกิน 230 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 4 เมตร (ง) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าเกิน 230 กิโลโวลต์แต่ไม่เกิน 500 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 6 เมตร 13.2 ในกรณีที่เคลื่อนย้ายปั้นจั่นชนิดเคลื่อนที่ โดยไม่ยกวัสดุและไม่ลดแขนปั้นจั่นลง ให้ระยะห่างระหว่าง ส่วนหนึ่งส่วนใดของปั้นจั่นกับสายไฟฟ้า เป็นดังต่อไปนี้
(ก) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าไม่เกิน 69 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 1.3 เมตร
(ข) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าเกิน 69 กิโลโวลต์แต่ไม่เกิน 230 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 3 เมตร (ค) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าเกิน 230 กิโลโวลต์แต่ไม่เกิน 500 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 5 เมตร กรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามข้อ 13.1 – 13.2 ได้ ผู้รับจ้างต้องมีมาตรการที่ปลอดภัยเพียงพอ และได้รับการ อนุญาตจากการไฟฟ้าประจําท้องถิ่นที่รับผิดชอบสายไฟฟ้านั้น ก่อนดําเนินการ
น
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66)
-24- - ในกรณีที่มีการติดตั้งปั้นจั่นหรือใช้ปั้นจั่นใกล้เสาส่งคลื่นโทรคมนาคม ก่อนให้ผู้ปฏิบัติงานทํางาน ผู้รับจ้าง ต้องจัดให้มีการตรวจสอบการเกิดประจุไฟฟ้าเหนี่ยวนํา ถ้าพบว่ามีประจุไฟฟ้าเหนี่ยวนํา ให้ผู้รับจ้างต่อสายตัวนํากับ ปั้นจั่นหรือวัสดุที่จะยกเพื่อให้ประจุไฟฟ้าไหลลงดิน ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย
ในพระบรมราชูปถัมภ์ - ผู้รับจ้างต้องติดประกาศวิธีการทํางานเกี่ยวกับปั้นจั่นของผู้ปฏิบัติงานไว้บริเวณที่ผู้ปฏิบัติงานทํางาน โดยอย่างน้อยต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้งาน การซ่อมบํารุง และการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล 16. ในกรณีที่ผู้บังคับปั้นจั่นไม่สามารถมองเห็นจุดที่ทําการยกสิ่งของหรือเคลื่อนย้ายวัสดุ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มี
ผู้ให้สัญญาณแก่ผู้บังคับปั้นจั่นตลอดระยะเวลาที่มีการใช้งาน - ผู้รับจ้างต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเป็นผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ให้สัญญาณแก่ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ยึดเกาะวัสดุ หรือ ผู้ ควบคุมการใช้ปั้นจั่นได้ผ่านการอบรมหลักสูตรการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว
และต้องจัดให้มีการอบรมหรือทบทวนการ
ทํางานเกี่ยวกับปั้นจั่นตามระยะเวลาที่กฎหมายกําหนด ทั้งนี้ ให้การอบรมและทบทวนเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการ
ที่กฎหมายประกาศกําหนด
ส่วนที่ 2 ปั้นจั่นเหนือศีรษะและปั้นจั่นขาสูง - กรณีเป็นปั้นจั่นเหนือศีรษะและปั้นจั่นขาสูง ให้ดําเนินการต่อไปนี้เพิ่มเติม
18.1 ปั้นจั่นเหนือศีรษะหรือปั้นจั่นขาสูงที่เคลื่อนที่บนราง ต้องจัดให้มีสวิตซ์หยุดการทํางานของปั้นจั่นได้ โดยอัตโนมัติ และให้มีกันชนหรือกันกระแทกที่ปลายทั้งสองข้างของราง
18.2 นายจ้างต้องควบคุมดูแลไม่ให้มีสิ่งกีดขวางการเคลื่อนของล้อปั้นจั่น
18.3 กรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานขึ้นไปทํางานบนปั้นจั่นหรืออุปกรณ์อื่นของปั้นจั่นที่มีความสูงเกิน 2 เมตร ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีบันไดพร้อมราวจับและโครงโลหะกันตกหรือจัดให้มีอุปกรณ์อื่นใดที่มีความเหมาะสมและปลอดภัย ตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการและดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ในการทํางาน ในสถานที่ที่มีอันตรายจากการตกจากที่สูงและที่ลาดชัน จากวัสดุกระเด็น ตกหล่น และพังทลาย และจาก การตกลงไปในภาชนะเก็บหรือรองรับวัสดุ พ.ศ.2564
ส่วนที่ 3 ปั้นจั่นหอสูง - กรณีเป็นปั้นจั่นหอสูง ให้ดําเนินการต่อไปนี้เพิ่มเติม
19.1 กรณีที่ต้องปฏิบัติงานบนแขนปั้นจั่น ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีมาตรการป้องกันการพลัดตกของผู้ปฏิบัติงาน และให้สวมใส่เข็มขัดนิรภัยและสายช่วยชีวิตตลอดเวลาที่ทํางาน
19.2 ปั้นจั่นที่มีรางล้อเลื่อนที่อยู่บนแขนปั้นจั่น ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีสวิตช์หยุดการทํางานของปั้นจั่นได้โดย อัตโนมัติ และให้มีกันชนหรือกันกระแทกที่ปลายทั้งสองข้างของราง
19.3 ปั้นจั่นที่มีแขนเคลื่อนที่ขึ้นลงได้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีสวิตซ์ควบคุมมุมองศาการทํางานของแขนปั้นจั่น ให้เป็นไปตามที่กําหนดไว้ในรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งาน
19.4 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีตารางการยกสิ่งของตามที่ผู้ผลิตกําหนดไว้ในรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือ การใช้งานที่แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับน้ําหนักสิ่งของ มุมองศา และระยะของแขนที่ทําการยก ติดไว้ในบริเวณที่ผู้บังคับ
ปั้นจั่นเห็นได้ชัดเจน
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
บ
Jony
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -25-
19.5 ในการประกอบ การติดตั้ง การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง การเพิ่มความสูง หรือการรื้อถอนปั้นจั่นหอสูง ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีวิศวกรควบคุมตลอดระยะเวลาดําเนินการ จนกว่าจะแล้วเสร็จ
19.6 ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลไม่ให้ผู้ปฏิบัติงานหรือบุคคลใดเกาะเกี่ยวไปกับส่วนหนึ่งส่วนใดของปั้นจั่น หรือไปกับวัสดุที่ทําการยก หรืออยู่ภายใต้วัสดุที่ทําการยกหรือบริเวณที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้
ส่วนที่ 4 อุปกรณ์ที่ใช้เกี่ยวกับปั้นจั่น - ผู้รับจ้างต้องไม่ใช้ลวดสลิงที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ต่อไปนี้
20.1 ลวดสลิงที่ลวดเส้นนอกศึกไปตั้งแต่หนึ่งในสามของเส้นผ่านศูนย์กลางเส้นลวด
20.2 ลวดสลิงที่ขมวด ถูกบดกระแทก แตกเกลียว หรือชํารุดที่ทําให้ประสิทธิภาพในการใช้งานของลวดสลิงลดลง 20.3 ลวดสลิงมีเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กลงเกินร้อยละ 5 ของเส้นผ่านศูนย์กลางที่ระบุ
20.4 ลวดสลิงถูกความร้อนทําลายหรือเป็นสนิมมากจนเห็นได้ชัดเจน
20.5 ลวดสลิงถูกกัดกร่อนชํารุดมากจนเห็นได้ชัดเจน
20.6 ลวดสลิงเคลื่อนที่ที่มีเส้นลวดในหนึ่งช่วงเกลียวขาดตั้งแต่สามเส้นขึ้นไปในเส้นเกลียวเดียวกัน
หรือขาดรวมกันตั้งแต่หกเส้นขึ้นไปในหลายเส้นเกลียว - ผู้รับจ้างต้องใช้ลวดสลิงที่มีค่าความปลอดภัยตามที่กําหนดไว้ ดังต่อไปนี้
21.1 ลวดสลิงเคลื่อนที่ ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 5
21.2 ลวดสลิงยึดโยง ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 3.5 - ผู้รับจ้างต้องใช้อุปกรณ์สําหรับการผูก มัด หรือยึดโยงวัสดุที่มีค่าความปลอดภัยตามที่กําหนดไว้ ดังต่อไปนี้
22.1 ลวดสลิง ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 5
22.2 โซ่ ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 4
22.3 เชือก ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 5
22.4 ห่วงหรือตะขอ ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 3.5
22.5 อุปกรณ์สําหรับผูก มัด หรือยึดโยงอื่น ๆ ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 3.5 - ผู้รับจ้างต้องจัดหาวัสดุที่มีความทนทานและอ่อนตัวมารองรับบริเวณจุดที่มีการสัมผัสระหว่างอุปกรณ์ที่ใช้ ในการผูก มัด หรือยึดโยงกับวัสดุที่ทําการยกเคลื่อนย้าย
- ผู้รับจ้างต้องไม่ใช้ตะขอที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
24.1 มีการบิดตัวของตะขอ
24.2 มีการถ่างออกของปากตะขอเกินร้อยละ 5 24.3 มีการสึกหรอที่ท้องตะขอเกินร้อยละ 10
24.4 มีการแตกหรือร้าวส่วนหนึ่งส่วนใดของตะขอ 24.5 มีการเสียรูปทรงหรือสึกหรอของห่วงตะขอ
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -26-
5.2.7 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับสารเคมีและวัตถุอันตราย
เอกสารแนบ 7
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการ ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย พ.ศ.2556 กฎหมายอื่น ๆ และ ข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้ - ให้ผู้รับจ้างที่มีสารเคมีอันตรายอยู่ในครอบครองตาม “ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเรื่องบัญชี รายชื่อสารเคมีอันตราย”
ต้องจัดทําบัญชีรายชื่อสารเคมีอันตรายและรายละเอียดข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมี อันตรายตามแบบที่อธิบดีประกาศกําหนด (สอ.1) พร้อมทั้งแจ้งต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายภายใน 7 วันนับแต่ วันที่มีสารเคมีอันตรายอยู่ในครอบครอง - ผู้รับจ้างต้องแจ้งให้ผู้ปฏิบัติงานทราบและอธิบายให้ผู้ปฏิบัติงานเข้าใจข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมี อันตรายที่อยู่ในครอบครองของผู้รับจ้าง ข้อความและเครื่องหมายต่าง ๆ ที่ปรากฏในเอกสาร คู่มือ ฉลาก ป้าย หรือ ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งข้อมูลต่าง ๆ ตามที่ได้กําหนดไว้ในกฎหมาย
- ให้ผู้รับจ้างจัดให้ผู้ปฏิบัติงานที่ทํางานเกี่ยวกับสารเคมีอันตรายทราบและเข้าใจวิธีการในการทํางานที่ถูกต้อง และปลอดภัย รวมทั้งต้องจัดให้มีมาตรการควบคุมผู้ปฏิบัติงานของตนให้ปฏิบัติตามวิธีการดังกล่าว ในการนี้ ให้ผู้รับจ้าง จัดทําคู่มือเกี่ยวกับแนวปฏิบัติและขั้นตอนในการทํางานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย คําแนะนําผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการป้องกัน
อันตราย ความหมายของข้อมูลที่มีบนฉลากและเอกสารข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมีอันตราย - ผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามวิธีการทํางานที่ถูกต้องและปลอดภัยตามคู่มือการปฏิบัติงานที่ผู้รับจ้าง จัดทําขึ้นตามข้อ 3 และเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย ผู้ปฏิบัติงานต้องบรรเทาเหตุและแจ้งให้ผู้รับจ้าง
ทราบทันที - ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลแก่ผู้ปฏิบัติงานอย่างเพียงพอ เหมาะสมตาม
กฎหมายและตามความเสี่ยงที่ได้ประเมิน และกํากับควบคุมให้ผู้ปฏิบัติงานได้สวมใส่ตลอดระยะเวลาที่มีการทํางานกับ สารเคมีและวัตถุอันตราย - การปฏิบัติอื่น ๆ ที่ไม่ได้กําหนดไว้ในคู่มือฉบับนี้ ให้นํากฎหมายด้านความปลอดภัยฯ เกี่ยวกับสารเคมีและ วัตถุอันตรายที่เกี่ยวข้องมาเป็นข้อกําหนดในการทํางานกับสารเคมีและวัตถุอันตรายต่อไป
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
जिनेत
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66)
-27-
เอกสารแนบ 8
5.2.8 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานประดาน้ํา (ปฏิบัติงานที่ความลึกตั้งแต่ 3 เมตร - 90 เมตร)
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ ดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับงานประดาน้ํา พ.ศ. 2563 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้ - ผู้รับจ้างต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานประดาน้ําได้รับการตรวจสุขภาพตามกําหนดระยะเวลาและจัดทําบัตรตรวจ
สุขภาพผู้ปฏิบัติงานไว้ตามที่กฎหมายกําหนด - ผู้ปฏิบัติงานซึ่งผู้รับจ้างทํางานประดาน้ําต้องดําเนินการดังนี้
2.1 มีอายุไม่ต่ํากว่า 18 ปีบริบูรณ์
2.2 สุขภาพร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์ ไม่เป็นโรคตามที่กฎหมายกําหนด
2.3 มีความรู้และมีประสบการณ์ในงานประดาน้ําและต้องผ่านการอบรมตามมาตรฐานสากลหรือหน่วยงาน รัฐรับรอง หรือหลักสูตรตามที่กฎหมายกําหนด - ผู้รับจ้างต้องควบคุมให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งทํางานประดาน้ําปฏิบัติตามตารางมาตรฐานของการดําน้ําและการลด ความกดดัน ตลอดจนการพักเพื่อปรับสภาพร่างกายก่อนลงในทํางานใต้น้ําในครั้งถัดไป ทั้งที่ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกําหนด
- ผู้รับจ้างและหัวหน้านักประดาน้ําต้องสั่งให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งทํางานประดาน้ําหยุดหรือเลิกการดําน้ําในกรณี
ต่อไปนี้
4.1 เมื่อพี่เลี้ยงนักประดาน้ําและนักประดาน้ําไม่สามารถติดต่อสื่อสารกันได้
4.2 เมื่อนักประดาน้ําต้องใช้อากาศสํารองจากขวดอากาศหรือขวดอากาศสํารอง
4.3 เมื่อมีการดําน้ําในพื้นที่ที่ไม่ปลอดภัย - สําหรับการทํางานในน้ํา (การปฏิบัติงานที่มีความลึกไม่ถึง 3 เมตร) และการทํางานบนผิวน้ํา (ปฏิบัติงานบน เรือหรือแพ) ขอให้ผู้รับจ้างปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง ส่วนเรื่องการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานสําหรับการทํางาน ในน้ําและการทํางานบนผิวน้ํา ทอท. ยังไม่ได้กําหนดให้มีการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงาน
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
कैलेस
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66)
5.2.9 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีก่อไอออน และเครื่องกําเนิดรังสี
-28-
เอกสารแนบ 9
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานการทํางานเกี่ยวกับรังสี พ.ศ. 2564 พระราชบัญญัตินิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ.2556 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท.
ดําเนินการดังนี้
ๆ - ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสีหรือเจ้าหน้าที่ดําเนินการทางเทคนิครั้งสีเกี่ยวกับวัสดุ
นิวเคลียร์ตามกฎหมายว่าด้วยพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ
อย่างน้อยหนึ่งคนทําหน้าที่ควบคุมดูแลความปลอดภัยทางรังสีของสถานที่ทํางานที่มีการใช้รังสี
หรือเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับหัวหน้างาน
และปฏิบัติหน้าตาม
โดยแพทย์ที่ได้รับอนุญาตประกอบวิชาชีพ
กฎกระทรวง (แรงงาน) กําหนดมาตรฐานการทํางานเกี่ยวกับรังสี พ.ศ.2564 ข้อ 15 - ต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีได้รับการตรวจสุขภาพ เวชกรรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ หรือมีคุณสมบัติตามที่อธิบดีประกาศกําหนด โดยระยะเวลาตรวจสุขภาพลูกจ้างให้เป็นไปตามข้อ 5.1.15
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีกฎ ข้อบังคับ ระเบียบ แนวปฏิบัติหรือมาตรการด้านความปลอดภัยทางรังสีตาม กฎหมายว่าด้วยพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ ซึ่งอย่างน้อยต้องเป็นภาษาไทยและภาษาอื่นที่ผู้ปฏิบัติงานสามารถเข้าใจได้ พร้อมทั้งปิดประกาศให้ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีทราบ ณ บริเวณพื้นที่ปฏิบัติงาน เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงาน เกี่ยวกับรังสีได้รับปริมาณรังสีสะสมเกินปริมาณที่กําหนด
- ห้ามผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งตั้งครรภ์หรืออยู่ระหว่างการให้นมบุตรปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสี
- จัดให้ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสี ได้รับการฝึกอบรมให้เข้าใจและทราบถึงอันตรายและวิธีการป้องกันอันตราย จากรังสี ก่อนเข้ารับหน้าที่และมีการทบทวนความรู้แก่ผู้ปฏิบัติงานอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีอุปกรณ์บันทึกปริมาณรังสีประจําตัวบุคคลและต้องควบคุมให้ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงาน
เกี่ยวกับรังสีใช้อุปกรณ์ดังกล่าวตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน - ผู้รับจ้างต้องจัดทําข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณรังสีสะสมของพนักงานซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีที่ได้รับเป็น
ประจําทุกเดือนหรือทุกสามเดือนขึ้นอยู่กับประเภทของต้นกําเนิดรังสี และต้องแจ้งข้อมูลปริมาณรังสีสะสมดังกล่าวให้
ผู้ปฏิบัติงานรับทราบทุกครั้ง
ในกรณีที่ผู้ปฏิบัติงานซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีได้รับปริมาณรังสีสะสมเกินปริมาณที่กําหนดตามกฎหมายว่า ด้วยพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ ให้ผู้รับจ้างแจ้งปริมาณรังสีสะสมดังกล่าวพร้อมหาสาเหตุและการป้องกันแก้ไขต่อ
อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ทราบข้อมูลปริมาณรังสีสะสม - ผู้รับจ้างต้องจัดทํารั้ว คอกกั้น หรือเส้นแสดงแนวเขต หรือวิธีการอื่นที่เหมาะสม และจัดให้มีป้ายสัญลักษณ์ ทางรังสี พร้อมข้อความเตือนภัยที่เหมาะอย่างน้อยเป็นภาษาไทยและภาษาอื่นที่ลูกจ้างสามารถเข้าใจได้ แสดงให้เห็น ชัดเจนในบริเวณนั้น
- ไม่ให้บุคคลใดซึ่งไม่มีหน้าที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีเข้าไปในพื้นที่ควบคุม เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากผู้ดูแลพื้นที่ ทั้งนี้ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสี เจ้าหน้าที่ดําเนินการทางเทคนิคเกี่ยวกับวัสดุ นิวเคลียร์ หรือเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับหัวหน้างาน แล้วแต่กรณี พร้อมทั้งปิดประกาศให้ผู้ปฏิบัติงาน
ได้รับทราบ
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) 29- - ไม่ให้บุคคลใดเข้าพักอาศัยหรือพักผ่อน หรือนําอาหาร เครื่องดื่ม หรือบุหรี่เข้าไปในพื้นที่ควบคุมทางรังสี 11. ไม่ให้บุคคลใดนําต้นกําเนิดรังสีที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ออกนอกพื้นที่ควบคุม เว้นแต่ได้ดําเนินการตาม
มาตรการความปลอดภัยตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง - ไม่ให้บุคคลใดนําภาชนะหรือวัสดุซึ่งปนเปื้อนวัสดุกัมมันตรังสีหรือวัสดุนิวเคลียร์ออกไปนอกพื้นที่ควบคุม
เว้นแต่ได้ดําเนินการตามมาตรการความปลอดภัยตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง - ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีที่ล้างมือ ที่ล้างหน้า และที่อาบน้ํา เพื่อให้ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีได้ใช้หลังจาก การปฏิบัติงานหรือก่อนออกจากพื้นที่ปฏิบัติงานของลูกจ้าง และต้องจัดให้มีสถานที่ที่ปลอดภัยในการเก็บชุดทํางาน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีถอดชุดทํางานและเก็บไว้ในสถานที่ดังกล่าว
- ต้องจัดให้มีอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) เกี่ยวกับรังสี
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการทําความสะอาดชุดทํางาน อุปกรณ์ เครื่องใช้ต่าง ๆ ที่มีการปนเปื้อนรังสี 16. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีแผนเพื่อป้องกันและระงับอัคคีภัยจากรังสีในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางรังสี และต้องจัดให้ มีการฝึกซ้อมตามแผนดังกล่าวอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง และเก็บเอกสารหรือหลักฐานการฝึกซ้อมไว้ ณ พื้นที่ปฏิบัติงาน เพื่อให้พนักงานตรวจความปลอดภัยและ ทอท. ตรวจสอบได้
- ข้อกําหนดอื่น ๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในเอกสารแนบฉบับนี้ ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐาน การทํางานเกี่ยวกับรังสี พ.ศ.2564 พระราชบัญญัตินิวเคลียร์เพื่อสันติ กฎหมายความปลอดภัยอื่น ๆ และมาตรฐานความ ปลอดภัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
केनेप
ข้อกําหนดรายละเอียดขอบเขตงาน (Terms of Reference : TOR) งานปรับปรุงห้อง CCTV และห้องส่วนบริการท่าอากาศยาน ท่าอากาศยานหาดใหญ่
ภาคผนวก 5
เงื่อนไข หลักเกณฑ์ ประเภทงานก่อสร้าง สูตร และวิธีการคํานวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้
ภาคผนวก 5 หน้า 1 ของ 12
ข้อกําหนดรายละเอียดขอบเขตงาน (Terms of Reference : TOR) งานปรับปรุงห้อง CCTV และห้องส่วนบริการท่าอากาศยาน ท่าอากาศยานหาดใหญ่
ภาคผนวก 5 หน้า 2 ของ 12
(สําเนา)
ที่ นร 0203/ว 109
สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทําเนียบรัฐบาล กทม. 10300
24 สิงหาคม 2532
เรื่อง
เรียน
การพิจารณาช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพงานก่อสร้าง
อ้างถึง หนังสือสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร 0203/ว 81 ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2532 สิ่งที่ส่งมาด้วย สําเนาหนังสือสํานักงบประมาณ ที่ กพส 7/2532 ลงวันที่ 4 สิงหาคม 2532
และเอกสารประกอบ
ตามที่ได้ยืนยันมติคณะรัฐมนตรี เรื่อง การพิจารณาช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพงาน
ก่อสร้างมาเพื่อถือปฏิบัติต่อไปนั้น
บัดนี้
คณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาแก้ไขปัญหาการก่อสร้างได้เสนอเงื่อนไข สูตร และวิธีการคํานวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้ รวม
หลักเกณฑ์ ประเภทงานก่อสร้าง
6 ข้อ มาเพื่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติ ความละเอียดปรากฏตามสิ่งที่ส่งมาด้วย
คณะรัฐมนตรีได้ประชุมปรึกษาเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2532 ลงมติอนุมัติตามที่ คณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาแก้ไขปัญหาการก่อสร้าง เสนอ ทั้ง 6 ข้อ โดยข้อ 1 ให้ตัดคําว่า “ก่อนหรือ” ออก และให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการ ส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นที่มีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นของรัฐถือปฏิบัติต่อไป
และ
จึงเรียนยืนยันมา และขอได้โปรดแจ้งให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานตาม กฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นที่มีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็น ราชการบริหารส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานอื่นของรัฐถือปฏิบัติต่อไปด้วย
กองนิติธรรม
โทร. 2828149
ขอแสดงความนับถือ
อนันต์ อนันตกูล (นายอนันต์ อนันตกูล)
เลขาธิการคณะรัฐมนตรี
प्रते
ข้อกําหนดรายละเอียดขอบเขตงาน (Terms of Reference : TOR) งานปรับปรุงห้อง CCTV และห้องส่วนบริการท่าอากาศยาน ท่าอากาศยานหาดใหญ่
ภาคผนวก 5 หน้า 3 ซอง 12
เงื่อนไข หลักเกณฑ์ ประเภทงานก่อสร้าง สูตรและวิธีการคํานวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้
ก. เงื่อนไขและหลักเกณฑ์ - สัญญาแบบปรับราคาได้นี้ให้ใช้กับงานก่อสร้างทุกประเภท รวมถึงงานปรับปรุง และซ่อมแซมซึ่งเบิกจ่ายค่างานในลักษณะหมวดค่าครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง หมวดเงิน อุดหนุนและหมวดรายจ่ายอื่นที่เบิกจ่ายในลักษณะค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง ที่อยู่ในเงื่อนไขและ
หลักเกณฑ์ตามที่ได้กําหนดนี้ - สัญญาแบบปรับราคาได้นี้ให้ใช้ทั้งในกรณีเพิ่มหรือลดค่างานจากค่างานเดิมตาม สัญญา เมื่อดัชนีราคาซึ่งจัดทําขึ้นโดยกระทรวงพาณิชย์ มีการเปลี่ยนแปลงสูงขึ้นหรือลดลง จากเดิม ขณะเมื่อวันเปิดซองประกวดราคา สําหรับกรณีที่จัดจ้างโดยวิธีอื่น ให้ใช้วันเปิดซอง
ราคาแทน - การนําสัญญาแบบปรับราคาได้ไปใช้นั้น ผู้ว่าจ้างต้องแจ้งและประกาศให้ผู้รับจ้าง ทราบ เช่น ในประกาศประกวดราคาฯ และต้องระบุในสัญญาจ้างด้วยว่างานจ้างเหมานั้น ๆ จะ ใช้สัญญาแบบปรับราคาได้ พร้อมทั้งกําหนดประเภทของงานก่อสร้าง สูตรและวิธีการคํานวณที่ ให้มีการปรับเพิ่มหรือลดค่างานไว้ให้ชัดเจน
ในกรณีที่มีงานก่อสร้างหลายประเภทในงานจ้างคราวเดียวกัน จะต้องแยกประเภท งานก่อสร้างแต่ละประเภทให้ชัดเจนตามลักษณะของงานก่อสร้างนั้น ๆ และให้สอดคล้องกับ
สูตรที่กําหนดไว้ - การขอเงินเพิ่มค่างานก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาได้นี้ เป็นหน้าที่ของผู้รับจ้าง ที่จะต้องเรียกร้องภายในกําหนด 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานงวดสุดท้าย หาก พ้นกําหนดนี้ไปแล้ว ผู้รับจ้างไม่มีสิทธิที่จะเรียกร้องเงินเพิ่มค่างานก่อสร้างจากผู้ว่าจ้างได้อีกต่อไป
และในกรณีที่ผู้ว่าจ้างจะต้องเรียกเงินคืนจากผู้รับจ้าง ให้ผู้ว่าจ้างที่เป็นคู่สัญญารีบเรียกเงินคืน จากผู้รับจ้าง โดยเร็ว หรือให้หักค่างานของงวดต่อไป หรือให้หักเงินจากหลักประกันสัญญา แล้วแต่กรณี - การพิจารณาคํานวณเงินเพิ่มหรือลด และการจ่ายเงินเพิ่มหรือเรียกเงินคืนจาก ผู้รับจ้างตามเงื่อนไขของสัญญาแบบปรับราคาได้ ต้องได้รับการตรวจสอบและเห็นชอบจาก
สํานักงบประมาณและให้ถือการพิจารณาวินิจฉัยของสํานักงบประมาณเป็นที่สิ้นสุด
ข้อกําหนดรายละเอียดขอบเขตงาน (Terms of Reference : TOR) งานปรับปรุงห้อง CCTV และห้องส่วนบริการท่าอากาศยาน ท่าอากาศยานหาดใหญ่
ภาคผนวก 5 หน้า 4 ซอง 12
-2-
ข. ประเภทงานก่อสร้างและสูตรที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้ ในการพิจารณาเพิ่มหรือลดราคาค่างานจ้างเหมาก่อสร้างให้คํานวณตามสูตรดังนี้
P
กําหนดให้ P
Po
K
!!
(Po) x (K)
ราคาค่างานต่อหน่วยหรือราคาค่างานเป็นงวดที่จะต้องจ่าย
ให้ผู้รับจ้าง
ราคาค่างานต่อหน่วยที่ผู้รับจ้างประมูลได้ หรือราคาค่างาน เป็นงวด งระบุไว้ในสัญญาแล้วแต่กรณี
ESCALATION FACTOR ที่หักด้วย 4% เมื่อต้องเพิ่มค่างาน หรือบวกเพิ่ม 4% เมื่อต้องเรียกค่างานคืน
ESCALATION FACTOR K หาได้จากสูตร ซึ่งแบ่งตามประเภทและลักษณะงานดังนี้
หมวดที่ 1
งานอาคาร
ม
งานอาคาร หมายถึง ตัวอาคาร เช่น ที่ทําการ โรงเรียน โรงพยาบาล หอพัก ที่พักอาศัย หอประชุม อัฒจันทร์ ยิมเนเซียม สระว่ายน้ํา โรงอาหาร คลังพัสดุ โรงงาน รั้ว เป็นต้น และให้หมายความรวมถึง
1.1 ไฟฟ้าของอาคารบรรจบถึงสายเมนจําหน่าย แต่ไม่รวมถึงหม้อแปลงและ ระบบไฟฟ้าภายในบริเวณ
ภายในบริเวณ
1.2 ประปาของอาคารบรรจบถึงท่อเมนจําหน่าย แต่ไม่รวมถึงระบบประปา
1.3 ระบบท่อหรือระบบสายต่าง ๆ ที่ติดหรือฝังอยู่ในส่วนของอาคาร เช่น
ท่อปรับอากาศ ท่อก๊าซ สายไฟฟ้าสําหรับเครื่องปรับอากาศ สายล่อฟ้า ฯลฯ
1.4 ทางระบายน้ําของอาคารจนถึงทางระบายน้ําภายนอก
1.5 ส่วนประกอบที่จําเป็นสําหรับอาคาร เฉพาะส่วนที่ติดกับอาคารโดยต้อง สร้างหรือประกอบพร้อมกับการก่อสร้างอาคาร แต่ไม่รวมถึงเครื่องจักรหรือเครื่องมือกลที่นํามา ประกอบหรือติดตั้ง เช่น ลิฟท์ เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องสูบน้ํา เครื่องปรับอากาศ พัดลม ฯลฯ
1.6 ทางเท้ารอบอาคาร ดินถม คืนตัก ห่างจากอาคารโดยรอบไม่เกิน 3 เมตร
ใช้สูตร K
0.25 +0.15 ItЛlo + 0.10 Ct/Co + 0.40 Mt/Mo+ 0.10 St/So
ข้อกาหนดรายละเอียดขอบเขตงาน (Terms of Reference : TOR) งานปรับปรุงห้อง CCTV และห้องส่วนบริการท่าอากาศยาน ท่าอากาศยานหาดใหญ่
-3-
ภาคผนวก 5 หน้า 5 ของ 12
หมวดที่ 2 งาน น
2.1 งานคืน หมายถึง การขุดดิน การตักดิน การบดอัดดิน การขุดเปิดหน้าดิน การเกลี่ยบดอัดดิน การชุด - ถมบดอัดแน่นเขื่อน คลอง คันคลอง คันกั้นน้ํา คันทาง ซึ่งต้องใช้ เครื่องจักรเครื่องมือกลปฏิบัติงาน
สําหรับการถมดินให้หมายความถึงการถมดินหรือทรายหรือวัสดุอื่นที่มีการ
ควบคุมคุณสมบัติของวัสดุนั้น และมีข้อกําหนดวิธีการถม รวมทั้งมีการบดอัดแน่นโดยใช้เครื่องจักร เครื่องมือกล เพื่อให้ได้มาตรฐานตามที่กําหนดไว้ เช่นเดียวกับงานก่อสร้างถนนหรือเขื่อน
ชลประทาน
ทั้งนี้ ให้รวมถึงงานประเภท EMBANKMENT, EXCAVATION, SUBBASE,
SELECTED MATERIAL, UNTREATED BASE! SHOULDER
ใช้สูตร K
0.30+ 0.10 IVIo + 0.40 Ev/Eo + 0.20 Ft/Fo
2.2 งานหินเรียง หมายถึง งานหินขนาดใหญ่นํามาเรียงกันเป็นชั้นให้เป็น ระเบียบจนได้ความหนาที่ต้องการ โดยในช่องว่างระหว่างหินใหญ่จะแซมด้วยหินย่อยหรือกรวด ขนาดต่าง ๆ และทรายให้เต็มช่องว่าง มีการควบคุมคุณสมบัติของวัสดุและมีข้อกําหนดวิธีปฏิบัติ โดยใช้เครื่องจักร เครื่องมือกล หรือแรงคน และให้หมายความรวมถึงงานหินทิ้ง งานหินเรียง ยาแนว หรืองานหินใหญ่ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน เพื่อการป้องกันการกัดเซาะพังทลายของ ลายคลิ่งและท้องลํานํ้า
ใช้สูตร K
0.40 + 0.20 Tt Io + 0.20 Mt Mo + 0.20 Ft Fo
2.3 งานเจาะระเบิดหิน หมายถึง งานเจาะระเบิดหินทั่ว ๆ ไป ระยะทางขนย้าย ไป-กลับ ประมาณไม่เกิน 2 กิโลเมตร ยกเว้นงานเจาะระเบิดอุโมงค์ซึ่งต้องใช้เทคนิคชั้นสูง
ใช้สูตร K
====
0.45 + 0.15 IVIo + 0.10 Mt/Mo+ 0.20 Et/Eo +0.10 Ft/Fo
หมวดที่ 3
งานทาง
ใช้สูตร K
3.1 งานผิวทาง PRIME COAT, TACK COAT, SEAL COAT
0.30 +0.40 At/Ao + 0.20 Et/Eo+0.10 Ft/Fo
ข้อกําหนดรายละเอียดขอบเขตงาน (Terms of Reference : TOR) งานปรับปรุงห้อง CCTV และห้องส่วนบริการท่าอากาศยาน ท่าอากาศยานหาดใหญ่
- 4-
ภาคผนวก 5 หน้า 6 ของ 12
ใช้สูตร K
ใช้สูตร K
3.2 งานผิวทาง SURFACE TREATMENT SLURRY SEAL
0.30 +0.10 Mt/Mo+0.30 At/Ao + 0.20 Et/Eo + 0.10 Ft/Fo
3.3 งานผิวทาง ASPHALTIC CONCRETE, PENETRATION MACADAM
0.30 + 0.10 M Mo+ 0.40 AtAo + 0.10 Et/Eo + 0.10 FtFo
3.4 งานผิวถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก หมายถึง ผิวถนนคอนกรีตที่ใช้เหล็กเสริม ซึ่งประกอบด้วยตะแกรงเหล็กเส้นหรือตะแกรงลวดเหล็กกล้าเชื่อมติด (WELDED STEEL WIRE FARRIC) เหล็กเดือย (DOWEL BAR) เหล็กยึด (DEFORMED TIE BAR) และรอยต่อ ต่าง ๆ (JOINT) ทั้งนี้ ให้หมายความรวมถึงแผ่นพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กบริเวณคอสะพาน (R.C. BRIDGE APPROACH) ด้วย
ใช้สูตร K
0.30+ 0.10 It/lo + 0.35 CU/Co +0.10 Mt/Mo+ 0.15 St/So
3.5 งานท่อระบายน้าคอนกรีตเสริมเหล็กและงานบ่อพัก หมายถึง ท่อคอนกรีต เสริมเหล็กสําหรับงานระบายน้ํา (PRECAST REINFORCED CONCRETE DRAINAGE PIPE) งานรางระบายน้ําคอนกรีตเสริมเหล็ก งานคาดคอนกรีตเสริมเหล็กรางระบายน้ําและบริเวณลาด
คอสะพาน
รวมทั้งงานบ่อพักคอนกรีตเสริมเหล็กและงานคอนกรีตเสริมเหล็กอื่นที่มีรูปแบบและ
ลักษณะงานคล้ายคลึงกัน เช่น งานบ่อพัก (MANHOLE) ท่อร้อยสายโทรศัพท์ ท่อร้อยสายไฟฟ้า
เป็นต้น
ใช้สูตร K
0.35 +0.20 Ito + 0.15 CU/Co+0.15 Mt/Mo + 0.15 St/So
3.6 งานโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กและงานเพื่อนกันตลิ่ง หมายถึง สะพาน คอนกรีตเสริมเหล็ก โครงสร้างฐานรากคอนกรีตเสริมเหล็กคอสะพาน (R.C. BEARING UNIT) ท่อเหลี่ยมคอนกรีตเสริมเหล็ก (R.C. BOX CULVERT) หอถังน้ําโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก เขื่อนกันตลิ่งคอนกรีตเสริมเหล็ก ท่าเทียบเรือคอนกรีตเสริมเหล็กและสิ่งก่อสร้างอื่นที่มีลักษณะ
คล้ายคลึงกัน
ใช้สูตร K
=
0.30+ 0.10 III+ 0.15 CV/Co + 0.20 Mt/Mo+0.25 St/So
ข้อกําหนดรายละเอียดขอบเขตงาน (Terms of Reference : TOR) งานปรับปรุงห้อง CCTV และห้องส่วนบริการท่าอากาศยาน ท่าอากาศยานหาดใหญ่
-5-
ภาคผนวก 5 หน้า 7 ของ 12
3.7 งานโครงสร้างเหล็ก หมายถึง
สะพานเหล็กสําหรับคนเดินข้ามถนน
โครงเหล็กสําหรับติดตั้งป้ายจราจรชนิดแขวนสูง เสาไฟฟ้าแรงสูง เสาวิทยุ เสาโทรทัศน์ หรือ
งานโครงเหล็กอื่นที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน
แต่ไม่รวมถึงงานติดตั้งเสาโครงเหล็กสายส่งของ
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
ใช้สูตร K
หมวดที่ 4
0.25 + 0.10 It/lo+0.05 CUCo + 0.20 Mt/Mo+0.40 St/So
งานชลประทาน
4.1 งานอาคารชลประทานไม่รวมบานเหล็ก หมายถึง อาคารคอนกรีตเสริม
เหล็กชนิดต่าง ๆ ที่ก่อสร้างในแนวคลองส่งน้ําหรือคลองระบายน้ํา เพื่อควบคุมระดับและหรือ ปริมาณน้ํา ได้แก่ ท่อระบายน้ํา น้ําตกรางเท สะพานน้ํา ท่อลอด ไซฟอน และอาคารชลประทาน ชนิดอื่น ๆ ที่ไม่มีบานระบายเหล็ก แต่ไม่รวมถึงงานอาคารชลประทานขนาดใหญ่ เช่น ฝาย ทางระบายน้ําล้น หรืออาคารชลประทานประกอบของเขื่อน เป็นต้น
ใช้สูตร K
0.40+ 0.20 It/To+0.10 Ct/Co+0.10 MtMo+ 0.20 St/So
4.2 งานอาคารชลประทานรวมบานเหล็ก หมายถึง อาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก
ㄓ
ชนิดต่าง ๆ ที่ก่อสร้างในแนวคลองส่งน้ําหรือคลองระบายน้ํา เพื่อควบคุมระดับและหรือปริมาณน้ํา ได้แก่ ท่อส่งน้ําเข้านา ท่อระบายน้ํา ประตูระบายน้ํา อาคารอัดน้ํา ท่อลอดและอาคารชลประทาน ชนิดต่าง ๆ ที่มีบานระบายน้ํา แต่ไม่รวมถึงงานอาคารชลประทานขนาดใหญ่ เช่น ฝ่าย ทางระบายน้ําล้น หรืออาคารชลประทานประกอบของเขื่อน เป็นต้น
ใช้สูตร K
0.35+0.20 It/Io +0.10 CU/Co+0.10 Mt/Mo+ 0.25 St/So
4.3 งานบานระบาย TRASHRACK และ STEEL LINER หมายถึง บานระบาย เหล็กเครื่องกว้านและโครงยก รวมทั้ง BULK HEAD GATE และงานท่อเหล็ก
ใช้สูตร K
=
0.35 + 0.20 Itīo + 0.45 GtGe
งด
ข้อกําหนดรายละเอียดขอบเขตงาน (Terms of Reference : TOR) งานปรับปรุงห้อง CCTV และห้องส่วนบริการท่าอากาศยาน ท่าอากาศยานหาดใหญ่
ภาคผนวก 5 หน้า 8 ของ 12 - 6-
4.4 งานเหล็กเสริมคอนกรีต และ ANCHOR BAR หมายถึง เหล็กเส้นที่ใช้เสริม ในงานคอนกรีตและเหล็ก ANCHOR BAR ของงานฝาย ทางระบายน้ําล้น หรืออาคารชลประทาน ประกอบของเขื่อน ซึ่งมีสัญญาแยกจ่ายเฉพาะงานเหล็กดังกล่าวเท่านั้น
ใช้สูตร K
0.25 +0.15 It/Io + 0.60 St/So
4.5 งานคอนกรีตไม่รวมเหล็กและคอนกรีตดาดคลอง หมายถึง งานคอนกรีต เสริมเหล็กที่หักส่วนของเหล็กออกมาแยกคํานวณต่างหากของงานฝาย ทางระบายน้ําล้นหรือ
อาคารชลประทานประกอบของเขื่อน ซึ่งมีสัญญาแยกจ่ายเฉพาะงานคอนกรีตดังกล่าวเท่านั้น
ใช้สูตร K
=
0.40 +0.15 IVIo + 0.25 CV/Co + 0.20 Mt/Mo
4.6 งานเจาะ หมายถึง การเจาะพร้อมทั้งฝังท่อกรุขนาดรูในไม่น้อยกว่า
48 มิลลิเมตร ในชั้นดิน หินผุหรือหินที่แตกหัก เพื่ออัดฉีดน้ําปูน และให้รวมถึงงานซ่อมแซม ฐานรากอาคารชลประทาน ถนนและอาคารต่าง ๆ โดยการอัดฉีดน้ําปูน
ใช้สูตร K
0.40+ 0.20 It/lo+ 0.10 Mt/Mo+ 0.20 Et/Eo + 0.10 Ft/Fo
4.7 งานอัดฉีดน้ําปูน ค่าอัดฉีดน้ําปูนจะเพิ่มหรือลด ให้เฉพาะราคาซีเมนต์ที่ เปลี่ยนแปลงตามดัชนีราคาของซีเมนต์ที่กระทรวงพาณิชย์จัดทําขึ้น ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
กับเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
หมวดที่ 5
ใช้สูตร K
ใช้สูตร K
ใช้สูตร K
=
งานระบบสาธารณูปโภค
5.1 งานวางท่อ AC และ PVC
5.1.1 ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างเป็นผู้จัดหาท่อและหรืออุปกรณ์ให้
0.50 +0.25 It/lo+0.25 Mt/Mo
5.1.2 ในกรณีที่ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาท่อ AC และหรืออุปกรณ์
0.40 + 0.10 Ito + 0.10 MtMo+ 0.40 ACT ACO
5.1.3 ในกรณีที่ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาพ่อ PVD และหรืออุปกรณ์
0.40 +0,10 Itlo + 0.10 MUMo+ 0.40 PVCUPVCo
कैलेस
ข้อกําหนดรายละเอียดขอบเขตงาน (Terms of Reference : TOR) งานปรับปรุงห้อง CCTV และห้องส่วนบริการท่าอากาศยาน ท่าอากาศยานหาดใหญ่
-7-
ภาคผนวก 5 หน้า 9 ของ 12
ใช้สูตร K
5.2 งานวางท่อเหล็กเหนียวและท่อ HYDENSITY POLYETHYLENE 5.2.1 ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างเป็นผู้จัดหาท่อและหรืออุปกรณ์ให้
0.40+ 0.10 ItЛlo + 0.15 Mt/Mo+ 0.20 EtEo + 0.15 Ft/Fo
5.2.2 ในกรณีที่ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาท่อเหล็กเหนียวและหรืออุปกรณ์และ
ให้รวมถึงงาน TRANSMISSION CONDUIT
ใช้สูตร K
และหรืออุปกรณ์
0.40+ 0.10 It/lo +0.10 MU/Mo+0.10 Et/Eo +0.30 GIP GIPO
5.2.3 ในกรณีที่ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาท่อ HYDENSITY POLYETHYLENE
ใช้สูตร K
ใช้สูตร K
0.50 +0.10 IU/lo + 0.10 Mt/Mo+0.30 PEt/PEO
5.3 งานปรับปรุงระบบอุโมงค์ส่งน้ําและงาน SECONDARY LINING
0.40+ 0.10 It/lo + 0.15 Et/Eo + 0.35 GIP/GIPO
5.4 งานวางท่อ PVC หุ้มด้วยคอนกรีต
ใช้สูตร K
0.30+0.10It/lo+0.20Ct/Co+0.05Mt/Mo+0.05St/So+0.30PVC/PVCo
5.5 งานวางท่อ PVC กลบทราย
ใช้สูตร K
=
0.25 +0.05 It/lo + 0.05 Mt/Mo+0.65 PVC/PVCo
ใช้สูตร K
5.6 งานวางท่อเหล็กอาบสังกะสี
0.25 +0.25 It/lo+ 0.50 GIPUGIPO
ประเภทงานและสูตรต่อไปนี้ใช้เฉพาะงานก่อสร้างของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเท่า
นั้น
น
5.7 งานก่อสร้างระบบสายส่งแรงสูงและสถานีไฟฟ้าย่อย
5.7.1 งานติดตั้งเสา โครงเหล็กสายส่งและอุปกรณ์ รวมทั้งงานติดตั้งอุปกรณ์
ไฟฟ้าสถานีไฟฟ้าย่อย
ข้อกําหนดรายละเอียดขอบเขตงาน (Terms of Reference : TOR) งานปรับปรุงห้อง CCTV และห้องส่วนบริการท่าอากาศยาน ท่าอากาศยานหาดใหญ่
-8-
ภาคผนวก 5 หน้า 10 ของ 12
สําหรับงานติดตั้ง เสา โครงเหล็กสายส่งและอุปกรณ์ ประกอบด้วย ลักษณะงาน ดังนี้คือ PRELIMINARY WORK (ยกเว้น BOUNDARY POST), TOWERS, INSULATOR
STRING AND OVERHEAD GROUND WIRE ASSEMBLIES, CONDUCTOR AND OVERHEAD GROUND WIRE STRINGING, LINE ACCESSORIES, GROUNDING MATERIALS
สําหรับงานติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าสถานีไฟฟ้าย่อย หมายถึง เฉพาะการติดตั้ง
อุปกรณ์ไฟฟ้าเท่านั่น
ใช้สูตร K
www
0.60+0.25 Ivlo + 0.15 Ft/Fo
5.7.2 งานก่อสร้างฐานรากเสาไฟฟ้า (TOWER FOUNDATION) และงาน
ติดตั้ง BOUNDARY POST
0.35+0.20 It/Io +0.20 CV/Co+0.10 SU/So+0.15 Ft/Fo
ใช้สูตร K
5.7.3 งานก่อสร้างฐานรากอุปกรณ์ไฟฟ้าสถานีไฟฟ้าย่อย
ใช้สูตร K
0.50 +0.20 Tt/To+0.15 CT/Co+0.15 St/So
5.8 งานหล่อและตอกเสาเข็มคอนกรีตอัดแรง
5.8.1 งานเสาเข็มคอนกรีตอัดแรง
ใช้สูตร K
0.35+0.15 It/lo + 0.20 CUCo+0.30 St/So
5.8.2 งานเสาเข็มแบบ CAST IN PLACE
ใช้สูตร K.
=
0.30 +0.10 Ito +0.25 Ct/Co+0.35 St/So
ประเภทงานและสูตรต่อไปนี้ใช้เฉพาะงานก่อสร้างของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเท่านั้น
ใช้สูตร K
ใช้สูตร K
5.9 งานก่อสร้างสายส่งแรงสูงระบบแรงดัน 69 - 115 KV. 5.9.1 ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างเป็นผู้จัดหาวัสดุและหรืออุปกรณ์ให้
0.80 +0.05 It/lo + 0.10 Mt/Mo+ 0.05 Ft/Fo
5.9.2 ในกรณีที่ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาวัสดุหรืออุปกรณ์
0.45 + 0.05 Itlo + 0.20 Mt/Mo+ 0.05 Ft/Fo+ 0.25 WW/Wo
huep
ข้อกําหนดรายละเอียดขอบเขตงาน (Terms of Reference : TOR) งานปรับปรุงห้อง CCTV และห้องส่วนบริการท่าอากาศยาน ท่าอากาศยานหาดใหญ่
ภาคผนวก 5 หน้า 11 ของ 12
K
It
Io
Ct
Co
Mt
Mo
-9-
ดัชนีราคาที่ใช้คํานวณตามสูตรที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้ จัดทําขึ้นโดย
กระทรวงพาณิชย์
H
ESCALATION FACTOR
ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
ดัชนีราคาซีเมนต์ ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
ดัชนีราคาซีเมนต์ ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง (ไม่รวมเหล็กและซีเมนต์) ในเดือนที่ส่งงาน แต่ละงวด
ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง (ไม่รวมเหล็กและซีเมนต์) ในเดือนที่เปิดซอง
ประกวดราคา
ดัชนีราคาเหล็ก ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
ดัชนีราคาเหล็ก ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
ดัชนีราคาเหล็กแผ่นเรียบที่ผลิตในประเทศ ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด ดัชนีราคาเหล็กแผ่นเรียบที่ผลิตในประเทศ ในเดือนที่เปิดซองประกวด
ดัชนีราคาแอสฟัลท์ ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
ดัชนีราคาแอสฟัลท์ ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
ดัชนีราคาเครื่องจักรกลและบริภัณฑ์ ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
ดัชนีราคาเครื่องจักรกลและบริภัณฑ์ ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา ดัชนีราคาน้ํามันดีเซลหมุนเร็ว ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด ดัชนีราคาน้ํามันดีเซลหมุนเร็ว ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา ดัชนีราคาท่อซีเมนต์ใยหิน ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด ดัชนีราคาท่อซีเมนต์ใยหิน ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา ดัชนีราคาท่อ PVC ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
ดัชนีราคาท่อ PVC ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
ดัชนีราคาท่อเหล็กอาบสังกะสี ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
ดัชนีราคาท่อเหล็กอาบสังกะสี ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
St
Sa
11
Gt
Go
ราคา
At
Ao
Et
Eo
Ft
Fo
=
ACt
ACo
=
PVCt
PVCO =
GIPt
GIPO
ข้อกําหนดรายละเอียดขอบเขตงาน (Terms of Reference : TOR) งานปรับปรุงห้อง CCTV และห้องส่วนบริการท่าอากาศยาน ท่าอากาศยานหาดใหญ่
-10-
ภาคผนวก 5 หน้า 12 ของ 12
PET
=
PEO
Wt
Wo
ดัชนีราคาท่อ HYDENSITY POLYETHYLENE ในเดือนที่ส่งงาน แต่ละงวด
ดัชนีราคาท่อ HYDENSITY PLOYETHYLENE ในเดือนที่เปิดซอง ประกวดราคา
ดัชนีราคาสายไฟฟ้า ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
ดัชนีราคาสายไฟฟ้า ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
ค. วิธีการคํานวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้
- การคํานวณค่า K จากสูตรตามลักษณะงานนั้น ๆ ให้ใช้ตัวเลขดัชนีราคาวัสดุ ก่อสร้างของกระทรวงพาณิชย์ โดยใช้ฐานของปี 2530 เป็นเกณฑ์ในการคํานวณ
- การคํานวณค่า K สําหรับกรณีที่มีงานก่อสร้างหลายประเภทรวมอยู่ในสัญญา
เดียวกัน จะต้องแยกค่างานก่อสร้างแต่ละประเภทให้ชัดเจนตามลักษณะของงานนั้น และให้
สอดคล้องกับสูตรที่ได้กําหนดไว้ - การคํานวณหาค่า K กําหนดให้ใช้เลขทศนิยม 3 ตําแหน่งทุกขั้นตอนโดยไม่ มีการปัดเศษ และกําหนดให้ทําเลขสัมพันธ์ (เปรียบเทียบ) ให้เป็นผลสําเร็จก่อน แล้วจึงนํา ผลลัพธ์ไปคูณกับตัวเลของที่หน้าเลขสัมพันธ์นั้น
ๆ - ให้พิจารณาเงินเพิ่มหรือลดราคาค่างานจากราคาที่ผู้รับจ้างทําสัญญาตกลงกับ ผู้ว่าจ้าง เมื่อค่า K ตามสูตรสําหรับงานก่อสร้างนั้น ๆ ในเดือนที่ส่งมอบงานมีค่าเปลี่ยนแปลงไป จากค่า K ในเดือนเปิดซองราคามากกว่า 4% ขึ้นไป โดยนําเฉพาะส่วนที่เกิน 4% มาคํานวณ ปรับเพิ่มหรือลดค่างานแล้วแต่กรณี (โดยไม่คิด 4% แรกให้
- ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถทําการก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาใน สัญญา โดยเป็นความผิดของผู้รับจ้าง ค่า K ตามสูตรต่าง ๆ ที่จะนํามาใช้ในการคํานวณค่างาน ให้ใช้ค่า K ของเดือนสุดท้ายตามอายุสัญญา หรือค่า K ของเดือนที่ส่งมอบงานจริง แล้วแต่ว่า ค่า K ตัวใดจะมีค่าน้อยกว่า
- การจ่ายเงินแต่ละงวดให้จ่ายค่าจ้างงานที่ผู้รับจ้างทําได้แต่ละงวดตามสัญญา ไปก่อน ส่วนค่างานเพิ่มหรือค่างานลดลงซึ่งจะคํานวณได้ต่อเมื่อทราบดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง ซึ่งนํามาคํานวณค่า K ของเดือนที่ส่งมอบงานงวดนั้น ๆ เป็นที่แน่นอนแล้ว เมื่อคํานวณเงินเพิ่ม ได้ให้ขอทําความตกลงเรื่องการเงินกับสํานักงบประมาณ
केलेल
ข้อกําหนดรายละเอียดขอบเขตงาน (Terms of Reference : TOR) งานปรับปรุงห้อง CCTV และห้องส่วนบริการท่าอากาศยาน ท่าอากาศยานหาดใหญ่
ภาคผนวก 6 หน้า 1 ของ 4
ภาคผนวก 6
การดําเนินการตามแนวทางปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท.
ข้อกําหนดรายละเอียดขอบเขตงาน (Terms of Reference : TOR) งานปรับปรุงห้อง CCTV และห้องส่วนบริการท่าอากาศยาน ท่าอากาศยานหาดใหญ่
ภาคผนวก 6 หน้า 2 ของ 4
ນ
ข้าพเจ้า
สัญญาเลขที่
แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
มีสํานักงาน/ภูมิลําเนาตั้งอยู่ ณ
(AOT Supplier Sustainable Code of Conduct)
……..
ซึ่งเป็นคู่สัญญากับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) (ทอท.) ตามสัญญาเลขที่ ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “คู่ค้าของ ทอท.” ได้รับทราบแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท.รายละเอียดดังนี้
ทอท.มีความมุ่งมั่นต่อการดําเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนในทุกกระบวนการ ดังนั้น “แนวทางการปฏิบัติ อย่าง ยั่งยืนของคู่ค้า ทอท.” จึงได้ถูกกําหนดขึ้น โดยพิจารณาเนื้อหาและขอบเขตให้อยู่ภายใต้ข้อกําหนดและ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมทั้ง 3 มิติ ได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมให้คู่ค้าของ ทอท. ดําเนินงานอย่างโปร่งใส มีจริยธรรม เคารพสิทธิมนุษยชน ดูแลอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของลูกจ้าง คํานึงถึงผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมจากการดําเนินงาน ผ่านการกํากับดูแลกิจการและแนวปฏิบัติที่ดี ดังนี้
มิติเศรษฐกิจ - การกํากับดูแลกิจการที่ดี - การปฏิบัติตนตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ และความซื่อสัตย์สุจริต คู่ค้าของ ทอท.ต้องดําเนินธุรกิจอย่าง เคารพกฎหมายของประเทศและระเบียบข้อบังคับของ กยท. อยู่ เเคร่งครัด และดําเนินธุรกิจตามหลักจริยธรรม โดยปราศจากการติดสินบน หรือทุจริตในทุกรูปแบบ หรือประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย
- การรักษาความลับ: คู่ค้าของ ทอท.ต้องเก็บรักษาข้อมูลและป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลที่เป็นความลับ ของ ทอท. และไม่มีข้อมูลของ ทอท.ไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ที่ผิดกฎหมาย เพื่อประโยชน์ส่วนบุคคล หรือ เพื่อประโยชน์ทางการค้า
- ความขัดแย้งทางผลประโยชน์หรือผลประโยชน์ทับซ้อน: คู่ค้าของ ทอท.ต้องแจ้งให้ ทอท.ทราบเป็น ลายลักษณ์อักษร หากพบการดําเนินการใด ๆ ที่เป็นผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่าง ทอท.และคู่ค้า 4. การแข่งขันเสรีและกฎหมายการแข่งขันทางการค้า คู่ค้าของ ทอท.จะต้องปฏิบัติตนภายใต้การแข่งขันที่เสรี เป็นธรรมและดําเนินการตามกฎหมายการแข่งขันทางการค้าอย่างเคร่งครัด และไม่กระทําการอื่นใดซึ่งจะ
ส่งผลกระทบเชิงลบต่อคู่แข่งทางการค้า
ข้อกําหนดรายละเอียดขอบเขตงาน (Terms of Reference : TOR) งานปรับปรุงห้อง CCTV และห้องส่วนบริการท่าอากาศยาน ท่าอากาศยานหาดใหญ่
ภาคผนวก 6 หน้า 3 ซอง 4
มิติสังคม - การจ้างงานและการเคารพสิทธิมนุษยชน - อาชีวอนามัยและความปลอดภัยของแรงงาน: คู่ค้าของ ทอท.ต้องดูแลแรงงานด้านอาชีวอนามัยและ
ความปลอดภัยให้เหมาะสม อาทิ สถานที่และสภาพแวดล้อมในการทํางาน และการดูแลสุขภาพของลูกจ้างและ ผู้รับเหมาช่วงให้สอดคล้องตามกฎหมายหรือมาตรฐานสากล - อิสรภาพของการจ้างงาน: คู่ค้าของ ทอท.ต้องดําเนินธุรกิจโดยปราศจากการใช้แรงงานบังคับ ต้องไม่มีการใช้ แรงงานไม่สมัครใจ และเปิดโอกาสให้แรงงานสามารถรวมกลุ่มเพื่อเจรจาและต่อรองได้ตามกฎหมายของ
ประเทศ - ค่าจ้างและสิทธิประโยชน์: คู่ค้าของ ทอท จะต้องจ่ายค่าจ้างและให้สิทธิประโยชน์อื่นใดที่ลูกจ้างพึงได้รับ
อย่างถูกต้อง เป็นธรรม และตรงตามกําหนดเวลา - การใช้แรงงานเด็ก: คู่ค้าของ ทอท.ต้องไม่จ้างแรงงานเด็กที่มีอายุไม่ถึงเกณฑ์ตามที่กฎหมายกําหนด และ
ไม่อนุญาตให้เด็กหรือบุคคลที่มีอายุต่ํากว่า 18 ปี ทํางานในเวลากลางคืน หรือในสถานที่ที่มีลักษณะ
เป็นอันตราย - ระยะเวลาในการทํางาน: คู่ค้าของ ทอท. จะต้องดูแลไม่ให้แรงงานทํางานนานเกินกว่าที่กฎหมายกําหนด
ทั้งนี้จะรวมถึงการทํางานล่วงเวลาและการทํางานในวันหยุด - การปฏิบัติอย่างเท่าเทียม: คู่ค้าของ ทอท.ต้องปฏิบัติอย่างเท่าเทียมต่อลูกจ้าง โดยไม่เลือกปฏิบัติในการ
จ้างงาน การจ่ายค่าตอบแทน การเข้ารับการฝึกอบรม การเลื่อนตําแหน่ง การเลิกจ้างหรือการให้ออกจากงาน อันเนื่องมาจากการแบ่งแยกเพศ เชื้อชาติ ถิ่นกําเนิด สีผิว ศาสนา อายุ ความนิยมทางการเมือง สถานภาพ การสมรส สภาพการตั้งครรภ์ หรือความพิการ - การเลิกจ้าง: คู่ค้าของ ทอท.ต้องปฏิบัติและการดําเนินการเลิกจ้างในแต่ละขั้นตอนตามกฎหมายกําหนด และ
ไม่ยกเลิกสัญญาจ้างด้วยความไม่เป็นธรรม - การเคารพสิทธิมนุษยชน: คู่ค้าของ ทอท.ต้องเคารพสิทธิมนุษยชนและมีการปฏิบัติต่อลูกจ้างของตนอย่าง
เป้นธรรม ตามกฎหมายและมาตรฐานสากล และห้ามมิให้มีการกระทําอันเป็นการล่วงละเมิดทางร่างกายและ วาจา รวมถึงการคุกคามและการข่มขู่ใด ๆ แก่ลูกจ้าง - แรงงานต่างด้าวหรือแรงงานอพยพ: คู่ค้าของ ทอท.ต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานหากมีการจ้างแรงงาน
ต่างด้าวหรือแรงงานอพยพ โดยต้องจัดเตรียมเอกสารสัญญาจ้างในภาษาแม่ของแรงงานหรือภาษาที่แรงงาน อ่านแล้วเข้าใจก่อนการจ้างงาน รวมทั้ง หนังสือเดินทางและเอกสารประจําตัวของแรงงานต้องเก็บโดยเจ้าของ เอกสารตลอดเวลา นายจ้างหรือบุคคลที่สามไม่สามารถถือครองเอกสารดังกล่าวของแรงงานได้ - ความรับผิดชอบต่อสังคม: คู่ค้าของ ทอท.ควรแสดงออกถึงการมีส่วนร่วมในการพัฒนาและรับผิดชอบ
ต่อสังคม
ข้อกาหนดรายละเอียดขอบเขตงาน (Terms of Reference : TOR) งานปรับปรุงห้อง CCTV และห้องส่วนบริการท่าอากาศยาน ท่าอากาศยานหาดใหญ่
ภาคผนวก 6 หน้า 4 ของ 4
มิติสิ่งแวดล้อม - การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษ - การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม: คู่ค้าของ ทอท.ต้องบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐาน ข้อกําหนด และ แนวปฏิบัติที่ดีที่เกี่ยวข้อง ในทุกกระบวนการผลิตและการให้บริการ เพื่อการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ลด ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และไม่สร้างความเดือดร้อนรําคาญให้กับชุมชนรอบข้าง
- มาตรการป้องกันและลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม: คู่ค้าของ ทอท.จะต้องดําเนินมาตรการป้องกันและ ควบคุมมลพิษ อาทิ ของเสีย น้ําเสีย เสียงรบกวน มลพิษทางอากาศ และก๊าซเรือนกระจก โดยต้องควบคุมหรือ บําาบัดก่อนปล่อยออกสู่ภายนอกตามกฎหมายและมาตรฐานสากล
ทอท.คาดหวังให้คู่ค้าพิจารณานําแนวทางการปฏิบัติเหล่านี้ ทั้งการกํากับดูแลกิจการที่ดี การจ้างงานและการ เคารพสิทธิมนุษยชน และการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษ มาปรับใช้ในการดําเนินงานของคู่ค้า พร้อม ส่งเสริมให้คู่ค้ามีแนวทางปฏิบัติอย่างยั่งยืนในห่วงโซ่อุปทานของตนเองตามความเหมาะสม
ข้าพเจ้าได้อ่าน เข้าใจ และรับทราบ แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้าของ ทอท. และตกลงที่จะปฏิบัติตาม แนวทางดังกล่าวนี้ในทุกประเด็นที่การดําเนินธุรกิจของบริษัทข้าพเจ้าเกี่ยวข้อง โดยจะแจ้งให้ลูกจ้างของบริษัทที่ เกี่ยวข้องทุกคนรับทราบรวมถึงเก็บข้อมูลซึ่งเป็นหลักฐานการปฏิบัติตามแนวทางนี้ไว้ และส่งมอบให้ตามที่ ทอท. ร้อง
ขอ
ชื่อบริษัทคู่ค้า : ที่อยู่ :
ชื่อ - สกุล ตําาแหน่ง :
คู่ค้าลงนามรับทรายและประทับตราบริษัท
ลายมือชื่อ :
วันที่ :
(กรุณากรอกข้อมูลให้ครบถ้วนและนําส่งคืนในวันลงนามใน TOR)
Howry