ประกวดราคาเช่าโครงการค่าเช่ารถนั่งส่วนกลาง รถยนต์ไฟฟ้า ประเภทแบตเตอรี่ (BEV) (ขนาดความจุของแบตเตอรี่ตั้งแต่ 30 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) ขึ้นไป และกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุดไม่เกิน 150 กิโลวัตต์) 4 คัน ระยะเวลา 5 ปี (60 เดือน)
สํานักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) มีความจำเป็นต้องเช่ารถยนต์นั่งส่วนบุคคลไฟฟ้าประเภทแบตเตอรี่ (BEV) จำนวน 4 คัน เพื่อทดแทนรถยนต์เดิมที่มีอายุใช้งานเกิน 15 ปี และเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง รวมถึงสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลที่ส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในภาคราชการ รถยนต์ที่จะเช่าต้องมีขนาดความจุแบตเตอรี่ตั้งแต่ 30 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) ขึ้นไป และกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุดไม่เกิน 150 กิโลวัตต์ ระยะเวลาการเช่าคือ 5 ปี นับจากวันส่งมอบรถ ผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบรถยนต์พร้อมใช้งานภายใน 45 วัน และดูแลรักษารถให้อยู่ในสภาพดีตลอดอายุสัญญา รวมถึงให้ข้าราชการ สศค. สามารถใช้รถยนต์ได้ทั่วราชอาณาจักร เงื่อนไขเพิ่มเติมรวมถึงการจ่ายเงินค่าเช่าเป็นรายเดือนและการปรับหากมีการส่งมอบล่าช้าหรือไม่สามารถใช้งานได้
English summary
The National Economic and Social Development Council (NESDC) intends to lease 4 Battery Electric Vehicle (BEV) cars to replace aging vehicles over 15 years old, reduce maintenance costs, and support the government’s policy of promoting electric vehicle usage in the public sector. The lease period is 5 years from the delivery date. The contractor must deliver the vehicles within 45 days and maintain them in good working condition throughout the contract term. NESDC officials are permitted to use the leased vehicles nationwide.
- ไม่ระบุ -
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- ทดแทนรถยนต์ส่วนกลางที่เสื่อมสภาพและมีอายุใช้งานมากกว่า 15 ปี
- ลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงรักษารถราชการ
- สนับสนุนนโยบายของรัฐบาลที่ส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในภาคราชการ
ขอบเขตของงาน
- เช่ารถยนต์นั่งส่วนบุคคลไฟฟ้าประเภทแบตเตอรี่ (BEV) จำนวน 4 คัน
- ส่งมอบรถยนต์พร้อมใช้งานภายใน 45 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา
- ดูแลรักษารถยนต์ให้อยู่ในสภาพดีตลอดอายุสัญญาเช่า
- ให้ข้าราชการ สศค. สามารถใช้รถยนต์ได้ทั่วราชอาณาจักร
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- รถยนต์ไฟฟ้าประเภทแบตเตอรี่ (BEV) จำนวน 4 คัน พร้อมอุปกรณ์และเครื่องมือประจารถครบถ้วน
- เอกสารการจดทะเบียนกับกรมขนส่งทางบก
- พลังงานไฟฟ้าเต็มความจุของแบตเตอรี่ไม่ต่ำกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ และน้ำมันอื่น ๆ เต็มตามที่ผู้ผลิตกำหนด
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาเช่า: 5 ปี (60 เดือน) นับจากวันส่งมอบรถยนต์
- กำหนดเวลาส่งมอบ: ภายใน 45 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- มีความสามารถตามกฎหมาย
- ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
- ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
- ไม่เป็นผู้ถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ
- ไม่เป็นผู้ถูกระบุชื่อในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงาน
- มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐกําหนด
- เป็นนิติบุคคลและเป็นผู้มีอาชีพที่รับจ้างงานดังกล่าว
- ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
- ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP)
- มีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 9 ล้านบาท หรือมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณโครงการ
เกณฑ์การพิจารณา
- ไม่ได้ระบุรายละเอียดใน TOR ที่ให้มา
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- รถยนต์ไฟฟ้าประเภทแบตเตอรี่ (BEV)
- ขนาดความจุของแบตเตอรี่: ตั้งแต่ 30 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) ขึ้นไป
- กำลังมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด: ไม่เกิน 150 กิโลวัตต์
เงื่อนไขสัญญา
- ค่าเช่าเป็นรายเดือน
- การปรับหากมีการส่งมอบล่าช้าหรือไม่สามารถใช้งานได้ อัตรา 0.2% ต่อวัน
- สศค. มีสิทธิ์ใช้รถยนต์ได้ทั่วราชอาณาจักร
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
คำถาม: รถยนต์ที่เช่าต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง?
คำตอบ: รถยนต์ต้องเป็นรถยนต์ไฟฟ้าประเภทแบตเตอรี่ (BEV) ขนาดความจุของแบตเตอรี่ตั้งแต่ 30 kWh ขึ้นไป และกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุดไม่เกิน 150 กิโลวัตต์ -
คำถาม: ระยะเวลาการเช่ารถยนต์นั้นนานแค่ไหน?
คำตอบ: ระยะเวลาการเช่าคือ 5 ปี (60 เดือน) นับจากวันส่งมอบรถยนต์ -
คำถาม: หากผู้รับจ้างส่งมอบรถยนต์ล่าช้า จะมีค่าปรับหรือไม่?
คำตอบ: มี ค่าปรับเป็นรายวันในอัตรา 0.2% ของราคาค่าเช่าต่อคัน -
คำถาม: สศค. สามารถนำรถยนต์ที่เช่าไปใช้งานได้ที่ไหนบ้าง?
คำตอบ: ข้าราชการ สศค. สามารถใช้รถยนต์ได้ทั่วราชอาณาจักรไทย -
คำถาม: ผู้รับจ้างมีความรับผิดชอบในการดูแลรักษารถยนต์อย่างไรบ้าง?
คำตอบ: ผู้รับจ้างต้องดูแลรักษารถยนต์และอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้อยู่ในสภาพที่สามารถใช้งานได้ดีตลอดอายุสัญญาเช่า -
คำถาม: หากต้องการใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่เช่า ต้องดำเนินการอย่างไร?
คำตอบ: สศค. สามารถนำรถยนต์ไปใช้งานโดยข้าราชการหรือพนักงานของสํานักงานเป็นผู้ขับขี่ได้ -
คำถาม: การจ่ายเงินค่าเช่ารถยนต์นั้นเป็นแบบใด?
คำตอบ: จ่ายเป็นรายเดือนเมื่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับเรียบร้อยแล้ว -
คำถาม: หากผู้รับจ้างไม่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กำหนด สามารถดำเนินการอย่างไรได้บ้าง?
คำตอบ: ผู้รับจ้างสามารถขอวงเงินสินเชื่อเพื่อแสดงความมั่นคงทางการเงินได้ -
คำถาม: การยื่นข้อเสนอในรูปแบบกิจการร่วมค้า มีข้อกำหนดอะไรบ้าง?
คำตอบ: ต้องมีการกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้า และผู้เข้าร่วมค้าทุกรายต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนด -
คำถาม: ผู้รับจ้างต้องดำเนินการอย่างไรเกี่ยวกับระบบ e-GP?
คำตอบ: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ
สําหรับค่าเช่ารถนั่งส่วนกลาง รถยนต์ไฟฟ้า ประเภทแบตเตอรี่ (BEV) (ขนาดความจุของแบตเตอรี่ ตั้งแต่ ๓๐ กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) ขึ้นไป และกําลังมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุดไม่เกิน ๑๕๐ กิโลวัตต์) ๔ คัน
๑. ความเป็นมา
ด้วยสํานักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) มีความประสงค์จะเช่ารถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน ๗ คน (รถยนต์ไฟฟ้า ประเภทแบตเตอรี่ (BEV)) จํานวน ๔ คัน เพื่อทดแทนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน ๗ คน จัดซื้อตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๐ (อายุการใช้งานมากกว่า ๑๕ ปี)
ปัจจุบันรถยนต์นั่งส่วนกลางเสื่อมสภาพไปตามอายุการใช้งาน ทําให้มีอาการขัดข้องและซ่อม บํารุงรักษาอยู่บ่อยครั้ง ทําให้มีค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมจํานวนมาก เนื่องจากครบกําหนดอายุการใช้งาน ของครุภัณฑ์แล้ว จึงเห็นควรเช่ารถยนต์สภาพใหม่เพื่อทดแทนรถยนต์ของเดิม ลดค่าใช้จ่ายในการซ่อม บํารุงรักษา เพิ่มความคล่องตัวในการใช้งาน และความปลอดภัยในการเดินทางติดต่อราชการของเจ้าหน้าที่ สศค. และเป็นการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งจะส่งเสริมให้เกิดการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle : EV) ในภาคราชการ จึงมีความจําเป็นต้องดําเนินการจัดเช่ารถยนต์สภาพใหม่ ทดแทนรถยนต์เดิมที่มีอายุการใช้งาน มากกว่า ๑๕ ปี
๒. วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อทดแทนรถยนต์ส่วนกลาง ซึ่งมีการเสื่อมสภาพไปตามอายุการใช้งาน โดยมีอายุการใช้งาน มากกว่า ๑๕ ปี และเพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณในการซ่อมบํารุงรักษารถราชการ
๒.๒ เพื่อให้มีรถราชการเพียงพอสําหรับใช้ในภารกิจหลัก และภารกิจอื่น ๆ ของเจ้าหน้าที่ สศค. ตลอดจนช่วยสนับสนุนให้การปฏิบัติราชการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง
๓. คุณสมบัติผู้ยื่นเสนอราคา
๓.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๓.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ๓.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๓.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๓.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงาน
ของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๓.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
(ลงชื่อ)…
(ลงชื่อ)……
อา
(ลงชื่อ).. กรรมการ
Cove
ประธานกรรมการ
๓.๗ เป็นนิติบุคคล…
..กรรมการ (ลงชื่อ)…. โทร กรรมการและเลขานุการ
- ๒ -
๓.๗ เป็นนิติบุคคลและเป็นผู้มีอาชีพที่รับจ้างงานดังกล่าว
๓.๔ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่สํานักงานเศรษฐกิจ การคลัง ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขัน อย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๓.๔ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย ข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์ความคุ้มกันเช่นว่านั้น
เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่น
๓.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
๓.๑๑
ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
๓.๑๑.๑ การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญากรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่และความ รับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
๓.๑๑.๒ งานซื้อหรือจ้าง และงานก่อสร้าง
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักกิจการ
ร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้า ทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในหนังสือเชิญชวน
๓.๑๑.๓ การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่น
ข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้า
ทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการ
ร่วมค้า
(๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีเฉพาะเจาะจง
หากผู้เข้าร่วมค้ารายใดได้รับหนังสือเชิญชวนจากหน่วยงานของรัฐแล้ว
ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (๑) สามารถดําเนินการยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
๓.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๓.๑๒.๑ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จด ทะเบียนเกินกว่า ๑ ปีต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏ ในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่ หน่วยงานของรัฐกําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงิน กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ นั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม – เดือน พฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปีได้
๓.๑๒.๒ กรณี…
(ลงชื่อ)…
поз
.กรรมการ
(ลงชื่อ)… (ลงชื่อ) Chine
ประธานกรรมการ
.กรรมการ
(ลงชื่อ)………กรรมการและเลขานุการ - sn -
๓.๑๒.๒ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงาน งบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ของต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้
ไม่ต่ํากว่า 9 ล้านบาท
ไม่ตากว่า ๒ ล้านบาท
ไม่ต่ํากว่า ๓ ล้านบาท
ไม่ต่ํากว่า 4 ล้านบาท
ไม่ต่ากว่า ๒๐ ล้านบาท
(๑) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างไม่เกิน ๑ ล้านบาท ไม่ต้องกําหนดทุนจดทะเบียน
(๒) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 9 ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน
(๓) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน
(๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๒๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน
(๕)
มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๒๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน 50 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน
(๖) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 50 ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๕๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน
(๗) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๕๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๓๐๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ํากว่า 50 ล้านบาท
(๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๓๐๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕๐๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า ๑๐๐ ล้านบาท
๒๐๐ ล้านบาท
(๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕๐๐ ล้านบาทขึ้นไป ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ํากว่า
๓.๑๒.๓ สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่น ข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการ ที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง
แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๓.๑๒.๔ กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอ
ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดา ที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศหรือบริษัทเงินทุน
หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจ
ประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียน
ให้ทราบโดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(ลงชื่อ)..
.กรรมการ
(ลงชื่อ) (ลงชื่อ) (ไม่
ประธานกรรมการ
(๒) กรณี…
.กรรมการ (ลงชื่อ)……..กรรมการและเลขานุการ - C -
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ ธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศ หรือบริษัท
เงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจ
ค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้น
แจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขา รับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐วัน
๓.๑๒.๕ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๓.๑๒.๒ ข้อ ๓.๑๒.๓ และข้อ ๓.๑๒.๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตาม อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ หนังสือเชิญชวนและเอกสารซื้อโดยวิธีคัดเลือกในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP)
จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ
ของกิจการแล้วแต่กรณีประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสาร ดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่า
ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารซื้อโดยวิธีเฉพาะเจาะจง
๓.๑๒.๖ กรณีตามข้อ ๓.๑๒.๑ - ข้อ ๓.๑๒.๕ ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
(๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติ
ล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้วและ
งานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้ว
ก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ มีผลใช้บังคับ
การจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติ
(๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติพนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๔. รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ
เป็นไปตามรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ สําหรับค่าเช่ารถนั่งส่วนกลาง รถยนต์ไฟฟ้า ตเตอรี่ (BEV) (ขนาดความจุของแบตเตอรี่ตั้งแต่ ๓๐ กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) ขึ้นไป และกําลัง มอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุดไม่เกิน ๑๕๐ กิโลวัตต์) ๔ คัน (เอกสารแนบ)
ประเภทแบต
๕. ระยะเวลา…
(ลงชื่อ) (Mn)…กร
กรรมการและเลขานุการ
(ลงชื่อ)..
ain
กรรมการ
(ลงชื่อ)..
(ลงชื่อ) CA
C
ประธานกรรมการ
กรรมการ - C -
๕. ระยะเวลาการเช่า
ระยะเวลาการเช่า ๕ ปี (๖๐ เดือน) นับถัดจากวันส่งมอบรถนั่งส่วนกลาง รถยนต์ไฟฟ้า ประเภท แบตเตอรี่ (BEV) ที่ให้เช่า จํานวน 4 คัน แก่ สศค.
- กําหนดเวลาส่งมอบรถยนต์
๖.๑ ผู้ให้เช่าจะต้องส่งมอบรถนั่งส่วนกลาง รถยนต์ไฟฟ้า ประเภทแบตเตอรี่ (BEV) ที่ให้เช่า จํานวน 4 คัน ในสภาพดี เรียบร้อย พร้อมใช้งานได้ทันที พร้อมด้วยอุปกรณ์และเครื่องมือประจํารถตามมาตรฐานของผู้ผลิต อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ พร้อมพลังงานไฟฟ้าเต็มความจุของแบตเตอรี่ไม่ต่ํากว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ และน้ํามันอื่น ๆ เต็มตามที่ผู้ผลิตกําหนดพร้อมใช้งาน พร้อมหลักฐานการจดทะเบียนกับกรมขนส่งทางบก ไปยัง สศค. ภายใน ๔๕ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาหรือวันที่ระบุให้ส่งมอบตามสัญญา และผู้ให้เช่าจะต้องแจ้ง เป็นหนังสือให้ สศค. ทราบล่วงหน้าก่อนการส่งมอบไม่น้อยกว่า ๓ วันทําการของ สศค. โดยส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า ที่ให้เช่า ณ สศค. กระทรวงการคลัง ถนนพระรามที่ 6 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร ๑๐๔๐๐ โทร. ๐ ๒๒๗๓ ๙๐๒๐ ต่อ ๓๑๕๐
o
๖.๒ การนับวันเริ่มใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าที่ให้เช่า เมื่อผู้ให้เช่าส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าให้แก่ สศค. และ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับไว้เรียบร้อยแล้ว
๗. งวดงานและการจ่ายเงิน
สศค. จะจ่ายเงินค่าเช่ารถนั่งส่วนกลาง รถยนต์ไฟฟ้า ประเภทแบตเตอรี่ (BEV) จํานวน ๔ คัน ในอัตรา คงที่ตลอดอายุสัญญาเป็นรายเดือน เมื่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ กรณีการเช่า เตือนแรกเป็นการเช่าไม่เต็มเดือนปฏิทิน ให้คํานวณค่าเช่าในอัตราเฉลี่ยต่อวัน โดยคิดตามจํานวนวันที่มีการเช่า
รถยนต์จริง
๔. อัตราค่าปรับ
กรณีผู้ให้เช่าส่งมอบรถยนต์ไม่ครบจํานวนตามสัญญา ภายในเวลาที่กําหนด หรือกรณีที่รถยนต์ ที่ผู้ให้เช่าส่งมอบ ไม่สามารถใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์ของ สศค. ผู้ให้เช่ายินยอมให้ สศค. ปรับเป็นรายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๒๐ (ศูนย์จุดสองศูนย์) ของราคาค่าเช่าต่อคัน ตลอดอายุสัญญาตามจํานวนคนที่ยังไม่ได้ ส่งมอบ หรือส่งมอบแต่ไม่สามารถใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์ของ สศค. นับถัดจากวันที่ครบกําหนดให้ส่งมอบ จนถึงวันที่ผู้ให้เช่าได้ส่งมอบรถยนต์ครบถ้วน หรือจนถึงวันที่ผู้ให้เช่าได้ส่งมอบ และสามารถใช้งานได้ตาม วัตถุประสงค์ของ สศค. แล้วแต่กรณี
ทั้งนี้ ไม่ตัดสิทธิ์ สศค. ในการหักค่าเช่าจากผู้ให้เช่าได้ตามที่เห็นสมควร
๙. เงื่อนไขทั่วไป
๔.๑ สศค. มีสิทธิ์ใช้รถยนต์ที่เช่าได้ทั่วราชอาณาจักรไทย โดยไม่จํากัดระยะทางวิ่ง
๔.๒ ผู้ให้เช่าจะต้องดูแลรถยนต์และอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น เครื่องปรับอากาศ เครื่องเสียง ฟิล์มกรองแสง พรม และยางปูพื้น ฯลฯ ให้อยู่ในสภาพที่สามารถใช้งานได้ดีตลอดอายุสัญญา
๔.๓ สศค. มีสิทธิ์ใช้รถยนต์ที่เช่าโดยข้าราชการหรือพนักงานหรือลูกจ้างของสํานักงานเป็นผู้ขับขี่
๔.๔ ผู้ให้เช่า
(ลงมือ)..
ประธานกรรมการ
(ลงช๊อ)
ดอก
กรรมการ
(ลงชื่อ)..
Chaina
กรรมการ
(ลงชื่อ)……กรรมการและเลขานุการ