ซื้อระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาซื้อจัดซื้อรถยนต์ไฟฟ้า ประเภทผสมหรือไฮบริด (HEV) ปริมาตรกระบอกสูบไม่เกิน 2,000 ซีซี หรือกำลังเครื่องยนต์สูงสุดไม่ต่ำกว่า 60 กิโลวัตต์ และกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุดไม่เกิน 115 กิโลวัตต์ จำนวน 6 คัน

สำนักงานอัยการสูงสุด 69069200460
฿4,950,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 18 มิ.ย. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

สำนักงานอัยการสูงสุดมีความประสงค์จะจัดซื้อรถยนต์ไฟฟ้าประเภทผสมหรือไฮบริด (HEV) จำนวน 6 คัน เพื่อใช้ในราชการ โดยมีวงเงินงบประมาณ 4,950,000 บาท โครงการนี้กำหนดคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอให้มีความสามารถตามกฎหมาย ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย หรืออยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอ มีอาชีพขายพัสดุที่ประกวดราคา และไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นนิติบุคคลต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการเป็นบวก หรือมีทุนจดทะเบียนตามที่กำหนด หรือสามารถแสดงวงเงินสินเชื่อได้ตามเกณฑ์ที่ระบุ สำหรับคุณลักษณะเฉพาะของรถยนต์ ต้องเป็นประเภท HEV ปริมาตรกระบอกสูบไม่เกิน 2,000 ซีซี หรือกำลังเครื่องยนต์สูงสุดไม่ต่ำกว่า 60 กิโลวัตต์ และกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุดไม่เกิน 115 กิโลวัตต์ มีระบบเกียร์อัตโนมัติ ระบบเบรก ABS ระบบแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน พร้อมอุปกรณ์ความปลอดภัยและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน รวมถึงการรับประกันคุณภาพ 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร และการรับประกันระบบไฮบริด 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง กำหนดส่งมอบภายใน 90 วันหลังลงนามสัญญา การพิจารณาคัดเลือกจะใช้เกณฑ์ราคาเป็นหลัก โดยจะจ่ายเงินเมื่อส่งมอบและตรวจรับพัสดุเรียบร้อยแล้ว มีอัตราค่าปรับกรณีส่งมอบล่าช้า และกำหนดการรับประกันความชำรุดบกพร่อง 3 ปี

English summary

The Office of the Attorney General intends to procure six Hybrid Electric Vehicles (HEVs) for official use, with a budget of 4,950,000 Baht. Bidders must meet legal requirements, not be bankrupt or suspended from bidding, be in the business of selling the specified goods, and have no conflict of interest. For corporate entities, net worth must be positive, or registered capital must meet specified criteria, or a credit line must be provided. The vehicles must be HEVs with an engine displacement not exceeding 2,000 cc or a maximum engine power of at least 60 kW and a maximum electric motor power not exceeding 115 kW. They must be equipped with an automatic transmission, ABS braking system, lithium-ion battery, and comprehensive safety and convenience features. A warranty of 3 years or 100,000 kilometers is required, along with a 5-year unlimited mileage warranty for the hybrid system. Delivery is due within 90 days after contract signing. The selection criterion will be price. Payment will be made upon successful delivery and acceptance of the vehicles. Penalties apply for late delivery, and a 3-year defect warranty is mandated.

สถานที่ดำเนินการ

กรุงเทพมหานคร

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อใช้ในราชการของสำนักงานอัยการสูงสุด

ขอบเขตของงาน

  • จัดซื้อรถยนต์ไฟฟ้า ประเภทผสมหรือไฮบริด (HEV) จำนวน 6 คัน
  • ส่งมอบรถยนต์ ณ สถานที่ที่สำนักงานอัยการสูงสุดกำหนด (ในเขตกรุงเทพมหานคร)
  • ดำเนินการจดทะเบียนโอนรถยนต์ตามสัญญาต่อกรมการขนส่งทางบก
  • จัดให้มีการประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจประเภท 1 อย่างน้อย 1 ปี
  • สกรีนเครื่องหมายสำนักงานอัยการสูงสุดที่ด้านข้างรถทุกคัน

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • รถยนต์ไฟฟ้า ประเภทผสมหรือไฮบริด (HEV) จำนวน 6 คัน พร้อมอุปกรณ์มาตรฐาน
  • หนังสือคู่มือการใช้รถ และคู่มือการบำรุงรักษาเป็นภาษาไทย
  • กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจประเภท 1 อย่างน้อย 1 ปี
  • สมุดคู่มือจดทะเบียนของกรมการขนส่งทางบกพร้อมป้ายทะเบียนรถยนต์

ระยะเวลาดำเนินการ

  • กำหนดส่งมอบพัสดุภายใน 90 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาซื้อขาย
  • ต้องแจ้งกำหนดเวลาส่งมอบเป็นหนังสือยื่นต่อสำนักงานอัยการสูงสุดก่อนวันกำหนดส่งมอบไม่น้อยกว่า 10 วัน

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • มีความสามารถตามกฎหมาย
    • ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    • ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    • ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว
    • ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงาน
    • มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างฯ กำหนด
    • เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพขายพัสดุที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
    • ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
    • ไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
    • ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์ความคุ้มกันเช่นว่านั้น
  • Standards Compliance:
    • (ไม่ระบุ)
  • Experience:
    • (ไม่ระบุ)
  • Previous Project Cost:
    • (ไม่ระบุ)
  • Technical Capabilities:
    • (ไม่ระบุ)
  • Personnel:
    • (ไม่ระบุ)
  • Financial Requirements:
    • กรณีเป็นนิติบุคคล:
      • จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการจากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
      • จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน หรือจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท
    • กรณีเป็นบุคคลธรรมดา (สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป):
      • พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง
    • กรณีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียนไม่เพียงพอ:
      • กรณีเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย: สามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการ โดยเป็นสินเชื่อจากธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนที่ได้รับอนุญาต ออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน
      • กรณีเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย: สามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการ โดยเป็นสินเชื่อจากธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนที่ได้รับอนุญาต หรือสินเชื่อจากธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน
  • Other Requirements:
    • ผู้ยื่นข้อเสนอต้องได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายจากผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย
    • ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP)

เกณฑ์การพิจารณา

  • เกณฑ์ราคา และพิจารณาจากราคารวม

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • รถยนต์ไฟฟ้า ประเภทผสมหรือไฮบริด (HEV) อย่างน้อย 4 ประตู
  • เครื่องยนต์: ประเภทผสมหรือไฮบริด (HEV) มีปริมาตรกระบอกสูบไม่เกิน 2,000 ซีซี หรือกำลังเครื่องยนต์สูงสุดไม่ต่ำกว่า 60 กิโลวัตต์ และกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุดไม่เกิน 115 กิโลวัตต์
  • ระบบส่งกำลัง: เกียร์อัตโนมัติ ตามมาตรฐานโรงงานผู้ผลิต
  • ระบบเบรก: ล้อหน้าและล้อหลังเป็นดิสก์เบรก, วงจรเบรกแยกอิสระ 2 วงจร, มีเบรกมือ (Parking Brake), มีระบบป้องกันล้อล็อก ABS
  • ระบบแบตเตอรี่ไฟฟ้า: แบตเตอรี่ลิเทียมไอออน สำหรับรถยนต์ประเภทผสมหรือไฮบริด (HEV) ตามมาตรฐานจากโรงงานผู้ผลิต พร้อมการรับประกันคุณภาพและความชำรุดบกพร่อง โดยไม่จำกัดระยะทาง
  • ระบบบังคับเลี้ยว: เป็นระบบพวงมาลัย พร้อมเครื่องช่วยผ่อนแรง ตำแหน่งพวงมาลัยอยู่ทางขวาของรถ, คอพวงมาลัยสามารถปรับสูงต่ำได้ แกนพวงมาลัยยุบตัวได้เมื่อเกิดการชน
  • คุณลักษณะทั่วไป และอุปกรณ์ความปลอดภัย: โครงสร้างตัวถังนิรภัย มีคานกันกระแทกด้านข้างทั้ง 4 ประตู, กระจกบังลมหน้า นิรภัย, เข็มขัดนิรภัยเบาะหน้า 3 จุด จำนวน 2 ตำแหน่ง, เข็มขัดนิรภัยเบาะหลัง 3 จุด จำนวน 3 ตำแหน่ง, มีไฟเบรกดวงที่สาม, มีไฟตัดหมอกหน้า, มีถุงลมนิรภัย
  • อุปกรณ์ที่ติดตั้ง: กระจกประตูไฟฟ้า, กระจกมองหลังปรับไฟฟ้า, เครื่องปัดน้ำฝนอย่างน้อย 2 จังหวะ, ที่ฉีดน้ำล้างกระจก, บังแดดเบาะหน้า, แผงหน้าปัดแสดงข้อมูลครบถ้วน, เครื่องปรับอากาศ, ระบบเครื่องเสียงพร้อมจอสัมผัส (Bluetooth, USB, Radio, กล้องมองหลัง), กล้องติดรถยนต์หน้าและหลัง (Full HD), นาฬิกาดิจิตอล, ล้ออัลลอยด์พร้อมยางอะไหล่, แม่แรงยกรถและเครื่องมือประจำรถ, พ่นกันสนิมและเคลือบสี, ฟิล์มกรองแสงรอบคัน, ระบบป้องกันการโจรกรรม, หนังสือคู่มือการใช้รถและบำรุงรักษาภาษาไทย
  • การรับประกัน: คุณภาพและความชำรุดบกพร่อง 3 ปี หรือ 100,000 กม., ระบบไฮบริด 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
  • ศูนย์บริการ: มีศูนย์บริการทุกจังหวัดทั่วประเทศ
  • อะไหล่: มีอะไหล่ในสต็อกอย่างน้อย 5 ปี
  • สีรถ: สีบรอนซ์เงิน หรือ สีเทา
  • การสกรีนเครื่องหมาย: ผู้ขายต้องสกรีนเครื่องหมายสำนักงานอัยการสูงสุด
  • การส่งมอบ: พร้อมน้ำมันเชื้อเพลิงเต็มถัง, ดำเนินการจดทะเบียนโอนรถยนต์, จัดให้มีการประกันภัยภาคสมัครใจประเภท 1 อย่างน้อย 1 ปี

เงื่อนไขสัญญา

  • การจ่ายเงิน: จ่ายค่าสิ่งของเมื่อผู้ขายได้ส่งมอบสิ่งของครบถ้วนตามสัญญา และสำนักงานอัยการสูงสุดได้รับมอบและตรวจรับพัสดุไว้โดยครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว
  • อัตราค่าปรับ: คิดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.20 ของราคาสิ่งของที่ยังไม่ได้ส่งมอบ จนถึงวันที่ผู้ขายได้นำสิ่งของมาส่งมอบให้ถูกต้องครบถ้วนตามสัญญา
  • การรับประกันความชำรุดบกพร่อง: เป็นเวลา 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งจะถึงก่อน นับถัดจากวันที่ผู้ซื้อได้รับมอบสิ่งของทั้งหมดไว้โดยถูกต้องครบถ้วนตามสัญญา โดยผู้ขายต้องจัดการซ่อมแซมหรือแก้ไขให้อยู่ในสภาพที่ใช้การได้ดีดังเดิมภายใน 7 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งจากผู้ซื้อโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • คำถาม: รถยนต์ที่จัดซื้อเป็นประเภทใด?
    • คำตอบ: รถยนต์ไฟฟ้า ประเภทผสมหรือไฮบริด (HEV)
    • คำถาม: จำนวนรถยนต์ที่ต้องการจัดซื้อคือเท่าใด?
    • คำตอบ: จำนวน 6 คัน
    • คำถาม: วงเงินงบประมาณสำหรับโครงการนี้คือเท่าใด?
    • คำตอบ: 4,950,000 บาท (สี่ล้านเก้าแสนห้าหมื่นบาทถ้วน)
    • คำถาม: กำหนดเวลาในการส่งมอบรถยนต์คือเมื่อใด?
    • คำตอบ: ภายใน 90 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาซื้อขาย
    • คำถาม: เกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอคืออะไร?
    • คำตอบ: เกณฑ์ราคา และพิจารณาจากราคารวม
    • คำถาม: การรับประกันความชำรุดบกพร่องของรถยนต์มีระยะเวลานานเท่าใด?
    • คำตอบ: 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งจะถึงก่อน
    • คำถาม: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีคุณสมบัติทางการเงินอย่างไร?
    • คำตอบ: ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการเป็นบวก หรือมีทุนจดทะเบียนตามที่กำหนด หรือแสดงวงเงินสินเชื่อได้ตามเกณฑ์ที่ระบุ
    • คำถาม: การรับประกันคุณภาพของระบบไฮบริดมีเงื่อนไขอย่างไร?
    • คำตอบ: เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง
    • คำถาม: ผู้ขายต้องดำเนินการจดทะเบียนรถยนต์หรือไม่?
    • คำตอบ: ใช่ ผู้ขายต้องดำเนินการจดทะเบียนโอนรถยนต์ตามสัญญาต่อกรมการขนส่งทางบก โดยผู้ขายเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น
    • คำถาม: รถยนต์ที่เสนอราคาต้องมีศูนย์บริการครอบคลุมทั่วประเทศหรือไม่?
    • คำตอบ: ใช่ ผู้ขายต้องแจ้งรายชื่อศูนย์บริการมาตรฐานที่มีอยู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
โครงการจัดซื้อรถยนต์ไฟฟ้า ประเภทผสมหรือไฮบริด (HEV) ปริมาตรกระบอกสูบไม่เกิน ๒,๐๐๐ ซีซี หรือกําลังเครื่องยนต์สูงสุดไม่ต่ํากว่า ๖๐ กิโลวัตต์ และกําลังมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุดไม่เกิน ๑๑๕ กิโลวัตต์ จํานวน ๖ คัน
๑. ความเป็นมา
สํานักงานอัยการสูงสุด ได้มีการแจ้งวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ รายการ รถยนต์ไฟฟ้า ประเภทผสมหรือไฮบริด (HEV) ปริมาตรกระบอกสูบไม่เกิน ๒,๐๐๐ ซีซี หรือกําลังเครื่องยนต์ สูงสุดไม่ต่ํากว่า ๖๐ กิโลวัตต์ และกําลังมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุดไม่เกิน ๑๑๕ กิโลวัตต์ จํานวน 5 คัน ภายในวงเงิน งบประมาณ ๔,๙๕๐,๐๐๐ บาท (สี่ล้านเก้าแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) เพื่อให้เตรียมการในส่วนที่เกี่ยวข้อง
๒. วัตถุประสงค์
๓.
เพื่อใช้ในราชการของสํานักงานอัยการสูงสุด
คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๓.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๓.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ๓.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๓.๔. ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๓.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงาน
ของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๓.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๓.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพขายพัสดุที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๓.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่สํานักงาน อัยการสูงสุด ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขัน อย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๓.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์ความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๓.๑๐
ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญา ของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
สํานักงาน

  • ๒ -
    (๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
    สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้า ทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
    (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
    (๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง
    เป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
    สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
    ในนามกิจการร่วมค้า
    (๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้า
    ที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (๓.๑) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มี การจําหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
    ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
    ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
    ๓.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
    ๑.
    กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ
    ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อน วันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไป ก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
    ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงาน งบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า ๑ ล้านบาท
    ๓. สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่น ข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการ ที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดง
    หนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
    GENESLU
    สํานักงาน
  • m -
    ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอ
    ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
    (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดา ที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุน
    หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกัน
    ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคล ธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศหรือ
    บริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ
    ประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร
    แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ
    อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคาร
    กลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบโดยพิจารณาจาก ยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจาก สํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคา ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา

    ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ
    ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ ว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าว ในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่า
    ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
  1. กรณีตามข้อ ๑ - ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
    (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
    (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ
    ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
    (๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว
    และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้น ไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
    (๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติ
    การจัดซื้อจัดจ้างฯ
    สํานักงา
  • C -
    (๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
    (5.5) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงาน
    ขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
    ๓.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจําหน่ายจากผู้ผลิตหรือตัวแทน จําหน่ายในประเทศไทย โดยให้ยื่นขณะเข้าเสนอราคา
    ๔. รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ
    ๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทําตารางเปรียบเทียบข้อเสนอของสํานักงานอัยการสูงสุด กับข้อเสนอ ของผู้ยื่นข้อเสนอทุกรายการ โดยให้ยื่นขณะเข้าเสนอราคา
    ตัวอย่าง ตารางเปรียบเทียบข้อเสนอของสํานักงานอัยการสูงสุด กับข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอ
    ลําดับที่ รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
    ของสํานักงานอัยการสูงสุด
    ข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอ
    เอกสารอ้างอิง (ระบุหมายเลขหน้าของ เอกสารอ้างอิงที่เสนอ)
    ๔.๒ รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุของรถยนต์ไฟฟ้า ประเภทผสมหรือไฮบริด (HEV) ปริมาตรกระบอกสูบไม่เกิน ๒,๐๐๐ ซีซี หรือกําลังเครื่องยนต์สูงสุดไม่ต่ํากว่า 50 กิโลวัตต์ และกําลังมอเตอร์ไฟฟ้า สูงสุดไม่เกิน ๑๑๕ กิโลวัตต์ จํานวน 5 คัน ปรากฏตามรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะแนบท้าย
    ๕. กําหนดเวลาส่งมอบพัสดุ
    กําหนดส่งมอบพัสดุที่ซื้อ ณ สถานที่ตามที่สํานักงานอัยการสูงสุดกําหนด (ในเขตกรุงเทพมหานคร) ภายใน ๙๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาซื้อขาย โดยจะต้องแจ้งกําหนดเวลาส่งมอบเป็นหนังสือ ยื่นต่อ สํานักงานอัยการสูงสุดก่อนวันกําหนดส่งมอบไม่น้อยกว่า ๑๐ วัน
  1. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
    ในการพิจารณาคัดเลือกผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ สํานักงานอัยการสูงสุด จะพิจารณาตัดสิน
    โดยใช้เกณฑ์ราคา และพิจารณาจากราคารวม
    ๗. วงเงินงบประมาณ
    งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ของสํานักงานอัยการสูงสุด รวมเป็น เงินทั้งสิ้น ๔,๔๕๐,๐๐๐ บาท (สี่ล้านเก้าแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น และค่าใช้จ่าย ทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
    ๘. งวดงานและการจ่ายเงิน
    สํานักงานอัยการสูงสุดจะจ่ายค่าสิ่งของซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ขาย เมื่อผู้ขายได้ส่งมอบสิ่งของ ได้ครบถ้วนตามสัญญาซื้อขายหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ และสํานักงานอัยการสูงสุดได้รับมอบและได้รับ การตรวจรับพัสดุไว้โดยครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว
    -&-
    ๙. อัตราค่าปรับ
    ไม่ได้รับมอบ
    คิดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ ๐.๒๐ (ศูนย์จุดสองศูนย์) ของราคาสิ่งของที่ นับถัดจากวันครบกําหนดตามสัญญาจนถึงวันที่ผู้ขายได้นําสิ่งของมาส่งมอบให้แก่ผู้ซื้อจนถูกต้องครบถ้วนตาม
    สัญญา
    ๑๐. การรับประกันความชํารุดบกพร่อง
    ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ขาย จะต้องรับประกันความชํารุดบกพร่องหรือ ขัดข้องของสิ่งของตามสัญญานี้เป็นเวลา ๓ (สาม) ปี หรือ ๑๐๐,๐๐๐ (หนึ่งแสน) กิโลเมตร แล้วแต่อย่างใด อย่างหนึ่งจะถึงก่อน นับถัดจากวันที่ผู้ซื้อได้รับมอบสิ่งของทั้งหมดไว้โดยถูกต้องครบถ้วนตามสัญญา โดยภายใน กําหนดเวลาดังกล่าว หากสิ่งของตามสัญญานี้เกิดชํารุดบกพร่อง หรือขัดข้องอันเนื่องมาจากการใช้งานตามปกติ ผู้ขายจะต้องจัดการซ่อมแซมหรือแก้ไขให้อยู่ในสภาพที่ใช้การได้ดีดังเดิม ภายใน ๒ (เจ็ด) วัน นับถัดจากวันที่ ได้รับแจ้งจากผู้ซื้อโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น หากผู้ขายไม่จัดการซ่อมแซมหรือแก้ไขภายในกําหนดเวลา ดังกล่าว ผู้ซื้อมีสิทธิที่จะทําการนั้นเองหรือจ้างผู้อื่นให้ทําการนั้นแทนผู้ขาย โดยผู้ขายต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเอง
    ทั้งสิ้น
    ในกรณีเร่งด่วนจําเป็นต้องรีบแก้ไขเหตุชํารุดบกพร่องหรือขัดข้องโดยเร็ว และไม่อาจรอคอย
    ให้ผู้ขายแก้ไขในระยะเวลาที่กําหนดไว้ตามวรรคหนึ่งได้ ผู้ซื้อมีสิทธิเข้าจัดการแก้ไขเหตุชํารุดบกพร่องหรือ ขัดข้องนั้นเอง หรือให้ผู้อื่นแก้ไขความชํารุดบกพร่องหรือขัดข้อง โดยผู้ขายต้องรับผิดชอบชําระค่าใช้จ่าย ทั้งหมด
    การที่ผู้ซื้อทําการนั้นเอง หรือให้ผู้อื่นทําการนั้นแทนผู้ขาย ไม่ทําให้ผู้ขายหลุดพ้นจาก ความรับผิด ตามสัญญา หากผู้ขายไม่ชดใช้ค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายตามที่ผู้ซื้อเรียกร้องผู้ซื้อมีสิทธิ์บังคับจากหลักประกัน การปฏิบัติตามสัญญาได้
    สํานักงา
    รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของรถยนต์ไฟฟ้า ประเภทผสมหรือไฮบริด (HEV) ปริมาตร กระบอกสูบไม่เกิน ๒,๐๐๐ ซีซี หรือกําลังเครื่องยนต์สูงสุดไม่ต่ํากว่า ๖๐ กิโลวัตต์ และกําลังมอเตอร์ไฟฟ้า สูงสุดไม่เกิน ๑๑๕ กิโลวัตต์ จํานวน 5 คัน
    คุณลักษณะเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า ประเภทผสมหรือไฮบริด (HEV) อย่างน้อย ๔ ประตู มีคุณภาพ หรือประโยชน์ใช้สอยไม่ต่ํากว่าที่กําหนดดังต่อไปนี้
    ๑.
    เครื่องยนต์
    ๑.๑
    เครื่องยนต์ประเภทผสมหรือไฮบริด (HEV) มีปริมาตรกระบอกสูบไม่เกิน ๒,๐๐๐ ซีซี หรือกําลังเครื่องยนต์สูงสุดไม่ต่ํากว่า 50 กิโลวัตต์ และกําลังมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุดไม่เกิน ๑๑๕ กิโลวัตต์
    ๒. ระบบส่งกําลัง
    ๒.๑ เกียร์อัตโนมัติ ตามมาตรฐานโรงงานผู้ผลิต
    ๓. ระบบเบรก
    ๓.๑ ล้อหน้าและล้อหลัง ห้ามล้อแบบเป็นดิสก์เบรก
    ๓.๒ วงจรเบรก แยกอิสระ ๒ วงจร
    ๓.๓ มีเบรกมือ (Parking Brake)
    ๓.๔ มีระบบป้องกันล้อล็อก ABS
    ๔. ระบบแบตเตอรี่ไฟฟ้า
    แบตเตอรี่ลิเทียมไอออน สําหรับรถยนต์ประเภทผสมหรือไฮบริด (HEV) ตามมาตรฐาน จากโรงงานผู้ผลิต พร้อมการรับประกันคุณภาพและความชํารุดบกพร่อง โดยไม่จํากัดระยะทาง
    ๕. ระบบบังคับเลี้ยว
    ๕.๑ เป็นระบบพวงมาลัย พร้อมเครื่องช่วยผ่อนแรง ตําแหน่งพวงมาลัยอยู่ทางขวาของรถ ๕.๒ คอพวงมาลัยสามารถปรับสูงต่ําได้ แกนพวงมาลัยยุบตัวได้เมื่อเกิดการชน 5. คุณลักษณะทั่วไป และอุปกรณ์ความปลอดภัย
    ๖.๑ โครงสร้างตัวถังนิรภัย มีคานกันกระแทกด้านข้างทั้ง ๔ ประตู
    ๖.๒ กระจกบังลมหน้า นิรภัย
    ๖.๓ เข็มขัดนิรภัยเบาะหน้า ๓ จุด จํานวน ๒ ตําแหน่ง
    ๖.๔ เข็มขัดนิรภัยเบาะหลัง ๓ จุด จํานวน ๓ ตําแหน่ง
    ๖.๕ มีไฟเบรกดวงที่สาม
    ๖.๖ มีไฟตัดหมอกหน้า
    ๖.๗ มีถุงลมนิรภัย
    ๗. อุปกรณ์ที่ติดตั้ง
    ๗.๑ กระจกประตูทั้ง 4 บาน สามารถเลื่อนขึ้น - ลงได้ด้วยระบบไฟฟ้าที่สามารถล็อคได้
    ๗.๒ กระจกมองหลัง ข้างซ้าย - ขวา สามารถปรับด้วยระบบไฟฟ้า
    ๗.๓ เครื่องปัดน้ําฝน อย่างน้อย ๒ จังหวะ พร้อมมีที่ฉีดน้ําล้างกระจกบังลมหน้า
    ๗.๔ มีบังแดดเบาะหน้าซ้าย-ขวา
    ๗.๕ แผงหน้าปัดมีมาตรวัดความเร็ว มาตรวัดความเร็วรอบเครื่องยนต์ สัญญาณไฟเลี้ยว สัญญาณไฟชาร์จ และมาตรวัดน้ํามันเชื้อเพลิง หรือสัญญาณเตือนเมื่อเครื่องยนต์ผิดปกติ
    ๗.๖ ติดตั้งเครื่องปรับอากาศตามมาตรฐานผู้ผลิต
    สํานักสูงสุด
  • ๒ -
    ๗.๗ มีระบบเครื่องเสียง พร้อมจอแสดงภาพแบบสัมผัส สามารถเชื่อมต่อ Bluetooth,
    USB, Radio (FM/AM) และมีระบบกล้องมองหลังขณะถอยหลัง พร้อมลําโพงติดรถยนต์ตามมาตรฐานผู้ผลิต
    ๗.๘ ติดตั้งกล้องติดรถยนต์หน้าและหลังความละเอียดไม่น้อยกว่า ๑,๐๘๐ พิกเซล
    และมีหน่วยความจําไม่น้อยกว่า ๖๔ GB รับประกันคุณภาพไม่น้อยกว่า ๑ ปี
    ๗.๔ มีนาฬิกาดิจิตอลแสดงผล
    ๗.๑๐ มีล้ออัลลอยด์ตามมาตรฐานโรงงานผู้ผลิต จํานวน ๕ วง พร้อมยางติดรถและยางอะไหล่ เป็นยางเรเดียล ขนาดตามมาตรฐานโรงงานผู้ผลิตเหมือนกันทั้ง ๕ เส้น
    ๗.๑๑ แม่แรงยกรถและเครื่องมือประจํารถ ตามอุปกรณ์มาตรฐานจากโรงงานผู้ผลิต ๗.๑๒ พ่นกันสนิม และเคลือบสี หลังจากประกอบรถเรียบร้อยแล้ว พร้อมใบรับประกันไม่ต่ํากว่า
    ๕ ปี จากศูนย์พ่นกันสนิม และศูนย์เคลือบสี
    ๗.๑๓ ติดฟิล์มกรองแสงกระจกรอบคันรวมทั้งกระจกบังลมหน้า (เต็มบาน) ไม่มีรอยต่อ กันรังสีอัลตร้าไวโอเลตที่มีความเข้ม บานหน้า ๔๐% รอบคัน 50% พร้อมหนังสือรับประกันคุณภาพ
    ชนิดป้องกันรังสีอิ๊ ไม่ต่ํากว่า ๕ ปี
    ๗.๑๔ ระบบป้องกันการโจรกรรมตามมาตรฐานผู้ผลิต
    ๗.๑๕ มีหนังสือคู่มือการใช้รถ และคู่มือการบํารุงรักษาเป็นภาษาไทย
    ๗.๑๖ รับประกันคุณภาพและความชํารุดบกพร่อง เนื่องจากการใช้งานตามปกติเป็นเวลา ไม่น้อยกว่า ๓ ปี หรือ ๑๐๐,๐๐๐ กิโลเมตร ตามรายละเอียดในคู่มือการรับประกันคุณภาพ
    ๗.๑๗ รับประกันคุณภาพและความชํารุดบกพร่องของระบบไฮบริด เนื่องจากการใช้งาน ตามปกติเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๕ ปี โดยไม่จํากัดระยะทาง ตามรายละเอียดในคู่มือการรับประกันคุณภาพ
    ๗.๑๘ รถยนต์ที่เสนอราคาจะต้องมีศูนย์บริการทุกจังหวัดทั่วประเทศ และผู้ขายต้องแจ้ง รายชื่อศูนย์บริการมาตรฐานดังกล่าว
    ๗.๑๙ ผู้ขายต้องมีอะไหล่ของรถยนต์ที่เสนอราคาในสต๊อกไว้อย่างน้อยเป็นเวลา ๕ ปี
    ๗.๒๐ สีของรถ ต้องเป็นสีบรอนซ์เงิน หรือ สีเทา และผู้ขายจะต้องดําเนินการสกรีน เครื่องหมายสํานักงานอัยการสูงสุด ที่ด้านข้างซ้าย - ขวาของรถทุกคัน โดยสํานักงานอัยการสูงสุดจะแจ้งสี และเครื่องหมายดังกล่าวให้ผู้ขายทราบเป็นลายลักษณ์อักษร หลังจากลงนามในสัญญาซื้อขาย
    ๗.๒๑ ผู้ขายต้องส่งมอบรถพร้อมน้ํามันเชื้อเพลิงเต็มความจุถัง
    ๗.๒๒ กําหนดส่งมอบไม่เกิน ๙๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาซื้อขาย ณ สํานักงาน อัยการสูงสุดหรือตามสถานที่ที่สํานักงานอัยการสูงสุดกําหนดให้ส่งมอบให้ถูกต้องและครบถ้วนพร้อมดําเนินการ จดทะเบียนโอนรถยนต์ตามสัญญาต่อกรมการขนส่งทางบกตามที่กฎหมายกําหนดทุกประการ และส่งมอบ สมุดคู่มือจดทะเบียนของกรมการขนส่งทางบกพร้อมป้ายทะเบียนรถยนต์ที่ซื้อตามสัญญาให้แก่สํานักงาน อัยการสูงสุด โดยค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ผู้ขายเป็นผู้มีภาระออกค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น
    ๗.๒๓ ผู้ขายต้องจัดให้มีการประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจประเภท ๑ อย่างน้อย ๑ ปี โดยให้ส่งมอบกรมธรรม์ประกันภัยที่ระบุให้สํานักงานอัยการสูงสุดเป็นผู้เอาประกัน ทั้งนี้ ให้ส่งมอบพร้อม
    ส่งมอบรถยนต์ด้วย
    ารสูงสุด