ซื้อระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาซื้อจัดซื้อพร้อมติดตั้ง งานปรับปรุงประสิทธิภาพระบบควบคุมและป้องกันสถานีไฟฟ้าระยะที่ 3 งบประมาณลงทุนประจำปี 2567 จำนวน 3 กลุ่ม

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 69069175631
฿332,984,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 14 ก.ค. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) มีความประสงค์จะประกวดราคาจัดซื้อพร้อมติดตั้ง “งานปรับปรุงประสิทธิภาพระบบควบคุมและป้องกันสถานีไฟฟ้าระยะที่ 3 งบประมาณลงทุนประจำปี 2567” ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 กลุ่ม รวมทั้งสิ้น 12 สถานีไฟฟ้า (กลุ่มละ 4 สถานีไฟฟ้า ครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก) วัตถุประสงค์เพื่อยกระดับและเพิ่มประสิทธิภาพระบบควบคุมและป้องกันสถานีไฟฟ้าด้วยระบบคอมพิวเตอร์ (Substation Control and Protection System: SCPS) ให้มีความมั่นคง ปลอดภัย และสามารถเชื่อมต่อทำงานร่วมกับระบบ SCADA ของ กฟภ. ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

พัสดุและอุปกรณ์ที่นำมาติดตั้งต้องเป็นของแท้ ของใหม่ ไม่เคยใช้งานมาก่อน และมีคุณลักษณะเฉพาะตามที่ กฟภ. กำหนด โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องจัดทำข้อเสนอแยกรายกลุ่ม และต้องมีคุณสมบัติเฉพาะด้านประสบการณ์ในการปรับปรุงระบบ SCPS กับ กฟภ. มาก่อนในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ โครงการนี้ยังมีเงื่อนไขการทดสอบ Proof of Concept (POC) สำหรับอุปกรณ์ที่ไม่อยู่ในรายชื่ออุปกรณ์หลักที่ กฟภ. รับรอง รวมถึงมีข้อกำหนดการรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานทั่วไป 3 ปี และการรับประกันอุปกรณ์รีเลย์ยาวนานถึง 10 ปี โดยมีระยะเวลาส่งมอบงานไม่เกิน 500 วัน นับถัดจากวันที่ กฟภ. ส่งมอบพื้นที่

English summary

The Provincial Electricity Authority (PEA) is inviting bids via e-bidding for the procurement and installation of the “Substation Control and Protection System (SCPS) Efficiency Upgrade Project, Phase 3, FY2024 Investment Budget”. The project is divided into 3 groups, covering a total of 12 substations (4 substations per group across Northern, Central, and Eastern regions). The objective is to upgrade and enhance the efficiency of the computer-based SCPS to ensure system stability, security, and seamless integration with PEA’s SCADA system. All supplied equipment must be genuine, brand new, and meet PEA’s technical specifications. Bidders must have direct experience with PEA in SCPS upgrades within the past 5 years. The project requires a Proof of Concept (POC) test for non-approved main equipment, offers a 3-year general warranty with preventive maintenance, and a 10-year warranty for protective relays. The project duration is up to 500 days from the site handover date.

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพระบบควบคุมและป้องกันสถานีไฟฟ้าด้วยระบบคอมพิวเตอร์ (SCPS) ระยะที่ 3 ให้มีความทันสมัยและปลอดภัย
  • เพื่อเพิ่มความมั่นคง ความปลอดภัยทางไซเบอร์ และความน่าเชื่อถือในการจ่ายกระแสไฟฟ้าของสถานีไฟฟ้าทั้ง 12 แห่ง
  • เพื่อให้ระบบควบคุมและป้องกันสถานีไฟฟ้าสามารถเชื่อมต่อและทำงานร่วมกับระบบ SCADA ของ กฟภ. ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ขอบเขตของงาน

  • จัดซื้อพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ระบบควบคุมและป้องกันสถานีไฟฟ้า (SCPS) สำหรับ 3 กลุ่มงาน รวม 12 สถานีไฟฟ้า ดังนี้:
    • กลุ่มที่ 1 (4 สถานี): สถานีไฟฟ้าเชียงราย 1, สถานีไฟฟ้าพะเยา 1, สถานีไฟฟ้าเชียงราย 2, และสถานีไฟฟ้าพิษณุโลก 4
    • กลุ่มที่ 2 (4 สถานี): สถานีไฟฟ้าค่ายบางระจัน, สถานีไฟฟ้าพนมทวน, สถานีไฟฟ้าตอนตูม, และสถานีไฟฟ้าเขาย้อย 2
    • กลุ่มที่ 3 (4 สถานี): สถานีไฟฟ้าแกลง 3, สถานีไฟฟ้านิคมพัฒนา, สถานีไฟฟ้าคลองใหม่ 1, และสถานีไฟฟ้าระยอง 2
  • งานรื้อถอนอุปกรณ์เดิมและติดตั้งอุปกรณ์ใหม่ตามมาตรฐานและเงื่อนไขของ กฟภ.
  • การเชื่อมต่อและทดสอบระบบ SCPS ให้ทำงานร่วมกับระบบ SCADA ของ กฟภ. ได้ทั้งสถานีไฟฟ้า
  • การจัดทำและส่งมอบเอกสาร Network Topology, Bill of Materials (BOM), Table of Compliance, Design Data and Guarantee และแบบ As-Built Drawing พร้อมคู่มือการใช้งาน
  • การทดสอบระบบ ณ โรงงานผู้ผลิต (FAT) และการทดสอบ ณ สถานที่ติดตั้ง (SAT) รวมถึงการทดสอบความพร้อมของระบบ (7 วัน)
  • การจัดฝึกอบรมหลักสูตรต่างๆ ได้แก่ หลักสูตรการติดตั้งและทดสอบระบบ SCPS, On-the-Job Training (OJT), หลักสูตรการบำรุงรักษา (Maintenance Training) และหลักสูตรผู้ปฏิบัติงาน (Operator Training)
  • การบำรุงรักษาระบบตามวาระ (Preventive Maintenance: PM) ปีละ 1 ครั้ง รวม 3 ครั้ง ตลอดระยะเวลารับประกัน 3 ปี

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • อุปกรณ์ระบบควบคุมและป้องกันสถานีไฟฟ้า (SCPS) และอุปกรณ์ประกอบอื่นๆ ครบถ้วนตาม Bill of Materials (BOM) ที่เสนอ
  • เอกสารการออกแบบ Network Topology ของระบบ SCPS แยกรายสถานีไฟฟ้า
  • รายงานผลการทดสอบจากโรงงานผู้ผลิต (Factory Acceptance Test: FAT) และรายงานการตรวจสอบกระบวนการควบคุมคุณภาพ ณ โรงงานต้นแบบ (ถ้ามี)
  • รายงานผลการทดสอบ ณ สถานที่ติดตั้ง (Site Acceptance Test: SAT) และรายงานการทดสอบความพร้อมของระบบ (7 วัน)
  • เอกสารแบบ As-Built Drawing และคู่มือการใช้งานของแต่ละสถานีไฟฟ้า
  • รายงานผลการจัดฝึกอบรมทุกหลักสูตร (การติดตั้ง/ทดสอบ, OJT, การบำรุงรักษา, ผู้ปฏิบัติงาน)
  • รายงานผลการบำรุงรักษาตามวาระ (Preventive Maintenance: PM) ประจำปีที่ 1, 2 และ 3
  • หนังสือรับรองการรับประกันชำรุดบกพร่องของอุปกรณ์รีเลย์ (ระยะเวลา 10 ปี) และหนังสือโอนสิทธิ์การรับประกันจากผู้ผลิต/ผู้แทนจำหน่าย

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาส่งมอบพัสดุและดำเนินงาน: ไม่เกิน 500 วัน นับถัดจากวันที่ กฟภ. ส่งมอบพื้นที่เพื่อให้เริ่มทำงาน
  • การส่งมอบแผนการทำงาน: ภายใน 30 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาและวันส่งมอบพื้นที่

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ร่าง
เอกสารประกวดราคาซื้อด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
เลขที่ จร.๗๐/๒๕๖๙
จัดซื้อพร้อมติดตั้ง งานปรับปรุงประสิทธิภาพระบบควบคุมและป้องกันสถานีไฟฟ้าระยะที่ ๓ งบประมาณลงทุนประจำปี ๒๕๖๗ จำนวน ๓ กลุ่ม
ตามประกาศ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
ลงวันที่ กรกฎาคม ๒๕๖๙
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “กฟภ.” มีความประสงค์จะประกวดราคา จัดซื้อพร้อมติดตั้ง งาน ปรับปรุงประสิทธิภาพระบบควบคุมและป้องกันสถานีไฟฟ้าระยะที่ 3 งบประมาณลงทุนประจำปี 2567 จำนวน 3 กลุ่ม ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามรายละเอียดดังนี้ กลุ่มที่ ๑ จำนวน 4 สถานีไฟฟ้า (สถานีไฟฟ้าเชียงราย 1, สถานีไฟฟ้าพะเยา 1 , สถานี ไฟฟ้าเชียงราย 2 และ สถานีไฟฟ้าพิษณุโลก 4 )
กลุ่มที่ ๒ จำนวน 4 สถานีไฟฟ้า (สถานีไฟฟ้าค่ายบางระจัน, สถานีไฟฟ้าพนมทวน, สถานี ไฟฟ้าตอนตูม และ สถานีไฟฟ้าเขาย้อย 2)
กลุ่มที่ ๓ จำนวน 4 สถานีไฟฟ้า (สถานีไฟฟ้าแกลง 3, สถานีไฟฟ้านิคมพัฒนา , สถานี ไฟฟ้าคลองใหม่ 1 และ สถานีไฟฟ้าระยอง 2)
พัสดุที่จะซื้อนี้ต้องเป็นของแท้ ของใหม่ ไม่เคยใช้งานมาก่อน ไม่เป็นของเก่าเก็บ อยู่ในสภาพที่จะ ใช้งานได้ทันทีและมีคุณลักษณะเฉพาะตรงตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาซื้อด้วยวิธี ประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ฉบับนี้ โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนด ดังต่อไปนี้ ๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๑.๑ รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาซื้อขาย
๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
(๑) หลักประกันการเสนอราคา
(๒) หลักประกันสัญญา
(๓) หลักประกันการรับเงินค่าพัสดุล่วงหน้า
๑.๕ บทนิยาม
(๑) ผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน
(๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
(๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
๑.๗ แผนการทำงาน
๑.๘ แบบหนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อ
๑.๙ เงื่อนไขเฉพาะงานประกอบการจัดซื้อพัสดุ
๑.๑๐ แบบฟอร์มตัวอย่างบัญชีรายการแจ้งปริมาณงาน (Bill of Materials) ๑.๑๑ แบบฟอร์มตัวอย่างเอกสารแสดง Table of Compliance ของระบบ SCPS ๑.๑๒ แบบฟอร์มตัวอย่างเอกสารแสดง Design Data and Guarantee ของระบบ SCPS ๑.๑๓ แบบฟอร์มหนังสือสัญญาการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ (Non – Disclosure Agreement)
๑.๑๔ หลักเกณฑ์การบริหารจัดการด้านความปลอดภัยในการทำงาน สำหรับผู้รับจ้าง พ.ศ. ๒๕๖๖ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
๑.๑๕ รายละเอียดตัวอย่างการออกแบบ Network Topology ของระบบ SCPS ๑.๑๖ ตารางจำแนกประเภทชนิดของสวิตช์ อุปกรณ์ระบบป้องกัน
๑.๑๗ หลักสูตรการอบรมหลักสูตร On-the-Job Training (OJT) ระบบ SCPS ๑.๑๘ แบบฟอร์มสรุปเอกสารประกอบการส่งมอบงานและจ่ายเงิน
๑.๑๙ Protective Relay Test Block Criteria
๑.๒๐ แบบฟอร์มการบำรุงรักษาระบบตามวาระ (Preventive Maintenance: PM) ๑.๒๑ แบบฟอร์มตัวอย่างเอกสารรับรองการรับประกันชำรุดบกพร่องของอุปกรณ์รีเลย์ ๑.๒๒ แบบตรวจสอบข้อมูลของผู้ประกอบการที่จะเข้าร่วมการเสนอราคาในโครงการที่มีวงเงินจัดซื้อ จัดจ้างตั้งแต่ ๓๐๐ ล้านบาทขึ้นไป
๑.๒๓ รายละเอียดการทดสอบ Proof of Concept (POC)
๑.๒๔ แบบฟอร์มแจ้งความประสงค์เข้าร่วมการทดสอบ Proof of Concept (POC) ๑.๒๕ เงื่อนไขเพิ่มเติมผลิตภัณฑ์ที่ผลิตภายในประเทศไทย
๑.๒๖ แบบฟอร์มการทดสอบสาธิตการใช้งานจริง (Live Demo Test) ๑.๒๗ นโยบายและแนวทางปฏิบัติความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศและไซเบอร์ พ.ศ. ๒๕๖๘ ๑.๒๘ แบบแจ้งความประสงค์ชำระเงินค่าหลักประกันการเสนอราคา
๑.๒๙ เอกสารแสดง Type Test Standard Requirement
๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงาน ของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและ การบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพขายพัสดุที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กฟภ. ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม
ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล
ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักข้อตกลง ฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้ เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย โดยต้องให้สัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบในปริมาณ งาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกรายตลอดระยะเวลา สัญญา
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้า ร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ
สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้า ร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนาม กิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้า ร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
(๔) กลุ่มผู้เข้าร่วมค้าต้องแสดงหลักฐานข้อตกลงในการเข้าร่วมค้าระหว่างผู้เข้าร่วมค้า ซึ่งต้องมีข้อความระบุไว้ ชัดเจนว่าผู้เข้าร่วมค้าทุกรายยินยอมผูกพันตนในการที่จะรับผิดชอบร่วมกันอย่างเช่นลูกหนี้ร่วมต่อการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาค ในการดำเนินงานตามประกวดราคาซื้อนี้
(๕) เอกสารประกวดราคาจะต้องมีการลงนามของทุก ๆ ฝ่ายที่ร่วมการงานนั้น โดยมีผลผูกพันตามกฎหมาย ๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวัน ยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไป ก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงาน งบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้ (๑) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างไม่เกิน ๑ ล้านบาท ไม่ต้องกำหนดทุนจดทะเบียน (๒) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕ ล้านบาท ต้องมี ทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๑ ล้านบาท
(๓) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท ต้องมี ทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๒ ล้านบาท
(๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๒๐ ล้านบาท ต้องมี ทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๓ ล้านบาท
(๕) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๒๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๖๐ ล้านบาท ต้องมี ทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๘ ล้านบาท
(๖) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๖๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๕๐ ล้านบาท ต้องมี ทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๒๐ ล้านบาท
(๗) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๕๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๓๐๐ ล้านบาท ต้องมี ทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๖๐ ล้านบาท
(๘) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๓๐๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕๐๐ ล้านบาท ต้องมี ทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ ล้านบาท
(๙) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕๐๐ ล้านบาทขึ้นไป ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ำ กว่า ๒๐๐ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อ เสนอเป็นบุคคลธรรมดาให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดย ต้องมี
เงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อ เสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรอง บัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดา ที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจ
ค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย แจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขา รับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง
ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน)
๕ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตรา
ตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคา ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ
ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศ
ว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อ เสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอ รายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
๖ กรณีตามข้อ ๑ - ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
(๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้าง แล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติ เบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น 2.13 ในช่วง 5 (ห้า) ปี ที่ผ่านมา นับตั้งแต่วันที่งานแล้วเสร็จ (วันที่ปรากฎว่างานแล้วเสร็จตาม หลักฐานรับรอง) ถึงวันที่เสนอราคา ต้องเคยเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดยในสัญญา เดียวกันจะต้องมีผลงานปรับปรุงระบบป้องกันและควบคุมในสถานีไฟฟ้าด้วยคอมพิวเตอร์ (SCPS) ภายใน สถานีไฟฟ้าเดียวกันอย่างน้อยจะต้องประกอบด้วย 115 kV Line Bay จำนวนอย่างน้อย 1 เบย์, 115 kV Transformer Bay จำนวนอย่างน้อย 1 เบย์, 115 kV Bus Bay จำนวนอย่างน้อย 1 วงจร และ 22/33 kV Medium Voltage Feeder จำนวนอย่างน้อย 10 ฟีดเดอร์ รวมถึงเชื่อมต่อและทำงานร่วมกับระบบ SCADA แล้วเสร็จทั้งสถานีไฟฟ้า
๒.๑๔ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีนโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง ๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการผู้มีอำนาจควบคุม (ถ้ามี) พร้อมทั้งรับรองสำเนาถูกต้อง (ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน นิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่(ถ้ามี) พร้อมทั้งรับรอง สำเนาถูกต้อง
(๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ยื่นสำเนา บัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตรประจำตัว ประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่นสำเนา สัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ
ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคล ที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือน มกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่า ของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้
(๑) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างไม่เกิน ๑ ล้านบาท ไม่ต้องกำหนดทุนจดทะเบียน (๒) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕ ล้านบาท
ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๑ ล้านบาท
(๓) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๐ ล้านบาทต้องมี ทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๒ ล้านบาท
(๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๒๐ ล้านบาทต้องมี ทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๓ ล้านบาท
(๕) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๒๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๖๐ ล้านบาทต้องมี ทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๘ ล้านบาท
(๖) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๖๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๕๐ ล้านบาทต้องมี ทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๒๐ ล้านบาท
(๗) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๕๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๓๐๐ ล้านบาทต้องมี ทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๖๐ ล้านบาท
(๘) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๓๐๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕๐๐ ล้านบาทต้องมี ทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ ล้านบาท
(๙) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕๐๐ ล้านบาทขึ้นไป ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำ กว่า ๒๐๐ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐.- บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่น ข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดย ต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่น ข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ
รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมี แต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดา ที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวัน ยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายใน
ประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการ พาณิชย์
และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน)
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตรา
ตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคา ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการรับรอง เอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่น ข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอ รายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
(๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีนโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างพร้อม ทั้งแนบเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับนโยบายดังกล่าว และแบบตรวจสอบข้อมูลของผู้ประกอบการที่จะเข้าร่วมการ เสนอราคาในโครงการที่มีวงเงินตั้งแต่ ๓๐๐ ล้านบาทขึ้นไป ตามเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ข้อ ๑.๒๒
(๖) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้าง ภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้อง แนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูก ต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) ให้ โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) สำเนาหลักฐานว่ามีคุณสมบัติครบถ้วน ตามข้อ ๒.๑๓ ได้แก่ สำเนาหนังสือรับรองผล งาน และสำเนาสัญญา เป็นต้น
(๒) หลักประกันการเสนอราคา ตามข้อ ๕
(๓) สำเนาหนังสือรับรองสินค้า Made In Thailand ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศ ไทย (ถ้ามี)
(๔) สำเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) (ถ้ามี) (๕) รายละเอียดเอกสารเพิ่มเติมข้อ ๑ รายละเอียดตัวอย่างการออกแบบ Network Topology ของระบบ SCPS ตามข้อ 1.15
- จัดส่งเอกสารแสดง Network Topology ของระบบ SCPS ของทุกสถานีไฟฟ้า โดยแยกเป็นรายสถานีไฟฟ้า และระบุรายละเอียดของอุปกรณ์ที่เสนอเช่น ผลิตภัณฑ์ และรุ่นที่ใช้เสนอมาด้วย ตามตัวอย่างการออกแบบ Network Topology ของระบบ SCPS สถานีไฟฟ้าและต้องระบุรายละเอียดให้ตรง ตามเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ข้อ ๑.๑๕
(๖) รายละเอียดเอกสารเพิ่มเติมข้อ ๒ แบบฟอร์มตัวอย่างบัญชีรายการแจ้งปริมาณงาน (Bill of Materials) ตามข้อ 1.10
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องจัดทำ บัญชีรายการแจ้งปริมาณงาน (Bill of Materials)แยกเป็น รายสถานีไฟฟ้า โดยต้องระบุ ผลิตภัณฑ์ รุ่น และประเทศผู้ผลิต ของอุปกรณ์แต่ละรายการอย่างชัดเจนและ อุปกรณ์ประเภทเดียวกันจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์และรุ่นเดียวกันในทุกสถานีไฟฟ้า ตามเอกสารแนบท้ายเอกสาร ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ข้อ ๑.๑๐ โดยมีข้อกำหนดดังนี้
(๒.๑) อุปกรณ์ที่ต้องเสนอได้เพียง ๑ ผลิตภัณฑ์ และ ๑ รุ่น
ลำดับที่ อุปกรณ์
๑ ๑๑๕ kV Line Main ๑ Protection Relay/BCU ๒ ๑๑๕ kV Line Main ๒ Protection Relay/BCU ๓ ๑๑๕ kV Transformer Main ๑ Protection Relay/BCU ๔ ๑๑๕ kV Transformer Main ๒ Protection Relay/BCU ๕ ๑๑๕ kV Bus Differential Main ๑ Protection Relay/BCU ๖ ๑๑๕ kV Bus Differential Main ๒ Protection Relay/BCU ๗ ๒๒/๓๓ kV Protective Relay
๘ Arc Protection System
๙ Bay Control Unit
๑๐ Industrial Ethernet Switch
๑๑ Communication Gateway
๑๒ Cyber Security Management System ๑๓ Time Data Server
๑๔ AC Distribution Board
๑๕ DC Distribution Board
๑๖ Battery Charger (๑๒๕ Vdc ๑๐๐ A)
๑๗ Digital Fault Recorder (DFR)
หมายเหตุ 1 การเสนออุปกรณ์ ๑๑๕ kV Protection Relay Main ๑ และ Main ๒ จะต้อง เป็นอุปกรณ์ต่างผลิตภัณฑ์และต่างประเทศผู้ผลิตกัน
หมายเหตุ 2 ตามเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ข้อ ๑.๒๕ เงื่อนไข เพิ่มเติมผลิตภัณฑ์ที่ผลิตภายในประเทศ ให้ผู้ยื่นข้อเสนอ เสนอผลิตภัณฑ์ที่ผลิตภายในประเทศเท่านั้น (๒.๒) อุปกรณ์นอกเหนือตามข้อ (2.๑) สามารถเสนอได้มากกว่า ๑ ผลิตภัณฑ์ (๗) รายละเอียดเอกสารเพิ่มเติมข้อ ๓ รายชื่ออุปกรณ์หลักในงานจ้างก่อสร้างสถานีไฟฟ้าและ ระบบไฟฟ้า (ถ้ามี)
ตามข้อ (6) (2.1) หากอุปกรณ์ลำดับที่ ๑-๘ ถูกระบุในประกาศรายชื่ออุปกรณ์หลักใน งานจ้างก่อสร้างสถานีไฟฟ้าและระบบไฟฟ้า ที่ กฟภ. ประกาศฉบับปัจจุบัน ณ วันเสนอราคา โดยผู้ยื่นข้อเสนอ ต้องยื่นเอกสารประกาศรายชื่ออุปกรณ์หลักในงานจ้างก่อสร้างสถานีไฟฟ้าและระบบไฟฟ้าดังกล่าว พร้อม Highlight ผลิตภัณฑ์, รุ่น, และประเทศผู้ผลิตของอุปกรณ์ที่เสนอ
(๘) รายละเอียดเอกสารเพิ่มเติมข้อ ๔ อุปกรณ์หลักในงานจ้างก่อสร้างสถานีไฟฟ้าและระบบ ไฟฟ้าที่ผ่านขั้นตอนการพิจารณารายละเอียดแล้ว (ถ้ามี)
หากอุปกรณ์ตามข้อ (6)(๒.๑) ลำดับที่ ๑-๘ ที่เสนออยู่ระหว่างการยื่นจดทะเบียนอุปกรณ์ หลักในงานจ้างก่อสร้างสถานีไฟฟ้าและระบบไฟฟ้า ณ วันเสนอราคา และผ่านขั้นตอนการพิจารณาราย ละเอียด (ขั้นตอนที่ ๒) จาก กฟภ. แล้ว ให้แสดงหนังสือหลักฐานการผ่านขั้นตอนการพิจารณารายละเอียด (ขั้นตอนที่ ๒) ของการจดทะเบียนอุปกรณ์หลักในงานจ้างก่อสร้างสถานีไฟฟ้าแล้ว (๙) รายละเอียดเอกสารเพิ่มเติมข้อ ๕ แบบฟอร์มแจ้งความประสงค์เข้าร่วมการทดสอบ Proof of Concept (POC) ตามข้อ 1.24 (ถ้ามี)
หากอุปกรณ์ตามข้อ (6)(๒.๑) ลำดับที่ ๑-๘ ไม่มีเอกสารตามข้อ (7) และ (8) หรือมีแต่ ไม่ครบทุกรุ่น ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารแจ้งความประสงค์เข้าร่วมทดสอบ Proof of Concept (POC) ตามเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ข้อ ๑.๒๔
หมายเหตุ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเข้ารับการทดสอบโดยต้องมารับใบนัดหมายเพื่อ ทดสอบ Proof of Concept (POC) ในวันทำการที่ ๕ นับถัดจากวันเสนอราคา ระหว่างเวลา ๘.๓๐ น. ถึง ๑๖.๓๐ น.
ณ กองบริหารจัดการระบบป้องกันและควบคุมสถานีไฟฟ้า อาคาร ๓ ชั้น ๓ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สำนักงาน ใหญ่ ทั้งนี้ ถ้าผู้ยื่นข้อเสนอไม่มารับใบนัดหมายตามวันและเวลาดังกล่าว กฟภ. ขอสงวนสิทธิ์พิจารณาผู้ยื่นข้อ เสนอเป็นผู้
ไม่ผ่านการยื่นเสนอราคาดังกล่าว ทั้งนี้ กฟภ. ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนวันที่ดำเนินการทดสอบ ในกรณีผู้ ยื่นข้อเสนอบางรายไม่เข้าดำเนินการทดสอบหรือไม่ผ่านการทดสอบในวันและเวลาที่กำหนด (๑๐) รายละเอียดเอกสารเพิ่มเติมข้อ ๖ แคตตาล็อก และ/หรือแบบรูปรายละเอียด คุณลักษณะเฉพาะ (Specification)
แค็ตตาล็อกและหรือแบบรูปรายการละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ ที่เสนอทุกรายการ และครบถ้วนตามเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ข้อ ๑.11 กฟภ. จะพิจารณาข้อเสนอ ทางเทคนิคของอุปกรณ์ระบบ SCPS โดยอุปกรณ์ดังกล่าวต้องมีรายละเอียดถูกต้องตามเอกสารแนบท้าย เอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ข้อ 1.1
(๑๑) รายละเอียดเอกสารเพิ่มเติมข้อ ๗ ใบรับรองและผลการทดสอบ Type Test Report เอกสารใบรับรองหรือผลการทดสอบ Type Test Report (Protection Relay, Bay Control Unit, Ethernet Switch, Gateway , Time Data Server) ให้ครบถ้วนตามเอกสารแสดง Type Test Standard Requirement ตามเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ข้อ 1.29 (๑๓) รายละเอียดเอกสารเพิ่มเติมข้อ ๙ เอกสารแสดง Table of Compliance เอกสารแสดง Table of Compliance ตามเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ข้อ ๑.๑๑ ให้ผู้ยื่นข้อเสนอระบุชื่อเอกสาร หน้าเอกสาร โดยต้องกรอกข้อมูลในตารางให้ครบถ้วน ทุกช่องพร้อมทั้งระบุหน้าของเอกสารอ้างอิงในช่อง “Referred to Page” ด้วย หากเว้นว่างหรือไม่กรอกข้อมูล ให้ครบถ้วนและถูกต้อง กฟภ. ขอสงวนสิทธิ์ไม่พิจารณาเอกสารดังกล่าว
(๑๔) รายละเอียดเอกสารเพิ่มเติมข้อ ๑๐ เอกสารแสดง Design Data and Guarantee ของ ระบบ SCPS ตามเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ข้อ ๑.๑๒
(๑๕) รายละเอียดเอกสารเพิ่มเติมข้อ ๑๑ หนังสือรับรองจากผู้ผลิตหรือผู้แทนจำหน่าย ในประเทศไทย
อุปกรณ์ Protective Relay, Arc Detection System, Bay Control Unit, AC Distribution Boards, DC Distribution Boards, Battery Charger, Digital Fault Recorder (DFR) และ Ethernet Switch จะต้องแนบหนังสือรับรองจากผู้ผลิตหรือผู้แทนจำหน่ายในประเทศไทย ให้เป็นผู้เสนอ ผลิตภัณฑ์นั้น ๆ (กรณีที่เป็นหนังสือรับรองจากผู้แทนจำหน่ายในประเทศไทยรับรองให้ผู้เสนอราคาจะต้องแนบ หนังสือรับรองจากผู้ผลิตอุปกรณ์รับรองให้ผู้แทนจำหน่ายในประเทศไทยมาด้วย)
(๑๖) รายละเอียดเอกสารเพิ่มเติมข้อ ๑๒ หนังสือรับรองการรับประกันชำรุดบกพร่อง ของอุปกรณ์รีเลย์ตามเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ข้อ ๑.21 หนังสือรับรองการรับประกันอุปกรณ์รีเลย์ ซึ่งงานดังกล่าวได้กำหนดให้มีการรับประกัน คุณภาพอุปกรณ์รีเลย์เป็นระยะเวลา ๑๐ ปี โดยสัญญาได้กำหนดให้คู่สัญญารับประกันชำรุดบกพร่องเป็นระยะ เวลา ๓ ปี ภายหลังสิ้นสุดระยะเวลารับประกันดังกล่าว ผู้ผลิตหรือผู้แทนจำหน่ายในประเทศไทย จะต้อง รับผิดชอบดังนี้ งานวิเคราะห์ปัญหา, งานซ่อม, งานรื้อถอน, งานติดตั้ง, ค่าขนส่ง, ค่า Engineering รวมทั้งการ ทดสอบเข้ากับระบบ SCPS และค่าใช้จ่ายทั้งปวง ในการดำเนินการจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิม อีกเป็นระยะเวลา ๗ ปี ตามเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ข้อ ๑.๒๑ หมายเหตุ: กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเสนออุปกรณ์ รุ่นที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่ออุปกรณ์หลักในงาน จ้างก่อสร้างสถานีไฟฟ้าและระบบไฟฟ้า ที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ประกาศใช้ฉบับปัจจุบัน ณ วันยื่นข้อ เสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดส่งเอกสารหลักฐานของอุปกรณ์รุ่นดังกล่าวเพื่อประกอบการพิจารณา ได้แก่
(1) แคตตาล็อก และ/หรือแบบรูปรายละเอียด พร้อมคุณลักษณะเฉพาะ (Specification) ตามรายละเอียดเอกสารเพิ่มเติม ข้อ 6
(2) รายงานผลการทดสอบประเภท (Type Test Report) ตามรายละเอียดเอกสาร เพิ่มเติม ข้อ 7
(3) เอกสารรับรองการทดสอบความสอดคล้องตามมาตรฐาน IEC 61850 (Conformance Test Certificate IEC 61850) ตามรายละเอียดเอกสารเพิ่มเติม ข้อ 8 (4) เอกสารแสดงข้อมูลการออกแบบและการรับประกันระบบ SCPS (Design Data and Guarantee of SCPS System) ตามรายละเอียดเอกสารเพิ่มเติม ข้อ 10 ทั้งนี้ เอกสารดังกล่าวต้องเป็นเอกสารของอุปกรณ์รุ่นที่เสนอ และมีรายละเอียด เพียงพอให้คณะกรรมการสามารถพิจารณาความสอดคล้องกับข้อกำหนดทางเทคนิคและคุณลักษณะเฉพาะที่ กำหนดไว้ได้
(๑๗) แบบแจ้งความประสงค์ชำระเงินค่าหลักประกันการเสนอราคา ตามข้อ 1.28 (๑๘) แบบตรวจสอบข้อมูลของผู้ประกอบการที่จะเข้าร่วมการเสนอราคาในโครงการที่มี วงเงินจัดซื้อจัดจ้างตั้งแต่ 300 ล้านบาทขึ้นไป ตามข้อ 1.22
(๑๘) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูก ต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามเอกสารแนบท้าย เอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ข้อ ๑.๖ (๒) ให้ โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดัง กล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔. การเสนอราคา
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น และจะ ต้องกรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของผู้ยื่นข้อเสนอ โดยไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format) ๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาท และเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและราคา เดียว
โดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ 6.2 ให้ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ถือตัว หนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และ ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๑๘๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอราคาโดย
ภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้ และจะถอนการเสนอราคามิได้ ๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาส่งมอบพัสดุไม่เกิน ๕๐๐ วัน นับถัดจากวันที่ กฟภ. ส่งมอบพื้นที่เพื่อให้เริ่มทำงาน
๔.๔ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องส่งบัญชีรายการแจ้งปริมาณงาน (Bill of Materials) รวมถึง แคตตาล็อก รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ (Specification) และ Type Test ตามข้อ 3.2 ไปพร้อม การเสนอ ราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อประกอบการ
พิจารณา และให้ดำเนินการจัดส่งสำเสาเนาเอกสารตามข้อ ๔.๕
๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำสำเนาเอกสารที่ยื่นข้อเสนอผ่านระบบ e-GP ในส่วนที่เป็นสาระ สำคัญ และมีปริมาณมาก ได้แก่ แคตตาล็อก รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ (Specification) เอกสารแสดง Table of Compliance และ Type Test ในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format : โดยให้ เสนอไฟล์ที่มีการแปลงข้อความให้อยู่ในรูปแบบตัวอักษร (Searchable PDF) ไม่ใช่ไฟล์รูปภาพที่ถูกนำมาเซ ฟเป็น PDF) บรรจุลงใน Removable Drive(USB) จำนวน 1 ชิ้น โดยดำเนินการส่ง ณ กองบริหารจัดการ ระบบป้องกันและควบคุมสถานีไฟฟ้า ( การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (สำนักงานใหญ่) เลขที่ ๒๐๐ ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร อาคาร ๓ ชั้น ๓) ภายใน ๑ วันทำการ นับถัดจากวันเสนอราคา ๔.๖ กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอ ยื่นเอกสารตามข้อ ๓.๒ (๙) รายละเอียดเอกสารเพิ่มเติมข้อ ๕ จะต้อง ส่งตัวอย่างของพัสดุที่เสนอตามข้อ ๓.๒(6) ของอุปกรณ์ Protection Relay จำนวนอย่างน้อยรุ่นละ ๒ หน่วย โดยลงลายมือผู้ยื่นข้อเสนอพร้อมประทับตรา (ถ้ามี) กำกับในเอกสารผลการทดสอบเบื้องต้น (Pre tests) ด้วย พร้อมสรุปจำนวนเอกสารที่จัดส่งหรือนำมาแสดง ตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบใน ข้อ ๓.๒ (๙) รายละเอียดเอกสารเพิ่มเติมข้อ ๕ เพื่อใช้ในการตรวจทดลองหรือประกอบการพิจารณาในวั น ทำการที่ ๕ นับถัดจากวันเสนอราคาระหว่างเวลา ๘.๓๐ น. ถึง ๑๖.๓๐ น. ณ กองบริหารจัดการระบบป้องกัน และควบคุมสถานีไฟฟ้า อาคาร ๓ ชั้น ๓ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สำนักงานใหญ่
ทั้งนี้ กฟภ. จะไม่รับผิดชอบในความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นแก่ตัวอย่างดังกล่าว ตัวอย่างที่เหลือหรือไม่ใช้ แล้ว กฟภ. จะคืนให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ
๔.๗ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญา รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของ พัสดุ ฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไขในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ……………………………….. ระหว่างเวลา……………………….น. ถึง……………………….น. และเวลาในการเสนอราคาให้ถือตามเวลาของระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์เมื่อพ้น กำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอและการเสนอราคาใดๆ โดย เด็ดขาด
๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ประสงค์จะให้มีการชี้แจงให้ความกระจ่างเกี่ยวกับแบบประกวดราคา สามารถกระทำได้ โดยสอบถามผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านหน้าเว็บไซต์ www.
gprocurement.go.th หรือผ่านการ log in เข้าสู่ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์(e-GP) ซึ่ง ระยะเวลาตั้งแต่วันประกาศประกวดราคาจนถึงก่อนวันเสนอราคา ๑๐ (สิบ) วันทำการ และการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาค จะชี้แจงรายละเอียดดังกล่าวผ่านเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วนถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่ กฟภ. ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) ๔.๑๑ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจสอบ คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นตาม ข้อ ๒.๘ หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอ รายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจาก การเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือในขณะที่มีการพิจารณาข้อเสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใด กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๒.๘ และ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่า มีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อ เสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และ กฟภ. จะพิจารณาลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่ กฟภ. จะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ริเริ่มให้มีการกระทำดังกล่าวและได้ให้ความ ร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของ กฟภ.
๔.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
(๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่น ๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้ จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้
(๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๑๓ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา และวันส่งมอบพื้นที่เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการซื้อซึ่งสัญญากำหนดส่งงานงวด เดียว หรือกรณีการซื้อซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา
๔.๑๔ ก่อนการเสนอราคาทางผู้ยื่นข้อเสนอ มีหน้าที่ต้องศึกษาข้อกำหนดกฎเกณฑ์และเงื่อนไข ทั้งหมดในเอกสารเรียกประกวดราคานี้อย่างละเอียดรอบคอบและมีความเข้าใจอย่างชัดเจนก่อนการ
ประกวดราคา และ ผู้ยื่นข้อเสนอมีหน้าที่ต้องสำรวจพื้นที่หน้างานทั้งในส่วนพื้นที่ที่จะใช้ดำเนินการติดตั้ง ระบบ SCPS และสภาพพื้นที่ใกล้เคียง ตลอดจนอุปสรรค และสภาวการณ์ที่มีผลกระทบทั้งทางตรงและทาง อ้อมต่อการดำเนินงาน ผู้ยื่นข้อเสนอมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบในการประเมินความยากง่ายของงานทั้งหมด โดย ไม่สามารถใช้เป็นเหตุผลในการเรียกร้องใด ๆ จาก กฟภ. ภายหลังการเสนอราคาและภายหลังทำสัญญา ๕. หลักประกันการเสนอราคา
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องวางหลักประกันการเสนอราคาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้าง ภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
กลุ่มที่ ๑ จำนวน 4,526,100.- บาท (สี่ล้านห้าแสนสองหมื่นหกพันหนึ่งร้อยบาทถ้วน) กลุ่มที่ ๒ จำนวน 5,451,650.- บาท (ห้าล้านสี่แสนห้าหมื่นหนึ่งพันหกร้อยห้าสิบบาทถ้วน) กลุ่มที่ ๓ จำนวน 6,671,450.- บาท (หกล้านหกแสนเจ็ดหมื่นหนึ่งพันสี่ร้อยห้าสิบบาทถ้วน) ๕.๑ เงินสด
๕.๒ หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศตามแบบที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด
๕.๓ พันธบัตรรัฐบาลไทย
๕.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบ กิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามราย ชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่างหนังสือ ค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนดกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอนำพันธบัตรรัฐบาลไทยหรือหนังสือ ค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ มาวางเป็นหลักประกันการเสนอราคาจะต้องส่ง ต้นฉบับเอกสารดังกล่าวมาให้ กฟภ. ตรวจสอบความถูกต้อง ภายใน 1 (หนึ่ง) วันทำการ นับถัดจากวันเสนอ ราคา ระหว่างเวลา ๐๘.๓๐ น. ถึง ๑๖.๓๐ น.
กรณีผู้ยื่นข้อเสนอประสงค์จะวางหลักประกันการเสนอราคาเป็นเงินสด ให้ผู้ยื่นข้อเสนอดำเนิน การชำระเงินผ่านช่องทางการชำระเงินโดยการโอนเงินเข้าบัญชี ธนาคารกรุงไทยจำกัด (มหาชน) เลขที่บัญชี ๐๗๓-๐-๑๔๕๕๒-๒ ชื่อบัญชี การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประกวดราคาจัดซื้อจัดจ้าง และส่งหลักฐานการชำระ
เงินกับธนาคาร พร้อมทั้งแบบแจ้งความประสงค์ชำระเงินค่าหลักประกันการเสนอราคา (เฉพาะกรณีโครงการที่ มีหลายรายการพิจารณา) มาให้ กฟภ. ตรวจสอบความถูกต้อง โดยยื่นมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอผ่านระบบ e-GP โดยการชำระเงินและส่งหลักฐานการชำระเงินให้ดำเนินการในวันและเวลาที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้ เป็นวันและเวลาเสนอราคาเท่านั้น
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ประสงค์จะใช้หนังสือ ค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารในประเทศเป็นหลักประกันการเสนอราคาให้ระบุชื่อผู้เข้าร่วมค้ารายที่ สัญญาร่วมค้ากำหนดให้เป็นผู้เข้ายื่นข้อเสนอกับหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หลักประกันการเสนอราคาตามข้อนี้ กฟภ. จะคืนให้ผู้ยื่นข้อเสนอหรือผู้ค้ำประกันภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่ กฟภ. ได้พิจารณาเห็นชอบรายงานผลคัดเลือกผู้ชนะการประกวดราคาเรียบร้อยแล้ว
เว้นแต่
ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่คัดเลือกไว้ซึ่งเสนอราคาต่ำสุดหรือได้คะแนนรวมสูงสุดไม่เกิน ๓ ราย ให้คืนได้ต่อเมื่อได้ ทำสัญญาหรือข้อตกลง หรือผู้ยื่นข้อเสนอได้พ้นจากข้อผูกพันแล้ว
การคืนหลักประกันการเสนอราคา ไม่ว่าในกรณีใด ๆ จะคืนให้โดยไม่มีดอกเบี้ย ๖. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
๖.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ กฟภ. จะพิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ ราคา
๖.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
(ก) กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กฟภ. จะพิจารณาจาก ราคาต่อกลุ่ม
๖.๓ กรณีผู้ยื่นเสนอราคา ยื่นเอกสารตามข้อ ๓.๒ ส่วนที่ ๒ (๙) รายละเอียดเอกสารเพิ่มเติมข้อ ๕ แจ้งความประสงค์ขอทดสอบ Proof of Concept (POC) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องผ่านการทดสอบ Proof of Concept (POC) โดยมีรายละเอียดและขั้นตอนการทดสอบตามเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ข้อ ๑.๒๓ รายละเอียดการทดสอบ Proof of Concept (POC) ซึ่งประกอบด้วยหัวข้อการ ทดสอบดังนี้
ทดสอบเสมือนการใช้งานจริงตามฟังก์ชันการทำงานของระบบป้องกันทดสอบระบบ RTDS ของระบบป้องกัน ทดสอบเสมือนการใช้งานจริงตามฟังก์ชันการทำงานของระบบควบคุมตามมาตรฐาน IEC ๖๑๘๕๐ ๖.๔ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่นข้อเสนอ ไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ถูกต้อง คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอ เอกสารทางเทคนิคหรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะขายไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตก ต่างไปจากเงื่อนไขที่ กฟภ. กำหนดไว้ในประกาศและเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระ สำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบต่อผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิด พลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจพิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ๖.๕ กฟภ. สงวนสิทธิ์ไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผันในกรณีดังต่อ ไปนี้
(๑)ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์
(๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น (๓) กรณีไม่ผ่านการทดสอบ Proof of Concept (POC) หากผู้ยื่นข้อเสนอไม่ผ่านการ ทดสอบ Proof of Concept (POC) ตามหัวข้อการทดสอบที่กำหนดในเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ข้อ ๑.๒๓ ไม่ว่าข้อใดข้อหนึ่ง หรือไม่เข้ามารับใบนัดหมายเข้าทดสอบหรือไม่เข้ามาดำเนินการ
ทดสอบ Proof of Concept (POC) ตามวันและเวลาที่ กฟภ. กำหนด ให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอนั้น ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของการประกวดราคา และ กฟภ. จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าว ในขั้นตอนต่อไป
(๔) กรณีอุปกรณ์ที่เสนอ ไม่มีการประชุมสรุปผลวิเคราะห์สาเหตุการชำรุดหรือยังไม่ชัดเจน ตามหลักวิศวกรรม หรือไม่ดำเนินการในระยะเวลาดังกล่าวข้างต้น ตามข้อ ๑๑
๖.๖ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ หรือ กฟภ. มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ กฟภ. มีสิทธิที่จะไม่รับข้อ เสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๖.๗ กฟภ. ทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคาที่เสนอทั้งหมด ก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกซื้อในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจจะยกเลิกการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดซื้อเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของทาง ราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของ กฟภ. เป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าใช้จ่าย หรือ ค่าเสียหายใด ๆ มิได้ รวมทั้ง กฟภ. จะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และลงโทษผู้ยื่นข้อ เสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อ เสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมา เสนอราคาแทน เป็นต้น๔
ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่อาจ ดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯหรือ กฟภ. จะให้ผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอ
สามารถดำเนินการตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ กฟภ. มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอหรือไม่รับราคาของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าว ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใด ๆ จาก กฟภ.
๖.๘ ก่อนลงนามในสัญญา กฟภ. อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการคัดเลือกมีผล ประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือสมยอม กันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใดในการเสนอราคา ๖.๙ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุด ของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ให้จัดซื้อจัดจ้างกับผู้ประกอบการ SMEs ดังกล่าว โดยจัดเรียง ลำดับ
ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ที่จะเรียกมาทำสัญญาไม่เกิน ๓ ราย
ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องเป็นผู้ประกอบการ SMEs
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ที่จะได้แต้มต่อด้านราคาตามวรรคหนึ่ง จะต้องมีวงเงิน สัญญาสะสมตามปีปฏิทินรวมกับราคาที่เสนอในครั้งนี้แล้ว มีมูลค่ารวมกันไม่เกินมูลค่าของรายได้ตามขนาด ที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ สสว.
๖.๑๐ หากผู้ยื่นข้อเสนอได้เสนอพัสดุที่ได้รับการรับรองและออกเครื่องหมายสินค้าที่ผลิต ภายในประเทศไทย (Made In Thailand) จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุด ของผู้เสนอราคารายอื่นไม่เกินร้อยละ ๕ ให้จัดซื้อจัดจ้างจากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการรับรองและออก เครื่องหมายสินค้าที่ผลิตภายในประเทศ (Made In Thailand) จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กรณีที่มีการเสนอราคาหลายรายการและกำหนดเงื่อนไขการพิจารณาราคารวม หากผู้ยื่นข้อเสนอได้เสนอพัสดุที่เป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ ที่ได้รับการรับรองและออกเครื่องหมายสินค้า ที่ผลิตภายในประเทศไทย (Made in Thailand) จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มีสัดส่วนมูลค่า ตั้งแต่ร้อยละ ๖๐ ขึ้นไป ให้ได้แต้มต่อในการเสนอราคาตามวรรคหนึ่ง
อนึ่ง หากในการเสนอราคาครั้งนั้น ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติทั้งข้อ ๖.๙ และข้อ ๖.๑๐ ให้ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นได้แต้มต่อในการเสนอราคาสูงกว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นไม่เกินร้อยละ ๑๕ ๖.๑๑ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการ SMEs แต่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติ ไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็น บุคคลธรรมดา
ที่มิได้ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศไม่เกินร้อยละ ๓ ให้จัดซื้อจัดจ้าง กับบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังกล่าว ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
๗. การทำสัญญาซื้อขาย
ในกรณีที่ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ สามารถส่งมอบสิ่งของได้ครบถ้วนภายใน ๕ วันทำการ นับแต่วันที่ทำข้อตกลงซื้อ กฟภ. จะพิจารณาจัดทำข้อตกลงเป็นหนังสือแทนการทำสัญญาตาม แบบสัญญาดังระบุในข้อ ๑.๓ ก็ได้
๗.๒ ในกรณีที่ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ไม่สามารถส่งมอบสิ่งของได้ ครบถ้วน
ภายใน ๕ วันทำการ หรือ กฟภ. เห็นว่าไม่สมควรจัดทำข้อตกลงเป็นหนังสือ ตามข้อ ๗.๑ ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาซื้อขายตามแบบสัญญาดังระบุในข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็น หนังสือ กับ กฟภ. ภายใน ๔๐ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวางหลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงิน เท่ากับร้อยละ ๕ (ห้า) ของราคาค่าสิ่งของที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้ กฟภ. ยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
(๑) เงินสด
(๒) หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ
นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
(๓) หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือ
ค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒)
(๔) พันธบัตรรัฐบาลไทย
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (คู่สัญญา) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาซื้อขายแล้ว
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของพัสดุที่ซื้อซึ่ง กฟภ. ได้รับมอบ ไว้แล้ว
๘. งวดงานและการจ่ายเงินต่อสถานีไฟฟ้า
๘.๑ งวดงานต่อสถานีไฟฟ้า
งวดงานที่ ๑ เมื่อมีการดำเนินการดังต่อไปนี้
1. การตรวจสอบกระบวนการควบคุมคุณภาพอุปกรณ์ Protective Relay ณ โรงงานต้นแบบ (Original Equipment Manufacturing Factory Audit) (ถ้ามี) 2. ดำเนินการทดสอบสาธิตการใช้งานจริง (Live Demo Test) (ถ้ามี) 3. ดำเนินการทดสอบ (Factory Acceptance Test : FAT) ณ โรงงานผู้ ผลิตหรือสถานที่ที่คู่สัญญาจัดเตรียม
4. ดำเนินการขนส่งอุปกรณ์ทั้งหมดไปยังสถานที่ ที่ กฟภ. กำหนด 5. จัดส่งรายงานผลการดำเนินการตามข้อ ๑-๔ ให้ ครบถ้วน ตามแบบฟอร์มข้อ 1.18 เอกสารประกอบการส่งมอบงานงวดที่ ๑ งวดงานที่ ๒ เมื่อมีการดำเนินการดังต่อไปนี้
1. ดำเนินการรื้อถอนติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ตามเงื่อนไขทั่วไปประกอบ การจัดซื้อพัสดุครบถ้วนแล้ว
2. ดำเนินการทดสอบระบบ SCPS ณ สถานีไฟฟ้า Site Acceptance Test (SAT)
3. ดำเนินการทดสอบความพร้อมของระบบ SCPS แล้วเสร็จ (๗ วัน) 4. จัดให้มีการอบรมหลักสูตรการติดตั้งและทดสอบระบบ SCPS 5. จัดให้มีการอบรมหลักสูตร On-the-Job Training (OJT) 6. จัดส่งรายงานผลการดำเนินการตามข้อ ๑-๕ ให้ ครบถ้วน และตามแบบฟอร์มข้อ 1.18 เอกสารประกอบการส่งมอบงานงวดที่ 2
งวดงานที่ ๓ เมื่อมีการดำเนินการดังต่อไปนี้
1. จัดให้มีการอบรมหลักสูตรการบำรุงรักษา (Maintenance Training) 2. จัดให้มีการอบรมหลักสูตรผู้ปฏิบัติงาน (Operator Training) 3. จัดส่งเอกสาร แบบ As-Built Drawing พร้อมคู่มือของแต่ละสถานี ไฟฟ้า
4. จัดส่งรายงานผลการดำเนินการตามข้อ ๑-3 ให้ครบถ้วน และตาม แบบฟอร์มข้อ 1.18 เอกสารประกอบการส่งมอบงานงวดที่ 3
๘.๒ การจ่ายเงินต่อสถานีไฟฟ้า
กฟภ. จะจ่ายค่าพัสดุให้กับคู่สัญญาแต่ละสถานีไฟฟ้า ซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจน ภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงด้วยแล้ว ดังนี้
งวดที่ ๑ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๖๐ ของค่าพัสดุแต่ละสถานีไฟฟ้า เมื่อคู่สัญญา ผ่านการดำเนินการตามข้อ ๘.๑ งวดงานที่ ๑ และผ่านการตรวจรับจากคณะกรรมการตรวจรับงานซื้อเรียบร้อย แล้ว
งวดที่ ๒ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๓๐ ของค่าพัสดุแต่ละสถานีไฟฟ้า เมื่อ คู่สัญญาผ่านการดำเนินการตามข้อ ๘.๑ งวดงานที่ ๒ และผ่านการตรวจรับจากคณะกรรมการตรวจรับงานซื้อ เรียบร้อยแล้ว
งวดที่ ๓ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๐ ของค่าพัสดุแต่ละสถานีไฟฟ้า เมื่อ คู่สัญญาผ่านการดำเนินการตามข้อ ๘.๑ งวดงานที่ ๓ และผ่านการตรวจรับจากคณะกรรมการตรวจรับงานซื้อ เรียบร้อยแล้ว
๙. อัตราค่าปรับ
ค่าปรับตามแบบสัญญาซื้อขายแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อ ตกลงซื้อขายเป็นหนังสือ โดยจะกำหนดค่าปรับ เป็นรายวันในอัตราร้อยละ ๐.๒0 ของราคาทั้งหมดของแต่ละ สถานีไฟฟ้า
ที่ยังไม่ได้รับมอบ (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) แต่จะต้องไม่น้อยกว่าวันละ ๑๐๐.๐๐ บาท และจะต้องชำระค่าใช้จ่าย ในการประสานงานและบริหารโครงการจำนวน ๑,๐๖๕.- (หนึ่งพันหกสิบห้าบาทถ้วน) บาทต่อวันต่อสถานี ไฟฟ้า ที่ยังไม่ส่งมอบงานงวดที่ ๒ ของสถานีไฟฟ้านั้นๆ นับถัดจากวันที่ครบกำหนดเวลาแล้วเสร็จของงาน ตามสัญญา หรือวันที่ผู้ซื้อได้ขยายเวลาทำงานให้จนถึงวันที่ทำงานแล้วเสร็จจริง จนกว่าจะส่งมอบงานครบ ตามสัญญาหรือถึงวันบอกเลิกสัญญา
๑๐. การคิดค่าปรับค่าชดเชย
การคิดค่าปรับและค่าชดเชย กรณีคู่สัญญาขอเปลี่ยน หรือเพิ่มผลิตภัณฑ์ หรือส่งมอบวัสดุ อุปกรณ์ที่มีรายละเอียดไม่ตรงตามสัญญาซื้อ
๑๐.๑ กฟภ. จะยกเว้นการคิดค่าปรับ (PENALTY) ๕% ในกรณีต่างๆ ดังนี้ - กรณีนอกเหนือการควบคุมของคู่สัญญาเนื่องจากเหตุสุดวิสัยหรือ
พฤติการณ์ ที่คู่สัญญาไม่ต้องรับผิดชอบ เช่น ผู้ผลิตเลิกกิจการหรือมีการรวมกิจการกับบริษัทอื่นแล้ว ยกเลิกการผลิตอุปกรณ์รุ่นที่เสนอในสัญญา หรือมีการพัฒนารุ่นใหม่ที่ดีกว่า
- กรณีเป็นความต้องการของ กฟภ. หรือเป็นมติของคณะรัฐมนตรีเป็นเหตุให้ต้องขอ เปลี่ยนผลิตภัณฑ์
- กรณีสัญญามีข้อผิดพลาดทางเอกสารที่พิสูจน์ได้ว่าไม่ได้เกิดจากเจตนา เช่น รุ่น อุปกรณ์ที่ไม่มีการผลิตจริง เป็นต้น
ทั้งนี้ อุปกรณ์ที่ขอเปลี่ยนต้องถูกต้องตามข้อกำหนด (SPECIFICATION) ของ กฟภ. โดยมีคุณภาพและคุณสมบัติเทียบเท่าหรือดีกว่าสัญญาแต่หากอุปกรณ์ที่ขอเปลี่ยน มีคุณภาพและคุณสมบัติ ด้อยกว่าอุปกรณ์ในสัญญาแต่ยังถูกต้องตามข้อกำหนดของ กฟภ. โดยมีคุณภาพและคุณสมบัติอยู่ในพิกัดที่มา ตรฐานกำหนดว่าพอจะรับไว้ใช้งานได้ กฟภ. จะคิดค่าชดเชย โดยประเมินจากมูลค่าของอุปกรณ์ที่ขอเปลี่ยน ซึ่ง
ลดลงหรือด้อยกว่าอุปกรณ์ในสัญญาด้วย
๑๐.๒ กฟภ.จะคิดค่าปรับ (PENALTY) ๕% ในกรณีต่างๆ ดังนี้ - คู่สัญญาขอเปลี่ยนหรือเพิ่มผลิตภัณฑ์โดยไม่ได้เป็นเหตุ ตามข้อ ๑๐.๑ - คู่สัญญาต้องการลดพิกัด หรือลดขนาด หรือลดจำนวน โดยสอดคล้องกับ สภาพ การใช้งานจริงแต่ยังคงสามารถทำงานได้ตามความต้องการหลักของ กฟภ. ทั้งนี้ อุปกรณ์ที่ขอเปลี่ยนหรือเพิ่มต้องถูกต้องตามข้อกำหนด (SPECIFICATION) ของ กฟภ.และต้องมีคุณภาพและคุณสมบัติเทียบเท่าหรือดีกว่าอุปกรณ์ในสัญญา แต่หากอุปกรณ์ที่ขอเปลี่ยน หรือเพิ่มดังกล่าวข้างต้นมีคุณภาพและคุณสมบัติด้อยกว่าอุปกรณ์ในสัญญาแต่ยังถูกต้องตามข้อกำหนดของ กฟภ.โดยมีคุณภาพและคุณสมบัติอยู่ในพิกัดที่มาตรฐานกำหนดว่าพอจะรับไว้ใช้งานได้คู่สัญญายินยอมให้ กฟภ.คิดค่าชดเชยเพิ่มอีกด้วยนอกเหนือจากค่าปรับ (PENALTY) ๕% โดยประเมินจากมูลค่าของอุปกรณ์ที่ขอ เปลี่ยนหรือเพิ่มเติมซึ่งลดลงหรือด้อยกว่าอุปกรณ์ในสัญญา
สำหรับกรณีการขอเพิ่มผลิตภัณฑ์จากสัญญาซึ่งกฟภ.ได้ยินยอมให้เพิ่มแล้วนั้น คู่สัญญาสามารถนำเอาอุปกรณ์ทั้งที่อยู่ในสัญญาเดิมและอุปกรณ์ที่ขอเพิ่มเติมแล้วมาดำเนินการติดตั้งได้แต่ กฟภ.จะไม่พิจารณาคืนค่าปรับ (PENALTY) ๕% ถึงแม้ว่าคู่สัญญาจะใช้อุปกรณ์ตามสัญญาเดิมและหากเป็น กรณีที่อุปกรณ์ที่ขอเพิ่มนั้นมีมูลค่าต่ำกว่าอุปกรณ์ในสัญญาเดิมและได้มีการคิดค่าชดเชยไว้แล้วแม้คู่สัญญานำ เอาอุปกรณ์ที่อยู่ในสัญญาเดิมที่มีมูลค่าสูงกว่ามาติดตั้งให้ก็จะไม่พิจารณาคืนค่าชดเชยที่ได้หักไว้แล้วแต่อย่างใด ๑๑. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
๑๑.๑ ระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่องของงาน
(๑) ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกซึ่งได้ทำสัญญาซื้อตามแบบดังระบุในเอกสารแนบท้ายเอกสาร ซื้อโดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงซื้อเป็นหนังสือ แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกัน ความชำรุดบกพร่องงานซื้อที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๓ ปีนับถัดจากวันที่ คณะกรรมการตรวจรับ
พัสดุ ได้รับมอบงานครบถ้วนทั้งสัญญา โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิมภายใน ๑๕ วัน นับ ถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง
(๒) กรณีเกิดการชำรุดในระหว่างระยะเวลารับประกัน หากคู่สัญญาไม่เข้าดำเนินการ ตามกำหนดเวลา คู่สัญญาจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นที่เกิดขึ้น กฟภ. สงวนสิทธิ์ที่จะเข้าดำเนินการ เอง และ/หรือ จ้างบุคคลอื่นเข้าดำเนินการ โดยคู่สัญญาจะปฏิเสธความรับผิดชอบในส่วนของค่าใช้จ่ายที่เกิด
จากการนั้นมิได้ และคู่สัญญายินยอมรับการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำของคู่สัญญาเอง ทั้งนี้ระยะเวลา รับประกันจะถูกต่อเวลาไปตามระยะเวลาที่อุปกรณ์เกิดความชำรุดบกพร่องและยังไม่ได้แก้ไขให้แล้วเสร็จ (๓) ภายในระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่องงานซื้อ คู่สัญญาต้องเข้าดำเนินการ บำรุงรักษาระบบตามวาระ (Preventive Maintenance: PM) ในแต่ละสถานีไฟฟ้า จำนวน ๑ ครั้งต่อปี รวม ๓ ครั้ง โดยมีรูปแบบการดำเนินการตามเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ข้อ ๑.๑๘ แบบ ฟอร์มการบำรุงรักษาระบบตามวาระ (Preventive Maintenance: PM) ปีที่ ๑-๓ ซึ่งมีรูปแบบการดำเนินการ บำรุงรักษาระบบตามวาระ (Preventive Maintenance: PM) ปีที่ ๑ และ ๒ เป็นแบบ Time Base Maintenance และปีที่ ๓ เป็นแบบ Time Base Advance Maintenance ทั้งนี้ หากระหว่างการดำเนินการ บำรุงรักษาระบบตามวาระ (Preventive Maintenance: PM) พบว่ามีอุปกรณ์ชำรุดที่มีความชำรุด คู่สัญญา ต้องดำเนินการแก้ไขให้ใช้งานได้ดีดังเดิมตามรายละเอียดข้อ (๑) ในช่วงระยะเวลาการรับประกันความชำรุด บกพร่อง กฟภ. สามารถขอสงวนสิทธิ์ให้คู่สัญญาจัดฝึกอบรมการบำรุงรักษา ๑ ครั้ง โดยให้คู่สัญญาต้องเป็นผู้ ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการฝึกอบรม
ทั้งนี้ระยะเวลาการรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานทั้งสถานีไฟฟ้าจะถูกต่อเวลา ไปตามระยะเวลาที่เกิดความชำรุดบกพร่องและยังไม่ถูกแก้ไข
๑๑.๒ ระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่องอุปกรณ์รีเลย์
การรับประกันความชำรุดบกพร่องของอุปกรณ์รีเลย์ให้เป็นไปตามเงื่อนไขใน หนังสือ รับรองการรับประกันอุปกรณ์รีเลย์ โดยมีระยะเวลารับประกันคุณภาพอุปกรณ์รีเลย์เป็นระยะเวลา ๑๐ ปี ประกอบด้วย
(๑) คู่สัญญารับประกันชำรุดบกพร่องเป็นระยะเวลา ๓ ปี รวมกับระยะเวลาที่ขยาย เพิ่มเนื่องจากการชำรุดบกพร่องและยังไม่ถูกแก้ไข (ถ้ามี) ตามข้อ ๑๑.๑
(๒) ภายหลังสิ้นสุดระยะเวลารับประกันชำรุดบกพร่องตามข้อ (๑.) ผู้ผลิตหรือผู้แทน จำหน่ายในประเทศไทย จะต้องรับผิดชอบดังนี้ งานวิเคราะห์ปัญหา, งานซ่อม, งานรื้อถอน, งานติดตั้ง, ค่า ขนส่ง, ค่า Engineering รวมทั้งการทดสอบเข้ากับระบบ SCPS และค่าใช้จ่ายทั้งปวง ในการดำเนินการจัดการ ซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิม อีกเป็นระยะเวลา ๗ ปี นับถัดจากวันที่สิ้นสุดระยะเวลารับประกันชำรุด บกพร่องตามข้อ ๑๑.๑
หากไม่เข้าดำเนินการตามกำหนดเวลา กฟภ. สงวนสิทธิ์ ในการพิจารณาทบทวน การนำผลิตภัณฑ์เข้ามาใช้งานใน กฟภ. ต่อไป ทั้งนี้ ระยะเวลาการรับประกันความชำรุดบกพร่องของอุปกรณ์รี เลย์จะถูกต่อเวลาไปตามระยะเวลาที่เกิดความชำรุดบกพร่องและยังไม่ถูกแก้ไข
กรณีที่ มีการเปลี่ยนแปลงชื่อผลิตภัณฑ์อุปกรณ์รีเลย์ ในระหว่างระยะเวลาการ รับประกันคุณภาพอุปกรณ์รีเลย์ การรับประกันจะต้องมีผลต่อเนื่องตามเงื่อนไขข้างต้น ทุก
ประการ
เมื่อพ้นระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่องตามสัญญา รวมกับระยะเวลาที่ขยาย เพิ่มเนื่องจากการชำรุดบกพร่องและยังไม่ถูกแก้ไข (ถ้ามี) แล้ว คู่สัญญาต้องจัดส่งหนังสือโอนสิทธิ์การ รับประกันอุปกรณ์จากผู้ผลิตหรือผู้แทนจำหน่ายในประเทศไทย ให้แก่ กฟภ. และให้ผู้ผลิตหรือผู้แทนจำหน่าย ในประเทศไทยออกหนังสือรับรองการรับประกันความชำรุดบกพร่องพร้อมทั้งระบุรายละเอียดการรับประกัน ตามข้อ ๑๑.๒ (๒)
๑๒. การจ่ายเงินล่วงหน้า
ผู้ยื่นข้อเสนอมีสิทธิเสนอขอรับเงินล่วงหน้า ในอัตราไม่เกินร้อยละ ๑๐ ของราคาทั้งสัญญา แต่ทั้งนี้ จะต้องส่งมอบหลักประกันเงินล่วงหน้า เป็นพันธบัตรรัฐบาลไทย หรือหนังสือค้ำประกัน หรือหนังสือ ค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศ ตามแบบดังระบุในข้อ ๑.๔ (๓) ให้แก่ กฟภ. ก่อนการรับ เงินล่วงหน้านั้น โดยในการจ่ายเงินแต่ละงวด กฟภ. จะหักเงินในอัตราเท่ากับเงินล่วงหน้าที่ผู้ยื่นข้อเสนอขอรับ จนกว่าจะครบจำนวนเงินล่วงหน้าทั้งหมดที่ผู้ยื่นข้อเสนอขอรับ
๑๓. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่นๆ
๑๓.๑ เงินค่าพัสดุสำหรับการซื้อครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณ
การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ ต่อเมื่อ กฟภ. ได้รับอนุมัติเงินค่าพัสดุจากเงิน งบประมาณแล้วเท่านั้น
๑๓.๒ เมื่อ กฟภ. ได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใดให้เป็นคู่สัญญา และได้ตกลงซื้อสิ่งของตาม การประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าคู่สัญญาจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศและ ของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ตามที่รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นคู่สัญญาจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการ ส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
(๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของที่ซื้อขายดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่คู่สัญญาสั่ง หรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(๒) จัดการให้สิ่งของที่ซื้อขายดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้นโดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
(๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) คู่สัญญาจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่าด้วย การส่งเสริมการพาณิชยนาวี
๑๓.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่ง กฟภ. ได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญาหรือข้อตกลงซื้อเป็นหนังสือภายใน เวลาที่กำหนด ดังระบุไว้ในข้อ ๗ กฟภ. จะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ออกหนังสือ ค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้งจะพิจารณา
ให้เป็นผู้ทิ้งงาน ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ๑๓.๔ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่ง กฟภ. ได้คัดเลือกแล้ว ต้องจัดทำใบแจ้งปริมาณงานและราคาตามราคา ที่ได้ตกลง ภายใน ๑๐ วันทำการนับถัดจากวันที่ประกาศผลผู้ชนะ
ทั้งนี้ หากผู้ได้รับการคัดเลือกไม่จัดทำใบแจ้งปริมาณงานและราคาภายในระยะเวลา ที่กำหนดหรือจัดทำแล้วแต่รายละเอียดการปรับลดราคาไม่ถูกต้องตามที่กำหนด กฟภ. ขอสงวนสิทธิ์ปรับราคา ในแต่ละรายการในใบแจ้งปริมาณงานและราคา ตามอัตราร้อยละที่ได้ตกลงไว้โดยเทียบกับราคากลาง และจะ นำรายละเอียดการปรับลดราคาดังกล่าวไปเป็นเอกสารแนบท้ายของสัญญาด้วย
๑๓.๕ กฟภ. สงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือข้อตกลงซื้อ เป็นหนังสือ ให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
๑๓.๖ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือแย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของ กฟภ. คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อเสนอไม่มี สิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติม
๑๓.๗ กฟภ. อาจประกาศยกเลิกการจัดซื้อในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้อง ค่าเสียหายใด ๆ จาก กฟภ. ไม่ได้
(๑) กฟภ. ไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดซื้อหรือที่ได้รับจัดสรร แต่ไม่เพียงพอ ที่จะทำการจัดซื้อครั้งนี้ต่อไป
(๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดซื้อหรือที่ได้รับการคัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือ สมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใดในการ เสนอราคา
(๓) การทำการจัดซื้อครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ กฟภ. หรือกระทบต่อ ประโยชน์สาธารณะ
(๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออก ตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๑๓.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้งตอบ ผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะอุทธรณ์ ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ผ่านช่อง ทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
๑๓.๙ กฟภ. ขอสงวนสิทธิ์ในการ ยกเลิกการทดสอบ POC ทันที หากเกิดกรณีดังต่อไปนี้ (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอไม่สามารถ เริ่มทำการทดสอบได้ตามวันและเวลาที่กำหนด (๒) กรณีมีการทดสอบอุปกรณ์มากกว่า ๑ รายการหากพบว่าอุปกรณ์ใดอุปกรณ์หนึ่ง ไม่ ผ่านการทดสอบตามเกณฑ์ที่กำหนด กฟภ. จะยุติการทดสอบอุปกรณ์อื่นทั้งหมดทันที (๓) ผู้ยื่นข้อเสนอไม่สามารถดำเนินการทดสอบให้แล้วเสร็จทุกอุปกรณ์ตามที่แจ้งความ
ประสงค์เข้าร่วมการทดสอบภายในระยะเวลาที่ กฟภ. กำหนด
หากผลการทดสอบไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคขอสงวนสิทธิ์พิจารณาให้ผู้ยื่นข้อเสนอ รายนั้นเป็นผู้ไม่ผ่านผลการพิจารณาทางด้านเทคนิค
๑๓.๑๐ กฟภ. ขอสงวนสิทธิ์ให้คู่สัญญาผู้ปฏิบัติตามดังนี้
(๑) กรณีที่มีการเพิ่มหรือลดปริมาณงานเพื่อให้งานแล้วเสร็จตามวัตถุประสงค์คู่สัญญาต้อง ดำเนินการตามความเห็นชอบของ กฟภ.
(๒) กรณี กฟภ. มีความประสงค์จะเปลี่ยนแปลงสถานที่ดำเนินการ เพื่อให้เกิดประโยชน์ สูงสุดของ กฟภ. คู่สัญญาต้องดำเนินการตามความเห็นชอบของ กฟภ. โดย กฟภ. จะพิจารณาค่าขนส่งเพิ่มหรือ ลดตามระยะทางที่เกิดขึ้นจริง
(๓) กรณีคู่สัญญาขอเปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์ ที่ไม่ตรงตามที่ยื่นข้อเสนอให้ปฏิบัติตาม เอกสารแนบท้ายเอกสารซื้อโดยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ ข้อ ๘ การคิดค่าปรับค่าชดเชย
๑๔. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
ในระหว่างระยะเวลาการซื้อ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นคู่สัญญาต้องปฏิบัติตาม หลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
๑๕. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
กฟภ. สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือก ให้เป็นคู่สัญญาเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
…………………….………………………………
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
กรกฎาคม ๒๕๖๙

ระหว่างเวลา น.
ถึง น.
สำเนาถูกต้อง
สุธิดา ไต่วัลย์
(นางสุธิดา ไต่วัลย์)
้ ผู้อำนวยการกอง
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
โดย นางสุธิดา ไต่วัลย์ ้ ผู้อำนวยการกอง