จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างโครงการจัดอบรมเตรียมความพร้อมผู้แต่งตั้งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ

สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 69069168365
฿1,172,700 ปีงบ 2569 ประกาศ 12 มิ.ย. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการจัดอบรมเตรียมความพร้อมผู้แต่งตั้งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จัดโดยกองป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรที่จะปฏิบัติหน้าที่เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายดังกล่าว ซึ่งมีความสำคัญต่อการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในยุคดิจิทัลที่อาชญากรรมทางไซเบอร์มีความซับซ้อนและเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้รับความรู้ด้านกฎหมาย ทักษะการสืบสวนสอบสวน การเก็บพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และการจัดการข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ รวมถึงการรับมือกับอาชญากรรมออนไลน์สมัยใหม่ ผู้เข้าอบรมจะได้รับการอบรมในรูปแบบบรรยายและฝึกปฏิบัติจริง พร้อมแบบทดสอบก่อนและหลังการอบรม รวมถึงการประเมินความพึงพอใจและการจัดทำรายงานสรุปผลโครงการ โครงการนี้จัดขึ้นในกรุงเทพมหานครหรือปริมณฑล จำนวน 3 ครั้ง ครั้งละไม่น้อยกว่า 3 วัน วันละไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง รวมผู้เข้าอบรมไม่น้อยกว่า 150 คน งบประมาณรวม 1,172,700 บาท ระยะเวลาดำเนินการ 120 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนการดำเนินงาน จัดหาวิทยากร จัดสถานที่ จัดเตรียมอุปกรณ์ อาหาร วัสดุ เครื่องเขียน ซอฟต์แวร์ บริการอินเทอร์เน็ต พร้อมจัดทำรายงานสรุปผลและส่งมอบงานตามงวดที่กำหนด พร้อมค่าปรับร้อยละ 0.10 ต่อวันหากล่าช้า โครงการนี้มีความสำคัญต่อการพัฒนาบุคลากรด้านไซเบอร์ในภาครัฐ และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในการรับมือกับภัยคุกคามไซเบอร์

English summary

This project aims to prepare personnel for appointment as officers under the Computer Crimes Act, B.E. 2550 (2007) and its amendments, organized by the Cybercrime Prevention and Suppression Division of the Office of the Permanent Secretary for Digital Economy and Society. The project includes 3 training sessions, each lasting at least 3 days (6 hours per day), with a total of at least 150 participants. The training covers legal knowledge, investigation techniques, digital forensics, traffic data requests, and modern cybercrime response, including online crimes. Participants will undergo both theoretical and practical training, with pre- and post-training assessments. The project budget is 1,172,700 baht, with a 120-day implementation period from the date of contract signing. The contractor must provide training materials, venue, equipment, internet access, catering, and produce a final report. The project is crucial for enhancing cyber security capabilities in the public sector and promoting collaboration between government agencies and private sector experts.

สถานที่ดำเนินการ

กรุงเทพมหานคร หรือปริมณฑล

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อจัดอบรมเตรียมความพร้อมผู้แต่งตั้งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ
  • เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะด้านกฎหมาย นิติวิทยาศาสตร์ และการสืบสวนสอบสวนในด้านไซเบอร์
  • เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถปฏิบัติหน้าที่ตามบทบาทพนักงานเจ้าหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการขอข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์และการเก็บพยานหลักฐาน
  • เพื่อรองรับการบังคับใช้กฎหมายในยุคดิจิทัลที่มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว
  • เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในการรับมือกับอาชญากรรมไซเบอร์

ขอบเขตของงาน

  • จัดทำแผนการดำเนินงานโครงการ (ตามข้อ 4.1) พร้อมรายละเอียดกิจกรรมทั้งหมด
  • จัดอบรมเตรียมความพร้อมผู้แต่งตั้งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ จำนวน 3 ครั้ง ครั้งละ 3 วัน วันละไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง รวม 150 คน
  • จัดหาวิทยากรที่มีประสบการณ์ ไม่น้อยกว่า 4 คน (ภาครัฐ) และ 2 คน (ภาคเอกชน)
  • ประสานงานเชิญผู้เข้าอบรม จัดการลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์
  • จัดเตรียมสถานที่จัดอบรมในกรุงเทพฯ หรือปริมณฑล
  • จัดพิธีเปิด มอบประกาศนียบัตร และดำเนินรายการตลอดการอบรม
  • จัดเตรียมอาหารว่าง เครื่องดื่ม อาหารกลางวัน สำหรับวิทยากร ผู้เข้าอบรม และเจ้าหน้าที่
  • จัดเตรียมอุปกรณ์คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ซอฟต์แวร์ บริการอินเทอร์เน็ต วัสดุเครื่องเขียน และไฟล์อิเล็กทรอนิกส์
  • จัดทำแบบประเมินความรู้ก่อนและหลังการอบรมในรูปแบบออนไลน์
  • ออกแบบและจัดทำประกาศนียบัตรพร้อมปก (เอกสารและไฟล์อิเล็กทรอนิกส์)
  • จัดทำแบบประเมินความพึงพอใจการจัดอบรมในรูปแบบออนไลน์
  • บันทึกภาพถ่ายและวิดีโอการอบรม พร้อมส่งมอบในรูปแบบแฟลชไดรฟ์
  • จัดทำภาพข่าว/บทความ (Press Release) เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการ
  • จัดทำกระเป๋าใส่เอกสาร จำนวนไม่น้อยกว่า 150 ชิ้น ขนาด 28 x 11 x 34 ซม. สกรีนโลโก้กระทรวง
  • จัดทำรายงานสรุปผลการจัดอบรม (Final Report) พร้อมปัญหา วิธีแก้ไข และข้อเสนอแนะ
  • จัดส่งแผนการทำงานภายใน 30 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • แผนการดำเนินงานโครงการ (ตามข้อ 4.1)
  • รายงานผลการจัดอบรม จำนวน 3 ครั้ง (ตามข้อ 4.2)
  • รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) (ตามข้อ 4.3)
  • ประกาศนียบัตรพร้อมปก (เอกสารและไฟล์อิเล็กทรอนิกส์)
  • แบบประเมินความพึงพอใจการจัดอบรม (ออนไลน์)
  • ภาพถ่ายและวิดีโอการอบรม (สื่ออิเล็กทรอนิกส์)
  • ภาพข่าว/บทความประชาสัมพันธ์ (Press Release)
  • กระเป๋าใส่เอกสาร จำนวน 150 ชิ้น
  • รายงานสรุปผลการจัดอบรม (Final Report)
  • ใบแจ้งค่าใช้จ่ายและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาดำเนินการ: 120 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา
  • งวดที่ 1: 30 วัน หลังลงนาม จ่าย 30% พร้อมส่งแผนการดำเนินงาน
  • งวดที่ 2: 90 วัน หลังลงนาม จ่าย 35% พร้อมรายงานผลการจัดอบรมครั้งที่ 1
  • งวดที่ 3: 120 วัน หลังลงนาม จ่าย 35% พร้อมรายงานผลการจัดอบรมครั้งที่ 2 และรายงานฉบับสมบูรณ์

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • ต้องมีความสามารถตามกฎหมายไทย (ข้อ 3.1)
  • ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย (ข้อ 3.2)
  • ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ (ข้อ 3.3)
  • ไม่เป็นบุคคลที่ถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญาชั่วคราว (ข้อ 3.4)
  • ไม่เป็นบุคคลที่ถูกระบุในบัญชีผู้ทิ้งงานของกรมบัญชีกลาง (ข้อ 3.5)
  • ไม่เป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามตามประกาศคณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างฯ (ข้อ 3.6)
  • ต้องเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่มีอาชีพรับจ้างงานด้านการจัดอบรม (ข้อ 3.7)
  • ต้องไม่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น (ข้อ 3.8)
  • ต้องไม่เป็นผู้มีเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันที่ปฏิเสธการขึ้นศาลไทย (ข้อ 3.9)
  • ต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) (ข้อ 3.10)
  • ต้องมีประสบการณ์ด้านการจัดอบรมหรือบริการที่เกี่ยวข้อง อย่างน้อย 1 สัญญา มูลค่าไม่น้อยกว่า 500,000 บาท ที่ดำเนินการสิ้นสุดแล้วไม่เกิน 2 ปี (ข้อ 3.11)
  • ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ (สินทรัพย์สุทธิ – หนี้สินสุทธิ) หรือทุนจดทะเบียน หรือมีเงินฝากในบัญชีธนาคารไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของมูลค่าโครงการ (ขึ้นอยู่กับประเภทผู้ยื่นข้อเสนอ) (ข้อ 3.12)
  • ต้องมีวงเงินสินเชื่อจากธนาคารหรือบริษัทเงินทุนที่ได้รับอนุญาต ไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของมูลค่าโครงการ (กรณีไม่มีมูลค่าสุทธิหรือทุนจดทะเบียน) (ข้อ 3.12)

เกณฑ์การพิจารณา

  • พิจารณาคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและยื่นเอกสารครบถูกต้อง
  • ใช้เกณฑ์ราคาต่ำสุด (Lowest Price) เป็นเกณฑ์หลักในการคัดเลือก
  • ไม่มีการพิจารณาคุณภาพหรือประสบการณ์เพิ่มเติมนอกเหนือจากเกณฑ์ราคา
  • ผู้เสนอราคาที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและเสนอราคาต่ำสุดจะได้รับการพิจารณาเป็นลำดับแรก

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • จัดอบรมตามหลักสูตรเร่งรัด (Intensive Course) ตามประกาศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับคุณสมบัติของพนักงานเจ้าหน้าที่ฯ ข้อ 2
  • จัดอบรมในรูปแบบบรรยายและฝึกปฏิบัติจริง พร้อมแบบทดสอบออนไลน์
  • จัดเตรียมอุปกรณ์คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ซอฟต์แวร์ บริการอินเทอร์เน็ต วัสดุเครื่องเขียน และไฟล์อิเล็กทรอนิกส์
  • จัดเตรียมสถานที่จัดอบรมในกรุงเทพฯ หรือปริมณฑล
  • จัดทำประกาศนียบัตรพร้อมปก (เอกสารและไฟล์อิเล็กทรอนิกส์)
  • จัดทำรายงานสรุปผลการจัดอบรม (Final Report) พร้อมข้อเสนอแนะ
  • จัดทำภาพข่าว/บทความ (Press Release) เพื่อประชาสัมพันธ์
  • จัดทำกระเป๋าใส่เอกสาร จำนวน 150 ชิ้น ขนาด 28 x 11 x 34 ซม. สกรีนโลโก้กระทรวง

เงื่อนไขสัญญา

  • งบประมาณรวม: 1,172,700 บาท
  • จ่ายเงินเป็น 3 งวด ตามระยะเวลาดำเนินการ
  • งวดที่ 1: 30% หลังลงนามในสัญญา พร้อมแผนการดำเนินงาน
  • งวดที่ 2: 35% หลังสิ้นสุดการจัดอบรมครั้งที่ 1
  • งวดที่ 3: 35% หลังสิ้นสุดการจัดอบรมครั้งที่ 2 และส่งมอบรายงานฉบับสมบูรณ์
  • อัตราค่าปรับ: ร้อยละ 0.10 ต่อวัน ของวงเงินสัญญา แต่ไม่ต่ำกว่า 100 บาทต่อวัน หากล่าช้า
  • ผู้รับจ้างต้องส่งมอบงานตามกำหนดเวลาและคุณภาพที่ระบุ
  • สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ถือเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และกรรมสิทธิ์ในผลงานทั้งหมด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • โครงการนี้จัดอบรมกี่ครั้ง และที่ไหน?

    • จัดอบรม 3 ครั้ง ครั้งละ 3 วัน ที่กรุงเทพมหานครหรือปริมณฑล
  • ผู้เข้าอบรมต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?

    • ต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นตามที่กฎหมายกำหนด และได้รับการแต่งตั้งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ
  • ต้องมีประสบการณ์ด้านการจัดอบรมเท่าใด?

    • ต้องมีประสบการณ์ด้านการจัดอบรมหรือบริการที่เกี่ยวข้อง อย่างน้อย 1 สัญญา มูลค่าไม่น้อยกว่า 500,000 บาท ที่ดำเนินการสิ้นสุดแล้วไม่เกิน 2 ปี
  • ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียนเท่าใด?

    • ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ (สินทรัพย์สุทธิ – หนี้สินสุทธิ) หรือทุนจดทะเบียน หรือมีเงินฝากในบัญชีธนาคารไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของมูลค่าโครงการ
  • ต้องมีวิทยากรกี่คน และต้องเป็นใคร?

    • ต้องจัดหาวิทยากร ไม่น้อยกว่า 4 คน (ภาครัฐ) และ 2 คน (ภาคเอกชน)
  • ต้องจัดทำรายงานอะไรบ้าง?

    • ต้องจัดทำแผนการดำเนินงาน, รายงานผลการจัดอบรม 3 ครั้ง, รายงานสรุปผลการจัดอบรม (Final Report), พร้อมส่งมอบงานตามงวดที่กำหนด
  • ต้องจัดทำกระเป๋าใส่เอกสารหรือไม่?

    • ใช่ ต้องจัดทำกระเป๋าใส่เอกสาร จำนวน 150 ชิ้น ขนาด 28 x 11 x 34 ซม. สกรีนโลโก้กระทรวง
  • ต้องจัดทำภาพข่าวหรือบทความประชาสัมพันธ์หรือไม่?

    • ใช่ ต้องจัดทำภาพข่าว/บทความ (Press Release) เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์โครงการ
  • ต้องจ่ายเงินเป็นกี่งวด?

    • จ่ายเป็น 3 งวด ตามระยะเวลาดำเนินการ คือ 30%, 35%, และ 35% ของงบประมาณ

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตการดำเนินงาน
(Terms of Reference: TOR)
โครงการจัดอบรมเตรียมความพร้อมผู้แต่งตั้งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ
โดย
กองป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

  • ๑ -
    โครงการจัดอบรมเตรียมความพร้อมผู้แต่งตั้งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่
    ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ
    ๑. ความเป็นมา
    ด้วย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดศ.) มีภารกิจดำเนินงานรองรับพระราชบัญญัติว่าด้วย การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ในการเสนอแต่งตั้งพนักงาน เจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อประโยชน์ของทางราชการในการสืบสวนและสอบสวนการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ตามกระบวนการ ยุติธรรม ซึ่งในปัจจุบันได้มีการประกาศหลักเกณฑ์เกี่ยวกับคุณสมบัติของพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และ พ.ศ. 2568 ที่มีการ ประกาศในหนังสือราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศและงานทั่วไป เล่ม ๑๔๒ ตอนพิเศษ ที่ ๓๕๔ ง วันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ นั้น มีการกำหนดหลักเกณฑ์ คุณสมบัติ การอบรมตามแนบท้ายประกาศกระทรวงฯ ที่มี
    การคัดบุลคลากรผู้มีความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ทำงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแต่งตั้งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ฯ สำหรับ ปฏิบัติหน้าที่การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
    เพื่อเป็นการรองรับการแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ฯ ที่เหมาะสมในด้านความรู้ และทักษะการ ปฏิบัติงานสืบสวนสอบสวน การรับมืออาชญากรรมคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัย ในการนี้ กองป้องกันและ ปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ปท.) สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม (สป.ดศ.) มีภารกิจดำเนินการรองรับบทบาทพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ฯ จึงได้เสนอโครงการจัดอบรมเตรียมความพร้อมผู้แต่งตั้งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติ
    ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ เพื่อเพิ่มองค์ความรู้ด้านกฎหมาย การสืบสวนสอบสวน การขอ ข้อมูลจราจร การเก็บพยานหลักฐานประกอบคดีทางนิติวิทยาศาสตร์ อาชญากรรมออนไลน์สมัยใหม่ และ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการตามบทบาทของพนักงานเจ้าหน้าที่ฯ
    ทั้งนี้ โครงการจัดอบรมเตรียมความพร้อมผู้แต่งตั้งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติว่าด้วย การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ จะเป็นการพัฒนาศักยภาพบุคลากรผู้ที่จะแต่งตั้งเป็นพนักงาน เจ้าหน้าที่ฯ เพื่อปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ และ ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    ๒. วัตถุประสงค์
    เพื่อจัดอบรมเตรียมความพร้อมผู้แต่งตั้งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ ในรูปแบบบรรยายและฝึกปฏิบัติพร้อมทั้งมีแบบทดสอบสำหรับการประเมินผล การอบรมดังกล่าว
  1. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
    3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย
    3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
  • ๒ -
    3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของ หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
    3.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
    3.7 เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานในการจ้างครั้งนี้
    3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่สำนักงานปลัด กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ณ วันที่ประกาศ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขัน อย่างเป็นธรรมในการเสนอราคาครั้งนี้
    3.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่น ข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์ความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
    3.11 ผู้เสนอราคาต้องมีประสบการณ์ในงานด้านการจัดอบรม หรือที่เกี่ยวข้องกับโครงการ ให้บริการ กับหน่วยงานราชการหรือรัฐวิสาหกิจ อย่างน้อย ๑ สัญญา ที่มีมูลค่าไม่น้อยกว่า 5๐๐,๐๐๐ บาท ที่ดำเนินการ สิ้นสุดแล้วไม่เกิน 2 ปี นับวันที่เสนอ โดยแสดงสำเนาสัญญา หรือหนังสือรับรองผลงาน นับถึงวันยื่นเอกสาร เสนอราคามาพร้อมกับการยื่นซองเอกสาร
    3.12 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
    (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย/กฎหมายต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อน วันยื่นข้อเสนอ
    (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย/กฎหมายต่างประเทศ ซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท
    (๓) สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอ เป็นบุคคลธรรมดาถือสัญชาติไทย/บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย โดยพิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงิน ฝาก ไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อ จัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง ในวันลงนามในสัญญา
    (๔) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียนหรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้า ยื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง ทั้งนี้ จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศหรือบริษัท เงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบ ธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย แจ้งเวียนให้ทราบหรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ
  • ๓ -
    โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรองหรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่ ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน) ทั้งนี้ สำหรับธนาคารภายในประเทศหนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อให้เป็นไปตามแบบที่กำหนด
    (๕) กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศและบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ตามข้อ 8.๑๒ (๒) (๓) และ (๔) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารเชิญชวนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) หรือมีหนังสือเชิญชวน จนถึงวันเสนอราคา
    (๖) กรณีตามข้อ (๑) - (๕) ยกเว้นสำหรับกรณีดังต่อไปนี้
    (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
    (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓
    (๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้น ไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
    (๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติ การจัดซื้อจัดจ้างฯ
    (๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
    (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรือจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
  1. ขอบเขตการดำเนินงาน
    4.๑ จัดทำแผนการดำเนินงานโครงการฯ โดยให้มีรายละเอียดการดำเนินงาน
    4.๒ จัดอบรมเตรียมความพร้อมผู้แต่งตั้งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ โดยกำหนดให้จัดอบรมในกรุงเทพฯ หรือปริมณฑล จำนวน 3 ครั้งๆ ละไม่น้อยกว่า 3 วัน (วันละไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง) มีผู้เข้าอบรม ณ สถานที่จริง จำนวนไม่น้อยกว่า 50 คน รวมจำนวนไม่น้อยกว่า 150 คน โดยมีเนื้อหาหลักสูตรอ้างอิงตามภาคผนวกแนบท้ายประกาศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
    เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับคุณสมบัติของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิด เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ พ.ศ. 2568 ข้อ ๒ หลักสูตรเร่งรัด (Intensive Course) และผู้รับจ้างต้อง รับผิดชอบการดำเนินงานต่าง ๆ อย่างน้อยดังนี้
    (๑) จัดหาวิทยากรบรรยายที่มีประสบการณ์และความรู้ความสามารถเหมาะสมกับหลักสูตร โดยเป็นวิทยากรภาครัฐ ไม่น้อยกว่า ๔ คน และวิทยากรภาคเอกชน ไม่น้อยกว่า ๒ คน (๒) ประสานงานเชิญกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมการอบรม
    (๓) ดำเนินการรับลงทะเบียนเข้าอบรมผ่านระบบออนไลน์และลงลายมือชื่อก่อนเข้าอบรม (๔) จัดเตรียมสถานที่เอกชนที่ใช้สำหรับการจัดอบรม
    (๕) จัดเตรียมพิธีเปิดการฝึกอบรม พิธีมอบใบประกาศนียบัตร รวมถึงจัดให้มีผู้ดำเนินรายการตลอด การจัดอบรม
  • ๔ -
    (๖) จัดเตรียมอาหารว่างและเครื่องดื่ม และอาหารกลางวัน สำหรับวิทยากร ผู้เข้าอบรม ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้าง หรือผู้ที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุฯ มอบหมาย
    (๗) จัดเตรียมเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คและซอฟต์แวร์ที่จำเป็นตามหลักสูตรสำหรับผู้เข้าอบรม (๘) จัดเตรียมบริการอินเทอร์เน็ตสำหรับผู้เข้าอบรม
    (๙) จัดเตรียมวัสดุ เครื่องเขียน อุปกรณ์ และไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ประกอบการอบรมสำหรับผู้เข้า อบรม
    (๑๐) ทำการประเมินความรู้ก่อนและหลังการอบรมในรูปแบบออนไลน์
    (๑๑) ออกแบบและจัดทำประกาศนียบัตรพร้อมปกสำหรับผู้ผ่านการอบรมในรูปแบบเอกสารและ รูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์
    (๑๒) จัดทำแบบประเมินความพึงพอใจการจัดอบรมในรูปแบบออนไลน์
    (๑๓) บันทึกภาพถ่ายและวิดีโอระหว่างการอบรม โดยส่งมอบเป็นสื่ออิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบแฟลชไดรฟ์ (๑๔) จัดทำภาพข่าว/บทความ (Press Release) เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การจัดอบรม (๑๕) จัดทำกระเป๋าใส่เอกสารสำหรับผู้เข้าอบรม จำนวนไม่น้อยกว่า 150 ชิ้น ดังรายละเอียด ต่อไปนี้
  • กระเป๋าทรงสูง ความกว้าง x ฐาน x สูง ไม่น้อยกว่า 28 x 11 x 34 เซนติเมตร (ไม่รวมหูหิ้ว)
  • สกรีนโลโก้กระทรวงเป็นอย่างน้อย
    (๑๖) จัดทำรายงานสรุปผลการจัดอบรม
    ทั้งนี้ ผู้รับจ้างต้องเสนอรายละเอียดการออกแบบ การดำเนินกิจกรรมแต่ละรายการขั้นต้น ให้ผู้ว่าจ้าง หรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุฯ พิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนดำเนินการ
    4.3 จัดทำรายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) โดยสรุปผลการดำเนินงานตลอดโครงการฯ สรุปปัญหา วิธีแก้ปัญหา และข้อเสนอแนะการดำเนินโครงการต่อไป
    ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่งแผนการทำงาน ภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยแผน การทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา
    ๕. ระยะเวลาดำเนินการ
    ระยะเวลาดำเนินการ 120 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  1. หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
    พิจารณาคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอที่มีคุณสมบัติและยื่นหลักฐานเอกสารครบถ้วนถูกต้องโดยใช้เกณฑ์ราคาต่ำสุด
  2. การเสนอราคา
    ผู้เสนอราคาจะต้องจัดส่งแคตตาล็อก หรือรูปแบบรายการรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของอุปกรณ์/ โปรแกรม และข้อกำหนดต่าง ๆ ที่จะนำมาให้บริการ (ถ้ามี) เพื่อประกอบการพิจารณา โดยผู้เสนอราคาต้องทำ เครื่องหมายของอุปกรณ์ต่าง ๆ ไว้ในแคตตาล็อก พร้อมระบุข้อที่สอดคล้องเหมาะสมกับคุณลักษณะเฉพาะของ อุปกรณ์/โปรแกรม และข้อกำหนดต่างๆ โดยผู้เสนอราคาจะต้องจัดทำตารางเปรียบเทียบ โดยใช้ตัวอย่าง แบบฟอร์มตารางการเปรียบเทียบ ดังนี้
  • ๕ -
    หัวข้อ
    ข้อกำหนด
    เฉพาะที่
    กระทรวงฯ
    ต้องการ
    ข้อเสนอของ
    ผู้เสนอราคา
    เอกสารอ้างอิง/ เลขที่หน้า
    เป็นไปตาม ข้อกำหนด/ สูงกว่า
    ข้อกำหนด
    ผ่าน/
    ไม่ผ่าน
    (สำหรับ
    กระทรวงฯ)
    หมาย
    เหตุ
    ระบุหัวข้อให้ ตรงกับที่
    กระทรวงฯ
    กำหนด
    ให้คัดลอก
    คุณลักษณะ
    เฉพาะที่
    กระทรวงฯ
    กำหนด
    ให้ระบุ
    รายละเอียด
    ข้อเสนอและ
    ข้อเสนอพิเศษ (ถ้ามี)
    ให้ระบุหรือ
    อ้างอิง
    เอกสารใน
    ข้อเสนอ
    ที่เกี่ยวข้อง
  1. วงเงินงบประมาณ
    จำนวนเงิน 1,๑๗๒,7๐๐ บาท (หนึ่งล้านหนึ่งแสนเจ็ดหมื่นสองพันเจ็ดร้อยบาทถ้วน)
  2. งวดงานและการจ่ายเงิน
    การดำเนินโครงการฯ มีระยะเวลา 120 วัน โดยผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติงานและให้บริการตามสัญญา พร้อมส่งมอบงานในแต่ละงวดเป็นเอกสาร และสื่อบันทึกข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน ๒ ชุด (ต้นฉบับ ๑ ชุด และสำเนา ๑ ชุด) รวมถึงใบแจ้งค่าใช้จ่าย พร้อมเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องครบถ้วน ดังรายละเอียด ต่อไปนี้
    งวด
    ระยะเวลาดำเนินงาน
    การชำระเงิน
    (ร้อยละ)
    งานที่ส่งมอบ

    ๓๐ วัน
    นับถัดจากวันที่
    ลงนามในสัญญา
    ๓๐
    แผนการดำเนินงานโครงการ (ตามข้อ 4.๑)

    90 วัน
    นับถัดจากวันที่
    ลงนามในสัญญา
    ๓๕
    รายงานผลการจัดอบรมเตรียมความพร้อมผู้แต่งตั้งเป็น พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ จำนวน ๑ ครั้ง (ตามข้อ 4.2)

    120 วัน
    นับถัดจากวันที่
    ลงนามในสัญญา
    ๓๕
    1. รายงานผลการจัดอบรมเตรียมความพร้อมผู้แต่งตั้งเป็น พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ จำนวน 2 ครั้ง (ตามข้อ 4.2) 2. รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) (ตามข้อ 4.3)

๑0. อัตราค่าปรับ
กรณีผู้รับจ้างไม่สามารถส่งมอบงานตามเวลาที่กำหนดตามระยะเวลาดำเนินการ สำนักงานปลัด กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จะคิดค่าปรับเป็นอัตรารายวัน ร้อยละ ๐.๑๐ ของวงเงินตามสัญญา แต่ต้องไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท จนกว่าจะสามารถดำเนินการได้ตามข้อกำหนดหรือจนกว่าส่งมอบงานได้ ถูกต้องครบถ้วน

  • ๖ -
    ๑1. ข้อสงวนสิทธิ
    ๑1.๑ ในกรณีที่สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มีความจำเป็นไม่อาจทำสัญญา จัดซื้อจัดจ้างได้ หรือมีเหตุผลจำเป็นอื่น ๆ ที่เป็นอุปสรรค สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ขอสงวนสิทธิที่จะยกเลิกการจัดซื้อจัดจ้างได้ทุกขั้นตอนโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งเหตุใด ๆ ให้ผู้ยื่นข้อเสนอราคาทราบ และผู้ยื่นข้อเสนอราคาไม่มีสิทธิแย้งและเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใด ๆ ทั้งสิ้น
    ๑1.2 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และกรรมสิทธิ์ ในผลงานที่ผู้รับจ้างได้จัดทำตามสัญญานี้ ส่วนผู้รับจ้างจะนำผลงานและรายละเอียดตามสัญญานี้ไปใช้หรือ เผยแพร่ในกิจการอื่น นอกเหนือจากที่ได้ระบุไว้ในสัญญานี้ไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จากสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมก่อน
    ๑2. หน่วยงานรับผิดชอบโครงการ
    กองป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยีสารสนเทศ
    สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม