จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างเหมาบริการตรวจด้วยเครื่องสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Resonance Imaging MRI)

ระยอง 69069155138
฿4,999,380 ปีงบ 2569 ประกาศ 11 มิ.ย. 2569 ระยอง
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจ้างเหมาบริการตรวจวินิจฉัยโรคด้วยเครื่องสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Resonance Imaging: MRI) โดยผู้ว่าจ้างจะจัดหาสถานที่ให้ ผู้รับจ้างมีหน้าที่รับผิดชอบในการปรับปรุงอาคารสถานที่ให้ได้มาตรฐานความปลอดภัยและเป็นไปตามข้อกำหนดของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ รวมถึงรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการปรับปรุง ค่าสาธารณูปโภค (น้ำ, ไฟ, โทรศัพท์) และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการติดตั้งและรื้อถอนเครื่อง MRI ผู้รับจ้างต้องจัดหาเครื่อง MRI ที่มีคุณสมบัติตามที่โรงพยาบาลกำหนด พร้อมทั้งให้บริการตรวจวินิจฉัยโรคแก่ผู้ป่วยของโรงพยาบาลตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่คิดค่าบริการจากผู้ป่วย และต้องรักษาข้อมูลผู้ป่วยเป็นความลับตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ผู้รับจ้างต้องดูแลบำรุงรักษาเครื่องให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานเสมอ หากเครื่องขัดข้องต้องจัดหาบริการทดแทนทันที และต้องมีช่างพร้อมแก้ไขภายในเวลาที่กำหนด นอกจากนี้ ผู้รับจ้างต้องจัดหาบุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง เช่น นักรังสีการแพทย์ พยาบาลวิชาชีพ และจัดเตรียมยา เวชภัณฑ์ รวมถึงอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลภาพทางการแพทย์ (Data Storage) โดยเครื่อง MRI ที่นำมาติดตั้งต้องมีคุณลักษณะเฉพาะตามที่ระบุในเอกสาร TOR อย่างเคร่งครัด

English summary

This project involves contracting MRI (Magnetic Resonance Imaging) services. The contractor is responsible for providing and installing the MRI machine at the hospital, renovating the premises to meet safety and medical standards, and providing diagnostic imaging services to the hospital’s patients 24 hours a day. The contractor will also cover utility costs, maintenance, and repairs. They must supply qualified medical personnel, necessary medical supplies, and data storage for imaging results. The MRI machine must meet the specific technical specifications outlined in the TOR. Reporting of diagnostic results must adhere to the specified timelines.

สถานที่ดำเนินการ

โรงพยาบาลระยอง

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อให้มีบริการตรวจวินิจฉัยโรคด้วยเครื่องสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) แก่ผู้ป่วยของโรงพยาบาล
  • เพื่อให้ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาเครื่องสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) มารับบริการ โดยนำมาติดตั้งที่โรงพยาบาล
  • เพื่อให้ผู้รับจ้างเป็นผู้ปรับปรุงอาคารและสถานที่ เพื่อสามารถติดตั้งเครื่องสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) และอุปกรณ์
  • เพื่อให้ผู้รับจ้างให้บริการตรวจวินิจฉัยโรคด้วยเครื่องสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ทุกวัน ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง

ขอบเขตของงาน

  • ปรับปรุงอาคารและสถานที่เพื่อติดตั้งเครื่อง MRI ให้ได้มาตรฐานความปลอดภัยและตามข้อกำหนดกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
  • จัดหาเครื่อง MRI ที่มีคุณลักษณะเฉพาะตามที่โรงพยาบาลกำหนด พร้อมติดตั้ง
  • ให้บริการตรวจวินิจฉัยโรคด้วยเครื่อง MRI แก่ผู้ป่วยของโรงพยาบาลตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน โดยไม่คิดค่าบริการจากผู้ป่วย
  • รับผิดชอบค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภค (น้ำ, ไฟ, โทรศัพท์) และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการติดตั้งและรื้อถอนเครื่อง
  • ดูแล บำรุงรักษา ซ่อมแซมเครื่อง MRI ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานเสมอ และจัดหาอะไหล่สำรอง
  • จัดหาบุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง เช่น นักรังสีการแพทย์/เจ้าพนักงานรังสีเทคนิค และพยาบาลวิชาชีพ
  • จัดเตรียมยา เวชภัณฑ์ และวัสดุสิ้นเปลืองที่ใช้ในการตรวจ
  • จัดหาอุปกรณ์จัดเก็บและรับส่งสัญญาณภาพทางการแพทย์ (Data Storage)
  • รายงานผลการตรวจวินิจฉัยโรคตามระยะเวลาที่กำหนด (2-5 วันทำการสำหรับผู้ป่วยทั่วไป, ภายใน 1 วันสำหรับผู้ป่วยในและฉุกเฉิน)
  • รักษาข้อมูลผู้ป่วยเป็นความลับตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
  • สนับสนุนงานพัฒนาคุณภาพ การบริการ และงานวิชาการ
  • จัดหาเครื่องสํารองไฟฟ้า (UPS) สําหรับระบบคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานทั้งหมด
  • จัดหา RF coil ชนิดต่างๆ ตามที่ระบุใน TOR
  • จัดหา Pulse Sequence มาตรฐานและ Pulse sequence สําหรับการตรวจพิเศษตามที่ระบุใน TOR
  • จัดหา DICOM สําหรับการใช้งานตามที่ระบุใน TOR
  • จัดหาระบบคอมพิวเตอร์สําหรับวิเคราะห์ข้อมูลภาพ Workstation
  • จัดหา RF Shielding ตามมาตรฐาน
  • จัดหา Quality assurance phantom เพื่อใช้ในการทดสอบเครื่อง

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • เครื่องสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Resonance Imaging: MRI) ที่ติดตั้งและพร้อมใช้งาน
  • การปรับปรุงอาคารสถานที่ให้ได้มาตรฐาน
  • การให้บริการตรวจวินิจฉัยโรคด้วยเครื่อง MRI แก่ผู้ป่วย
  • รายงานผลการตรวจวินิจฉัยโรคในรูปแบบฟิล์มเอกซเรย์, หนังสือรับรองผล, CD/DVD
  • ข้อมูลภาพผลการตรวจวินิจฉัยโรคที่จัดเก็บใน Data Storage
  • บุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติงานตามที่กำหนด
  • ยา, เวชภัณฑ์, วัสดุสิ้นเปลืองที่จำเป็น
  • การบำรุงรักษาและซ่อมแซมเครื่อง MRI

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาการติดตั้งและให้บริการ: ภายใน 45 วัน หลังจากการส่งมอบพื้นที่

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • เป็นนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่สอบราคาจ้าง
    • มีผลงานการติดตั้งและให้บริการเครื่องสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) มาแล้วไม่น้อยกว่า 1 เครื่อง
    • มีหนังสือรับรองการเป็นตัวแทนจำหน่ายมาแสดง
    • มีหลักฐานคุณวุฒิของช่างที่ผ่านการฝึกอบรมจากโรงงานผู้ผลิต
    • ต้องมีหนังสือรับรองการนำเข้าจากองค์การอาหารและยา (อย.) และต้องระบุประเทศผู้ผลิต
  • Standards Compliance:
    • มาตรฐานห้องเอกซเรย์ ซึ่งกำหนดโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ (สามารถป้องกันรังสีเอกซเรย์ได้)
    • มาตรฐานตามที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กำหนด และได้รับอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองซึ่งเครื่องกำเนิดรังสีตามกฎกระทรวง
    • มาตรฐานราชวิทยาลัยรังสีแพทย์
    • มาตรฐาน DICOM
    • มาตรฐาน RF Shielding
  • Experience:
    • มีผลงานการติดตั้งและให้บริการเครื่องสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) มาแล้วไม่น้อยกว่า 1 เครื่อง
  • Previous Project Cost:
      • (ไม่ระบุ)
  • Technical Capabilities:
    • เครื่อง MRI ต้องมีคุณลักษณะเฉพาะตามที่ระบุในข้อ 2.2 ของ TOR (เช่น ความเข้มสนามแม่เหล็กไม่น้อยกว่า 1.5 Tesla, ระบบ Gradient, ระบบ RF, ช่องรับตัวผู้ป่วย, RF coil, ระบบคอมพิวเตอร์, Pulse Sequence, DICOM, Workstation)
    • มีความสามารถในการให้บริการตรวจวินิจฉัยโรคด้วยเครื่อง MRI ได้ครบทุกประการตามรายละเอียดและคุณลักษณะของเครื่อง
    • มีความสามารถในการจัดหาการให้บริการตรวจด้วยเครื่องสนามแม่เหล็กไฟฟ้าให้แก่ผู้ว่าจ้างทันที กรณีเครื่องของผู้รับจ้างไม่สามารถให้บริการได้
    • สามารถจัดหาช่างมาซ่อมแก้ไขให้เสร็จภายในเวลา 72 ชั่วโมง (ยกเว้นกรณีต้องสั่งอะไหล่จากต่างประเทศ แก้ไขให้เสร็จภายใน 14 วัน)
  • Personnel:
    • นักรังสีการแพทย์/เจ้าพนักงานรังสีเทคนิค ที่มีใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะสาขารังสีเทคนิค เพื่อปฏิบัติงานตลอดเวลาที่มีการตรวจ
    • พยาบาลวิชาชีพ อยู่ร่วมด้วยในขณะตรวจตามแต่ละชนิดของการตรวจ
    • ผู้ดำเนินการ (เป็นไปตาม พ.ร.บ. สถานพยาบาล พ.ศ. 2545) สำหรับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อเกิดภาวะแทรกซ้อน
    • ช่างเทคนิคที่มีคุณวุฒิผ่านการฝึกอบรมจากโรงงานผู้ผลิต

เกณฑ์การพิจารณา

  • (ไม่ระบุรายละเอียดเกณฑ์การประเมินในเอกสาร TOR นี้)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • เครื่องสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Resonance Imaging: MRI):
    • ลักษณะทั่วไป: เครื่องสร้างภาพโดยใช้พลังงานจากสนามแม่เหล็กร่วมกับคลื่นวิทยุ (MRI) เพื่อการวินิจฉัย เห็นภาพอวัยวะภายในชัดเจนทุกส่วน ทั้งแนว Axial, Sagittal, Coronal
    • ระบบแม่เหล็ก: ชนิดตัวนํายิ่งยวด (Super conductive), ความเข้มสนามแม่เหล็กไม่น้อยกว่า 1.5 Tesla, ความสม่ำเสมอของสนามแม่เหล็กไม่เกิน 0.27 ppm, Field Stability ไม่เกิน 0.1 ppm/ชั่วโมง, Magnetic Shield ชนิด active shield, ระบบหล่อเย็นฮีเลียมเหลว Zero Boil-off rate
    • ระบบสนามแม่เหล็กเชิงลาด (Gradient System): ความแรงไม่ต่ำกว่า 33 mT/m, อัตราการปรับความแรงสูงสุดไม่ต่ำกว่า 100 mT/m/ms, Duty Cycle 100%, Large Maximum FOV ไม่น้อยกว่า 48x48x48 ซม., มีระบบ Specific Absorption Rate (SAR) Management
    • ระบบคลื่นวิทยุ (RF Transmit and Receiver): ระบบดิจิตอล (Optical RF Receive Technology), Bandwidth ไม่น้อยกว่า 63 MHz, RF amplifier ไม่น้อยกว่า 10 kW (Water-cooled), จำนวนช่องรับสัญญาณไม่ต่ำกว่า 8 ช่อง, Receiver sampling frequency per channel ไม่น้อยกว่า 80 MHz
    • ช่องรับตัวผู้ป่วย (Patient Bore) และชุดเตียง: เส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 60 ซม., ชุดควบคุมสั่งงาน 2 ด้าน, มีแสงเลเซอร์, เตียงปรับระดับได้ต่ำสุด 68 ซม., เตียงรับน้ำหนักได้ไม่ต่ำกว่า 159 kg
    • RF coil: ชนิดต่างๆ เช่น Head Neck Array, Posterior Array, Anterior Array, Knee/Foot coil, 3-inch coil, GP Flex coil
    • ระบบคอมพิวเตอร์: Host Computer (CPU Intel Xeon หรือเทียบเท่า 2.5 GHz, Hard disk 320 GB, RAM 8 GB, เก็บภาพได้ 400,000 ภาพ, มี DVD), Reconstruction Computer (Dual Core หรือเทียบเท่า 2.5 GHz, Hard disk 146 GB, RAM 8 GB, Ethernet 1 GBPS, Reconstruct ภาพ 1,250 ภาพ/วินาที)
    • จอแสดงภาพ: LCD ขนาดไม่น้อยกว่า 24 นิ้ว, ความละเอียดไม่น้อยกว่า 1920 X 1200
    • Pulse Sequence: มาตรฐาน (Spin Echo, FSE, GRE, FGRE, Double IR/Triple IR, EPI, 2D/3D TOP, 2D/3D Phase contrast, Motion compensation package) และ Pulse sequence สำหรับการตรวจพิเศษ (Neuro, MR Angiographic, Body)
    • DICOM: รองรับ DICOM Print, Storage, Query/Retrieve, Modality Worklist
    • Workstation: 1 ชุด, รองรับ Multi-Modalities, เชื่อมต่อ PACS, บันทึกภาพลง CD/DVD, สนับสนุน DICOM 3 format, CPU Quad Core หรือดีกว่า 2.3 GHz, RAM 6 GB, Hard Disk 500 GB, จอ LCD 19 นิ้ว, LAN 10/100/1000, ซอฟต์แวร์พื้นฐาน (MIP, MPR, Volume Rendering, MR Image Pasting) และคุณสมบัติอื่นๆ สำหรับการสร้างภาพ MR
    • อุปกรณ์ประกอบอื่นๆ: RF Shielding, Quality assurance phantom, UPS สำหรับระบบคอมพิวเตอร์

เงื่อนไขสัญญา

  • การชำระเงิน:
    • ผู้รับจ้างจะเรียกเก็บค่าบริการจากผู้ว่าจ้างต่อผู้ป่วย 1 ราย ในการตรวจแต่ละส่วนตรวจ (PART EXAMINATION)
    • กรณีตรวจเพิ่มหรือตรวจไม่สมบูรณ์ ผู้รับจ้างต้องตรวจเพิ่มโดยไม่คิดค่าบริการเพิ่ม
    • การเบิกจ่ายค่าจ้างเหมาบริการทุกสิทธิการรักษาของโรงพยาบาลระยอง: ส่งเอกสารรายละเอียดให้กลุ่มงานรังสีวิทยาตรวจสอบ, ลงลายมือชื่อรับรอง, ส่งเอกสารไปยังกลุ่มงานพัสดุเพื่อจัดทำเอกสารตรวจรับและเบิกจ่าย
    • การเบิกจ่ายค่าจ้างเหมาบริการทุกสิทธิการรักษาของสถานพยาบาลอื่น ๆ หรือกองทุนต่าง ๆ: ส่งเอกสารให้กลุ่มงานรังสีวิทยาตรวจสอบ, ลงลายมือชื่อรับรอง, ส่งเอกสารไปยังศูนย์รายได้/ศูนย์สิทธิประกันสังคมฯ เพื่อตรวจสอบสิทธิและเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาล จากนั้นผู้ว่าจ้างจะจ่ายเงินให้ผู้รับจ้างตามอัตราที่ได้รับจริง
  • การรับประกัน:
    • ผู้รับจ้างต้องรับประกันระยะเวลาในการรายงานผลการตรวจวินิจฉัยโรค (2-5 วันทำการ, 1 วันสำหรับผู้ป่วยใน/ฉุกเฉิน)
  • ค่าปรับ:
    • หากผู้รับจ้างไม่สามารถปฏิบัติงานได้ตามสัญญา (เช่น ซ่อมเครื่องล่าช้า) ผู้รับจ้างจะต้องยอมให้ผู้ว่าจ้างปรับตามที่สัญญากำหนด
  • การบอกเลิกสัญญา:
    • ผู้ว่าจ้างสามารถบอกเลิกสัญญาได้ทันที หากการดำเนินงานของผู้รับจ้างไม่เหมาะสม เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม เครื่องเอกซเรย์/อุปกรณ์เสื่อมสภาพหรือไม่เพียงพอ และไม่แก้ไขภายในกำหนด
  • เงื่อนไขอื่น ๆ:
    • ผู้รับจ้างต้องจัดหา ยา, เวชภัณฑ์, วัสดุสิ้นเปลือง, อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลภาพ (Data Storage) 5 TB
    • ผู้รับจ้างต้องเสนอเงื่อนไขอื่น ๆ, กำหนดระยะเวลาในการรับจ้าง, ค่าจ้าง/เงื่อนไข/ข้อกำหนดอื่น ๆ (ถ้ามี) มาพร้อมเอกสารประกวดราคา

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดบ้างในการติดตั้งเครื่อง MRI?
    A: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าปรับปรุงอาคารสถานที่, ค่าใช้กระแสไฟฟ้า, ค่าติดตั้งโทรศัพท์, ค่าโทรศัพท์, ระบบอื่นที่เกี่ยวข้อง, ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งและรื้อถอนเครื่อง, ค่าน้ำประปา, ค่าไฟ และค่าบริการอื่นใดที่เกิดขึ้นในอนาคต
  • Q: หากเครื่อง MRI เกิดอุบัติเหตุหรือภัยธรรมชาติ ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบอย่างไร?
    A: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบทั้งหมดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเครื่องสนามแม่เหล็กไฟฟ้าและอุปกรณ์
  • Q: ผู้รับจ้างสามารถนำเครื่อง MRI มาให้บริการผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลได้หรือไม่?
    A: ผู้รับจ้างต้องไม่ทำการวินิจฉัยผู้ป่วยอื่นที่มิใช่ผู้ป่วยของผู้ว่าจ้าง และ/หรือผู้ป่วยที่แพทย์ของผู้ว่าจ้างไม่ได้สั่งให้ตรวจ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ว่าจ้าง
  • Q: ผู้รับจ้างต้องให้บริการตรวจ MRI ตลอด 24 ชั่วโมงหรือไม่?
    A: ใช่ ผู้รับจ้างต้องตรวจวินิจฉัยโรคด้วยเครื่องสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ทุกวัน และตรวจตลอดเวลา 24 ชั่วโมง โดยไม่มีวันหยุด เว้นแต่การหยุดนั้นเป็นเหตุเพราะความขัดข้องของผู้ว่าจ้างเอง
  • Q: หากเครื่อง MRI ของผู้รับจ้างเสีย ผู้รับจ้างต้องดำเนินการอย่างไร?
    A: ผู้รับจ้างต้องจัดหาช่างมาซ่อมแก้ไขให้เสร็จภายใน 72 ชั่วโมง (ยกเว้นกรณีต้องสั่งอะไหล่จากต่างประเทศ แก้ไขให้เสร็จภายใน 14 วัน) หากไม่สามารถปฏิบัติงานได้ ผู้รับจ้างต้องจัดหาการให้บริการตรวจด้วยเครื่องสนามแม่เหล็กไฟฟ้าให้แก่ผู้ว่าจ้างทันที และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด รวมถึงค่าส่งผู้ป่วยไปตรวจที่อื่น
  • Q: ผู้รับจ้างต้องจัดหาอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลภาพทางการแพทย์ (Data Storage) หรือไม่?
    A: ใช่ ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบการจัดหาอุปกรณ์จัดเก็บและรับส่งสัญญาณภาพทางการแพทย์ (Data Storage) ให้ผู้ว่าจ้าง โดยจัดหาเป็นจำนวนครั้งละ 5 TB
  • Q: ผู้รับจ้างต้องจัดหาบุคลากรประเภทใดบ้าง?
    A: ผู้รับจ้างต้องจัดให้นักรังสีการแพทย์/เจ้าพนักงานรังสีเทคนิค ที่มีใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะสาขารังสีเทคนิค ปฏิบัติงานตลอดเวลาที่มีการตรวจ และจัดให้มีพยาบาลวิชาชีพอยู่ร่วมด้วยในขณะตรวจ
  • Q: ระยะเวลาในการรายงานผลการตรวจ MRI สำหรับผู้ป่วยในและผู้ป่วยฉุกเฉินคือเท่าใด?
    A: ต้องรายงานผลการตรวจภายใน 1 วัน (24 ชั่วโมง) หลังจากได้รับการตรวจและส่งข้อมูลภาพการตรวจให้รังสีแพทย์
  • Q: ผู้รับจ้างต้องมีหนังสือรับรองการนำเข้าจากองค์การอาหารและยา (อย.) หรือไม่?
    A: ใช่ ผู้รับจ้างต้องมีหลักฐานหนังสือรับรองการนำเข้าจากองค์การอาหารและยา (อย.) และต้องระบุประเทศผู้ผลิต
  • Q: ผู้รับจ้างต้องติดตั้งและให้บริการเครื่อง MRI ภายในระยะเวลากี่วัน?
    A: ผู้รับจ้างต้องติดตั้งและให้บริการภายใน 45 วัน หลังจากการส่งมอบพื้นที่

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงานจ้างเหมาบริการตรวจด้วยเครื่องสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Resonance Imaging : MRI)

  1. ข้อกําหนดงานจ้าง
    1.1 ผู้ว่าจ้างจัดหาสถานที่ในโรงพยาบาล เพื่อติดตั้งเครื่องสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Resonance Imaging: MRI)
    :
    1.2 ผู้รับจ้างเป็นผู้ปรับปรุงอาคารและสถานที่ เพื่อสามารถติดตั้งเครื่องสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Resonance Imaging : MRI) และอุปกรณ์ให้คณะกรรมการตรวจรับให้ความเห็นชอบก่อน โดยคํานึงความเหมาะสม ความสวยงาม ความปลอดภัย ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามมาตรฐานห้องเอกซเรย์ ซึ่งกําหนดโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์สามารถป้องกันรังสีเอกซเรย์ได้ โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย พร้อมค่าใช้กระแสไฟฟ้า การติดตั้งโทรศัพท์ ค่าโทรศัพท์ และระบบอื่นที่เกี่ยวข้อง
    1.3 ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจเกิดขึ้นจากการติดตั้งเครื่องสนาม แม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Resonance Imaging: MRI) รวมทั้งค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการติดตั้งและรื้อถอน เมื่อหมดสัญญา

    1.4 ผู้รับจ้างบริการตรวจด้วยเครื่องสนามแม่เหล็กไฟฟ้า เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภค เช่น ค่าน้ําประปา ค่าไฟ หรือค่าบริการอื่นใดที่เกิดขึ้นได้ในอนาคต
    1.5 กรณีเกิดอุบัติภัย อัคคีภัย ภัยธรรมชาติอื่น ๆ กับเครื่องสนามแม่เหล็กไฟฟ้าและอุปกรณ์ ผู้รับจ้าง เป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด
    1.6 ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้จัดหาเครื่องสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Resonance Imaging: MRI) มารับบริการ โดยนํามาติดตั้งที่โรงพยาบาล การติดตั้งเครื่องสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Resonance Imaging: MRI) ต้องได้มาตรฐานตามที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขกําหนดและ ได้รับอนุญาตให้มีไว้ในครอบครอง ซึ่งเครื่องกําเนิดรังสีตามกฎกระทรวง
    1.7 เครื่องสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Resonance Imaging: MRI) จะต้องมีรายละเอียดและ คุณลักษณะเฉพาะ แคตตาล็อคโปรแกรมการใช้งาน และสมรรถนะของเครื่องตามรายละเอียดและคุณลักษณะ ตามที่โรงพยาบาลกําหนด พร้อมทั้งต้องส่งมอบรายละเอียดคุณลักษณะเครื่องและคู่มือการใช้งานให้กลุ่มงานรังสี วิทยาโรงพยาบาล ทั้งนี้ สมรรถนะของเครื่องสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Resonance Imaging: MRI) จะต้องสามารถใช้งานได้ครบทุกประการตามรายละเอียดและคุณลักษณะของเครื่อง
    1.8 ผู้รับจ้างจะต้องตรวจวินิจฉัยโรคผู้ป่วยของผู้ว่าจ้างทุกรายที่แพทย์ส่งและสั่งให้ตรวจ ทั้งนี้ โดยไม่คิดค่าบริการจากผู้ป่วย
    1.9 ผู้รับจ้างจะต้องไม่ทําการวินิจฉัยผู้ป่วยอื่นที่มิใช่ผู้ป่วยของผู้ว่าจ้าง และหรือผู้ป่วยที่แพทย์ของผู้ว่าจ้าง ไม่ได้สั่งให้ตรวจ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ว่าจ้าง
    (นางภิรมย์ศิริ คูสกุล)
    (นายโดม ซุ้มวิจิตร)
    And he (นางอุมาวัลย์ สุทธิธรรมสกุล)
    2
    1.10 ผู้รับจ้างจะต้องตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Resonance Imaging: MRI) โดยทันทีที่ผู้ป่วยมาถึงห้องตรวจวินิจฉัยโรคฯ และจะต้องรับผิดชอบต่อผู้ป่วยในขณะที่ผู้ป่วยนั้น อยู่ในความดูแลของผู้รับจ้างจนกว่าผู้ป่วยจะถูกส่งตัวกลับให้ผู้ว่าจ้าง
    1.11 เทคนิคการตรวจอวัยวะภายในร่างกายด้วยเครื่องสนามแม่เหล็กไฟฟ้า ต้องอยู่ภายใต้การควบคุม ของรังสีแพทย์ ผู้ว่าจ้าง ตามมาตรฐานราชวิทยาลัยรังสีแพทย์ และต้องยินยอมให้ผู้ตรวจสอบงานจ้าง ของผู้ว่าจ้างตรวจสอบการทํางานของผู้รับจ้างตลอดเวลา
    1.12 ผู้รับจ้างต้องรักษาหรือควบคุมให้รักษาไว้ซึ่งจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพสิทธิผู้ป่วย
    โดยเคร่งครัดและต้องไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้รับบริการให้ผู้หนึ่งผู้ใดทราบ โดยไม่ได้รับความยินยอม จากผู้รับบริการและหรือแพทย์ผู้ส่งตรวจ ทั้งนี้ต้องรักษาข้อมูลที่เป็นความลับตามมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และดําเนินการจัดเตรียมข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทําข้อตกลงการ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processing Agreement: DPA) และ/หรือ สัญญาการรักษาข้อมูล ที่เป็นความลับ (Non-Disclosure Agreement: NDA)
    1.13 ผู้รับจ้างต้องทําการตรวจวินิจฉัยโรคด้วยเครื่องสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Resonance Imaging : MRI) ทุกวัน และตรวจตลอดเวลา 24 ชั่วโมง โดยไม่มีวันหยุด เว้นแต่การหยุดนั้นเป็นเหตุเพราะ ความขัดข้องของผู้ว่าจ้างเองโดยผู้ว่าจ้างจะต้องแจ้งให้ผู้รับจ้างทราบเป็นลายลักษณ์อักษร
    1.14 ผู้รับจ้างจะต้องควบคุมดูแลบํารุงรักษาซ่อมแซมเครื่องฯ ให้สามารถใช้งานได้ตลอดเวลา และ ต้องมีอะไหล่สํารองให้เพียงพอ ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถให้บริการตรวจด้วยเครื่องสนามเหล็กไฟฟ้า ของผู้รับจ้างไม่ว่าจะเป็นกรณีใด ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้จัดหาการให้บริการตรวจด้วยเครื่องสนามแม่เหล็กไฟฟ้า ให้กับผู้ว่าจ้างทันที และผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด ในกรณีต้องส่งผู้ป่วยไปตรวจ ด้วยเครื่องสนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่อื่น ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนของการส่งตรวจและผู้รับจ้างต้อง
    รับผิดชอบในการรับส่งและดูแลผู้ป่วยให้ได้รับความปลอดภัย ผู้รับจ้างต้องจัดหาช่างมาซ่อมแก้ไข ให้เสร็จภายในเวลา 72 ชั่วโมง ยกเว้นกรณีต้องสั่งอะไหล่จากต่างประเทศ เช่น หลอดเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือ Detector เป็นต้น ต้องแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 14 วัน ถ้าไม่สามารถปฏิบัติงานได้ ผู้รับจ้างจะต้องยอม ให้ผู้ว่าจ้างปรับตามที่สัญญากําหนด
    1.15 ผู้รับจ้างจะต้องรวบรวมจํานวนและรายการตรวจวินิจฉัยโรคของผู้ป่วย ซึ่งมีเลขประจําตัวผู้ป่วย
    และรายการตรวจแต่ละรายการรวมทั้งค่าใช้จ่าย เพื่อขอเบิกเงินค่าบริการตรวจด้วยเครื่องสนาม แม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Resonance Imaging: MRI) ซึ่งโดยปกติจะรวบรวมรายชื่อผู้ป่วยทุกวันสิ้นงวด ของการให้บริการเดือนนั้น ๆ

    (นางภิรมย์ศิริ คูสกุล)
    (นายโดม ตุ้มวิจิตร)
    (นางอุมาวัลย์ สุทธิธรรมสกุล)
    3
    1.16 การเก็บค่าบริการการตรวจด้วยเครื่องสนามแม่เหล็กไฟฟ้า ผู้รับจ้างจะเรียกเก็บค่าบริการจาก ผู้ว่าจ้างต่อผู้ป่วย 1 ราย ในการตรวจแต่ละส่วนตรวจ (PART EXAMINATION) หากผู้ป่วยรายเดียวกันตรวจแล้ว แพทย์/รังสีแพทย์มีความเห็นสมควรที่ต้องตรวจเพิ่ม หรือเห็นว่าการตรวจนั้นยังไม่สมบูรณ์ในส่วนตรวจนั้น ๆ ผู้รับจ้างต้องตรวจเพิ่มโดยไม่คิดค่าบริการเพิ่มจากผู้ว่าจ้างและผู้ป่วยอีก
    1.17 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจด้วยเครื่องสนามแม่เหล็กไฟฟ้าแก่ผู้รับบริการทุกรายของ โรงพยาบาลระยอง ที่แพทย์ของโรงพยาบาลระยองส่งตรวจโดยไม่ต้องเก็บค่าตรวจใด ๆ จากผู้รับบริการ แต่ให้เรียกเก็บค่าตรวจดังกล่าวเป็นค่าจ้างบริการจากผู้ว่าจ้างแทนตามราคาที่กําหนดไว้ในสัญญา สําหรับ การให้บริการแก่ผู้รับบริการที่ไม่ได้ลงทะเบียนเป็นผู้รับบริการของโรงพยาบาลระยองและหรือแพทย์
    ของโรงพยาบาลระยองไม่ได้เป็นผู้ส่งตรวจ ต้องได้ลงทะเบียนผู้ป่วยผ่านเวชระเบียนของโรงพยาบาลระยองทุกราย
    กรณีการเบิกจ่ายค่าจ้างเหมาบริการทุกสิทธิการรักษาของโรงพยาบาลระยอง ผู้รับจ้างต้อง
    ส่งเอกสารรายละเอียดการเบิกจ่ายรายงวด ตามสิทธิการรักษาให้กลุ่มงานรังสีวิทยาตรวจสอบเบื้องต้น พร้อมลงลายมือชื่อรับรอง และส่งเอกสารไปยังกลุ่มงานพัสดุ เพื่อจัดทําเอกสารตรวจรับให้คณะกรรมการ ลงลายมือชื่อ และเบิกจ่ายในลําดับถัดไป
    กรณีการเบิกจ่ายค่าจ้างเหมาบริการทุกสิทธิการรักษาของสถานพยาบาลอื่น ๆ หรือกองทุนต่าง ๆ ผู้รับจ้างต้อง ส่งเอกสารรายละเอียดการเบิกจ่ายรายงวด ตามสิทธิการรักษาให้กลุ่มงานรังสีวิทยาตรวจสอบเบื้องต้น พร้อมลง ลายมือชื่อรับรอง และส่งเอกสารไปยังศูนย์รายได้ หรือศูนย์สิทธิประกันสังคมของโรงพยาบาลระยองตรวจสอบ สิทธิการรักษาตามประเภทของสิทธิ เพื่อทําเรื่องเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาลจากสถานพยาบาลนั้น ๆ หรือ กองทุนนั้น ๆ และเมื่อผู้ว่าจ้างได้รับเงินค่ารักษาพยาบาลที่เรียกเก็บเงินจากสถานพยาบาลหรือกองทุนดังกล่าว ผู้ว่า
    จ้างจะจ่ายเงินให้ผู้รับจ้างตามอัตราที่ได้รับเงินจริง

    1.18 ยาและเวชภัณฑ์ที่ไม่ใช่ยา รวมทั้งวัสดุสิ้นเปลืองที่ใช้ในการฉีด/กิน เช่น กระบอกฉีดยา, เข็มฉีดยา เป็นต้น ผู้รับจ้างต้องจัดหามาเองทั้งหมด และผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบการจัดหาอุปกรณ์จัดเก็บและรับส่ง สัญญาณภาพทางการแพทย์ Data Storage ให้ผู้ว่าจ้างเพื่อรองรับจํานวนข้อมูลภาพผลการตรวจวินิจฉัยโรค ด้วยคลื่นสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Resonance Imaging : MRI) ของผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้น โดยจะจัดหา เป็นจํานวนครั้งละ 5 TB โดยผู้ว่าจ้างเป็นผู้รับผิดชอบในการตั้งค่าเชื่อมต่อเข้าระบบจัดเก็บและรับส่งภาพ ทางการแพทย์ของทางโรงพยาบาลระยอง เมื่อ Data Storage ใกล้ความจุ ผู้ว่าจ้างจะแจ้งให้ผู้รับจ้างทราบก่อน
    ล่วงหน้า

    1.19 ผู้รับจ้างต้องเสนอเงื่อนไขอื่น ๆ กําหนดระยะเวลาในการรับจ้าง ค่าจ้าง/เงื่อนไข/ข้อกําหนดอื่น ในการรับจ้างมาพร้อมกับเอกสารประกวดราคา (ถ้ามี)
    12
    (นางภิรมย์ศิริ คูสกุล)
    (นายโดม ตุ้มวิจิตร)
    (นางอุมาวัลย์ สุทธิธรรมสกุล)
    4
    1.20 หากผู้ว่าจ้างเห็นว่าการดําเนินงานของผู้ว่าจ้าง เช่น การให้บริการไม่เหมาะสมเกิดมลภาวะต่อ สิ่งแวดล้อม ไม่มีประสิทธิภาพ เครื่องเอกซเรย์และ/หรืออุปกรณ์ เสื่อมสภาพหรือไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ หรือไม่ดีพอ และไม่แก้ไขภายในกําหนดข้อสัญญา ผู้ว่าจ้างสามารถบอกเลิกสัญญาได้ทันที โดยผู้รับจ้าง ไม่มีสิทธิเรียกร้องใด ๆ ทั้งสิ้น
    ยงานผล
    1.21 ผู้รับจ้างต้องส่งมอบผลการตรวจด้วยเครื่องสนามแม่เหล็กไฟฟ้าในรูปแบบของฟิล์มเอกซเรย์ หรือ หนังสือรับรองผล หรือ CD หรือ VCD หรือ DVD รวมทั้งการส่งผลให้กับแพทย์/รังสีแพทย์ ผู้ว่าจ้างเพื่อรายงา
    1.22 ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีนักรังสีการแพทย์/เจ้าพนักงานรังสีเทคนิค เพื่อปฏิบัติงานตลอดเวลา ในขณะที่มี
    ที่มีการตรวจ และจัดให้มีพยาบาลวิชาชีพ อยู่ร่วมด้วยในขณะตรวจตามแต่ละชนิดของการตรวจ
    สําหรับนักรังสีการแพทย์/เจ้าพนักงานรังสีเทคนิคจะต้องมีใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะสาขารังสีเทคนิค
    1.23 ผู้รับจ้างต้องเตรียมพร้อมในการจัดเตรียมยา, อุปกรณ์ สําหรับช่วยชีวิตฉุกเฉินเสมอ และจัดหา พยาบาลดูแลเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนขณะทําการตรวจด้วยเครื่องงสนามแม่เหล็กไฟฟ้า โดยให้การปฐม พยาบาลเบื้องต้น เมื่อเกิดภาวะแทรกซ้อนต้องแจ้งทีมแพทย์ พยาบาล ของผู้ว่าจ้างหรือทีม CPR จาก ห้องฉุกเฉินทันที ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาผู้ดําเนินการ ๑ คน ทั้งนี้ ผู้ดําเนินการต้องเป็นไปตาม พ.ร.บ.
    สถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๔๕
    1.24 ผู้รับจ้างต้องยินดีที่จะสนับสนุนและส่งเสริมงานพัฒนาคุณภาพและการบริการรวมทั้งงานวิชาการด้วย 1.25 ผู้รับจ้างต้องมีหลักฐานหนังสือรับรองการนําเข้าจากองค์การอาหารและยา (อย.) และต้องระบุ ประเทศผู้ผลิต
    1.26 ผู้รับจ้างต้องติดตั้งและให้บริการภายใน 45 วัน หลังจากการส่งมอบพื้นที่
    1.27 ในกรณีมีเหตุสุดวิสัยไม่มีกระแสไฟฟ้าอันไม่ใช่ความผิดของผู้รับจ้าง เนื่องจากไฟฟ้าจากส่วนกลาง
    ไม่สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับโรงพยาบาล ผู้รับจ้างต้องดําเนินการจัดส่งผู้ป่วยไปทําการตรวจ ด้วยเครื่องสนามแม่เหล็กไฟฟ้าในสถานบริการอื่นที่โรงพยาบาลกําหนด โดยผู้ว่าจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าตรวจ
    ด้วยเครื่องสนามแม่เหล็กไฟฟ้า และค่าจัดส่งผู้ป่วยไปทําการตรวจ
    1.28 ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามระเบียบกฎเกณฑ์ของทางราชการและของผู้ว่าจ้างที่มีอยู่ในขณะนี้ หรือจะมีขึ้นในภายหน้า ซึ่งไม่ขัดต่อสัญญาจ้าง
    1.29 ข้อกําหนดอื่นใดที่นอกเหนือจากสัญญานี้ ผู้รับจ้างตกลงยินยอมปฏิบัติตามคําวินิจฉัยของผู้ว่าจ้าง หรือผู้แทนของผู้ว่าจ้าง และให้ถือว่าคําวินิจฉัยดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา
    1.30 ผู้รับจ้างจะต้องรับประกันระยะเวลาในการรายงานผลการตรวจวินิจฉัยโรคด้วยคลื่นสนามเหล็กไฟฟ้า (Magnetic Resonance Imaging : MRI) ภายในระยะเวลา ดังต่อไปนี้
    1.30.1 ต้องรายงานผลการตรวจภายใน 2-5 วันทําการ หลังจากได้รับการตรวจและส่งข้อมูลภาพ การตรวจให้รังสีแพทย์
    1.30.2 กรณีผู้ป่วยใน (IPD) และผู้ป่วยฉุกเฉิน (Emergency) ต้องรายงานผลการตรวจภายใน 1 วัน (24 ชั่วโมง) หลังจากได้รับการตรวจและส่งข้อมูลภาพการตรวจให้รังสีแพทย์
    Ford br
    (นางภิรมย์ศิริ คูสกุล)
    (นายโดม ตุ้มวิจิตร)
    (นางอุมาวัลย์ สุทธิธรรมสกุล)
    5
  2. รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะเครื่องสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Resonance Imaging: MRI)
    2.1 ลักษณะทั่วไป
    เป็นเครื่องสร้างภาพโดยใช้พลังงานจากสนามแม่เหล็กร่วมกับคลื่นวิทยุ (MRI) เพื่อการตรวจวินิจฉัย โดยสามารถทําสแกนอวัยวะภายในให้เห็นบนจอภาพได้อย่างชัดเจนทุกส่วน ทั้งทางแนว Axial, Sagittal, Coronal
    2.2 ลักษณะเฉพาะ ประกอบด้วย
    2.2.1 ระบบแม่เหล็ก (Magnet System)
    2.2.1.1 เป็นแม่เหล็กชนิดตัวนํายิ่งยวด (Super conductive) ให้ความเข้มของสนามแม่เหล็ก
    ไม่น้อยกว่า 1.5 Tesla
    2.2.1.2 มีความสม่ําเสมอของสนามแม่เหล็ก (Magnet Homogeneity) โดยความสม่ําเสมอต่อเนื่อง ที่ปริมาตรทางกลมที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 40 ซม. มีความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.27 ppm 2.2.1.3 สนามแม่เหล็กมีค่าคงที่เสมอ (Field Stability) ความเปลี่ยนแปลงมีได้ไม่เกิน
    0.1 ppm
    ต่อชั่วโมง
    2.2.1.4 ระบบ Magnetic Shield เป็นชนิด active shield ให้เส้นแรงแม่เหล็กขนาด 5 เกาส์ (5 gauss line) ในระยะไม่เกิน 2.5 เมตรทางแกนตั้ง (Radial) และไม่เกิน 4 เมตร
    ทางแกนนอน (Axial)
    2.2.1.5 ระบบหล่อเย็นใช้ฮีเลียมเหลวมีอัตราการสูญเสีย ที่ศูนย์ลิตรต่อชั่วโมง (Zero Boil-off rate)
    ที่สภาวะการทํางานปกติ
    2.2.2 ระบบสนามแม่เหล็กเชิงลาด (Gradient System)
    2.2.2.1 ให้ความแรงของสนามแม่เหล็กในแต่ละระนาบ (Gradient amplitude in each
    orthogonal plane) ไม่ต่ํากว่าขนาด 33 mT/m
    2.2.2.2 ให้อัตราของการปรับความแรงของสนามแม่เหล็กเชิงลาดในทุกระนาบได้สูงสุด
    (Maximum Stew Rate) ไม่ต่ํากว่า 100 mT/m/ms หรือ 100 T/m/s
    2.2.2.3 มีเสถียรภาพในการใช้งานอย่างต่อเนื่องที่ดี (Duty Cycle 100%)
    2.2.2.4 มีความสามารถตรวจอวัยวะขนาดใหญ่สูงสุด (Large Maximum FOV) ไม่น้อยกว่า
    48 ซม. (X) x 48 ซม. (Y) x 48 ซม. (Z)
    2.2.2.5 มีระบบ Specific Absorption Rate (SAR) Management
    2.2.3 ระบบคลื่นวิทยุ (RF Transmit and Receiver)
    2.2.3.1 การรับสัญญาณเป็นระบบดิจิตอล (Optical RF Receive Technology)
    2.2.3.2 มี Bandwidth หรือ Resonance Frequency ขนาดไม่น้อยกว่า 63 MHz 2.2.3.3 มีภาคขยายสําหรับคลื่นวิทยุ (RF amplifier) ไม่น้อยกว่า 10 kW ที่ Water-cooled 2.2.3.4 เป็นระบบดิจิตอลที่มีจํานวนช่องรับสัญญาณและประมวลผลไม่ต่ํากว่า 8 ช่องสัญญาณ 2.2.3.5 ความถี่ในการรับสัญญาณตัวอย่างต่อช่อง (Receiver sampling frequency per
    channel) ไม่น้อยกว่า 80 MHz
    (นางภิรมย์ศิริ คูสกุล)
    حاكم
    (นายโดม ตุ้มวิจิตร)
    (นางอุมาวัลย์ สุทธิธรรมสกุล)
    6
    2.2.4 ช่องรับตัวผู้ป่วย (Patient Bore) และชุดเตียง
    2.2.4.1 ขนาดของช่องรับตัวผู้ป่วย เส้นผ่าศูนย์กลาง ขนาดไม่น้อยกว่า 60 ซม. 2.2.4.2 ชุดควบคุมการสั่งงานติดตั้งด้านข้างทั้ง 2 ด้าน
    2.2.4.3 มีแสงเลเซอร์สําหรับกําหนดตําแหน่งเพื่อจัดท่าผู้ป่วย 2.2.4.4 มีเตียงที่สามารถปรับระดับได้ โดยให้เตียงลงได้ต่ําสุด 68 ซม. 2.2.4.5 เตียงสามารถรับน้ําหนักได้ไม่ต่ํากว่า 159 kg
    2.2.5 มี RF coil ชนิดต่างๆเพื่อใช้ในการตรวจดังนี้
    2.2.5.1 Express Head Neck Array สําหรับการตรวจสอง (Brain)
    2.2.5.2 Express Posterior Array (PA) สําหรับการตรวจกระดูกสันหลัง (Spine) 2.2.5.3 Express Anterior Array (AA) สําหรับการตรวจช่องท้องและลําตัว (Body) 2.2.5.4 Quadrature Knee/Foot coil สําหรับการตรวจหัวเข่า ข้อเท้า
    2.2.5.5 3-inch coil
    2.2.5.6 GP Flex coil
    2.2.6 ระบบคอมพิวเตอร์
    2.2.6.1 คอมพิวเตอร์สําหรับชุด Host Computer
    2.2.6.1.1 หน่วยประมวลผลชนิด Intel Xeon หรือเทียบเท่าความเร็วไม่น้อยกว่า 2.5 GHz
    2.2.6.1.2 Hard disk ไม่น้อยกว่า 320 GB
    2.2.6.1.3 Main Memory (RAM) ไม่น้อยกว่า 8 GB
    2.2.6.1.4 สามารถเก็บภาพได้ไม่น้อยกว่า 400,000 ภาพ ที่ความละเอียดไม่น้อยกว่า
    512x512
    2.2.6.1.5 มีชุด DVD สามารถเก็บภาพได้
    2.2.6.2 คอมพิวเตอร์สําหรับชุดประมวลผลภาพ (Reconstruction)
    2.2.6.2.1 หน่วยประมวลผลชนิด Dual Core หรือเทียบเท่าความเร็วไม่น้อยกว่า 2.5 GHz
    2.2.6.2.2 Hard disk ไม่น้อยกว่า 2 X 73 GB หรือรวมกันไม่น้อยกว่า 146 GB
    2.2.6.2.3 Main Memory (RAM) ไม่น้อยกว่า 8 GB
    2.2.6.2.4 มีการส่งข้อมูลผ่านเครือข่าย (Ethernet transfer speed) ไม่น้อยกว่า 1 GBPS 2.2.6.2.5 สามารถ Reconstruct ภาพ ได้ที่ความเร็วสูงสุดไม่น้อยกว่า 1,250 ภาพต่อวินาที
    สําหรับภาพขนาด 256 X 256 แบบ full FOV
    2.2.6.3 มีจอแสดงภาพชนิด LCD ขนาดไม่น้อยกว่า 24 นิ้ว ความละเอียดไม่น้อยกว่า 1920 X 1200
    (นางภิรมย์ศิริ คูสกุล)
    (นายโดม ตุ้มวิจิตร)
    (นางอุมาวัลย์ สุทธิธรรมสกุล)
    7
    2.2.7 มี Pulse Sequence มาตรฐาน สามารถทําการสแกนระบบประสาท (Neuro), ระบบหลอดเลือด (MRA), ส่วนของช่องท้อง (Body), ส่วนของกล้ามเนื้อ (MSK) ได้ดังนี้
    2.2.7.1 Spin Echo
    2.2.7.2 Fast Spin Echo (FSE)
    2.2.7.3 Gradient Echo (GRE)
    2.2.7.4 Fast Gradient Echo (FGRE)
    2.2.7.5 Double IR and Triple IR
    2.2.7.6 Echo Planer Imaging (EPI)
    2.2.7.7 2D & 3D TOP (Time of flight)
    2.2.7.8 2D & 3D Phase contrast
    2.2.7.9 Motion compensation package อย่างน้อยต้องประกอบด้วย
    2.2.7.9.1 Respiratory gating
    2.2.7.9.2 ECG gating และ Peripheral gating
    2.2.7.9.3 Flow compensation
    2.2.7.10 ความหนาของส่วนที่ต้องการตรวจ (Stice thickness)
    2.2.7.10.1 ในส่วน 2D: สามารถตัดภาพได้บางที่สุดถึง 0.6 มม. 2.2.7.10.2 ในส่วน 3D: สามารถตัดภาพได้บางที่สุดถึง 0.1 มม.
    2.2.8 มี Pulse sequence สําหรับการตรวจพิเศษดังนี้
    2.2.8.1 สําหรับการตรวจระบบประสาท (Neuro)
    2.2.8.1.1 โปรแกรมช่วยในการเก็บภาพที่มีการเคลื่อนไหวบริเวณศีรษะ (Motion Correction)
    โดยสามารถใช้ในการสร้างภาพ T2 FSE, T2 FLAIR และ Diffusion Weighted 2.2.8.1.2 โปรแกรมช่วยในการสร้างภาพกระดูกหูชั้นใน (IAC – Inner Auditory Canal) 2.2.8.1.3 เทคนิคสําหรับการดูภาพ C-Spine โดยเพิ่มความคมชัดของ Grey-white
    Matter contrast lu Spinal Cord
    2.2.8.2 สําหรับการตรวจทางด้านหลอดเลือด (MR Angiographic)
    2.2.8.2.1 โปรแกรมการตรวจ Time Resolved แบบ Dynamic โดยไม่ใช้ Trigger สามารถเก็บภาพและนํามาแสดงแบบภาพเคลื่อนไหวได้ (CINE) 2.2.8.2.2 โปรแกรมการต่อภาพหลาย ๆ ภาพ ให้เป็นภาพยาว (MR Pasting)
    (นางภิรมย์ศิริ คูสกุล)
    कि पि
    (นายโดม ตุ้มวิจิตร)
    A->
    (นางอุมาวัลย์ สุทธิธรรมสกุล)
    8
    2.2.8.3 สําหรับการตรวจช่องท้องและลําตัว (Body)
    2.2.8.3.1 โปรแกรมการสแกนแบบรวดเร็ว เพื่อให้สามารถเก็บภาพช่องท้องในเวลา
    เพียงกลั้นหายใจ
    2.2.8.3.2 โปรแกรมแสดงภาพ In-phase และ Out-of-phase ที่มี SNR สูง
    สามารถแยกรายละเอียดของเนื้อเยื่อได้ดีจากการสแกนครั้งเดียว
    2.2.9 มี DICOM สําหรับการใช้งานไม่น้อยกว่าดังนี้
    2.2.9.1 DICOM Print
    2.2.9.2 DICOM Storage
    2.2.9.3 DICOM Query/Retrieve
    2.2.9.4 DICOM Modality Worklist
    2.2.10 ระบบคอมพิวเตอร์สําหรับวิเคราะห์ข้อมูลภาพ Workstation จํานวน 1 ชุด
    2.2.10.1 สามารถใช้งานแบบ Multi-Modalities (เช่น MR, CT, PET-CT) ได้
    2.2.10.2 สามารถเชื่อมต่อเพื่อรับและส่งข้อมูลภาพ ที่มีอยู่ในระบบ PACS ของโรงพยาบาล
    ในอนาคตได้
    2.2.10.3 มีระบบบันทึกภาพ ลงบนแผ่น CD หรือ DVD ที่สามารถนําไปแสดงบนเครื่องคอมพิวเตอร์
    ที่ใช้ระบบปฏิบัติการแบบ Microsoft Window ทั่วไปได้ หรือเทียบเท่า
    2.2.10.4 สนับสนุนระบบการทํางานของภาพแบบ DICOM 3 format (Storage, Send and Print) 2.2.10.5 เป็น CPU ชนิด Quad Core หรือดีกว่า ความเร็วของแต่ละ Processorไม่น้อยกว่า 2.3 GHz 2.2.10.6 มีขนาดความจํา RAM ไม่น้อยกว่า 6 GB
    2.2.10.7 มีขนาดความจุของ Hard Disk ไม่น้อยกว่า 500 GB
    2.2.10.8 จอภาพ LCD ขนาดไม่น้อยกว่า 19 นิ้ว ที่มีรายละเอียดจอภาพเท่ากับ 1,280 X 1,024 จุด 2.2.10.9 10/100/1000 Ethernet LAN เชื่อมต่อกับ PACS และ host computer
    2.2.10.10 Keyboard พร้อม mouse
    2.2.10.11 มีซอฟแวร์พื้นฐานสําหรับการทํา MIP, MPR, Volume Rendering 2.2.10.12 มีซอฟแวร์สําหรับการต่อภาพกระดูกตามยาว (MR Image Pasting) 2.2.10.13 คุณสมบัติอื่นๆ ในการใช้งานของการสร้างภาพ MR ดังนี้
    2.2.10.13.1 MR Brain Stroke Review
    2.2.10.13.2 MR Spine Review
    2.2.10.13.3 MR Shoulder Review
    2.2.10.13.4 MR Liver Review
    2.2.10.13.5 MR Hips, Knee Review
    (นางภิรมย์ศิริ คูสกุล)
    (นายโดม ตุ้มวิจิตร)
    (นางอุมาวัลย์ สุทธิธรรมสกุล)
    9
    2.2.11 อุปกรณ์ประกอบอื่นๆ
  3. เงื่อนไขเฉพาะ
    2.2.11.1 ระบบป้องกันคลื่นวิทยุ (RF Shielding) ตามมาตรฐาน
    2.2.11.2 Quality assurance phantom เพื่อใช้ในการทดสอบเครื่อง
    2.2.11.3 เครื่องสํารองไฟฟ้า (UPS) สําหรับระบบคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานทั้งหมด
    3.1 ผู้ยื่นเสนอราคาต้องมีหนังสือรับรองการเป็นตัวแทนจําหน่ายมาแสดงแก่คณะกรรมการพิจารณา การประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) โดยยื่น ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ
    3.2 ผู้ยื่นเสนอราคาต้องแสดงหลักฐานคุณวุฒิของช่าง เพื่อยืนยันการผ่านการฝึกอบรมจากโรงงานผู้ผลิต โดยยื่น ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ
    3.3 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องระบุเอกสารอ้างอิง แคตตาล็อค ให้ถูกต้อง ชัดเจน สําหรับเอกสารอ้างอิง แคตตาล็อค ที่อ้างอิงให้แสดงหมายเหตุหรือขีดเส้นใต้หรือระบายสีพร้อมเขียนหัวข้อกํากับไว้ให้ชัดเจน เพื่อให้สามารถ
    ตรวจสอบกับเอกสารเปรียบเทียบได้ง่ายและตรงกันด้วย โดยต้องส่งมาพร้อมกับเอกสารแสดงรายละเอียด คุณลักษณะเฉพาะงานจ้างเหมาบริการตรวจด้วยเครื่องสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Resonance Imaging: MRI)
    (นางภิรมย์ศิริ คูสกุล)
    (นายโดม ตุ้มวิจิตร)
    (นางอุมาวัลย์ สุทธิธรรมสกุล)