จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างเหมาบริการฟอกเลือดผู้ป่วยโรคไต จำนวน 1 งาน

จังหวัดสระแก้ว 69069154606
฿19,000,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 29 มิ.ย. 2569 สระแก้ว
รายละเอียดการจ้าง

โครงการจ้างเหมาบริการฟอกเลือดผู้ป่วยโรคไตด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis : HD) ณ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้บริการฟอกเลือดแก่ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง จำนวนประมาณ 17,117 รอบ โดยผู้รับจ้างต้องดำเนินการจัดหาบุคลากรทางการแพทย์ที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด ได้แก่ อายุรแพทย์โรคไตหรืออายุรแพทย์ที่ผ่านการอบรมไตเทียม พยาบาลหัวหน้าหน่วยไตเทียม พยาบาลวิชาชีพที่ผ่านการอบรมเฉพาะทางด้านการฟอกเลือด และผู้ช่วยพยาบาล พร้อมทั้งจัดเตรียมสถานที่ สิ่งแวดล้อม และสิ่งอำนวยความสะดวกให้ได้มาตรฐาน รวมถึงการจัดหาวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นในการฟอกเลือดทั้งหมด เช่น Dialyzer, Blood Line, Syringe, ยา และน้ำยาล้างไต ตามมาตรฐานของสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยและกระทรวงสาธารณสุข ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบในการบำรุงรักษาเครื่องไตเทียม ระบบผลิตน้ำบริสุทธิ์ และครุภัณฑ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการดูแลความสะอาดภายในหน่วยไตเทียม การจัดการขยะ และการซักฟอกผ้า นอกจากนี้ ผู้รับจ้างต้องติดตั้งระบบโทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต และ Fiber optic รวมถึงการบันทึกข้อมูลผู้ป่วยผ่านโปรแกรมที่กำหนดเพื่อเบิกค่าชดเชยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และต้องให้ความร่วมมือในการจัดเตรียมเอกสารเพื่อขอจดทะเบียนสถานบริการฟอกเลือดด้วย

English summary

This project involves contracting for Hemodialysis (HD) services for kidney disease patients at Somdej Phra Yuparaj Sakaeo Hospital, Sakaeo Province. The objective is to provide effective and standardized dialysis treatment to approximately 17,117 treatment sessions. The contractor must supply qualified medical personnel, necessary materials, equipment, and manage the dialysis unit according to medical standards. This includes ensuring cleanliness, maintenance, patient data recording for reimbursement, and compliance with the standards set by the Thai Renal Society and the Ministry of Public Health.

สถานที่ดำเนินการ

หน่วยไตเทียมของมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis : HD) กับผู้ป่วยโรคไตในโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว
  • เพื่อให้ผู้ป่วยโรคไตได้รับการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพตามมาตรฐานทางการแพทย์
  • เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการฟอกเลือดตามจำนวนรอบที่กำหนด
  • เพื่อให้หน่วยไตเทียมมีสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ได้มาตรฐาน
  • เพื่อให้การบริหารจัดการหน่วยไตเทียมเป็นไปอย่างมีระบบและมีประสิทธิภาพ

ขอบเขตของงาน

  • ให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมแก่ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว ตามมาตรฐานของสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย และกระทรวงสาธารณสุข
  • จัดหาวัสดุที่ใช้ในการให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมที่พร้อมใช้งาน
  • จัดหาบุคลากรทางการแพทย์ ได้แก่ อายุรแพทย์โรคไต/อายุรแพทย์ที่สำเร็จการอบรมไตเทียม, พยาบาลหัวหน้าหน่วยไตเทียม, พยาบาลวิชาชีพที่ผ่านการอบรมเฉพาะทางด้านการฟอกเลือด, และผู้ช่วยพยาบาล/ผู้ช่วยเหลือคนไข้
  • จัดเตรียมสถานที่ สิ่งแวดล้อม และสิ่งอำนวยความสะดวกในหน่วยไตเทียม โดยมีพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 4 ตารางเมตรต่อหนึ่งจุดบริการ และยึดหลักการควบคุมและป้องกันโรคติดเชื้อ
  • จ่ายค่าน้ำและค่าไฟฟ้าตามที่ใช้จริง
  • บำรุงรักษาหน่วยไตเทียมให้ได้มาตรฐานของสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย (ศ.ร.ต.)
  • บำรุงรักษาและดูแลทำความสะอาดภายในหน่วยไตเทียม และภายนอกอาคารในรัศมี 3 เมตร
  • จัดเก็บ รวบรวม และนำส่งขยะมูลฝอยไปยังที่ทิ้งที่โรงพยาบาลกำหนด
  • ดูแลรับผิดชอบในการจัดเก็บ รวบรวม และนำส่งผ้าสำหรับซักฟอก
  • ดูแลติดตั้งระบบโทรศัพท์ภายนอก ระบบอินเตอร์เนต และติดตั้ง Fiber optic
  • ใช้ครุภัณฑ์ของโรงพยาบาลฯ อย่างระมัดระวัง และดูแลรักษา รวมถึงจัดหาเครื่องไตเทียมเพิ่มและเครื่องสำรอง
  • จัดหา บำรุงรักษาครุภัณฑ์การแพทย์ ครุภัณฑ์สำนักงาน และครุภัณฑ์อื่นที่จำเป็นเพิ่มเติม
  • จัดหาวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการฟอกเลือดอย่างเพียงพอตามมาตรฐาน
  • รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงแก้ไขตามคำแนะนำของสมาคมโรคไตฯ หรือ สรพ.
  • จัดให้มีโซน CPR พร้อมอุปกรณ์ครบครันตามมาตรฐาน
  • จัดหาเครื่องตรวจติดตามสัญญาณชีพ, เครื่องผลิตออกซิเจน/ถังออกซิเจน, เตียงนอนและกระดานสำหรับ CPR, เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอล, เครื่องวัดความดันโลหิต, รถเข็นสำหรับทำการพยาบาล, เครื่องคอมพิวเตอร์และปริ้นเตอร์
  • บันทึกข้อมูลคนไข้ที่ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมผ่านโปรแกรมการเบิกจ่ายค่าชดเชยฯ และส่งมอบข้อมูลเมื่อสิ้นสุดสัญญา
  • ช่วยดำเนินการด้านเอกสารเพื่อขอจดทะเบียนและ/หรือต่ออายุสถานบริการฟอกเลือด
  • ลงข้อมูลผู้ป่วยในโปรแกรม TRT และฐานข้อมูลเวชระเบียนของโรงพยาบาล (Hosxp)
  • Scan HD sheet เก็บไว้ และส่งมอบ file ใบบันทึกการฟอกเลือดฯ เมื่อสิ้นสุดสัญญา
  • จัดให้มีระบบโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT ภายในศูนย์ไตเทียมอย่างครบถ้วน

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมตามจำนวนรอบที่กำหนด (ประมาณ 17,117 รอบ)
  • บุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติงานตามมาตรฐาน
  • วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการฟอกเลือดครบถ้วนและได้มาตรฐาน
  • สถานที่ สิ่งแวดล้อม และสิ่งอำนวยความสะดวกในหน่วยไตเทียมที่ได้มาตรฐาน
  • การบำรุงรักษาเครื่องไตเทียม ระบบผลิตน้ำบริสุทธิ์ และครุภัณฑ์อื่นๆ
  • การทำความสะอาดหน่วยไตเทียมและพื้นที่โดยรอบ
  • การจัดการขยะมูลฝอย
  • การซักฟอกผ้า
  • ระบบโทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต และ Fiber optic ที่ติดตั้งเรียบร้อย
  • เครื่องไตเทียมสำรอง
  • ครุภัณฑ์การแพทย์ สำนักงาน และอื่นๆ ที่จำเป็น
  • โซน CPR พร้อมอุปกรณ์ครบครัน
  • เครื่องตรวจติดตามสัญญาณชีพ, เครื่องผลิตออกซิเจน/ถังออกซิเจน, เตียงนอนและกระดานสำหรับ CPR, เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอล, เครื่องวัดความดันโลหิต, รถเข็นสำหรับทำการพยาบาล
  • เครื่องคอมพิวเตอร์และปริ้นเตอร์ที่เพียงพอต่อการใช้งาน
  • ข้อมูลประวัติการรักษาในโปรแกรมการเบิกจ่ายค่าชดเชยฯ ที่ส่งมอบคืนโรงพยาบาล
  • File ใบบันทึกการฟอกเลือดฯ (Hemo Sheet) ของผู้ป่วยทุกราย
  • ระบบโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT ที่ครบถ้วนและปลอดภัย
  • เอกสารสนับสนุนการขอจดทะเบียน/ต่ออายุสถานบริการฟอกเลือด

ระยะเวลาดำเนินการ

  • จำนวนประมาณ 17,117 รอบการให้บริการ
  • การให้บริการทุกวันจันทร์ถึงวันเสาร์ เวลา 06.00 น. ถึง 20.00 น. ไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์
  • การส่งมอบข้อมูลประวัติการรักษาคืนให้โรงพยาบาลภายใน 7 วันทำการหลังสิ้นสุดสัญญา
  • การลบทำลายข้อมูลอย่างถาวร (Secure Data Wiping) ก่อนส่งมอบเครื่องคอมพิวเตอร์คืน
  • การส่งมอบ file ใบบันทึกการฟอกเลือดฯ เมื่อสิ้นสุดสัญญา

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • ต้องไม่เคยทำให้โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้วหรือโรงพยาบาลอื่นใดได้รับความเสียหายจากการให้บริการฟอกเลือดมาก่อน
    • ต้องให้ความร่วมมือกับทางโรงพยาบาลในการจัดเตรียมเอกสารตามระบบคุณภาพ
    • ต้องควบคุมและรับรองมาตรฐานการฟอกเลือดตามที่สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยกำหนด
    • ต้องจัดให้มีระบบคุณภาพที่รองรับมาตรฐาน HA
    • ต้องจัดทำแผนงานคุณภาพ (QP), ขั้นตอนการปฏิบัติงาน (WP), วิธีการปฏิบัติงาน (WI), รายงานผลการประเมินคุณภาพ (KPI)
    • ต้องมีแผนพัฒนาการพัฒนาบุคลากร และรักษาคุณภาพของการบริการ
    • กรณีที่ผู้ป่วยหรือผู้มารับบริการได้รับความเสียหายจากการให้บริการของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างมีหน้าที่รับผิดชอบในความเสียหายดังกล่าว
    • ต้องยึดถือและปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับทั่วไปที่ทางผู้ว่าจ้างกำหนด
  • Standards Compliance:
    • มาตรฐานของสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย
    • มาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข เรื่องมาตรฐานการให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมในสถานบริการ
    • มาตรฐาน HA (Hospital Accreditation)
    • มาตรฐานการควบคุมและป้องกันโรคติดเชื้อในโรงพยาบาล
    • มาตรฐานการตรวจรับรองมาตรฐานการรักษาโดยการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม
  • Experience:
    • ไม่ระบุประสบการณ์ขั้นต่ำที่ชัดเจน แต่ระบุว่าต้องไม่เคยทำให้โรงพยาบาลได้รับความเสียหายจากการให้บริการฟอกเลือดมาก่อน
  • Previous Project Cost:
    • ไม่ระบุ
  • Technical Capabilities:
    • มีความสามารถในการจัดหาและบำรุงรักษาเครื่องไตเทียมระบบ Ultra filtration balancing chamber หรือ Duplex pump
    • มีความสามารถในการจัดหาและบำรุงรักษาระบบผลิตน้ำบริสุทธิ์ แบบรีเวอร์สออสโมซิส
    • มีความสามารถในการติดตั้งระบบโทรศัพท์ภายนอก ระบบอินเตอร์เนต และ Fiber optic
    • มีความสามารถในการจัดการระบบโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT ภายในศูนย์ไตเทียม รวมถึงระบบเครือข่าย (LAN) ที่เสถียรและปลอดภัย
  • Personnel:
    • อายุรแพทย์โรคไตหรืออายุรแพทย์ที่สำเร็จการอบรมไตเทียม: จากสถาบันที่สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยรับรอง จำนวน 1 คน (ปฏิบัติงาน Full time ในสถานบริการสาธารณสุขที่ห่างจากโรงพยาบาลไม่เกิน 50 กม. และสามารถเข้ามาให้การรักษากรณีฉุกเฉินได้ไม่เกิน 45 นาที)
    • พยาบาลหัวหน้าหน่วยไตเทียม: ได้รับประกาศนียบัตรพยาบาลผู้เชี่ยวชาญการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมจากสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยและสภาการพยาบาล (ปฏิบัติงานเต็มเวลา ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของจำนวนรอบที่เปิดบริการ)
    • ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและผดุงครรภ์ชั้นหนึ่ง: ได้รับการอบรมหลักสูตรเฉพาะทางด้านการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม 4-6 เดือน จากสถาบันที่สภาการพยาบาลรับรอง (สัดส่วนไม่น้อยกว่า 1 คน ต่อผู้ป่วย 4 คน ในแต่ละช่วงเวลา และปฏิบัติงานเต็มเวลา ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของจำนวนรอบที่เปิดบริการ)
    • ผู้ช่วยพยาบาลหรือผู้ช่วยเหลือคนไข้: ในสัดส่วนเดียวกับพยาบาล
    • พนักงานทำความสะอาด: อย่างน้อย 1 คนในแต่ละช่วงเวลา
    • บุคลากรทั้งหมด: ต้องมีสุขภาพดี มีประวัติดี มีความซื่อสัตย์สุจริต และผ่านการอบรมจากผู้รับจ้าง
    • พนักงาน: ต้องสวมใส่เครื่องแบบและป้ายชื่อพนักงานขณะปฏิบัติงาน

เกณฑ์การพิจารณา

  • ไม่ได้ระบุเกณฑ์การประเมินราคาและเกณฑ์การประเมินด้านเทคนิคอย่างชัดเจนในส่วนนี้ แต่ระบุถึงความรับผิดชอบของผู้รับจ้างในการปรับปรุงคุณภาพบริการตามข้อเสนอแนะ และการผิดสัญญาจะส่งผลต่อการบอกเลิกสัญญาและการรับผิดชอบค่าเสียหาย

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • เครื่องไตเทียม: ระบบ Ultra filtration balancing chamber หรือ Duplex pump; auto disinfection; ระบบฆ่าเชื้อโดยใช้ความร้อน (Heat-disinfection); ตามมาตรฐานสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย จำนวน 15 เครื่อง (ผู้รับจ้างจัดหาเพิ่มอีก 5 เครื่อง รวมเป็น 20 เครื่อง) ต้องมีเครื่องไตเทียมสำรองเมื่อเครื่องเสีย
  • ระบบผลิตน้ำบริสุทธิ์: แบบรีเวอร์สออสโมซิส (direct or indirect feed) กำลังผลิตอย่างน้อย 1,600 ลิตรต่อชั่วโมง ชุดกรอง multimedia, softener, carbon, ultraviolet
  • Dialyzer (ตัวกรองเลือด): synthetic membrane, High Flux, พื้นที่หน้าตัดอย่างน้อย 1.8 ตารางเมตร, ใช้ซ้ำได้ไม่เกิน 15 ครั้ง, วัดค่า TCV ไม่น้อยกว่า 80%, มีตู้เก็บตัวกรองเลือดที่ได้มาตรฐาน
  • Blood Line และ Transducer Protector: สำหรับใช้ครั้งเดียว
  • AV Fistula needles: ได้มาตรฐาน
  • Syringe: ได้มาตรฐาน
  • Plaster ที่ใช้ในการฟอกเลือด: ได้มาตรฐาน
  • ยาที่ใช้ในการฟอกไต: ตามมาตรฐานทั้งหมด เช่น Heparin, Xylocaine, Glucose, 0.9%NSS1000 ml
  • น้ำยาทีใช้ในการฟอกเลือด: Hemo A และ Hemo B ทั้งแบบของเหลวหรือแบบผง
  • น้ำยาฆ่าเชื้อ: Peracetic Acid 4%, 30% Sodium Hypochlorite, Alcohol, Povidine, 2%chlorhexidine, citrosteril
  • Dressing Set: แบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง, 1 set ต่อการทำหัตถการ 1 ครั้ง
  • ตัวกรองน้ำยาล้างไต (Ultrafilter): สำหรับเครื่อง Hemodialysis 4008s, ใช้ไม่เกิน 100 ครั้ง หรือไม่เกิน 3 เดือน
  • เครื่องตรวจติดตามสัญญาณชีพ: ออกซิเจน, ความดันชีพจรการเต้นของหัวใจ (Monitor)
  • เครื่องผลิตออกซิเจนหรือถังออกซิเจน: อย่างน้อย 1 เครื่อง/ถัง พร้อมอุปกรณ์ครบชุด
  • เตียงนอนและกระดานสำหรับ CPR
  • เครื่องชั่งน้ำหนักชนิดดิจิตอล: สามารถชั่งผู้ป่วยที่นั่งอยู่บนรถเข็นได้
  • เครื่องวัดความดันโลหิต: ให้พอใช้สำหรับผู้ป่วย
  • รถเข็นสำหรับทำการพยาบาล
  • เครื่องคอมพิวเตอร์และปริ้นเตอร์: อย่างน้อย 1 ชุด, ประสิทธิภาพสูง, ติดตั้งระบบ LAN, ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์แท้, อัพเดตทันสมัย, ใช้โปรแกรมแอนตี้ไวรัสที่ตรวจสอบได้
  • ระบบเครือข่าย (LAN): เสถียรและปลอดภัย, เชื่อมต่อผ่าน Firewall ของโรงพยาบาลเท่านั้น

เงื่อนไขสัญญา

  • การชำระเงิน: ผู้ว่าจ้างจะชำระค่าบริการต่อเมื่อได้รับการยืนยันชำระค่าบริการจากแต่ละกองทุน รวมทั้งผู้ป่วยที่ชำระเงินสด (ถ้ามี) ผู้รับจ้างสามารถติดตามการเบิกค่าจ้างได้หลังการยื่นเอกสารครบ 60 วัน
  • การงดชำระค่าบริการ: หากมีเหตุทำให้ทุกกองทุน หรือกองทุนใดกองทุนหนึ่งไม่ชำระค่าบริการให้แก่ทางโรงพยาบาล ทางโรงพยาบาลจะงดชำระค่าบริการดังกล่าวให้แก่ผู้รับจ้าง หรือเรียกเงินคืนกรณีที่จ่ายเงินไปแล้ว
  • การปรับลดค่าจ้าง: หากผู้รับจ้างทำให้เกิดความเสียหายจากการบันทึกข้อมูลเบิกค่าชดเชยล่าช้า ไม่ถูกต้อง อันเป็นผลให้กองทุนปรับลดค่าชดเชย ผู้ว่าจ้างจะปรับลดค่าจ้างบริการตามที่กองทุนหักจริง และปรับค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้ว่าจ้างเพิ่มอีก 5% สำหรับรอบบริการนั้นๆ
  • การระงับการจ่ายค่าจ้าง: หากผู้รับจ้างไม่บันทึกข้อมูลผู้ป่วยลงโปรแกรม HospXP หรือบันทึกไม่ถูกต้อง ผู้ว่าจ้างจะระงับการจ่ายค่าจ้างบริการฟอกเลือดของผู้ป่วยรายนั้นรอบนั้น จนกว่าจะมีการบันทึกให้เสร็จสิ้นหรือแก้ไขให้ถูกต้อง
  • การผิดสัญญา:
    • การไม่รวบรวมจำนวนการให้บริการและยอดค่าบริการแต่ละเดือน ส่งให้กลุ่มงานประกันสุขภาพภายในระยะเวลาที่กำหนด ติดต่อกัน 2 เดือน ถือเป็นการผิดสัญญา
    • การกระทำผิดสัญญาข้อใดข้อหนึ่ง หรือเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือผู้ควบคุมงาน ผู้ว่าจ้างมีสิทธิ์บอกเลิกสัญญาว่าจ้างได้ทันที
  • ค่าใช้จ่ายส่วนที่เกิน: ในกรณีบอกเลิกสัญญา ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนที่เกินค่าจ้างทั้งหมดแทนผู้ว่าจ้าง
  • การริบหลักประกัน: ผู้ว่าจ้างมีสิทธิริบหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา ทั้งหมดหรือบางส่วน และผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายซึ่งเป็นจำนวนเกินกว่าหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาอีกส่วนหนึ่ง
  • การประเมินคุณภาพ: ผู้รับจ้างจะต้องได้รับการตรวจประเมินคุณภาพบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมจากคณะกรรมการฯ อย่างน้อย 4 ครั้งต่อปี และต้องดำเนินการปรับปรุงคุณภาพบริการตามข้อเสนอแนะ หากไม่ดำเนินการ ผู้ว่าจ้างสามารถยกเลิกสัญญาได้ทันที

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: จำนวนรอบการให้บริการฟอกเลือดประมาณเท่าใด?
    A: ประมาณ 17,117 รอบ
  • Q: ผู้รับจ้างต้องจัดหาบุคลากรประเภทใดบ้าง?
    A: อายุรแพทย์โรคไต/อายุรแพทย์ที่สำเร็จการอบรมไตเทียม, พยาบาลหัวหน้าหน่วยไตเทียม, พยาบาลวิชาชีพที่ผ่านการอบรมเฉพาะทางด้านการฟอกเลือด, และผู้ช่วยพยาบาล/ผู้ช่วยเหลือคนไข้
  • Q: มาตรฐานที่ใช้ในการให้บริการฟอกเลือดคืออะไร?
    A: มาตรฐานของสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย และมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข เรื่องมาตรฐานการให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมในสถานบริการ
  • Q: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าสาธารณูปโภคใดบ้าง?
    A: ค่าสาธารณูปโภคค่าน้ำและค่าไฟฟ้าตามที่ใช้จริงตามมิเตอร์
  • Q: ผู้รับจ้างต้องจัดหาเครื่องไตเทียมกี่เครื่อง?
    A: จัดหาเพิ่มอีก 5 เครื่อง รวมเป็น 20 เครื่อง (จากเดิม 15 เครื่องของโรงพยาบาล) และต้องจัดหาเครื่องสำรองเมื่อเครื่องเสีย
  • Q: วัสดุอุปกรณ์หลักที่ผู้รับจ้างต้องจัดหาคืออะไรบ้าง?
    A: Dialyzer, Blood Line, Transducer Protector, AV Fistula needles, Syringe, Plaster, ยาที่ใช้ในการฟอกไต, น้ำยาทีใช้ในการฟอกเลือด, น้ำยาฆ่าเชื้อ, Dressing Set, ตัวกรองน้ำยาล้างไต
  • Q: ผู้รับจ้างต้องบันทึกข้อมูลผู้ป่วยเพื่อวัตถุประสงค์ใด?
    A: เพื่อเบิกค่าชดเชยการฟอกเลือดจากกรมบัญชีกลาง, สปสช., ประกันสังคม หรือกองทุนอื่น ๆ
  • Q: หากผู้รับจ้างทำผิดสัญญา จะมีผลอย่างไร?
    A: โรงพยาบาลมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ทันที และผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนที่เกิน รวมถึงอาจมีการริบหลักประกัน
  • Q: การทำความสะอาดหน่วยไตเทียมครอบคลุมถึงบริเวณใดบ้าง?
    A: ภายในและภายนอกอาคารหน่วยไตเทียม ในรัศมี 3 เมตรจากผนังอาคาร
  • Q: ผู้รับจ้างต้องส่งมอบข้อมูลใดให้โรงพยาบาลเมื่อสิ้นสุดสัญญา?
    A: ส่งมอบเครื่องคอมพิวเตอร์ที่จัดเก็บข้อมูลประวัติการรักษาในโปรแกรมการเบิกจ่ายค่าชดเชยฯ เพื่อให้โรงพยาบาลดำเนินการสำรองและถ่ายโอนข้อมูล (Data Migration) และส่งมอบ file ใบบันทึกการฟอกเลือดฯ (Hemo Sheet) ของผู้ป่วยทุกราย

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
การจ้างเหมาบริการฟอกเลือดผู้ป่วยโรคไต
ด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis : HD)
โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว
…………………………………………………………..

  1. ความต้องการ
    เพื่อให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis : HD) กับผู้ป่วยโรคไตในโรงพยาบาล สมเด็จพระยุพราชสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว จำนวนประมาณ 17,117 รอบ
  2. ขอบเขตของงาน
    2.1. ผู้รับจ้างต้องดำเนินการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมให้คนไข้ไตวายเรื้อรังของโรงพยาบาลสมเด็จ พระยุพราชสระแก้ว ตามมาตรฐานของสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย และตามมาตรฐานกระทรวง สาธารณสุข เรื่องมาตรฐานการให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมในสถานบริการ
    2.2. ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ดำเนินการจัดหาวัสดุที่ใช้ในการให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ที่พร้อมใช้งานสำหรับให้บริการฟอกเลือด ณ หน่วยบริการ
    2.3. ผู้รับจ้างต้องจัดหาบุคลากรเพื่อทำการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมให้คนไข้ไตวายเรื้อรังของ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว อย่างน้อยดังนี้
    2.3.1 ต้องจัดให้มีอายุรแพทย์โรคไตหรืออายุรแพทย์ที่สำเร็จการอบรมไตเทียม จากสถาบันที่ สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยรับรอง จำนวน 1 คน โดยแพทย์ดังกล่าวต้องปฏิบัติงาน Full time ในสถานบริการสาธารณสุขที่ห่างจากโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว ไม่เกิน 50 กิโลเมตร และสามารถเข้ามาให้การรักษากรณีฉุกเฉินได้ไม่เกิน 45 นาทีหลังจากได้รับแจ้ง
    2.3.2 พยาบาลหัวหน้าหน่วยไตเทียมซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการบริหารจัดการหน่วยไตเทียม ต้องได้รับประกาศนียบัตรพยาบาลผู้เชี่ยวชาญการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมจากสมาคม โรคไตแห่งประเทศไทยและสภาการพยาบาล และขึ้นปฏิบัติงานดูแลผู้ป่วยแบบเต็มเวลา ไม่ น้อยกว่าร้อยละ 70 ของจำนวนรอบที่เปิดบริการ
    2.3.3 ต้องจัดให้มีผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและผดุงครรภ์ชั้นหนึ่ง ที่ได้รับการอบรมหลักสูตร เฉพาะทาง ด้านการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม 4-6 เดือน จากสถาบันที่สภาการ พยาบาลรับรอง โดยมีสัดส่วนไม่น้อยกว่า 1 คน ต่อผู้ป่วยที่รับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไต เทียม 4 คน ในแต่ละช่วงเวลา และขึ้นปฏิบัติงานดูแลผู้ป่วยแบบเต็มเวลา(full time) ไม่ น้อยกว่าร้อยละ 70 ของจำนวนรอบที่เปิดบริการ
    2.3.4 ต้องจัดให้มีผู้ช่วยพยาบาลหรือผู้ช่วยเหลือคนไข้ เป็นผู้ช่วยปฏิบัติงานร่วมกันด้วยในสัดส่วน เดียวกันกับพยาบาล ในแต่ละช่วงเวลาต้องจัดให้มีพนักงานทำความสะอาดภายในหน่วย ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม อย่างน้อย 1 คนในแต่ละช่วงเวลา
    2.4 ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมสถานที่ สิ่งแวดล้อม และสิ่งอำนวยความสะดวก ดังนี้
    2.4.1 ให้บริการฟอกเลือดในพื้นที่ที่จัดให้ในหน่วยไตเทียมของมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระ ยุพราชสระแก้ว สูงสุดไม่เกิน 20 เครื่อง ต่อรอบ ไม่เกิน 3 รอบต่อวัน และไม่เกิน 6 วัน ต่อสัปดาห์โดยจัดให้บริการทุกวันจันทร์ถึงวันเสาร์ เวลา 06.00 น. ถึงเวลา 20.00 น. ไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ หากมีการเพิ่มรอบต่อวันหรือ จำนวนวันต่อสัปดาห์จากเหตุ ฉุกเฉินจำเป็นให้ขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนดำเนินการ และจัดพื้นที่ใช้สอยอย่าง เหมาะสมในการปฏิบัติงานที่ได้มาตรฐาน โดยมีพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 4 ตารางเมตรต่อหนึ่งจุด บริการ โดยส่วนที่แคบที่สุด เช่น ทางเดินท้ายเตียงไม่น้อยกว่า 1.8 เมตร ด้านหัวเตียงให้ เดินผ่านได้สะดวก โดยไม่รวมพื้นที่เตรียมน้ำบริสุทธิ์ พื้นที่ล้างตัวกรอง พื้นที่เก็บตัวกรอง
    2
    ของผู้ป่วย ห้องพักผู้ปฏิบัติงาน ห้องเก็บของสะอาดปราศจากเชื้อ ห้องเก็บของทั่วไป ห้องน้ำ และทางเดิน เป็นต้น โดยการดำเนินการด้านสถานที่ให้ยึดหลักการควบคุมและ ป้องกันโรคติดเชื้อในโรงพยาบาล กำหนดพื้นที่สะอาด-สกปรกออกจากกันอย่างชัดเจน และเป็นระบบ One Way ถ้าหากมีการเพิ่มจำนวนเครื่องต่อรอบให้แจ้งโรงพยาบาลฯ
    ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมแนบหนังสืออนุมัติจากศูนย์รับรองมาตรฐานการฟอก เลือดด้วยเครื่องไตเทียม(ศ.ร.ต.) และห้ามมิให้ผู้รับจ้างรับให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่อง ไตเทียม แก่บุคคลใดหรือผู้ป่วยรายใดโดยไม่ผ่านตามระบบของผู้ว่าจ้าง หากผู้ว่าจ้าง กระทำการดังกล่าวไม่ว่าจะได้รับค่าตอบแทนหรือประโยชน์อื่นใดหรือไม่ ผู้ว่าจ้างไม่ต้อง รับผิดชอบและผูกพันต่อการกระทำดังกล่าวนั้นและให้ถือว่า ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญา ผู้ว่า จ้างมีสิทธิบอกว่าเลิกสัญญานี้ได้ทันทีโดยไม่ต้องบอกกล่าวก่อน
    2.4.2 ผู้รับจ้างต้องจ่ายค่าน้ำ และค่าไฟฟ้าตามที่ใช้จริงตามมิเตอร์และส่งหลักฐานการจ่ายเงินให้ หัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลตรวจรักษาพิเศษ
    2.4.3 บำรุงรักษาหน่วยไตเทียมให้ได้มาตรฐานของสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย (ศ ร ต) 2.4.4 บำรุงรักษาและดูแลทำความสะอาดภายในหน่วยไตเทียม และภายนอกอาคารในรัศมี 3 เมตร ให้ผ่านเกณฑ์มาตรฐานการทำความสะอาดของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช สระแก้ว
    2.4.5 ดูแลรับผิดชอบในการจัดเก็บ รวบรวม ขยะมูลฝอย ภายในและภายนอกอาคารหน่วย ไตเทียมในรัศมี 3 เมตร จากผนังอาคาร พร้อมนำส่งถึงที่ทิ้งขยะแต่ละประเภทที่ทาง โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้วกำหนดไว้ สำหรับค่าใช้จ่ายในการกำจัด คิดจาก น้ำหนักตามราคาตลาดหรือราคาที่กำหนดร่วมกัน และส่งหลักฐานการจ่ายเงินให้หัวหน้า กลุ่มงานการพยาบาลตรวจรักษาพิเศษ
    2.4.6 ดูแลรับผิดชอบรักษาความสะอาดของเสื้อผ้า ผ้า ผ้ายาง ปลอกหมอน หมอน ฯลฯ ในการ จัดเก็บรวบรวมนำส่งถึงโรงซักฟอก สำหรับค่าใช้จ่ายในการซักฟอกหรือทำความสะอาด คิดจากน้ำหนักตามราคาตลาด หรือราคาที่กำหนดร่วมกัน และส่งหลักฐานการจ่ายเงินให้ หัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลตรวจรักษาพิเศษ
    2.4.7 ดูแลติดตั้งระบบโทรศัพท์ภายนอก ระบบอินเตอร์เนต และติดตั้ง Fiber optic เอง 2.5 ผู้รับจ้างจะต้องใช้ครุภัณฑ์ซึ่งเป็นสมบัติของโรงพยาบาลฯ อย่างระมัดระวังและดูแลรักษาครุภัณฑ์ ภายใต้การดูแลของคณะกรรมการไตเทียม ของโรงพยาบาล ดังนี้
    2.5.1 เครื่องไตเทียมระบบ Ultra filtration balancing chamber หรือ Duplex pump: auto disinfection; มีระบบฆ่าเชื้อโดยใช้ความร้อน (Heat-disinfection); ตามมาตรฐาน สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย ตามจำนวน 15 เครื่องที่ระบุไว้ในสัญญาโดยผู้รับจ้างเป็น ผู้ทำสัญญาบำรุงรักษาและซ่อมเครื่องไตเทียมกับบริษัทเจ้าของเครื่องไตเทียมโดยตรง และ ส่งใบรายงานผลการบำรุงรักษาเครื่องไตเทียมให้หัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลตรวจรักษา พิเศษทุกครั้ง และผู้รับจ้างต้องจัดหาเครื่องไตเทียมพร้อมทำสัญญาบำรุงรักษาเครื่องไต เทียม เพิ่มอีกจำนวน 5 เครื่อง รวมเป็น 20 เครื่อง ในกรณีที่เครื่องไตเทียมเสีย ไม่ สามารถใช้งานได้ ผู้รับจ้างต้องจัดหาเครื่องไตเทียมสำรองตามจำนวนเครื่องที่เสียเพื่อใช้งาน ส่วนเรื่องการตรวจเพาะเชื้อและ endotoxin จากเครื่องไตเทียมถือเป็นความรับผิดชอบ ของผู้รับจ้าง
    2.5.2 ระบบผลิตน้ำบริสุทธิ์ แบบรีเวอร์สออสโมซิส (direct or indirect feed) กำลังผลิตอย่างน้อย 1,600 ลิตรต่อชั่วโมง ชุดกรอง multimedia, softener, carbon, ultraviolet
    3
    2.5.3 ผู้รับจ้างต้องจัดหา บำรุงรักษาครุภัณฑ์การแพทย์ ครุภัณฑ์สำนักงาน และครุภัณฑ์อื่นที่ จำเป็นเพิ่มเติม ดังนี้
  1. Nurse Station และเก้าอี้
  2. ตู้เก็บอุปกรณ์การแพทย์ ตู้เก็บเอกสารและแฟ้มสำนักงาน
  3. เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์ตกแต่งภายในสำนักงาน
  4. โซฟาหรือเตียงสำหรับฟอกเลือดผู้ป่วย
  5. โทรทัศน์ ตามสมควร
    2.6 ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการฟอกเลือดอย่างเพียงพอ เพื่อให้ได้มาตรฐาน ตามที่สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยได้กำหนดไว้และแจ้งรายละเอียดคุณสมบัติ วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ให้ผู้รับจ้างทราบ ได้แก่
    2.6.1 Dialyzer (ตัวกรองเลือด) synthetic membrane
  • ตัวกรอง High Flux พื้นที่หน้าตัดอย่างน้อย 1.8 ตารางเมตร ใช้ซ้ำได้ไม่เกิน 15 ครั้ง โดยวัดค่า TCV ต้องไม่น้อยกว่า 80% ทุกครั้งตามมาตรฐานกำหนดและต้องมีการทำ Test leak ทุกครั้ง และมีตู้เก็บตัวกรองเลือดที่ได้มาตรฐานตามที่คณะกรรมการตรวจ รับรองมาตรฐานการรักษาโดยการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมกำหนด
    2.6.2 Blood Line และ Transducer Protector สำหรับใช้ครั้งเดียว ไม่นำกลับมาใช้ซ้ำ 2.6.3 AV Fistula needles
    2.6.4 Syringe
    2.6.5 Plaster ที่ใช้ในการฟอกเลือด
    2.6.6 ยาที่ใช้ในการฟอกไตตามมาตรฐานทั้งหมด เช่น Heparin, Xylocaine, Glucose, 0.9%NSS1000 ml เป็นต้น
    2.6.7 น้ำยาทีใช้ในการฟอกเลือดทั้งหมด เช่น น้ำยาล้างไต Hemo A และ Hemo B ทั้งแบบที่ เป็นของเหลวหรือแบบผง
    2.6.8 น้ ำย าฆ่ าเชื้ อ Peracetic Acid 4%, - 30% Sodium Hypochlorite, - Alcohol, Povidine, และ/หรือ 2%chlorhexidine , citrosteril (ทางผู้ว่าจ้างจะเติมน้ำยา citrosteril ให้เต็มในครั้งแรก หลังจากนั้นผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาเองและเติมให้เต็มเมื่อ สิ้นสุดสัญญา)
    2.6.9 Dressing Set แบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง โดยใช้ 1 set ต่อการทำหัตถการ 1 ครั้งตามหลักการ ของ infectious control
    2.6.10 ตัวกรองน้ำยาล้างไต (Ultrafilter) สำหรับเครื่อง Hemodialysis4008s โดยใช้ไม่เกิน 100 ครั้ง หรือไม่เกิน 3 เดือน นับจากวันเริ่มใช้และนำ sticker ที่ลอกจากตัวกรอง ultrafilter ตัวใหม่เก็บไว้เป็นหลักฐาน
    2.6.11 วัสดุและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องใช้กับคนไข้ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (ถ้ามี) ให้ ได้มาตรฐานตามที่สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยกำหนด
    2.6.12 ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงแก้ไขตามที่สมาคมโรคไตแห่งประเทศ ไทยหรือสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) (Hospital Accreditation : HA) ให้คำแนะนำ
    2.6.13 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีโซน CPR โดยมี รถ Emergency เตียง เครื่องมือ เวชภัณฑ์ ยา และ อุปกรณ์อื่น ๆ ที่ต้องใช้ในการกู้ชีพและเหตุฉุกเฉิน ให้เป็นไปตามมาตรฐานของการตรวจ รับรองมาตรฐานการรักษาโดยการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม
    4
    2.6.14 เครื่องตรวจติดตามสัญญาณชีพ ออกซิเจน ความดันชีพจรการเต้นของหัวใจ (Moniter) 2.6.15 เครื่องผลิตออกซิเจนหรือถังออกซิเจนอย่างน้อย 1 เครื่อง/ถัง พร้อมอุปกรณ์ครบชุด 2.6.16 เตียงนอนและกระดานสำหรับ CPR
    2.6.17 เครื่องชั่งน้ำหนักชนิดดิจิตอล ซึ่งสามารถชั่งผู้ป่วยที่นั่งอยู่บนรถเข็นได้
    2.6.18 จัดหาเครื่องวัดความดันโลหิตให้พอใช้สำหรับผู้ป่วย
    2.6.19 รถเข็นสำหรับทำการพยาบาล
    2.6.20 เครื่องคอมพิวเตอร์ และปริ้นเตอร์อย่างน้อยจำนวน 1 ชุด ให้เพียงพอต่อการ ปฏิบัติงาน สำหรับบันทึก ส่งข้อมูลผู้ป่วยในการเบิกค่ารักษาพยาบาล และติดตั้งระบบ LAN ลงข้อมูลผู้ป่วย
    2.7 ผู้รับจ้างจะต้องบันทึกข้อมูลคนไข้ที่ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ผ่านโปรแกรมการเบิกจ่ายค่าชดเชยฟอก เลือดด้วยเครื่องไตเทียม เพื่อเบิกค่าชดเชยการฟอกเลือดจากกรมบัญชีกลาง สำนักงานหลักประกัน สุขภาพแห่งชาติ สำนักงานประกันสังคม หรือกองทุนอื่น ๆ (ถ้ามี) ภายในระยะเวลา 30 วันนับจาก วันที่ให้บริการจริง และไม่เกินระยะเวลาที่แต่ละกองทุนกำหนด เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับการ จ่ายค่าชดเชยการฟอกเลือดของทุกกองทุน เมื่อสัญญาจ้างสิ้นสุดลง ผู้รับจ้างมีหน้าที่ส่งมอบข้อมูล ประวัติการรักษาในโปรแกรมการเบิกจ่ายค่าชดเชยการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมคืนให้แก่ โรงพยาบาล โดยผู้รับจ้างต้องส่งมอบเครื่องคอมพิวเตอร์ที่จัดเก็บข้อมูลดังกล่าว เพื่อให้โรงพยาบาล
    ดำเนินการสำรองและถ่ายโอนข้อมูล (Data Migration) ทั้งนี้ ผู้รับจ้างต้องให้ระยะเวลาแก่ โรงพยาบาลในการดำเนินการไม่น้อยกว่า 7 วันทำการ และเมื่อการถ่ายโอนข้อมูลแล้วเสร็จ ข้อมูลใน เครื่องคอมพิวเตอร์ต้นทางของผู้รับจ้างจะถูกลบทำลายอย่างถาวร (Secure Data Wiping) ตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ก่อนส่งมอบเครื่องคอมพิวเตอร์คืนให้แก่ผู้รับจ้าง
    2.8 ผู้รับจ้างจะต้องช่วยดำเนินการด้านเอกสาร เพื่อขอจดทะเบียนและหรือต่ออายุเป็นสถานบริการฟอก เลือดด้วยเครื่องไตเทียมจากกรมบัญชีกลาง และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และสำนักงาน ประกันสังคม หรืออื่น ๆ (ถ้ามี)
    2.9 ผู้รับจ้างต้องลงข้อมูลผู้ป่วยในโปรแกรม TRT ให้ครบถ้วนตามเกณฑ์การตรวจรับรองมาตรฐานการ รักษาโดยการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม
    2.10 ผู้รับจ้างต้องมีการบันทึกข้อมูลคนไข้ที่มารับบริการฟอกเลือดฯ ทุกครั้ง ในฐานข้อมูลเวชระเบียน ของโรงพยาบาล ฯ (Hosxp)
    2.11 ผู้รับจ้างต้อง scan HD sheet เก็บไว้ทุกครั้ง เมื่อสิ้นสุดสัญญา ผู้รับจ้างต้องส่งมอบ file ใบบันทึก การฟอกเลือด ฯ (Hemo Sheet) ของผู้ป่วย ทุกรายทุกครั้งให้กับทางโรงพยาบาล
    2.12 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีระบบโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT ภายในศูนย์ไตเทียมอย่างครบถ้วน โดย ครอบคลุมระบบเครือข่าย (LAN) ที่เสถียรและปลอดภัย พร้อมจัดหาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ประสิทธิภาพสูงและเครื่องพิมพ์ที่เพียงพอต่อการใช้งานในหน่วยไตเทียมของมูลนิธิโรงพยาบาล สมเด็จพระยุพราชสระแก้ว โดยอุปกรณ์และซอฟต์แวร์ทั้งหมดต้องเป็น ลิขสิทธิ์แท้ (Genuine
    Software) อัพเดตซอฟต์แวร์/OS ให้ทันสมัย และใช้โปรแกรมแอนตี้ไวรัส (Antivirus/EDR) ที่ ตรวจสอบได้ และได้รับการบำรุงรักษาให้พร้อมใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการถูกโจมตีทาง ไซเบอร์ หรือ Ransomware ทั้งนี้ เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้สำหรับการตรวจรักษาและเข้าถึงข้อมูล ผู้ป่วย ต้องใช้งานภายในเครือข่าย (Network) ของโรงพยาบาลเท่านั้น หากมีความจำเป็นที่ต้องใช้
    เครื่องสำหรับบันทึกข้อมูลคนไข้ในการเข้าถึงระบบอินเทอร์เน็ต จะต้องเชื่อมต่อผ่านระบบ Firewall ของโรงพยาบาลเท่านั้น ไม่อนุญาตให้เชื่อมต่อออกอินเทอร์เน็ตของเอกชนโดยตรง เพื่อควบคุมความ ปลอดภัยและป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลตามมาตรฐาน PDPA
    5
  1. คุณสมบัติทั่วไป
    3.1 ผู้รับจ้างต้องไม่เคยทำให้โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้วหรือโรงพยาบาลอื่นใดได้รับความ เสียหายจากการให้บริการฟอกเลือดมาก่อน
    3.2 ผู้รับจ้างต้องให้ความร่วมมือกับทางโรงพยาบาลในการจัดเตรียมเอกสารตามระบบคุณภาพที่ทาง โรงพยาบาลดำเนินการอยู่ รวมทั้งควบคุมและรับรองมาตรฐานการฟอกเลือดตามที่สมาคมโรคไต แห่งประเทศไทยกำหนด ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีระบบคุณภาพที่รองรับมาตรฐาน HA จัดทำแผนงาน คุณภาพ (QP) ขั้นตอนการปฏิบัติงาน (WP) วิธีการปฏิบัติงาน (WI) รายงานผลการประเมิน คุณภาพ (KPI) รายงานการดำเนินการที่ผ่านมาในระยะทุก 1 เดือน และสรุปรายงานผลในระยะ 1 ปี มีแผนพัฒนาการพัฒนาบุคลากร และรักษาคุณภาพของการบริการในเจ้าหน้าที่ทุกระดับอย่าง เป็นระบบ โดยกำหนด Competency level, orientation, training policy
    3.3 กรณีที่ผู้ป่วยหรือผู้มารับบริการกับผู้รับจ้าง ได้รับความเสียหายแล้วดำเนินการฟ้องร้องและ ดำเนินคดีกับทางโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว โดยที่ความเสียหายนั้นเกิดขึ้นจาก ความบกพร่องของเครื่องไตเทียมหรืออุปกรณ์ไตเทียม หรือกระบวนการให้บริการของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างมีหน้าที่รับผิดชอบในความเสียหายดังกล่าว
    3.4 ผู้รับจ้างต้องรวบรวมจำนวนการให้บริการ ตั้งแต่วันที่ 1 ถึงวันสุดท้ายของเดือน เพื่อสรุป จำนวนและยอดค่าบริการให้แก่ผู้ว่าจ้างหรือตัวแทนผู้ว่าจ้าง โดยส่งให้กลุ่มงานประกันสุขภาพ ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ทั้งนี้ผู้ว่าจ้างจะชำระค่าบริการต่อเมื่อได้รับการยืนยันชำระ ค่าบริการจากแต่ละกองทุน รวมทั้งผู้ป่วยที่ชำระเงินสด(ถ้ามี) ผู้รับจ้างสามารถติดตามการเบิก ค่าจ้างได้หลังการยื่นเอกสารครบ 60 วัน ในกรณีที่มีเหตุทำให้ทุกกองทุน หรือกองทุนใดกองทุน หนึ่งไม่ชำระค่าบริการให้แก่ทางโรงพยาบาลด้วยเหตุใดๆก็ตาม ทางโรงพยาบาลจะงดชำระ ค่าบริการดังกล่าวให้แก่ผู้รับจ้างหรือเรียกเงินคืนกรณีที่จ่ายเงินไปแล้ว
    3.5 ผู้รับจ้างจะต้องยึดถือและปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับทั่วไปที่ทางผู้ว่าจ้างกำหนดให้ ตลอดจนการพัฒนาระบบคุณภาพ เพื่อให้ได้การรับรองมาตรฐานตามวิสัยทัศน์และพันธกิจของ ผู้ว่าจ้าง และตามที่ผู้ว่าจ้างจะกำหนดเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงในภายหน้า
    6
    รายละเอียดแนบท้าย 1 การทำความสะอาดสำหรับพื้นที่ในอาคารหน่วยไตเทียม
    ของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว
  2. บริเวณพื้นที่ทำความสะอาด
    ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบทำความสะอาดบริเวณพื้นที่ต่างๆ ของหน่วยไตเทียมโรงพยาบาลสมเด็จ พระยุพราชสระแก้ว ภายในและภายนอกอาคาร
  3. เวลาและแผนงานทำความสะอาด
    ผู้รับจ้างต้องทำความสะอาดพื้นที่ ที่กำหนดตามข้อ 1. และพื้นที่รอบนอกอาคาร ห่างจากขอบตึก รัศมี 3 เมตร โดยทำตามแผนให้สะอาดเรียบร้อยอยู่ตลอดเวลา ตามที่กำหนด โดยอย่างน้อยต้องดำเนินการทำ ความสะอาดตามรายการประจำวัน ประจำสัปดาห์ และประจำเดือน ดังต่อไปนี้
    2.1. แผนการทำความสะอาด ประจำวัน เวลา 05.30 น. – 19.30 น.
    2.1.1เช็ดทำความสะอาดพื้นที่ทั้งหมดรวมทั้งระเบียงทางขึ้นด้านหน้าและด้านหลัง ด้วยน้ำยาเช็ด พื้นอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง หรือเมื่อพบว่าสกปรก
    2.1.2เช็ดขอบหน้าต่างและกระจกประตู บานเกล็ดให้สะอาดตลอดวัน
    2.1.3ขัดล้างห้องน้ำรวมผนังและสุขภัณฑ์ พร้อมใส่น้ำยาดับกลิ่น อย่างน้อยวันละ 2 ครั้งหรือเมื่อ พบว่าสกปรก และที่รองรับอุจจาระปัสสาวะซับให้แห้งตลอดหรือเมื่อพบว่าสกปรก
    2.1.4ขัดล้างอ่างน้ำ อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง หรือเมื่อพบว่าสกปรก
    2.1.5เปลี่ยนถุงขยะอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง หรือเมื่อขยะเต็มหรือเจ้าหน้าที่แจ้งให้เก็บ 2.1.6มีการจัดเก็บอุปกรณ์อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยถูกสุขลักษณะ
    2.2. แผนการทำความสะอาด ประจำสัปดาห์
    2.2.1ปัดกวาดหยากไย่พื้นที่ทั้งหมด 1 ครั้ง/สัปดาห์ หรือเมื่อสกปรก
    2.2.2เช็ดกระจกทุกบาน และมุ้งลวด 1 ครั้ง/สัปดาห์ หรือเมื่อสกปรก
    2.2.3ขัดล้างพื้นที่ทั้งหมด 1 ครั้ง/สัปดาห์
    2.2.4ล้างห้องน้ำทำความสะอาดครั้งใหญ่ 1 ครั้ง/สัปดาห์
    2.2.5ทำความสะอาดระเบียงรอบ ๆ อาคาร อย่างน้อย 2 ครั้ง/สัปดาห์
    2.2.6ล้างถังขยะทุกใบอย่างน้อย 1 ครั้ง/สัปดาห์
    2.3. แผนการทำความสะอาด ประจำเดือน
    2.3.1ขัดล้างพื้นลงน้ำยา 1 ครั้ง/เดือน
    2.3.2ขัดฝาผนัง พื้นมุมห้องที่มีคราบสกปรกฝัง 1 ครั้ง/เดือน
    2.3.3ทำความสะอาดฟิลเตอร์เครื่องปรับอากาศ 1 ครั้ง/เดือน
    2.3.4เช็ดพัดลม 2 ครั้ง/เดือน
    2.3.5เช็ดมุ้งลวด หลอดไฟ 1 ครั้ง/เดือน
  4. มาตรฐานของงาน ลักษณะงานที่กำหนดในข้อ 2 นั้น ให้ปฏิบัติดังนี้
    3.1. การทำความสะอาดพื้น
    3.1.1. การปัดกวาด ดูดฝุ่น
    ให้ปัดกวาด หรือดูดฝุ่น พื้นที่ว่างตามชั้นอาคาร ห้องโถง ทางเดินบันได (จนถึงบันไดขั้นสุดท้ายของ อาคาร) ให้สะอาดปราศจากเศษผง ฝุ่นละออง และนำขยะไปทิ้งนอกตัวอาคาร ณ ที่ทิ้งขยะที่ผู้ว่าจ้างกำหนด ให้ใช้ไม้กวาดขนอ่อนในการปัดกวาด เว้นแต่พื้นที่ที่เป็นพรมให้ใช้แปรงปัดหรือเครื่องดูดฝุ่น หากมีการ เคลื่อนย้ายเฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องใช้สำนักงาน เมื่อทำความสะอาดเสร็จให้จัดเข้าที่เดิม โดยไม่เกิดความ เสียหายแก่พื้น เฟอร์นิเจอร์ หรือเครื่องใช้สำนักงาน
    7
    3.1.2.การถูด้วยม๊อบ
    หลังจากการทำความสะอาดตามข้อ 3.1.1. แล้วให้ถูพื้นที่ต่าง ๆ ด้วยม๊อบชุบน้ำบิดหมาด ม๊อบที่ นำมาใช้งานต้องเป็นม๊อบที่สะอาด และหมั่นเปลี่ยนน้ำทำความสะอาดเสมอ หากบริเวณใดมีความสกปรก ให้ใช้ น้ำยาขัดพื้น หรือน้ำสบู่อ่อนตามความเหมาะสม ทั้งนี้รวมถึงการขจัดรอยหรือตำหนิต่าง ๆ บนพื้น ซึ่งเกิดจาก รอยรองเท้าด้วย สำหรับพื้นที่ที่เป็นพรมให้ลบรอยเปื้อนบนพรมด้วยน้ำยาตามความเหมาะสม หลังจากเช็ดถู พื้นแล้ว บริเวณพื้นที่ต่าง ๆ จะต้องสะอาดปราศจากเศษผง ฝุ่นละออง และไม่มีรอยเหวี่ยงของม๊อบติดอยู่ตาม ขอบกำแพง ฝาผนัง เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้สำนักงานไม่มีความเสียหายใด ๆ เกิดขึ้นจากการทำงานดังกล่าว 3.2. การทำความสะอาดฝาผนังและฝ้าเพดาน
    ให้ปัดกวาด เช็ดถู ดูดฝุ่น ให้สะอาดปราศจากฝุ่นละออง หยากไย่ ใยแมงมุม คราบสกปรก หรือรอย ต่าง ๆ และไม่มีเศษผงตกค้างอยู่บนพื้นห้อง การทำความสะอาดในข้อนี้ให้รวมถึงประตูหน้าต่าง ขอบประตู และผนังใต้หน้าต่างด้วย และให้ระมัดระวังเป็นพิเศษสำหรับฝาผนังไม้บุด้วยกระสอบป่านและวัสดุกันเสียง สะท้อน รวมทั้งฝาเพดานที่ใช้วัสดุกันเสียงสะท้อน (ถ้ามี)
    3.3. การทำความสะอาดกระจก
    ให้เช็ดกระจกด้วยน้ำยาเช็ดกระจก หรือล้างด้วยน้ำสบู่อ่อน แล้วล้างด้วยน้ำและเช็ดให้แห้ง ให้ กระจกใสสะอาดปราศจากคราบสกปรก ตำหนิ หรือรอยสัมผัส และห้ามใช้ผงขัดในการทำความสะอาดกระจก 3.4. การทำความสะอาดโคมไฟ หลอดไฟ และปลั๊กไฟ
    ให้เช็ดถูให้สะอาดปราศจากฝุ่นละอองหยากไย่ และคราบสกปรก และให้ทำด้วยความระมัดระวัง หากมีการถอดมาทำความสะอาด เมื่องานเสร็จให้ประกอบเข้าที่เดิมโดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายใด ๆ 3.5. การขัดเงาบริเวณที่เป็นโลหะ
    ส่วนประกอบใด ๆ ในอาคารที่เป็นโลหะ ให้ดูแลรักษาให้เงางามอยู่เสมอและไม่มีคราบสนิมจับ 3.6. การทำความสะอาดห้องน้ำ
    ด้วยการขัดถู ล้างพื้น เครื่องสุขภัณฑ์ที่ประจำในห้องน้ำ พร้อมแขวนก้อนดับกลิ่นหรือฉีดพ่น น้ำหอมดับกลิ่น หรือดูแลไม่ให้มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ และล้างหม้อนอนทุกครั้งที่ไม่สะอาด ทุกห้องสุขาและโถ ปัสสาวะ โดยดูแลทุก 1 ชั่วโมง ให้สะอาดและแห้งอยู่เสมอ
    3.7. มาตรฐานความปลอดภัย
    ขณะที่เจ้าหน้าที่ทำความสะอาด ต้องมีป้ายแสดงว่าพื้นลื่นหรือมีเชือกกั้นและต้องระมัดระวังอย่างดี ที่สุดเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายกับผู้มาใช้บริการ
    3.8. ในกรณีที่รายละเอียดนี้มิได้กำหนดรายละเอียดการทำงานไว้
    ให้ผู้รับจ้างดำเนินการทำความสะอาดตามสภาพของงานหรือตามคำสั่งของผู้ว่าจ้าง
  5. เครื่องมือ เครื่องใช้ วัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำความสะอาด
    ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้จัดหา เครื่องมือเครื่องใช้ วัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำความสะอาดเอง
  6. น้ำยาทำความสะอาด
    คุณลักษณะเฉพาะของน้ำยาทำความสะอาด ต้องไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของ สารอันตราย พร้อมแนบหลักฐานยืนยันส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด โดยจะต้องไม่มีสารอันตรายที่ ห้ามใช้ในสารทำความสะอาด
  7. รายละเอียดเงื่อนไขอื่นๆ
    6.1. พนักงานผู้รับจ้างจัดหามานั้น ต้องเป็นผู้มีสุขภาพดี มีประวัติดี มีความซื่อสัตย์สุจริตและผ่านการ อบรมจากผู้รับจ้างมาเรียบร้อย
    8
    6.2. ผู้รับจ้างต้องจัดให้พนักงานทุกคนสวมใส่เครื่องแบบ และเครื่องหมายป้ายชื่อพนักงานในขณะ ปฏิบัติงานและแต่งกายให้สะอาดเรียบร้อย
    6.3. ในการปฏิบัติงานของพนักงานทำความสะอาด จะต้องระมัดระวังมิให้เป็นที่เดือดร้อนรำคาญหรือ รบกวนต่อเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานของผู้ว่าจ้าง หรือประชาชนผู้มาติดต่อ หรือใช้บริการ โรงพยาบาลฯ และจะต้องอยู่ประจำพื้นที่ที่กำหนด
    6.4. ผู้รับจ้างจะต้องรายงานความชำรุดบกพร่องหรือข้อขัดข้องของวัสดุอุปกรณ์ของผู้ว่าจ้างทันทีที่พบ
    รายละเอียดแนบท้าย 2 แนวทางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ศูนย์ไตเทียมเอกชน โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว

1.อัตรากำลังผู้ปฏิบัติงานประจำหน่วยไตเทียม
1.1 พยาบาลผู้ปฏิบัติงานต้องแสดงใบจบหลักสูตรการพยาบาลไตเทียม 4-6 เดือน จาก สถาบันที่สภาการพยาบาลรับรอง หรือแสดงใบประกาศนียบัตรพยาบาลผู้เชี่ยวชาญการฟอกเลือด ด้วยเครื่องไตเทียมจากสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย ก่อนขึ้นปฏิบัติงานครั้งแรก กรณีมีการเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ ต้องแสดงหลักฐานใหม่ทุกครั้ง และคอยตรวจสอบอย่าให้ใบประกอบวิชาชีพหมดอายุ
1.2 ผู้ช่วยเหลือคนไข้ ต้องมีวุฒิการศึกษาขั้นต่ำคือมัธยมศึกษาปีที่6 หรือเทียบเท่า 1.3 มีพยาบาลไตเทียมขึ้นปฏิบัติงานอัตราส่วน พยาบาลไตเทียม 1 คน ต่อ ผู้ป่วย 4 คน และต้องมีผู้เชี่ยวชาญอย่างน้อย 1 คน/รอบบริการทุกรอบ กรณีฉุกเฉินให้บันทึกข้อความและขออนุมัติทุกครั้ง รวมถึงผู้ช่วยเหลือคนไข้และให้จัดตารางเวรพยาบาลและผู้ช่วยเหลือคนไข้ ส่งตารางเวรล่วงหน้าที่หัวหน้ากลุ่ม งานการพยาบาลตรวจรักษาพิเศษก่อนวันที่ 25ของเดือน กรณีมีเหตุที่เจ้าหน้าที่ขึ้นปฏิบัติงานไม่ครบตาม เกณฑ์ให้เขียนบันทึกข้อความส่งหัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลตรวจรักษาพิเศษทุกครั้ง 1.4 เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงผู้ปฏิบัติงาน ได้แก่พยาบาลหรือผู้ช่วยเหลือคนไข้ ให้รายงาน หัวหน้ากลุ่มงานทุกครั้ง
1.5 เจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติตามนโยบายของโรงพยาบาลในการปฏิบัติงาน
2. ด้านบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม
2.1 มีแนวทางในการให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม
2.2 ก่อนการฟอกเลือด
2.2.1 ซักประวัติ ตรวจร่างกาย ผู้ป่วยก่อนฟอกเลือด
2.2.2 เตรียมเครื่องไตเทียมและตัวกรอง
2.2.3 เตรียมระบบน้ำให้พร้อมใช้
2.3 ขณะฟอกเลือด
2.3.1 มีการเฝ้าระวังอาการแทรกซ้อนและแก้ไขภาวะแทรกซ้อนขณะฟอกเลือด เช่น การดูแลเส้นเลือด และการดูแลสายสวนหลอดเลือดทั้งชนิดชั่วคราวและถาวร
2.3.2 มีการควบคุมกำกับติดตามเครื่องไตเทียมและระบบน้ำขณะให้บริการฟอก เลือด และทำการแก้ไขเมื่อผิดปกติ
2.3.3 กรณีผู้ป่วยมีภาวะวิกฤตในขณะฟอกเลือดต้องรายงานแพทย์และให้การ ช่วยเหลือชีวิตอย่างเร่งด่วน
2.3.4 มีการลงบันทึกการพยาบาลในใบฟอกเลือดที่ถูกต้องและครบถ้วน
2.3.5 ให้การพยาบาลแก่ผู้ป่วยตามแผนการรักษาของแพทย์
2.4 หลังฟอกเลือด
9
2.4.1 ประเมินสภาวะผู้ป่วยก่อนกลับบ้านกรณีคนไข้นอก และก่อนกลับหอผู้ป่วย กรณีคนไข้ใน
2.4.2 ให้คำแนะนำในการดูแลคนเองและอาการผิดปกติขณะอยู่บ้าน
2.4.3 นัดหมายสำหรับการฟอกเลือดครั้งต่อไป
2.4.4 ลงบันทึกการพยาบาลในใบฟอกเลือดให้เรียบร้อย กรณีผู้ป่วยในให้สำเนา ใบฟอกเลือดใส่ใน IPD chart และลง vital sign หรือ progress note ใน IPD chart ตามระเบียบการ พยาบาลผู้ป่วยในให้เรียบร้อย
2.4.5 เก็บล้างทำความสะอาดพร้อมฆ่าเชื้ออุปกรณ์ได้แก่ เครื่องไตเทียม ตัวกรอง รวมถึงทำความสะอาดเตียง พื้นที่ในห้องฟอกเลือด ให้สะอาดเรียบร้อยตามหลัก IC และ 5ส 3. คุณภาพบริการ
3.1 ปฏิบัติงานโดยใช้นโยบายพัฒนาคุณภาพงานบริการของโรงพยาบาล ได้แก่

  • งานควบคุมและป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล
  • กิจกรรม 5ส
  • งานอัคคีภัย
  • ปฏิบัติการฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน
  • ระบบยา
  • พฤติกรรมบริการ (ESB)
  • รายงานความเสี่ยง
  • นิเทศทางการพยาบาล
    3.2 ร่วมประชุมคณะกรรมการพัฒนาไตเทียม และรายงานตัวชี้วัดสำคัญ ผลลัพธ์การดำเนินงาน ที่ โรงพยาบาลกำหนด ทุก 3 เดือน รายงานผลการดำเนินงานแก่คณะกรรมการทีมนำ ปีละ 1 ครั้ง 3.3 กำกับดูแลโครงสร้าง สิ่งแวดล้อมให้เหมาะสม เอื้อต่อการให้บริการฟอกเลือด
    รายละเอียดแนบท้าย 3 แนวทางปฏิบัติสำหรับผู้รับจ้างฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม 1. ผู้รับจ้างจะต้องได้รับการตรวจประเมินคุณภาพบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมโดยคณะกรรมการ พัฒนาคุณภาพบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมที่ได้รับการแต่งตั้งจากผู้ว่าจ้างและอย่างน้อย 4 ครั้งต่อปีและเมื่อมีเหตุจำเป็น
  1. ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการปรับปรุงคุณภาพบริการตามข้อเสนอแนะที่คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพ บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมตรวจประเมินและพบว่าไม่เป็นไปตามมาตรฐานและข้อตกลงตาม สัญญา กรณีไม่ดำเนินการและไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้ว่าจ้างสามารถยกเลิกสัญญา จ้างได้ทันที
  2. ผู้รับจ้างทำให้ผู้ว่าจ้างเกิดความเสียหายจากการบันทึกข้อมูลเบิกค่าชดเชยฟอกเลือดล่าช้า ไม่ถูกต้อง อันเป็นผลให้กองทุนนั้นๆปรับลดค่าชดเชยฟอกเลือด ผู้ว่าจ้างจะปรับลดค่าจ้างบริการตามที่กองทุนหัก จริงและปรับค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้ว่าจ้างเพิ่มอีก 5 เปอร์เซนต์สำหรับรอบบริการนั้นๆ ยกตัวอย่าง เช่น กองทุนสปสช หักค่าชดเชยฟอกเลือดของผู้ป่วยชื่อนาย ก จาก 1500 บาทเป็น 1200 บาท
    ทางผู้ว่าจ้างจะจ่ายค่าบริการให้ผู้รับจ้างลดลง 300บาท และหักเพิ่มอีก 5 เปอร์เซนต์ของค่าจ้าง บริการตั้งต้น และถือเป็นการผิดสัญญา
  3. ผู้รับจ้างไม่บันทึกข้อมูลการมารับบริการของผู้ป่วยลงโปรแกรม HospXP ของทางโรงพยาบาลหรือ บันทึกไม่ถูกต้อง ผู้ว่าจ้างจะระงับการจ่ายค่าจ้างบริการฟอกเลือดของผู้ป่วยรายนั้นรอบนั้น จนกว่าจะ มีการบันทึกให้เสร็จสิ้นหรือแก้ไขให้ถูกต้อง
    10
  4. ผู้รับจ้างไม่รวบรวมจำนวนการให้บริการและยอดค่าบริการแต่ละเดือน ส่งให้กลุ่มงานประกันสุขภาพ ของโรงพยาบาลภายในระยะเวลาที่กำหนด ติดต่อกัน 2เดือน ถือเป็นการผิดสัญญา 6. กรรมการตรวจรับพัสดุหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้ว่าจ้างมีอำนาจเข้าไปตรวจการปฏิบัติงานของผู้ รับจ้าง ณ หน่วยไตเทียมได้ทุกเวลา และผู้รับจ้างจะต้องอำนวยความสะดวกและให้ความช่วยเหลือใน การนั้นตามสมควร
  5. กรณีผู้รับจ้างทำผิดสัญญาข้อใดข้อหนึ่ง หรือเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการตรวจรับ พัสดุหรือผู้ควบคุมงาน ผู้ว่าจ้างมีสิทธิ์พิจารณาบอกเลิกสัญญาว่าจ้างได้ทันที และมีสิทธิ์จ้างผู้รับจ้าง รายใหม่เข้าทำงาน โดยผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนที่เกินค่าจ้างทั้งหมดแทนผู้ว่าจ้าง การที่ ผู้ว่าจ้างไม่ใช้สิทธิ์เลิกสัญญาไม่เป็นเหตุให้ผู้รับจ้างพ้นความผิดตามสัญญา และผู้ว่าจ้างมีสิทธิริบ หลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาทั้งหมดหรือบางส่วนตามแต่จะเห็นสมควร นอกจากนั้นผู้รับจ้าง จะต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายซึ่งเป็นจำนวนเกินกว่าหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาอีกส่วนหนึ่งด้วย และค่าเสียหายต่างๆที่เกิดขึ้น รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในการทานนั้นต่อให้แล้วเสร็จตามสัญญา ทั้งนี้
    ไม่ว่าจะเป็นการที่ผู้ว่าจ้างทำเองหรือจ้างบุคคลอื่นให้ทำต่อก็ตาม