ประกวดราคาจ้างเหมาตรวจวินิจฉัยโรคหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (OSA )
โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนามีความต้องการจ้างเหมาบริการตรวจวินิจฉัยโรคหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea: OSA) ด้วยชุดเครื่องตรวจและวิเคราะห์ความผิดปกติขณะนอนหลับ (Polysomnography type 1) เนื่องจากปัจจุบันมีผู้ป่วยเข้ารับบริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การจ้างเหมาบริการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการตรวจประเมินระดับความรุนแรงของโรคประกอบการรักษา เพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และความแม่นยำในการวินิจฉัยโรคให้แก่ผู้ป่วย ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาชุดเครื่องตรวจและวิเคราะห์ความผิดปกติขณะนอนหลับที่เป็นเครื่องใหม่ ไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน พร้อมอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน รวมถึงบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ เช่น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาการนอนหลับ และผู้เชี่ยวชาญด้านตรวจการนอนหลับที่ได้รับการรับรอง นอกจากนี้ ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง ปรับปรุงสถานที่ การบำรุงรักษาเครื่องมือ การจัดหาเวชภัณฑ์ วัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ และวัสดุสิ้นเปลือง รวมถึงการควบคุมคุณภาพมาตรฐานบริการต่างๆ ตามที่โรงพยาบาลกำหนด ผู้รับจ้างต้องดำเนินการตรวจวินิจฉัยได้ทุกวัน และรับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ป่วยหรือทรัพย์สินของโรงพยาบาล
English summary
This project involves contracting services for the diagnosis of Obstructive Sleep Apnea (OSA) using a Polysomnography type 1 system. The objective is to enhance the hospital’s capacity and accuracy in serving the increasing number of patients annually at Phra Mongkutklao Hospital. The contractor must provide the diagnostic equipment, qualified personnel, and conduct diagnostic tests according to specified standards. This includes supplying new, unused equipment, ensuring compliance with medical standards, and providing specialized personnel such as sleep medicine physicians and sleep study specialists. The contractor will also be responsible for installation, site preparation, equipment maintenance, consumables, and adherence to quality standards. The service must be available daily, and the contractor assumes responsibility for any damages to patients or hospital property.
โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อให้บริการตรวจวินิจฉัยประเมินระดับความรุนแรง ประกอบการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea: OSA)
- เพื่อเพิ่มศักยภาพในการตรวจผู้ป่วยให้ได้จำนวนเพิ่มมากขึ้นในแต่ละเดือน
- เพื่อเพิ่มความแม่นยำ ลดความคลาดเคลื่อนของผลการตรวจ
- เพื่อความสะดวก รวดเร็ว มากยิ่งขึ้นแก่ผู้ป่วยและผู้มารับบริการ
ขอบเขตของงาน
- จัดหาชุดเครื่องตรวจและวิเคราะห์ความผิดปกติขณะนอนหลับ (Polysomnography type1) ที่เป็นเครื่องใหม่ ไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน
- ติดตั้งชุดเครื่องตรวจฯ ในสถานที่ที่โรงพยาบาลกำหนดให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา โดยต้องได้มาตรฐานตามกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
- ดำเนินการปรับปรุงสถานที่ ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ จัดหาโต๊ะทำงาน เครื่องคอมพิวเตอร์ และติดป้ายชื่อหน่วยบริการ รวมถึงระบบไฟฟ้าและโทรศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
- จัดหาชุดเครื่องตรวจและวิเคราะห์ความผิดปกติขณะนอนหลับ (Polysomnography type1) ที่มีรายละเอียดและคุณลักษณะเฉพาะตามที่โรงพยาบาลกำหนด พร้อมคู่มือการใช้งาน
- ประสานงานและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบเครื่องตามมาตรฐานโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ก่อนการตรวจรับเครื่อง
- ปรับปรุงและเพิ่มสมรรถนะ (Upgrade) ด้านต่างๆ (Hardware & Software) ของเครื่องให้เหมาะสมกับเทคโนโลยีอยู่เสมอ
- จัดหาบุคลากรเพื่อดำเนินการใช้งานเครื่องมือทางการแพทย์ ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญด้านตรวจการนอนหลับอย่างน้อย 2 คน และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ อนุสาขาวิทยาการนอนหลับอย่างน้อย 1 คน
- รับผิดชอบในการติดตามผู้ป่วยให้มารับบริการตามนัดและให้บริการหลังการให้บริการ
- จัดหาระบบให้คำปรึกษาการปรับตั้งค่าการใช้งานเครื่องอัดอากาศแรงดันบวก
- จัดหาเวชภัณฑ์ที่มิใช่ยา วัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ และวัสดุสิ้นเปลืองทุกชนิดที่เกี่ยวกับการตรวจวินิจฉัย
- ควบคุมคุณภาพมาตรฐานบริการ มาตรฐานสิ่งแวดล้อม มาตรฐาน 5ส มาตรฐานการควบคุมป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ และมาตรฐานอื่นๆ ตามที่โรงพยาบาลกำหนด
- วางแผนการดำเนินการเมื่อเกิดอัคคีภัยที่สอดคล้องกับแผนของโรงพยาบาล
- รับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายหรือค่าสินไหมทดแทนทั้งหมดกรณีเกิดอุบัติเหตุ อัคคีภัย ภัยธรรมชาติอื่นๆ ที่เป็นอันตรายต่อผู้ป่วยหรือทรัพย์สินของโรงพยาบาล
- รับผิดชอบในความเสียหายต่อร่างกาย ชีวิต และทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลหรือผู้ป่วย อันเกิดจากอุบัติเหตุ หรือบริวาร
- ควบคุมดูแลการบำรุงรักษาซ่อมแซมเครื่องให้สามารถใช้งานได้ตลอดเวลา และมีอะไหล่สำรองเพียงพอ
- รักษาจรรยาบรรณของวิชาชีพและไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของผู้ป่วย
- เรียกเก็บค่าบริการจากผู้ว่าจ้างต่อผู้ป่วย 1 รายในการตรวจแต่ละส่วน หากผลการตรวจไม่ได้มาตรฐานหรือไม่แล้วเสร็จ ให้ดำเนินการตรวจซ้ำโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
- เสนอราคาค่าบริการตามที่โรงพยาบาลกำหนดหรือน้อยกว่าในแต่ละส่วนการตรวจ
- รวบรวมรายงานจำนวนการให้บริการและรายงานตรวจวินิจฉัยโรคของผู้ป่วยเพื่อขอเบิกค่าบริการจากโรงพยาบาล
- สนับสนุนและส่งเสริมงานพัฒนาคุณภาพและบริการ รวมทั้งงานวิชาการ
- ยินยอมให้แพทย์ แพทย์ฝึกหัด และเจ้าหน้าที่อื่นใดของโรงพยาบาลเข้าศึกษาดูการตรวจและวินิจฉัยได้
- ปฏิบัติตามระเบียบกฎเกณฑ์ของทางราชการ
- ดำเนินการรื้อถอนเครื่องและแก้ไข ซ่อมแซมสถานที่ให้เรียบร้อยก่อนส่งมอบให้โรงพยาบาล เมื่อสิ้นสุดสัญญาและไม่ได้รับการต่อสัญญา
- รับผิดชอบค่าใช้จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า และค่าบริการซักรีดผ้าห่ม ผ้าปู ปลอกหมอน
- ทำบันทึกตกลงเช่าที่ราชพัสดุ โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- ชุดเครื่องตรวจและวิเคราะห์ความผิดปกติขณะนอนหลับ (Polysomnography type1) ที่ติดตั้งและพร้อมใช้งาน
- รายงานการตรวจวินิจฉัยโรคของผู้ป่วย
- การให้บริการตรวจวินิจฉัยโรคหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (OSA)
- การบำรุงรักษาและซ่อมแซมเครื่องมือ
- การจัดหาบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ
- การจัดหาเวชภัณฑ์และวัสดุสิ้นเปลือง
ระยะเวลาดำเนินการ
ภายใน 365 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้างทำของ
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- มีความสามารถตามกฎหมาย
- ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
- ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
- ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว
- ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงาน
- มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างฯ กำหนด
- เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
- ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
- ไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
- ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
- ต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
- Standards Compliance:
- เครื่องตรวจความผิดปกติที่มีมาตรฐาน CE mark หรือเทียบเท่า
- ชุดเครื่องตรวจและวิเคราะห์ความผิดปกติขณะนอนหลับ (Polysomnography System) ผ่านมาตรฐาน และผ่าน FDA จากประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว
- Experience:
- (ไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนใน TOR)
- Previous Project Cost:
- (ไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนใน TOR)
- Technical Capabilities:
- มีความสามารถในการจัดหาและติดตั้งชุดเครื่องตรวจและวิเคราะห์ความผิดปกติขณะนอนหลับ (Polysomnography type1) ที่ได้มาตรฐาน
- มีความสามารถในการปรับปรุงและเพิ่มสมรรถนะ (Upgrade) ด้านต่างๆ ของเครื่อง
- มีความสามารถในการจัดหาระบบให้คำปรึกษาการปรับตั้งค่าการใช้งานเครื่องอัดอากาศแรงดันบวก
- มีความสามารถในการควบคุมคุณภาพมาตรฐานบริการ มาตรฐานสิ่งแวดล้อม มาตรฐาน 5ส มาตรฐานการควบคุมป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ
- Personnel:
- ผู้เชี่ยวชาญด้านตรวจการนอนหลับที่ได้รับรองจากสมาคมโรคจากการหลับแห่งประเทศไทย อย่างน้อยจำนวน 2 คน
- แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ อนุสาขา วิทยาการนอนหลับ ที่ได้รับรองจากแพทยสภา อย่างน้อย 1 คน
- Exclude the basic requirements(valid business license, has a legal entity…):
- มูลค่าสุทธิของกิจการ:
- นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการจากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
- นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน หรือนิติบุคคลต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท
- กรณีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณ
- กรณีไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอ สามารถขอวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการ โดยเป็นสินเชื่อจากธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนที่ได้รับอนุญาต หรือจากธนาคารต่างประเทศ/บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ต่างประเทศที่ได้รับอนุญาต
- มูลค่าสุทธิของกิจการ:
เกณฑ์การพิจารณา
ใช้หลักเกณฑ์ราคา
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- ชุดเครื่องตรวจและวิเคราะห์ความผิดปกติขณะนอนหลับ (Polysomnography type1) ต้องเป็นเครื่องใหม่ ไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน
- เครื่องตรวจความผิดปกติมีมาตรฐาน CE mark หรือเทียบเท่า
- โปรแกรมพร้อมอุปกรณ์วิเคราะห์ประกอบด้วย: ชุดขยายสัญญาณและบันทึกสัญญาณ, โปรแกรมการใช้งานและวิเคราะห์ผล, กล้องบันทึกสัญญาณภาพพร้อม Infrared (IP Camera), คอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ, อุปกรณ์ประกอบสำหรับตรวจการนอนหลับ, เครื่องอัดอากาศแรงดันบวกชนิดสองระดับ (Bi-PAP)
- เครื่องตรวจและวิเคราะห์ความผิดปกติระหว่างหลับ สามารถบันทึกสัญญาณต่างๆ ไม่น้อยกว่า 41 ช่องสัญญาณ (รวมถึงสัญญาณการหายใจ, เสียงกรน, ความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด, คลื่นไฟฟ้าสมอง EEG, คลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ EMG, คลื่นไฟฟ้าหัวใจ ECG)
- สามารถรองรับการต่อเข้ากับอุปกรณ์เสริมเพิ่มเติมได้และบันทึกด้วย Bluetooth ได้ เช่น EtCO2, CPAP
- สามารถตรวจวัดและใช้ได้ทั้งในผู้ใหญ่และเด็ก
- ตัวเครื่องมีน้ำหนักเบา ไม่มากกว่า 120 กรัม ขนาด กว้าง 82 มม. ยาว 62 มม. หนา 26 มม.
- มีหน้าจอสีแสดงผลแบบ LED
- ตัวเครื่องสามารถบันทึกเสียงระบบ Audio ได้ในตัวเครื่อง
- SpO2 pulse และ plethysmography สามารถตรวจวัดด้วยการเชื่อมต่อระบบ Bluetooth ไร้สาย
- สามารถบันทึกข้อมูลแบบทั้งแบบ Online และ Off line ได้
- เครื่องมีหน่วยความจำไม่น้อยกว่า 4 GB
- ข้อมูลสามารถถ่ายโอนลงเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วย USB Type-C
- เครื่องสามารถใช้แบตเตอรี่ทั้งแบบอัลคาไลน์ AA หรือชนิด rechargeable แบตเตอรี่ชนิด Li-ion
- สามารถรองรับการเชื่อมต่อกับ Tablet บน Android platform ได้เพื่อการตั้งค่าบันทึกสัญญาณและตรวจสอบคุณภาพสัญญาณ และเฝ้าระวังได้โดยผ่าน Wireless (option เสริม)
- สามารถทำการวิเคราะห์ได้ทั้งแบบ Manual และ Automated Scoring
- ระบบรายงานผลสามารถส่งออกเป็นรูปแบบ PDF หรือ Microsoft Word ได้ สามารถปรับรูปแบบรายงานได้ตามต้องการ
- สามารถวิเคราะห์ Flow volume loop ได้
- เครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมจอภาพ มี CPU แบบไม่ต่ำกว่า CORE I5 หรือสูงกว่า, ระบบปฏิบัติการไม่ต่ำกว่า windows 10 หรือสูงกว่า, Memory (RAM) ไม่น้อยกว่า 8 GB, Hard disk ไม่น้อยกว่า 1TB, จอภาพขนาดไม่น้อยกว่า 24.3 นิ้ว
- เครื่องพิมพ์ผลสี
- กล้องวิดีโอระบบดิจิตอล
- เครื่องช่วยหายใจชนิดแรงดันบวกอัตโนมัติระบบสัมผัส: สามารถปรับแรงดันแบบเมนวลและอัตโนมัติ 4 – 20 cmH2O, มีระบบ Auto Ramp Time หรือตั้งแบบ manual ได้ถึง 45 นาที, มีระบบเซนเซอร์แสง, มีระบบผ่อนลมหายใจออก, สามารถแยกภาวะการหยุดหายใจได้ว่าเป็นอุดกั้นทางเดินหายใจ (OSA) หรือแบบสมองไม่สั่งการหายใจ (Central Apnea), มีระบบ AirView สำหรับการจัดการผู้ป่วยระยะไกล, สามารถใช้ได้กับไฟฟ้าตั้งแต่ 100 - 240 V.
เงื่อนไขสัญญา
- การชำระเงิน: ผู้รับจ้างจะต้องรวบรวมทํารายงานจํานวนการให้บริการและรายงานตรวจวินิจฉัยโรคของผู้ป่วย เพื่อขอเบิกค่าบริการตรวจจากโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา
- อัตราค่าปรับ: ในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้าง
- การรับประกันความชำรุดบกพร่อง: ระยะเวลา 12 เดือน นับถัดจากวันที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
- การรับประกันคุณภาพ: ผู้รับจ้างจะต้องรับประกันคุณภาพชุดเครื่องตรวจและวิเคราะห์ความผิดปกติขณะนอนหลับ (Polysomnography System) และอุปกรณ์ประกอบทุกชิ้นส่วนตลอดระยะเวลาการจ้างเหมา
- การแก้ไขเครื่องขัดข้อง: หากเครื่องขัดข้องและผู้รับจ้างไม่สามารถแก้ไขได้ภายในเวลา 48 ชั่วโมง ผู้รับจ้างยินดีจะส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลอื่นข้างเคียง โดยผู้รับจ้างจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเองทั้งสิ้น
- การยกเลิกสัญญา: หากผู้ว่าจ้างบอกกล่าวเป็นหนังสือให้ผู้รับจ้างแก้ไขการดำเนินงานที่ไม่เหมาะสม เช่น การบริการไม่เหมาะสม เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม ไม่มีประสิทธิภาพ และ/หรืออุปกรณ์เสื่อมสภาพ หรือไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 30 วันแล้ว ผู้รับจ้างยังละเลยหรือเพิกเฉยในการแก้ไข ผู้ว่าจ้างจะดำเนินการบอกเลิกสัญญา
- การรื้อถอนเครื่อง: เมื่อสิ้นสุดสัญญาและไม่ได้รับการต่อสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องทำการรื้อถอนเครื่องออกจากพื้นที่ของโรงพยาบาลภายในระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน และทำการแก้ไข ซ่อมแซมสถานที่ให้เรียบร้อยก่อนส่งมอบ
- การปรับเป็นรายวัน: กรณีชุดเครื่องตรวจและวิเคราะห์ความผิดปกติขณะนอนหลับ (Polysomnography type1) ไม่สามารถใช้การได้เป็นปกติติดต่อกันมากกว่า 5 วัน ผู้รับจ้างต้องยินยอมให้โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนาปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาจ้างเหมาบริการจนกว่าจะสามารถให้บริการได้ตามปกติ
- ค่าใช้จ่ายอื่นๆ: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าบริการซักรีดผ้าห่ม ผ้าปู ปลอกหมอน และค่าเช่าที่ราชพัสดุ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดบ้างในการติดตั้งเครื่อง?
A: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินการปรับปรุงสถานที่พร้อมติดตั้งเครื่องปรับอากาศ จัดหาโต๊ะทำงาน เครื่องคอมพิวเตอร์ ติดป้ายชื่อหน่วยให้บริการ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินการติดตั้งระบบกระแสไฟฟ้า การติดตั้งโทรศัพท์ และระบบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง - Q: หากเครื่องตรวจการนอนหลับมีปัญหา ผู้รับจ้างต้องแก้ไขภายในกี่วัน?
A: หากเครื่องขัดข้องและผู้รับจ้างไม่สามารถแก้ไขได้ภายในเวลา 48 ชั่วโมง ผู้รับจ้างยินดีจะส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลอื่นข้างเคียง โดยผู้รับจ้างจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเองทั้งสิ้น - Q: ผู้รับจ้างต้องจัดหาบุคลากรประเภทใดบ้าง?
A: ผู้รับจ้างต้องจัดหาบุคลากรอย่างน้อย 2 คนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านตรวจการนอนหลับที่ได้รับการรับรองจากสมาคมโรคจากการหลับแห่งประเทศไทย และอย่างน้อย 1 คนที่เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ อนุสาขาวิทยาการนอนหลับที่ได้รับการรับรองจากแพทยสภา - Q: การเสนอราคาค่าบริการตรวจเป็นอย่างไร?
A: ผู้รับจ้างต้องเสนอราคาค่าบริการตามที่โรงพยาบาลกำหนดหรือน้อยกว่าในแต่ละส่วนการตรวจ หากผลการตรวจไม่ได้มาตรฐานหรือทำไม่เสร็จ ผู้รับจ้างต้องดำเนินการตรวจซ้ำโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย - Q: ใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า และค่าบริการซักรีด?
A: ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าน้ำและค่าไฟฟ้าที่ใช้ในหน่วยงานทุกเดือน และผู้รับจ้างต้องชำระค่าบริการซักรีดผ้าห่ม ผ้าปู ปลอกหมอนให้กับโรงพยาบาลในอัตราชุดละ 100 บาท - Q: หากเครื่องตรวจการนอนหลับไม่สามารถใช้งานได้ติดต่อกันนานเกิน 5 วัน จะมีผลอย่างไร?
A: ผู้รับจ้างต้องยินยอมให้โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนาปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาจ้างเหมาบริการจนกว่าจะสามารถให้บริการได้ตามปกติ - Q: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายใดบ้าง?
A: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายหรือค่าสินไหมทดแทนทั้งหมดกรณีเกิดอุบัติเหตุ อัคคีภัย ภัยธรรมชาติอื่นๆ ที่เป็นอันตรายต่อผู้ป่วยหรือทรัพย์สินของโรงพยาบาล และรับผิดชอบในความเสียหายต่อร่างกาย ชีวิต และทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลหรือผู้ป่วย อันเกิดจากอุบัติเหตุ หรือบริวาร - Q: ผู้รับจ้างสามารถให้บริการตรวจได้ทุกวันหรือไม่?
A: ผู้รับจ้างสามารถให้บริการตรวจวินิจฉัยด้วยชุดเครื่องตรวจและวิเคราะห์ความผิดปกติขณะนอนหลับ (Polysomnography type1) ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ - Q: ข้อมูลผู้ป่วยจะถูกเก็บรักษาอย่างไร?
A: ผู้รับจ้างและบุคลากรของผู้รับจ้างจะต้องรักษาจรรยาบรรณและไม่เปิดเผยข้อมูลของผู้ป่วยให้ผู้หนึ่งผู้ใดทราบโดยมิได้รับความยินยอมจากแพทย์ผู้ส่งตรวจ หรือผู้มีอำนาจยินยอม ทางโรงพยาบาลจะเป็นผู้เก็บรักษาข้อมูลผู้ป่วย และผู้รับจ้างจะต้องไม่นำข้อมูลผู้ป่วยออกนอกโรงพยาบาล - Q: เมื่อสิ้นสุดสัญญา ผู้รับจ้างต้องดำเนินการอย่างไร?
A: กรณีเมื่อสิ้นสุดสัญญาและไม่ได้รับการต่อสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องทำการรื้อถอนเครื่องออกจากพื้นที่ของโรงพยาบาลภายในระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน และทำการแก้ไข ซ่อมแซมสถานที่ให้เรียบร้อยก่อนส่งมอบให้ทางโรงพยาบาล
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ร่างขอบเขตของงาน
จ้างเหมาตรวจวินิจฉัยโรคหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (OSA) จํานวน ๑ งาน
1.ความต้องการ
ปัจจุบันโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนาได้ให้บริการตรวจการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
ด้วยชุดเครื่องตรวจและวิเคราะห์ความผิดปกติขณะนอนหลับ (Polysomnography type1) กับผู้ป่วยและ ผู้มาใช้บริการโดยเฉลี่ยปีละ 274 ราย เดือนละเฉลี่ย 22 ราย โดยมีผู้ป่วยมารับบริการตรวจการนอนหลับเป็น จํานวนมากเพิ่มขึ้นทุกปี ดังนั้น เพื่อให้ผู้ป่วยและผู้มารับบริการได้รับการบริการที่ดีขึ้น มีความสะดวก รวดเร็ว มากยิ่งขึ้นและเพื่อเพิ่มศักยภาพในการตรวจในการตรวจผู้ป่วยให้ได้จํานวนเพิ่มมากขึ้นอีกในแต่ละเดือน เพิ่ม ความแม่นยํา เพื่อความสะดวก ลดความคาดเคลื่อนของผลการตรวจ ซึ่งจะทําให้การวิเคราะห์และวินิจฉัยโรค ประกอบการรักษาของแพทย์มีประสิทธิภาพเพิ่มมากยิ่งขึ้น โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จึงมีความ
จําเป็นต้องจัดให้มีการจ้างเหมาบริการตรวจด้วยชุดเครื่องตรวจและวิเคราะห์ความผิดปกติขณะนอนหลับ
((Polysomnography type1)
2.วัตถุประสงค์
เพื่อให้บริการตรวจวินิจฉัยประเมินระดับความรุนแรง ประกอบการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
(Obstructive Sleep Apnea: OSA)
3. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย 3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย 3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว
เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของ
หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
3.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง และการ
บริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
3.7 เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ จังหวัด ณ วัน ประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขันอย่างเป็นธรรม ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
BA
ประธานกรรมการ
.กรรมการ
A
..กรรมการ
2
3.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
(1) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของ ผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(2) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้า
นั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุก รายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
(3) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(3.1) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็น ผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้า
ทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการ
ร่วมค้า
(3.2) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ ได้รับมอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (3.1) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการ จําหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
3.11. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
3.12. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
- กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศซึ่งได้จด ทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อน วันที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ 1 ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะ การเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือน มกราคม – เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก 1 ปี ได้
.ประธานกรรมการ
C. STUNTS
….กรรมการ
3 - กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า 1 ล้านบาท
- สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็น บุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝาก คงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่
ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงิน
ฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา - กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะ เข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
(1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ถือ สัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ํา
ประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้ง
เวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขา รับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน
90 วัน
(2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคล ธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือ
บริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์
และ ประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง
ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ
อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจาก สํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน - กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่ มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ 2 ข้อ 3 และข้อ 4 (2) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตาม ประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคาใน ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
GW Damt.
.ประธานกรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
4
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ
แล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วย การรับรองเอกสาร พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่น
เอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา - กรณีตาม ข้อ 1 – ข้อ 5 ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้
P
น
(6.1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(6.2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม
พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(6.3) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และ งานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้ว ก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
จัดซื้อจัดจ้างฯ
(6.4) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติการ
(6.5) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(6.6) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงาน
ขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น - ขอบเขตของงาน
4.1 ผู้ว่าจ้างเป็นผู้จัดหาสถานที่ในโรงพยาบาลเพื่อติดตั้ง ชุดเครื่องตรวจและวิเคราะห์ความผิดปกติขณะ นอนหลับ (Polysomnography type1) ผู้รับจ้างต้องจัดหาชุดเครื่องตรวจและวิเคราะห์ความผิดปกติขณะ นอนหลับ (Polysomnography type1) มาติดตั้งที่โรงพยาบาล การติดตั้งต้องได้มาตรฐานตาม กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กระทรวงสาธารณสุขกําหนด
4.2 กรณีผู้รับจ้างรายใหม่ต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดําเนินการติดตั้งชุดเครื่องตรวจและ วิเคราะห์ความผิดปกติขณะนอนหลับ (Polysomnography type) ในสถานที่ที่โรงพยาบาลกําหนด โดย จะต้องทําการติดตั้งให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ให้ได้มาตรฐาน การให้บริการ และส่งมอบให้กับคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของโรงพยาบาลให้เห็นชอบก่อน โดยคํานึงถึง ความเหมาะสมความสวยงาม ความปลอดภัย ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามมาตรฐานซึ่งกําหนดโดย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการดําเนินการปรับปรุงสถานที่พร้อมติดตั้ง เครื่องปรับอากาศ และจัดหาโต๊ะทํางาน เครื่องคอมพิวเตอร์ และติดป้ายชื่อหน่วยให้บริการ รวมถึงค่าใช้จ่าย ในการดําเนินการติดตั้งระบบกระแสไฟฟ้า การติดตั้งโทรศัพท์ และระบบอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้พร้อมใช้งาน ทั้งนี้ผู้รับจ้างต้องส่งรายละเอียดการดําเนินการติดตั้งทั้งหลายทั้งปวงให้กับทางโรงพยาบาลเห็นชอบเสียก่อน
GA
ประธานกรรมการ
..กรรมการ
..กรรมการ
5
4.3 กรณีผู้รับจ้างรายใหม่ต้องเป็นผู้จัดหาชุดเครื่องตรวจและวิเคราะห์ความผิดปกติขณะนอนหลับ (Polysomnography type1) ต้องเป็นเครื่องใหม่ ไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน
4.4 ชุดเครื่องตรวจและวิเคราะห์ความผิดปกติขณะนอนหลับ (Polysomnography type1) จะต้องมี รายละเอียดและคุณลักษณะเฉพาะ แคตตาล็อกโปรแกรมใช้งาน และสมรรถนะของเครื่องตามรายละเอียด คุณลักษณะเฉพาะตามที่โรงพยาบาลกําหนดพร้อมทั้งต้องส่งมอบรายละเอียดของเครื่องและคู่มือการใช้เครื่อง
ทดสอบการนอนหลับของโรงพยาบาล ทั้งนี้สมรรถนะของเครื่องจะต้องสามารถใช้งานได้ครบทุกประการตาม รายละเอียดเฉพาะที่ทางโรงพยาบาลกําหนด
4.5 กรณีผู้รับจ้างรายใหม่ต้องจัดการรับผิดชอบให้ชุดเครื่องตรวจและวิเคราะห์ความผิดปกติขณะ นอนหลับ (Polysomnography type) ได้รับการตรวจสอบตามมาตรฐานโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ก่อนการตรวจรับเครื่อง โดยบริษัทผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ประสานงานและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
4.6 ผู้รับจ้างต้องปรับปรุงและเพิ่มสมรรถนะ ( Upgrade ) ด้านต่างๆ (Hardware & Software) ของ เครื่องให้เหมาะสมกับเทคโนโลยีในขณะนั้น ตลอดเวลาที่ทําสัญญารับจ้างบริการ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อ ผู้รับบริการและทางราชการ
4.7 กรณีผู้รับจ้างรายใหม่ต้องดําเนินการเดินระบบไฟฟ้า ติดตั้งมาตรวัดน้ํา
4.8 ผู้รับจ้างต้องจัดหาบุคลากร เพื่อดําเนินการใช้งานเครื่องมือทางการแพทย์ อย่างน้อย ดังนี้
4.8.1 ผู้เชี่ยวชาญด้านตรวจการนอนหลับที่ได้รับรองจากสมาคมโรคจากการหลับแห่งประเทศไทย อย่างน้อย จํานวน 2 คน เพื่อให้บริการตรวจการนอนหลับ นัดใส่เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก และติดตาม ประเมินผลการใช้งาน เครื่องอัดอากาศแรงบวกให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด ตามระยะเวลาที่กําหนด
4.8.2 แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ อนุสาขา วิทยาการนอนหลับ ที่ได้รับรองจากแพทยสภา อย่างน้อย ๑ คน เพื่ออ่านวิเคราะห์รายงานผลการนอนหลับของผู้ป่วยพร้อมลายเซ็นกํากับไม่เกิน 7 วัน นับจากวันที่ทําการ ตรวจเสร็จและจัดส่งผลรายงานตามช่องทางที่โรงพยาบาลกําหนด
4.9 ผู้รับจ้างมีส่วนรับผิดชอบในการติดตามผู้ป่วยให้มารับบริการตามนัดและการให้บริการหลังการ ให้บริการ
4.10 ผู้รับจ้างต้องมีระบบให้คําปรึกษาการปรับตั้งค่าการใช้งานของเครื่องอัดอากาศแรงดันบวก กรณีมีภาวะหยุดหายใจรุนแรงขึ้น
4.11 เวชภัณฑ์ที่มิใช่ยารวมทั้งวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ และวัสดุสิ้นเปลืองทุกชนิด อันเกี่ยวกับการ
ตรวจวินิจฉัยผู้รับจ้างต้องจัดหามาเองทั้งหมด
4.12 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการควบคุมคุณภาพมาตรฐานบริการ มาตรฐานสิ่งแวดล้อม มาตรฐาน 5 ส มาตรฐานการควบคุมป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ และมาตรฐานอื่นๆตามโรงพยาบาลกําหนด
4.13 ผู้รับจ้างจะต้องวางแผนการดําเนินการเมื่อเกิดอัคคีภัยที่สอดคล้องกับแผนของทางโรงพยาบาล
.ประธานกรรมการ
.กรรมการ
.
…กรรมการ
6
4.14 กรณีเกิดอุบัติเหตุ อัคคีภัย ภัยธรรมชาติอื่นๆ ในขณะที่ทําการตรวจซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกายชีวิต หรือทรัพย์สินของผู้ป่วยหรือทรัพย์สินของโรงพยาบาล ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายหรือค่าสินไหม ทดแทนทั้งหมด กรณีที่ทรัพย์สินของราชการชํารุดหรือสูญหาย ผู้รับจ้างจะต้องซ่อมแซมทรัพย์สินนั้นให้ สามารถใช้งานได้ดีดังเดิม
ถ้าหากทรัพย์สินที่ชํารุดหรือสูญหายนั้นไม่สามารถซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพใช้งานได้
ดังเดิม ผู้รับจ้างต้องชดใช้คืนเป็นตัวเงินตามราคาแห่งทรัพย์สินนั้น
4.15 และกรณีที่มีความเสียหายต่อทรัพย์สินของผู้รับจ้าง จากการเกิดอุบัติภัย อัคคีภัย ภัยธรรมชาติ อื่นๆ ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบต่อความเสียหายนั้นเองทั้งหมด
4.16 ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบในความเสียหายต่อร่างกาย ชีวิต และทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ โรงพยาบาลหรือผู้ป่วย อันเกิดจากอุบัติเหตุ หรือบริวารเต็มจํานวนไม่ว่าความเสียหายนั้นจะเกิดจากการจงใจ หรือประมาทเลินเล่อหรือไม่ก็ตาม
4.17 เทคนิคการตรวจการนอนหลับด้วยชุดเครื่องตรวจและวิเคราะห์ความผิดปกติขณะนอนหลับ (Polysomnography type1) ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจการนอนหลับ และต้อง ยินยอมให้ผู้ว่าจ้างตรวจสอบการทํางานของผู้รับจ้างได้ตลอดเวลา
4.18 ผู้รับจ้างสามารถให้บริการตรวจวินิจฉัยด้วยชุดเครื่องตรวจและวิเคราะห์ความผิดปกติขณะ นอนหลับ (Polysomnography type1) ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ
4.19 ผู้รับจ้างจะต้องควบคุมดูแลการบํารุงรักษาซ่อมแซมเครื่องให้สามารถใช้งานได้ตลอดเวลาและ
ต้องมีอะไหล่สํารองให้เพียงพอ
4.20 ผู้รับจ้างจะต้องรักษาจรรยาบรรณของวิชาชีพโดยเคร่งครัดและไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของผู้ป่วย
การเก็บค่าบริการตรวจด้วยชุดเครื่องตรวจและวิเคราะห์ความผิดปกติขณะนอนหลับ (Polysomnography type1) ผู้รับจ้างจะเรียกเก็บค่าบริการจากผู้ว่าจ้างต่อผู้ป่วย 1 รายในการตรวจแต่ละส่วน
( Part Examination ) หากผู้ป่วยรายเดียวกันตรวจแล้วแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านตรวจนอนหลับแพทย์มี ความเห็นว่าผลการตรวจการนอนหลับไม่ได้ตามมาตรฐาน หรือไม่สามารถทําการตรวจโรคจนแล้วเสร็จ
ผู้รับจ้างดําเนินการตรวจซ้ําใหม่ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
4.21 การเสนอราคาการตรวจชุดเครื่องตรวจและวิเคราะห์ความผิดปกติขณะนอนหลับ (Polysomnography type1) ผู้รับจ้างต้องเสนอราคาค่าบริการตามที่โรงพยาบาลกําหนดหรือน้อยกว่าในแต่
ละส่วนการตรวจ
4.22 ผู้รับจ้างจะต้องรวบรวมทํารายงานจํานวนการให้บริการและรายงานตรวจวินิจฉัยโรคของผู้ป่วย
ซึ่งมีเลขประจําตัวผู้ป่วยแต่ละรายและรายการตรวจแต่ละรายการและค่าใช้จ่าย เพื่อขอเบิกค่าบริการตรวจ จากโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนาโดยรวบรวมรายชื่อผู้ป่วยตั้งแต่วันที่ 1 ถึงวันสุดท้ายของเดือน ส่งมอบให้ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ผ่านกลุ่มงานโสต ศอ นาสิก โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนาภายในวันทําการ ในสัปดาห์แรกของแต่ละเดือน
4.23 ผู้รับจ้างต้องสนับสนุนและส่งเสริมงานพัฒนาคุณภาพและบริการ รวมทั้งงานวิชาการโดย
สอดคล้องกับเข็มมุ่งและวิสัยทัศน์ของโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา
e
Qu
ประธานกรรมการ
..กรรมการ
.กรรมการ
7
4.24 ผู้รับจ้างต้องยินยอมให้แพทย์ แพทย์ฝึกหัด และเจ้าหน้าที่อื่นใดของโรงพยาบาลพหลพล พยุหเสนาเข้าศึกษาดูการตรวจและวินิจฉัยได้ตลอดเวลา โดยไม่กระทบต่อการให้บริการผู้ป่วยของผู้รับจ้าง
4.25 ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามระเบียบกฎเกณฑ์ของทางราชการ
4.26 หากผู้ว่าจ้างเห็นว่าการดําเนินงานของผู้รับจ้าง เช่น การบริการไม่เหมาะสม เกิดมลภาวะต่อ สิ่งแวดล้อม ไม่มีประสิทธิภาพ และ/หรืออุปกรณ์ เสื่อมสภาพ หรือไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ และ บอกกล่าวเป็นหนังสือให้แก่ผู้รับจ้างทราบไม่น้อยกว่า 30 วันแล้ว ผู้รับจ้างยังละเลยหรือเพิกเฉยในการแก้ไข ผู้ว่าจ้างจะดําเนินการบอกเลิกสัญญา โดยผู้รับจ้างไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายที่มีหรือพึงมีต่อผู้ว่าจ้างทุกกรณี
4.27 กรณีเมื่อสิ้นสุดสัญญาและไม่ได้รับการต่อสัญญาผู้รับจ้างจะต้องทําการรื้อถอนเครื่องออกจากพื้นที่ ของโรงพยาบาลภายในระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน และทําการแก้ไข ซ่อมแซมสถานที่ให้เรียบร้อย ก่อนส่งมอบให้ ทางโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนาให้ความเห็นชอบ กรณีที่มีการต่อเติมปรับปรุงสถานที่ให้ถือว่าเป็นทรัพย์สิน
ของทางราชการ
4.28 กรณีชุดเครื่องตรวจและวิเคราะห์ความผิดปกติขณะนอนหลับ (Polysomnography type1) ไม่สามารถใช้การได้เป็นปกติติดต่อกันมากกว่า 5 วัน ผู้รับจ้างต้องยินยอมให้โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา ปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 (ศูนย์จุดหนึ่งศูนย์) ของราคาจ้างเหมาบริการจนกว่าจะสามารถให้บริการ
ได้ตามปกติ
4.29 บุคลากรของผู้รับจ้างที่เข้ามาปฏิบัติงานในโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จะต้องปฏิบัติตาม
กฎระเบียบของโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนาอย่างเคร่งครัด และต้องอยู่ภายใต้การกํากับดูแลของ
โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา
4.30 โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา มีสิทธิ์ให้ผู้รับจ้างเปลี่ยนตัวบุคลากรทุกประเภทของผู้รับจ้างที่มา ปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา หากโรงพยาบาลฯ เห็นว่าบุคคลนั้นไม่มีความรู้ ความสามารถ หรือ
ความเหมาะสม
4.31 ผู้รับจ้าง และบุคลากรของผู้รับจ้างจะต้องรักษาจรรยาบรรณตามที่สภาวิชาชีพกําหนดไว้อย่าง เคร่งครัด และต้องไม่เปิดเผยข้อมูลของผู้ป่วยให้ผู้หนึ่งผู้ใดทราบโดยมิได้รับความยินยอมจากแพทย์ผู้ส่งตรวจ หรือผู้มีอํานาจยินยอม โดยข้อมูลผู้ป่วยของโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา ทางโรงพยาบาลฯ จะเป็นผู้เก็บ รักษา และผู้รับจ้างจะต้องไม่นําข้อมูลผู้ป่วยออกนอกโรงพยาบาลฯ
4.32 ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบต่อผู้ป่วยในขณะที่ผู้ป่วยอยู่ในความดูแลของผู้รับจ้างตลอดการตรวจ 4.33 ผู้รับจ้างจะต้องอธิบายการตรวจและความเสี่ยงในการตรวจให้กับผู้ป่วยพร้อมมีเอกสารลงลายมือ
ชื่อยินยอมก่อนเข้ารับการตรวจทุกราย
4.34 การนัดตรวจ, การลงทะเบียน, การดําเนินการตรวจชุดเครื่องตรวจและวิเคราะห์ความผิดปกติขณะ นอนหลับ (Polysomnography System) รวมถึงการคิดค่าใช้จ่าย ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการภายใต้การ ควบคุมดูแลโดยโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา และผู้รับจ้างต้องยินยอมให้โรงพยาบาลฯ ตรวจสอบการทํางาน
ของผู้รับจ้างได้ตลอดเวลา
cl
..ประธานกรรมการ
…กรรมการ
lon
Cam
..กรรมการ
on
8
4.35 ผู้รับจ้างจะต้องรวบรวมจํานวน ซึ่งมีเลขประจําตัวผู้ป่วยแต่ละราย รวมถึงค่าใช้จ่ายเพื่อขอเบิกเงิน ค่าบริการตรวจรักษาจากโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา
4.36 ผู้รับจ้างต้องบันทึกข้อมูลที่เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยทั้งหมด ลงในโปรแกรมของทางโรงพยาบาล
พหลพลพยุหเสนา
4.37 กรณีเกิดการร้องเรียน ฟ้องร้อง เหตุที่เกิดจากพฤติกรรมบริการของผู้รับจ้างเป็นความรับผิดชอบ ของผู้รับจ้างโดยสิ้นเชิง และจะต้องดําเนินการแก้ไขภายใน 3 วัน
4.38 ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบค่าน้ําและค่าไฟฟ้าที่ใช้ในหน่วยงานทุกเดือนซึ่งจะได้รับรายงานแจ้ง
ปริมาณการใช้ต่างๆจากงานธุรการโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา โดยสามารถชําระเงินได้ที่ฝ่ายการเงิน
โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา
4.39 ค่าใช้จ่ายค่าบริการซักรีดผ้าห่ม ผ้าปู ปลอกหมอน ผู้รับจ้างจะต้องชําระเงินให้กับโรงพยาบาล ในอัตราชุดละ 100 บาท โดยรวบรวมและจ่ายเงินทุกสิ้นเดือน ชําระเงินได้ที่ฝ่ายการเงินโรงพยาบาลพหลพล
พยุหเสนา
4.40 ผู้รับจ้างต้องทําบันทึกตกลงเช่าที่ราชพัสดุ ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการปกครองดูแล บํารุงรักษาและการใช้ที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2546 โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายดังกล่าว - คุณสมบัติทั่วไป
ผู้รับจ้างจัดจ้างตรวจวินิจฉัยโรคหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (OSA) แบบวินิจฉัยตลอดคืน
(Polysomnography type) โดยมีเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนขณะทําการตรวจตลอดเวลา ซึ่งรวม ค่าใช้จ่ายแล้ว
5.1 เครื่องตรวจความผิดปกติที่มีมาตรฐาน CE mark หรือเทียบเท่า
5.2 โปรแกรมพร้อมอุปกรณ์วิเคราะห์ประกอบด้วย
5.2.1 ชุดขยายสัญญาณและบันทึกสัญญาณ
จํานวน 1 ชุด
5.2.2 โปรแกรมการใช้งานและวิเคราะห์ผล
จํานวน 1 ชุด
5.2.3 กล้องบันทึกสัญญาณภาพพร้อม Infrared (IP Camera)
จํานวน 1 ชุด
5.2.4 คอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ (Personal Computer)
จํานวน 1 ชุด
5.2.5 อุปกรณ์ประกอบสําหรับตรวจการนอนหลับ
จํานวน 1 ชุด
5.2.6 เครื่องอัดอากาศแรงดันบวกชนิดสองระดับ (Bi-PAP)
จํานวน 1 ชุด
5.3 เครื่องตรวจและวิเคราะห์ความผิดปกติระหว่างหลับ
5.3.1 สามารถบันทึกสัญญาณต่าง ๆ ไม่น้อยกว่า 41 ช่องสัญญาณ ดังนี้
5.3.1.1 1 ช่องสัญญาณ ของ Thorax breathing effort (RIP) 5.3.1.2 1 ช่องสัญญาณ ของ Abdomen breathing effort (RIP)
5.3.1.3 1 ช่องสัญญาณ ของ RIP sum
5.3.1.4 1 ช่องสัญญาณ ของ RIP flow
5.3.1.5 1 ช่องสัญญาณ ของ Snore (ไมโครโฟน)
out
..ประธานกรรมการ
…กรรมการ
..กรรมการ
9
5.3.1.6 1 ช่องสัญญาณ ของ Snore (Pressure)
5.3.1.7 1 ช่องสัญญาณ ของ Sound (เสียงจากไมโครโฟน)
5.3.1.8 1 ช่องสัญญาณ ของ Position (วิเคราะห์แบบ 3 มิติของแกน x, y และ z)
ใช้วิเคราะห์ท่าทางการนอน ระหว่าง กรม (snore position)
5.3.1.9 1 ช่องสัญญาณ ของ Activities หรือ การเคลื่อนไหว
5.3.1.10 1 ช่องสัญญาณ ของ Oxygen Saturation Levels (wireless pulse oximeter)
5.3.1.11 1 ช่องสัญญาณ ของ Pulse (wireless pulse oximeter)
5.3.1.12 1 ช่องสัญญาณ ของ Plethysmograph (wireless pulse oximeter) 5.3.1.13 1 ช่องสัญญาณ ของ Flow โดยตรวจจับสัญญาณ จาก Mask Pressure หรือ
Nasal Pressure ขึ้นอยู่กับการ ติดตั้ง
5.3.1.14 1 ช่องสัญญาณ ของ Event เช่น thermal sensor
5.3.1.15 1 ช่องสัญญาณ ของ Ambient light detector
5.3.1.16 13 ช่องสัญญาณ EEG EOG และ EMG chin
5.3.1.17 4 ช่องสัญญาณ bipolar ของ ECG thermistor 2x leg EMG 5.3.1.18 14 ช่องขยายสัญญาณโดยต่อเข้ากับ C1 อันได้แก่
5.3.1.18.1 12 ช่องสัญญาณ ของ DC channels
5.3.1.18.2 1 ช่องสัญญาณ ของ Different pressure
5.3.1.18.3 1 ช่องสัญญาณ ของ Ambient light detector
5.4 สามารถรองรับการต่อเข้ากับอุปกรณ์เสริมเพิ่มเติมได้และบันทึกด้วย Bluetooth ได้ เช่น EtCO2, CPAP (option เสริม)
5.4.1 สามารถตรวจวัดและใช้ได้ทั้งในผู้ใหญ่ (adult) และเด็ก (pediatrics) ได้
5.4.2 ตัวเครื่องมีน้ําหนักเบา ไม่มากกว่า 120 กรัม ขนาด กว้าง 82 มม. ยาว 62 มม. หนา 26 มม.
5.4.3 มีหน้าจอสีแสดงผลแบบ LED
5.4.4 ตัวเครื่องสามารถบันทึกเสียงระบบ Audio ได้ในตัวเครื่อง ไม่ต้องการติดตั้งเพิ่มเติม
5.4.5 SpO2 pulse และ plethysmography สามารถตรวจวัดด้วยการเชื่อมต่อระบบ Bluetooth ไร้สายไม่รบกวน ผู้ป่วย ระหว่างการนอน
5.4.6 สามารถบันทึกข้อมูลแบบทั้งแบบ Online และ Off line ได้
5.4.7 เครื่องมีหน่วยความจําไม่น้อยกว่า 4 GB
5.4.8 ข้อมูลสามารถถ่ายโอนลงเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วย USB Type-C
5.4.9 เครื่องสามารถใช้แบตเตอรี่ทั้งแบบอัลคาไลน์AA หรือ ชนิด rechargeable แบตเตอรี่
ชนิด Li-ion
5.4.10 สามารถรองรับการเชื่อมต่อกับ Tablet บน Android platform ได้เพื่อการตั้งค่าบันทึก สัญญาณและ ตรวจสอบ คุณภาพสัญญาณ และเฝ้าระวังได้โดยผ่าน Wireless (option เสริม)
ประธานกรรมการ
………………..กรรมการ
(ht
…..กรรมการ
10
5.4.11 สามารถทําการวิเคราะห์ได้ทั้งแบบ Manual และ Automated Scoring ขณะบันทึกข้อมูล ผู้ป่วยและ เรียกอ่านผลภายหลังได้
5.4.12 ระบบรายงานผลสามารถส่งออกเป็นรูปแบบ PDF หรือ Microsoft Word ได้ สามารถปรับ รูปแบบรายงานได้ตาม ต้องการ
5.4.13 สามารถวิเคราะห์ Flow volume loop ได้
5.4.15 เครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมจอภาพ จํานวน 1 ชุด มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
5.4.15.1 มี CPU แบบไม่ต่ํากว่า CORE I5 หรือสูงกว่า
5.4.15.2 ระบบปฏิบัติการ ไม่ต่ํากว่า windows 10 หรือสูงกว่า
5.4.15.3 มี Memory (RAM) ไม่น้อยกว่า 8 GB Hard disk ไม่น้อยกว่า 1TB 5.4.15.4 จอภาพขนาดไม่น้อยกว่า 24.3 นิ้ว
5.4.16 เครื่องพิมพ์ผลสี
5.4.17 กล้องวิดีโอระบบดิจิตอล
จํานวน 1 ชุด
จํานวน 1 ชุด
5.5 เครื่องช่วยหายใจชนิดแรงดันบวกอัตโนมัติระบบสัมผัส
5.5.1 เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก ชนิดปรับแรงดันอัตโนมัติ
=
5.5.2 สามารถปรับแรงดันแบบเมนวล และอัตโนมัติ ปรับแรงดันได้ 4 – 20 cmH2O 5.5.3 มีระบบ Auto Ramp Time (ไม่จําเป็นต้องตั้งเวลา Ramp Time) หรือสามารถตั้งแบบ manualได้โดยสามารถตั้งได้ถึง 45 นาที
5.5.4 มีระบบเซนเซอร์แสง เพื่อช่วยปรับความสว่างของหน้าจอให้เหมาะสม และ sleep อัตโนมัติ
ไม่รบกวนระหว่างพักผ่อน
5.5.5 มีระบบผ่อนลมหายใจออก ระบบช่วยผ่อนลมขณะหายใจ ออกแบบพิเศษ ทําให้รู้สึกสบาย ลดความอึดอัดในขณะใช้งานและขณะนอนหลับ
5.5.6 สามารถแยกภาวะการหยุดหายใจได้ว่าเป็นอุดกั้นทางเดินหายใจ (OSA) หรือแบบสมองไม่สั่ง การหายใจ (Central Apnea) ได้
5.5.6.1 สามารถดูผลการใช้งาน Sleep Report จากหน้าจอของเครื่องได้โดยตรง Usage hours, Events per hour (AHl), Mask Seal Status, Humidifier Status
5.5.6.2 Usage and Sleep Result Statistics information by Period (สมารถเรียกดู ข้อมูลตามช่วงเวลาแบบ 1 Day 1 Week, 1 Month, 3 Months, 6 Months and 1Years ได้) Days Used, Days Used 4+hrs, Average Usage Hours, Pressure, AHI, Total Al, Central AI
5.5.7 มีระบบ AirView สําหรับการจัดการผู้ป่วยระยะไกล ข้อมูลการรักษาผู้ป่วยของคุณสามารถส่ง ต่อไปได้อย่างปลอดภัย
5.5.8 สามารถใช้ได้กับไฟฟ้าตั้งแต่ 100 - 240 V.
ประธานกรรมการ
.กรรมการ
Down
..กรรมการ
11 - เงื่อนไขเฉพาะ
6.1 ผู้รับจ้างจะต้องรับประกันคุณภาพชุดเครื่องตรวจและวิเคราะห์ความผิดปกติขณะนอนหลับ (Polysomnography System)และอุปกรณ์ประกอบทุกชิ้นส่วนตลอดระยะเวลาการจ้างเหมา
6.2 ชุดเครื่องตรวจและวิเคราะห์ความผิดปกติขณะนอนหลับ (Polysomnography System) ผ่าน มาตรฐาน และผ่าน FDA จากประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว
6.3 กรณีเครื่องขัดข้องและผู้รับจ้างไม่สามารถแก้ไขได้ภายในเวลา 48 ชั่วโมง ผู้รับจ้างยินดีจะส่งต่อผู้ป่วย ไปยังโรงพยาบาลอื่นข้างเคียง โดยทางผู้รับจ้างจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเองทั้งสิ้น - กําหนดเวลาส่งมอบพัสดุ
ภายใน 365 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้างทําของ - หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
ใช้หลักเกณฑ์ราคา - วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ได้รับจัดสรร
จ้างเหมาตรวจวินิจฉัยโรคหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดตัน (OSA) จํานวน 1 งาน จํานวน
274 ครั้ง อัตราค่าบริการครั้งละ 5,470 บาท (ห้าพันสี่ร้อยเจ็ดสิบบาทถ้วน) รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,498,780 บาท (หนึ่งล้านสี่แสนเก้าหมื่นแปดพันเจ็ดร้อยแปดสิบบาทถ้วน) - อัตราค่าปรับ
ในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้าง - การกําหนดระยะเวลารับประกันความชํารุดบกพร่อง
ระยะเวลา 12 เดือน นับถัดจากวันที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
กรรมการ
ประธานกรรมการ
.กรรมการ
..กรรมการ