จ้างก่อสร้างระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างก่อสร้างซ่อมแซมห้องแถวนายสิบโสดจุ ๒๐ คน หมายเลข ๑๘๐/๑๘ ของ กองพันทหารราบที่ ๓ กรมทหารราบที่ ๑๗ (ครั้งที่ ๒)

กองทัพบก โดย กองทัพภาคที่ ๓ 69069125607
฿2,477,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 9 มิ.ย. 2569 พิษณุโลก
รายละเอียดการจ้าง

เอกสารนี้เป็นคู่มือการคำนวณเงินชดเชยค่างานก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาได้ หรือที่เรียกว่า “ค่า K” ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับเพิ่มหรือลดค่างานตามการเปลี่ยนแปลงของดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง โดยสัญญาแบบปรับราคาได้นี้สามารถใช้กับงานก่อสร้างทุกประเภท รวมถึงงานปรับปรุงและซ่อมแซมที่เบิกจ่ายในลักษณะค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง การนำสัญญาแบบนี้มาใช้ต้องมีการประกาศและระบุในสัญญาให้ชัดเจน พร้อมกำหนดประเภทงาน สูตร และวิธีการคำนวณที่ชัดเจน ผู้รับจ้างมีหน้าที่เรียกร้องเงินเพิ่มภายใน 90 วันหลังส่งมอบงานงวดสุดท้าย การคำนวณจะอิงตามสูตร P = (Po) x (K) โดย K คือ Escalation Factor ซึ่งคำนวณจากดัชนีราคาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับประเภทงานนั้นๆ เช่น งานอาคาร งานดิน งานทาง และงานระบบสาธารณูปโภค ซึ่งแต่ละประเภทงานจะมีสูตรคำนวณ K ที่แตกต่างกันไป เอกสารยังได้นิยามดัชนีราคาต่างๆ ที่ใช้ในการคำนวณค่า K เช่น ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาสีเมนต์ วัสดุก่อสร้าง เหล็ก และน้ำมันดีเซล เพื่อให้การคำนวณเป็นไปตามมาตรฐานและโปร่งใส

English summary

This document outlines the principles and methods for calculating construction cost compensation based on the adjustable price contract (K-factor). It specifies the conditions for using such contracts, calculation formulas, and different types of construction work, including buildings, earthworks, roads, and utility systems, along with definitions of various price indices used in the calculation. The aim is to ensure fair and transparent adjustments to contract prices.

สถานที่ดำเนินการ

ไม่ระบุ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณเงินชดเชยค่างานก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K)
  • เพื่อให้การปรับเพิ่มหรือลดค่างานก่อสร้างเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรมตามการเปลี่ยนแปลงของดัชนีราคา
  • เพื่อให้ผู้รับจ้างและผู้ว่าจ้างมีความเข้าใจที่ตรงกันเกี่ยวกับเงื่อนไขและวิธีการคำนวณค่า K
  • เพื่อให้สามารถนำสูตรคำนวณค่า K ไปประยุกต์ใช้กับงานก่อสร้างประเภทต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง

ขอบเขตของงาน

  • กำหนดเงื่อนไขและหลักเกณฑ์การใช้สัญญาแบบปรับราคาได้กับงานก่อสร้างทุกประเภท
  • ระบุวิธีการแจ้งและประกาศการใช้สัญญาแบบปรับราคาได้ให้ผู้รับจ้างทราบ
  • กำหนดประเภทงานก่อสร้างและสูตรการคำนวณค่า K ที่แตกต่างกันไปตามลักษณะงาน
  • นิยามดัชนีราคาต่างๆ ที่ใช้ในการคำนวณค่า K เช่น ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาสีเมนต์ วัสดุก่อสร้าง เหล็ก และน้ำมันดีเซล
  • อธิบายวิธีการคำนวณค่า K โดยละเอียด รวมถึงการคำนวณกรณีที่มีงานหลายประเภทในสัญญาเดียว
  • กำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาเงินเพิ่มหรือลดค่างานเมื่อค่า K เปลี่ยนแปลงเกินกว่า 4%
  • กำหนดเงื่อนไขการคำนวณค่า K ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จตามกำหนด
  • อธิบายวิธีการจ่ายเงินตามงวดงาน และการคำนวณเงินเพิ่มหรือลดค่างาน

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการใช้สัญญาแบบปรับราคาได้
  • สูตรการคำนวณค่า K สำหรับงานก่อสร้างแต่ละประเภท
  • นิยามของดัชนีราคาต่างๆ ที่ใช้ในการคำนวณ
  • วิธีการคำนวณค่า K และการปรับเพิ่ม/ลดค่างาน
  • แนวทางการปฏิบัติในการเรียกร้องเงินเพิ่ม/ลดค่างาน

ระยะเวลาดำเนินการ

ไม่ระบุ

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: ผู้รับจ้างต้องเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทย
  • Standards Compliance: ไม่ระบุ
  • Experience: ไม่ระบุ
  • Previous Project Cost: ไม่ระบุ
  • Technical Capabilities: ไม่ระบุ
  • Personnel: ไม่ระบุ

เกณฑ์การพิจารณา

ไม่ระบุ

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • สูตรการคำนวณค่า K สำหรับงานแต่ละประเภท:
    • หมวดที่ 1 งานอาคาร: K = 0.25 + 0.15 It/Io + 0.10 Ct/Co + 0.40 Mt/Mo + 0.10 St/So
    • หมวดที่ 2 งานดิน:
      • งานดิน: K = 0.30 + 0.10 It/Io + 0.40 Et/Eo + 0.20 Ft/Fo
      • งานหินเรียง: K = 0.40 + 0.20 It/Io + 0.20 Mt/Mo + 0.20 St/So
      • งานเจาะระเบิดหิน: K = 0.45 + 0.15 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.20 Et/Eo + 0.10 Et/Fo
    • หมวดที่ 3 งานทาง: (มีหลายสูตรย่อยตามประเภทงานผิวทางและโครงสร้าง)
    • หมวดที่ 4 งานระบบสาธารณูปโภค: (มีหลายสูตรย่อยตามประเภทท่อและระบบ)
  • การคำนวณค่า K ต้องใช้ตัวเลขดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างของกระทรวงพาณิชย์ โดยใช้ฐานปี 2530
  • การคำนวณค่า K ให้ใช้ทศนิยม 3 ตำแหน่งทุกขั้นตอน โดยไม่มีการปัดเศษ
  • การพิจารณาเงินเพิ่มหรือลดค่างาน เมื่อค่า K เปลี่ยนแปลงไปจากค่า K ในเดือนเปิดซองราคามากกว่า 4% ขึ้นไป โดยนำเฉพาะส่วนที่เกิน 4% มาคำนวณ

เงื่อนไขสัญญา

  • การปรับเพิ่มหรือลดค่างานจะเกิดขึ้นเมื่อดัชนีราคาเปลี่ยนแปลงสูงขึ้นหรือลดลงจากเดิมขณะเมื่อวันเปิดซองประกวดราคา
  • ผู้รับจ้างต้องเรียกร้องเงินเพิ่มค่างานก่อสร้างภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ส่งมอบงานงวดสุดท้าย
  • การพิจารณาคำนวณเงินเพิ่มหรือลด และการจ่ายเงินเพิ่มหรือเรียกคืน ต้องได้รับการตรวจสอบและเห็นชอบจากสำนักงบประมาณ
  • การจ่ายเงินแต่ละงวดให้จ่ายค่าจ้างงานที่ทำได้ไปก่อน ส่วนค่างานเพิ่มหรือลดจะคำนวณเมื่อทราบดัชนีราคาที่แน่นอนแล้ว
  • ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จตามกำหนด ให้ใช้ค่า K ของเดือนสุดท้ายตามอายุสัญญา หรือค่า K ของเดือนที่ส่งมอบงานจริง แล้วแต่ว่าค่า K ตัวใดจะมีค่าน้อยกว่า

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: สัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K) สามารถใช้กับงานประเภทใดบ้าง?
    A: สัญญาแบบปรับราคาได้นี้สามารถใช้กับงานก่อสร้างทุกประเภท รวมถึงงานปรับปรุงและซ่อมแซมที่เบิกจ่ายในลักษณะค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง
  • Q: ใครเป็นผู้รับผิดชอบในการแจ้งและประกาศการใช้สัญญาแบบปรับราคาได้?
    A: ผู้ว่าจ้างมีหน้าที่แจ้งและประกาศให้ผู้รับจ้างทราบ เช่น ในประกาศประกวดราคา และต้องระบุในสัญญาจ้าง
  • Q: ผู้รับจ้างมีสิทธิ์เรียกร้องเงินเพิ่มค่างานก่อสร้างได้เมื่อใด?
    A: ผู้รับจ้างมีสิทธิ์เรียกร้องเงินเพิ่มภายในกำหนด 90 วัน นับแต่วันที่ผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานงวดสุดท้าย
  • Q: หากมีการเปลี่ยนแปลงดัชนีราคาไม่เกิน 4% จะมีการปรับเพิ่มหรือลดค่างานหรือไม่?
    A: ไม่มีการปรับเพิ่มหรือลดค่างานในช่วง 4% แรก การคำนวณจะเริ่มเมื่อค่า K เปลี่ยนแปลงไปจากค่า K ในเดือนเปิดซองราคามากกว่า 4% ขึ้นไป
  • Q: ดัชนีราคาที่ใช้ในการคำนวณค่า K อ้างอิงจากหน่วยงานใด?
    A: ดัชนีราคาที่ใช้ในการคำนวณตามสูตรที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้ จัดทำขึ้นโดยกระทรวงพาณิชย์ โดยใช้ฐานของปี 2530 เป็นเกณฑ์
  • Q: หากในสัญญาเดียวมีงานก่อสร้างหลายประเภท จะคำนวณค่า K อย่างไร?
    A: จะต้องแยกค่างานก่อสร้างแต่ละประเภทให้ชัดเจนตามลักษณะของงานนั้นๆ และคำนวณค่า K ตามสูตรที่กำหนดไว้สำหรับงานแต่ละประเภท
  • Q: การคำนวณค่า K ต้องปัดเศษหรือไม่?
    A: กำหนดให้ใช้เลขทศนิยม 3 ตำแหน่งทุกขั้นตอนโดยไม่มีการปัดเศษ
  • Q: หากผู้รับจ้างทำงานล่าช้ากว่ากำหนด จะมีผลต่อการคำนวณค่า K อย่างไร?
    A: ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาในสัญญา ให้ใช้ค่า K ของเดือนสุดท้ายตามอายุสัญญา หรือค่า K ของเดือนที่ส่งมอบงานจริง แล้วแต่ว่าค่า K ตัวใดจะมีค่าน้อยกว่า
  • Q: การจ่ายเงินค่าจ้างในแต่ละงวดเป็นอย่างไร?
    A: การจ่ายเงินแต่ละงวดให้จ่ายค่าจ้างงานที่ผู้รับจ้างทำได้แต่ละงวดตามสัญญาไปก่อน ส่วนค่างานเพิ่มหรือลดจะคำนวณเมื่อทราบดัชนีราคาที่แน่นอนแล้ว
  • Q: การพิจารณาเงินเพิ่มหรือลดค่างานต้องผ่านการเห็นชอบจากหน่วยงานใด?
    A: การพิจารณาคำนวณเงินเพิ่มหรือลด และการจ่ายเงินเพิ่มหรือเรียกคืนจากผู้รับจ้าง ต้องได้รับการตรวจสอบและเห็นชอบจากสำนักงบประมาณ

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

สูตรการคา นวณเงินชดเชยค่างานก่อสร้าง ( ค่า K )
(1) เงื่อนไขและหลักเกณฑ์

  1. สัญญาแบบปรับราคาไดน้้ีใหใ้ชก้ บังานก่อสร้างทุกประเภท รวมถึงงานปรับปรุงและซ่อมแซม ซ่ึงเบิกจ่ายค่างานในลกัษณะหมวดค่าครุภณั ฑ์ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง หมวดเงินอุดหนุนและหมวดรายจ่าย อื่นที่เบิกจ่ายในลกัษณะค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้างที่อยใู่ นเงื่อนไขและหลกัเกณฑต์ ามที่ไดก้า หนดน้ี 2. สัญญาแบบปรับราคาไดน้้ีใหใ้ชท้ ้งัในกรณีเพิ่มหรืดลดค่างานจากค่างานเดิมตามสัญญาเมื่อ ดชันีราคาซ่ึงจดัทา ข้ึนโดยกระทรวงพาณิชย์มีการเปลี่ยนแปลงสูงข้ึนหรือลดลงจากเดิมขณะเมื่อวันเปิ ดซอง ประกวดราคา ส าหรับกรณีที่จัดจ้างโดยวิธีอื่น ให้ใช้วันเปิ ดซองราคาแทน
  2. การนา สัญญาแบบปรับราคาไดไ้ปใชน้ ้นั ผวู้า่ จา้งตอ้งแจง้และประกาศใหผ้รู้ับจา้งทราบ เช่นใน ประกาศประกวดราคาฯ และตอ้งระบุในสัญญาจา้งดว้ยวา่ งานจา้งเหมาน้นั ๆ จะใชส้ ัญญาแบบปรับราคาได้ พร้อมท้งักา หนดประเภทของงานก่อสร้าง สูตรและวธิีการคา นวณที่ใหม้ีการปรับเพิ่มหรือลดค่างานไวใ้หช้ ดัเจน ในกรณีที่มีงานก่อสร้างหลายประเภทในงานจา้งคราวเดียวกนั จะตอ้งแยกประเภทงาน ก่อสร้าง แต่ละประเภทใหช้ ดัเจนตามลกัษณะของงานก่อสร้างน้นั ๆ และใหส้อดคลอ้งกบั สูตรที่กา หนดไว้ 4. การขอเงินเพิ่มค่างานก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาไดน้้ีเป็นหนา้ที่ของผรู้ับจา้งที่จะตอ้งเรียกร้อง ภายในกา หนด 90วนั นบั ต้งัแต่วนั ที่ผรู้ับจา้งไดส้่งมอบงานงวดสุดทา้ยหากพน้กา หนดน้ีไปแลว้ ผรู้ับจา้งไม่มี สิทธิที่จะเรียกร้องเงินเพิ่มค่างานก่อสร้างจากผวู้า่ จา้งไดอ้ีกต่อไปและในกรณีที่ผวู้า่ จา้งจะตอ้งเรียกเงินคืนจาก ผรู้ับจา้ง ใหผ้วู้า่ จา้งที่เป็นคู่สัญญารีบเรียกเงินคืนจากผรู้ับจา้งโดยเร็ว หรือใหห้ กัค่างานของงวดต่อไป หรือให้หกัเงินจากหลกัประกนั สัญญาแลว้แต่กรณี
  3. การพิจารณาคา นวณเงินเพิ่มหรือลด และการจ่ายเงินเพิ่มหรือเรียกคืนจากผรู้ับจา้งตามเงื่อนไข ของสัญญาแบบปรับราคาได้ ต้องได้รับการตรวจสอบและเห็นชอบจากส านักงบประมาณและให้ถือการพิจารณา วนิิจฉยัของสา นกังบประมาณเป็นที่สิ้นสุด
    (2) ประเภทงานก่อสร้างและสูตรทใี่ ช้กบัสัญญาแบบปรับราคาได้
    ในการพิจารณาเพิ่มหรือลดราคาค่างานจา้งเหมาก่อสร้างใหค้า นวณตามสูตรดงัน้ี
    P = (Po) x (K)
    กา หนดให้P = ราคาค่างานต่อหน่วยหรือราคาค่างานเป็นงวดที่จะตอ้งจ่ายใหผ้รู้ับจา้ง
    Po = ราคาค่างานต่อหน่วยที่ผรู้ับจา้งประมูลได้หรือราคาค่างานเป็นงวดซ่ึงระบุไวใ้นสัญญาแลว้แต่กรณี K = ESCALATION FACTOR ที่หักด้วย 4% เมื่อตอ้งเพิ่มค่างานหรือบวกเพิ่ม 4%
    เมื่อตอ้งเรียกค่างานคืน ESCALATION FACTOR K หากไดจ้ากสูตร ซ่ึงแบ่งตามประเภทและ ลกัษณะงานดงัน้ี
    /หมวดที่ 1…
    -2 -
    หมวดที่ 1 งานอาคาร
    งานอาคาร หมายถึง ตวัอาคารเช่น ที่ทา การโรงเรียน โรงพยาบาล หอพกั ที่พกัอาศยั หอประชุม อฒั จนั ทร์ยมิเนเซียม สระวา่ ยน้า โรงอาหารคลงัพสั ดุโรงงาน ร้ัวเป็นตน้ และใหห้ มายความรวมถึง 1.1ไฟฟ้าของอาคารบรรจบถึงสายเมนจา หน่ายแต่ไม่รวมถึงหมอ้แปลงและระบบไฟฟ้า ภายในบริเวณ
    1.2 ประปาของอาคารบรรจบถึงท่อเมนจา หน่ายแต่ไม่รวมถึงระบบประปาภายในบริเวณ 1.3 ระบบท่อหรือระบบสายต่าง ๆ ที่ติดหรือฝังอยใู่ นส่วนของอาคารเช่น ท่อปรับอากาศ ท่อก๊าซ สายไฟฟ้าสา หรับเครื่องปรับอากาศ สายล่อฟ้า ฯลฯ
    1.4 ทางระบายน้า ของอาคารจนถึงทางระบายน้า ภายนอก
    1.5 ส่วนประกอบที่จา เป็นสา หรับอาคารเฉพาะส่วนที่ติดกบัอาคารโดยตอ้งสร้างหรือประกอบ พร้อมกบัการก่อสร้างอาคารแต่ไม่รวมถึงเครื่องจกัรหรือเครื่องมือกลที่นา มาประกอบหรือติดต้งั เช่น ลิฟท์ เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องสูบน้า เครื่องปรับอากาศ พัดลม ฯลฯ
    1.6 ทางเทา้รอบอาคาร ดินถม ดินตกั ห่างจากอาคารโดยรอบไม่เกิน 3 เมตร ใช้สูตร K = 0.25 + 0.15 It/Io + 0.10 Ct/Co + 0.40 Mt/Mo + 0.10 St/So
    หมวดที่ 2 งานดิน
    2.1 งานดิน หมายถึง การขุดดิน การตักดิน การบดอัดดิน การขุดเปิ ดหน้าดิน การเกลี่ย บดอัดดิน การขุด-ถมบดอดัแน่นเขื่อน คลองคนัคลองคนัก้นั น้า คนั ทาง ซ่ึงตอ้งใชเ้ครื่องจกัรเครื่องมือกลปฏิบตัิงาน ส าหรับการถมดินให้หมายความถึงการถมดินหรือทรายหรือวัสดุอื่น ที่มีการควบคุม คุณสมบตัิของวสั ดุน้นั และมีขอ้กา หนดวธิีการถม รวมถึงมีการบดอดัแน่นโดยใชเ้ครื่องจกัรเครื่องมือกล เพื่อให้ได้มาตรฐานตาม ที่กา หนดไว้เช่นเดียวกบังานก่อสร้างถนนหรือเขื่อน ชลประทาน
    ท้งัน้ีใหร้วมถึงงานประเภท EMBANKMENT , EXCAVATION , SUBBASE , SELECTED MATERIAL , UNTREATED BASE และSHOULDER
    ใช้สูตร K =0.30 + 0.10 It/Io + 0.40 Et/Eo + 0.20 Ft/Fo
    2.2 งานหินเรียง หมายถึง งานหินขนาดใหญ่นา มาเรียงกนั เป็นช้นั ให้เป็นระเบียบจนไดค้วามหนา ที่ตอ้งการโดยในช่องวา่ งระหวา่ งหินใหญ่จะแซมดว้ยหินยอ่ ยหรือกรวดขนาดต่าง ๆ และทราย ใหเ้ตม็ ช่องวา่ ง มีการควบคุมคุณสมบัติของวสั ดุและมีขอ้กา หนดวธิีปฏิบตัิโดยใชเ้ครื่องจกัร เครื่องมือกล หรือแรงคน และให้ หมายความรวมถึงงานหินทิ้ง งานหินเรียงยาแนว หรืองานหินใหญ่ที่มีลกัษณะคลา้ยคลึงกนั เพื่อการป้องกนั การกดัเซาะพงัทลายของลาดตลิ่งและทอ้งลา น้า
    ใช้สูตร K = 0.40 + 0.20 It/Io + 0.20 Mt/Mo + 0.20 St/So
    /2.3 งานเจาะ…
    -3 -
    2.3 งานเจาะระเบิดหิน หมายถึง งานเจาะระเบิดหินทวั่ ๆ ไป ระยะทางขนยา้ยไป-กลับประมาณ ไม่เกิน 2กิโลเมตรยกเวน้ งานเจาะระเบิดอุโมงคซ์ ่ึงตอ้งใชเ้ทคนิคช้นั สูง
    ใช้สูตร K = 0.45 + 0.15 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.20 Et/Eo + 0.10 Et/Fo
    หมวดที่ 3 งานทาง
    3.1 งานผิวทาง PRIME COAT , TACK COAT , SEAL COAT
    ใช้สูตร K = 0.30 + 0.40 At/Ao + 0.20 Et/Eo + 0.10 Ft/Fo
    3.2 งานผิวทางSURFACE TREATMENT SLURRY SEAL
    ใช้สูตร K = 0.30 + 0.10 Mt/Mo + 0.30 At/Ao + 0.20 Et/Eo + 0.10 Ft/Fo
    3.3 งานผิวทาง ASPHALTIC CONCRETE , PENETRATION MACADAM
    ใช้สูตร K = 0.30 + 0.10 Mt/Mo + 0.40 At/Ao + 0.10 Et/Eo + 0.10 Ft/Fo
    3.4 งานผิวถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก หมายถึง ผิวถนนคอนกรีตที่ใช้เหล็กเสริม ซึ่งประกอบด้วย ตะแกรงเหล็กเส้นหรือตะแกรงลวดเหล็กกล้าเชื่อมติด (MELDED STEEL WIRE FARRIC) เหล็กเดือย (DOWEL BAR) เหล็กยึด (DEFORMED TIE BAR) และรอยต่อต่าง ๆ (JOINT) ท้งัน้ีใหห้ มายความรวม ถึงแผน่ พ้ืนคอนกรีตเสริมเหล็กบริเวณคอสะพาน (R.C.BRIDGE APPROACH) ด้วย
    ใช้สูตร K = 0.30 + 0.10 It/Io + 0.35 Ct/Co + 0.10 Mt/Mo + 0.15 St/So
    3.5 งานท่อระบายน้า คอนกรีตเสริมเหล็กและงานบ่อพกั หมายถึง ท่อคอนกรีตเสริมเหล็กสา หรับงาน ระบายน้า (PRECAST REINFORCED CONCRETE DRAINAGE PIPE) งานรางระบายน้า คอนกรีต เสริมเหล็กและบริเวณลาดคอสะพานรวมท้งังานบ่อพกัคอนกรีตเสริมเหล็กและงานคอนกรีตเสริมเหล็กอื่น ที่มีรูปแบบและลกัษณะงานคลา้ยคลึงกนั เช่น งานบ่อพกั (MANHOLE) ท่อร้อยสายโทรศพั ท์ท่อร้อยสายไฟฟ้า เป็ นต้น
    ใช้สูตร K = 0.35 + 0.20 It/Io + 0.15 Ct/Co + 0.15 Mt/Mo + 0.15 St/So
    3.6 งานโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กและงานเขื่อนกนั ตลิ่ง หมายถึง สะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก โครงสร้างฐานรากคอนกรีตเสริมเหล็กคอสะพาน (R.C.BEARING UNIT) ท่อเหลี่ยมคอนกรีต เสริมเหล็ก (R.C.BOX CULVERT) หอถงัน้า โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กเขื่อนกนั ตลิ่งคอนกรีตเสริมเหล็ก ท่าเทียบเรือ คอนกรีตเสริมเหล็กและสิ่งก่อสร้างอื่นที่มีลกัษณะคลา้ยคลึงกนั
    ใช้สูตร K = 0.30 + 0.10 It/Io + 0.15 Ct/Co + 0.20 Mt/Mo + 0.25 St/So
    3.6 งานโครงสร้างเหล็กหมายถึงสะพานเหล็กสา หรับคนเดิมขา้มถนนโครงเหล็กสา หรับติดต้งัป้าย จราจรชนิดแขวนสูง เสาไฟฟ้าแรงสูง เสาวทิยุเสาโทรทศัน์หรืองานโครงเหล็กอื่นที่มีลกัษณะคลา้ยคลึงกนั แต่ไม่รวมถึงงานติดต้งัเสาโครงเหล็กสายส่งของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
    ใช้สูตร K = 0.25 + 0.10 It/Io + 0.05 Ct/Co + 0.20 Mt/Mo + 0.40 St/So /หมวดที่ 4…
    -4 -
    หมวดที่4 งานระบบสาธารณูปโภค
    4.1 งานวางท่อ AC และ PVC
    4.1.1 ในกรณีที่ผวู้า่ จา้งเป็นผจู้ดัหาท่อและหรืออุปกรณ์ให้
    ใช้สูตร K = 0.50 + 0.25 It/Io + 0.25 Mt/Mo
    4.12 ในกรณีที่ผรู้ับจา้งเป็นผจู้ดัหาท่อ AC และหรืออุปกรณ ์์
    ใช้สูตร K = 0.40 +0.10 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.40 ACt/ACo
    4.13 ในกรณีที่ผรู้ับจา้งเป็นผจู้ดัหาท่อPVC และหรืออุปกรณ์
    ใช้สูตร K = 0.40 + 0.10 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.40 PVCt/PVCo
    4.2 งานวางท่อเหล็กเหนียวและท่อ HYDENSITY POLYETHTYLENE 4.2.1 ในกรณีที่ผวู้า่ จา้งเป็นผจู้ดัหาท่อและหรืออุปกรณ์ให้
    ใช้สูตร K = 0.40 + 0.10 It/Io + 0.15 Mt/Mo + 0.20 Et/Eo + 0.15 Ft/Fo
    4.2.2 ในกรณีที่ผรู้ับจา้งเป็นผจู้ดัหาท่อเหล็กเหนียวและหรืออุปกรณ์และใหร้วมถึงงาน TRANSMISSION CONDUIT
    ใช้สูตร K = 0.40 + 0.10 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.10 Et/Eo + 0.30 GIPt/GIPo 4.2.3 ในกรณีที่ผรู้ับจา้งเป็นผจู้ดัหาท่อ HYDENSITY POLYETHYLENE และ หรืออุปกรณ์ ใช้สูตร K = 0.50 + 0.10 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.30 PEt/Peo
    4.3 งานปรับปรุงระบบอุโมงคส์ ่งน้า และงาน SECONDARY LINING
    ใช้สูตร K = 0.40 + 0.10 It/Io + 0.15 Et/Eo + 0.35 GIPt/GIPo
    4.4 งานวางท่อPVC หุ้มด้วยคอนกรีต
    ใช้สูตร K = 0.30 + 0.10 It/Io + 0.20 Ct/Co + 0.05 Mt/Mo + 0.05 St/So + 0.30 PVCt/PVCo 4 .5 งานวางท่อPVC กลบทราย
    ใช้สูตร K = 0.25 + 0.05 It/Io + 0.05 Mt/Mo + 0.65 PVCt/PVCo
    4.6 งานวางท่อเหล็กอาบสังกะสี
    ใช้สูตร K = 0.25 + 0.25 It/Io + 0.50 GIPt/GIPo
    /ดชันีก่อสร้าง…
    -5 -
    ดัชนีก่อสร้างและค่า K
    ดัชนีราคาที่ใชค้า นวณตามสูตรที่ใชก้ บั สัญญาแบบปรับราคาได้จดัทา ข้ึนโดยกระทรวงพาณิชย์ K = EXCALATION FACTOR
    It = ดชันีราคาผบู้ริโภคทวั่ ไปของประเทศในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    Io = ดชันีราคาผบู้ริโภคทวั่ ไปของประเทศในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา Ct = ดัชนีราคาราคาซีเมนต์ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    Co = ดัชนีราคาราคาซีเมนต์ ในเดือนที่เปิ ดซองประกวดราคา
    Mt = ดชันีราคาวสั ดุก่อสร้าง (ไม่รวมเหล็กและซีเมนต) ์ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด Mo = ดชันีราคาวสั ดุก่อสร้าง (ไม่รวมเหล็กและซีเมนต) ์ในเดือนที่เปิ ดซองประกวดราคา St = ดชันีราคาเหล็กในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    So = ดัชนีราคาเหล็ก ในเดือนที่เปิ ดซองประกวดราคา
    Gt = ดชันีราคาเหล็กแผน่ เรียบที่ผลิตในประเทศในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด Go = ดชันีราคาเหล็กแผน่ เรียบที่ผลิตในประเทศในเดือนที่เปิ ดซองประกวดราคา At = ดชันีราคาแอสฟัลท์ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    Ao = ดัชนีราคาแอสฟัลท์ ในเดือนที่เปิ ดซองประกวดราคา
    Et = ดชันีราคาเครื่องจกัรกลและบริภณั ฑ์ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    Eo = ดัชนีราคาเครื่องจักรกลและบริภัณฑ์ ในเดือนที่เปิ ดซองประกวดราคา Ft = ดัชนีราคาน้า มนั ดีเซลหมุนเร็วในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    Fo = ดชันีราคาน้า มนั ดีเซลหมุนเร็วในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
    ACt = ดชันีราคาท่อซีเมนตใ์ยหิน ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    ACo = ดชันีราคาท่อซีเมนตใ์ยหิน ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
    PVCt = ดัชนีราคาท่อPVC ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    PVCo = ดชันีราคาท่อPVC ในเดือนที่เปิ ดซองประกวดราคา
    GIPt = ดชันีราคาท่อเหล็กอาบสังกะสีในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    GIPo = ดชันีราคาท่อเหล็กอาบสังกะสีในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
    PEt = ดชันีราคาท่อ HYDENSITY POLYETHYLENE ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด PEo = ดชันีราคาท่อ HYDENSITY POLYETHYLENE ในเดือนที่เปิ ดซองประกวดราคา Wt = ดชันีราคาสายไฟฟ้า ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    Wo = ดัชนีราคาสายไฟฟ้ า ในเดือนที่เปิ ดซองประกวดราคา
    /(3) วิธีการ…
    -6 -
    (3) วิธีการค านวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้
  4. การคา นวณค่า K จากสูตรตามลกัษณะงานน้นั ๆ ใหใ้ชต้วัเลขดชันีราคาวสั ดุก่อสร้างของกระทรวง พาณิชย์ โดยใช้ฐานของปี 2530 เป็ นเกณฑ์ในการค านวณ
  5. การคา นวณค่า K สา หรับกรณีที่มีงานก่อสร้างหลายประเภทรวมอยใู่ นสัญญาเดียวกนั จะตอ้งแยกค่า งานก่อสร้างแต่ละประเภทใหช้ ดัเจนตามลกัษณะของงานน้นั และใหส้อดคลอ้งกบั สูตรทีไดก้า หนดไว้ 3. การคา นวณหาค่า K กา หนดใหใ้ชเ้ลขทศนิยม 3 ตา แหน่งทุกข้นั ตอนโดยไม่มีการปัดเศษ และ กา หนดใหท้ า เลขสัมพนัธ์(เปรียบเทียบ) ใหเ้ป็นผลสา เร็จก่อน แลว้จึงนา ผลลพัธ์ไปคูณกบั ตวัเลขคงที่หน้าเลข สัมพนัธ์น้นั
  6. ใหพ้ ิจารณาเงินเพิ่มหรือลดราคาคางานจากราคาที่ผรู้ับจา้งทา สัญญาตกลงกบัผวู้า่ จา้ง เมื่อค่า K ตาม สูตรสา หรับงานก่อสร้างน้นั ๆ ในเดือนที่ส่งมอบงานมีค่าเปลี่ยนแปลงไปจากค่า K ในเดือน เปิดซองราคามากกวา่ 4% ข้ึนไป โดยนา เฉพาะส่วนที่เกิน 4% มาคา นวณปรับเพิ่มหรือลดค่างานแลว้แต่กรณี(โดยไม่คิด 4% แรกให้) 5. ในกรณีที่ผรู้ับจา้งไม่สามารถทา การก่อสร้างให้แลว้เสร็จตามระยะเวลาในสัญญาโดยเป็นความผดิของ ผรู้ับจา้งค่า K ตามสูตรต่าง ๆ ที่จะนา มาใชใ้นการคา นวณค่างานใหใ้ชค้่า K ของเดือนสุดท้ายตามอายุสัญญา หรือ ค่า K ของเดือนที่ส่งมอบงานจริงแลว้แต่วา่ ค่า K ตวัใดจะมีค่านอ้ยกวา่
  7. การจ่ายเงินแต่ละงวดใหจ้่ายค่าจา้งงานที่ผรู้ับจา้งทา ไดแ้ ต่ละงวดตามสัญญาไปก่อน ส่วนค่างานเพิ่ม หรือค่างานลดลงซ่ึงจะคา นวณไดต้่อเมื่อทราบดชั นีราคาวสั ดุก่อสร้าง ซ่ึงนา มาคา นวณค่า K ของเดือนที่ส่งมอบ งานงวดน้นั ๆ เป็นที่แน่นอนแลว้ เมื่อคา นวณเงินเพิ่มไดใ้หข้อทา ความตกลงเรื่องการเงินกบั สา นกังบประมาณ