ประกวดราคาจ้างวิเคราะห์การรับรู้และกระแสความคิดเห็นของประชาชนด้วย Social Listening, Media Sensing และปัญญาประดิษฐ์ (AI) จำนวน 1 งาน
สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี มีภารกิจสำคัญในการสรุป ประมวล และวิเคราะห์ข่าวสารเพื่อสนับสนุนการทำงานของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ในยุคที่ภูมิทัศน์สื่อ (Media Landscape) เปลี่ยนแปลงไปสู่สื่อสังคมออนไลน์อย่างรวดเร็ว โครงการนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับการทำงานด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ได้แก่ Social Listening เพื่อจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data), ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อวิเคราะห์อารมณ์ความรู้สึก (Sentiment Analysis) และ Media Sensing เพื่อเฝ้าระวังข่าวบิดเบือนและบริหารจัดการวิกฤตการณ์
ขอบเขตงานครอบคลุมการพัฒนาแนวทางและกรอบมาตรฐานด้านการประเมินการรับรู้ อารมณ์ และการตัดสินใจของประชาชนในประเด็นการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคม ข้อมูลที่ได้จะเป็นฐานสำคัญในการวางกลยุทธ์การสื่อสารภาครัฐให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้อย่างแม่นยำและทันท่วงที ผู้รับจ้างจะต้องมีประสบการณ์ในการทำงานลักษณะเดียวกันกับหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือภาคเอกชนที่เชื่อถือได้ เพื่อให้มั่นใจว่าระบบที่นำมาใช้สามารถสะท้อนทัศนคติที่แท้จริงของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม
English summary
The Office of the Spokesperson, Secretariat of the Prime Minister, is seeking a service provider to analyze public perception and sentiment using Social Listening, Media Sensing, and Artificial Intelligence (AI). The project aims to modernize news analysis and database management to keep pace with the rapidly evolving media landscape. By leveraging Big Data and AI-driven sentiment analysis, the project will enable the government to detect social trends, monitor misinformation, and manage crises in real-time. The insights gained will serve as a foundation for the Prime Minister and the Cabinet to develop precise and effective public communication strategies.
สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อพัฒนาแนวทางและกรอบมาตรฐานด้าน Social Listening สำหรับการประเมินการรับรู้ อารมณ์ และการตัดสินใจของประชาชน
- เพื่อวิเคราะห์ประเด็นด้านการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคม
- เพื่อใช้เครื่องมือ Social Listening, Media Sensing และ AI ในการติดตามและวิเคราะห์กระแสสังคม
- เพื่อนำข้อมูลเชิงลึกไปใช้ในการวางกลยุทธ์การสื่อสารของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี
ขอบเขตของงาน
- พัฒนาระบบและแนวทางการวิเคราะห์ข้อมูลจากสื่อสังคมออนไลน์ (Social Listening)
- ใช้เทคโนโลยี AI ในการวิเคราะห์อารมณ์ความรู้สึก (Sentiment Analysis) ของประชาชน
- ใช้ระบบ Media Sensing เพื่อเฝ้าระวังข่าวบิดเบือนและบริหารจัดการวิกฤตการณ์
- จัดทำรายงานสรุปและประมวลผลข้อมูลเชิงลึกเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหาร
- สร้างฐานข้อมูลสำคัญสำหรับการวางกลยุทธ์การสื่อสารภาครัฐ
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- แนวทางและกรอบมาตรฐานด้าน Social Listening
- ระบบการวิเคราะห์การรับรู้และกระแสความคิดเห็นของประชาชน
- รายงานผลการวิเคราะห์ข้อมูล (เชิงลึก) ตามประเด็นที่กำหนด
- ระบบเฝ้าระวังข่าวสารและแจ้งเตือนสถานการณ์วิกฤต
ระยะเวลาดำเนินการ
- ไม่ได้ระบุระยะเวลาสิ้นสุดที่ชัดเจนในเอกสาร (โปรดตรวจสอบในส่วนของร่างสัญญาเพิ่มเติม)
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Experience: ต้องมีผลงานด้านการวิเคราะห์การรับรู้และกระแสความคิดเห็นของประชาชนด้วย Social Listening, Media Sensing และ AI กับหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือภาคเอกชนที่เชื่อถือได้ อย่างน้อย 1 ผลงาน
- Previous Project Cost: ผลงานที่นำมาอ้างอิงต้องมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 500,000 บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) ในสัญญาเดียวและเป็นงานที่แล้วเสร็จสมบูรณ์
- Financial Requirements: ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียนตามเกณฑ์ที่กำหนด (สำหรับงานเกิน 500,000 บาท) หรือมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณโครงการ
เกณฑ์การพิจารณา
- พิจารณาจากคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอตามที่กำหนด
- พิจารณาจากประสบการณ์และผลงานที่ยื่นประกอบ
- การประเมินข้อเสนอทางเทคนิคและราคาตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (e-bidding)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- ต้องรองรับการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) จากสื่อสังคมออนไลน์
- ต้องมีฟังก์ชัน AI สำหรับวิเคราะห์อารมณ์ความรู้สึก (Sentiment Analysis)
- ต้องมีระบบ Media Sensing สำหรับเฝ้าระวังและแจ้งเตือนข่าวสาร
เงื่อนไขสัญญา
- การชำระเงินและบทปรับเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: โครงการนี้เน้นวิเคราะห์สื่อประเภทใดบ้าง? A: เน้นสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) หลากหลายแพลตฟอร์มแบบเรียลไทม์
- Q: AI จะเข้ามามีบทบาทอย่างไรในโครงการนี้? A: ใช้ในการวิเคราะห์อารมณ์ความรู้สึก (Sentiment Analysis) เพื่อสะท้อนทัศนคติที่แท้จริงของประชาชน
- Q: Media Sensing มีไว้เพื่ออะไร? A: เพื่อเฝ้าระวังข่าวบิดเบือนและบริหารจัดการวิกฤตการณ์ให้ทันท่วงที
- Q: ข้อมูลที่ได้จะถูกนำไปใช้ประโยชน์อย่างไร? A: ใช้เป็นฐานข้อมูลในการวางกลยุทธ์การสื่อสารของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี
- Q: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานขั้นต่ำเท่าใด? A: ต้องมีผลงานอย่างน้อย 1 สัญญา มูลค่าไม่ต่ำกว่า 500,000 บาท
- Q: โครงการนี้ครอบคลุมประเด็นใดบ้าง? A: การเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคม
- Q: หากเป็นกิจการร่วมค้าต้องใช้ผลงานของใคร? A: ต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียว
- Q: ต้องลงทะเบียนในระบบใด? A: ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP)
- Q: สามารถใช้หลักฐานวงเงินสินเชื่อแทนมูลค่าสุทธิของกิจการได้หรือไม่? A: ได้ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณโครงการ
- Q: ผลงานที่นำมาอ้างอิงต้องเป็นงานที่เสร็จสิ้นแล้วหรือไม่? A: ใช่ ต้องเป็นสัญญาที่ทำงานแล้วเสร็จและมีการตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตงาน (Terms of Reference: TOR)
ประกวดราคาจ้างวิเคราะห์การรับรู้และกระแสความคิดเห็นของประชาชนด้วย Social Listening, Media Sensing และปัญญาประดิษฐ์ (AI) จํานวน ๑ งาน
ความเป็นมา
อีกหนึ่งภารกิจของสํานักโฆษก คือการให้บริการด้านการสรุป ประมวล วิเคราะห์ข่าว กําหนดประเด็น สําคัญให้ส่วนราชการชี้แจง รวมถึงติดตามตรวจสอบข่าวสารจากสื่อมวลชนทุกแขนง และจัดเก็บข้อมูลสําคัญเพื่อ นํากราบเรียนนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี คณะโฆษกประจําสํานัก นายกรัฐมนตรี และผู้บริหารระดับสูง
ในปัจจุบันภูมิทัศน์สื่อ(Media landscape) มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยข้อมูลข่าวสาร ไม่ได้จํากัดอยู่เพียงสื่อกระแสหลัก แต่กระจายตัวอยู่ในสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) หลากหลายแพลตฟอร์ม ในลักษณะเรียลไทม์ ซึ่งส่งผลต่อการรับรู้และทัศนคติของประชาชนที่มีต่อการดําเนินงานของรัฐบาล อย่างมีนัยสําคัญ สํานักโฆษกจึงมีความจําเป็นต้องยกระดับกระบวนการทํางานด้านการวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล ต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยนําระบบ Social Listening มาช่วยจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีปริมาณมาก เกินกว่ากําลังคนจะจัดเก็บได้ครอบคลุม เพื่อให้สามารถตรวจพบสัญญาณของกระแสสังคมได้ตั้งแต่เริ่มก่อตัว พร้อมทั้งใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยวิเคราะห์อารมณ์ความรู้สึกเพื่อสะท้อนทัศนคติที่แท้จริงของประชาชนได้ อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ยังใช้ระบบ Media Sensing เป็นเครื่องมือเฝ้าระวังข่าวบิดเบือนและบริหารจัดการ วิกฤตการณ์ เพื่อให้ส่วนราชการสามารถชี้แจงและตอบโต้สถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที ซึ่งข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้ จะกลายเป็นฐานข้อมูลสําคัญในการวางกลยุทธ์การสื่อสารของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี เพื่อให้การสื่อสาร ภาครัฐสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้อย่างแม่นยํา
๒. วัตถุประสงค์
เพื่อพัฒนาแนวทางและกรอบมาตรฐานด้าน Social listening สําหรับการประเมินการรับรู้ อารมณ์ และ การตัดสินใจในทางการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคม ของประชาชน โดยใช้เครื่องมือ Social Listening,
Media Sensing และ Al
๓. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๓.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
/๓.๒ ไม่เป็น……
-๒-
๓.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ๓.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๓.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่ เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๓.๕ ไม่เป็นบุคคลที่ซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงาน
ของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๓.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๓.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๓.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่สํานักเลขาธิการ นายกรัฐมนตรี ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขัน อย่างเป็นธรรม ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๓.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๓.๑๐
ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
(๑) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วม ค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก
กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้า ทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
(๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง
เป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอผู้เข้าร่วมค้า
ทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
/(๓.๒) การยื่น…..
- ๓
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้า ที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (๓.๑) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการ จําหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๓.๑๑
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
๓.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑
๑.
กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียน
เกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดง ฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้เป็น วันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลา ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วง เดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดง ฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียนโดยผู้ยื่นข้อเสนอ จะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้
ไม่ต่ํากว่า ๑ ล้านบาท
(๑) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างไม่เกิน ๑ ล้านบาท ไม่ต้องกําหนดทุนจดทะเบียน (๒) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน
(๓) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ํากว่า ๒ ล้านบาท
(๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๒๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ํากว่า ๓ ล้านบาท
(๕) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๒๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน 50 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ํากว่า 4 ล้านบาท
៨
(๖) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 50 ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๕๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ํากว่า ๒๐ ล้านบาท
/(๗) มูลค่า….. - ๔ -
(๗) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๕๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๓๐๐ ล้านบาท ต้องมีทุน จดทะเบียนไม่ต่ํากว่า 50 ล้านบาท
(๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๓๐๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕๐๐ ล้านบาท ต้องมีทุน จดทะเบียนไม่ต่ํากว่า ล้านบาท
๓.
๑๐๐
(๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕๐๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า ๒๐๐ ล้านบาท สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) ขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่น ข้อเสนอ ในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรอง
บัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอ ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดา ที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุน
หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจ
ค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย
แจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุน หรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ําประกัน
ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ
หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการ
พาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคาร
กลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือ ที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอ ไม่เกิน ๙๐ วัน
/๕. กรณี…. - ๕ -
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดา ที่มิได้ถือ สัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
(e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ
แล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วย การรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าว ในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่า ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
ยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
- กรณีตามข้อ ๑ - ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
(๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติ
ล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และ งานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้ว ก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
จัดจ้าง ฯ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็น
๓.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในงานด้านวิเคราะห์การรับรู้และกระแสความ คิดเห็นของประชาชนด้วย Social Listening, Media Sensing และปัญญาประดิษฐ์ (AI) กับหน่วยงานภาครัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือภาคเอกชนที่เชื่อถือได้ อย่างน้อย ๑ ผลงาน ในวงเงินไม่น้อยกว่า ๕๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) และเป็นผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่จะจ้างดังกล่าว ซึ่งผลงานดังกล่าวต้องเป็นผลงาน ในสัญญาเดียวเท่านั้น และเป็นสัญญาที่ได้ทํางานแล้วเสร็จตามสัญญาซึ่งได้มีการส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว โดยให้ยื่นสําเนาหนังสือรับรองผลงาน และสําเนาสัญญาพร้อมผนวก ขณะเข้าเสนอราคา
เนื่องจาก…..