จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างบริการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม ในโครงการจีโนมิกส์ประเทศไทย

สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข 69069112254
฿96,000,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 12 มิ.ย. 2569 นนทบุรี
รายละเอียดการจ้าง

โครงการจ้างบริการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (Whole Genome Sequencing) จำนวน 8,000 ราย เป็นส่วนหนึ่งของแผนปฏิบัติการบูรณาการจีโนมิกส์ประเทศไทย (Genomics Thailand) ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติในการพัฒนาอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร วัตถุประสงค์หลักคือเพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการด้านการแพทย์จีโนมิกส์ (Genomic Medicine) ในประเทศไทย ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลทางพันธุกรรมในการรักษาพยาบาล และสนับสนุนการแพทย์จีโนมิกส์ในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า นอกจากนี้ ยังมุ่งยกระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมการแพทย์และบริการทางการแพทย์ของประเทศให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชนในการป้องกันโรค การรักษาโรคเฉพาะบุคคล และลดผลข้างเคียงจากการรักษา ผู้รับจ้างมีหน้าที่ให้บริการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนมภายในประเทศไทยเท่านั้น โดยต้องส่งมอบข้อมูลตามข้อกำหนดทางเทคนิค และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานทั้งหมด โครงการนี้มีระยะเวลา 300 วัน และวงเงินงบประมาณ 96 ล้านบาท

English summary

This project aims to procure Whole Genome Sequencing (WGS) services for 8,000 individuals as part of the Genomics Thailand initiative. The objective is to enhance the standards of Genomic Medicine services in Thailand, promote the utilization of genomic data for healthcare, and support the integration of genomic medicine into the universal healthcare system. Furthermore, it seeks to elevate Thailand’s medical industry and services in alignment with the national strategy, thereby improving public health outcomes through disease prevention, personalized treatment, and reduced adverse drug reactions. The contractor is responsible for performing WGS exclusively within Thailand, delivering data according to technical specifications, and covering all operational costs. The project duration is 300 days with a budget of 96 million Baht.

สถานที่ดำเนินการ

ประเทศไทย

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • ถอดรหัสพันธุกรรมจำนวน 8,000 ราย เพื่อส่งเสริมและยกระดับมาตรฐานการให้บริการด้านการแพทย์จีโนมิกส์ (Genomic Medicine) ในประเทศไทย
  • สนับสนุนให้เกิดบริการด้านการแพทย์จีโนมิกส์ในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และระบบการรักษาพยาบาลของประเทศไทยได้ใช้ประโยชน์จากข้อมูลจีโนมอย่างมีประสิทธิภาพ
  • ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงบริการด้านการแพทย์จีโนมิกส์ได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
  • ยกระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมการแพทย์ทางด้านการแพทย์จีโนมิกส์และการให้บริการทางการแพทย์ของประเทศไทย ให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ
  • นำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น ทั้งในด้านการป้องกันโรคและอาการแพ้ยา รวมทั้งการรักษาโรคที่มีความรุนแรงและมีลักษณะเฉพาะเจาะจงได้มากขึ้น

ขอบเขตของงาน

  • ให้บริการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (Whole Genome Sequencing) จำนวน 8,000 ราย
  • ดำเนินการถอดรหัสพันธุกรรมในประเทศไทยเท่านั้น ห้ามส่งตัวอย่างชีวภาพหรือสารพันธุกรรมออกนอกประเทศเพื่อดำเนินการ
  • ส่งมอบข้อมูลการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนมให้แก่ สวรส. หรือหน่วยงานที่ สวรส. กำหนด (เช่น สวทช.) ตามข้อกำหนดทางเทคนิค
  • จัดหาอุปกรณ์และเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการให้บริการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม และบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานและทันสมัย
  • รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการพัฒนาและปรับปรุงห้องปฏิบัติการ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ค่าเช่าพื้นที่ ค่าจ้างบุคลากร ค่าสาธารณูปโภค ค่าซ่อมบำรุงเครื่องมืออุปกรณ์ และค่าใช้จ่ายในการรื้อถอน/ปรับปรุงพื้นที่ให้กลับสู่สภาพเดิมเมื่อสิ้นสุดสัญญา
  • ปกปิดและเก็บรักษาความลับของข้อมูลพันธุกรรม ตัวอย่างสารพันธุกรรม และข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการฯ อย่างเคร่งครัด

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ข้อมูลรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (Whole Genome Sequencing Data) จำนวน 8,000 ราย ตามข้อกำหนดด้านคุณภาพและรูปแบบที่ระบุในเอกสารแนบท้าย
  • หนังสือยืนยันการรับมอบงานจาก สวทช. สำหรับแต่ละงวดงาน

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาการว่าจ้าง: 300 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญาจ้าง
  • การส่งมอบงวดแรก: ภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
  • การส่งมอบข้อมูลหลังได้รับตัวอย่าง: ภายใน 15 วัน นับจากวันที่ได้รับตัวอย่าง DNA
  • การแก้ไขงานที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด: ภายใน 15 วัน นับจากได้รับแจ้งให้แก้ไขจาก สวทช.

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • มีความสามารถตามกฎหมาย
    • ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    • ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    • ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐชั่วคราว
    • ไม่เป็นผู้ที่ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงาน
    • มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างฯ กำหนด
    • เป็นบุคคลธรรมดา นิติบุคคล หรือกิจการร่วมค้า ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    • ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
    • ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์
    • ต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP)
  • Standards Compliance:
      • (ไม่ระบุข้อกำหนดมาตรฐาน ISO หรือมาตรฐานสากลอื่น ๆ โดยตรงในส่วนนี้ แต่ข้อกำหนดทางเทคนิคอาจระบุถึงมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง)
  • Experience:
      • (ไม่ระบุประสบการณ์เฉพาะเจาะจง เช่น จำนวนปี หรือประเภทโครงการที่ชัดเจนในส่วนนี้ แต่คาดว่าประสบการณ์ด้าน Whole Genome Sequencing จะเป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณา)
  • Previous Project Cost:
      • (ไม่ระบุข้อกำหนดเกี่ยวกับมูลค่าโครงการที่เคยทำมาก่อน)
  • Technical Capabilities:
    • มีความสามารถในการให้บริการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (Whole Genome Sequencing)
    • มีอุปกรณ์และเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการให้บริการ และสามารถบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพทันสมัย
    • มีห้องปฏิบัติการที่พร้อมสำหรับการดำเนินงาน
  • Personnel:
      • (ไม่ระบุข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณวุฒิ วุฒิการศึกษา หรือใบอนุญาตประกอบวิชาชีพของบุคลากรโดยตรงในส่วนนี้ แต่คาดว่าบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านจีโนมิกส์จะเป็นสิ่งจำเป็น)
  • General Qualifications:
    • ไม่เป็นผู้ถูกฟ้องร้องซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสถานะทางการเงินหรือการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญ
    • กรณีเป็นนิติบุคคลรายเดียวหรือกิจการร่วมค้าที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลใหม่ ต้องมีผู้ถือหุ้นสัญชาติไทย (นิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดา) ในสัดส่วนเกินกว่า 25%
    • กรณีเป็นกิจการร่วมค้า (ไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลใหม่) ต้องมีสมาชิกเป็นนิติบุคคลสัญชาติไทยอย่างน้อย 1 ราย (บริษัทจำกัด/มหาชน) สัดส่วนลงทุนเกิน 25% และมีข้อตกลงที่ชัดเจนเกี่ยวกับผู้เข้าร่วมค้าหลัก (ถ้ามี)
    • ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการเป็นบวก (สินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ) สำหรับปีงบการเงินล่าสุดที่ตรวจสอบแล้ว (สำหรับนิติบุคคลที่จัดตั้งเกิน 1 ปี)

เกณฑ์การพิจารณา

  • (ไม่ได้ระบุเกณฑ์การประเมินราคาและคุณสมบัติในส่วนที่ให้มานี้ แต่โดยทั่วไปจะพิจารณาจากคุณสมบัติทางเทคนิค ราคา และเงื่อนไขอื่น ๆ ตามที่ระบุในเอกสารประกวดราคาฉบับเต็ม)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • การให้บริการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (Whole Genome Sequencing)
  • คุณภาพของข้อมูลรหัสพันธุกรรมที่ส่งมอบต้องเป็นไปตามข้อกำหนด (Output Specification) ที่ระบุในเอกสารแนบท้ายหมายเลข ๑: ข้อกำหนดทางเทคนิคของโครงการฯ และภาคผนวกหมายเลข ๑: ข้อกำหนด หลักเกณฑ์ ขั้นตอนและกระบวนการในการให้บริการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม
  • การจัดหาและบำรุงรักษาอุปกรณ์และเครื่องมือที่ทันสมัย
  • การดำเนินงานในห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน

เงื่อนไขสัญญา

  • Payment Schedule: การชำระค่าจ้างจะดำเนินการเป็นรายเดือน หลังจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้พิจารณาและตรวจรับมอบงานที่ผู้รับจ้างส่งมอบ (หลังจาก สวทช. ยืนยันรับมอบงาน)
  • Penalties: (ไม่ได้ระบุรายละเอียดค่าปรับในส่วนที่ให้มานี้ แต่โดยทั่วไปจะมีการระบุไว้ในสัญญา)
  • Ownership: สวรส. เป็นเจ้าของข้อมูลรหัสพันธุกรรม ตัวอย่างชีวภาพ และข้อมูลอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการฯ
  • Confidentiality: ผู้รับจ้างต้องรักษาความลับของข้อมูลพันธุกรรมและข้อมูลโครงการฯ อย่างเคร่งครัด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q1: โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร?
    A1: เพื่อจ้างบริการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนมจำนวน 8,000 ราย เพื่อสนับสนุนแผนปฏิบัติการบูรณาการจีโนมิกส์ประเทศไทย (Genomics Thailand) และยกระดับการแพทย์จีโนมิกส์ของประเทศ
  • Q2: ผู้รับจ้างต้องดำเนินการถอดรหัสพันธุกรรมที่ประเทศใด?
    A2: ผู้รับจ้างต้องดำเนินการถอดรหัสพันธุกรรมในประเทศไทยเท่านั้น ห้ามส่งตัวอย่างชีวภาพหรือสารพันธุกรรมออกนอกประเทศ
  • Q3: สวรส. มีหน้าที่รับผิดชอบอะไรบ้างในโครงการนี้?
    A3: สวรส. มีหน้าที่จ้างบริการ, ประสานงานการส่งตัวอย่าง DNA, และประสานงานให้ สวทช. ตรวจสอบคุณภาพและปริมาณผลงานของผู้รับจ้าง
  • Q4: ผู้รับจ้างต้องส่งมอบผลงานเมื่อใด?
    A4: ต้องส่งมอบข้อมูลงวดแรกภายใน 60 วันหลังลงนามสัญญา และส่งมอบข้อมูลหลังได้รับตัวอย่าง DNA ภายใน 15 วัน หากคุณภาพไม่เป็นไปตามกำหนด ต้องแก้ไขภายใน 15 วันหลังได้รับแจ้ง
  • Q5: ใครเป็นผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบคุณภาพและปริมาณของผลงาน?
    A5: สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จะเป็นผู้ตรวจสอบคุณภาพและปริมาณของผลงาน
  • Q6: โครงการนี้มีระยะเวลาดำเนินการนานเท่าใด?
    A6: ระยะเวลาการว่าจ้างคือ 300 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
  • Q7: วงเงินงบประมาณสำหรับโครงการนี้เท่าไหร่?
    A7: วงเงินงบประมาณคือ 96,000,000 บาท (เก้าสิบหกล้านบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว
  • Q8: ผู้รับจ้างมีหน้าที่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดบ้าง?
    A8: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการพัฒนาและปรับปรุงห้องปฏิบัติการ ค่าดำเนินงาน ค่าเช่าบุคลากร สาธารณูปโภค ค่าซ่อมบำรุง และค่าปรับปรุงพื้นที่ให้กลับสู่สภาพเดิม
  • Q9: ข้อมูลพันธุกรรมที่ได้จากการถอดรหัสเป็นกรรมสิทธิ์ของใคร?
    A9: สวรส. เป็นเจ้าของข้อมูลรหัสพันธุกรรม ตัวอย่างชีวภาพ และข้อมูลอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการฯ
  • Q10: มีข้อกำหนดพิเศษเกี่ยวกับสัญชาติของผู้ถือหุ้นสำหรับนิติบุคคลผู้ยื่นข้อเสนอหรือไม่?
    A10: กรณีเป็นนิติบุคคลรายเดียวหรือกิจการร่วมค้าที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลใหม่ ต้องมีผู้ถือหุ้นสัญชาติไทย (นิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดา) ในสัดส่วนเกินกว่า 25%

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

หน้า ๑ จาก ๒๕
รายละเอียดและขอบเขตของงาน (Terms of Reference)
การจ้างบริการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม ในโครงการจีโนมิกส์ประเทศไทย
ความเป็นมาของโครงการฯ
อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจรเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่จะต้องได้รับการส่งเสริมและ
พัฒนาเพื่อให้ประเทศไทยสามารถที่จะแข่งขันกับประเทศอื่น มีความมั่นคงและสร้างความยั่งยืนของประเทศไทย
ในระยะยาว รวมทั้งเพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ได้รับบริการทางการแพทย์ที่ใช้เทคโนโลยี
และนวัตกรรมทางการแพทย์ขั้นสูง โดยใช้วิธีการตรวจทางพันธุกรรมซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สําคัญ ของการแพทย์จีโนมิกส์ (Genomic Medicine) และยังเป็นหนึ่งในนวัตกรรมและเทคโนโลยีการบริการ ทางการแพทย์ขั้นสูง โดยนําข้อมูลทางพันธุกรรมหรือข้อมูลในระดับโมเลกุลของบุคคลมาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูล ทางสุขภาพอื่น เช่น วิถีชีวิตและสิ่งแวดล้อม เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกอันจะทําให้เกิดความเข้าใจและสามารถ หาแนวทางการรักษาที่เหมาะสม เกิดประสิทธิภาพของการรักษา ลดผลเสียข้างเคียงจากการรักษา และ ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรค นอกจากนี้การแพทย์จีโนมิกส์ยังช่วยดูแลรักษา ส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ป่วยอีกด้วย ในการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแผนปฏิบัติการบูรณาการจีโนมิกส์ประเทศไทย (Genomics Thailand) (พ.ศ. ๒๕๖๓-๒๕๖๗) (แผนปฏิบัติการบูรณาการฯ) ซึ่งเป็นแผนที่มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๕๐) แผนแม่บทแผนที่ ๔: อุตสาหกรรมและการบริการแห่งอนาคต โดยแผนปฏิบัติการบูรณาการฯ ครอบคลุมถึงมาตรการในการพัฒนาจีโนมิกส์ของประเทศทั้งในด้านการส่งเสริม ด้านการวิจัยและการประยุกต์ใช้ การบริการ การวิเคราะห์และจัดการข้อมูล Ethical, Legal and Social Implications (ELSI) การผลิตและพัฒนาบุคลากร และการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติให้สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) เป็นหน่วยงานกลางขับเคลื่อนแผน ปฏิบัติการบูรณาการฯ โดยมอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นหน่วยงานหลักและทํางานบูรณาการ ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาการแพทย์จีโนมิกส์ในประเทศไทย
คณะกรรมการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ในการประชุมครั้งที่ ๘/๒๕๖๘ เมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๘ มีมติอนุมัติจัดจ้างบริการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนมในโครงการจีโนมิกส์ประเทศไทย จํานวน 4,000 (แปดพัน) ราย เพื่อให้มีข้อมูลรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนมเพิ่มขึ้น อันจะเป็นผลดีต่อการวินิจฉัยและ
วางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยํา
๒.
วัตถุประสงค์ของโครงการฯ
๒.๑ ถอดรหัสพันธุกรรมจํานวน ๘,๐๐๐ (แปดพัน) ราย เพื่อส่งเสริมและยกระดับมาตรฐานการ ให้บริการด้านการแพทย์จีโนมิกส์ (Genomic Medicine) ในประเทศไทย ซึ่งเป็นการเปลี่ยนวิธีการ รักษาพยาบาล โดยใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลในเรื่องของยีนและสนับสนุนให้เกิดบริการด้านการแพทย์จีโนมิกส์
ในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และระบบการรักษาพยาบาลของประเทศไทยได้ใช้ประโยชน์จากข้อมูล จีโนมอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นประโยชน์ต่อประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงบริการด้านการแพทย์จีโนมิกส์ ได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
Juy N
Her
Atry & ts9 4
The Site.
прит
หน้า ๒ จาก ๒๕
๒.๒ เพื่อยกระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมการแพทย์ทางด้านการแพทย์จีโนมิกส์และการให้บริการ ทางการแพทย์ของประเทศไทย ให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๔๐) เป้าหมายการยกระดับ การพัฒนาประเทศ และเป้าหมายของแผนปฏิบัติการบูรณาการจีโนมิกส์ประเทศไทย ที่จะนําไปสู่การยกระดับ คุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น ทั้งในด้านการป้องกันโรคและอาการแพ้ยา รวมทั้งการรักษาโรคที่มีความรุนแรง และมีลักษณะเฉพาะเจาะจงได้มากขึ้น
๓.
เป้าหมายของโครงการฯ
เพื่อเป็นภารกิจรองรับการขับเคลื่อนการแพทย์จีโนมิกส์ภายใต้แผนปฏิบัติการบูรณาการจีโนมิกส์ ประเทศไทย (Genomics Thailand) ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศอย่างน้อย ๓ ด้านหลัก ได้แก่ (๑) ด้าน การแพทย์และสาธารณสุขที่จะช่วยดูแลรักษาสุขภาพของประชาชนให้ดีขึ้น ลดภาวะแทรกซ้อน ลดการป่วย และลดค่าใช้จ่ายของการรักษาที่ไม่แม่นยํา (๒) ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับสูงสําหรับการบริการ ใน Medical Hub และ (๓) ด้านเศรษฐกิจและสังคมโดยเป็นการส่งเสริมให้เกิดอุตสาหกรรมการแพทย์ ครบวงจรภายในประเทศไทย และยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดการลงทุน การพัฒนา และการให้บริการในอุตสาหกรรม การแพทย์ด้านการแพทย์จีโนมิกส์
๔.
ขอบเขตของโครงการฯ
ผู้รับจ้างต้องให้บริการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (Whole Genome Sequencing) จํานวน ๘,๐๐๐ (แปดพัน) ราย แก่ สวรส. เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการฯ
๕.
หน้าที่และความรับผิดชอบของ สวรส.
๕.๑ ดําเนินการจ้างบริการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนมจากผู้รับจ้างเป็นจํานวนเท่ากับ ๘,๐๐๐ (แปดพัน) ราย
๕.๒ ประสานเพื่อให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ดําเนินการส่งตัวอย่าง DNA ให้แก่ผู้รับจ้างอย่างทันเวลา ๕.๓ ประสานเพื่อให้สํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ตรวจสอบจํานวน และคุณภาพของผลผลิตที่ผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบได้ทันเวลา ได้แก่ ข้อมูลรหัสพันธุกรรมตามจํานวนและ คุณภาพที่สอดคล้องกับข้อกําหนดด้านข้อมูลรหัสพันธุกรรมที่จะส่งมอบจากการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม
(Output Specification) ตามรายละเอียดและข้อกําหนดของ เอกสารแนบท้ายรายละเอียดและขอบเขตงาน หมายเลข ๑ : ข้อกําหนดทางเทคนิคของโครงการฯ ภาคผนวกหมายเลข ๑ : ข้อกําหนด หลักเกณฑ์
ขั้นตอนและกระบวนการในการให้บริการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม ด้วยการให้ สวทช. ตอบกลับเมื่อได้รับ ข้อมูลและยืนยันเมื่อข้อมูลครบถ้วนถูกต้อง และดําเนินการเพื่อให้ สวทช. ออกหนังสือยืนยันรับมอบการ ตรวจสอบจํานวนและคุณภาพของผลผลิตให้แก่ สวรส.
๖.
หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง ตลอดจนสิทธิอื่นๆ ที่ผู้รับจ้างจะได้รับ ๖.๑ หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง
(๑) ดําเนินการให้บริการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนมของ DNA ที่อยู่ในสารละลายที่จัด โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นจํานวนเท่ากับ 4,000 (แปดพัน) ราย ภายในระยะเวลาสัญญา
จัดหา
(๒) ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการถอดรหัสพันธุกรรมในประเทศไทยเท่านั้น โดยมิให้ส่งตัวอย่าง ชีวภาพไม่ว่าจะเป็นเลือด ดีเอ็นเอ สารพันธุกรรมชนิดอื่น หรือสารชีวโมเลกุลใดก็ตามที่สกัดได้จากตัวอย่าง ชีวภาพของอาสาสมัครในโครงการฯ ไปดําเนินการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม หรือการตรวจอื่นใด
ยังต่างประเทศ
Dur
9
War for the v
Phu mun
9,
หน้า ๓ จาก ๒๕
(๓) ดําเนินการส่งมอบข้อมูลการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนมให้แก่ สวรส. หรือหน่วยงานที่ สวรส.
กําหนด เช่น สวทช. โดยผลงานที่ส่งมอบจะต้องเป็นไปตามรายละเอียดและข้อกําหนดตาม เอกสารแนบท้าย รายละเอียดและขอบเขตงานหมายเลข ๑ : ข้อกําหนดทางเทคนิคของโครงการฯ ภาคผนวกหมายเลข ๑ :
ข้อกําหนด หลักเกณฑ์ ขั้นตอนและกระบวนการในการให้บริการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม
(๔) ดําเนินการจัดหาอุปกรณ์และเครื่องมือที่จําเป็นสําหรับการให้บริการถอดรหัสพันธุกรรม ทั้งจีโนม และซ่อมบํารุงรักษาเครื่องมืออุปกรณ์ที่ใช้ในการให้บริการดังกล่าวให้ทันสมัยกับเทคโนโลยีที่เป็น ปัจจุบันในอุตสาหกรรม ตาม เอกสารแนบท้ายรายละเอียดและขอบเขตงานหมายเลข ๑ : ข้อกําหนดทาง เทคนิคของโครงการฯ ภาคผนวกหมายเลข ๑ : ข้อกําหนด หลักเกณฑ์ ขั้นตอนและกระบวนการในการ ให้บริการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม
(๕) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการพัฒนาและปรับปรุงห้องปฏิบัติการ ค่าใช้จ่าย ในการดําเนินงานของห้องปฏิบัติการ ค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการดําเนินงาน ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จํากัดเพียง ค่าเช่าพื้นที่ ค่าจ้างบุคลากร และค่าสาธารณูปโภคและค่าส่วนกลาง ค่าใช้จ่ายในการซ่อมบํารุงรักษาและ เครื่องมืออุปกรณ์ที่ใช้ในการให้บริการ ค่าใช้จ่ายในการรื้อถอน ปรับปรุง และตกแต่งพื้นที่ให้กลับคืนสู่สภาพเดิม ก่อนที่ได้เข้าไปดําเนินการเมื่อเสร็จสิ้นการให้บริการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม ค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติหน้าที่อื่น
ตามที่กําหนดไว้ในสัญญาจ้างผู้รับจ้าง ตลอดจนภาษีอากรและค่าธรรมเนียมตามที่กฎหมายกําหนด
(๖) ผู้รับจ้างจะต้องปกปิดและเก็บรักษาความลับของข้อมูลพันธุกรรมทั้งจีโนมของคนไทย รวมทั้งตัวอย่างสารพันธุกรรม (DNA) สารพันธุกรรมอื่นๆ หรือตัวอย่างชีวภาพ และผลการให้บริการถอดรหัส พันธุกรรมทั้งจีโนม ข้อมูลและรายละเอียดที่ได้รับจากการดําเนินงานจ้าง ข้อมูลอื่นของโครงการฯ ซึ่งมีเนื้อหา สาระเป็นความลับเกี่ยวกับรายละเอียดด้านเทคนิค ข้อมูลด้านการเงิน ความลับทางการค้า สัญญาจ้าง ซึ่งโดย ลักษณะอาจมีมูลค่าเชิงพาณิชย์ ซึ่งได้รับมาจาก สวรส. หรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง และ/หรือ ที่ผู้รับจ้างได้ล่วงรู้ หรือรับทราบสืบเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่ให้บริการตามสัญญาจ้างอย่างเคร่งครัด ไม่เปิดเผยแก่บุคคลอื่นใด จะไม่ใช้ประโยชน์ไม่ว่าจะโดยตนเองหรือบุคคลอื่นหรือยินยอมให้มีการดําเนินการดังกล่าว ไม่ทําสําเนาหรือ จัดเก็บสํารองข้อมูลไม่ว่าส่วนหนึ่งส่วนใดไว้ในความครอบครองไม่ว่าในรูปแบบใดๆ ตลอดจนจะปฏิบัติต่อข้อมูล ทั้งหลายที่กล่าวมาโดยคํานึงถึงหลักความเป็นส่วนตัวและจะปฏิบัติอย่างเคร่งครัดตามคู่มือ แนวปฏิบัติ กฎ ระเบียบ และ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลต่างๆ ข้างต้น การรักษาความลับ หรือการปฏิบัติต่อข้อมูลใดๆ ดังกล่าวด้วย โดยไม่ว่ากรณีใดๆ ผู้รับจ้างจะดําเนินการให้บุคลากรของผู้รับจ้าง และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน ปฏิบัติ หน้าที่เรื่องการรักษาความลับนี้อย่างเคร่งครัดด้วยเช่นเดียวกัน โดยในกรณีที่มีความเสียหายเกิดขึ้น สวรส. มีสิทธิในการเรียกร้องค่าเสียหาย ในกรณีที่มีความเสียหายเกิดขึ้นตามกฎหมาย (ถ้ามี)
(๗) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กําหนดไว้ในสัญญาจ้างผู้รับจ้าง
๖.๒ สิทธิอื่นๆของผู้รับจ้าง
ผู้รับจ้างอาจได้รับการส่งเสริมการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือกฎหมาย
ว่าด้วยเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่แต่ละกฎหมายกําหนด
๗.
กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่จําเป็นในการดําเนินโครงการฯ
สวรส. เป็นเจ้าของข้อมูลรหัสพันธุกรรม จํานวน ๔,๐๐๐ (แปดพัน) ราย รวมถึงกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน ที่เกี่ยวข้องกับการดําเนินโครงการฯ ได้แก่ ตัวอย่างชีวภาพและข้อมูลต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการดําเนินการ
Laur
710
onday, Jan thener
прит
Phu Sun
หน้า ๔ จาก ๒๕
๘.
การส่งมอบงาน และการตรวจรับมอบงาน
๔.๑ ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการให้บริการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนมของตัวอย่างพันธุกรรม (DNA) ของมนุษย์ โดยจะต้องส่งมอบข้อมูลรหัสพันธุกรรมตามจํานวนและคุณภาพที่สอดคล้องกับข้อกําหนดด้าน
ข้อมูลรหัสพันธุกรรมที่จะส่งมอบจากการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (Output Specification) งวดแรกให้แก่ สวรส. ภายใน 50 (หกสิบ) วันนับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
๔.๒ ผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบข้อมูลรหัสพันธุกรรมตามจํานวนและคุณภาพที่สอดคล้องกับข้อกําหนด ด้านข้อมูลรหัสพันธุกรรมที่จะส่งมอบจากการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (Output Specification) ให้แก่ สวรส. ภายใน ๑๕ (สิบห้า) วันนับจากวันที่ได้รับตัวอย่างพันธุกรรม (DNA) จากผู้ให้ตัวอย่าง และหากคุณภาพของข้อมูล ไม่เป็นไปตามที่ระบุไว้ใน เอกสารแนบท้ายรายละเอียดและขอบเขตงานหมายเลข ๑ : ข้อกําหนดทางเทคนิค ของโครงการฯ ภาคผนวกหมายเลข ๑ : ข้อกําหนด หลักเกณฑ์ ขั้นตอนและกระบวนการในการให้บริการ ถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม ผู้รับจ้างต้องแก้ไขและส่งมอบงานการถอดรหัสพันธุกรรมให้ได้จํานวนและคุณภาพ ตามที่กําหนดให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลา ๑๕ (สิบห้า) วันนับจากได้รับแจ้งให้แก้ไขจาก สวทช.

๔.๓ เมื่อผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานตาม ข้อ ๔.๑ และ ๔.๒ ข้างต้นแล้ว สวรส. จะดําเนินการดังต่อไปนี้
(๑) ดําเนินการให้ สวทช. ตรวจสอบจํานวนและคุณภาพงานที่ผู้รับจ้างส่งมอบโดยสอดคล้อง ตามข้อกําหนดของ เอกสารแนบท้ายรายละเอียดและขอบเขตงานหมายเลข ๑ : ข้อกําหนดทางเทคนิคของ โครงการฯ ภาคผนวกหมายเลข ๑ : ข้อกําหนด หลักเกณฑ์ ขั้นตอนและกระบวนการในการให้บริการ ถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม และออกหนังสือยืนยันการรับมอบงานสําหรับงวดให้แก่ สวรส.
(๒) คณะกรรมการตรวจรับพัสดุจะพิจารณาและตรวจรับมอบงานที่ผู้รับจ้างส่งมอบหลังจาก สวทช. ได้มีหนังสือยืนยันการรับมอบงานดังกล่าวตาม (๑) แล้วเป็นรายเดือน และ สวรส.จะดําเนินการชําระ ค่าจ้างสําหรับงานที่ได้ตรวจรับมอบไว้จริงให้แก่ผู้รับจ้างตามหลักเกณฑ์ในข้อ ๑๖ ต่อไป
๙.
ระยะเวลาของโครงการ และวงเงินในการจัดหา
๔.๑ ระยะเวลาการว่าจ้างผู้รับจ้างเป็นระยะเวลา ๓๐๐ วัน (สามร้อยวัน) นับถัดจากวันที่ลงนาม ทําสัญญาจ้างกับ สวรส.
๔.๒ วงเงินในการจัดหาของโครงการ จํานวน ๙๖,000,000 บาท (เก้าสิบหกล้านบาทถ้วน) ซึ่งเป็น วงเงินที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ด้วยแล้ว
คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๑๐.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๑๐.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ๑๐.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๑๐.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๑๐.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของ
หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๑๐.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง และ
การบริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
Lav
A
que adity, from them pery,
hu Sin s
muir.
หน้า ๕ จาก ๒๕
๑๐.๗ เป็นบุคคลธรรมดา หรือ นิติบุคคล หรือ กิจการร่วมค้า ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
๑๐.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ สวรส. ณ วัน ประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขันอย่างเป็นธรรม ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๑๐.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๑๐.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
๑๐.๑๑
คุณสมบัติทั่วไปอื่นๆ
(๑) ผู้ยื่นข้อเสนอไม่เป็นผู้ถูกฟ้องร้อง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสถานะทางการเงินหรือการ ดําเนินงานของผู้ยื่นข้อเสนออย่างมีนัยสําคัญซึ่งอาจทําให้การดําเนินโครงการฯ ไม่ประสบความสําเร็จหรือไม่
บรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการฯ ตามแบบฟอร์มที่กําหนดในขอบเขตของงาน (TOR)
(๒) กรณีนิติบุคคลรายเดียว ซึ่งรวมถึงกิจการร่วมค้าที่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลใหม่ ต้องมี ผู้ถือหุ้นที่เป็นนิติบุคคลสัญชาติไทยหรือบุคคลธรรมดาสัญชาติไทยอย่างน้อย ๑ (หนึ่ง) ราย และถือหุ้นในสัดส่วน เกินกว่าร้อยละ ๒๕ (ยี่สิบห้า) ของจํานวนหุ้นทั้งหมด
(๓) กรณีกิจการร่วมค้า (กิจการร่วมค้าที่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลใหม่) ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ (๓.๑) ต้องมีสมาชิกเป็นนิติบุคคลสัญชาติไทยอย่างน้อย ๑ (หนึ่ง) ราย ซึ่งต้องเป็นบริษัท จํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด และมีสัดส่วนการลงทุนเกินกว่าร้อยละ ๒๕ (ยี่สิบห้า) ของจํานวนเงินลงทุนทั้งหมด
(๓.๒) กรณีที่ข้อตกลงกิจการร่วมค้ากําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วม
ค้าหลัก ข้อตกลงกิจการร่วมค้าจะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
ค้าหลัก
ค้าหลัก
(๓.๓) กรณีที่ข้อตกลงกิจการร่วมค้ากําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วม
กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
(๓.๔) สําหรับข้อตกลงกิจการร่วมค้าที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วม ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติ (ซึ่งรวมถึงผลงาน) ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นสําเนาข้อตกลงกิจการร่วมค้า ซึ่งต้องระบุสัดส่วน หน้าที่และความรับผิดชอบของสมาชิกแต่ละรายอย่างชัดเจน
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
(๔.๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ (หนึ่ง) ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สิน สุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ (หนึ่ง) ปีสุดท้ายก่อนวัน ยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ (หนึ่ง) ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไป ก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ (หนึ่ง) ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคมของทุกปี โดยนิติ บุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วง เดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ (หนึ่ง) ปี ได้
Clic
Hujw
1-6 ya # 4
Om Shu.