ประกวดราคาซื้อวัสดุก่อสร้าง (คอนกรีตผสมเสร็จ 350 ksc.) จำนวน 2,300 ลบ.ม. เพื่อใช้ในงานบูรณะผิวทางคอนกรีต (ดำเนินการเอง) งานบำรุงถนนสาย อบ.5081 แยกทางหลวงชนบท อบ.2010 - บ้านกระแอกน้อย อ.วารินชำราบ , สำโรง จ.อุบลราชธานี
มาตรฐานนี้กำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับงานคอนกรีตและคอนกรีตเสริมเหล็กสำหรับโครงสร้างต่างๆ เช่น อาคารทั่วไป สะพาน และอื่นๆ โดยครอบคลุมตั้งแต่คุณสมบัติและข้อกำหนดของวัสดุที่ใช้ในการผสมคอนกรีต ได้แก่ ปูนซีเมนต์ประเภทต่างๆ (ปอร์ตแลนด์, ปอร์ตแลนด์ปอซโซลาน, ไฮดรอลิก) มวลรวมละเอียด (ทราย) มวลรวมหยาบ (หินหรือกรวด) น้ำ และสารผสมเพิ่ม (เช่น สารลดน้ำ, สารเร่ง/หน่วงการแข็งตัว) พร้อมทั้งระบุมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังได้กำหนดข้อกำหนดในการก่อสร้างอย่างละเอียด ตั้งแต่การออกแบบส่วนผสมคอนกรีต การผสมคอนกรีต (ทั้งที่หน้างานและคอนกรีตผสมเสร็จ) การลำเลียงและการเทคอนกรีต การทำให้คอนกรีตแน่น การบ่มคอนกรีต การแต่งผิวคอนกรีต การกำหนดระยะหุ้มคอนกรีต และการหล่อตัวอย่างคอนกรีตเพื่อทดสอบกำลังอัด รวมถึงการพิจารณาผลการทดสอบและข้อกำหนดเกี่ยวกับแบบหล่อ เพื่อให้มั่นใจว่าคอนกรีตที่ใช้ในงานก่อสร้างมีความแข็งแรง ทนทาน และได้คุณภาพตามที่ต้องการ
English summary
This standard specifies technical requirements for concrete and reinforced concrete works, covering material specifications such as cement, fine aggregate, coarse aggregate, water, and admixtures, as well as construction requirements for mixing, transporting, placing, curing, finishing, and formwork, to ensure the quality and durability of concrete structures according to standards.
ผู้เสนอราคาและผู้ชนะ
ผู้ชนะการประมูล (1)
ผู้เสนอราคาทั้งหมด (0)
ไม่มีข้อมูลผู้เสนอราคา
โครงการนี้ไม่มีรายชื่อผู้เสนอราคา
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- กำหนดมาตรฐานและข้อกำหนดทางเทคนิคสำหรับงานคอนกรีตและคอนกรีตเสริมเหล็ก
- ควบคุมคุณภาพของวัสดุที่ใช้ในการผสมคอนกรีต
- ควบคุมกระบวนการก่อสร้างงานคอนกรีตให้เป็นไปตามมาตรฐาน
- เพื่อให้ได้โครงสร้างคอนกรีตที่มีความแข็งแรง ทนทาน และได้คุณภาพตามที่ต้องการ
ขอบเขตของงาน
- การกำหนดคุณสมบัติและประเภทของปูนซีเมนต์ที่ใช้ในงานโครงสร้าง
- การกำหนดคุณสมบัติของมวลรวมละเอียด (ทราย) และมวลรวมหยาบ (หินหรือกรวด)
- การกำหนดคุณสมบัติของน้ำที่ใช้ผสมคอนกรีต
- การกำหนดคุณสมบัติและประเภทของสารผสมเพิ่ม (Admixtures)
- การกำหนดชนิดและกำลังอัดขั้นต่ำของคอนกรีต
- การกำหนดคุณสมบัติของเหล็กเสริมคอนกรีต
- การควบคุมคุณภาพการก่อสร้างคอนกรีต ตั้งแต่การเตรียมวัสดุ การผสม การลำเลียง การเท การทำให้แน่น การบ่ม และการแต่งผิว
- การกำหนดระยะหุ้มคอนกรีต
- การหล่อตัวอย่างคอนกรีตและการทดสอบกำลังอัด
- การกำหนดข้อกำหนดเกี่ยวกับแบบหล่อและการถอดแบบ
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- โครงสร้างคอนกรีตและคอนกรีตเสริมเหล็กที่ได้คุณภาพตามมาตรฐาน
- รายงานผลการทดสอบวัสดุและคอนกรีต
- ตัวอย่างคอนกรีตที่ผ่านการทดสอบกำลังอัด
ระยะเวลาดำเนินการ
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดและมาตรฐานที่ระบุไว้ในเอกสาร
- Standards Compliance: ต้องเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ที่เกี่ยวข้อง และมาตรฐานกรมทางหลวงชนบท
- Experience: ไม่ได้ระบุเฉพาะเจาะจงในเอกสารนี้
- Previous Project Cost: ไม่ได้ระบุเฉพาะเจาะจงในเอกสารนี้
- Technical Capabilities: ต้องมีความสามารถในการควบคุมคุณภาพคอนกรีตทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเตรียมวัสดุ การผสม การลำเลียง การเท การทำให้แน่น การบ่ม และการแต่งผิว
- Personnel: ไม่ได้ระบุเฉพาะเจาะจงในเอกสารนี้ (แต่ต้องมีผู้ควบคุมงานที่ได้รับมอบหมาย)
เกณฑ์การพิจารณา
ไม่ได้ระบุเฉพาะเจาะจงในเอกสารนี้ (เอกสารนี้เป็นมาตรฐานทางเทคนิค ไม่ใช่เอกสารประกวดราคา)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- ปูนซีเมนต์: ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ตาม มอก.13 (5 ประเภท), ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ปอซโซลานตาม มอก.849, ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิกตาม มอก.2594
- มวลรวมละเอียด (ทราย): ทรายน้ำจืดหรือทรายบก, เม็ดหยาบ คม แข็งแกร่ง สะอาด, Fineness Modulus 2.3-3.1, ทดสอบตาม มทร.(ท) : 01
- มวลรวมหยาบ (หิน/กรวด): แข็งแกร่ง เหนียว ไม่ผุ สะอาด, ขนาดใหญ่สุดไม่เกิน 40 มม. (หรือตามตารางที่ 1), ทดสอบตาม มช.(1) 11
- น้ำ: น้ำประปา หรือน้ำจืดปราศจากสารอันตราย, ทดสอบตาม มาช(1) 2011
- สารผสมเพิ่ม: ตาม มอก. 7.33 (สารลดน้ำ, สารเร่ง/หน่วงการแข็งตัว)
- คอนกรีต: กำหนดชนิดและกำลังอัดประลัยต่ำสุดตามตารางที่ 2 (เช่น กำลังอัด 180, 210, 240, 300, 350, 420 กก./ตร.ซม.)
- เหล็กเสริม: เป็นไปตาม มาต.105
- การบ่มคอนกรีต: กำหนดระยะเวลาและวิธีการบ่ม (แบบเปียก, ป้องกันการสูญเสียน้ำ)
- ระยะหุ้มคอนกรีต: กำหนดตามประเภทโครงสร้าง (เช่น 2.0 - 7.5 ซม.)
- การทดสอบ: การทดสอบการยุบตัว (Slump test) ตาม ม.2 ซ. (1) 103, การทดสอบกำลังอัดตามมาตรฐาน
เงื่อนไขสัญญา
- การจ่ายเงิน: ไม่ได้ระบุเฉพาะเจาะจงในเอกสารนี้
- การปรับ: ไม่ได้ระบุเฉพาะเจาะจงในเอกสารนี้
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- ถาม: มาตรฐานนี้ครอบคลุมงานคอนกรีตประเภทใดบ้าง?
ตอบ: ครอบคลุมงานโครงสร้างของสิ่งก่อสร้าง เช่น อาคารทั่วไป สะพาน ที่ และอื่นๆ เว้นแต่รายการประกอบแบบจะระบุเป็นอย่างอื่น - ถาม: ปูนซีเมนต์ประเภทใดบ้างที่สามารถใช้ในงานโครงสร้างได้?
ตอบ: ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ตาม มอก.13 (5 ประเภท), ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ปอซโซลานตาม มอก.849, และปูนซีเมนต์ไฮดรอลิกตาม มอก.2594 - ถาม: คุณสมบัติของทรายที่ใช้ในการก่อสร้างคอนกรีตคืออะไร?
ตอบ: ต้องเป็นทรายน้ำจืดหรือทรายบก มีเม็ดหยาบ คม แข็งแกร่ง สะอาด และมีค่า Fineness Modulus ตั้งแต่ 2.3-3.1 - ถาม: ขนาดใหญ่สุดของมวลรวมหยาบ (หิน/กรวด) ที่ใช้ในคอนกรีตคือเท่าใด?
ตอบ: โดยทั่วไปไม่ใหญ่กว่า 40 มม. แต่จะมีขนาดที่แตกต่างกันไปตามประเภทของโครงสร้างตามที่ระบุในตารางที่ 1 - ถาม: คอนกรีตผสมเสร็จ (Ready Mixed Concrete) ต้องเป็นไปตามมาตรฐานใด?
ตอบ: ต้องเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.213 - ถาม: ระยะเวลาการบ่มคอนกรีตขั้นต่ำที่ต้องทำคือเท่าใด?
ตอบ: สำหรับปูนซีเมนต์ประเภท 1 หรือปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก ต้องบ่มต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 7 วัน และสำหรับปูนซีเมนต์ประเภท 3 ต้องไม่น้อยกว่า 3 วัน - ถาม: หากผลการทดสอบกำลังอัดคอนกรีตต่ำกว่ากำหนด จะต้องดำเนินการอย่างไร?
ตอบ: ผู้รับจ้างต้องสกัดหรือรื้อส่วนที่เทคอนกรีตนั้นออกแล้วจัดหล่อใหม่ หรือใช้วิธีตรวจสอบอื่นที่ผู้ว่าจ้างเห็นชอบ โดยผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด - ถาม: แบบหล่อคอนกรีตสามารถถอดออกได้เมื่อใด?
ตอบ: โดยทั่วไปจะถอดได้เมื่อคอนกรีตมีอายุตามที่กำหนดในข้อ 3.13.7 หรือเมื่อกำลังอัดประลัยของคอนกรีตถึงค่าที่กำหนดในข้อ 3.13.8 - ถาม: การทดสอบการยุบตัวของคอนกรีต (Slump test) ต้องทำเมื่อใด?
ตอบ: ต้องทำทุกครั้งที่เปลี่ยนอัตราส่วนผสมของน้ำกับปูนซีเมนต์ หรือเมื่อผู้ควบคุมงานเห็นว่าคอนกรีตข้นหรือเหลวเกินไป - ถาม: มาตรฐานนี้กำหนดระยะหุ้มคอนกรีตไว้อย่างไร?
ตอบ: กำหนดระยะหุ้มคอนกรีตจากผิวไม้แบบถึงผิวนอกเหล็กเสริมแตกต่างกันไปตามประเภทโครงสร้าง เช่น พื้นทั่วไป 2.5 ซม., เสาตอม่อ 4.0 ซม., ฐานราก 5.0 ซม.
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
- ขอบข่าย (Scope)
สํานักวิเคราะห์ วิจัยและพัฒนา กรมทางหลวงชนบท
มทบ. 101-2561
มาตรฐานงานคอนกรีตและคอนกรีตเสริมเหล็ก (Concrete and Reinforced Concrete Works)
ע
มาตรฐานนี้ครอบคลุมถึงงานโครงสร้างของสิ่งก่อสร้าง เช่น อาคารทั่วไป สะพาน ที่ และ เขียน
เป็นต้น นอกจากรายการประกอบแบบเฉพาะงานจะระบุเป็นอย่างอื่น - ข้อกาหนด าหรับวัสดุก่อสร้างและการทดสอบ (Specifications and Tests for Materials)
2.1 ปูนซีเมนต์
1.ซี.มนต์ที่ใช้ในงานโครงสร้างให้ใช้ปูนซีเมนต์ดังต่อไปนี้
2.1.1 ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.13 : ปูนซีน..ตบอร์ดแลนด์
ซึ่งแบ่งเป็นประเภทต่างๆ 5 ประเภท ดังนี้
2.1.1.1 ประเภท 1 ปูนซีเมนต์ที่ใช้หัวที่ไม่ต้องการคุณภาพพิเศษ
2.1.1.2 ประเภท 2 บริเมนต์ที่ใช้เมื่อต้องการความทนซัลเฟตปานกลางหรือเกิดความร้อ
ปานกลางขณะทําปฏิกิริยากับน้ํา
2.1.1.3 ประเภท 3 ปูนซีเมนต์ที่ใช้เมื่อต้องการค่าความด่านแรงอัดสูงได้เร็ว
2.1.1.4 ประเภท 4 ปูนซีเมนต์ที่ใช้เมื่อต้องการความร้อนขณะทําปฏิกิริยากับ
2.1.1.5 ประเภท 5 ปูนซีเมนต์ที่ใช้เมื่อต้องการความทน เฟดลง
2.1.2 ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ปองโขลน ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.849 :
ปูนเตอร์แลนด์ปอนโรส” เป็นซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ในงานก่อสร้างโครงสร้าง สัมผัสหรือได้รับ พบพลากดินเค็ม น้ําเค็ม หรือน้ําๆร่อย
2.1.3 ปูนซีเมนต์ ไฮดรอลิก ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.2594 : ปูนซีเมนต์ ฮดรอลิก
ดใช้งานทั่วไป สัญลักษณ์ Gl
2.2 มวลรวมละเอียด (ทราย)
2.2.1 ต้องเป็นทรายน้ําจืดหรือรายบท มีเม็ดหยาบ คม แข็งแกร่ง สะอาดปราศจากวัสดุอื่น เช่น
เปลือกหอย ติม เถ่าน และสารอินทรีย์ต่างๆ เจือปน
2.2.2 ทรายที่ใช้ในการก่อสร้างจะต้องมีค่าโมดูลัสความละเอียด (Finariess Modulus) ตั้งแต่ 2.3
1
2.2.3 ทรายที่ใช้ในการก่อสร้างต้องมีคุณสมบัติตามมาตรฐานกรมทางหลวงชนบท โดยทดสอบตาม
มทร.(ท) : 01 : มาตรฐานการทดสอบวัสดุมวลผสมคอนกรีต
2
2.3 มวลรวมหยาบ (หินหรือกรวด)
2.3.1 มารวมหยาบที่ได้ต้องแข็งแกร่ง เหนียว ไม่ผุ และสะอาด ปราศจากวัสดุอื่นๆ
2.3.2 ขนาดใหญ่สุดของมวลรวมหยาบ ต้องไม่ใหญ่กว่า 40 เมตร และไม่ใหญ่กว่า 15 ของด้าน
ในที่แคบที่สุดของแบบหล่อ และต้องไม่ใหญ่กว่า 2/4 ของระยะของว่าง (Clear Seating) ระหว่างเหล็กเสริมแต่ละเส้นหรือแต่ละเลขนาดใหญ่สุดของพวกรวมหยาบจะต้องมีค่า
เกินค่าที่ยอมให้ในตารางที่ 1
ตารางที่ 1 ขนาดใหญ่สุดที่ยอมให้ของมวลรวมหยาบสําหรับโครงสร้างแต่ละชนิด
ชนิทของโครงสร้าง
แรก เสา คาน
พื้นและกรี
ผงซึ่งมีความหนา 212.5 เซนติเมตร
ผนังซึ่งมีความหนา 4:25 เซนติเมตร
ขนาดใหญ่สุดที่ยอมให้ (มิลลิเมตร)
40
25
10
25
2.3.3 มวลรวมหยาบที่นํามาใช้ในการก่อสร้าง ต้องมีคุณสมบัติตามมาตรฐานกรมทางหลวงชนบท โดย
ทดสอบตาม มช. (1) 11 : มาตรฐานการทดสอบวัสดุมวลผสมคอนกรีต
2.4
นา
2.5
2.4.1 น้ําที่ใช้ผสมคอนกรีตให้ใช้ประมา
2.2.2 ในกรณีที่ทานประปาไม่ได้ ต้องเป็นน้ําจืดปราศจากสารที่เป็น ..ตรายต่อคอนกรีตและ เหล่าเสริม และต้องมีคุณสมบัติมาตร กรมทางหลวงชนบท โดยทดสอบคุณสมบัติตาม มาช (1) 2011 : มาตรฐานภาระ ตอนที่ในงานคอนกรีต
สารผสมเพิ่ม
2.5.1 สารเคมี 24 เพิ่ม (Chemical Admixtures) จะต้องมีคุณสมบัติตามมาตรฐาน
ผลิตภัณฑ์อุตสากรรม มอก. 7.33 : สารเคมีผสมเพิ่มสําหรับคอนกรีต สามารถใช้สารเคมีผ เพิ่มปรับปรุงคุณสมบัติบางประการของคอนกรีต เป็น
ถ. - สารลดน้ํา (Water Reducers หรือ Plasticizers) เพื่อลดปริมาณน้ําต่อหน่วยปริมาตรเอง คอนกรีต โดยที่ความสามารถในการเทได้ของคร..กรีตคงเดิม หรือเพื่อเพิ่มมสามารถใน
การเทได้ของคอนกรีตโดยปริมาน่า น่วยปริมาตรของคอนกรีตไว้ - สารเร่งการแข็งตัว (Aceterators) เพื่อลดระยะเวลาการก่อตัวของคอนกรีตให้สั้นลง 1. สารหน่วงการแข็งตัว (Rctarders) เพื่อยืดระยะเวลาการก่อตัวของคอนกรีต ให้ยาวนานขึ้น 2.5.2 การใช้สารเคมีผสมเพิ่มมากกว่า 1 ชนิดในส่วนผสมเดียวกันจะต้องคํานึงถึงผลที่มีต่อกันของ สารเคมีผสมเพิ่มแต่ละชนิดด้วย ดังนั้นจึงควรปรึกษาผู้ผลิตหรือทําการทดลองผสมก่อน
ดสินใจใช้
2
2.5.3 การใช้สารเคมีผสมเพิ่ม ผู้รับจ้างจะต้องแสดงรายละเอียดส่วนประกอบหลักทางเคมี ข้อแนะนํา
ในการใช้ รวมถึงปริมาณสูงสุดที่จะใช้ แต่หากไม่มีรายละเอียดดังกล่าว ผู้รับจ้างจะต้องทดลอง ผสมและสอบคุณสมบัติต่างๆ ของคอนกรีต ข. ความสามารถในการท กําลังที่ระยะต้น กําลังที่ระยะยาวและความทน เป็นต้น และต้องได้รับความเห็นชอบ จากผู้ควบคุมงานก่อน
2.6 คอนกรีต
ไปใช้
5
2.5.1 คอนกรีตทั่วไป เป็นคอนกรีตที่ได้จากการผสมปูนซิเมนต์ ตามข้อ 2.1 กับมวลรวมและน้ํา
และ/หรือสารผสมเพิ่ม ตามข้อ 2.5 ในอัตราส่า ผลที่ได้ออกแบบไว้ด้วยเครื่องผสม โดย แบ่งเป็นชนิดต่างๆ ดังแสดงในตารางที่ 2 และหากไม่มีการระบุชนิดคอนกรีต ในแบบหรือ รายการประกอบแบบเฉพาะงาน ให้ถือว่าคอนกรีตที่ใช้ในโครงสร้างทั่วไปเป็นชนิด 11 2.4.2 คอนกรีตผสมเสร็จ (Ready Mixed Concrete) เป็นคอนกรีตที่ได้จากการผสมปูนซีเมนต์ ต
ข้อ 2. กันมากรวม และน้ํา และ/หรือสารผสมเพิ่ม ตามข้อ 2.5 " อัตราส่วนผสมที่ได้ ออกแบบไว้ โดยผสม จากงานหรือรถผสมคอนกรีต แล้วส่งจนถึงสถานที่ก่อสร้าง ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.213 : คอนกรีตผสมเสร็จ โดยแบ่งเป็นชนิดต่างๆ ดังแสดงในตารางที่ 2 และหากไม่มีการระบุชนิดคอนกรีต ในแ! หรือรายการประกอบแบบ เฉพาะงาน ให้ถือว่าคอนกรีตที่ใช้ในโครงสร้างทั่วไปเป็นชนิด 11
ตารางที่ 2 ชนิดของคอนกรีตและค่ากําลังอัดประลัยต่ําสุด
ปูนซีเมนต์ที่ใช้
นิตของ
ต่อคอนกรีต 1 ลูกบาศก์เมตร
ครกรีต
เป็นกิโลกรัม ต้องไม่น้อยกว่า
กําลังอัดประสักต่ําสุด ของแห่งคอนกรีตมาตรฐาน ที่อายุ 28 วัน (เป็นกิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร)
ลูกบาศก์
15x15x15 ซม.
ทรงกระบอก
2 15×50 ม
ค
290
180
145
1-
300
21C
175
F2
320
240
200
คว
350
300
250
400
420
350
หมายเหตุ งานผิวจราจรคอนกรีต ที่มีค่ากําลังอัดประลัยคอนกรีต 32 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร
เป็นไปตาม ผบช.231 : มาตรฐานผิวจราจรแบบคอนกรีต
2.7 เหล็กเสริมคอนกรีต
ให้เป็นไปตาม มาต.105 : มาตรฐานเหล็กเส้นเสริมคอนกรี - ข้อกาหนดในการก่อสร้าง (Construction Requirements)
การก่อสร้างงานคอนกรีต ต้องการควบคุมคุณภาพของคอนกรีตทุกชั้นจะเป็นอย่างดี ตั้งแต่การ เตรียมวัสดุ การกําหนดอัตราส่วนผสม, การผสม การลําเลียง การเท การทําให้แน่น การบ่มและอื่นๆ เพื่อให้ คอนกรีต ได้มีความแข็งแรงและความคงทนตามต้องการ
3.1 ปูนซีเมนต์
3.1.1 ปูนซีเมนต์ที่ใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมด ถ้าแบบหรือรายการประกอบแบบเฉพาะงานไม่ได้ กําหนดว่าเป็นปูนซีเ! ประเภทใด ให้ถือว่าเป็นปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภท 1 ข้อ 2.1.1.1 หรือปูนขึ้น… ไอดรอลิก ชนิดใช้งานทั่วไป สัญลักษณ์ 50 ตามข้อ 2.1.3 3.1.2 โครงสร้างที่ต้องการให้รับกําลังอัดสูงได้เร็ว ให้ใช้ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ประเภท 3 ตามข้อ
2.1.3
1.1.3 ปูนซีเมนต์ที่ต้องบรรจุถุงเรียบร้อยหรือเป็นปูนซีเมนต์ที่เก็บในภาชนะบรรจุของบริษัทผู้ผลิต 3.1.4 ปูนซีเมนต์บรรจุถุงต้องเก็บไว้บนพื้นที่ยกสูงกว่าพื้นดินไม่น้อยกว่า 30 เซนติเมตร ภายใน
อาคารที่มีหลังคา และมีฝากั้นกันฝนได้ดี
3.1.5 ห้ามใช้ปูนซีเมนต์เสื่อมคุณภาพ เช่น ปู ซีเมนต์ซึ่งแข็งตัวจับกันเป็นก้อน เป็นต้น 3.1.6 ในโครงสร้างชนิดเดียวกัน เช่น เสา คาน พื้น เป็นต้น ห้ามใช้ปูนซิเมนต์ต่างประเทผสม
คอนกรีตปนกัน
3.2 มวลรวมหยาบและมวลรวมละเอียด
3.2.1 ผลรวมหยาบและ, กรวมละเอียด ต้องเองในลักษณะที่แยกขนาด และป้องกันไม่ให้ปะปนกัน 3.2.2 มวลรายหยาบและมวลรวมละเอียด ต้องกองในที่ที่เราผสม ควรกองในลักษณะป้องกันไม่ให้ มวลรวมเปียกเกินไป และเวลรวมต้องไม่แห้งและมีอุณหภูมิสูงจนทําให้อุณหภูมิของลอนกรีต สูงขึ้นตาม
3.2.3 ในการกรงหรือการเคลื่อนย้ายมวลรวม ต้องไม่ก่อให้เกิดการแยกตัวของขนาดมวลรวม และ
ไม่ให้มีสิ่งสกปรกบ้านบน รวมทั้งไม่ทําให้เกิดการแตกหักเป็นชิ้นของมวลรวม
3.3 สารผสมเพิ่ม
3.2.1 การเก่ง สารผสมเพิ่ม ต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดการปนเปื้อน
3.3.2 ไม่ใช้สารผสมเพิ่ม ที่เสื่อมสภาพหรือมีคุณสมบัติที่เปลี่ยนแปลงไปแล้ว
5.3.3 การป้องกันไม่ให้สารผสมเพิ่มที่เป็นของเหลวมีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิที่มากไป ซึ่งอาจมี
ผลกระทบต่ง “เปลี่ยน” ลงคุณสมบัติของสารผสมเพิ่ม
141
5
3.4 คอนกรีต
3.4.1 ก่อนเริ่มงๆ ในระยะเวลาสมควร ผู้รับจ้างต้องเสนอผลการออกแบบส่วนผสมคอนกรีต
ควบคุมงานเพื่อพิจารณาตรวจสอบ หรือส่งให้กรมทางหลวงชนบทเป็นผู้ออกแบบสวนผสม
อย่างไรก็ดี ส่วนผสมดังกล่าวนี้ไม่เป็นการทําให้ผู้รับจ้างภาระความรับผิดชอบในกรณี
นคริตมีกําาลังอัดประลัยตา ว่าค่าที่กําหนด
3.4.2 การเลือกส่วนผสมให้ถือหลัก ดังนี้
3.4.2 - เสียงปริมาณน้ําที่ใช้ในการผสมคอนกรีตที่น้อยที่สุดที่ทําให้คอนกรีตมีความในเหลว
พบเหมาะ และมีความคล่องตัวในการเท (kability)
3.1.2.2 อัตราส่วนผสมและขนาดของมวลผล ต้องเหมาะสมกับประเภทของโครงสร้างและ
การใช้งาน
3.4.2.3 ปริมาณ
ในการผสมคอนกรีต ไม่วรใช้มากจนเกินไป ซึ่งจะทําให้คอนกรีตมี ความแข็งแรงและความคนลดลง เป็นการเยิ้มหรือการแยกตัวของส่วนผสมจนเป็น ปัญหาต่อการ.ท ปริมาณน่าที่เหมาะสมจะพิจารณาจากค่ายุบตัวของคอนกรีตการ ตามการใช้งาน และขาดโตสุดของ: วลรามรบตามหลักการออกแบบสวนผสม คอนกรีต
3.4.2.1 กรณีต้องการให้คอนกรีตมีความคงานเมื่อพิจารณาตามสภาวะการใช้งาน ต้อง นคร สวนน้ําต่อซีเมนต์ (water to Cerment Rate หรือ W ) เหมะสม
ตามหลักวิชาการ
A1
3.4.2.5 กรณีมีการใช้ทรายหรือมีการใช้สารเคมีผสมเพิ่มที่มีส่วนประกอบของคะ ไรด์อยู่ด้วย ปริมาณคลอไร ในคอนกรีตที่ใดจากส่วนผสมแต่ละชนิดรวมกัน จะต้องมีค่าไม่เกิน กว่าที่เบบ เวนด
3.5 การผสมคอนกรีต
3.5.1 ในการผสมที่หน้างาน เครื่องผสมจนกรีตที่หน้างานจะต้องเดินเครื่องให้ผสมหมุนด้วย ความเร็วระหว่าง 14-20 รอบต่อนาน การปล่อยวัสดุส่วนผสมต่างๆลงในโม จะต้องเปิดให้น้ํา บางส่วนลงไปในไม่ก่อนเสดุมวลรวมและปูนซีเมนต์จากถังหรือภาชนะบรรจุ หลังจากที่
ปล่อยวัสดุมวลรวมและปูนซีเมนต์ลงในไม่มาแล้ว ให้เติมน้ําลงไปจนได้ปริมาณน้ําตามที่ กําหนด โดยการเพิ่มให้น้ําไหลลงติดต่อกันไปภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 5 วินาที และไม่เกิน หนึ่งในสี่ของระยะเวลาผสมที่ได้กําหนดไว้ ระยะเวลาผสมให้เริ่มนับหลังจากไลวัสดุสวนผล ต่างๆ นอกจากน้ําลงในไม่หมดแล้ว เครื่องผสมที่มีนาม ผสมได้ไม่มากกว่า 1 ลูกบาศก์ เมตร ระยะเวลาผสมจะต้องไม่น้อยกว่า 60 วินาทีและไม่มากกว่า 8 วินาที สําหรับเครื่องผสม ที่มีขนาดความ ผสมได้มากกว่า 1 ลูกบาศก์เมตร ระยะเวลาผสมให้อยู่ในดุลยพินิจของ ผู้ควบคุมงาน ถ้าเครื่องเราเป็นแบบโม่ ระยะเวลาที่เหลี่ยมขึ้นระหว่างโม ไม่นับรวมเป็น
ระยะเวลาผสม ให้เทพยกรีตที่ผสมเสร็จแล้วออกจากโม่ แต่ละไม่ให้มา ก่อนที่จะใส่วัสดุ ส่วนผสมสําหรับไม่ต่อไป จะ กรีตที่ผสมไม่ถึงระยะเวลาผสมที่กําหนด ห้ามนํามาใช้งาน
ปริมาณคอนกรีตที่ผสมในแต่ละไม่จะต้องไม่มากกว่าขนาดของความ ซึ่งเครื่องผสม นั้นผสมได้ตามที่ได้ระบุบนแผ่นป้ายรับรองขนาดความจุของบริษัทผู้ผลิต ซึ่งติดอยู่ที่เครื่อง ผสม แต่ อาจได้รับอนุญาตให้ผสมได้เดินอีกถึงร้อยละ 10 ของขนาดความ ดังกล่าว ถ้าหาก ผสมเกิน ผลการทดสอบกําลังอัดของแท่งคอนกรีตและความข้นเหลวของคอนกรีตจะต้อง สม่ําเสมอจะเป็นไปตามข้อกําหนด อีกทั้งคอนกรีตจะต้องไปแยกตัว และไม่จนออกจากไม่
คอนกรีตที่มีความข้นเหละไม่ถูกต้องตามที่กําหนดนะที่จะเท ห้ามนํามาใช้งาน คอนกรีตผสมเสร็จแล้วห้ามทําการผสมใหม่โดยการเติมน้ําหรือวิธีอื่นใดก็ตา
3.5.2 การผสมในโรง: การปล่อยวัสดุส่วนผสมต่างๆและการเติมน้ําลงในโม จะต้องถือปฏิบัติตาม ข้อกําหนดในข้อ 3.5.1 เครื่องผสมที่มีขนาดความจุผสมได้ไม่มากกว่า 1 ลูกบาศก์เมตร ระยะเวลาผสมจะต้องไม่น้อยกว่า 80 วินาที และเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 20 วินาที ต่อความจุ เพิ่มขึ้น 1 ลูกบาศก์เมตร ยกเว้นแต่มีการตรวจสอบความสม่ําเสมอของเนื้อคอนกรีต และ ได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงานเป็นอย่างอื่น
3.5.3 การมะ: โดยรถผสมคอนกรีต อาจจะใช้ผสมคอนกรีตทําการผสมให้แล้วเสร็จ โรงผสมแล้ว ใช้รถผสมนั้นขนคอนกรีตไปเทที่หน้างาน โดยในระหว่างการขนส่งให้การนอนกรีตไปด้วยหรือ อาจจะใช้รถผสมคอนกรีต การผสมให้แล้วเสร็จ ก็ได้ ยังผสมคอนกรีตอาจเป็นแบบ 1 : แบบใบมีด หรือแบบใบพายหมุนวนคอนกรีตก็เ
Ich
..
1
ระยะเวลาการผลให้การนานวนรอบหมุนของโม่ผสม โดยให้ไม่หรือ หมุนไม่น้อยกว่า 70 รอบและไม่มากว่า 100 รอบ โดยหมุนด้วยอัตราความเร็วในการผสม ซึ่งผู้ผลิตโปมุนได้ระ แผ่นป้ายโลหะ ในการผสมคอนกรีตแต่ละครั้ง ถ้าปริมาณจาก การผสมคอนกรีตในแต่ละไม่ลงมากกว่า 3.4 ลูกบาศก์เมตร จากปริมาณที่ผลิตได้ระบุไว้ บนแผ่นป้ายโลหะก็อาจะ จํานวนรอบในการผสมลงได้แต่จะต้องไม่น้อยกว่า 50 รอบ! หาก คอนกรีตที่ผสมถึงจําน: รอบ 100 รอบแล้ว มีความสม่ําเสมอไม่เพียงพอหรือไม่ได้ ห้ามใช้ รถผสมนั้นๆ กว่าจะได้มีการแก้ไปให้ถูกต้องและอนุญาตให้ใช้ได้จากผู้ควบคุมงาน การนับ จํานวนรอบของโม่หรือใบมีดในไม่ให้ใช้เครื่องนับรอบและให้เริ่มนับจํานวนรอบเมื่อใส่วัสดุ
ทั้งหมดรวมทั้งน้ําลงในโม ผสมเสร็จแล้ว
ในกรณีที่จะใช้ล้างไปเป็นส่วนหนึ่งของปริมาณน้ําที่จะใช้ผสมคอนกรีต ในโมต่อไป
ก็จะต้องวัดปริมาณของน้ํานั้นให้ถูกต้องแน่นอน เพื่อยึดจํานวนน้ําที่จะให้เพิ่มให้ถูกต้อง สําหรับผสมคอนกรีตในไม่ต่อไปตามที่ต้องการ โดยผู้ควบคุมงานจะเป็นผู้กําหนดปริมาณน้ํา ส่วนนี้ แต่ถ้าไม่สามารถวัดหรือควบคุมปริมาณของน้ําส่วนนี้ได้ ก็ต้องทําให้ไม่มีน้ําเหลืออยู่ใน ไม่ก่อน ผสมครั้งต่อไ
..
7
3.3.4 การนับเวลาที่ใช้ผสมให้เริ่มนับเมื่อ มวลวัสดุต่างๆ ผสมทั้งหมดลงในเครื่องหอมแล้ว 2.5.5 การผสมต้องทําให้คอนกรีตเป็นเนื้อเดียวกันสม่ําเสมอโดยตลอด มีความข้นเหลวเหมาะสม
สามารถทและทําให้แน่นดี
3.6 การลําเลียงและการเทคอนกรีต
3.6.1 ต้องตรวจดูแบบหล่อและการเหล็กเสริมให้มั่นคงและถูกต้องตามแบบรายละเอียด พร้อม
ทั้งทําความสะอาดให้ปราศจากเศษวัสดุอยู่ในแบบที่จะเท และอุดรอยรั่วต่างๆเพื่อมิให้น้ําปูน รั่ว ยกให้เรียบร้อยแล้ว จึงจะทําการเทคอนกรีตใต้
3.6.2 การถา ลียงและการเทคอนกรีต ต้องทําด้วยความระมัดระวังไม่ให้เกิดการแยกตัวของ
คอนกรีต
3.6.3 คอนกรีตที่ผสมแล้ว ต้องรีบนําไปเทลงในแบบโดยเร็วก่อนที่จะนกรีตนั้น จะแข็งตัว (ไมควรเน 30 บาท ยกเว้น มีการใช้สารเคมีผสมเพิ่มที่สามารถยืดเวลาการก่อตัวของคอนกรีตออกไปได้ และต้องระมัดระวังมิให้เหล็กเสริม คลี่ยนหรือเปลี่ยนไปจากตําแหน่งเดิม
3.6.4 เทคอนกรีตในโครงสร้าง ส่วนหนึ่งส่วนใดไม่เสร็จในรวดเดียวแล้วต้องหยุดเทคอนกรีต
ตามที่ผู้ควบคุมงานกําหนด หรือตามตําแหงดังนี้
ก. สําหรับเรา ที่ระดับไม่เกิน 7.5 เซนติเมตร จากห้อง หัวเสา
ข. สําหรับคาน ที่กลางหานโดยใช้ไม้กันตั้งฉาก ในกรณีที่คานซอยตัดกับหลักตรงบริเวณ
กลางข่วง ให้เสียบรอยต่อในคาน ยาปรีกระยะ ! เท่าของความ ของจานหลัก 5. สําหรับพื้นที่กลางแผ่นโดยใช้ไม้กั้นตั้งฉาก เมื่อจะเทคอนกรีตต่อให้ทําผิวคอนกรีตให้ หยาบ ตามวิธีที่ได้รับการรับรองแล้ว จนเห็นเม็ดหินได้โดยตลอด ปราศจากผ้าน้ําปูน หรือเศษหิน ปูนทรายที่หลุดร่าง ล้างตัวที่ทําหยาบนั้นด้วยน้ําสะอาดทันที ก่อนเท คอนกรีตใหม่ให้พรมน้ําที่ผิวๆ กรีดให้ขึ้นแต่ไม่เปียกโชก
3.6.5 - เทคอนกรีต ในขณะที่มีฝนตก เว้นแต่จะมีองกัน - การทําให้คอนกรีตแน่น ว
3.7
การทําให้คอนกรีตแน่น สามารถทําได้หลายวิธีตามความเหมาะสม ดังนี้
3.7.1 การกระทุ้งด้วยมือ ซึ่งจะต้องกระทั่งให้สุดความหนาของชั้นที่กําลังเทหรืออาจจะกระทั่งเลยไป
ในขั้นตอนกรีตข้างโต้ลงไปประมาณ 10 เมตร
3.7.2 การใช้เครื่องสั่นสะเทียนภายในแบบทว
3.7.2.1 ให้ปลายขึ้นลงตรงๆ ๆ การจุ่มต้องจุ่มจนสุดขั้นคอนกรีตที่เทใหม่และเลยเข้าไป
ในชั้นใต้เล็กน้อย
37.2.2 ให้หัวสั่นสะเทียนเป็นจุดๆ ระยะห่างตั้งแต่ 45 ถึง 25 ซนติเมตร โดยใช้เวลา
นาน 5 ถึง 15 วินาที
3.7.2.3 การถอนหัวสั่นสะเทือนขึ้น ให้ถอนช้าๆประมาณ 7.5 เซนติเมตรต่อวินาที
8
2.7.2.4 ในการสุ่มต้องระวังอย่าให้หัวสั่นสะเทือนถูกแบบหนุ่มและเหล็กเสริม เพราะจะทําให้
1.1 หล่อเสียรูปหรือเหล็กเสริมเคลื่อนผิดตําแหน่งได้
3.1.2.5 บ้านทุ่ม หัวสั่นสะเทือนทิ้งไว้นานเกินไป หรือจุ่มที่บริเวณเดียวกับเพราะจะทําให้
คอนกรีตแยกตัวและข้ามใช้เกลี่ยคอมต
3.7.3 การใช้เครื่องสั่นสะเทือนตรงแบบหล่อ : “รถใช้ได้ในโครงสร้างที่มีความกันน้อย ๆ หรือ ตําแหน่งที่เข้าไปถึง ควรเคลื่อนย้ายเครื่องสั่นสะเทือนบ่อย ๆ เพื่อให้เนื้อคอนกรีตมีความแน่น
อย่างทั่วถึง
3.8 การบ่มคอนกรีต
ሩ።
ple
เมื่อเทคอนกรีตแล้วเสร็จ ระหว่างที่รอนกรีตยังไม่แข็งตัวต้องปกคลุม มิให้ถูกแสงแดดและกระเ 5. ร้อน และต้องป้องกันมิได้คอนกรีตได้รับความสะเทือน การกระเทา หรือการรับน้ําหนักมากเงินไป เมื่อ พ้นระยะเวลา 24 ชั่วโมง หรือเมื่อเสร็จสิ้นการแต่งหน้าและคอนกรีตเริ่มแข็งตัวแล้ว ต้องจัดให้มีการบ่ม คอนกรีตบที
3.8.1 สําหรับผิวที่ไม่สัมผัสกับไม้แบบ หลังเสร็จการแต่งผิวหน้าและคอนกรีตเริ่มแข็งตัว
องจัดให้มีการบ่มคอนกรีตที่
1.2.2 สําหรับผิวคอนกรีตที่สัมผัสกัน มีแบบ ต้องรักษาไม้แบบให้มีความชื้นอยู่เสมอ จนกระทั่งถึง
เวลา รอดใบแบบ หลังจากนั้นต้องจัดให้มีการบ่มคอนกรีตทันที 3.3.3 การบ่มคอนกรีตสามารถกระทําได้โดยวิธีใดวิธีหนึ่งหรือหลายวิธีรวมกันดังนี้
3.8.3.1 การบ่มแบบเปียก เป็นการทําให้ผิวหน้าของคอนกรีตที่สัมผัสกับบรรยากาศยังคงมี ความเรียกขึ้นอยู่ กรณีคอนกรีตที่ใช้ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภทที่ 1 หรือ ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก ชนิดใช้งานทั่วไป สัญลักษณ์ GU ต้องปมตลอดเวลาต่อเนื่องกัน ไม่อยา วัน หลังจากการเทคอนกรีตเสร็จ และไม่น้อยกว่า 3 วัน สําหรับกรณีใช้
1 3 ปูนซิเมนต์บอร์ดเลนต์ประเภทที่ 3 สามารถทําการบ่มทําได้ดังนี้ - การขังน้ํา การบ่มโดยวิธีนี้เหมาะสําหรับงานคอนกรีตที่อยู่ในแนวราบ เช่น แผ่นพื้น
พื้นสะพาน เป็นต้น - การใช้เปียก ขึ้นคลุม โดยการนําไปหรือผ้ากระสอบคลุมให้ทั่ว และขึ้นน้ําให้ชุ่ม อยู่เสมอ กรณีที่ใช้ผ้าใบ สีของผ้าใบควรเป็นสีขาวหรือสีอ่อน เพราะสามาร สะท้อนความร้อนได้ดี การบ่มโดยวิธีนี้ใช้ได้ทั้งกับโครงสร้างที่อยู่ในแนวราบและ แนวดิ่ง
ค. การฉีดหรือพรมน้ํา การปะโดยวิธีนี้ใช้ได้ทั้งสําหรับโครงสร้างที่อยู่ในแนวราบและ
แนวดิ่ง เช่น กําแพง ชั้น เป็นต้น
(7%
5.8.3.2 การบ่มโดยป้องกันการเสียน้ําของเนื้อคอนกรีต สามารถทําการบ่มทําได้ดังนี้
ก. การใช้กระทงกันน้ําซึมได้คลุม กระดาษที่ใช้ควรเป็นกระดาษเหนียวเป็นชั้น ท ติดกันด้วยการประเภทยางมะตอยและเสริมความเหนียวด้วยใยแก้ว การบ่มโดย
วิธีนี้เหมาะสําหรับงานคอนกรีตที่อยู่ในแนวราบ
ข. การใช้แผ่นพลาสติกคลุม แผ่น พลาส ที่ใช้ต้องมีความหนาไม่น้อยกว่า 0.1 มิลลิเมตร เหมาะสําหรับงานโครงสร้างที่ ไม่ ในความสวยงามของผิว เช่น รางน้ํา เป็นตัว
ค. การใช้สารเคมี ทําได้เคยฉีดพ่นสารเคมีสําหรับการบ่มลงบนผิวหน้าของคอนกรี
ต้องการบ่มและควรทานมากกว่า 1 เที่ยว เพื่อให้แผ่นฟิล์มเคลือบผิวหน้า คอนกรีตมีความหนาเพียงพอ และควรฉีดพ่น ทันทีที่ผิวคอนกรีตเริ่มแห้ง การ บ่มโดยวิธีนี้จะใช้ได้ต่อเมื่อไม่สามารถบ่มคอนกรีตแบบอื่นได้
3.9 การแต่งผิวคอนกรีต
3.9.1 เมื่อละแบบออกแล้ว ถ้าเนื้อคอนกรีตมีลักษณะเป็นรูพรุน หรือขรุขระก่อนที่จะดําเนินการ
ต่อไป ให้แจ้งผู้ควบคุมงานตรวจสอบพิจารณาเสียก่อน
3.9.2 เมื่อต้องการจะมาบปูน ผิวหน้าคอนกรีตเพื่อทําให้ผิวหน้าคอนกรีตเรียบ ควรราชน้ําให้ขึ้นแล้ว
จึงฉาบปูน เมื่อฉาบปูนเสร็จแล้วให้มีการป้องกันผิวหน้าแห้งเป็นเวลาต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 3 วัน 3.9.3 การอาบายในของผิวาย กรีดที่จะใช้ขังน้ํา ให้ปูนไดมัน ส่วนผิวคอนกรีต สายบอกให้
ฉาบปูนตกแต่งให้เรียบร้อยหรือตามที่ได้ระบุไว้ในแบบรายละเอียด
3.10 ส่วนหุ้มของคอนกรีต
ถ้าได้แสดงไว้ในแบบรายละเอียดแล้ว ให้ใช้ส่วนหุ้มคอนกรีตจากผิวไม้แบบถึงผิวนอกเหล็กเสริม
ดังต่อไปนี้
พื้นทั่วไป ทางเท้า รางระบายน้ํา ที่หนาไม่เกิน 12 เซนติเมต
฿ 1
2.5 เซนติมตร
พื้นสะพาน และโครงสร้างระบายน้ํา
เสา และลาน
2.5 เซนติเมตร
2.5 เซนติเมตร
เสาตอม่อ
ฐานราก
4.0 เซนติเมตร
5.0 เซนติเมตร
2.0 เซนติเมตร
7.5 เซนติเมตร
เสาเข็ม
โครงสร้างที่สัมผัส เค็มหรือน้ําเค็ม
3.11 การหล่อตัวอย่างคอนกรีตและการทดสอบ
3.11. ในการเอนกรีตต้องทําการทดสอบการยุบตัวของคอนกรีต (Stump test) ทุกครั้งที่เปลี่ยน อัตราส่วนผสมของน้ํากับปูนซีเมนต์ หรือเมื่อผู้ควบคุมงานเห็นว่าคอนกรีตอันหรือเหลวเกินไป โดยวิธีทดสอบการยุบตัวของคอนกรีต ให้เป็นไปตาม. 2 ซ. (1) 103: มาตรฐานการทดสอบการ ตัวของคอนกรีต ซึ่งค่าการยุบตัวของคอนกรีตควรเป็นไปตามค่าที่กําหนดไว้ในตารางที่ 2
3
10
ตารางที่ 3 ค่าการยุบตัวสําหรับงานก่อสร้างประเภทต่างๆ
..
จานราก
งานก่อสร้างประเภทต่างๆ
เผ่ น ดร. ผนังคอนกรีตเสริมเหล็
เสา ตรูย่อ
คริ คอนกรีตเสริมเหล็กและผนังบางๆ
ค่าการยุบตัวที่ยอมให้ (เซนติเมตร)
ล่า สุด
- สูงสุด
7.5
5.0
10.0
5.0
2.5
5.0
15.0
5.0
3.11.2 ผู้รับจ้างต้องจัดหาแบบเหล็กหล่อตัวอย่างจะนกรีตขนาดมาตรฐานรูปทรงลูกบาศก์ขนาด 15x45x15 เซนติเมตร หรือทรงกระบะขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5 เซนติเมตร สูง 20 เซนติเมตร และเก็บตัวอย่างคอนกรีตที่หน้างานลงในแบบหล่อต่อหน้าผู้ควบคุมงาน แล้วนําไป เป็นบารุงรักษาตาม มท.(1) 102 มาตรฐานการเก็บตัวอย่างคอนกรีตในหน้างานและการ ไปบํารุงรักษา
3.1.3 “เก็บตัวอย่างคอนกรีตให้เจ็บทุกวันที่มีการเทคอนกรีตอย่างน้อยวันละ 3 ก่อน เพื่อนําไป
ทดสอบ -ค่ากําลังอัดคอนกรีต โดยวิธีการเก็บทั้งนี้
และพื้น
- 11.3.1 เก็บเพื่อหล่อคอนกรีตแต่ละส่วนของโครงสร้าง เช่น ฐานราก เสา คาน แล 211.3.2 เต็มทุกครั้งเมื่อมีเปลี่ยนแหล่งทราย หรือหินกรวด
3.11.3.3 เก็บตัวอย่างคอนกรีตไม่น้อยกว่า 1 ครั้งในแต่ละวันที่มีการเทคอนกรีต 3.11.2.1 หากไม่มีการกําหนดในแบบรายการประกอบแบบเฉพาะงานแล้ว ให้ทําการ เก็บตัวอย่างคอนกรีตทุกครั้งที่มีการเทคอนกรีตทุกๆ 50 ลูกบาศก์เมตร และเศษ ของ 50 ลูกบาศก์เมตร ในกรณีเทพื้นและผนังให้เก็บตัวอย่างคอนกรีตทุกๆ การ
เทคอนกรีต 253 ตารางเมตร
3.1.3.5 สําหรับคอนกรีตผสมเสร็จ (Ready Mixed Concrete) การเก็บให้เป็นที่น่าก
กลาง และก้นโมจํานวนตัวอย่างที่เก็บให้ ไป ข้อ 2 -1 3.1 ถึง 3.113.3 3.11.2.6 การ จากเครื่องผสม (ไม่) ที่ประจําอยู่ในที่ก่อสร้างให้เก็บตัวอย่างจากที่กลางๆ
ของปริมาณคอนกรีตที่หลงในภาชนะรองรับ (กระ หรือรถเข็น
2.12 การพิจารณาผลการทดสอบ
คอนกรีต หล่อแล้วจะยอมรับได้ต่อเมื่อ ผลการทดสอบกําลังอัดของและตัวอย่างคอนกรีตเป็นไปตาม ข้อกําหนดต่อไปนี้
3.2.1 กําลังอัดประลัยของแห่งตัวอย่างคอนกรีตที่อายุ 25 วัน ต้องไม่ต่ํากว่าที่กําหนดไว้ในตารางที่ 2 หรือตามที่แบบกําหนด ถ้าแห่งตัวอย่างคอนกรีตใดมีกําลังอัดต่ํากว่าที่ชนะ กําลังอัดเฉลี่ย ทั้ง 5 ของตัวอย่าง สูงกว่าที่กําหนดไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 และผลต่างของกําลังอัดที่มี กําลังต่ําสุด กับค่าที่กําหนดต้องไม่เกินร้อยละ 10
11
3.12.2 การพิจารณากําลังอัดประลัยเพื่อการตรวจรับงานคอนกรีตก่อนอายุคอน ครบ 28 วัน ให้ ตรวจรับได้ แต่ต้องมีผลการทดลองอัดประลัยของแห่งตัวอย่างๆ กรีดที่เก็บจากการ เทโครงสร้างจริงในหน้างาน ซึ่งต้องมีค่ากําลังอัดประลัยไม่ต่ํากว่ากําหนดไว้ในตารางที่ 2
หรือตามที่แบบกําหนด ทั้งนี้อายุของคอนกรีตต้องไม่น้อยกว่า 7 วัน
3.12.3 หากปรากฎว่าค่ากําลังอัดประลัยของผลการทดสอบดังกล่าว ไม่เป็นไปตามที่ได้กําหนดใน
ตารางที่ 2 หรือ แบบ 6 ผู้รับจ้างต้องสกัดหรือรื้อส่วนที่เทคอนกรีตไปแล้วนั้นออก
L
เสีย แล้วจัด หล่อใหม่โดยใช้คอนกรีต ซึ่งมีคุณภาพได้กําลังอัดประลัยไม่ต่ํากว่าที่กําหนดไว้ ในตารางที่ 2 หรือตามที่แบบกําหนด หรือผู้รับจ้างจะต้องใช้วิธีตรวจสอบที่ผู้ว่าจ้างเห็นชอบ ความเสียหายและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเนื่องจากการหล่อคอนกรีตใหม่ หรือการตรวจสอบ ความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างส่วนนั้น ๆ ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบเองทั้งสิ้น
3.12.4 การทดสอบภาค กําลังจัดของตัวอย่างคอนกรีต ผู้รับจ้างจะต้องส่งให้หน่วยงานของการ ทางหลวงชนบท หรือที่ผู้แทนผู้ว่าจ้างสามารถร่วมทําการทดสอบได้ เป็นผู้ทดสอบ ค่าใช้จ่ายในการนี้ ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบเองทั้งสิ้น
นี้
3.13 !บบหล่อ
3.13 - แบบหล่อต้องทําจากวัสดุที่แข็งแรง ไม่ผุ ไม่ดาย อาทิ เหล็ก ไม้ ฯลฯ
3.13.2 แบบหล่อต้องเข้านะให้สนิทเพื่อกันน้ําปูน ตัวด้านในของแบบที่สัมผัสกับคอนกรีตต้อง เรียบและต้องล้างให้สะอาดก่อนลงมีเทคอนกรีตเสมอ และลบมุมชิ้นส่วนคอนกรีตชิ้นส่วน
คอนกรีตที่เป็นมุมแหลม นอกจากจะมีข้อกําหนดห้ามไว้
3.1.3.3 จัดให้มีช่องวางเปิดชั่วคราวที่ด้านล่างของแบบหล่อคอนกรีตเสาหรือเพื่อให้สามารถทํา
ความสะอาดหรือตรวจสอบก่อนการเทคอนกรีต
3.13.4 ต้องยึดลิ่มสําหรับปรับแต่งระดับหรือระยะของแบบหล่อให้แน่นอยู่กับที่ได้ ภายหลังจากการ
ตรวจสอบขั้นสุดท้ายก่อนการ หลอนกรีต
5.1.3.5 และและนั่งร้านรองรับครกรีตเหลวต้องมั่นคงแข็งแรง รับน้ําหนักและแรงสั่นสะเทือน และและนั่งร้านรองรับคอนกรีตเหลวต้องมั่นคงแข็งแรงพอรับน้ําหน้าและแรงสั่นสะเทือน เมื่อใช้เครื่องสั่นสะเทือนคอนกรีตได้ โดยไม่ทรุดตัวหรือเเอ่นตัวจนเสียระดับหรือแน
3.13.6 หากเกิดการเสียระดับหรือแนวหรือผิดขนาดจะเห็นว่าจะเกิดผลเสียหาย ผู้รับจ้างต้องทุ
ทําลายชิ้นส่วนทั้งชิ้นแล้วหล่อใหม่ให้ถูกต้องโดยจะคิดมูลเพิ่มเติมจากผู้ว่าจ้างไม่ได้ ทั้งนี้ มิได้ทําให้ผู้รับจ้างต้นความรับผิดชอบต่อผลเสียหายใดๆที่อาจจะเกิดจากการทุบทําลาย
ชิ้นส
3.13.7 แบบหล่อจะรอดออกไม่ได้จนกว่าจะได้กําหนดเวลา การสวดแบบต้องไม่ให้คอนกรีตได้รับ
ความกระเทือน และให้ถือกําหนดเวลาการถอดแบบดังต่อไปนี้
แบบข้าง นาแพง ฐานราก
แบบซังเสา
ย
2
2 วัน
12
แบบล่างของวันขึ้นคาน
และเมื่อถอดแล้วให้ตามจุดต่างๆ ที่เหมาะสมไว้อีก
14
14 วัน
ทั้งนี้ ให้เว้นในกรณีที่ใช้ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ชนิดแข็งตัวเร็ว ให้ถือกําหนดเองแบบได้ เมื่อ นกรีตมีอายุครบ 7 วัน - 12.8 กะไม่ถอดแบบตามกําหนดในข้อ 3.1 3.1 สามารถถอดแบบหล่อได้โดยกําลังอัดประลัยของ
กวนๆ ต้องมี ไม่ต่ํากว่ากําลังอัด ภัยขั้นต่ําดังต่อไปนี้
ก. แบบข้างเส” จาน กําแพง ฐานราก มีค่ากําลังอัดประลัยไม่ต่ํากว่า 50 กิโลกรัมต่อ
ตารางเซนติเมตร
ข. แบบล่างรองรับฟัน, คาน มีค่ากําลังอัดประลัยไม่ต่ํากว่า 100 กิโลฯ ตาราง
เซติเมตร - 13.9 แบบหล่อจะต้องมีขนาดที่แน่นอนและมีพื้นที่ผิวที่เรียบพอสมควร
3.13.10 ห้ามทําการก่อสร้างหรือองค์ประกอบใดๆ บนคอนกรีต เทแล้วเสร็จ จนกว่าจะผ่าน 24
ชั่วโมง หลังจากคอนกรีตครั้งสุดท้ายในแบบหล่ะส่วนนั้น
3.12.11 แบบหล่อที่รื้อออกแล้ว ก่อนที่จะนํามาใช้ใหม่จะต้องทําความสะอาดและตกแต่งให้
เรียบร้อยเสียก่อนจึงจะนําไปใช้อีก
บ