ประกวดราคาจ้างพัฒนาระบบศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเจ็บป่วยฉุกเฉินแบบบูรณาการ (Integrated Emergency Medical Services for Tourists) ของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
รายละเอียดขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
จ้างพัฒนาระบบศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเจ็บป่วยฉุกเฉิน
- หลักการและเหตุผล
สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ มีภารกิจในการส่งเสริม สนับสนุน และกำกับระบบการแพทย์ฉุกเฉินของ ประเทศให้มีมาตรฐาน ประชาชนและผู้ป่วยฉุกเฉินสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างทั่วถึง รวดเร็ว และปลอดภัยปัจจุบัน ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญ มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางใน พื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ เช่น กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต เชียงใหม่ ชลบุรี กระบี่ สุราษฎร์ธานี พังงา เกาะสมุย พัทยา หัวหิน สนามบิน ท่าเรือ แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ และสถานที่จัดกิจกรรม ขนาดใหญ่ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเกิดการเจ็บป่วยฉุกเฉิน อุบัติเหตุ หรือเหตุการณ์ที่ต้องได้รับการช่วยเหลือทาง การแพทย์อย่างเร่งด่วน
อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยเฉพาะชาวต่างชาติอาจไม่ทราบช่องทางการขอความช่วยเหลือ ทางการแพทย์ฉุกเฉินในประเทศไทย มีข้อจำกัดด้านภาษา ไม่สามารถระบุตำแหน่งที่เกิดเหตุได้ชัดเจน หรือไม่ สามารถประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างเหมาะสม ส่งผลให้การเข้าถึงบริการล่าช้า และอาจกระทบต่อความ ปลอดภัย ชีวิต สุขภาพ และภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของประเทศ
ดังนั้น สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติจึงเห็นสมควรพัฒนาระบบศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเจ็บป่วย ฉุกเฉิน เพื่อเป็นระบบกลางในการรับแจ้งเหตุ ประสานงาน คัดแยก ติดตาม และวิเคราะห์ข้อมูลการช่วยเหลือ นักท่องเที่ยวที่เจ็บป่วยฉุกเฉิน โดยเชื่อมโยงกับระบบการแพทย์ฉุกเฉินของประเทศ ระบบ ๑๖๖๙ ระบบ NDEMS หน่วยปฏิบัติการฉุกเฉิน โรงพยาบาล ตำรวจท่องเที่ยว หน่วยงานด้านการท่องเที่ยว จังหวัด องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
โครงการนี้จะช่วยยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นประเทศท่องเที่ยวปลอดภัย มีระบบสนับสนุนการแพทย์ ฉุกเฉินที่ทันสมัย เข้าถึงได้ง่าย ใช้ข้อมูลเป็นฐานในการบริหารจัดการ และสามารถต่อยอดสู่การวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยง การวางแผนทรัพยากร EMS และการพัฒนานโยบายด้าน Tourism Safety ในระดับประเทศ - วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อพัฒนาระบบดิจิทัลสำหรับรับแจ้งเหตุและช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่เจ็บป่วยฉุกเฉิน ๒.๒ เพื่อให้สามารถระบุตำแหน่งผู้ป่วยฉุกเฉินได้อย่างแม่นยำผ่านระบบแผนที่และพิกัด GPS ๒.๓ เพื่อสนับสนุนการสื่อสารหลายภาษา ลดข้อจำกัดในการแจ้งเหตุของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ๒.๔ เพื่อเชื่อมโยงการทำงานกับศูนย์รับแจ้งเหตุ ๑๖๖๙ ระบบ NDEMS และหน่วยปฏิบัติการฉุกเฉิน ๒.๕ เพื่อสนับสนุนการประสานงานระหว่าง สพฉ. หน่วย EMS โรงพยาบาล ตำรวจท่องเที่ยว หน่วยงาน ท่องเที่ยว และภาคีพื้นที่
๒.๖ เพื่อจัดทำระบบติดตามสถานการณ์ช่วยเหลือและการปิดเคสอย่างเป็นระบบ
๒.๗ เพื่อจัดทำ Dashboard และรายงานสำหรับผู้บริหารในการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นที่เสี่ยง ประเภทเหตุ ระยะเวลาการตอบสนอง และคุณภาพบริการ
๒.๘ เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่อระบบความปลอดภัยและการแพทย์ฉุกเฉินของประเทศ ไทย - คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย
3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการ ผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
3.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
3.7 เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน แห่งชาติ ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคา อย่างเป็นธรรม ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
3.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่น ข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลง ระหว่างผู้เข้าร่วมค้าจะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วม ค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ
สำหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุก รายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า 3.11 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง 3.12 ผู้ยื่นข้อเสนอมีผลงานในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา มีผลงานการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ อย่างน้อย 1 ผลงาน ในวงเงินต่อสัญญาไม่น้อยกว่า ๑,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) และเป็นผลงานที่เป็น คู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานราชการ หรือของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานเอกชนที่เชื่อถือได้ ที่สิ้นสุดการ ให้บริการแล้วไม่เกิน 5 ปี นับย้อนจากวันที่ยื่นเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องแสดง หลักฐานเป็นสำเนาสัญญา หรือหนังสือรับรองผลงาน ในวันที่กำหนดยื่นข้อเสนอ เพื่อประกอบการพิจารณา 3.13 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีบุคลากรประจำ (พนักงานของบริษัทเท่านั้น) ในการดำเนินโครงการฯ ทั้งที่เป็น ส่วนบริหารจัดการโครงการและบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคตามที่สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กำหนด
Business Model Canvas ของโครงการ
๔. ขอบเขตงาน
ผู้รับจ้างต้องดำเนินการศึกษา วิเคราะห์ ออกแบบ พัฒนา ทดสอบ ติดตั้ง ส่งมอบ อบรม ถ่ายทอดความรู้ และรับประกันระบบศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเจ็บป่วยฉุกเฉิน ให้สามารถใช้เป็นระบบดิจิทัลกลางในการรับแจ้ง เหตุ ระบุตำแหน่ง คัดแยกความเร่งด่วน ประสานหน่วยปฏิบัติการ ติดตามสถานะ บันทึกผลการช่วยเหลือ และ จัดทำข้อมูลวิเคราะห์เชิงบริหาร โดยต้องรองรับการทำงานร่วมกับระบบการแพทย์ฉุกเฉินของประเทศ ระบบ
1669 ระบบ NDEMS และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องตามบทบาทหน้าที่
4.1 งานศึกษา วิเคราะห์ และออกแบบระบบ
ผู้รับจ้างต้องดำเนินการศึกษา วิเคราะห์ และออกแบบระบบให้ครอบคลุมกระบวนการช่วยเหลือ นักท่องเที่ยวเจ็บป่วยฉุกเฉินตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง โดยมีรายละเอียดอย่างน้อยดังนี้
4.1.1 ศึกษากระบวนการปฏิบัติงาน ผู้รับจ้างต้องศึกษากระบวนการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือ นักท่องเที่ยวเจ็บป่วยฉุกเฉิน ตั้งแต่การรับแจ้งเหตุ การตรวจสอบข้อมูล การระบุตำแหน่ง การคัดแยกระดับความ เร่งด่วน การประสานศูนย์ 1669 การประสานหน่วยปฏิบัติการ EMS การนำส่งโรงพยาบาล การปิดเคส และการ จัดทำรายงานผลการช่วยเหลือ
4.1.2 วิเคราะห์ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและบทบาท ผู้รับจ้างต้องวิเคราะห์ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับระบบและบทบาท ของแต่ละกลุ่ม ได้แก่ นักท่องเที่ยว ผู้แจ้งเหตุ โรงแรม ผู้ประกอบการท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือ ศูนย์รับแจ้ง เหตุและสั่งการ 1669 หน่วยปฏิบัติการ EMS โรงพยาบาล ตำรวจท่องเที่ยว หน่วยงานด้านการท่องเที่ยว จังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้บริหารของ สพฉ.
4.1.3 จัดทำกระบวนการทำงานของระบบ ผู้รับจ้างต้องจัดทำ Business Process, Workflow, User Journey และ Service Blueprint เพื่อแสดงขั้นตอนการให้บริการอย่างครบถ้วน ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ การเข้าถึง บริการ การคัดแยก การสั่งการ การดูแล ณ จุดเกิดเหตุ การนำส่งโรงพยาบาล การปิดเคส และการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อพัฒนาระบบ
4.1.4 จัดทำเอกสารความต้องการของระบบ ผู้รับจ้างต้องจัดทำเอกสาร System Requirement Specification: SRS โดยระบุความต้องการเชิงหน้าที่ ความต้องการที่ไม่ใช่เชิงหน้าที่ กลุ่มผู้ใช้งาน สิทธิ์การใช้งาน ข้อมูลนำเข้า ข้อมูลส่งออก รายงาน และเงื่อนไขการทำงานของระบบอย่างชัดเจน
4.1.5 จัดทำเอกสารออกแบบระบบ ผู้รับจ้างต้องจัดทำ Software Design Specification: SDS ครอบคลุมสถาปัตยกรรมระบบ โครงสร้างโมดูล การออกแบบฐานข้อมูล การออกแบบหน้าจอ การออกแบบ API การออกแบบความมั่นคงปลอดภัย และการออกแบบการเชื่อมโยงระบบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
4.1.6 จัดทำแบบจำลองข้อมูลและพจนานุกรมข้อมูล ผู้รับจ้างต้องจัดทำ Data Model, ER Diagram และ Data Dictionary สำหรับข้อมูลหลักของระบบ เช่น ข้อมูลเคส ข้อมูลผู้ป่วย ข้อมูลผู้แจ้งเหตุ ข้อมูลพิกัด ข้อมูล อาการ ข้อมูลสถานะเคส ข้อมูลหน่วยปฏิบัติการ ข้อมูลโรงพยาบาล ข้อมูลจุดติดตั้ง QR Code ข้อมูลผู้ใช้งาน และ ข้อมูลการประสานงาน
4.1.7 จัดทำต้นแบบระบบ ผู้รับจ้างต้องจัดทำ Prototype หรือ Wireframe ของหน้าจอสำคัญ ได้แก่ หน้าจอแจ้งเหตุ หน้าจอรับเคส หน้าจอรายละเอียดเคส หน้าจอแผนที่ หน้าจอคัดแยกระดับความเร่งด่วน หน้าจอ สำหรับหน่วย EMS หน้าจอ Dashboard และหน้าจอบริหารจัดการข้อมูลพื้นฐาน เพื่อเสนอให้ สพฉ. พิจารณา เห็นชอบก่อนเริ่มพัฒนาระบบจริง
4.2 งานพัฒนาระบบสำหรับนักท่องเที่ยวและผู้แจ้งเหตุ
ผู้รับจ้างต้องพัฒนาระบบสำหรับนักท่องเที่ยวและผู้แจ้งเหตุในรูปแบบ Mobile Responsive Web Application เพื่อให้สามารถใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ได้โดยไม่ต้องติดตั้งแอปพลิเคชัน ในระยะแรก โดยมีรายละเอียดอย่างน้อยดังนี้
4.2.1 ระบบแจ้งเหตุฉุกเฉิน ระบบต้องมีหน้าจอแจ้งเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉินสำหรับนักท่องเที่ยว ผู้พบเห็นเหตุ ผู้ประกอบการท่องเที่ยว โรงแรม ไกด์ หรือผู้ดูแลพื้นที่ เพื่อให้สามารถส่งข้อมูลเหตุฉุกเฉินเข้าสู่ระบบได้อย่างรวดเร็ว 4.2.2 การเข้าถึงผ่าน QR Code หรือ Link ระบบต้องรองรับการเข้าถึงผ่าน QR Code หรือ Link ที่ สามารถนำไปติดตั้งหรือประชาสัมพันธ์ ณ โรงแรม สนามบิน ท่าเรือ อุทยาน แหล่งท่องเที่ยว สถานประกอบการ ท่องเที่ยว หรือพื้นที่ที่ สพฉ. กำหนด
4.2.3 การรองรับหลายภาษา ระบบต้องรองรับการใช้งานหลายภาษาอย่างน้อย 3 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน โดยผู้ใช้งานต้องสามารถเลือกภาษาได้อย่างสะดวก และข้อความสำคัญของระบบต้อง แสดงผลตามภาษาที่เลือก
4.2.4 ปุ่มโทรฉุกเฉิน 1669 ระบบต้องมีปุ่มโทรฉุกเฉิน 1669 ที่สามารถใช้งานได้สะดวกจากอุปกรณ์ เคลื่อนที่ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถติดต่อศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินได้ทันทีในกรณีเร่งด่วน
4.2.5 การรับพิกัด GPS ระบบต้องสามารถขออนุญาตใช้พิกัด GPS จากอุปกรณ์ของผู้ใช้งาน และบันทึก พิกัดละติจูดและลองจิจูดของจุดเกิดเหตุได้ พร้อมทั้งแสดงตำแหน่งบนแผนที่เพื่อให้ผู้แจ้งเหตุสามารถตรวจสอบและ ยืนยันตำแหน่งได้
4.2.6 แบบฟอร์มข้อมูลผู้ป่วยและผู้แจ้งเหตุ ระบบต้องมีแบบฟอร์มบันทึกข้อมูลที่จำเป็น เช่น ชื่อหรือชื่อ เรียกของผู้แจ้งเหตุ เบอร์ติดต่อ สัญชาติ ภาษา จำนวนผู้ป่วย เพศ อายุโดยประมาณ สถานที่เกิดเหตุ จุดสังเกต และ ข้อมูลอื่นที่ สพฉ. กำหนด
4.2.7 แบบฟอร์มอาการเบื้องต้น ระบบต้องมีแบบฟอร์มให้นักท่องเที่ยวหรือผู้แจ้งเหตุระบุอาการเบื้องต้น หรือประเภทเหตุ เช่น หมดสติ หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก อุบัติเหตุ จมน้ำ พลัดตกหกล้ม ภาวะฉุกเฉินจากความร้อน หรือเหตุอื่นตามที่ สพฉ. กำหนด
4.2.8 การแนบรูปภาพประกอบเหตุการณ์ระบบต้องรองรับการแนบรูปภาพประกอบเหตุการณ์ โดยต้องมี การกำหนดชนิดไฟล์ ขนาดไฟล์ และมาตรการป้องกันความเสี่ยงจากไฟล์ที่ไม่ปลอดภัย
4.2.9 การสร้างเลขที่อ้างอิงเคส ระบบต้องสามารถสร้างเลขที่อ้างอิงเคส หรือ Case ID โดยอัตโนมัติ เพื่อ ใช้สำหรับติดตามสถานะ อ้างอิงการประสานงาน และเชื่อมโยงข้อมูลตลอดกระบวนการช่วยเหลือ 4.2.10 การแสดงคำแนะนำเบื้องต้น ระบบต้องสามารถแสดงคำแนะนำเบื้องต้นระหว่างรอความช่วยเหลือ เช่น คำแนะนำให้โทร 1669 การอยู่ในจุดที่ปลอดภัย การเตรียมข้อมูลผู้ป่วย และคำแนะนำอื่นตามประเภทเหตุ และภาษาที่เลือก
4.2.11 การแสดงสถานการณ์รับเรื่อง ระบบต้องแสดงสถานะการรับเรื่องเบื้องต้น เช่น ส่งข้อมูลสำเร็จ อยู่ ระหว่างตรวจสอบ รับเรื่องแล้ว หรือสถานะอื่นตามที่ สพฉ. กำหนด
4.3 งานพัฒนาระบบ Case Management สำหรับเจ้าหน้าที่
ผู้รับจ้างต้องพัฒนาระบบบริหารจัดการเคสสำหรับเจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือ ศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการ 1669 หรือเจ้าหน้าที่ที่ สพฉ. กำหนด โดยมีรายละเอียดอย่างน้อยดังนี้
4.3.1 หน้าจอรายการเคส ระบบต้องมีหน้าจอแสดงรายการเคส โดยแยกตามสถานะ เช่น เคสใหม่ เคสอยู่ ระหว่างตรวจสอบ เคสอยู่ระหว่างประสานงาน เคสอยู่ระหว่างปฏิบัติการ เคสนำส่งโรงพยาบาล เคสปิดแล้ว และเคสยกเลิก
4.3.2 หน้าจอรายละเอียดเคส ระบบต้องแสดงรายละเอียดเคสอย่างครบถ้วน ได้แก่ ข้อมูลผู้ป่วย ข้อมูลผู้ แจ้งเหตุ สัญชาติ ภาษา ช่องทางติดต่อ ตำแหน่งพิกัด แผนที่ รูปภาพประกอบ ประเภทเหตุ อาการเบื้องต้น เวลารับ แจ้งเหตุ และข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง
4.3.3 การคัดแยกระดับความเร่งด่วน ระบบต้องรองรับการบันทึกผลการคัดแยกระดับความเร่งด่วน ประเภทเหตุ และข้อสังเกตประกอบการประเมิน เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่ 4.3.4 การมอบหมายและส่งต่อเคส ระบบต้องสามารถมอบหมายหรือส่งต่อเคสไปยังศูนย์ 1669 หน่วย ปฏิบัติการ EMS โรงพยาบาล ตำรวจท่องเที่ยว หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามกระบวนการและสิทธิ์การใช้งานที่ สพฉ. กำหนด
4.3.5 การบันทึกการประสานงาน ระบบต้องสามารถบันทึกการประสานงานได้ เช่น หน่วยงานที่ประสาน ผู้รับเรื่อง วันเวลา ผลการประสาน หมายเหตุ และข้อมูลประกอบการติดต่อ
4.3.6 การติดตามสถานะการช่วยเหลือ ระบบต้องสามารถติดตามสถานะการช่วยเหลือได้ตั้งแต่รับแจ้งเหตุ รับงาน ออกปฏิบัติการ ถึงจุดเกิดเหตุ ออกจากจุดเกิดเหตุ ถึงโรงพยาบาล ส่งมอบผู้ป่วย และปิดภารกิจ 4.3.7 การบันทึกเวลาแต่ละขั้นตอน ระบบต้องสามารถบันทึกเวลาในแต่ละขั้นตอน เช่น เวลารับแจ้งเหตุ เวลาตรวจสอบข้อมูล เวลาแจ้งหน่วย เวลาหน่วยออกปฏิบัติการ เวลาเข้าถึงจุดเกิดเหตุ เวลาออกจากจุดเกิดเหตุ เวลาถึงโรงพยาบาล และเวลาปิดเคส
4.3.8 การบันทึกผลการช่วยเหลือ ระบบต้องสามารถบันทึกผลการช่วยเหลือ เช่น การดูแลเบื้องต้น การ นำส่ง โรงพยาบาลปลายทาง สถานะผู้ป่วย ผลลัพธ์ของเคส และข้อเสนอแนะเพิ่มเติม
4.3.9 การค้นหา กรอง และส่งออกรายงาน ระบบต้องสามารถค้นหา กรอง และเรียงลำดับข้อมูลเคสตาม วันที่ จังหวัด พื้นที่ท่องเที่ยว ประเภทเหตุ สถานะเคส สัญชาติ ภาษา หน่วยปฏิบัติการ และโรงพยาบาลปลายทาง รวมทั้ง Export ข้อมูลในรูปแบบ Excel และ PDF
4.3.10 การบันทึกประวัติการใช้งาน ระบบต้องมี Audit Log สำหรับบันทึกการใช้งานของเจ้าหน้าที่ เช่น การเข้าสู่ระบบ การดูข้อมูล การแก้ไขข้อมูล การเปลี่ยนสถานะ การส่งต่อเคส และการส่งออกรายงาน
4.4 งานพัฒนาระบบสำหรับหน่วยปฏิบัติการ EMS
ผู้รับจ้างต้องพัฒนาระบบหรือหน้าจอการใช้งานสำหรับหน่วยปฏิบัติการ EMS เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการ ภาคสนาม โดยมีรายละเอียดอย่างน้อยดังนี้
4.4.1 การแสดงรายการเคสที่ได้รับมอบหมาย ระบบต้องแสดงรายการเคสที่หน่วยปฏิบัติการ EMS ได้รับ มอบหมายหรือได้รับการส่งต่อจากเจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือหรือศูนย์ 1669
4.4.2 การแสดงรายละเอียดเคส ระบบต้องแสดงข้อมูลที่จำเป็นต่อการปฏิบัติการ เช่น ตำแหน่งจุดเกิดเหตุ ข้อมูลผู้ป่วย อาการเบื้องต้น ภาษา เบอร์ติดต่อ จุดสังเกต และรูปภาพประกอบเหตุการณ์ 4.4.3 การแสดงตำแหน่งบนแผนที่ ระบบต้องแสดงตำแหน่งผู้ป่วยหรือจุดเกิดเหตุบนแผนที่ และสามารถ ใช้ร่วมกับระบบนำทางได้ตามความเหมาะสม
4.4.4 การบันทึกสถานะการออกปฏิบัติการ ระบบต้องรองรับการบันทึกสถานะการปฏิบัติการ เช่น รับงาน ออกปฏิบัติการ ถึงจุดเกิดเหตุ ออกจากจุดเกิดเหตุ ถึงโรงพยาบาล และเสร็จสิ้นภารกิจ
4.4.5 การบันทึกเวลาและผลการปฏิบัติการ ระบบต้องรองรับการบันทึกเวลาในแต่ละขั้นตอนของการ ปฏิบัติการ ข้อมูลการช่วยเหลือเบื้องต้น โรงพยาบาลปลายทาง ผลการนำส่ง และสถานะผู้ป่วยเบื้องต้น 4.4.6 การใช้งานผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ ระบบต้องรองรับการใช้งานผ่าน Web Browser บนอุปกรณ์ เคลื่อนที่ และต้องออกแบบหน้าจอให้เหมาะสมกับการใช้งานภาคสนาม
4.5 งานพัฒนาระบบ Dashboard และรายงานผู้บริหาร
ผู้รับจ้างต้องพัฒนาระบบ Dashboard และรายงานสำหรับผู้บริหาร เพื่อใช้ติดตามสถานการณ์ วิเคราะห์ ข้อมูล และสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย โดยมีรายละเอียดอย่างน้อยดังนี้
4.5.1 Dashboard จำนวนเคส ระบบต้องแสดงจำนวนเคสทั้งหมด และจำนวนเคสตามช่วงเวลา เช่น รายวัน รายเดือน รายไตรมาส และรายปี
4.5.2 Dashboard แยกตามพื้นที่ ระบบต้องแสดงจำนวนเคสแยกตามจังหวัด อำเภอ พื้นที่ท่องเที่ยว โรงแรม สถานประกอบการ จุดติดตั้ง QR Code หรือพื้นที่ที่ สพฉ. กำหนด
4.5.3 Dashboard แยกตามประเภทเหตุระบบต้องแสดงจำนวนเคสแยกตามประเภทเหตุหรืออาการ เจ็บป่วยฉุกเฉิน เช่น อุบัติเหตุ จมน้ำ หมดสติ เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก หรือประเภทอื่นที่กำหนด 4.5.4 Dashboard แยกตามสัญชาติและภาษา ระบบต้องแสดงจำนวนเคสแยกตามสัญชาติและภาษาที่ใช้ ในการแจ้งเหตุ เพื่อสนับสนุนการวางแผนบริการหลายภาษา
4.5.5 Dashboard สถานะเคส ระบบต้องแสดงสถานะของเคส เช่น เคสใหม่ อยู่ระหว่างดำเนินการ อยู่ ระหว่างปฏิบัติการ นำส่งโรงพยาบาล ปิดเคส หรือยกเลิก
4.5.6 Dashboard ระยะเวลาการตอบสนอง ระบบต้องแสดงระยะเวลาการตอบสนองเฉลี่ย เช่น เวลา ตั้งแต่รับแจ้งถึงแจ้งหน่วย เวลาตั้งแต่แจ้งหน่วยถึงออกปฏิบัติการ เวลาตั้งแต่ออกปฏิบัติการถึงจุดเกิดเหตุ และเวลา รวมของเคส
4.5.7 แผนที่ Heatmap ระบบต้องมีแผนที่ Heatmap แสดงจุดเกิดเหตุหรือพื้นที่เสี่ยงของนักท่องเที่ยว เพื่อใช้วิเคราะห์แนวโน้มและวางแผนทรัพยากร EMS
4.5.8 รายงานหน่วยปฏิบัติการและโรงพยาบาลปลายทาง ระบบต้องแสดงรายงานหน่วยปฏิบัติการที่ เกี่ยวข้อง จำนวนเคสที่ได้รับมอบหมาย ผลการปฏิบัติการ และรายงานโรงพยาบาลปลายทางที่รับผู้ป่วย 4.5.9 การส่งออกรายงาน ระบบต้องสามารถ Export รายงานในรูปแบบ Excel และ PDF ตามรูปแบบที่ สพฉ. กำหนด
4.6 งานพัฒนาระบบบริหารจัดการข้อมูลพื้นฐาน
ผู้รับจ้างต้องพัฒนาระบบบริหารจัดการข้อมูลพื้นฐาน หรือ Master Data Management สำหรับผู้ดูแล ระบบ โดยมีรายละเอียดอย่างน้อยดังนี้
4.6.1 การจัดการข้อมูลผู้ใช้งาน ระบบต้องสามารถเพิ่ม แก้ไข ระงับการใช้งาน และกำหนดสถานะของ ผู้ใช้งานได้
4.6.2 การจัดการบทบาทและสิทธิ์ระบบต้องสามารถกำหนดบทบาทและสิทธิ์การใช้งานตามหลัก Role Based Access Control: RBAC
4.6.3 การจัดการข้อมูลพื้นที่ ระบบต้องสามารถจัดการข้อมูลจังหวัด อำเภอ พื้นที่ท่องเที่ยว พื้นที่เสี่ยง และพื้นที่ให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเจ็บป่วยฉุกเฉิน
4.6.4 การจัดการข้อมูลจุดติดตั้ง QR Code ระบบต้องสามารถจัดการข้อมูลจุดติดตั้ง QR Code เช่น รหัส จุดติดตั้ง ชื่อสถานที่ ประเภทสถานที่ พิกัด หน่วยงานเจ้าของพื้นที่ และสถานะการใช้งาน 4.6.5 การจัดการข้อมูลสถานประกอบการและแหล่งท่องเที่ยว ระบบต้องสามารถจัดการข้อมูลโรงแรม รี สอร์ต สถานประกอบการท่องเที่ยว บริษัทนำเที่ยว สนามบิน ท่าเรือ อุทยาน หรือแหล่งท่องเที่ยว 4.6.6 การจัดการข้อมูลหน่วยปฏิบัติการ EMS ระบบต้องสามารถจัดการข้อมูลหน่วยปฏิบัติการ EMS เช่น ชื่อหน่วย ประเภทหน่วย พื้นที่รับผิดชอบ ช่องทางติดต่อ และสถานะการให้บริการ
4.6.7 การจัดการข้อมูลโรงพยาบาล ระบบต้องสามารถจัดการข้อมูลโรงพยาบาลและสถานพยาบาล เช่น ชื่อสถานพยาบาล ประเภท ระดับศักยภาพ พื้นที่ให้บริการ ช่องทางติดต่อ และพิกัด
4.6.8 การจัดการข้อความหลายภาษา ระบบต้องสามารถจัดการข้อความหลายภาษา เช่น ข้อความ คำแนะนำ ข้อความแจ้งเตือน ข้อความในแบบฟอร์ม และข้อความที่แสดงแก่ผู้ใช้งานแต่ละกลุ่ม 4.6.9 การจัดการประเภทเหตุและ Template รายงาน ระบบต้องสามารถจัดการประเภทเหตุฉุกเฉิน อาการเบื้องต้น ระดับความเร่งด่วน Template รายงาน และรูปแบบการส่งออกข้อมูล
4.7 งานพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลและ API
ผู้รับจ้างต้องออกแบบและพัฒนา API หรือช่องทางเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบที่เกี่ยวข้อง โดยมีรายละเอียด อย่างน้อยดังนี้
4.7.1 การเชื่อมโยงกับระบบ NDEMS หรือระบบที่ สพฉ. กำหนด ระบบต้องรองรับการเชื่อมโยงข้อมูลกับ ระบบ NDEMS หรือระบบอื่นที่ สพฉ. กำหนด เพื่อส่งต่อข้อมูลเหตุฉุกเฉิน ข้อมูลการสั่งการ ข้อมูลสถานะเคส และ ข้อมูลผลการปฏิบัติการ
4.7.2 การเชื่อมโยงกับระบบ 1669 ระบบต้องรองรับการเชื่อมโยงหรือเตรียมความพร้อมในการเชื่อมโยง กับศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการ 1669 เพื่อสนับสนุนการรับแจ้งเหตุ คัดแยก ประสานหน่วยปฏิบัติการ และติดตาม ผล
4.7.3 การเชื่อมโยงข้อมูลหน่วยปฏิบัติการและโรงพยาบาล ระบบต้องรองรับการรับส่งข้อมูลหน่วย ปฏิบัติการ EMS ข้อมูลโรงพยาบาล ข้อมูลสถานะการปฏิบัติการ และข้อมูลการนำส่งผู้ป่วย 4.7.4 การจัดทำเอกสาร API ผู้รับจ้างต้องจัดทำ API Specification, Data Exchange Format, Data Mapping, Error Code, Authentication Method และคู่มือ API อย่างครบถ้วน
4.7.5 การทดสอบการเชื่อมโยงข้อมูล ผู้รับจ้างต้องทดสอบการเชื่อมโยงข้อมูลร่วมกับ สพฉ. หรือหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง และจัดทำรายงานผลการทดสอบการเชื่อมโยงข้อมูล
4.7.6 กรณีระบบปลายทางยังไม่พร้อมเชื่อมต่อจริง กรณีระบบปลายทางยังไม่พร้อมเชื่อมต่อจริง ผู้รับจ้าง ต้องจัดทำ API Mockup, Mock Service, Data Exchange Format และ Integration Readiness Document เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อได้ในระยะต่อไป
๔.๗.๗ ระบบสามารถเชื่อมต่อไปยังระบบ National EMS Digital Platform (NDEMS) ของสถาบัน การแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ได้แก่ ระบบรับรองหน่วยปฏิบัติการ, ระบบรับรองวิทยุสื่อสาร, ระบบรับรอง องค์กรฝึกอบรม, ระบบรับรองยานพาหนะ, ระบบออกใบประกาศนียบัตร เป็นต้น โดยไม่มีผลกระทบกับการใช้งาน ของระบบ และไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม พร้อมแสดงเอกสารหนังสือรับรองประกอบการยื่นเสนอราคา
4.8 งานด้านความมั่นคงปลอดภัยและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ผู้รับจ้างต้องออกแบบและพัฒนาระบบให้มีมาตรการด้านความมั่นคงปลอดภัยและการคุ้มครองข้อมูลส่วน บุคคลที่เหมาะสมกับข้อมูลด้านการแพทย์ฉุกเฉินและข้อมูลนักท่องเที่ยว โดยมีรายละเอียดอย่างน้อยดังนี้ 4.8.1 การยืนยันตัวตนผู้ใช้งาน ระบบต้องมีการยืนยันตัวตนสำหรับเจ้าหน้าที่ ผู้ดูแลระบบ และผู้ใช้งาน กลุ่มที่ต้องเข้าสู่ระบบ
4.8.2 การกำหนดสิทธิ์ตามบทบาท ระบบต้องกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลและฟังก์ชันตามบทบาทหน้าที่ ของผู้ใช้งาน โดยใช้หลัก RBAC และหลักการให้สิทธิ์เท่าที่จำเป็น
4.8.3 การเข้ารหัสข้อมูล ระบบต้องรองรับการเข้ารหัสการรับส่งข้อมูลผ่าน HTTPS/TLS และมีมาตรการ ป้องกันข้อมูลสำคัญที่จัดเก็บในฐานข้อมูลตามความเหมาะสม
4.8.4 การบันทึก Audit Log ระบบต้องมี Audit Log ครอบคลุมการเข้าสู่ระบบ การดูข้อมูล การเพิ่ม ข้อมูล การแก้ไขข้อมูล การลบข้อมูล การเปลี่ยนสถานะ การส่งต่อเคส และการส่งออกข้อมูล 4.8.5 การจัดการ Session และรหัสผ่าน ระบบต้องมี Session Timeout และ Password Policy หรือ มาตรการยืนยันตัวตนอื่นที่เหมาะสมตามที่ สพฉ. กำหนด
4.8.6 การป้องกันช่องโหว่ของ Web Application ระบบต้องมีมาตรการป้องกันช่องโหว่พื้นฐาน เช่น SQL Injection, Cross-Site Scripting: XSS, Cross-Site Request Forgery: CSRF, Broken Access Control และ File Upload Vulnerability
4.8.7 การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ระบบต้องมีแนวทางการเก็บ ใช้ เปิดเผย ลบ หรือทำลายข้อมูลส่วน บุคคล รวมถึงข้อมูลสุขภาพและข้อมูลนักท่องเที่ยว ให้สอดคล้องกับกฎหมายและนโยบายที่เกี่ยวข้อง 4.8.8 Privacy Notice และ Consent ระบบต้องมี Privacy Notice สำหรับผู้ใช้งาน และมีแนวทาง Consent หรือการรับทราบข้อมูลตามความเหมาะสมของบริบทเหตุฉุกเฉิน
4.8.9 การจำกัดการเข้าถึงข้อมูลผู้ป่วย ระบบต้องมีมาตรการจำกัดการเข้าถึงข้อมูลผู้ป่วย ข้อมูลสุขภาพ และข้อมูลส่วนบุคคลเฉพาะผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องเท่านั้น
4.8.10 รายงานผลการทดสอบความมั่นคงปลอดภัย ผู้รับจ้างต้องจัดทำรายงานผลการทดสอบด้านความ มั่นคงปลอดภัยเบื้องต้นก่อนส่งมอบระบบ
4.9 งานจัดทำคุณลักษณะทางเทคนิคและสภาพแวดล้อมระบบ
ผู้รับจ้างต้องพัฒนาระบบให้มีคุณลักษณะทางเทคนิคขั้นต่ำ โดยมีรายละเอียดอย่างน้อยดังนี้ 4.9.1 รูปแบบระบบ ระบบต้องเป็น Web Application และ Mobile Responsive Web Application รองรับการใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์
4.9.2 Browser และอุปกรณ์ที่รองรับ ระบบต้องรองรับ Web Browser เวอร์ชันปัจจุบัน ได้แก่ Google Chrome, Microsoft Edge และ Safari และรองรับการใช้งานผ่านอุปกรณ์ระบบ iOS และ Android ผ่าน Web Browser
4.9.3 Backend และ API Backend ต้องรองรับ RESTful API หรือมาตรฐานอื่นที่เหมาะสมและได้รับ ความเห็นชอบจาก สพฉ.
4.9.4 ฐานข้อมูล ระบบต้องใช้ฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์หรือฐานข้อมูลที่เหมาะสมกับภารกิจ สามารถสำรอง กู้ คืน และบริหารจัดการข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4.9.5 ระบบแผนที่และ GIS ระบบต้องรองรับการแสดงพิกัด GPS จุดเกิดเหตุ การแสดงข้อมูลบนแผนที่ และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ เช่น Heatmap
4.9.6 ภาษา ระบบต้องรองรับภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาจีนเป็นอย่างน้อย
4.9.7 การติดตั้งระบบ ระบบต้องสามารถติดตั้งบนเครื่องแม่ข่ายหรือ Cloud Environment ที่ สพฉ. กำหนด
4.9.8 เอกสารทางเทคนิค ผู้รับจ้างต้องจัดทำเอกสารติดตั้งระบบ คู่มือผู้ใช้งาน คู่มือผู้ดูแลระบบ คู่มือ เทคนิค และคู่มือ API อย่างครบถ้วน
4.9.9 Source Code และองค์ประกอบระบบ ผู้รับจ้างต้องส่งมอบ Source Code, Database Script, Configuration File, Deployment Guide และเอกสารประกอบการพัฒนาอย่างครบถ้วน
4.10 งานทดสอบระบบ
ผู้รับจ้างต้องดำเนินการทดสอบระบบก่อนส่งมอบ โดยมีรายละเอียดอย่างน้อยดังนี้
4.10.1 การจัดทำแผนทดสอบ ผู้รับจ้างต้องจัดทำ Test Plan และ Test Case ครอบคลุมทุกฟังก์ชันหลัก ของระบบ และต้องเสนอให้ สพฉ. เห็นชอบก่อนดำเนินการทดสอบ
4.10.2 Functional Test ผู้รับจ้างต้องทดสอบการทำงานของระบบทุกโมดูล เพื่อให้มั่นใจว่าระบบทำงาน ตรงตามข้อกำหนด
4.10.3 Integration Test ผู้รับจ้างต้องทดสอบการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างโมดูลภายในระบบ และการ เชื่อมโยงกับระบบภายนอกที่เกี่ยวข้อง
4.10.4 User Acceptance Test ผู้รับจ้างต้องดำเนินการทดสอบ UAT ร่วมกับผู้แทน สพฉ. และผู้ใช้งาน ที่เกี่ยวข้อง โดยต้องจัดทำรายงานผลการทดสอบ ข้อบกพร่อง แนวทางแก้ไข และผลการแก้ไข 4.10.5 Performance Test ผู้รับจ้างต้องทดสอบประสิทธิภาพเบื้องต้นของระบบ เช่น ระยะเวลาการ ตอบสนอง การรองรับผู้ใช้งานพร้อมกัน และการประมวลผลรายงาน
4.10.6 Security Test ผู้รับจ้างต้องทดสอบด้านความมั่นคงปลอดภัยเบื้องต้น ครอบคลุมการยืนยันตัวตน การกำหนดสิทธิ์ การเข้าถึงข้อมูล และช่องโหว่พื้นฐานของ Web Application
4.10.7 การทดสอบบนอุปกรณ์และ Browser ผู้รับจ้างต้องทดสอบการใช้งานผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่และ Browser ที่กำหนด เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถใช้งานได้จริง
4.11 งานติดตั้ง ส่งมอบ และนำระบบขึ้นใช้งาน
ผู้รับจ้างต้องดำเนินการติดตั้งและนำระบบขึ้นใช้งานจริงตามสภาพแวดล้อมที่ สพฉ. กำหนด โดยมี รายละเอียดอย่างน้อยดังนี้
4.11.1 การติดตั้งระบบ ผู้รับจ้างต้องติดตั้งระบบบนเครื่องแม่ข่ายหรือ Cloud ที่ สพฉ. กำหนด พร้อม กำหนดค่า Web Server, Application Server, Database, API และ Security Setting ที่เกี่ยวข้อง 4.11.2 การจัดทำ Deployment Checklist ผู้รับจ้างต้องจัดทำ Production Deployment Checklist เพื่อใช้ตรวจสอบความพร้อมก่อนเปิดใช้งานจริง
4.11.3 การจัดเตรียมข้อมูลตั้งต้น ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมหรือ Migration ข้อมูลตั้งต้นตามที่ สพฉ. จัดเตรียม เช่น ข้อมูลจังหวัด พื้นที่ท่องเที่ยว โรงพยาบาล หน่วย EMS จุดติดตั้ง QR Code และข้อมูลผู้ใช้งาน 4.11.4 การสำรองข้อมูลและกู้คืนข้อมูล ผู้รับจ้างต้องจัดทำแนวทางการสำรองข้อมูลและกู้คืนข้อมูล เบื้องต้น เพื่อรองรับการใช้งานจริง
4.11.5 การสนับสนุนช่วงเริ่มใช้งานจริง ผู้รับจ้างต้องสนับสนุนการเริ่มใช้งานจริงในระยะแรก และแก้ไข ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการใช้งานตามที่ สพฉ. กำหนด
๔.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีประสบการณ์การพัฒนาระบบหรือติดตั้ง (Deploy) ระบบบนโครงสร้างพื้นฐานที่ ข้อมูลทั้งหมดถูกจัดเก็บ ประมวลผล และควบคุมภายใต้กฎหมายไทยซึ่งไม่ถูกแทรกแซงจากกฎหมายต่างชาติ (Sovereign Cloud) โดยผู้ให้บริการต้องมีศูนย์ข้อมูลหลักและศูนย์สำรองในประเทศไทย (Data Localization) ที่ ให้บริการมาแล้วไม่น้อยกว่า ๕ ปี และศูนย์ข้อมูลหลักต้องมีมาตรฐานอย่างน้อยดังต่อไปนี้ และแสดงเอกสารหรือ ใบรับรองเพื่อประกอบการยื่นข้อเสนอ
๔.๑๒.๑ ศูนย์ข้อมูลคอมพิวเตอร์ (Data Center และบริการระบบคลาวด์ (Cloud
Computing)) ได้รับการรับรองมาตรฐาน ดังต่อไปนี้
๔.๑๒.๑.๑ มาตรฐานการบริหารจัดการความความปลอดภัยของข้อมูล ISO/IEC 27001
๔.๑๒.๑.๒ มาตรฐานการบริหารการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล ISO/IEC 27701
๔.๑๒.๑.๓ มาตรฐานการให้บริการด้านไอทีระบบคลาวด์ ISO/IEC 20000-1
๔.๑๒.๑.๔ มาตรฐานการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ ISO 22301
๔.๑๒.๑.๕ มาตรฐานการจัดการความมั่นคงปลอดภัยในระบบคลาวด์ CSA-STAR
Cloud Security (CSA-STAR)
๔.๑๒.๑.๖ มาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของ Health Informatics หรือ
ข้อมูลด้านสุขภาพ โดยเฉพาะ ISO 27799
๔.๑๒.๑.๗ มาตรฐานการควบคุมด้านความมั่นคงปลอดภัยบนบริการคลาวด์ ISO 27017 ๔.๑๒.๑.๘ มาตรฐานสากลสําหรับการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลที่สามารถระบุตัวตนได้
ISO 27018
๔.๑๒.๑.๙ มาตรฐานสากลสำหรับการพัฒนาซอฟต์แวร์ ISO/IEC 29110-4-1:2018
๔.๑๒.๑.๑๐ ระบบโครงสร้างพื้นฐานให้บริการอยู่ภายในศูนย์ข้อมูลคอมพิวเตอร์ (Data
Center) ที่ได้รับมาตรฐาน PCI-DSS
๔.๑๒.๒ ศูนย์ข้อมูลคอมพิวเตอร์ (Data Center) ตั้งอยู่ในประเทศไทย อย่างน้อย ๓ ศูนย์ข้อมูล มีระยะทาง ห่างกันอย่างน้อย ๑๐๐ กิโลเมตร จำนวน ๑ ศูนย์ข้อมูล และ Data Center ทุกแห่ง ต้องมีระบบเครือข่ายสื่อสาร หลัก ที่เชื่อมเป็นเครือข่ายเดียวกันด้วยเทคโนโลยีบริหารจัดการระบบเครือข่าย (Software Define Infrastructure: SDI) เพื่อรองรับแผนการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง (Business Continuity Planning: BCP)
๔.๑๒.๑.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องนำระบบที่พัฒนาแล้วเสร็จดำเนินการติดตั้ง (Deployment) ให้ สามารถใช้งานได้บนระบบบริการคลาวด์ของภาครัฐ หรือตามที่ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กำหนด ทั้งนี้ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ จะเป็นผู้จัดเตรียมเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายเสมือนสำหรับระบบงานหลัก (Production Environment)
๔.๑๒.๔ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องนำระบบที่พัฒนาแล้วดำเนินการทดสอบเจาะรบบ (Penetration Testing) หรือประเมินช่องโหว่ (Vulnerability Assessment) ก่อนขึ้นระบบจริง (Go-Live)
4.1๓ งานอบรม ถ่ายทอดความรู้ และจัดทำเอกสารประกอบ
ผู้รับจ้างต้องจัดอบรม ถ่ายทอดความรู้ และจัดทำเอกสารประกอบการใช้งานระบบ โดยมีรายละเอียดอย่าง น้อยดังนี้
4.1๓.1 การอบรมผู้ใช้งาน ผู้รับจ้างต้องจัดอบรมผู้ใช้งานกลุ่มเจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ 1669 หน่วยปฏิบัติการ EMS หรือผู้ใช้งานกลุ่มอื่นตามที่ สพฉ. กำหนด
4.1๓.2 การอบรมผู้ดูแลระบบ ผู้รับจ้างต้องจัดอบรมผู้ดูแลระบบ ครอบคลุมการจัดการผู้ใช้งาน การ กำหนดสิทธิ์ การจัดการข้อมูลพื้นฐาน การตรวจสอบ Log การสำรองข้อมูล และการดูแลระบบเบื้องต้น 4.1๓.3 การอบรมการใช้ Dashboard และรายงาน ผู้รับจ้างต้องอบรมการใช้งาน Dashboard และ รายงานสำหรับผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูล
4.1๓.4 การจัดทำคู่มือ ผู้รับจ้างต้องจัดทำคู่มือผู้ใช้งาน คู่มือผู้ดูแลระบบ คู่มือเทคนิค คู่มือ API และ เอกสารติดตั้งระบบเป็นภาษาไทย
4.1๓.5 เอกสารประกอบการอบรม ผู้รับจ้างต้องจัดทำเอกสารประกอบการอบรม เช่น Slide สรุปขั้นตอน การใช้งาน เอกสารแนะนำการใช้งาน และไฟล์ประกอบอื่นที่จำเป็น
4.1๓.6 รายงานผลการอบรม ผู้รับจ้างต้องจัดทำรายงานผลการอบรม รายชื่อผู้เข้าร่วมอบรม และผลการ ประเมินความเข้าใจหรือความพึงพอใจของผู้เข้าอบรม
๕. ระยะเวลาการดำเนินการ
ระยะเวลา 180 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามสัญญา
๖. กำหนดส่งมอบงานและการชำระเงิน
สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ จะแบ่งงวดการชำระเงินออกเป็น 3 งวด ตามเงื่อนไข ดังนี้ ๖.1 งวดที่ 1 ร้อยละ 15 ของมูลค่างาน แผนการดำเนินงาน โครงสร้างบุคลากร แผนภาพสถาปัตยกรรม ระบบ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องดำเนินการและส่งมอบงานและได้รับการเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจรับให้แล้วเสร็จ ภายใน 30 วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา
๖.2 งวดที่ 2 ร้อยละ 50 ของมูลค่างาน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องดำเนินการและส่งมอบงานตามรายละเอียด ขอบเขตงานข้อ ๔.๑ - ๔.๑๒ และได้รับการเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจรับให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน นับถัด จากวันลงนามในสัญญา
๖.3 งวดที่ 3 งวดสุดท้าย ร้อยละ 35 ของมูลค่างาน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องทำการทดสอบระบบ (UAT) และ จัดอบรม ตามขอบเขตงานข้อ ๔.๑๓ รวมถึงจัดทำคู่มือที่เป็นไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นวิดีโอประกอบการใช้งานและ เอกสารที่ได้รับการเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจรับให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ได้แก่
- ผลการทดสอบระบบ ได้แก่ รายงานผล Functional Test, Integration Test, Performance Test, Security Test และ User Acceptance Test
- เอกสารการเชื่อมโยงระบบ ได้แก่ API Specification, Data Exchange Format, Data Mapping, คู่มือ API, API Mockup หรือ Integration Readiness Document แล้วแต่กรณี - Source Code และเอกสา รท าง เ ทค นิ ค ได้แก่ Source Code, Database Script, Configuration File, Deployment Guide, Installation Manual และเอกสารประกอบการ พัฒนา
- รายงานส่งมอบฉบับสมบูรณ์ผู้รับจ้างต้องจัดทำรายงานส่งมอบฉบับสมบูรณ์ พร้อมหนังสือ รับประกันระบบตามเงื่อนไขที่กำหนด
๗. เงื่อนไขการชำระเงิน
แบ่งการจ่ายเงินออกเป็น 3 งวด ดังนี้
งวดที่
ระยะเวลาดำเนินการ
การชำระเงิน
ผลงานที่ต้องส่งมอบ
1.
ภายในระยะเวลา 30 วัน
นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
ร้อยละ 15
ของวงเงินตามสัญญา- แผนการดำเนินงาน
ประกอบด้วยแผนการปฏิบัติงาน
แผนการทดสอบ แผนการฝึกอบรม แผนสำรองและการกู้คืนระบบ
- แผนการดำเนินงาน
- โครงสร้างบุคลากร
- แผนภาพสถาปัตยกรรมระบบ
2.
ภายในระยะเวลา 120 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
ร้อยละ 50
ของวงเงินตามสัญญา
ระบบงานตามขอบเขตงาน ข้อ ๔.1 - ๔.1๒
เอกสารการวิเคราะห์และออกแบบระบบ
งวดที่
ระยะเวลาดำเนินการ
การชำระเงิน
ผลงานที่ต้องส่งมอบ
Source Code
ของระบบที่พัฒนาทั้งหมดฉบับสมบูรณ์
3.
ภายในระยะเวลา 180 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
ร้อยละ 35
ของวงเงินตามสัญญา
ผลรายงานการทดสอบ
คู่มือการใช้งานที่เป็นไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ เอกสารคู่มือการใช้งาน
แผนการฝึกอบรม ตามขอบเขตงานข้อ ๔.๑๓
๘. หลักเกณฑ์การพิจารณาข้อเสนอ
ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้คณะกรรมการพิจารณาผลการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะตัดสินโดยใช้เกณฑ์ประเมินค่าประสิทธิภาพต่อราคา (Price Performance)
๘.1 ข้อเสนอทางด้านเทคนิคกำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ 80
ลำดับที่
รายการ
ร้อยละ 80
1.
แผนการดำเนินงาน (ออกแบบ พัฒนา รายงานความก้าวหน้า ทดสอบ อบรม การเปิดใช้งานระบบให้คำปรึกษาและบริการหลังการขาย)
20
2.
โครงสร้างบุคลากรและความเชี่ยวชาญ (บุคลากรบริหารจัดการโครงการ บุคลากรด้านเทคนิคในแต่ละโมดูล)
20
3.
แผนภาพสถาปัตยกรรมระบบแพลตฟอร์มเพื่อสนับสนุนระบบศูนย์ช่วยเหลือ นักท่องเที่ยวเจ็บป่วยฉุกเฉิน (ที่มีความครบถ้วนทั้ง ตามขอบเขตงานข้อ ๔ เชื่อมโยงระบบนิเวศดิจิทัลของสพฉ.ทั้งปัจจุบันและอนาคต)
30
4.
ผลงานของผู้ยื่นเสนองาน
5
5.
ข้อเสนอที่เป็นประโยชน์อื่นๆ ต่อสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติในการพัฒนา แพลตฟอร์ม
5
หลักเกณฑ์การพิจารณาและการให้คะแนน
รายละเอียดหลักเกณฑ์การพิจารณาประเมินค่าประสิทธิภาพและคุณภาพต่อราคา (Price Performance) ร้อยละ 80
-
แผนการดำเนินงาน (คะแนนเต็ม 100 คะแนน)
รายละเอียดการให้คะแนน
จำนวน
คะแนน
มีแผนครบถ้วนทุกขั้นตอน ระบุระยะเวลา (Timeline) ชัดเจนและสอดคล้องกับความเป็นจริง ครอบคลุมการบริหารความเสี่ยงครบทุกมิติ
หรือมีแผนการดำเนินงานครบถ้วนเป็นลำดับที่หนึ่งของผู้ที่ยื่นเสนองาน
-แผนการออกแบบระบบ และการเชื่อมข้อมูลกับสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ -แผนการพัฒนา
-แผนการรายงานความก้าวหน้า
-แผนการทดสอบระบบ
-แผนการฝึกอบรม
-แผนการเปิดใช้งานระบบ
-แผนการให้คำปรึกษาและบริการหลังการขาย
๑๐0 คะแนน
มีแผนครบถ้วนตามข้อกำหนด แต่รายละเอียดในบางขั้นตอน
หรือมีแผนการดำเนินงานครบถ้วนเป็นลำดับที่สองของผู้ที่ยื่นเสนองาน
เช่น แผนการอบรมหรือบริการหลังการขาย ยังไม่ชัดเจนเท่าที่ควร
๗๕ คะแนน
มีแผนงานหลักครบถ้วน (ออกแบบ/พัฒนา)
แต่ขาดรายละเอียดในส่วนของแผนสนับสนุนหรือแผนรายงานความก้าวหน้าที่เป็นรูปธรรม หรือมีแผนการดำเนินงานครบถ้วนเป็นลำดับที่สามของผู้ที่ยื่นเสนองาน
๕๐ คะแนน
มีแผนการดำเนินงานเพียงบางส่วน และไม่ครอบคลุมขั้นตอนสำคัญตามที่ระบุในข้อกำหนด
๒๕ คะแนน -
โครงสร้างบุคลากรและความเชี่ยวชาญ (คะแนนเต็ม 100 คะแนน)
รายละเอียดการให้คะแนน
จำนวน
คะแนน
มีโครงสร้างครบถ้วน บุคลากรมีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ตรงในโครงการขนาดใกล้เคียง กันครบทุกโมดูล พร้อมระบุหน้าที่ชัดเจน หรือมีรายละเอียดโครงสร้างบุคลากรและความ เชี่ยวชาญครบถ้วนเป็นลำดับที่หนึ่งของผู้ที่ยื่นเสนองาน
โครงสร้างบุคลากรบริหารจัดการโครงการ
- โครงสร้างบุคลากรด้านเทคนิคในแต่ละโมดูล
100 คะแนน
มีโครงสร้างครบถ้วน บุคลากรส่วนใหญ่มีประสบการณ์ตรง แต่บางตำแหน่ง (โมดูลย่อย) ประสบการณ์อาจยังไม่สอดคล้องอย่างเด่นชัด หรือมีรายละเอียดโครงสร้างบุคลากรและความ เชี่ยวชาญครบถ้วนเป็นลำดับที่สองของผู้ที่ยื่นเสนองาน
๗๕ คะแนน
มีโครงสร้างบุคลากรหลัก (PM/Technical Lead) แต่ขาดความชัดเจนของบุคลากรเฉพาะทางใน บางโมดูลตามข้อกำหนด หรือมีรายละเอียดโครงสร้างบุคลากรและความเชี่ยวชาญครบถ้วนเป็น ลำดับที่สามของผู้ที่ยื่นเสนองาน
๕๐ คะแนน
มีเพียงโครงสร้างบุคลากรบริหารจัดการโครงการ แต่ไม่มีรายละเอียดบุคลากรด้านเทคนิคประจำ โมดูล
๒๕ คะแนน
3.แผนภาพสถาปัตยกรรมระบบระบบศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเจ็บป่วยฉุกเฉินแบบครบวงจร (คะแนนเต็ม 100 คะแนน)
รายละเอียดการให้คะแนน
จำนวนคะแนน
แผนภาพมีความละเอียดสูง ครอบคลุมตามขอบเขตงานชัดเจน และแสดงการเชื่อมต่อกับระบบ เดิมและระบบในอนาคตของ สพฉ. ได้อย่างสมบูรณ์หรือมีรายละเอียดแผนภาพสถาปัตยกรรม ระบบฯ ครบถ้วนเป็นลำดับที่หนึ่งของผู้ที่ยื่นเสนองาน - ระบบการทำงานตามขอบเขตงาน
- การเชื่อมโยงระบบนิเวศดิจิทัลของเชื่อมสพฉ.ทั้งปัจจุบันและอนาคต
100 คะแนน
แผนภาพครอบคลุมตามขอบเขตงานและแสดงการเชื่อมโยงระบบนิเวศดิจิทัลปัจจุบันได้ดี แต่แผน รองรับระบบในอนาคตยังไม่ชัดเจน หรือมีรายละเอียดแผนภาพสถาปัตยกรรมระบบฯ ครบถ้วน เป็นลำดับที่สองของผู้ที่ยื่นเสนองาน
๗๕ คะแนน
แผนภาพครอบคลุมตามขอบเขตงานตามที่กำหนด แต่การเชื่อมโยงระบบนิเวศดิจิทัล (Ecosystem) ยังเป็นแบบพื้นฐาน ไม่ซับซ้อน หรือมีรายละเอียดแผนภาพสถาปัตยกรรมระบบฯ ครบถ้วนเป็นลำดับที่สามของผู้ที่ยื่นเสนองาน
๕๐ คะแนน
แผนภาพแสดงโมดูลไม่ครบถ้วนตามที่กำหนด หรือไม่แสดงการเชื่อมโยงระบบนิเวศดิจิทัล
๒๕ คะแนน
- ผลงานของผู้ยื่นเสนองาน (คะแนนเต็ม 10 คะแนน)
รายละเอียดการให้คะแนน
จำนวนคะแนน
มีผลงานพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ อย่างน้อย 3 ผลงานและมีหนังสือรับรองผลงาน หรือ มีหลักฐานเป็นเอกสารสัญญาที่ปรากฎมูลค่างานมาแสดง
๑๐0 คะแนน
มีผลงานพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ อย่างน้อย 2 ผลงาน และมีหนังสือรับรองผลงานหรือ มีหลักฐานเป็นเอกสารสัญญาที่ปรากฎมูลค่างานมาแสดง
๗๕ คะแนน
มีผลงานพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ อย่างน้อย 1 ผลงาน และมีหนังสือรับรองผลงานหรือ มีหลักฐานเป็นเอกสารสัญญาที่ปรากฎมูลค่างานมาแสดง
๕๐ คะแนน
มีผลงานพัฒนาระบบไอทีทั่วไป แต่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับระบบบริหารจัดการศึกษาหรือ การแพทย์หรือไม่มีหนังสือรับรองผลงาน หรือมีหลักฐานเป็นเอกสารสัญญาที่ปรากฎมูลค่างานมา แสดง
๒๕ คะแนน
5. ข้อเสนอที่เป็นประโยชน์อื่นๆต่อสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติในการพัฒนาแพลตฟอร์ม (คะแนนเต็ม 5 คะแนน)
รายละเอียดการให้คะแนน
จำนวนคะแนน
มีข้อเสนอเชิงนวัตกรรมที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้จริง และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพหรือลด งบประมาณในระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ หรือข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ดีเป็นลำดับที่หนึ่งของผู้ที่ ยื่นเสนองาน
๑๐0 คะแนน
มีข้อเสนอที่เป็นประโยชน์และมีความเป็นไปได้ทางเทคนิคสูง ช่วยส่งเสริมการใช้งานแพลตฟอร์ม ให้ดียิ่งขึ้น หรือข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ดีเป็นลำดับที่สองของผู้ที่ยื่นเสนองาน
๗๕ คะแนน
มีข้อเสนอเพิ่มเติมตามมาตรฐานทั่วไปที่ช่วยให้ระบบทำงานได้เสถียรขึ้น หรือข้อเสนอที่เป็น ประโยชน์ดีเป็นลำดับที่สามของผู้ที่ยื่นเสนองาน
๕๐ คะแนน
มีข้อเสนอเพิ่มเติมเพียงเล็กน้อย และไม่ส่งผลต่อภาพรวมของการพัฒนาแพลตฟอร์ม
๒๕ คะแนน
๘.2 ราคาที่เสนอ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ 20
เหตุผลประกอบการให้คะแนน
ตัวแปรที่ 1 ราคาที่ยื่นข้อเสนอ : คำนวณจากสูตร ดังนี้
100 – ((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * 100
๘.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอราคารายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องหรือยื่นหลักฐานไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วน ตามที่ เอกสาร ฉบับนี้กำหนด คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ เสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือรายละเอียดขอบเขตของการจ้างงานที่จะจ้าง ไม่ครบถ้วน และเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่สำนักดิจิทัลการแพทย์ฉุกเฉินสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน
แห่งชาติกำหนดไว้ในประกาศและเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ในส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญและความแตกต่าง
นั้นไม่มีผล ทำให้การได้เปรียบเสียเปรียบต่อผู้ยื่นเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการประกวด ราคาอิเล็กทรอนิกส์อาจพิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ์ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
๘.๔ การตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด และสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติสงวนสิทธิ์ในการ พิจารณา
๙. อัตราค่าปรับ
๙.1 ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอไม่สามารถให้บริการได้ตามที่กำหนดไว้ในสัญญา ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องชำระค่าปรับ ให้แก่ผู้ว่าจ้าง เป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาทั้งสัญญาเป็นรายงวด จนกว่าผู้ยื่นข้อเสนอจะสามารถ ให้บริการแก่ผู้ว่าจ้างได้ ในระหว่างสัญญา
๙.2 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องส่งมอบงานตามที่ระบุในข้อ 6 ตามระยะเวลาการส่งมอบ หากไม่สามารถ ดำเนินงานได้เสร็จสิ้นตามระยะเวลาที่กำหนดในแต่ละงวดงาน ผู้เช่าจะปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ต่อวัน โดยเศษของวันนับเป็น 1 วัน จนกว่าผู้ยื่นข้อเสนอจะส่งมอบงานตามขอบเขตที่ระบุไว้อย่างครบถ้วนและสมบูรณ์ ๙.3 เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้
๙.3.1 เกิดจากความผิดพลาดหรือความบกพร่องของบุคลากร หรืออุปกรณ์ ซึ่งมีส่วนสัมพันธ์และส่งผล กระทบโดยตรง ทำให้ผู้ยื่นข้อเสนอไม่สามารถให้บริการตามเงื่อนไขของข้อกำหนดคุณสมบัติขั้นต่ำได้ ๙.3.2 เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัย (Force Majeure) หมายถึง เหตุใดๆ อันจะเกิดขึ้นก็ดี จะให้ผลพิบัติก็ดี เป็นเหตุ ที่ไม่อาจป้องกันได้แม้ทั้งบุคคลผู้ต้องประสบหรือใกล้จะต้องประสบเหตุนั้น จะได้จัดการระมัดระวังตามสมควรอันพึง คาดหมายได้จากบุคคลในฐานะและภาวะเช่นนั้น และมีผลกระทบต่อการให้บริการ ซึ่งหมายถึงไม่สามารถให้บริการ ระบบคลาวด์ได้อย่างต่อเนื่อง เช่น ภัยที่เกิดจากธรรมชาติ โรคระบาด การกระทำทางรัฐบาล การปฏิวัติรัฐประหาร การเกิดสงครามกลางเมือง การก่อกบฏ การก่อวินาศกรรม การก่อการร้าย การชุมนุม การจลาจล สารเคมีรั่วไหล เป็นต้น
1๐. งบประมาณ
เป็นจำนวนเงิน 3,640,000 บาท (สามล้านหกแสนสี่หมื่นบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว
1๑. การรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้าง
หากมีเหตุชำรุดบกพร่องหรือเสียหายเกิดขึ้นจากการจ้างนี้ ภายในกำหนด 1 (หนึ่ง) ปี นับถัดจากวันที่ได้รับ มอบงานดังกล่าว ซึ่งความชำรุดบกพร่องหรือเสียหายนั้น เกิดจากความบกพร่องของผู้ยื่นข้อเสนออันเกิดจาก การใช้ วัสดุที่ไม่ถูกต้องหรือทำไว้ไม่เรียบร้อย หรือทำไม่ถูกต้องตามหลักวิชาหรือเทคนิคด้านคอมพิวเตอร์ ผู้ยื่นข้อเสนอ จะต้องรีบทำการแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิมเป็นที่เรียบร้อย ภายในกำหนด 24 (ยี่สิบสี่) ชั่วโมง นับถัดจากวันที่ได้รับ แจ้งเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้างด้วยค่าใช้จ่ายของผู้ยื่นข้อเสนอเองหากผู้ยื่นข้อเสนอไม่ทำการแก้ไขให้ถูกต้องเรียบร้อย ภายในเวลาดังกล่าว ให้ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะทำการนั้นเองหรือจ้างผู้อื่นให้ทำงานนั้น โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้ออก ค่าใช้จ่าย เพื่อการดังกล่าวทั้งสิ้น
ในกรณีเร่งด่วนจำเป็นต้องรีบแก้ไขเหตุชำรุดบกพร่องหรือเสียหายโดยเร็ว และไม่อาจรอให้ผู้ยื่นข้อเสนอ แก้ไขในระยะเวลาที่กำหนดไว้ตามวรรคหนึ่งได้ ผู้ว่าจ้างมีสิทธิเข้าจัดการแก้ไขเหตุชำรุดบกพร่องหรือเสียหายนั้นเอง หรือจ้างผู้อื่นให้ซ่อมแซมความชำรุดบกพร่องหรือเสียหาย โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบชำระค่าใช้จ่ายทั้งหมด
การที่ผู้ว่าจ้างทำการนั้นเอง หรือจ้างผู้อื่นให้ทำงานนั้นแทนผู้ยื่นข้อเสนอ ไม่ทำให้ผู้ยื่นข้อเสนอหลุดพ้นจาก ความรับผิดตามสัญญา หากผู้ยื่นข้อเสนอไม่ชดใช้ค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายตามที่ผู้ว่าจ้างเรียกร้องผู้ว่าจ้างมีสิทธิ บังคับจากหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาได้
12.ทรัพย์สินทางปัญญา
สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา และความลับทางการค้า เทคโนโลยี องค์ความรู้และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการ ดำเนินงานโครงการที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเป็นเจ้าของอยู่ก่อน หากมีการนำมาใช้ในการดำเนินงานโครงการนี้ให้คงเป็น ของฝ่ายนั้นและการดำเนินงานโครงการนี้ ไม่ถือเป็นการอนุญาตให้สิทธิแก่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ในการใช้ประโยชน์ ทรัพย์สินทางปัญญา ความลับทางการค้า เทคโนโลยี องค์ความรู้และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานโครงการ นอกเหนือไปจากที่ระบุไว้แล้ว เว้นแต่ทั้งสองฝ่ายจะได้มีข้อตกลงเป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร
สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาหรือลิขสิทธิ์อย่างใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการร่วมมือพัฒนาของทั้งสองฝ่ายให้เป็น สิทธิ์ร่วมกันของทั้งสองฝ่าย โดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสามารถนำผลงานที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานโครงการนี้ไปพัฒนาต่อ ยอดต่อไปได้ แต่จะต้องไม่กระทบถึงสิทธิของฝ่ายอื่นที่จะมีหรือเกิดขึ้นในการบริหารงานต่อไปโดยในการพัฒนาต่อ ยอดแต่ละครั้ง ฝ่ายที่ดำเนินการพัฒนาต่อยอดนั้นจะต้องมีหนังสือแจ้งให้อีกฝ่ายทราบก่อนการปฏิเสธไม่ให้
ดำเนินการพัฒนาต่อยอดนั้นจะต้องมีเหตุอันสมควรเท่านั้น โดยให้สิทธิทางปัญญาของสิ่งที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาต่อ ยอดนั้นเป็นของฝ่ายที่ดำเนินการพัฒนาต่อยอดเท่านั้น
ทั้งสองฝ่ายจะไม่นำทรัพย์สินทางปัญญา ความลับทางการค้า เทคโนโลยีองค์ความรู้และข้อมูลที่เกิดขึ้นจาก การดำเนินงานศึกษาพัฒนาและทดสอบตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ไปให้บริการกับบุคคลอื่น
13. การรักษาความลับของข้อมูล
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องจัดการเก็บรักษาข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการดำเนินงานตามสัญญาฉบับนี้ที่ผู้เช่าได้รับ จากผู้ยื่นข้อเสนอ ซึ่งรวมถึงข้อมูลต่าง ๆ ที่ ผู้เช่าได้จัดทำขึ้นเนื่องจากการดำเนินงานนี้อย่างเป็นความลับ และ/หรือ ความลับทางการค้าของผู้เช่า และผู้ยื่นข้อเสนอต้องหามาตรการในการจัดเก็บข้อมูลที่เป็นความลับให้มิดชิด ทั้งนี้ ผู้ ยื่นข้อเสนอจะต้องลงนามใน “สัญญาการเก็บรักษาข้อมูลที่เป็นความลับและข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วน บุคคล Non-Disclosure Agreement (NDA) and Data Processing Agreement (DPA)” พร้อมกับสัญญาฉบับนี้
14. หน่วยงานผู้รับผิดชอบ
สำนักบริการจัดการระบบการแพทย์ฉุกเฉินกลาง สำนักดิจิทัลการแพทย์ฉุกเฉิน สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน แห่งชาติ
15. เงื่อนไขอื่นๆ
15.1 ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๖0 วัน (หกสิบวัน) ตั้งแต่วันเสนอราคา โดย ภายในกำหนดยืนราคา ต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้ และจะถอนการเสนอราคามิได้
15.2 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอรายละเอียดของทีมงาน พร้อมแนบหลักฐานการศึกษา และประสบการณ์การ ทำงาน ซึ่งทีมงานอย่างน้อยต้องประกอบด้วยบุคลากรด้านต่าง ๆ
ว่าที่สิบโท…………………………………………………… ประธานกรรมการ
(เอก โอฐน้อย)
ผู้อำนวยการสำนักดิจิทัลการแพทย์ฉุกเฉิน
ลงชื่อ …………………………………………….กรรมการ ลงชื่อ ……………………………………… ………….กรรมการ
(นางสาวศนญยา รุจนสุธี) (นายพรเทพ ปรีชา)
ผู้จัดการศูนย์นเรนทร ผู้ชำนาญการงานพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ