จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างเหมาบริการตรวจ CT จำนวน 1 กลุ่ม

จังหวัดสระแก้ว 69059536083
฿27,000,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 29 มิ.ย. 2569 สระแก้ว
รายละเอียดการจ้าง

โครงการจ้างเหมาบริการตรวจ CT Scan ด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูงอย่างน้อย 128 Slices จำนวน 2 เครื่อง พร้อมอุปกรณ์ ณ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับการให้บริการทางการแพทย์แก่ผู้ป่วย โดยผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบในการปรับปรุงอาคารสถานที่ให้ได้มาตรฐานห้องเอกซเรย์ที่สามารถป้องกันรังสีได้ รวมถึงการจัดหาเครื่อง CT Scanner รุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูง พร้อมอุปกรณ์ที่ทันสมัยตามคุณลักษณะเฉพาะที่โรงพยาบาลกำหนด นอกจากนี้ ผู้รับจ้างต้องจัดหาบุคลากรทางการแพทย์ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมาย เช่น รังสีแพทย์ นักรังสีเทคนิค พยาบาลวิชาชีพ และบุคลากรสนับสนุนอื่นๆ เพื่อให้บริการตรวจวินิจฉัยตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน การบริการครอบคลุมถึงการแปลผลรายงานผลการตรวจตามระยะเวลาที่กำหนดสำหรับผู้ป่วยแต่ละประเภท การควบคุมคุณภาพมาตรฐานบริการ มาตรฐานสิ่งแวดล้อม และการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภค การบำรุงรักษาเครื่อง และการซ่อมแซม รวมถึงการจัดหาเครื่องสำรองกรณีเครื่องหลักเสีย เพื่อให้การบริการเป็นไปอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว

English summary

This project involves contracting services for CT scans using at least two 128-slice CT scanners with complete equipment at Somdej Phra Yuparat Sa Kaeo Hospital. The contractor will be responsible for site preparation and modification to meet radiology room standards, including radiation shielding. They must supply high-performance CT scanners and associated equipment as per hospital specifications. Additionally, the contractor is required to provide qualified medical personnel, including radiologists, radiologic technologists, and nurses, to offer 24/7 diagnostic services. This includes timely interpretation and reporting of scan results for different patient categories, maintaining service quality, environmental, and infection control standards. The contractor will cover utility costs, equipment maintenance, and repairs, and must provide backup equipment to ensure continuous and prompt service delivery.

สถานที่ดำเนินการ

โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • ยกระดับการให้บริการตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูงแก่ผู้ป่วย
  • จัดหาเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ชนิดไม่น้อยกว่า 128 Slices จำนวน 2 เครื่อง พร้อมอุปกรณ์ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ
  • ให้บริการตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูงตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน
  • จัดหาบุคลากรทางการแพทย์ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมายและมีความเชี่ยวชาญ
  • ควบคุมคุณภาพมาตรฐานบริการ มาตรฐานสิ่งแวดล้อม และมาตรฐานการควบคุมป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ
  • แปลผลรายงานผลการตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องตรวจแต่ละรายจากรังสีแพทย์ตามระยะเวลาที่กำหนด
  • รักษาจรรยาบรรณวิชาชีพและรักษาความลับของผู้ป่วย
  • ถ่ายโอนข้อมูลผู้ป่วยทั้งหมดให้ผู้ว่าจ้างเมื่อสิ้นสุดสัญญา

ขอบเขตของงาน

  • ปรับปรุงอาคารและสถานที่เพื่อติดตั้งเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ให้ได้มาตรฐานห้องเอกซเรย์ที่สามารถป้องกันรังสีได้
  • จัดหาเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ชนิดไม่น้อยกว่า 128 Slices จำนวน 2 เครื่อง พร้อมอุปกรณ์ตามคุณลักษณะเฉพาะที่โรงพยาบาลกำหนด
  • ติดตั้งเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ให้ได้มาตรฐานตามที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กำหนด และได้รับอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองซึ่งเครื่องกำเนิดรังสี
  • จัดหาบุคลากรที่มีคุณสมบัติตามกฎหมาย ได้แก่ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขารังสีวิทยาอย่างน้อย 1 คน, นักรังสีเทคนิคอย่างน้อย 1 คน, พยาบาลวิชาชีพอย่างน้อย 1 คน, ผู้ช่วยนักรังสีเทคนิคและผู้ช่วยเหลือคนไข้อย่างน้อย 1 คน, พนักงานทำความสะอาด, พนักงานธุรการ, พนักงานเปล และบุคลากรอื่นๆ ที่จำเป็น
  • จัดให้มีการอบรมวิชาการแก่บุคลากรตามความเหมาะสม
  • ให้บริการตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูงตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน
  • จัดหาเครื่องสำรองหรือสาขาให้บริการในระยะทางไม่เกิน 60 กิโลเมตร กรณีเครื่องหลักเสียหรืออยู่ระหว่างการซ่อมแซม เพื่อให้การบริการต่อเนื่อง
  • รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในระบบสาธารณูปโภค เช่น ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ค่าบริการอื่นๆ
  • รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินการสิ่งปลูกสร้างเพิ่มเติม การรื้อถอน การออกแบบระบบไฟฟ้า แสงสว่าง ปรับอากาศ และตกแต่งภายใน รวมถึงการดูแลรักษาและซ่อมแซม
  • ติดตั้งระบบการจัดเก็บภาพ (Image storing System) ที่มีหน่วยความจำเพียงพอและเชื่อมต่อกับระบบของโรงพยาบาล
  • จัดเตรียมเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ระบบสาธารณูปโภค และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ที่จำเป็น
  • ควบคุมคุณภาพมาตรฐานบริการ มาตรฐานสิ่งแวดล้อม มาตรฐานการควบคุมป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ และมาตรฐานอื่นๆ ตามที่โรงพยาบาลกำหนด
  • จัดเตรียมเครื่องมืออุปกรณ์การช่วยฟื้นคืนชีพ และจัดให้มีการอบรมเชิงปฏิบัติการอย่างสม่ำเสมอ
  • จัดให้มีเครื่องช่วยหายใจกรณีผู้ป่วยใส่ท่อช่วยหายในขณะทำ CT Scan
  • จัดให้อุปกรณ์วัดปริมาณรังสีสำหรับบุคคลให้กับพนักงาน
  • ดำเนินการขออนุญาตผลิตและใช้รังสีจากสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ และปฏิบัติงานภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  • แปลผลเป็นรายงานผลการตรวจวินิจฉัยจากรังสีแพทย์ตามระยะเวลาที่กำหนดสำหรับผู้ป่วยแต่ละประเภท
  • ถ่ายโอนข้อมูลผู้ป่วยทั้งหมดให้ผู้ว่าจ้างเมื่อสิ้นสุดสัญญา

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ชนิดไม่น้อยกว่า 128 Slices จำนวน 2 เครื่อง พร้อมอุปกรณ์ครบชุด
  • ระบบการจัดเก็บภาพ (Image storing System) ที่เชื่อมต่อกับระบบของโรงพยาบาล
  • บุคลากรทางการแพทย์และบุคลากรสนับสนุนที่เพียงพอต่อการปฏิบัติงาน
  • รายงานผลการตรวจวินิจฉัยจากรังสีแพทย์ตามระยะเวลาที่กำหนด
  • การบำรุงรักษาเครื่องและการซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดระยะเวลาสัญญา
  • การปฏิบัติตามมาตรฐานคุณภาพ มาตรฐานสิ่งแวดล้อม และมาตรฐานการควบคุมป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ
  • การถ่ายโอนข้อมูลผู้ป่วยทั้งหมดเมื่อสิ้นสุดสัญญา

ระยะเวลาดำเนินการ

ระยะเวลาโครงการ: ไม่ระบุในเอกสาร (ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม)

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • ต้องเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทย
    • ต้องเป็นผู้รับจ้างที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบการวิชาชีพเวชกรรม หรือสถานพยาบาล หรือสถานประกอบการผลิตเครื่องมือแพทย์ หรือเป็นผู้แทนจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ที่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง
    • ต้องมีหนังสือสัญญาเช่าอาคารราชพัสดุจากกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง เพื่อเข้าดำเนินการให้บริการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สำหรับโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว
  • Standards Compliance:
    • การติดตั้งต้องได้มาตรฐานตามที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขกำหนด
    • ต้องเป็นไปตามมาตรฐานห้องเอกซเรย์ ซึ่งกำหนดโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
    • ต้องมีหนังสือรับรองคุณภาพและความปลอดภัยในการใช้งานตามมาตรฐานสากล
    • ต้องมีการจัดให้มีการควบคุมคุณภาพมาตรฐานบริการ มาตรฐานสิ่งแวดล้อม มาตรา 5 ส มาตรฐานการควบคุม ป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ และมาตรฐานอื่นๆ ตามที่โรงพยาบาลกำหนด
  • Experience:
    • มีประสบการณ์ในการทำงานจ้างเหมาบริการงานเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูงไม่น้อยกว่า 128 Slices มาไม่น้อยกว่า 5 ปี
    • มีหนังสือรับรองผลงาน/บันทึกข้อตกลง/สัญญาจ้างในโรงพยาบาลรัฐ ไม่น้อยกว่า 3 แห่ง
  • Previous Project Cost:
    • ไม่ระบุในเอกสาร
  • Technical Capabilities:
    • มีความสามารถในการปรับปรุงอาคารและสถานที่เพื่อติดตั้งเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์
    • มีความสามารถในการจัดหาเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ชนิดไม่น้อยกว่า 128 Slices จำนวน 2 เครื่อง พร้อมอุปกรณ์
    • มีความสามารถในการติดตั้งระบบการจัดเก็บภาพ (Image storing System)
    • มีความสามารถในการจัดเตรียมเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ระบบสาธารณูปโภค ด้านไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ ให้เพียงพอกับการใช้งาน
    • มีความสามารถในการจัดเตรียมเครื่องมืออุปกรณ์การช่วยฟื้นคืนชีพ และการฟื้นฟูวิชาการอบรมเชิงปฏิบัติในการช่วยฟื้นคืนชีพ
    • มีความสามารถในการจัดให้เครื่องช่วยหายใจกรณีผู้ป่วยใส่ท่อช่วยหายในขณะทำ CT Scan
    • มีความสามารถในการจัดให้อุปกรณ์วัดปริมาณรังสีสำหรับบุคคล
    • มีความสามารถในการขออนุญาตผลิตและใช้รังสีจากสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ
    • มีความสามารถในการแปลผลเป็นรายงานผลการตรวจวินิจฉัยจากรังสีแพทย์ตามระยะเวลาที่กำหนด
  • Personnel:
    • แพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติจากแพทย์สภาในสาขารังสีวิทยาอย่างน้อย 1 คน
    • นักรังสีเทคนิค (วทบ.รังสีเทคนิค) อย่างน้อย 1 คน
    • พยาบาลวิชาชีพ อย่างน้อย 1 คน (ในการฉีดสีผู้ป่วย)
    • ผู้ช่วยนักรังสีเทคนิค และผู้ช่วยเหลือคนไข้อย่างน้อย 1 คน
    • พนักงานทำความสะอาด, พนักงานธุรการ, พนักงานเปล และบุคลากรอื่นๆ ที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติงาน
    • บุคลากรต้องมีความรู้ ความชำนาญ และประสบการณ์ในการปฏิบัติหน้าที่เป็นอย่างดี
    • จัดให้มีการอบรมวิชาการแก่บุคลากรตามความเหมาะสม
  • Exclude the basic requirements(valid business license, has a legal entity…):
    • ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ปรับปรุงอาคารและสถานที่เพื่อสามารถติดตั้งเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ชนิดไม่น้อยกว่า 128 Slices พร้อมอุปกรณ์ ให้คณะกรรมการตรวจรับให้ความเห็นชอบก่อน
    • ผู้รับจ้างต้องทำสัญญาเช่าอาคารราชพัสดุกับกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง
    • ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในระบบสาธารณูปโภค เช่น ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า หรือค่าบริการอื่นใดที่เกิดขึ้นในอนาคต
    • กรณีเกิดอุบัติภัย อัคคีภัย ภัยธรรมชาติอื่นๆ กับเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบเองทั้งหมด
    • ผู้รับจ้างต้องจัดหาบุคลากรอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น พยาบาลวิชาชีพ เพื่อประสิทธิภาพและความสะดวกในการดำเนินการ
    • ในกรณีเครื่องเสียหรืออยู่ระหว่างการซ่อมแซมหรือบำรุงรักษา ผู้รับจ้างจะต้องมีสาขาสำหรับให้บริการตรวจคนไข้ของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้วในระยะทางไม่เกิน 60 กิโลเมตร และต้องดำเนินการจัดรถรับ-ส่งผู้ป่วยไปตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ และผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
    • การดำเนินการสิ่งปลูกสร้างเพิ่มเติมที่จำเป็นต่อการให้บริการ ตลอดจนรื้อถอนสิ่งกีดขวางการก่อสร้าง ออกแบบ จัดทำระบบไฟฟ้า ระบบแสงสว่าง ระบบปรับอากาศ และปรับเปลี่ยนตกแต่งภายใน ในสถานที่ใช้งาน รวมถึงการดูแลรักษาและซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดี ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายดังกล่าวและสิ่งก่อสร้างที่ยึดติดกับอาคารแบบถาวรให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว
    • ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการควบคุมคุณภาพมาตรฐานบริการ มาตรฐานสิ่งแวดล้อม มาตรา 5 ส มาตรฐานการควบคุม ป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ และมาตรฐานอื่นๆ ตามที่โรงพยาบาลกำหนด
    • ผู้รับจ้างต้องมีการจัดเตรียมเครื่องมืออุปกรณ์การช่วยฟื้นคืนชีพ และมีการฟื้นฟูวิชาการอบรมเชิงปฏิบัติในการช่วยฟื้นคืนชีพบุคลากรอย่างสม่ำเสมอตามที่โรงพยาบาลกำหนด
    • ผู้รับจ้างต้องจัดให้เครื่องช่วยหายใจกรณีผู้ป่วยใส่ท่อช่วยในขณะทำ CT Scan เพื่อลดปริมาณรังสีแก่พยาบาลและผู้เกี่ยวข้อง
    • ผู้รับจ้างต้องจัดให้อุปกรณ์วัดปริมาณรังสีสำหรับบุคคลให้กับพนักงาน เพื่อใช้วัดปริมาณรังสีที่ได้รับตามมาตรฐานสากล
    • ผู้รับจ้างต้องดำเนินการขออนุญาตผลิตและใช้รังสีจากสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ และปฏิบัติงานภายใต้กฎหมาย พรบ.พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2562, พรบ.สถานพยาบาล พรบ การประกอบโรคศิลปะ สาขารังสีเทคนิค
    • เทคนิคการตรวจอวัยวะภายในร่างกายด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของรังสีแพทย์ผู้ว่าจ้างตามมาตรฐานราชวิทยาลัยรังสีแพทย์ และต้องยินยอมให้ผู้ตรวจสอบงานจ้างของผู้ว่าจ้างตรวจสอบการทำงานผู้ว่าจ้างตลอดเวลา
    • ผู้รับจ้างจะต้องรักษาจรรยาบรรณของวิชาชีพโดยเคร่งคัดและไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของผู้ป่วย ให้ผู้หนึ่งทราบ โดยมิได้รับความยินยอมจากแพทย์ผู้สั่งตรวจหรือผู้ป่วย
    • ผู้รับจ้างต้องทำการตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูงไม่น้อยกว่า 128 Slices ทุกวันและตลอดเวลา 24 ชม. ไม่เว้นวันหยุดราชการ
    • เมื่อสัญญาสิ้นสุดผู้รับจ้างมีหน้าที่ถ่ายโอนข้อมูลผู้ป่วยทั้งหมดให้ผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนหากมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด
    • ผู้รับจ้างต้องผ่านร้อยละของตัวชี้วัดทางคลินิกและความปลอดภัยเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด: > 90%
    • ผู้รับจ้างต้องมีอัตราการเกิดอุบัติการณ์/ข้อร้องเรียนที่เกี่ยวข้องลดลง: 10% จากปีที่ผ่านมา
    • ผู้รับจ้างต้องมีการประชุมทบทวนผลการดำเนินงานร่วมกับหน่วยรังสีของโรงพยาบาลทุกไตรมาส
    • ผู้รับจ้างต้องมีสาขาที่ให้บริการเอกเรย์คอมพิวเตอร์ระยะไม่เกิน 70 กิโลเมตร

เกณฑ์การพิจารณา

  • การพิจารณาคัดเลือกผู้รับจ้างจะพิจารณาจากคุณสมบัติของผู้เสนอราคา และข้อเสนอทางด้านเทคนิคและราคา โดยมีรายละเอียดดังนี้:
    • คุณสมบัติของผู้เสนอราคา (ตามที่ระบุในเอกสาร)
    • ข้อเสนอทางด้านเทคนิค (ประสิทธิภาพของเครื่อง, คุณสมบัติของบุคลากร, แผนการดำเนินงาน)
    • ราคาที่เสนอ
  • การพิจารณาคุณลักษณะเฉพาะของเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ประกอบ
  • การพิจารณาความสามารถของบุคลากรที่จัดหามา
  • การพิจารณาประสบการณ์และความน่าเชื่อถือของผู้เสนอราคา
  • การพิจารณาเงื่อนไขอื่นๆ ที่ระบุในเอกสาร

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ชนิดไม่น้อยกว่า 128 ภาพต่อรอบของการสแกน (128 Slices CT Scanner) จำนวน 2 เครื่อง
  • ความเร็วและประสิทธิภาพในการประมวลผลสูง ใช้เทคโนโลยี Multi Detectors CT Scanner
  • สามารถสร้างภาพได้ไม่น้อยกว่า 128 ภาพต่อการหมุน 1 รอบ (360 องศา)
  • มีโปรแกรมการตรวจที่ทันสมัย เช่น โปรแกรมสร้างภาพ 3 มิติ, ภาพตัดขวางในแนวระนาบต่างๆ, โปรแกรมตรวจหลอดเลือด, โปรแกรมตรวจหัวใจ, โปรแกรมจำลองการส่องตรวจลำไส้
  • มีโปรแกรมช่วยลดปริมาณรังสีที่ทันสมัย
  • สามารถรองรับระบบการจัดเก็บและเรียกดูภาพ (PACS)
  • คุณสมบัติทางเทคนิคเครื่องที่ 1:
    • ชุดกำเนิดเอกซเรย์: High Frequency, จ่ายพลังงานสูงสุด 72 kW, เลือกความต่างศักย์ไฟฟ้า 4 ค่า (สูงสุด 135 kV), กระแสไฟฟ้าสูงสุด 500 mA
    • หลอดเอกซเรย์: Anode Heat Capacity 7.5 MHU, Focal spot 2 ขนาด
    • อุปกรณ์รับรังสี: Solid State Detector, 80 Detector Row, Slices Thickness ต่ำสุด 0.5 มม., Detector Element 71,680, Low Contrast detectability 0.3% ที่ 2 มม.
    • ช่องรับตัวผู้ป่วย (Gantry): เส้นผ่าศูนย์กลาง 78 ซม., เอียงได้ +/- 30 องศา, Laser Alignment, Intercom, จอ LCD
    • ระบบเตียงผู้ป่วย: Scannable Range 180 ซม., ความเร็วสูงสุด 160 มม./วินาที, ปรับขึ้นลงด้วยระบบไฟฟ้า (สูงสุด 90 ซม.), รับน้ำหนักสูงสุด 205 กก.
    • ระบบการกวาดถ่ายภาพและสร้างภาพ: สร้างภาพสูงสุด 160 ภาพ/รอบ, Dose Management Program 5 ชนิด (Adaptive Iterative Dose Reduction, Single-Energy Metal Artifact Reduction, Sure Exposure, Sure kV, Active Collimator), Reconstruction Time 30 ภาพ/วินาที (512x512), Scan Speed 0.35 วินาที/รอบ, FOV สูงสุด 50 ซม., Slice thickness บางสุด 0.5 มม., Helical Scan ต่อเนื่อง 100 วินาที, โปรแกรม Sure start, Sure Subtraction, โปรแกรมสำหรับเด็ก, โปรแกรมหัวใจ, โปรแกรม CT Perfusion, โปรแกรม Lung nodule
    • ระบบควบคุมและคอมพิวเตอร์: Main console, RAM 32 GB, Hard Disk 915 GB, Image Storage 500,000 ภาพ, จอ Color LCD 19 นิ้ว, DICOM 3.0, ซอฟต์แวร์ 3D (Surface rendering, Volume rendering, Curve MPR, Realtime MIP, MPR)
    • 3D workstation: Intel Core i5 (3.3 GHz), RAM 32 GB, Hard Disk 2 TB, จอ 24 นิ้ว, รองรับ DICOM, โปรแกรมวิเคราะห์ต่างๆ (Cardiac, Calcium Scoring, CT Colonoscopy, Lung Nodule Assessment)
    • เครื่องฉีดสารทึบรังสี (Injector): Dual head, 200 cc Syringe, Flow rate 0.1-10 ml/sec, Multi Phase
  • คุณสมบัติทางเทคนิคเครื่องที่ 2:
    • ชุดกำเนิดเอกซเรย์: High Frequency, จ่ายพลังงานสูงสุด 72 kW, เลือกความต่างศักย์ไฟฟ้า 5 ค่า (70-140 kV), กระแสไฟฟ้าสูงสุด 660 mA
    • หลอดเอกซเรย์: Anode Heat Capacity 8.0 MHU, ระบายความร้อน 6.6 kW, Focal spot 2 ขนาด
    • อุปกรณ์รับรังสี: Solid State Detector, 64 Detector Row, Slices Thickness ต่ำสุด 0.625 มม., Detector Element ไม่น้อยกว่า 40,000, สัญญาณ Optical 5 Gbps
    • ช่องรับตัวผู้ป่วย (Gantry): เส้นผ่าศูนย์กลาง 72 ซม., เอียงรวม 54 องศา, Laser Alignment, Intercom, จอ LCD
    • ระบบเตียงผู้ป่วย: Scannable Range ไม่น้อยกว่า 180 ซม., ความเร็วสูงสุด 300 มม./วินาที, รับน้ำหนักสูงสุด 205 กก.
    • ระบบการกวาดถ่ายภาพและสร้างภาพ: สร้างภาพสูงสุด 128 ภาพ/รอบ, Dose Management Program 5 ชนิด (Iterative reconstruction, Metal Artifact Reduction, 3D-DOM, CT Dose check, Adaptive filtering), Reconstruction Time ไม่น้อยกว่า 80 ภาพ/วินาที, Scan Speed ไม่มากกว่า 0.4 วินาที/รอบ, FOV สูงสุด 50 ซม., Helical Scan ต่อเนื่อง 120 วินาที, โปรแกรม Bolus tracking, โปรแกรมสำหรับเด็ก (70 kV), โปรแกรม ECG gated CTA, Temporal resolution ไม่มากกว่า 44 ms
    • ระบบควบคุมและคอมพิวเตอร์: Main console, RAM 32 GB, Hard Disk 915 GB, Image Storage 500,000 ภาพ, จอ Color LCD 19 นิ้ว, DICOM 3.0, ซอฟต์แวร์ 3D (Volume rendering, MPR, MIP)
    • CT Workstation: โปรแกรม MPR, Volume Rendering, ลบกระดูกอัตโนมัติ, Advance Vessel Analysis, Comprehensive Cardiac Analysis, Calcium Scoring, CT Colonoscopy, Lung Nodule Assessment, Multi Modality Viewer
  • อุปกรณ์ประกอบการใช้งาน: UPS, อุปกรณ์รองรับผู้ป่วย, ECG gating monitor, เครื่องดูดความชื้น, เครื่องวัดความชื้น/อุณหภูมิ, อุปกรณ์ป้องกันรังสี, ระบบทีวีวงจรปิด, โต๊ะ/เก้าอี้
  • เงื่อนไขการรับประกัน: โปรแกรมลิขสิทธิ์ถูกต้อง, หนังสือรับรองคุณภาพ/ความปลอดภัย, รับประกันชิ้นส่วนตลอดโครงการ, จัดวิศวกรดูแล 24 ชม., Preventive Maintenance

เงื่อนไขสัญญา

  • การชำระเงิน: ไม่ระบุในเอกสาร (ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม)
  • การรับประกัน:
    • โปรแกรมคอมพิวเตอร์ทุกโปรแกรมต้องเป็นของแท้มีลิขสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย
    • เครื่องต้องมีหนังสือรับรองคุณภาพและความปลอดภัยในการใช้งานตามมาตรฐานสากล
    • รับประกันชิ้นส่วนของเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ประกอบตลอดระยะเวลาของโครงการ
    • จัดวิศวกรทีชำนาญงานเพื่อให้บริการดูแลเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะ ซึ่งโรงพยาบาลสามารถติดต่อได้ 24 ชม.
    • ในช่วงระยะเวลาประกันต้องจัดวิศวกรมาทำ Preventive Maintenance และ Routine check ตามระบบ
  • การปรับปรุงสถานที่: ผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงอาคารและสถานที่ ติดตั้งระบบสาธารณูปโภคต่างๆ รวมถึงการดูแลรักษาและซ่อมแซมสิ่งก่อสร้างที่ยึดติดกับอาคารให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโรงพยาบาล
  • ค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภค: ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในระบบสาธารณูปโภค เช่น ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า หรือค่าบริการอื่นใดที่เกิดขึ้นในอนาคต
  • อุบัติภัย: กรณีเกิดอุบัติภัย อัคคีภัย ภัยธรรมชาติอื่นๆ กับเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบเองทั้งหมด
  • การถ่ายโอนข้อมูล: เมื่อสัญญาสิ้นสุด ผู้รับจ้างมีหน้าที่ถ่ายโอนข้อมูลผู้ป่วยทั้งหมดให้ผู้ว่าจ้างหรือผู้แทน โดยผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
  • การสนับสนุนเครื่องเพิ่ม: หากโรงพยาบาลมีผู้ป่วยต้องการใช้บริการเพิ่มขึ้น บริษัทต้องสนับสนุนเครื่องเอกซเรย์เพิ่มให้เพียงพอ โดยบริษัทเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการติดตั้งและปรับปรุงสถานที่ทั้งหมด
  • การขออนุญาต: ผู้รับจ้างต้องดำเนินการขออนุญาตผลิตและใช้รังสีจากสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ และปฏิบัติงานภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  • การตรวจสอบ: ผู้รับจ้างต้องยินยอมให้ผู้ตรวจสอบงานจ้างของผู้ว่าจ้างตรวจสอบการทำงานตลอดเวลา
  • จรรยาบรรณ: ผู้รับจ้างต้องรักษาจรรยาบรรณวิชาชีพและไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของผู้ป่วย

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายอะไรบ้างนอกเหนือจากค่าเครื่อง CT Scan?
    • A: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงอาคารสถานที่, ค่าสาธารณูปโภค (น้ำ, ไฟ, โทรศัพท์), ค่าติดตั้งระบบต่างๆ, ค่าบำรุงรักษาเครื่อง, ค่าซ่อมแซม, ค่าบุคลากร, ค่าอบรม, ค่าขออนุญาต, และค่าถ่ายโอนข้อมูลเมื่อสิ้นสุดสัญญา
    • Q: หากเครื่อง CT Scan เกิดขัดข้อง ผู้รับจ้างมีแนวทางแก้ไขอย่างไร?
    • A: ผู้รับจ้างต้องมีสาขาให้บริการในระยะทางไม่เกิน 60 กิโลเมตร และจัดรถรับ-ส่งผู้ป่วยไปตรวจ รวมถึงต้องมีเครื่องสำรองเพื่อให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง
    • Q: คุณสมบัติของบุคลากรที่ต้องจัดหาคืออะไรบ้าง?
    • A: ต้องมีรังสีแพทย์, นักรังสีเทคนิค, พยาบาลวิชาชีพ, ผู้ช่วยนักรังสีเทคนิค, ผู้ช่วยเหลือคนไข้, พนักงานทำความสะอาด, พนักงานธุรการ, พนักงานเปล และบุคลากรอื่นๆ ที่จำเป็น โดยต้องมีคุณสมบัติตามกฎหมายและมีประสบการณ์
    • Q: ระยะเวลาในการแปลผลรายงานผลการตรวจ CT Scan เป็นเท่าใด?
    • A: ขึ้นอยู่กับประเภทของผู้ป่วย โดย Stroke Fast Track น้อยกว่าหรือเท่ากับ 20 นาที, เคสเร่งด่วนภายใน 1 ชั่วโมง, ผู้ป่วยในภายใน 24 ชั่วโมง และเคสนัด/ผู้ป่วยนอกภายใน 72 ชั่วโมง
    • Q: ผู้รับจ้างต้องขออนุญาตอะไรบ้างในการให้บริการ?
    • A: ต้องดำเนินการขออนุญาตผลิตและใช้รังสีจากสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ และปฏิบัติงานภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
    • Q: โรงพยาบาลมีข้อกำหนดเกี่ยวกับมาตรฐานการบริการอย่างไรบ้าง?
    • A: ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการควบคุมคุณภาพมาตรฐานบริการ มาตรฐานสิ่งแวดล้อม มาตรฐาน 5 ส และมาตรฐานการควบคุมป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ
    • Q: ผู้รับจ้างต้องมีประสบการณ์ทำงานในโรงพยาบาลรัฐกี่แห่ง?
    • A: ต้องมีหนังสือรับรองผลงาน/สัญญาจ้างในโรงพยาบาลรัฐไม่น้อยกว่า 3 แห่ง
    • Q: เครื่อง CT Scan ที่จัดหาต้องมีคุณสมบัติเฉพาะอย่างไรบ้าง?
    • A: ต้องเป็นชนิดไม่น้อยกว่า 128 Slices, มีความเร็วสูง, มีโปรแกรมการตรวจที่ทันสมัย, มีระบบลดปริมาณรังสี, และรองรับระบบ PACS
    • Q: หากมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น โรงพยาบาลสามารถขอให้บริษัทสนับสนุนเครื่อง CT Scan เพิ่มได้หรือไม่?
    • A: ได้ บริษัทต้องสนับสนุนเครื่องเอกซเรย์เพิ่มให้เพียงพอต่อการให้บริการ โดยบริษัทเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการติดตั้งและปรับปรุงสถานที่ทั้งหมด
    • Q: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบอะไรเมื่อสิ้นสุดสัญญา?
    • A: ผู้รับจ้างมีหน้าที่ถ่ายโอนข้อมูลผู้ป่วยทั้งหมดให้ผู้ว่าจ้างหรือผู้แทน โดยเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

เงื่อนไขการจ้างเหมาบริการตรวจ CT
ด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ชนิดไม่น้อยกว่า 128 Slices พร้อมอุปกรณ์
โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว
………………………………………………………………..

  1. ผู้ว่าจ้างจัดหาสถานที่ในโรงพยาบาลเพื่อติดตั้งเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ชนิดไม่น้อยกว่า 128 Slices พร้อม อุปกรณ์
  2. ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ปรับปรุงอาคารและสถานที่เพื่อสามารถติดตั้งเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ชนิดไม่น้อยกว่า 128 Slices พร้อมอุปกรณ์ ให้คณะกรรมการตรวจรับให้ความเห็นชอบก่อน โดยคำนึงถึงความเหมาะสม ความสวยงาม ความปลอดภัย ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามมาตรฐานห้องเอกซเรย์ ซึ่งกำหนดโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สามารถ ป้องกันรังสีเอกซ์ได้ โดยผู้รับจ้างเป็นคนออกค่าใช้จ่ายพร้อมค่าใช้กระแสไฟฟ้า การติดตั้งโทรศัพท์และระบบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
  3. ผู้รับจ้างต้องทำสัญญาเช่าอาคารราชพัสดุกับกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง เพื่อเข้าดำเนินการให้บริการตรวจ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ สำหรับโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว
  4. ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในระบบสาธารณูปโภค เช่น ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า หรือค่าบริการอื่นใดที่ เกิดขึ้นในอนาคต
  5. กรณีเกิดอุบัติภัย อัคคีภัย ภัยธรรมชาติอื่นๆ กับเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบ เองทั้งหมด
  6. ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้จัดหาเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ชนิดไม่น้อยกว่า 128 Slices จำนวน 2 เครื่อง พร้อม อุปกรณ์ มาติดตั้งที่ โรงพยาบาล การติดตั้งต้องได้มาตรฐานตามที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวง สาธารณสุขกำหนดและได้รับอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองซึ่งเครื่องกำเนิดรังสีตามกฎกระทรวง
  7. เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ชนิดไม่น้อยกว่า 128 Slices พร้อมอุปกรณ์ จะต้องมีรายละเอียดและคุณลักษณะ เฉพาะ แคตตาล็อก โปรแกรมการใช้งาน และสมรรถนะของเครื่องตามรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะตามที่ โรงพยาบาลกำหนด พร้อมทั้งต้องส่งมอบรายละเอียดของเครื่องและคู่มือการใช้งานให้กลุ่มงานรังสีวิทยา โรงพยาบาล ทั้งนี้สมรรถนะของเครื่องจะต้องสามารถใช้งานได้ครบทุกประการตามรายละเอียดคุณลักษณะ เฉพาะที่ทางโรงพยาบาลกำหนด
  8. ผู้รับจ้างต้องจัดหาบุคลากรที่มีคุณสมบัติตามกฎหมายกำหนด มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติ จากแพทย์สภาในสาขารังสีวิทยาอย่างน้อย 1 (หนึ่ง)คน เพื่ออ่านฟิล์มเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ และจัดให้มี นักรังสีเทคนิค(วทบ.รังสีเทคนิค)อย่างน้อย1(หนึ่ง)คนและจัดให้มีพยาบาลวิชาชีพ อย่างน้อย 1 (หนึ่ง)คน ในการ ฉีดสีผู้ป่วย และจัดให้มีผู้ช่วยนักรังสีเทคนิค และผู้ช่วยเหลือคนไข้อย่างน้อย 1 (หนึ่ง) คนที่จำเป็นสำหรับการ ปฏิบัติงานในหน้าที่ มีความรู้ ความชำนาญ และประสบการณ์ในการปฏิบัติหน้าที่เป็นอย่างดีเห็นชอบและเป็นไป ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ ภายใต้คำสั่งและการกำกับดูแลโดยแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาล สมเด็จพระยุพราชสระแก้ว เอกสารแนบท้ายสัญญาผนวก รวมทั้งต้องจัดให้มีบุคลากรให้เพียงพอกับสภาพของ งานระดับปฏิบัติการต่างๆ เช่นพนักงานทำความสะอาด พนักงานธุรการ พนักงานเปล เป็นต้น
  9. ผู้รับจ้างต้องจัดหาบุคลากรอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น พยาบาลวิชาชีพ เพื่อประสิทธิภาพและความสะดวกในการ ดำเนินการ และจัดให้มีการอบรมวิชาการแก่บุคลากรตามความเหมาะสม
    -2-
  10. ในกรณีเครื่องเสียหรืออยู่ระหว่างการซ่อมแซมหรือบำรุงรักษา เพื่อเป็นการให้บริการตรวจได้อย่างรวดเร็วและ ต่อเนื่อง ผู้รับจ้างจะต้องมีสาขาสำหรับให้บริการตรวจคนไข้ของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้วใน ระยะทางไม่เกิน 60 กิโลเมตร และต้องดำเนินการจัดรถรับ-ส่งผู้ป่วยไปตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ และผู้รับจ้าง จะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
  11. กรณีที่ผู้รับจ้างมีความจำเป็นต้องใช้รถรับ-ส่งของโรงพยาบาล ให้ดำเนินการตามขั้นตอนที่โรงพยาบาลกำหนดและ รับผิดชอบค่าใช้จ่ายสำหรับรถรับ-ส่ง และค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่หรือบุคลากร ของโรงพยาบาลตามมาตรฐานที่ โรงพยาบาลกำหนด
  12. การดำเนินการสิ่งปลูกสร้างเพิ่มเติมที่จำเป็นต่อการให้บริการ ตลอดจนรื้อถอนสิ่งกีดขวางการก่อสร้าง ออกแบบ จัดทำระบบไฟฟ้า ระบบแสงสว่าง ระบบปรับอากาศ และปรับเปลี่ยนตกแต่งภายใน ในสถานที่ใช้งาน รวมถึงการ ดูแลรักษาและซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดี ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายดังกล่าวและสิ่งก่อสร้างที่ยึดติด กับอาคารแบบถาวรให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว
  13. ผู้รับจ้างต้องดำเนินการติดตั้งระบบการจัดเก็บภาพ (Image storing System) โดยมีหน่วยความจำที่เพียงพอ สำหรับการจัดเก็บภาพที่เพิ่มมากขึ้น (ข้อมูลภาพ CT) ซึ่งเชื่อมต่อกับระบบการส่งและรับภาพของโรงพยาบาล 14. ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมเครือข่ายสำหรับเชื่อมโยงข้อมูลด้านคอมพิวเตอร์ ระบบงานสาธารณูปโภค ด้านไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ ให้เพียงพอกับการใช้งาน รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ที่จำเป็น และพร้อมให้สิทธิ โรงพยาบาลครอบครองและใช้สอยประโยชน์
  14. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการควบคุมคุณภาพมาตรฐานบริการ มาตรฐานสิ่งแวดล้อม มาตรา 5 ส มาตรฐานการควบคุม ป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ และมาตรฐานอื่นๆ ตามที่โรงพยาบาลกำหนด
  15. ผู้รับจ้างต้องมีการจัดเตรียมเครื่องมืออุปกรณ์การช่วยฟื้นคืนชีพ และมีการฟื้นฟูวิชาการอบรมเชิงปฏิบัติในการ ช่วยฟื้นคืนชีพบุคลากรอย่างสม่ำเสมอตามที่โรงพยาบาลกำหนด เช่น ชุดช่วยชีวิตฉุกเฉิน (Emergency Set) ชุด ออกซิเจน (Oxygen Set) ชุด Section Pipeline แผ่นกระดานรองหลัง Laryngoscope และ Guide Endoscope ที่มีความพร้อมใช้งาน เป็นต้น
  16. ผู้รับจ้างต้องจัดให้เครื่องช่วยหายใจกรณีผู้ป่วยใส่ท่อช่วยหายในขณะทำ CT Scan เพื่อลดปริมาณรังสีแก่พยาบาล และผู้เกี่ยวข้อง
  17. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีอุปกรณ์วัดปริมาณรังสีสำหรับบุคคล ให้กับพนักงาน เพื่อใช้วัดปริมาณรังสีที่ได้รับตาม มาตรฐานสากล
  18. ผู้รับจ้างต้องดำเนินการขออนุญาตผลิตและใช้รังสีจากสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ และปฏิบัติงานภายใต้กฎหมาย พรบ.พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2562, พรบ.สถานพยาบาล พรบ การประกอบโรคศิลปะ สาขา รังสีเทคนิค
  19. เทคนิคการตรวจอวัยวะภายในร่างกายด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของรังสีแพทย์ ผู้ว่าจ้างตามมาตรฐานราชวิทยาลัยรังสีแพทย์ และต้องยินยอมให้ผู้ตรวจสอบงานจ้างของผู้ว่าจ้างตรวจสอบการ ทำงานผู้ว่าจ้างตลอดเวลา
  20. ผู้รับจ้างจะต้องรักษาจรรยาบรรณของวิชาชีพโดยเคร่งคัดและไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของผู้ป่วย ให้ผู้หนึ่งทราบ โดยมิได้รับความยินยอมจากแพทย์ผู้สั่งตรวจหรือผู้ป่วย
  21. ผู้รับจ้างต้องทำการตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูงไม่น้อยกว่า 128 Slices ทุกวันและ ตลอดเวลา 24 ชม. ไม่เว้นวันหยุดราชการ
    -3-
  22. เมื่อสัญญาสิ้นสุดผู้รับจ้างมีหน้าที่ถ่ายโอนข้อมูลผู้ป่วยทั้งหมดให้ผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนหากมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นผู้รับจ้าง เป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด
  23. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการแปลผลเป็นรายงานผลการตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องตรวจแต่ละราย จากรังสีแพทย์โดย ระยะเวลาหลังจากที่ได้รับภาพ ดังนี้
    24.1. Stroke Fast Track น้อยกว่าหรือเท่ากับ 20 นาที
    24.2. เคสเร่งด่วน ภายใน 1 ชั่วโมง
    24.2.1 Critical Emergency ผลอ่านออกภายใน 1 ชั่วโมง
    24.2.2 Noncritical Emergency ผลอ่านออกภายใน 4 ชั่วโมง
    24.3 ผู้ป่วยใน (Elective cases) ภายใน 24 ชั่วโมง
    24.4 เคสนัดหรือผู้ป่วยนอก ภายใน 72 ชั่วโมง
  24. ผู้รับจ้างต้องผ่านร้อยละของตัวชี้วัดทางคลินิกและความปลอดภัยเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด: > 90% 26. ผู้รับจ้างต้องมีอัตราการเกิดอุบัติการณ์/ข้อร้องเรียนที่เกี่ยวข้องลดลง: 10% จากปีที่ผ่านมา 27. ผู้รับจ้างต้องมีการประชุมทบทวนผลการดำเนินงานร่วมกับหน่วยรังสีของโรงพยาบาลทุกไตรมาส 28. ผู้รับจ้างต้องมีประสบการณ์ในการทำงานจ้างเหมาบริการงานเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูงไม่น้อยกว่า 128
    มาไม่น้อยกว่า 5 ปี โดยมีหนังสือรับรองผลงาน/บันทึกข้อตกลง/สัญญาจ้างในโรงพยาบาลรัฐ ไม่น้อยกว่า 3 แห่ง และผู้รับจ้างต้องมีสาขาที่ให้บริการเอกเรย์คอมพิวเตอร์ระยะไม่เกิน 70 กิโลเมตร
  25. ผู้เสนอราคาต้องแนบรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ชนิดไม่น้อยกว่า 128 slices พร้อมอุปกรณ์ในรูปแบบไฟล์ PDF ในบัญชีเอกสารส่วนที่ 2
    รายละเอียดและคุณลักษณะเฉพาะ
    เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบถ่ายภาพต่อเนื่องได้ภายไม่น้อยกว่า 128 ภาพต่อรอบของการแสกน 1. ความต้องการ
    เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ที่มีความเร็วและประสิทธิภาพในการประมวลผลสูง ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยแบบ Multi Detectors CT Scanner ชนิดสมบูรณ์โดยไม่มีการดัดแปลงมาจากเครื่องอื่น สามารถสร้างภาพได้ไม่น้อยกว่า 128 ภาพ ต่อการหมุน 1 รอบ (360 องศา) ใช้ตรวจอวัยะส่วนต่างๆ ได้ทั่วร่างกาย มีโปรแกรมการตรวจที่ทันสมัยและ เป็นประโยชน์ต่อการวินิจฉัยโรคของผู้ป่วย เช่น โปรแกรมสร้างภาพ 3 มิติ และภาพตัดขวางในแนวระนาบต่างๆ ได้ทุก
    รูปแบบ, โปรแกรมการตรวจหลอดเลือด, โปรแกรมการตรวจหัวใจ และโปรแกรมการจำลองการส่องตรวจลำไส้ เป็น ต้น นอกจากนั้นยังมีโปรแกรมช่วยลดปริมาณรังสีที่ทันสมัย ตลอดจนสามารถรองรับระบบการจัดเก็บและเรียกดูภาพ ของงานรังสีวิทยา (PACS) ได้
  26. วัตถุประสงค์ของการใช้งาน
    ใช้ตรวจอวัยวะส่วนต่างๆ ได้ทั่วร่างกาย มีโปรแกรมการตรวจที่ทันสมัยและเป็นประโยชน์ต่อการวินิจฉัยโรค ของผู้ป่วย เช่น โปรแกรมสร้างภาพ 3 มิติ และภาพตัดขวางในแนบระนาบต่างๆ ได้ทุปรูปแบบ, โปรแกรมการตรวจ หลอดเลือด, โปรแกรมการตรวจหัวใจ และโปรแกรมการจำลองการส่องตรวจลำไส้ เป็นต้น
    -4-
  27. คุณสมบัติทั่วไป
    เป็นเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ชนิดความเร็วสูงสามารถสร้างภาพขนาดไม่น้อยกว่า 128 ภาพต่อการหมุน 1 รอบ (360 องศา) โดยสามารถสร้างภาพในการวินิจฉัยโรคในแนว Axial, Coronal, Sagittal, Oblique, 3D Reconstruction, Dynamic Scan, CT Angio ได้เป็นอย่างน้อย สามารถส่งภาพแบบ Dicom เข้าสู่ระบบ PACS ของโรงพยาบาลได้อย่างสมบูรณ์
  28. คุณสมบัติทางเทคนิคเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เครื่องที่ 1
    4.1. คุณลักษณะเฉพาะในการใช้งานสำหรับตรวจวินิจฉัยทางรังสีวิทยา โดยเป็น
    4.2. คุณลักษณะเฉพาะทางเทคนิค
    4.2.1. ชุดกำเนิดเอกซเรย์ (X-ray Generator)
    4.2.1.1. เป็นชนิด High Frequency สามารถจ่ายพลังงานไฟฟ้าสูงสุดได้ 72 kW
    4.2.1.2. สามารถเลือกความต่างศักย์ไฟฟ้าที่ป้อนให้หลอดเอกซเรย์ได้ 4 ค่า และให้ความต่าง ศักย์ไฟฟ้าสูงสุด 135 kV
    4.2.1.3. สามารถให้ปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ขั้วหลอด (Tube Current) ได้สูงสุด 500 mA 4.2.2. หลอดเอกซเรย์ (X-ray Tube)
    4.2.2.1. หลอดเอกซเรย์มีค่าความจุในการสะสมความร้อน (Anode Heat Capacity) ขนาด 7.5 MHU 4.2.2.2. มีจุดกำเนิดรังสีเอกซเรย์ (Focal spot) 2 ขนาด
    4.2.3. อุปกรณ์รับรังสี (Detector)
    4.2.3.1. เป็นชนิด Solid State Detector มีจำนวน Detector Row 80 แถว พร้อมความหนา ส่วนตัด (Slices Thickness) ได้ต่ำสุด 0.5 มิลลิเมตร
    4.2.3.2. มีจำนวนตัวรับสัญญาณ Detector Element 71,680 Elements
    4.2.3.3. เป็น Detector ประสิทธิสูง สามารถตรวจจับ lesion ที่มีขนาดเล็กที่สุด 2 มิลลิเมตร ที่ความแตกต่าง 0.3% โดยใช้ปริมาณรังสี 17.2 mGy (Low Contrast detectability)
    4.2.4. ช่องรับตัวผู้ป่วย (Gantry)
    4.2.4.1. มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 78 เซนติเมตร เพื่อความสะดวกในการจัดท่าผู้ป่วยในตำแหน่งที่ เหมาะสมต่อการสแกน
    4.2.4.2. สามารถเอียงทำมุม (Gantry Tilt) ไปด้านหน้าและด้านหลัง ได้ด้านละ 30 องศา 4.2.4.3. สามารถควบคุมการเอียงได้ที่ Gantry และที่ Main Control Console
    4.2.4.4. ใช้แสงเลเซอร์ (Laser Alignment) แสดงตำแหน่งเพื่อช่วยในการจัดท่าถ่ายภาพผู้ป่วย 4.2.4.5. มีระบบสื่อสารกับผู้ป่วยระหว่างห้องควบคุมและห้องตรวจ (Intercom)
    4.2.4.6. มีจอภาพ LCD ติดตั้งอยู่ที่ด้านหน้า Gantry เพื่อแสดงรายละเอียดที่สำคัญต่อการตรวจ 4.2.4.7. สามารถทำการสแกนแบบต่อเนื่อง (Helical Scan) ได้ขณะเอียง Gantry เพื่อความ ปลอดภัยจากรังสีที่จะกระทบม่านตาหรืออวัยวะที่มีความไวต่อรังสี
    4.2.5. ระบบเตียงผู้ป่วย (Patient Table)
    4.2.5.1. พื้นเตียงสามารถเลื่อนตามแนวยาวขณะตรวจ (Scannable Range) ได้ 180 เซนติเมตร และมีความเร็วในการเคลื่อนที่สูงสุด 160 มิลลิเมตรต่อวินาที
    4.2.5.2. เตียงสามารถปรับขึ้นลงได้ด้วยระบบไฟฟ้า โดยสามารถปรับระดับความสูงต่ำสุดได้ 33 เซนติเมตร และปรับระดับสูงสุดจากพื้นได้ 90 เซนติเมตร
    -5-
    4.2.5.3. สามารถรับน้ำหนักผู้ป่วยได้สูงสุด 205 กิโลกรัม
    4.2.5.4. การควบคุมการเคลื่อนที่ของเตียง ทำได้ที่แผงควบคุม (Operator Console) และ Gantry 4.2.5.5. พื้นเตียงมีความกว้าง 47 เซนติเมตร
    4.2.6. ระบบการกวาดถ่ายภาพ (Scanning system) และระบบการสร้างภาพ (Reconstruction System)
    4.2.6.1. สามารถประมวลผลสร้างภาพได้สูงสุด 160 ภาพต่อการหมุน 1 รอบ
    4.2.6.2. มีระบบการจัดการลดปริมาณรังสีที่ผู้ป่วยจะได้รับ (Dose Management Program) 5 ชนิด ดังนี้
    4.2.6.2.1. Adaptive Iterative Dose Reduction เพื่อช่วยลดปริมาณรังสีในการสแกนได้ สูงสุด 75 % โดยต้องสามารถตั้งค่าในการลดปริมาณรังสีได้ก่อนการสแกนและ
    ไม่ทำให้ความเร็วในการสร้างภาพลดลง
    4.2.6.2.2. Single-Energy Metal Artifact Reduction เพื่อช่วยลด Artifact ที่เกิดจาก
    การสแกนผ่านส่วนต่างๆของร่างกายที่มีโลหะในร่างกายโดยไม่ต้องเพิ่มปริมาณรังสี
    4.2.6.2.3. Sure Exposure เพื่อช่วยปรับค่า mA อัตโนมัติ ตามขนาดของผู้ป่วย ขณะ
    สแกนทั้งแกน X-Y-Z
    4.2.6.2.4. Sure kV เพื่อช่วยปรับค่า kV อัตโนมัติ ตามขนาดของผู้ป่วย ขณะสแกนทั้งแกน X-Y-Z
    4.2.6.2.5. Active Collimator เพื่อช่วยตัดรังสีที่ไม่จำเป็นต่อการสร้างภาพออก เพื่อไม่ให้ ผู้ป่วยโดนรังสีในส่วนที่ไม่จำเป็น
    4.2.6.3. อัตราความเร็วในการประมวลผลสร้างภาพ (Reconstruction Time) เมื่อผ่านระบบการ จัดการลดปริมาณรังสี (Adaptive Iterative Dose Reduction) 30 ภาพต่อวินาที ความ
    ละเอียด 512 x 512 pixel
    4.2.6.4. สามารถแสดงภาพได้โดยทันทีขณะทำการสแกนด้วยความเร็ว 12 ภาพต่อวินาที 4.2.6.5. สามารถปรับความเร็วในการหมุนได้หลายค่า โดยเวลาน้อยที่สุดที่ใช้สแกนครบรอบ 360 องศา ต้อง 0.35 วินาที
    4.2.6.6. มี Scanoscopy หรือ Scout สามารถสแกนได้ความยาวสูงสุด 180 เซนติเมตร
    4.2.6.7. สามารถเลือกค่า Field of view (FOV) ได้ 5 ระดับ เพื่อใช้ให้เหมาะสมกับขนาดของ ผู้ป่วย โดยมีขนาดสูงสุด 50 เซนติเมตร
    4.2.6.8. ความหนาของส่วนที่ตัดตรวจ (Slice thickness) ขนาดบางที่สุด 0.5 มิลลิเมตร
    4.2.6.9. สามารถให้รายละเอียดในการสร้างภาพ (Reconstruction) 512 x 512 matrix
    4.2.6.10.สามารถแสดงภาพที่มีความละเอียดสูงสุด 1,024 x 1,024 matrix
    4.2.6.11.สามารถสแกนแบบ Helical ได้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 100 วินาที
    4.2.6.12.สามารถสแกนแบบต่อเนื่องโดยไม่มีการเคลื่อนเตียง (Dynamic study) ได้
    4.2.6.13.มีโปรแกรม Sure start เพื่อตรวจจับสารทึบรังสี ที่สามารถทำการตรวจได้โดยอัตโนมัติ เมื่อมีค่า CT number ถึงค่าที่ต้องการ
    4.2.6.14.มีโปรแกรม Sure Subtraction เพื่อสร้างภาพหลอดเลือดได้โดยอัตโนมัติ เทียบเท่ากับ 3D DSA function
    -6-
    4.2.6.15.มีโปรแกรมสำหรับการตรวจเด็กโดยเฉพาะเพื่อลดปริมาณรังสีที่ผู้ป่วยได้รับ
    4.2.6.16.สามารถเก็บข้อมูลการสร้างภาพหัวใจที่ 180 องศาได้ในช่วง 5 segment
    4.2.6.17.มีโปรแกรมที่สามารถเลือกข้อมูลจากจังหวะที่หยุดนิ่งที่สุดของหัวใจแล้วนำข้อมูลมาทำการ สร้างภาพได้ ณ ตำแหน่งที่หัวใจหยุดนิ่งที่สุดโดยอัตโนมัติ เพื่อให้ได้คุณภาพของภาพที่ดี
    ที่สุด โดยไม่ต้องทำการสร้างภาพหลายครั้ง
    4.2.6.18.มีค่า Detectability ในทั้งสามแนวแกน X - Y - Z 0.31 มิลลิเมตรเพื่อความคมชัดของ ภาพ 3 มิติ
    4.2.6.19.มีระบบการคำนวณปริมาณรังสีอัตโนมัติแบบ CTDI หรือ DLP (Dose Length Product) ที่แสดงผลขณะทำการตรวจและสามารถปรับเปลี่ยนค่าต่างๆ เพื่อลดปริมาณรังสีต่อผู้ป่วยได้ 4.2.7. ระบบควบคุม (Operator Console System) และระบบคอมพิวเตอร์ (Computer System) 4.2.7.1. Main console เป็นชุดควบคุมระบบการตรวจผู้ป่วย และการทำงานได้ทั้งหมด ได้แก่ Console สำหรับการสแกน ซึ่งมีหน้าที่ ดังนี้
    4.2.7.1.1.ควบคุมการสแกนตรวจผู้ป่วย
    4.2.7.1.2.ควบคุมการเคลื่อนที่ของเตียงผู้ป่วย
    4.2.7.1.3.ควบคุมการเอียง Gantry
    4.2.7.1.4.ควบคุมการถ่ายภาพลงฟิล์ม (DICOM print) เทียบเท่า Image Filming
    4.2.7.2. เครื่องคอมพิวเตอร์ใช้ระบบการประมวลผลที่ประสิทธิภาพสูงสุดตามมาตรฐานผู้ผลิต 4.2.7.3. มีหน่วยความจำหลัก (RAM) ขนาด 32 GB
    4.2.7.4. มี Hard Disk ขนาด 915 GB
    4.2.7.5. สามารถเก็บภาพ (Image Storage) ได้ 500,000 ภาพ ที่ 512 x 512 Pixel
    4.2.7.6. จอภาพแสดงเป็นชนิด Color LCD ขนาด 19 นิ้ว ให้ความละเอียด 1280 x 1024 Pixels 4.2.7.7. สามารถปฏิบัติการประมวลผลด้วยซอฟต์แวร์ต่างๆโดยใช้ Mouse และ Keyboard 4.2.7.8. มีProtocols สำหรับการตรวจอวัยวะต่างๆ โดยสามารถแก้ไขหรือปรับเปลี่ยนค่าต่างๆ ได้ ตามต้องการ
    4.2.7.9. ระบบการเก็บภาพ (Image Storing System)
    4.2.7.9.1. สามารถบันทึกข้อมูลลงแผ่น DVD-R
    4.2.7.9.2. มีมาตรฐานของ DICOM 3.0 ดังนี้
    4.2.7.9.2.1. DICOM Storage
    4.2.7.9.2.2. DICOM Query/Retrieve
    4.2.7.9.2.3. DICOM print เทียบเท่า Image Filming
    4.2.7.10.ซอฟต์แวร์สำหรับใช้ต่างๆ สามารถทำได้ดังนี้ คือ
    4.2.7.10.1.แสดงภาพ 3D Surface rendering ได้
    4.2.7.10.2.สามารถทำ 3D volume rendering ได้
    4.2.7.10.3.สามารถทำ 3D Curve MPR ได้
    4.2.7.10.4.สามารถทำ 3D-Realtime MIP
    4.2.7.10.5.สามารถทำ 3D MPR
    -7-
    4.2.7.10.6.สามารถทำ CT image processing เช่น ROI setting, CT number
    display, Volume Calculation, Image filtering, Real time MPR เป็นต้น
    4.2.7.10.7.สามารถทำ Cine Display
    4.2.8. เครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับแสดงข้อมูลภาพ 3 มิติ (3D workstation) จำนวน 1 ชุด 4.2.8.1. มีหน่วยประมวลผลที่มีประสิทธิภาพ Intel Core i5 ความเร็ว 3.3 GHz หรือสูงสุดตาม มาตรฐานผู้ผลิต
    4.2.8.2. หน่วยความจำหลัก (RAM) ขนาด 32 GB หรือตามมาตรฐานผู้ผลิต
    4.2.8.3. มี Hard Disk ขนาด 2 TB
    4.2.8.4. จอภาพแสดงผลเป็นชนิดประสิทธิภาพสูง ขนาด 24 นิ้ว ให้ความละเอียด 1,920 x 1,200 Pixels
    4.2.8.5. รองรับมาตรฐานข้อมูลภาพ DICOM ครบถ้วน
    4.2.8.6. มี CD-RW Drive หรือ DVD-RW Drive ซึ่งสามารถบันทึกข้อมูลลงแผ่น CD หรือ DVD พร้อมมี Software ประมวลผลภาพชั้นสูง หรืออื่นๆ ที่เทียบเท่า หรือสูงกว่าเพื่อใช้ดูภาพ
    จาก คอมพิวเตอร์ปกติทั่วไป
    4.2.8.7. โปรแกรมพิเศษต่างๆ สำหรับใช้งานในการตรวจผู้ป่วย, วิเคราะห์ภาพ และวัดค่าต่างๆ ที่ ติดตั้งใน 3D Workstation ได้ไม่น้อยกว่า ดังต่อไปนี้
    4.2.8.7.1. การสร้างภาพระนาบต่างๆ รวมทั้งระบบสามมิติ แบบ 3D-Volume Rendering, 3D Shaded Surface Display, Maximum Intensity Projection และ Minimum
    Intensity Projection
    4.2.8.7.2. การสร้างภาพ MPR แบบ Curved MPR, Oblique MPR
    4.2.8.7.3. โปรแกรมซอฟต์แวร์สำหรับใช้งานในการตรวจหัวใจและหลอดเลือดหัวใจ มี ดังนี้ 4.2.8.7.3.1. มีโปรแกรมสำหรับวินิจฉัยหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจ (CTA Coronary Arteries ) ลบ อวัยวะที่ไม่ต้องการโดยอัตโนมัติ ให้เหลือเพียงหัวใจและเส้นเลือดเลี้ยงหัวใจ
    4.2.8.7.3.2. Automated Vessel Probe - สร้างภาพ Cross section และ Curve MPR ให้ อัตโนมัติ 3 เส้นหลักพร้อมแสดงชื่อเส้นเลือดโดยอัตโนมัติ
    4.2.8.7.3.3. มี Lesion Probe แสดงบริเวณที่เส้นเลือดตีบและ เปอร์เซ็นต์ตีบให้อัตโนมัติ สามารถระบุตำแหน่ง พร้อมบันทึกเป็นรายการตามเส้นเลือดที่ Probe บันทึกไปที่
    ใบรายงานโดยอัตโนมัติ
    4.2.8.7.3.4. มีระบบตรวจจับคลื่นไฟฟ้าหัวใจของผู้ป่วย (ECG) พร้อมจอแสดงคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่ ห้องตรวจและเครื่องคอมพิวเตอร์หลัก
    4.2.8.7.3.5. มีโปรแกรมสำหรับทำการตรวจหัวใจ ECG gated scan และ Cardiac
    Reconstruction system
    4.2.8.7.3.6. มีโปรแกรมสำหรับช่วยในการตั้งค่าการตรวจหัวใจเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการ ทำงาน (Sure Cardio)
    4.2.8.7.3.7. มีโปรแกรมสำหรับการเลือก Phase หัวใจที่ดีที่สุดแล้วนำข้อมูลมาสร้างภาพ (Phase Exact)
    4.2.8.7.4. มีโปรแกรมวิเคราะห์ปริมาณแคลเซียมในเส้นเลือด พร้อมโปรแกรมรายงานผล
    -8-
    4.2.8.7.5. มีโปรแกรมวิเคราะห์เส้นเลือด โดยสามารถดึงเส้นเลือดให้เป็นเส้นตรงแบบอัตโนมัติ สามารถแสดงภาพในแนวตัดขวาง สามารถวิเคราะห์บริเวณที่แคบสุดได้โดยอัตโนมัติ
    และสามารถสร้างแบบจำลองในการเตรียม Stent โดยการหาปริมาตรและความยาวได้
    4.2.8.7.6. มีโปรแกรมลบกระดูกอัตโนมัติโดยไม่ต้องกดลบจากกระดูก
    4.2.8.7.7. มีโปรแกรมจำลองการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ (Fly Through) เพื่อหาเนื้องอก พร้อมมี ลบภาพลำไส้เล็กที่ไม่ต้องการและระบบช่วยค้นหา Polyp ได้
    4.2.8.7.8. มีโปรแกรม CT Perfusion
    4.2.8.7.9. มีโปรแกรมสำหรับการตรวจหา Lung nodule แสดงภาพปอดแบบโปร่งใสและภาพ POI (Point of view) เฉพาะก้อน พร้อมโปรแกรมวิเคราะห์ผลการตรวจ เปรียบเทียบ
    ขนาดและปริมาตรของก้อนในการตรวจครั้งเดียวหรือหลายๆ ครั้ง และสามารถส่งค่าที่
    คำนวณได้ไปที่ใบรายงานผลที่เป็นรูปแบบสำหรับการตรวจโดยอัตโนมัติ
    4.2.8.8. มีระบบการเขียนข้อมูลลงบนแผ่น CD-R, CD-RW, DVD และมี DICOM Viewer Software หรืออื่นๆ ที่เทียบเท่าหรือสูงกว่า เพื่อใช้ดูภาพจากคอมพิวเตอร์ปกติทั่วไปที่ไม่มี DICOM Viewer Software โดยการบันทึกนั้นเป็นชนิด Free License
    4.2.8.9. มีแบบรายงานสำเร็จรูป ให้เลือกใช้ตามชนิดของการตรวจ
    4.2.8.10.มีรายงานแบบ Full Cardiac ซึ่งภายในประกอบด้วยรายงานผลของ Calcium Scoring, CTA Coronaries, Cardiac Function Analysis และสามารถเพิ่มหน้าได้ตามต้องการ
    4.2.8.11.มีโปรแกรมสำหรับสั่งถ่ายภาพลงบนแผ่นฟิล์ม (Filming)
    4.2.8.12.สามารถส่งภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ที่เป็น DICOM Format เพื่อแปลงเป็นภาพแบบ TIFF, JPEG, หรือ AVI Format และอื่นๆ และสามารถเขียนข้อมูลภาพลง CD-ROM ได้เพื่อใช้ในการ นำเสนอ
    4.2.9. เครื่องฉีดสารทึบรังสีแบบอัตโนมัติ (Injector)
    4.2.9.1. เป็นแบบ 2 หัวฉีด (Dual head) สำหรับใช้ฉีดสารทึบรังสี
    4.2.9.2. หัวฉีดสารทึบรังสีสามารถใช้กับ Syringe ขนาด 200 cc
    4.2.9.3. มีแผงควบคุมการทำงานแยกออกจากตัวเครื่องพร้อมจอภาพสีแสดงการทำงาน
    4.2.9.4. มี Memory เพื่อเก็บโปรแกรมการควบคุมการทำงานแบบต่างๆ ได้
    4.2.9.5. สามารถตั้ง Flow rate ในการฉีดสารทึบรังสีได้ตั้งแต่ 0.1-10 ml/sec.
    4.2.9.6. สามารถทำการฉีดแบบ Multi Phase ได้
    4.2.9.7. มีระบบ Quick select protocol
    4.3. อุปกรณ์ประกอบการใช้งาน
    4.3.1.เครื่องควบคุมระบบกระแสไฟฟ้าให้คงที่และเครื่องสำรองไฟฟ้า จำนวน 1 ชุด
    สำหรับชุดคอมพิวเตอร์ (UPS for Workstations) ขนาด 2 kVA
    4.3.2.อุปกรณ์รองรับและอุปกรณ์ในการจับยึดผู้ป่วยขณะทำการตรวจ จำนวน 1 ชุด 4.3.3.ECG gating monitor จำนวน 1 ชุด 4.3.4.เครื่องดูดความชื้น จำนวน 2 ชุด 4.3.5.เครื่องวัดความชื้นและอุณหภูมิที่แสดงค่าเป็นตัวเลข Digital ได้ จำนวน 1 ชุด
    -9-
    4.3.6.อุปกรณ์ป้องกันรังสีสำหรับเจ้าหน้าที่และผู้ป่วย ได้แก่ เสื้อตะกั่วแบบ อย่างละ 2 ชุด Apron, Gonad Shield และ Thyroid Shield
    4.3.7.อุปกรณ์แขวนชุดเสื้อตะกั่วชนิดติดตั้งอยู่กับที่ จำนวน 1 ชุด 4.3.8.มีระบบทีวีวงจรปิดที่ใช้สังเกตอาการผู้ป่วยในขณะตรวจ จำนวน 1 ชุด 4.3.9.โต๊ะคอมพิวเตอร์สำหรับ Console และ Workstation จำนวน 1 ชุด 4.3.10. เก้าอี้สำหรับ Console, Workstations และห้องอ่านฟิล์ม จำนวน 3 ตัว 5. คุณสมบัติทางเทคนิคเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เครื่องที่ 2
    5.1. ชุดกำเนิดเอกซเรย์ (X-ray Generator)
    5.1.1. เป็นชนิด High Frequency สามารถจ่ายพลังงานไฟฟ้าสูงสุดได้ 72 kW
    5.1.2. สามารถเลือกความต่างศักย์ไฟฟ้าที่ป้อนให้หลอดเอกซเรย์ได้ 5 ค่า ในช่วง 70 - 140 kV 5.1.3. สามารถให้ปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ขั้วหลอด (Tube Current) ได้สูงสุด 660 mA
    5.2. หลอดเอกซเรย์ (X-ray Tube)
    5.2.1. หลอดเอกซเรย์มีค่าความจุในการสะสมความร้อน (Anode Heat Capacity) ขนาด 8.0 MHU 5.2.2. สามารถระบายความร้อนได้ไม่น้อยกว่า 6.6 kW หรือ 1,600 kHU/min
    5.2.3. มีจุดกำเนิดรังสีเอกซเรย์ (Focal spot) 2 ขนาด ตามมาตรฐาน IEC
    5.3. อุปกรณ์รับรังสี (Detector)
    5.3.1. เป็นชนิด Solid State Detector มีจำนวน Detector Row 64 แถว ความหนา (Slices Thickness) ได้ต่ำสุด 0.625 มิลลิเมตร
    5.3.2. มีจำนวนตัวรับสัญญาณ Detector Element ไม่น้อยกว่า 40,000 Elements
    5.3.3. มีระบบรับส่งสัญญาณข้อมูลแบบ Optical ความเร็วไม่น้อยกว่า 5 Gbps
    5.3.4. สามารถปรับการรับสัญญาณได้ตั้งแต่ 0.625-10 มิลลิเมตร
    5.4. ช่องรับตัวผู้ป่วย (Gantry)
    5.4.1. มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 72 เซนติเมตร เพื่อความสะดวกในการจัดท่าผู้ป่วยให้เหมาะสมต่อการสแกน 5.4.2. สามารถเอียงทำมุม (Gantry Tilt) ไปด้านหน้าและด้านหลังรวมกันได้ 54 องศา
    5.4.3. สามารถควบคุมการเอียงได้ที่ Gantry และที่ Main Control Console
    5.4.4. ใช้แสงเลเซอร์ (Laser Alignment) แสดงตำแหน่งเพื่อช่วยในการจัดท่าถ่ายภาพผู้ป่วย 5.4.5. มีระบบสื่อสารกับผู้ป่วยระหว่างห้องควบคุมและห้องตรวจ (Intercom)
    5.4.6. มีจอภาพ LCD ติดตั้งอยู่ที่ด้านหน้า Gantry เพื่อแสดงรายละเอียดที่สำคัญต่อการตรวจ และควบคุม Gantry และเตียงได้
    5.5. ระบบเตียงผู้ป่วย (Patient Table)
    5.5.1. พื้นเตียงสามารถเลื่อนตามแนวยาวขณะตรวจ (Scannable Range) ได้ไม่น้อยกว่า 180 เซนติเมตร และมีความเร็วในการเคลื่อนที่สูงสุดไม่น้อยกว่า 300 มิลลิเมตรต่อวินาที
    5.5.2. เตียงสามารถปรับขึ้นลงได้ด้วยระบบไฟฟ้า โดยสามารถปรับระดับความสูงต่ำสุดได้ 5.5.3.สามารถรับน้ำหนักผู้ป่วยได้สูงสุด 205 กิโลกรัม
    5.5.4.การควบคุมการเคลื่อนที่ของเตียง ทำได้ที่แผงควบคุม (Operator Console) และ Gantry 5.6. ระบบการกวาดถ่ายภาพ (Scanning system) และระบบการสร้างภาพ (Reconstruction System) 5.6.1. สามารถประมวลผลสร้างภาพได้สูงสุด 128 ภาพต่อการหมุน 1 รอบ
    -10-
    5.6.2. มีระบบการจัดการลดปริมาณรังสีที่ผู้ป่วยจะได้รับ (Dose Management Program) 5 ชนิด ดังนี้ 5.6.2.1. Iterative reconstruction เพื่อช่วยลดปริมาณรังสีในการสแกนได้ไม่น้อยกว่า 7 ระดับ 5.6.2.2. Metal Artifact Reduction เพื่อช่วยลด Artifact ที่เกิดจากการสแกนผ่านส่วนที่มีโลหะ
    5.6.2.3.3D-DOM เพื่อช่วยปรับค่า mA อัตโนมัติ ตามขนาดของผู้ป่วย ขณะสแกนทั้งแกน X-Y-Z 5.6.2.4. CT Dose check เพื่อช่วยประเมินในการปรับค่า parameter ในการตรวจ
    5.6.2.5. Adaptive filering เพื่อช่วยลดสัญญาณรบกวน โดยไม่เพิ่มปริมาณรังสีในการตรวจ 5.6.3. อัตราความเร็วในการประมวลผลสร้างภาพ (Reconstruction Time) ไม่น้อยกว่า 80 ภาพต่อวินาที ที่ความละเอียด 512 x 512 pixel
    5.6.4. สามารถแสดงภาพได้โดยทันทีขณะทำการสแกนแบบ parallel workflow
    5.6.5. สามารถปรับความเร็วในการหมุนได้หลายค่า โดยเวลาน้อยที่สุดที่ใช้สแกนครบรอบ 360 องศา ไม่มากกว่า 0.4 วินาที
    5.6.6. สามารถเลือกค่า Field of view (FOV) ได้ หลายระดับ เพื่อใช้ให้เหมาะสมกับขนาดของผู้ป่วย โดยมี ขนาดสูงสุด 50 เซนติเมตร
    5.6.7. สามารถให้รายละเอียดในการสร้างภาพ (Reconstruction)ได้ 3 ระดับ 512x512, 768x768, 1024x1024 matrix pixel
    5.6.8. สามารถสแกนแบบ Helical ได้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 120 วินาที
    5.6.9. สามารถสแกนแบบต่อเนื่องโดยไม่มีการเคลื่อนเตียง (Dynamic study) ได้
    5.6.10.มีโปรแกรมเพื่อตรวจจับสารทึบรังสี ที่สามารถทำการตรวจได้โดยอัตโนมัติเมื่อมีค่า CT number ถึง ค่าที่ต้องการ(Bolus tracking)
    5.6.11.มีโปรแกรมสำหรับการตรวจเด็กโดยเฉพาะ และตั้งค่า 70 kV ได้ เพื่อลดปริมาณรังสีที่ผู้ป่วยได้รับ 5.6.12.มีโปรแกรมช่วยในการตรวจ ECG gated CTA ที่สามารถตรวจหัวใจแล้วนำข้อมูลมาทำการสร้างภาพ ณ ตำแหน่งที่หัวใจหยุดนิ่งที่สุดโดยอัตโนมัติ เพื่อให้ได้คุณภาพของภาพที่ดีที่สุด
    5.6.13.มีค่า temporal resolution ไม่มากกว่า 44 millisecond เพื่อความคมชัดในการตรวจหัวใจ 5.6.14.มีระบบการคำนวณปริมาณรังสีอัตโนมัติแบบ CTDI หรือ DLP (Dose Length Product) ที่แสดงผล ขณะทำการตรวจและสามารถปรับเปลี่ยนค่าต่างๆ เพื่อลดปริมาณรังสีต่อผู้ป่วยได้
    5.7. ระบบควบคุม (Operator Console System) และระบบคอมพิวเตอร์ (Computer System) 5.7.1. Main console เป็นชุดควบคุมระบบการตรวจผู้ป่วย และการทำงานได้ทั้งหมด ได้แก่ Console สำหรับการสแกน
    5.7.2. สามารถควบคุมการสแกนตรวจผู้ป่วย ควบคุมการเคลื่อนที่ของเตียงผู้ป่วย ควบคุมการถ่ายภาพลง ฟิล์ม (DICOM print) เทียบเท่า Image Filming
    5.7.3. เครื่องคอมพิวเตอร์ใช้ระบบการประมวลผลที่ประสิทธิภาพสูงสุดตามมาตรฐานผู้ผลิต 5.7.4. มีหน่วยความจำหลัก (RAM) ขนาด 32 GB หรือตามมาตรฐานผู้ผลิต
    5.7.5. มี Hard Disk ขนาด 915 GB หรือตามมาตรฐานผู้ผลิต
    5.7.6. สามารถเก็บภาพ (Image Storage) ได้ 500,000 ภาพ ที่ 512 x 512 Pixel
    5.7.7. จอภาพแสดงเป็นชนิด Color LCD ขนาด 19 นิ้ว ให้ความละเอียด 1280 x 1024 Pixels หรือตาม มาตรฐานผู้ผลิต
    -11-
    5.7.8. มีProtocols สำหรับการตรวจอวัยวะต่างๆ โดยสามารถแก้ไขหรือปรับเปลี่ยนค่าต่างๆ ได้ตาม ต้องการ
    5.7.9. สามารถบันทึกข้อมูลลงแผ่น DVD หรือ CD
    5.7.10.มีมาตรฐานของ DICOM 3.0 ดังนี้DICOM Storage, DICOM Query/Retrieve, DICOM print 5.7.11.ซอฟต์แวร์สำหรับใช้ต่างๆ สามารถทำได้ดังนี้ 3D Volume rendering, MPR, MIP, image processing เช่น ROI setting, CT number display, Volume Calculation, Image filtering, Real time MPR
    5.8. คอมพิวเตอร์วิเคราะห์ภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Workstation)
    5.8.1. โปรแกรมสร้างภาพแบบ MPR ที่แสดงภาพ Axial, Coronal, Sagittal พร้อมกันได้อย่างอัตโนมัติ 5.8.2. มีโปรแกรมสร้างภาพ Volume Rendering เพื่อแสดงอวัยวะเป็นภาพสามมิติ พร้อมทั้งสามารถแสดง ภาพ MPR เพื่อใช้อ้างอิงตำแหน่งได้
    5.8.3. มีโปรแกรมที่สามารถลบภาพส่วนของกระดูกออกได้อัตโนมัติ โดยไม่ต้องคลิกเลือกส่วนของกระดูก และเนื้อเยื่อ
    5.8.4. มีโปรแกรม Advance Vessel Analysis สำหรับตรวจวิเคราะห์ขนาดและเปอร์เซ็นต์การตีบของเส้น เลือดโดยอัตโนมัติหรือดีกว่าและมีการสร้างภาพแบบ CT Angiography
    5.8.5. มีโปรแกรม Comprehensive Cardiac Analysis สำหรับตรวจวิเคราะห์หัวใจสามารถทำการ scan เพื่อตรวจหัวใจและหลอดเลือดหัวใจมีระบบตรวจจับคลื่นไฟฟ้าหัวใจของผู้ป่วย (ECG) พร้อมกับจอ แสดงคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่แสดงรูปคลื่น สามารถทำ automatic labeling of the coronary segments ด้วยการใช้ automatic 3D model-based whole-heart segmentation ได้
    5.8.6. มีโปรแกรม Calcium Scoring สำหรับตรวจวิเคราะห์แคลเซี่ยมบริเวณหลอดเลือดหัวใจพร้อม รายงานผล โดยสามารถประมวลผลตาม parameter ของMESA (Multi Ethnic Study of Atherosclerosis) ได้
    5.8.7. มีโปรแกรม CT Colonoscopy สำหรับการวิเคราะห์ส่องตรวจลำไส้ใหญ่ (Virtual Colonoscopy) โดยสามารถให้มุมมองลักษณะ Filet view ช่วยให้เห็นพื้นผิวทั้งหมด
    5.8.8. มีโปรแกรม Lung Nodule Assessment สำหรับการวิเคราะห์ก้อนเนื้อที่ปอด พร้อมทั้งการรองรับ LungRADS categorization, Fleischner Society guidelines for incidental findings เพื่อการ ประเมิน Risk Calculator ได้
    5.8.9. รองรับการแสดงภาพจากเครื่องมืออื่นๆ (Multi Modality Viewer) เช่นภาพ MR, PET images, Ultrasound, Angiography, DX, X-Ray, etc.
    5.9. อุปกรณ์ประกอบการใช้งาน
    5.9.1.คู่มือการใช้งาน 1 ชุด
    5.9.2.เครื่องมือสำหรับรัดตรึงผู้ป่วย 1 ชุด
    5.9.3.เครื่องสำรองไฟฟ้า (UPS) ขนาดไม่น้อยกว่า 120 kVA 1 ชุด
    5.9.4.เครื่องดูดความชื้น 2 ชุด
    5.9.5.เครื่องฉีดสารทีบรังสีชนิดสองหัว (Dual Head Injector) 1 ชุด
    5.9.6. QC Phantom 1 ชุด
    5.9.7.Lead apron & Thyroid shield 1 ชุด
    -12-
    5.9.8.กล้องวงจรปิดพร้อม monitor 1 ชุด
  29. เงื่อนไขการรับประกัน
    6.1. โปรแกรมคอมพิวเตอร์ทุกโปรแกรมต้องเป็นของแท้มีลิขสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย
    6.2. เครื่องต้องมีหนังสือรับรองคุณภาพและความปลอดภัยในการใช้งานตามมาตรฐานสากล 6.3. รับประกันชิ้นส่วนของเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ประกอบตลอดระยะเวลาของโครงการ 6.4. จัดวิศวกรทีชำนาญงานเพื่อให้บริการดูแลเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะ ซึ่งโรงพยาบาลสามารถ ติดต่อได้ 24 ชม.
    6.5. ในช่วงระยะเวลาประกันต้องจัดวิศวกรมาทำ Preventive Maintenance และ Routine check ตามระบบ 7. เงื่อนไขอื่น ๆ
    กรณีทางโรงพยาบาลมีผู้ป่วยที่ต้องการใช้บริการเพิ่มมากขึ้น ทางบริษัทต้องสนับสนุนเครื่องเอกซเรย์เพิ่มให้ เพียงพอต่อการให้บริการผู้ป่วย โดยค่าใช้จ่ายในการติดตั้งและปรับปรุงสถานที่บริษัทต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด