จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างจ้างเหมาดำเนินงานกิจกรรมขยายผลธุรกิจนวัตกรรมสู่ประเทศมาเลเซีย

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) 69059520167
฿2,000,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 29 พ.ค. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สนช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มีความประสงค์จะจ้างเหมาดำเนินงานกิจกรรมขยายผลธุรกิจนวัตกรรมสู่ประเทศมาเลเซีย เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการฐานนวัตกรรม โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ให้สามารถเติบโตและสร้างโอกาสทางการแข่งขันในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นตลาดฮาลาลขนาดใหญ่และมีศักยภาพทางเศรษฐกิจ โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการ คือ 1) เพื่อส่งเสริมการขยายตลาดและเชื่อมโยงเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยกับพันธมิตรในระดับนานาชาติ 2) เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอาหารและเครื่องดื่มของไทยสู่ตลาดสากล และ 3) เพื่อสร้างโอกาสในการจับคู่ทางธุรกิจ (Business Matching) กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในประเทศมาเลเซีย กิจกรรมหลักประกอบด้วย การวางแผนดำเนินโครงการ การจัดอบรมเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้ประกอบการไม่น้อยกว่า 12 กิจการ ทั้งในรูปแบบออนไลน์และ One-on-One การจัดกิจกรรมแสดงสินค้าระดับนานาชาติและการเจรจาธุรกิจ (Business Matching) ณ ประเทศมาเลเซีย โดยมีพื้นที่จัดแสดงไม่น้อยกว่า 60 ตารางเมตร และรองรับผู้ประกอบการไทยไม่น้อยกว่า 12 กิจการ

English summary

The National Innovation Agency (Public Organization) (NIA) under the Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation (MHESI) intends to contract for the “Innovation Business Expansion Activities to Malaysia” project. This project aims to support innovative businesses, particularly in the food and beverage sector, to grow and compete in international markets, with a focus on Malaysia as a large halal market with significant economic potential. The main objectives are: 1) To promote market expansion and business network linkage between Thai innovative entrepreneurs and international partners. 2) To enhance global awareness of Thai innovative food and beverage products. 3) To create business matching opportunities with target customers in Malaysia. Key activities include project planning, readiness training for at least 12 entrepreneurs (online and one-on-one), and an international exhibition and business matching event in Malaysia with a minimum exhibition space of 60 square meters, accommodating at least 12 Thai businesses.

สถานที่ดำเนินการ

ประเทศมาเลเซีย

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อส่งเสริมการขยายตลาด และเชื่อมโยงเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบธุรกิจนวัตกรรมอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงเครือข่ายพันธมิตรในระดับนานาชาติ
  • เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นวัตกรรมด้านอาหารและเครื่องดื่มของไทยสู่ตลาดสากล
  • เพื่อสร้างโอกาสการจับคู่ทางธุรกิจ (Business Matching) ให้ผู้ประกอบการธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มแก่กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

ขอบเขตของงาน

  • กิจกรรมวางแผนการดำเนินโครงการ: ประชุมร่วมกับ สนช. และเสนอแผนการดำเนินงาน
  • กิจกรรมเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้ประกอบการ:
    • จัดอบรมเตรียมความพร้อมแก่ผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (ไม่น้อยกว่า 12 กิจการ) ในรูปแบบออนไลน์ (Group Workshop) อย่างน้อย 1 ครั้ง (ไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมง) พร้อมวิทยากร
    • จัดหาผู้เชี่ยวชาญ/ที่ปรึกษา (ไม่น้อยกว่า 2 คน) ให้คำปรึกษาแบบ One-on-One และออนไลน์ (ไม่น้อยกว่า 1 ครั้ง/กิจการ, ครั้งละ 1 ชั่วโมง) เพื่อวิเคราะห์แผนธุรกิจ การตลาด และกลยุทธ์
    • จัดทำเอกสารประกอบการอบรม (สิ่งพิมพ์และไฟล์ดิจิทัล) จำนวนไม่น้อยกว่า 12 เล่ม
  • กิจกรรมจัดแสดงสินค้าระดับนานาชาติและการเจรจาธุรกิจ (Business Matching) ณ ประเทศมาเลเซีย:
    • ออกแบบผังพื้นที่จัดแสดง (Floor plan) ขนาดไม่น้อยกว่า 60 ตารางเมตร
    • จัดหาพื้นที่จัดกิจกรรมในงานนิทรรศการอาหารและเครื่องดื่มที่เน้นการเจรจาการค้าและ B2B ในมาเลเซีย โดยงานต้องมีผู้เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 5,000 คนต่อครั้ง และจัดต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 3 วัน (ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา)
    • รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเช่าพื้นที่ไม่น้อยกว่า 60 ตารางเมตร และรองรับผู้ประกอบการไทยไม่น้อยกว่า 12 กิจการ
    • อำนวยความสะดวกในการประสานงานระหว่างผู้ประกอบการกับหน่วยงานที่ดูแลพื้นที่
    • ตกแต่งพื้นที่จัดแสดงและพื้นที่เจรจาธุรกิจ พร้อมจัดหาอุปกรณ์ออกบูธที่จำเป็น (โต๊ะ เก้าอี้ ตู้เก็บของ โปสเตอร์ ฯลฯ) สำหรับผู้ประกอบการไม่น้อยกว่า 12 กิจการ
    • ประสานงานกับเครือข่ายพันธมิตร (ภาครัฐและเอกชน) เพื่อเชิญชวนเยี่ยมชมบูธ
    • ประสานงาน เชิญชวน และอำนวยความสะดวกให้ผู้นำเข้า ผู้ค้า ผู้จัดจำหน่าย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมกิจกรรมเจรจาธุรกิจ (ไม่น้อยกว่า 12 หน่วยงาน)

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • แผนการดำเนินงานโครงการ
  • ผลการจัดอบรมเตรียมความพร้อมแก่ผู้ประกอบการ (รายงาน, สื่อการอบรม)
  • ผลการจัดกิจกรรมแสดงสินค้าระดับนานาชาติและการเจรจาธุรกิจ (Business Matching) ณ ประเทศมาเลเซีย (รายงานสรุปผล, ภาพถ่ายกิจกรรม)
  • เอกสารประกอบการอบรม (สิ่งพิมพ์และไฟล์ดิจิทัล) จำนวนไม่น้อยกว่า 12 เล่ม

ระยะเวลาดำเนินการ

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • มีความสามารถตามกฎหมาย
    • ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    • ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    • ไม่เป็นผู้ถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐชั่วคราว
    • ไม่เป็นนิติบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงาน
    • มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างฯ กำหนด
    • เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานดังกล่าว
    • ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอราคารายอื่น
    • ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย
    • ต้องลงทะเบียนในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง
  • Standards Compliance: -
  • Experience: มีประสบการณ์และผลงานที่คล้ายกับงานจ้างดังกล่าว จากหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่เชื่อถือได้ มูลค่า 1,000,000.-บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) โดยต้องแนบสำเนาคู่สัญญาจ้างหรือสำเนาใบรับรองผลงาน
  • Previous Project Cost: มูลค่า 1,000,000.-บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน)
  • Technical Capabilities: -
  • Personnel: -
  • Exclude the basic requirements(valid business license, has a legal entity…): -
  • มูลค่าสุทธิของกิจการ:
    • กรณีจัดตั้งเกิน 1 ปี: มูลค่าสุทธิของกิจการ (สินทรัพย์สุทธิหักหนี้สินสุทธิ) ต้องเป็นบวกในปีงบการเงินล่าสุดก่อนวันยื่นข้อเสนอ
    • กรณีจัดตั้งไม่ถึง 1 ปี: ทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้ว ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท
    • กรณีบุคคลธรรมดา (วงเงินเกิน 500,000 บาท): หนังสือรับรองบัญชีเงินฝากคงเหลือ 1 ใน 4 ของมูลค่าประมาณการ
    • กรณีไม่มีมูลค่าสุทธิ/ทุนจดทะเบียน หรือไม่เพียงพอ: วงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่าประมาณการ (จากธนาคาร/บริษัทเงินทุนที่ได้รับอนุญาต)
    • ยกเว้น: หน่วยงานของรัฐ, นิติบุคคลที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ

เกณฑ์การพิจารณา

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • การจัดอบรม: รูปแบบออนไลน์, จำนวนชั่วโมง, จำนวนผู้เชี่ยวชาญ, เนื้อหาครอบคลุมด้านการค้า การส่งออก กฎระเบียบ การเจรจา การตลาด
  • การจัด Business Matching: พื้นที่จัดแสดง (60 ตร.ม.), ประเภทงานนิทรรศการ (B2B อาหารและเครื่องดื่ม), สถิติผู้เข้าร่วม (5,000 คน/ครั้ง), ระยะเวลา (3 วัน), จำนวนผู้ประกอบการไทย (12 กิจการ), อุปกรณ์ออกบูธ

เงื่อนไขสัญญา

  • Payment Schedule: -
  • Penalties: -

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมอบรมและ Business Matching ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
    • สนช. มีนโยบายสนับสนุนผู้ประกอบการด้านใดเป็นพิเศษในโครงการนี้?
    • รูปแบบการให้คำปรึกษาแบบ One-on-One จะดำเนินการอย่างไร?
    • งานนิทรรศการที่เลือกในประเทศมาเลเซีย มีเกณฑ์พิจารณาอย่างไร?
    • ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดบ้างในการจัดกิจกรรม Business Matching?
    • มีข้อกำหนดเกี่ยวกับขนาดบูธ หรือการตกแต่งบูธสำหรับผู้ประกอบการหรือไม่?
    • การสร้างเครือข่ายพันธมิตรในต่างประเทศ มีขอบเขตอย่างไร?
    • มีการวัดผลความสำเร็จของโครงการอย่างไร?
    • ผู้ประกอบการสามารถเข้าร่วมโครงการได้กี่ราย?
    • เอกสารประกอบการอบรมจะจัดทำในรูปแบบใดบ้าง?

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

NIN
สํานักงานนวัตกรรมแห่งชาติ
รายละเอียดขอบเขตของงานทั้งโครงการ (Terms of Reference)
การจ้างเหมาดําเนินงานกิจกรรมขยายผลธุรกิจนวัตกรรมสู่ประเทศมาเลเซีย

  1. ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ
    1.1 โครงการจ้างเหมาดําเนินงานกิจกรรมขยายผลธุรกิจนวัตกรรมสู่ประเทศมาเลเซีย 1.2 ความเป็นมา
    สํานักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สนช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและ นวัตกรรม (อว.) เป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนาวิสาหกิจเริ่มต้นและผู้ประกอบการยุคใหม่บนฐานนวัตกรรม
    ตลอดจนเร่งผลักดันให้เกิดการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศไปสู่ “เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย นวัตกรรม” (Value-Based Economy) ที่ก่อให้เกิดการผลประโยชน์ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อย่างยั่งยืน ด้วยการนําผลงานทางด้านนวัตกรรมให้เกิดการต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะ “อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม” ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีความสําคัญต่อเศรษฐกิจและสังคม ของประเทศไทย ดังจะเห็นได้จากข้อมูลมูลค่าการส่งออกไปยังประเทศอาเซียนในกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารและ เครื่องดื่มในปี 2568 ที่มีมูลค่าการเติบโตสูงถึง ร้อยละ 12.9 คิดเป็น 1.4 แสนล้านบาท (อยู่ในอันดับ 12 ของโลก และอันดับ 1 ของอาเซียน) ทั้งนี้ ประเทศมาเลเซียเป็นหนึ่งในประเทศสมาชิกอาเซียนที่มีศักยภาพด้านเศรษฐกิจ เป็นอย่างมาก เป็นประเทศมุสลิมที่มีตลาดอาหารฮาลาลขนาดใหญ่ รวมถึงมีมาตรฐานสินค้าอาหารฮาลาลที่ได้ การยอมรับสู่ตลาดสากล จึงนับเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยที่จะเข้าไปขยายตลาดอาหารฮาลาลในมาเลเซีย และต่อยอดเพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงตลาดฮาลาลขนาดใหญ่อื่นๆ ต่อไป เพื่อให้สอดรับการเติบโตของภาค เศรษฐกิจที่มีอย่างต่อเนื่องนี้ จึงเป็นตลาดที่สําคัญในการขยายธุรกิจนวัตกรรมด้านอาหารและเครื่องดื่ม ทาง สนช. จึงได้กําหนดแผนยุทธศาสตร์ ในปีงบประมาณ 2569 ภายใต้กลไก 4 G (GROOM GRANT GROWTH และ GLOBAL) ที่ช่วยเร่งรัดให้ผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมสามารถเติบโตและสร้างโอกาสการแข่งขันได้สู่ตลาดทั้งใน และต่างประเทศ สนช. จึงคาดหวังว่าการขยายผลไปสู่ประเทศมาเลเซียที่เป็นตลาดระดับสากล (Global) เป็น เป้าหมายที่สําคัญที่จะสนับสนุนให้ผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมทั้งในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมและ
    วิสาหกิจเริ่มต้นสามารถเติบโตและดําเนินธุรกิจฐานนวัตกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นไปตามตัวชี้วัดส่งเสริม ให้เกิดการขยายผลเชิงพาณิชย์ ของแผนงานการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมในจังหวัดภาคใต้ชายแดน และแผนงาน โครงการเป้าหมายสําคัญ: เกิดธุรกิจนวัตกรรมมุ่งเป้า เกิดรายได้ใหม่ เป้าหมาย 5,000 ล้านบาท
    ในการนี้ สนช. จึงได้กําหนดให้มีการดําเนินการจ้างเหมาดําเนินงานกิจกรรมขยายผลธุรกิจนวัตกรรมสู่ ประเทศมาเลเซีย เพื่อสร้างโอกาสในการเชื่อมโยงเครือข่ายและพัฒนาโอกาสทางการตลาดสําหรับผลิตภัณฑ์ นวัตกรรมของไทยให้เข้าสู่ตลาดสากลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น สนช. จึงมีความประสงค์ที่จะจัดจ้างหน่วยงาน ที่มีประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญ เพื่อให้การสนับสนุนและส่งเสริมผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมในการขยาย โอกาสทางการตลาด สร้างเครือข่ายให้เกิดความเชื่อมโยงในภาคธุรกิจ และเพิ่มโอกาสการลงทุนในธุรกิจนวัตกรรม ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งให้การสนับสนุนในการดําเนินกิจการในต่างประเทศ
    ชูแดชไม่
    (นายภคพงศ์ พรมนุชาธิป)
    ((นายสุนันท์ ขามิ)
    (นางสาวชนกชนม์ เจริญพร)
    หน้าที่ 1 จาก 10
    1.3 วัตถุประสงค์
    1.3.1 เพื่อส่งเสริมการขยายตลาด และเชื่อมโยงเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบธุรกิจ
    นวัตกรรมอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงเครือข่ายพันธมิตรในระดับนานาชาติ
    1.3.2 เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นวัตกรรมด้านอาหารและเครื่องดื่มของไทยสู่ตลาดสากล 1.3.3 เพื่อสร้างโอกาสการจับคู่ทางธุรกิจ (Business Matching) ให้ผู้ประกอบการธุรกิจอาหารและ
    เครื่องดื่มแก่กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
  2. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
    2.1 มีความสามารถตามกฎหมาย 2.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย 2.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    2.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
    2.5 ไม่เป็นนิติบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของ
    หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
    2.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร
    พัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
    2.7 เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานดังกล่าว
    2.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอราคารายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่สํานักงานนวัตกรรม แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ณ วันประกาศจ้างหรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่าง เป็นธรรม ในการจ้างครั้งนี้
    2.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้เสนอ ราคาได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์ความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    2.10 ผู้เสนอราคาต้องมีประสบการณ์และผลงานที่คล้ายกับงานจ้างดังกล่าว จากหน่วยงานของรัฐหรือ เอกชนที่เชื่อถือได้ มูลค่า 1,000,000.-บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) โดยต้องแนบสําเนาคู่สัญญาจ้างหรือสําเนา ใบรับรองผลงาน
    2.11 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
    กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าจะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบในปริมาณงาน
    สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
    Даб иб
    (นายภคพงศ์ พรมนุชาธิป)
    / (นายสุนันท์ ขาม)
    8498แม่ (นางสาวชนกชนม์ เจริญพร)
    !
    หน้าที่ 2 จาก 10
    กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่น
    ข้อเสนอ
    สําหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
    กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง
    เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
    สําหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็น
    ผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
    2.12 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
    2.13 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
    (1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบ แสดง ฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น
    ข้อเสนอ
    (2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงาน งบ แสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดย ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า 1
    ล้านบาท
    (3) สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอ เป็นบุคคลธรรมดา โดยพิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดย ต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่น ข้อเสนอ ในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือก จะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
    (4) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียง พอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของ มูลค่า งบประมาณที่ยื่นข้อเสนอในครั้งนั้น (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบ ธุรกิจค้ําประกันตามประกาศ ของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่
    JAN 245
    (นายภคพงศ์ พรมนุชาธิป)
    (นายสุนันท์ ขามิ)
    <น่ฤชนม
    !
    (นางสาวชนกชนม์ เจริญพร)
    หน้าที่ 3 จาก 10
    รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่น ข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน)
    (5) กรณีตาม (1) - (4) ยกเว้นสําหรับกรณีดังต่อไปนี้ (5.1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ
    (5.2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติ
    ล้มละลาย (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2561
  3. ขอบเขตของงานที่จะดําเนินการจัดจ้าง
    ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินงานจ้างเหมากิจกรรมขยายผลธุรกิจนวัตกรรมสู่ประเทศมาเลเซีย โดยจะต้องดําเนิน โครงการด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ว่าจ้าง ซึ่งจะต้องมีการดําเนินการตาม รูปแบบงานที่ผู้ว่าจ้างกําหนด ดังต่อไปนี้
    3.1 กิจกรรมวางแผนการดําเนินโครงการ
    3.1.1 ดําเนินการจัดประชุมวางแผนการดําเนินโครงการร่วมกับทาง สนช. พร้อมเสนอแผนการ
    ดําเนินงานตลอดระยะเวลาโครงการ โดยมีรายละเอียดครอบคลุมขอบเขตของงาน
    3.2 กิจกรรมเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้ประกอบการ
    3.2.1 ดําเนินการจัดกิจกรรมอบรมเตรียมความพร้อมแก่ผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมกลุ่มธุรกิจ
    อาหารและเครื่องดื่มที่มีศักยภาพ เพื่อขยายผลธุรกิจนวัตกรรมสู่ประเทศมาเลเซีย จํานวนไม่ น้อยกว่า 12 กิจการ โดยครอบคลุมเนื้อหาที่เกี่ยวข้องต่างๆ อาทิ ด้านการค้าและการส่งออก ผลิตภัณฑ์ด้านอาหารและเครื่องดื่ม ด้านระเบียบและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก ด้าน การเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ด้านการตลาดสําหรับผลิตภัณฑ์ด้านอาหารในตลาด เป้าหมาย เป็นต้น ดังรายละเอียดดังนี้
    3.2.1.1 ดําเนินการจัดกิจกรรมอบรมพัฒนาศักยภาพแบบกลุ่ม (Group Workshop) ใน รูปแบบออนไลน์ (online) จํานวนไม่น้อยกว่า 1 ครั้ง รวมทั้งสิ้นไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมง รวมทั้งจัดหาวิทยากรผู้เชี่ยวชาญที่มีคุณสมบัติเหมาะสม จํานวนไม่น้อย กว่า 1 คน โดยผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
    3.2.1.2 ดําเนินการจัดหาผู้เชี่ยวชาญหรือที่ปรึกษา จํานวนไม่น้อยกว่า 2 คน เพื่อให้ คําปรึกษาและแนะนําในรูปแบบเดี่ยว (One-on-One) และรูปแบบออนไลน์ (online) จํานวนไม่น้อยกว่า 1 ครั้ง/กิจการ ครั้งละ 1 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถใช้ เป็นข้อมูลในการการวิเคราะห์แผนธุรกิจ แผนการตลาด ลูกค้าเป้าหมายและ ปรับกลยุทธ์ด้านการสร้างตลาดสู่เชิงพาณิชย์ โดยอ้างอิงจากข้อมูลการวิเคราะห์ จุดเด่นจุดด้อยของแต่ละกิจการ การให้คําปรึกษาและแนะนําแก่กิจการผู้เข้าร่วม

    “นายภคพงศ์ พรมนุชาธิป)
    ((นายสุนันท์ ขามิ)
    ชนกชนม์
    (นางสาวชนกชนม์ เจริญพร)
    หน้าที่ 4 จาก 10
    กิจกรรม โดยผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายค่าตอบแทนผู้เชี่ยวชาญหรือที่
    ปรึกษา
    3.2.1.3 จัดทําเอกสารประกอบการอบรมในรูปแบบสิ่งพิมพ์ และไฟล์ดิจิทัล แจกแก่
    ผู้เข้าร่วมกิจกรรม จํานวนไม่น้อยกว่า 12 เล่ม
    3.3 กิจกรรมจัดแสดงสินค้าระดับนานาชาติและการเจรจาธุรกิจ (Business Matching)
    3.3.1 ดําเนินการออกแบบผังพื้นที่ (Floor plan) สําหรับพื้นที่จัดแสดงสินค้าระดับนานาชาติและการ
    เจรจาธุรกิจ ซึ่งมีพื้นที่รวมทั้งสิ้นไม่น้อยกว่า 60 ตารางเมตร
    3.3.2 ดําเนินการจัดหาพื้นที่จัดกิจกรรมงานจัดแสดงสินค้าระดับนานาชาติ ณ ประเทศมาเลเซีย โดย

    จะต้องเป็นงานนิทรรศการที่เน้นการเจรจาทางการค้าและการจับคู่ทางธุรกิจแบบ B2B ด้าน อาหารและเครื่องดื่ม ทั้งนี้ งานดังกล่าวต้องเป็นงานที่มีสถิติผู้เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 5,000 คนต่อ การจัด 1 ครั้ง อย่างน้อย 1 ปี ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา และกําหนดจัดงานติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 วัน
    3.3.3 ดําเนินการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเช่าพื้นที่ไม่น้อยกว่า 60 ตารางเมตร ในกิจกรรมตามข้อ 3.3.1 และสามารถรองรับจํานวนหน่วยงาน/องค์กร/วิสาหกิจของไทยได้ไม่น้อยกว่า 12 กิจการ ต่องาน รวมทั้งรับผิดชอบค่าใช้จ่ายอื่นใดที่เกี่ยวข้อง เช่น ค่าเช่าพื้นที่ ค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่ เกี่ยวข้อง เป็นต้น
    3.3.4 ดําเนินการจัดกิจกรรมแสดงสินค้าระดับนานาชาติและการเจรจาธุรกิจ (Business Matching)
    โดยมีรายละเอียด ดังนี้
    3.3.4.1 ดําเนินการอํานวยความสะดวกในการประสานงานระหว่างผู้ประกอบการกับ หน่วยงานที่ดูแลพื้นที่สําหรับจัดแสดงสินค้านานาชาติและเจรจาธุรกิจ
    3.3.4.2 ดําเนินการตกแต่งพื้นที่จัดแสดงสินค้าระดับนานาชาติ และพื้นที่สําหรับจัด
    กิจกรรมเจรจาธุรกิจ รวมถึงจัดหาอุปกรณ์ออกบูธ/อุปกรณ์ตกแต่งที่จําเป็นที่ เหมาะสม เช่น โต๊ะ เก้าอี้ ปลั๊กไฟ ตู้เก็บของ โปสเตอร์ เป็นต้น สําหรับรองรับ ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ จํานวนไม่น้อยกว่า 12 กิจการ โดยผู้รับจ้าง เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
    3.3.4.3 ดําเนินการติดต่อประสานงานกับเครือข่ายพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อ เชิญชวนมาเยี่ยมชมบูธของ สนช. และผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงานจัดแสดง
    สินค้านานาชาติ
    3.3.4.4 ดําเนินการติดต่อประสานงาน อํานวยความสะดวก และเชิญชวนให้ผู้นําเข้า ผู้ค้า ผู้จัดจําหน่าย ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม กิจกรรมเจรจาธุรกิจ จํานวนไม่น้อยกว่า 12 หน่วยงาน ทั้งนี้ ผู้รับจ้างเป็น ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด
    ช่นก√นุ่ม
    (นายภคพงศ์ พรมนุชาธิป
    1 (นายสุนันท์ ขาม)
    (นางสาวชนกชนม์ เจริญพร)
    หน้าที่ 5 จาก 10