ประกวดราคาจ้างดำเนินโครงการพัฒนาและปรับปรุงระบบบริหารทรัพยากรองค์กร (ERP) กรมการค้าภายใน (ครั้งที่ 2)
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตงาน
จ้างดําเนินโครงการพัฒนาและปรับปรุงระบบบริหารทรัพยากรองค์กร (ERP) กรมการค้าภายใน
๑. ความเป็นมา
กรมการค้าภายใน ได้มีการนําเทคโนโลยีสารสนเทศมาสนับสนุนและเพิ่มประสิทธิภาพ ในการปฏิบัติงานด้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยระบบบริหารทรัพยากรองค์กร (ERP) กรมการค้าภายใน เป็นระบบ ที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการปฏิบัติงานการให้บริการของสํานักงานเลขานุการกรม โดยสามารถให้บริการแก่หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภายในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และผู้บริหารของกรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อให้ระบบใช้งานได้อย่าง มีประสิทธิภาพ และทันสมัยมากยิ่งขึ้น จึงจําเป็นต้องมีการพัฒนาปรับปรุงระบบ โดยสามารถช่วยให้ขั้นตอน การปฏิบัติงานภายในและกระบวนการบริหารมีประสิทธิภาพมากขึ้น สอดคล้องกับเทคโนโลยีในปัจจุบัน จึงต้อง มีการนําเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาประยุกต์ใช้ ซึ่งจะทําให้มีการเปลี่ยนแปลงระบบการทํางานที่มีอยู่เดิม โดยการจัดทํา ระบบงานและฐานข้อมูลที่ได้มาตรฐานทันสมัย เพื่อให้ข้อมูลเป็นปัจจุบัน สามารถนําไปใช้ได้อย่างต่อเนื่อง ตลอดเวลา ซึ่งเป็นพื้นฐานสําคัญของการวางแผนการใช้จ่ายงบประมาณ มาตรการต่าง ๆ เพื่อนําไปสู่ การปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพ ทันต่อสถานการณ์ อันจะส่งผลให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป
๒. วัตถุประสงค์
การดําเนินงานตามภารกิจ
ในอนาคตได้
ประสิทธิภาพ
๒.๑ เพื่อพัฒนาโปรแกรมประยุกต์การบริหารงบประมาณ การเงิน บัญชี และพัสดุให้ครอบคลุม
๒.๒ เพื่อให้มีระบบฐานข้อมูลที่ทันสมัย สอดคล้องกับเทคโนโลยีในปัจจุบันและรองรับการใช้งาน
๒.๓ เพื่อให้มีระบบงานสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานได้อย่างมี
คุณสมบัติของผู้ประสงค์จะเสนอราคา
๓.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๓.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ๓.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๓.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ไว้ชั่วคราวเนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศ
ของกรมบัญชีกลาง
๓.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงาน ของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลางซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๓.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและ การบริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๓.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๓.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอราคารายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กรมการค้าภายใน ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการ อันเป็นการขัดขวาง การแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
(๑)
(๔)
……. ประธานกรรมการ (๒)
………..กรรมการ
กรรมการ (๕)
މ
กรรมการ (๓)
….. กรรมการ
กรรมการและเลขานุการ
- ๒ -
๓.๔ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาล
ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าจะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ
ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก
หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก
กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สําหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก
ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง
เป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้าการยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
ในนามกิจการร่วมค้า
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
๓.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ปีต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะ การเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
๑
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงาน งบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอ จะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า ๒ ล้านบาท
(๓) สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่น ข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา โดยพิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่น ข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรอง
บัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
(๔) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอ ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ ที่ยื่นข้อเสนอในครั้งนั้น (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคาร แห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจาก ยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจาก สํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน)
ค.
(๑)
(๔)
…..
(๕) กรณีตาม (๑) - (๔) ยกเว้นสําหรับกรณีดังต่อไปนี้
(๕.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ
Salar
กรรมการ
ประธานกรรมการ (๒) ….
(๕)
ع
ord
. กรรมการ (๓)
… กรรมการ
กรรมการและเลขานุการ
6 -
(๕.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม
พระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๖๑
๓.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการเป็นไปตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหา การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค(กวจ) ที่ ๐๔๐๕.๒/ว ๑๒๔ ลงวันที่ 9 มีนาคม ๒๕๖๖
๓.๑๔ ผู้ประสงค์จะเสนอราคาจะต้องมีประสบการณ์ในพัฒนาระบบฐานข้อมูล หรือ ประสบการณ์ในงานลักษณะเดียวกันที่ทํางานแล้วเสร็จและเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานราชการหรือ รัฐวิสาหกิจ ไม่น้อยกว่า ๑ ผลงาน มูลค่าสัญญาไม่น้อยกว่า 4,000,000 บาท โดยเป็นผลงานที่อยู่ในระยะเวลา ไม่เกิน ๕ ปี นับจากวันที่ประกาศจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) โดยต้องแสดง หนังสือรับรองผลงานและสําเนาสัญญาจ้างมาในวันยื่นเอกสารเพื่อประกอบการพิจารณา ทั้งนี้กรมขอสงวนสิทธิ์ใน การตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานที่ออกหนังสือรับรองผลงานสําหรับผลงานที่ผู้ยื่นข้อเสนอจะยื่นนั้น ต้องมี
วงเงินครบถ้วนในสัญญาเดียว
๓.๑๕ ผู้เสนอราคาต้องเคยได้รับการรับรองมาตรฐานกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ขั้นต่ํา ดังต่อไปนี้ ISO/IEC ๒๙๑๑๐ หรือ ISO/IEC ๑๕๕๐๔ (SPICE) หรือ CMMI Development Maturity Level m ขึ้นไป พร้อมแสดงใบรับรอง
๓.๑๖ ผู้เสนอราคาต้องเป็นผู้ให้บริการด้านดิจิทัลที่ได้ขึ้นทะเบียนอยู่ใน “บัญชีบริการดิจิทัล" กับสํานักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ด้านระบบ ERP (ระบบบริหารจัดการองค์กร) เพื่อยืนยัน ความน่าเชื่อถือ มาตรฐานการให้บริการ และความพร้อมในการดําเนินโครงการตามเกณฑ์ของภาครัฐ พร้อมแสดง หลักฐานการขึ้นทะเบียนที่ยังไม่หมดอายุในวันยื่นเสนอราคา
๓.๑๗ ผู้เสนอราคาจะต้องมีหนังสือรับรองสถานะความเป็นผู้แทนจําหน่ายหรือผู้ให้บริการระบบ
ซอฟต์แวร์จากเจ้าของผลิตภัณฑ์ซึ่งออกโดยผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ต้นทาง และต้องแสดงให้เห็นถึงสิทธิ์ในการ ให้บริการ ติดตั้ง และสนับสนุนระบบอย่างถูกต้องตามเงื่อนไขของผู้ผลิต
๓.๑๘ ผู้เสนอราคาต้องมีทีมงานที่ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญอย่างน้อยในด้านต่อไปนี้ และ ต้องแสดงรายชื่อทีมงานพร้อมประวัติย่อ (CV) ในวันยื่นเสนอราคา เพื่อประกอบการพิจารณา
๑) การพัฒนาระบบสารสนเทศ (System / Software Development)
๒) ระบบ ERP หรือระบบองค์กรขนาดใหญ่
๓) ระบบฐานข้อมูล (Database Administration / Data Engineer)
๔) ความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (Cybersecurity)
๕) การทดสอบระบบ (Tester / QA)
๔. ขอบเขตการดําเนินงาน
ผู้เสนอราคาต้องดําเนินการพัฒนาและปรับปรุงระบบบริหารทรัพยากรองค์กร (ERP) ของ
กรมการค้าภายใน ครอบคลุมงานงบประมาณ การเงิน บัญชี พัสดุ และระบบสนับสนุนอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยระบบ ใหม่ต้องเป็น Web-based มีการเชื่อมโยงฐานข้อมูลร่วมกัน ทํางานแบบ Single Source of Truth มีโครงสร้าง สิทธิ์การใช้งานตามบทบาท (Role-based Access Control) มีระบบบันทึกการทํารายการ (Audit Trail) และ สามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบงานอื่นของกรม/กระทรวงในอนาคตผ่านมาตรฐาน API ที่รองรับความมั่นคง ปลอดภัยของข้อมูลตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง สําหรับส่วนกลางที่จังหวัดนนทบุรี โดยมีขอบเขตการดําเนินงาน
อย่างน้อยดังนี้
(๑)
Gala
(๔)……………
ประธานกรรมการ (๒) กรรมการ (๕) ce
h
….. กรรมการ (๓)
กรรมการและเลขานุการ
….. กรรมการ - C -
๔.๑ จัดทําระบบ ERP ที่พัฒนาต้องประกอบด้วยโมดูลหลักอย่างน้อย ได้แก่ ระบบงบประมาณ ระบบการเงิน ระบบลูกหนี้เงินยืม ระบบเงินทดรองราชการ ระบบโครงการ คชก. ระบบบัญชีแยกประเภท ระบบ พัสดุ ครุภัณฑ์ รถยนต์ ระบบสําหรับผู้ดูแลระบบ (Admin) และต้องออกแบบให้โมดูลทั้งหมดใช้ โครงสร้างข้อมูล และผังบัญชีชุดเดียวกัน มีการเชื่อมโยงข้อมูลอัตโนมัติ ลดการบันทึกซ้ําซ้อน สามารถกําหนด Workflow การอนุมัติในแต่ละกระบวนการ (เช่น ขออนุมัติงบ ขออนุมัติจัดซื้อ ตรวจรับ ฯลฯ) และรองรับการจัดเก็บเอกสาร อิเล็กทรอนิกส์แนบรายการ (เช่น สัญญา ใบเสร็จ สแกนเอกสาร) เพื่อการตรวจสอบย้อนหลังได้ มีรายละเอียด อย่างน้อยดังนี้
๔.๑.๑ ระบบงานงบประมาณ ต้องออกแบบให้ครอบคลุมกระบวนการบริหารงบประมาณ ครบวงจร (Budget Cycle) ตั้งแต่การจัดทําคําของบประมาณ, การเบิกแทนกัน, การอนุมัติ, การจัดสรร, การโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ, การผูกพันงบประมาณ (จองเงิน), การกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี, การใช้จ่าย, การติดตามผล และการประมวลผลข้อมูลย้อนหลังอย่างน้อย ๓ ปี โดยระบบต้องรองรับโครงสร้างงบประมาณหลายมิติ ได้แก่ แผนงาน ผลผลิต กิจกรรม โครงการ หมวดรายจ่าย ประเภทรายจ่าย และสามารถทํางานร่วมกับระบบงานอื่น เช่น ระบบการเงิน ระบบบัญชี ระบบพัสดุ ระบบโครงการ และระบบบริหารการจัดซื้อจัดจ้าง ได้อย่างสมบูรณ์แบบ (Integrated Budget Management) ต้องรองรับความสามารถ ดังนี้ การควบคุมวงเงินคงเหลือ Real-time, การบริหารงบประมาณข้ามปี การวิเคราะห์ข้อมูลด้วย Dashboard, และต้องรองรับ Data Governance เช่น Audit Trail, Log การแก้ไขข้อมูล, ข้อมูลสํารอง, การกําหนดสิทธิ์ตามบทบาท (Role-based Access Control) รวมถึงปฏิบัติตามกฎหมายงบประมาณภาครัฐทุกฉบับที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย ดังนี้
(๑) ให้แต่ละหน่วยงานจัดทําคําของบประมาณประจําปี โดยสามารถบันทึกข้อมูล ตามแบบฟอร์มของกรม เช่น วัตถุประสงค์ของโครงการ รายการค่าใช้จ่าย กิจกรรมย่อย ตัวชี้วัดผลผลิต ผลลัพธ์ พร้อม ระบบตรวจสอบความครบถ้วน (Validation) และการแนบเอกสารประกอบการของบ ระบบต้องรวมข้อมูลแบบ อัตโนมัติเพื่อส่งต่อให้ส่วนกลางตรวจสอบ และรองรับ Workflow การอนุมัติหลายชั้น (Multi-level Approval Flow)
(๒) ต้องมีระบบ Master Data สําหรับกําหนดโครงสร้างงบประมาณประจําปี โดยรองรับ Version Control, การกําหนดรหัสงบประมาณทั้งระบบ, การนําเข้าข้อมูลจากไฟล์ Excel, การกําหนดกรอบวงเงินรายแผนงาน ผลผลิต กิจกรรม โครงการ หมวดรายจ่าย ระบบต้องสามารถล็อกข้อมูลหลัง ประกาศใช้ (Freeze Budget Structure) และเปิดให้แก้ไขได้เฉพาะโดยผู้มีสิทธิ์
(๓) รองรับกระบวนการจัดสรรงบประมาณจากส่วนกลางสู่กอง/กลุ่ม และ ภูมิภาค โดยสามารถกําหนดเงื่อนไขได้หลายรูปแบบ เช่น แบบรายกิจกรรม แบบรายหมวดรายจ่าย แบบตามสัดส่วน (Proportion Allocation) หรือตามรูปแบบที่กรมกําหนด รวมถึงต้องแสดงวงเงินคงเหลือหลัง จัดสรรแบบ Real-time ส่วนกลางสามารถเรียกรายงานส่วนกลางและส่วนภูมิภาคได้
(๔) ระบบต้องมี Workflow อนุมัติคําของบประมาณที่กอง/กลุ่ม ยื่นคําขอ งบประมาณแบบอิเล็กทรอนิกส์ รองรับการกําหนดผู้อนุมัติหลายลําดับขั้น พร้อม Log/Audit Trail ทุกขั้นตอน สามารถแนบเอกสารประกอบการพิจารณา และแจ้งเตือนผ่านระบบเมื่อมีงานรออนุมัติ
(๕) ต้องมีหน้าจอคําขอใช้เงิน (Budget Request) โดยดึงข้อมูลวงเงินคงเหลือ อัตโนมัติ และป้องกันการใช้จ่ายเกินวงเงิน ระบบต้องตรวจสอบสิทธิ์ผู้ใช้งานและ Workflow อนุมัติ และสามารถ Tracking สถานะคําขอแบบ Real-time
(๖) บันทึก/ตรวจสอบรายการผูกพันเงินงบประมาณ (จองเงิน) และออกรายงาน
ผูกพันเงินงบประมาณ (จองเงิน) ประกอบการขออนุมัติ เมื่อมีการใช้จ่ายเงินงบประมาณไม่เต็มวงเงินที่
Gal
(๑)
ประธานกรรมการ (๒)
ชา/
(๔)
…. กรรมการ (๓)
กรรมการและเลขานุการ
…. กรรมการ - & -
ขอผูกพัน ให้ระบบส่งเงินคืนหน่วยงานที่ขอ ให้เจ้าหน้าที่หลักที่ดูแลการจัดทําสามารถมีสิทธิ์บันทึก แก้ไข ลบ การจองงบประมาณได้
(๗) ระบบสามารถโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณทั้งภายในหน่วยงานและระหว่าง หน่วยงาน โดยสามารถระบุเหตุผลแนบเอกสารประกอบ และต้องมี Workflow อนุมัติระบบอัตโนมัติ
พร้อมรายงานสรุปผลการโอนทุกประเภท สามารถเพิ่มหน่วยรับงบประมาณได้
(๔) การบันทึกงบประมาณเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปี เงินกันขยายระยะเวลาเบิกจ่าย
เงินจูงใจ ตามเงื่อนไขโครงสร้างของระบบงบประมาณ
(๔) บันทึกงบประมาณเบิกแทนกัน ตามเงื่อนไขที่กรมฯ กําหนด สามารถเพิ่ม หน่วยงานปลายทางได้ พร้อมทั้งออกรายงานและรองรับการให้กอง/กลุ่ม สามารถเรียกดูรายงานได้
(๑๐) รายงานต่าง ๆ เช่น
๑) รายงานการของบประมาณรายจ่ายประจําปี ตามเงื่อนไขที่กรมฯ กําหนด ๒) รายงานการจัดสรรงบประมาณประจําปี ตามเงื่อนไขที่กรมฯ กําหนด ๓) รายงานการใช้จ่ายงบประมาณ ต้องมีรายงานอย่างน้อยดังนี้ การผูกพัน
งบประมาณ (จองเงิน) การผูกพันเงินงบประมาณเมื่อทําสัญญา การเบิกจ่ายเงินงบประมาณ ตามเงื่อนไขที่กรมฯ
กําหนด เช่น ตามโครงการ ผลผลิต แผนงาน หน่วยงาน กิจกรรม หมวดรายจ่าย ประเภทรายจ่าย จํานวนเงิน
๔) รายงานการใช้จ่ายงบประมาณ ต้องมีรายงานอย่างน้อยดังนี้ การผูกพัน งบประมาณ (จองเงิน) การผูกพันเงินงบประมาณเมื่อทําสัญญา การเบิกจ่ายเงินงบประมาณ ตามเงื่อนไขที่กรมฯ กําหนด เช่น ตามโครงการ ผลผลิต แผนงาน ทะเบียนฎีกา หน่วยงาน กิจกรรม หมวดรายจ่าย ประเภทรายจ่าย จํานวนเงินตามการผูกพันงบประมาณ (จองเงิน) จํานวนเงินตามทะเบียนฎีกา จํานวนเงินตามรายการเบิกเกินส่งคืน (ถ้ามี) ๕) รายงานการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ ตามเงื่อนไขที่กรมฯ กําหนด
เช่น หน่วนงานที่โอน - รับ แผนงาน ผลผลิต โครงการ กิจกรรม หมวดรายจ่าย ระยะเวลา จํานวนเงิน
- รายงานการเบิกจ่ายงบประมาณเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปี เช่น กันขยาย
เวลาเบิกจ่าย เงินจูงใจ ตามเงื่อนไขโครงสร้างระบบงบประมาณ
๗) รายงานเปรียบเทียบงบประมาณที่ได้รับการเบิกจ่าย อย่างน้อย ๓ ปี
ตามเงื่อนไขแผนงาน ผลผลิต กิจกรรม หมวดรายจ่าย ตามรูปแบบที่กรมฯ กําหนด
ที่กรมฯ กําหนด
๔) รายงานการผูกพันงบประมาณเพื่อประกอบการพิจารณา ตามรูปแบบ
๔) รายงานรายละเอียดค่าใช้จ่ายภาพรวม จําแนกตามหน่วยงาน แผนงาน
ผลผลิต กิจกรรม งบรายจ่าย ประเภทรายจ่าย
๑๐) รายงานงบประมาณเบิกแทนกัน พร้อมทั้งออกรายงานและรองรับ
การให้กอง/กลุ่ม สามารถเรียกดูรายงานได้
๔.๑.๒ ระบบการเงิน ต้องรองรับกระบวนการทางการเงินครบวงจร (Financial Management Lifecycle) ได้แก่ การรับเงิน, จ่ายเงิน, รับฝาก, ส่งเงินรายได้, บันทึกหลักฐาน, ควบคุมเงินคงเหลือ และต้องเชื่อมต่อกับงบประมาณ บัญชี พัสดุ และระบบอื่นของกรมโดยอัตโนมัติ พร้อมรองรับ การผ่านรายการบัญชีอัตโนมัติ (Auto Journal Posting), การตรวจสอบย้อนกลับได้ (Traceability), การกําหนดสิทธิ์ การอนุมัติ, และการติดตามยอดเงินคงคลังแบบ Real-time โดยมีรายละเอียดการทํางาน อย่างน้อย ดังนี้
(๑) บันทึกการรับเงินประจําวันพร้อมออกใบเสร็จได้ ระบบต้องรองรับการบันทึก รายการรับเงินทุกรูปแบบ เช่น เงินสด เช็ค เงินโอน e-Payment โดยสามารถเลือกประเภทเงินรายได้/เงินนอกงบ
(๑)
Salar
(๔) X
ประธานกรรมการ (๒)
กรรมการ (๕)
ช
. กรรมการ (๓)
กรรมการและเลขานุการ
กรรมการ
-b-
เงินยืมค้างรับ ฯลฯ สามารถออกใบเสร็จอัตโนมัติ พร้อมหมายเลข Running อัตโนมัติ แบบไม่ซ้ําตามรูปแบบ ที่กรมฯ กําหนด สามารถเชื่อมโยงข้อมูลไปยังทะเบียนคุมเงินรายวัน และบัญชีแยกประเภทโดยอัตโนมัติ รองรับการแนบไฟล์หลักฐาน เช่น สลิปโอนเงิน ใบสําคัญรับเงิน มีรายงาน Dashboard แสดงยอดรับเงิน เป็นรายวัน รายเดือน รายปีได้
(๒) บันทึกการจ่ายเงินประจําวัน ระบบรองรับการจ่ายเงินหลายประเภท เช่น ค่าใช้จ่ายงบประมาณ ค่าบริการ ค่าตอบแทน เงินยืม เงินทดรอง ฯลฯ สามารถกําหนด Workflow สิทธิการอนุมัติ จ่ายได้หลายระดับ (ตามวงเงิน/ตําแหน่ง) โดยเชื่อมโยงกับข้อมูลงบประมาณเพื่อตรวจสอบวงเงินคงเหลือก่อน อนุมัติ ระบบตรวจสอบการเบิกเงินผิดโครงการ ผิดหมวดรายจ่าย ส่งข้อมูลเข้าบัญชีแยกประเภทและทะเบียน คุมทันทีหลังอนุมัติ
ๆ
(๓) บันทึกใบนําส่งเงินต่าง ๆ เช่น ใบนําส่งเงินเบิกเกินส่งคืน ใบนําส่งรายได้แผ่นดิน ระบบต้องสามารถเลือกรูปแบบใบนําส่งตามประเภทเงิน เช่น รายได้แผ่นดิน เงินเบิกเกินส่งคืน เงินฝากคลัง ฯลฯ โดยสามารถตรวจสอบยอดคงเหลืออัตโนมัติ เพื่อไม่ให้ส่งยอดเกินหรือผิดหมวด สามารถแนบไฟล์เอกสาร ประกอบการนําส่ง เช่น หนังสือนําส่ง/ใบเสร็จรับเงินของคลัง ระบบช่วยคํานวณยอดรวมในใบนําส่ง และจัดเก็บ ประวัติทุกฉบับแบบ Audit Trail
(๔) ออกรายงานและทะเบียนได้ ดังนี้ รายงานทั้งหมดต้องสามารถ Export ได้ หลายรูปแบบ เช่น PDF Excel CSV โดยสามารถเลือกช่วงเวลา แผนงาน โครงการ ประเภทรายจ่าย หรือหน่วยงาน เพื่อกรองข้อมูล-รายงานต้องตรงตามรูปแบบที่กรมกําหนด และสามารถเพิ่มฟิลด์/คอลัมน์ได้อย่างน้อย ดังนี้
๑) รายงานการรับ/จ่ายเงินประจําวัน ประจําเดือน/ประจําปี
๒) รายงานสรุปยอดรวมตามหมวดรายจ่าย/หมวดรายรับ/ประเภทเอกสาร ๓) รายงานทะเบียนคุมใบนําส่ง พร้อมสถานะเอกสาร (รอตรวจสอบ/ส่งแล้ว/ยกเลิก) ๔) รายงานรายการที่รอการนําส่งหรือรอการตรวจสอบ
๕) รายงานตรวจสอบรายการผิดปกติ เช่น รายจ่ายผิดหมวด, รายการซ้ํา (๕) ระบบต้องจัดแยกสิทธิ์ (Role-based Access Control) เพื่อให้ผู้ใช้เห็น เฉพาะข้อมูลของตนเองและหน่วยงานที่ได้รับอนุญาต บันทึกคําขอเบิกผ่านฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมแนบไฟล์ ประกอบ เช่น ใบแจ้งหนี้ ใบสั่งซื้อ เชื่อมโยงงบประมาณเพื่อตรวจสอบวงเงินอัตโนมัติ มีระบบติดตามสถานะคําขอเบิก เช่น รออนุมัติ / อนุมัติแล้ว / ส่งการเงิน / ดําเนินการแล้วเสร็จ และสามารถ Export รายงานคําขอเบิก ตามช่วงเวลา หน่วยงาน ประเภทรายจ่ายได้
๔.๑.๓ ระบบข้อมูลลูกหนี้เงินยืม เป็นระบบบริหารข้อมูลลูกหนี้เงินยืมของหน่วยงาน แบบครบวงจร ตั้งแต่บันทึกข้อมูลผู้ยืม การทําสัญญา การชําระคืน การค้างชําระ การติดตามลูกหนี้ การวิเคราะห์สถานะ รวมถึงการเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบการเงิน บัญชี และงบประมาณ เพื่อควบคุมวงเงินและ ความถูกต้องของยอดคงค้าง โดยมีรายละเอียดการทํางานอย่างน้อย ดังนี้
(๑) ระบบต้องสามารถบันทึกข้อมูลผู้ยืม (Borrower Profile) อย่างละเอียด เช่น ข้อมูลส่วนบุคคล ตําแหน่ง หน่วยงาน สังกัด เบอร์ติดต่อ เอกสารประกอบการยืม (สัญญา/ใบอนุมัติ/หนังสือ ภายใน) อัปโหลดแนบไฟล์ได้ มีระบบค้นหาและกรองข้อมูลตามชื่อ, ลูกหนี้, หน่วยงาน, สถานะคงค้าง แสดง Dashboard สถานะลูกหนี้รายบุคคลได้
(๒) รองรับการบันทึกสัญญาเงินยืมทุกประเภท เช่น ยืมราชการไปปฏิบัติงาน ยืมเพื่อกิจกรรมหน่วยงาน เงินทดรอง ฯลฯ ระบุข้อมูลสําคัญ เช่น วงเงินอนุมัติ วันที่ทําสัญญา วันที่ครบกําหนดชําระ
gd
(๑)
ประธานกรรมการ (๒)
…. กรรมการ (๓)
… กรรมการ
(๔) ……
กรรมการ (๕)
กรรมการและเลขานุการ
- ๗ -
เงื่อนไขการยืม ผู้ขอนุมัติ เอกสารแนบ รองรับการสร้างเลขที่สัญญาอัตโนมัติ และการเก็บไฟล์สัญญาฉบับสแกน และสามารถแจ้งเตือนก่อนครบกําหนดชําระล่วงหน้าได้เป็นวัน/สัปดาห์/เดือน ตามที่กําหนดได้
(๓) บันทึกวิธีการชําระเงินแบบหลายรูปแบบได้ เช่น เงินสด โอนผ่านธนาคาร เช็ค ระบบจ่ายเงินเดือน (หักเงินเดือน) ระบบตรวจสอบยอดคงค้างอัตโนมัติก่อนบันทึกชําระ ตัดยอดตามสัญญา หรือยอดรวมทั้งปีได้ สามารถออกใบรับชําระเงิน / ใบเสร็จได้ทันที รายการชําระเชื่อมโยงเข้าระบบบัญชี เพื่อผ่าน
รายการไปบัญชีลูกหนี้และบัญชีเงินยืมอัตโนมัติ
(๔) รายงานลูกหนี้เงินยืมประเภทต่าง ๆ เช่น ลูกหนี้ยืมราชการ ลูกหนี้เงินทดรอง ลูกหนี้ค้างชําระเกินกําหนด ลูกหนี้ตามหน่วยงาน, รายงานสถานะลูกหนี้รายบุคคล (Statement) เช่น รายการยืม- ชําระย้อนหลัง ยอดคงเหลือ ความเคลื่อนไหวรายเดือน, รายงานลูกหนี้คงค้างแยกตามช่วงเวลา เช่น ๓๐/๑๐/๕๐/๑๘๐ วัน เพื่อใช้ประกอบการติดตามหนี้, รายงานสําหรับผู้บริหารแบบ Dashboard เช่น จํานวนลูกหนี้ ทั้งหมด ยอดคงค้างรวม ลูกหนี้เกินกําหนดตามหน่วยงาน โดยส่งออกข้อมูลได้หลายรูปแบบ เช่น PDF, Excel, CSV ๔.๑.๔ ระบบเงินทดรองราชการ มีรายละเอียดทํางานได้ ดังนี้
(๑) ระบบต้องรองรับการบันทึกข้อมูลตั้งต้นของเงินทดรองราชการโดยการลิงค์ ข้อมูลจากระบบข้อมูลลูกหนี้เงินยืม และสามารถเลือกรายการข้อมูลผู้ขอยืมเงินทดรองราชการ ชื่อ-นามสกุล ตําแหน่ง สังกัดกอง เช่น วงเงินอนุมัติ รายการทดรองเงินราชการที่อยู่ระหว่างการปิดยอด ยอดคงเหลือยกมา และ ข้อมูลผู้รับผิดชอบเงินทดรองของแต่ละหน่วยงาน, ต้องสามารถกําหนดประเภทเงินทดรองราชการได้ พร้อมระบุ เงื่อนไขและข้อจํากัดตามระเบียบราชการ, ต้องจัดเก็บประวัติการเปลี่ยนแปลงข้อมูลเริ่มต้น (Initial Balance Adjustment Log) เพื่อให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ และมีระบบกําหนดสิทธิ์สําหรับผู้บันทึกข้อมูลเริ่มต้นแยกจาก ผู้ตรวจสอบและผู้อนุมัติ
(๒) ระบบต้องรองรับการบันทึกรายวันทั้ง รายการเบิก - รายการรับคืน - รายการโอนปรับปรุง พร้อมแนบไฟล์หลักฐาน เช่น สําเนาใบเสร็จ ใบสําคัญ แบบฟอร์มขอเบิก ฯลฯ โดยต้อง แสดงยอดยกมา (Beginning Balance), รายการเคลื่อนไหวระหว่างวัน, และยอดคงเหลือสิ้นวัน (Ending Balance) แบบ Real-time, ผู้ใช้ต้องสามารถกรอกข้อมูลรายวันตามช่วงวันที่ หน่วยงาน ประเภทรายการ หรือ ผู้อนุมัติได้ โดยระบบต้องป้องกันการบันทึกรายการย้อนหลังโดยไม่มีสิทธิ์ หรือบันทึกเกินวงเงินทดรองที่ได้รับ
และต้องรองรับการบันทึกหลายหน่วยงานพร้อมกัน โดยไม่ปะปนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน
(๓) ระบบทะเบียนทดรองต้องรองรับการแสดงรายการทดรองทั้งหมดในช่วงเวลา ที่เลือก พร้อมรายละเอียด เช่น วันที่รายการ ประเภททดรอง ผู้รับเงิน วงเงิน เอกสารอ้างอิง เลขฎีกา/เลขที่ เอกสาร ฯลฯ มีสถานะแต่ละรายการ เช่น “รอบันทึกหลักฐาน”, “รอตรวจสอบ”, “รออนุมัติ”, “เบิกจ่ายแล้ว”, “ปิดรายการแล้ว”, ระบบต้องรองรับการค้นหาจากคําค้น เช่น ชื่อผู้เบิก ชื่อโครงการ เลขที่เอกสาร จํานวนเงิน เป็นต้น, ต้องสามารถ Export ข้อมูลเป็น Excel/PDF พร้อมตรายางอิเล็กทรอนิกส์ในรายงาน และรองรับ การ Cross-check กับระบบงบประมาณและการเงินโดยอัตโนมัติ เพื่อป้องกันการบันทึกซ้ํา
ม
(๔) มี Dashboard แสดงรายการ “ใบสําคัญค้างเบิก” แบบเรียลไทม์ พร้อมจํานวนรายการ จํานวนเงิน และอายุรายการ (Aging) เช่น ๐-๓๐ วัน, ๓๑-๖๐ วัน, ๖๑-๙๐ วัน, มากกว่า ๙๐ วัน, สามารถเปิดดูรายละเอียดใบสําคัญ รวมถึงเอกสารแนบ เช่น ใบเสร็จ ใบรับรองการปฏิบัติงาน ใบสั่งซื้อ/สั่งจ้าง ระบบต้องแจ้งเตือนผู้เกี่ยวข้องเมื่อใกล้ครบกําหนดเบิก หรือเมื่อใบสําคัญค้างนานผิดปกติ, รองรับ Workflow การตรวจสอบ เช่น ผู้จัดทํา ผู้ตรวจสอบ ผู้อนุมัติ และต้องสามารถเชื่อมโยงรายการใบสําคัญกับรายการเบิก-จ่าย ในระบบการเงินเพื่อปิดยอดโดยอัตโนมัติ
(๑)
(๔)
SAL
ประธานกรรมการ (๒)
กรรมการ (๕)
…… กรรมการ (๓)
…… กรรมการ
٤
กรรมการและเลขานุการ - ๘ -
(๕) รายงานต้องรองรับรูปแบบตามระเบียบพัสดุและระเบียบการเงินการคลัง แสดงยอดยกมา ยอดรายวัน ยอดรายเดือน ยอดที่ใช้ไป ยอดคงเหลือ และสัดส่วนการใช้วงเงิน (%) สามารถจัดทํา รายงานเปรียบเทียบหลายเดือน หรือหลายปี เพื่อให้ผู้บริหารประเมินความเสี่ยงด้านกระแสเงินสดของเงินทดรอง ผู้ใช้สามารถเลือกช่วงวันที่ หน่วยงาน และประเภทรายการ เพื่อสร้างรายงานตามความต้องการ โดยรายงานต้อง Export ได้ทั้ง PDF/Excel พร้อมลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์
(๖) ระบบต้องสร้างการแจ้งเตือนอัตโนมัติ หรือ Notification ในระบบ เมื่อรายการใกล้ครบกําหนดคืนเงิน เช่น ๗ วัน / ๓ วัน / วันครบกําหนด แสดงรายการเป็นสีตามระดับความเร่งด่วน เช่น เหลือง (ใกล้ครบกําหนด), แดง (ครบกําหนดแล้ว), เทา (ปิดรายการแล้ว) ต้องสามารถกําหนดกฎเกณฑ์แจ้งเตือนได้ เช่น เป็นรายบุคคล รายสังกัด หรือรายประเภททดรอง ในกรณีที่เลยกําหนด ระบบต้องแจ้งเตือนผู้บริหารและ บังคับให้ผู้ใช้งานปิดยอดหรือดําเนินการตามกระบวนการที่กําหนด
๔.๑.๕ ระบบเงินสวัสดิการข้าราชการ ต้องเชื่อมโยงข้อมูลจากระบบทรัพยากร สารสนเทศและทรัพยากรบุคคลได้ เพื่ออัพเดตผู้ขอเบิกให้เป็นปัจจุบัน ซึ่งประกอบด้วย ๕ ระบบย่อย ดังนี้
(๑) ระบบค่าเช่าบ้าน ระบบรองรับการทํางาน ดังนี้
๑) บันทึกข้อมูลการขออนุมัติ
๒) ป้อนข้อมูลการขอเบิกและพิมพ์รายละเอียดประกอบการเบิกประจําเดือน ๓) เพิ่มข้อมูลหลักฐานการขอเบิกประจําเดือน
(๒) ระบบค่าศึกษาบุตร ระบบรองรับการทํางาน ดังนี้
๑) พิมพ์ใบเสนออนุมัติ (สามารถเลือกใส่ชื่อและตําแหน่งของเจ้าที่หน้าที่ทําเบิกได้) ๒) ออกรายงานทะเบียนคุมหลักฐานการขอเบิก เช่น
วันที่วาง New GFMIS Thai - เลขที่ฏีกา
- เลขที่เอกสาร
- วันที่โอนเงิน
- รายการ
๓) รายงานการขอเบิกค่าศึกษาบุตรตามสังกัด
(๓) ระบบการเบิกค่ารักษาพยาบาล ระบบรองรับการทํางาน ดังนี้
๑) เพิ่มข้อมูลผู้ขอเบิกค่ารักษาพยาบาล
๒) บันทึกข้อมูลการขอเบิกเงินค่ารักษาพยาบาล
๓) พิมพ์ใบเสนออนุมัติ (สามารถเลือกใส่ชื่อและตําแหน่งของเจ้าที่หน้าที่ทําเบิกได้) ๔) ออกรายงานทะเบียนคุมหลักฐานการขอเบิก เช่น - วันที่วาง New GFMIS Thai
- เลขที่ฎีกา
- เลขที่เอกสาร
- วันที่โอนเงิน
- รายการ
๕) ออกรายงานการเบิกค่ารักษาพยาบาลตามสังกัด
gh
(๑)
ประธานกรรมการ (๒)
(๔) ………
กรรมการ (๕)
กรรมการ (๓) กรรมการและเลขานุการ
………. กรรมการ - ๙ -
Che
๔.๑.๖ ระบบ คชก. จะเป็นการบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับโครงการที่ได้รับจัดสรรจากกองทุนรวม
เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) ซึ่งเป็นโครงการที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมการค้าภายใน โดยมีรายละเอียด การทํางาน ดังนี้
(๑) กําหนดบันทึก/แก้ไข/ปรับปรุงข้อมูลของแต่ละโครงการที่ได้รับจัดสรร จากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ได้แก่ รูปแบบปี (ปีงบประมาณ ปีปฏิทิน) ปีโครงการ ชื่อโครงการ ระยะเวลา ดําเนินการ มติ/วันที่อนุมัติ วงเงินที่ได้รับอนุมัติ แยกเป็น เงินทุนหมุนเวียน และเงินจ่ายขาด หน่วยงาน ที่รับผิดชอบโครงการ และปิดโครงการ และระบบสามารถบันทึกได้หลายโครงการฯ รวมทั้ง สามารถแสดงรายงาน ผ่านทางหน้าจอ และพิมพ์รายงานได้อย่างถูกต้อง โดยมีรายละเอียดตามเงื่อนไขที่ คชก. กําหนด
(๒) กําหนดกลุ่มและสิทธิเข้าใช้งานระบบ เชื่อมโยงข้อมูลจากระบบทรัพยากร สารสนเทศ และทรัพยากรบุคคลของกรมการค้าภายใน ได้แก่ ชื่อ-สกุล ตําแหน่ง ระดับ หน่วยงานที่สังกัด ฯลฯ พร้อมทั้ง จัดการกลุ่มและสิทธิเข้าใช้งานระบบ ที่สามารถเพิ่ม/ลบ/แก้ไขสิทธิได้ โดยมีรายละเอียดตามเงื่อนไข ที่ คชก. กําหนด สามารถแสดงรายงานผ่านทางหน้าจอ และพิมพ์รายงานได้อย่างถูกต้อง รวมทั้ง จัดเก็บ Log
(๓) ระบบลูกหนี้เงินหมุนเวียน (๔) ระบบลูกหนี้เงินยืมทดรอง
การเข้าใช้ระบบงานได้
ของกรมการค้าภายใน
๔.๑) เชื่อมโยงข้อมูลจากระบบทรัพยากรสารสนเทศ และทรัพยากรบุคคล
๔.๒) การนําเข้าข้อมูล/ยกยอดลูกหนี้เงินยืมทดรองแต่ละโครงการ
โดยสามารถใช้เครื่องมือในการนําเข้าข้อมูลจากไฟล์ CSV Excel หรือแหล่งข้อมูลอื่น ๆ เข้าสู่ฐานข้อมูล
๔.๓) บันทึกการยืมเงิน และการอนุมัติการยืมเงินของลูกหนี้แต่ละโครงการ แต่ละราย แต่ละหน่วยงาน ระบบสามารถแจ้งเตือนเมื่อมีสมาชิกยืนเงินผ่านทางหน้าจอ ก่อนดําเนินการกรอกข้อมูลต่อไป พร้อมแสดงรายละเอียดสัญญาการยืนเงิน ออกสัญญาการยืมเงิน ใบสําคัญจ่าย ผ่านทางหน้าจอ และสามารถพิมพ์ รายงานได้อย่างถูกต้อง รวมทั้ง เชื่อมโยงไปยังระบบการเงิน ระบบบัญชี และระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
๔.๔) การหักล้างเงินยืมทดรองของลูกหนี้แต่ละรายแต่ละโครงการ พร้อมทั้ง ออกใบเสร็จรับเงิน ใบสําคัญรับ เชื่องโยงไปยังระบบการเงิน ระบบบัญชี และระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ๆ
๔.๕) การออกรายงาน แสดงรายงานออกทางหน้าจอ และสามารถพิมพ์
รายงานที่สามารถนําข้อมูลเป็นไฟล์ PDF และ Microsoft Excel ได้ มีดังนี้
๔.๕.๑) รายงานการยืมเงิน และการอนุมัติ
๔.๕.๒) สัญญาการยืมเงิน
๔.๕.๓) รายงานการหักล้างเงินยืมทดรอง
๔.๕.๔) พิมพ์ใบเสร็จรับเงิน
๔.๕.๕) พิมพ์ใบสําคัญรับ
๔.๕.๖) รายงานเคลื่อนไหวลูกหนี้เงินยืมทดรอง ๔.๕.๗) รายงานสรุปลูกหนี้เงินยืมทดรอง
(๕) ระบบการเงินแต่ละโครงการ เป็นการบันทึกการรับ - จ่ายเงินของโครงการ
คชก. แต่ละโครงการ มีรายละเอียดการทํางาน ดังนี้
๕.๑) เชื่อมโยงกับระบบลูกหนี้เงินทุนหมุนเวียน ระบบลูกหนี้เงินยืมทดรอง
ระบบบัญชี และระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอัตโนมัติ
(๑)
Gahr (๔)……………..
ประธานกรรมการ (๒)
กรรมการ
orol (๕)………..
… กรรมการ (๓)
กรรมการและเลขานุการ
…. กรรมการ
๕.๒) การรับเงินแต่ละโครงการ ระบบสามารถบันทึก/แก้ไข/ยกเลิกการรับเงินสด
เงินฝากธนาคาร เช็ค และการโอนเงินผ่านธนาคาร พร้อมทั้งออกใบเสร็จรับเงิน ออกใบสําคัญรับ ผ่านทางหน้าจอ และสามารถพิมพ์รายงานได้อย่างถูกต้อง รวมทั้ง เชื่อมโยงไปยังระบบบัญชี และระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
๕.๓) การจ่ายเงินแต่ละโครงการ ระบบสามารถบันทึก/แก้ไข/ยกเลิกการจ่ายเงินสด เงินฝากธนาคาร เช็ค และการโอนเงินผ่านธนาคาร พร้อมทั้งออกใบสําคัญจ่าย ผ่านทางหน้าจอ และสามารถพิมพ์ รายงานได้อย่างถูกต้อง รวมทั้ง เชื่อมโยงไปยังระบบบัญชี และระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
๕.๔) การออกรายงานของแต่ละโครงการ แสดงรายงานออกทางหน้าจอ
และสามารถพิมพ์รายงานที่สามารถนําข้อมูลเป็นไฟล์ PDF และ Microsoft Excel ได้ มีดังนี้
๕.๔.๑) พิมพ์ใบสําคัญรับ และใบสําคัญจ่าย
๕.๔.๒) พิมพ์ใบเสร็จรับเงิน
๕.๔.๓) รายงานใบสําคัญ
๕.๔.๔) รายงานการยกเลิกใบสําคัญ
(๖) ระบบบัญชีแต่ละโครงการ ระบบสามารถกําหนดผังบัญชี เชื่อมโยง
จากระบบเงินให้กู้ ระบบลูกหนี้เงินยืมทดรอง ระบบการเงิน และทําการบันทึกรายการปรับปรุงทางบัญชีที่อาจ เกิดขึ้น ผ่านรายการไปยังบัญชีแยกประเภท งบทดลอง และงบการเงินตามรูปแบบที่ คชก. กําหนด โดยมีรายละเอียดการทํางาน ดังนี้
๖.๑) เชื่อมโยงจากระบบลูกหนี้เงินทุนหมุนเวียน ระบบลูกหนี้เงินยืมทดรอง
ระบบการเงิน และระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอัตโนมัติ
๖.๒) การนําเข้าข้อมูล/ยกยอดข้อมูลบัญชีของแต่ละโครงการ โดยสามารถ
ใช้เครื่องมือในการนําเข้าข้อมูลจากไฟล์ CSV Excel หรือแหล่งข้อมูลอื่น ๆ เข้าสู่ฐานข้อมูล
5.๓) กําหนดผังบัญชี ระบบสามารถเพิ่ม/แก้ไข/ลบ ผังบัญชี โดยสามารถ กําหนดรหัสบัญชีคุม รหัสบัญชี ชื่อบัญชี ประเภท และ Nature ทางบัญชี (ด้านเดบิต และด้านเครดิต) และสามารถค้นหาผังบัญชี พร้อมทั้งออกรายงานผังบัญชีได้ ทั้งนี้ สามารถใช้ผังบัญชีร่วมกันได้ทุกโครงการ และมีรายละเอียดตามที่ คชก. กําหนด
๖.๔) กําหนดรูปแบบงบการเงินแต่ละโครงการ ระบบสามารถเพิ่ม/แก้ไข/ ลบรายการที่มีอยู่ในงบการเงิน ซึ่งงบการเงิน ประกอบด้วย งบแสดงฐานะทางการเงิน งบแสดงผลการดําเนินงาน ทางการเงิน งบแสดงการเปลี่ยนแปลงสินทรัพย์สุทธิ ส่วนทุน และหมายเหตุประกอบงบการเงิน ทั้งนี้ สามารถปรับเปลี่ยน รูปแบบได้เองโดยไม่จํากัด มีการเชื่อมโยงกัน และมีรายละเอียดตามที่ คชก. กําหนด
๖.๕) การปรับปรุงบัญชีแต่ละโครงการ ระบบสามารถบันทึกปรับปรุงบัญชี ออกใบสําคัญทั่วไป ผ่านทางหน้าจอ และสามารถพิมพ์ใบสําคัญทั่วไปได้อย่างถูกต้อง
๖.๖) การบันทึกบัญชีแต่ละโครงการ เมื่อระบบมีการบันทึกรายการรับเงิน การจ่ายเงิน และการปรับปรุงบัญชี ให้ผ่านรายการไปยังบัญชีแยกประเภท ผ่านรายการไปยังงบทดลอง และ สามารถออกงบการเงิน ทั้งนี้ มีรายละเอียดตามที่ คชก. กําหนด
๖.๗) การปิดบัญชีประจําปีแต่ละโครงการ เป็นการบันทึกปิดบัญชี
ในรอบระยะเวลาบัญชีที่กําหนด ทั้งนี้ มีรายละเอียดตามที่ คชก. กําหนด
๖.๔) การออกรายงานแยกแต่ละโครงการ และ/หรือรวมทุกโครงการ แสดงรายงานออกทางหน้าจอ และสามารถพิมพ์รายงานที่สามารถนําข้อมูลเป็นไฟล์ PDF และ Microsoft Excel ได้ มีดังนี้
(๑)
ประ
….. ประธานกรรมการ (๒)
กรรมการ
(๕)
۴۷
och
….. กรรมการ (๓)
….. กรรมการ
กรรมการและเลขานุการ
๖.๔.๑) รายงานใบสําคัญรับ ใบสําคัญจ่าย และใบสําคัญทั่วไป
แยกรายงานเป็นแต่ละโครงการ ประกอบด้วยรายงานประจําเดือน ประจําปี และอื่น ๆ ที่คชก. กําหนด
๖.๔.๒) รายงานบัญชีแยกประเภทแต่ละโครงการ ประกอบด้วย
รายงานประจําเดือน ประจําปี และอื่น ๆ ที่คชก. กําหนด
๖.๔.๓) รายงานงบทดลองแยกแต่ละโครงการ และงบทดลองรวมทุกโครงการ
ได้แก่ งบทดลองยกมา งบทดลอง 5 ช่อง งบทดลอง ๑๐ ช่อง งบทดลองเปรียบเทียบ งบทดลองย้อนหลัง และ งบทดลองอื่น ๆ ที่คชก. กําหนด แยกรายงานเป็นประจําเดือน ประจําปี และอื่น ๆ ที่คชก. กําหนด
๖.๔.๔) รายงานงบการเงินแต่ละโครงการ และ/หรือรวมทุกโครงการ
ๆ
ประกอบด้วย งบแสดงฐานะทางการเงิน งบแสดงผลการดําเนินงานทางการเงิน งบแสดงการเปลี่ยนแปลง สินทรัพย์สุทธิ/ส่วนทุน และหมายเหตุประกอบงบการเงิน พร้อมทั้งระบบสามารถออกงบการเงินประจําเดือน งบการเงินประจําปี งบการเงินเปรียบเทียบงบการเงินย้อนหลัง และงบการเงินอื่นตามที่ คชก. กําหนด
๔.๑.๗ ระบบพัสดุ ประกอบด้วยระบบย่อยดังนี้
(๑) ระบบต้องสามารถเชื่อมโยงข้อมูลงบประมาณที่ได้รับ การจัดสรร และผลการ ใช้จ่ายจากระบบงานงบประมาณโดยอัตโนมัติ เพื่อจัดทํา “แผน-ผลการจัดซื้อจัดจ้าง” ได้อย่างถูกต้อง โดยต้องรองรับรูปแบบเอกสาร/รายงานที่กรมกําหนด เช่น แผนการจัดซื้อจัดจ้างประจําปี ผลดําเนินงานรายไตรมาส และรายงานผลการจัดซื้อจัดจ้างทุกหมวดงบประมาณรายจ่าย ประกอบการประชุมผู้บริหาร
(๒) ระบบสามารถรองรับการกําหนดข้อมูลผู้ขายที่เกี่ยวข้อง (Vendor List) และ
เชื่อมโยงไปยังระบบใบสั่งซื้อได้โดยอัตโนมัติ
(๓) ระบบใบสั่งซื้อ ระบบต้องรองรับการออกใบสั่งซื้อพร้อมข้อมูลจากการสั่งซื้อวัสดุ เตือนวงเงิน, ออกเลขคุมใบสั่งซื้อ และบันทึกตรวจรับพัสดุ โดยข้อมูลทั้งหมดต้องเชื่อมโยงกลับไปยัง ระบบงบประมาณและระบบวัสดุ/ครุภัณฑ์อย่างเป็นระบบ รวมถึงสามารถเรียกดูประวัติการสั่งซื้อย้อนหลังได้
๑) ระบบต้องสามารถเชื่อมโยงใบสั่งซื้อ/สัญญา จากระบบ e-GP และ
ช่วยให้การตรวจสอบข้อมูลเป็นไปอย่างถูกต้อง
และยอดคงเหลือ
๒) สามารถพิมพ์ใบสั่งซื้อในรูปแบบที่กรมกําหนด และเก็บสําเนาในระบบได้
๓) ระบบต้องแจ้งเตือนสถานะตัดงบประมาณ เช่น วงเงินหมวดรายจ่าย
๔) ระบบต้องรองรับการตรวจรับแบบหลายงวด หลายแหล่งที่มาของ
งบประมาณ และเมื่อบันทึกตรวจรับแล้วระบบต้องตัดยอดงบประมาณและนําข้อมูลเข้าระบบคลังวัสดุ/ครุภัณฑ์ได้
๕) สามารถพิมพ์ใบขอเบิกวัสดุ โดยแสดงข้อมูลการเบิกครั้งหลังสุด ระบบต้องบันทึกประวัติการเบิกจ่ายและแสดงผลในทุกครั้งที่มีการพิมพ์ใบขอเบิก
- จัดทําระบบทะเบียนคุมการเบิกจ่ายวัสดุของหน่วยงาน ระบบต้องมี
ทะเบียนคุมที่ค้นหา ดูย้อนหลัง และออกรายงานได้ตามปีงบประมาณและตามหน่วยงาน
๗) สามารถเชื่อมข้อมูลการอนุมัติจากระบบ e-GP มายังคําขอซื้อได้ (๔) ระบบต้องรองรับงานจ้างงานซื้อ ทุกประเภท โดยทํางานลักษณะเดียวกับ ใบสั่งซื้อสั่งจ้าง, สัญญา แต่เพิ่มข้อมูลด้านการซื้อ-จ้าง เช่น วันเริ่มต้น วันสิ้นสุดสัญญา, คณะกรรมการ
การรับประกัน ฯลฯ
๑) บันทึกรายละเอียด TOR งานจ้าง วงเงิน ระยะเวลา คู่สัญญา ๒) พิมพ์ใบสั่งจ้างแบบกรมกําหนด พร้อมลงทะเบียนคุม
(๑)
bahu
………..
ประธานกรรมการ (๒)
กรรมการ (๕
…. กรรมการ (๓)
กรรมการและเลขานุการ
…. กรรมการ
- ๑๒ -
ของผู้รับจ้าง
๓) แจ้งเตือนวันสิ้นสุดสัญญา ความชํารุดบกพร่อง การคืนหลักประกันสัญญา ๔) ระบบกําหนดเลขอัตโนมัติและเก็บข้อมูลในทะเบียนคุม
๕) ระบบต้องบันทึกการตรวจรับเป็นงวดและแสดงประวัติการซ่อม/บริการ
(๕) ระบบต้องเป็นศูนย์กลางเก็บข้อมูลประกาศจัดซื้อจัดจ้าง สัญญา เอกสารแนบ
และเชื่อมโยงข้อมูลเข้ากับระบบงบประมาณ
๑) นําข้อมูลจากระบบงบประมาณ เพื่อบันทึกข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้าง อาทิ การอนุมัติ วันที่ประกาศเชิญชวน หลักประกันซอง ผลการพิจารณา โดยให้สามารถเชื่อมโยงกับระบบการจัดทํา แผน-ผลการจัดซื้อจัดจ้างเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้อง
๒) บันทึกข้อมูลรายละเอียดของสัญญา อาทิ เลขที่สัญญา ชื่อสัญญา ชื่อคู่สัญญา วงเงินตามสัญญา หลักประกันสัญญา งวดการชําระเงิน ค่าปรับ วันเริ่มสิ้นสุดสัญญา โดยให้เชื่อมโยง กับระบบงบประมาณเพื่อตัดวงเงินตามสัญญา
สามารถค้นหาสัญญาที่จัดเก็บจากคําค้น
๓) สามารถจัดเก็บข้อมูลของสัญญาในรูปแบบของไฟล์เอกสาร โดยให้ระบบ
๔) บันทึกข้อมูลการตรวจรับพัสดุ โดยข้อมูลจะเชื่อมโยงไปยังระบบ
งบประมาณ เพื่อตัดจ่ายจากวงเงินตามสัญญา
๕) ระบบสามารถแจ้งเตือนและติดตามการดําเนินงานของใบสั่งซื้อ/สั่งจ้าง
ประกาศ/สัญญา โดยค้นหาตามเงื่อนไขต่าง ๆ และแสดงสถานะของใบสั่งซื้อ/สั่งจ้าง ประกาศ/สัญญา
๖) ออกรายงานตามข้อมูลที่บันทึก
(๖) ระบบวัสดุคงคลัง/วัสดุคอมพิวเตอร์
๑) บันทึกรายการวัสดุทั้งหมด นําเข้าข้อมูลแบบภาพถ่าย ราคา จํานวน
ต่ําสุดและสูงสุดของวัสดุที่สามารถเบิกจ่ายได้
๒) ต้องสามารถบันทึกข้อมูลการรับวัสดุเข้าคลังโดยอ้างอิงจาก
ระบบทะเบียนรับพัสดุ (ใบตรวจรับพัสดุ) เพื่อนํามาคํานวณรวมกับจํานวนคงเหลือเดิม
๓) สามารถกําหนดจํานวนการขอเบิกวัสดุสูงสุดที่แต่ละหน่วยงานสามารถเบิกได้ หากมีการเบิกเกินจํานวนที่กําหนด ระบบต้องมีระบบแจ้งเตือนเพื่อให้ระบุเหตุผลประกอบการพิจารณาเป็นรายกรณี
๔) ระบบการสั่งซื้อวัสดุ โดยหน่วยงานสามารถเลือกรายการสั่งซื้อและแสดง ราคาที่จัดซื้อครั้งหลังสุดได้ระบบต้องมีฐานข้อมูลรายการวัสดุ (Material Master) ให้ผู้ใช้งานค้นหา เลือกสั่งซื้อ และแสดงราคาซื้อครั้งหลังสุดเพื่อประกอบการตัดสินใจ
๕) บันทึกรับวัสดุจากระบบใบสั่งซื้อ โดยระบบจะนําไปรวมกับจํานวนคงเหลือ ๖) สํานัก/กอง/ศูนย์ สามารถส่งคําขอเบิกวัสดุได้จากระบบ เพื่อให้ สํานักงานเลขานุการกรมอนุมัติได้ ระบบสามารถเรียกรายงานสรุปความต้องการขอเบิกวัสดุได้ในรูปแบบไฟล์
Excel และ PDF
๗) บันทึกเบิกวัสดุ โดยระบบจะคํานวณ จํานวนวัสดุคงเหลือ และจํานวนที่ แต่ละหน่วยงานเบิกได้ กรณีวัสดุคอมพิวเตอร์คงเหลือในระบบน้อยกว่า จํานวนที่ขอเบิก หน่วยงานจะไม่สามารถ เบิกเกินจํานวนที่คงเหลืออยู่ได้
(๑)
(๔)
Gala
๘) มีระบบทะเบียนคุมวัสดุของแต่ละหน่วยงาน
ประธานกรรมการ (๒)
…. กรรมการ (๓)
…. กรรมการ
กรรมการ (๕)……
กรรมการและเลขานุการ - ๑๓ -
ในครั้งต่อไป และรายงานที่เกี่ยวข้อง
๙) ออกรายงานบัญชีวัสดุเพื่อตรวจสอบปริมาณวัสดุที่ต้องดําเนินการจัดซื้อ
๑๐) ระบบคํานวณภาษี (VAT) จะต้องสามารถสรุปยอด (Summary) ได้ทั้ง แบบก่อนและหลังรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และให้สิทธิผู้ใช้งาน (Admin) สามารถเข้าไปแก้ไขหรือบันทึกเองได้
ด้วยตนเอง (Manual)
๑๑) การตัดสต็อกแบบ First-In, First-Out : ระบบต้องรองรับการตัดจ่าย
วัสดุตามลําดับการนําเข้า (First-In, First-Out) โดยต้องตัดสต็อกตามราคาของวัสดุในล็อตที่นําเข้าก่อน
๑๒) การบริหารจัดการโควตาและสิทธิการเบิก - การกําหนดหลักเกณฑ์การเบิกโดยจะต้องสามารถกําหนดจํานวน
หน่วยงาน จํานวนการเบิกสูงสุด ของแต่ละหน่วยงานได้ โดยถ้าต้องการเบิกเกินจํานวนที่ระบุสูงสุด ระบบ แจ้งเตือน และให้ระบุเหตุผลประกอบการพิจารณาเป็นรายกรณี - การจํากัดสิทธิการขอเบิก ระบบจะต้องสามารถจํากัดสิทธิการเบิก
วัสดุแต่ละรายการ ตามความเหมาะสมของแต่ละกอง/กลุ่ม และแจ้งเงื่อนไขการเบิกให้ผู้ใช้งานทราบ เช่น สามารถ ขอเบิกวัสดุสํานักงานได้ ๑ ครั้ง/เดือน/๑ ใบเบิก เพื่อป้องกันการขอเบิก
๑
๑๓) การตรวจสอบยอดคงเหลือ คํานวณจํานวนวัสดุคงเหลือโดยอัตโนมัติ
และแสดงจํานวนพัสดุที่แต่ละหน่วยงานได้ทําการเบิก
และสามารถกันวัสดุตามลําดับใบเบิกได้
๑๔) กรณีวัสดุคอมพิวเตอร์จะต้องเบิกจ่ายจากจํานวนวัสดุคงเหลืองจริง
๑๕) ระบบจะต้องแสดงผลการเบิกจ่าย/ตัดสต๊อก และวัสดุคงเหลือในคลัง แบบ Real Time และรายงานสรุปการตัดจ่ายได้ ทั้งแบบรายเดือน รายไตรมาส และรายปี
๑๖) ระบบสามารถยกเลิกใบเบิก และจัดเก็บประวัติการยกเลิกได้ กอง/ กลุ่ม สามารถส่งคําขอเบิกวัสดุที่มีรายการในคลังพัสดุได้จากระบบ เพื่อให้สํานักงานเลขานุการกรมอนุมัติได้ โดย
สามารถพิมพ์แบบฟอร์มออกจากระบบได้
(๗) มีระบบจัดเก็บข้อมูลวัสดุ ครุภัณฑ์ และสินทรัพย์ถาวร จําแนกตามหมวด
ประเภท หรือตามเงื่อนไขที่กําหนด
(๘) แจ้งเตือน
๑) แจ้งเตือนให้สั่งซื้อวัสดุ ระบบจะต้องแจ้งรายงานวัสดุที่ใกล้หมด ในกรณีที่ วัสดุลดลงจนถึงเกณฑ์ที่กําหนด (Minimum Stock) ระบบต้องมีการแจ้งเตือน/หรือแสดงสัญลักษณ์เพื่อให้ ดําเนินการสั่งซื้อเพิ่มเติม
เบิกเกิน วันและเวลา ที่กําหนด
เกี่ยวข้อง
๒) แจ้งเตือนและกําหนดระยะเวลาการเข้าถึงใบเบิกวัสดุได้ กรณีการขอ
๓) มีระบบการแจ้งเตือน เมื่อมีงานที่ต้องดําเนินการมาถึงผู้ปฏิบัติงานที่
(๔) ขอจัดซื้อวัสดุ
๑) ระบบต้องสรุปยอดการขอเบิกจ่าย ที่แต่ละกอง/กลุ่ม ขอเบิกมาในแต่ละเดือน รวมถึงออกรายงานสรุปการขอจัดซื้อวัสดุแต่ละเดือน และสามารถเรียกรายงานได้ในรูปแบบไฟล์ Excel และ PDF ๒)ระบบต้องแสดงยอดคงเหลือหรือยอดยกมา ยอดการขอเบิกจ่ายและ
ยอดคงเหลือหลังหักการเบิกจ่าย เพื่อประกอบการคํานวนในการขอจัดซื้อ ในแต่ละเดือน
92
(๑)
ประธานกรรมการ (๒)
(๔)
กรรมการ (๕)
กรรมการ (๓)
กรรมการและเลขานุการ
กรรมการ - ๑๔ -
(๑๐) ระบบครุภัณฑ์
๑) ป้อนข้อมูลรายละเอียดครุภัณฑ์ของแต่ละหน่วยงาน โดยระบบสามารถสร้าง เลขครุภัณฑ์พร้อมพิมพ์เป็นสติ๊กเกอร์ในรูปแบบ QR-Code และตัวอักษร ตามเงื่อนไขที่กรมฯ กําหนด โดยระบบ
จะต้องรองรับ QR Code เดิมของกรม
๒) การบันทึกข้อมูลสามารถกําหนดให้บันทึกข้อมูลแบบชั่วคราวได้ ๓) กรณีที่มีการซื้อครุภัณฑ์จํานวนมาก ต้องสามารถป้อนข้อมูลรายละเอียด
๑ ลําดับ และให้ระบบสําเนาข้อมูลจากลําดับแรกและสร้างเลขครุภัณฑ์ ตามจํานวนที่ซื้อได้
๔) สามารถกําหนดทะเบียนคุมครุภัณฑ์และสินทรัพย์ถาวร โดยสามารถออก
เลขครุภัณฑ์ได้โดยอัตโนมัติ รวมถึงหมายหมายคุมรายการครุภัณฑ์ (รค.)
๕) มีประวัติการซ่อมแซมครุภัณฑ์ โดยเชื่อมโยงข้อมูลจากระบบใบสั่งจ้าง ๖) มีระบบแจ้งซ่อม ส่งคืน และขอโอนครุภัณฑ์ โดยผู้ใช้งานสามารถแจ้งทาง
e-from สามารถนําไฟล์ Word ที่สร้างขึ้นมาจากระบบ มาแก้ไขในโปรแกรม Word/excel และส่งกลับไฟล์ เอกสารที่แก้ไขแล้วไปเก็บไว้ที่ระบบโดยตรง
ในการคํานวณค่าเสื่อม
๗) ประมวลผลเพื่อคํานวณค่าเสื่อมและออกรายงานตามเงื่อนไข
ระบบสามารถค้นหาครุภัณฑ์ตามเงื่อนไขที่กรมฯ กําหนดได้
๔) สามารถออกรายงานรายละเอียดครุภัณฑ์ตามที่กรมต้องการ ทั้งแบบ
รายละเอียด แบบสรุปตามหน่วยงาน ตามช่วงปีงบประมาณและวันที่
๑๐) จัดทําระบบตรวจครุภัณฑ์ประจําปี และระบุผู้ถือครองจริงกับข้าราชการ
ผู้ถือครอง ตําแหน่งที่ตั้ง หน่วยงาน พร้อมสามารถถ่ายรูปภาพ
๑๑) จัดทําระบบแจ้งการถือครองครุภัณฑ์ โดยให้สามารถปรับปรุง
เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา และสามารถพิมพ์ใบแจ้ง รายละเอียดประกอบด้วยหน่วยงาน เลขครุภัณฑ์ รายละเอียด สภาพ ข้าราชการผู้ถือครองครอง ผู้ใช้งานจริง และหัวหน้าในสายบังคับบัญชาเซ็นกํากับ
๑๒) จัดทําระบบโอนครุภัณฑ์ และสามารถพิมพ์ใบแจ้งโอนครุภัณฑ์ได้ ๑๓) จัดทําระบบยืมครุภัณฑ์ และสามารถพิมพ์ใบแจ้งยืมครุภัณฑ์ได้ ๑๔) จัดทําระบบคืนครุภัณฑ์ และสามารถพิมพ์ใบแจ้งคืนครุภัณฑ์ได้
๑๕) จัดทําระบบจําหน่ายครุภัณฑ์ และสามารถพิมพ์ใบแจ้งจําหน่ายครุภัณฑ์ได้ ๑๖) มีระบบตรวจสอบครุภัณฑ์ และสามารถพิมพ์รายละเอียดครุภัณฑ์ และ
QR Code บน Label เพื่อนําไปติดที่ครุภัณฑ์ได้ และสามารถแสดงรายการและจัดพิมพ์รายงานพัสดุเพื่อการตรวจนับได้ ๑๗) สามารถบันทึกรายการผลต่างจากการตรวจนับได้ในกรณีที่มีรายการ
ไม่ตรงกับระบบ
QR Code โดยระบบจะต้องรองรับ QR Code เดิมของกรม
กระบวนงานได้
(๑)
(๔)………….
๑๘) รองรับการตรวจนับพัสดุด้วยอุปกรณ์tablet หรือ โทรศัพท์มือถือ
๑๙) มีระบบจัดเก็บสัญญา ระบุครุภัณฑ์ภายใต้สัญญาที่จัดซื้อ และเลขครุภัณฑ์ ๒๐) มีการคํานวณค่าเสื่อม ตามระเบียบ
๒๑) มีระบบการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ซ่อม บํารุง และติดตาม Testability ๒๒) ระบบต้องสามารถเพิ่ม แก้ไข ลบ ยกเลิก ขั้นตอนต่าง ๆ ของ
ประธานกรรมการ (๒)
กรรมการ (๕)
for
กรรมการ (๓) กรรมการและเลขานุการ
…. กรรมการ
- ๑๕ -
กลับเข้าระบบได้
๒๓) สามารถแก้ข้อมูลครุภัณฑ์โดย Export ไฟล์จากระบบและ Import
๒๔) การนําเข้าข้อมูลต้องมีระบบตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลและ แสดงรายงานผลการตรวจสอบโดยละเอียดให้ทราบถึงข้อผิดพลาดแต่ละรายการ
(๑๑) รายงาน
๑) รายงานสรุปการเบิกจ่าย สามารถออกรายงานการเบิกจ่ายวัสดุ โดยแยกตามกอง/หน่วยงาน เพื่อให้ทราบความเคลื่อนไหวของรายการที่จะจ่ายในแต่ละเดือน
๒) รายงานบัญชีวัสดุ สามารถออกรายงานบัญชีวัสดุที่คํานวณจาก
ยอดคงเหลือแต่ละชนิด และรายงานการตัดจ่ายพัสดุได้
ในรูปแบบไฟล์ Excel และ PDF ได้
๓) รายงานสรุปการเบิกจ่ายวัสดุ ได้ทั้งแบบรายเดือน รายไตรมาส และรายปี ๔) รายงานความเคลื่อนไหวของวัสดุในรูปแบบบัญชี Stock Card ได้ ๕) การส่งออกข้อมูล รองรับการนําออกข้อมูล (Export) หรือเรียกรายงาน
- รายงานการเบิกจ่ายพัสดุ รายเดือน รายไตรมาส สรุปรายปี แยกตาม
หมวดหลัก หรือหมวดย่อย ของกอง/กลุ่ม
(๑๒) ระบบรถยนต์
ออกรายงานสรุป
เลขานุการกรมเป็นผู้อนุมัติ
๑) บันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับรถยนต์ และคนขับรถยนต์ของแต่ละกอง/กลุ่ม ๒) กําหนดการเบิกจ่ายน้ํามันของรถแต่ละคันในแต่ละเดือน และ
๓) มีประวัติการซ่อมแซมรถยนต์ โดยเชื่อมโยงข้อมูลจากระบบใบสั่งจ้าง ๔) หน่วยงานสามารถบันทึกขออนุญาตใช้รถยนต์ และให้สํานักงาน
๕) ระบบสามารถจัดคิวการใช้รถยนต์ตามเงื่อนไขที่กรมฯ กําหนด 5) รายงาน รายเดือน รายไตรมาส สรุปรายปี แยกตามกอง/กลุ่ม
- สรุปรายงานการขอใช้รถยนต์
- สรุปจํานวนรถยนต์ที่มีทั้งหมด
- ออกรายงานครุภัณฑ์รถยนต์ทั้งหมด
๔.๑.๔ ระบบต้องรองรับการบันทึกข้อมูลและการเรียกรายงานสําหรับทุกกอง/กลุ่ม
โดยมีคุณลักษณะดังต่อไปนี้
(๑) สิทธิการเข้าถึง (Access Control) ผู้ใช้งานแต่ละ กอง/กลุ่ม ต้องสามารถ บันทึก แก้ไข หรือเรียกดูข้อมูลได้เฉพาะภายในขอบเขตสิทธิของตนเองเท่านั้น (Role-Based Access Control) โดยระบบต้องมีการกําหนดระดับสิทธิ เช่น ผู้บันทึกข้อมูล (Data Entry), ผู้ตรวจสอบ (Reviewer), ผู้อนุมัติ (Approver) และผู้ดูแลระบบ (Admin) เพื่อป้องกันความผิดพลาดและเพิ่มความปลอดภัยของข้อมูล
(๒) การเรียกรายงาน (Report Generation) ผู้ใช้งานในแต่ละกอง/กลุ่มสามารถ เรียกดูรายงานต่าง ๆ ตามที่กําหนดในแต่ละโมดูล เช่น รายงานงบประมาณ รายงานพัสดุ รายงานการเงิน รายงานบัญชี รายงานวัสดุคงคลัง รายงานครุภัณฑ์ ฯลฯ โดยรายงานต้องสามารถกรองข้อมูลได้ตามเงื่อนไข เช่น ปีงบประมาณ หน่วยงาน ช่วงเวลา ประเภทค่าใช้จ่าย หมวดรายจ่าย กิจกรรม/โครงการ เป็นต้น และต้องสามารถ แสดงรายงานในหลายรูปแบบ เช่น PDF, Excel, และ Dashboard แบบกราฟ เป็นต้น
คน
(๔)
ประธานกรรมการ (๒)
กรรมการ (๕)
(๑)
groh
กรรมการ (๓)
กรรมการและเลขานุการ
…. กรรมการ - ๑๖ -
(๓) การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างระบบ (Cross-Module Integration) ข้อมูลที่ บันทึกจากหน่วยงานหนึ่งต้องสามารถเชื่อมโยงไปยังโมดูลที่เกี่ยวข้องได้ เช่น การบันทึกจัดซื้อจากกอง/กลุ่ม ต้อง ส่งผลไปยังระบบงบประมาณ ระบบพัสดุ และระบบบัญชีโดยอัตโนมัติ โดยระบบต้องป้องกันข้อมูลซ้ําซ้อน
(๔) การตรวจสอบย้อนหลัง (Audit Trail) ระบบต้องมีการบันทึกรายการแก้ไข
เพิ่ม ลบข้อมูล พร้อมชื่อผู้ใช้งาน วันที่ เวลา และรายละเอียดการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้ตรวจสอบย้อนหลังได้
(๕) การสนับสนุนปริมาณข้อมูลจํานวนมาก (High Data Volume Support) ระบบต้องสามารถรองรับจํานวนผู้ใช้งานพร้อมกันจากกอง/กลุ่ม โดยไม่ทําให้ระบบล่าช้า หรือเกิดปัญหา ประสิทธิภาพ ต้องรองรับข้อมูลย้อนหลัง โดยยังคงสามารถเรียกดูรายงานได้ตามปกติ
(๖) ความสอดคล้องกับมาตรฐานข้อมูลของกรม รูปแบบข้อมูล รหัสหน่วยงาน รหัสโครงการ รหัสงบประมาณ ต้องสอดคล้องตามมาตรฐานข้อมูลกลางของกรม เพื่อป้องกันความคลาดเคลื่อน
(๗) การควบคุมความถูกต้องของข้อมูล (Data Validation) ระบบต้องมีการ ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลอัตโนมัติ เช่น ตรวจสอบงบประมาณคงเหลือก่อนอนุมัติ ตรวจสอบความ ครบถ้วนของข้อมูลในแบบฟอร์ม ตรวจสอบรายการซ้ํา เป็นต้น
(๘) รองรับการปรับปรุงและขยายในอนาคต (Scalability) ระบบต้องสามารถ ปรับเพิ่มโมดูล รายงาน การเชื่อมโยงกับหน่วยงานภายนอก หรือช่องข้อมูลใหม่ได้ตามความต้องการของกรมฯ
ในอนาคต โดยไม่กระทบระบบเดิม
๔.๑.๙ ระบบผู้ดูแลระบบ (Administrator Console / System Management Module) ต้องรองรับการกํากับดูแล ควบคุม และตั้งค่าระบบทั้งหมดอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการกํากับสิทธิ ผู้ใช้งาน และสามารถกําหนดสิทธิ์ได้ การบริหารข้อมูลอ้างอิง การตั้งค่าระบบงาน การควบคุมความปลอดภัย และ การตรวจสอบย้อนหลัง (Audit Trail) โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
(๑) ระบบจะต้องมีโมดูลสําหรับผู้ดูแลระบบ (Admin) เพื่อให้ผู้ดูแลระบบ สามารถบริหารจัดการได้โดยง่าย พร้อมแยกสิทธิ์การเข้าถึงอย่างเป็นระบบ มี Dashboard สําหรับ Admin แสดง สถานะระบบ การใช้งาน, จํานวนผู้ใช้, Log-in ล่าสุด, การแจ้งเตือนผิดปกติ และปริมาณข้อมูลในระบบ
(๒) รองรับความสามารถบริหารค่าพื้นฐานของระบบ เช่น โครงสร้างองค์กร, ผังหน่วยงาน ปีงบประมาณ, หมวดรายจ่าย, ประเภทรายจ่าย, ประเภทพัสดุ ฯลฯ สามารถตั้งค่าระบบ (System
Parameters)
(๓) สามารถตั้งค่าระบบ (System Parameters) เช่น ระยะเวลา Session
Timeout, การสํารองข้อมูล เป็นต้น
(๔) การกําหนดชื่อผู้ใช้ และรหัสผ่าน (User name & Password) จะต้องเป็น การใช้ข้อมูลชุดเดียวกันจากระบบ Microsoft Active Directory ที่กรมมีอยู่ และต้องมีการกําหนดสิทธิการเข้าถึง และเรียกใช้งานตามที่กรมกําหนด
(๕) ต้องสามารถสร้าง เพิ่ม แก้ไข และลบ รายการต่าง ๆ ได้ เช่น ชื่อสํานักงานฯ ชื่อจังหวัด หน่วยนับ และสกุลเงิน เป็นต้น
๔.๒ จัดหาโปรแกรมระบบจัดการฐานข้อมูล (Database Management System) Microsoft SQL Server Version ล่าสุด จํานวน ๑ ลิขสิทธิ์ ให้เพียงพอต่อการใช้งานในโครงการ
๔.๓ ระบบธุรกิจอัจฉริยะเพื่อนําเสนอรายงานสําหรับผู้บริหาร ในรูปแบบกราฟวงกลม กราฟแท่ง โดยมีคุณลักษณะอย่างน้อย ดังนี้
(๑)
(6) F
ประธานกรรมการ (๒)
กรรมการ (๓) กรรมการและเลขานุการ
…. กรรมการ
กรรมการ
(๕) ……
- ๑๗ -
๔.๓.๑ สามารถจําแนกข้อมูลตามมิติต่าง ๆ เช่น ตามโครงการ ผลผลิต แผนงาน ทะเบียนฎีกา
หน่วยงาน กิจกรรม หมวดรายจ่าย ประเภทรายจ่าย เป็นต้น
๔.๓.๒ รายงานยอดรวมงบประมาณรายจ่ายประจําปี โดยจําแนกตามงบรายจ่าย ผลผลิต โครงการ ตามรูปแบบที่กรมกําหนด
๔.๓.๓ รายงานแผนและผลการเบิกจ่ายประจําปี โดยจําแนกตามผลผลิต โครงการ และ สามารถเปรียบเทียบกับงบประมาณประจําปีที่ผ่านมาได้อย่างน้อย ๓ ปี
๔.๓.๔ รายงานผลรวมการเบิกจ่ายงบประมาณประจําปี โดยจําแนกตามหมวดงบประมาณ ๔.๓.๕ มีแผนภูมิแสดงสัดส่วนของงบประมาณรายจ่ายประจําปี โดยจําแนกตามงบรายจ่าย ผลผลิต โครงการ สามารถแสดงประเภทของงบรายจ่าย จํานวนเงินของงบรายจ่าย และร้อยละของงบรายจ่าย
๔.๓.๖ รายงานผลการจัดซื้อจัดจ้างรายเดือน รายไตรมาส และรายปีงบประมาณ โดย สามารถกําหนดเงื่อนไขการค้นหาได้ รองรับ Excel, PDF
หน้าจอหลักได้
๔.๔ ระบบต้องสามารถให้ผู้ใช้งานดาวน์โหลดคู่มือการใช้งานระบบและแบบฟอร์มต่าง ๆ ที่
๔.๕ ทําการถ่ายโอนข้อมูลจากระบบเดิมเข้าสู่ระบบใหม่ให้ทํางานได้ถูกต้อง ครบถ้วน และ ในกรณีที่จัดทําข้อมูลใหม่ ให้ผู้เสนอราคาเป็นผู้ทําการบันทึกข้อมูลจนกว่าจะแล้วเสร็จ
๔.๖ การฝึกอบรมการใช้งาน ณ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ โดยผู้เสนอราคาต้องรับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายในการอบรม ได้แก่ ค่าวิทยากร ค่าเอกสารและคู่มือประกอบการอบรม ค่าอาหารกลางวัน ค่าอาหารว่างและ เครื่องดื่ม สําหรับเจ้าหน้าที่ผู้เข้ารับการอบรมและผู้ที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
๔.๖.๑ สําหรับผู้ดูแลระบบ ไม่น้อยกว่า ๑ ครั้ง จํานวนครั้งละไม่น้อยกว่า ๒๐ คน ๔.๖.๒ สําหรับผู้ใช้งานส่วนกลาง ไม่น้อยกว่า ๑ ครั้ง จํานวนไม่น้อยกว่า ๕๐ คน ๔.๖.๓ สําหรับผู้ใช้งานส่วนภูมิภาค ไม่น้อยกว่า ๑ ครั้ง จํานวนไม่น้อยกว่า ๓๒ คน ๔.๗ โปรแกรมระบบงานที่พัฒนาทั้งหมดต้องเป็นลิขสิทธิ์แบบซื้อขาด (Perpetual License) และต้องมอบให้เป็นลิขสิทธิ์ของกรมการค้าภายใน และผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการปรับปรุงหรืออัพเดต
โปรแกรมระบบงานให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดที่อ้างอิงตามข้อมูลจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ ตลอดระยะเวลารับประกัน
๔.๔ การรับประกันระบบ 9 ปีนับจากส่งมอบและกรรมการเห็นชอบตรวจรับงานงวดสุดท้าย โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และส่งเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน จํานวนอย่างน้อย ๑ คน เพื่อดําเนินการ ตรวจสอบและบํารุงรักษาระบบให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งให้คําปรึกษาแนะนําเป็นประจําอย่างน้อย เดือนละ ๒ ครั้ง ตามวันและเวลาราชการ พร้อมบันทึกผลแนบรายงานโดยจัดทําเป็นรายงานสรุปรายเดือน ในกรณี ที่มีความจําเป็นเร่งด่วน ผู้รับจ้างต้องส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาดําเนินการ ณ สถานที่ติดตั้งระบบ ตลอดระยะเวลา
การรับประกัน โดยต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 9 วันทําการ นับจากวันที่ได้รับแจ้ง
๕. อื่น ๆ
๕.๑ ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่จะใช้ในงานจ้างเป็นพัสดุที่ผลิตในประเทศ โดยจะต้องใช้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานจ้างทั้งหมดตามสัญญาจ้าง โดยจัดทําแผนการใช้ พัสดุที่ผลิตในประเทศเสนอผู้ว่าจ้างภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันที่ได้ลงนามสัญญา
๕.๒ ผู้ชนะการเสนอราคาจะต้องจัดทําใบเสนอราคาแจกแจงรายละเอียดแต่ละรายการ ให้ชัดเจนให้คณะกรรมการพิจารณาผลฯ ก่อนดําเนินการทําสัญญาจ้าง
(๑)
Galer
(๔)…………
ประธานกรรมการ (๒)
E กรรมการ (๕)
gsh
กรรมการ (๓)
กรรมการและเลขานุการ
….. กรรมการ - ๑๘ -
- หลักเกณฑ์การพิจารณา
เกณฑ์คุณภาพต่อราคา (รายละเอียดตามภาคผนวก ก) เพื่อให้ตรงตามวัตถุประสงค์ในการ ดําเนินงาน และเกิดประโยชน์สูงสุดกับทางราชการ ๗. เงื่อนไขทั่วไป
ผู้เสนอราคาจะต้องจัดทําตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติ เป็นรายข้อทุกข้อ (Statement of
Compliance) ตามขอบเขตงานใช้ตัวอย่างแบบฟอร์มการเปรียบเทียบตามตารางในการเปรียบเทียบรายการ ดังกล่าว หากมีกรณีที่ต้องมีการอ้างอิงข้อความหรือเอกสารในส่วนอื่นที่จัดทําเสนอมา ผู้เสนอราคา ต้องระบุให้ เห็นอย่างชัดเจน สามารถตรวจสอบได้โดยง่ายไว้ในเอกสารเปรียบเทียบด้วยว่า สิ่งที่ต้องการอ้างอิง ถึงนั้นอยู่ใน ส่วนใด ตําแหน่งใด ของเอกสารที่เสนอมา สําหรับเอกสารที่อ้างอิงถึง โดยเขียนหัวข้อกํากับไว้โดยระบุเลขหน้า อ้างอิงให้ชัดเจนและขีดเส้นใต้ในเอกสารข้อเสนอให้ชัดเจน เพื่อให้สามารถตรวจสอบ กับเอกสารเปรียบเทียบได้
ง่ายและตรงกัน หากมีรายการใดรายการหนึ่งไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง กรมการค้าภายในขอสงวนสิทธิ์จะไม่ รับพิจารณารายการอื่น ๆ ตามตัวอย่างแบบฟอร์ม ตารางการเปรียบเทียบดังนี้
ๆ
คุณสมบัติขอบเขตการดําเนินงาน และภาคผนวก ตามที่กรมกําหนด หัวข้อ TOR ข้อ ๓.
คุณสมบัติของผู้เสนอราคา
หัวข้อ TOR ข้อ ๔. รายละเอียดของงาน
ข้อเสนอของ ผู้เสนอราคา
ให้ระบุข้อเสนอของ
เอกสารอ้างอิง/catalog
ระบุหมายเลขหน้าของเอกสารอ้างอิง
ผู้เสนอราคาให้ชัดเจน ของผู้เสนอราคาให้ชัดเจน
ให้ระบุข้อเสนอของ ระบุหมายเลขหน้าของเอกสารอ้างอิง
ผู้เสนอราคา
ของผู้เสนอราคาให้ชัดเจน
๔. การรับประกัน
ให้ชัดเจน
ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติและขอบเขตงาน
๔.๑ รับประกันความชํารุดบกพร่องหรือขัดข้องของระบบที่เสนอทั้งหมดรวมทั้งโปรแกรมระบบ จัดการฐานข้อมูลและโปรแกรมอื่น ๆ ที่เสนอ ตลอดจนดูแลแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในระบบทั้ง Preventive and Corrective Maintenance รวมทั้งปรับแต่งระบบ (Performance Tuning) เพื่อการปรับปรุงระบบ ให้มี ประสิทธิภาพที่ดี พร้อมทั้งดูแลและติดตามการปฏิบัติงาน และให้คําปรึกษาที่เป็นประโยชน์ในระหว่างการ ปฏิบัติงาน และดูแลบํารุงรักษาระบบให้สามารถทํางานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ เป็นระยะเวลา ๑ ปี นับถัดจากวันตรวจรับงานงวดสุดท้าย โดยมีเจ้าหน้าที่มาประจํา เดือนละ ๒ ครั้ง ณ กรมการค้าภายในเป็นระยะเวลา ๑ ปี เพื่อให้คําปรึกษาและแก้ไขปัญหาระบบในระยะเวลาประกันผลงาน กรณี ผู้รับจ้างไม่ส่งเจ้าหน้าที่มาประจําใน ระยะเวลารับประกันผลงาน กรมจะหักจากหลักประกันตามสัญญา ผู้รับจ้างยินยอมให้หักหลักประกันตามสัญญา วันละ 9,000 บาท เพื่อเป็นค่าเสียหายที่ไม่ได้จัดเจ้าหน้าที่มาประจําที่กรมฯ
๔.๒ ต้องให้บริการติดตั้ง Bug-Fix (Patch) และให้บริการ Upgrade Version ของระบบฯ ตามประกาศของเจ้าของผลิตภัณฑ์ (ตาม Patch ที่มีอยู่ ณ ปัจจุบัน) ไปจนถึงการอัปเดตซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต้องไม่กระทบต่อการทํางานของระบบฯ และต้องได้รับความเห็นชอบร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่กรมและผู้รับจ้าง
๔.๓ ในกรณีที่ต้องเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ หรือ ซอฟต์แวร์ หรือ เปลี่ยนแปลงแหล่งที่ตั้ง ของระบบ ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนการถ่ายโอนระบบและดําเนินการถ่ายโอนระบบและข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายในการดําเนินการ
(๑)
(๔)……………
noh
ประธานกรรมการ (๒)
٤٧ กรรมการ (๕)
…. กรรมการ (๓)
กรรมการและเลขานุการ
………. กรรมการ
- ๑๙ -
๔.๔ ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาประจําที่กรมการค้าภายใน ในระหว่างการรับประกัน สัญญา เดือนละ ๒ วัน
๘.๕ สามารถแจ้งเหตุได้ทุกวันทําการ ทั้งทางโทรศัพท์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-Mail) และ หลังจากที่รับแจ้งเหตุแล้ว จะต้องตอบกลับภายใน ๔ ชั่วโมง
๔. ระยะเวลาดําเนินการและส่งมอบงาน
สัญญา โดยให้มีการส่งมอบงาน ดังนี้
ผู้รับจ้างต้องส่งมอบงานทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายใน ระยะเวลา ๒๗๐ วัน นับถัดจากวันลงนามใน
งวดที่ ๑ ส่งมอบภายใน ๓๐ วันนับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา โดยส่งมอบงาน ดังนี้
๑. แผนงานและวิธีการดําเนินโครงการ รายละเอียดขั้นตอนวิธีการดําเนินงาน ที่ได้รับความ เห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจรับ
แต่ละงาน ตามข้อ ๔.๑
๒. แผนการแนวทางและวิธีการดําเนินการศึกษาอย่างละเอียด พร้อมผู้รับผิดชอบใน
งวดที่ ๒ ส่งมอบภายใน ๑๒๐ วันนับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา โดยส่งมอบงาน ดังนี้
๑. จัดทําเอกสารรายงานผลการศึกษาและวิเคราะห์ระบบ ประกอบด้วย
กระบวนการในระบบ
๑.๑ แผนผังระบบงาน (Workflow Diagram) แสดงลําดับขั้นตอนและการทํางานของ
๑.๒ ผังแสดงความสัมพันธ์ข้อมูล (Entity Relationship Diagram : ER Diagram) ๑.๓ โครงสร้างและผังระบบงาน (System Flow)
๑.๔ ผังการไหลของข้อมูล (Data Flow Diagram) ๑.๕ การออกแบบโครงสร้างฐานข้อมูล
๑.๖ พจนานุกรมข้อมูล (Data Dictionary)
๒. รายงานผลการออกแบบปรับปรุงและพัฒนาระบบบริหารทรัพยากรองค์กร (ERP) กรมการค้าภายใน ประกอบด้วย การออกแบบ Mockup และ การสร้าง Wireframe เป็นอย่างน้อย
งวดที่ ๓ ส่งมอบภายใน ๒๔๐ วันนับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา โดยส่งมอบงาน ดังนี้
๑. โปรแกรมระบบจัดการฐานข้อมูล (Database Management System) ตามข้อ ๔.๒ ๒. ระบบงานที่พัฒนาเสร็จสมบูรณ์และติดตั้งบนคอมพิวเตอร์แม่ข่าย ที่กรมฯ กําหนดเรียบร้อย
๓. รายงานผลการทดสอบ User Acceptance Test (UAT)
๔. แผนการฝึกอบรมการใช้ระบบงาน
งวดที่ ๔ ส่งมอบภายใน ๒๗๐ วันนับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา โดยส่งมอบงานส่วนที่เหลือ ทั้งหมด พร้อมส่งหลักฐานอย่างน้อย ดังนี้
๑. ดําเนินการฝึกอบรมหลักสูตร ผู้ดูแลระบบ และผู้ใช้งานระบบให้กับเจ้าหน้าที่กรมการค้าภายใน ๒. จัดทํารายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) ซึ่งครอบคลุมผลการดําเนินงานทั้งหมด ตลอดจน ปัญหาและอุปสรรคในการดําเนินงาน พร้อมทั้งเสนอแนะแนวทางแก้ไข ประกอบด้วย
(๑)
Gadar
G
(๔) ………..
๒.๑ แผนการแนวทางและวิธีการดําเนินการศึกษาอย่างละเอียด
๒.๒ แผนกิจกรรมและช่วงเวลาในการดําเนินงานแต่ละกิจกรรม ๒.๓ การออกแบบโครงสร้างฐานข้อมูล
๒.๔ ผังแสดงความสัมพันธ์ข้อมูล (Entity Relationship Diagram : ER Diagram) ๒.๕ โครงสร้างและผังระบบงาน (System Flow)
รา
ประธานกรรมการ
กรรมการ (๕) …….
กรรมการ (๓)
…. กรรมการ
กรรมการและเลขานุการ - ๒๐ -
๓.
๒.๖ ผังการไหลของข้อมูล (Data Flow Diagram)
๒.๗ พจนานุกรมข้อมูล (Data Dictionary)
จัดทําเอกสารคู่มือระบบงาน (System Manual) คู่มือการใช้งาน (User Manual) และ
ส่งไฟล์เอกสาร อย่างน้อย ๒ ชุด
๔. ส่งมอบลิขสิทธิ์ชุดโปรแกรมของระบบทั้งหมด ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของกรมการค้าภายใน
๑๐. วงเงินงบประมาณ
งบประมาณทั้งสิ้น ๑๐,000,000 บาท (สิบล้านบาทถ้วน)
๑๑. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
๑๑.๑ งวดที่ ๑ ชําระเงินร้อยละ ๑๐ ของวงเงินตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบงาน และเอกสาร ส่งมอบงานงวดที่ ๑ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว
๑๑.๒ งวดที่ ๒ ชําระเงินร้อยละ ๓๐ ของวงเงินตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบงาน และเอกสาร ส่งมอบงานงวดที่ ๒ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว
๑๑.๓ งวดที่ ๓ ชําระเงินร้อยละ ๔๐ ของวงเงินตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบงาน และเอกสาร ส่งมอบงานงวดที่ ๓ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว
๑๑.๔ งวดที่ ๔ ชําระเงินร้อยละ ๒๐ ของวงเงินตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบงาน และเอกสาร ส่งมอบงานงวดที่ ๔ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว
๑๒. ผู้รับผิดชอบโครงการ
๑๒.๑ สํานักงานเลขานุการกรม
๑๒.๒ กองสารสนเทศและการบริการการค้าในประเทศ
gol
(๑)
(๔)
(2) Gr
ประธานกรรมการ (๒)
٤٧
กรรมการ (๓)
กรรมการ
กรรมการ
(๕)
กรรมการและเลขานุการ - ๒๑ -
ภาคผนวก ก
เกณฑ์ราคาและการประเมินค่าประสิทธิภาพต่อราคา (Price Performance) โดยเกณฑ์การประเมิน และน้ําหนักคะแนนที่ใช้พิจารณาประสิทธิภาพต่อราคา (Price Performance) มีดังนี้
๑. ราคาที่ยื่นเสนอ (Price) กําหนดน้ําหนักเท่ากับร้อยละ ๒๐
ค่าน้ําหนักเกณฑ์ราคา ระบบ e-GP จะคํานวณคะแนนให้อัตโนมัติ โดยให้ผู้เสนอราคาต่ําที่สุด มีค่า คะแนนเต็ม ๑๐๐ คะแนน ผู้เสนอราคาต่ําลําดับที่ ๒ และราคาต่ําลําดับต่อ ๆ ไป โดยเทียบจากราคา ที่ผู้เสนอราคาต่ําที่สุด
๒. คุณภาพและคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ต่อทางราชการ กําหนดน้ําหนักเท่ากับร้อยละ ๘๐
พิจารณาในการให้คะแนนกําหนดเกณฑ์การให้คะแนนและวิธีการประเมิน (คะแนนเต็ม ๑๐๐) ดังนี้
๒.๑ รายละเอียดแผนการดําเนินงานตามขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
ให้คลอบคลุมทุกกระบวนการ ตั้งแต่ จัดเก็บความต้องการ การพัฒนาระบบ การติดตั้ง การทดสอบระบบ การเปิดใช้
งานระบบ แผนการฝึกอบรม (๕ คะแนน)
แผนการดําเนินงาน
ไม่มีการจัดทําแผนการดําเนินโครงการ
คะแนน
มีการจัดทําแผนการดําเนินโครงการ แต่รายละเอียดไม่ครบทุกกระบวนการ มีการจัดทําแผนการดําเนินโครงการ มีรายละเอียดและครบทุกกระบวนการ
๕
๒.๒ การสาธิตระบบตาม TOR จํานวน ๑๐ ระบบ รวมทั้งการเชื่อมโยงของเอกสารและข้อมูล ในกระบวนการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกัน (๔๕ คะแนน)
กระบวนการทํางานของแต่ละระบบและการเชื่อมโยงของเอกสารและข้อมูล
ไม่มีระบบมาสาธิต
สาธิตกระบวนการทํางานของแต่ละระบบตาม TOR รวมทั้งการเชื่อมโยงเอกสารและ ข้อมูลในกระบวนการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกัน จํานวน ๑ - ๓ ระบบ
ๆ
สาธิตกระบวนการทํางานของแต่ละระบบตาม TOR รวมทั้งการเชื่อมโยงเอกสารและ ข้อมูลในกระบวนการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกัน จํานวน ๔ - ๖ ระบบ
สาธิตกระบวนการทํางานของแต่ละระบบตาม TOR รวมทั้งการเชื่อมโยงเอกสารและ ข้อมูลในกระบวนการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกัน จํานวน ๒ ระบบขึ้นไป
ๆ
คะแนน
๑๕
๒๕
๔๕
๒.๓ การพัฒนาด้วยการลงนามลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทาง อิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๔๔ (๒๐ คะแนน)
การลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์
ไม่มีการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ตามมาตรา ๙ มาตรา ๒๖ และ มาตรา ๒๘
สามารถลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ตามมาตรา ๙ ได้เพียงมาตราเดียว
สามารถลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ตามมาตรา ๙ และมาตรา ๒๖ สามารถลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ตามมาตรา ๙ มาตรา ๒๖ และ มาตรา ๒๘
คะแนน
๑๔
๒๐
(๑)
ประธานกรรมการ (๒)
nk
. กรรมการ (๓)
….. กรรมการ
(๔)
กรรมการ
(๕)
กรรมการและเลขานุการ
- ๒๒ -
๒.๔. สามารถอนุมัติและการจัดการโครงสร้างการอนุมัติ ที่สามารถลงลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ได้ (๑๐ คะแนน)
การอนุมัติและการจัดการโครงสร้างการอนุมัติ
ไม่รองรับการอนุมัติตามโครงสร้างหน่วยงานและรักษาราชการ รองรับการอนุมัติตามโครงสร้างหน่วยงานหรือในกรณีรักษาราชการ รองรับการอนุมัติตามโครงสร้างหน่วยงานและกรณีรักษาราชการ
คะแนน
๕
๑๐
๒.๕ ทีมงานมีผู้ที่มีความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ในการพัฒนาระบบ ERP พร้อม
เอกสารอ้างอิง (๕ คะแนน)
ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ของทีมงาน
ทีมงานไม่มีผู้มีความรู้ ความสามารถและมีประสบการณ์ในการพัฒนาระบบ ERP
ทีมงานมีผู้มีความรู้ ความสามารถและมีประสบการณ์ในการพัฒนาระบบ ERP ประกอบ ไปด้วยตําแหน่งต่างๆ อย่างน้อย ดังนี้
ผู้จัดการโครงการ อย่างน้อย ๑ คน
นักวิเคราะห์ระบบ อย่างน้อย ๒ คน
โปรแกรมเมอร์ อย่างน้อย ๕ คน
ทีมงานมีผู้มีความรู้ ความสามารถและมีประสบการณ์ในการพัฒนาระบบ ERP ประกอบ
ไปด้วยตําแหน่งต่างๆ อย่างน้อย ดังนี้
ผู้จัดการโครงการ อย่างน้อย ๑ คน
นักวิเคราะห์ระบบ อย่างน้อย ๒ คน
โปรแกรมเมอร์ อย่างน้อย ๗ คน
คะแนน
๓
વેન
๒.๖ มีการนําเสนอผลงานที่ผ่านมาของบริษัทที่เกี่ยวกับงานพัฒนาระบบ ERP ให้กับหน่วยงานภาครัฐ
พร้อมเอกสารอ้างอิง (๑๐ คะแนน)
ไม่มีผลงานเกี่ยวกับการพัฒนาระบบ ERP
ผลงานเกี่ยวกับระบบ ERP
มีผลงานเกี่ยวกับการพัฒนาระบบ ERP จํานวน ๑ ผลงาน
มีผลงานเกี่ยวกับการพัฒนาระบบ ERP จํานวน ๒ ผลงาน
คะแนน
๒
มีผลงานเกี่ยวกับการพัฒนาระบบ ERP จํานวนมากกว่า ๒ ผลงาน
๒.๗ รายละเอียดของค่าใช้จ่ายในการบํารุงรักษา (MA) หลังการรับประกัน (๕ คะแนน)
ค่าใช้จ่ายในการบํารุงรักษา (MA)
ไม่มี หรือมีการเสนอรายละเอียดของค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นในปีถัดไปภายหลังเสร็จสิ้นการ
รับประกันไม่ชัดเจน
มีการเสนอรายละเอียดของค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นในปีถัดไปภายหลังเสร็จสิ้นการ
รับประกันอย่างชัดเจน โดยมีราคาเกินร้อยละ ๑๐ ของวงเงินในการพัฒนาระบบ มีการเสนอรายละเอียดของค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นในปีถัดไปภายหลังเสร็จสิ้นการ รับประกันอย่างชัดเจน โดยมีราคาไม่เกินร้อยละ ๑๐ ของวงเงินในการพัฒนาระบบ
๑๐
คะแนน
๕
(๑)
ประธานกรรมการ (๒)
ork
กรรมการ (๓)
…….. กรรมการ
(๔)
กรรมการ (๕)
….. กรรมการและเลขานุการ
หมายเหตุ
๑) ผู้เสนอราคา จะต้องนําเสนอข้อเสนอทางด้านเทคนิคต่อคณะกรรมการพิจารณาผล ซึ่งคณะกรรมการ พิจารณาผลจะแจ้งวันที่และเวลานําเสนอให้ทราบภายใน 7 วันทําการ นับถัดจากวันยื่นเสนอราคา กรณีผู้เสนอราคา ไม่สามารถมานําเสนอทางด้านเทคนิคตามวันและเวลาที่กําหนดได้ จะไม่ได้รับคะแนนในการพิจารณาในครั้งนี้
๒) คณะกรรมการพิจารณาผล จะให้คะแนนข้อเสนอด้านเทคนิค ตามภาคผนวก ก ข้อ ๒ คุณภาพและ คุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ต่อทางราชการ และการนําเสนอข้อเสนอด้านเทคนิคต่อคณะกรรมการ ซึ่งผู้เสนอราคา จะต้องได้รับคะแนนไม่น้อยกว่า ๗๐ คะแนน จากคะแนนเต็ม ๑๐๐ จึงจะผ่านข้อเสนอทางด้านเทคนิค
๓) ข้อเสนอด้านคุณภาพ คะแนนถ่วงน้ําหนักเท่ากับร้อยละ ๘๐ (คะแนนเต็ม ๑๐๐ คะแนน) ตาม
ตารางข้างต้น
๔) ข้อเสนอด้านราคา คะแนนถ่วงน้ําหนักเท่ากับร้อยละ ๒๐
๕) ผู้ได้คะแนนถ่วงน้ําหนักรวมสูงสุด เป็นผู้ได้รับการคัดเลือก หากปรากฏว่ามีผู้ได้คะแนนรวมสูงสุดเท่ากัน หลายราย ให้พิจารณาผู้ที่ได้คะแนนคุณภาพมากที่สุด
ค.
(๑)
(๔)
ประธานกรรมการ (๒)
………..กรรมการ (๕)
(………….. E
Now
Sa
…. กรรมการ (๓)
… กรรมการ
กรรมการและเลขานุการ๑.
ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
O (ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจํากัด
- สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
ไฟล์ข้อมูล……… - บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
ไฟล์ข้อมูล….
O (ข) บริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด - สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
ไฟล์ข้อมูล…… - สําเนาหนังสือบริคณห์สนธิ
ไฟล์ข้อมูล… - บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ
ไฟล์ข้อมูล…… บัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) O ไม่มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ไฟล์ข้อมูล……
๒. ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอไม่เป็นนิติบุคคล
๓.
O (ก) บุคคลธรรมดา - สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนของผู้นั้น
ไฟล์ข้อมูล……
O (ข) คณะบุคคล - สําเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน
- สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน
ไฟล์ข้อมูล……
ไฟล์ข้อมูล……..
ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า - สําเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า
ไฟล์ข้อมูล…..
(ก) ในกรณีผู้ร่วมค้าเป็นบุคคลธรรมดา - บุคคลสัญชาติไทย
สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน
ไฟล์ข้อมูล
บุคคลที่มิใช่สัญชาติไทย
ขนาดไฟล์…….
ขนาดไฟล์……………
ขนาดไฟล์……
ขนาดไฟล์………..
ขนาดไฟล์……
ขนาดไฟล์………..
….. ขนาดไฟล์
….. ขนาดไฟล์…….
ขนาดไฟล์
…..uunalw………
ขนาดไฟล์
ขนาดไฟล์…….
สําเนาหนังสือเดินทาง
ไฟล์ข้อมูล………..
…..vunalw…….. - ๒
O (ข) ในกรณีผู้ร่วมค้าเป็นนิติบุคคล - ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจํากัด
สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
ไฟล์ข้อมูล..
บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
ไฟล์ข้อมูล…
บริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด
สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
ไฟล์ข้อมูล…… - สํานาหนังสือบริคณห์สนธิ
- บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ
ไฟล์ข้อมูล……..
ไฟล์ข้อมูล..
บัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี)
ไม่มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่
…..vunalw……..
ขนาดไฟล์…..
ขนาดไฟล์
……………….
ขนาดไฟล์…….
ขนาดไฟล์…………..
ขนาดไฟล์……
มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่
ไฟล์……………..
ขนาดไฟล์………
๔. แบบตรวจสอบข้อมูลของผู้ประกอบการที่จะเข้าร่วมการเสนอราคาในโครงการที่มีวงเงินจัดซื้อ
จัดจ้างตั้งแต่ ๓๐๐ ล้านบาทขึ้นไป
ไฟล์ข้อมูล
ขนาดไฟล์…..
๕. แบบข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) ความร่วมมือป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (สําหรับส่วนราชการ/รัฐวิสาหกิจ/องค์การมหาชน/หน่วยงานของรัฐและภาคเอกชน) กรณีโครงการ จัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินตั้งแต่ ๑,๐๐๐ ล้านบาทขึ้นไป
0 5. อื่น ๆ (ถ้ามี)
ไฟล์ข้อมูล……
ไฟล์ข้อมูล…….
ไฟล์ข้อมูล……
ขนาดไฟล์……..
ขนาดไฟล์……
ขนาดไฟล์…….
ข้าพเจ้าขอรับรองว่า เอกสารหลักฐานที่ข้าพเจ้ายื่นพร้อมการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในการคัดเลือกครั้งนี้ถูกต้องและเป็นความจริงทุกประการ
ลงชื่อ…….
ผู้ยื่นข้อเสนอ
(…………….0
0
0
0
0
บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
๑. แค็ตตาล็อกและหรือแบบรูปรายการละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
ไฟล์ข้อมูล…..
ขนาดไฟล์…….
๒. สําเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) (ถ้ามี)
ไฟล์ข้อมูล…
ขนาดไฟล์……
๓. สรุปรายละเอียดประกอบการอธิบายเอกสารตามที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้จัดส่งภายหลังวันเสนอ
ราคา เพื่อใช้ในประกอบการพิจารณา (ถ้ามี) ดังนี้
๓.๑
ไฟล์ข้อมูล
๓.๒ ……
ไฟล์ข้อมูล……
๔. อื่นๆ (ถ้ามี)
……….
ไฟล์ข้อมูล……
๔.๒……..
ไฟล์ข้อมูล……
๔.๓……….
ขนาดไฟล์……
ขนาดไฟล์………………….
ขนาดไฟล์……………….
ขนาดไฟล์…..
ไฟล์ข้อมูล….
ข้าพเจ้าขอรับรองว่าเอกสารหลักฐานที่ข้าพเจ้าได้ยื่นมาพร้อมการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ
จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในการคัดเลือกครั้งนี้ถูกต้องและเป็นความจริงทุกประการ
ลงชื่อ….
น
……………….
ขนาดไฟล์………………บทนิยาม
“ผลงาน” หมายความว่า ผลงานที่ใช้เทคนิคในการดําเนินการอย่างเดียวกันกับงานที่
ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
และต้องคํานึงถึงมูลค่าของราคาค่างานที่ผู้ยื่นข้อเสนอเคยดําเนินการมาแล้ว
ซึ่งการจะเห็นถึงขีดความสามารถนี้ได้ก็ย่อมจะต้องเป็นการบริหารงานภายใต้การจ้างครั้งเดียวมิใช่การจ้าง
ในหลาย ๆ ครั้งมารวมกัน โดยผลงานที่นํามายื่นจึงต้องเป็นผลงานของผู้ยื่นข้อเสนอในสัญญาเดียวเท่านั้น
และเป็นสัญญาที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้ทํางานแล้วเสร็จตามสัญญาที่ได้มีการส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
ซึ่งหนังสือรับรองผลงานก่อสร้างดังกล่าว หน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชนซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างจะต้องเป็น ผู้ออกหนังสือรับรองผลงานก่อสร้างให้กับผู้ยื่นข้อเสนอใบแจ้งการชําระเงินผ่านธนาคารกรุงไทย
DIY ชื่อหน่วยงาน
กรมการค้าภายใน
epartmecoincerel i-de
Company Code
Biller ID
กรมการค้าภายใน
741536
099400016145074
ชื่อ-นามสกุล(ผู้ชําระเงิน)
Ref. 1 :69059509830
Ref. 2 :1
เงินสด (Cash)
เงินโอน (Transfer)
จ้างดําเนินโครงการพัฒนาและปรับปรุงระบบบริหารทรัพยากรองค์กร (ERP)
จํานวนเงินเป็นตัวอักษร (Amount in letter)
บาท (Baht)
ห้าแสนบาทถ้วน
ธนาคาร (Bank)
ผู้ฝากเงิน
………..
เบอร
……
ใบแจ้งการชําระเงินผ่านธนาคารกรุงไทย - ชื่อหน่วยงาน
กรมการค้าภายใน
Krungthai Company Code
741536
กรุงไทย
Biller ID
099400016145074
ชื่อ-นามสกุล(ผู้สําระเงิน)
Ref. 1 :69059509830
Ref. 2 :1
เงินสด (Cash)
เงินโอน (Transfer)
ส่วนของผู้ชําระเงิน
วันที่ 29/05/2026
สาขา (Branch)
จํานวนเงินเป็นตัวเลข (Amount in digit)
เจ้าหน้าที่ธนาคาร (ตราประทับ)
500,000.00
จ้างดําเนินโครงการพัฒนาและปรับปรุงระบบบริหารทรัพยากรองค์กร (ERP)
จํานวนเงินเป็นตัวอักษร (Amount in letter)
บาท (Baht)
ห้าแสนบาทถ้วน
ผู้ฝากเงิน
หมายเหตุ สามารถชําระเงินได้ที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา ATM ระบบ อินเทอร์เน็ต Krungthai NEXT และช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ของทุกธนาคาร
เบอร
ส่วนของธนาคาร
วันที่……..
|099400016145074 69059509830 1 50000000
ธนาคาร (Bank)
สาขา (Branch)
จํานวนเงินเป็นตัวเลข (Amount in digit)
500,000.00
เจ้าหน้าที่ธนาคาร (ตราประทับ)(สำเนา)
เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
เลขที่ ๓๙/๒๕๖๙
การจ้างดำเนินโครงการพัฒนาและปรับปรุงระบบบริหารทรัพยากรองค์กร (ERP) กรมการค้าภายใน (ครั้ง ที่ ๒)
ตามประกาศ กรมการค้าภายใน
ลงวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๙
กรมการค้าภายใน ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “กรม” มีความประสงค์จะ ประกวดราคาจ้างดำเนิน โครงการพัฒนาและปรับปรุงระบบบริหารทรัพยากรองค์กร (ERP) กรมการค้าภายใน (ครั้งที่ ๒) ด้วยวิธี ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามรายการ ดังนี้
จ้างดำเนินโครงการพัฒนาและ
ปรับปรุงระบบบริหารทรัพยากร
องค์กร (ERP) กรมการค้าภายใน
(ครั้งที่ ๒)
โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
จำนวน ๑ งาน
๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๑.๑ ขอบเขตของงาน
๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างทำของ
๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
(๑) หลักประกันการเสนอราคา
(๒) หลักประกันสัญญา
๑.๕ บทนิยาม
(๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
(๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
(๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
๑.๗ แผนการทำงาน
๑.๘ ใบแจ้งการชำระเงิน สำหรับชำระเงินหลักประกันการเสนอราคา
๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กรม ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขันอย่างเป็น ธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง ในวงเงิน ไม่น้อยกว่า ๔,๐๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท (สี่ล้านบาทถ้วน) และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของ รัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ กรม เชื่อถือ ตามขอบเขตงานจ้างฯ (TOR) ข้อ 3.14
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง
เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้ เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๒ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ
มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ
ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง
พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๒.๑๔ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการเป็นไปตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัย ปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว124 ลงวันที่ 1 มีนาคม 2566
๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น
ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๒ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ
มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์
(๖) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ. ๒๐ (ถ้ามี) (๗) เอกสารมูลค่าสุทธิของกิจการ
(๘) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) หลักประกันการเสนอราคา ตามข้อ ๕
(๒) สำเนาหนังสือรับรองผลงานจ้าง
(๓) จัดทำเอกสารตามขอบเขตงานจ้างฯ (TOR) ที่กรมฯ กำหนด (๔) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔. การเสนอราคา
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้
ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา โดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคามิได้ ๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๒๗๐ วัน นับ ถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๖๙ ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐ น. ถึง ๑๒.๐๐ น. และเวลาในการเสนอ ราคาให้ถือตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์ เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
ทั้งนี้ ผู้เสนอราคา จะต้องนำเสนอข้อเสนอทางด้านเทคนิคต่อคณะกรรมการพิจารณาผล ซึ่งคณะกรรมการพิจารณาผลจะแจ้งวันที่และเวลานำเสนอให้ทราบภายใน 3 วันทำการ นับถัดจากวันยื่นเสนอ ราคา กรณีผู้เสนอราคาไม่สามารถมานำเสนอทางด้านเทคนิคตามวันและเวลาที่กำหนดได้ จะไม่ได้รับคะแนน ในการพิจารณาใน
ครั้งนี้
๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่กรมผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ
พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และกรม จะพิจารณาลงโทษผู้ ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่กรมจะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ริเริ่มให้มีการกระ ทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของกรม
๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
(๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
๔.๑๐ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา ๕. หลักประกันการเสนอราคา
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องวางหลักประกันการเสนอราคาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบการ จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ จำนวน ๕๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท (ห้าแสนบาทถ้วน)
๕.๑ เงินสด
๕.๒ หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศตามแบบที่คณะ กรรมการนโยบายกำหนด
๕.๓ พันธบัตรรัฐบาลไทย
๕.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอนำพันธบัตรรัฐบาลไทยหรือหนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ มาวางเป็นหลักประกันการเสนอราคาจะต้องส่งต้นฉบับเอกสารดังกล่าวมาให้กรม ตรวจสอบความถูกต้องในวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๖๙ ระหว่างเวลา ๐๘.๓๐ น. ถึง ๑๖.๓๐ น.
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอประสงค์จะวางหลักประกันการเสนอราคาเป็นเงินสด ให้ผู้ยื่นข้อเสนอ ดำเนินการชำระเงินผ่านช่องทางการชำระเงิน ดังนี้
ผ่านบริการรับชำระเงิน (Bill Payment) ผ่านระบบ KTB Corporate Online ตามใบ แจ้งการชำระเงิน ที่แนบมาพร้อมกับเอกสารเชิญชวนนี้
และส่งหลักฐานการชำระเงินกับธนาคาร พร้อมทั้งแบบแจ้งความประสงค์ชำระเงินค่า หลักประกันการเสนอราคา (เฉพาะกรณีที่มีหลักประกันการเสนอราคาหลายรายการพิจารณา) มาให้ กรม ตรวจสอบความถูกต้อง โดยยื่นมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอผ่านระบบ e-GP โดยการชำระเงินและส่งหลักฐาน การชำระเงินให้ดำเนินการในวันและเวลาที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันและเวลาเสนอราคาเท่านั้น กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ประสงค์จะใช้หนังสือ ค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารในประเทศเป็นหลักประกันการเสนอราคาให้ระบุชื่อผู้เข้าร่วมค้ารายที่ สัญญาร่วมค้ากำหนดให้เป็นผู้เข้ายื่นข้อเสนอกับหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หลักประกันการเสนอราคาตามข้อนี้ กรมจะคืนให้ผู้ยื่นข้อเสนอหรือผู้ค้ำประกันภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่กรมได้พิจารณาเห็นชอบรายงานผลคัดเลือกผู้ชนะการประกวดราคาเรียบร้อยแล้ว เว้นแต่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่คัดเลือกไว้ซึ่งเสนอราคาต่ำสุดหรือได้คะแนนรวมสูงสุดไม่เกิน ๓ ราย ให้คืนได้ต่อเมื่อ ได้ทำสัญญาหรือข้อตกลง หรือผู้ยื่นข้อเสนอได้พ้นจากข้อผูกพันแล้ว
การคืนหลักประกันการเสนอราคา ไม่ว่าในกรณีใด ๆ จะคืนให้โดยไม่มีดอกเบี้ย ๖. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
๖.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ กรมจะ พิจารณาตัดสินโดยใช้ เกณฑ์ขั้นต่ำร่วมกับเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น
๖.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
กรณีใช้เกณฑ์ขั้นต่ำร่วมกับเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่นในการพิจารณาผู้ชนะ การยื่นข้อเสนอ โดยจะพิจารณาให้คะแนนและน้ำหนักข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ ตามที่หน่วยงานกำหนด ตามที่หน่วยงานกำหนดดังนี้
๖.๒.๑ จ้างดำเนินโครงการพัฒนาและปรับปรุงระบบบริหารทรัพยากรองค์กร (ERP) กรมการค้าภายใน (ครั้งที่ ๒)
(๑) ราคาที่ยื่นข้อเสนอ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๒๐.๐๐ โดยมี วิธีการให้คะแนน ดังนี้ ๑๐๐ - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * ๑๐๐) (๒) ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนอื่นๆ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๘๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ คณะกรรมการพิจารณาผลจะให้คะแนนข้อเสนอด้านเทคนิค ตามภาค ผนวก ก ข้อ ๒ คุณภาพและคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ต่อทางราชการและการนำเสนอข้อเสนอด้านเทคนิคต่อ คณะกรรมการ ซึ่งผู้เสนอราคาจะต้องได้รับคะแนนไม่น้อยกว่า ๗๐ คะแนน จากคะแนนเต็ม ๑๐๐ คะแนน จึง จะผ่านข้อเสนอด้านเทคนิค
ต้องได้คะแนนข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำร้อย
ละ ๗๐.๐๐ ขึ้นไป
โดยกำหนดให้น้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ ๑๐๐
๖.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กรมกำหนดไว้ในประกาศและ เอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้ เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจ พิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
๖.๔ กรมสงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ในกรณี ดังต่อไปนี้
(๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
(๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๖.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรม มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ กรมมีสิทธิที่จะไม่รับข้อ เสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๖.๖ กรมทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่เสนอ ทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจจะ ยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของกรมเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งกรมจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และลงโทษผู้ยื่นข้อ เสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อ เสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมา ยื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรม จะให้ผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ กรม มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอหรือไม่รับราคาของ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใดๆ จากกรม ๖.๗ ก่อนลงนามในสัญญากรม อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการคัดเลือก มีผล
ประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือสมยอม กันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใดในการเสนอราคา ๗. การทำสัญญาจ้าง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับกรม ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวาง หลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้กรม ยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
๗.๑ เงินสด
๗.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่กรมการค้าภายใน ซึ่งเป็นเช็คหรือ ดราฟท์ลงวันที่ที่ใช้เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ ๗.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
๗.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๗.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งกรม ได้รับมอบไว้ แล้ว
๘. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
กรม จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่าย ทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น ๔ งวดดังนี้ งวดที่ ๑ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานเมื่อผู้ รับจ้างส่งมอบงาน และเอกสารส่งมอบงานงวดที่ ๑ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุตรวจรับงานเรียบร้อย แล้ว ให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน
งวดที่ ๒ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๓๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานเมื่อผู้ รับจ้างส่งมอบงาน และเอกสารส่งมอบงานงวดที่ ๒ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุตรวจรับงานเรียบร้อย แล้ว ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๒๐ วัน
งวดที่ ๓ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๔๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานเมื่อผู้ รับจ้างส่งมอบงาน และเอกสารส่งมอบงานงวดที่ ๓ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุตรวจรับงานเรียบร้อย
แล้ว ให้แล้วเสร็จภายใน ๒๔๐ วัน
งวดสุดท้าย เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๒๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ทั้งหมดให้แล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญาหรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ และ กรม ได้ตรวจรับมอบงานจ้าง เรียบร้อยแล้ว
๙. อัตราค่าปรับ
ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
๙.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากกรม จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงานจ้างช่วง นั้น
๙.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๙.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง
๑๐. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้ทำสัญญาจ้างตามแบบดังระบุในข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายใน ระยะเวลา ๑ ปี นับถัดจากวันที่กรมได้รับมอบงาน โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิม ภายใน ๑ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง
๑๑. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
๑๑.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ กรมได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจากเงิน งบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
๑๑.๒ เมื่อกรมได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้างตามการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจากต่าง ประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ตาม ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
(๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
(๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
๑๑.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งกรมได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ ภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ กรมจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ออกหนังสือ ค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้งจะพิจารณา
ให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ๑๑.๔ กรมสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือข้อ ตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
๑๑.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของกรม คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อเสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
๑๑.๖ กรม อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะ เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากกรมไม่ได้
(๑) กรมไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ไม่ เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
(๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
(๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่กรม หรือ กระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
(๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๑๑.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
๑๒. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
๑๓. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
กรม สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการ คัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับกรม ไว้ชั่วคราว
กรมการค้าภายใน
๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๙
สำเนาถูกต้อง
วิลาวรรณ พึ่งคล้าย
(นางสาววิลาวรรณ พึ่งคล้าย)
นักวิชาการพัสดุชำนาญการพิเศษ
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๙
โดย นางสาววิลาวรรณ พึ่งคล้าย นักวิชาการ
พัสดุชำนาญการพิเศษ(สําเนา)
ประกาศกรมการค้าภายใน
เรื่อง ประกวดราคาจ้างดําเนินโครงการพัฒนาและปรับปรุงระบบบริหารทรัพยากรองค์กร (ERP) กรมการ
ค้าภายใน (ครั้งที่ ๒)
ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
กรมการค้าภายใน มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างดําเนินโครงการพัฒนาและปรับปรุง ระบบบริหารทรัพยากรองค์กร (ERP) กรมการค้าภายใน (ครั้งที่ ๒) ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e- bidding) ราคากลางของงานจ้าง ในการประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น ๑๑,000,000.00 บาท (สิบเอ็ด ล้านบาทถ้วน) จํานวน ๑ รายการ
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน
วันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
๑. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กําหนด ๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๖๙ ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐ น. ถึง ๑๒.๐๐ น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่ ประกาศจนถึงวันเสนอราคา
ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่
๓๙/๒๕๖๙ ลงวันที่ ๒๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ www.dit.go.th หรือ www.gprocurement.go.th
ประกาศ ณ วันที่ ๒๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๙
ญาณี ศรีมณี
(นางสาวญาณี ศรีมณี)
รองอธิบดี ปฏิบัติราชการแทน
อธิบดีกรมการค้าภายใน
สําเนาถูกต้อง
วิลาวรรณ พึ่งคล้าย (นางสาววิลาวรรณ พึ่งคล้าย)
นักวิชาการพัสดุชํานาญการพิเศษ ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๙
โดย นางสาววิลาวรรณ พึ่งคล้าย นักวิชาการ
พัสดุชํานาญการพิเศษ