ประกวดราคาจ้างการดำเนินโครงการจัดคณะผู้แทนแสวงหาโอกาสทางการค้าการลงทุนในภูมิภาคเอเชีย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (MSMEs) ของไทยในตลาดต่างประเทศ และเพื่อขยายโอกาสในการเข้าถึงตลาดส่งออกทั้งตลาดเดิมและตลาดใหม่ในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาธารณรัฐประชาชนจีนและสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงและมีความสำคัญต่อการค้าและการลงทุนของไทย กรมการค้าต่างประเทศเล็งเห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมผู้ประกอบการให้สามารถเข้าถึงตลาดต่างประเทศได้มากขึ้น เพื่อสร้างรายได้เข้าประเทศ ก่อให้เกิดการผลิตและจ้างงานภายในประเทศ รวมถึงการกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก โครงการนี้จะประกอบด้วยการจัดอบรมเตรียมความพร้อมด้านกฎระเบียบการค้า ขั้นตอนการส่งออก และเทคนิคการเจรจาธุรกิจกับต่างประเทศ จากนั้นจะนำคณะผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือกเดินทางไปเจรจาธุรกิจ (Business Matching) และแสวงหาโอกาสทางการค้าในประเทศเป้าหมาย พร้อมทั้งจัดประชุมหารือกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และองค์กรที่มีความเป็นเลิศในแต่ละประเทศ รวมถึงการสำรวจตลาดและระบบโลจิสติกส์ ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับประโยชน์จากการพัฒนาศักยภาพ องค์ความรู้ และการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ เพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจสู่ตลาดโลก
English summary
The Department of Foreign Trade, Ministry of Commerce, is organizing the “Trade and Investment Opportunity Seeking Mission to Asia Project for Fiscal Year 2026”. This initiative aims to enhance the capabilities and expand market opportunities for Thai MSMEs, particularly in the agriculture, food, and manufacturing sectors. The project includes preparatory training and a trade mission for selected entrepreneurs to conduct business negotiations in the People’s Republic of China and the Republic of Indonesia, or other designated countries. The goal is to foster business networks and improve competitiveness in the global market.
กรุงเทพมหานคร หรือจังหวัดในปริมณฑล (สำหรับการอบรม)
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการ MSMEs ให้สามารถแข่งขันได้มากขึ้นในตลาดต่างประเทศ
- เพื่อขยายโอกาสผู้ประกอบการ MSMEs ที่มีศักยภาพ ในการเข้าถึงตลาดส่งออกทั้งตลาดเดิมและตลาดใหม่ ในภูมิภาคเอเชีย
ขอบเขตของงาน
- การจัดทำแผนการดำเนินงาน (Concept, Theme, Slogan, Key Visual)
- การจัดอบรมเตรียมความพร้อมด้านกฎระเบียบการค้าของประเทศเป้าหมาย, ขั้นตอนการส่งออกสินค้า, และเทคนิคการเจรจาธุรกิจกับต่างประเทศ
- การจัดคณะผู้แทนการค้าพร้อมผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือกเดินทางไปเจรจาธุรกิจและแสวงหาโอกาสทางการค้าใน 2 ประเทศเป้าหมาย (เช่น สาธารณรัฐประชาชนจีน, สาธารณรัฐอินโดนีเซีย หรือประเทศอื่น ๆ)
- การจัดกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างผู้ประกอบการไทยกับผู้ประกอบการต่างประเทศ
- การจัดประชุมหารือระหว่างคณะผู้แทนการค้ากับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนของไทยหรือต่างประเทศ
- การจัดประชุมหารือระหว่างคณะผู้แทนการค้ากับองค์กรหรือบริษัทที่มีความเป็นเลิศในด้านต่าง ๆ
- การจัดกิจกรรมสำรวจตลาดสินค้าไทยและสินค้าที่เป็นคู่แข่ง รวมถึงการสำรวจระบบโลจิสติกส์สำหรับการนำเข้าสินค้าจากไทย
- การดำเนินการด้านการอำนวยความสะดวกในการเดินทาง, ที่พัก, และล่ามในแต่ละประเทศเป้าหมาย
- การดำเนินการด้านประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์
- การดำเนินการด้านของที่ระลึก
- การดำเนินการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
- ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในการดำเนินโครงการ
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- แผนการดำเนินงานโครงการ
- การจัดอบรมเตรียมความพร้อม
- การจัดคณะผู้แทนการค้าพร้อมผู้ประกอบการเดินทางไปเจรจาธุรกิจใน 2 ประเทศเป้าหมาย (รวมกิจกรรม Business Matching, การประชุมหารือ, การสำรวจตลาด)
- การอำนวยความสะดวกด้านการเดินทาง, ที่พัก, ล่าม
- การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์
- ของที่ระลึก
ระยะเวลาดำเนินการ
- ช่วงเวลาดำเนินการ: มิถุนายน – กันยายน 2569 หรือตามที่กรมการค้าต่างประเทศกำหนด
- การจัดอบรม: จำนวน 2 ครั้ง ในพื้นที่กรุงเทพฯ หรือปริมณฑล รวมไม่น้อยกว่า 2 วัน
- การจัดคณะผู้แทนการค้า: ประเทศละ 1 ครั้ง ครั้งละไม่น้อยกว่า 4 วัน (รวมวันเดินทาง) ใน 2 ประเทศเป้าหมาย
- ระยะเวลาดำเนินการทั้งหมด: ภายในวันที่ 7 กันยายน 2569
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- มีความสามารถตามกฎหมาย
- ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
- ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
- ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานรัฐ
- ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงาน
- มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างฯ กำหนด
- เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
- ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
- ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย
- ต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP)
- Standards Compliance: ไม่ระบุ
- Experience:
- มีผลงานเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมเจรจาธุรกิจในต่างประเทศ และกิจกรรมอื่นที่เกี่ยวข้องในโครงการ
- มูลค่าผลงานไม่น้อยกว่า 2,000,000.00 บาท (สองล้านบาทถ้วน) ต่อสัญญาเดียว
- เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานราชการ, รัฐวิสาหกิจ, หรือเอกชน
- จำนวนอย่างน้อย 2 ผลงาน
- ดำเนินการแล้วเสร็จภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปีย้อนหลัง นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอ
- Previous Project Cost: ไม่ระบุ (แต่มีข้อกำหนดเรื่องมูลค่าผลงานขั้นต่ำ)
- Technical Capabilities: ไม่ระบุ (แต่ต้องมีความสามารถในการจัดกิจกรรมเจรจาธุรกิจ, การเดินทางระหว่างประเทศ, การประชาสัมพันธ์)
- Personnel: ไม่ระบุ
- Exclude the basic requirements(valid business license, has a legal entity…): ได้ถูกยกเว้นตามคำสั่ง
เกณฑ์การพิจารณา
ไม่ระบุใน TOR ฉบับนี้
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- การจัดทำแผนการดำเนินงาน (Concept, Theme, Slogan, Key Visual)
- การจัดอบรมเตรียมความพร้อมด้านกฎระเบียบการค้า, ขั้นตอนการส่งออก, เทคนิคการเจรจาธุรกิจ
- การจัดคณะผู้แทนการค้า, การจัด Business Matching, การประชุมหารือกับหน่วยงานภาครัฐ/เอกชน/องค์กรชั้นนำ, การสำรวจตลาดและโลจิสติกส์
- การอำนวยความสะดวกด้านการเดินทาง, ที่พัก, ล่าม
- การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์
- การจัดหาของที่ระลึก
- การใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 50
เงื่อนไขสัญญา
- การชำระเงิน: ไม่ระบุ
- การปรับ: ไม่ระบุ
- การรับประกันผลงาน: ไม่ระบุ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- ผู้ประกอบการประเภทใดบ้างที่สามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้?
- ผู้ประกอบการต้องมีคุณสมบัติเฉพาะด้านใดบ้างในการเข้าร่วมโครงการ?
- ประเทศเป้าหมายในการเดินทางไปเจรจาธุรกิจคือประเทศใดบ้าง?
- กิจกรรม Business Matching จะจัดขึ้นในรูปแบบใด?
- มีการสนับสนุนด้านการเดินทางและที่พักสำหรับผู้ประกอบการหรือไม่?
- โครงการนี้มีระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่เมื่อใดถึงเมื่อใด?
- ผู้ประกอบการจะได้รับประโยชน์อะไรจากการเข้าร่วมโครงการนี้?
- มีข้อกำหนดเกี่ยวกับสัดส่วนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศหรือไม่?
- หากผู้ยื่นข้อเสนอเป็น “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
- มีการกำหนดมูลค่าสุทธิของกิจการ หรือทุนจดทะเบียนขั้นต่ำสำหรับผู้ยื่นข้อเสนอหรือไม่?
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
(ร่าง) ขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR)
การดําเนินโครงการจัดคณะผู้แทนแสวงหาโอกาสทางการค้าการลงทุนในภูมิภาคเอเชีย
ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
หลักการและเหตุผล
๑.๑ จากข้อมูลของสํานักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ในปี ๒๕๖๗ ไทยมีผู้ประกอบการ MSMEs (Micro, Small and Medium Enterprises) รวมกว่า ๓.๒๖ ล้านราย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ ๙๙.๕ ของจํานวนวิสาหกิจทั้งประเทศ และมีสัดส่วนการจ้างงานร้อยละ ๖๘.๔ ของประเทศ แต่มีสัดส่วน GDP เพียงร้อยละ ๓๕ ของประเทศเท่านั้น นอกจากนี้ การส่งออกโดย MSMEs ปี ๒๕๑๗ มีมูลค่าเพียง ๑.๓๘ ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ ๑๓.๑ ของการส่งออกรวม ขณะที่ผู้ประกอบการรายใหญ่และอื่น ๆ มีสัดส่วนการส่งออก สูงถึงร้อยละ ๔๖.๙ ดังนั้น หากผู้ประกอบการ MSMEs สามารถเข้าถึงตลาดต่างประเทศได้มากขึ้น ก็จะช่วย สร้างรายได้เข้าประเทศ ก่อให้เกิดการผลิตและจ้างงานภายในประเทศ รวมถึงการกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก ๑.๒ ในช่วงปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจและการค้าชายแดนไทยได้รับผลกระทบจากความไม่สงบตามแนวชายแดน ไทย- กัมพูชา ทําให้ต้องมีการปิดด่านชายแดนและช่องทางการค้าทางชายแดนด้านกัมพูชาทั้งหมด รวมถึงสถานการณ์ การเมืองภายในและมาตรการทางการค้าที่เป็นอุปสรรคต่อการส่งออกนําเข้าสินค้าของเมียนมา ส่งผลให้ผู้ประกอบการค้า
ชายแดนและผู้ส่งออกสินค้าผ่านทางชายแดนได้รับผลกระทบไม่สามารถส่งสินค้าออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้ตามปกติ ต้องมีการระงับการส่งออกหรือเปลี่ยนเส้นทางการขนส่งสินค้า ทําให้ต้นทุนด้านโลจิสติกส์และการขนส่งสินค้าเพิ่ม มากขึ้นอย่างมีนัยสําคัญ นอกจากนี้ ภัยธรรมชาติที่รุนแรงและคาดการณ์ได้ยาก เช่น อุทกภัยครั้งใหญ่ในภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดสงขลา ได้ส่งผลให้ผู้ประกอบการค้าชายแดนจํานวนมากได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง
ๆ
๑.๓ กรมการค้าต่างประเทศ ซึ่งมีภารกิจในการส่งเสริมการค้าชายแดนและผ่านแดน เล็งเห็นถึงความสําคัญ ของการส่งเสริมผู้ประกอบการ ทั้งในพื้นที่จังหวัดชายแดน และจังหวัดอื่น ๆ ที่มีศักยภาพให้สามารถส่งออกสินค้า ไปยังประเทศเพื่อนบ้านและประเทศอื่น ๆ ได้ โดยเฉพาะการหาโอกาสและช่องทางการค้าใหม่ ๆ แก่ผู้ประกอบการ ที่ได้รับผลกระทบ จึงเห็นควรบูรณาการร่วมกับ สสว. ดําเนินโครงการจัดคณะผู้แทนแสวงหาโอกาสทางการค้าการ ลงทุนในภูมิภาคเอเชีย เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงตลาดต่างประเทศแก่ผู้ประกอบการ MSMEs ดังกล่าว ที่มีศักยภาพ เพื่อต่อยอดการพัฒนาผู้ประกอบการสู่ตลาดโลก โดยเริ่มต้นจากตลาดในภูมิภาคเอเชียซึ่งเป็นตลาด ที่มีความคุ้นเคยกับสินค้าและเอกลักษณ์ความเป็นไทยเป็นอย่างดี ประกอบด้วยพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่มีความสําคัญ ดังนี้
๑.๓.๑ สาธารณรัฐประชาชนจีน: เป็นคู่ค้าสําคัญอันดับต้นของไทยและมีบทบาทอย่างยิ่งในระบบเศรษฐกิจ และการค้าของภูมิภาคเอเชีย ด้วยขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่และการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จีนจึงเป็นตลาดที่มีอิทธิพล ต่อทิศทางการค้า การลงทุน และห่วงโซ่อุปทานของไทย อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ โครงสร้างพื้นฐาน และเครือข่ายการค้าระหว่างประเทศที่เชื่อมโยงไทยกับตลาดโลก สําหรับผู้ประกอบการไทย จีนจึงมีความสําคัญ ทั้งในฐานะตลาดหลัก แหล่งวัตถุดิบ และพันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งช่วยเสริมสร้างโอกาสในการขยายธุรกิจและ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
๑.๓.๒ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย: เป็นหนึ่งในคู่ค้าสําคัญของไทยและเป็นตลาดที่มีฐานประชากรขนาดใหญ่
ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีความต้องการสินค้ากลุ่มอุปโภค/บริโภค สุขภาพ ความงาม และ ผลิตภัณฑ์ฮาลาล (Halal) ซึ่งสอดคล้องกับศักยภาพของผู้ประกอบการไทย รวมถึงเป็นประเทศสมาชิกแผนงาน การพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่ายอินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย (Indonesia-Malaysia-Thailand Growth Triangle:
IMT-GT) โดยยังมีโอกาสในการขยายช่องทางและเพิ่มมูลค่าทางการค้าในตลาดดังกล่าวได้อีกเป็นจํานวนมาก
การคัดเลือกพื้นที่เป้าหมายดังกล่าว จึงเป็นการดําเนินงานเชิงรุกเพื่อสร้างช่องทางใหม่ในการเข้าถึงคู่ค้า
ที่มีศักยภาพโดยตรง ช่วยลดผลกระทบจากอุปสรรคทางการค้าในพื้นที่เดิม และมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายพันธมิตร ทางการค้าระหว่างประเทศอย่างยั่งยืน
abscon
(นายณัฐ วิมลจันทร์) (นางสาวปริญดา นิโรธสมาบัติ)
ประธานกรรมการ
กรรมการ
Jarit?
กามาส แปนเด
เส รพสต
กรรมการและเลขานุการ
(นายคริษฐ์ ภูวกาญจนะ) (นางสาวกชามาส แป้นเกลี้ยง) (นางสาวเพชรพลอย นูมหันต์)
กรรมการ
กรรมการ
๒. วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการ MSMEs ให้สามารถแข่งขันได้มากขึ้นในตลาดต่างประเทศ ๒.๒ เพื่อขยายโอกาสผู้ประกอบการ MSMEs ที่มีศักยภาพ ในการเข้าถึงตลาดส่งออกทั้งตลาดเดิมและตลาดใหม่ ในภูมิภาคเอเชีย
๓.
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
๓.๑ ผู้ประกอบการได้รับการพัฒนาศักยภาพและองค์ความรู้ด้านการทําธุรกิจระหว่างประเทศ ๓.๒ ผู้ประกอบการมีช่องทางและโอกาสเข้าถึงตลาดต่างประเทศได้มากขึ้น
๓.๓
พ
ผู้ประกอบการสามารถสร้างเครือข่ายทางธุรกิจและนําองค์ความรู้/ประสบการณ์จากการเข้าร่วมโครงการ
มาพัฒนาต่อยอดธุรกิจ
๔. กําหนดการดําเนินการ
๔.๑ ช่วงเวลา ในช่วงเดือนมิถุนายน – กันยายน ๒๕๖๙ หรือตามที่กรมการค้าต่างประเทศกําหนด ๔.๒ สถานที่และจํานวนวัน
๔.๒.๑ การจัดอบรม จํานวน ๒ ครั้ง ในพื้นที่กรุงเทพฯ หรือจังหวัดในปริมณฑล รวมไม่น้อยกว่า ๒ วัน
๔.๒.๒ การจัดคณะผู้แทนการค้าพร้อมผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือกเดินทางไปเจรจาธุรกิจ ใน ๒ ประเทศเป้าหมาย (สาธารณรัฐประชาชนจีน และ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย หรือประเทศอื่น ๆ) ประเทศละ ๑ ครั้ง ครั้งละไม่น้อยกว่า ๔ วัน (รวมวันเดินทาง)
๔.๓ ระยะเวลาดําเนินการ ภายในวันที่ ๗ กันยายน ๒๕๖๙
๔.๔ กลุ่มเป้าหมาย วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (MSMEs) ที่มีศักยภาพในการส่งออก ในภาคธุรกิจ เกษตร อาหาร และอุตสาหกรรมการผลิต และต้องเป็นผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนในระบบ SME ONE ID
ของสํานักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)
๕. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๕.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๕.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๕.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๕.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจาก เป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๕.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐ ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการ ผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๕.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ
ภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๕.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
๕.๔ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่กรมการค้าต่างประเทศ ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
บ
๕.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอ ได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
(นายณัฐ วิมลจันทร์) ประธานกรรมการ
له
Lou
Karit
08243 เป็นเก
(นางสาวปริญดา นิโรธสมาบัติ) (นายคริษฐ์ ภูวกาญจนะ) (นางสาวกชามาส แป้นเกลี้ยง) (นางสาวเพชรพลอย นูมหันต์)
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
ไพ หลวง
กรรมการและเลขานุการ
๓
๕.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
๑) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการ กําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลัก มากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้น
ต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้อง ลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
(๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ได้รับ มอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (๓.๑) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจําหน่าย เอกสารซื้อหรือจ้าง
๕.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
๕.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะ การเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกําหนด ให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอ เป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๑
๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอ จะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า ๑ ล้านบาท
๓) สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐.๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอ เป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝาก คงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอ
ในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงิน
ฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
2/summ
(นายณัฐ วิมลจันทร์) ประธานกรรมการ
(นางสาวปริญดา นิโรธสมาบัติ)
กรรมการ
Karit P.
กามาฯ แป้นเกลี้ยก
เพชรพลอง
(นายคริษฐ์ ภูวกาญจนะ) (นางสาวกชามาส แป้นเกลี้ยง) (นางสาวเพชรพลอย นูมหันต์)
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการและเลขานุการ
๔
๔) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่น ข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการ หรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศ
ของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณา จากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจ จากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ําประกันตาม ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุน เพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัท
ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ
ที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่ รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือ สัญชาติไทยตามข้อ ๒) ข้อ ๓) และข้อ ๔) (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี
ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร
พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอ มิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วน
ตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
๖) กรณีตามข้อ ๑) ข้อ ๕) ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้
(๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และงานจ้าง ก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้ว ก่อนวัน ที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
จ้างฯ
(๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติ การจัดซื้อจัด
(๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
alshon
(นายณัฐ วิมลจันทร์)
(นางสาวปริญดา นิโรธสมาบัติ)
ประธานกรรมการ
กรรมการ
Karit P
กากร แบน ก
(นายคริษฐ์ ภูวกาญจนะ) (นางสาวกชามาส แป้นเกลี้ยง) (นางสาวเพชรพลอย นูมหันต์)
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการและเลขานุการ
(๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ ครู ชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๕.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมเจรจาธุรกิจในต่างประเทศ และกิจกรรมอื่น ที่เกี่ยวข้องในโครงการ โดยผลงานมีมูลค่าไม่น้อยกว่า ๒,000,000.00 บาท (สองล้านบาทถ้วน) ซึ่งเป็นผลงาน ที่ดําเนินการแล้วเสร็จเป็นสัญญาเดียว และเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือเอกชน จํานวนอย่างน้อย ๒ ผลงาน ภายในระยะเวลาไม่เกิน ๕ ปีย้อนหลัง นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอ โดยแนบหลักฐานสําเนา สัญญาจ้างหรือหนังสือรับรองผลงานมาพร้อมในวันที่ยื่นข้อเสนอและเสนอราคา ทั้งนี้ กรมการค้าต่างประเทศ
ขอสงวนสิทธิ์ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงสําหรับผลงานที่ยื่น
5. ขอบเขตการดําเนินงาน
ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด โดยจะต้องใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในการดําเนินโครงการ โดยมีขอบเขตการดําเนินงาน ดังนี้
๖.๑ การดําเนินกิจกรรมภายใต้โครงการ
๖.๑.๑ การจัดทําแผนการดําเนินงาน
๖.๑.๒ การจัดอบรมเตรียมความพร้อมด้านกฎระเบียบการค้าของประเทศเป้าหมายที่สําคัญ ขั้นตอนการส่งออก สินค้า และเทคนิคการเจรจาธุรกิจกับต่างประเทศ
๖.๑.๓ การจัดคณะผู้แทนการค้าพร้อมผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือกไปเจรจาธุรกิจและแสวงหาโอกาส ทางการค้าใน ๒ ประเทศเป้าหมาย
๑) การจัดกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างผู้ประกอบการไทยกับ ผู้ประกอบการต่างประเทศ ในแต่ละประเทศเป้าหมาย
๒) การจัดประชุมหารือระหว่างคณะผู้แทนการค้ากับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนของไทย
หรือต่างประเทศ ในแต่ละประเทศเป้าหมาย
๓) การจัดประชุมหารือระหว่างคณะผู้แทนการค้ากับองค์กรหรือบริษัทที่มีความเป็นเลิศในด้านต่าง ๆ ของแต่ละประเทศเป้าหมาย
๔) การจัดกิจกรรมสํารวจตลาดสินค้าไทยและสินค้าที่เป็นคู่แข่งในตลาดประเทศนั้น ๆ และการสํารวจ
ระบบโลจิสติกส์สําหรับการนําเข้าสินค้าจากไทย ของแต่ละประเทศเป้าหมาย
๖.๒ การดําเนินการด้านการอํานวยความสะดวก
๖.๒.๑ การดําเนินการด้านการเดินทาง และการอํานวยความสะดวกที่เกี่ยวข้องในแต่ละประเทศเป้าหมาย ๖.๒.๒ การดําเนินการด้านโรงแรมที่พักในแต่ละประเทศเป้าหมาย
๖.๒.๓ การดําเนินการด้านล่ามประจําคณะผู้แทนการค้าในแต่ละประเทศเป้าหมาย
๖.๓ การดําเนินการด้านประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์
๖.๔ การดําเนินการด้านของที่ระลึก
๖.๕ การดําเนินการอื่น ๆ
๗. รายละเอียดการดําเนินงาน ให้ดําเนินการและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด โดยมีรายละเอียด ดังนี้
๗.๑ การดําเนินกิจกรรมภายใต้โครงการ
๗.๑.๑ การจัดทําแผนการดําเนินงาน ให้ดําเนินการ ดังนี้
๑) นําเสนอแนวคิดการจัดงาน (Concept) รูปแบบ (Theme) ชื่อสโลแกน (Slogan) และสัญลักษณ์ (Key Visual) ของโครงการ เพื่อใช้สําหรับตกแต่งสถานที่และสื่อประชาสัมพันธ์
ว
(นายณัฐ วิมลจันทร์) ประธานกรรมการ
alian (นางสาวปริญดา นิโรธสมาบัติ)
กรรมการ
Zaritz
ดามาร เป็นเก
GKN STY
(นายคริษฐ์ ภูวกาญจนะ) (นางสาวกชามาส แป้นเกลี้ยง) (นางสาวเพชรพลอย นูมหันต์)
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการและเลขานุการ