จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างตรวจประเมินสภาพแวดล้อมในการทำงานประจำปี 2569 เลขที่ หจก4. 28/2569

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย 69059495025
฿1,712,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 9 ก.ค. 2569 นนทบุรี
รายละเอียดการจ้าง

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยฝ่ายความปลอดภัย มีความประสงค์จะจัดจ้างหน่วยงานภายนอกเพื่อดำเนินการตรวจประเมินสภาพแวดล้อมในการทำงาน ประจำปี 2569 เพื่อให้การบริการตรวจวัดสภาพแวดล้อมเป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว และครบถ้วน ครอบคลุมพื้นที่โรงไฟฟ้า เขื่อน และสำนักงานในภาคต่างๆ ทั่วประเทศ ได้แก่ ภาคกลาง (โรงไฟฟ้า 3 แห่ง) ภาคเหนือ (โรงไฟฟ้า/เขื่อน 3 แห่ง) ภาคตะวันตก (เขื่อน 3 แห่ง) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (โรงไฟฟ้า/เขื่อน 12 แห่ง) ภาคใต้ (โรงไฟฟ้า/เขื่อน/ฝ่ายปฏิบัติการ 5 แห่ง) และสำนักงานกลางและปริมณฑล โดยมีวงเงินงบประมาณรวมทั้งสิ้น 1,712,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเป็นนิติบุคคล มีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่จ้าง โดยเป็นผลงานในสัญญาเดียวที่แล้วเสร็จสมบูรณ์ มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 500,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และต้องได้รับการขึ้นทะเบียนและอนุญาตให้เป็นหน่วยงานให้บริการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในการทำงานตาม พ.ร.บ. ความปลอดภัยฯ โดยระยะเวลาการขึ้นทะเบียนต้องครอบคลุมตลอดสัญญา การพิจารณาคัดเลือกจะใช้เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น โดยมีน้ำหนักด้านเทคนิค 60% และด้านราคา 40%

English summary

The Electricity Generating Authority of Thailand (EGAT) intends to procure external services for the assessment of working environment conditions for the year 2026. This project covers power plants, dams, and offices across various regions including Central, Northern, Western, Northeastern, Southern, and the Bangkok Metropolitan Region, with an estimated budget of 1,712,000 Baht (including VAT). Bidders must be legal entities, possess a track record in similar work valued at no less than 500,000 Baht (including VAT) per single contract, and be registered as a service provider for working environment measurement and analysis according to relevant laws. The evaluation will be based on a combination of technical and price criteria, with technical aspects weighted at 60% and price at 40%.

สถานที่ดำเนินการ

พื้นที่โรงไฟฟ้า เขื่อน และสำนักงานต่างๆ ของ กฟผ. ทั่วประเทศ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อให้บริการตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทำงานแก่หน่วยงานต่างๆ ของ กฟผ.
  • เพื่อปกป้องคุ้มครองสุขภาพอนามัยที่ดีของผู้ปฏิบัติงาน
  • เพื่อดำเนินการตามข้อกำหนดของกฎหมาย
  • เพื่อให้สามารถให้บริการงานตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทำงานแก่หน่วยงานต่างๆ ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และครบถ้วนมากยิ่งขึ้น

ขอบเขตของงาน

  • งานตรวจประเมินสภาพแวดล้อมในการทำงานในพื้นที่โรงไฟฟ้า (ภาคกลาง) จำนวน 3 แห่ง
  • งานตรวจประเมินสภาพแวดล้อมในการทำงานในพื้นที่โรงไฟฟ้า/เขื่อน (ภาคเหนือ) จำนวน 3 แห่ง
  • งานตรวจประเมินสภาพแวดล้อมในการทำงานในพื้นที่เขื่อน (ภาคตะวันตก) จำนวน 3 แห่ง
  • งานตรวจประเมินสภาพแวดล้อมในการทำงานในพื้นที่โรงไฟฟ้า/เขื่อน/หน่วยงาน (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) จำนวน 12 แห่ง
  • งานตรวจประเมินสภาพแวดล้อมในการทำงานในพื้นที่ฝ่ายปฏิบัติการ/สำนักงาน/โรงไฟฟ้า/เขื่อน (ภาคใต้) จำนวน 5 แห่ง
  • งานตรวจประเมินสภาพแวดล้อมในการทำงานในพื้นที่สำนักงานกลางและปริมณฑล (จังหวัดนนทบุรี กรุงเทพมหานคร และสมุทรปราการ)
  • การตรวจประเมินครอบคลุมด้านแสงสว่าง เสียง ความร้อน และสารเคมี ตามรายละเอียดจำนวนจุดตรวจวัดที่ระบุในเอกสารแนบ
  • การจัดทำรายงานผลการตรวจประเมินสภาพแวดล้อมในการทำงานฉบับสมบูรณ์

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • รายงานผลการตรวจประเมินสภาพแวดล้อมในการทำงานฉบับสมบูรณ์ (ในรูปแบบ E-mail, PDF, Hard Copy และ USB flash drive)
  • แบบรายงานผลการตรวจประเมินสภาพแวดล้อมในการทำงานด้านต่างๆ ตามแบบฟอร์มที่กำหนด (รสส.1, รสส.2, รสส.3, สอ.3)
  • แผนผังแสดงตำแหน่งที่ทำการตรวจวัด
  • รูปภาพการตรวจวัดทุกพื้นที่
  • เอกสารรับรองการปรับเทียบเครื่องมือและอุปกรณ์
  • เอกสารรับรองนิติบุคคลที่ขึ้นทะเบียนตามกฎหมาย
  • ข้อมูลประกอบอื่น ๆ เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการป้องกัน/ควบคุมผลกระทบ
  • แผนการทำงาน

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาดำเนินการตามสัญญา: 150 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  • การส่งมอบรายงานผลการตรวจประเมินสภาพแวดล้อมในการทำงานฉบับสมบูรณ์: ภายใน 25 วัน หลังจากการดำเนินการตรวจประเมินภาคสนามวันสุดท้ายแล้วเสร็จในแต่ละสถานประกอบกิจการ

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • เป็นนิติบุคคล
    • ได้รับการขึ้นทะเบียนและได้รับอนุญาตให้เป็นหน่วยงานให้บริการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในการทำงาน ตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2564 โดยระยะเวลาการขึ้นทะเบียนต้องครอบคลุมตลอดช่วงระยะเวลาดำเนินงานตามสัญญา
  • Standards Compliance:
    • การตรวจประเมินต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายและประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกำหนด (เช่น กฎกระทรวง, ประกาศกรมสวัสดิการฯ เกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง เสียง และสารเคมี)
  • Experience:
    • มีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่จะดำเนินการจัดจ้างครั้งนี้ คือ งานตรวจวัดสภาพแวดลล้อมในการทำงาน
    • ผลงานต้องเป็นสัญญาเดียวเท่านั้น และเป็นสัญญาที่ผู้รับจ้างได้ทำงานแล้วเสร็จตามสัญญา ซึ่งได้มีการส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
    • เป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานเอกชนที่ กฟผ. เชื่อถือ
  • Previous Project Cost:
    • มีราคางานสัญญาเดียวไม่ต่ำกว่า 500,000.00 บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • Technical Capabilities:
    • มีเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการตรวจประเมิน พร้อมระบุยี่ห้อ รุ่น และมาตรฐานเครื่องมือ
    • ระบุวิธีมาตรฐานที่ใช้ในการตรวจประเมินสารเคมีแต่ละชนิด
    • ระบุวิธีการวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ และชื่อห้องปฏิบัติการที่วิเคราะห์ตัวอย่าง โดยต้องมีเอกสารแสดงความสามารถของห้องปฏิบัติการ
  • Personnel:
    • ระบุรายชื่อและประสบการณ์ของผู้ดำเนินการตรวจประเมิน โดยให้ระบุผู้ทำหน้าที่หัวหน้างานตรวจวัดและเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน (จป.) ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น จป. ประจำชุดปฏิบัติงาน
    • คุณสมบัติของผู้ดำเนินการตรวจวัดเป็นไปตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์วิธีการตรวจวัดและการวิเคราะห์ผลการตรวจวัดระดับความเข้มข้นของสารเคมีอันตราย
    • มีหนังสือแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน และหลักฐานการขึ้นทะเบียนฯ

เกณฑ์การพิจารณา

  • เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น โดยมีน้ำหนักปัจจัยหลัก 2 ตัว คือ:
    • ด้านเทคนิค: น้ำหนัก 60% (ประกอบด้วย ผลงาน 40 คะแนน, ความพร้อมด้านทรัพยากรบุคคลและเครื่องมือ 60 คะแนน)
    • ด้านราคา: น้ำหนัก 40% (ผู้เสนอราคาต่ำสุดได้คะแนนเต็ม 100 คะแนน)
  • ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่ได้คะแนนรวมสูงสุดเป็นผู้ชนะการประกวดราคา
  • กฟผ. สงวนสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ของงาน

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • การตรวจประเมินระดับความร้อน: วัดค่าอุณหภูมิ (Wet Bulb, Dry Bulb, Globe, WBGT), ภาระงาน (Workload) ตามกฎกระทรวงและประกาศกรมสวัสดิการฯ
  • การตรวจประเมินแสงสว่าง: วัดความเข้มของแสงสว่างแบบจุดและแบบพื้นที่ ตามกฎกระทรวงและประกาศกรมสวัสดิการฯ
  • การตรวจประเมินเสียงดัง: วัดระดับเสียงเฉลี่ยตลอดเวลาการทำงาน (TWA) ด้วย Noise Dosimeter หรือ Sound Level Meter และระดับเสียงเทียบเท่าต่อเนื่องช่วงเวลา 5 นาที (Leq 5 min) ตามกฎกระทรวงและประกาศกรมสวัสดิการฯ
  • การตรวจประเมินสารเคมี: ประเมินความเข้มข้นของสารเคมีในบรรยากาศการทำงานตามขีดจำกัดความเข้มข้นที่กฎหมายกำหนด หรือมาตรฐาน ACGIH โดยใช้วิธีการตรวจวัดและวิเคราะห์ตามประกาศกรมสวัสดิการฯ
  • เครื่องมือและอุปกรณ์: ต้องได้รับการสอบเทียบความถูกต้อง (External Calibration) ไม่เกิน 1 ปี ณ วันที่ใช้ในการตรวจประเมิน
  • การรายงานผล: จัดทำรายงานตามแบบฟอร์มที่กำหนด (รสส.1, รสส.2, รสส.3, สอ.3) พร้อมแผนผัง รูปภาพ และเอกสารรับรองต่างๆ

เงื่อนไขสัญญา

  • การจ่ายเงิน: จ่ายเงิน 100% เมื่อคณะกรรมการตรวจรับได้ทำการตรวจรับไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
  • การปรับ: กรณีส่งมอบงานล่าช้า หรือไม่สามารถดำเนินการได้ตามสัญญา จะปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.1 ของมูลค่าสัญญา แต่ไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท
  • การบังคับค่าปรับ ค่าเสียหาย และค่าใช้จ่าย: ผู้รับจ้างต้องชดใช้ค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายให้แก่ กฟผ. ภายใน 7 วัน หรือ กฟผ. มีสิทธิหักจากเงินค่าจ้างหรือหลักประกันสัญญา
  • การรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ: ผู้รับจ้างต้องรักษาข้อมูลที่เป็นความลับตามที่กำหนดในภาคผนวก ก.
  • การจัดการความปลอดภัยผู้รับจ้าง: ผู้รับจ้างต้องดำเนินการตามระเบียบ กฟผ. ฉบับที่ 396 ว่าด้วย การจัดการความปลอดภัยผู้รับจ้าง (บัญชี 3-5)
  • การกรอกข้อมูลในแบบฟอร์มสรุปข้อมูล: ต้องกรอกข้อมูลในแบบฟอร์มสรุปข้อมูลการตรวจวัดให้แก่ กฟผ. และบันทึกผลในระบบสารสนเทศสุขศาสตร์อุตสาหกรรม (Industrial Hygiene Software)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q1: ขอบเขตของงานครอบคลุมพื้นที่ใดบ้าง?
    • A1: ครอบคลุมพื้นที่โรงไฟฟ้า เขื่อน และสำนักงานในภาคกลาง เหนือ ตะวันตก ตะวันออกเฉียงเหนือ ใต้ และปริมณฑล รวม 30 แห่ง
    • Q2: คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกัน มูลค่าเท่าใด?
    • A2: ต้องมีผลงานสัญญาเดียวที่แล้วเสร็จสมบูรณ์ มูลค่าไม่ต่ำกว่า 500,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
    • Q3: การประเมินผลการประกวดราคาใช้อะไรเป็นเกณฑ์?
    • A3: ใช้เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น โดยมีน้ำหนักด้านเทคนิค 60% และด้านราคา 40%
    • Q4: ระยะเวลาในการส่งมอบรายงานผลการตรวจประเมินหลังจากการตรวจวัดภาคสนามคือเท่าใด?
    • A4: ภายใน 25 วัน หลังจากการดำเนินการตรวจประเมินภาคสนามวันสุดท้ายแล้วเสร็จในแต่ละสถานประกอบกิจการ
    • Q5: หากส่งมอบงานล่าช้าจะมีค่าปรับอย่างไร?
    • A5: จะถูกปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.1 ของมูลค่าตามสัญญา แต่ไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท
    • Q6: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีใบอนุญาตประเภทใดบ้าง?
    • A6: ต้องได้รับการขึ้นทะเบียนและได้รับอนุญาตให้เป็นหน่วยงานให้บริการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในการทำงาน ตาม พ.ร.บ. ความปลอดภัยฯ
    • Q7: การตรวจประเมินครอบคลุมปัจจัยด้านใดบ้าง?
    • A7: ครอบคลุมด้านแสงสว่าง เสียง ความร้อน และสารเคมี
    • Q8: เอกสารประกอบการยื่นข้อเสนอทางด้านเทคนิคต้องมีอะไรบ้าง?
    • A8: ต้องระบุเครื่องมือและอุปกรณ์ (ยี่ห้อ/รุ่น/มาตรฐาน), วิธีการตรวจประเมินสารเคมี, วิธีการวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ, และรายชื่อ/ประสบการณ์ผู้ดำเนินการ
    • Q9: การจ่ายเงินค่าจ้างเป็นอย่างไร?
    • A9: จ่ายเงิน 100% เมื่อคณะกรรมการตรวจรับได้ทำการตรวจรับงานไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
    • Q10: มีข้อกำหนดพิเศษเกี่ยวกับความปลอดภัยของผู้รับจ้างหรือไม่?
    • A10: ผู้รับจ้างต้องดำเนินการตามระเบียบ กฟผ. ฉบับที่ 396 ว่าด้วย การจัดการความปลอดภัยผู้รับจ้าง และต้องมีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย (จป.) ประจำชุดปฏิบัติงานทุกครั้ง

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
งานจ้างตรวจประเมินสภาพแวดล้อมในการท างาน ประจ าปี2569
ด้วย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มีความประสงค์จะจัดจ้างตรวจประเมินสภาพแวดล้อมใน การท างาน ประจ าปี2569 วงเงินงบประมาณรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 1,712,000.00 บาท (หนึ่งล้านเจ็ดแสนหนึ่งหมื่น สองพันบาทถ้วน) โดยมีรายละเอียดสาระส าคัญของขอบเขตของงาน (TOR) ดังต่อไปนี้

  1. ความเป็นมา
    เนื่องจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยกองส่งเสริมและก ากับการปฏิบัติด้านคุณภาพ และความปลอดภัย (กสคป-ห.) ฝ่ายความปลอดภัย (อปภ.) มีหน้าที่รับผิดชอบหลักในการให้บริการตรวจวัด สภาพแวดล้อมในการท างานแก่หน่วยงานต่าง ๆ ของ กฟผ. เพื่อปกป้องคุ้มครองสุขภาพอนามัยที่ดีของผู้ปฏิบัติงาน และด าเนินการตามข้อก าหนดของกฎหมาย ในการนี้การจ้างหน่วยงานภายนอกเพื่อด าเนินการตรวจวัด หรือตรวจประเมินสภาพแวดล้อมในการท างานแก่หน่วยงานต่าง ๆ จึงเป็นวิธีการบริหารจัดการเพื่อให้อปภ. สามารถให้บริการงานดังกล่าว แก่หน่วยงานต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และครบถ้วนมากยิ่งขึ้น
  2. วัตถุประสงค์
    กฟผ. มีความประสงค์จะจ้างตรวจประเมินสภาพแวดล้อมในการท างาน ประจ าปี2569 ตามรายละเอียด ดังนี้
    รายการที่ 1 งานตรวจประเมินสภาพแวดล้อมในการท างานในพื้นที่โรงไฟฟ้า (ภาคกลาง) รายการที่ 2 งานตรวจประเมินสภาพแวดล้อมในการท างานในพื้นที่โรงไฟฟ้า/เขื่อน (ภาคเหนือ) รายการที่ 3 งานตรวจประเมินสภาพแวดล้อมในการท างานในพื้นที่เขื่อน (ภาคตะวันตก) รายการที่ 4 งานตรวจประเมินสภาพแวดล้อมในการท างานในพื้นที่โรงไฟฟ้า/เขื่อน/หน่วยงาน (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)
    รายการที่ 5 งานตรวจประเมินสภาพแวดล้อมในการท างานในพื้นที่ฝ่ายปฏิบัติการ/ส านักงาน/โรงไฟฟ้า/ เขื่อน (ภาคใต้)
    รายการที่ 6 งานตรวจประเมินสภาพแวดล้อมในการท างานในพื้นที่ส านักงานกลางและปริมณฑล
  3. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
    3.1 เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ข้อ 2 “คุณสมบัติของผู้ ยื่นข้อเสนอ”
    3.2 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นนิติบุคคล
    3.3 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่จะด าเนินการจัดจ้างครั้งนี้คือ งานตรวจวัด สภาพแวดล้อมในการท างาน ซึ่งผลงานดังกล่าว ต้องเป็นผลงานในสัญญาเดียวเท่านั้น และเป็นสัญญาที่ผู้รับจ้างได้ ท างานแล้วเสร็จตามสัญญา ซึ่งได้มีการส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญา โดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานเอกชนที่ กฟผ. เชื่อถือ โดยมีราคางานสัญญา เดียวไม่ต่ ากว่า 500,000.00 บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยต้องแนบหนังสือรับรองผลงาน และ ส าเนาสัญญา มาในวันเสนอราคาด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ด้วย
    3.4 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องได้รับการขึ้นทะเบียนและได้รับอนุญาตให้เป็นหน่วยงานให้บริการตรวจวัดและ วิเคราะห์สภาพแวดล้อมในการท างาน ตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการ ท างาน พ.ศ. 2564 โดยระยะเวลาการขึ้นทะเบียนต้องครอบคลุมตลอดช่วงระยะเวลาด าเนินงานตามสัญญา
  4. ขอบเขตการด าเนินงาน
    ตามเอกสารแนบ จ านวน 28 แผ่น (รายละเอียดขอบเขตของงาน (TOR) จ านวน 9 แผ่น และข้อก าหนด ของงานตรวจประเมินสภาพแวดล้อมในการท างาน จ านวน 19 แผ่น)
  5. เอกสารประกอบการยื่นข้อเสนอ
    ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นเอกสารอย่างน้อยดังต่อไปนี้ เพื่อประกอบการพิจารณามาพร้อมในวันเสนอราคาด้วย วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐอิเล็กทรอนิกส์
    5.1 เป็นไปตามข้อ 3 หลักฐานการยื่นข้อเสนอ ของเอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    5.2 หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลตามคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอข้อ3.2
    5.3 หนังสือรับรองผลงาน และส าเนาสัญญาตามคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอข้อ3.3
    5.4 หลักฐานการขึ้นทะเบียนและได้รับอนุญาตให้เป็นหน่วยงานให้บริการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาพแวดล้อมใน การท างาน ตามคุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอ ข้อ 3.4
    5.5 เอกสารข้อเสนอทางด้านเทคนิคดังนี้
    5.5.1 เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการตรวจประเมิน (ระบุยี่ห้อและรุ่น) และมาตรฐานเครื่องมือ 5.5.2 ระบุวิธีมาตรฐานที่ใช้ในการตรวจประเมินสารเคมีแต่ละชนิดที่ก าหนดตามเอกสารรายละเอียด ประเภท/สถานที่/จ านวนจุดตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการท างาน ประจ าปี2569งานจ้างตรวจประเมินสภาพแวดล้อมใน การท างานในพื้นที่ของแต่ละแห่ง
    5.5.3วิธีการวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ และชื่อห้องปฏิบัติการที่วิเคราะห์ตัวอย่าง โดยต้องมีเอกสาร แสดงความสามารถของห้องปฏิบัติการในการวิเคราะห์ตัวอย่างสารเคมีที่ได้ระบุไว้ในตามเอกสารรายละเอียดประเภท/ สถานที่/จ านวนจุดตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการท างาน ประจ าปี2569งานจ้างตรวจประเมินสภาพแวดล้อมในการท างาน ในพื้นที่ของแต่ละแห่ง
    5.5.4 รายชื่อ และประสบการณ์ของผู้ด าเนินการตรวจประเมิน โดยให้ระบุผู้ท าหน้าที่หัวหน้างาน ตรวจวัดและเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการท างาน (จป.) ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น จป. ประจ าชุดปฏิบัติงานแล้ว ทั้งนี้ คุณสมบัติของผู้ด าเนินการตรวจวัด ให้เป็นไปตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์วิธีการ ตรวจวัดและการวิเคราะห์ผลการตรวจวัดระดับความเข้มข้นของสารเคมีอันตรายฉบับประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 27ธันวาคม 2559
    5.5.5 หนังสือแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการท างาน และการหลักฐานการขึ้นทะเบียนฯ 5.5.6 เอกสารประเมินความเสี่ยงและมาตรการควบคุมป้องกันอันตรายงานตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการ ท างาน
    ผู้ยื่นข้อเสนอที่มีคุณสมบัติไม่ถูกต้อง หรือยื่นเอกสารประกอบการยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วน หรือ ยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้อง คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ ยื่นข้อเสนอรายนั้น
  6. หลักเกณฑ์การเสนอราคา
    6.1 เป็นไปตามข้อ 4 การเสนอราคาของเอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    6.2 ภายหลังการเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาจะต้องแจกแจงรายละเอียดของ ราคาให้กฟผ. ทราบอย่างชัดเจน (ถ้ามี)
    6.3 ราคาที่เสนอจะต้องเสนอก าหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า 90 วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา โดยภายในก าหนดยืน ราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคามิได้
  7. หลักเกณฑ์การพิจารณา
    7.1 เป็นไปตามหัวข้อหลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณาของเอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวด ราคาอิเล็กทรอนิกส์(e-bidding)
    7.2 ในการพิจารณา กฟผ. จะใช้เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น โดยก าหนดตัวแปรปัจจัยหลัก จ านวน 2 ตัว ได้แก่ ด้านเทคนิค มีน้ าหนักเท่ากับร้อยละ 60 และด้านราคา มีน้ าหนักเท่ากับร้อยละ 40 (เทคนิค 60: ราคา 40) โดยน้ าหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ 100 และ กฟผ. จะพิจารณาผู้ยื่นข้อเสนอรายที่ได้คะแนนรวมสูงสุดเป็น ผู้ชนะการประกวดราคาฯ โดยมีรายละเอียดการให้คะแนน ดังนี้
  1. คะแนนด้านเทคนิค (100 คะแนน) ประกอบด้วย
    7.2.1 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่จะด าเนินการจัดจ้างครั้งนี้คือ งาน ตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการท างาน ซึ่งผลงานดังกล่าว ต้องเป็นผลงานในสัญญาเดียวเท่านั้น และเป็นสัญญาที่ผู้ รับจ้างได้ท างานแล้วเสร็จตามสัญญา ซึ่งได้มีการส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว และเป็นผลงานที่เป็น คู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานเอกชนที่ กฟผ. เชื่อถือ โดยมีราคางาน สัญญาเดียวไม่ต่ ากว่า 500,000.00 บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยต้องแนบหนังสือรับรองผลงาน และส าเนาสัญญา มาในวันเสนอราคาด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ด้วย (40 คะแนน)
    7.2.2 ความพร้อมในการปฏิบัติงานด้านทรัพยากรที่เกี่ยวข้องทั้งด้านบุคลากรและเครื่องมือ ตรวจวัด (60 คะแนน)
  2. คะแนนด้านราคา (100 คะแนน)
    ผู้ยื่นข้อเสนอที่เสนอราคาต่ าที่สุด จะได้คะแนนเต็ม 100 คะแนน และผู้ที่เสนอราคาสูงขึ้นในล าดับถัดไป จะได้คะแนนลดลงตามสัดส่วนซึ่งค านวณโดยระบบ e-GP
    กฟผ. สงวนสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ าสุด ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ของงาน และการตัดสินของ กฟผ. ถือเป็นเด็ดขาดที่ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ มิได้
    ตารางเกณฑ์การให้คะแนนข้อเสนอด้านเทคนิค (100 คะแนน)
    ตารางที่ 1 เกณฑ์การประเมินด้านผลงาน (40 คะแนน)
    ล าดับ 1
    รายการพิจารณา
    รายละเอียดเกณฑ์การให้คะแนน
    คะแนน 40
    20
    10
    มีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่จะ ด าเนินการจัดจ้างครั้งนี้คือ งานตรวจวัด สภาพแวดล้อมในการท างาน เป็นผลงาน ที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของ รัฐ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงาน เอกชนที่กฟผ. เชื่อถือ โดยมีราคางาน สัญญาเดียวไม่ต่ ากว่า 500,000.00 บาท (ห้าแสนบาทถ้วน)
    มีผลงาน ≥ 5 โครงการ
    มีผลงาน 3–4 โครงการ
    มีผลงาน 1-2 โครงการ

ตารางที่ 2 เกณฑ์ความพร้อมในการปฏิบัติงานด้านทรัพยากรที่เกี่ยวข้อง (60 คะแนน) ล าดับ คะแนน
รายการพิจารณา
เกณฑ์คะแนน

จ านวนและความพร้อมด้านบุคลากร
จ านวนบุคลากรในทีมตรวจวัด
≥ 25 คน
10-24 คน
< 10 คน

20
1
15
10
หมายเหตุ:

  1. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอจ านวนและรายชื่อทีมตรวจวัดให้ครอบคลุมและครบถ้วนทั้ง 4 รายการ ได้แก่ด้านแสง เสียง ความร้อน และสารเคมีหากบริษัทยื่นไม่ครบขาดรายการใดรายการหนึ่ง จะไม่ได้รับการพิจารณาในข้อนี้
  2. การให้คะแนน จะใช้คะแนนเฉลี่ยของคะแนนจ านวนบุคลากรในทีมตรวจวัดแต่ละรายการ
    จ านวนและความพร้อมด้านเครื่องมือ
    จ านวนรายการเครื่องมือตรวจวัดแต่ละรายการ
    เครื่องมือตรวจวัดแสงสว่าง:
    ≥ 20 เครื่อง
    10-19 เครื่อง
    < 10 เครื่อง

2 108 5

เครื่องมือตรวจวัดเสียง (Sound Level  Meter): 

≥ 20 เครื่อง
10-19 เครื่อง
< 10 เครื่อง
เครื่องมือตรวจวัดเสียง (Noise Dosimeter): ≥ 30 เครื่อง
15-29 เครื่อง
< 15 เครื่อง
เครื่องมือตรวจวัดความร้อน (WBGT): ≥ 30 เครื่อง
20-29 เครื่อง
< 20 เครื่อง

10
8
5
10
8
5
10
8
5
หมายเหตุ:

  1. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงเอกสารของเครื่องมือตรวจวัด พร้อมเอกสารใบรับรอง “รายการเครื่องมือตรวจวัดแนบท้ายใบอนุญาต เป็นนิติบุคคลผู้ให้บริการตรวจวัดฯ” แต่ละประเภท (แสง เสียง ความร้อนและสารเคมี) มาเพื่อประกอบการพิจารณา 2. การให้คะแนน จะพิจารณาให้คะแนนจากจ านวนเครื่องมือที่มีใบรับรอง “รายการเครื่องมือตรวจวัดแนบท้ายใบอนุญาตเป็นนิติ บุคคลผู้ให้บริการตรวจวัดฯ” เท่านั้น เครื่องมือรายการใดที่ไม่มีใบรับรองดังกล่าว จะไม่น ามาคิดคะแนน
    ตารางเกณฑ์การให้คะแนนด้านราคา (100 คะแนน)
    รายการ
    คะแนนด้านราคา
    วิธีการให้คะแนน
    ผู้ยื่นข้อเสนอที่เสนอราคาต่ าที่สุด จะได้คะแนนเต็ม 100 คะแนน
    ผู้ที่เสนอราคาสูงขึ้นในล าดับถัดไปจะได้คะแนนลดลงตามสัดส่วนซึ่งค านวณโดยระบบ e-GP

  2. ระยะเวลาด าเนินการตามสัญญา
    แล้วเสร็จภายใน 150 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยส่งรายงานผลการตรวจประเมินสภาพแวดล้อมในการ ท างาน ฉบับสมบูรณ์ภายใน 25 วัน หลังจากการด าเนินการตรวจประเมินภาคสนามวันสุดท้ายแล้วเสร็จในแต่ละสถาน ประกอบกิจการ

  3. หลักประกันสัญญา
    ก าหนดเป็นจ านวนเต็มในอัตราร้อยละ 5 ของมูลค่าตามสัญญา

  4. การส่งมอบงาน
    10.1 ภายใน 25 วัน หลังจากการด าเนินการตรวจประเมินภาคสนามวันสุดท้ายแล้วเสร็จในแต่ละสถานประกอบ กิจการตามข้อ 2 ผู้รับจ้างต้องจัดส่งเอกสารทาง E-mail ให้แก่จป. /ผู้ประสานงานของหน่วยงานผู้รับการตรวจและแผนก สุขศาสตร์อุตสาหกรรม (หสอ-ห.) ดังนี้
    • รายงานผลการตรวจประเมินสภาพแวดล้อมในการท างาน
    • แบบรายงานผลการตรวจประเมินสภาพแวดล้อมในการท างานด้านต่างๆตามแบบรายงานผลการตรวจวัด และวิเคราะห์สภาวะการท างานเกี่ยวกับ ความร้อน แสงสว่างและเสียง (แบบ รสส.1, แบบ รสส.2, แบบ รสส.3)
    • แบบรายงานผลการตรวจวัดและวิเคราะห์ระดับความเข้มข้นของสารเคมีอันตรายในบรรยากาศของสถานที่ ท างานและสถานที่เก็บรักษาสารเคมีอันตราย(แบบ สอ.3) ในรูปแบบไฟล์pdf ฉบับลงนามแล้ว 10.2 ภายในระยะเวลาด าเนินการตามสัญญาผู้รับจ้างต้องส่งมอบเอกสารในรูปแบบ Hard Copy และอุปกรณ์ USB flash driveให้แก่แผนกสุขศาสตร์อุตสาหกรรม (หสอ-ห.) ที่ กฟผ. ส านักงานกลาง ดังนี้ • รายงานต้นฉบับ 1 เล่ม
    • แบบฟอร์มสรุปข้อมูลการตรวจวัดให้แก่ กฟผ. ตามข้อ 15.3
    • USB flash drive 1 ชุด (ประกอบด้วย ไฟล์รายงานฉบับสมบูรณ์รูปแบบ pdf, Excel และไฟล์แผนผังที่ สามารถแก้ไขได้และไฟล์แบบฟอร์มสรุปข้อมูลการตรวจวัดตามข้อ 15.3)
    หมายเหตุ:
    หากกฟผ. พบว่ารายงานฉบับสมบูรณ์มีข้อความ อักษรตัวเลขและเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วนสมบูรณ์ผู้รับ จ้างจะต้องด าเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง ครบถ้วนสมบูรณ์และส่งรายงานฯให้กฟผ. ภายใน 3 วันท าการนับจากวันที่ได้รับ รายงานฯคืนจากกฟผ.

  5. การจ่ายเงิน
    กฟผ. จะจ่ายเงิน 100% เมื่อคณะกรรมการตรวจรับได้ท าการตรวจรับไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

  6. การปรับ
    กรณีผู้รับจ้างส่งมอบงานล่าช้ากว่าก าหนดหรือไม่สามารถด าเนินการได้ตามสัญญา กฟผ. จะปรับเป็น รายวันเป็นจ านวนเงินตายตัวในอัตราร้อยละ 0.1 ของราคาทั้งหมดตามสัญญา แต่จะต้องไม่ต่ ากว่าวันละ 100 บาท จนกว่าจะมีการส่งมอบงานตามสัญญา

  7. การบังคับค่าปรับ ค่าเสียหาย และค่าใช้จ่าย
    ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามสัญญาข้อใดข้อหนึ่งด้วยเหตุใด ๆ ก็ตาม จนเป็นเหตุให้เกิดค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายแก่ กฟผ. ผู้รับจ้างต้องชดใช้ค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้แก่ กฟผ. โดย สิ้นเชิงภายในก าหนด 7 (เจ็ด) วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจาก กฟผ. หากผู้รับจ้างไม่ชดใช้ให้ถูกต้อง ครบถ้วนภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้กฟผ. มีสิทธิที่จะหักเอาจากจ านวนเงินค่าจ้างที่ต้องช าระ หรือบังคับจาก หลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาได้ทันที
    หากค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายที่บังคับจากเงินค่าจ้างที่ต้องช าระ หรือหลักประกันการปฏิบัติตาม สัญญาแล้วยังไม่เพียงพอ ผู้รับจ้างยินยอมช าระส่วนที่เหลือที่ยังขาดอยู่จนครบถ้วนตามจ านวนค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายนั้น ภายในก าหนด 7 (เจ็ด) วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจาก กฟผ.
    หากมีเงินค่าจ้างตามสัญญาที่หักไว้จ่ายเป็นค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายแล้วยังเหลืออยู่อีกเท่าใด กฟผ. จะคืนให้แก่ผู้รับจ้างทั้งหมด

  8. แผนการท างาน
    คู่สัญญาต้องจัดท าแผนการท างานมาให้กฟผ. ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยจัดท า แผนการท างานตามเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เว้นแต่เป็นกรณีการเช่า หรือกรณีสัญญา มีอายุไม่เกิน 90 วัน หรือกรณีการซื้อซึ่งสัญญาก าหนดส่งงานงวดเดียว หรือกรณีการซื้อ การเช่า การจ้าง และการ จ้างก่อสร้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือมีวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท ทั้งนี้แผนการท างานดังกล่าว ให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา

  9. ข้อก าหนดเพิ่มเติม
    15.1 ข้อก าหนดการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ
    ผู้รับจ้างต้องรักษาข้อมูลที่เป็นความลับตามบันทึกข้อก าหนดการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับที่แนบใน ภาคผนวก ก.
    15.2 ผู้รับจ้างจะต้องด าเนินการตามระเบียบ กฟผ. ฉบับที่ 396ว่าด้วย การจัดการความปลอดภัยผู้รับจ้าง (บัญชี3 - 5) ดังนี้
    (1) บัญชี3 เงื่อนไขด้านความปลอดภัย (Safety Criteria)
    (2) บัญชี4 ข้อมูลการด าเนินงานด้านความปลอดภัยของผู้รับจ้างที่ต้องจัดส่งก่อนเริ่มปฏิบัติงานตาม สัญญาจ้าง
    (3) บัญชี5 แบบประเมินผลการด าเนินงานด้านความปลอดภัยของผู้รับจ้าง 15.3 คู่สัญญาต้องกรอกข้อมูลในแบบฟอร์มสรุปข้อมูลการตรวจวัดให้แก่ กฟผ. ดังนี้
    (1) แบบฟอร์มสรุปผลตรวจวัดทั้ง กฟผ.
    (2) แบบฟอร์มสรุปข้อมูลตรวจวัดส านักงานกลางทั้งหมด
    (3) แบบฟอร์มสรุปผลตรวจวัด อปต.
    15.4 คู่สัญญาต้องท าการกรอกข้อมูลเพื่อบันทึกผลการตรวจวัดในระบบสารสนเทศสุขศาสตร์อุตสาหกรรม (Industrial Hygiene Software ของ กฟผ.) ภายหลังการตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการท างานแล้วเสร็จในแต่ละ แห่ง


ข อกําหนดของงานตรวจประเมินสภาพแวดล อมในการทํางาน

  1. ข อกําหนดและขอบเขตของการตรวจประเมินสภาพแวดล อมในการทํางาน
    การตรวจประเมินสภาพแวดล อมในการทํางาน หมายถึง การดําเนินการตรวจวัด และประเมินระดับของ อันตรายแฝงในสภาพแวดล อมในการทํางาน ประเภทแสงสว"าง เสียงดัง ความร อน และสารเคมี ในพื้นที่ ดังต"อไปนี้
    รายการที่ 1 โรงไฟฟ+า (ภาคกลาง) จํานวน 3 แห"ง ได แก"
    (1) โรงไฟฟ+าพระนครเหนือ จังหวัดนนทบุรี
    (2) โรงไฟฟ+าพระนครใต จังหวัดสมุทรปราการ
    (3) โรงไฟฟ+าบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา
    โดยแต"ละแห"งให ดําเนินการตรวจประเมินสภาพแวดล อมในการทํางาน ภายในป4 2569 ตามประเภทของ สภาพแวดล อมในการทํางาน ดังตารางต"อไปนี้
    ลําดับที่
    โรงไฟฟ+า
    ประเภทของสภาพแวดล อมในการทํางานที่ต องทําการตรวจประเมิน
    แสงสว"าง
    เสียงดัง
    ความร อน
    สารเคมี
    1
    โรงไฟฟ+าพระนครเหนือ
    /
    /
    /
    /
    2
    โรงไฟฟ+าพระนครใต
    /
    /
    /
    /
    3
    โรงไฟฟ+าบางปะกง
    /
    /
    /
    /

หมายเหตุ เครื่องหมาย / หมายถึง ให มีการดําเนินการตรวจประเมินฯ ในการจ างครั้งนี้ เครื่องหมาย - หมายถึง ไม"ต องมีการดําเนินการตรวจประเมินฯ ในการจ างครั้งนี้
รายละเอียดจํานวนจุดตรวจวัดสภาพแวดล อมในการทํางานของแต"ละโรงไฟฟ+า
แยกตามประเภทของสภาพแวดล อมในการทํางาน
ประจําป4 2569
ลําดับที่
โรงไฟฟ&า
จํานวนจุดตรวจวัดแยกตามประเภท
แสงสว(าง
เสียงติดตัวคน
ความร อน
สารเคมี
1
โรงไฟฟ+าพระนครเหนือ
*1063
6
10
23
2
โรงไฟฟ+าพระนครใต
1846
13
17
28
3
โรงไฟฟ+าบางปะกง
860
18
25
90
รวม
3,769
37
52
141

*โรงไฟฟ+าพระนครเหนือ มีจุดตรวจวัดแสงสว"างในเวลากลางคืน จํานวน 540 จุด
รายการที่ 2 โรงไฟฟ+า/เขื่อน (ภาคเหนือ) จํานวน 3 แห"ง ได แก"
(1) โรงไฟฟ+าพลังน้ําเขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก
(2) โรงไฟฟ+าพลังน้ําเขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถB
(3) โรงไฟฟ+าแม"เมาะ จังหวัดลําปาง
โดยแต"ละแห"งให ดําเนินการตรวจประเมินสภาพแวดล อมในการทํางาน ภายในป4 2569 ตามประเภทของ สภาพแวดล อมในการทํางาน ดังตารางต"อไปนี้
ลําดับที่
โรงไฟฟ+า
ประเภทของสภาพแวดล อมในการทํางานที่ต องทําการตรวจประเมิน
แสงสว"าง
เสียงดัง
ความร อน
สารเคมี
1
โรงไฟฟ+าพลังน้ําเขื่อนภูมิพล
/
/
-
/
2
โรงไฟฟ+าพลังน้ําเขื่อนสิริกิติ์
/
/
-
/
3
โรงไฟฟ+าแม"เมาะ
/
/
/
/

หมายเหตุ เครื่องหมาย / หมายถึง ให มีการดําเนินการตรวจประเมินฯ ในการจ างครั้งนี้ เครื่องหมาย - หมายถึง ไม"ต องมีการดําเนินการตรวจประเมินฯ ในการจ างครั้งนี้
รายละเอียดจํานวนจุดตรวจวัดสภาพแวดล อมในการทํางานของแต"ละโรงไฟฟ+า/เขื่อน
แยกตามประเภทของสภาพแวดล อมในการทํางาน
ประจําป4 2569
ลําดับที่
โรงไฟฟ&า
จํานวนจุดตรวจวัดแยกตามประเภท
แสงสว(าง
เสียงติดตัวคน
ความร อน
สารเคมี
1
โรงไฟฟ+าพลังน้ําเขื่อนภูมิพล
*516
2
-
16
2
โรงไฟฟ+าพลังน้ําเขื่อนสิริกิติ์
400
2
-
8
3
โรงไฟฟ+าแม"เมาะ
3,200
15
13
83
รวม
4,116
19
13
107

*โรงไฟฟ+าพลังน้ําเขื่อนภูมิพล มีจุดตรวจวัดแสงสว"างในเวลากลางคืน จํานวน 16 จุด
รายการที่ 3 เขื่อน (ภาคตะวันตก) จํานวน 3 แห"ง ได แก"
(1) โรงไฟฟ+าพลังน้ําเขื่อนศรีนครินทรB จังหวัดกาญจนบุรี
(2) โรงไฟฟ+าพลังน้ําเขื่อนท"าทุ"งนา จังหวัดกาญจนบุรี
(3) โรงไฟฟ+าพลังน้ําเขื่อนวชิราลงกรณ จังหวัดกาญจนบุรี
โดยแต"ละแห"งให ดําเนินการตรวจประเมินสภาพแวดล อมในการทํางาน ภายในป4 2569 ตามประเภทของ สภาพแวดล อมในการทํางาน ดังตารางต"อไปนี้
ลําดับที่
โรงไฟฟ+า
ประเภทของสภาพแวดล อมในการทํางานที่ต องทําการตรวจประเมิน
แสงสว"าง
เสียงดัง
ความร อน
สารเคมี
1
โรงไฟฟ+าพลังน้ําเขื่อนศรีนครินทรB
/
/
-
/
2
โรงไฟฟ+าพลังน้ําเขื่อนท"าทุ"งนา
/
/
-
/
3
โรงไฟฟ+าพลังน้ําเขื่อนวชิราลงกรณ
/
/
-
/

หมายเหตุ เครื่องหมาย / หมายถึง ให มีการดําเนินการตรวจประเมินฯ ในการจ างครั้งนี้ เครื่องหมาย - หมายถึง ไม"ต องมีการดําเนินการตรวจประเมินฯ ในการจ างครั้งนี้
รายละเอียดจํานวนจุดตรวจวัดสภาพแวดล อมในการทํางานของแต"ละเขื่อน
แยกตามประเภทของสภาพแวดล อมในการทํางาน
ประจําป4 2569
ลําดับที่
โรงไฟฟ&า
จํานวนจุดตรวจวัดแยกตามประเภท
แสงสว(าง
เสียงติดตัวคน
ความร อน
สารเคมี
1
โรงไฟฟ+าพลังน้ําเขื่อนศรีนครินทรB
380
4
-
10
2
โรงไฟฟ+าพลังน้ําเขื่อนท"าทุ"งนา
190
2
-
6
3
โรงไฟฟ+าพลังน้ําเขื่อนวชิราลงกรณ
440
2
-
10
รวม
1010
8
-
26

รายการที่ 4 โรงไฟฟ+า/เขื่อน (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) จํานวน 12 แห"ง ได แก"
(1) โรงไฟฟ+าพลังน้ําเขื่อนเขื่อนจุฬาภรณB จังหวัดชัยภูมิ
(2) โรงไฟฟ+าพลังน้ําเขื่อนห วยกุ"ม จังหวัดชัยภูมิ
(3) โรงไฟฟ+าพลังน้ําเขื่อนน้ําพุง จังหวัดสกลนคร
(4) โรงไฟฟ+าพลังน้ําเขื่อนสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี
(5) โรงไฟฟ+าพลังน้ําเขื่อนปากมูล จังหวัดอุบลราชธานี
(6) โรงไฟฟ+าพลังน้ําเขื่อนอุบลรัตนB จังหวัดขอนแก"น
(7) โรงไฟฟ+าน้ําพอง จังหวัดขอนแก"น
(8) โรงไฟฟ+าลําตะคองชลภาวัฒนา จังหวัดโคราช
(9) โรงไฟฟ+าเซลลBแสงอาทิตยBเขื่อนสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี
(10) ระบบผลิตทุ"นลอยน้ําเซลลBแสงอาทิตยBสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี
(11) โรงไฟฟ+าพลังงานแสงอาทิตยBทุ"นลอยน้ําร"วมกับโรงไฟฟ+าพลังน้ําเขื่อนสิรินธร จังหวัด อุบลราชธานี
(12) โรงไฟฟ+าพลังงานแสงอาทิตยB เขื่อนอุบลรัตนB จังหวัดขอนแก"น

โดยแต"ละแห"งให ดําเนินการตรวจประเมินสภาพแวดล อมในการทํางาน ภายในป4 2569 ตามประเภทของ สภาพแวดล อมในการทํางาน ดังตารางต"อไปนี้
ลําดับ ที่
สถานที่
ประเภทของสภาพแวดล อมในการทํางาน
ที่ต องทําการตรวจประเมิน
แสงสว"าง
เสียงดัง
ความร อน
สารเคมี
1
โรงไฟฟ+าพลังน้ําเขื่อนเขื่อนจุฬาภรณB
/
/
-
/
2
โรงไฟฟ+าพลังน้ําเขื่อนห วยกุ"ม
/
/
-
/
3
โรงไฟฟ+าพลังน้ําเขื่อนน้ําพุง
/
/
-
/
4
โรงไฟฟ+าพลังน้ําเขื่อนสิรินธร
/
/
/
/
5
โรงไฟฟ+าพลังน้ําเขื่อนปากมูล
/
/
-
/
6
โรงไฟฟ+าพลังน้ําเขื่อนอุบลรัตนB
/
/
-
/
7
โรงไฟฟ+าน้ําพอง
/
/
/
/
8
โรงไฟฟ+าลําตะคองชลภาวัฒนา
/
/
/
/
9
โรงไฟฟ+าเซลลBแสงอาทิตยBเขื่อนสิรินธร
/
-
/
-
10
ระบบผลิตทุ"นลอยน้ําเซลลBแสงอาทิตยBสิรินธร
/
-
/
-
11
โรงไฟฟ+าพลังงานแสงอาทิตยBทุ"นลอยน้ํา ร"วมกับโรงไฟฟ+าพลังน้ําเขื่อนสิรินธร
/
-
/
-
12
โรงไฟฟ+าพลังงานแสงอาทิตยBเขื่อนอุบลรัตนB
/
-
/
-

หมายเหตุ เครื่องหมาย / หมายถึง ให มีการดําเนินการตรวจประเมินฯ ในการจ างครั้งนี้ เครื่องหมาย - หมายถึง ไม"ต องมีการดําเนินการตรวจประเมินฯ ในการจ างครั้งนี้
รายละเอียดจํานวนจุดตรวจวัดสภาพแวดล อมในการทํางานของแต"ละโรงไฟฟ+า/เขื่อน
แยกตามประเภทของสภาพแวดล อมในการทํางาน
ประจําป4 2569
ลําดับที่
โรงไฟฟ&า
จํานวนจุดตรวจวัดแยกตามประเภท
แสงสว(าง
เสียง
(SLM)
เสียงติดตัวคน (%Dose)
ความร อน
สารเคมี
1
โรงไฟฟ+าพลังน้ําเขื่อนเขื่อนจุฬาภรณB
130
-
2
-
6
2
โรงไฟฟ+าพลังน้ําเขื่อนห วยกุ"ม
20
-
1
-
1
3
โรงไฟฟ+าพลังน้ําเขื่อนน้ําพุง
150
-
2
-
5
4
โรงไฟฟ+าพลังน้ําเขื่อนสิรินธร
220
35
1
3
8
5
โรงไฟฟ+าพลังน้ําเขื่อนปากมูล
190
7
1
-
1
6
โรงไฟฟ+าพลังน้ําเขื่อนอุบลรัตนB
600
-
3
-
9
7
โรงไฟฟ+าน้ําพอง
800
54
2
2
13
8
โรงไฟฟ+าลําตะคองชลภาวัฒนา
590
-
2
2
15
9
โรงไฟฟ+าเซลลBแสงอาทิตยBเขื่อนสิรินธร
12
-
-
1
-
10
ระบบผลิตทุ"นลอยน้ําเซลลBแสงอาทิตยBสิรินธร
4
-
-
1
-
11
โรงไฟฟ+าพลังงานแสงอาทิตยBทุ"นลอยน้ํา ร"วมกับโรงไฟฟ+าพลังน้ําเขื่อนสิรินธร
11
-
-
3
-
12
โรงไฟฟ+าพลังงานแสงอาทิตยBเขื่อนอุบลรัตนB
8
-
-
5
-
รวม
2735
96
14
17
58

รายการที่ 5 ฝLายปฏิบัติการ/สํานักงาน/โรงไฟฟ+า/เขื่อน (ภาคใต ) จํานวน 5 แห"ง ได แก" (1) โรงไฟฟ+าพลังน้ําเขื่อนรัชชประภา จังหวัดสุราษฎรBธานี
(2) โรงไฟฟ+าพลังน้ําเขื่อนบางลาง จังหวัดยะลา
(3) โรงไฟฟ+ากระบี่ จังหวัดกระบี่
(4) โรงไฟฟ+าจะนะ จังหวัดสงขลา
(5) ฝLายปฏิบัติการภาคใต
โดยแต"ละแห"งให ดําเนินการตรวจประเมินสภาพแวดล อมในการทํางาน ภายในป4 2569 ตามประเภทของ สภาพแวดล อมในการทํางาน ดังตารางต"อไปนี้
ลําดับที่
โรงไฟฟ+า
ประเภทของสภาพแวดล อมในการทํางานที่ต องทําการตรวจประเมิน
แสงสว"าง
เสียงดัง
ความร อน
สารเคมี
1
โรงไฟฟ+าพลังน้ําเขื่อนรัชชประภา
/
/
-
/
2
โรงไฟฟ+าพลังน้ําเขื่อนบางลาง
/
/
-
/
3
โรงไฟฟ+ากระบี่
/
/
/
/
4
โรงไฟฟ+าจะนะ
/
/
/
/
5
ฝLายปฏิบัติการภาคใต
/
/
-
/

หมายเหตุ เครื่องหมาย / หมายถึง ให มีการดําเนินการตรวจประเมินฯ ในการจ างครั้งนี้ เครื่องหมาย - หมายถึง ไม"ต องมีการดําเนินการตรวจประเมินฯ ในการจ างครั้งนี้
รายละเอียดจํานวนจุดตรวจวัดสภาพแวดล อมในการทํางานของแต"ละโรงไฟฟ+า
แยกตามประเภทของสภาพแวดล อมในการทํางาน
ประจําป4 2569
ลําดับที่
โรงไฟฟ&า
จํานวนจุดตรวจวัดแยกตามประเภท
แสงสว(าง
เสียง
(SLM)
เสียงติดตัวคน (%Dose)
ความร อน
สารเคมี
1
โรงไฟฟ+าพลังน้ําเขื่อนรัชชประภา
380
-
2
-
14
2
โรงไฟฟ+าพลังน้ําเขื่อนบางลาง
240
-
2
-
2
3
โรงไฟฟ+ากระบี่
400
-
2
5
36
4
โรงไฟฟ+าจะนะ
490
-
4
10
16
5
ฝLายปฏิบัติการภาคใต
1000
36
-
-
44
รวม
2510
36
10
15
112

รายการที่ 6 สํานักงานกลางและปริมณฑล (จังหวัดนนทบุรี กรุงเทพมหานคร และสมุทรปราการ ) โดยแต"ละแห"งให ดําเนินการตรวจประเมินสภาพแวดล อมในการทํางาน ภายในป4 2569 ตามประเภทของ สภาพแวดล อมในการทํางาน ดังตารางต"อไปนี้
ลําดับ ที่
สถานที่
ประเภทของสภาพแวดล อมในการทํางาน
ที่ต องทําการตรวจประเมิน
แสงสว"าง
เสียงดัง
ความร อน
สารเคมี
1
อาคารสํานักงานและอาคารโรงงานในพื้นที่ สํานักงานกลางและปริมณฑล
/
/
/
/

หมายเหตุ เครื่องหมาย / หมายถึง ให มีการดําเนินการตรวจประเมินฯ ในการจ างครั้งนี้ เครื่องหมาย - หมายถึง ไม"ต องมีการดําเนินการตรวจประเมินฯ ในการจ างครั้งนี้
รายละเอียดจํานวนจุดตรวจวัดสภาพแวดล อมในการทํางานของแต"ละอาคารสํานักงานและอาคารโรงงานในพื้นที่ สํานักงานกลางและปริมณฑล แยกตามประเภทของสภาพแวดล อมในการทํางาน
ป4 2569
ลําดับที่
สถานที่
จํานวนจุดตรวจวัดแยกตามประเภท
แสงสว(าง
เสียงสะสม
ความร อน
สารเคมี
1
อาคารสํานักงานและอาคารโรงงานในพื้นที่ สํานักงานกลางและปริมณฑล (ไทรน อย,บางพลี, หนองจอก)
8000
7
10
66
รวม
8000
7
10
66

สําหรับสถานที่และจํานวนจุดตรวจวัด ให ดําเนินการตามรายละเอียดประเภท/สถานที่/จํานวนจุด ตรวจวัดตามข อกําหนดของงานตรวจประเมินสภาพแวดล อมในการทํางานรายการที่ 1 - รายการที่ 6 ของแต"ละ แห"ง
โดยการตรวจประเมินสภาพแวดล อมในการทํางานแต"ละประเภท ประกอบด วยรายละเอียดข อกําหนด ดังต"อไปนี้

  1. ดัชนีการตรวจประเมิน
  2. วิธีการตรวจประเมิน
  3. พื้นที่ตรวจประเมิน
  4. ช"วงระยะเวลาการตรวจประเมิน
  5. การรายงานผลการตรวจประเมิน
  6. เอกสารรับรองการปรับเทียบเครื่องมือและอุปกรณBตรวจประเมิน
    รายละเอียดของข อกําหนดให ดูในเอกสารข อกําหนดวิธีการตรวจประเมินสภาพแวดล อมในการทํางาน แต"ละประเภท
    วิธีการตรวจประเมินสภาพแวดล อมในการทํางานแต(ละประเภท
  7. งานตรวจประเมินระดับความร อน
    1.1 ดัชนีการตรวจประเมินประกอบด วย
    1.1.1 ค"าอุณหภูมิของเทอรBโมมิเตอรBชนิดกระเปาะเป4ยกตามธรรมชาติ (Natural Wet Bulb) 1.1.2 ค"าอุณหภูมิของเทอรBโมมิเตอรBชนิดโกลบ (Globe Temperature)
    1.1.3 ค"าอุณหภูมิของเทอรBโมมิเตอรBชนิดกระเปาะแห ง (Dry Bulb)
    1.1.4 ค"าอุณหภูมิเวตบัลบBโกลบ (Wet Bulb Globe Temperature : WBGT) เฉลี่ยในช"วงสอง ชั่วโมงที่มีค"า WBGT สูงสุด
    1.1.5 ภาระงาน (Work load)
    1.2 วิธีการตรวจประเมิน/มาตรฐานที่ใช ประเมินผล/อุปกรณEการตรวจวัด
    ให เปfนไปตามข อกําหนดดังต"อไปนี้
    1.2.1 กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล อมในการทํางานเกี่ยวกับความร อน แสงสว"าง และเสียง พ.ศ. 2559 ฉบับประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 17 ตุลาคม 2559
    1.2.2 ประกาศกรมสวัสดิการและคุ มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑB วิธีดําเนินการตรวจวัด และการวิเคราะหBสภาวะการทํางานเกี่ยวกับระดับความร อน แสงสว"าง หรือเสียง รวมทั้งระยะเวลาและประเภทกิจการที่ต องดําเนินการ ฉบับประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 12 มีนาคม 2561
    1.2.3 ประกาศกรมสวัสดิการและคุ มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณ ฑB วิธีการตรวจวัด และการวิเคราะหBสภาวะการทํางานเกี่ยวกับระดับความร อน แสงสว"าง หรือเสียง รวมทั้งระยะเวลาและประเภทกิจการที่ต องดําเนินการ (ฉบับที่ 2) ฉบับประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา วันที่ 11 มกราคม 2565
    1.3 พื้นที่ตรวจประเมิน
    ให ตรวจประเมินการสัมผัสระดับความร อนของผู ปฏิบัติงานในพื้นที่ทํางานในสภาพการทํางานปกติ ซึ่งมีแหล"งกําเนิดความร อนที่อาจมีผลกระทบต"อสุขภาพอนามัยของผู ปฏิบัติงาน สําหรับสถานที่และจํานวนจุด ตรวจวัด ให ดําเนินการตามรายละเอียดประเภท/สถานที่/จํานวนจุดตรวจวัดตามข อกําหนดของงานตรวจประเมิน สภาพแวดล อมในการทํางาน ประจําป4 2569 ของแต"ละแห"ง
    1.4 ช(วงระยะเวลาการตรวจประเมิน
    ให ดําเนินการตรวจประเมินระดับความร อนในบริเวณหรือลักษณะงานที่มีแหล"งที่ก"อให เกิดความร อน ในการทํางานที่อาจมีผลกระทบต"อสุขภาพอนามัยของผู ปฏิบัติงานในช"วงเวลาการทํางานของผู ปฏิบัติงาน 1.5 การรายงานผลการตรวจประเมิน
    ให จัดทํารายงานผลการตรวจประเมินโดยประกอบ ด วยหัวข อในรายงานดังต"อไปนี้ 1.5.1 ตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ มครองแรงงาน เรื่อง กําหนดแบบรายงานผลการตรวจวัด และวิเคราะหBสภาวะการทํางานเกี่ยวกับระดับความร อน แสงสว"าง และเสียงภายในสถาน
    ประกอบกิจการ ฉบับประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 26 มิถุนายน 2561 ตามแบบ รายงานผลการตรวจวัดและวิเคราะหBสภาวะการทํางานเกี่ยวกับความร อน (แบบ รสส.1) 1.5.2 ผลการตรวจวัดความร อนในแต"ละจุด
    1.5.3 แผนผังตําแหน"งที่ทําการตรวจวัด
    1.5.4 รูปภาพการตรวจวัดทุกพื้นที่
    1.5.5 เอกสารรับรองการปรับเทียบความถูกต องจากสถาบัน หรือหน"วยงานที่มีความเชื่อถือได (External Calibration) โดยได รับการปรับเทียบมาแล วไม"เกิน 1 ป4 ณ วันที่ใช ในการตรวจ ประเมินนี้ และผลการสอบเทียบทั้งก"อนและหลังการตรวจประเมิน
    1.5.6 เอกสารรับรองนิติบุคคลที่ขึ้นทะเบียนตามมาตรา 11 แห"งพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล อมในการทํางาน พ.ศ. 2554
    1.5.7 ข อมูลประกอบอื่น ๆ เพื่อประโยชนBในการดําเนินการป+องกัน/ควบคุมผลกระทบจากระดับ ความร อน ได แก" ลักษณะอากาศในช"วงเวลาที่ตรวจประเมิน ทิศทางหรือสภาพการระบาย อากาศในพื้นที่ จํานวนผู ปฏิบัติงานที่อาจได รับผลกระทบ มาตรการควบคุมป+องกันที่ ดําเนินการอยู" เปfนต น
  8. งานตรวจประเมินแสงสว(าง
    2.1 ดัชนีการตรวจประเมินประกอบด วย
    2.1.1 ความเข มของแสงสว"างแบบจุด
    2.1.2 ความเข มของแสงสว"างแบบพื้นที่
    2.2 วิธีการตรวจประเมิน/มาตรฐานที่ใช ประเมินผล/อุปกรณEการตรวจวัด
    ให เปfนไปตามข อกําหนดดังต"อไปนี้
    2.2.1 กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล อมในการทํางานเกี่ยวกับความร อน แสงสว"าง และเสียง พ.ศ. 2559 ฉบับประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 17 ตุลาคม 2559
    2.2.2 ประกาศกรมสวัสดิการและคุ มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑB วิธีดําเนินการตรวจวัด และการวิเคราะหBสภาวะการทํางานเกี่ยวกับระดับความร อน แสงสว"าง หรือเสียง รวมทั้งระยะเวลาและประเภทกิจการที่ต องดําเนินการ ฉบับประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 12 มีนาคม 2561
    2.2.3 ประกาศกรมสวัสดิการและคุ มครองแรงงาน เรื่อง มาตรฐานความเข มของแสงสว"าง ฉบับประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 21 กุมภาพันธB 2561
    2.2.4 ประกาศกรมสวัสดิการและคุ มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณ ฑB วิธีการตรวจวัด และการวิเคราะหBสภาวะการทํางานเกี่ยวกับระดับความร อน แสงสว"าง หรือเสียง รวมทั้งระยะเวลาและประเภทกิจการที่ต องดําเนินการ (ฉบับที่ 2) ฉบับประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 11 มกราคม 2565
    2.3 พื้นที่ตรวจประเมิน
    ให ตรวจวัดความเข มของแสงสว"างในพื้นที่ปฏิบัติงาน โดยให ตรวจวัด
    2.3.1 บริเวณพื้นที่ทั่วไปและบริเวณการผลิตภายในสถานประกอบกิจการ
    2.3.2 บริเวณที่ลูกจ างต องทํางาน โดยใช สายตามองเฉพาะจุดหรือต องใช สายตาอยู"กับที่ ในการทํางาน
    สําหรับสถานที่และจํานวนจุดตรวจวัด ให ดําเนินการตามรายละเอียดประเภท/สถานที่/จํานวนจุด ตรวจวัดตามข อกําหนดของงานตรวจประเมินสภาพแวดล อมในการทํางาน ประจําป4 2569 ของแต"ละแห"ง 2.4 ช(วงระยะเวลาการตรวจประเมิน
    ให ตรวจวัดแสงสว"างในช"วงเวลาทํางานปกติ ลักษณะการปฏิบัติงานเปfนปกติตามพื้นที่หรือตําแหน"งงาน นั้น ๆ โดยมีแสงสว"างตามธรรมชาติน อยที่สุด หรือตามหลักเกณฑB วิธีดําเนินการตรวจวัดและวิเคราะหBสภาวะ การทํางานเกี่ยวกับแสงสว"างที่กรมสวัสดิการและคุ มครองแรงงานประกาศล"าสุด
    2.5 การรายงานผลการตรวจประเมิน
    ให จัดทํารายงานผลการตรวจประเมินโดยประกอบด วยหัวข อในรายงานดังต"อไปนี้ 2.5.1 ตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ มครองแรงงาน เรื่อง กําหนดแบบรายงานผลการตรวจวัด และวิเคราะหBสภาวะการทํางานเกี่ยวกับระดับความร อน แสงสว"าง และเสียงภายใน สถานประกอบกิจการ ฉบับประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 26 มิถุนายน 2561 ตามแบบรายงานผลการตรวจวัดและวิเคราะหBสภาวะการทํางานเกี่ยวกับแสงสว"าง (แบบ รสส.2)
    2.5.2 มาตรฐานที่ใช ในการประเมินผล
    (ระบุรายละเอียดมาตรฐานที่เกี่ยวข อง)
    2.5.3 สรุปผลการประเมินความเข มของแสงสว"าง
    (สรุปรวมแยกตามพื้นที่ และสรุปจํานวนจุดทั้งหมดเพื่อใช เปรียบเทียบกับจํานวนจุดที่ระบุ ใน TOR)
    2.5.4 แผนผังแสดงตําแหน"งที่ทําการตรวจวัด
    2.5.4.1 แสดงผลการตรวจวัดความเข มของแสงสว"างลงในแผนผัง ไม"ว"าผลการตรวจวัด จะเปfนไปตามเกณฑBมาตรฐานหรือไม"เปfนไปตามเกณฑBมาตรฐาน ทั้งในบริเวณพื้นที่ทั่วไป บริเวณการผลิตภายในสถานประกอบกิจการ และบริเวณที่ลูกจ างต องทํางานโดยใช สายตามองเฉพาะจุดหรือต องใช สายตาอยู"กับที่ในการทํางาน
    2.5.4.2 ผลการตรวจวัดความเข มของแสงสว"างบริเวณพื้นที่ทั่วไป บริเวณการผลิตภายใน สถานประกอบกิจการ ให แสดงผลการตรวจวัดจุดที่ความเข มของแสงสว"างไม"เปfนไปตาม เกณฑBมาตรฐาน (จุดที่ความเข มของแสงสว"างต่ําสุด)
    2.5.5 รูปภาพการตรวจวัด
    2.5.6 เอกสารรับรองการปรับเทียบความถูกต องจากสถาบัน หรือหน"วยงานที่มีความเชื่อถือได (External Calibration) โดยได รับการปรับเทียบมาแล วไม"เกิน 1 ป4 ณ วันที่ใช ในการตรวจ ประเมินนี้
    2.5.7 เอกสารรับรองนิติบุคคลที่ขึ้นทะเบียนตามมาตรา 11 แห"งพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล อมในการทํางาน พ.ศ. 2554
    2.5.8 ข อมูลประกอบอื่น ๆ เพื่อประโยชนBในการดําเนินการป+องกัน/ควบคุมผลกระทบจากปpญหา แสงสว"าง ได แก" แหล"งกําเนิดและระบบแสงสว"าง ลักษณะของห องหรือพื้นที่ใช งาน แสงจ า แสงสะท อน การเกิดเงา การบํารุงรักษาแสงสว"าง มาตรการควบคุมป+องกันที่ ดําเนินการอยู" เปfนต น
  9. งานตรวจประเมินเสียงดัง
    3.1 ดัชนีการตรวจประเมินประกอบด วย
    3.2.1 ระดับเสียงเฉลี่ยตลอดเวลาการทํางานในแต"ละวัน (Time Weighted Average – TWA) ด วยเครื่องตรวจวัดระดับความดังเสียงสะสม (Noise Dosimeter) หรือเครื่องตรวจวัดระดับ ความดังเสียงดัง (Sound Level Meter)
    3.2.2 ระดับเสียงเทียบเท"าต"อเนื่องคงที่ ช"วงเวลา 5 นาที (Equivalent Continuous Sound Pressure Level : Leq 5 min) ด วยเครื่องตรวจวัดระดับความดังเสียงดัง (Sound Level Meter)
    3.2 วิธีการตรวจประเมิน
    ให เปfนไปตามข อกําหนดดังต"อไปนี้
    3.2.1 กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล อมในการทํางานเกี่ยวกับความร อน แสงสว"าง และเสียง พ.ศ. 2559 ฉบับประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 17 ตุลาคม 2559
    3.2.2 ประกาศกรมสวัสดิการและคุ มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑB วิธีดําเนินการตรวจวัด และการวิเคราะหBสภาวะการทํางานเกี่ยวกับระดับความร อน แสงสว"าง หรือเสียง รวมทั้งระยะเวลาและประเภทกิจการที่ต องดําเนินการ ฉบับประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 12 มีนาคม 2561
    3.2.3 ประกาศกรมสวัสดิการและคุ มครองแรงงาน เรื่อง มาตรฐานระดับเสียงที่ยอมให ลูกจ าง ได รับเฉลี่ยตลอดระยะเวลาการทํางานในแต"ละวัน ฉบับประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 26 มกราคม 2561
    3.2.4 ป ระกาศกรมสวัสดิการและคุ มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณ ฑB วิธีการตรวจวัด และการวิเคราะหBสภาวะการทํางานเกี่ยวกับระดับความร อน แสงสว"าง หรือเสียง รวมทั้งระยะเวลาและประเภทกิจการที่ต องดําเนินการ (ฉบับที่ 2) ฉบับประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา วันที่ 11 มกราคม 2565
    3.3 พื้นที่ตรวจประเมิน
    3.3.1 ระดับเสียงเฉลี่ยตลอดเวลาการทํางานในแต"ละวัน (Time Weighted Average – TWA) ด วยเครื่องตรวจวัดระดับความดังเสียงสะสม (Noise Dosimeter) ให สุ"มตัวอย"างตรวจ ประเมินตามตําแหน"งหน าที่ของผู ปฏิบัติงานที่มีโอกาสสัมผัสเสียงดัง ภายในโรงไฟฟ+า
    โดยสุ"มตัวอย"างตามที่กําหนดในเอกสารรายละเอียดประเภท/สถานที่/จํานวนจุดตรวจวัด สภาพแวดล อมในการทํางาน ประจําป4 2569 ของแต"ละแห"ง
    3.3.2 ระดับเสียงเทียบเท"าต"อเนื่องช"วงเวลา 5 นาที (Equivalent Continuous Sound Pressure Level : Leq 5 min) ให ทําการตรวจประเมินระดับเสียงในพื้นที่ที่มีเครื่องจักรหรืออุปกรณB ที่ทําให เกิดเสียงดังต"อเนื่องแบบคงที่ ทั้งนี้จุดที่ทําการตรวจวัด ต องเปfนตัวแทนที่ดี สําหรับสถานที่และจํานวนจุดตรวจวัด ให ดําเนินการตามที่กําหนดในเอกสารรายละเอียด ประเภท/สถานที่/จํานวนจุดตรวจวัดสภาพแวดล อมในการทํางาน ประจําป4 2569 ของแต"ละ
    แห"ง
    3.4 ช(วงระยะเวลาการตรวจประเมิน
    ให ตรวจวัดเสียงในช"วงเวลาทํางานปกติ ลักษณะการปฏิบัติงานเปfนปกติตามพื้นที่หรือตําแหน"งงานนั้น ๆ หรือตามหลักเกณฑB วิธีดําเนินการตรวจวัดและวิเคราะหBสภาวะการทํางานเกี่ยวกับเสียงที่กรมสวัสดิการ และคุ มครองแรงงานประกาศ
    3.5 การรายงานผลการตรวจประเมิน
    ให จัดทํารายงานผลการตรวจประเมินโดยประกอบด วยหัวข อในรายงานดังต"อไปนี้ 3.5.1 ตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ มครองแรงงาน เรื่อง กําหนดแบบรายงานผลการตรวจวัด และวิเคราะหBสภาวะการทํางานเกี่ยวกับระดับความร อน แสงสว"าง และเสียงภายใน สถานประกอบกิจการ ฉบับประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 26 มิถุนายน 2561 ตามแบบรายงานผลการตรวจวัดและวิเคราะหBสภาวะการทํางานเกี่ยวกับเสียง (แบบ รสส.3) 3.5.2 รูปภาพบุคคลที่ติดเครื่องตรวจวัดระดับความดังเสียงสะสม (Noise Dosimeter) 3.5.3 เอกสารรับรองการปรับเทียบความถูกต องเครื่องตรวจวัดระดับความดังเสียงสะสม (Noise Dosimeter) หรือเครื่องตรวจวัดระดับความดังเสียงดัง (Sound Level Meter) และอุปกรณBปรับเทียบความถูกต อง (Sound Calibration) จากสถาบัน หรือหน"วยงานที่มี ความเชื่อถือได (External Calibration) โดยได รับการปรับเทียบมาแล วไม"เกิน 1 ป4 ณ วันที่ใช ในการตรวจประเมินนี้
    3.5.4 เอกสารรับรองนิติบุคคลที่ขึ้นทะเบียนตามมาตรา 11 แห"งพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล อมในการทํางาน พ.ศ. 2554
    3.5.5 ข อมูลประกอบอื่น ๆ เพื่อประโยชนBในการดําเนินการป+องกัน/ควบคุมผลกระทบจากระดับ เสียงดัง ได แก" แหล"งกําเนิดและลักษณะของเสียงดัง Load การเดินเครื่องหรือความเร็วรอบ ของเครื่องกําเนิดไฟฟ+าหรือเครื่องจักร ลักษณะงานที่ปฏิบัติและระยะเวลาที่สัมผัส อุณหภูมิ ความดันบรรยากาศ มาตรการควบคุมป+องกันที่ดําเนินการอยู" เปfนต น
  10. งานตรวจประเมินสารเคมี
    4.1 ดัชนีการตรวจประเมินประกอบด วย
    ให ประเมินความเข มข นของสารเคมีในบรรยากาศการทํางานภายในโรงไฟฟ+า โดยมีรายชื่อสารเคมี ตามเอกสารรายละเอียดประเภท/สถานที่/จํานวนจุดตรวจวัดสภาพแวดล อมในการทํางาน ประจําป4 2569 ของแต" ละแห"ง และให ประเมินระดับอันตรายของสารเคมี โดยใช ข อกําหนดดังต"อไปนี้ (หรือดีกว"า) 1) ประกาศกรมสวัสดิการและคุ มครองแรงงาน เรื่อง ขีดจํากัดความเข มข นของสารเคมีอันตราย ฉบับประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 3 สิงหาคม 2560
  1. มาตรฐานแนะนําของ ACGIH (The American Conference of Governmental Industrial Hygienists) ฉบับล"าสุด
  2. มาตรฐานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข องและเปfนที่ยอมรับของสากลหรือโดยทั่วไป
    4.2 วิธีการตรวจประเมิน
    ให เปfนไปตามข อกําหนดดังต"อไปนี้
    4.2.1 ประกาศกรมสวัสดิการและคุ มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑB วิธีการตรวจวัด และการ วิเคราะหBผลการตรวจวัดระดับความเข มข นของสารเคมีอันตราย ฉบับประกาศในราชกิจจา นุเบกษา วันที่ 27 ธันวาคม 2559
    4.2.2 ประกาศกรมสวัสดิการและคุ มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑB วิธีการตรวจวัด และการวิเคราะหB ผลการตรวจวัดระดับความเข มข น ของสารเคมีอันตราย (ฉบับที่ 2) ฉบับประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 8 เมษายน 2565
    4.3 พื้นที่ตรวจประเมิน
    ได แก" พื้นที่ปฏิบัติงานภายในโรงไฟฟ+า ซึ่งในสภาพการทํางานปกติมีแหล"งกําเนิดการปนเปÅÇอนของ สารเคมีที่อาจมีผลกระทบต"อสุขภาพอนามัยของผู ปฏิบัติงาน หรือสุ"มตัวอย"างตรวจประเมินตามตําแหน"งหน าที่ของ ผู ปฏิบัติงานที่มีโอกาสสัมผัสสารเคมี ภายในโรงไฟฟ+า สําหรับสถานที่และจํานวนจุดตรวจวัด ให ดําเนินการให ดําเนินการตามรายละเอียดประเภท/สถานที่/จํานวนจุดตรวจวัดตามข อกําหนดของงานตรวจประเมิน สภาพแวดล อมในการทํางาน ประจําป4 2569 ของแต"ละแห"ง
    4.4 ช(วงระยะเวลาการตรวจประเมิน
    ให ทําการตรวจประเมินความเข มข นของสารเคมีอันตรายขณะปฏิบัติงานหรือขณะได รับสารเคมี เข าสู" ร"างกาย และบริเวณพื้นที่จัดเก็บสารเคมีอันตราย โดยเลือกช"วงเวลาตรวจประเมินที่มีการใช สารเคมี หรือมีสารเคมี ปนเปÅÇอนอยู"ในบรรยากาศมากที่สุด เฉพาะโรงไฟฟ+าพระนครเหนือการตรวจวัดในบริเวณพื้นที่ทํางาน (Working area air testing) และกาตรวจการรับสัมผัสสารเคมีแบบติดตัวพนักงาน (Personal sampling) ให เก็บตัวอย"าง ไม"น อยกว"า 5 ชั่วโมง
    4.5 การรายงานผลการตรวจประเมิน
    ให จัดทํารายงานผลการตรวจประเมินโดยประกอบด วยหัวข อในรายงานดังต"อไปนี้ 4.5.1 ตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑB วิธีการตรวจวัด และการวิเคราะหBผลการตรวจวัดระดับความเข มข น ของสารเคมีอันตราย (ฉบับที่ 2) ฉบับประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 8 เมษายน 2565 ตามแบบรายงานผลการตรวจวัด
    และวิเคราะหBระดับความเข มข นของสารเคมีอันตรายในบรรยากาศของสถานที่ทํางาน และสถานที่เก็บรักษาสารเคมีอันตราย (แบบ สอ.3)
    4.5.2 สรุปผลการประเมินความเข มข นของสารเคมี
    4.5.3 แผนผังตําแหน"งที่ทําการตรวจวัด (ถ ามี)
    4.5.4 รูปภาพการตรวจวัดทุกพื้นที่
    4.5.5 เอกสารรับรองการปรับเทียบความถูกต องจากสถาบัน หรือหน"วยงานที่มีความเชื่อถือได (External Calibration) โดยได รับการปรับเทียบมาแล วไม"เกิน 1 ป4 ณ วันที่ใช ในการ ตรวจประเมินนี้ โดยวิธีการสอบเทียบความถูกต อง (Calibration) ดําเนินการตามประกาศ กรมสวัสดิการและคุ มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑB วิธีการตรวจวัด และการวิเคราะหBผล การตรวจวัดระดับความเข มข นของสารเคมีอันตราย ฉบับประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 27 ธันวาคม 2559
    4.5.6 เอกสารรับรองการผลการปรับเทียบความถูกต อง ภาคสนาม ของเครื่องมือที่ใช ตรวจประเมิน ทุกเครื่อง โดยให มีการปรับเทียบความถูกต องทั้งก"อนและหลังการตรวจประเมิน และให แนบหลักฐานแสดงผลการปรับเทียบความถูกต องในรายงานผลการตรวจวัด สภาพแวดล อมในการทํางานด วย
    4.5.7 เอกสารรับรองนิติบุคคลที่ขึ้นทะเบียนตามมาตรา 11 แห"งพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล อมในการทํางาน พ.ศ. 2554
    4.5.8 เอกสารรับรองห องปฏิบัติการที่ทําการวิเคราะหBผล ต องได รับอนุญาตประกอบกิจการ และมีผลงานเปfนที่ เชื่อถือได โดยให แนบเอกสารหลักฐานดังกล"าวในรายงานผลการตรวจวัด สภาพแวดล อมในการทํางานพร อมเอกสารแสดงคุณสมบัติของผู ดําเนินการตรวจวิเคราะหB สารเคมีอันตรายทางห องปฏิบัติการ (ตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑB วิธีการตรวจวัด และการวิเคราะหBผลการตรวจวัดระดับความเข มข นของ
    สารเคมีอันตราย ฉบับประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 27 ธันวาคม 2559) ด วย
    4.5.8 ข อมูลประกอบอื่น ๆ เพื่อประโยชนBในการดําเนินการป+องกัน/ควบคุมผลกระทบจากการ สัมผัสสารเคมี ได แก" จํานวนผู ปฏิบัติงานที่อาจได รับผลกระทบ ปริมาณหรือชนิดของสารเคมี ที่มีการใช งานหรือจัดเก็บ ทิศทางหรือสภาพการระบายอากาศในพื้นที่ สภาพการทํางาน หรือสภาพพื้นที่ใช งาน/จัดเก็บ สภาพอุปกรณB ช"วยเหลือ/ป+องกันที่มีอยู" มาตรการควบคุม ป+องกันที่ดําเนินการอยู" เปfนต น

เงื่อนไขการดําเนินงานตรวจประเมินสภาพแวดล อมในการทํางานในพื้นที่โรงไฟฟ&า 1. ดําเนินการให แล วเสร็จภายใน 150 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยส"งรายงานผลการตรวจ ประเมินสภาพแวดล อมในการทํางาน ฉบับสมบูรณB ภายใน 25 วัน หลังจากการดําเนินการตรวจประเมินภาคสนามวัน สุดท ายแล วเสร็จในแต"ละสถานประกอบกิจการ ทั้งนี้ต องส"งรายงานฯให แล วเสร็จภายในระยะเวลาดําเนินการตาม สัญญา
2. การสํารวจพื้นที่จริงก"อนการตรวจประเมินสภาพแวดล อมในการทํางาน และการดําเนินงานภาคสนาม ผู รับจ างต องแจ งให กฟผ. ทราบล"วงหน าอย"างน อย 3 วันทําการ พร อมรายชื่อผู ปฏิบัติงานทุกคน สําเนาบัตร ประจําตัวประชาชน และรายละเอียดยานพาหนะ (หมายเลขทะเบียนรถ) เพื่อจัดทําเอกสารขออนุญาตเข า ปฏิบัติงานในพื้นที่หวงห ามภายในโรงไฟฟ+า ทั้งนี้เอกสารทั้งหมด กฟผ. จะทําการคืนให ผู รับจ างโดยไม"มีการเก็บไว
3. ผู รับจ าง ต องมีเจ าหน าที่ความปลอดภัยในการทํางาน (จป.) ประจํากลุ"มงานที่จะเข าปฏิบัติงานใน พื้นที่ของโรงไฟฟ+า ทุกครั้ง อย"างน อย 1 คน พร อมหนังสือแต"งตั้งเจ าหน าที่ความปลอดภัยในการทํางาน และการ หลักฐานการขึ้นทะเบียนฯ จากหน"วยงานของผู รับจ าง แสดงต"อ กฟผ. ก"อนเข างาน ซึ่งเอกสารดังกล"าว กฟผ. จะ ไม"เรียกเก็บไว
4. ผู รับจ างต องควบคุมความปลอดภัยในการดําเนินงานให เปfนไปตามระเบียบของโรงไฟฟ+า หากการดําเนินงานเปfนเหตุให เกิดความเสียหายแก"ทรัพยBสินของ กฟผ. ผู รับจ างจะต องรับผิดชอบในการซ"อมแซม ให อยู"ในสภาพเดิมหรือดีกว"า โดยผู รับจ างจะเปfนผู รับผิดชอบในค"าใช จ"ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด 5. ผู รับจ างต องแสดงความพร อมของเครื่องมือ และอุปกรณBประกอบ รวมทั้งเอกสารใบรับรอง การตรวจสอบเครื่องมือที่จะใช ในการดําเนินงานตรวจประเมินสภาพแวดล อมในการทํางาน ณ ที่ทําการของ กฟผ. ที่เข าตรวจวัดฯ ก"อนการดําเนินการหน างานในแต"ละครั้ง
6. นอกจากผู รับจ างจะจัดเตรียมเครื่องมือและอุปกรณBประกอบให เพียงพอสําหรับจํานวนจุดหรือตัวอย"าง ที่ต องตรวจประเมินในภาคสนามตามที่ระบุในรายละเอียดตามข อกําหนดของงานตรวจประเมินสภาพแวดล อมใน การทํางานของแต"ละแห"ง ผู รับจ างต องจัดเตรียมให มีจํานวนสํารองของเครื่องมือและอุปกรณBที่ใช ตรวจประเมิน/ เก็บตัวอย"างสารเคมีอย"างน อย 1 ชุดในแต"ละชนิดหรือประเภทของสารเคมีของแต"ละโรงไฟฟ+า เพื่อใช สําหรับกรณี
เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือเกิดข อผิดพลาดระหว"างการตรวจประเมินสารเคมี
7. ผู รับจ างต องแสดงเอกสารสอบเทียบเครื่องมือและอุปกรณB ที่จะใช ในการตรวจประเมินทุกชนิด ซึ่งต องได รับการสอบเทียบตามกําหนดเวลา
8. ผู รับจ างต องมีการปรับแต"งความถูกต อง (Calibration) เครื่องมือ และอุปกรณB ประกอบ ก"อนการใช งานตรวจประเมินในภาคสนาม และหลังเสร็จสิ้นการตรวจสอบ พร อมทั้งต องจัดทําเอกสารรายงานผล การปรับแต"งนั้น โดยให ระบุ วัสดุ หรืออุปกรณBมาตรฐานที่ใช ในการปรับแต"งด วย
9. รูปแบบรายงานผลการตรวจประเมินสภาพแวดล อมในการทํางาน ให จัดทําโดยมีรูปแบบ และข อมูลต"าง ๆ ตามเอกสารตัวอย"างแบบฟอรBมใน ภาคผนวก ก. เปfนอย"างน อย และ กฟผ. สามารถปรับปรุง รูปแบบ ฯ ให เหมาะสมเพิ่มเติมภายหลังได
10. ข อมูลในการรายงานผลการตรวจประเมินฯ จะต องประกอบด วย เครื่องมือและอุปกรณBที่ใช ตรวจ ประเมิน วิธีการและขั้นตอนการตรวจประเมิน วันที่และเวลาที่ทําการตรวจประเมิน พื้นที่ที่ทําการตรวจประเมิน มาตรฐานที่ใช ในการประเมินผล ผลการตรวจประเมิน ผลการวิเคราะหBจากห องปฏิบัติการพร อมลงนามผู วิเคราะหB
สรุปผลการตรวจประเมิน ข อเสนอแนะแนวทางการควบคุมป+องกันหรือปรับปรุงแก ไข เอกสารการสอบเทียบและ การปรับแต"งความถูกต องของเครื่องมือและอุปกรณBที่ใช ในการตรวจประเมิน แผนผังแสดงตําแหน"งการตรวจ ประเมิน และรูปภาพการตรวจประเมินในพื้นที่โรงไฟฟ+า
11. หากพบความผิดปกติในการทํางานของเครื่องมือและอุปกรณBที่ใช ในการตรวจประเมิน ผู รับจ าง จะต องดําเนินการแก ไขให ใช งานได ปกติก"อนดําเนินการตรวจประเมินต"อไป ในส"วนของเครื่องมือและอุปกรณBที่ใช ในการตรวจประเมินหากมีการสูญหาย หรือเสียหายให เปfนภาระของผู รับจ างเปfนผู รับผิดชอบ 12. ในขณะปฏิบัติงานภาคสนาม จะต องมีบุคลากรปฏิบัติงานภาคสนามในแต"ละครั้งอย"างน อย 2 คน และต องสามารถอธิบายขั้นตอนการตรวจประเมิน และการใช เครื่องมือในการตรวจประเมินได อย"างถูกต อง และชัดเจน ตามที่กําหนดวิธีการมาตรฐานไว
13. การตรวจประเมินให ดําเนินงานในช"วงเวลาปฏิบัติงานปกติ (เวลา 08.00 – 16.00 น.) เท"านั้น ยกเว น กรณี ที่ กฟผ. กําหนดให ดําเนินการตรวจประเมินนอกเวลาปฏิบัติงานปกติ ซึ่งจะแจ งให ทราบก"อน การตรวจประเมิน
14. ในกรณีที่ผู รับจ างผิดสัญญา ด านข อกําหนดและขอบเขตสําหรับการตรวจประเมินสภาพแวดล อม ในการทํางาน กฟผ. มีสิทธิ์ที่จะไม"ตรวจรับงาน จนกว"าผู รับจ างจะได ดําเนินการแก ไข จนเปfนที่เรียบร อยโดยถือ เปfนค"าใช จ"ายของผู รับจ าง
15. การจัดทํารายงานผลการตรวจประเมินสภาพแวดล อมในการทํางาน ประกอบด วย 15.1 การส"งรายงานผลการตรวจประเมินสภาพแวดล อมในการทํางานฉบับสมบูรณB ให ส"งภายใน 25 วัน หลังจากการดําเนินการตรวจประเมินภาคสนามแล วเสร็จทุกสถานประกอบกิจการ ตามระยะเวลาดังที่กําหนดไว ในเงื่อนไขการดําเนินงานตรวจประเมินสภาพแวดล อมในการทํางานในพื้นที่โรงไฟฟ+า ข อ 1.
15.2 แบบรายงานผลการตรวจประเมินสภาพแวดล อมในการทํางานด านต"าง ๆ ตามแบบ รายงานผลการตรวจวัดและวิเคราะหBสภาวะการทํางานเกี่ยวกับ ความร อน แสงสว"าง และเสียง (แบบ รสส.1, แบบ รสส.2, แบบ รสส.3) และแบบรายงานผลการตรวจวัดและวิเคราะหBระดับความเข มข นของสารเคมีอันตราย ในบรรยากาศของสถานที่ทํางานและสถานที่เก็บรักษาสารเคมีอันตราย (แบบ สอ.3) ในรูปแบบไฟลB pdf ฉบับลงนามแล ว โดยส"งทาง E-mail ให แก"ผู ประสานงาน ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกําหนด และจัดทํารายงานต นฉบับ 1 เล"ม
USB flash drive 1ชุด (ประกอบด วย ไฟลBรายงานฉบับสมบูรณBรูปแบบ pdf, Excel และไฟลBแผนผังที่สามารถ แก ไขได ) ในแต"ละสถานประกอบกิจการ ตามระยะเวลาดังที่กําหนดไว ในเงื่อนไขการดําเนินงานตรวจประเมิน สภาพแวดล อมในการทํางานในพื้นที่โรงไฟฟ+า ข อ 1.
16. การร องขอข อมูลเพื่อใช ประกอบการรายงาน ได แก" แผนผัง สภาวะการทํางานของโรงไฟฟ+า ข อมูล อื่น ผู รับจ างต องมีหนังสือเปfนทางการในการร องขอก"อนดําเนินงานตรวจวัด การร องขอโดยทางอีเมลBหรือทาง โทรศัพทB ไม"ถือเปfนหลักฐานที่ใช ในการร องสิทธิ์ขอยกเว นหรือผ"อนผันค"าปรับกรณีส"งรายงานล"าช าได 17. ข อมูล เอกสาร รูปภาพ และรายงานต"าง ๆ ที่ได จากการดําเนินงาน ถือเปfนกรรมสิทธิ์ของ กฟผ. และถือเปfนความลับ ไม"อนุญาตให นําไปเผยแพร"
………………………………………………………..
ภาคผนวก ก.
ตัวอย(างแบบฟอรEม
รายงานผลการตรวจประเมินสภาพแวดล อมในการทํางาน

  1. แบบรายงานผลการตรวจวัดและวิเคราะหBสภาวะการทํางานเกี่ยวกับความร อน แสงสว"าง และเสียงภายใน สถานประกอบกิจการ, แบบ รสส.1, แบบ รสส.2 และ แบบ รสส.3 ตามประกาศกรมสวัสดิการ และคุ มครองแรงงาน เรื่อง กําหนดแบบรายงานผลการตรวจวัดและวิเคราะหBสภาวะการทํางานเกี่ยวกับ ระดับความร อน แสงสว"าง และเสียงภายในสถานประกอบกิจการ

  2. แบบ สอ.3 ตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ มครองแรงงาน เรื่องหลักเกณฑB วิธีการตรวจวัด และการ วิเคราะหBผลการตรวจวัดระดับความเข มข นของสารเคมีอันตราย

  3. บัญชี 3 เงื่อนไขด านความปลอดภัย (Safety Criteria) ตามระเบียบ กฟผ. ฉบับที่ 396/2562 ว"าด วย การจัดการความปลอดภัยผู รับจ าง

  4. บัญชี 4 ข อมูลการดําเนินงานด านความปลอดภัยของผู รับจ างที่ต องจัดส"งก"อนเริ่มปฏิบัติงานตามสัญญาจ าง 5. บัญชี 5 แบบประเมินผลการดําเนินงานด านความปลอดภัยของผู รับจ าง

  5. ข อกําหนดการรักษาข อมูลที่เปfนความลับ

  6. แบบฟอรBมสรุปข อมูลการตรวจวัดให แก" กฟผ. ดังนี้
    (1) แบบฟอรBมสรุปผลตรวจวัดทั้ง กฟผ.
    (2) แบบฟอรBมสรุปข อมูลตรวจวัดสํานักงานกลางทั้งหมด
    (3) แบบฟอรBมสรุปผลตรวจวัด อปต.
    แบบรายงานผลการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการท างาน
    เกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียงภายในสถานประกอบกิจการ
    ตามข้อ ๑๕ แห่งกฎกระทรวงก าหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และด าเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการท างานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. ๒๕๕๙
    ๑. ข้าพเจ้า (นาย/นาง/นางสาว) นายจ้าง/ผู้มีอ านาจกระท าแทน ๒. ชื่อสถานประกอบกิจการ
    เลขทะเบียนนิติบุคคล
    ประกอบกิจการ
    ตั้งอยู่เลขที่ หมู่ที่ ตรอก/ซอย ถนน
    ต าบล/แขวง อ าเภอ/เขต จังหวัด รหัสไปรษณีย์ โทรศัพท์ โทรสาร โทรศัพท์มือถือ
    ๓. การด าเนินการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการท างาน
    🔿 บุคคลที่ขึ้นทะเบียนเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการท างานระดับวิชาชีพ หรือบุคคลผู้ส าเร็จการศึกษา ไม่ต่ ากว่าปริญญาตรีสาขาอาชีวอนามัยหรือเทียบเท่าที่ขึ้นทะเบียนเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการท างาน ของสถานประกอบกิจการ เป็นผู้ด ำเนินกำรเอง (แนบส าเนาเอกสารการขึ้นทะเบียน และส าเนาวุฒิการศึกษา พร้อมรับรองความถูกต้อง)
    ชื่อ-นามสกุลผู้ด าเนินการ
    ตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการท างาน
    ประเภท
    ของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการท างาน
    เลขทะเบียน
    เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการท างาน
    ๑)

    ๒)

    ๓)

รายการผลการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการท างาน
□ แบบรายงานผลการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการท างานเกี่ยวกับความร้อน (แบบ รสส. ๑) □ แบบรายงานผลการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการท างานเกี่ยวกับแสงสว่าง (แบบ รสส. ๒) □ แบบรายงานผลการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการท างานเกี่ยวกับเสียง (แบบ รสส. ๓)
🔿 บุคคลที่ได้รับใบขึ้นทะเบียนตามมาตรา ๙ หรือนิติบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๑๑ แห่งพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการท างาน พ.ศ. ๒๕๕๔ (แนบส าเนาเอกสารใบขึ้นทะเบียน/ใบอนุญาตตามมาตรา ๙ หรือมาตรา ๑๑ พร้อมรับรองความถูกต้อง)
ชื่อ-นามสกุล
บุคคลหรือนิติบุคคลผู้ด าเนินการ
ตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการท างาน
เลขที่ใบขึ้นทะเบียน/เลขที่ใบอนุญาต
ระยะเวลาที่ได้รับ
การขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาต ตั้งแต่วันเดือนปี ถึง วันเดือนปี
๑)

๒)




๓)

หมำยเหตุ: สำมำรถเพิ่มบุคคลหรือนิติบุคคลผู้ด ำเนินกำรตรวจวัดและวิเครำะห์สภำวะกำรท ำงำนเป็นล ำดับในตำรำง รายการผลการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการท างาน
□ แบบรายงานผลการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการท างานเกี่ยวกับความร้อน (แบบ รสส. ๑) □ แบบรายงานผลการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการท างานเกี่ยวกับแสงสว่าง (แบบ รสส. ๒) □ แบบรายงานผลการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการท างานเกี่ยวกับเสียง (แบบ รสส. ๓) ลงชื่อ ลงชื่อ
( ) ( ) บุคคลหรือนิติบุคคลผู้ด าเนินการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการท างาน นายจ้าง/ผู้มีอ านาจกระท าการแทน
แบบ รสส. ๑
แบบรายงานผลการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการท างานเกี่ยวกับความร้อน
๑. วัน เดือน ปี ที่ตรวจวัด
๒. เครื่องมือที่ใช้ในการตรวจวัด (กรณีที่ใช้เครื่องตรวจวัดมำกกว่ำ ๑ เครื่อง ให้เพิ่มข้อมูลเป็นล ำดับในตำรำง)
เครื่องตรวจวัดระดับความร้อน
(ชนิด/ประเภท)
ยี่ห้อ/รุ่น
หมายเลขเครื่อง
(Serial Number)
มาตรฐานเครื่องตรวจวัด
วัน/เดือน/ปี
(ปรับเทียบความถูกต้อง)
หมายเหตุ
๑)

๒)










๓)

๓. ผลการตรวจวัดสภาวะการท างานเกี่ยวกับความร้อน
ล าดับ
ของ
SEG๑
บริเวณที่ท าการตรวจวัด๒
ชื่อ – นามสกุลของลูกจ้าง ในแต่ละ SEG
เวลาตรวจวัด
…. น. - …. น.
อุณหภูมิในสภาวะการท างาน °C
ลักษณะงาน
ภาระงาน (Work Load, WL)๓
ผลการประเมิน๔
(ระบุว่าเกินเกณฑ์/
ไม่เกินเกณฑ์)
ข้อเสนอแนะ
และวิธีการ
ปรับปรุงแก้ไข๕
TNWB
TDB
TGT
WBGT
in/out
WBGT
เฉลี่ย
พลังงานที่ใช้ (Kcal/hr)
พลังงาน
ที่ใช้เฉลี่ย
(Kcal/hr)
ระดับภาระงาน
(หนัก/ปานกลาง/เบา)

แผนก……………………….
๑. นาย…………………………

๒. น.ส...............................












































๒ 
แผนก............................ 
๑. นาย..............................
















































๒. น.ส...............................

หมายเหตุ ๑) SEG หรือ Similar Exposure Group หมายถึง กลุ่มผู้ปฏิบัติงานซึ่งสัมผัสสภาวะการท างานเกี่ยวกับความร้อนเหมือนกัน คือ ลักษณะงานที่ท า พื้นที่การท างานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงเหมือนกัน ๒) บริเวณที่ท าการตรวจวัด ให้แนบแผนผังพื้นที่ที่ด าเนินการตรวจวัด ระบุจุดตั้งเครื่องมือและแหล่งก าเนิดความร้อนเป็นเอกสารแนบ
๓) กรณีที่ลักษณะงานที่ลูกจ้างปฏิบัติมีความแตกต่างกันหรือผสมผสานให้แสดงวิธีค านวณระดับภาระงาน (Work-Load Assessment) โดยสามารถจัดท าเป็นเอกสารแนบได้
๔) ผลการประเมินใช้เกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยตามกฎกระทรวงก าหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และด าเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการท างานเกี่ยวกับ ความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. ๒๕๕๙ หมวด ๑ ความร้อน ข้อ ๒
๕) กรณีผลการประเมินเกินเกณฑ์มาตรฐานให้ระบุข้อเสนอแนะและวิธีการปรับปรุงแก้ไข โดยสามารถจัดท าเป็นเอกสารแนบได้
ลงชื่อ ลงชื่อ
( ) ( )
บุคคลหรือนิติบุคคลผู้ด าเนินการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการท างาน นายจ้าง/ผู้มีอ านาจกระท าการแทน
แบบ รสส. ๒
แบบรายงานผลการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการท างานเกี่ยวกับแสงสว่าง
๑. วัน เดือน ปี ที่ตรวจวัด
๒. เครื่องมือที่ใช้ในการตรวจวัด (กรณีที่ใช้เครื่องตรวจวัดมำกกว่ำ ๑ เครื่อง ให้เพิ่มข้อมูลเป็นล ำดับในตำรำง)
เครื่องตรวจวัด
ความเข้มของแสงสว่าง
ยี่ห้อ/รุ่น
หมายเลขเครื่อง
(Serial Number)
มาตรฐานเครื่อง
ค่าการปรับศูนย์ (Zeroing) ณ วันที่ตรวจวัด (ลักซ์)
วัน/เดือน/ปี
(ปรับเทียบความถูกต้อง)
หมายเหตุ
๑)

๒)












๓)

๓. ผลการตรวจวัดสภาวะการท างานเกี่ยวกับแสงสว่างแบบพื้นที่ (Area Measurement)
เวลาตรวจวัด
พื้นที่ตรวจวัด๑
ลักษณะงาน
ผลการตรวจวัด (ลักซ์)
ผลการประเมิน๒
(ระบุว่าเป็นไปตามเกณฑ์/ไม่เป็นไปตามเกณฑ์)
ข้อเสนอแนะ
และวิธีการปรับปรุงแก้ไข๓
ค่าเฉลี่ยที่วัดได้
ค่าต่ าสุด
❑ ช่วงกลางวัน เวลา น.
๑)

๒)










๓)










❑ ช่วงกลางคืน เวลา น. 
๑)










๒)










๓)

หมายเหตุ ๑) พื้นที่ตรวจวัดให้แนบแผนผังพื้นที่ที่ด าเนินการตรวจวัด ระบุต าแหน่งดวงไฟ แหล่งแสงธรรมชาติเป็นเอกสารแนบ
๒) ผลการประเมินใช้เกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง มาตรฐานความเข้มของแสงสว่าง ลงวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๐ ข้อ ๔ ๓) กรณีผลการประเมินเป็นไปตามเกณฑ์แต่แสงสว่างมีผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของลูกจ้าง และกรณีไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน ให้ระบุข้อเสนอแนะและวิธีการปรับปรุงแก้ไข โดยสามารถจัดท าเป็นเอกสาร แนบได้
ลงชื่อ ลงชื่อ
( ) ( )
บุคคลหรือนิติบุคคลผู้ด าเนินการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการท างาน นายจ้าง/ผู้มีอ านาจกระท าการแทน
แบบ รสส. ๒
๔. ผลการตรวจวัดสภาวะการท างานเกี่ยวกับแสงสว่างแบบใช้สายตามองเฉพาะจุด (Spot Measurement)
เวลาตรวจวัด
ชื่อ – นามสกุล ของลูกจ้าง
ลักษณะงาน/ลักษณะพื้นที่๑
ค่าที่วัดได้
(ลักซ์)
ค่าความเข้มของแสงสว่าง
บริเวณพื้นที่โดยรอบ๒(ลักซ์)
ผลการประเมิน๓
(ระบุว่าเป็นไปตามเกณฑ์/ไม่ เป็นไปตามเกณฑ์)
ข้อเสนอแนะ
และวิธีการปรับปรุงแก้ไข๔
พื้นที่ ๑
พื้นที่ ๒
พื้นที่ ๓
❑ ช่วงกลางวัน เวลา น.
๑)

๒)












๓)












❑ ช่วงกลางคืน เวลา น.
๑)












๒)












๓)

หมายเหตุ ๑) พื้นที่ตรวจวัดให้แนบแผนผังพื้นที่ที่ด าเนินการตรวจวัด ระบุต าแหน่งดวงไฟ แหล่งแสงธรรมชาติเป็นเอกสารแนบ
๒) ค่าความเข้มของแสงสว่างบริเวณพื้นที่โดยรอบ กรณีความเข้มของแสงสว่างในบริเวณใช้สายตามองเฉพาะจุด (พื้นที่ ๑) มีความเข้มของแสงสว่างตั้งแต่ ๑,๐๐๐ ลักซ์
๓) ผลการประเมินใช้เกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง มาตรฐานความเข้มของแสงสว่าง ลงวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๐ ข้อ ๔ ๔) กรณีผลการประเมินเป็นไปตามเกณฑ์แต่แสงสว่างมีผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของลูกจ้าง และกรณีไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน ให้ระบุข้อเสนอแนะและวิธีการปรับปรุงแก้ไข โดยสามารถจัดท าเป็นเอกสาร แนบได้
ลงชื่อ ลงชื่อ
( ) ( )
บุคคลหรือนิติบุคคลผู้ด าเนินการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการท างาน นายจ้าง/ผู้มีอ านาจกระท าการแทน
แบบ รสส.๓
แบบรายงานผลการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการท างานเกี่ยวกับเสียง
๑. วัน เดือน ปี ที่ตรวจวัด
๒. เครื่องมือที่ใช้ในการตรวจวัด (กรณีที่ใช้เครื่องตรวจวัดมำกกว่ำ ๑ เครื่อง ให้เพิ่มข้อมูลเป็นล ำดับในตำรำง)
ชนิด/ประเภทเครื่องตรวจวัด
ระดับความดังเสียง (SLM/Noise Dosimeter)
ยี่ห้อ/รุ่น
หมายเลขเครื่อง (Serial Number)
มาตรฐานเครื่อง
วัน/เดือน/ปี
(ปรับเทียบความถูกต้อง)
หมายเหตุ
๑)

๒)

๓. อุปกรณ์ที่ใช้ในการปรับเทียบความถูกต้องของเครื่องมือตรวจวัดระดับความดังเสียง
อุปกรณ์ปรับเทียบความถูกต้อง
ยี่ห้อ/รุ่น
หมายเลขเครื่อง (Serial Number)
มาตรฐานเครื่อง
หมายเหตุ
๑)

๒)

๔. ผลการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการท างานเกี่ยวกับเสียงด้วยเครื่องตรวจวัดระดับความดังเสียง Sound Level Meter (SLM)
ล าดับ
ของ
SEG๑
บริเวณที่ท าการตรวจวัด๒
ชื่อ – นามสกุลของลูกจ้าง
ในแต่ละ SEG
ระยะเวลาการปฏิบัติงาน
ของพนักงาน (ชั่วโมง/นาที)
พื้นที่ท างาน๓
ผลการตรวจวัดระดับความดังเสียง
ระดับเสียงเฉลี่ย
TWA ๘ ชั่วโมง๔
(dBA)
ผลการประเมิน๕
(ระบุว่าเกินเกณฑ์/
ไม่เกินเกณฑ์)
ข้อเสนอแนะ
และวิธีการปรับปรุงแก้ไข ๖
ความดังเสียง
(dBA)
ระยะเวลาการตรวจวัด (ชั่วโมง/นาที)

แผนก…………………
๑. นาย………………………..

พื้นที่ท างาน ๑












พื้นที่ท างาน.....




๒. นาง............................. 


พื้นที่ท างาน ๑












พื้นที่ท างาน.....




๒ 
แผนก..................... 
๑. นาย............................. 


พื้นที่ท างาน ๑












พื้นที่ท างาน.....




๒. นาง............................. 


พื้นที่ท างาน ๑












พื้นที่ท างาน.....

หมายเหตุ ๑) SEG หรือ Similar Exposure Group หมายถึง กลุ่มผู้ปฏิบัติงานซึ่งสัมผัสสภาวะการท างานเกี่ยวกับระดับความดังเสียงเหมือนกัน คือ ลักษณะงานที่ท า พื้นที่การท างานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงเหมือนกัน ๒) บริเวณที่ท าการตรวจวัด ให้จัดท าแผนผังพื้นที่ที่ด าเนินการตรวจวัดระดับความดังเสียงเป็นเอกสารแนบ
๓) กรณีที่พนักงานสัมผัสเสียงดังในบริเวณตรวจวัดหลายจุดท างาน (หลายสถานีงาน/พื้นที่ท างาน) สามารถเพิ่มเติมพื้นที่ท างานในตารางได้
๔) ระดับเสียงเฉลี่ย TWA ๘ ชั่วโมง (dBA) ที่ผู้ปฏิบัติงานสัมผัสก่อนการค านวณระดับเสียงที่สัมผัสในหูเมื่อสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล
๕) ผลการประเมินใช้เกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง มาตรฐานระดับเสียงที่ยอมให้ลูกจ้างได้รับเฉลี่ยตลอดระยะเวลาการท างานในแต่ละวัน ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ ข้อ ๓ ๖) กรณีผลการประเมินเกินเกณฑ์มาตรฐานให้ระบุข้อเสนอแนะและวิธีการปรับปรุงแก้ไข โดยสามารถจัดท าเป็นเอกสารแนบได้
ลงชื่อ ลงชื่อ
( ) ( )
บุคคลหรือนิติบุคคลผู้ด าเนินการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการท างาน นายจ้าง/ผู้มีอ านาจกระท าการแทน
แบบ รสส.๓
๕. ผลการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการท างานเกี่ยวกับเสียงด้วยเครื่องตรวจวัดระดับความดังเสียง (Noise Dosimeter)
ล าดับ
ของ
SEG๑
บริเวณที่ท าการตรวจวัด
ชื่อ – นามสกุลของลูกจ้าง
ในแต่ละ SEG
ระยะเวลาการปฏิบัติงานของ พนักงาน (ชั่วโมง)
ผลการตรวจวัดระดับความดังเสียง
ระดับเสียงเฉลี่ย
TWA ๘ ชั่วโมง๒
(dBA)
ผลการประเมิน๓
(ระบุว่าเกินเกณฑ์/
ไม่เกินเกณฑ์)
ข้อเสนอแนะ
และวิธีการปรับปรุงแก้ไข๔
ระยะเวลาการตรวจวัด (ชั่วโมง/นาที)
ปริมาณเสียงสะสม (D) เปอร์เซ็นต์ (%)

แผนก
……………………….
๑. นาย………………………..

๒. นาง.............................












๓. นางสาว..........................












๒ 
แผนก 

……………………….
๑. นาย………………………..

๒. นาง.............................












๓. นางสาว..........................

หมายเหตุ ๑) SEG หรือ Similar Exposure Group หมายถึง กลุ่มผู้ปฏิบัติงานซึ่งสัมผัสสภาวะการท างานเกี่ยวกับระดับความดังเสียงเหมือนกัน คือ ลักษณะงานที่ท า พื้นที่การท างานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงเหมือนกัน ๒) ระดับเสียงเฉลี่ย TWA ๘ ชั่วโมง (dBA) ที่ผู้ปฏิบัติงานสัมผัสก่อนการค านวณระดับเสียงที่สัมผัสในหูเมื่อสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล
๓) ผลการประเมินใช้เกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง มาตรฐานระดับเสียงที่ยอมให้ลูกจ้างได้รับเฉลี่ยตลอดระยะเวลาการท างานในแต่ละวัน ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ ข้อ ๓
๔) กรณีผลการประเมินเกินเกณฑ์มาตรฐานให้ระบุข้อเสนอแนะและวิธีการปรับปรุงแก้ไข โดยสามารถจัดท าเป็นเอกสารแนบได้
ลงชื่อ ลงชื่อ
( ) ( )
บุคคลหรือนิติบุคคลผู้ด าเนินการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการท างาน นายจ้าง/ผู้มีอ านาจกระท าการแทน
หน้า ๑๔
เล่ม ๑๓๓ ตอนพิเศษ ๓๐๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๙ ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการตรวจวัด และการวิเคราะห์ผลการตรวจวัดระดับความเข้มข้นของสารเคมีอันตราย
โดยที่กฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย พ.ศ. ๒๕๕๖ ข้อ ๒๙ กําหนดให้นายจ้างจัดให้มีการตรวจวัดและวิเคราะห์ระดับความเข้มข้นของสารเคมีอันตรายในบรรยากาศ ของสถานที่ทํางานและสถานที่เก็บรักษาสารเคมีอันตราย และส่งรายงานผลการตรวจวัดให้แก่อธิบดี หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบผลการตรวจวัด
อาศัยอํานาจตามความในข้อ ๒๙ วรรคสองแห่งกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับ สารเคมีอันตราย พ.ศ. ๒๕๕๖ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ประกาศน้ีเรียกว่า “ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการตรวจวัด และการวิเคราะห์ผลการตรวจวัดระดับความเข้มข้นของสารเคมีอันตราย” ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกําหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ในประกาศนี้
“การตรวจวัด” หมายความว่า การเก็บตัวอย่างสารเคมีอันตรายในบรรยากาศของสถานที่ทํางาน และสถานที่เก็บรักษาสารเคมีอันตรายเพื่อนํามาวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ
หมวด ๑
บททั่วไป
ข้อ ๔ นายจ้างต้องจัดให้มีการตรวจวัดและวิเคราะห์ระดับความเข้มข้นของสารเคมีอันตราย ในบรรยากาศของสถานที่ทํางานและสถานที่เก็บรักษาสารเคมีอันตรายอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง กรณีที่ระดับความเข้มข้นของสารเคมีอันตรายในบรรยากาศของสถานที่ทํางานหรือสถานที่ เก็บรักษาสารเคมีอันตรายมีระดับเกินขีดจํากัดความเข้มข้นของสารเคมีอันตราย (Threshold Limit Value:TLV) ตามข้อ ๒๘ แห่งกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการ ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย พ.ศ. ๒๕๕๖ ให้นายจ้างใช้มาตรการกําจัดหรือควบคุมสารเคมีอันตรายทางวิศวกรรมและการบริหารจัดการสภาพแวดล้อม เพื่อลดระดับความเข้มข้นของสารเคมีอันตรายมิให้เกินขีดจํากัดดังกล่าว พร้อมทั้งตรวจวัดและวิเคราะห์ ระดับความเข้มข้นของสารเคมีอันตรายภายในสามสิบวันนับจากวันที่มีการปรับปรุงแก้ไขแล้วเสร็จ
หน้า ๑๕
เล่ม ๑๓๓ ตอนพิเศษ ๓๐๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๙
กรณีผลการตรวจสุขภาพของลูกจ้างมีความผิดปกติหรือพบลูกจ้างเจ็บป่วยเนื่องจากการทํางาน เกี่ยวกับสารเคมีอันตราย ให้นายจ้างดําเนินการตรวจวัดและวิเคราะห์ระดับความเข้มข้นของสารเคมีอันตราย ภายในสามสิบวันหลังจากที่นายจ้างทราบผลความผิดปกติหรือการเจ็บป่วยเนื่องจากการทํางานเกี่ยวกับ สารเคมีอันตราย
กรณีที่มีการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลง ชนิด หรือปริมาณของสารเคมีอันตราย เครื่องจักร อุปกรณ์ กระบวนการผลิต วิธีการทํางาน หรือวิธีการดําเนินการใด ๆ ที่อาจมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงระดับ ความเข้มข้นของสารเคมีอันตรายในบรรยากาศของสถานที่ทํางานและสถานที่เก็บรักษาสารเคมีอันตราย ให้นายจ้างดําเนินการตรวจวัดและวิเคราะห์ระดับความเข้มข้นของสารเคมีอันตรายภายในสามสิบวัน นับจากวันที่มีการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลง
หมวด ๒
การตรวจวัด และการวิเคราะห์สารเคมีอันตรายทางห้องปฏิบัติการ
ข้อ ๕ การตรวจวัด และการวิเคราะห์สารเคมีอันตรายทางห้องปฏิบัติการ นายจ้างต้องใช้ วิธีการ เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่เป็นมาตรฐานสากลหรือเป็นที่ยอมรับโดยอ้างอิงวิธีการจากหน่วยงานใด หน่วยงานหนึ่ง ดังนี้
(๑) สถาบันความปลอดภัยและอาชีวอนามัยแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา (The National Institute for Occupational Safety and Health: NIOSH)
(๒) สํานักงานบริหารความปลอดภัยและอาชีวอนามัย ประเทศสหรัฐอเมริกา (Occupational Safety and Health Administration: OSHA)
(๓) สมาคมนักสุขศาสตร์อุตสาหกรรมภาครัฐ ประเทศสหรัฐอเมริกา (American Conference of Governmental Industrial Hygienists : ACGIH)
(๔) สมาคมความปลอดภัยและสุขภาพอนามัยในอุตสาหกรรม ประเทศญี่ปุ่น (Japan Industrial Safety and Health Association: JISHA)
(๕) องค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน (International Organization for Standardization: ISO)
(๖) สํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)
(๗) สมาคมการทดสอบและวัสดุอเมริกัน (American Society for Testing and Materials: ASTM) นายจ้างต้องจัดให้มีการสอบเทียบความถูกต้อง (Calibration) การตรวจสอบ การบํารุงรักษา เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการตรวจวัด และเครื่องมือที่ใช้วิเคราะห์สารเคมีอันตรายทางห้องปฏิบัติการ ตามวิธีการของหน่วยงานมาตรฐานอ้างอิงตามวรรคหนึ่ง หรือตามมาตรฐานที่ผู้ผลิตกําหนด ทั้งนี้ ให้ใช้ วิธีการภายใต้มาตรฐานเดียวกัน และเก็บหลักฐานไว้ให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้
หน้า ๑๖
เล่ม ๑๓๓ ตอนพิเศษ ๓๐๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๙
หมวด ๓
คุณสมบัติของผู้ดําเนินการตรวจวัด
และผู้ดําเนินการตรวจวิเคราะห์สารเคมีอันตรายทางห้องปฏิบัติการ
ข้อ ๖ ผู้ดําเนินการตรวจวัดต้องมีวุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรีทางวิทยาศาสตร์ สาขาเคมี สาขาเคมีเทคนิค สาขาเคมีวิเคราะห์ สาขาเคมีอินทรีย์ สาขาเคมีอนินทรีย์ สาขาวิทยาศาสตร์ สิ่งแวดล้อม สาขาอนามัยสิ่งแวดล้อม หรือปริญญาตรีสาขาอาชีวอนามัยหรือเทียบเท่า หรือปริญญาตรี ทางวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม
ข้อ ๗ ผู้ดําเนินการตรวจวิเคราะห์สารเคมีอันตรายทางห้องปฏิบัติการ ต้องมีคุณสมบัติ อย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(๑) มีวุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรีทางวิทยาศาสตร์ สาขาเคมี สาขาเคมีเทคนิค สาขาเคมีวิเคราะห์ สาขาเคมีอินทรีย์ สาขาเคมีอนินทรีย์ สาขาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม สาขาอนามัย สิ่งแวดล้อม หรือปริญญาตรีสาขาอาชีวอนามัยหรือเทียบเท่า
(๒) มีวุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรีทางวิทยาศาสตร์สาขาอื่นที่มีวิชาเรียนทางด้านเคมี ไม่น้อยกว่า ๑๒ หน่วยกิต และมีประสบการณ์วิเคราะห์สารเคมีอันตรายทางห้องปฏิบัติการเป็นระยะเวลา ไม่น้อยกว่า ๒ ปี
(๓) เป็นผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรนักวิเคราะห์มืออาชีพสาขาเคมีของกรมวิทยาศาสตร์บริการ หรือเป็นผู้ควบคุมดูแลห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม หรือเป็น ผู้ได้รับใบประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิชาชีพ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หมวด ๔
การจัดทํารายงานผลการตรวจวัดและวิเคราะห์ระดับความเข้มข้นของสารเคมีอันตราย
ข้อ ๘ ให้นายจ้างจัดให้มีการรายงานผลการตรวจวัดและวิเคราะห์ระดับความเข้มข้นของ สารเคมีอันตรายในบรรยากาศของสถานที่ทํางานและสถานที่เก็บรักษาสารเคมีอันตราย ตามเอกสารรายงาน ผลการตรวจวัดและวิเคราะห์ระดับความเข้มข้นของสารเคมีอันตรายในบรรยากาศของสถานที่ทํางาน และสถานที่เก็บรักษาสารเคมีอันตราย (สอ.๓) ท้ายประกาศนี้ และให้ส่งรายงานดังกล่าวต่ออธิบดี หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบผลการตรวจวัดและวิเคราะห์ระดับความเข้มข้น ของสารเคมีอันตราย
การดําเนินการตามวรรคหนึ่ง ต้องได้รับการรับรองรายงานผลจากผู้ดําเนินการตรวจวัด และผู้ดําเนินการตรวจวิเคราะห์สารเคมีอันตรายทางห้องปฏิบัติการ
หน้า ๑๗
เล่ม ๑๓๓ ตอนพิเศษ ๓๐๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๙
การส่งรายงานตามวรรคหนึ่ง ให้นายจ้างส่งด้วยตนเอง หรือทางไปรษณีย์ หรือทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ
ประกาศ ณ วันที่ ๒๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๙
สุเมธ มโหสถ
อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
นตราย
ีั

มขนของสารเคม
้ ้
บความเข
ั เคราะหระด

ิ ดและว
นตราย
ั ี

กษาสารเคม
ั บร
็ เก

ี ทางานและสถานท
ํ ่
ในบรรยากาศของสถานที
คคล

เลขทะเบียนนิติบ
เขต/อําเภอ
ได้ตรวจวัดและวิเคราะห์ระดับความเข้มข้นของสารเคมีอันตรายในบรรยากาศข
ิความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ.
คคล

เลขทะเบียนนิติบ

ี งน

ยดด



ระยะเวลาท


ตราด



เคราะห




นท


าง

วอย

บต

เก
อากาศ
ใช้


Volume/Edition
่ ื

ลงช
)
( )
้ให้บริการ

คคลผ








เคราะห
ิ ดและว
ั ตรวจว
ั รายงานผลการตรวจว
อสถานประกอบกิจการ
แขวง/ตําบล
ถนน





หม
โทรศัพท์
ดําเนินการเอง 🞅


ญญ

งพระราชบ

ุญาตตามมาตรา ๑๑ แห
ได้รับใบอน


คคลท

นิติบ
🞅
้ให้บริการฯ

ี นท
ั งว
ึ ถ
รายละเอ
ี งม

ึ นตราย ซ
ั ี

นของสารเคม
้ มข
้ บความเข
ั ระด
์ เคราะห
ิ ดและว
ั งรายงานผลการตรวจว
านวน
ํ จ


องม
่ ื
อเคร



าง

กจ



สด

และว


สหร

มผ

่ ี




เก


ดท




เก


นท


่ ปกรณ์ที




องก

ยวข


เก
าง

วอย


าง

วอย


าง
่ วอย
ั บต
็ เก
ี สารเคม
นตราย
ั อ
้องปฏิบัติการใช้มาตรฐานของ ทางห
์ เคราะห

ดและการว
่ ื

ลงช
( )

เคราะห

นการตรวจว

าเน


ผู

นตราย



ดสารเคม

นการตรวจว
้องปฏิบัติการ นตรายทางห



สารเคม

ี เลขท
ัสไปรษณีย์
โดย

คคลผ




ี นท
ั ่

อสาร

ื ช
ั การตรวจว
่ ื

ลงช
(

าเน

้ ด







ื ช
งอย



รห

อน

ื ช
งแต



ขอแจ
ี ิ ธ

-๒-
นตรายเอง ให้แนบเอกสารหรือหลักฐานแสดง



นของสารเคม
้ มข
้ บความเข

ระด
์ เคราะห

ดและว

นการตรวจว

าเน

างด
้ นายจ
ี ๑. กรณ

หมายเหต
้ ้องปฏิบัติการประจําสถานประกอบกิจการมาพร้อมเอกสาร (สอ.๓) นี นตรายทางห



สารเคม

เคราะห

นการตรวจว

าเน




และผ
ิความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวด


ญญ

งพระราชบ

ุญาตตามมาตรา ๑๑ แห
ได้รับใบอน


คคลท

๒. กรณีนายจ้างให้นิติบ
ุญาตเป็นผู้ให้บริการตรวจวัดและวิเคราะห์ นตราย ให้แนบสําเนาใบอน



นของสารเคม

มข

บความเข

ระด

เคราะห

ดและว

ตรวจว
องหมาย * หมายถึง หน่วย ลิตร/นาที ่ ื ๓. เคร
วโมง ่ องหมาย ** หมายถึง นาทีหรือชั ่ ื เคร
องหมาย *** หมายถึง mg/m3 หรือ μg/m3 หรือ f/cm3 หรือ mppcf หรือ ppm หรือ ppb ่ ื
เคร
= มิลลิกรัมต่ออากาศหนึ่งลูกบาศก์เมตร mg/m3

= ไมโครกรัมต่ออากาศหนึ่งลูกบาศก์เมตร μg/m3
เมตร

เซนต

กบาศก

= จํานวนเส้นใยต่ออากาศหนึ่งล
f/cm3


์ฟ
กบาศก

งล
่ = จํานวนล้านอนุภาคต่อปริมาตรของอากาศหนึ mppcf

่วนในล้านส่วนโดยปริมาตร = ส
ppm

= ส่วนในพันล้านส่วนโดยปริมาตร ppb


บัญชี ๓ เงื่อนไขด้านความปลอดภัย (Safety Criteria)
หน่วยงานผู้ว่าจ้าง : กองส่งเสริมและก ำกับกำรปฏิบัติด้ำนคุณภำพและควำมปลอดภัย ฝ่ำยควำมปลอดภัย
งานที่ว่าจ้าง : งำนจ้ำงตรวจประเมินสภำพแวดล้อมในกำร ท ำงำน ประจ ำปี ๒๕๖๙
ระยะเวลาที่ว่าจ้าง :
ด ำเนินกำรแล้วเสร็จภำยใน ๑๕๐ วัน นับถัดจำก วันลงนำมในสัญญำ
การส่งมอบพื้นที่ ส่งมอบพื้นที่ ☑ ไม่ได้ส่งมอบพื้นที่
กลุ่มงานของผู้รับจ้าง

กลุ่มที่ ๑ กลุ่มงำนที่มีควำมเสี่ยงต่ ำ (Low Risk Contracts) กลุ่มที่ ๒ กลุ่มงำนที่มีควำมเสี่ยงปำนกลำง (Medium Risk Contracts) กลุ่มที่ ๓ กลุ่มงำนที่มีควำมเสี่ยงสูง (High Risk Contracts)
๑. รายละเอียดกิจกรรมด้านความปลอดภัย ที่ต้องด าเนินงานตามกลุ่มงานของผู้รับจ้าง

๑.๑ จัดท ำแผนงำนควำมปลอดภัย ให้ผู้ว่ำจ้ำงตรวจสอบและเห็นชอบก่อนเริ่มปฏิบัติงำนตำมสัญญำ อย่ำง น้อย ดังนี้ 

(๑) กำรตรวจสอบพื้นที่ อุปกรณ์ เครื่องจักร และเครื่องมือ
(๒) กำรฝึกอบรมให้ควำมรู้ด้ำนควำมปลอดภัยในกำรท ำงำน
(๓) กำรรณรงค์ส่งเสริมควำมปลอดภัยในกำรท ำงำน
(๔) กำรเตรียมควำมพร้อม และกำรตอบโต้เหตุฉุกเฉิน
(๕) รำยงำนกำรค้นหำและวิเครำะห์อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น

๑.๒ กำรชี้บ่งอันตรำย และประเมินควำมเสี่ยงกิจกรรมและกำรด ำเนินงำนของผู้รับจ้ำง ซึ่งมีผลกระทบต่อ หน่วยงำน ลูกจ้ำงของผู้รับจ้ำง และผู้มีส่วนได้เสียในสถำนที่ท ำงำน ให้ด ำเนินกำร ดังนี้ (๑) กรณีหน่วยงำนผู้ว่ำจ้ำงส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้ำงจัดท ำกำรวิเครำะห์งำนเพื่อควำมปลอดภัย  (Job Safety Analysis) หรือวิธีกำรอื่นใด และจัดส่งเอกสำรให้หน่วยงำนผู้ว่ำจ้ำงทวนสอบควำมครบถ้วน  และเหมำะสม 

(๒) กรณีหน่วยงำนผู้ว่ำจ้ำงไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้พิจำรณำทำงเลือกอย่ำงใดอย่ำงหนึ่ง ดังนี้ (ก) ให้ผู้ว่ำจ้ำงจัดท ำกำรวิเครำะห์งำนเพื่อควำมปลอดภัย หรือวิธีกำรอื่นใด (ข) ให้ผู้รับจ้ำงจัดท ำกำรวิเครำะห์งำนเพื่อควำมปลอดภัย หรือวิธีกำรอื่นใด และจัดส่งเอกสำรให้ หน่วยงำนผู้ว่ำจ้ำงทวนสอบควำมครบถ้วน และเหมำะสม

๑.๓ จัดให้มีกำรตรวจสุขภำพลูกจ้ำงของผู้รับจ้ำงที่ท ำงำนเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง โดยแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง ที่ได้รับใบอนุญำตประกอบวิชำชีพเวชกรรมด้ำนอำชีวเวชศำสตร์หรือที่ผ่ำนกำรอบรมด้ำน อำชีวเวชศำสตร์มีเงื่อนไข ดังนี้






(๑) กรณีสัญญำจ้ำงตั้งแต่ ๑๘๐ วัน ขึ้นไป จัดให้มีกำรตรวจสุขภำพลูกจ้ำงครั้งแรกให้เสร็จสิ้น ภำยใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่ วันที่ลูกจ้ำงเข้ำท ำงำน และตรวจสุขภำพครั้งต่อไปอย่ำงน้อยปีละหนึ่งครั้งตำมปีปฏิทิน 

(๒) กรณีสัญญำจ้ำงไม่ถึง ๑๘๐ วัน จัดให้มีกำรตรวจสุขภำพลูกจ้ำงครั้งแรกให้เสร็จสิ้น ภำยใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้ำงเข้ำท ำงำนและตรวจสุขภำพครั้งต่อไปอย่ำงน้อยปีละหนึ่งครั้งตำมปีปฏิทิน หรือให้แสดง ใบรับรองแพทย์ของลูกจ้ำงที่มีระยะเวลำไม่เกิน ๓๐ วัน
(๓) กรณีปฏิบัติงำนในที่อับอำกำศ ลูกจ้ำงต้องมีสุขภำพแข็งแรง สำมำรถท ำงำนในที่อับอำกำศได้ โดยให้ระบุควำมเห็น ของแพทย์ที่บ่งบอกสภำวะสุขภำพของลูกจ้ำงที่มีผลกระทบ หรือเป็นอุปสรรคต่อกำรท ำงำนหรือลักษณะงำนที่ได้รับ มอบหมำยของลูกจ้ำง พร้อมทั้งลงลำยมือชื่อแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง (เวชกรรมด้ำนอำชีวเวชศำสตร์หรือผ่ำนกำรอบรม ด้ำนอำชีวเวชศำสตร์) ว่ำสำมำรถเข้ำท ำงำนใน
ที่อับอำกำศได้ครั้งต่อไปอย่ำงน้อยปีละหนึ่งครั้งตำมปีปฏิทิน ทั้งนี้ ผลกำรตรวจสุขภำพ จะต้องน ำมำแสดงต่อผู้ควบคุมงำน หรือผู้บริหำรสัญญำก่อนมีกำรเริ่มด ำเนินงำนกำรเข้ำท ำงำนในที่อับอำกำศ

๑.๔ กำรค้นหำควำมจ ำเป็นในกำรใช้อุปกรณ์คุ้มครองควำมปลอดภัยส่วนบุคคล ให้ด ำเนินกำร ดังนี้ (๑) กรณีหน่วยงำนผู้ว่ำจ้ำงส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้ำงค้นหำควำมจ ำเป็นในกำรใช้อุปกรณ์คุ้มครองควำม ปลอดภัยส่วนบุคคลให้เหมำะสมกับลักษณะควำมเสี่ยง และจัดส่งเอกสำรให้หน่วยงำนผู้ว่ำจ้ำงทวนสอบ ควำมครบถ้วน และเหมำะสม 

(๒) กรณีหน่วยงำนผู้ว่ำจ้ำงไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้ว่ำจ้ำงค้นหำควำมจ ำเป็นในกำรใช้อุปกรณ์คุ้มครอง ควำมปลอดภัยส่วนบุคคลให้เหมำะสมกับลักษณะควำมเสี่ยง

๑.๕ กำรจัดเตรียมควำมพร้อมของเครื่องดับเพลิงแบบเคลื่อนย้ำยได้ ให้ด ำเนินกำร ดังนี้ (๑) กรณีหน่วยงำนผู้ว่ำจ้ำงส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้ำงจัดเตรียมเครื่องดับเพลิงแบบเคลื่อนย้ำยได้  ให้ครบถ้วนและเหมำะสมกับลักษณะงำน  

(๒) กรณีหน่วยงำนผู้ว่ำจ้ำงไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้ว่ำจ้ำงจัดเตรียมเครื่องดับเพลิงแบบเคลื่อนย้ำยได้ให้ ครบถ้วนและเหมำะสมกับลักษณะงำน

๑.๖ จัดส่งข้อมูลกำรด ำเนินงำนด้ำนควำมปลอดภัยของผู้รับจ้ำงก่อนเริ่มปฏิบัติงำนตำมสัญญำจ้ำง ดังนี้  (๑) โครงสร้ำงกำรบริหำรจัดกำร หน้ำที่ ควำมรับผิดชอบด้ำนควำมปลอดภัย 

(๒) หลักสูตร เอกสำรแสดงกำรผ่ำนกำรฝึกอบรม และใบอนุญำต ตำมที่กฎหมำยก ำหนด (๓) กำรตรวจสุขภำพตำมปัจจัยเสี่ยง
(๔) กำรตรวจสอบ ทดสอบ สอบเทียบ และใบรับรองเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ (๕) ประวัติข้อมูลควำมสูญเสียและสถิติอุบัติเหตุในอดีต (ถ้ำมี)
(๖) ควำมสำมำรถในกำรปฏิบัติตำมมำตรฐำน กฎหมำยด้ำนควำมปลอดภัย (ถ้ำมี)

๑.๗ ระบบกำรควบคุมกำรเข้ำ-ออก (Access Control) ให้ด ำเนินกำร ดังนี้ 

(๑) กรณีหน่วยงำนผู้ว่ำจ้ำงส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้ำงจัดให้มีระบบกำรควบคุมกำรเข้ำ-ออก ของผู้รับจ้ำง ดังนี้
(ก) กำรควบคุมบุคคลเข้ำ-ออก (Personnel Access Control) ก ำหนดให้ลูกจ้ำงของผู้รับจ้ำงหรือ ผู้เกี่ยวข้อง ต้องแสดงหรือแขวนบัตรเพื่อใช้แสดงตนผ่ำนเข้ำ-ออก

 (ข) กำรควบคุมกำรน ำสิ่งของเข้ำ-ออก (Gate Pass) จัดให้มีกำรควบคุมกำรน ำเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์รวมทั้งวัสดุและสำรเคมีอันตรำย ที่ทำงเข้ำ กำรอยู่ในพื้นที่และกำรออกนอกพื้นที่ ของ ผู้รับจ้ำงหรือผู้เกี่ยวข้อง 

(ค) กำรควบคุมยำนพำหนะเข้ำ-ออก (Vehicle Access Control) จัดให้มีกำรควบคุมยำนพำหนะ ที่ใช้ส ำหรับส่งคนไปยังสถำนที่ท ำงำน ขนส่งเครื่องมืออุปกรณ์ในกำรท ำงำน ตรวจงำนโดยผู้รับผิดชอบของ งำนหรือโครงกำรที่ได้รับมอบหมำยจำกหน่วยงำน เพื่อควบคุมกำรจรำจรและ
ควำมปลอดภัยของยำนพำหนะเข้ำ-ออก โดยปฏิบัติตำมกฎควำมปลอดภัยเฉพำะพื้นที่ หรือระเบียบปฏิบัติ ของหน่วยงำน กฟผ. ที่เกี่ยวข้อง
(๒) กรณีหน่วยงำนผู้ว่ำจ้ำงไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้ำงด ำเนินกำรตำมระบบกำรควบคุมกำร เข้ำ-ออก ของหน่วยงำนผู้ว่ำจ้ำงหรือเจ้ำของพื้นที่

๑.๘ กฎควำมปลอดภัยทั่วไป กฎเฉพำะงำน เครื่องหมำยและป้ำยสัญลักษณ์ควำมปลอดภัย ให้ด ำเนินกำร  ดังนี้ 

(๑) กรณีหน่วยงำนผู้ว่ำจ้ำงส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้ำงจัดให้มีกฎควำมปลอดภัย เครื่องหมำยและ ป้ำยสัญลักษณ์ควำมปลอดภัย เพื่อสื่อสำรให้เกิดควำมเข้ำใจและน ำไปปฏิบัติ
(๒) กรณีหน่วยงำนผู้ว่ำจ้ำงไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้ำงปฏิบัติตำมกฎควำมปลอดภัย เครื่องหมำยและ ป้ำยสัญลักษณ์ควำมปลอดภัยของหน่วยงำนผู้ว่ำจ้ำงหรือเจ้ำของพื้นที่

๑.๙ ระบบกำรแจ้งกำรกระท ำหรือสภำพกำรณ์ที่ต่ ำกว่ำมำตรฐำน ให้ด ำเนินกำร ดังนี้ (๑) กรณีหน่วยงำนผู้ว่ำจ้ำงส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้ำงจัดให้มีระบบกำรแจ้งกำรกระท ำหรือสภำพกำรณ์ที่ ต่ ำกว่ำมำตรฐำนของผู้รับจ้ำง ดังนี้  

(ก) เมื่อลูกจ้ำงของผู้รับจ้ำงพบเห็นกำรกระท ำหรือสภำพกำรณ์ที่ต่ ำกว่ำมำตรฐำน ต้องแจ้ง ผู้ควบคุมงำนของผู้รับจ้ำง เพื่อก ำหนดมำตรกำรแก้ไขและกำรป้องกัน
(ข) ผู้ควบคุมงำนของผู้รับจ้ำงต้องรำยงำนกำรกระท ำหรือสภำพกำรณ์ที่ต่ ำกว่ำมำตรฐำน พร้อม มำตรกำรแก้ไขและกำรป้องกัน ต่อผู้ควบคุมงำนของผู้ว่ำจ้ำง
(๒) กรณีหน่วยงำนผู้ว่ำจ้ำงไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้ำงปฏิบัติตำมระบบกำรแจ้งกำรกระท ำหรือ สภำพกำรณ์ที่ต่ ำกว่ำมำตรฐำนของหน่วยงำนผู้ว่ำจ้ำงหรือหน่วยงำนเจ้ำของพื้นที่

๑.๑๐ ด ำเนินกำรสนทนำควำมปลอดภัย (Safety Talk) เฉพำะงำนที่เสี่ยงอันตรำย โดยมีหัวข้ออย่ำงน้อย  ดังนี้ 

(๑) งำนที่ต้องปฏิบัติ
(๒) อันตรำยที่อำจจะเกิดขึ้นจำกกำรท ำงำน ระดับควำมเสี่ยงของงำน อุบัติเหตุที่เคยเกิดขึ้น รวมทั้ง ข้อควรระวังพิเศษ
(๓) มำตรกำรควบคุมป้องกัน เช่น กฎเฉพำะงำน กำรอนุญำตเข้ำท ำงำน กำรล็อคและกำรแขวนป้ำย เพื่อควำมปลอดภัย อุปกรณ์คุ้มครองควำมปลอดภัยส่วนบุคคล
(๔) กำรเตรียมควำมพร้อมสภำพร่ำงกำยก่อนเริ่มท ำงำน

๑.๑๑ จัดให้มีกำรตรวจสอบควำมปลอดภัยของพื้นที่อำคำร เครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ตำมแผนที่ ก ำหนด รวมทั้งจัดท ำรำยงำนผลกำรตรวจสอบให้ผู้ควบคุมงำนของหน่วยงำนผู้ว่ำจ้ำง 

๑.๑๒ จัดและดูแลให้ลูกจ้ำงของผู้รับจ้ำงสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองควำมปลอดภัยส่วนบุคคลที่ได้มำตรฐำน โดยลูกจ้ำงของผู้รับจ้ำงมีหน้ำที่สวมใส่และดูแลรักษำอุปกรณ์คุ้มครองควำมปลอดภัยส่วนบุคคลให้สำมำรถใช้งำนได้ตำมสภำพและลักษณะของงำนตลอดระยะเวลำท ำงำน

๑.๑๓ กำรขออนุญำตเข้ำท ำงำน (Work Permit) ส ำหรับงำนตำมที่กฎหมำยก ำหนด และงำนหรือพื้นที่ที่มี ควำมเสี่ยงสูง ให้ด ำเนินกำร ดังนี้ 

(๑) กรณีหน่วยงำนผู้ว่ำจ้ำงส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้ำงจัดให้มีระบบกำรขออนุญำตเข้ำท ำงำน และให้ หน่วยงำนผู้ว่ำจ้ำงก ำกับดูแล ตรวจสอบควำมครบถ้วน เหมำะสม ส ำหรับงำน ดังนี้ (ก) งำนในที่อับอำกำศ
(ข) งำนในที่ที่มีประกำยไฟหรือมีควำมเสี่ยงจำกกำรระเบิด
(ค) งำนขุดเจำะ
(ง) งำนในที่ที่มีรังสี
(จ) งำนแหล่งพลังงำน
(ฉ) งำนที่สูง
(ช) งำนเหนือผิวน้ ำ
(ซ) งำนลิฟต์ขนำดใหญ่หรืออุปกรณ์ยกย้ำยขนำดใหญ่
(ฌ) งำนสำรที่เป็นอันตรำย
(ญ) งำนประดำน้ ำ
(ฎ) งำนอื่น ๆ ตำมควำมจ ำเป็น
(๒) กรณีหน่วยงำนผู้ว่ำจ้ำงไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้ำงขออนุญำตเข้ำพื้นที่ โดยปฏิบัติตำมระบบกำร ขออนุญำตเข้ำท ำงำนของหน่วยงำนผู้ว่ำจ้ำงหรือเจ้ำของพื้นที่

๑.๑๔ ควบคุมกำรปฏิบัติด้วยกำรสังเกตกำรท ำงำน (Task Observation) หรือวิธีกำรอื่นใด โดยหัวหน้ำงำน หรือเจ้ำหน้ำที่ควำมปลอดภัยในกำรท ำงำนของผู้รับจ้ำง ทั้งนี้หน่วยงำนผู้ว่ำจ้ำงอำจด ำเนินกำรตำมควำม เหมำะสม โดยพิจำรณำตำมลักษณะงำน ดังนี้ 

(๑) งำนที่มีวิธีกำรปฏิบัติด้ำนควำมปลอดภัย (Work Instruction)
(๒) งำนที่มีกฎควำมปลอดภัยเฉพำะงำนหรือเฉพำะพื้นที่
(๓) งำนที่เคยมีประวัติกำรเกิดอุบัติเหตุระดับควำมรุนแรงมำก
(๔) งำนที่มีระดับควำมรุนแรงมำก จำกกำรชี้บ่งอันตรำยและประเมินควำมเสี่ยง (๕) งำนใหม่หรืองำนที่ไม่ได้ท ำเป็นประจ ำ
(๖) งำนที่ต้องมีระบบกำรขออนุญำตเข้ำท ำงำน

๑.๑๕ ด ำเนินกำรเมื่อเกิดอุบัติกำรณ์ดังนี้






 (๑) แจ้งต่อหน่วยงำนผู้ว่ำจ้ำง โดยทันทีด้วยวำจำ โทรศัพท์โทรสำรหรือวิธีอื่นใดที่มีรำยละเอียด พอสมควร 

(๒) ห้ำมเคลื่อนย้ำย เปลี่ยนแปลงพยำนวัตถุและพยำนแวดล้อม ก่อนที่หน่วยงำนผู้ว่ำจ้ำงเข้ำท ำกำร ตรวจสอบ ณ จุดเกิดเหตุ
(๓) กรณีเสียชีวิตหรือเกิดอุบัติภัยร้ำยแรง ให้แจ้งต่อพนักงำนตรวจควำมปลอดภัยทันทีที่ทรำบ โดย โทรศัพท์ โทรสำร หรือวิธีอื่นใด และแจ้งเป็นหนังสือ (สปร.๕) ภำยหลังจำกเข้ำร่วมกำรค้นหำสำเหตุ อุบัติกำรณ์ โดยระบุสำเหตุอันตรำยที่เกิดขึ้น ควำมเสียหำย กำรแก้ไขและวิธีกำรป้องกันกำรเกิดซ้ ำ ทั้งนี้ ภำยใน ๗ วันนับแต่วันเกิดเหตุ
(๔) เมื่อเกิดอุบัติเหตุระดับควำมรุนแรงมำก (Class A) ต้องแจ้งให้หน่วยงำนผู้ว่ำจ้ำงเข้ำร่วมในกำร ค้นหำสำเหตุอุบัติกำรณ์ทุกครั้ง ส ำหรับระดับควำมรุนแรงปำนกลำง หรือระดับควำมรุนแรงน้อย ให้ หน่วยงำนผู้ว่ำจ้ำงพิจำรณำกำรมีส่วนร่วมตำมควำมเหมำะสม
(๕) จัดให้มีกำรค้นหำสำเหตุอุบัติกำรณ์ที่เกิดกับลูกจ้ำงของผู้รับจ้ำงโดยระบุรำยละเอียดของ เหตุกำรณ์สำเหตุขณะนั้น สำเหตุพื้นฐำน ก ำหนดมำตรกำรแก้ไขและกำรป้องกัน
(๖) จัดส่งรำยงำนผลกำรค้นหำสำเหตุอุบัติกำรณ์ให้หน่วยงำนผู้ว่ำจ้ำง เพื่อพิจำรณำประสิทธิภำพและ ประสิทธิผล
(๗) ในกรณีที่ลูกจ้ำงของผู้รับจ้ำงประสบอันตรำยหรือเจ็บป่วยตำมกฎหมำยว่ำด้วยเงินทดแทน ให้ผู้รับจ้ำงแจ้งกำรประสบอันตรำยหรือเจ็บป่วยต่อส ำนักงำนประกันสังคม และส่งส ำเนำหนังสือแจ้งต่อ พนักงำนตรวจควำมปลอดภัยภำยใน ๗ วัน พร้อมทั้งส่งส ำเนำให้หน่วยงำนผู้ว่ำจ้ำง

๑.๑๖ ด ำเนินกำรเกี่ยวกับกำรเตรียมควำมพร้อมและกำรตอบโต้เหตุฉุกเฉิน 

(๑) กรณีหน่วยงำนผู้ว่ำจ้ำงส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้ำงด ำเนินกำร ดังนี้
(ก) วิเครำะห์และประเมินควำมจ ำเป็นในกำรรองรับและตอบโต้เหตุฉุกเฉิน (ข) จัดท ำแผนรองรับและตอบโต้เหตุฉุกเฉิน
(ค) ฝึกซ้อมแผนรองรับและตอบโต้เหตุฉุกเฉิน
(ง) ประเมินผลกำรฝึกซ้อมและประเมินผลภำยหลังกำรเกิดเหตุจริงทุกครั้ง (จ) รำยงำนผลกำรฝึกซ้อม
(๒) กรณีหน่วยงำนผู้ว่ำจ้ำงไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้ำงปฏิบัติตำมแผนรองรับและตอบโต้เหตุฉุกเฉิน ของหน่วยงำนผู้ว่ำจ้ำงหรือหน่วยงำนเจ้ำของพื้นที่

๑.๑๗ จัดส่งรำยงำนด้ำนควำมปลอดภัย เพื่อใช้ในกำรประเมินผลและติดตำมกำรปฏิบัติด้ำน ควำมปลอดภัยทุกเดือน ดังนี้ 

(๑) จ ำนวนลูกจ้ำงและจ ำนวนชั่วโมงกำรท ำงำน
(๒) จ ำนวนกำรเกิดอุบัติกำรณ์
(๓) รำยงำนผลกำรด ำเนินงำนตำมแผนงำนควำมปลอดภัย
(๔) สรุปผลกำรตรวจสอบควำมปลอดภัยของพื้นที่ อำคำร เครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์

(๕) รำยงำนกำรประชุมคณะกรรมกำรควำมปลอดภัย (ถ้ำมี)
๒. ชี้บ่งกฎหมาย ระเบียบด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง
๒.๑ กฎหมายความปลอดภัย
พระรำชบัญญัติ ควำมปลอดภัย อำชีวอนำมัย และสภำพแวดล้อมในกำรท ำงำน พ.ศ. ๒๕๕๔ กฎกระทรวง ก ำหนดมำตรฐำนในกำรบริหำรและกำรจัดกำรด้ำนควำมปลอดภัย อำชีวอนำมัย และ สภำพแวดล้อมในกำรท ำงำน พ.ศ. ๒๕๔๙ 

กฎกระทรวง ก ำหนดมำตรฐำนในกำรบริหำรและกำรจัดกำรด้ำนควำมปลอดภัย อำชีวอนำมัย และ สภำพแวดล้อมในกำรท ำงำน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๓
กฎกระทรวง ก ำหนดหลักเกณฑ์และวิธีกำรตรวจสุขภำพของลูกจ้ำง และส่งผลกำรตรวจแก่พนักงำนตรวจ แรงงำน พ.ศ. ๒๕๔๗
กฎกระทรวง ก ำหนดมำตรฐำนในกำรบริหำร จัดกำร และด ำเนินกำรด้ำนควำมปลอดภัย อำชีวอนำมัย และ สภำพแวดล้อมในกำรท ำงำนเกี่ยวกับที่อับอำกำศ พ.ศ. ๒๕๖๒
กฎกระทรวง ก ำหนดมำตรฐำนในกำรบริหำรและกำรจัดกำรด้ำนควำมปลอดภัย อำชีวอนำมัย และ สภำพแวดล้อมในกำรท ำงำนเกี่ยวกับงำนประดำน้ ำ พ.ศ. ๒๕๔๘
กฎกระทรวง ก ำหนดมำตรฐำนในกำรบริหำรและกำรจัดกำรด้ำนควำมปลอดภัย อำชีวอนำมัย และ สภำพแวดล้อมในกำรท ำงำนเกี่ยวกับรังสีชนิดก่อไอออน พ.ศ. ๒๕๔๗
กฎกระทรวง ก ำหนดมำตรฐำนในกำรบริหำรและกำรจัดกำรด้ำนควำมปลอดภัย อำชีวอนำมัย และ สภำพแวดล้อมในกำรท ำงำนเกี่ยวกับงำนก่อสร้ำง พ.ศ. ๒๕๕๑
กฎกระทรวง ก ำหนดมำตรฐำนในกำรบริหำรและกำรจัดกำรด้ำนควำมปลอดภัย อำชีวอนำมัย และ สภำพแวดล้อมในกำรท ำงำนเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ ำ พ.ศ. ๒๕๕๒
กฎกระทรวง ก ำหนดมำตรฐำนในกำรบริหำร จัดกำร และด ำเนินกำรด้ำนควำมปลอดภัย อำชีวอนำมัย และ สภำพแวดล้อมในกำรท ำงำนเกี่ยวกับกำรป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. ๒๕๕๕
กฎกระทรวง ก ำหนดมำตรฐำนในกำรบริหำร จัดกำร และด ำเนินกำรด้ำนควำมปลอดภัย อำชีวอนำมัย และ สภำพแวดล้อมในกำรท ำงำนเกี่ยวกับสำรเคมีอันตรำย พ.ศ. ๒๕๕๖
กฎกระทรวง ก ำหนดมำตรฐำนในกำรบริหำร จัดกำร และด ำเนินกำรด้ำนควำมปลอดภัย อำชีวอนำมัย. และ สภำพแวดล้อมในกำรท ำงำนเกี่ยวกับไฟฟ้ำ พ.ศ. ๒๕๕๘
กฎกระทรวง ก ำหนดมำตรฐำนในกำรบริหำร จัดกำร และด ำเนินกำรด้ำนควำมปลอดภัย อำชีวอนำมัย และ สภำพแวดล้อมในกำรท ำงำนเกี่ยวกับควำมร้อน แสงสว่ำง และเสียง พ.ศ. ๒๕๕๙
กฎกระทรวง ว่ำด้วยกำรจัดสวัสดิกำรในสถำนประกอบกิจกำร พ.ศ. ๒๕๔๘
อื่น ๆ (ระบุ)
๑.ใบอนุญำตเป็นผู้ให้บริกำรตรวจวัดและวิเครำะห์สภำวะกำรท ำงำนเกี่ยวกับควำมร้อน แสงสว่ำงและเสียง

๒.ใบอนุญำตเป็นนิติบุคคลผู้ให้บริกำรตรวจวัดระดับควำมเข้มข้นของสำรเคมีอันตรำยในบรรยำกำศของสถำนที่ ท ำงำนและสถำนที่เก็บรักษำสำรเคมีอันตรำย
๒.๒ ระเบียบด้านความปลอดภัยของหน่วยงาน/กฟผ.
ระเบียบ กฟผ. ที่ ๑๒๙ ว่ำด้วย ข้อก ำหนดส ำหรับกำรด ำเนินงำนด้ำนควำมปลอดภัยในกำรท ำงำนเกี่ยวกับงำน ก่อสร้ำง
ระเบียบ กฟผ. ที่ ๑๐๐ ว่ำด้วยมำตรฐำนเครื่องหมำยควำมปลอดภัย
ระเบียบ กฟผ. ที่ ๖๖ ว่ำด้วยข้อก ำหนดกำรแขวนป้ำยเพื่อควำมปลอดภัย พ.ศ. ๒๕๔๘
อื่น ๆ (ระบุ) ……………………………………………………………
๓. โครงสร้างการบริหารจัดการ บุคลากร และหน้าที่ ความรับผิดชอบด้านความปลอดภัย
คณะกรรมกำรควำมปลอดภัย อำชีวอนำมัยและสภำพแวดล้อมในกำรท ำงำน
หน่วยงำนควำมปลอดภัย
เจ้ำหน้ำที่ควำมปลอดภัย
หัวหน้ำงำน
ลูกจ้ำงของผู้รับจ้ำง
อื่น ๆ (ระบุ) ……………………………………..
เกณฑ์พิจารณาหน่วยงานและบุคลากร
ประเภท
กิจการ
จ านวน
ลูกจ้าง
จป.บริหาร
จป.หัวหน้างาน
จป.วิชาชีพ
จป.เทคนิค
ขั้นสูง
จป.เทคนิค
หน่วยงานความปลอดภัย
(๑)
๒ คน ขึ้นไป
ระดับบริหำรทุก คน
หัวหน้ำงำนทุกคน
อย่ำงน้อย
๑ คน
-
-
จัดให้มี
(๒) ถึง (๕)
๒ – ๑๙ คน
ระดับบริหำรทุก คน
หัวหน้ำงำนทุกคน
-
-
-
-
๒๐ – ๔๙
ระดับบริหำรทุก คน
หัวหน้ำงำนทุกคน
-
-
๑ คน
ปฏิบัติงำนควำมปลอดภัย ไม่น้อยกว่ำ วันละ ๑ ช.ม.
-
๕๐ – ๙๙
ระดับบริหำรทุก คน
หัวหน้ำงำนทุกคน
-
๑ คน
-
-
๑๐๐ คนขึ้น ไป
ระดับบริหำรทุก คน
หัวหน้ำงำนทุกคน
อย่ำงน้อย
๑ คน
-
-
-
๒๐๐ คนขึ้น ไป
ระดับบริหำรทุก คน
หัวหน้ำงำนทุกคน
อย่ำงน้อย
๑ คน
-
-
จัดให้มี
(๖) ถึง
(๑๔)
๒๐ คนขึ้นไป
ระดับบริหำรทุก คน
หัวหน้ำงำนทุกคน
-
-
-
-
เกณฑ์พิจารณาคณะกรรมการความปลอดภัยฯ
ประเภท
กิจการ
จ านวนลูกจ้าง
คณะกรรมการความปลอดภัยฯ (คปอ.)

(๑) ถึง
(๑๔)
๕๐ – ๙๙ คน
ไม่น้อยกว่ำ ๕ คน
(๑) ถึง
(๑๔)
๑๐๐ – ๔๙๙ คน
ไม่น้อยกว่ำ ๗ คน
(๑) ถึง
(๑๔)
๕๐๐ คนขึ้นไป
ไม่น้อยกว่ำ ๑๑ คน
๔. คุณสมบัติด้านความปลอดภัยเบื้องต้นของผู้รับจ้าง
๔.๑ หลักสูตร เอกสารแสดงการผ่านการฝึกอบรม และใบอนุญาต ตามที่กฎหมายก าหนด
(๑) การบริหารจัดการ
เจ้ำหน้ำที่ควำมปลอดภัยในกำรท ำงำนระดับบริหำร พร้อมหลักฐำนกำรขึ้นทะเบียน
เจ้ำหน้ำที่ควำมปลอดภัยในกำรท ำงำนระดับหัวหน้ำงำน พร้อมหลักฐำนกำรขึ้นทะเบียน เจ้ำหน้ำที่ควำมปลอดภัยในกำรท ำงำนระดับเทคนิค พร้อมหลักฐำนกำรขึ้นทะเบียน
เจ้ำหน้ำที่ควำมปลอดภัยในกำรท ำงำนระดับเทคนิคขั้นสูง พร้อมหลักฐำนกำรขึ้นทะเบียน เจ้ำหน้ำที่ควำมปลอดภัยในกำรท ำงำนระดับวิชำชีพ พร้อมหลักฐำนกำรขึ้นทะเบียน
คณะกรรมกำรควำมปลอดภัย อำชีวอนำมัยและสภำพแวดล้อมในกำรท ำงำนของสถำนประกอบกิจกำร ควำมปลอดภัย อำชีวอนำมัย และสภำพแวดล้อมในกำรท ำงำนส ำหรับลูกจ้ำงทั่วไปและลูกจ้ำงเข้ำท ำงำนใหม่ หัวหน้ำหน่วยงำนควำมปลอดภัย
(๒) การท างานในที่อับอากาศ
ผู้อนุญำต ผู้ควบคุมงำน ผู้ช่วยเหลือ ผู้ปฏิบัติงำนในที่อับอำกำศ
ใบรับรองผลกำรตรวจสุขภำพพิเศษตำมกฎหมำยก ำหนด
(๓) การท างานเกี่ยวกับรังสี
กำรป้องกันอันตรำยทำงรังสี ของผู้รับผิดชอบด ำเนินกำรทำงด้ำนเทคนิคในเรื่องรังสี
อันตรำยและวิธีกำรป้องกันอันตรำยจำกรังสีก่อนเข้ำรับหน้ำที่ส ำหรับลูกจ้ำงที่ปฏิบัติงำนเกี่ยวกับรังสี
(๔) การท างานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง
อบรมกำรใช้เครื่องจักร รหัสสัญญำณต่ำง ๆ
อบรมกำรช่วยเหลือและกำรปฐมพยำบำลเบื้องต้น
อบรมผู้บังคับเครื่องตอกเสำเข็ม
อบรมควำมปลอดภัยในกำรใช้เครื่องจักรที่อำจเกิดอันตรำย
ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ให้สัญญำณแก่ ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ยึดเกำะวัสดุ หรือผู้ควบคุมกำรใช้ปั้นจั่น

อบรมกำรใช้ลิฟต์ขนส่งวัสดุชั่วครำวและลิฟต์โดยสำรชั่วครำวในงำนก่อสร้ำง
อบรมวิธีท ำงำนในอุโมงค์และวิธีป้องกันอันตรำยแก่ลูกจ้ำงก่อนเข้ำท ำงำนในอุโมงค์
อบรมและฝึกซ้อมกรณีเกิดภัยธรรมชำติ
อบรมขั้นตอนและวิธีกำรรื้อถอนท ำลำยสิ่งก่อสร้ำง
กำรใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรำยส่วนบุคคลส ำหรับงำนก่อสร้ำง
(๕) การท างานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ า
กำรท ำงำนเกี่ยวกับเครื่องปั๊มโลหะ เครื่องเชื่อมไฟฟ้ำ เครื่องเชื่อมก๊ำซ รถยก หรือเครื่องจักรที่อำจก่อให้เกิด อันตรำยได้โดยสภำพ
อบรมผู้ขับรถยก
ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ให้สัญญำณแก่ ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ยึดเกำะวัสดุ หรือผู้ควบคุมกำรใช้ปั้นจั่น ผู้ควบคุมประจ ำหม้อน้ ำ หรือหม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อน ำควำมร้อน
(๖)การท างานเกี่ยวกับไฟฟ้า
ควำมปลอดภัยในกำรท ำงำนเกี่ยวกับไฟฟ้ำส ำหรับลูกจ้ำงซึ่งปฏิบัติงำนเกี่ยวกับไฟฟ’ำ
(๗) การท างานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย
ควำมปลอดภัยเกี่ยวกับสำรเคมี
วิธีกำรแก้ไขปัญหำเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขณะขนถ่ำย เคลื่อนย้ำย หรือขนส่งสำรเคมีอันตรำย กำรควบคุมและระงับเหตุอันตรำยกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินเกี่ยวกับสำรเคมีอันตรำย
ควำมปลอดภัยในกำรท ำงำนส ำหรับผู้ปฏิบัติงำนในสถำนที่เก็บรักษำสำรเคมีและวัตถุอันตรำย
(๘) การป้องกันและระงับอัคคีภัย
กำรดับเพลิงขั้นต้น
(๙) อื่น ๆ
(ระบุ) ได้ขึ้นทะเบียนและอนุญำตให้บริกำรเพื่อส่งเสริมควำมปลอดภัย อำชีวอนำมัย และสภำพแวดล้อมในกำร ท ำงำน พ.ศ. ๒๕๖๔
๔.๒ การตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยง
ตรวจสมรรถภำพปอด
ตรวจสมรรถภำพกำรได้ยิน
ตรวจสมรรถภำพกำรมองเห็น

ตรวจด้ำนพิษวิทยำ
อื่น ๆ (ระบุ) …………………………………………………
๔.๓ การตรวจสอบ ทดสอบ สอบเทียบ และใบรับรองเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์
รำยกำรเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ ……………………………..
๔.๔ ประวัติข้อมูลความสูญเสียและสถิติอุบัติเหตุในอดีต (ถ้ามี)
ข้อมูลกำรบำดเจ็บ กำรเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภำพถำวร บำดเจ็บมีผลท ำให้เป็นอัมพำต ข้อมูลสถิติอุบัติเหตุ (IFR, ISR, DII)
๔.๕ ความสามารถในการปฏิบัติตามมาตรฐาน กฎหมายด้านความปลอดภัย (ถ้ามี)
ใบรับรองระบบกำรจัดกำรควำมปลอดภัย
รำงวัลด้ำนควำมปลอดภัย
อื่น ๆ ……………………………………………………………

บัญชี ๔ ข้อมูลการด าเนินงานด้านความปลอดภัยของผู้รับจ้างที่ต้องจัดส่งก่อนเริ่มปฏิบัติงานตามสัญญาจ้าง
หน่วยงานผู้ว่าจ้าง : กองส่งเสริมและก ำกับกำรปฏิบัติด้ำนคุณภำพและควำมปลอดภัย ฝ่ำยควำมปลอดภัย
งานที่ว่าจ้าง:งำนจ้ำงตรวจประเมินสภำพแวดล้อมใน กำรท ำงำน ประจ ำปี ๒๕๖๙
บริษัทผู้รับจ้าง :
๑. โครงสร้างการบริหารจัดการ บุคลากร และหน้าที่ ความรับผิดชอบด้านความปลอดภัย
บุคลากร
รายชื่อ
หน้าที่
ความรับผิดชอบ
หลักฐาน/
ใบรับรอง
⬜ คณะกรรมกำรควำมปลอดภัย อำชีวอนำมัยและ สภำพแวดล้อมในกำรท ำงำน ……. คน

⬜ หน่วยงำนควำมปลอดภัย....... คน






⬜ เจ้ำหน้ำที่ควำมปลอดภัยระดับบริหำร....... คน






⬜ เจ้ำหน้ำที่ควำมปลอดภัยระดับหัวหน้ำงำน....... คน






⬜ เจ้ำหน้ำที่ควำมปลอดภัยระดับวิชำชีพ....... คน






⬜ เจ้ำหน้ำที่ควำมปลอดภัยระดับเทคนิคขั้นสูง.......คน






⬜ เจ้ำหน้ำที่ควำมปลอดภัยระดับเทคนิค....... คน






⬜ ผู้บริหำร/ผู้จัดกำร....... คน






⬜ หัวหน้ำงำน....... คน






⬜ ลูกจ้ำง....... คน






⬜ อื่น ๆ (ระบุ) ..................






๒. หลักสูตร เอกสารแสดงการผ่านการฝึกอบรม และใบอนุญาต ตามที่กฎหมายก าหนด
๒.๑ หลักสูตรอบรมพื้นฐาน 
รายชื่อ 
หลักฐาน/ใบรับรอง
(๑) ควำมปลอดภัย อำชีวอนำมัย และสภำพแวดล้อมในกำร ท ำงำนส ำหรับลูกจ้ำงทั่วไปและลูกจ้ำงเข้ำท ำงำนใหม่




(๒) กำรดับเพลิงขั้นต้น




๒.๒ หลักสูตรอบรมเฉพาะตามความเสี่ยง 
รายชื่อ 
หลักฐาน/ใบรับรอง
⬜ กำรท ำงำนในที่อับอำกำศ




⬜ กำรท ำงำนเกี่ยวกับรังสี

⬜ กำรท ำงำนเกี่ยวกับงำนก่อสร้ำง

⬜ กำรท ำงำนเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ ำ




⬜ กำรท ำงำนเกี่ยวกับไฟฟ้ำ




⬜ กำรท ำงำนเกี่ยวกับสำรเคมีอันตรำย




⬜ อื่น ๆ (ระบุ) ...........................




๓. การตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยง
ลักษณะงาน 
แหล่ง 

อันตราย
การตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงของงาน
ผลการตรวจสุขภาพ/ ใบรับรองแพทย์
ตรวจสมรรถภาพ ปอด
ตรวจสมรรถภาพ การได้ยิน
ตรวจสมรรถภาพ การมองเห็น
ตรวจด้าน
พิษวิทยา

๔. การตรวจสอบ ทดสอบ สอบเทียบ และใบรับรองเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์
รายการเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ 
หลักฐาน/ใบรับรอง 
วันหมดอายุ
























๕. ประวัติข้อมูลความสูญเสียและสถิติอุบัติเหตุในอดีต (ถ้ามี)
⬜ ข้อมูลกำรบำดเจ็บ กำรเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภำพถำวร บำดเจ็บมีผลท ำให้เป็นอัมพำต
……………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………
⬜ ข้อมูลสถิติอุบัติเหตุ (IFR, ISR, DII) 
……………………………………………………………………………...
๖. ความสามารถในการปฏิบัติตามมาตรฐาน กฎหมายด้านความปลอดภัย (ถ้ามี)
⬜ ใบรับรองระบบกำรจัดกำรควำมปลอดภัย 
……………………………………………………………………………....
⬜ รำงวัลด้ำนควำมปลอดภัย 
………………………………………………………………………….……
⬜ อื่น ๆ 
…………………………………………………………………………….…

บัญชี ๕ แบบประเมินผลการด าเนินงานด้านความปลอดภัยของผู้รับจ้าง
หน่วยงานผู้ว่าจ้าง : กองส่งเสริมและก ำกับกำรปฏิบัติด้ำนคุณภำพและควำมปลอดภัย ฝ่ำยควำมปลอดภัย
ผู้ประเมิน : ………………..
วันที่ประเมิน : ……………….
งานที่ว่าจ้าง : งำนจ้ำงตรวจประเมินสภำพแวดล้อมในกำรท ำงำน ประจ ำปี ๒๕๖๙
บริษัทผู้รับจ้าง : …………………… สัญญาเลขที่ : ………………..
กลุ่มงานของผู้รับจ้าง
⚪ กลุ่มที่ ๑ กลุ่มงำนที่มีควำมเสี่ยงต่ ำ (Low Risk Contracts)
⚪ กลุ่มที่ ๒ กลุ่มงำนที่มีควำมเสี่ยงปำนกลำง (Medium Risk Contracts)
⚪ กลุ่มที่ ๓ กลุ่มงำนที่มีควำมเสี่ยงสูง (High Risk Contracts)
หัวข้อประเมิน
น าหนัก
เกณฑ์พิจารณา
คะแนนเต็ม น าหนัก
คะแนนที่ได้ น าหนัก
๑. หลักฐำน/ใบรับรอง กำรตรวจสอบ
ทดสอบ สอบเทียบ เครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์
๑๐
๔ คะแนน = ดีกว่ำเกณฑ์ที่ก ำหนด
(ก่อนระยะเวลำที่ก ำหนด และถูกต้อง ครบถ้วน) ๓ คะแนน = เป็นไปตำมเกณฑ์ที่ก ำหนด
(ตำมระยะเวลำที่ก ำหนด และถูกต้อง ครบถ้วน) ๒ คะแนน = ไม่เป็นไปตำมเกณฑ์แต่ไม่เกิดผลกระทบ (ตำมระยะเวลำที่ก ำหนด แต่ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน) ๑ คะแนน = ไม่เป็นไปตำมเกณฑ์และเกิดผลกระทบ (หลังระยะเวลำที่ก ำหนด และไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน) N/A = ไม่เกี่ยวข้อง

๒. หลักฐำน/ใบรับรอง กำรฝึกอบรม 

ใบอนุญำต และผล
กำรตรวจสุขภำพ
ตำมที่กฎหมำย
ก ำหนด
๑๐
๔ คะแนน = ดีกว่ำเกณฑ์ที่ก ำหนด
(ก่อนระยะเวลำที่ก ำหนด และถูกต้อง ครบถ้วน) ๓ คะแนน = เป็นไปตำมเกณฑ์ที่ก ำหนด
(ตำมระยะเวลำที่ก ำหนด และถูกต้อง ครบถ้วน) ๒ คะแนน = ไม่เป็นไปตำมเกณฑ์แต่ไม่เกิดผลกระทบ (ตำมระยะเวลำที่ก ำหนด แต่ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน) ๑ คะแนน = ไม่เป็นไปตำมเกณฑ์และเกิดผลกระทบ (หลังระยะเวลำที่ก ำหนด และไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน) N/A = ไม่เกี่ยวข้อง

๓. กำรปฏิบัติตำม
แผนงำนควำม
ปลอดภัย
๒๕
๔ คะแนน = ดีกว่ำเกณฑ์ที่ก ำหนด
(ท ำได้เร็วกว่ำแผน กิจกรรมครบถ้วน บรรลุเป้ำหมำย) ๓ คะแนน = เป็นไปตำมเกณฑ์ที่ก ำหนด
(เป็นไปตำมแผน กิจกรรมครบถ้วน บรรลุเป้ำหมำย) ๒ คะแนน = ไม่เป็นไปตำมเกณฑ์ แต่ไม่เกิดผลกระทบ (ช้ำกว่ำแผน กิจกรรมครบถ้วน บรรลุเป้ำหมำย) ๑ คะแนน = ไม่เป็นไปตำมเกณฑ์ และเกิดผลกระทบ (ช้ำกว่ำแผน กิจกรรมไม่ครบถ้วน ไม่บรรลุเป้ำหมำย)

หัวข้อประเมิน 
น าหนัก 
เกณฑ์พิจารณา 
คะแนนเต็ม   น าหนัก
คะแนนที่ได้  น าหนัก
๔. สวมใส่อุปกรณ์ 

อุปกรณ์คุ้มครองควำม ปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) ระหว่ำง
ปฏิบัติงำน
๑๕
๔ คะแนน = สวมใส่ครบถ้วนตลอดเวลำท ำงำน และ เหมำะสมกับลักษณะงำนต่อรอบกำรประเมิน
๓ คะแนน = มีกำรแจ้ง พบเห็นไม่สวมใส่ PPE หรือไม่ เหมำะสมกับลักษณะงำน ไม่เกิน ๓ ครั้งต่อรอบกำรประเมิน ๒ คะแนน = มีกำรแจ้ง หรือพบเห็นไม่สวมใส่PPE หรือไม่ เหมำะสมกับลักษณะงำน มำกกว่ำ ๓ ครั้งแต่ไม่เกิน ๕ ครั้ง ต่อรอบกำรประเมิน
๑ คะแนน = มีกำรแจ้ง หรือพบเห็นไม่สวมใส่PPE หรือไม่ เหมำะสมกับลักษณะงำน มำกกว่ำ ๕ ครั้งขึ้นไปต่อรอบกำร ประเมิน
N/A = ไม่เกี่ยวข้อง

๕.กำรปฏิบัติตำม 

ข้อก ำหนดกฎหมำย/ ระเบียบ กฎควำม
ปลอดภัยของ
หน่วยงำน
๒๐
๔ คะแนน = ปฏิบัติตำมข้อก ำหนดกฎหมำย/ระเบียบ กฎ ควำมปลอดภัยของหน่วยงำนโดยไม่มีกำรฝ่ำฝืนต่อรอบกำร ประเมิน
๓ คะแนน = ละเมิด/ฝ่ำฝืนระเบียบ กฎควำมปลอดภัยของ หน่วยงำน ไม่เกิน ๓ ครั้งต่อรอบกำรประเมิน
๒ คะแนน = ละเมิด/ฝ่ำฝืนระเบียบ กฎควำมปลอดภัยของ หน่วยงำน มำกกว่ำ ๓ ครั้งขึ้นไปต่อรอบกำรประเมิน ๑ คะแนน = ฝ่ำฝืนข้อก ำหนดกฎหมำยต่อรอบกำรประเมิน

๖.ขณะปฏิบัติงำนมี อุบัติเหตุเกิดขึ้น
๒๐ 
๔ คะแนน = ไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น  

๓ คะแนน = เกิดอุบัติเหตุระดับควำมรุนแรงน้อย (Class C) (ปฐมพยำบำล หรือไม่หยุดงำน)
(ทรัพย์สินเสียหำยไม่ถึง ๑๐๐,๐๐๐ บำท)
๒ คะแนน = เกิดอุบัติเหตุระดับควำมรุนแรงปำนกลำง (Class B)
(บำดเจ็บหรือเจ็บป่วยหยุดงำน ตั้งแต่ ๑ วันขึ้นไป)

(ทรัพย์สินเสียหำยตั้งแต่ ๑๐๐,๐๐๐ บำท ขึ้นไป แต่ไม่ถึง ๕๐๐,๐๐๐ บำท ) 

๑ คะแนน = เกิดอุบัติเหตุระดับควำมรุนแรงมำก (Class A) (เสียชีวิต, สูญเสียอวัยวะ, ทุพพลภำพถำวร, บำดเจ็บมีผลท ำให้ เป็นอัมพำต)
(ทรัพย์สินเสียหำยตั้งแต่ ๕๐๐,๐๐๐ บำท ขึ้นไป)

รวม 
๑๐๐






คะแนนสมรรถนะ 

ด้ำนควำมปลอดภัย
∑(คะแนนที่ได้ น้ ำหนัก)
∑(คะแนนเต็ม น้ ำหนัก) ๑๐๐

= __________ %

หมำยเหตุ : ๑. กรณีผลคะแนนสมรรถนะด้ำนควำมปลอดภัยของผู้รับจ้ำงมีค่ำคะแนนตั้งแต่ร้อยละ ๗๕ ขึ้นไป ให้เก็บผลกำรประเมิน ของแต่ละงำนไว้ที่หน่วยงำนผู้ว่ำจ้ำง
๒. กรณีผลคะแนนสมรรถนะด้ำนควำมปลอดภัยของผู้รับจ้ำงมีค่ำคะแนนไม่ถึงร้อยละ ๗๕ ให้หน่วยงำนส่งผลกำรประเมินให้ฝ่ำยจัดซื้อ จัดจ้ำงและบริหำรพัสดุในส ำนักงำนใหญ่ หรือหน่วยงำนจัดซื้อจัดจ้ำงในส่วนภูมิภำคและเก็บส ำเนำผลกำรประเมินไว้ที่หน่วยงำนผู้ว่ำจ้ำง
ข้อก ำหนดกำรรักษำข้อมูลที่เป็นควำมลับ
(ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญำ)

คู่สัญญาได้ตกลงกัน โดยมีข้อความดังต่อไปนี้
ข้อ 1. ค ำนิยำม
“ข้อมูลที่เป็นควำมลับ” หมายความถึง บรรดาข้อความ เอกสาร ข้อมูล ตลอดจนรายละเอียดทั้งปวงที่เป็น ของผู้ให้ข้อมูล รวมถึงที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของผู้ให้ข้อมูล และไม่เป็นที่รับรู้ของสาธารณชนโดยทั่วไป ไม่ว่าจะในรูปแบบที่จับต้องได้หรือไม่ หรือสื่อแบบใด ไม่ว่าจะถูกดัดแปลงแก้ไขโดยผู้รับข้อมูลหรือไม่ และไม่ว่าจะเปิดเผย เมื่อใดและอย่างไร ให้ถือว่าเป็นความลับ
. ข้อ 2. กำรรักษำข้อมูลที่เป็นควำมลับ
2.1 ผู้รับข้อมูลต้องรับผิดชอบรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ และเก็บข้อมูลความลับไว้โดยครบถ้วน และ อย ่างเคร ่งครัด ผู้รับข้อมูลจะต้องไม ่เปิดเผย ท าส าเนา หรือท าการอื ่นใดท านองเดียวกันแก ่บุคคลอื่นไม่ว่าทั้งหมดหรือ บางส่วน เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ให้ข้อมูล
2.2 ผู้รับข้อมูลต้องใช้ข้อมูลที่เป็นความลับเพื่อการอันเกี่ยวกับหรือสัมพันธ์กับ การด าเนินงานที่มีอยู่ ระหว่างผู้ให้ข้อมูลกับผู้รับข้อมูล โดยผู้รับข้อมูลต้องแจ้งให้ผู้ให้ข้อมูลทราบโดยทันทีที่พบการใช้หรือการเปิดเผยข้อมูล ที่เป็นความลับโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือการละเมิดหรือฝ่าฝืนข้อก าหนดนี้ อีกทั้งผู้รับข้อมูลจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้ให้ข้อมูล อย่างเต็มที่ในการเรียกคืนซึ่งการครอบครองข้อมูลที่เป็นความลับ การป้องกันการใช้ข้อมูลที่เป็นความลับโดยไม่ได้รับอนุญาต และการระงับยับยั้งการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นความลับออกสู่สาธารณะ
2.3 ผู้รับข้อมูลต้องใช้มาตรการที่เหมาะสมในการเก็บรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ เพื่อป้องกันมิให้ข้อมูล ที่เป็นความลับถูกน าไปใช้โดยมิได้รับอนุญาตหรือถูกเปิดเผยแก่บุคคลอื่น โดยผู้รับข้อมูลต้องใช้มาตรการการเก็บรักษาข้อมูล ที่เป็นความลับในระดับเดียวกันกับที่ผู้รับข้อมูลใช้กับข้อมูลที่เป็นความลับของตนเอง ซึ่งต้องไม่น้อยกว่าการดูแลที่สมควร
2.4 ผู้รับข้อมูลต้องแจ้งให้บุคลากร พนักงาน ลูกจ้าง ที่ปรึกษาของผู้รับข้อมูล และ/หรือบุคคลภายนอก ที ่ต้องเกี ่ยวข้องกับข้อมูลที ่เป็นความลับนั้นทราบถึงความเป็นความลับและข้อจ ากัดสิทธิใน การใช้และการเปิดเผยข้อมูล ที่เป็นความลับ และผู้รับข้อมูลต้องด าเนินการให้บุคคลดังกล่าวต้องผูกพันด้วยสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือในการรักษาข้อมูล ที่เป็นความลับโดยมีข้อก าหนดเช่นเดียวกับหรือไม่น้อยกว่าข้อก าหนดและเงื่อนไขในข้อก าหนดฉบับนี้ด้วย
2.5 ข้อมูลที่เป็นความลับตามข้อก าหนดฉบับนี้ ไม่รวมไปถึงข้อมูลดังต่อไปนี้
(1) ข้อมูลที่ ผู้ให้ข้อมูล เปิดเผยแก่สาธารณะ
(2) ข้อมูลที่ผู้รับข้อมูลทราบอยู่ก่อนที่ ผู้ให้ข้อมูล จะเปิดเผยข้อมูลนั้น
(3) ข้อมูลที่มาจากการพัฒนาโดยอิสระของผู้รับข้อมูลเอง
(4) ข้อมูลที่ต้องเปิดเผยโดยกฎหมายหรือตามค าสั่งศาล ทั้งนี้ผู้รับข้อมูลต้องมีหนังสือแจ้งให้ ผู้ให้ข้อมูล ได้รับทราบถึงข้อก าหนดหรือค าสั่งดังกล่าวพร้อมทั้งหมายศาล และ/หรือ หมายค้นอย่าง เป็นทางการยื่นต่อผู้ให้ข้อมูล ก่อนที่จะด าเนินการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว และในการเปิดเผยข้อมูล ดังกล่าวผู้รับข้อมูลจะต้องด าเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายเพื่อขอให้คุ้มครองข้อมูลดังกล่าว ไม่ให้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะด้วย
(5) เป็นการเปิดเผยข้อมูลโดยได้รับความเห็นชอบจากผู้ให้ข้อมูล เป็นลายลักษณ์อักษร ก่อนที่ผู้รับข้อมูลจะเปิดเผยข้อมูลนั้น

  • 2 -
    ข้อ 3. ทรัพย์สินทำงปัญญำ
    ข้อก าหนดฉบับนี้ไม่มีผลบังคับใช้เป็นการโอนสิทธิหรือการอนุญาตให้ใช้สิทธิ (ไม่ว่าโดยตรง หรือโดยอ้อม) ให้แก่ผู้รับข้อมูลที่ได้รับความลับซึ่ง สิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ การออกแบบ เครื่องหมายการค้า ตราสัญลักษณ์ รูปประดิษฐ์อื่นใด ชื่อทางการค้า ความลับทางการค้า ไม่ว่าจดทะเบียนไว้ตามกฎหมายหรือไม่ก็ตาม หรือสิทธิอื่น ๆ ของผู้ให้ข้อมูล ซึ่งอาจมีอยู่ใน ปรากฏอยู่ หรือน ามาท าซ้ าไว้ในเอกสารข้อมูลที่เป็นความลับ ทั้งนี้ ผู้รับข้อมูลหรือบุคคลอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับผู้รับข้อมูล และ
    เกี่ยวข้องกับข้อมูลที่เป็นความลับดังกล่าว จะไม่ยื่นขอรับสิทธิและหรือขอจดทะเบียนเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาใด ๆ ตลอดจนไม่น าไปใช้โดยไม่ได้รับการอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ให้ข้อมูล เกี่ยวกับรายละเอียดข้อมูลที่เป็นความลับหรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดของรายละเอียดดังกล่าว
    ข้อ 4. กำรส่งคืน ลบ หรือกำรท ำลำยข้อมูลที่เป็นควำมลับ
    เมื่อการด าเนินงานที่มีอยู่ระหว่างผู้ให้ข้อมูลกับผู้รับข้อมูลเสร็จสิ้นลง ผู้รับข้อมูลจะต้องส่งมอบข้อมูล ที่เป็นความลับและส าเนาของข้อมูลที่เป็นความลับที่ผู้รับข้อมูลได้รับไว้คืนให้แก่ผู้ให้ข้อมูล ตลอดจนลบหรือท าลายข้อมูล ที่เป็นความลับที่ถูกจัดเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อื่นใดที่ใช้จัดเก็บข้อมูล (ถ้ามี) หรือด าเนินการอื่นตามที่ได้รับการแจ้ง เป็นหนังสือจากผู้ให้ข้อมูล ตลอดจนยุติการใช้ข้อมูลที่เป็นความลับที่ได้จากผู้ให้ข้อมูลทันที และผู้รับข้อมูลจะต้องรักษา ความลับของข้อมูลที่ได้รับจากผู้ให้ข้อมูลตลอดไป แม้ว่าการด าเนินงานเสร็จสิ้นลงแล้วก็ตาม
    ข้อ 5. กำรชดใช้ค่ำเสียหำย
    ในกรณีที่ผู้รับข้อมูล และ/หรือบุคคลที่ได้รับข้อมูลที่เป็นความลับตามข้อก าหนดนี้ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบ ดูแลของผู้รับข้อมูล ฝ่าฝืนข้อก าหนดตามข้อก าหนดนี้ และก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ให้ข้อมูล ผู้รับข้อมูลจะต้องชดใช้ ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้แก่ผู้ให้ข้อมูล
    ข้อ 6. กำรบังคับใช้
    6.1 ในกรณีที่ปรากฏในภายหลังว่าส่วนใดส่วนหนึ่งในข้อก าหนดฉบับนี้เป็นโมฆะ ให้ถือว่าข้อก าหนด ส่วนที่เป็นโมฆะไม่มีผลบังคับในข้อก าหนดนี้ และข้อก าหนดที่เหลืออยู่ในข้อก าหนดฉบับนี้ ยังคงใช้บังคับและมีผลอยู่อย่างสมบูรณ์ 6.2 ข้อก าหนดฉบับนี้อยู่ภายใต้การบังคับใช้และตีความตามกฎหมายไทย
    หน้า ๔
    เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๑๕๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ มิถุนายน ๒๕๖๑
    ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
    เรื่อง กําหนดแบบรายงานผลการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทํางาน
    เกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียงภายในสถานประกอบกิจการ
    โดยที่กฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. ๒๕๕๙ ข้อ ๑๕ กําหนดให้นายจ้างจัดทํารายงานผลการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทํางานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียงภายในสถานประกอบกิจการ ตามแบบที่อธิบดีประกาศกําหนด
    อาศัยอํานาจตามความในข้อ ๑๕ แห่งกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. ๒๕๕๙ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
    ข้อ ๑ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
    ข้อ ๒ แบบรายงานผลการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทํางานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียงภายในสถานประกอบกิจการ ให้เป็นไปตามแบบท้ายประกาศนี้
    ประกาศ ณ วันที่ ๑๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๑
    อนันต์ชัย อทุ ัยพัฒนาชีพ
    อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
    สรุปผลการตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการท างาน
    ส านักงานกลางและปริมณฑล
    ปี……….
    ล าดับ
    หน่วยงาน
    แสงสว่าง
    เสียง
    ความร้อน
    สารเคมี
    พื้นที่
    ผา่ น
    ไม่ผา่ น
    จุด
    ผา่ น
    ไม่ผา่ น
    TWA
    ผา่ น
    ไม่ผา่ น
    WBGT
    ผา่ น
    ไม่ผา่ น
    พารามิเตอร์
    จ านวน
    ผา่ น
    ไม่ผา่ น
    1
    ส่วนกลางสายงาน

    2
    ส านักเลขานุการองค์การ (อลอ.)

    3
    ฝ่ายทรัพยากรบุคคลและพัฒนาองค์การ (อทบ.)

    4
    ฝ่ายพัฒนาศักยภาพทรัพยากรบุคคลและคุณภาพ (อศค.)

    5
    ฝ่ายแพทย์และอนามัย (อพอ.)

    6
    ฝ่ายความปลอดภัย (อปภ.)

    7
    ฝ่ายกลยุทธ์เทคโนโลยีสารสนเทศ (อกท.)

    8
    ฝ่ายจัดการและพัฒนาระบบดจิิทัล (อจท.)

    9
    ฝ่ายปฏิบัตกิารเทคโนโลยีสารสนเทศ (อปท.)

    10
    ฝ่ายกฏหมาย (อกม.)

    11
    ฝ่ายก ากับการปฏิบัตติามกฏระเบียบ (อกป.)

    12
    ฝ่ายจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุ (อจพ.)

    13
    ฝ่ายบริหารการขนส่ง (อหข.)

    14
    ฝ่ายบริหารและจัดการทรัพยากร (อหท.)

    15
    ฝ่ายออกแบบและบริหารงานก่อสร้าง (ออก.)

    16
    ฝ่ายแผนยุทธศาสตร์(อผย.)

    17
    ฝ่ายแผนการผลิตไฟฟ้าและระบบส่งไฟฟ้า (อผฟ.)

    18
    ฝ่ายเศรษฐกิจพลังงาน (อศง.)

    19
    ฝ่ายพัฒนาธุรกิจเกี่ยวเนื่อง (อพธ.)

    20
    ฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม (อวน.)

    21
    ฝ่ายกลยุทธ์ความยั่งยืน (อกย.)

    22
    ฝ่ายจัดการดา้นการใช้พลังงานและสิ่งแวดล้อม (อชส.)

    23
    ฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์องค์การ (อสป.)

    24
    ฝ่ายวิเคราะห์และกลยุทธ์ทางการเงนิและบัญชี(อวง.)

Page 1 of 3
สรุปผลการตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการท างาน
ส านักงานกลางและปริมณฑล
ปี……….
ล าดับ
หน่วยงาน
แสงสว่าง
เสียง
ความร้อน
สารเคมี
พื้นที่
ผา่ น
ไม่ผา่ น
จุด
ผา่ น
ไม่ผา่ น
TWA
ผา่ น
ไม่ผา่ น
WBGT
ผา่ น
ไม่ผา่ น
พารามิเตอร์
จ านวน
ผา่ น
ไม่ผา่ น
25
ฝ่ายบริหารการเงนิ (อหง.)

26 
ฝ่ายงบประมาณ (องป)
































27 
ฝ่ายบัญชี(อบช.)
































28 
ฝ่ายบัญชีและการเงนิ ภูมิภาค (อบภ.)
































29 
ฝ่ายรายงานทางการเงนิและบัญชี(อรง.)
































30 
ฝ่ายวิศวกรรมเชื้อเพลิง (อวพ.)
































31 
ฝ่ายจัดหาและบริหารสัญญาเชื้อเพลิง (อจช.)
































32 
ฝ่ายแผนงานและโครงการระบบส่ง (อผค.)
































33 
ฝ่ายส ารวจ (อสร.)
































34 
ฝ่ายวิศวกรรมระบบส่ง (อวส.)
































35 
ฝ่ายก่อสร้างระบบส่ง (อกส.)
































36 
ฝ่ายที่ดนิ (อทด.)
































37 
ฝ่ายควบคุมระบบก าลังไฟฟ้า (อคฟ.)
































38 
ฝ่ายระบบควบคุมและป้องกัน (อรค.)
































39 
ฝ่ายสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (อสฟ.)
































40 
ฝ่ายระบบสื่อสาร (อรส.)
































41 
ฝ่ายบริหารจัดการสินทรัพย์ระบบส่ง (อหส.)
































42 
ฝ่ายปฏิบัตกิารเขตนครหลวง (อปล.)
































43 
ฝ่ายปฏิบัตกิารภาคกลาง (อปก.)
































44 
ฝ่ายจัดการธุรกิจ (อกธ.)
































45 
ฝ่ายบ ารุงรักษาเครื่องกล (อบค.)
































46 
ฝ่ายบ ารุงรักษาไฟฟ้า (อบฟ.)
































47 
ฝ่ายบ ารุงรักษาโยธา (อบย.)
































48 
ฝ่ายโรงงานและอะไหล่ (อรอ.) ไทรน้อย

Page 2 of 3
สรุปผลการตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการท างาน
ส านักงานกลางและปริมณฑล
ปี……….
ล าดับ
หน่วยงาน
แสงสว่าง
เสียง
ความร้อน
สารเคมี
พื้นที่
ผา่ น
ไม่ผา่ น
จุด
ผา่ น
ไม่ผา่ น
TWA
ผา่ น
ไม่ผา่ น
WBGT
ผา่ น
ไม่ผา่ น
พารามิเตอร์
จ านวน
ผา่ น
ไม่ผา่ น

ฝ่ายโรงงานและอะไหล่ (อรอ.) หนองจอก
































49 
ฝ่ายเคมี(อคม.)
































50 
ฝ่ายวิศวกรรมโรงไฟฟ้า (อวร.)
































51 
ฝ่ายบริหารและก่อสร้างโรงไฟฟ้า (อหก.)
































52 
ฝ่ายพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ าและพลังงานหมุนเวียน (อพพ.)
































53 
ฝ่ายพัฒนาและแผนงานโรงไฟฟ้า (อผร.)
































54 
ฝ่ายสิ่งแวดล้อมโครงการ (อสค.)
































55 
ฝ่ายชุมชนสัมพันธ์โครงการ (อชค.)
































56 
ฝ่ายบริหารจัดการสินทรัพย์ผลิตไฟฟ้า (อหฟ.)
































57 
ฝ่ายจัดการธุรกิจนวัตกรรมพลังงาน (อธพ.) 

รวม

Page 3 of 3
สรปุ ผลกำรตรวจวัด อปต. ประจ ำปี…
ล ำดับ
สถำนที่
แสง(พนื้ ท)ี่
แสง(จดุ )
สำรเคมี
เสยีง (TWA)
จ ำนวน
ผำ่ น
ไมผ่ ำ่ น
จ ำนวน
ผำ่ น
ไมผ่ ำ่ น
จ ำนวน
ผำ่ น
ไมผ่ ำ่ น
จ ำนวน
ผำ่ น
ไมผ่ ำ่ น
1
สำ นักงำน อปต.

2 
สำ นักงำนบำ้นดอน
























3 
สำ นักงำนหำดใหญ่
























4 
สำ นักงำนล ำภรู ำ
























5 
บสฟ.นครศรธี รรมรำช
























6 
บสฟ.ภเูก็ต 3
























7 
บสฟ.ยะลำ 1
























8 
บสฟ.หลังสวน
























9 
บสส.พัทลงุ
























10 
บสส.ยะลำ 1
























11 
บสส.ชมุ พร
























12 
บสส.ตะกั่วป่ำ
























13 
บสส.ทงุ่ สง
























14 
บสส.นครศรธี รรมรำช
























15 
บสส.นรำธวิำส
























16 
บสส.พังงำ
























17 
บสส.หลังสวน
























18 
รฟ.ดเีซลบอ่ ทอง
























19 
รฟ.ดเีซลบำ้นทอน
























20 
สฟ.พัทลงุ
























21 
สฟ.ยะลำ 1
























22 
สฟ.ยะลำ 2
























23 
สฟ.กระบี่
























24 
สฟ.ขนอม
























25 
สฟ.คลองแงะ
























26 
สฟ.ชมุ พร
























27 
สฟ.เชยี รใหญ่
























28 
สฟ.ตะกั่วป่ำ
























29 
สฟ.ทงุ่ สง
























30 
สฟ.นครศรธี รรมรำช

31
สฟ.นรำธวิำส

32 
สฟ.บำงลำง
























33 
สฟ.บำ้นดอน
























34 
สฟ.ปัตตำนี
























35 
สฟ.พังงำ 1
























36 
สฟ.พังงำ 2
























37 
สฟ.พนุ พนิ
























38 
สฟ.ภเูก็ต 1
























39 
สฟ.ภเูก็ต 2
























40 
สฟ.ภเูก็ต 3
























41 
สฟ.ระนอง
























42 
สฟ.ระโนด
























43 
สฟ.ล ำภรู ำ
























44 
สฟ.สงขลำ 1
























45 
สฟ.สงขลำ 2
























46 
สฟ.สตลู
























47 
สฟ.สะเดำ
























48 
สฟ.สรุ ำษฎรธ์ ำนี
























49 
สฟ.สรุ ำษฎรธ์ ำนี2
























50 
สฟ.สไุ หงโกลก
























51 
สฟ.หลังสวน
























52 
สฟ.หำดใหญ่ 1
























53 
สฟ.หำดใหญ่ 2


























รวม

สรุปรายงานผลการตรวจวัดฯ ปี………
No.
พื้นที่
แสงสว่าง (แบบจุด)
แสงสว่าง (แบบพื้นที่)
ความร้อน
เสียง 5 นาที
เสียงบุคคล
สารเคมี
Column1
จุด
ผ่าน
%
ไม่ผ่าน
%
พื้นที่
ผ่าน
%
ไม่ผ่าน
%
ทั้งหมด
ผ่าน
%
ไม่ผ่าน
%
ทั้งหมด
ผ่าน
%
ไม่ผ่าน
%
ทั้งหมด
ผ่าน
%
ไม่ผ่าน
%
ทั้งหมด
ผ่าน
%
ไม่ผ่าน
%
1
ส่วนกลางและปริมณฑล

2 
โรงไฟฟ้าพระนครใต้




























































3 
โรงไฟฟ้าลานกระบือ




























































4 
โรงไฟฟ้าเขื่อนแควน้อยบ ารุงแดน




























































5 
โรงไฟฟ้าเขื่อนนเรศวร




























































6 
โรงไฟฟ้าเขื่อนผาจุก




























































7 
โรงไฟฟ้าเขื่อนคลองตรอน




























































8 
โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ




























































9 
โรงไฟฟ้าสุราษฎร์ธานี




























































10 
โรงไฟฟ้าบางปะกง




























































11 
โรงไฟฟ้าจะนะ




























































12 
โรงไฟฟ้ากระบี่




























































13 
โรงไฟฟ้าน าพอง




























































14 
โรงไฟฟ้าเขื่อนวชิราลงกรณ




























































15 
โรงไฟฟ้าเขื่อนท่าทุ่งนา




























































16 
โรงไฟฟ้าเขื่อนศรีนครินทร์




























































17 
โรงไฟฟ้าเขื่อนรัชชประภา




























































18 
โรงไฟฟ้าเขื่อนบางลาง




























































19 
โรงไฟฟ้าเขื่อนสิรินธร




























































20 
โรงไฟฟ้าพลังงานเซลล์แสงอาทิตย์เขื่อนสิรินธร




























































21 
โรงไฟฟ้าเขื่อนปากมูล




























































22 
โรงไฟฟ้าเขื่อนน าพุง




























































23 
โรงไฟฟ้าเขื่อนอุบลรัตน์




























































24 
โรงไฟฟ้าเขื่อนจุฬาภรณ์




























































25 
โรงไฟฟ้าเขื่อนห้วยกุ่ม




























































26 
โรงไฟฟ้าล าตะคองฯ




























































27 
โรงไฟฟ้าเขื่อนภูมิพล




























































28 
โรงไฟฟ้าเขื่อนสิริกิติ์




























































29 
โรงไฟฟ้าเขื่อนแก่งกระจาน




























































30 
โรงไฟฟ้าเขื่อนขุนด่านปราการชล




























































31 
โรงไฟฟ้าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์




























































32 
โรงไฟฟ้าเขื่อนแม่กลอง




























































33 
โรงไฟฟ้าเขื่อนเจ้าพระยา




























































35 
ฝ่ายปฏิบัติการเขตนครหลวง (อปล.)




























































36 
ฝ่ายปฏิบัติการภาคกลาง (อปก.)




























































37 
ฝ่ายปฏิบัติการภาคใต้(อปต.)




























































38 
ฝ่ายปฏิบัติการภาคตะวนัออกเฉียงเหนือ(อปอ.)




























































39 
โรงไฟฟ้าแม่เมาะ






























































รวม

บันทึกข้อตกลงว่าด้วยการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
(ถือเป็นส่วนหนึ่งของใบสั่ง/สัญญา)
ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันโดยมีข้อความดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ค านิยาม
1.1 หากไม่ได้มีการก าหนดไว้เป็นอย่างอื่นในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ให้ถ้อยค าในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้มี ความหมายดังต่อไปนี้
“กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 รวมถึงฉบับแก้ไขเพิ่มเติม กฎ ระเบียบ ประกาศ และค าสั่งที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
“การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง การเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย หรือประมวลผลอื่นใดใน ข้อมูลส่วนบุคคล
“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งท าให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรง หรือทางอ้อมแต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ
“เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลธรรมดาผู้ที่ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นบ่งชี้ไปถึง และให้หมาย รวมถึงผู้ใช้อ านาจปกครองที่มีอ านาจกระท าการแทนผู้เยาว์ ผู้อนุบาลที่มีอ านาจกระท าการแทนคนไร้ ความสามารถ หรือผู้พิทักษ์ที่มีอ านาจกระท าการแทนคนเสมือนไร้ความสามารถ
“ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอ านาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
“ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งด าเนินการเกี่ยวกับการเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามค าสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ บุคคลหรือ นิติบุคคลซึ่งด าเนินการดังกล่าวไม่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
“หน่วยงานก ากับดูแล” หมายถึง ส านักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทย หรือหน่วยงานก ากับดูแลอื่นที่เกี่ยวข้อง
1.2 ค าศัพท์ใด ๆ ที่ไม่ได้ก าหนดนิยามไว้ในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ให้เป็นไปตามนิยามที่กฎหมาย คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลก าหนดไว้
1
1.3 เอกสารแนบท้ายบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของบันทึกข้อตกลงและมีผลบังคับใช้ เช่นเดียวกับบันทึกข้อตกลง การอ้างอิงใด ๆ ถึงบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ให้รวมถึงเอกสารแนบท้ายบันทึกข้อตกลง ด้วย
ข้อ 2 ขอบเขตของข้อปฏิบัติ
2.1 บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ใช้บังคับกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลของผู้ขาย/ผู้รับจ้าง/ที่ปรึกษา (“ผู้ให้บริการ”) อันเป็นการกระท าตามค าร้องขอของ กฟผ.
2.2 ทั้งสองฝ่ายยอมรับว่า เพื่อวัตถุประสงค์ตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยหลัก กฟผ. เป็น ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งมีอ านาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และผู้ให้บริการ ด าเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามค าร้องขอของ กฟผ.
ข้อ 3 หน้าที่ของผู้ให้บริการ
3.1 ผู้ให้บริการจะท าการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จ าเป็นและเป็นไปตามค าร้องขอที่เป็นลาย ลักษณ์อักษรของ กฟผ. เท่านั้น เว้นแต่ค าร้องขอนั้นขัดต่อกฎหมายหรือบทบัญญัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วน บุคคลตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
3.2 ผู้ให้บริการจะแจ้งให้กฟผ. ทราบโดยทันที หากเห็นว่าค าร้องขอของ กฟผ. ไม่เป็นไปตามกฎหมาย คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
3.3 ผู้ให้บริการจะปฏิบัติตามค าร้องขอของ กฟผ. ที่ให้ด าเนินการแก้ไข โอน ลบ หรือประมวลผลข้อมูล ส่วนบุคคลในประการอื่น หรือให้ระงับ บรรเทา หรือแก้ไขการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจาก อ านาจหรือโดยมิชอบด้วยกฎหมายโดยพลัน
3.4 ผู้ให้บริการจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดเป็นความลับ และไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลต่อ บุคคลภายนอก เว้นแต่กฟผ. ตกลงให้มีการเปิดเผยหรือเป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย
ในกรณีที่ผู้ให้บริการมีความจ าเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปฏิบัติตามกฎหมาย ตามค าสั่งของ ศาล เจ้าพนักงานผู้ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือหน่วยงานก ากับดูแลตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ ให้บริการจะแจ้งให้ กฟผ. ทราบล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนด าเนินการ พร้อมด้วยข้อก าหนด ค าสั่ง หมายศาล และ/หรือหมายค้นอย่างเป็นทางการ เว้นแต่เป็นกรณีที่ไม่สามารถแจ้งให้กฟผ. ทราบล่วงหน้าก่อน ด าเนินการได้ ก็ให้แจ้งให้ทราบโดยไม่ชักช้า
3.5 ผู้ให้บริการจะให้ความช่วยเหลือแก่ กฟผ. ในการปฏิบัติหน้าที่ของ กฟผ. ตามที่กฎหมายคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลก าหนด
3.6 ผู้ให้บริการจะแจ้งให้กฟผ. ทราบโดยทันทีในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วน บุคคลที่อาจส่งผลกระทบต่อการให้บริการ
2
ข้อ 4 บุคลากรของผู้ให้บริการ
4.1 ผู้ให้บริการจะจ ากัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัดโดยให้เข้าถึงได้เฉพาะบุคลากรของผู้ ให้บริการที่จ าเป็นต้องเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการให้บริการแก่ กฟผ. เท่านั้น
ข้อ 5 การตรวจสอบ
5.1 ในกรณีที่ กฟผ. มีการร้องขอเป็นลายลักษณ์อักษรไปยังผู้ให้บริการ ผู้ให้บริการจะด าเนินการส่ง มอบข้อมูลที่จ าเป็นทั้งหมดให้แก่ กฟผ. เพื่อเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้
5.2 ผู้ให้บริการจะอนุญาตให้กฟผ. และผู้แทนซึ่งเป็นบุคคลภายนอกของ กฟผ. เข้าตรวจสอบการปฏิบัติ หน้าที่ของผู ้ให้บริการภายใต้บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ โดย กฟผ. จะแจ้งให้ผู้ให้บริการทราบล่วงหน้าเป็นลาย ลักษณ์อักษรไม่น้อยกว่า 7 วัน และผู้ให้บริการจะให้ความร่วมมือแก่ กฟผ. และผู้แทนของ กฟผ. ในการเข้า ตรวจสอบดังกล่าวข้างต้น
ข้อ 6 การร้องเรียนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลและบุคคลภายนอก และค าร้องขอใช้สิทธิของ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
6.1 ผู้ให้บริการจะให้ความร่วมมือแก่กฟผ. โดยทันทีเพื่อให้กฟผ. สามารถปฏิบัติตามกฎหมายในกรณี ดังต่อไปนี้
(ก) กรณีด าเนินการตามค าร้องขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล
(ข) กรณีด าเนินการตามค าสั่งหรือหนังสือแจ้งให้กฟผ. ให้ข้อมูลหรือส่งเอกสารหรือหลักฐานใด ๆ ที่ ออกโดยเจ้าหน้าที่ผู้มีอ านาจภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
6.2 ผู้ให้บริการจะแจ้ง กฟผ. ทราบโดยไม่ชักช้า เมื่อได้รับค าร้องเรียนหรือได้รับแจ้งใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม หรือที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของทั้ง สองฝ่ายภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
6.3 ผู้ให้บริการจะแจ้งให้กฟผ. ทราบภายในระยะเวลา 14 วัน นับแต่วันที่ได้รับค าร้องขอใช้สิทธิจาก เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (ถ้ามี)
6.4 ผู้ให้บริการจะไม่ด าเนินการตามค าร้องเรียน การแจ้ง การติดต่อสื่อสารใด ๆ หรือค าร้องขอใช้สิทธิ ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หากไม่ได้รับค าร้องขอจาก กฟผ. เป็นลายลักษณ์อักษรก่อน ทั้งนี้ ผู้ให้บริการจะ ให้ความร่วมมือและให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่แก่ กฟผ. ในการด าเนินการตามค าร้องเรียน การแจ้ง การ ติดต่อสื่อสารใด ๆ หรือค าร้องขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
3
ข้อ 7 การส่งคืนหรือท าลายข้อมูลส่วนบุคคล
7.1 ในกรณีที่ กฟผ. ร้องขอไปยังผู้ให้บริการเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้ให้บริการตกลงจะด าเนินการส่ง มอบส าเนาและรายงานการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ให้บริการที่อยู่ในความครอบครองหรือการควบคุมของ ผู้ให้บริการให้แก่กฟผ. ในรูปแบบและช่องทางในการส่งข้อมูลตามที่ กฟผ. ร้องขอ
7.2 ในกรณีที่การให้บริการสิ้นสุดลงไม่ว่าด้วยเหตุผลใด ผู้ให้บริการจะลบและท าลายข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งหมดที่มีอยู่ในการครอบครองโดยทันที หรือหากมีค าร้องขอเป็นลายลักษณ์อักษรจาก กฟผ. ให้ส่งคืนข้อมูล ส่วนบุคคล ผู้ให้บริการจะส่งคืนโดยทันที และไม่เก็บข้อมูลส่วนบุคคลไม่ว่าทั้งหมดหรือแค่บางส่วนที่เกี่ยวข้อง ไว้ในความครอบครองหรือการควบคุมของผู้ให้บริการต่อไป
7.3 ในกรณีที่ผู้ให้บริการจะต้องส่งคืนหรือท าลายข้อมูลหรือเอกสารที่มีข้อมูลส่วนบุคคลนอกเหนือจาก ระยะเวลาที่ก าหนดในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้เนื่องจากมีกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือค าสั่งของหน่วยงานก ากับ ดูแลหรือหน่วยงานราชการ ก าหนดให้ด าเนินการดังกล่าวข้างต้นนั้น ผู้ให้บริการต้องแจ้งให้ กฟผ. ทราบเป็น ลายลักษณ์อักษรถึงข้อก าหนดดังกล่าว รายละเอียดของข้อมูลและเอกสารที่ต้องเก็บหรือท าลาย ฐานทาง กฎหมายในการเก็บหรือท าลาย และก าหนดระยะเวลาในการลบหรือท าลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อข้อก าหนดใน การเก็บข้างต้นสิ้นสุดลง
7.4 นอกจากกรณีตามข้อ 7.3 ผู้ให้บริการจะแจ้ง กฟผ. และรับรองเป็นลายลักษณ์อักษรว่าได้ ด าเนินการท าลายข้อมูลส่วนบุคคลภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ผู้ให้บริการได้ท าลายข้อมูลส่วนบุคคลเรียบร้อย แล้ว
ข้อ 8 การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
8.1 ผู้ให้บริการจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ตกลงภายใต้บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ทั้งนี้ วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคล ประเภทของเจ้าของข้อมูลส่วน บุคคล การด าเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และระยะเวลาในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ผู้ ให้บริการด าเนินการประมวลผลเพื่อการให้บริการให้เป็นไปตามที่ปรากฏในผนวก 1
ข้อ 9 การโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ
9.1 ผู้ให้บริการจะไม่ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ไปยังต่างประเทศโดย ไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก กฟผ.
9.2 ในกรณีที่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก กฟผ. แล้ว ผู้ให้บริการสามารถส่งหรือโอนข้อมูล ส่วนบุคคลภายใต้บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ไปยังต่างประเทศได้ ทั้งนี้ การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว จะต้องกระท าภายใต้ข้อก าหนดของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และ/หรือ ตามค าสั่งเป็นลายลักษณ์ อักษรของ กฟผ. เท่านั้น
4
ข้อ 10 การรักษาความมั่นคงปลอดภัย
10.1 ผู้ให้บริการจะจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมตามที่กฎหมายก าหนดเพื่อ ป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยปราศจากอ านาจหรือโดย มิชอบ ทั้งมาตรการเชิงองค์กร (Organizational Measures) และมาตรการเชิงเทคนิค (Technical Measures) รวมถึงมาตรการป้องกันด้านการบริหารจัดการ (Administrative Safeguard) มาตรการป้องกัน ด้านเทคนิค (Technical Safeguard) และมาตรการป้องกันทางกายภาพ (Physical Safeguard) ตามความ เหมาะสม
ข้อ 11 การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
11.1 เมื่อผู้ให้บริการได้ทราบ หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ให้บริการจะแจ้ง ให้กฟผ. ทราบถึงการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวโดยไม่ชักช้า และด าเนินการดังต่อไปนี้ภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมง นับแต่ทราบถึงการละเมิดหรือการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล
(ก) ให้ข้อมูลที่จ าเป็นแก่ กฟผ. เช่น ค าอธิบายลักษณะของเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ประเภทของ ข้อมูลส่วนบุคคล จ านวนข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้อง บันทึกรายการ กิจกรรมประมวลผลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้กฟผ. สามารถปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันภายในระยะเวลาที่กฎหมายก าหนด รวมถึงข้อมูล ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล และค าอธิบายมาตรการที่ได้ด าเนินการ แล้วหรือที่จะเสนอให้ด าเนินการเพื่อลดผลกระทบและเยียวยาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
(ข) ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับ กฟผ. และด าเนินการใด ๆ ตามที่ กฟผ. ก าหนด เพื่อช่วยในการ ด าเนินการตรวจสอบ บรรเทา และเยียวยาความเสียหายอันเกิดการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลนั้น
11.2 ผู้ให้บริการจะไม่เปิดเผยการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลอื่นใดทราบโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นลายลักษณ์อักษรจาก กฟผ. ก่อน เว้นแต่กรณีที่เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย
11.3 ผู้ให้บริการจะชดใช้บรรดาค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงในการด าเนินการใด ๆ เพื่อ จัดการการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่ กฟผ. ในกรณีที่ผู้ให้บริการหรือบุคลากรที่อยู่ในความรับผิดชอบของ ตนเป็นผู้ก่อให้เกิดการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวนั้น
ข้อ 12 ค ารับรอง
ผู้ให้บริการขอรับรอง ดังนี้
12.1 ผู้ให้บริการหรือบุคคลอื่นใดที่ด าเนินการในนามของผู้ให้บริการจะปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลและกฎหมายอื่นที่ใช้บังคับ ข้อตกลงตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้
12.2 บุคลากรทุกคนของผู้ให้บริการที่จ าเป็นต้องเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลในนามของผู้ให้บริการ เพื่อการ ให้บริการต่อ กฟผ. เป็นบุคคลที่น่าเชื่อถือและไว้วางใจได้
5
12.3 ผู้ให้บริการตกลงจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมและเพียงพอต่อ การปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้เพื่อป้องกันการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อ 13 การชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
13.1 ผู้ให้บริการจะชดใช้และปกป้อง (โดยผู้ให้บริการเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเอง) กฟผ. รวมทั้งผู้รับโอนสิทธิ ผู้รับมอบอ านาจ กรรมการ ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ ผู้แทน และผู้ปฏิบัติงานของ กฟผ. จาก ความเสียหาย การสูญหาย การเรียกร้อง ค่าเสียหาย ความรับผิด หรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่เกิดขึ้นต่อ กฟผ. หรือ ในกรณีที่ กฟผ. จะต้องรับผิดอันเนื่องมาจากการไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงภายใต้บันทึกข้อตกลงฉบับนี้หรือตาม กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือการละเมิดค ารับรองของผู้ให้บริการ หรือกรรมการ ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ ผู้แทน พนักงาน ตัวแทน ผู้ให้บริการช่วง ผู้รับเหมา หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องอื่นของผู้ให้บริการ
ข้อ 14 ระยะเวลาและการสิ้นสุดข้อตกลง
14.1 บันทึกข้อตกลงฉบับนี้มีผลใช้บังคับตราบที่ผู้ให้บริการยังคงประมวลผลหรือเก็บรักษาข้อมูลส่วน บุคคลใด ๆ ที่เกี่ยวข้องไว้ในความครอบครองหรือการควบคุม
14.2 ข้อก าหนดใด ๆ ภายใต้บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ไม่ว่าจะได้ระบุโดยชัดแจ้งหรือโดยนัย ซึ่งควรมีผลใช้ บังคับหรือยังคงมีผลใช้บังคับต่อไปถึงแม้ว่าการให้บริการสิ้นสุดลงแล้ว เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้มีผลใช้ บังคับต่อไป
14.3 กรณีที่ผู้ให้บริการไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงภายใต้บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ให้ถือเป็นการฝ่าฝืนข้อตกลง อันเป็นสาระส าคัญ โดย กฟผ. ไม่ต้องมีความรับผิดหรือมีหน้าที่ใด ๆ เพิ่มเติมอีก
ข้อ 15 การระงับข้อพิพาท
15.1 ในกรณีที่เกิดข้อพิพาท หรือการเรียกร้องใด ๆ โดยเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือหน่วยงานก ากับ ดูแลที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลต่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดหรือทั้งสองฝ่าย ทั้งสองฝ่ายจะแจ้งให้อีก ฝ่ายหนึ่งทราบถึงข้อพิพาทหรือการเรียกร้องที่เกิดขึ้น และจะร่วมมือกันแก้ไขปัญหาดังกล่าวภายในเวลาที่ เหมาะสม
กรณีที่มีปัญหาข้อพิพาทเกิดขึ้นจากบันทึกข้อตกลง หรือเกี่ยวเนื่องกับบันทึกข้อตกลง การตีความ บันทึกข้อตกลง การผิดข้อตกลงหรือการเลิกข้อตกลงนั้น ให้ทั้งสองแต่งตั้งตัวแทนผู้รับมอบอ านาจเพื่อเจรจายุติ ข้อพิพาทร่วมกัน หากผู้แทนทั้งสองฝ่ายไม่สามารถยุติข้อพิพาทดังกล่าวได้ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้เริ่มต้น เจรจาเพื่อยุติข้อพิพาท หรือภายในระยะเวลาที่ได้ขยายออกไปตามที่ทั้งสองฝ่ายจะได้ตกลงกัน ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อาจยื่นค าร้องหรือค าฟ้องต่อศาลที่มีเขตอ านาจในประเทศไทย ในระหว่างรอค าพิพากษาของศาลทั้งสองฝ่าย ยังคงต้องปฏิบัติหน้าที่ของตนตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้
6
ผนวก 1 รายละเอียดการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
ลักษณะและวัตถุประสงค์ของ การประมวลผลข้อมูลส่วน บุคคล
เพื่อเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลและประวัติการขึ้น ทะเบียนของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการท างานของบริษัทคู่สัญญา
ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคล
- ข้อมูลส่วนบุคคลที่ระบุตัวตนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และ ข้อมูลการติดต่อ เช่น ชื่อ วันเดือนปีเกิด เพศ ที่อยู่ ต าแหน่ง รายละเอียดช่องทางการติดต่อ อีเมล

  • ข้อมูลการจ้างงาน เช่น นายจ้าง ต าแหน่ง สถานที่ท างาน หน้าที่ ความรับผิดชอบ
  • ประวัติการขึ้นทะเบียนเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการ ท างาน
    ประเภทของเจ้าของข้อมูลส่วน บุคคล
    ผู้ปฏิบัติงานของบริษัทคู่สัญญา
    การด าเนินการประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคล
    รวบรวมและเรียกดูข้อมูลส่วนบุคคลรวมทั้งประวัติการขึ้นทะเบียนเป็น เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการท างานก่อนเข้าปฏิบัติงานและเข้าพื้นที่
    ระยะเวลาในการประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคล
    นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ถึง 31 ธันวาคม 2569

7
ข อมูลประชาสัมพันธ และช องทางรับข อคิดเห็นหรือข อร องเรียน ด านการส งเสริมคุณธรรมและความโปร งใสในการดำเนินการ
นโยบายต อต านการให หรือรับสินบนเพื่อป*องกันการทุจริต
และประพฤติมิชอบ
จรรยาบรรณของผู ปฏิบัติงานจัดซื้อจัดจ างและบริหารพัสดุ ช องทางรับข อคิดเห็นหรือข อร องเรียน *
การแจ งข อคิดเห็นหรือข อร องเรียนทางเว็บไซต กฟผ. * จรรยาบรรณคู ค า กฟผ. **

  • ไม ใช ช องทางแสดงความคิดเห็นร างขอบเขตของงานหรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะ ซื้อหรือจาง/ ร างประกาศ/ ร างเอกสารประกวดราคาฯ
    ** กฟผ. จัดทำและเผยแพร จรรยาบรรณคู ค
    า เพื่อใหคู คาของ กฟผ. ทุกรายมีแนวปฏิบัติในการดำเนิน ธุรกิจอย างมีจริยธรรมและธรรมาภิบาล โดยคำนึงถึงสิ่งแวดลอม สังคม การกำกับดูแลกิจการที่ดี ปฏิบัติ ตามกฎหมาย และเคารพหลักสิทธิมนุษยชน ดังมีรายละเอียดระบุใน QR Code จรรยาบรรณคู คา กฟผ."
    ประกาศความเปนสวนตัว (Privacy Notice) สําหรับการจัดซื้อจัดจาง การบริหารพัสดุและการบริหารสัญญา ของ กฟผ.
    การไฟฟาฝายผลิตแหงประเทศไทย (กฟผ.) ไดดําเนินการคุมครองขอมูลสวนบุคคลสําหรับการจัดซื้อจัด จาง การบริหารพัสดุ และการบริหารสัญญา เพื่อใหเปนไปตามพระราชบัญญัติคุมครองขอมูลสวนบุคคลของ ประเทศไทย พ.ศ. 2562 (PDPA) ซึ่งมีผลบังคับใชอยางครบถวน ตั้งแตวันที่ 1 มิถุนายน 2565 ทั้งนี้ ทานสามารถ ศึกษารายละเอียดประกาศความเปนสวนตัว (Privacy Notice) สําหรับการจัดซื้อจัดจางการบริหารพัสดุ และการ บริหารสัญญา ไดที่https://www.egat.co.th/privacy-notice-procurement.html หรือที่ QR Code ดานลาง

การขีดฆาขอมูลสวนบุคคลออนไหว
กฟผ. มีประกาศความเปนสวนตัว (Privacy Notice) สําหรับการจัดซื้อจัดจาง การบริหารพัสดุ และการ บริหารสัญญา เพื่อใชในการเก็บรวบรวม ใช หรือเปดเผย ขอมูลสวนบุคคล แตไมเก็บขอมูลสวนบุคคลออนไหว หากเอกสารของทานที่ตองสงมอบให กฟผ. มีขอมูลสวนบุคคลออนไหวตามที่ถูกบัญญัติไวในมาตรา 26 ของ PDPA ดังนี้ เชื้อชาติ เผาพันธุ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทาง เพศ ประวัติอาชญากรรม ขอมูลสุขภาพ ความพิการ ขอมูลสหภาพแรงงาน ขอมูลพันธุกรรม ขอมูลชีวภาพ หรือ ขอมูลอื่นใด ซึ่งกระทบตอเจาของขอมูลสวนบุคคลในทํานองเดียวกันรวมอยูดวย ขอใหทานขีดฆา หรือปกปดขอมูล ดังกลาว กอนสงมอบใหแก กฟผ.