ประกวดราคาจ้างเหมาบริการผู้ดำเนินการโครงการส่งเสริมภาพลักษณ์อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับในรูปแบบรายการเรียลลิตี้
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
รายละเอียดขอบเขตการดําเนินงาน (TOR)
จ้างเหมาดําเนินโครงการส่งเสริมภาพลักษณ์อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ ในรูปแบบรายการเรียลลิตี้
๑. หลักการและเหตุผล
สู่ตลาดโลกโดยการทํากิจกรรมการตลาดต่างๆ
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ มีภารกิจในการส่งเสริมการส่งออกสินค้าและบริการของไทย ให้สินค้าและธุรกิจบริการของไทยสามารถแข่งขันกับสินค้าและ บริการของประเทศอื่นๆ รวมถึงการดําเนินการให้ผู้ส่งออกไทยและผู้นําเข้าจากต่างประเทศได้พบปะ เจรจาการค้าทั้งผ่านช่องทาง On Site ในรูปแบบต่างๆ เช่น งานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ (International Trade Fair) และการจับคู่เจรจาการค้า (Business Matching) เป็นต้น และ ผ่านช่องทาง Online รูปแบบต่างๆ เช่น Website หรือ Social Media ต่างๆ นอกจากนั้น กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศยังจัดกิจกรรม เตรียมความพร้อมสินค้าและบริการของไทย เช่น การพัฒนาสินค้าและบริการให้เป็นที่ต้องการของตลาดเป้าหมาย
และตลาดโลก รวมถึงจัดกิจกรรมเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการให้มีความพร้อมในการดําเนินกระบวนการส่งออก และให้มีความรู้เรื่องการตลาด สินค้า บริการ แนวโน้มตลาด แนวโน้มสินค้าและบริการ รวมถึงกฎระเบียบ การส่งออก/นําเข้า เพื่อเพิ่มมูลค่าและปริมาณการส่งออกของประเทศไทย
อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักที่มีบทบาทสําคัญต่อเศรษฐกิจ ของประเทศไทย โดยเป็นสินค้าส่งออกสําคัญในลําดับต้นของประเทศ สามารถสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศในมูลค่าสูง และเป็นห่วงโซ่อุตสาหกรรมที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ํา กลางน้ํา และปลายน้ํา อีกทั้งประเทศไทยยังได้รับการยอมรับ ในระดับสากลในด้านทักษะฝีมือ ความประณีต และคุณภาพการผลิต อย่างไรก็ตาม แม้ประเทศไทยจะเป็นหนึ่งใน ศูนย์กลางการผลิตและการค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่สําคัญของโลก แต่การพัฒนาในระยะต่อไปจําเป็นต้อง ยกระดับจาก “ฐานการผลิต” ไปสู่ศูนย์กลางการค้าสินค้าเครื่องประดับเชิงดีไซน์ และศูนย์รวมแรงงานด้านงานฝีมือ (Craftsmanship) ของโลก ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มสูง โดยอาศัยการออกแบบเชิงสร้างสรรค์ (Design-driven) ฝีมือการผลิตที่ประณีต และการสร้างแบรนด์ในระดับสากล (Global Branding) เป็นกลไกหลักในการแข่งขัน
หัวใจสําคัญอันดับหนึ่งของการยกระดับดังกล่าว คือ การส่งเสริมผู้ประกอบการและนักออกแบบรุ่นใหม่ ให้มีศักยภาพและความพร้อมในการก้าวสู่ตลาดต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านการพัฒนาแนวคิด การออกแบบให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลก การสร้างแบรนด์ การสื่อสารคุณค่า (Brand Storytelling) และความเข้าใจในกลไกการตลาดสากล ซึ่งจะเป็นปัจจัยสําคัญในการผลักดันสินค้าเครื่องประดับไทยให้สามารถ
แข่งขันและสร้างการยอมรับในเวทีนานาชาติได้อย่างยั่งยืนขณะเดียวกัน ปัจจัยสําคัญลําดับรองลงมา คือ การพัฒนาและดึงดูดทรัพยากรมนุษย์ด้านฝีมือแรงงานรุ่นใหม่ เข้าสู่อุตสาหกรรม เพื่อรองรับการเติบโตของภาค การผลิตและการออกแบบ เนื่องจากปัจจุบันยังคงเผชิญความท้าทายด้านภาพลักษณ์ของอาชีพ และการขาด แรงงานรุ่นใหม่เข้าสู่ระบบ ส่งผลต่อการสืบทอดทักษะและความต่อเนื่องของอุตสาหกรรมในระยะยาว ในบริบทนี้ กลุ่มคนรุ่นใหม่ ได้แก่ Gen Y และ Gen Z จึงเป็นกลุ่มเป้าหมายสําคัญทั้งในฐานะ “ผู้สร้างสรรค์” และ “กําลังแรงงานในอนาคต” โดยมีลักษณะเด่นคือให้ความสําคัญกับความคิดสร้างสรรค์ อัตลักษณ์ ความเป็นตัวของ ตัวเอง และโอกาสในการเติบโตในระดับสากล อีกทั้งยังให้ความสนใจกับแบรนด์ที่มีเรื่องราวและคุณค่า ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องประดับเชิงดีไซน์
ดังนั้น การสร้างการรับรู้และแรงบันดาลใจให้กลุ่ม Gen Y และ Gen Z เห็นถึงศักยภาพของ อุตสาหกรรม ทั้งในมิติของ “อาชีพ” และ “โอกาสทางธุรกิจระดับโลก” จึงเป็นกลไกสําคัญในการขับเคลื่อน อุตสาหกรรมในอนาคต
- ประธาน
กุสุม
Fourro
กรรมการ
กรรมการ
ภายใต้บริบทดังกล่าว การจัดทํา “รายการเรียลลิตี้โชว์” จึงเป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่มี ประสิทธิภาพในการถ่ายทอดภาพลักษณ์ใหม่ของอุตสาหกรรม โดยมุ่งนําเสนอเส้นทางของกลุ่มผู้ประกอบการ นักออกแบบรุ่นใหม่ ตั้งแต่กระบวนการพัฒนาแนวคิด การออกแบบ การสร้างแบรนด์ ไปจนถึงการต่อยอดสู่ตลาดสากล ควบคู่กับการสะท้อนคุณค่าของงานฝีมือและทักษะเชิงช่าง ซึ่งจะช่วยพัฒนาศักยภาพและสร้างเวทีให้กับ
ผู้ประกอบการนักออกแบบรุ่นใหม่สู่ตลาดต่างประเทศสร้างแรงบันดาลใจและดึงดูดแรงงานฝีมือรุ่นใหม่เข้าสู่ อุตสาหกรรมยกระดับภาพลักษณ์อุตสาหกรรมสู่การเป็นอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ขยายการรับรู้ไปยังกลุ่มเป้าหมาย
ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค
โครงการส่งเสริมภาพลักษณ์อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับในรูปแบบรายการเรียลลิตี้นี้ จึงจัดทําขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับภาพลักษณ์สินค้าเครื่องประดับไทยที่สามารถการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ อุตสาหกรรม ด้วยการตอกย้ําว่าไทยเป็นศูนย์กลางการค้าสินค้าเครื่องประดับเชิงดีไซน์ และศูนย์รวมแรงงาน ด้านงานฝีมือ (Craftsmanship) ของโลก และจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและเพิ่มศักยภาพภาพด้าน การตลาด รวมถึงผลักดันช่างฝีมือแรงงานไปพร้อมกับการส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs ของไทย การสร้างความ แข็งแกร่งตั้งแต่เริ่มต้นจนสามารถช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดระดับโลกได้ โดยโครงการดังกล่าวมุ่งเน้นการสนับสนุนกลุ่ม ผู้ประกอบการ SMEs ที่มีแบรนด์อยู่แล้ว ในการทํางานร่วมกับกลุ่มนิสิต/นักศึกษา/แรงงานรุ่นใหม่ ซึ่งเป็น กลุ่มเป้าหมายหลัก เพื่อให้ผู้ชมได้เห็นการทํางานจริงตั้งแต่การแสวงหาวัตถุดิบ การเจียระไนไปจนถึงการทํา การตลาด ทําให้ผู้เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมจากทั่วโลกจะได้เห็นถึงศักยภาพของนิสิต/นักศึกษาและความสามารถ ของนักออกแบบของไทยที่จะพร้อมเติบโตเป็นกําลังสําคัญของอุตสาหกรรมโดยจะสามารถดึงดูดผู้ที่อยู่ใน อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับระดับโลกให้หันมาสนใจย้ายฐานผลิตมายังประเทศไทย ผ่านการเล่าเรื่องที่ ทรงพลัง (Storytelling) ทักษะการตลาดสากล (Global Branding) ให้เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานทางการค้าในฐานะผู้ ขับเคลื่อนเชิงสร้างสรรค์ด้วยการผลักดันอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยจากฐานการผลิตสู่การเป็น
ศูนย์กลางสินค้าเครื่องประดับเชิงดีไซน์และศูนย์รวมแรงงานด้านงานฝีมือ (Craftsmanship) ของโลก
กลุ่มเป้าหมาย ผู้ประกอบการนักออกแบบรุ่นใหม่ที่มีแบรนด์เป็นของตนเอง (Designer Brands/Fashion Jewelry Brands), Gen Y, Gen Z, First Jobbers นักการตลาดรุ่นใหม่และนิสิต/นักศึกษา ที่เรียนสาขาที่เกี่ยวข้องกับด้านอัญมณีและเครื่องประดับที่ต้องการสร้างแบรนด์และผลงาน
ม
ภาพลักษณ์ที่ต้องการ รายการเรียลลิตี้ที่พลิกโฉมภาพลักษณ์อุตสาหกรรมอัญมณีไทย ให้เข้าถึงง่าย นําเสนอเส้นทางของกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ตั้งแต่กระบวนการพัฒนาแนวคิด การออกแบบ การสร้างแบรนด์ การคัดเลือกวัตถุดิบ การเจียระไน/ขึ้นตัวเรือน ไปจนถึงการต่อยอดสู่ตลาดสากล นําเสนอผ่าน มุมมองที่ถ่ายทอดถึงเสน่ห์ของงานฝีมือ Craftmanship ของช่างฝีมือไทย ผสานกับกระบวนการผลิตที่จริงจัง และ ความสนุกของการแก้ปัญหา ในภารกิจที่ต้องใช้ทักษะทั้งทางศิลปะ และการตลาด เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เกิด แรงงานคลื่นลูกใหม่ ที่พร้อมก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรม และร่วมยกระดับงานคราฟต์ไทยสู่ตลาดโลกอย่างภาคภูมิใจและยั่งยืน ๒. วัตถุประสงค์
๑. ยกระดับภาพลักษณ์ประเทศไทย เพื่อตอกย้ําการเป็นศูนย์กลางการผลิตและการค้าสินค้าอัญมณีและ
เครื่องประดับที่สําคัญของโลกและการเป็นศูนย์กลางการออกแบบและนวัตกรรมที่สําคัญของภูมิภาค
๒. พัฒนาและบ่มเพาะผู้ประกอบการรุ่นใหม่สู่ตลาดสากล
สร้างคอนเทนต์ที่สามารถเผยแพร่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์
อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของไทย - ประธาน
moño
กรรมการ
กรรมการ
๓
๓. ขอบเขตการดําเนินการ
๓.๑
นําเสนอแนวคิดการจัดทํารายการในรูปแบบรายการเรียลลิตี้
ผู้เสนองานจะต้องนําเสนอแนวความคิดหลัก (Concept) ของรายการเรียลลิตี้ ไม่ว่าจะเป็น รายละเอียดของแนวความคิดหลัก (Concept), ธีม (Theme), Mood & Tone, รูปแบบรายการ ภาพลักษณ์หลัก (Key Visual) และวิธีการนําเสนอ/ตัดต่อ ให้มีความน่าสนใจ สอดคล้องตามวัตถุประสงค์ของโครงการ และ ภาพลักษณ์ที่กรมต้องการ และภารกิจของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และคํานึงถึงการยกระดับ ภาพลักษณ์อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของไทยในปัจจุบันให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ และเสนอ รายชื่อผู้ออกแบบแนวคิด และผู้ผลิตรายการที่มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ของงาน
๓.๑.๑ ดําเนินการออกแบบแนวความคิดหลัก (Concept) ของรายการเรียลลิตี้ ซึ่งประกอบไปด้วย ชื่อรายการ จํานวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม หรือ จํานวนทีมของผู้เข้าร่วมกิจกรรม รูปแบบรายการของแต่ละตอน ที่มีความสร้างสรรค์ (Ideas) น่าสนใจสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกรมและกลุ่มเป้าหมาย
๓.๑.๒ นําเสนอแนวคิดด้านการวางแผนสถานที่ถ่ายทํา อาทิ ฉาก สถานที่ใช้ถ่ายทํา การลงพื้นที่ แหล่งผลิตอัญมณีและเครื่องประดับในพื้นที่ต่างๆของไทย รวมไปถึงนําเสนออุปกรณ์ที่ใช้ถ่ายทํา ตัวอย่างมุมกล้อง
กราฟิก เทคนิคการตัดต่อสร้างสรรค์รายการให้สะท้องถึงความสวยงามและประณีตของอุตสาหกรรม
๓.๑.๓ นําเสนอตัวอย่างประวัติและผลงานของพิธีกร ผู้ดําเนินรายการ มีความเชี่ยวชาญคุ้นเคย กับอุตสาหกรรม ประสบการณ์การทํางานด้านรายการเรียลลิตี้ หรือรายการอื่นๆ ที่สอดคล้องกับรูปแบบรายการ
๓.๑.๔ นําเสนอกลยุทธ์การเลือกใช้สื่อ/ช่องทางในการเผยแพร่รายการให้สอดคล้องกับรูปแบบ รายการ และกลุ่มเป้าหมายของรายการ โดยนําเสนอทั้งการเผยแพร่รายการผ่านช่องทางโทรทัศน์ที่ได้รับความนิยม และเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ Platform Streaming โดยมีหลักฐานด้านราคาและสถิติยอดผู้ชมในการอ้างอิง
๓.๒ จัดทําแผนการดําเนินงาน วางแผนการดําเนินงาน และบริหารจัดการโครงการ (Operation)
ผู้รับจ้างต้องระบุขั้นตอนและกําหนดระยะเวลาการดําเนินงานของแต่ละกิจกรรมตามขอบเขตการ
ดําเนินงาน ภายใน ๑๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา และจัดทําแผนสําหรับการใช้พัสดุส่งเสริมการผลิต ภายในประเทศ ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา และจัดหาผู้จัดการโครงการ ทีมประสานงาน ที่มีความรู้ ความสามารถในการบริหารจัดการ ประสานงาน การถ่ายทํารายการ
๓.๒.๑ ผู้จัดการโครงการ (Project Manager) อย่างน้อย ๑ คน เพื่อควบคุม กํากับ ดูแลการ ดําเนินโครงการทั้งหมด โดยจะต้องมีคุณสมบัติเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์เกี่ยวข้องกับรายการ เรียลลิตี้ หรือรายการที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์อื่นๆ จะต้องมีผลงานยอดวิวรวมกันมากกว่า ๕ ล้านวิว โดย นําเสนอประวัติและประสบการณ์ทํางานอย่างละเอียดที่สามารถตรวจสอบได้ เพื่อให้กรรมการพิจารณา
๓.๒.๒ จัดหาเจ้าหน้าที่ประสานงานกับเจ้าหน้าที่กรม โดยสามารถสื่อสารมีภาษาอังกฤษได้ดี ในกรณีที่จะต้องประสานงานกิจกรรมในต่างประเทศ
๓.๒.๓ จัดหาช่างถ่ายรูปมืออาชีพ เพื่อถ่ายรูปบรรยากาศการถ่ายทําในแต่ละตอนในภาพรวม เพื่อใช้ใน การประชาสัมพันธ์ ต่อยอดกิจกรรมต่างๆ ของกรมต่อไป
๓.๒.๔ ผู้เสนองานจะต้องจัดให้มีการประชุมเพื่อรายงานความคืบหน้าการดําเนินงานตามโครงการให้ กรม ทราบเป็นระยะนับตั้งแต่วันเริ่มปฏิบัติงานตามที่ระบุในสัญญา ทั้งนี้ ผู้เสนองานจะต้องจัดให้มีการประชุม กลุ่มย่อย ทุกครั้งเมื่อมีการร้องขอจากกรม
๓.๒.๕ จัดทํารายงานสรุปการประชุมแบบย่อในรูปแบบเอกสาร เพื่อรายงานสรุปปัญหาและอุปสรรค ของการดําเนินให้กรมทราบ
๓.๒.๖ จัดทํารายงานฉบับสมบูรณ์พร้อมรูปภาพประกอบของการดําเนินการ ตั้งแต่เริ่มต้นจนจบโครงการ
กลมกล ประธาน
OOP
กรรมการ
Branw
กรรมการ
๓.๓ การผลิตรายการ
๓.๓.๑ จัดหาผู้ดําเนินรายการมืออาชีพ (พิธีกร) ประจํารายการ โดยจะต้องมีประสบการณ์การ ทํางานด้านรายการเรียลลิตี้ หรือรายการอื่นๆ โดยมีภาพลักษณ์ที่ดีและมีความเชี่ยวชาญสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะ หน้าได้ดีทําหน้าที่เป็นผู้ดําเนินรายการตลอดโครงการ
4
1
๓.๓.๒ ดําเนินการคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีศักยภาพเข้าร่วมโครงการ โดยดําเนินการเปิดรับสมัคร กําหนดหลักเกณฑ์ร่วมกับกรม และดําเนินการจัดประชุมคัดเลือก จํานวน ๘ - ๑๐ ทีม โดยผู้ประกอบการที่เข้าร่วม โครงการต้องมีการจดทะเบียนพาณิชย์ มีศักยภาพในการส่งออกได้ และมีเรื่องราวของแบรนด์ Brand Storytelling ที่น่าสนใจ อีกทั้งแต่ละทีมจะต้องคัดเลือก นิสิต/นักศึกษา/ช่างฝีมือรุ่นใหม่ ที่กําลังจะจบการศึกษาหรือสําเร็จ การศึกษาแล้วไม่เกิน ๒ ปี ในสาขาที่เกี่ยวข้องกับอัญมณีและเครื่องประดับ หรือช่างฝีมือในสาขาที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมทีม เพื่อส่งเสริมผลักดันคนรุ่นใหม่เข้าร่วมอุตสาหกรรมฯ โดยมีสมาชิกทีมละไม่น้อยกว่า ๔ ราย
ดําเนินการคัดเลือกผู้มีชื่อเสียงในแวดวงสังคมธุรกิจ และ/หรือ ผู้มีประสบการณ์ ในอุตสาหกรรม อย่างน้อยตอนละ ๔ ราย จํานวน 4 ตอน เพื่อให้ความเห็นแก่ผลงานของผู้เข้าร่วมโครงการ โดยจะต้องมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก ในด้านแฟชั่นอัญมณีและเครื่องประดับ มีผลงานเชิงประจักษ์ในข่าวต่างๆ
๓.๓.๔ ผลิตรายการตามรูปแบบรายการเรียลลิตี้ หรือเกมโชว์แข่งขัน จํานวนไม่น้อยกว่า 4 ตอน ความยาวตอนละไม่น้อยกว่า 50 นาที เผยแพร่ผ่านสตรีมมิ่งและรายการช่องทางทีวีดิจิทัลที่ได้รับความนิยมจากการ จัดอันดับช่องทีวีดิจิทัลที่น่าเชื่อถือ ในปี ๒๕๖๘ - ๒๕๖๙ อยู่ใน ๑ ใน ๕ อันดับ เช่น ช่อง 7 HD, ช่อง 3 HD, ช่อง One 31, ช่อง Thairath และ ช่อง Amarin 34 เป็นต้น และเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ จํานวนไม่น้อยกว่า ๒ แพลตฟอร์ม โดยสื่อที่มีการเผยแพร่รวมกันจะต้องมีผู้เข้าชม ไม่น้อยกว่า ๕ ล้านการรับรู้ ทั้งนี้ รายได้ทั้งหมดที่ เกิดขึ้นจากการเผยแพร่รายการทุกช่องทางหลังหักค่าใช้จ่ายให้นําส่งเป็นรายได้แผ่นดิน
๓.๓.๕ รับผิดชอบ ค่าวัสดุ ชิ้นงาน ที่เกิดขึ้นในโครงการทั้งหมด รวมไปถึงกรณีที่มีการยืม เครื่องประดับไปใช้ในการถ่ายทํา จะต้องรับผิดชอบให้ครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การประสานงาน จนไปถึงการ ยืม/คืน เครื่องประดับ หากเกิดความเสียหายชํารุดบกพร่อง ผู้รับจ้างจะจ้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด
๓.๓.๖ จัดหาผู้สนับสนุนเครื่องประดับที่ใช้เพื่อประกอบการถ่ายทําในแต่ละตอน โดยให้พิจารณา จากผู้ประกอบการไทย ที่เคยเข้าร่วมงาน Bangkok Gems and jewelry เป็นลําดับแรก
๓.๓.๗ ดําเนินการอํานวยความสะดวกให้แก่เจ้าหน้าที่กรม ให้การติดตามการถ่ายทํารายการ ๓.๓.๘ ดําเนินการด้านลิขสิทธิ์เพลง กราฟฟิก ทั้งหมดในรายการและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด รวมไปถึงค่าใช้จ่ายในการจัดทําคําบรรยายเป็นภาษาต่างประเทศ (Subtitle) เพื่อเผยแพร่รายการในต่างประเทศด้วย
๓.๓.๙ ออกแบบแนวคิดและนําเสนอรูปแบบการต่อยอดหรือช่องทางการตลาดต่างประเทศโดย ใช้เครือข่ายสํานักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ให้กับผลงานของผู้ที่เข้าร่วมรายการ
ทั้งนี้ รายละเอียดข้อ ๓.๓ จะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
๓.๔ การจัดงานแถลงข่าว
๓.๔.๑ นําเสนอแนวคิดและรูปแบบการจัดงานแถลงข่าวที่น่าสนใจ สร้างสรรค์และสอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ของงาน สอดคล้องกับภาพลักษณ์หลัก (Key Visual) ของรายการ
๓.๔.๒ ออกแบบและตกแต่งสถานที่จัดงานให้เหมาะสม โดยจัดให้มีอุปกรณ์เครื่องเสียง ไฟระบบ
แสง สี และพิธีกรดําเนินรายการภายในงาน
๓.๔.๓ นําเสนอรูปแบบการแสดง และจัดทําการแสดง หรือกิจกรรมบนเวทีที่น่าสนใจ ๓.๔.๔ จัดทําวีดีทัศน์ ภาพนิ่งประชาสัมพันธ์การจัดงานสําหรับงานแถลงข่าว ความยาวไม่เกิน ๓ นาที ๓.๔.๕ จัดทํา Backdrop ถ่ายภาพ และโต๊ะลงทะเบียนพร้อมป้ายชื่อ
กลุ่มกล
ประธาน
กรรมการ
สา
กรรมการ
ad
๕๐ คน/งาน
๓.๔.๖ จัดทําของที่ระลึกที่สอดคล้องตามแนวคิดของงาน สําหรับผู้ร่วมงานไม่ไม่น้อยกว่า ๑๕๐ ชุด/งาน ๓.๔.๗ จัดทําเจ้าหน้าที่ดําเนินงาน ต้อนรับแขกและอํานวยความสะดวกต่างๆ ภายในงาน ๓.๔.๘ จัดทําแผนการจัดที่นั่ง Seating Plan และป้ายบอกทางเข้าร่วมงาน
๓.๔.๙ จัดทําและส่งหนังสือเชิญ/ปฏิทินข่าว เพื่อเชิญสื่อมวลชนและแขกเข้าร่วมงานไม่น้อยกว่า
๓.๔.๑๐ ดําเนินการเชิญสื่อมวลชนเข้าร่วมงานแถลงข่าว โดยมีผู้สื่อข่าวเข้าร่วมอย่างน้อย ๓๐ สื่อ พร้อมจัดหาผู้ทรงอิทธิพลทางการตลาด (Influencer) หรือคนที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก เข้าร่วมงานไม่น้อยกว่า ๕ คน ทั้งนี้ รับประกันการข่าวอย่างน้อย ๓๐ ข่าว และผ่าน Social Media (เช่น Instagram, Facebook เป็นต้น) ของสื่อดังกล่าวด้วย
๓.๔.๑๑ จัดทําคํากล่าวเปิดงานแถลงข่าว และบทพิธีกรเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ พร้อมจัดส่งร่างให้กรมล่วงหน้าอย่างน้อย ๒ สัปดาห์
๓.๔.๑๒ จัดทําประเด็นคําถาม - คําตอบสื่อมวลชนสําหรับการสัมภาษณ์ของผู้บริหารภาครัฐ ผู้แทนจากภาคเอกชน เป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
๓.๔.๑๓ จัดทําแฟ้ม Press Kit สําหรับสื่อมวลชนที่เชิญและตอบรับเข้าร่วม รวมถึงสํารองไว้ สําหรับผู้เข้าร่วมงานฯ ซึ่งประกอบด้วยกําหนดการ คํากล่าวประธาน ข่าวประชาสัมพันธ์ (Press Release)
๓.๔.๑๔ จัดเตรียมอาหารว่าง เครื่องดื่มสําหรับรับรองแขกที่มาร่วมงานให้เพียงพอ และ จัดอาหารสําหรับเจ้าหน้าที่กรมที่ไปเตรียมงานให้เพียงพอ
๓.๔.๑๕ จัดเตรียมสิ่งอํานวยความสะดวกอื่นๆที่จําเป็น สําหรับเจ้าหน้าที่เพื่อเตรียมจัดงานแถลงข่าว ๓.๕ การจัดเตรียมรูปแบบการนําเสนอผลงานที่เข้าร่วมโครงการ
๓.๕.๑ นําเสนอสิทธิประโยชน์พิเศษสําหรับผู้เข้าร่วมโครงการ กิจกรรมภายในโครงการดังกล่าว โดยบริษัทจะต้องเป็นผู้เสนอแนวคิดและเหตุผลให้สอดคล้องกับสิทธิประโยชน์ที่ได้รับกับวัตถุประสงค์โครงการ
๓.๕.๒ ประสาน Official Contractor ของงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ (Bangkok Gems and Jewelry) รวมไปถึงกรม และผู้เกี่ยวกับงานแสดงสินค้าดังกล่าว เพื่อจัดแสดงสินค้าของผู้เข้าร่วม
โครงการภายในงาน
๓.๕.๓ ประสานผู้เกี่ยวข้องการจัดแสดงนิทรรศการของงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ (Bangkok Gems and Jewelry) โดยผู้ที่ได้รับสิทธิประโยชน์พิเศษในการเข้าร่วมรายการในตอนสุดท้ายจะมีส่วน ร่วมงานการออกแบบแนวคิดนิทรรศการ เพื่อให้การจัดแสดงสินค้าของนักออกแบบมีความสอดคล้องกับ ภาพลักษณ์ของงานและสินค้าที่จัดแสดง รวมทั้งดูแลรับผิดชอบประสานยืมและคืนเครื่องประดับที่ใช้ในนิทรรศการ และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมดในกรณีชํารุด/สูญหาย
๓.๖ การประชาสัมพันธ์โครงการ
๓.๖.๑ จัดทําแผนการประชาสัมพันธ์ จัดทําสื่อประชาสัมพันธ์ ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และดําเนินการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลโครงการฯ ทางช่องทางที่เหมาะสม ทั้งนี้ สื่อประชาสัมพันธ์และ ช่องทางการประชาสัมพันธ์ต้องได้รับความเห็นชอบจากกรมก่อนเสมอ
๓.๖.๒ ผลิตวีดีโอเพื่อประชาสัมพันธ์รายการ จํานวนไม่น้อยกว่า ๑๒ ตอน ความยาว ตอนละ ไม่น้อยกว่า ๓๐ วินาที และเผยแพร่ผ่านช่องทางโทรทัศน์ที่ได้รับความนิยม เช่น ช่อง 7 HD, ช่อง 3 HD, ช่อง One 31, ช่อง Thairath และ ช่อง Amarin 34 เป็นต้น และเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยช่องทางจะต้องมียอด ผู้ติดตามรวมกันตั้งแต่ ๑ ล้านคนขึ้นไป
๓.๖.๓ จัดทําช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ของรายการเพื่อเป็นช่องทางในการสื่อสารข่าวของ รายการ เช่น Facebook Fanpage, Youtube, Instagram, TikTok และ X โดยผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบการลง
nganact
ประธาน
กรรมการ
momine
กรรมการร่าง
เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
เลขที่
การจ้างเหมาบริการผู้ดำเนินการโครงการส่งเสริมภาพลักษณ์อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับในรูป แบบรายการเรียลลิตี้
ตามประกาศ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
ลงวันที่ พฤษภาคม ๒๕๖๙
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “กรม” มีความประสงค์จะประกวดราคา จ้างเหมาบริการผู้ดำเนินการโครงการส่งเสริมภาพลักษณ์อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับในรูปแบบ รายการเรียลลิตี้ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามรายการ ดังนี้
จ้างเหมาบริการผู้ดำเนินการโครงการ
ส่งเสริมภาพลักษณ์อุตสาหกรรม
อัญมณีและเครื่องประดับในรูปแบบ
รายการเรียลลิตี้
โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
จำนวน ๑ โครงการ
๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๑.๑ ขอบเขตของงาน
๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างทำของ
๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
(๑) หลักประกันการเสนอราคา
(๒) หลักประกันสัญญา
๑.๕ บทนิยาม
(๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
(๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
(๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
๑.๗ แผนการทำงาน
๑.๘ ใบแจ้งการชำระเงิน สำหรับชำระเงินหลักประกันการเสนอราคา ๑.๙ แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กรม ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขันอย่างเป็น ธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้ เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๘ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ
ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ
ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๘ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ
เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ (ถ้ามี)
(๖) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ามี)
(๗) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) หลักประกันการเสนอราคา ตามข้อ ๕
(๒) เอกสารข้อเสนอด้านเทคนิค
(๓) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔. การเสนอราคา
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๑๒๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอ ราคาโดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคา มิได้
๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จภายในวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๙
๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. และเวลาในการเสนอราคาให้ถือ ตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่กรมผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และกรม จะพิจารณาลงโทษผู้ ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่กรมจะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ริเริ่มให้มีการกระ ทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของกรม
๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
(๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน
ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
๔.๑๐ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา ๕. หลักประกันการเสนอราคา
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องวางหลักประกันการเสนอราคาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบการ จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ จำนวน ๑,๒๕๐,๐๐๐.๐๐ บาท (หนึ่งล้านสองแสนห้าหมื่นบาทถ้วน)
๕.๑ เงินสด
๕.๒ หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศตามแบบที่คณะ กรรมการนโยบายกำหนด
๕.๓ พันธบัตรรัฐบาลไทย
๕.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอนำพันธบัตรรัฐบาลไทยหรือหนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ มาวางเป็นหลักประกันการเสนอราคาจะต้องส่งต้นฉบับเอกสารดังกล่าวมาให้กรม ตรวจสอบความถูกต้องในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น.
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอประสงค์จะวางหลักประกันการเสนอราคาเป็นเงินสด ให้ผู้ยื่นข้อเสนอ ดำเนินการชำระเงินผ่านช่องทางการชำระเงิน ดังนี้
ผ่านบริการรับชำระเงิน (Bill Payment) ผ่านระบบ KTB Corporate Online ตามใบ แจ้งการชำระเงิน ที่แนบมาพร้อมกับเอกสารเชิญชวนนี้
และส่งหลักฐานการชำระเงินกับธนาคาร พร้อมทั้งแบบแจ้งความประสงค์ชำระเงินค่า หลักประกันการเสนอราคา (เฉพาะกรณีที่มีหลักประกันการเสนอราคาหลายรายการพิจารณา) มาให้ กรม ตรวจสอบความถูกต้อง โดยยื่นมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอผ่านระบบ e-GP โดยการชำระเงินและส่งหลักฐาน การชำระเงินให้ดำเนินการในวันและเวลาที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันและเวลาเสนอราคาเท่านั้น กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ประสงค์จะใช้หนังสือ ค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารในประเทศเป็นหลักประกันการเสนอราคาให้ระบุชื่อผู้เข้าร่วมค้ารายที่ สัญญาร่วมค้ากำหนดให้เป็นผู้เข้ายื่นข้อเสนอกับหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หลักประกันการเสนอราคาตามข้อนี้ กรมจะคืนให้ผู้ยื่นข้อเสนอหรือผู้ค้ำประกันภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่กรมได้พิจารณาเห็นชอบรายงานผลคัดเลือกผู้ชนะการประกวดราคาเรียบร้อยแล้ว
เว้นแต่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่คัดเลือกไว้ซึ่งเสนอราคาต่ำสุดหรือได้คะแนนรวมสูงสุดไม่เกิน ๓ ราย ให้คืนได้ต่อเมื่อ ได้ทำสัญญาหรือข้อตกลง หรือผู้ยื่นข้อเสนอได้พ้นจากข้อผูกพันแล้ว
การคืนหลักประกันการเสนอราคา ไม่ว่าในกรณีใด ๆ จะคืนให้โดยไม่มีดอกเบี้ย ๖. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
๖.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ กรมจะ พิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น
๖.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กรม
จะพิจารณาโดยให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด ดังนี้
๖.๒.๑ จ้างเหมาบริการผู้ดำเนินการโครงการส่งเสริมภาพลักษณ์อุตสาหกรรม อัญมณีและเครื่องประดับในรูปแบบรายการเรียลลิตี้
(๑) ราคาที่ยื่นข้อเสนอ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๓๐.๐๐ โดยมี วิธีการให้คะแนน ดังนี้ ๑๐๐ - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * ๑๐๐) (๒) ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนอื่นๆ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๗๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ คณะกรรมการจะพิจารณา โดยเปรียบ เทียบจากเอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอ ได้เสนอมา และการให้คะแนนพิจารณาตามเกณฑ์
โดยกำหนดให้น้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ ๑๐๐
๖.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กรมกำหนดไว้ในประกาศและ เอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้ เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจ พิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
๖.๔ กรมสงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ในกรณี ดังต่อไปนี้
(๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
(๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๖.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรม มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ กรมมีสิทธิที่จะไม่รับข้อ
เสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๖.๖ กรมทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่เสนอ ทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจจะ ยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของกรมเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งกรมจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และลงโทษผู้ยื่นข้อ เสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อ เสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมา ยื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรม จะให้ผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ กรม มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอหรือไม่รับราคาของ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใดๆ จากกรม ๖.๗ ก่อนลงนามในสัญญากรม อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการคัดเลือก มีผล ประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือสมยอม กันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใดในการเสนอราคา ๗. การทำสัญญาจ้าง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับกรม ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวาง หลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้กรม ยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
๗.๑ เงินสด
๗.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่กรม ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ใช้ เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ ๗.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
๗.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒)
๗.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งกรม ได้รับมอบไว้ แล้ว
๘. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
กรม จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่าย ทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น ๓ งวดดังนี้ งวดที่ ๑ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๒๙ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานตาม รายละเอียดที่ระบุไว้ใน TOR ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๙
งวดที่ ๒ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๓๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานตาม รายละเอียดที่ระบุไว้ใน TOR ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๙
งวดสุดท้าย เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๔๑ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ทั้งหมดให้แล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญาหรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ และ กรม ได้ตรวจรับมอบงานจ้าง เรียบร้อยแล้ว
๙. อัตราค่าปรับ
ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
๙.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากกรม จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงานจ้างช่วง นั้น
๙.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๙.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง
๑๐. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้ทำสัญญาจ้างตามแบบดังระบุในข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายใน ระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๑ เดือน นับถัดจากวันที่กรมได้รับมอบงาน โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้ การได้ดีดังเดิมภายใน ๓ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง
๑๑. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
๑๑.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินกองทุนฯ ปี ๒๕๖๙ การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ กรมได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจากเงิน กองทุนฯ ปี ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
๑๑.๒ เมื่อกรมได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้างตามการ
ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจากต่าง ประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ตาม ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
(๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
(๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
๑๑.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งกรมได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ ภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ กรมจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ออกหนังสือ ค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้งจะพิจารณา
ให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ๑๑.๔ กรมสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือข้อ ตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
๑๑.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของกรม คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อเสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
๑๑.๖ กรม อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะ เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากกรมไม่ได้
(๑) กรมไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ไม่ เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
(๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
(๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่กรม หรือ กระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
(๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๑๑.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
๑๒. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
๑๓. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
กรม สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการ คัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับกรม ไว้ชั่วคราว
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
พฤษภาคม ๒๕๖๙
สำเนาถูกต้อง
รุ่งวรา อังศธรรมรัตน์
(นางสาวรุ่งวรา อังศธรรมรัตน์)
นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการ
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๙
โดย นางสาวรุ่งวรา อังศธรรมรัตน์ นักวิชาการ
พาณิชย์ชำนาญการร่าง
ประกาศกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
เรื่อง ประกวดราคาจ้างเหมาบริการผู้ดำเนินการโครงการส่งเสริมภาพลักษณ์อุตสาหกรรมอัญมณีและ เครื่องประดับในรูปแบบรายการเรียลลิตี้
ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างเหมาบริการผู้ดำเนิน การโครงการส่งเสริมภาพลักษณ์อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับในรูปแบบรายการเรียลลิตี้ ด้วยวิธี ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ราคากลางของงานจ้าง ในการประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น ๒๕,๔๓๘,๓๓๓.๓๒ บาท (ยี่สิบห้าล้านสี่แสนสามหมื่นแปดพันสามร้อยสามสิบสามบาทสามสิบสองสตางค์) จำนวน ๑ รายการ
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน วันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
๑. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กำหนด ๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอ ราคา
ทั้งนี้ ผู้เสนอราคาจะต้องนำเสนอข้อเสนอทางด้านเทคนิคและขั้นตอนการดำเนินโครงการ ตามรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ (TOR) ในวันที่……………………………… เวลา ………………… น. เป็นต้นไป (รายละ ๖๐ นาที) ณ ห้องประชุม ๑ ชั้น ๘ สำนักส่งเสริมการค้าสินค้าไลฟ์สไตล์ กรมส่งเสริมการค้าระหว่าง
ประเทศ อาคารริมถนน (บางกระสอ) กรม จะไม่พิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิคของผู้เสนอราคาที่ไม่มานำเสนอ งานตามวันและเวลาที่กรม กำหนด
๓. ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่ ลงวันที่ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ตั้งแต่วันที่ ประกาศจนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ www.ditp.go.th หรือ www.gprocurement.go.th
ประกาศ ณ วันที่ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๙
สำเนาถูกต้อง
รุ่งวรา อังศธรรมรัตน์
(นางสาวรุ่งวรา อังศธรรมรัตน์) นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการ
(นายพรวิช ศิลาอ่อน)
รองอธิบดี ปฏิบัติราชการแทน
อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๙ โดย นางสาวรุ่งวรา อังศธรรมรัตน์ นักวิชาการ พาณิชย์ชำนาญการ