ประกวดราคาจ้างจ้างเหมาบริการบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศ ณ ที่ทำการโรงพิมพ์สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ประจำปีงบประมาณ 2570
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดหาผู้รับจ้างที่มีประสบการณ์และความรู้ความสามารถในการซ่อมแซมและบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศ ณ ที่ทำการโรงพิมพ์สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อให้ระบบทำความเย็นทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น
ขอบเขตของงานครอบคลุมอุปกรณ์ทั้งหมด 4 ประเภทหลัก ได้แก่ เครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วนขนาดไม่เกิน 60,000 BTU (112 เครื่อง), เครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วนขนาดเกิน 60,000 BTU (8 เครื่อง), ระบบ VRV (3 ระบบ 36 คอยล์เย็น) และพัดลมโรงอาหาร (14 เครื่อง) โดยผู้รับจ้างต้องจัดหาช่างที่มีวุฒิการศึกษาทางด้านไฟฟ้าหรือเครื่องกลและมีใบรับรองจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงานมาประจำการ ณ สถานที่ปฏิบัติงาน
ภาระหน้าที่หลักประกอบด้วย การตรวจเช็ครายเดือน (ล้างฟิลเตอร์, เป่าท่อน้ำทิ้ง, ทำความสะอาดตัวเครื่อง) และการล้างใหญ่ปีละ 2 ครั้ง (เน้นระบบคอยล์เย็นและคอยล์ร้อนโดยใช้ปั๊มแรงดันสูง) รวมถึงต้องจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ สารทำความเย็นที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และน้ำยาทำความสะอาดที่ปลอดภัยต่ออุปกรณ์ โดยผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าแรง ค่าอุปกรณ์ และการดำเนินการทั้งหมดให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย
English summary
This project involves the procurement of maintenance services for air conditioning systems at the Government Lottery Office Printing House for the fiscal year 2027. The scope includes maintaining split-type AC units (under and over 60,000 BTU), VRV systems, and cafeteria fans. The contractor must provide skilled technicians with relevant certifications to ensure all cooling systems remain operational and durable throughout the 12-month contract period.
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อจัดหาผู้รับจ้างที่มีประสบการณ์ และมีความรู้ ความสามารถในการซ่อมแซม บํารุงรักษา เครื่องปรับอากาศ
- เพื่อให้เครื่องปรับอากาศ ณ ที่ทำการโรงพิมพ์สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พร้อมใช้งานเสมอ
- เพื่อยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์เครื่องปรับอากาศให้ยาวนานขึ้น
ขอบเขตของงาน
- ตรวจเช็ค ซ่อมแซม ดูแล แก้ไข บํารุงรักษาเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน ขนาด ไม่เกิน 60,000 BTU/ Hr จำนวน 112 เครื่อง
- ตรวจเช็ค ซ่อมแซม ดูแล แก้ไข บํารุงรักษาเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน ขนาด เกิน 60,000 BTU/Hr ขึ้นไป จำนวน 8 เครื่อง
- ตรวจเช็ค ซ่อมแซม ดูแล แก้ไข บํารุงรักษาเครื่องปรับอากาศ VRV จำนวน 3 ระบบ 36 คอยล์เย็น
- ตรวจเช็ค ทำความสะอาดพัดลมโรงอาหาร จำนวน 14 เครื่อง
- จัดหาช่างเทคนิคประจำการ ณ สถานที่ปฏิบัติงานในช่วงเวลาทำการ (07.30 น. – 15.30 น.)
- จัดทำแผนการบำรุงรักษาประจำปีภายใน 15 วันหลังลงสัญญา
- ดำเนินการล้างทำความสะอาดรายเดือน (แผ่นกรอง, ท่อน้ำทิ้ง, ตัวเครื่อง)
- ดำเนินการ “ล้างใหญ่” ปีละ 2 ครั้ง (เน้นคอยล์เย็นและคอยล์ร้อนด้วยปั๊มแรงดันสูง)
- จัดหาวัสดุ อุปกรณ์ สารทำความเย็น และน้ำยาทำความสะอาดที่ได้มาตรฐานตามข้อกำหนด
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- แผนการบำรุงรักษาประจำปี (ภายใน 15 วันหลังลงสัญญา)
- รายงานการตรวจเช็คและบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศรายเดือน
- ผลการล้างใหญ่เครื่องปรับอากาศ (2 ครั้งต่อปี)
- รายงานแจ้งซ่อมและใบเสนอราคาในกรณีที่อุปกรณ์ชำรุดไม่สามารถแก้ไขได้ทันที
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาสัญญา: 12 เดือน
- เริ่มต้น: 1 ตุลาคม 2569
- สิ้นสุด: 30 กันยายน 2570
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ต้องเป็นผู้มีสิทธิเข้ายื่นข้อเสนอตามกฎหมาย, ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย, ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ, ไม่ถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญาจากหน่วยงานรัฐ และไม่เป็นผู้ทิ้งงาน
- Standards Compliance: -
- Experience: ต้องเป็นผู้มีประสบการณ์และมีความชำนาญในการซ่อมแซม บำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศ (โดยเฉพาะระบบ VRV)
- Previous Project Cost: ไม่ได้ระบุจำนวนเงินขั้นต่ำของผลงานในหน้าที่มีให้ แต่ต้องมีศักยภาพเพียงพอต่อปริมาณงานที่กำหนด
- Technical Capabilities: ต้องมีความสามารถในการใช้ปั๊มน้ำแรงดันสูง, BLOWER และความรู้เรื่องสารทำความเย็น (R-22, R-32, R-410A) รวมถึงการจัดการระบบ VRV
- Personnel: ช่างประจำต้องมีวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่า ป.ว.ช. สาขาไฟฟ้า, เครื่องกล, อิเล็กทรอนิกส์ หรือที่เกี่ยวข้อง และต้องได้รับใบประกาศนียบัตรด้านเครื่องปรับอากาศจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
เกณฑ์การพิจารณา
ไม่ได้ระบุเกณฑ์การให้คะแนนโดยละเอียดในส่วนนี้ (เน้นคุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอตามกฎหมายและเทคนิคตาม TOR)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- เครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน (< 60,000 BTU): 112 เครื่อง
- เครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน (> 60,000 BTU): 8 เครื่อง
- ระบบ VRV: 3 ระบบ (36 คอยล์เย็น)
- พัดลมโรงอาหาร: 14 เครื่อง
- มาตรฐานน้ำยา: R-22, R-32, R-410A
- คุณสมบัติน้ำยาล้าง: Non-CFC, ไม่กัดกร่อนอุปกรณ์, ไม่มีกลิ่นฉุนแรง, สามารถล้างออกได้ด้วยน้ำ
เงื่อนไขสัญญา
- การชำระเงิน: (ไม่ได้ระบุในส่วนนี้)
- ค่าปรับ/บทลงโทษ: ปฏิบัติตามระเบียบพัสดุภาครัฐ
- ความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง: ครอบคลุมค่าแรง, ค่าอุปกรณ์, เครื่องมือ และสารทำความเย็นทั้งหมด
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
หน้า 1 จาก 8
ขอบเขตของงาน (Terms Of Reference : TOR) จ้างเหมาบริการบํารุงรักษา เครื่องปรับอากาศ ณ ที่ทําการโรงพิมพ์สํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ประจําปี 2570
- ความเป็นมา
ด้วยสํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “สํานักงาน” ได้ดําเนินการจ้างเหมา บริการบํารุงรักษาเครื่องปรับอากาศ ณ ที่ทําการโรงพิมพ์สํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ต่อเนื่องประจําทุกปี ซึ่งการจ้างเหมาบริการบํารุงรักษาประจําปีงบประมาณ 2569 จะสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2569 เพื่อให้การ บํารุงรักษาเครื่องปรับอากาศเป็นไปอย่างต่อเนื่อง จึงมีความจําเป็นต้องดําเนินการจัดหาผู้ให้บริการที่มีความรู้ ความสามารถในการซ่อมแซม บํารุงรักษาเครื่องปรับอากาศ เพื่อจ้างเหมาบริการบํารุงรักษาเครื่องปรับอากาศ ประจําปีงบประมาณ 2570 ณ สํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (สํานักการพิมพ์) เลขที่ 9 ซอยแยกซอยเอกมัย แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ ให้มีประสิทธิภาพสมบูรณ์พร้อมใช้งาน ต่อไป - วัตถุประสงค์
เพื่อจัดหาผู้รับจ้างที่มีประสบการณ์ และมีความรู้ ความสามารถในการซ่อมแซม บํารุงรักษา เครื่องปรับอากาศ ในการจ้างเหมาบริการบํารุงรักษาเครื่องปรับอากาศ ณ ที่ทําการโรงพิมพ์สํานักงานสลาก กินแบ่งรัฐบาล ประจําปี 2570 ให้พร้อมใช้งาน และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น - คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย 3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย 3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
3.4 ไม่เป็นบุคคลที่อยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของ
หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
3.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและ
การบริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
3.7 เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว 3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่สํานักงาน ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขัน อย่างเป็นธรรม ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
3.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทยเว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่น ข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
(1) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
No The
1….
2…
3……
รร
หน้า 2 จาก 8
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนด สัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญา ของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(2) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้น
ต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก
จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
(3) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย
(3.1) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
(3.2) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้า ที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (3.1) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการ จําหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
3.11 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
3.12 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ - กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศซึ่งได้จดทะเบียน เกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบ แสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดง ฐานะการเงิน 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐ กําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ 1 ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอ เป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจ การค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วง ของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้ สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก 1 ปี ได้
- กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะ การเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอ จะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ
- สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคล ธรรมดาให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือใน บัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และ หากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือก จะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่า ดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
- กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้า ยื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
1…..
ds 2
2..
Smiy-ak-
3…….
กรรณิกา
หน้า 3 จาก 8
(1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติ ไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของ ธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจาก ยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจาก สํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน
(2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่ มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือ
บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกัน
ตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน - กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือ สัญชาติไทยตามข้อ 2 ข้อ 3 และข้อ 4 (2) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารเชิญชวนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ
แล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการ รับรองเอกสาร พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่น ขอเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสาร
ไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา - กรณีตามข้อ 1 - ข้อ 5 ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
(6.1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(6.2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(6.3) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และงานจ้าง ก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่
พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
จัดจ้างฯ
(6.4) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อ
(6.5) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(6.6) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น - ขอบเขตของงาน
กําหนดระยะเวลาการจ้างบริการ จํานวน 12 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่
30 กันยายน 2570 โดยผู้รับจ้างต้องบริการตรวจเช็ค ซ่อมแซม แก้ไข บํารุงรักษาเครื่องปรับอากาศให้พร้อม
1….
2…
k.
3…….
กระ กา
หน้า 4 จาก 8
ใช้งาน ณ สํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (สํานักการพิมพ์) เลขที่ 9 ซอยแยกซอยเอกมัย แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ ตามขอบเขตดังนี้
4.1 ตรวจเช็ค ซ่อมแซม ดูแล แก้ไข บํารุงรักษาเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน ขนาด ไม่เกิน 60000 BTU/ Hr จํานวน 112 เครื่อง (ภาคผนวก 1)
4.2 ตรวจเช็ค ซ่อมแซม ดูแล แก้ไข บํารุงรักษาเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน ขนาด เกิน 60000 BTU/Hr ขึ้นไป จํานวน 8 เครื่อง (ภาคผนวก 1)
3
4.3 ตรวจเช็ค ซ่อมแซม ดูแล แก้ไข บํารุงรักษาเครื่องปรับอากาศ VRV จํานวน 3 ระบบ 36 คอยล์เย็น
(ภาคผนวก 1)
4.4 ตรวจเช็ค ทําความสะอาดพัดลมโรงอาหาร จํานวน 14 เครื่อง - รายละเอียดการปฏิบัติงาน
5.1 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีช่างมาประจําอยู่ที่สํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (สํานักการพิมพ์) จํานวน 1 คน ในวันและเวลาทําการ โดยผู้ปฏิบัติงาน ต้องมีวุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ป.ว.ช) สาขาไฟฟ้า สาขาเครื่องกล สาขาอิเล็กทรอนิกส์ หรือสาขาอื่นๆที่เกี่ยวข้อง และได้รับใบประกาศนียบัตรด้าน เครื่องปรับอากาศที่ออกโดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยผู้เสนอราคาต้องยื่นในวันเสนอราคา
5.2 ผู้รับจ้างต้องมีช่างที่มีความรู้ ความสามารถในการซ่อมแซม บํารุงรักษา เครื่องปรับอากาศชนิด VRV 5.3 ผู้รับจ้างต้องตรวจเช็ค ซ่อมแซม ดูแล บํารุงรักษา ในวันและเวลาทําการ ของสํานักงาน ตั้งแต่ 07.30 น. – 15.30 น. เว้นวันหยุดทําการ ตามประกาศของสํานักงาน
5.4 ต้องจัดทําแผนการบํารุงรักษาประจําปีส่งให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ภายใน 15 วัน นับถัดจากวัน ทําสัญญา
5.5 ต้องตรวจเช็ค ดูแล บํารุงรักษา ตามข้อ 4.1, 4.2, 4.3 และ 4.4 ให้พร้อมใช้งานทุกเดือน 5.6 ปฏิบัติงานตรวจเช็คประจําทุกเดือนเครื่องปรับอากาศ 1 ครั้งต่อ 1 เดือน ดังนี้
5.6.1 ล้างทําความสะอาดแผ่นกรองอากาศ (AIR FILTER)
5.6.2 ดูดและเป่าทําความสะอาดท่อน้ําทิ้งด้วย BLOWER
5.6.3 ทําความสะอาดตัวเครื่องและบริเวณโดยรอบ 5.6.4 ตรวจเช็คสภาพทั่วไป
5.7 ตรวจเช็คและทําความสะอาดพัดลมโรงอาหาร จํานวน 14 เครื่อง เดือนละ 1 ครั้ง ดังนี้
ต้องทําความสะอาดใบพัดลม ตะแกรงครอบใบพัดลม โดยถอดลงมาทําความสะอาดด้านล่าง
พร้อมประกอบกลับที่เดิมให้สามารถใช้งานได้
ตรวจเช็คสภาพโดยรวมของพัดลมให้พร้อมใช้งาน
5.8 ปฏิบัติงานตรวจเช็ค ดูแล บํารุงรักษา ล้างใหญ่เครื่องปรับอากาศทั้งหมด จํานวน 2 ครั้ง ต่อ 1 ปี (ครั้งที่ 1 เดือน ตุลาคม – พฤศจิกายน, ครั้งที่ 2 เดือน เมษายน – พฤษภาคม) ดังนี้
1…..
5.8.1 ล้างใหญ่คอยล์เย็น (FANCOIL UNIT)
ล้างทําความสะอาด ชุดเป่าลมเย็น ถาดน้ําทิ้ง โดยการถอดลงมาทําด้านล่าง ล้างทําความสะอาด FAN COIL ด้วยปั๊มน้ําแรงดันสูงและ BLOWER ล้างหรือดูดและเป่าทําความสะอาดระบบท่อน้ําทิ้ง
- ล้างทําความสะอาดแผ่นกรองอากาศ (AIR FILTER)
- ตรวจเช็คจุดต่อสายไฟภายในระบบ และยึดสกรูสายไฟให้แน่น - ตรวจเช็คการทํางานของมอเตอร์พัดลม (FANCOIL)
2…
&-J.L
3……..
15 เ
หน้า 5 จาก 8
ตรวจเช็คชุดควบคุมอุณหภูมิ (THERMOSTAT) ทําความสะอาดตัวเครื่องและบริเวณโดยรอบ
5.8.2 ล้างใหญ่คอยล์ร้อน (CONDENSING UNIT)
ล้างทําความสะอาดแผงครีบชุดคอยล์ร้อน (CONDENSING UNIT) ด้วยปั๊มน้ํา
แรงดันสูงและ BLOWER
ตรวจเช็คระบบการทํางานของมอเตอร์ระบายความร้อน
ตรวจเช็คจุดต่อสายไฟภายในระบบ และยึดสกรูสายไฟให้แน่น ตรวจวัดระดับแรงดัน LO, HI PRESSURE ของสารทําความเย็นในระบบ
ตรวจเช็คอุปกรณ์ควบคุมการทํางาน ทําความสะอาดตัวเครื่องและบริเวณโดยรอบ
5.9 กรณีตรวจสอบพบเครื่องปรับอากาศหรืออุปกรณ์ชํารุด
5.9.1 สามารถซ่อมแซมแก้ไขได้ ต้องแจ้งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทราบทุกครั้ง
ก่อนดําเนินการซ่อมแซม แก้ไข
5.9.2 หากไม่สามารถซ่อมแซมแก้ไขได้ ต้องรายงานให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือผู้มีส่วน เกี่ยวข้องทราบทุกครั้ง จัดทําใบเสนอราคา เพื่อดําเนินการจัดซื้อ/จัดจ้าง ตามระเบียบสํานักงานฯ ต่อไป 6. ข้อกําหนดและเงื่อนไขอื่นๆ
6.1 ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าแรงงาน ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอุปกรณ์ เครื่องมือ ในการตรวจเช็ค ซ่อมแซม แก้ไข บํารุงรักษาเครื่องปรับอากาศ
6.2 ต้องจัดหาผู้ปฏิบัติงานที่มีประสบการณ์และมีความชํานาญงาน เพื่อตรวจเช็ค ซ่อมแซม ดูแล แก้ไข บํารุงรักษาเครื่องปรับอากาศ
6.3 ต้องจัดเตรียมเครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ สารทําความเย็น สําหรับ ซ่อมแซม แก้ไข บํารุงรักษา เครื่องปรับอากาศ
6.4 ต้องจัดเตรียมน้ํายาล้างทําความสะอาดเครื่องปรับอากาศ มีคุณสมบัติ ดังนี้
ต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ( NON CFC )
ไม่กัดกร่อนทําลาย FINCOIL, ท่อทองแดงหรือท่อสารทําความเย็น, ยาง, สี เป็นต้น
ไม่มีส่วนผสมของโซดาไฟ ไม่มีกลิ่นฉุนรุนแรง และสามารถล้างออกด้วยน้ําได้ สามารถขจัดคราบน้ํามัน คราบเขม่าที่ติดบริเวณคอยล์ ตะไคร่น้ํา เมือก เชื้อราแบคทีเรีย
หยุดยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ ดับกลิ่นเหม็นอับชื้น
6.5 ต้องจัดเตรียมสารทําความเย็น มีคุณสมบัติ ดังนี้
สามารถใช้กับเครื่องปรับอากาศได้และไม่เกิดความผิดปกติในการทํางานใดๆ เป็นสารทําความเย็นประเภท R-22 ( CHCLF2 ), R-32, R-410A ฯลฯ
ทั้งสิ้น
6.6 สํานักงานฯ จัดเตรียม วัสดุอุปกรณ์ หรือสิ่งจําเป็นในการปฏิบัติงานให้กับผู้รับจ้าง ดังนี้
น้ําประปา และไฟฟ้า ให้ใช้ได้เท่าที่จําเป็นในการบริการ
- สายรัดตะแกรงครอบใบพัดลม
6.7 ต้องมีมาตรการต่างๆ ด้านความปลอดภัยในการทํางาน และการปฏิบัติงานต้องเป็นไปตามกฎ ความปลอดภัยในการทํางาน
ผู้เกี่ยวข้อง
1…….
6.8 การปฏิบัติงานทุกครั้งจะต้องอยู่ภายในการควบคุมของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือ
= 2
2….
3…
9755770