จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างเก็บข้อมูลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ 69059416733
฿38,953,300 ปีงบ 2569 ประกาศ 19 มิ.ย. 2569 นนทบุรี
รายละเอียดการจ้าง

โครงการจัดจ้างเก็บข้อมูลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อว่าจ้างหน่วยงานภายนอกที่มีความเป็นกลางและเชี่ยวชาญในการดำเนินการจัดเก็บและรวบรวมข้อมูลแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (External Integrity and Transparency Assessment: EIT) ให้กับหน่วยงานภาครัฐที่เข้าร่วมการประเมิน ITA ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ จำนวน ๘,๓๑๙ หน่วยงาน (ไม่รวมสำนักงาน ป.ป.ช.) นอกจากนี้ยังครอบคลุมถึงการประเมิน ITA ของสำนักงาน ป.ป.ช. เอง ทั้ง ๓ เครื่องมือ ได้แก่ แบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (IIT), แบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (EIT) และแบบวัดการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (OIT) การดำเนินงานนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ เป็นไปตามมาตรฐานระเบียบวิธีวิจัย และสะท้อนข้อเท็จจริงจากมุมมองของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างแท้จริง เพื่อให้สำนักงาน ป.ป.ช. สามารถนำผลการประเมินไปใช้ประกอบการปรับปรุง พัฒนา และยกระดับการดำเนินงานของหน่วยงานให้มีความโปร่งใส เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล และป้องกันการทุจริต

English summary

This project aims to contract an external, neutral, and expert third party to collect data from the External Integrity and Transparency Assessment (EIT) for the Integrity and Transparency Assessment (ITA) of government agencies for the fiscal year 2026. This includes 8,319 government agencies (excluding the NACC) and the NACC’s own ITA assessment using three tools: Internal ITA (IIT), External ITA (EIT), and Open Data ITA (OIT). The objective is to ensure data collection is academically sound, follows research methodologies, and accurately reflects stakeholder perspectives, enabling the NACC to use the results for improving agency operations towards transparency and good governance, and for corruption prevention.

สถานที่ดำเนินการ

ไม่ระบุ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อจัดเก็บข้อมูลแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (External Integrity and Transparency Assessment: EIT) ของหน่วยงานภาครัฐที่เข้าร่วมการประเมิน ITA ครบถ้วนตามที่สำนักงาน ป.ป.ช. กำหนด
  • เพื่อให้การประเมิน ITA ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ของสำนักงาน ป.ป.ช. ในฐานะหน่วยงานที่รับการประเมิน ครบถ้วนทั้ง ๓ เครื่องมือ คือ เครื่องมือที่ ๑ แบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (Intern Integrity and Transparency Assessment: IT) เครื่องมือที่ ๒ แบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (External Integrity and Transparency Assessment: EIT) และเครื่องมือที่ ๓ แบบวัดการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (Open Data Integrity and Transparency Assessment: OIT) ตลอดจนการดำเนินงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการประเมิน จนแล้วเสร็จ

ขอบเขตของงาน

  • การวางแผนและเตรียมการประเมิน: วางแผนโครงการให้สอดคล้องกับปฏิทิน ITA, ศึกษารายละเอียดการประเมิน ITA โดยเฉพาะหลักเกณฑ์การเก็บข้อมูล EIT, การจำแนกกลุ่มหน่วยงาน และนิยามผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก
  • การดำเนินการตามแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (EIT): เก็บข้อมูลในฐานะหน่วยงานภายนอกที่เป็นกลางและอิสระ โดยใช้ข้อคำถามกลาง (Core Questions) ๗ ข้อ และข้อคำถามเฉพาะ (Specific Questions) ๑๐ ข้อ ตามกลุ่มประเภทหน่วยงาน, บันทึกข้อมูลในระบบ ITAS, รักษาความลับของผู้ตอบ, เก็บข้อมูลตามจำนวนกลุ่มตัวอย่างขั้นต่ำหรือตามที่ ป.ป.ช. กำหนด, บันทึกวิธีการจัดเก็บและรายละเอียดกลุ่มเป้าหมาย
  • การวิเคราะห์ผลและข้อเสนอแนะ: วิเคราะห์ผลคะแนนตามตัวชี้วัดที่ ๕ (ความสุจริต) และ ๗ (ความเสี่ยงในการติดต่อ/รับบริการ), วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพจากคำถามปลายเปิด, จัดทำข้อเสนอแนะในการปรับปรุงการดำเนินงานและบริการ
  • การจัดทำรายงาน: รายงานความก้าวหน้าการจัดเก็บข้อมูล, รายงานผลการสำรวจฉบับสมบูรณ์ (สถิติ, ผลสำรวจ, วิเคราะห์ข้อมูล, ข้อเสนอแนะเชิงบริหาร)
  • การจัดทำช่องทางการประสานงานระหว่างผู้รับจ้างกับหน่วยงานภาครัฐและสำนักงาน ป.ป.ช.
  • การจัดเก็บข้อมูล EIT ให้ครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด
  • การจัดให้มีหัวหน้าโครงการและผู้ประสานงานที่รับผิดชอบ
  • การดำเนินการประเมิน ITA ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ตามหลักเกณฑ์และนำเข้าข้อมูลในระบบ ITAS
  • การจัดทำข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนาการประเมิน ITA ของหน่วยงานภาครัฐ
  • การดำเนินการประเมิน ITA ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ของสำนักงาน ป.ป.ช. ด้วยเครื่องมือ IIT, EIT, และ OIT
  • การจัดเก็บข้อมูล IIT ของสำนักงาน ป.ป.ช.
  • การวิเคราะห์ผลและข้อเสนอแนะสำหรับ IIT ของสำนักงาน ป.ป.ช.
  • การวิเคราะห์และจัดเก็บข้อมูล EIT ของสำนักงาน ป.ป.ช.
  • การตรวจให้คะแนน OIT ของสำนักงาน ป.ป.ช.
  • การจัดทำรายงานความก้าวหน้าสำหรับ IIT, EIT, และ OIT ของสำนักงาน ป.ป.ช.
  • การจัดทำรายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) สำหรับการประเมิน ITA ของหน่วยงานภาครัฐและสำนักงาน ป.ป.ช.

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • รายงานแผนการดำเนินงานและระเบียบวิธีวิจัย (งวดที่ ๑)
  • รายงานความก้าวหน้าการจัดเก็บข้อมูล (งวดที่ ๒)
  • รายงานความก้าวหน้าการประเมิน ITA ของสำนักงาน ป.ป.ช. (งวดที่ ๒)
  • รายงานสรุปผลการจัดเก็บข้อมูล EIT ฉบับสมบูรณ์ (งวดที่ ๓)
  • รายงานสรุปผลการประเมิน ITA ของสำนักงาน ป.ป.ช. ฉบับสมบูรณ์ (งวดที่ ๓)
  • รายงานผลการประเมิน ITA (เฉพาะส่วน EIT ของหน่วยงานภาครัฐ) ฉบับสมบูรณ์ (งวดที่ ๔)
  • รายงานผลการประเมิน ITA ของสำนักงาน ป.ป.ช. ฉบับสมบูรณ์ (งวดที่ ๔)
  • ไฟล์ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

ระยะเวลาดำเนินการ

๑๕๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
    • ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
    • ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกัน
    • ต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
  • Standards Compliance: ไม่ระบุ
  • Experience:
    • หัวหน้าโครงการ: มีประสบการณ์เกี่ยวข้องกับการสำรวจข้อมูล, การประเมินผล, การวิเคราะห์ผลการประเมิน, การให้คำปรึกษากับหน่วยงานของรัฐ, หรือการส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับการบริหารงานภาครัฐ อย่างน้อย ๕ ปี
    • หัวหน้าทีมงาน: มีประสบการณ์เกี่ยวข้องกับการสำรวจข้อมูล, การประเมินผล, การวิเคราะห์ผลการประเมิน, การให้คำปรึกษากับหน่วยงานของรัฐ, หรือการส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับการบริหารงานภาครัฐ อย่างน้อย ๒ ปี
    • ทีมงาน: มีประสบการณ์เกี่ยวข้องกับการสำรวจข้อมูล, การประเมินผล, การวิเคราะห์ผลการประเมิน, การให้คำปรึกษากับหน่วยงานของรัฐ, หรือการส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับการบริหารงานภาครัฐ อย่างน้อย ๑ ปี
    • ผู้ประสานงาน/เลขานุการโครงการ: มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการติดต่อประสานงาน หรือการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเลขานุการ อย่างน้อย ๑ ปี
  • Previous Project Cost: ไม่ระบุ
  • Technical Capabilities: ไม่ระบุ
  • Personnel:
    • หัวหน้าโครงการ: สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาเอก
    • หัวหน้าทีมงาน: สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาโท
    • ทีมงาน: สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี
    • ผู้ประสานงาน/เลขานุการโครงการ: สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี
    • รายชื่อบุคลากรต้องไม่ซ้ำกันระหว่างตำแหน่ง (หัวหน้าโครงการ, หัวหน้าทีมงาน, ทีมงาน, ผู้ประสานงาน/เลขานุการโครงการ)
  • Exclude the basic requirements(valid business license, has a legal entity…):
    • มีมูลค่าสุทธิของกิจการ (สำหรับนิติบุคคลที่จัดตั้งเกิน ๑ ปี) หรือทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้วไม่ต่ำกว่า ๔ ล้านบาท (สำหรับนิติบุคคลที่ยังไม่มีรายงานงบแสดงฐานะการเงิน หรือนิติบุคคลต่างประเทศ)
    • กรณีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท และผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณโครงการ
    • สามารถใช้หนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อได้ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณโครงการ

เกณฑ์การพิจารณา

เกณฑ์ราคา

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • การเก็บข้อมูลแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (EIT) ประกอบด้วย ข้อคำถามกลาง (Core Questions) ๗ ข้อ และข้อคำถามเฉพาะ (Specific Questions) ๑๐ ข้อ
  • การวิเคราะห์ผลคะแนนตามตัวชี้วัดที่ ๕ (ความสุจริต) และตัวชี้วัดที่ ๗ (ความเสี่ยงในการติดต่อหรือรับบริการ)
  • การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพจากคำถามปลายเปิด
  • การประเมิน ITA ของสำนักงาน ป.ป.ช. ครอบคลุม ๓ เครื่องมือ: IIT, EIT, OIT
  • การวิเคราะห์ผลคะแนนตามตัวชี้วัดที่ ๑-๕ สำหรับ IIT
  • การตรวจให้คะแนน OIT
  • การจัดทำข้อเสนอแนะเพื่อการปรับปรุงและพัฒนา

เงื่อนไขสัญญา

  • การจ่ายเงินแบ่งเป็น ๔ งวด:
    • งวดที่ ๑: ๓๐% (หลังส่งมอบแผนงานและการเตรียมการ)
    • งวดที่ ๒: ๔๐% (หลังส่งมอบรายงานความก้าวหน้า)
    • งวดที่ ๓: ๒๐% (หลังส่งมอบรายงานสรุปผลการจัดเก็บข้อมูล EIT ฉบับสมบูรณ์)
    • งวดที่ ๔: ๑๐% (หลังส่งมอบรายงานฉบับสมบูรณ์ Final Report)
  • อัตราค่าปรับ: ร้อยละ 0.00 ของมูลค่างานที่ล่าช้าต่อวัน (หากผู้ชนะไม่สามารถส่งมอบงานได้ตามกำหนด)
  • การรักษาข้อมูล: ผู้เสนอราคาต้องลงนามในสัญญาจะไม่เปิดเผยข้อมูล (Non-Disclosure Agreement) และข้อตกลงในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processing Agreement)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • ถาม: โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร?
    ตอบ: เพื่อจ้างหน่วยงานภายนอกที่มีความเป็นกลางและเชี่ยวชาญในการเก็บข้อมูลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส (ITA) ของหน่วยงานภาครัฐและสำนักงาน ป.ป.ช.
    • ถาม: หน่วยงานภาครัฐใดบ้างที่เข้าร่วมการประเมินในโครงการนี้?
      ตอบ: หน่วยงานภาครัฐที่เข้าร่วมการประเมิน ITA ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ จำนวน ๘,๓๑๙ หน่วยงาน (ไม่รวมสำนักงาน ป.ป.ช.)
    • ถาม: การประเมิน ITA ของสำนักงาน ป.ป.ช. ครอบคลุมเครื่องมือใดบ้าง?
      ตอบ: ครอบคลุม ๓ เครื่องมือ ได้แก่ แบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (IIT), แบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (EIT) และแบบวัดการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (OIT)
    • ถาม: คุณสมบัติของหัวหน้าโครงการที่สำคัญคืออะไร?
      ตอบ: สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก และมีประสบการณ์เกี่ยวข้องกับการสำรวจข้อมูล การประเมินผล หรือการให้คำปรึกษาหน่วยงานรัฐ อย่างน้อย ๕ ปี
    • ถาม: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีคุณสมบัติทางด้านการเงินอย่างไร?
      ตอบ: ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ หรือทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้วไม่ต่ำกว่า ๔ ล้านบาท หรือมีเงินฝาก/วงเงินสินเชื่อไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณโครงการ (กรณีบุคคลธรรมดาและวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท)
    • ถาม: ระยะเวลาดำเนินโครงการทั้งหมดนานเท่าใด?
      ตอบ: ๑๕๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
    • ถาม: ผู้รับจ้างต้องส่งมอบรายงานอะไรบ้างและเมื่อใด?
      ตอบ: มีการส่งมอบรายงาน ๔ งวด ได้แก่ แผนงาน, ความก้าวหน้า, รายงานฉบับสมบูรณ์ (EIT และ IIT/EIT/OIT ของ ป.ป.ช.), และรายงานฉบับสมบูรณ์สุดท้าย (Final Report)
    • ถาม: เกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอคืออะไร?
      ตอบ: พิจารณาตัดสินโดยใช้เกณฑ์ราคา
    • ถาม: หากผู้รับจ้างส่งมอบงานล่าช้า จะมีค่าปรับหรือไม่ อย่างไร?
      ตอบ: มีค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.00 ของมูลค่างานที่ล่าช้าต่อวัน
    • ถาม: ผู้รับจ้างต้องลงนามในเอกสารใดบ้างเกี่ยวกับการรักษาข้อมูล?
      ตอบ: ต้องลงนามในสัญญาจะไม่เปิดเผยข้อมูล (Non-Disclosure Agreement) และข้อตกลงในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processing Agreement)

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตนําเนินงาน (Terms of Reference: TOR) โครงการจัดจ้างเก็บข้อมูลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดําเนินงาน ของหน่วยงานภาครัฐ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
๑. ความเป็นมา
การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดําเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA) หรือการประเมิน ITA ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ นับเป็นปีที่ ๑๔ ของการประเมิน ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสําคัญในการขับเคลื่อนการป้องกันการทุจริตและยกระดับธรรมาภิบาล ของหน่วยงานภาครัฐทั่วประเทศ โดยการประเมินในปีนี้ได้มีการพัฒนาหลักเกณฑ์ให้มีความเข้มข้นและสะท้อน สถานการณ์จริงมากยิ่งขึ้น ผ่านการวัดจากการรับรู้ (Perception) และประสบการณ์ (Experience) ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อให้ผลการประเมินสามารถสะท้อนความเสี่ยงการทุจริตและประสิทธิภาพ
การดําเนินงานได้อย่างแม่นยํา
สําหรับการประเมินในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ นี้ มีจุดเน้นที่สําคัญคือการปรับปรุงเครื่องมือ ให้ก้าวข้ามขีดจํากัดของการประเมินรูปแบบเดิม (One Size Fits All) โดยมีการนํา “ชุดข้อคําถามเฉพาะ (Specific Questions)” มาใช้ เพื่อเจาะจงไปยังจุดเสี่ยงที่แตกต่างกันตามบริบทและภารกิจของหน่วยงาน แต่ละกลุ่ม อีกทั้งยังเป็นปีที่มีความสําคัญตามเป้าหมายของแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ
ประเด็นการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ ที่กําหนดค่าเป้าหมายในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ให้หน่วยงานภาครัฐที่เข้าร่วมการประเมินจํานวนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๑๐๐ จะต้องผ่านเกณฑ์ ๘๕ คะแนนขึ้นไป
ดังนั้น เพื่อให้กระบวนการประเมินในส่วนของการจัดเก็บแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ภายนอก (EIT) มีความถูกต้องตามหลักวิชาการ เป็นไปตามมาตรฐานระเบียบวิธีวิจัย ซึ่งจะส่งผลให้ได้ข้อมูล ที่สะท้อนข้อเท็จจริงจากมุมมองของประชาชนผู้รับบริการอย่างแท้จริง และเพื่อให้สํานักงาน ป.ป.ช. ในฐานะหน่วยงานภาครัฐ ประเภทองค์กรอิสระที่ต้องเข้าร่วมการประเมิน ITA ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ สามารถประเมินได้ครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ สํานักงาน ป.ป.ช. จึงได้กําหนด ให้หน่วยงานภายนอก (Third Party) ที่มีความเป็นกลางและมีความเชี่ยวชาญ เพื่อขจัดความเสี่ยงเรื่อง ผลประโยชน์ทับซ้อน ป้องกันการชี้นําคําตอบจากหน่วยงานผู้รับการประเมิน และสร้างความเชื่อมั่น ในการประเมินต่อสาธารณชน เพื่อให้การดําเนินงานบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว จึงมีความประสงค์จัดจ้างเก็บ รวบรวมข้อมูลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (External integrity and Transparency Assessment: EIT) สําหรับการประเมิน คุณธรรมและความโปร่งใส ในการดําเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ประจําปีงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕๖๙
๒. วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อจัดเก็บข้อมูลแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (External Integrity and Transparency Assessment: EIT) ของหน่วยงานภาครัฐที่เข้าร่วมการประเมิน ITA ครบถ้วนตามที่สํานักงาน
ป.ป.ช. กําหนด
/๒.๒ เพื่อให้การประเมิน …
-๒
๒.๒ เพื่อให้การประเมิน ITA ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ของสํานักงาน ป.ป.ช. ในฐานะ หน่วยงานที่รับการประเมิน ครบถ้วนทั้ง ๓ เครื่องมือ คือ เครื่องมือที่ ๑ แบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียภายใน (Intern Integrity and Transparency Assessment: IT) เครื่องมือที่ ๒ แบบวัดการรับรู้ ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (External Integrity and Transparency Assessment: EIT) และเครื่องมือ ที่ ๓ แบบวัดการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (Open Data Integrity and Transparency Assessment: OIT) ตลอดจนการดําเนินงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการประเมิน จนแล้วเสร็จ
๓. ประโยชน์ที่จะได้รับ
๓.๑ ทําให้ได้ข้อมูลจากการจัดเก็บแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (EIT) ของหน่วยงาน ภาครัฐที่เข้าร่วมการประเมินมีความน่าเชื่อถือ สอดคล้องกับสภาวการณ์ของหน่วยงานมากที่สุดเพื่อหน่วยงาน จะได้นําผลการประเมินดังกล่าวไปใช้ประกอบการปรับปรุง พัฒนา และยกระดับ การให้บริการกับผู้ที่มาติดต่อ หรือรับบริการให้เป็นไปตามมาตรฐานที่การประเมินได้กําหนดไว้
๓.๒ เจ้าหน้าที่ของรัฐ และประชาชน ที่เคยติดต่อหรือรับบริการจากหน่วยงานภาครัฐที่เข้าร่วม การประเมิน ได้ร่วมกันสะท้อนถึงภาพลักษณ์ และการให้บริการของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อนําไปสู่การสะท้อนถึง ภาพลักษณ์ของหน่วยงานในด้านการป้องกันการทุจริต ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการป้องกันการทุจริต ของหน่วยงานภาครัฐของประเทศไทย
๓.๓ ทําให้สํานักงาน ป.ป.ช. ในฐานะหน่วยงานที่รับการประเมิน จะได้รับผลการประเมินเพื่อนําไปสู่ การแก้ไข ปรับปรุง และพัฒนาการดําเนินงานของหน่วยงานให้มีความโปร่งใสและเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล ตามหลักเกณฑ์การประเมิน ITA ที่กําหนดไว้
๔. กลุ่มเป้าหมายและรูปแบบรายการจ้าง
กลุ่มเป้าหมาย
๑) ขอบเขตของการเก็บข้อมูลแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (External Integrity and Transparency Assessment: EIT) ของหน่วยงานภาครัฐที่เข้าร่วมการประเมิน (ITA) ประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ จํานวน ๘,๓๑๙ หน่วยงาน (ไม่รวมสํานักงาน ป.ป.ช.) ทั้งนี้ กลุ่มเป้าหมายเป็นไป ตามภาคผนวก ก และการกําหนดหน่วยงานภาครัฐที่เป็นกลุ่มเป้าหมายจะสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามที่
คณะกรรมการ ป.ป.ช. กําหนด
๒) การประเมิน ITA ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ของสํานักงาน ป.ป.ช. ในฐานะหน่วยงาน ที่รับการประเมินครบถ้วนทั้ง ๓ เครื่องมือ ได้แก่ แบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (Intern Integrity and Transparency Assessment: IT) แบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (External Integrity and Transparency Assessment: EIT) และ แบบวัดการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (Open Data Integrity and Transparency Assessment: OIT)
๕. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๕.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๕.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
/๕.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ …
3
๕.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๕.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอ หรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว
เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ
กําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
กระทรวงกระทรวงการคลัง
๕.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้ง
หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๕.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและ
การบริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๕.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๕.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ามายื่นข้อเสนอให้แก่สํานักงาน ป.ป.ช. ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่าง เป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๕.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่น ข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้นกันเช่นว่านั้น
๕.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
(๑) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของ ผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการ
ร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก
ทุกราย จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
(๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
ผู้เข้าร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็น
ผู้ยื่นข้อเสนอในนามของกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่น
ข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ให้ผู้เข้าร่วม ค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (๓.๑) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจําหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
/๕.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอ …

  • C -
    ๕.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
    กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียน
    เกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏ ในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงสถานะการเงินย้อนไปก่อน วันที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้เป็นยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กําหนดให้นิติบุคคลอื่นงบแสดงสถานะการเงิน กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็น ผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงสถานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือน
  • เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
    ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศ ซึ่งยังไม่มีรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า 4 ล้านบาท
    ๓. สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอ เป็นบุคคลธรรมดา โดยพิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมี เงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่น ข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ
    รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
    ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมี แต่ไม่เพียงพอที่จะ
    เข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ ดังนี้

    (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ถือ สัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุน หรือ ค้ําประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อที่บริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย แจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจ
    (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือ บริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวม ของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือสํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอนับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    /๕. กรณีผู้ยื่น …

    ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตาม ประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคา ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
    ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ
    แล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ ว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติมกําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่า ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่น เอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
  1. กรณีตามข้อ ๑ - ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกับกรณี ดังต่อไปนี้
    (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
    (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
    (๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว
    และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติ
    เบื้องต้นไว้แล้ว ก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลบังคับใช้
    การจัดซื้อจัดจ้างฯ
    (๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติ
    (๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
    (5.5) กรณีงานจ้างบริการ หรืองานจ้างเมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับ รถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
    ๕.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
  2. ระยะเวลาดําเนินโครงการ
    ระยะเวลาดําเนินการ ๑๕๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
    ๗. ขอบเขตการดําเนินงาน
    ผู้เสนอราคาต้องดําเนินการตามเงื่อนไขและขอบเขตการดําเนินงานของสํานักงาน ป.ป.ช. อย่างน้อย ดังนี้ ๗.๑ ผู้รับจ้างจะต้องมีคณะบุคคล ดังนี้
    จากสํานักงาน ก.พ.
    (๑) หัวหน้าโครงการ ไม่น้อยกว่า ๑ คน
    คุณสมบัติ
    ๑) สําเร็จการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาเอก ของสถาบันการศึกษาที่ได้รับการรับรอง
    /๒) มีประสบการณ์ …
    ๒) มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการสํารวจข้อมูล หรือการประเมินผล หรือการวิเคราะห์ ผลการประเมิน หรือการให้คําปรึกษากับหน่วยงานของรัฐ หรือการส่งเสริมความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงาน ภาครัฐ อย่างน้อย ๕ ปี นับถึงวันยื่นเสนอราคาทางระบบอิเล็กทรอนิกส์
    เลขานุการโครงการ
    ๓) รายชื่อหัวหน้าโครงการจะต้องไม่ซ้ํากับหัวหน้าทีมงาน ทีมงาน และผู้ประสานงาน/
    (๒) หัวหน้าทีมงาน อย่างน้อย ๑๐ ทีม ๆ ละ ๑ คน รวมทั้งสิ้น ๑๐ คน
    จากสํานักงาน ก.พ.

    ๑) สําเร็จการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาโท ของสถาบันการศึกษาที่ได้รับการรับรอง
    ๒) มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการสํารวจข้อมูล หรือการประเมินผล หรือการวิเคราะห์ ผลการประเมิน หรือการให้คําปรึกษากับหน่วยงานของรัฐ หรือการส่งเสริมความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงาน ภาครัฐ อย่างน้อย ๒ ปี นับถึงวันยื่นเสนอราคาทางระบบอิเล็กทรอนิกส์
    ๓) รายชื่อหัวหน้าทีม จะต้องไม่ซ้ํากับหัวหน้าโครงการ ทีมงาน และผู้ประสานงาน/
    เลขานุการโครงการ
    จากสํานักงาน ก.พ.
    (๓) ทีมงาน อย่างน้อย ๑๐ ทีม ๆ ละ ๑๐ คน รวมทั้งสิ้น ๑๐๐ คน
    ๑) สําเร็จการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรี ของสถาบันการศึกษาที่ได้รับการรับรอง
    ๒) มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการสํารวจข้อมูล หรือการประเมินผล หรือการวิเคราะห์ ผลการประเมิน หรือการให้คําปรึกษากับหน่วยงานของรัฐ หรือการส่งเสริมความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงาน ภาครัฐ อย่างน้อย ๑ ปี นับถึงวันยื่นเสนอราคาทางระบบอิเล็กทรอนิกส์
    เลขานุการโครงการ
    ๓) รายชื่อทีมงาน จะต้องไม่ซ้ํากับหัวหน้าโครงการ หัวหน้าทีมงาน และผู้ประสานงาน/
    (๔) ผู้ประสานงาน/เลขานุการโครงการ อย่างน้อย ๒ คน
    จากสํานักงาน ก.พ.
    ๑) สําเร็จการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรี ของสถาบันการศึกษาที่ได้รับการรับรอง
    ๒) มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการติดต่อประสานงาน หรือการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ เลขานุการ อย่างน้อย ๑ ปี นับถึงวันยื่นเสนอราคาทางระบบอิเล็กทรอนิกส์
    ทีมงาน และทีมงาน
    ๓) รายชื่อผู้ประสานงาน/เลขานุการโครงการ จะต้องไม่ซ้ํากับหัวหน้าโครงการ หัวหน้า
    ๗.๒ การดําเนินการเก็บข้อมูลแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (External Integrity and Transparency Assessment: EIT) ของหน่วยงาน ภาครัฐที่เข้าร่วมการประเมิน ITA ประจําปี
    งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
    ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการต่าง ๆ เพื่อสํารวจข้อมูลและประเมินผลคะแนนตามแบบวัดการรับรู้ของผู้มี ส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (External Integrity and Transparency Assessment: EIT) ของหน่วยงานภาครัฐ ที่เข้าร่วมการประเมิน ITA ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ จํานวน ๘,๓๑๙ หน่วยงาน (ไม่รวมสํานักงาน ป.ป.ช.) ทั้งนี้ กลุ่มเป้าหมายเป็นไปตามภาคผนวก ก และการกําหนดหน่วยงานภาครัฐที่เป็นกลุ่มเป้าหมายจะ สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กําหนด ดังนี้
    /(๑) การวางแผน …

(๑) การวางแผนและเตรียมการประเมิน
(๑.๑) วางแผนการดําเนินโครงการให้สําเร็จตามแผนงานของโครงการ และสอดคล้องกับปฏิทิน การประเมิน ITA ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
(๑.๒) ศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการประเมิน ITA ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ โดยเฉพาะหลักเกณฑ์การเก็บรวบรวมข้อมูลแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (External Integrity and Transparency Assessment: EIT) การจําแนกกลุ่มหน่วยงานเพื่อใช้ชุดข้อคําถามเฉพาะ (Specific Questions) และนิยามผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก ที่ครอบคลุมถึงพนักงานจ้างเหมาบริการ
(๒) การดําเนินการตามแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (External Integrity and Transparency Assessment: EIT) ผู้รับจ้างต้องดําเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลในฐานะหน่วยงานภายนอก (Third Party) ที่มีความเป็นกลางและเป็นอิสระ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่สะท้อนข้อเท็จจริงปราศจากการชี้นํา โดยจัดเก็บรวบรวมข้อมูลตามแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (External Integrity and Transparency Assessment: EIT) ซึ่งประกอบด้วย ข้อคําถามกลาง (Core Questions) จํานวน ๗ ข้อ และ ข้อคําถามเฉพาะ (Specific Questions) จําแนกตามกลุ่มประเภทของหน่วยงานที่สํานักงาน ป.ป.ช. กําหนด จํานวน ๑๐ ข้อ และทําการบันทึกข้อมูลในระบบ ITAS โดยผู้รับจ้างจะต้องรักษาความลับของผู้ตอบแบบแบบ วัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (External Integrity and Transparency Assessment: EIT) อย่างเคร่งครัด อีกทั้งจะต้องเก็บรวบรวมข้อมูลดังกล่าวไม่น้อยกว่าจํานวนกลุ่มตัวอย่างขั้นต่ําหรือตามที่ สํานักงาน ป.ป.ช. กําหนด ซึ่งผู้รับจ้างจะต้องจัดเก็บข้อมูลของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอกให้ครบถ้วน ครอบคลุมทุกภารกิจ เช่น ภารกิจหลัก ภารกิจการจัดซื้อจัดจ้าง ภารกิจสนับสนุน และภารกิจอื่น ๆ ตามหลักเกณฑ์ ที่สํานักงาน ป.ป.ช. กําหนด ทั้งนี้ ผู้รับจ้างต้องมีการบันทึกข้อมูลวิธีการจัดเก็บแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียภายนอก (External Integrity and Transparency Assessment: EIT) รายละเอียดกลุ่มเป้าหมาย วันที่ และเวลา เพื่อรองรับ การตรวจสอบจากผู้ว่าจ้างในกรณีที่ร้องขอได้

(๓) การวิเคราะห์ผลและข้อเสนอแนะ รวบรวมข้อมูลและข้อสังเกตต่าง ๆ ที่ได้จากการดําเนินการ สํารวจข้อมูลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก เพื่อทําการวิเคราะห์และสังเคราะห์ผลการประเมินในเชิงลึก จากนั้นทําการบันทึกข้อมูลในระบบ ITAS และนําไปใช้ประกอบการจัดทํารายงานฉบับสุดท้าย โดยมี
รายละเอียดดังนี้
(๓.๑) การวิเคราะห์ผลการประเมิน: วิเคราะห์ผลคะแนนตาม ตัวชี้วัดที่ 5 ความสุจริต ในการดําเนินงาน และตัวชี้วัดที่ ๗ ความเสี่ยงในการติดต่อหรือรับบริการ โดยเปรียบเทียบผลระหว่างข้อ คําถามกลาง (Core Questions) และ ข้อคําถามเฉพาะ (Specific Questions) เพื่อสะท้อนจุดเสี่ยงและ บริบทที่แท้จริงของหน่วยงานแต่ละกลุ่ม
(๓.๒) การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ: สังเคราะห์ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากคําถาม ปลายเปิด ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก เพื่อระบุส่วนงานหรือกระบวนการที่มีความเสี่ยงสูง (High-Risk Areas) ในการเกิดการทุจริตหรือการให้บริการที่ไม่เป็นธรรม
(๓.๓) การจัดทําข้อเสนอแนะ: จัดทําข้อเสนอแนะในการปรับปรุงพัฒนาการดําเนินงานและ การให้บริการของหน่วยงาน โดยอ้างอิงจากผลการวิเคราะห์ข้างต้น
(๔) การจัดทํารายงาน ผู้รับจ้างจะต้องจัดทํารายงานเพื่อส่งมอบให้แก่ผู้ว่าจ้าง ดังนี้
/(๔.๑) รายงาน …
(๔.๑) รายงานความก้าวหน้าการจัดเก็บข้อมูล: จัดทํารายงานสรุปผลความคืบหน้าการจัดเก็บ ข้อมูลแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (External integrity and Transparency Assessment: EIT) ตามงวดงานที่กําหนด โดยระบุจํานวนกลุ่มตัวอย่างที่เก็บได้ ปัญหาอุปสรรค และแนวทาง การแก้ไข เพื่อให้มั่นใจว่าได้จํานวนตัวอย่างครบถ้วนตามหลักวิชาการและทันตามกําหนดเวลา
(๔.๒) รายงานผลการสํารวจฉบับสมบูรณ์: จัดทํารายงานสรุปผลการจัดเก็บข้อมูลแบบวัดการ รับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (External Integrity and Transparency Assessment: EIT) ฉบับสมบูรณ์ ประกอบด้วย สถิติข้อมูลผู้ตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (External Integrity and Transparency Assessment: EIT) ผลการสํารวจและวิเคราะห์ผลข้อมูลตามตัวชี้วัด ข้อคําถามเฉพาะ และข้อเสนอแนะเชิงบริหาร เพื่อส่งมอบในงวดสุดท้าย
(๕) ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําช่องทางการประสานงานระหว่างผู้รับจ้างกับหน่วยงานภาครัฐที่เป็น กลุ่มเป้าหมาย และสํานักงาน ป.ป.ช. ด้วยช่องทางที่สะดวก โดยช่องทางดังกล่าววสํานักงาน ป.ป.ช. จะต้อง สามารถกํากับติดตามการประสานงานกับผู้รับจ้างได้ตลอดเวลา
(๖) ผู้รับจ้างจะต้องจัดเก็บข้อมูลแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (External Integrity and Transparency Assessment: EIT) ให้ครบถ้วนภายในระยะเวลาที่สํานักงาน ป.ป.ช. กําหนดไว้
(๗) ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีหัวหน้าโครงการ และผู้ประสานงานที่รับผิดชอบการประสานงานเกี่ยวกับ การจัดเก็บข้อมูลแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (External Integrity and Transparency
Assessment: EIT) ให้มีความเหมาะสมกับประเภทการจัดเก็บข้อมูล
(๔) ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการประเมิน ITA ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ตามหลักเกณฑ์ แนวทาง และกระบวนการประเมิน ITA ที่สํานักงาน ป.ป.ช. กําหนด พร้อมทั้งนําเข้าข้อมูลต่าง ๆ ลงในระบบ ITAS ภายในระยะเวลาที่สํานักงาน ป.ป.ช. กําหนด
(๙) ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการจัดทําข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนาการประเมิน ITA ของหน่วยงานภาครัฐ ที่เข้าร่วมการประเมิน ITA ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ จํานวน ๘,๓๑๙ หน่วยงาน (ไม่รวมสํานักงาน ป.ป.ช.) ทั้งนี้ กลุ่มเป้าหมายเป็นไปตามภาคผนวก ก และการกําหนดหน่วยงานภาครัฐซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมาย อาจมีการปรับเปลี่ยนได้ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กําหนด โดยจะต้องดําเนินการผ่านระบบ ITAS และจัดส่ง เล่มรายงานฉบับสมบูรณ์ให้กับสํานักงาน ป.ป.ช. เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการ ดําเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
๗.๒ การดําเนินการประเมิน ITA ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ของสํานักงาน ป.ป.ช. ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการสํารวจข้อมูลและประมินผลการประเมิน ITA ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ของสํานักงาน ป.ป.ช. ด้วยเครื่องมือการประเมิน คือ แบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (Intern Integrity and Transparency Assessment: IIT) แบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (External Integrity and Transparency Assessment: EIT) และ แบบวัดการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (Open Data Integrity and Transparency Assessment: OfT) ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้
(๑) ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการจัดเก็บข้อมูลแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (Intern Integrity and Transparency Assessment: IT) ของสํานักงาน ป.ป.ช. โดยจะต้อง ครอบคลุมในทุกภารกิจ และกระจายตัวตามระดับตามที่หลักเกณฑ์ได้กําหนดไว้
(๒) การวิเคราะห์…
(๒) การวิเคราะห์ผลและข้อเสนอแนะ ตลอดจนการรวบรวมข้อมูลและข้อสังเกตต่าง ๆ ที่ได้จาก การดําเนินงานตามแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (Intern Integrity and Transparency Assessment: IIT) เพื่อทําการวิเคราะห์และสังเคราะห์ผลการประเมินในเชิงลึก จากนั้นทําการบันทึก ข้อมูลในระบบ ITAS และนําไปใช้ประกอบการจัดทํารายงานฉบับสุดท้าย โดยมีรายละเอียด ดังนี้
(๒.๑) วิเคราะห์ผลการประเมิน: วิเคราะห์ผลคะแนนตามตามตัวชี้วัดที่ ๑ การปฏิบัติหน้าที่ ตัวชี้วัดที่ ๒ การใช้จ่ายงบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้าง ตัวชี้วัดที่ ๓ การใช้อํานาจในการบริหารงานบุคคล ตัวชี้วัดที่ ๔ การใช้ทรัพย์สินของราชการ และตัวชี้วัดที่ ๕ การแก้ไขปัญหาการทุจริต โดยเปรียบเทียบผล ระหว่างข้อคําถามกลาง (Core Questions) และข้อคําถามเฉพาะ (Specific Questions) เพื่อสะท้อนจุดเสี่ยง และบริบทที่แท้จริงของหน่วยงานแต่ละกลุ่ม
(๒.๒) การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ: สังเคราห์ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากคําถาม ปลายเปิดของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน เพื่อระบุส่วนงานหรือกระบวนการที่มีความเสี่ยงสูง (High - Risk Areas) ในการบริการของหน่วยงาน โดยอ้างอิงจากผลการวิเคราะห์ข้างต้น
(๓) ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการวิเคราะห์และจัดเก็บข้อมูลแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ภายนอก (External Integrity and Transparency Assessment: EIT) ของสํานักงาน ป.ป.ช. โดยจะต้อง ดําเนินการตามมาตรฐานเดียวกันกับการจัดเก็บข้อมูลแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (External Integrity and Transparency Assessment: EIT) ของหน่วยงานอื่น ๆ
(๔) ผู้รับจ้างดําเนินการเป็นผู้ดําเนินการตรวจให้คะแนนแบบวัดการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (Open Data Integrity and Transparency Assessment: OIT) และตรวจผลการชี้แจงเพิ่มเติม (ถ้ามี) เฉพาะของสํานักงาน ป.ป.ช. ทุกขั้นตอนและทุกกระบวนการตามที่หลักเกณฑ์การประเมิน ITA ประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ได้กําหนดไว้ ภายในระยะเวลาและขั้นตอนตามที่สํานักงาน ป.ป.ช. กําหนด
(๕) การจัดทํารายงาน ผู้รับจ้างจะต้องจัดทํารายงานเพื่อส่งมอบให้แก่สํานักงาน ป.ป.ช. ดังนี้
(๕.๑) รายงานความก้าวหน้าการจัดเก็บข้อมูลแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (Intern Integrity and Transparency Assessment: IIT): จัดทํารายงานสรุปผลความคืบหน้าการจัดเก็บ ข้อมูลแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (Intern Integrity and Transparency Assessment: IIT) ตามงวดงานที่กําหนด โดยระบุจํานวนกลุ่มตัวอย่างที่เก็บได้ ปัญหาอุปสรรค และแนวทางการแก้ไข เพื่อให้ มั่นใจว่าได้จํานวนตัวอย่างครบถ้วนตามหลักวิชาการ และทันตามกําหนดเวลา
(๕.๒) รายงานความก้าวหน้าการจัดเก็บข้อมูลแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ภายนอก (External Integrity and Transparency Assessment: EIT): จัดทํารายงานสรุปผลความคืบหน้า การจัดเก็บข้อมูลแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (External Integrity and Transparency Assessment: EIT) ตามงวดงานที่กําหนด โดยระบุจํานวนกลุ่มตัวอย่างที่เก็บได้ ปัญหาอุปสรรค และแนวทาง การแก้ไข เพื่อให้มั่นใจว่าได้จํานวนตัวอย่างครบถ้วนตามหลักวิชาการ และทันตามกําหนดเวลา
(๕.๓) รายงานความก้าวหน้าการตรวจให้คะแนนแบบวัดการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (Open Data Integrity and Transparency Assessment: OIT): จัดทํารายงานสรุปผลความคืบหน้าการตรวจ ให้คะแนนแบบวัดการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (Open Data Integrity and Transparency Assessment: OIT) ตามกรอบระยะเวลาที่สํานักงาน ป.ป.ช. กําหนดไว้ พร้อมทั้งรายงานปัญหาอุปสรรค และแนวทางการ แก้ไข เพื่อให้มั่นใจว่าได้ดําเนินการตรวจตามหลักเกณฑ์การประเมิน ITA ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
และทันตามกําาหนดเวลา
/(๖) ผู้รับจ้าง …
(๖) ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่โครงการ จํานวนไม่น้อยกว่า ๒ คน เป็นผู้รับผิดชอบการประเมิน ITA ของสํานักงาน ป.ป.ช. และทําหน้าที่ติดต่อ ประสานงาน และให้คําปรึกษาเกี่ยวกับการประเมิน ITA
(๗) ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการประเมิน ITA ตามหลักเกณฑ์ แนวทาง และกระบวนการประเมิน ITA ตามที่สํานักงาน ป.ป.ช. กําหนด พร้อมทั้งนําเข้าข้อมูลต่าง ๆ ลงในระบบ ITAS ภายในระยะเวลาและขั้นตอน ตามที่สํานักงาน ป.ป.ช. กําหนด
(๔) ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการจัดทําข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนาการประเมิน ITA ของสํานักงาน ป.ป.ช. ในระบบ ITAS และจัดส่งเล่มรายงานฉบับสมบูรณ์ให้กับสํานักงาน ป.ป.ช. เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการ ดําเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
๔. ข้อกําหนดในการตรวจรับและการส่งมอบงาน
ผู้เสนอราคา จะต้องส่งมอบเอกสารตามรายการทั้งหมดให้ถูกต้องและครบถ้วนตามที่กําหนด ดังต่อไป ๔.๑ งวดที่ ๑ รายงานความก้าวหน้า ครั้งที่ ๑ ภายในระยะเวลา ๓๐ วัน นับถัดจากวันที่ลงนาม ในสัญญา โดยมีรายละเอียดดังนี้

๔.๑.๑ รายงานแผนการดําเนินงานและระเบียบวิธีวิจัย พร้อมทั้งผลการให้คําปรึกษาและ ประสานงาน เกี่ยวกับการเตรียมฐานข้อมูลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ของหน่วยงานภาครัฐที่เข้ารับการประเมิน ITA ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ จํานวน ๘,๓๑๙ หน่วยงาน (ไม่รวมสํานักงาน ป.ป.ช.) โดยกลุ่มเป้าหมายเป็นไปตามภาคผนวก ก และสามารถปรับเปลี่ยนจํานวน กลุ่มเป้าหมายได้ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติเกี่ยวกับการกําหนดกลุ่มเป้าหมายหน่วยงานภาครัฐที่เข้า ร่วมการประเมิน ITA ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ จํานวน ๓ ชุด (พร้อมไฟล์ข้อมูล) เนื้อหาอย่างน้อยประกอบด้วย
๑) แผนการดําเนินงานตลอดโครงการที่สอดคล้องกับปฏิทินการประเมิน ITA ประจําปี
งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
๒) ผลการศึกษาและวิเคราะห์ฐานข้อมูลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอกของหน่วยงาน
ภาครัฐที่เข้ารับการประเมิน ITA ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
๓) ระเบียบวิธีการสุ่มตัวอย่างและการกําหนดขนาดตัวอย่างขั้นต่ําตามหลักวิชาการ
(สูตร Cochran)
๔) แนวทางการจัดเก็บข้อมูลที่ครอบคลุมทั้ง ข้อคําถามกลาง (Core Questions) และข้อคําถามเฉพาะ (Specific Questions) จําแนกตามกลุ่มประเภทของ หน่วยงานภาครัฐที่สํานักงาน ป.ป.ช. กําหนด
๘.๑.๒ รายงานแผนการดําเนินงานและระเบียบวิธีวิจัย พร้อมทั้งผลการให้คําปรึกษาและ ประสานงาน เกี่ยวกับการเตรียมฐานข้อมูลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน และข้อมูลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก ของ สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔) จํานวน ๓ ชุด (พร้อมไฟล์ข้อมูล) เนื้อหาอย่างน้อย
ประกอบด้วย
๑) แผนการดําเนินงานตลอดโครงการที่สอดคล้องกับปฏิทินการประเมิน ITA ประจําปี
งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
/๒) ผลการศึกษา …
๒) ผลการศึกษาและวิเคราะห์ฐานข้อมูลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายในและฐานข้อมูลผู้มี
ส่วนได้ส่วนเสียภายนอกของหน่วยงานภาครัฐที่เข้ารับการประเมิน ITA
๓) ระเบียบวิธีการสุ่มตัวอย่างและการกําหนดขนาดตัวอย่างขั้นต่ําตามหลักวิชาการ
(สูตร Cochran)
๔) แนวทางการจัดเก็บข้อมูลที่ครอบคลุมทั้ง ข้อคําถามกลาง (Core Questions) และ
ข้อคําถามเฉพาะ (Specific Questions) ตามกลุ่มหน่วยงาน
๔.๒ งวดที่ ๒ รายงานความก้าวหน้า ครั้งที่ ๒ ภายในระยะเวลา ๖๐ วัน นับถัดจากวันที่ลงนามใน สัญญา โดยมีรายละเอียดดังนี้
๔.๒.๑ รายงานความก้าวหน้าการจัดเก็บข้อมูลตามแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ภายนอก (External Integrity and Transparency Assessment: EIT) พร้อมทั้งรายงานผล การให้คําปรึกษา และติดตามงานเกี่ยวกับการประเมิน ITA ของหน่วยงานภาครัฐที่เข้ารับการประเมิน ITA ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ จํานวน ๘,๓๑๙ หน่วยงาน (ไม่รวมสํานักงาน ป.ป.ช.) โดยกลุ่มเป้าหมายเป็นไปตามภาคผนวก ก และสามารถปรับเปลี่ยนจํานวนกลุ่มเป้าหมายได้ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติเกี่ยวกับการกําหนด กลุ่มเป้าหมายหน่วยงานภาครัฐที่เข้าร่วมการประเมิน ITA ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ จํานวน ๓ ชุด (พร้อมไฟล์ข้อมูล) เนื้อหาอย่างน้อยประกอบด้วย
๑) สรุปยอดจํานวนผู้ตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (External Integrity and Transparency Assessment: EIT) จําแนกรายหน่วยงาน โดยมี รายละเอียด อย่างน้อยประกอบด้วย จํานวนผู้ตอบจําแนกตามช่องทางการตอบ
๒) รายงานปัญหาและอุปสรรคในการจัดเก็บข้อมูลแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียภายนอก (External Integrity and Transparency Assessment: EIT) (เช่น ฐานข้อมูลไม่ถูกต้อง ติดต่อไม่ได้) และแนวทางการแก้ไข จําแนกรายหน่วยงาน
๓) ข้อเสนอแนะของผู้ตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (External Integrity and Transparency Assessment: EIT) (ถ้ามี) จําแนกรายหน่วยงาน
๔.๒.๒ รายงานความก้าวหน้าการดําเนินการประเมิน ITA ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ของสํานักงาน ป.ป.ช. พร้อมทั้งรายงานผลการให้คําปรึกษา และติดตามงาน เกี่ยวกับการประเมิน ITA ของ สํานักงาน ป.ป.ช. ในฐานะหน่วยงานที่เข้ารับการประเมิน จํานวน ๓ ชุด (พร้อมไฟล์ข้อมูล) เนื้อหาอย่างน้อย
ประกอบด้วย
๑) สรุปยอดจํานวนผู้ตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (External Integrity and Transparency Assessment: EIT) โดยมีรายละเอียดอย่างน้อยประกอบด้วย จํานวนผู้ตอบจําแนกตามช่องทางการตอบ
๒) สรุปยอดจํานวนผู้ตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (Intern Integrity and Transparency Assessment: IIT) โดยมีรายละเอียดอย่างน้อยประกอบด้วยจํานวนผู้ตอบ จําแนกตามช่องทางการตอบ
๓) สรุปผลการตรวจให้คะแนนแบบวัดการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (Open Data Integrity and Transparency Assessment: OIT) และการดําเนินงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

/๔) รายงานปัญหา ….

  • ๑๒ -
    ๔) รายงานปัญหาและอุปสรรคของการประเมิน ITA ประจําปีงบประมาณ
    พ.ศ. ๒๕๖๙ ของสํานักงาน ป.ป.ช. (เช่น ฐานข้อมูลไม่ถูกต้อง ติดต่อไม่ได้) และแนวทางการแก้ไข
    ๕) ข้อเสนอแนะของผู้ตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (Intern Integrity and Transparency Assessment: IT) และแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (External integrity and Transparency Assessment: EIT) (ถ้ามี)
    ๔.๓ งวดที่ ๓ รายงานผลการจัดเก็บข้อมูลครบถ้วน ส่งมอบภายในระยะเวลา ๑๔๐ วัน นับถัดจาก วันที่ลงนามในสัญญา โดยมีรายละเอียดดังนี้
    ๘.๓.๑ รายงานสรุปผลการจัดเก็บข้อมูลแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (External Integrity and Transparency Assessment: EIT) ฉบับสมบูรณ์ พร้อมทั้งรายงานผล การให้คําปรึกษา และสรุปประเด็นปัญหาที่พบบ่อย เกี่ยวกับการประเมิน ITA ของหน่วยงานภาครัฐที่เข้ารับการประเมิน ITA ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ จํานวน ๔,๓๑๙ หน่วยงาน (ไม่รวมสํานักงาน ป.ป.ช.) โดยกลุ่มเป้าหมาย เป็นไปตามภาคผนวก ก และสามารถปรับเปลี่ยนจํานวนกลุ่มเป้าหมายได้ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติ เกี่ยวกับการกําหนดกลุ่มเป้าหมายหน่วยงานภาครัฐที่เข้าร่วมการประเมิน ITA ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ จํานวน ๓ ชุด (พร้อมไฟล์ข้อมูล) เนื้อหาประกอบด้วย
    ๑) ยืนยันความครบถ้วนของข้อมูลผู้ตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ภายนอก (External Integrity and Transparency Assessment: EIT ในระบบ ITAS ของทุกหน่วยงาน ตามจํานวนกลุ่มตัวอย่างขั้นต่ําที่กําหนด
    หน่วยงาน
    ๒) รายงานสรุปผลคะแนนเบื้องต้น ตัวชี้วัดที่ 5 และตัวชี้วัดที่ ๗ จําแนกราย

    ๔.๓.๒ รายงานสรุปผลการประเมิน ITA ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ของสํานักงาน ป.ป.ช. ฉบับสมบูรณ์ พร้อมทั้งรายงานผลการให้คําปรึกษา เกี่ยวกับการประเมิน ITA ของสํานักงาน ป.ป.ช. ในฐานะหน่วยงานที่เข้ารับการประเมิน จํานวน ๓ ชุด (พร้อมไฟล์ข้อมูล) เนื้อหาประกอบด้วย
    ๑) ยืนยันความครบถ้วนของข้อมูลผู้ตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (Intern Integrity and Transparency Assessment: IT) ในระบบ ITAS ตามจํานวน กลุ่มตัวอย่างขั้นต่ําที่กําหนด
    ๒) ยืนยันความครบถ้วนของข้อมูลผู้ตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ภายนอก (External Integrity and Transparency Assessment: EIT) ในระบบ ITAS ตามจํานวน กลุ่มตัวอย่างขั้นต่ําาที่กําหนด
    ๓) สรุปผลการตรวจให้คะแนนแบบวัดการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (Open Data Integrity and Transparency Assessment: OIT) และการดําเนินงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
    ๔) รายงานสรุปผลการประเมิน ITA ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ของสํานักงาน ป.ป.ช. ในฐานะหน่วยงานที่เข้ารับการประเมิน และการให้ข้อเสนอแนะต่อผลการประเมิน
    ๔.๔ งวดที่ ๔ รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) ส่งมอบภายในระยะเวลา ๑๕๐ วัน นับถัดจาก วันที่ลงนามในสัญญา โดยมีรายละเอียดดังนี้
    /๘.๔.๑ รายงานผล …
    ๑๓

๔.๔.๑ รายงานผลการประเมิน ITA (เฉพาะส่วนของแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ภายนอก (External integrity and Transparency Assessment: EIT)) ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ เกี่ยวกับการประเมิน ITA ของหน่วยงานภาครัฐที่เข้ารับการประเมิน จํานวน ๔,๓๑๙ หน่วยงาน (ไม่รวม สํานักงาน ป.ป.ช.) โดยกลุ่มเป้าหมายเป็นไปตามภาคผนวก ก และสามารถปรับเปลี่ยนจํานวนกลุ่มเป้าหมาย ได้ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติเกี่ยวกับการกําหนดกลุ่มเป้าหมายหน่วยงานภาครัฐที่เข้าร่วม การประเมิน ITA ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ จํานวน ๓ ชุด (พร้อมไฟล์ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์) เนื้อหาประกอบด้วย
๑) บทสรุปผู้บริหาร (Executive Summary)
๒) ระเบียบวิธีวิจัยและผลการดําเนินงานโครงการ
๓) ผลการวิเคราะห์ข้อมูลแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (External
Integrity and Transparency Assessment: EIT) เชิงลึก ได้แก่
๓.๑) ผลคะแนนตาม ตัวชี้วัดที่ 5 ความสุจริตในการดําเนินงาน และ ตัวชี้วัดที่ ๗
ความเสี่ยงในการติดต่อหรือรับบริการ
๓.๒) ผลการวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างค่าคะแนนการรับรู้ (Perception)
และค่าคะแนน ประสบการณ์จริง (Experience) ของผู้ตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (External Integrity and Transparency Assessment: EIT (Gap Analysis)
๔) ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและเชิงปฏิบัติในการปรับปรุงด้านคุณธรรมและความโปร่งใส
โดยอ้างอิงจากผลการสํารวจและข้อคิดเห็นเพิ่มเติมของผู้ตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก
(External Integrity and Transparency Assessment: EIT)
๔.๔.๒ รายงานผลการประเมิน ITA ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ เกี่ยวกับการประเมิน ITA ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ของสํานักงาน ป.ป.ช. จํานวน ๓ ชุด (พร้อมไฟล์ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์) เนื้อหา ประกอบด้วย
๑) บทสรุปผู้บริหาร (Executive Summary)
๒) ระเบียบวิธีวิจัยและผลการดําเนินงานโครงการ
๓) ผลการวิเคราะห์ข้อมูลตามแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (Intern
Integrity and Transparency Assessment: IT) และแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (External Integrity and Transparency Assessment: EIT) เชิงลึก ได้แก่
๓.๑) ผลคะแนนตาม ตัวชี้วัดที่ ๑ ถึง ตัวชี้วัดที่ ๗
๓.๒) ผลการวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างค่าคะแนนการรับรู้ (Perception) และค่าคะแนนประสบการณ์จริง (Experience) ของผู้รับบริการที่ตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ภายใน (Intem Integrity and Transparency Assessment: IIT) และแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ภายนอก (External Integrity and Transparency Assessment: EIT) (Gap Analysis)
๔) สรุปผลการตรวจให้คะแนนแบบวัดการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (Open Data Integrity and Transparency Assessment: OIT) และการดําเนินงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
๕) ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและเชิงปฏิบัติในการปรับปรุงด้านคุณธรรมและความโปร่งใส โดยอ้างอิงจากผลการสํารวจและข้อคิดเห็นเพิ่มเติมของการประเมิน ITA ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
ของสํานักงาน ป.ป.ช.
/๔. เงื่อนไขการจ่ายเงิน …

  • ๑๔ -
    ๙. เงื่อนไขการจ่ายเงิน
    ๔.๑ งวดที่ ๑ กําหนดจ่ายค่าจ้าง ร้อยละ ๓๐ ของเงินค่าจ้างทั้งหมด ภายหลังที่ผู้รับจ้างได้ส่งมอบ งานงวดที่ ๑ (แผนงานและการเตรียมการ) ที่มีการดําเนินงานครบถ้วนตามเงื่อนไขการส่งมอบงาน ตามข้อ ๔.๑ และมีการตรวจรับงานโดยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเป็นที่เรียบร้อย
    มีการแก้ไขและส่งมอบงานครบถ้วนเป็นที่เรียบร้อย

    โดยผู้รับจ้างจะได้รับค่าจ้างก็ต่อเมื่อ
    ๔.๒ งวดที่ ๒ กําหนดจ่ายค่าจ้าง ร้อยละ ๔๐ ของเงินค่าจ้างทั้งหมด ภายหลังที่ผู้รับจ้างได้ส่งมอบ งานงวดที่ ๒ ที่มีการดําเนินงานครบถ้วนตามเงื่อนไขการส่งมอบงาน ตามข้อ ๔.๒ และมีการตรวจรับงาน โดยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเป็นที่เรียบร้อย โดยผู้รับจ้างจะได้รับค่าจ้างก็ต่อเมื่อมีการแก้ไขและ ส่งมอบงานครบถ้วนเป็นที่เรียบร้อย
    ๔.๓ งวดที่ ๓ กําหนดจ่ายค่าจ้าง ร้อยละ ๒๐ ของเงินค่าจ้างทั้งหมด ภายหลังที่ผู้รับจ้างได้ส่งมอบ งานงวดที่ ๓ (รายงานสรุปผลการจัดเก็บข้อมูล EIT ฉบับสมบูรณ์ในระบบ) ที่มีการดําเนินงานครบถ้วน ตามเงื่อนไขการส่งมอบงาน ตามข้อ ๔.๓ และมีการตรวจรับงานโดยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเป็นที่เรียบร้อย โดยผู้รับจ้างจะได้รับค่าจ้างก็ต่อเมื่อมีการแก้ไขและส่งมอบงานครบถ้วนเป็นที่เรียบร้อย
    ๔.๔ งวดที่ ๔ กําหนดจ่ายค่าจ้าง ร้อยละ ๑๐ ของเงินค่าจ้างทั้งหมด ภายหลังที่ผู้รับจ้างได้ส่งมอบ งานงวดที่ ๔ (รายงานฉบับสมบูรณ์) ที่มีการดําเนินงานครบถ้วนตามเงื่อนไขการส่งมอบงาน ตามข้อ ๘.๔ และมีการตรวจรับงานโดยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเป็นที่เรียบร้อย โดยผู้รับจ้างจะได้รับค่าจ้างก็ต่อเมื่อ
    มีการแก้ไขและส่งมอบงานครบถ้วนเป็นที่เรียบร้อย
    Qo.
    การรักษาข้อมูล
    ผู้เสนอราคาต้องเก็บรักษาข้อมูลสํานักงาน ป.ป.ช. และข้อมูลส่วนบุคคลไว้เป็นความลับ และไม่เปิดเผยให้ บุคคลภายนอกทราบ ทั้งนี้ หากมีการฝ่าฝืนผู้เสนอราคาจะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และตามที่ กฎหมายกําหนดและต้องลงนาม “สัญญาที่จะไม่เปิดเผยข้อมูล (Non-Disclosure Agreement) และข้อตกลง ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processing Agreement) และการปฏิบัติตามนโยบายและ แนวทางปฏิบัติการในการรักษษความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ” ทั้งนี้ร่างสัญญาดังกล่าวมีรายละเอียด
    ตามผนวกที่แนบท้ายร่างขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR) ฉบับนี้
    ๑๑. เกณฑ์การพิจารณา
    ครั้งนี้จะ
    ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอด้วยวิธีการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ครี
    พิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคา
    ๑๒. วงเงินงบประมาณ
    ๓๘,๙๕๓,๓๐๐ บาท (สามสิบแปดล้านเก้าแสนห้าหมื่นสามพันสามร้อยบาทถ้วน)
    ๑๓. อัตราค่าปรับ
    หากผู้ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ชนะการประกวดราคา ไม่สามารถดําเนินการส่งมอบงานได้ตามที่
    สํานักงาน ป.ป.ช. จะคิดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.00 นับตั้งแต่วันที่สิ้นสุดสัญญาจ้าง
    /๑๔. หน่วยงานที่รับผิดชอบ …
    – ๑๕ -

๑๔. หน่วยงานที่รับผิดชอบ : สํานักประเมินคุณธรรม ความโปร่งใส และส่งเสริมธรรมาภิบาล
สํานักงาน ป.ป.ช.
หากต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของงาน หรือติดต่อเพื่อขอทราบข้อมูลเพิ่มเติม
และเสนอแนะวิจารณ์โดยเปิดเผยตัวได้ที่
๑. แสดงความคิดเห็นผ่านหน้าเว็บไซด์ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) ๒. แสดงความคิดเห็นผ่านระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรินิกส์ e-GP
๓.
ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์
๑) กลุ่มพัฒนาเครื่องมือการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส สํานักประเมินคุณธรรม ความโปร่งใส และส่งเสริมธรรมาภิบาล: pongpan tosanacc.go.th
๒) กลุ่มจัดซื้อจัดจ้าง สํานักบริหารทรัพย์สิน: [email protected]
๔. โทรศัพท์
๑) กลุ่มพัฒนาเครื่องมือการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส สํานักประเมินคุณธรรม ความโปร่งใส และส่งเสริมธรรมาภิบาล โทร ๐ ๒๕๒๘ ๔๘๐๐ ต่อ ๔๗๔๐ - ๔๗๔๕ ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์
[email protected]
๒) กลุ่มจัดซื้อจัดจ้าง สํานักบริหารทรัพย์สิน โทร ๐-๒๕๒๘-๔๘๐๐ ต่อ ๓๐๐๓
สัญญาที่จะไม่เปิดเผยข้อมูล (Non-Disclosure Agreement) และข้อตกลงในการประมวลผลข้อมูล ส่วนบุคคล (Data Processing Agreement) และการปฏิบัติตามนโยบายและ
แนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ
สัญญาฉบับนี้ทําขึ้น ณ
วันที่
โดย………
ñu……………..
……….ระหว่าง “สํานักงาน ป.ป.ช." ซึ่งต่อไปนี้ เรียกว่า “ผู้ให้ข้อมูล” ฝ่ายหนึ่ง
………………………
ซึ่งต่อไปนี้ เรียกว่า “ผู้รับข้อมูล” อีกฝ่ายหนึ่ง ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกัน โดยมีความตกลงดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ คํานิยาม
“ข้อมูล” หมายความถึง บรรดาข้อความ เอกสาร ข้อมูล ตลอดจนรายละเอียดทั้งปวงที่ เป็นของผู้ให้ข้อมูล ทั้งที่อยู่ในความควบคุมหรือครอบครองแม้จะไม่เป็นที่รับรู้ของสาธารณชนโดยทั่วไป และไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบหรือสื่อแบบใด ไม่ว่าจะถูกทําซ้ํา แก้ไข ดัดแปลง โดยผู้รับข้อมูลหรือไม่
“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคล ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทําให้ สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ
ข้อ ๒ วัตถุประสงค์
ผู้รับข้อมูลและผู้ให้ข้อมูลตกลงที่จะให้มีการรักษาข้อมูลเป็นความลับตามสัญญาฉบับ
นี้ ภายใต้โครงการหรือกิจกรรมหรือสัญญาจ้างหรือบันทึกข้อตกลง ที่
…………..
…………….
ลงวันที่
ระหว่างสํานักงาน ป.ป.ช.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งต่อไปนี้ในสัญญาฉบับนี้ เรียกว่า
“กิจกรรมตามสัญญา”
ข้อ ๓ การรักษาข้อมูลเป็นความลับ
ส.ด
ผู้รับข้อมูลตกลงว่าจะรักษาข้อมูลและเก็บข้อมูลไว้เป็นความลับ โดยครบถ้วนและเคร่งครัด ผู้รับข้อมูลจะต้องไม่เปิดเผยข้อมูลหรือทําการอื่นใดในทํานองเดียวกันไม่ว่า ทั้งหมดหรือบางส่วน ตลอดระยะเวลาตามกิจกรรมตามสัญญาและตลอดไป
๓.๒ ผู้รับข้อมูลตกลงจะไม่เปิดเผยข้อมูลไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วน
ต่อบุคคลอื่นหรือองค์กรใดทราบโดยมิได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ให้ข้อมูล เว้นแต่กรณีจําต้อง เปิดเผยตามกฎหมาย คําสั่งศาลหรือเจ้าพนักงานของรัฐ หรือหน่วยงานที่มีอํานาจกํากับดูแล ที่อาศัยอํานาจตามกฎหมาย
/๓.๓ …
ส.ด
ผู้รับข้อมูลตกลงที่จะควบคุมมิให้พนักงาน ลูกจ้าง ผู้รับจ้าง หรือตัวแทน ของตนล่วงรู้หรือสามารถเข้าถึงข้อมูลนั้น เว้นแต่บุคคลเหล่านั้น ได้รับมอบหมายหรือมีหน้าที่เกี่ยวข้อง หรือมีความจําเป็นในการเข้าถึงข้อมูล และตกลงที่จะควบคุมบุคคลเหล่านั้น มิให้เปิดเผยข้อมูลไม่ว่า ด้วยวิธีการใด ๆ และไม่ว่าทั้งทางตรงและทางอ้อมแก่บุคคลอื่นใด
๓.๔ ผู้รับข้อมูลตกลงใช้มาตรการที่เหมาะสมในการเก็บรักษาข้อมูล
เพื่อป้องกันมิให้ข้อมูลถูกนําไปใช้โดยมิได้รับอนุญาตหรือถูกเปิดเผยแก่บุคคลใด โดยผู้รับข้อมูลต้องใช้ มาตรการการเก็บรักษาข้อมูลในระดับเดียวกันกับที่ผู้รับข้อมูลใช้กับข้อมูลของตน และต้องไม่น้อยกว่า ระดับที่วิญญูชนที่ประกอบวิชาชีพเช่นนั้น พึงรักษาข้อมูลของตน โดยเฉพาะข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้อง ดําเนินการเก็บรักษาข้อมูล ส่วนบุคคลให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
๓.๕ ผู้รับข้อมูลตกลงที่จะปฏิบัติตามประกาศสํานักงานคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง นโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคง ปลอดภัยด้านสารสนเทศ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตลอดจนกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ วิธีการ หรือเงื่อนไข เพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศซึ่งใช้บังคับทั้งที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันทําสัญญา รวมถึงที่ได้
มีการแก้ไขในอนาคต
๓.๖ ผู้รับข้อมูลตกลงที่จะจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในการ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม ทั้งในเชิงองค์กรและเชิงเทคนิค ตามประกาศที่คณะกรรมการ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกําหนดและเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
โดยคํานึงถึงลักษณะ ขอบเขต และวัตถุประสงค์ของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กําหนด ในสัญญาฉบับนี้
๓.๗ ผู้รับข้อมูลตกลงที่จะดําเนินการตามข้อ ๓ แห่งสัญญาฉบับนี้ ตลอดระยะเวลา
ตามกิจกรรมตามสัญญา และตลอดไป
ข้อ ๔ การเปิดเผยข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลและผู้รับข้อมูล ตกลงให้เปิดเผยข้อมูลที่ผู้รับข้อมูลได้รับจากผู้ให้ข้อมูลตาม สัญญาฉบับนี้ ในกรณีดังต่อไปนี้
๔.๑ ข้อมูลที่อยู่ในการรับรู้ การครอบครอง หรือการควบคุม ไม่ว่าด้วยวิธีใด ของผู้รับข้อมูลที่ได้รับข้อมูลเหล่านั้นมาโดยชอบด้วยกฎหมาย ก่อนที่จะได้รับข้อมูลนั้นจาก
ผู้ให้ข้อมูล
๔.๒ ข้อมูลที่เป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปหรือที่เป็นการรู้กันอย่างแพร่หลาย
ในเวลาที่ได้รับข้อมูลนั้น ซึ่งไม่ได้เป็นผลมาจากการละเมิดหรือผิดเงื่อนไข ข้อกําหนดตามกิจกรรม ตามสัญญาโดยผู้รับข้อมูล
๔.๓ ข้อมูลที่ผู้รับข้อมูลได้รับรู้มาจากบุคคลอื่นที่มีสิทธิให้ข้อมูลและ ไม่มีหน้าที่ต้องปกปิดข้อมูลตามสัญญาฉบับนี้
๔.๔ ข้อมูลที่เป็นข้อมูลสาธารณะอันประชาชนทั่วไปเข้าถึงข้อมูลได้
๔.๕ …
g
នា
๔.๕ ข้อมูลที่ต้องเปิดเผยตามกฎหมาย ตามคําสั่งศาลหรือเจ้าพนักงานของรัฐ หรือหน่วยงานที่มีอํานาจกํากับดูแลที่อาศัยอํานาจตามกฎหมาย โดยผู้รับข้อมูลต้องมีหนังสือแจ้งให้ ผู้ให้ข้อมูลได้ทราบถึงข้อกฎหมายตามกฎหมาย หรือคําสั่งดังกล่าว พร้อมทั้งหมายศาลหรือคําสั่งของ
เจ้าพนักงานของรัฐอื่นใด ก่อนดําเนินการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว
๔.๖ ข้อมูลที่เปิดเผยโดยได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากผู้ให้ข้อมูลเป็น ลายลักษณ์อักษรก่อนที่ผู้รับข้อมูลจะเปิดเผยข้อมูลนั้น
ข้อ ๕ ข้อกําหนดและการใช้ข้อมูล
๕.๑ ผู้รับข้อมูลตกลงใช้ข้อมูลและข้อมูลส่วนบุคคล เฉพาะแต่การใดเพื่อให้ บรรลุวัตถุประสงค์ที่กําหนดไว้ในสัญญาเท่านั้น
๕.๒ ผู้รับข้อมูลตกลงจัดทําและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Record of Processing) ทั้งหมดที่ประมวลผลในขอบเขตของกิจกรรม ตามสัญญาและตกลงส่งมอบบันทึกรายการดังกล่าวให้แก่ผู้ให้ข้อมูลก่อนการประมวลผลข้อมูล หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงในกระบวนการประมวลผลข้อมูลทันทีที่ผู้ให้ข้อมูลร้องขอ
๕.๓ ผู้รับข้อมูลตกลงที่จะดําเนินการเพื่อช่วยเหลือผู้ให้ข้อมูลในการ
ดําเนินการตามคําร้องขอที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลแจ้งต่อผู้ให้ข้อมูลที่เป็นการใช้สิทธิตามกฎหมาย ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ
การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในขอบเขตของกิจกรรมตามสัญญา
ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลยื่นคําร้องขอใช้สิทธิตามกฎหมายว่าด้วย
การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลต่อผู้รับข้อมูลโดยตรงนั้น ผู้รับข้อมูลตกลงจะดําเนินการแจ้งและส่ง คําร้องขอดังกล่าวให้ผู้ให้ข้อมูลทันที โดยผู้รับข้อมูลจะตกลงที่จะไม่ดําเนินการตามคําร้องขอดังกล่าว
เว้นแต่จะได้รับมอบหมายจากผู้ให้ข้อมูลเป็นลายลักษณ์อักษรให้ดําเนินการแทนผู้ให้ข้อมูล ข้อ 5 การทําซ้ําหรือดัดแปลง และทําให้เสียรูปซึ่งข้อมูล
๖.๑ ผู้รับข้อมูลตกลงที่จะไม่ทําซ้ําหรือดัดแปลงข้อมูลและข้อมูลส่วนบุคคล และตกลงที่จะควบคุมมิให้พนักงาน ลูกจ้าง ผู้รับจ้าง หรือตัวแทนของตนกระทําการดังกล่าวเช่นเดียวกัน
๖.๒ ผู้รับข้อมูลจะทําซ้ําหรือดัดแปลงข้อมูลและข้อมูลส่วนบุคคลมิได้ เว้นแต่ เป็นการทําซ้ําหรือดัดแปลงเพื่อใช้ตามวัตถุประสงค์ที่กําหนดไว้ในสัญญาฉบับนี้ และกิจกรรมตามสัญญา
๖.๓ ผู้รับข้อมูลตกลงจะไม่กระทําการวิศวกรรมย้อนกลับ ถอดรหัส หรือกระทํา การอื่นใดที่ให้เกิดผลในลักษณะเดียวกันต่อข้อมูล รวมทั้งไม่เคลื่อนย้าย พิมพ์ทับ หรือทําให้เสียรูป ซึ่งสัญลักษณ์ที่แสดงเครื่องหมายสิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า ตราสัญลักษณ์และเครื่องหมายอื่นใด ที่แสดงความเป็นกรรมสิทธิ์ของต้นฉบับหรือสําเนาของข้อมูลที่ได้รับจาก ผู้ให้ข้อมูล
/ข้อ ๗ …
ข้อ ๗ ทรัพย์สินทางปัญญา
ผู้ให้ข้อมูลและผู้รับข้อมูลตกลงกันว่าสัญญาฉบับนี้ ไม่มีผลเป็นการโอนสิทธิหรือการ อนุญาตให้ใช้สิทธิ ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม ให้แก่ผู้รับข้อมูลที่ได้รับข้อมูล ซึ่งสิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ การออกแบบ เครื่องหมายการค้า ตราสัญลักษณ์ รูปประดิษฐ์อื่นใด ชื่อทางการค้า ความลับทางการค้า หรือ สิทธิอื่นใดภายใต้กฎหมายว่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญา ไม่ว่าจดทะเบียนไว้ตามกฎหมายหรือไม่ก็ตาม หรือ สิทธิอื่นใดของผู้ให้ข้อมูลซึ่งปรากฏอยู่หรือนํามาทําซ้ําไว้ในข้อมูล
ทั้งนี้ ผู้รับข้อมูลรวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลตกลงจะไม่ยื่นขอรับสิทธิหรือขอจด ทะเบียนใด ๆ ตามกฎหมายว่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญา ตลอดจนไม่นําไปใช้ โดยไม่ได้รับการอนุญาต เป็นหนังสือจากผู้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดข้อมูลหรือส่วนหนึ่งส่วนใด
ข้อ ๘ เหตุละเมิดต่อข้อมูลและข้อมูลส่วนบุคคล

๔.๑ กรณีที่มีเหตุอันถือว่าเป็นความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดเหตุละเมิด หรือรับทราบ ข้อเท็จจริงอันเป็นพฤติการณ์ใด ๆ แก่ข้อมูลและข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ให้ข้อมูลที่กระทําต่อการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลนั้น ทั้งในส่วนของการประมวลผลภายใต้กิจกรรมตามสัญญา ซึ่งจะก่อให้เกิด ความเสียหาย ลบ ทําลาย สูญหาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง เข้าถึง ใช้ เปิดเผย หรือด้วยวิธีการใด ๆ อันเป็นการ มิชอบด้วยกฎหมายนั้น ผู้รับข้อมูลตกลงที่จะแจ้งผู้ให้ข้อมูลทราบทันที

๔.๒ กรณีที่พบว่ามีเหตุละเมิดต่อข้อมูลและข้อมูลส่วนบุคคล ภายใต้กิจกรรม ตามสัญญานั้น ผู้รับข้อมูลตกลงที่จะใช้มาตรการตามที่เหมาะสมในการระบุสาเหตุของการละเมิดและ ป้องกันเหตุละเมิดดังกล่าวมิให้เกิดซ้ํา รวมทั้งต้องแจ้งรายละเอียดตามขอบเขตที่กฎหมายกําหนด ภายใน ๔๘ ชั่วโมงนับแต่เกิดเหตุละเมิดต่อผู้ให้ข้อมูลอันประกอบไปด้วยรายละเอียดของเหตุละเมิด รวมถึงประเภท ของข้อมูลและเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกละเมิดและผลกระทบที่ได้รับ ตลอดจนมาตรการตอบสนอง อื่น ๆ เพื่อบรรเทาผลกระทบความเสียหายทั้งในส่วนข้อมูลที่ถูกละเมิดและข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

๔.๓ ผู้รับข้อมูลตกลงให้ผู้ให้ข้อมูลใช้สิทธิทางศาลเพื่อขอให้ศาลมีคําสั่งใด ๆ ให้ผู้รับข้อมูลยับยั้งการกระทําการใด ๆ หรือกระทําการใด ๆ ที่เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามสัญญา ฉบับนี้ไม่ว่าข้อใดข้อหนึ่ง

ข้อ ๙ การชดใช้ค่าเสียหาย
๔.๑ กรณีที่ผู้รับข้อมูล พนักงาน ลูกจ้าง ผู้รับจ้างหรือตัวแทนของตนฝ่าฝืนหรือ ไม่ปฏิบัติตามสัญญาฉบับนี้ไม่ว่าข้อใดข้อหนึ่งนั้น ผู้รับข้อมูลตกลงจะชดใช้ค่าเสียหาย โดยสิ้นเชิงให้แก่ ผู้ให้ข้อมูลและ/หรือบุคคลที่มีสิทธิในการใช้ข้อมูลของผู้ให้ข้อมูลที่ได้รับความเสียหาย โดยต้องชดใช้ ค่าเสียหายภายใน ๓๐ (สามสิบ) วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากผู้ให้ข้อมูล

/alb…
๔.๒ กรณีที่ผู้ให้ข้อมูลใช้สิทธิทางศาลอันเนื่องมาจากการกระทําที่ผู้รับข้อมูล
ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามสัญญาฉบับนี้ไม่ว่าข้อใดข้อหนึ่งหรือผู้ให้ข้อมูลได้รับความเสียหายจากการกระทํา
เช่นว่านั้น ผู้รับข้อมูลตกลงเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ๆ ต่างที่เกิดขึ้นในการดําเนินการดังกล่าว
ข้อ ๑๐ การส่งคืน ลบ หรือการทําลายข้อมูล
๑๐.๑ เมื่อกิจกรรมตามสัญญาได้เสร็จสิ้นลงตามวัตถุประสงค์ผู้รับข้อมูลตกลง
ส่งมอบข้อมูลตลอดจนสําเนาของข้อมูลที่ได้ทําซ้ําขึ้นไม่ว่าในรูปแบบใดที่ผู้รับข้อมูลได้รับและจัดทําขึ้น
คืนให้แก่ผู้ให้ข้อมูลภายในระยะเวลาที่ผู้ให้ข้อมูลแจ้งเป็นหนังสือแก่ผู้รับข้อมูล
๑๐.๒ ผู้รับข้อมูลตกลงจะลบหรือทําลายข้อมูลและข้อมูลส่วนบุคคล ที่ถูกจัดเก็บ ไว้ในคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อื่นใดที่ใช้จัดเก็บข้อมูล ตลอดจนที่ทําไว้และจัดเก็บด้วยวิธีการอื่นใด (ถ้ามี) ตลอดจนดําเนินการอื่นตามที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากผู้ให้ข้อมูล รวมถึงต้องไม่กระทําการอื่นใด อันเป็นการใช้ข้อมูลและข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับจากผู้ให้ข้อมูลทันที
ข้อ ๑๑ การบังคับใช้
๑๑.๑ หากผู้รับข้อมูลกระทําการฝ่าฝืนหรือผิดสัญญาฉบับนี้ข้อหนึ่งข้อใด
ผู้รับข้อมูลตกลงให้ผู้ให้ข้อมูลดําเนินการเรียกร้องตามข้อสัญญาและดําเนินการตามกฎหมายได้ทันที
๑๑.๒ กรณีที่ปรากฏในภายหลังว่าส่วนหนึ่งส่วนใดของสัญญาฉบับนี้เป็นโมฆะ ให้ถือว่าข้อกําหนดส่วนที่เป็นโมฆะไม่มีผลบังคับในสัญญานี้ และข้อกําหนดอื่นที่เหลืออยู่ในสัญญาฉบับนี้ ยังคงใช้บังคับได้และมีผลอยู่อย่างสมบูรณ์
ทั้งนี้ สัญญาฉบับนี้ อยู่ภายใต้การบังคับใช้และตีความตามกฎหมายไทย
สัญญาฉบับนี้ทําขึ้นสองฉบับ มีข้อความถูกต้องตรงกัน คู่สัญญาได้อ่านและเข้าใจข้อความ โดยละเอียดทั้งหมด จึงได้ลงลายมือชื่อพร้อมทั้งประทับตรา (ถ้ามี) ไว้เป็นสําคัญต่อหน้าพยานและคู่สัญญา ต่างยึดถือไว้ฝ่ายละหนึ่งฉบับ
ลง …………
……………….
A
ผู้ให้ข้อมูล
ผู้รับข้อมูล
…………….
(
……………..
…………….
.พยาน
ลงชื่อ
(……………
…………….
(………………..
……..พยาบ
…………….