ซื้อระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาซื้อพร้อมติดตั้งระบบแจ้งเตือนระดับน้ำ

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) 69059354698
฿2,386,100 ปีงบ 2569 ประกาศ 2 ก.ค. 2569 เชียงใหม่
รายละเอียดการจ้าง

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) สาขาท่าอากาศยานเชียงใหม่ (ทชม.ทอท.) มีความประสงค์จะดำเนินการจัดซื้อพร้อมติดตั้งระบบแจ้งเตือนระดับน้ำ ณ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ จำนวน 1 งาน โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตั้งระบบตรวจวัดระดับน้ำในบ่อสูบน้ำเสีย 9 จุด และถังเก็บน้ำประปา 3 จุด โดยใช้เครื่องตรวจวัดระดับน้ำแบบเซ็นเซอร์เรดาร์ (Radar Level Transmitter) ที่มีคุณสมบัติตามมาตรฐานที่กำหนด สามารถตรวจจับระดับน้ำและส่งสัญญาณแจ้งเตือนระดับน้ำแห้งหรือน้ำล้นไปยังจุดแสดงผล 2 จุด พร้อมระบบแจ้งเตือนทั้งภาพและเสียง การติดตั้งระบบไฟฟ้าและระบบสายสัญญาณต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด ผู้ขายต้องรับผิดชอบในการจัดหา ติดตั้ง ทดสอบระบบ และฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ของ ทอท. ให้สามารถใช้งานและบำรุงรักษาได้ โครงการนี้มีระยะเวลาดำเนินการ 240 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยแบ่งการจ่ายเงินเป็น 2 งวด

English summary

Airports of Thailand Public Company Limited, Chiang Mai Airport Branch (AOT-CNX) intends to procure and install a water level alarm system at Chiang Mai Airport. This project involves the installation of 12 water level measurement points using Radar Level Transmitters in 9 wastewater sumps and 3 water supply tanks. The system will detect water levels and send visual and audible alarms to 2 designated display points, indicating low or high water levels. The contractor will be responsible for the procurement, installation, electrical and signal wiring, system testing, and training of AOT personnel. The project duration is 240 days from the contract signing date, with payments divided into two installments.

สถานที่ดำเนินการ

ท่าอากาศยานเชียงใหม่

ผู้เสนอราคาและผู้ชนะ

รายชื่อบริษัทที่เข้าร่วมการประมูล

ผู้เสนอราคาทั้งหมด (0)

ไม่มีข้อมูลผู้เสนอราคา

โครงการนี้ไม่มีรายชื่อผู้เสนอราคา

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • ติดตั้งระบบแจ้งเตือนระดับน้ำในบ่อสูบน้ำเสียและถังเก็บน้ำประปา
  • ตรวจวัดระดับน้ำและส่งสัญญาณแจ้งเตือนระดับน้ำแห้งหรือน้ำล้น
  • แจ้งเตือนด้วยภาพและเสียง ณ จุดแสดงผลที่กำหนด
  • ให้บริการระบบแจ้งเตือนระดับน้ำที่มีประสิทธิภาพและเชื่อถือได้

ขอบเขตของงาน

  • จัดซื้อเครื่องตรวจวัดระดับน้ำ (Radar Level Transmitter) จำนวน 12 ชุด
  • ติดตั้งเครื่องตรวจวัดระดับน้ำในบ่อสูบน้ำเสีย 9 จุด และถังเก็บน้ำประปา 3 จุด
  • ติดตั้งระบบไฟฟ้าและสายสัญญาณสำหรับระบบแจ้งเตือน
  • ติดตั้งระบบแสดงผลพร้อมระบบแจ้งเตือนด้วยภาพและเสียง จำนวน 2 จุด
  • เดินสายสัญญาณจากเครื่องตรวจวัดไปยังจุดแสดงผล
  • ทดสอบการทำงานของระบบทั้งหมด
  • จัดฝึกอบรมการใช้งานและการบำรุงรักษาให้กับเจ้าหน้าที่ ทอท.
  • จัดทำเอกสารคู่มือการใช้งานและคู่มือการซ่อมบำรุง
  • เก็บกวาดทำความสะอาดพื้นที่ปฏิบัติงานหลังการติดตั้ง

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • เครื่องตรวจวัดระดับน้ำ (Radar Level Transmitter) พร้อมติดตั้ง จำนวน 12 ชุด
  • ระบบแสดงผลพร้อมระบบแจ้งเตือนด้วยภาพและเสียง จำนวน 2 จุด
  • ระบบไฟฟ้าและสายสัญญาณที่ติดตั้งสมบูรณ์
  • เอกสารคู่มือการใช้งาน (Operating Manual)
  • เอกสารคู่มือการซ่อมบำรุง (Service Manual)
  • รายงานการทดสอบระบบ
  • แบบแผนภาพแสดงการเดินสายไฟและสายสัญญาณ
  • ข้อมูลครุภัณฑ์ในรูปแบบ Excel File

ระยะเวลาดำเนินการ

240 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • เป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย ซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทยในรูปแบบบริษัทจำกัด หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล
  • Standards Compliance:
    • สายไฟแรงต่ำตามมาตรฐาน มอก.11-2553
    • ท่อโลหะร้อยสายไฟฟ้าตามมาตรฐาน มอก.770-2533
    • การติดตั้งระบบไฟฟ้าตามมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสำหรับประเทศไทย (มาตรฐาน วสท. 2001)
    • มาตรฐานการป้องกันฝุ่นและน้ำอย่างน้อย IP66 สำหรับเครื่องตรวจวัดระดับน้ำ
  • Experience:
    • มีผลงานการขายพร้อมติดตั้งเครื่องตรวจวัดระดับน้ำ หรือผลงานการติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียหรือระบบบ่อสูบน้ำเสีย ที่เป็นสัญญาฉบับเดียวในวงเงินไม่น้อยกว่า 1,000,000.- (หนึ่งล้านบาทถ้วน) นับย้อนหลังจากวันยื่นเสนอราคาไม่เกิน 5 ปี และเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานรัฐหรือเป็นหน่วยงานเอกชนที่ ทอท. เชื่อถือ
  • Previous Project Cost:
    • สัญญาฉบับเดียวในวงเงินไม่น้อยกว่า 1,000,000.- (หนึ่งล้านบาทถ้วน)
  • Technical Capabilities:
    • สามารถติดตั้งระบบแจ้งเตือนระดับน้ำด้วยเซนเซอร์แบบเรดาร์ (Radar Level Transmitter)
    • สามารถติดตั้งระบบไฟฟ้าและระบบสายสัญญาณตามมาตรฐานที่กำหนด
    • สามารถทดสอบการทำงานของระบบแจ้งเตือนระดับน้ำ
  • Personnel:
    • ต้องจัดหาเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน (จป.) ระดับเทคนิคขั้นสูงขึ้นไป หรือหัวหน้างานที่มีความชำนาญ
    • ต้องจัดผู้ทำงานช่างเดินสายไฟในอาคารที่ได้รับใบอนุญาต
    • ต้องจัดผู้ปฏิบัติงานในที่อับอากาศอย่างน้อย 4 ตำแหน่ง (ผู้ปฏิบัติ, ผู้ช่วย, ผู้ควบคุม, ผู้อนุญาต) และผ่านการอบรม

เกณฑ์การพิจารณา

พิจารณาตัดสินด้วยเกณฑ์ราคา โดยพิจารณาราคารวมทั้งสิ้น

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • เครื่องตรวจวัดระดับน้ำ (Level Measurement) จำนวน 12 ชุด:
    • เป็นเซนเซอร์วัดระดับน้ำแบบเรดาร์ (Radar Level Transmitter)
    • ตรวจวัดของเหลวประเภทน้ำเสีย, น้ำโสโครก, ของเหลวที่มีสารเคมี, ของเหลวที่มีพิษ, น้ำไม่สะอาดมีสิ่งเจือปน
    • ตรวจวัดที่ระดับความลึกอย่างน้อย 8 เมตร
    • สามารถนำส่งข้อมูลไปยังระบบแสดงผลได้
    • ตรวจวัดของเหลวที่มีอุณหภูมิอยู่ในช่วง -40 ถึง 60 องศาเซลเซียส หรือ -40 ถึง 80 องศาเซลเซียส
    • ระดับความแม่นยำในการตรวจวัดไม่มากกว่า ±5 มม.
    • สามารถทำงานในย่านความถี่ช่วง 60-81 เฮิร์ต
    • สามารถทำงานที่กระแสไฟฟ้าในช่วง 4 – 20 mA/HART
    • ทำงานที่แรงดันไฟฟ้า 12 – 35 V DC หรือ 12-30 V DC
    • วัสดุตัวเครื่องทำจาก PVDF หรือ PBT plastic หรือ PPS หรือ PET หรือ PAR
    • มาตรฐานการป้องกันฝุ่นและน้ำอย่างน้อย IP66
  • ระบบแสดงผล:
    • แจ้งเตือนด้วยภาพและเสียง
    • ติดตั้งจำนวน 2 จุด
    • แสดงผลผ่านหน้าจอโทรทัศน์ขนาด 55 นิ้ว พร้อมระบบปฏิบัติการ Android และขาตั้งแบบมีล้อ
    • การแสดงผลเป็นแผนผังโดยคร่าวและระบุตำแหน่งชัดเจน

เงื่อนไขสัญญา

  • การแบ่งงวดงานและการจ่ายเงิน: 2 งวด
    • งวดที่ 1: 30% เมื่อติดตั้งเครื่องวัดระดับน้ำ Sensor Level และติดตั้งระบบไฟฟ้าเรียบร้อยแล้ว
    • งวดที่ 2: 70% เมื่อติดตั้งระบบสายสัญญาณ, ระบบประมวลผลและแสดงผล, งานอื่นๆ แล้วเสร็จ, ทดสอบ, ฝึกอบรม, และส่งมอบเอกสารเรียบร้อยแล้ว
  • อัตราค่าปรับ: ร้อยละ 0.20 ของราคาค่าสิ่งของพร้อมติดตั้งตามสัญญาทั้งหมดต่อวัน ในกรณีส่งมอบล่าช้า
  • การรับประกัน: 2 ปี สำหรับคุณภาพและความเสียหายจากการใช้งานปกติ
  • การทำงานนอกเวลาทำการ: ผู้ขายต้องชำระเงินค่าปฏิบัติงานล่วงเวลาของผู้ควบคุมงานของ ทอท.

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • ระบบแจ้งเตือนระดับน้ำทำงานอย่างไร?
    • ระบบทำงานด้วยเครื่องตรวจวัดระดับน้ำ (Level Measurement) แบบเรดาร์ ติดตั้งในบ่อสูบน้ำเสียและถังเก็บน้ำประปา เพื่อตรวจจับระดับน้ำและส่งสัญญาณแจ้งเตือนระดับน้ำแห้งหรือน้ำล้นไปยังจุดแสดงผลพร้อมเสียงและภาพ
  • ต้องติดตั้งเครื่องตรวจวัดระดับน้ำกี่จุด?
    • ติดตั้งทั้งหมด 12 จุด ประกอบด้วย บ่อสูบน้ำเสีย 9 จุด และถังเก็บน้ำประปา 3 จุด
  • ระบบแสดงผลมีลักษณะอย่างไร?
    • ติดตั้ง 2 จุด แสดงผลผ่านหน้าจอโทรทัศน์ขนาด 55 นิ้ว พร้อมระบบปฏิบัติการ Android โดยแสดงเป็นแผนผังคร่าวๆ และระบุตำแหน่งชัดเจน พร้อมระบบแจ้งเตือนด้วยภาพและเสียง
  • ระยะเวลาในการติดตั้งระบบทั้งหมดนานเท่าใด?
    • ต้องดำเนินการติดตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 240 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  • มีการรับประกันคุณภาพของระบบหรือไม่?
    • ผู้ขายต้องรับประกันคุณภาพและความเสียหายจากการใช้งานตามปกติเป็นเวลา 2 ปี

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

  1. วัตถุประสงค์
    ข้อกําหนดรายละเอียด บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) งานซื้อพร้อมติดตั้งระบบแจ้งเตือนระดับน้ํา ท่าอากาศยานเชียงใหม่
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) สาขาท่าอากาศยานเชียงใหม่ (ทชม.ทอท.) มีความประสงค์จะซื้อ พร้อมติดตั้งระบบแจ้งเตือนระดับน้ํา ท่าอากาศยานเชียงใหม่ จํานวน 1 งาน
  2. มาตรฐานที่กําหนด
    2.1 เครื่องตรวจวัดระดับน้ํา (Level Measurement) จํานวน 12 ชุด ต้องเป็นของใหม่ 100% อยู่ในสภาพดี ไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อนและไม่เป็นของเก่าเก็บ
    2.2 วัสดุอุปกรณ์ที่นํามาติดตั้งกับเครื่องตรวจวัดระดับน้ํา จะต้องมีมาตรฐาน หรือมีคุณภาพเทียบเท่ากับวัสดุ อุปกรณ์เดิม ไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน

2.3 สายไฟแรงต่ําที่ใช้งานต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตามมาตรฐาน มอก.11-2553
2.4 ท่อโลหะร้อยสายไฟฟ้าที่ติดตั้งต้องมีคุณสมบัติตามมาตรฐาน มอก.770-2533
2.5 การติดตั้งระบบไฟฟ้า ต้องเป็นไปตามมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสําหรับประเทศไทย (มาตรฐาน วสท.
2.6 วัสดุอุปกรณ์ที่ติดตั้งต้องเป็นของใหม่ 100% ไม่เคยใช้งานมาก่อน
3. ลักษณะทั่วไป
ระบบแจ้งเตือนระดับน้ํา ทํางานด้วยเครื่องตรวจวัดระดับน้ํา (Level Measurement) ติดตั้งภายในบ่อสูบ น้ําเสีย จํานวน 9 จุด และถังเก็บน้ําประปา จํานวน 3 จุด สามารถตรวจจับระดับน้ําภายในบ่อหรือถังได้ และทําหน้าที่ ส่งสัญญาณแจ้งเตือนระดับน้ําแห้งหรือน้ําล้น ณ จุดแสดงผลที่กําหนดจํานวน 2 จุด โดยสามารถแจ้งเตือนแบบภาพและ
เสียงได้
4. คุณสมบัติทางเทคนิค
เครื่องตรวจวัดระดับน้ํา (Level Measurement)
4.1 เครื่องตรวจวัดระดับน้ํา เป็นเซนเซอร์วัดระดับน้ําแบบเรดาห์ (Radar Level Transmitter)
4.2 ตรวจวัดของเหลวประเภทน้ําเสีย หรือน้ําโสโครก หรือของเหลวที่มีสารเคมี หรือของเหลวที่มีพิษ หรือน้ําที่ ไม่สะอาดมีสิ่งเจือปน
4.3 ตรวจวัดที่ระดับความลึกอย่างน้อย 8 เมตร
4.4 สามารถนําส่งข้อมูลไปยังระบบแสดงผลได้
4.5 ตรวจวัดของเหลวที่มีอุณหภูมิอยู่ในช่วง -40 ถึง 60 องศาเซลเซียส หรือช่วง -40 ถึง 80 องศาเซลเซียส
4.6 ระดับความแม่นยําในการตรวจวัดไม่มากกว่า 45
4.7 สามารถทํางานในย่านความถี่ช่วง 60-81 เฮิร์ต
4.8 สามารถทํางานที่กระแสไฟฟ้าในช่วง 4 – 20 mA/HART
4.9 ทํางานที่แรงดันไฟฟ้า 12 – 35 V DC หรือ 12-30 V DC
4.10 วัสดุตัวเครื่องทําจาก PVDF หรือ PBT plastic หรือ PPS หรือ PET หรือ PAR
4.11 มาตรฐานการป้องกันฝุ่นและน้ําอย่างน้อย IP66
AM.
کدلی
1
5. ความต้องการ
5.1 ซื้อพร้อมติดตั้งระบบแจ้งเตือนระดับน้ํา โดยสามารถตรวจวัดและสั่งการด้วยเครื่องตรวจวัดระดับน้ํา เซนเซอร์แบบเรดาห์ (Radar Level Transmitter)
ติดตั้งเครื่องมือด้านในของบ่อสูบน้ําเสียหรือถังเก็บน้ําประปา
จํานวน 12 จุด ดังนี้
5.1.1 บ่อสูบน้ําเสีย 1
บริเวณประตู 1 อาคารผู้โดยสาร
5.1.2 บ่อสูบน้ําเสีย 2
บริเวณลานจอดรถเช่า ประตู 1 อาคารผู้โดยสาร
5.1.3 บ่อสูบน้ําเสีย 3
พื้นที่เขตการบิน จุดขึ้นรถ Bus Gate
5.1.4 บ่อสูบน้ําเสีย 4
พื้นที่ในเขตการบิน ด้านใน Sorting
5.1.5 บ่อสูบน้ําเสีย 5
พื้นที่ในเขตการบิน
5.1.6 บ่อสูบน้ําเสีย 6
5.1.7 บ่อสูบน้ําเสีย 7
ลานจอดรถ อาคารคลังสินค้า
5.1.8 บ่อสูบน้ําเสีย 8
5.1.9 บ่อสูบน้ําเสีย 9
5.1.10 ถังเก็บน้ําประปาอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ
5.1.11 ถังเก็บน้ําประปาอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ
พื้นที่ในเขตการบิน บริเวณอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ
พื้นที่ในเขตการบิน อาคารคลังสินค้า
พื้นที่ในเขตการบิน พื้นที่จอดอุปกรณ์ภาคพื้นของผู้ประกอบการสายการบิน
5.1.12 ถังเก็บน้ําประปาอาคารสํานักงาน ท่าอากาศยานเชียงใหม่
5.2 ระบบแสดงผล เครื่องมือตรวจวัดระดับน้ําต้องติดตั้งด้วยสายสัญญาณ เพื่อแสดงผลและแจ้งเตือนระดับน้ํา แห้งและน้ําล้นสามารถแจ้งเตือนด้วยภาพและเสียง โดยติดตั้งระบบแสดงผลจํานวน 2 จุด ดังนี้
เชียงใหม่
5.2.1 จุดแสดงผลจุดที่ 1 ณ ห้องส่วนสนามบินและอาคาร ชั้น 1 อาคารฝ่ายบํารุงรักษา ท่าอากาศยาน
5.2.2 จุดแสดงผลจุดที่ 2 ณ ห้องสํานักงานชั่วคราว งานจ้างเอกชนควบคุมดูแลระบบประปาและระบบ สุขาภิบาล บริเวณโรงผลิตน้ําประปา ท่าอากาศยานเชียงใหม่
พื้นที่ในเขตการบิน บริเวณ sorting
พื้นที่ในเขตการบิน บริเวณ sorting
8
ผังแสดงการติดตั้งเครื่องมือและอุปกรณ์
Ca
Ann.
سحر
2
3
6. การติดตั้ง
6.1 ก่อนดําเนินงานผู้ขายต้องส่งเอกสารให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุอนุมัติก่อนดําเนินการภายใน 3 วัน ทําการ อย่างน้อยประกอบด้วย
6.1.1 เอกสารเกี่ยวกับการดําเนินงาน
6.1.1.1 แผนการดําเนินงานพร้อมระยะเวลาในการดําเนินงาน
6.1.1.2 วัสดุและอุปกรณ์ ที่นํามาติดตั้ง ผู้ขายต้องขออนุมัติคณะกรรมการก่อนดําเนินการติดตั้งโดย ต้องแสดงรายการอย่างน้อย เครื่องตรวจวัดระดับน้ํา สายไฟ สายสัญญาณ ท่อร้อยสายไฟ โดยมีรายละเอียดอย่างน้อย ประกอบด้วย รูปถ่าย และคุณสมบัติทางเทคนิค
6.1.1.3 ใบรับรองเครื่องตรวจวัดระดับน้ําแหล่งที่ผลิตจากโรงงานผู้ผลิต กรณีนําเข้าจากต่างประเทศ 6.1.2 เอกสารเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทํางาน
6.1.2.1 เอกสารใบรับรองเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางาน (จป.) ระดับเทคนิคขั้นสูงขึ้นไป
หรือหัวหน้างานที่มีความชํานาญในการปฏิบัติงานด้านความปลอดภัย
6.1.2.2 เอกสารใบรับรองผู้ทํางาน ช่างเดินสายไฟในอาคาร 6.1.3 เอกสารเกี่ยวกับการทํางานในที่อับอากาศ
6.1.3.1 เอกสารรับรองของผู้ปฏิบัติงานในที่อับอากาศ
ผู้ปฏิบัติ และผู้ช่วยเหลือ
1.) สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน
2.) สําเนาใบผ่านฝึกอบรมของผู้ปฏิบัติงาน การทํางานในที่อับอากาศผู้อนุญาต ผู้ควบคุม
3.) ใบรับรองแพทย์อายุไม่เกิน 6 เดือน
6.1.3.2 เอกสารแสดงอุปกรณ์และเครื่องมือที่ใช้ในการทําปฏิบัติงานในที่อับอากาศ
1.) รายการอุปกรณ์ที่ใช้ทํางานในที่อับอากาศ ประกอบด้วย เครื่องวัดปริมาณอากาศ
พัดลมเป่าดูดอากาศ และอุปกรณ์ช่วยชีวิต
ความปลอดภัย (JSA)
2.) เอกสารแสดงคุณสมบัติเครื่องวัดปริมาณอากาศ (Gas Detector)
3.) ใบสอบเทียบเครื่องวัดปริมาณออกซิเจน
4.) เอกสารแสดงคุณสมบัติพัดลมพร้อมท่อลมเป่าดูดอากาศ หรือแคตตาล็อค 6.1.3.3 แบบฟอร์มการตรวจวัดปริมาณออกซิเจนก่อนปฏิบัติงาน และระหว่างปฏิบัติงาน 6.1.3.4 แผนงานความปลอดภัยหรือแผนการปฏิบัติงานก่อนเข้าทํางานหรือแผนวิเคราะห์งานเพื่อ
6.2 การติดตั้งเครื่องตรวจวัดระดับน้ํา
6.2.1 ผู้ขายต้องดําเนินการติดตั้งเครื่องตรวจวัดระดับน้ํา ภายในของบ่อสูบน้ําเสียหรือถังเก็บน้ํา โดยติดตั้ง ให้สามารถใช้งานได้อย่างสมบูรณ์ และจุดติดตั้งต้องคํานึงถึงการบํารุงรักษาอุปกรณ์ได้สะดวก โดยติดตั้งให้เป็นไปตาม รูปแบบการติดตั้ง
6.2.2 พื้นที่หรือตําแหน่งติดตั้งเครื่องตรวจวัดระดับน้ํา มีลักษณะแตกต่างกัน 4 พื้นที่ ดังนี้
6.2.2.1 บ่อสูบน้ําเสียจํานวน 9 บ่อ เป็นบ่อคอนกรีตปิดทึบด้วยฝาเหล็ก ฝังใต้ดินบนพื้นถนน คอนกรีตตําแหน่งของแต่ละบ่อจัดอยู่ในพื้นที่นอกเขตการบินและพื้นที่ในเขตการบิน เป็นบ่อที่มีของเหลวเป็นน้ําเสีย
มีกากตะกอนและก้อนไขมันสะสมลอยด้านบนของน้ํา น้ําเสียเป็นน้ําโสโครกที่มาจากห้องน้ําของอาคารผู้โดยสาร ทชม. องค์ประกอบของบ่อสูบน้ําเสียประกอบด้วย บ่อน้ําเสียที่กั้นด้วยตะแกรงกรองหยาบ ความลึกแต่ละบ่อไม่เกิน 3 เมตร ภายในติดตั้งด้วยเครื่องสูบน้ําเสียแบบแช่ใต้น้ําจํานวน 2 เครื่อง ลูกลอยไฟฟ้าควบคุมการทํางานจํานวน 5 ลูก น้ําเสีย
พ.
سلم
4
สูบส่งออกผ่านท่อน้ําเชื่อมต่อกับบ่อวาล์ว การติดตั้งเครื่องตรวจวัดระดับน้ํา ต้องคํานึงถึงระดับที่น้ําเสียและกากตะกอน จะขึ้นสูง และตําแหน่งการติดตั้งที่มั่นคง ตรวจวัดได้แม่นยํา ทั้งนี้ปริมาตรบ่อสูบน้ําเสียแต่ละบ่อไม่เท่ากัน
6.2.2.2 ถังเก็บน้ําประปาอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ เป็นบ่อคอนกรีตปิดทึบด้วยฝาเหล็ก ฝังใต้ ดิน อยู่บริเวณ Sorting พื้นที่เขตการบิน ปริมาตรประมาณ 130 ลูกบาศก์เมตร ความลึก 1.5 เมตร ด้านมีลูกลอย ควบคุมการทํางาน
6.2.2.3 ถังเก็บน้ําประปาอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ เป็นถังเก็บน้ําประปาคอนกรีตตั้งอยู่ชั้น ใต้ดิน อยู่บริเวณ Sorting พื้นที่เขตการบิน ปริมาตรประมาณ 385 ลูกบาศก์เมตร ความลึก 3 เมตร ภายในถังเก็บน้ํามี ผนังกั้นแบ่งออกเป็น 2 ถัง การติดตั้งเครื่องตรวจวัดระดับน้ําให้เลือกติดตั้งฝั่งใดฝั่งหนึ่งของถัง
6.2.2.4 ถังเก็บน้ําประปา อาคารสํานักงาน เป็นถังคอนกรีตจัดเก็บน้ําประปา อยู่ชั้น 1 ของอาคาร สํานักงาน ทชม. ปริมาตรถัง 50 ลูกบาศก์เมตร ความลึก 3 เมตร
6.2.3 การดําเนินงานติดตั้งเป็นการทํางานในที่อับอากาศ ผู้ขายต้องดําเนินงานให้มีความปลอดภัย ต้อง ปฏิบัติงานตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับที่อับอากาศ พ.ศ. 2562
6.2.4 ผู้ขายต้องตั้งค่าเครื่องตรวจวัดระดับน้ําให้ตรวจจับระดับน้ําในบ่อหรือถังเก็บน้ําแบบ Real-time และแจ้งเตือนได้อย่างน้อย 2 ระดับ คือ ระดับน้ําใกล้แห้ง และระดับน้ําใกล้ล้น โดยระยะการตั้งค่าให้เป็นไปตามที่ผู้ ควบคุมงานกําหนด
6.3 การติดตั้งระบบไฟฟ้า
6.3.1. ผู้ขายต้องเชื่อมต่อสายไฟฟ้าของเครื่องตรวจวัดระดับน้ํา และทําการเดินสายไฟ พร้อมท่อร้อย สายไฟฟ้าหรือรางสายไฟฟ้าจากเครื่องตรวจวัดระดับน้ําไปยังตู้ควบคุมให้ใช้งานได้สมบูรณ์ โดยระยะการเดินสายไฟแต่ ละจุดตามตารางแสดงระยะทางสายไฟฟ้า จาก บ่อ/ถัง ไปยังตู้ควบคุมไฟฟ้า
6.3.2. สายไฟฟ้าที่ใช้สําหรับเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าต้องเป็นสาย VCT ขนาด 2Cx2.5 Sq.mm. หรือตาม ผู้ผลิตแนะนํา โดยทําการเชื่อมต่อจากเครื่องตรวจวัดระดับน้ําไปยังตู้ควบคุมของแต่ละจุดในระยะตามแบบที่กําหนด
6.3.4 การเดินสายไฟฟ้าภายในอาคารส่วนใหญ่เป็นการเดินสายไฟฟ้าในท่อร้อยสายที่ฝังในอาคาร พื้น อาคาร ซ่อนในฝ้าเพดาน หรือเดินลอยตามที่ระบุในแบบ การเดินท่อร้อยสายจะต้องเป็นระเบียบเรียบร้อย และจุดต่อ สายทุกจุดต้องมีความปลอดภัย และสามารถเข้าถึงง่าย รวมทั้งสะดวกต่อการซ่อม และบํารุงรักษา โดย ให้เป็นไปตามมาตรฐาน
6.3.5 การต่อสายไฟฟ้าต้องกระทําในส่วนที่พิจารณาเห็นว่าจําเป็นเท่านั้น การต่อสายไฟฟ้าให้ทําในกล่อง ต่อสาย กล่องสวิตช์หรือกล่องเต้ารับเท่านั้น ห้ามต่อสายไฟในท่อร้อยสาย กล่องต่อสายต้องติดตั้งในตําแหน่งที่เข้าถึงได้ การต่อสายให้ใช้ WIRE NUT หรือ CLAMP CONNECTOR ที่เหมาะสม แล้วพันด้วยเทปพันสายไฟฟ้า
6.3.6 ท่อร้อยสายไฟฟ้า ต้องเป็นชนิด IMC เหล็กอาบสังกะสีภายใน ลบตะเข็บที่มีคมด้วย CONDUIT REAMER และเคลือบน้ํายา การเดินท่อร้อยสายให้ยึดกับอาคารอย่างมั่นคงและแข็งแรง โดยใช้ IMC conduit w/clamp ขนาดที่เหมาะสมทุกระยะไม่เกิน 1.50 เมตร ท่อที่เดินลอยให้เดินขนาน ตั้งฉากกับผนัง หรือโครงสร้างของ อาคาร การเดินท่อร้อยสายให้ระมัดระวังไม่ให้มีสิ่งสกปรกเข้าไปในท่อได้ การยึดท่อเข้ากับกล่องต่อสายให้ยึดด้วย LOCK NUT ทั้งภายใน และภายนอกของตัวกล่อง และติด BUSHING ที่ปลายท่อทุกแห่ง
6.3.7 การเดินท่อร้อยสายไฟไปกับพื้นผู้ขายต้องทําการตัดและขุดพื้นเพื่อใช้สําหรับในการวางท่อร้อยสายไฟ และทําการซ่อมแซมพื้นผิวให้เรียบร้อย โดยตัดหรือขุดในการวางท่อร้อยสายไฟให้เป็นไปตามมาตรฐาน
6.3.8 ผู้ขายต้องติดตั้งตู้ควบคุมของอุปกรณ์ตรวจวัดระดับน้ํา ตามตําแหน่งที่ใกล้เคียงกับตู้ควบคุมของ เครื่องสูบน้ําแต่ละจุด
Ca
Arryl.
นก
5
6.4 การติดตั้งระบบสายสัญญาณ
ผู้ขายต้องเชื่อมต่อสายส่งสัญญาณของเครื่องตรวจวัดระดับน้ํา และทําการเดินสายสัญญาณ พร้อมท่อร้อย สายสัญญาณ จากเครื่องตรวจวัดระดับน้ํา 12 จุด ผ่านตู้ควบคุมไปยังจุดแสดงผล ให้ใช้สามารถแสดงผลได้อย่างสมบูรณ์ 6.4.1 กรณีการเชื่อมต่อสายสัญญาณกับเครื่องตรวจวัดระดับน้ํา จนถึงตู้ควบคุมทุกจุด ให้เดินสายสัญญาณ ในท่อร้อยสายท่อเดียวกับสายไฟตามข้อ 6.3 ยกเว้นมีข้อจํากัดของชนิดสายสัญญาณ ทั้งนี้อยู่ในดุลยพินิจของ
คณะกรรมการ
6.4.2 เพื่อเป็นแนวทางในการติดตั้งและประมาณราคา จึงได้ออกแบบชนิดและแนวทางการเดิน สายสัญญาณและการเชื่อมต่อสายสัญญาณไว้ดังนี้
เป็นไปตามแบบ
6.4.2.1 เดินสายสัญญาณจากเครื่องวัดระดับน้ําไปยังตู้ควบคุม
6.4.2.2 เดินสายสัญญาณจากตู้ควบคุมของแต่ละจุดไปยังจุดรวบรวมตามแบบ 6.4.2.3 ติดตั้งอุปกรณ์รวมสายสัญญาณของแต่ละจุดรวม
6.4.2.4 ติดตั้งอุปกรณ์แปลงสัญญาณเป็นไฟเบอร์ออปติกของแต่ละจุดรวม
6.4.2.5 เดินสายไฟเบอร์ออปติกของแต่ละจุดไปรวมกันในแต่ละจุด รวมทั้งหมด 3 จุด รายละเอียด
6.4.2.6 ติดตั้งอุปกรณ์รวมสายไฟเบอร์ออปติก เพื่อรวมสัญญาณตามข้อ 6.4.2.5 แล้วเดินสายไฟ เบอร์ออปติกจากแต่ละจุดรวม รายละเอียดดังนี้

  • จุดที่ 1 เดินสายไฟเบอร์ใต้พื้นถนนตามแนวท่อของสายสัญญาณของ ทชม. ที่มีอยู่เดิม แล้ว ไปยังอาคารสํานักงาน ทชม. แล้วลากสายต่อไปยังจุดแสดงผลที่ 1
    ผู้โดยสารไปรวมกับจุดที่ 1
  • จุดที่ 2 เดินสายไฟเบอร์ออปติกขึ้นดาดฟ้าชั้น 2 แล้วเดินสายติดผนังอาคารชานชลา
    จุดที่ 3 เดินสายไฟเบอร์โดยขุดวางพื้นถนนจากคลังสินค้าข้ามมายังลานจอดรถบัสแล้ว เดินสายยึดติดกับเสาหรือผนังอาคารบริเวณชานชลาอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ
    2 ตามแบบ
    จุดแสดงผลที่ 1
    ไปรวมสายกับจุดเชื่อมต่อกับจุดที่
    6.4.2.7 ติดตั้งอุปกรณ์แปลงสัญญาณจากสายไฟเบอร์ออปติกเป็นสายสัญญาณสําหรับแสดงผล ณ
    6.4.2.8 เดินสายสัญญาณ จากตู้ควบคุมของอาคารสํานักงาน ข้อ 5.1.12 ไปยังจุดแสดงผลที่ 1 6.4.2.9 ติดตั้งอุปกรณ์รวมสัญญาณในข้อ 6.4.2.6 ณ จุดแสดงผลที่ 1
    6.4.2.10 เดินสายสัญญาณไปแสดงผลที่จอแสดงผล 1
    6.4.2.11 แยกสัญญาณที่จุดแสดงผลที่ 1 เพื่อส่งข้อมูลเดียวกันไปยังจุดแสดงผล 2 โดยแปลง
    สัญญาณ เป็นสายไฟเบอร์ออปติก ด้วยอุปกรณ์แปลงสัญญาณ
    ดังนี้
    6.4.2.12 เดินสายสัญญาณไฟเบอร์ออปติก จากจุดแสดงผลที่ 1 ยังจุดแสดงผลที่ 2
    6.4.2.13 ติดตั้งอุปกรณ์แปลงสัญญาณจาก Fiber เป็นสัญญาณสําหรับแสดงผล ณ จุดแสดงผลที่ 2 6.4.2.14 เดินสายสัญญาณ ไปแสดงผลที่จอแสดงผล 2 (ข้อมูลเดียวกับจุดแสดงผลที่ 1)
    6.4.3 การเดินสายสัญญาณให้เป็นไปตามรูปแบบ โดยมีรูปแบบการเดินสายสัญญาณจํานวน 3 รูปแบบ
    6.4.3.1 งานเชื่อมต่อท่อร้อยสายไฟแบบแนวดิ่งและแนวราบ โดยยึดติดกับผนังตัวอาคารหรือ สิ่งก่อสร้าง เริ่มออกจากตู้ควบคุมของแต่ละจุด โดยต้องติดตั้งจุดยึดรั้งให้มีความเหมาะสม หรือเป็นไปตามหลักของ มาตรฐานไฟฟ้า ให้มีความคงทนและเรียบร้อย เพิ่ม-ปรับมาตรฐานวิธีการวางท่อร้อยสายไฟ
    A
    พ.
    6.4.3.2 งานเชื่อมต่อและลากสายไฟเบอร์ออปติก โดยลากสายตามแนวท่อของระบบสื่อสารของ
    ทชม. อยู่แล้ว ระยะทางรวมทั้งหมดประมาณ 100 เมตร
    6.4.4 หากผู้ขายใช้สายไฟเบอร์ออปติกในการเชื่อมต่อสัญญาณ ผู้รับจ้างต้องใช้ไฟเบอร์ออปติกที่มีขนาด อย่างน้อย 6 Core หากผู้ขายใช้สายสัญญาณชนิดอื่นขนาดและคุณสมบัติต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุ
    6.4.5
    ท่อร้อยสายไฟสําหรับวางใต้ดินที่เชื่อมสายสัญญาณจากเครื่องตรวจวัดระดับน้ําไปยังตู้ควบคุมต้อง
    เป็นท่อสายไฟ IMC ขนาดอย่างน้อย 1 2 นิ้ว
    6.4.6 ท่อร้อยสายสัญญาณสําหรับยึดติดกับผนังอาคารหรือแนวรั้ว จากตู้ควบคุมไปยังจุดรวมสายสัญญาณ ต้องเป็นท่อ EMT ขนาดอย่างน้อย 1 นิ้ว
    1
    6.4.7 ท่อร้อยสายไฟเบอร์ออปติคสําหรับยึดติดกับผนังอาคารหรือรั้ว ต้องเป็นท่อร้อยสายไฟชนิด EMT มี ขนาดอย่างน้อย 1 นิ้ว
    6.4.8 การเดินสายสัญญาณในปัจจุบันมีเทคโนโลยีและวิธีการหลากหลาย รวมทั้งมีวิธีการที่หลากหลาย ตามที่ผู้ผลิตแนะนํา ดังนั้นผู้ขายสามารถเสนอชนิดหรือแนวทางการวางระบบได้โดยเสนอต่อคณะกรรมการพิจารณา โดยต้องคํานึงถึงประสิทธิภาพ เสถียรภาพ ความมั่นคงของระบบ การบํารุงรักษา และผลประโยชน์ของ ทอท. ใน
    ภาพรวม
    6.5 การเชื่อมต่อสายสัญญาณตามข้อ 6.4 ผู้ขายต้องดําเนินการดังนี้
    6.5.1 ผู้ขายต้องติดตั้งอุปกรณ์แปลงสัญญาณจากอุปกรณ์วัดระดับน้ําเป็นสัญญาณไฟเบอร์ออปติก และ อุปกรณ์แปลงจากสัญญาณไฟเบอร์ออปติก เป็นสัญญาณเพื่อนําไปแสดงผลที่หน้าจอ โดยอุปกรณ์สามารถส่งสัญญาณ และใช้งานได้อย่างสมบูรณ์
    6.5.2 ผู้ขายต้องติดตั้งอุปกรณ์รวบรวมสายสัญญาณทั้งแบบสายสัญญาณและแบบสายไฟเบอร์ออปติกให้ สามารถส่งสัญญาณเพื่อนําไปแสดงผลที่หน้าจอ โดยอุปกรณ์สามารถส่งสัญญาณและใช้งานได้อย่างสมบูรณ์
    6.5.3 อุปกรณ์รวบรวมสัญญาณและอุปกรณ์แปลงสัญญาณ ประกอบด้วย Switching, PLC and Analog input, Splitter, Gateway HMI, Switch hub L2 และ Switch SEP
    6.5.4 การเชื่อมต่อสายสัญญาณในปัจจุบันมีเทคโนโลยีและวิธีการหลากหลาย รวมทั้งมีวิธีการที่ หลากหลายตามที่ผู้ผลิตแนะนํา ดังนั้นผู้ขายสามารถเสนอชนิดหรือแนวทางการวางระบบได้โดยเสนอต่อคณะกรรมการ พิจารณาโดยต้องคํานึงถึงประสิทธิภาพ เสถียรภาพ ความมั่นคงของระบบ การบํารุงรักษา และผลประโยชน์ของ ทอท.
    ในภาพรวม
    6.6 ระบบประมวลผลและระบบแสดงผล
    6.6.1 ผู้ขายต้องติดตั้งระบบเพื่อรวบรวมและประมวลผลค่าระดับน้ําที่ได้จากการวัดค่าระดับน้ําเพื่อส่ง ข้อมูลไปยังระบบประมวลผลต่อไป
    6.6.2 ผู้ขายต้องติดตั้งระบบแสดงผลที่สามารถแสดงภาพ และแจ้งเตือนด้วยเสียงจํานวน 2 จุด ดังนี้
    6.6.2.1 จุดแสดงผลจุดที่ 1 ณ ห้องส่วนสนามบินและอาคาร ชั้น 1 อาคารฝ่ายบํารุงรักษา
    ท่าอากาศยานเชียงใหม่
    6.6.2.2 จุดแสดงผลจุดที่ 2 ณ ห้องสํานักงานชั่วคราว งานจ้างเอกชนควบคุมดูแลระบบประปาและ ระบบสุขาภิบาล บริเวณโรงผลิตน้ําประปา ท่าอากาศยานเชียงใหม่
    6.6.3 การแสดงผลให้แสดงผ่านหน้าจอโทรทัศน์ขนาด 55 นิ้ว ที่มีระบบปฏิบัติการ android ในตัว พร้อม ขาตั้งแบบมีล้อสามารถรับน้ําหนักและเคลื่อนย้ายได้ง่าย ติดตั้ง ณ จุดแสดงผลจุดละ 1 ชุด รวมทั้งหมดจํานวน 2 ชุด
    1
    Va
    ฉ.
    کلام
    6
    7
    6.6.4 ลักษณะการแสดงผลให้แสดงเป็นแผนผังโดยคร่าวและระบุตําแหน่งให้ชัดเจน โดยลักษณะการ
    แสดงผลให้ผู้ขายนําเสนอให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณา ก่อนดําเนินการติดตั้งระบบการแสดงผลอย่างน้อย
    3 วันทําการ
    6.7 อุปกรณ์ใดหรือสิ่งหนึ่งสิ่งใด ที่มิได้ปรากฏในรายการละเอียด หากเป็นส่วนหนึ่งหรือองค์ประกอบหรือสิ่ง จําเป็นต้องทํา หรือเป็นวิสัยที่ควรจะต้องทํา เพื่อให้ได้งานสําเร็จบริบูรณ์ไปโดยรวดเร็วด้วยดี และถูกต้องตามหลักการ ช่างที่ดี ผู้ขายจะต้องกระทําทุกอย่างโดยเต็มที่ และถูกต้องเสมือนว่าได้มีปรากฏในรายการนั้น ๆ
    6.8 ระหว่างดําเนินการรื้อถอนและติดตั้ง ผู้ขายจะต้องปฏิบัติ “ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการ ทํางานสําหรับผู้รับจ้าง” และมาตรฐานอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทํางาน ตามกฎหมายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานที่เกี่ยวข้อง
    6.9 ผู้ขายต้องเก็บกวาดทําความสะอาดบ่อสูบน้ําเสีย ถังเก็บน้ําประปา และบริเวณรอบข้าง รวมทั้งวัสดุ อุปกรณ์ต่างๆ ให้เรียบร้อยและปรับตกแต่งพื้นที่ปฏิบัติงานให้ ทอท. สามารถใช้งานได้ทันทีหลังจากตรวจรับพัสดุ
    เรียบร้อยแล้ว
    6.10 พื้นที่ปฏิบัติงานในตําแหน่งต่างๆ มีทั้งพื้นที่ในเขตการบินและพื้นที่นอกเขตการบิน ในส่วนของพื้นที่ใน เขตการบินผู้ขายจะต้องปฏิบัติงานในช่วงเวลาที่ไม่มีเที่ยวบินหรือช่วงเวลาที่ไม่กระทบต่อการให้บริการของ ทชม. ซึ่ง ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงเวลากลางคืน คือเวลา 24.00 น. – 04.00 น. ส่วนพื้นที่นอกเขตการบินผู้ขายต้องปฏิบัติงานใน ช่วงเวลาที่ไม่กระทบต่อการใช้บริการของ ทชม.
    6.11 วัสดุ อุปกรณ์ ที่ทําการรื้อถอนหรือถอดเปลี่ยน ผู้ขายจะต้องทําบัญชีแสดงรายละเอียดส่งผ่านผู้ควบคุม งาน เพื่อส่งคืนคลังพัสดุ ทชม.
    6.12 ผู้ขายจะต้องจัดทําข้อมูลครุภัณฑ์ในรูปแบบ Excel File โดยมีรายละเอียดตามบัญชีแนบท้ายรายการ ครุภัณฑ์ที่แนบ
    6.13 เวลาทํางานของผู้ควบคุมงานของ ทอท. คือในระหว่างเวลา 08.00 น. -17.00 น. ของวันทําการ ดังนั้นใน กรณีที่ผู้ขายต้องปฏิบัติงานนอกเวลาทํางาน ผู้ขายจะต้องชําระเงินค่าปฏิบัติงานล่วงเวลาของผู้ควบคุมงานของ ทอท. โดยจ่ายให้ในอัตราตามข้อบังคับของ ทอท. ว่าด้วยวันทําการ เวลาทํางาน วันหยุดและค่าล่วงเวลา
  1. เงื่อนไขทั่วไป
    7.1 การปฏิบัติงานผู้ขายต้องจัดหาเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางาน (จป.) ระดับเทคนิคขั้นสูงขึ้นไป หรือ หัวหน้างานที่มีความชํานาญในการปฏิบัติงานด้านความปลอดภัย โดย จป. ดังกล่าวจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตาม
    กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยระหว่างดําเนินการ
    7.2 การทํางานเชื่อมต่อและเดินสายไฟฟ้า ผู้ขายต้องจัดผู้ทํางานช่างเดินสายไฟในอาคาร ที่ได้รับใบอนุญาต 7.3 การทํางานในพื้นที่อับอากาศ ผู้ขายต้องจัดผู้ปฏิบัติงานอย่างน้อย 4 ตําแหน่ง และผ่านการอบรมการ ทํางานในพื้นที่อับอากาศตามตําแหน่งทํางานดังนี้
  • เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในพื้นที่อับอากาศ อย่างน้อย
  • เจ้าหน้าที่ผู้ช่วย อย่างน้อย
  • ผู้ควบคุมการทํางานในพื้นที่อับอากาศ
  • ผู้อนุญาตการทํางานในพื้นที่อับอากาศ
    1
    คน
    1
    คน
    1
    คน
    1
    คน
    7.3.1 ผู้ปฏิบัติงานทุกคนต้องมีใบตรวจสุขภาพจากแพทย์ ไม่เกิน 6 เดือน
    7.3.2 ผู้ปฏิบัติงานต้องมีการประชุมกับผู้ควบคุมงานทุกครั้งก่อนเข้าปฏิบัติงานและจัดเตรียมแผนฉุกเฉิน
    การกู้ภัยการทํางานในสถานที่อับอากาศเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
    Z
    Am.
    كسك
    7.3.3 ผู้ขายต้องมีการตรวจสอบอุปกรณ์ช่วยชีวิตก่อนเข้าปฏิบัติงานทุกครั้งให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน 7.3.4 ขณะการปฏิบัติงานผู้ขายต้องจัดให้มีเครื่องวัดปริมาณอากาศ (Gas detector) และพัดลมเติม อากาศ ตลอดระยะเวลาการปฏิบัติงาน
    7.3.5 ขณะทํางานในพื้นที่อับอากาศ
    โดยต้องสวมใส่เครื่องป้องกันส่วนบุคคลที่เหมาะสมตามความ
    ต้องการของงาน การสวมใส่เชือกช่วยชีวิตให้พิจารณาการปฏิบัติหน้างานเป็นสําคัญ
    7.3.6 ผู้ขายต้องตรวจสอบสภาพของอุปกรณ์และเครื่องมือที่นํามาใช้ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน โดยเฉพาะเครื่องมือทางไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ที่ใช้ไฟฟ้าที่ยกเคลื่อนย้ายได้ต้องได้รับการตรวจโดยช่างไฟฟ้าที่มีคุณสมบัติ
    เหมาะสม
    7.3.7 ผู้ขายต้องปฏิบัติตามการเข้าทํางานตามใบอนุญาตเข้าทํางาน (Work Permit) และแนบแผนงาน ความปลอดภัยหรือแผนการปฏิบัติงานก่อนเข้าทํางานหรือแผนวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย (JSA)
    7.4 ในระหว่างการดําเนินงาน หากมีอุปกรณ์เกิดการชํารุดเสียหายมีความจําเป็นต้องเปลี่ยนหรือแก้ไข ผู้ขาย จะต้องเปลี่ยนหรือแก้ไขให้ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มจากผู้ซื้ออีก
    7.5 สิ่งหนึ่งสิ่งใดมิได้กําหนดไว้ หากเป็นส่วนหนึ่งหรือองค์ประกอบหรือจําเป็นต้องทําหรือเป็นวิสัยที่ต้องทํา
    เพื่อให้ได้งานสําเร็จบริบูรณ์ไปโดยรวดเร็วด้วยดีและถูกต้องตามหลักการช่างที่ดี ผู้ขายจะต้องทําทุกอย่างโดยเต็มที่และ
    ถูกต้องโดยไม่คิดค่างานเพิ่ม
    7.6 การดําเนินการผู้ขายจะต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของท่าอากาศยานอย่างเคร่งครัด และต้องรักษา
    ความสะอาดบริเวณพื้นที่ทํางานอยู่ตลอดระยะเวลาของการดําเนินงาน
    7.7 ผู้ขายต้องทําบัตรรักษาความปลอดภัยเข้าออกพื้นที่ตามระเบียบของ ทอท. โดยที่ผู้ขายเป็นผู้รับผิดชอบ
    ค่าใช้จ่ายในการทําบัตร
  1. การทดสอบ
    ผู้ขายจะต้องทดสอบการทํางานระบบแจ้งเตือนระดับน้ํา โดยมีเจ้าหน้าที่ควบคุมงานเข้าร่วมทดสอบด้วย
    ดําเนินการให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ก่อนที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุจะทําการตรวจรับ ในกรณีที่การทดสอบ เครื่องจักรและอุปกรณ์ไม่ผ่านตามฟังก์ชั่นของวัตถุประสงค์การใช้งาน ผู้ขายต้องซ่อมแซมหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ ทดแทนโดยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการทดสอบเป็นหน้าที่ของผู้ขายทั้งหมด
  2. การฝึกอบรม
    ผู้ขายต้องจัดการฝึกอบรมการใช้งานและการบํารุงรักษาให้กับเจ้าหน้าที่ของ ทอท. โดยมีเอกสารประกอบการ ฝึกอบรม โดยผู้ขายต้องเสนอแผนการฝึกอบรม ระยะเวลาฝึกอบรม ให้กับคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของ ทอท. พิจารณาอนุมัติ ก่อนทําการฝึกอบรม ไม่น้อยกว่า 3 วัน ทั้งนี้ การฝึกอบรมจะต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จ ก่อนส่งมอบ งาน และค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการฝึกอบรมเป็นหน้าที่ของผู้ขายทั้งหมด
  3. หนังสือคู่มือหรือเอกสารที่ต้องส่งมอบในวันส่งมอบสิ่งของในงวดสุดท้ายตามสัญญา
    10.1 หนังสือคู่มือการใช้งาน (Operating Manual) และหนังสือคู่มือการซ่อมบํารุง (Service Manual) เครื่อง ตรวจวัดระดับน้ําพร้อมอุปกรณ์ประกอบการติดตั้งอื่นๆ โดยอย่างน้อยประกอบไปด้วย แผนการบํารุงรักษาตามกําหนด รอบระยะเวลา (รายการตรวจสอบ เปลี่ยนทดแทน ซ่อมบํารุง)
    10.2 รายงานการทดสอบ พร้อมรายงานผลการทดสอบ
    10.3 แบบแผนภาพแสดงการเดินสายไฟ สายสัญญาณ
    Amy.
    کدام
    8
    10.4 บัญชีแนบท้ายรายการครุภัณฑ์ในรูปแบบ Excel File ส่งเป็นเอกสารต้นฉบับ 1 ชุด
    10.5 ผู้ขายต้องจัดทําหนังสือคู่มือหรือเอกสารตามข้อ 10.1-10.3 เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ หากเป็น ภาษาอื่นต้องทําการแปลเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ โดยจัดทําเป็นรูปเล่มที่สมบูรณ์ จํานวน 2 ชุด และจัดทําใน รูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ (Excel Word PDF หรือโปรแกรมตามการใช้งานทั่วไป) จํานวน 2 ชุด ลง Hard/Thumb drive จัดส่งให้ ทอท. ก่อนตรวจรับงาน
  4. กําหนดงานแล้วเสร็จและการแบ่งงวดงาน
    11.1 ผู้ขายต้องทําการส่งมอบงานซื้อพร้อมติดตั้งระบบแจ้งเตือนระดับน้ําให้แล้วเสร็จภายใน 240 วัน นับถัด จากวันลงนามในสัญญา
    11.2 การแบ่งงวดงานและการจ่ายเงินแบ่งออกเป็น 2 งวด ดังนี้
    11.2.1 งวดที่ 1 จ่ายเงินจํานวน 30% ของราคาสิ่งของพร้อมติดตั้งตามสัญญาทั้งหมด เมื่อผู้ขายได้ ดําเนินการติดตั้งเครื่องวัดระดับน้ํา Sensor Level และติดตั้งระบบไฟฟ้าเรียบร้อยแล้ว และคณะกรรมการตรวจรับ พัสดุของ ทอท. ได้ตรวจรับงานไว้เรียบร้อยแล้ว
    11.2.2 งวดที่ 2 จ่ายเงินจํานวน 70% ของราคาสิ่งของพร้อมติดตั้งตามสัญญาทั้งหมด เมื่อผู้ขายได้ ดําเนินการติดตั้งระบบสายสัญญาณ ติดตั้งระบบการประมวลผลและแสดงผลรวมทั้งงานอื่นๆแล้วเสร็จทั้งหมด พร้อม ทั้งทดสอบการใช้งานตามข้อ 8. ฝึกอบรมตามข้อ 9. ส่งมอบสิ่งของและเอกสารตามข้อ 10. และคณะกรรมการตรวจรับ พัสดุของ ทอท. ได้ตรวจรับงานไว้เรียบร้อยแล้ว
  5. อัตราค่าปรับ
    ในกรณีที่ผู้ขายส่งมอบพัสดุพร้อมติดตั้ง ไม่ครบถ้วนตามสัญญา ทอท. จะปรับผู้ขายเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.20 (ศูนย์จุดสองศูนย์) ของราคาค่าสิ่งของพร้อมติดตั้งตามสัญญาทั้งหมด
  6. การรับประกัน
    13.1 ผู้ขายจะต้องรับประกันคุณภาพ และความเสียหาย ที่เกิดขึ้น อันเนื่องมาจากการใช้งานตามปกติวิสัยเป็น เวลา 2 ปี ผู้ขายจะต้องส่งใบรับประกันสินค้าในวันส่งมอบพัสดุ
    13.2 กรณีเกิดความเสียหายเนื่องจากการใช้งานตามปกติวิสัย ผู้ขายจะต้องมาดําเนินการตรวจสอบและแจ้ง แผนการซ่อมแซมภายใน 3 วัน หลังจากได้รับแจ้งจากผู้ซื้อ
    13.3 หากผู้ขายละเลย ล่าช้า เพิกเฉย ไม่ปฏิบัติตามข้อ 13.2 ทอท. ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเข้าดําเนินการเองหรือให้ ผู้หนึ่งผู้ใดดําเนินการแทนโดย ผู้ขาย ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดตามที่ ทอท. เรียกร้องรวมทั้งสงวนสิทธิ์ที่จะ พิจารณาผู้ขายเป็นผู้ละทิ้งงาน
  7. นโยบายต่อต้านคอร์รัปชั่นของ ทอท.
    14.1 คู่ค้าต้องสนับสนุนนโยบายต่อต้านการคอร์รัปชั่นของ ทอท. ที่กําหนดให้บุคลากรทุกคนของ ทอท. ต้อง ไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชั่นในทุกรูปแบบไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม และต้องปฏิบัติตามนโยบายต่อต้านการ
    คอร์รัปชั่นของ ทอท. อย่างเคร่งครัด
    14.2 ห้ามมิให้ผู้เสนอราคาหรือคู่ค้าให้ของขวัญ ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด รวมถึงจ่ายค่าบริการ ต้อนรับ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจในการปฏิบัติหน้าที่หรือส่งผลกระทบต่อการ ดําเนินงานของ บริษัท ให้แก่บุคลากรของ ทอท.

کلام
9
10
15. การดําเนินการตามแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท.
คู่ค้าต้องลงนามรับทราบในเอกสารแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท. (AOT SUPPLIER SUSTAINABLE CODE OF CONDUCT) ตามรายละเอียดแนบท้าย พร้อมทั้งปฏิบัติให้เป็นไปตามแนวทางดังกล่าว เพื่อ ส่งเสริมให้คู่ค้าของ ทอท. มีการดําเนินงานอย่างโปร่งใส มีจริยธรรม เคารพสิทธิมนุษยชน ดูแลชีวอนามัย และคํานึงถึง ความปลอดภัยของลูกจ้าง รวมถึงการดําเนินงานที่อันซึ่งจะส่งผลกระทบถึงชุมชนและสิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องผ่าน การกํากับดูแลกิจการ ทั้งด้านเศรฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
16. นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ ทอท.
ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งต้องปฏิบัติตามประกาศ ทอท. เรื่องนโยบาย การคุ้มครองส่วนบุคคล (AOT Personal Data Protection Policy) และแนวปฏิบัติสําหรับการดําเนินการของผู้ ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของ ทอท.ที่กําหนดไว้ ตลอดจนคําสั่ง ประกาศหรือเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลที่ออกโดย ทอท. ซึ่ง ทอท.จะได้แจ้งให้ทราบต่อไปอย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ผู้รับจ้างสามารถศึกษารายละเอียดของประกาศ และแนวปฏิบัติฯ ดังกล่าวได้ที่ www.airportthai.co.th >เกี่ยวกับ ทอท. >กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของ ทอท. > ประกาศบริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) เรื่อง นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (AOT Personal Data Protection Policy)
17. คุณสมบัติของผู้เสนอราคา
17.1 ผู้เสนอราคาต้องเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย ซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทยในรูปแบบบริษัทจํากัด หรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล
17.2 ผู้เสนอราคาต้องมีผลงานการขายพร้อมติดตั้งเครื่องตรวจวัดระดับน้ํา หรือผลงานการติดตั้งระบบบําบัด น้ําเสียหรือระบบบ่อสูบน้ําเสีย ที่เป็นสัญญาฉบับเดียวในวงเงินไม่น้อยกว่า 1,000,000.- (หนึ่งล้านบาทถ้วน) นับ ย้อนหลังจากวันยื่นเสนอราคาไม่เกิน 5 ปี และเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานรัฐหรือเป็นหน่วยงานเอกชนที่ ทอท.
เชื่อถือ
18. เงื่อนไขที่ผู้เสนอราคาต้องปฏิบัติในวันยื่นซองเสนอราคา
ผู้เสนอราคาต้องจัดส่งรายละเอียดของการยื่นข้อเสนอ ดังต่อไปนี้
18.1 ผู้เสนอราคาต้องส่งเอกสารแสดงผลงานการขายพร้อมติดตั้งเครื่องตรวจวัดระดับน้ํา หรือผลงานการ ติดตั้งระบบบําบัดน้ําเสียหรือระบบบ่อสูบน้ําเสีย ที่เป็นสัญญาฉบับเดียวในวงเงินไม่น้อยกว่า 1,000,000.- (หนึ่งล้าน บาทถ้วน) นับย้อนหลังจากวันยื่นเสนอราคาไม่เกิน 5 ปี และเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานรัฐหรือเป็นหน่วยงาน เอกชนที่ ทอท. เชื่อถือ กรณีหนังสือรับรองผลงานที่ผู้เสนอราคานํามาแสดงเป็นผลงานที่ออกโดยหน่วยงานเอกชน ผู้ รับรองต้องเป็นผู้มีอํานาจของหน่วยงานเอกชนนั้น พร้อมทั้งประทับตราของหน่วยงาน (ถ้ามี) และต้องแนบสําเนา หนังสือสัญญาและเอกสารการเสียภาษี เช่น สําเนาหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือสําเนาใบเสร็จรับเงิน หรือ สําเนาใบกํากับภาษีของสัญญาที่เสนอมา เพื่อประกอบการพิจารณาด้วย
18.2 ข้อเสนอด้านเทคนิค ประกอบด้วย
18.2.1 ผู้เสนอราคาต้องแนบแคตตาล็อกมาให้พิจารณาด้วย ซึ่งจะต้องแสดงคุณสมบัติตามข้อ 4 ทอท.จะ พิจารณาคุณสมบัติเฉพาะ (SPECIFICATION) ที่ปรากฏในแคตตาล็อกหรือหนังสือคู่มือเท่านั้น โดยทําเครื่องหมาย กํากับและระบุข้อให้ชัดเจน กรณีคุณลักษณะเฉพาะที่ ทอท. ต้องการไม่ปรากฏแคตตาล็อกหรือหนังสือคู่มือ ผู้เสนอ ราคาต้องแนบใบรับรองจากบริษัทผู้ผลิต (Manufacture’s Certificate) ยืนยันคุณสมบัติเฉพาะที่ขาดไปแต่ละข้อเป็น
Avit.
کلامه
11
ลายลักษณ์อักษร พร้อมลายเซ็นต์ของผู้มีอํานาจว่าผลิตภัณฑ์มีรายละเอียดตรง ในกรณีการรับรองคุณสมบัติมีข้อมูล ขัดแย้งกับคุณสมบัติที่กําหนดไว้ในแคตตาล็อกหรือหนังสือคู่มือ แล้วไม่มีเหตุผลเพียงพอสาเหตุเพราะความขัดแย้งกัน ทอท. จะถือตามแคตตาล็อกหรือหนังสือคู่มือ
18.2.2 ในกรณีแคตตาล็อกมีหลายรุ่น (MODEL) และ/หรือ OPTION ผู้เสนอราคาต้องระบุให้ชัดเจนโดย พิมพ์เป็นรายงานว่าจะส่งมอบรุ่น และ/หรือ OPTION ใด
19. หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกผู้เสนอราคา
ทอท.พิจารณาตัดสินด้วยเกณฑ์ราคา โดยพิจารณาราคารวมทั้งสิ้น
(นายพัสกร ไวยวิฬา)
วกช.7 สสอ.ฝบร.ทชม.
ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด ( 27 / ม.Y./…..)
My.
(นางพิชญา กาเย็นทรีย์)
จทส.สฃภ.6 สสอ.ฝปร.ทชม.
ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด (27/12.469)
JOEN Edn
(ว่าที่ ร.ต.จีระพันธ์ โปธิกุล)
วกส.6 สฟค.ฝบร.ทชม. ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด (27/12.4/69)
EIAOT
VAOT
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
กระทรวงคมนาคม
โครงการ
งานซื้อพร้อมติดตั้งระบบแจ้งเตือนระดับน้ํา
8
RUNWAY
it
T/W-
T
TARA
TYP
0.
Te
www
| บ
AOT
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
SS : Open o 4 mm
โท 083-181 tiere (6) 2000–4061,004-94
MEBOTE : KUD://www.degerthal.co.th, E-mail: outbioparthot
งาน :
งานซื้อพร้อมติดตั้งระบบแจ้งเตือนระดับน้ํา
แบบแสดง
สารบัญแบบLayout และ รายการที่ผู้รับจ้างต้องรับทราบปฏิบัติ
แบบแสดง
สารบัญ
สารบัญแบบ Layout และ รายการที่ผู้รับจ้างต้องรับทราบปฏิบัติ
Water Level Alarm System Diagram
แผ่นที่
1
2
3
แบบแปลนะระบบไฟฟ้า
4
แบบขยายแปลนไฟฟ้า 12
LO
แบบขยายแปลนไฟฟ้า 22
แบบแปลนระบบสื่อสาร
แบบขยายแปลนระบบสื่อสาร 13
5
6
7
8
9
10
แบบขยาย
11
Typical การเดินท่อ
แบบขยายแปลนระบบสื่อสาร 2/3
แบบขยายแปลนระบบสื่อสาร 33
Layout

  1. มาตรฐานที่กําหนด
    รายการที่ผู้รับจ้างต้องรับทราบปฏิบัติ
    1.1 แบบก่อสร้างเป็นเพียง DIAGRAM แสดงให้เห็นเป็นแนวทางการเดินท้องานระบบไฟฟ้าและ สื่อสาร โดยการเดินท่อและจัดท่อจริงขนาดของแบบช่วงต่อหักเลี้ยวหลบ และขอต่ออาจไม่ได้แสดงไว้ ในแบบ
    1.2 ระยะในแบบเป็นระยะที่วัดจากแบบและพื้นที่ในเบื้องต้นเพื่อประมาณราคาเท่านั้น ผู้รับจ้าง ต้องตรวจสอบโดยวัดขนาดความยาวตามตําแหน่งจริง ณ สถานที่ติดตั้ง และเสนอ Shop Drawing
    กอนทําการติดตัง
    V
    13 ผู้รับจ้างต้องทําการกันพื้นที่เขตก่อสร้างให้ถูกต้องตามมาตรฐานความปลอดภัย เป็นไปตามที่ เจาหนาทีควบคุมงานกําหนด
    1.4 ผู้รับจ้างต้องโยกย้ายและปรับปรุงสาธารณูปโภคที่จําเป็น ในบริเวณก่อสร้าง เพื่อให้ดําเนิน การได้โดยโมกระทบกับการใบงาน
    1.5 ผู้รับจ้างจัดต้องจัดหาช่างฝีมือ ที่มีความชํานาญในงานที่กําหนดให้และต้องทําด้วยความ ปราณีตแข็งแรงสวยงาม
    P

    1.6 การก่อสรางหรือติดตั้งงานระบบต่างๆ ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งและติดต่อประสานงาน กับเจ้า หนาทีทีเกียวของกอนดําเนินการ
    1.7 หากบริเวณข้างเคียงเกิดความเสียหายเนื่องจากการก่อสร้างในครั้งนี้ให้ผู้รับจ้าง ทําการซ่อม แซมให้อยู่ในสภาพดี แข็งแรง สวยงามเหมือนเดิม
    1.8 ให้ผู้รับจางปฏิบัติตามกฎระเบียบและขอบังคับด้านความปลอดภัยของ ทอท.
    1.9 ผู้รับจ้างต้องขออนุมัติวัสดุอุปกรณ์ทั้งหมดดอกรรมการตรวจรับพัสดุกอนด้าเนินการ
  2. มาตรฐานที่กําหนด
    2.1 เครื่องตรวจวัดระดับน้ํา (Level Measurement) จํานวน 12 เครื่อง ต้องเป็นของใหม่ 100% อยู่ในสภาพดี ไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อนและไม่เป็นของเก่าเก็บ
    2.2 วัสดุอุปกรณ์ที่นํามาติดตั้งกับเครื่องตรวจวัดระดับน้ํา จะต้องมีมาตรฐาน หรือมีคุณภาพเทียบ เทากับวัสดุอุปกรณ์เดิม ไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน
    2.3 สายไฟแรงตัวที่ใชงานต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตามมาตรฐาน มอก.11-2553 2.4 ทอโลหะรอยสายไฟฟ้าที่ติดตั้งต้องมีคุณสมบัติตามมาตรฐาน มอก. 770-2533
    2.5 การติดตั้งระบบไฟฟ้า ต้องเป็นไปตามมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสําหรับประเทศไทย (
    มาตรฐาน วสท.2001)
    2.6 วัสดุอุปกรณ์ที่ติดตั้งต้องเป็นของใหม่ 100% ไม่เคยใช้งานมาก่อน
    SCALE :
    อน
    นาย พิช ก เ นทรีย์
    จาร uns a kur. จน
    ออกแบบ
    นาย พัสกร ไวย ฟา
    วก 7 สนง.ทรม
    เขียนแบบ
    นาย พังวร ไวยวิ
    an 7 de du . ทาน
    ผู้ตรวจสอบ :
    นาย ปรัชญา วงจักร
    พอท TH. ทอม
    NTS.
    ฟ!!.
    แผ่นที :
    จํานวนแผนทิ้งหมด :
    01
    11
    แบบเลขที่ :
    สสอ.ฝปร. ทชม. 005/68
    AOT
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    theate
    33 : น เ ก เ Tanker (8) 2536-4111 (0) 2538–4#, #99 2564- MODITE | MARK//www.aporthol.th. E-ma outhroportion, th
    Waste #9
    Warslie # 8
    Wasic #7
    Waste # 6
    Waste # 5
    Waste P 4
    Waste a 3
    Waste # 3
    Vase = [
    งาน :
    PLC

    PL.C
    เร
    A le & ]]
    Fiber optic
    X
    SFP
    Wasle # 12
    PLC

Waste # 10
Pl{
12+
งาน อพร้อมติดตั้งระบบแจ้งเตือนระงับน้ํา
แบบแสดง
สารบัญแบบLayout และ รายการที่ผู้รับจ้างต้องรับทราบปฏิบัติ
SCALE:
Fiber optic
Diagram and Equipment CNX Airport
รายการ รูปภาพประกอบ
1
อุปกรณ์
TV 55 Inches
ออกแบบ
นาย พิชญ นทรีย์
จานสอง สho บ.ทาม
ออกแบ
นาย พัสกร ไวย รา
204 7 Aecur. ทวน
เขียนแบบ :
WATER LEVEL ALARM SYSTEM DIAGRAM
หมายเหตุ : Diagram ดังกล่าวใช้เพื่อเป็นแนวทางเบื้องต้น ในการประมาณราคาและติดตั้งระบบ ทั้งนี้หากผู้รับจ้างมีการติดตั้งไม่เป็นตาม Diagram ดังกล่าวก็สามารถทําได้โดยการเปลี่ยนแปลงนั้นต้องเป็นประโยชน์ต่อ ทอท. โดยต้องขออนุมัติต่อคณะกรรมการก่อนการดําเนินการ
2
Switching 220/24
นาย พัสกร ไวยวิฬา
Ond 7 atur. ทรม
3
PLC and Analog input
4
Radar
ตรวจสอบ :
นาย ปรัชญา วงศ์จักร
ผan de us.
NTS.
Gl
บท
Splitter
แผ่นที่ :
จํานวนแผ่นทั้งหมด :
6
Gateway HMI
02
11
7
Switch hub L2
แบบเลขที่ :
624
X
8
Switch SFP
SFF
สสอ.ฝปร. ทชม. 005/68

9
OE ROAD
8
03
(7
}
ตารางแสดงระยะทางสายไฟฟ้า จาก บ่อ/ถัง ไปยังตู้ควบุคม
ล่าดับ
รายการ
ระยะทางแนวราบ (ม)
1
บ่อรวบรวมน่าเสีย 1
30
2
บบรวบรวมนํ้าย 2
60
3
บ่อรวบรวมนํ้าเสียง
20
4
บ่อรวบรวมนํ้าเสียง
30
5
บ่อรวบรวมน้ําเสีย 5
30
6
7
บ่อรวบรวมน้ําเสีย 6
บ่อรวบรวมน้ําเสีย 7
170
35
B
บ่อรวบรวม า ย 8
30
9
บ่อรวบรวมน้ําเสีย
85
10
ถังเก็บน้ําอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ
10
11
ถังเก็บน้าอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ
10
12
ถังเก็บน้าอาคารสํานักงาน
10
รวมระยะทางแนวราบ
520
ระยะทางแนวดิ่ง
80
รวมระยะทางทั้งหมด
600
5
10
และ
งาน :
AOT
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
13 7 o cc mic che
WEZITE = Mp://www.portal.co.b-ma
sable@rpartthales. It
งานซื้อพร้อมติดตั้งระบบแจ้งเตือนระดับน้ํา
แปลนระบบไฟฟ้า
สายไฟฟ้า
П
หมายเหตุ
1
ตําแหน่งนําเสีย
ตําแหน่งถังเก็บน้ําประปา
[
แบบแสดง
แบบแปลนะระบบไฟฟ้า
SCALE:
1:400
ออกแบ
นาย พิชญา ย นทรีย์
ทส 106 สce Nur. T
ออกแบบ
นาย พัสกร ไวยา
วาร 7 สสอ ฝนร.ทรม
เขียนแบบ :
นาย พัสกร ไทย ฟา
on 7 สสอปร. ทน
ผู้ตรวจสอบ
นาย ปรัชญา จักร
ผลกเสส ฝบท. ท
Borny1.
|
ตําแหน่ง Load Center ติดตั้งใหม่
แผนที่ :
จํานวนแผ่นทั้งหมด
03
11
แบบเลขที่ :
หมายเหตุ : ระยะในแบบเป็นการวัดเบื้องต้นในแบบ เพื่อการประมาณราคาและติดตั้งระบบ ระยะอาจ มีการเปลี่ยนแปลงตามพื้นทีจริง
สสอ.ฝปร. ทชม. 005/68
อ า ย 7
TRANSFOR
แนวเดินสายไฟฟ้าบอน่าเสีย (7)
ถังเก็บน้า 12
แนวเดินสายไฟฟ้าถังเก็บน้ําประปา
บ่อนําเสีย 9
EP8.9
*
.
0

P6
P5
บอนําเสีย 8
แนวเดินสายไฟฟ้าบ่อน้ําเสีย 89
ถังเก็บน11
ถังเก็บนํา 10
CAR
NAN
ALL
MDB-3
MAC ELEG. NO
NOC WIR
RY WALL
แนวเดินสายไฟฟาถังเก็บนําประปา
Dummo
ด้านไห
0
AOT
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
3 WWF S S 100 T. (c) 2535-11 fra (0) 21:335–4001, #8(1), 2934-3645 //www.dieporthooth, E-m tripethoon.th
งาน :
งานซื้อพร้อมติดตั้งระบบแจ้งเตือนระดับ
แบบแสดง
แบบขยายแปลนไฟฟ้า 2/2
SCALE :
1:1000
ออกแบบ
นาย พิชญา า นทรี
AYA 1R8 Raฝนร.ทาน
ออกแบบ
นาย พัสกร ไวยวิฬา
วาร 7 สตอฟบทาน
เรียนแบบ :
นาย หัสกร ไทยพา
วก 7 SH ฝนร.ทาน
ผู้ตรวจสอบ :
นาย ปรัชญา วงจักร์
พอก สสอ. ฝบท. ทอม
@~[.
แผ่นที
05
จํานวนแผ่นทั้งหมด :
11
แบบเลขที่ :
สสอ.ฝปร. ทชม. 005/68
9
FO
8
GHE ROAD
5
4 แส
10-11
115 M
ROAD
3
SFP
PLC12
PLC1-3
TGO 100 ม
สายสัญญา
2
AOT
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
3 : บท 1
Inčuť 000) zimista İnamen: va(1) 2135-1001, #(1) 2–3948|| WESHTE W//www.portal.anth, E-mol [email protected]
งาน :
งาน อพร้อมติดตั้งระบบแจ้งเตือนระดับน้ํา
แบบแสดง :
แบบแปลนระบบสื่อสาร
SCALE :
1:400
ฺลแบบ
นาย ชญา เหรี
จท สากล Re บล.ทร
Darryl.
แบบแสดงตําแหน่งบ่อสูบน้าเสีย/ถังเก็บน้าประปา และแสดงแนวเดินท่อร้อยสายระบบตรวจสอบระดับน้า
Fiber
ตารางแสดงระยะทางแนวราบ จาก บ่อ/ถัง ไปยังจุดแสดงผล
รายการ
ระยะทางแนวราบ (ม)
หมายเหตุ
รายการ
ระยะทางแนว ราบ (4)
หมายเหตุ
1
บ่อรวบรวมน้ําเสีย 1
20
สายสัญญาณ
2
บ่อรวบรวมน้ําเสีย 2
50
สายสัญญาณ
H1-SFP
200
3
บ่อรวบรวมน่าเสีย 3
140
สายสัญญาณ
(ใช้ท่อเดิม 100 ม.)
4
บ่อรวบรวมน่าเสีย
87
สายสัญญาณ
Fiber
5
บ่อรวบรวมน้ําเสีย 5
22
สายสัญญาณ
H2-SFP
364
(เดินสายขึ้นดาดฟ้า
6
บ่อรวบรวมนํ้าเสีย
195
สายสัญญาณ
7
บ่อรวบรวมน้ําเสีย 7
26
สายสัญญาณ
8
บ่อรวบรวมน้ําเสีย 8
123
สายสัญญาณ
H3-SFP
721
Fiber
9
บ่อรวบรวม า ย 9
171
สายสัญญาณ
10
ถังเก็บน้าอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ
50
สายสัญญาณ
H2-SFP
11
ถังเก็บน้ําอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ
100
สายสัญญาณ
12
ถังเก็บน้ําอาคารสํานักงาน
40
สายสัญญาณ
รวมระยะทางแนวราบ
1,024
สายสัญญาณ
ระยะทางแนวดิ่ง
120
สายสัญญาณ
ระยะเผื่อจากแบบ
456
รวมระยะทางทั้งหมด
1,600
สายสัญญาณ
1,285
120
Fiber
Fiber
H1
215
1,620
Fiber
SFP
หมายเหตุ : ระยะในแบบเป็นการวัดเบื้องต้นในแบบ เพื่อการประมาณราคาและติดตั้งระบบ ระยะอาจ มีการเปลี่ยนแปลงตามพื้นทีจริง
ใช้กับ 4-6
1
D1
สายสัญญาณ
สาย Fiber (เดินทอรอยสายใหม่) สาย Fiber (ใช้ท่อร้อยสายเดิม)
สาย HDMI Fiber Optic

ตําแหน่งนําเสีย
ตําแหน่งถังเก็บน้ํา
8
ออกแบบ
นาย พัสกร ไวยริฟา
จาร 7 oa ฝบท.ทาน
เขียนแบบ :
นาย พัสกร ไวย รา
วกช 7 สสอ บร.ทาน
ผู้ตรวจสอบ :
นาย ปรัชญา วงค์จักร
ผลก de ฝนร.ทาน
แผนที่
จํานวนแผ่นทั้งหมด
06
11
Switch hub L2
อุปกรณ์ Switch SFP
ตาแหน่งจอแสดงผล
แบบเลขที่ :
สสอ ฝปร. ทม 005/68
Match Line
บ่อบ้าง
ระยะ 220 ม
9
บ่อน้ําเย
THE 150 ม
00
FKA
GSE. ROAD
ราคา คลังสิน
PLC7-9
a14
B H3
TEF
TRANSFORMER
บ่อนาย 7
ระยะ 35 น
Match Line
6
TAOT
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
195 m) 7 Metabarra zvolím toveved mamma vero show (mm): 66(0) ZA-1 Tweets: 88(0) 255-4061, 0861) 2004-3844 MORE | #p://www.syartihat.26., E-ma
sportth
TVER 215 ม
งาน
งาน อพร้อมติดตั้งระบบแจ้งเตือนระดับน้ํา
แบบแสดง
แบบขยายแปลนระบบสื่อสาร 1/3
ระยะ 450 ม.
ยืดทอกับ
โครงสร้างรั้ว
SCALE:
ชุดวางทอ
0
แบบแสดงตําแหน่งบ่อสูบน้ําเสีย ถังเก็บน้ําประปา และแสดงแนวเดินท่อร้อยสายระบบตรวจสอบระดับน้ํา 1/3
SCALE 1.1000
ออกแบบ :
นาย พิชญา ทรี
จ ส ล 6 eur.
ออกแบบ
นาย พัสกร ไวยวิชา
ก 7 สส us.
เยบแบบ
นาย พัสกร ไวยวา
วอช 7 สสอ บร.ทรม
ผู้ตรวจสอบ :
นาย ปรัชญา วงศ์จักร
Hon สส ฝut. ทรม
1:1000
พ.
แผ่นที :
จํานวนแผ่นทั้งหมด :
07
11
แบบเลขที่ :
สสอ ฝน: ทม 005/68
N
8
HALA
FR
مل
.
บอน่าเสีย 1
แนวเดินสายไฟฟ้าบ่อนํ้าเสีย 12
บอน่าเสีย 6
บ่อนํ้าเสีย 2
-DDG-
0

บอน่าเสีย 3
WA
แนวเดินสายไฟฟ้าบ่อนําเสีย (3
T
Ae
แนวเดินสายไฟฟ้าบ่อนํ้าเสีย
5 6
Q
Q
บ่อนํ้าเสีย 4
PCIE
AOT
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
To t rent sche Tamas-1) (0) 2536-4081, (8) 1304–3000 WESHTE : Nitp//wwpartial.co., E-mail
@th
งาน :
งาน อพร้อมติดตั้งระบบแจ้งเตือนระดับน้ํา
We
O
แบบแสดง
แบบขยายแปลนไฟฟ้า 1/2
SCALE :
.
FMDR
M
แนวเดินสายไฟฟ้าบอน่าเสีย
ALL CLE
ARTA, HALL
Np5
FARMPORT
0
0
1:1000
นาย พิชญา นทรี
TA uns ส น าม
ออกแบบ
นาย ทัสกร ไวยวิฬา
การ 7 สาย ฝา ทาน
เขียนแบบ :
นาย พัสกร ไวยา
one 7 Age Au.ทอม
บ่อน้ําเสีย 5
ตรวจสอบ
นาย ปรัชญา วงศ์จัก
Han de Ahs. v
แผนที่ :
04
แบบเลขที่ :
0
Prompt.
จํานวนแผ่นทั้งหมด :
11
สสอ. ฝบท. ทชม. 005/68
Match Line
ระยะ 215 ม
0
บอย 5
TUE 110 ม
11 01
D
++
P6
3P5
tch Line
บ่อน้ําเสีย 4
SEEE 120
MOB-1
PLC4-6,10-11
12
ระยะ 80 ม.
0
0

D2
0
3

GW HMI
ระยะ 115 ม
Display 07
แบบแสดงตําแหน่งบ่อสูบน้ําเสีย ถังเก็บน้ําประปา และแสดงแนวเดินท่อร้อยสายระบบตรวจสอบระดับน้ํา 2/3
SCALE
1 1000
ดวางทอ
.

рость
งาน :
AOT
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
14
: 10:10 น. ห Inační, 065) 2530–50) 2535-4081, 89(0) 2004-3544 TRtg://www.apothol.th, E-mail: anthosperitat.cath
งาน อพร้อมติดตั้งระบบแจ้งเตือนระดับน้ํา
แบบแสดง
แบบขยายแปลนระบบสื่อสาร 2/3
SCALE :
1:1000
ระ
นอน บ
นาย พิชญา กาเยนทรีย์
ล้อ 6 ฟิe Aur, ท
ออกแบบ
นาย พัสกร ไวยวิหา
AOT 7 สอบทา
เขียนแบบ :
นาย พัสกร ไวยวิหา
วาร 7 สาย นร.ทาน
ເກ ົາຕອນ
นาย ปรัชญา จักร
พอก สฉ ฝาท. ทร
Drift.
แผนที่ :
จํานวนแผ่นทั้งหมด :
11
08
แบบเลขที
สสอ.ฝปร.ทชม 005/68
Do
0
Btch Line
10

co
ระยะ 120 ม
EMOB
0
0
10-11
0
。。
ระยะ 80 ม
12
T
GW HMI
D2
Display 02
ระยะ 115 ม
GSE ROAD
3
บ่อน้ําเสีย 3
ระยะ 200 น
DODG
wa
We

ระยะ 220 ม
MOB-
PLC1-3
ระยะ 100 ม
อะ
บอน้า..ย 2
ระยะ 100 ม./
บ่อนาย 1
ระยะ 30 ม
2
12
GW HMI
D1
ขุดวางทอ
SFP
Display 01
6 70 ม
SF กวางทอ
PLC12
แบบแสดงตําแหน่งบ่อสูบน้ําเสีย ถังเก็บน้ําประปา และแสดงแนวเดินท่อร้อยสายระบบตรวจสอบระดับน้ํา 3/3
SCALE
1:1000
Match Line
ที่จอดรถพนักงาน

AOT
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
339 mj 7 escuchergineni waku vakt z 10210
[weiter: 5000 255-1 (U) 7938–4091, 66(0) 2004–3048 WEBSITE: http://www.otportal.com.th, Entral lockportalom
งาน :
งานชื่อพร้อมติดตั้งระบบแจ้งเตือนระดับน้ํา
แบบแสดง :
แบบขยายแปลนระบบสื่อสาร 3/3
SCALE :
1:1000
ออกแบค:
นาย พีรญา ทรีย์
จะสากล สุดadue.tru
ออกแบ
นาย พัสกร ไวยวิ
วช 7 สายฝนร.ทน
เขียนแบบ
หาย พัสกร ไวยกีฬา
วกช 7 สสอ บร. ทน
ตรวจสอบ
นาย ปรัชญา วงจัก
ผลก สสอ บร.กรม
shop.
02
แผนที่ :
จํานวนแผ่นทั้งหมด :
09
11
แบบเลขที
สสอ.ฝปร.ทม. 005/58
สกัดฝาท่อและพื้น วางท่อและสายงานระบบ
เหล็กชุบ Gavanized [| 2x2 Support
07
อุปกรณ์ วัดระดับน้ํา
แบบแปลนแสดงการติดตั้งอุปกรณ์วัดระดับน้ํา
อุปกรณ์วัดระดับน่า
NOT TO SCALE
AOT
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
U 43 คน ใน 1 - 100 ประไทร Sun: 66(0) 5-11 ; 00(0) 253-4081, 96(E) #304-35-40 WÊEH CUẸ & HRg<//www.aportthal.com, E-not sathia@ku kaparkthalam.
สกัดฝาท่อและฟัน วางท่อและสายงานระบบ
งาน :
งาน อพร้อมติดตั้งระบบแจ้งเตือนระดับน้ํา
อุปกรณ์วัดระดับ า
แบบแสดง :
แบบขยาย
4.20
รูปตัดตามขวางแสดงการติดตั้งอุปกรณ์วัดระดับน้ํา
NOT TO SCALE
SCALE :
Cอกลบบ
นาย หิรญา ทานรี
จส.สune สส ฝร. ทวน

Lat
0.15
L :
คอนกรีต 320 KSC
REGA
0.60
ทรายหยาบ

  • TIGA
    – amisa
    sal
    0:10
  • 0.15 –
    iT HOPE PN10 จนด 2 นิ้ว
    ทรายหยา
    ลอบบ
    นาย พัสกร ไทยพา
    วช 7 สสอ ฝบท.ทรม
    เขียนแบบ
    นาย หั ก ไ วิฬา
    3กร 7 สสอÀมร. ทรม
    ผู้ตรวจสอบ :
    นาย ปรัชญา วงศ์จักร
    พอท ส อ บ ท
    รูปตัดตามยาว แสดงการการติดตั้งอุปกรณ์วัดระดับน้ํา
    NOT TO SCALE
    หมายเหตุ : แบบขยายดังกล่าวเป็นแบบมาตรฐานเบื้องต้นผู้รับจ้างต้องสํารวจแต่ละจุดติดตั้งและเสนอแบบให้อนุมัติก่อนดําเนินการ
    แบบขยาย
    งานวางท่อใต้ดินถนน
    แผนที่ :
    10
    แบบเลขที
    NTS
    Amy.
    จํานวนแผ่นทั้งหมด
    11
    สสอ. ผบร. ทชม. 005/68
    4
    COUPLING
    LOCK NUT
    SQUARE BOX
    EMT CONDUIT
    CONNECTOR EMT
    BUSHING
    IMC CONDUIT
    FLAT PLATE FITTING
    LOCK NUI
    TYPICAL INSTALLATION FOR CONDUIT CONNECTED WITH BOX SCALE
    NTS.
    CONDUTT
    4290
    DETAIL “A”
    PULL BOX
    DETAIL “A”
    CONDUIT
    4200-
    MG_EXPANSION BOLT & NUT
    M10 GALVANIZED STEEL, ROD
    M10 GALVANIZED STEEL ROD
    STRUT CLAMP
    M10 GALVANIZED STEEL ROD
    SUPPORT STRUT CHANNEL 43x25 mm
    DISTANCE OF SUPPOTR 1500mm.(MAX)
    TYPICAL INSTALLATION FOR CONDUIT CONNECTED WITH SUPPORT
    SCALE
    NTS.
    CONDUIT
    SUPPORT STRUT CHANNEL 425 mm
    SECTION
    [NG EXPANSION BOLT & NUT
    STRUT CLAMP
    TYPICAL INSTALLATION FOR CONDUIT CONNECTED WITH PULL BOX
    TYPICAL INSTALLATION SUPPORT FOR EXPOSED CONDUIT UNDER FLOOR SLAB
    SCALE
    NTS,
    SCALE
    NTS.
    Typical การเดินท่อ
    AOT
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    กศน เพ : ประช
    Time: 66(0)7835-in Tren; deco) 2536–4084, 9(6) 2204-3646
    MEBSITE = http://www.airportia.co.th. El colbieloporttal.an.th
    งาน :
    งาน อพร้อมติดตั้งระบบแจ้งเตือนระดับน้ํา
    แบบแสดง :
    Typical การเดินท่อ
    SCALE :
    GOLUT :
    นาย ร บ
    จาก สร 6 te บร.กรม
    กลบบ
    นาย พัสกร ไทย
    กร 7 สส ฝยว.ทาน
    เขียนแบบ +
    นาย พัสกร ไวยวิฬา
    ont 7 ส ฝนร.ทน
    ตรวจสอบ :
    นาย ปรัชญา วงศ์จักร
    ผล สอ ฝาท
    NTS.
    [
    แผ่นที่ :
    จานวนแผน งหมด :
    11
    11
    แบบเลขที
    สสอ.ฝปร.ทชม 005/68
    AOT
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) Airports of Thailand Public Company Limited
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางาน สําหรับผู้รับจ้าง
    ดาวน์โหลดข้อบังคับและคู่มือว่าด้วย
    ความปลอดภัยในการทํางาน สําหรับผู้รับจ้าง
    ฝ่ายความปลอดภัยในการทํางานและอาชีวอนามัย
    ปรับปรุงครั้งที่ 2 ปีงบประมาณ 2566 (ม.ค.66)
    Rev.02
    AOT
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางาน สําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2
    ปีงบประมาณ 2566
    จัดทําโดย
    ฝ่ายความปลอดภัยในการทํางานและอาชีวอนามัย (ปอ.)
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    รับรองโดย
    นายนิตินัย ศิริสมรรถการ
    กรรมการผู้อํานวยการใหญ่
    10 มกราคม 2566
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66)
    คํานํา
    -ก-
    ตามกฎกระทรวงการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคล เพื่อดําเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการ พ.ศ.2565 หมวดที่ 3 หน่วยงานความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน ข้อ 40(3) ที่กําหนดให้หน่วยงานความปลอดภัยจัดทําคู่มือว่าด้วย ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานของสถานประกอบการ เพื่อใช้กํากับดูแลการดําเนินงาน ภายในสถานประกอบกิจการให้เป็นไปตามกฎหมาย
    ฝ่ายความปลอดภัยในการทํางานและอาชีวอนามัย (ฝปอ.) ได้จัดทําข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัย ในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 เพื่อกํากับควบคุมการปฏิบัติงานที่มีความเสี่ยงของผู้รับจ้าง ที่เข้ามาทํางานในพื้นที่ ทอท. ได้ใช้เป็นแนวทางในการดําเนินการเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทํางานและปฏิบัติ ให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่กฎหมายกําหนด
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    ฝ่ายความปลอดภัยในการทํางานและอาชีวอนามัย
    ม.ค.66
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66)
    สารบัญ
    -ข-
    เรื่อง 1. วัตถุประสงค์
  1. ขอบเขต
  2. นิยาม
  3. อ้างอิง
  4. การควบคุมการปฏิบัติ
    5.1 ข้อกําหนดทั่วไปสําหรับผู้รับจ้างทุกประเภทที่ต้องปฏิบัติ
    5.2 ข้อกําหนดเฉพาะงาน
    5.2.1 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับความร้อนและประกายไฟ (เอกสารแนบ 1) 5.2.2 กรณีปฏิบัติงานในที่อับอากาศ (เอกสารแนบ 2)
    5.2.3 กรณีปฏิบัติงานบนที่สูงตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป (เอกสารแนบ 3)
    5.2.4 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า (เอกสารแนบ 4)
    5.2.5 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคน
    ขึ้นทํางานบนที่สูงและเครื่องช่วยยกต่าง ๆ รวมทั้งงานซ่อมบํารุง (เอกสารแนบ 5)
    5.2.6 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่นและรถเฮียบ (เอกสารแนบ 6) 5.2.7 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับสารเคมีและวัตถุอันตราย (เอกสารแนบ 7) 5.2.8 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานประดาน้ํา (ปฏิบัติงานที่ความลึกตั้งแต่ 3 เมตร – 90 เมตร
    (เอกสารแนบ 8)
    5.2.9 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีก่อไอออน และเครื่องกําเนิดรังสีเอกซเรย์ (เอกสารแนบ 9) 5.2.10 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานก่อสร้างอื่น ๆ ให้การปฏิบัติเป็นไปตามกฎกระทรวง กําหนด
    มาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง พ.ศ.2564 และกฎหมายความปลอดภัยฯ อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมด้วย

    หน้า
    1
    1
    2
    2
    3
    3
    8
    9
    11
    13
    15
    17
    22
    26
    27
    28
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
  • ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66)
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง
  1. วัตถุประสงค์ (Purpose)
    -1-
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้างฉบับนี้ ใช้เป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อควบคุม การปฏิบัติงานที่มีความเสี่ยง จัดทําขึ้นสําหรับให้ผู้รับจ้างชั้นต้นและผู้รับจ้างช่วงที่เข้ามาทํางานในพื้นที่ ทอท. ได้ใช้ เป็นแนวทางในการดําเนินการเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทํางานและปฏิบัติได้ถูกต้อง ครบถ้วน ตามที่กฎหมายกําหนด โดยมีรายละเอียดที่สําคัญคือ การปฏิบัติด้านความปลอดภัยในการทํางานของงานที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายต่าง ๆ และเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย ข้อห้าม และข้อแนะนําในการปฏิบัติงานที่ปลอดภัย รวมถึงการรายงานการเกิดอุบัติเหตุ ของผู้รับจ้างเพื่อให้ ทอท. ได้ทราบ
  2. ขอบเขต (Scope)
    2.1 ข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ใช้กับผู้รับจ้างที่เข้ามาปฏิบัติงานกับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) หรือ ทอท. เพื่อให้การปฏิบัติงานเกิดความปลอดภัยและควบคุมการเกิดปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อมในการปฏิบัติงาน ดังนั้น ผู้รับจ้างต้องศึกษาและทําความเข้าใจ รวมถึงต้องปฏิบัติงานตามข้อกําหนดต่าง ๆ ในเอกสารชุดนี้อย่างเคร่งครัด
    2.2 ประเภทผู้รับจ้างตามข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ แบ่งเป็น 4 ประเภทคือ
    2.2.1 ผู้รับจ้างทั่วไปที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ได้แก่
    (1) งานจ้างเหมาแรงงานเพื่องานด้านเอกสาร (Outsource)
    (2) งานทําความสะอาดที่ไม่เป็นการทํางานบนที่สูง
    (3) งานอื่น ๆ ที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. และเป็นงานที่ไม่เข้าข่ายตามข้อ 2.2.2
    2.2.2 ผู้รับจ้างงานความเสี่ยงสูงที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ได้แก่
    (1) งานก่อสร้าง ต่อเติม ติดตั้ง ซ่อม ซ่อมบํารุง ดัดแปลง หรือรื้อถอนอาคาร สนามบิน อุโมงค์ สะพาน ท่อระบายน้ํา โทรศัพท์ ไฟฟ้า ก๊าซ ประปา หรือสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ รวมทั้งการเตรียมการหรือการวางรากฐานของการก่อสร้าง

    (2) งานขนส่งคนโดยสารหรือสินค้า รวมทั้งการบรรทุกขนถ่ายสินค้า
    (3) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับความร้อนและประกายไฟ
    (4) การปฏิบัติงานในที่อับอากาศ
    (5) การปฏิบัติงานบนที่สูงตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป
    (6) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า
    (7) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง
    และเครื่องช่วยยกต่าง ๆ รวมทั้งงานซ่อมบํารุงเครื่องจักร
    (8) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่นและรถเฮียบ
    (9) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับสารเคมีและวัตถุอันตราย
    (10) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานประดาน้ํา (ปฏิบัติงานที่ความลึกตั้งแต่ 3 เมตร - 90 เมตร)
    (11) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีก่อไอออน และเครื่องกําเนิดรังสี
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66)
    (12) งานที่มีความเสี่ยงอื่น ๆ ตามที่ ทอท. กําหนดในภายหลัง (ถ้ามี)
    -2-
    ซึ่งผู้รับจ้างที่มีงานเกี่ยวข้องกับลําดับที่ (1) – (12) ตามข้อ 2.2.2 นี้ ต้องปฏิบัติเพิ่มเติมตามเอกสารแนบที่เกี่ยวข้องกับงาน ท้ายข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้หรือเอกสารอื่น ๆ ที่ ทอท. ได้กําหนดเพิ่มเติมในแต่ละพื้นที่
    2.2.3 ผู้รับจ้างของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ได้แก่ ผู้รับจ้างที่เข้ามาก่อสร้าง ต่อเติม ติดตั้ง ซ่อม ซ่อมบํารุง ดัดแปลง หรือรื้อถอนสิ่งต่าง ๆ ภายในพื้นที่เช่าของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ซึ่งผู้รับจ้างประเภทนี้ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ ในข้อ 5.1.19 และปฏิบัติตามหลักความปลอดภัยฯ ที่ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ได้กําหนดไว้ กรณีที่ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ยังไม่ได้กําหนดไว้ ให้ผู้รับจ้างของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ได้ถือปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยฯ ที่เกี่ยวข้องควบคู่กับข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้
    2.2.4 ผู้รับจ้างหรือผู้ปฏิบัติงานอื่น ๆ ที่ไม่ได้กล่าวถึงในข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของ ฝปอ., สมอ. หรือ สมอ. ในแต่ละพื้นที่ของ ทอท. เป็นผู้กําหนดเพิ่มเติม
  3. นิยาม (Definition)
    3.1 ทอท. หมายถึง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    3.2 ฝปอ. หมายถึง ฝ่ายความปลอดภัยในการทํางานและอาชีวอนามัย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) 3.3 ฝมอ. หมายถึง ฝ่ายมาตรฐานท่าอากาศยานและอาชีวอนามัย ของแต่ละท่าอากาศยานที่ ทอท. กํากับดูแล 3.4 สมอ. หมายถึง ส่วนมาตรฐานท่าอากาศยานและอาชีวอนามัย ของแต่ละท่าอากาศยานที่ ทอท. กํากับดูแล 3.5 จป. ย่อมาจาก เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางาน หมายถึง เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกําหนด
    3.6 ผู้รับจ้าง หมายถึง ผู้รับจ้าง (Contractor), ผู้รับจ้างช่วง (Sub-Contractor), งานจ้างเหมาแรงงานเพื่องานด้านเอกสาร (Outsource), ผู้รับเหมา, ผู้ขาย, ผู้ให้บริการจากภายนอก, หน่วยงานหรือบุคคลอื่นๆ ที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ตามสัญญาจ้าง หรือเข้ามาทํากิจกรรมใดๆ หรือเข้ามาใช้ประโยชน์ใดๆ ในพื้นที่ของ ทอท. ยกเว้นผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ซึ่งไม่เข้าข่ายตามนิยาม ข้อ 3.6 นี้
    3.7 ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. หมายถึง กลุ่มลูกค้าของ ทอท., ผู้ประกอบการสายการบินที่มีการเช่าพื้นที่ของ ทอท. 3.8 ผู้รับจ้างของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. หมายถึง ผู้รับจ้างที่ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ได้ว่าจ้างมาเพื่อดําเนินการต่าง ๆ ให้ เช่น การปรับปรุงพื้นที่ภายในบริเวณพื้นที่เช่า เป็นต้น
    3.9 PPE ย่อมาจาก Personal Protective Equipment หมายถึง อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล ซึ่งใช้สําหรับสวมใส่ขณะปฏิบัติงานตามกฎหมายและตามการประเมินความเสี่ยงของงานซึ่งได้กําหนดไว้
    3.10 JSA ย่อมาจาก Job Safety Analysis หมายถึง การวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย
  4. อ้างอิง (Reference)
    4.1 พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ.2554
    4.2 กฎกระทรวงภายใต้พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ.2554 4.3 กฎกระทรวงภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานที่เกี่ยวข้องกับงานด้านความปลอดภัยฯ
    4.4 กฎหมายและมาตรฐานอื่น ๆ ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน

    4.5 มาตรฐานสากลด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย เช่น ISO 45001, NIOSH, OSHA, ACGIH ฯลฯ
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66)
  5. การควบคุมการปฏิบัติ
    5.1 ข้อกําหนดทั่วไปสําหรับผู้รับจ้างทุกประเภทที่ต้องปฏิบัติ
    -3-
    5.1.1 ผู้รับจ้างทุกประเภทที่เข้ามาปฏิบัติงานให้กับ ทอท. จะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบความปลอดภัยที่ ทอท. ได้กําหนดไว้ใน “ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง” ฉบับนี้ โดยถือเป็นข้อกําหนด ขั้นพื้นฐานของการปฏิบัติงานให้เกิดความปลอดภัย หากการปฏิบัติใดที่ ทอท. ไม่ได้ระบุไว้ใน “ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วย ความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง” ฉบับนี้ ให้ถือปฏิบัติตาม “กฎหมายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทํางานที่เกี่ยวข้องทุกฉบับ” เป็นระเบียบปฏิบัติขั้นพื้นฐาน ในกรณีที่ข้อกําหนดใดถูกกําหนดไว้ทั้ง ในส่วนของ “ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง” และ “กฎหมายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน” ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามข้อบังคับหรือข้อกําหนดที่ดีกว่าเพื่อการปฏิบัติ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการทํางานของผู้ปฏิบัติงานและผู้ที่เกี่ยวข้อง หากมีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม ข้อกําหนดดังกล่าว จะถูกลงโทษตามกฎระเบียบต่อไป
    5.1.2 ผู้รับจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คนขึ้นไปที่เข้ามาปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ต้องจัดให้มีระบบการจัดการ ด้านความปลอดภัยในการทํางานตามที่ได้กําหนดไว้ใน กฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานเกี่ยวกับระบบการจัดการ ด้านความปลอดภัย พ.ศ.2565 ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบไปด้วย
    (1) นโยบายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน
    (2) การจัดการองค์กรด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน (3) แผนงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานและการนําไปปฏิบัติ (4) การประเมินผลและทบทวนการจัดการด้านความปลอดภัย
    (5) การปรับปรุงและพัฒนาระบบการจัดการด้านความปลอดภัย
    5.1.3 ให้ผู้รับจ้างดําเนินการให้เป็นไปตามระบบการจัดการด้านความปลอดภัยในการทํางาน ตามข้อ 5.1.2 และให้ผู้รับจ้างมีหน้าที่ดังต่อไปนี้
    (1) ควบคุมดูแลการดําเนินงานตามระบบการจัดการด้านความปลอดภัยในการทํางาน
    (2) ส่งเสริมให้ลูกจ้างทุกคนมีส่วนร่วมในการดําเนินการตามระบบการจัดการด้านความปลอดภัยในการทํางาน (3) ให้ผู้รับจ้างจัดทําเอกสารเกี่ยวกับระบบการจัดการด้านความปลอดภัยในการทํางานตามข้อ 5.1.2 เก็บไว้ในสถานประกอบกิจการเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปีนับจากวันที่จัดทําหรือจนกว่างานจะแล้วเสร็จในโครงการนั้น ๆ และพร้อมที่จะได้รับการตรวจสอบจากพนักงานตรวจแรงงานหรือจาก ทอท. ได้ทุกเมื่อ โดยเอกสารฯ จะจัดทําในรูปแบบ
    ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ด้วยก็ได้
    ในการทํางานได้
    (4) ผู้รับจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างสามารถเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบการจัดการด้านความปลอดภัย
    หมายเหตุ : กรณีที่ผู้รับจ้างได้จัดให้มีระบบการจัดการด้านความปลอดภัยตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) มาตรฐานขององค์การมาตรฐานสากล (International Standardization for Organization : ISO) มาตรฐานของ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization : ILO) มาตรฐานของสถาบันมาตรฐาน สหราชอาณาจักร (British Standards Institution : BSI) มาตรฐานของสํานักงานบริหารความปลอดภัยและ อาชีวอนามัยแห่งชาติ (Occupational Safety and Health Administration : OSHA) มาตรฐานของสถาบัน
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56)
    -4-
    มาตรฐานแห่งชาติประเทศสหรัฐอเมริกา (American National Standards Institute : ANSI) มาตรฐานของประเทศ ออสเตรเลียและประเทศนิวซีแลนด์ (Australia Standards/New Zealand Standards: AS/NZS) มาตรฐานของ สมาพันธ์การกําหนดมาตรฐานของประเทศแคนาดา (Canadian Standards Association: CSA) หรือมาตรฐานอื่นที่ เทียบเท่าตามที่กฎหมายกําหนด ให้ถือว่าได้จัดให้มีระบบการจัดการด้านความปลอดภัยตามข้อกําหนด 5.1.2 นี้แล้ว
    5.1.4 ลูกจ้างของผู้รับจ้างต้องผ่านการอบรมด้านความปลอดภัยฯ จากหน่วยงานด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. หรือผู้ที่ ทอท. ได้มอบหมายให้ดําเนินการด้านความปลอดภัยฯ แทน ก่อนเริ่มปฏิบัติงาน
    สําหรับงานโครงการขนาดใหญ่ที่มีระบบควบคุม มีวิธีการทํางานที่ได้มาตรฐาน ไม่ส่งผลกระทบต่อ พื้นที่ใกล้เคียงโดยตรงหรือเป็นพื้นที่ที่ถูกกําหนดให้เป็นเขตก่อสร้างที่มีรั้วรอบขอบชิด เป็นเสมือนพื้นที่หนึ่งที่มี บริหารจัดการภายในโดยผู้รับจ้างเอง การจัดฝึกอบรมด้านความปลอดภัยฯ ผู้รับจ้างสามารถดําเนินการอบรม ด้านความปลอดภัยในการทํางานให้กับพนักงานของตนเองได้ แต่ต้องได้รับการเห็นชอบจาก ทอท. ที่ทําหน้าที่กํากับดูแล งานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานก่อน (ฝปอ. สมอ. หรือ สมอ.) จึงจะสามารถดําเนินการ ฝึกอบรมได้ และให้ส่งผลการอบรมให้กับ ทอท. ได้รับทราบ
    5.1.5 กรณีผู้รับจ้าง (Contractor) ได้ว่าจ้างผู้รับจ้างช่วง (Sub-Contractor) ให้ดําเนินการใด ๆ แทน ไม่ว่าจะดําเนินการบางส่วนหรือดําเนินการแทนทั้งหมดนั้น ผู้รับจ้าง (Contractor) ต้องกํากับควบคุมการปฏิบัติงาน ของผู้รับจ้างช่วง (Sub-Contractor) ทั้งหมดให้เป็นไปตาม “ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางาน สําหรับผู้รับจ้าง” ฉบับนี้ เสมือนว่าผู้รับจ้างช่วง (Sub-Contractor) ที่ได้ว่าจ้างมาเป็นพนักงานของผู้รับจ้างเอง
    5.1.6 ก่อนการปฏิบัติงานในแต่ละงาน ผู้รับจ้างจะต้องมีการชี้บ่งอันตรายหรือการประเมินความเสี่ยง ที่อาจได้รับในการปฏิบัติงาน โดยใช้ JSA หรือแบบประเมินอันตรายอื่น ๆ ที่ ทอท. ให้การยอมรับและส่ง JSA หรือแบบ ประเมินอันตรายนั้น ๆ ให้เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยของ ทอท. หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ดําเนินการแทนด้านความปลอดภัย เพื่อพิจารณาก่อนเริ่มงานหรือโครงการ และให้นํามาตรการที่กําหนดใน JSA หรือแบบประเมินอันตรายนั้น ๆ มาเป็น มาตรการขั้นพื้นฐานในการปฏิบัติงานอย่างปลอดภัยทุกครั้ง และผู้รับจ้างต้องนํามาตรการที่ระบุไว้มาสื่อสารให้กับ
    ผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างได้รับทราบ
    5.1.7 การขออนุญาตก่อนเริ่มงาน กรณีงานของผู้รับจ้างเป็นงานความเสี่ยงสูง เช่น การปฏิบัติงานในที่อับอากาศ การปฏิบัติงานบนที่สูง งานขุดเจาะ งานที่ก่อให้เกิดความร้อนและประกายไฟ งานเกี่ยวกับไฟฟ้า งานเกี่ยวกับเครื่องจักร หรือ งานอื่น ๆ ที่กําหนดให้ต้องขออนุญาตก่อนเริ่มงาน ต้องจัดให้มีการทําใบอนุญาตก่อนปฏิบัติงานทุกครั้ง ดังนี้
    (1) กรณีเป็นงานที่ ทอท. เป็นผู้กํากับควบคุมการปฏิบัติงานความเสี่ยงสูงของผู้รับจ้างเอง ให้ ฝปอ. ผมอ หรือ สมอ. เป็นผู้กําหนดหรือเป็นผู้กํากับควบคุมการออกใบอนุญาตร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง


    (2) กรณีเป็นงานโครงการขนาดใหญ่ที่มีระบบควบคุม มีวิธีการทํางานที่ได้มาตรฐาน ไม่ส่งผลกระทบต่อ พื้นที่ใกล้เคียงโดยตรงหรือพื้นที่ที่ถูกกําหนดให้เป็นเขตก่อสร้างที่มีรั้วรอบขอบชิด เป็นเสมือนพื้นที่หนึ่งที่มีการบริหาร จัดการภายในโดยผู้รับจ้างเอง ทอท. จะพิจารณาให้ผู้รับจ้างได้กํากับควบคุมระบบการขออนุญาตการทํางานที่มีความเสี่ยงสูง ให้อยู่ภายในโครงการเองได้ โดยไม่ต้องแจ้งการขออนุญาตเข้าทํางานที่มีความเสี่ยงสูงแก่ ทอท. แต่ให้เก็บหลักฐาน ที่เกี่ยวข้องกับการขออนุญาตงานความเสี่ยงสูงต่าง ๆ ไว้ให้สามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา
    5.1.8 ผู้รับจ้างจะต้องควบคุมและตรวจสอบการปฏิบัติงานตลอดเวลาในช่วงที่มีการปฏิบัติงานด้วยความเคร่งครัด เพื่อป้องกันและลดโอกาสการเกิดอุบัติการณ์ (Incident) ในการทํางาน
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66)
    -5-

    5.1.9 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับต่าง ๆ และผู้เกี่ยวข้องอื่น ๆ ตามที่ กฎหมายด้านความปลอดภัยกําหนด ดังนี้
    ประเภทกิจการ
    กิจการตามบัญชี 2 ท้ายกฎกระทรวง การจัดให้
    มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคลเพื่อ
    ดําเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบ
    กิจการ พ.ศ.2565 เช่น กิจการลําดับที่
  6. การก่อสร้าง ดัดแปลง การซ่อมแซม
    หรือการรื้อถอนอาคารตามกฎหมายว่าด้วย
    การควบคุมอาคาร
  7. อุตสาหกรรมการขนส่ง
  8. การติดตั้ง การซ่อม หรือการซ่อม
    บํารุงเครื่องจักร
  9. การขายและการบํารุงรักษายานยนต์
    หรือการซ่อมยานยนต์
    คณะกรรมการความ
    ปลอดภัยๆ (คปอ.)
    หน่วยงาน
    ความปลอดภัย
    จป.บริหาร
    จป.เทคนิค
    จป.เทคนิคขั้นสูง
    จป.วิชาชีพ
    จป.หัวหน้างาน
    จํานวนลูกจ้าง
    2-19 คน


    20-49 คน

    50-99 คน

    100-199 คน
    V


    200 คนขึ้นไป

    ปู

    20 คนขึ้นไป
    กิจการตามบัญชี 3 ท้ายกฎกระทรวง การจัดให้
    มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางาน
    บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคลเพื่อ
    นําเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบ กิจการ พ.ศ.2565 เช่น กิจการลําดับที่
  10. สํานักงานบริหารของสถานประกอบกิจการ
    ตามบัญชี 1 และบัญชี 2
    หมายเหตุ
  11. / หมายถึง กําหนดให้ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีบุคลากรและทําหน้าที่ตามที่กฎหมายกําหนด
  12. งานอื่น ๆ ซึ่งไม่เข้าข่ายตามประเภทกิจการตามบัญชี 2 และ 3 ท้ายกฎกระทรวง การจัดให้มีเจ้าหน้าที่ ความปลอดภัยในการทํางาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคลเพื่อดําเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการ พ.ศ.2565 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับหัวหน้างานอย่างน้อย 1 คนทําหน้าที่เป็น
    ผู้ประสานงานด้านความปลอดภัย
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66)
    -6-
    5.1.10 ทอท. สามารถเข้าตรวจสอบพื้นที่การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างได้ตลอดเวลา เพื่อตรวจสอบสภาพแวดล้อม การทํางาน, สํารวจพื้นที่ปฏิบัติงานหรือสํารวจพฤติกรรมการทํางานของผู้ปฏิบัติงาน รวมทั้งแจ้งให้ผู้รับจ้างทราบถึง สภาพแวดล้อมในการทํางานที่ไม่ปลอดภัยเพื่อหยุดงานชั่วคราวได้ เมื่อพบว่าการปฏิบัติงานหรือสภาพแวดล้อมในการทํางาน ไม่ปลอดภัย ซึ่งผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการแก้ไขโดยด่วน เพื่อที่จะให้งานกลับมาอยู่ในสภาพที่ปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงาน
    5.1.11 ผู้รับจ้างต้องดําเนินการจัดหา PPE ให้ผู้ปฏิบัติงานได้สวมใส่ มีจํานวนเพียงพอ เหมาะสมตามกฎหมายและ ตามความเสี่ยงของประเภทงานที่ได้กําหนดไว้ และ PPE ต้องได้มาตรฐานไม่ต่ํากว่าที่กฎหมายหรือมาตรฐานสากลกําหนด รวมทั้งต้องกํากับควบคุมให้ผู้ปฏิบัติงานสวมใส่ PPE ตลอดระยะเวลาทํางาน
    5.1.12 ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบความปลอดภัยฯ ของพื้นที่ปฏิบัติงานที่อยู่ในความรับผิดชอบเป็นประจํา 5.1.13 ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบการทํางานของพนักงานในความรับผิดชอบของตนเป็นประจํา สม่ําเสมอ หากเกิดอุบัติเหตุจากการทํางาน ให้แจ้งรายงานการเกิดอุบัติเหตุแก่ผู้ควบคุมงานของ ทอท. และหน่วยงานด้านความ ปลอดภัยของ ทอท. (ฝปอ., สมอ. หรือ สมอ.) ทราบทันทีหลังจากเกิดเหตุ เช่น ทางโทรศัพท์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ หรือเอกสาร และร่วมกันสอบสวนอุบัติเหตุโดยด่วน เพื่อให้ทราบถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ ลักษณะการเกิดอุบัติเหตุ ความเสียหายหรือการบาดเจ็บ และวิธีป้องกันการเกิดอุบัติเหตุซ้ําด้วย
    5.1.14 ห้ามพนักงานของผู้รับจ้างกระทําผิดกฎระเบียบหรือผิดกฎหมาย เช่น นําอุปกรณ์สําหรับการพนันเข้ามา ในพื้นที่ ทอท. หรือเล่นการพนัน, ลักทรัพย์, ทะเลาะวิวาท, ทําร้ายร่างกาย, ทําลายทรัพย์สินของ ทอท. ผู้มาติดต่อ ลูกค้า ผู้ใช้บริการ หรือของผู้รับจ้างรายอื่น ซึ่งเป็นการกระทําที่ผิดกฎระเบียบและผิดกฎหมายในเขตพื้นที่ของ ทอท.
    5.1.15 การตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงาน (ใบรับรองผลการตรวจสุขภาพหรือใบรับรองแพทย์) ทอท. กําหนดประเภท ใบรับรองแพทย์ออกเป็น 2 ประเภท คือ ใบรับรองแพทย์ทั่วไป เป็นใบรับรองแพทย์ที่ตรวจโดยแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง ซึ่งมีอายุการรับรองไม่เกิน 1 เดือนนับจากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์ และใบรับรองแพทย์เฉพาะทาง/ใบรับรองแพทย์ ตามปัจจัยเสี่ยง เป็นใบรับรองแพทย์ที่ตรวจโดยแพทย์ที่ได้รับวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน
    แขนงอาชีวเวชศาสตร์หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ ตามหลักสูตรที่กระทรวงสาธารณสุขรับรอง ซึ่งมีอายุ การรับรองไม่เกิน 1 ปีนับจากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์
    สําหรับการปฏิบัติงานทั่วไป ทอท. ไม่ได้กําหนดให้มีการส่งผลการตรวจสุขภาพ ยกเว้นการปฏิบัติงาน ดังต่อไปนี้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานและให้ดําเนินการส่งผลการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานในวันแรก ที่ผู้รับจ้างเข้ามาทํางานในพื้นที่ ทอท.
    (1) การทํางานบนที่สูงตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป ได้แก่ งานเช็ดกระจกอาคาร, งานทาสี, งานตัดแต่งกิ่งไม้บนที่สูง งานซ่อมบํารุงสะพานเทียบ, งานเปลี่ยนหลอดไฟหรือโคมฉาย, การปฏิบัติงานบนนั่งร้าน, การปฏิบัติงานบนรถกระเช้า, การปฏิบัติงานบนรถกระเช้าขากรรไกร (Scissors lift), งานประดาน้ําซึ่งปฏิบัติงานที่ความลึกตั้งแต่ 3 เมตร - 90 เมตร และการปฏิบัติงานอื่น ๆ ที่ ทอท. อาจมีการกําหนดเพิ่มเติมในภายหลัง ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงาน อย่างน้อยต้องเป็นการตรวจสุขภาพทั่วไปโดยแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง (ใบรับรองแพทย์ทั่วไป) ทั้งนี้ ผู้รับจ้างสามารถนําผลการ ตรวจสุขภาพจากที่ทํางานเดิมที่มีระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือนนับจากวันที่ระบุในใบรับรองผลการตรวจสุขภาพมาใช้ยืนยันผล
    การตรวจสุขภาพครั้งนี้ได้
    (2) การทํางานกับกัมมันตภาพรังสี, การทํางานกับสารเคมีอันตรายตามบัญชีรายชื่อที่อธิบดีกระทรวง แรงงานกําหนด, การทํางานเกี่ยวกับจุลชีวันเป็นพิษที่อาจเป็นเชื้อไวรัส แบคทีเรีย รา หรือสารชีวภาพอื่น ๆ และการทํางาน
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66)
    -7-
    ในสภาพแวดล้อมอื่นที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพลูกจ้าง ซึ่ง ทอท. อาจมีการกําหนดเพิ่มเติมในภายหลัง ผู้รับจ้าง ต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานซึ่งตรวจโดยแพทย์ที่ได้รับวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน
    แขนงอาชีวเวชศาสตร์หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ ตามหลักสูตรที่กระทรวงสาธารณสุขรับรอง (ใบรับรองแพทย์เฉพาะทาง/ใบรับรองแพทย์ตามปัจจัยเสี่ยง)
    (3) เฉพาะการทํางานในที่อับอากาศ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานซึ่งตรวจโดย
    แพทย์ที่ได้รับวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติสาขาเวชศาสตร์ป้องกันแขนงอาชีวเวชศาสตร์หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์
    ตามหลักสูตรที่กระทรวงสาธารณสุขรับรอง (ใบรับรองแพทย์เฉพาะทาง/ใบรับรองแพทย์ตามปัจจัยเสี่ยง) และ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพโดยแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งเพิ่มเติม (ใบรับรองแพทย์ทั่วไป) เพื่อเป็นการ ตรวจเช็คร่างกายก่อนการเข้าไปทํางานในที่อับอากาศทุกครั้ง
    5.1.16 ห้ามผู้รับจ้างสูบบุหรี่ในพื้นที่ซึ่ง ทอท. กําหนดให้เป็นเขตห้ามสูบบุหรี่ เช่น พื้นที่หวงห้าม พื้นที่เขตการบิน พื้นที่ที่กําหนดว่าห้ามทําให้เกิดความร้อนและประกายไฟ สถานที่เก็บเชื้อเพลิง สารเคมี สารไวไฟ ยกเว้นในบริเวณที่ ทอท.
    ได้กําหนดให้เป็นเขตสูบบุหรี่
    5.1.17 การเข้า-ออกพื้นที่ของผู้รับจ้างในเขตพื้นที่ ทอท. (พื้นที่ทั่วไป พื้นที่ควบคุม และพื้นที่เขตก่อสร้าง)
    (1) การเข้า - ออกเพื่อปฏิบัติงานในพื้นที่ของ ทอท. ผู้รับจ้างต้องใช้ประตูและเส้นทางที่ ทอท. กําหนดให้ (2) ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัย
    อย่างเคร่งครัด
    (3) ต้องติดบัตรอนุญาตบุคคลของ ทอท. ไว้ที่เสื้อบริเวณจุดที่มองเห็นได้ง่ายและชัดเจนตลอดเวลา พร้อมให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตรวจสอบได้ตลอดเวลาที่เข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท.
    5.1.18 การแลกบัตร/การจัดทําบัตรอนุญาตบุคคลและการผ่านเข้าออกของยานพาหนะ ให้ผู้รับจ้างร่วมกับ เจ้าหน้าที่ควบคุมงานของ ทอท. ประสานงานกับหน่วยงานด้านการรักษาความปลอดภัยของแต่ละท่าอากาศยาน เพื่อดําเนินการให้เป็นไปตามกฎระเบียบของแต่ละพื้นที่ต่อไป
    5.1.19 หลักปฏิบัติด้านความปลอดภัยสําหรับผู้รับจ้างของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ที่เข้ามาสร้าง ติดตั้ง ต่อเติม รื้อถอนสิ่งต่าง ๆ ภายในพื้นที่ของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ให้ดําเนินการตามที่ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. กําหนด ซึ่งข้อกําหนดดังกล่าวต้อง สอดคล้องตามกฎหมายความปลอดภัยฯ ในกรณีผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ยังไม่ได้กําหนดแนวทางการปฏิบัติ ให้ผู้รับจ้างของ ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ได้ปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยฯ ที่เกี่ยวข้องควบคู่กับข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ ยกเว้น การปฏิบัติ ดังต่อไปนี้ที่ผู้รับจ้างของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อกําหนดที่ ทอท. ได้กําหนด ประกอบด้วย
    (1) การขออนุญาตก่อนเริ่มงาน (work permit) ให้เป็นไปตามหลักปฏิบัติที่แต่ละพื้นที่ท่าอากาศยานเป็นผู้กําหนด (2) การเข้า-ออกพื้นที่ในเขตพื้นที่ ทอท. (พื้นที่ทั่วไป พื้นที่ควบคุม และพื้นที่เขตก่อสร้าง) ให้เป็นไปตาม หลักปฏิบัติที่แต่ละพื้นที่/ท่าอากาศยานเป็นผู้กําหนด
    (3) การผ่านเข้า-ออกของยานพาหนะ ให้เป็นไปตามหลักปฏิบัติที่แต่ละพื้นที่/ท่าอากาศยานเป็นผู้กําหนด
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -8-
    5.2 ข้อกําหนดเฉพาะงาน
    ซึ่งเป็นข้อกําหนดที่ผู้รับจ้างต่าง ๆ ต้องปฏิบัติเพิ่มเติม หากงานที่ผู้รับจ้างเข้ามาดําเนินกิจกรรมในพื้นที่ ทอท. เกี่ยวข้อง
    กับกิจกรรมตามหัวข้อด้านล่างนี้
    5.2.1 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับความร้อนและประกายไฟ
    โดยผู้รับจ้างสามารถเลือกหัวข้อเพื่อดําเนินการเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ได้แก่
    (เอกสารแนบ 1)
    (เอกสารแนบ 2)
    5.2.3 กรณีปฏิบัติงานบนสูงตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป
    (เอกสารแนบ 3)
    (เอกสารแนบ 4)
    5.2.2 กรณีปฏิบัติงานในที่อับอากาศ
    5.2.4 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า
    5.2.5 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคน
    ขึ้นทํางานบนที่สูงและเครื่องช่วยยกต่าง ๆ รวมทั้งงานซ่อมบํารุง

    5.2.6 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่นและรถเฮียบ
    5.2.7 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับสารเคมีและวัตถุอันตราย..
    (เอกสารแนบ 5)
    …. (เอกสารแนบ 6)
    (เอกสารแนบ 7)
    (เอกสารแนบ 9)
    5.2.8 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานประดาน้ํา (ปฏิบัติงานที่ความลึกตั้งแต่ 3 เมตร – 90 เมตร) (เอกสารแนบ 8) 5.2.9 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีก่อไอออน และเครื่องกําเนิดรังสี 5.2.10 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง ให้ปฏิบัติตามข้อ 5.2.1 – 5.2.9 เฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องควบคู่ กับกฎหมายและมาตรฐานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -9- เอกสารแนบ 1
5.2.1 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับความร้อนและประกายไฟ
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหารจัดการและ
ดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ.2555 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการ อาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้

  1. ดําเนินการขอ “ใบอนุญาตการทํางานที่มีความร้อนและประกายไฟ (Hot work)” ก่อนเริ่มปฏิบัติงาน
    ซึ่งรายละเอียดการขอใบอนุญาตให้เป็นไปตามที่กําหนดในข้อ 5.1.7
  2. พื้นที่ที่มีก๊าซ ไอ หรือฝุ่นละอองที่ติดไฟหรือระเบิดได้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจวัด % LEL (ปริมาณ เปอร์เซ็นต์ของสารไวไฟ) และผลการตรวจวัดต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของค่าความเข้มข้นขั้นต่ําของสารเคมีแต่ละชนิด ในอากาศที่อาจติดไฟหรือระเบิดได้ (LFL : lower flammable limit และ LEL : lower explosive limit) กรณีพื้นที่ใด มีการกําหนดมาตรฐานไว้ดีกว่าข้อกําหนดในฉบับนี้ ให้ถือปฏิบัติตามข้อกําหนดที่ดีกว่า
  3. ก่อนใช้เครื่องเชื่อมไฟฟ้าและเครื่องเชื่อมก๊าซ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้
    3.1 ต้องจัดเตรียมถังดับเพลิงที่เหมาะสมกับประเภทของไฟ และมี Fire Rating ไม่น้อยกว่า 6A-20B ในจํานวนที่เพียงพอกับความเสี่ยงที่ทําการประเมิน แต่ต้องจัดให้มีอย่างน้อย 2 ถังต่อจุดปฏิบัติงานหนึ่งจุด
    3.2 จัดให้มีอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลให้ลูกจางสวมใส่อย่างเพียงพอและเหมาะสมตามที่ กฎหมายและการประเมินความเสี่ยงได้กําหนด
    และแสงจา
    3.3 จัดพื้นที่ปฏิบัติงานไม่ให้มีวัสดุที่ติดไฟงายวางอยู่ใกล้บริเวณที่มีการทํางานความร้อนและประกายไฟ 3.4 จัดให้มีฉากกั้นหรืออุปกรณ์ป้องกันอันตรายอื่น ๆ ที่เหมาะสม เพื่อป้องกันอันตรายจากประกายไฟ
  4. ผู้รับจ้างต้องบํารุงรักษา PPE ให้มีสภาพพร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัย และจัดให้ผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง ได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับวิธีการใช้และบํารุงรักษา PPE
  5. ต้องจัดให้มีแสงส่องสว่างที่เพียงพอในพื้นที่ปฏิบัติงาน
  6. ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลไม่ให้ลูกจ้างหรือผู้ซึ่งไม่เกี่ยวของเขาไปในบริเวณที่มีการทํางานด้วยเครื่องเชื่อมไฟฟา หรือเครื่องเชื่อมก๊าซ
  7. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีมาตรการด้านความปลอดภัยและควบคุมดูแลผู้ปฏิบัติงานให้ปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัด
    เมื่อใช้เครื่องเชื่อมไฟฟาหรือเครื่องเชื่อมการในบริเวณที่อาจจะก่อให้เกิดอันตรายจากการระเบิด เพลิงไหม หรือ ไฟลุกลามจากก๊าซ น้ํามัน หรือวัตถุไวไฟอื่น ๆ
  8. ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานทํางานเกี่ยวกับเครื่องเชื่อมไฟฟา ผู้รับจ้างตองปฏิบัติดังต่อไปนี้
    8.1 จัดให้มีการต่อสายดินกับโครงโลหะของเครื่องเชื่อมไฟฟ้าที่ต่อจากอุปกรณ์การเชื่อม ทั้งนี้ ขนาดของ สายดิน ต้องไม่ต่ํากว่ามาตรฐานของการไฟฟ้าในท้องถิ่นนั้น กรณีที่ไม่มีมาตรฐานดังกล่าว ให้ปฏิบัติตามมาตรฐานของ
    สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ
    8.2 จัดสถานที่ปฏิบัติงานให้มีแสงสวางและมีการระบายอากาศอย่างเหมาะสม
    8.3 จัดให้มีการใช้สายดิน สายเชื่อม หัวจับสายดิน และหัวจับลวดเชื่อม ตามขนาดและมาตรฐานที่ผู้ผลิตกําหนด
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    .
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -10-
    8.4 จัดสายไฟฟาและสายดินให้หางจากการบดทับของยานพาหนะ น้ํา หรือที่ชื้นแฉะ หากไม่สามารถ หลีกเลี่ยงได้ ต้องจัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันความเสียหายข้างตน
  9. ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานทํางานเกี่ยวกับเครื่องเชื่อมการ ผู้รับจ้างตองปฏิบัติดังต่อไปนี้
    9.1 ติดตั้งและตรวจสอบอุปกรณ์ควบคุมความดันและมาตรวัดความดันที่เหมาะสมและถูกต้องกับชนิดของการ 9.2 ตรวจสอบการรั่วไหล การหลุดหลวม การสึกหรอของอุปกรณ์ หรือสภาพที่ไม่ปลอดภัยทุกครั้ง หากพบวาไมปลอดภัยตองทําการแก้ไข
    9.3 จัดทําเครื่องหมาย สี หรือสัญลักษณ์ที่ทอสงกาซ หัวเชื่อม หรือหัวตัด ให้เป็นแบบและชนิดเดียวกัน 9.4 ต้องวางถังในแนวตั้ง ห้ามวางถังก๊าซในแนวนอนเด็ดขาด เพราะจะทําให้วาล์วควบคุมแรงดันภายในถัง ไม่ทํางาน ทําให้ก๊าซที่ออกมามีแรงดันสูงกว่าปกติ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการระเบิดหรือเกิดไฟไหม้อย่างรุนแรงได้
  10. ในการต่อถังบรรจุกาซไวไฟหลายถังเขาด้วยกัน ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันเปลวไฟยอนกลับ (Flashback arrestor) ติดไวระหว่างหัวตอกับอุปกรณ์ควบคุมการลดกําลังดัน รายละเอียดการติดตั้งเป็นไปดังภาพ
    อ้างอิง :
    3
    ภาพการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันไฟย้อนกลับ (Flashback arrestor) 4 ชิ้นในเครื่องเชื่อมก๊าซแบบต่อพ่วง 2 ถัง
    : กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย
    และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ํา พ.ศ.2564 (กระทรวงแรงงาน) และ มาตรฐานความปลอดภัยการเชื่อม สํานักเทคโนโลยีความปลอดภัย กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กระทรวง
    อุตสาหกรรม)
  11. ผู้รับจ้างต้องดูแลถังบรรจุกาซทุกชนิดให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัยตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กรณีที่ไม่มี มาตรฐานดังกล่าว ให้การปฏิบัติเป็นไปตามกฎหมายหรือกฎระเบียบด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท.
  12. อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) ให้ดําเนินการดังนี้
    ป้องกันความร้อน
    12.1 การทํางานที่มีความร้อนเกินมาตรฐานที่กําหนด ให้สวมใส่ชุดแต่งกาย รองเท้า และถุงมือสําหรับ
    12.2 งานที่มีแสงตรงหรือแสงสะท้อนจากแหล่งกําเนิดหรือดวงอาทิตย์ที่มีแสงจ้าเข้านัยน์ตาโดยตรง ให้สวมใส่แว่นลดแสงหรือกระบังหน้าลดแสง
    12.3 งานที่ทําในสถานที่มืด ทึบ และคับแคบ ให้สวมใส่หมวกนิรภัยที่มีอุปกรณ์ส่องแสงสว่าง 12.4 งานที่มีระดับเสียงเกินมาตรฐานที่กําหนด ให้สวมใส่ปลั๊กลดเสียงหรือที่ครอบหูลดเสียง
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -11-
    5.2.2 กรณีปฏิบัติงานในที่อับอากาศ
    เอกสารแนบ 2
    เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหารจัดการ และ ดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับที่อับอากาศ พ.ศ. 2562 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้
  13. ผู้รับจ้างหรือผู้ใดจะเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่อับอากาศ จะต้องผ่านการอบรมหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย ในการทํางานในที่อับอากาศ เช่น หลักสูตรผู้ปฏิบัติงานในที่อับอากาศ, หลักสูตรผู้ช่วยเหลือในการทํางานในที่อับอากาศ จากสถาบันที่ได้รับการรับรองจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ซึ่งพื้นที่อับอากาศ มีความหมายดังนี้
    พื้นที่อับอากาศของ ทอท. หมายถึง ที่ซึ่งมีทางเข้าออกจํากัดและไม่ได้ออกแบบไว้สําหรับเป็นสถานที่ทํางาน อย่างต่อเนื่องเป็นประจํา และมีสภาพอันตรายหรือมีบรรยากาศอันตราย เช่น อุโมงค์ ถ้ํา บ่อ หลุม ห้องใต้ดิน ห้องนิรภัย ถังน้ํามัน ถังหมัก ถัง ไซโล ท่อ เตา ภาชนะ หรือสิ่งอื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน
    ดังต่อไปนี้
    สภาพอันตราย หมายถึง สภาพหรือสภาวะที่อาจทําให้ลูกจ้างได้รับอันตรายจากการทํางานอย่างใดอย่างหนึ่ง
    (1) มีวัตถุหรือวัสดุที่อาจก่อให้เกิดการจมลงของลูกจ้างหรือถมทับลูกจ้างที่เข้าไปทํางาน (2) สภาพที่อาจทําให้ลูกจ้างตก ถูกกัก หรือติดอยู่ภายใน
    (3) มีสภาวะที่ลูกจ้างมีความเสี่ยงที่จะได้รับอันตรายจากบรรยากาศอันตราย
    (4) สภาพอื่นใดที่อาจเป็นอันตรายต่อร่างกายหรือชีวิตตามที่อธิบดีประกาศกําหนด บรรยากาศอันตราย หมายถึง สภาพอากาศที่อาจทําให้ลูกจ้างได้รับอันตรายจากสภาวะอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้
    (1) มีออกซิเจนต่ํากว่าร้อยละ 19.5 หรือมากกว่าร้อยละ 23.5 โดยปริมาตร
    (2) มีก๊าซ ไอ หรือละอองที่ติดไฟหรือระเบิดได้ เกินร้อยละ 10 ของค่าความเข้มข้นขั้นต่ําของสารเคมี แต่ละชนิดในอากาศที่อาจติดไฟหรือระเบิดได้ (lower flammable limit หรือ lower explosive limit) กรณีพื้นที่ใดมี การกําหนดมาตรฐานไว้ดีกว่าข้อกําหนดในฉบับนี้ ให้ถือปฏิบัติตามข้อกําหนดที่ดีกว่า
    (3) มีฝุ่นที่ติดไฟหรือระเบิดได้ ซึ่งมีค่าความเข้มข้นเท่ากับหรือมากกว่าค่าความเข้มข้นขั้นต่ําสุดของฝุ่น ที่ติดไฟหรือระเบิดได้แต่ละชนิด (minimum explosible concentration)
    (4) มีค่าความเข้มข้นของสารเคมีแต่ละชนิดเกินมาตรฐานที่กําหนดตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐาน ในการบริหารจัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับสารเคมี
    พ.ศ.2556
    (5) สภาวะอื่นใดที่อาจเป็นอันตรายต่อร่างกายหรือชีวิตตามที่อธิบดีประกาศกําหนด
  14. ผู้ใดจะเข้าปฏิบัติงานในที่อับอากาศ ต้องจัดให้มีใบรับรองแพทย์จํานวน 2 ใบ ดังนี้
    2.1 ใบรับรองแพทย์ทั่วไป ตรวจโดยแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง ซึ่งมีอายุใบรับรองต้องไม่เกิน 1 เดือนนับ จากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์ และ
    2.2 ใบรับรองแพทย์เฉพาะทาง/ใบรับรองแพทย์ตามปัจจัยเสี่ยง ตรวจโดยแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ ซึ่งอายุ การรับรองของใบรับรองแพทย์ต้องไม่เกิน 1 ปี นับจากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -12-
  15. ก่อนเข้าไปปฏิบัติงานในที่อับอากาศ ต้องจัดให้มีการขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร และต้องได้รับอนุญาต จากผู้มีอํานาจในการอนุญาต ซึ่งรายละเอียดการขอใบอนุญาตให้เป็นไปตามที่กําหนดในข้อ 5.1.7
  16. ผู้อนุญาต ผู้ควบคุมงานหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเกี่ยวกับการทํางานในที่อับอากาศต้องจัดให้มีการตรวจสอบ พื้นที่และต
    จะตรวจวัดสภาพอากาศเกี่ยวกับการทํางานในที่อับอากาศตามรายละเอียดในใบอนุญาต
  17. ผู้รับจ้างจะสามารถปฏิบัติงานได้ก็ต่อเมื่อได้มีการตรวจสอบสภาพหน้างานแล้วเท่านั้น โดยผู้รับจ้างต้อง ดําเนินการจัดเตรียมสภาพแวดล้อมในการทํางานให้ปลอดภัยหรือมีความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ซึ่งต้องไม่พบสภาพแวดล้อม การทํางานตามความหมายในข้อ 1 ในพื้นที่ปฏิบัติงานนั้น
    กรณีพบสภาพแวดล้อมการทํางานข้อใดข้อหนึ่งหรือหลายข้อตามความหมายของพื้นที่อับอากาศที่ระบุไว้ในข้อ 1
    ให้ผู้รับจ้างดําเนินการดังต่อไปนี้
  • ห้ามบุคคลใดเข้าไปในที่อับอากาศ
  • กรณีมีผู้ปฏิบัติงานอยู่ระหว่างการทํางานในที่อับอากาศ ให้ผู้รับจ้างนําลูกจ้างออกจากบริเวณดังกล่าว - ประเมินและค้นหาสาเหตุของการเกิดสภาพอันตรายหรือบรรยากาศอันตราย
  • ดําเนินการเพื่อทําให้สภาพอากาศในที่อับอากาศนั้นไม่มีบรรยากาศอันตราย เช่น การระบายอากาศ
    หรือการปฏิบัติตามมาตรการอื่นเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการทํางานแก่ลูกจ้าง

กรณีจําเป็นต้องลงไปปฏิบัติงานในที่อับอากาศโดยมีสภาพแวดล้อมเป็นไปตามความหมายที่ระบุไว้ใน
ข้อ 1 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่มีจํานวนเพียงพอ เหมาะสม และเป็น อุปกรณ์ที่เป็นไปตามกฎหมายหรือมาตรฐานการปฏิบัติงานในที่อับอากาศได้กําหนดไว้
6. การปฏิบัติงานในที่อับอากาศแต่ละงาน ต้องจัดให้มีการชี้บ่งอันตรายหรือการประเมินความเสี่ยงเกี่ยวกับการ ทํางานในที่อับอากาศ ซึ่งอาจใช้ JSA หรือวิธีการอื่น ๆ มาใช้ในการชี้บ่งอันตรายหรือการประเมินความเสี่ยงได้ และ ต้องนําผลการประเมินดังกล่าวมาสื่อสารและปฏิบัติด้วย ซึ่งมาตรฐานการปฏิบัติต้องไม่ต่ํากว่าที่กฎหมายกําหนด
7. ระยะเวลาในการปฏิบัติงานในที่อับอากาศให้เป็นไปตามวิธีปฏิบัติงานของแต่ละพื้นที่ของ ทอท. เป็นผู้กําหนด 8. ทีมผู้ช่วยเหลือของผู้รับจ้างเกี่ยวกับการทํางานในที่อับอากาศจะต้องสามารถสื่อสารกับผู้ปฏิบัติงานภายในได้ ตลอดเวลา หากพื้นที่ปฏิบัติงานนั้นไม่สามารถสื่อสารได้โดยตรง ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีวิทยุหรือเครื่องมือสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ และเหมาะสมตลอดเวลาที่มีการปฏิบัติงานในที่อับอากาศ
9. อุปกรณ์ช่วยเหลือหรืออุปกรณ์ช่วยชีวิตทุกชนิดต้องมีสภาพพร้อมใช้งาน ซึ่งก่อนนํามาใช้งานแต่ละครั้ง
อุปกรณ์ดังกล่าวต้องผ่านการตรวจสอบสภาพก่อนทุกครั้ง
10. ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมอุปกรณ์สําหรับระบายอากาศให้เพียงพอสําหรับกิจการที่ผู้รับจ้างดําเนินการภายใน ที่อับอากาศ
11. ผู้รับจ้างต้องมีใบรายชื่อของผู้ที่จะเข้าทํางานในที่อับอากาศที่ผ่านการอบรมอย่างถูกต้องแสดงไว้ที่ทางเข้า
ที่อับอากาศพร้อมกับแขวนบัตรประจําตัวที่ทางเข้าที่อับอากาศให้สามารถตรวจสอบได้
12. ห้ามบุคคลใดที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้าไปในพื้นที่อับอากาศ
13. ผู้รับจ้างต้องเตรียมไฟแสงสว่างที่ใช้ในที่อับอากาศที่มีแรงดันไฟฟ้าไม่เกิน 24 โวลต์ (AC/DC) 14. เครื่องมือหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่นําเข้าไปใช้งานในพื้นที่อับอากาศต้องเป็นชนิดป้องกันการระเบิด (Explosion Proof)
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -13-
5.2.3 กรณีปฏิบัติงานบนที่สูงตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป
เอกสารแนบ 3
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ ดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน ในสถานที่ที่มีอันตรายจากการตกจากที่สูงและ ที่ลาดชัน จากวัสดุกระเด็น ตกหล่น และพังทลาย และจากการตกลงไปในภาชนะเก็บหรือรองรับวัสดุ พ.ศ. 2564 ประกอบกับกฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับนั่งร้านและค้ํายัน พ.ศ. 2564 และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้าง ที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ดําเนินการดังนี้

  1. การทํางานบนที่สูง ต้องจัดให้มีการขอใบอนุญาตการทํางานบนที่สูงก่อนเริ่มปฏิบัติงาน ซึ่งรายละเอียด การขอใบอนุญาตให้เป็นไปตามที่กําหนดในข้อ 5.1.7
  2. การตรวจสุขภาพของการปฏิบัติงานบนที่สูง กรณีเป็นการปฏิบัติงานบนที่สูงที่ความสูงน้อยกว่า 4 เมตร ทอท. ไม่ได้กําหนดให้มีการตรวจสุขภาพ เว้นแต่สัญญาจ้างใดจะกําหนดเพิ่มเติมว่าต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพในงานนั้น ๆ ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติเพิ่มเติมเป็นกรณีไป กรณีที่ผู้รับจ้างจะปฏิบัติงานบนที่สูงตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป ได้แก่ งานเช็ด กระจกอาคาร, งานทาสี, งานตัดแต่งกิ่งไม้, งานซ่อมบํารุงสะพานเทียบ, งานเปลี่ยนหลอดไฟหรือโคมฉาย, การปฏิบัติงาน บนนั่งร้าน, การปฏิบัติงานบนรถกระเช้า, การปฏิบัติงานบนรถกระเช้าขากรรไกร (Scissors lift) และการปฏิบัติงานบนที่สูงอื่น ๆ ซึ่ง ทอท. อาจมีการกําหนดเพิ่มเติมในภายหลัง ต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานและมีใบรับรองการตรวจสุขภาพ (ใบรับรองแพทย์) อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
    2.1 มีใบรับรองแพทย์ทั่วไปโดยแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง ซึ่งอายุการรับรองของใบรับรองแพทย์ประเภทนี้ มีอายุไม่เกิน 1 เดือน นับจากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์ หรือ
    2.2 มีใบรับรองแพทย์เฉพาะทาง/ใบรับรองแพทย์ตามปัจจัยเสี่ยง ที่เกี่ยวข้องกับการทํางานบนที่สูง ตรวจ โดยแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ ซึ่งอายุการรับรองของใบรับรองแพทย์ประเภทนี้มีอายุไม่เกิน 1 ปี นับจากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์ คําอธิบายเพิ่มเติม : ใบรับรองแพทย์สําหรับการทํางานบนที่สูงใช้เฉพาะครั้งแรกของการเริ่มงานหรือเริ่มโครงการเท่านั้น ในรอบ 1 ปี เช่น บริษัท A เป็นผู้รับจ้างงานเช็ดกระจกของสํานักงานใหญ่ ทอท. มีสัญญาจ้าง 1 ปี เริ่มปฏิบัติงานครั้งแรก วันที่ 1 มกราคม และจะสิ้นสุดเดือนธันวาคม โดยการทํางานจะเข้ามาทํางานทุก ๆ 3 เดือนต่อครั้ง หรือ 1 ปีจะเข้ามา ทํางานเช็ดกระจกเพียง 4 ครั้ง ซึ่งก่อนเริ่มงานครั้งแรกในเดือนมกราคมตามสัญญาจ้าง ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจ สุขภาพเพื่อการทํางานบนที่สูงหรือหากมีใบรับรองแพทย์อยู่แล้วและเป็นใบรับรองแพทย์ตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 อย่างใด อย่างหนึ่ง ก็สามารถนํามาแนบกับใบอนุญาตก่อนเริ่มปฏิบัติงานได้ แต่ใบรับรองแพทย์นั้นต้องไม่หมดอายุตามที่ได้กําหนดไว้ ในข้อ 2.1 และ 2.2 กรณีผู้รับจ้างจะเข้ามาปฏิบัติงานในครั้งถัดไป คือครั้งที่ 2, 3 และ 4 ผู้รับจ้างไม่ต้องแนบใบรับรองแพทย์มาก ได้ ยกเว้นทางแต่ละพื้นที่หรือแต่ละท่าอากาศยานจะกําหนดให้มีการตรวจสุขภาพเพิ่มเติมหรือให้แนบใบรับรองแพทย์ เพิ่มเติมนอกเหนือจากที่ได้กําหนดไว้ในข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ (ที่มาของคําอธิบายเพิ่มเติมโดยส่วนบริการทางการแพทย์
    ฝ่ายการแพทย์ ทอท.)
  3. การทํางานบนที่สูงจากพื้นดินหรือพื้นอาคารตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีนั่งร้าน บันได ขาหยั่ง ม้ายืนหรืออุปกรณ์ความปลอดภัยอื่น ๆ ตามความเหมาะสม เช่น กระเช้า รถกระเช้า ที่มีความปลอดภัยตามสภาพของงาน
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -14-
    ให้กับผู้ปฏิบัติงานในการทํางานนั้น ๆ หรือจัดให้มีเชือกช่วยชีวิตและเข็มขัดนิรภัยพร้อมอุปกรณ์หรือเครื่องป้องกันอื่นใด ที่มีลักษณะเดียวกัน ให้ผู้ปฏิบัติงานใช้ในการทํางานเพื่อให้เกิดความปลอดภัย
  4. ในกรณีผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานทํางานในสถานที่ที่ผู้ปฏิบัติงานอาจได้รับอันตรายจากการพลัดตกหรือถูก วัสดุพังทับ เช่น การทํางานบนหรือในเสา ตอมอ เสาไฟฟ้า ปล่อง หรือคานที่มีความสูง ตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป หรือทํางาน บนหรือในถัง บอ กรวยสําหรับเทวัสดุหรือสิ่งอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกัน ผู้รับจ้างต้องจัดทําราวกั้นหรือรั้วกันตก ตาข่าย สิ่งปิดกั้น หรืออุปกรณ์ป้องกันอื่นใด ที่มีลักษณะเดียวกัน เพื่อป้องกันการพลัดตกของผู้ปฏิบัติงานหรือสิ่งของ และจัดใหม่ การใช้สายหรือเชือกช่วยชีวิตและเข็มขัดนิรภัยแบบเต็มตัวพร้อมตะขอเกี่ยวแบบ 2 เส้น (Full Body Harness
    ชนิด 2 (anyards) พร้อมอุปกรณ์ หรือเครื่องป้องกันอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกันให้ผู้ปฏิบัติงานได้ใช้ในการทํางาน
  5. กรณีด้านล่างเป็นทางสัญจรต้องจัดทําตาข่ายนิรภัยป้องกันวัสดุเครื่องมือต่างๆ ที่อาจตกหล่นไปโดน ผู้ปฏิบัติงานที่ทํางานหรือผู้สัญจรด้านล่าง
  6. ต้องจัดทําป้ายเตือนที่เห็นชัดเจนและบริเขตพื้นที่เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องในงานเข้าไปในพื้นที่ที่มี ความเสี่ยงต่อการถูกวัสดุสิ่งของหล่นทับ
  7. ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานทํางานในชั้นของอาคารหรือสิ่งก่อสร้างที่เปิดโลงและอาจพลัดตกลงมาได ผู้รับจ้างต้องจัดทําราวกั้นหรือรั้วกันตกตามมาตรฐานของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ
    หรืออุปกรณ์ป้องกันอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกัน
  8. ขณะที่มีฝนตก ลมแรง หรือพายุฝนฟ้าคะนอง ควรพิจารณาการหยุดปฏิบัติงานไว้ชั่วคราว เพื่อความปลอดภัย
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -15- เอกสารแนบ 4
    5.2.4 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า
    เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ ดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. 2558 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้
  9. ก่อนการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการติดตั้ง ตรวจสอบ ทดสอบ หรือซ่อมบํารุงระบบไฟฟ้า ต้องจัดให้มีการขอใบอนุญาต การทํางานที่เกี่ยวข้องกับงานไฟฟ้าหรือขออนุญาตเกี่ยวกับงานที่ต้องมีการตัดแยกแหล่งพลังงาน (Lock Out - Tag Out)
    ซึ่งรายละเอียดการขอใบอนุญาตให้เป็นไปตามที่กําหนดในข้อ 5.1.7
  10. ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าต้องสําเร็จการศึกษาทางด้านไฟฟ้าโดยตรงหรือผ่านการฝึกอบรมในหลักสูตร การทํางานเกี่ยวกับไฟฟ้าจนมีความรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะที่จําเป็นในการทํางานอย่างปลอดภัยเกี่ยวกับไฟฟ้า ตามที่กฎหมายกําหนด
  11. ห้ามผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าเข้าใกล้หรือนําสิ่งที่เป็นตัวนําไฟฟ้าที่ไม่มีที่หุ้มด้วยฉนวนไฟฟ้าที่เหมาะสมกับ
    แรงดันไฟฟ้าเข้าใกล้สิ่งที่มีกระแสไฟฟ้าในระยะที่น้อยกว่าระยะห่างตามมาตรฐานของ วสท. กําหนด หากยังไม่มี มาตรฐานดังกล่าว ให้ใช้มาตรฐานตามที่การไฟฟ้าประจําท้องถิ่นกําหนด เว้นแต่ผู้ปฏิบัติงานได้ดําเนินการสวมใส่อุปกรณ์ คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่เป็นฉนวนที่เหมาะสมกับแรงดันไฟฟ้า หรือนําฉนวนไฟฟ้าที่สามารถป้องกัน
    แรงดันไฟฟ้านั้นมาหุ้มสิ่งที่มีกระแสไฟฟ้า
  12. ห้ามผู้รับจ้างหรือบุคคลใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานไฟฟ้าเข้าใกล้สิ่งที่มีกระแสไฟฟ้าในระยะที่น้อยกว่าระยะห่างตาม มาตรฐานของ วสท. กําหนด หากยังไม่มีมาตรฐานดังกล่าวให้ใช้มาตรฐานตามที่การไฟฟ้าประจําท้องถิ่นกําหนด
  13. ห้ามผู้รับจ้างงานเกี่ยวกับไฟฟ้าสวมใส่เครื่องนุ่งห่มที่เปียกหรือเป็นสื่อไฟฟ้าปฏิบัติงานเกี่ยวกับสิ่งที่มี กระแสไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าเกินกว่า 50 โวลต์โดยไม่มีฉนวนไฟฟ้าปิดกั้น เว้นแต่ผู้ปฏิบัติงานได้สวมใส่อุปกรณ์คุ้มครอง ความปลอดภัยส่วนบุคคลหรือใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายที่เหมาะสมกับแรงดันไฟฟ้าที่กําลังปฏิบัติงานอยู่
  14. ในกรณีผู้รับจ้างทํางานโดยใช้อุปกรณ์ในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าหรืออยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับสิ่งที่มี กระแสไฟฟ้า ผู้ปฏิบัติงานต้องจัดหาอุปกรณ์ที่เป็นฉนวนไฟฟ้าหรือหุ้มด้วยฉนวนไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ป้องกันอันตราย
    ที่เหมาะสมกับแรงดันไฟฟ้าสําหรับปฏิบัติงานในครั้งนั้นด้วย
  15. ผู้รับจ้างต้องดูแลบริภัณฑ์ไฟฟ้าและสายไฟฟ้าในพื้นที่ปฏิบัติงานให้ใช้งานได้โดยปลอดภัย หากมีการชํารุด หรือมีกระแสไฟฟ้ารั่ว หรืออาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ ผู้รับจ้างต้องแจ้งผู้เกี่ยวข้องกับงานซ่อมไฟฟ้าเพื่อดําเนินการ แก้ไขให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัยทันทีที่พบปัญหานั้น
  16. ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าต้องทราบวิธีการทํางานที่ปลอดภัย, วิธีปฏิบัติตัวเมื่อได้รับอันตราย จากไฟฟ้า, การปฐมพยาบาลและการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานโดยการผายปอดด้วยวิธีเป่าอากาศเข้าทางปากหรือจมูกของ ผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้า และวิธีการนวดหัวใจจากภายนอก
  17. กรณีผู้ปฏิบัติงานจะต่อพ่วงหรือติดตั้งบริภัณฑ์ไฟฟ้าใหม่หรือติดตั้งเพิ่มเติม ผู้ปฏิบัติงานต้องปฏิบัติตาม
    มาตรฐานของ วสท.
  18. ผู้รับจ้างต้องดําเนินการตรวจสอบความปลอดภัยเป็นประจําเมื่อมีการปฏิบัติงาน
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -16-
  19. อุปกรณ์ไฟฟ้าจะต้องมีการติดตั้งสายดิน (Equipment Ground Conductor) ที่ถูกต้องเพื่อป้องกันไม่ให้ เกิดไฟฟ้าดูดในขณะที่สัมผัสตัวอุปกรณ์
  20. ต้องจัดให้มีการปิดล้อมหรือการบริเขตพื้นที่ทํางาน เพื่อป้องกันบุคคลอื่นเข้าไปในพื้นที่ปฏิบัติงาน ซึ่งอาจ เกิดอันตรายได้ และควรพิจารณาติดตั้งแสงสว่างเพื่อให้มองเห็นในเวลากลางคืน
  21. ต้องมีการจัดเก็บอุปกรณ์หรือเครื่องมือ และรักษาความสะอาดของพื้นที่ปฏิบัติงานให้เรียบร้อยตลอดเวลา 14. ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง
  22. ผู้รับจ้างต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานได้สวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่เหมาะสมกับลักษณะงาน เช่น ถุงมือหนัง ถุงมือยาง แขนเสื้อยาง หมวกนิรภัย รองเท้าพื้นยางหุ้มข้อชนิดมีส้นหรือรองเท้าพื้นยางหุ้มส้น โดยสวมใส่ ตลอดเวลาที่ปฏิบัติงานและจัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าที่เหมาะสมกับลักษณะงาน เช่น แผ่นฉนวนไฟฟ้า ฉนวนหุ้มสาย ฉนวนครอบลูกถ้วย กรงฟาราเดย์ (Faraday Cage) ชุดตัวนําไฟฟ้า (Conductive suit)
    ในกรณีที่ผู้ปฏิบัติงานต้องปฏิบัติงานงานในที่สูงกว่าพื้นตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการใช้สายหรือ เชือกช่วยชีวิตและเข็มขัดนิรภัยแบบเต็มตัวพร้อมตะขอเกี่ยวแบบ 2 เส้น (Full Body Harness ชนิด 2 lanyards) พร้อมอุปกรณ์หรืออุปกรณ์ป้องกันการตกจากที่สูงอื่น ๆ ที่มีประสิทธิภาพ และหมวกนิรภัยที่เหมาะสมตามมาตรฐานที่ กําหนดสําหรับให้ผู้ปฏิบัติงานได้สวมใส่ตลอดเวลาที่มีการปฏิบัติงาน เว้นแต่อุปกรณ์ดังกล่าวจะทําให้ลูกจ้างเสี่ยงต่อ
    อันตรายมากขึ้น ให้ผู้รับจ้างจัดให้มีอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยอย่างอื่นที่สามารถใช้คุ้มครองความปลอดภัยได้อย่างมี ประสิทธิภาพแทน โดยอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลและอุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าต้องเป็นไปตาม
    มาตรฐานที่กําหนดไว้และต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
    15.1 อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลและอุปกรณ์ที่ใช้ป้องกันกระแสไฟฟ้าต้องเหมาะสมกับ
    แรงดันไฟฟ้าสูงสุดในบริเวณที่ปฏิบัติงานหรือบริเวณใกล้เคียงที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้
    15.2 ถุงมือยางป้องกันไฟฟ้า ต้องมีลักษณะสวมกับนิ้วมือได้ทุกนิ้ว
    15.3 ถุงมือหนังที่ใช้สวมทับถุงมือยาง ต้องมีความยาวหุ้มถึงข้อมือและมีความคงทนต่อการฉีกขาดได้ดี การใช้ถุงมือยางต้องใช้ร่วมกับถุงมือหนังทุกครั้งที่ปฏิบัติงาน
    15.4 การปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าที่อยู่ใกล้น้ําหรือเหนือน้ําซึ่งอาจทําให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดอันตรายจาก
    การจมน้ําได้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานสวมใส่ชูชีพกันจมน้ํา เว้นแต่การสวมใส่ชูชีพอาจทําให้ผู้ปฏิบัติงานได้รับ อันตรายมากกว่าเดิม ให้ผู้รับจ้างใช้วิธีการอื่นที่สามารถคุ้มครองความปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพแทน
    15.5 ผู้รับจ้างต้องบํารุงรักษาและจัดเก็บอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลและอุปกรณ์ป้องกัน อันตรายจากไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้อย่างปลอดภัย
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -17-
    เอกสารแนบ 5
    5.2.5 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง และเครื่องช่วยยกต่าง ๆ รวมทั้งงานซ่อมบํารุง
    เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ
    อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ํา พ.ศ.2564
    ดําเนินการด้านความปลอดภัย

    กฎหมายอื่น ๆ และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและ ความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้
    ส่วนที่ 1 เครื่องจักร
  23. ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ต้องสวมใส่เครื่องนุ่งห่มให้เรียบร้อย รัดกุม ไม่สวมเครื่องประดับที่ อาจเกี่ยวโยงกับสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้ กรณีที่ผู้ปฏิบัติงานมีผมยาว ให้รวบผมที่ปล่อยยาวเกินสมควรหรือทําสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้อยู่ ในลักษณะที่ปลอดภัย
    6 มี
  24. ในบริเวณที่มีการติดตั้ง การซ่อมแซม หรือการตรวจสอบเครื่องจักรหรือเครื่องป้องกันอันตรายของเครื่องจักร ต้องมีการติดป้ายแสดงการดําเนินงานดังกล่าวโดยใช้เครื่องหมายหรือข้อความที่เข้าใจง่าย ชัดเจน รวมทั้งจัด วิธีการ หรืออุปกรณ์ป้องกันไม่ให้เครื่องจักรนั้นทํางาน (Lock Out - Tag Out) และให้แขวนป้าย หรือแสดงเครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ห้ามเปิดสวิตซ์ของเครื่องจักรด้วย
  25. ในการประกอบ ติดตั้ง ทดสอบ ใช้ ซ่อมแซม บํารุงรักษา ตรวจสอบ รื้อถอน หรือการเคลื่อนย้ายเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามรายละเอียดและคู่มือการใช้งาน ที่ผู้ผลิตกําหนด หากไม่มีรายละเอียดหรือคู่มือดังกล่าว ผู้รับจ้างต้องให้วิศวกรเป็นผู้จัดทํารายละเอียดหรือคู่มือเป็นหนังสือ และให้มีสําเนาไว้ ณ พื้นที่ปฏิบัติงานเพื่อให้ ทอท. สามารถดําเนินการตรวจสอบได้
    รายละเอียดหรือคู่มือดังกล่าวต้องจัดทําเป็นภาษาไทยหรือภาษาอื่น ๆ ที่ลูกจ้างสามารถศึกษาและปฏิบัติ
    เพื่อความปลอดภัยในการทํางานได้
  26. การเคลื่อนย้ายเครื่องจักรที่มีน้ําหนักตั้งแต่ 1 ตันขึ้นไปที่อาจก่อให้เกิดอันตราย ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีแผนป้องกัน อันตรายจากการเคลื่อนย้ายดังกล่าวและให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
  27. ผู้รับจ้างต้องดูแลเครื่องจักรให้พร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัย และต้องจัดให้มีการตรวจสอบเครื่องจักรประจําปี ตามประเภทและชนิดเครื่องจักรที่กําหนดไว้ในกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้าน ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ํา พ.ศ. 2564 หมวดที่ 1 เครื่องจักร ส่วนที่ 1 บททั่วไป ข้อ 9
  28. ผู้รับจ้างต้องไม่ใช้หรือยอมให้ลูกจ้างใช้เครื่องจักรทํางานเกินพิกัด หรือขีดความสามารถที่กําหนดไว้ใน
    รายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งานที่ผู้ผลิตกําหนด
  29. เครื่องมือเครื่องจักรขนาดเล็กที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีข้อความเกี่ยวกับวิธีการทํางานกับ
    เครื่องมือเครื่องจักรนั้นติดไว้ในบริเวณที่ลูกจ้างทํางาน
  30. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการประเมินอันตรายของเครื่องจักรที่อาจก่อให้เกิดอันตรายจากการใช้งานถึงขั้นสูญเสียอวัยวะ โดยอย่างน้อยต้องประกอบไปด้วย การชี้บ่งอันตราย การประเมินความเสี่ยง และแผนบริหารจัดการความเสี่ยง
  31. การทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ผู้รับจ้างต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับขั้นตอนและวิธีการทํางาน ที่ปลอดภัย จนมีความรู้ความชํานาญ และประสบการณ์ ตลอดจนสามารถปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัย
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -18-
  32. เครื่องจักรที่มีการใช้พลังงานไฟฟ้าต้องมีระบบหรือวิธีการป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่วเข้าตัวผู้ปฏิบัติงานและต้องมี การติดตั้งสายดิน
  33. ต้องจัดทํารั้ว คอกกั้น หรือเส้นแสดงเขตอันตราย ณ ที่ตั้งของเครื่องจักรหรือเขตที่เครื่องจักรทํางานที่อาจ เป็นอันตรายให้ชัดเจนทุกแห่ง
  34. ผู้รับจ้างต้องไม่ติดตั้งเครื่องจักรที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกสหรือคอมพิวเตอร์ในบริเวณพื้นที่ที่มี กระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนําจนอาจมีผลทําให้การทํางานของเครื่องจักรผิดปกติและกอให้เกิดอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงานได้
  35. ผู้รับจ้างต้องควบคุมไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่ปฏิบัติ ที่ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายได้
    ส่วนที่ 2 รถยก
  36. ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้พนักงานทํางานเกี่ยวกับรถยก ผู้รับจ้างตองปฏิบัติดังต่อไปนี้
    1.1 จัดให้มีโครงหลังคาที่มั่นคงแข็งแรง สามารถป้องกันอันตรายจากวัสดุตกหล่นได
    1.2 จัดทําปายบอกพิกัดน้ําหนักยกให้ตรงกับความสามารถในการยกสิ่งของไดโดยปลอดภัยติดไว้ที่รถยก เพื่อให้ลูกจางเห็นได้ชัดเจน
    1.3 ตรวจสอบรถยกให้มีสภาพใช้งานได้อย่างปลอดภัยก่อนการใช้งานทุกครั้งและเก็บผลการตรวจสอบไวให พนักงานตรวจแรงงานหรือ ทอท. ตรวจสอบได
    1.4 จัดให้มีสัญญาณเสียงหรือแสงไฟเตือนภัยในขณะทํางาน
    1.5 จัดให้มีอุปกรณ์ช่วยการมองเห็นตามสภาพในที่ทํางาน เช่น กระจกมองข้าง
    1.6 ให้ผู้ทําหน้าที่ขับรถยกชนิดนั่งขับสวมใส่เข็มขัดนิรภัยในขณะทํางานบนรถตลอดเวลา
  37. ห้ามผู้รับจ้างทําการดัดแปลงหรือกระทําการใด ๆ ที่มีผลทําให้ความปลอดภัยในการทํางานของรถยกลดลง 3. ผู้รับจ้างต้องกําหนดเส้นทางเดินรถยกในอาคารหรือบริเวณที่มีการใช้รถยกเป็นประจํา
  38. ผู้รับจ้างต้องติดตั้งกระจกนูนหรือวัสดุอื่นที่มีคุณสมบัติคลายกันไว้ที่บริเวณทางแยกหรือทางโค้งที่มอง ไมเห็นเสนทางขางหนา
  39. ผู้รับจ้างตองจัดให้พื้นเส้นทางเดินรถยกมีความมั่นคงแข็งแรงและสามารถรองรับน้ําหนักรถรวมทั้งน้ําหนัก บรรทุกของรถยกไดอย่างปลอดภัย
  40. ผู้รับจ้างต้องจัดให้พนักงานขับรถยกได้ผ่านการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทํางานเกี่ยวกับการใช้รถยก แต่ละประเภท
  41. ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลการนํารถยกไปใช้ปฏิบัติงานใกล้สายไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้า
    โดยต้องมีระยะห่างเพื่อความปลอดภัยเป็นไปตามที่กฎหมายกําหนด หรืออย่างน้อยควรห่างไม่น้อยกว่า 6 เมตร
  42. ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลไม่ให้บุคคลอื่นนอกจากผู้ขับรถยกโดยสารหรือขึ้นไปบนส่วนหนึ่งส่วนใดของรถยก 9. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีคู่มือการใช้ การตรวจสอบ และการบํารุงรักษารถยกให้ผู้ปฏิบัติงานได้ศึกษาและปฏิบัติตาม เพื่อความปลอดภัยในการทํางาน
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    .
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -19-
    ส่วนที่ 3 ลิฟต์
  43. กรณีงานของผู้รับจ้างมีการนําลิฟต์มาใช้เพื่อโดยสารในพื้นที่ปฏิบัติงาน (งานก่อสร้าง) ให้ปฏิบัติดังนี้
    1.1 ติดตั้งลิฟต์ไว้ในที่มั่นคงแข็งแรงและปลอดภัย
    1.2 จัดให้มีการตรวจสอบความพร้อมของลิฟต์ทุกวัน หากส่วนใดชํารุดเสียหายต้องซ่อมแซมให้เรียบร้อย ก่อนใช้งาน และต้องมีสําเนาเอกสารการตรวจสอบไว้ให้ ทอท. สามารถตรวจสอบได้
    1.3 จัดให้มีมาตรการป้องกันอันตราย และติดป้ายห้ามใช้ลิฟต์ให้ผู้เกี่ยวข้องเห็นได้ชัดเจนในระหว่างที่ทดสอบ ตรวจสอบ ซ่อมแซม หรือบํารุงรักษาลิฟต์
    1.4 จัดให้มีระบบสัญญาณเตือน และมีอุปกรณ์ตัดระบบการทํางานของลิฟต์ เมื่อมีการใช้ลิฟต์บรรทุก น้ําหนักเกินพิกัดที่ผู้ผลิตกําหนด
    1.5 จัดให้มีมาตรการป้องกันไม่ให้ลิฟต์เคลื่อนที่ ในกรณีที่ประตูลิฟต์ยังไม่ปิด
    1.6 จัดทําคําแนะนําและวิธีการใช้ลิฟต์ และการขอความช่วยเหลือติดไว้ในห้องลิฟต์
    1.7 จัดให้มีระบบติดต่อกับภายนอกห้องลิฟต์และสัญญาณแจ้งเหตุขัดข้อง
    1.8 จัดทําคําแนะนําและวิธีการให้ความช่วยเหลือติดไว้ในห้องเครื่องต้นกําลัง และห้องผู้ดูแลลิฟต์ 1.9 จัดทําข้อห้ามการใช้ลิฟต์ ติดไว้ที่ข้างประตูลิฟต์ด้านนอกทุกชั้น
    1.10 จัดทําป้ายบอกพิกัดน้ําหนักและจํานวนคนโดยสารได้อย่างปลอดภัยติดตั้งไว้ในห้องลิฟต์
    1.11 จัดให้มีระบบไฟส่องสว่างและระบบระบายอากาศที่เพียงพอภายในห้องลิฟต์ ทั้งในขณะใช้งานปกติ และกรณีฉุกเฉิน
  44. ในกรณีที่มีลิฟต์ขนส่งวัสดุ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามข้อ 1.1, 1.2, 1.3, 1.4, และ 1.5 และจัดทําป้ายบอกพิกัด น้ําหนักวัสดุสิ่งของที่บรรทุกได้อย่างปลอดภัยตามที่ผู้ผลิตกําหนด และติดป้ายห้ามโดยสารไว้ในจุดที่เห็นชัดเจนนอก
    ประตูลิฟต์ทุกชั้น รวมทั้งกําหนดมาตรการเกี่ยวกับการดูแลวัสดุที่ขนส่งเพื่อป้องกันไม่ให้วัสดุเคลื่อนที่และมาตรการ
    ป้องกันการติดขัดของลิฟต์
  45. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการทดสอบชิ้นส่วนและอุปกรณ์ของลิฟต์หลังการติดตั้ง และเมื่อมีการใช้งาน อย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง ทั้งนี้ การทดสอบการรับน้ําหนักของลิฟต์ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 100 ของน้ําหนักการใช้งานสูงสุดที่ผู้ผลิต กําหนด และให้ติดประกาศผลการทดสอบที่อย่างน้อยต้องมีรายละเอียดประกอบไปด้วย วัน เดือน ปี ที่มีการทดสอบ วัน เดือน ปี ที่การรับรองหมดอายุ และรายชื่อผู้ทดสอบไว้ในลิฟต์ให้เห็นชัดเจน และมีสําเนาเอกสารการทดสอบให้ ทอท. สามารถตรวจสอบได้
  46. ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบระบบความปลอดภัยและระบบการทํางานของลิฟต์เป็นประจําทุกเดือน และมีสําเนา เอกสารการทดสอบไว้ให้ ทอท. ตรวจสอบได้
  47. ผู้รับจ้างต้องจัดให้ลวดสลิงที่ใช้สําหรับลิฟต์ขนส่งวัสดุมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 5 ในกรณีใช้โซ่ต้องมีค่า ความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 4 และลวดสลิงที่ใช้สําหรับลิฟต์โดยสารต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 10
  48. ผู้รับจ้างต้องไม่ใช้ลวดสลิงที่มีลักษณะตามข้อ 86 ของกฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และการดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ํา พ.ศ.2564 กับลิฟต์ทุกชนิด
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) 20-
    ส่วนที่ 4 เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง
  49. การทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง นายจ้างต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้
    1.1 จัดให้มีการป้องกันการตกจากที่สูงตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย
    และสภาพแวดล้อมในการทํางานในสถานที่ที่มีอันตรายจากการตกจาก ที่สูงและที่ลาดชัน จากวัสดุกระเด็น ตกหล่น และพังทลาย และจากการตกลงไปในภาชนะเก็บหรือรองรับวัสดุ
    1.2 จัดให้มีป้ายบอกพิกัดน้ําหนักและจํานวนคนที่สามารถยกได้อย่างปลอดภัย
    1.3 ตรวจสอบสภาพเครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูงและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องให้มีสภาพใช้งาน ได้อย่างปลอดภัยก่อนการใช้งานทุกครั้ง และต้องมีสําเนาเอกสารการตรวจสอบไว้ให้ ทอท. ตรวจสอบได้
    1.4 จัดให้มีสัญญาณเสียงหรือแสงเตือนภัยขณะทํางานตามความเหมาะสมของการใช้งาน
    1.5 จัดให้มีอุปกรณ์ตัดระบบการทํางานเมื่อมีการใช้งานเกินพิกัดที่ผู้ผลิตกําหนด และต้องตรวจสอบให้
    อุปกรณ์ดังกล่าวอยู่ในสภาพที่สามารถทํางานได้ตลอดเวลา
  50. ผู้รับจ้างต้องไม่ดัดแปลงหรือกระทําการใดกับเครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูงที่มีผลทําให้
    ความปลอดภัยในการทํางานลดลง
  51. การทํางานบนเครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูงที่มีการเคลื่อนย้ายเครื่องจักรนั้นไปตาม แนวราบ ผู้รับจ้างต้องจัดให้พื้นที่ที่เป็นเส้นทางเคลื่อนย้ายมีความแข็งแรง ราบเรียบ ไม่ต่างระดับ และปรับระดับของ เครื่องจักรดังกล่าวให้อยู่ในตําแหน่งที่ผู้ผลิตกําหนดหรือในตําแหน่งที่ปลอดภัย
  52. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการอบรมลูกจ้างเกี่ยวกับการปฏิบัติงานตามรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งาน เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง เพื่อความปลอดภัยในการทํางาน
  53. การใช้เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูงแบบแขวน ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติดังนี้
    5.1 จัดให้มีการทดสอบชิ้นส่วนและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องภายหลังการติดตั้ง และต้องสําเนาเอกสารการทดสอบ ไว้ให้ ทอท. ตรวจสอบได้
    5.2 ต้องใช้ลวดสลิงที่มีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 10 และต้องไม่ใช้ลวดสลิงที่มีลักษณะตามข้อ 86 ของ กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการและการดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ํา พ.ศ.2564 กับเครื่องจักรที่ใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง
    ส่วนที่ 5 รอก
  54. ในการใช้รอกโยก รอกมือสาว รอกหางปลา รอกไฟฟ้าหรือรอกที่ใช้พลังงานอื่น หรือรอกชนิดอื่นที่มีการใช้ งานลักษณะเดียวกัน นายจ้างต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
    1.1 ติดตั้งรอกไว้ในที่มั่นคงแข็งแรงและปลอดภัย
    1.2 จัดให้มีการตรวจสอบความพร้อมของรอกทุกวัน หากส่วนใดชํารุดเสียหายต้องซ่อมแซมให้เรียบร้อยก่อน
    ใช้งาน และต้องมีสําเนาเอกสารดังกล่าวไว้ให้ ทอท. ตรวจสอบได้
    1.3 จัดให้มีมาตรการป้องกันอันตรายและติดป้ายห้ามใช้รอกให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเห็นได้ชัดเจนในระหว่างที่มีการทดสอบ การซ่อมบํารุง และการตรวจสอบรอก
    1.4 จัดให้มีป้ายบอกขนาดพิกัดน้ําหนักยกอย่างปลอดภัยตามที่กําหนดไว้ในรายละเอียด คุณลักษณะและ คู่มือการใช้งานพร้อมทั้งติดป้ายเตือนให้ระวัง
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) 21-
    1.5 ต้องไม่ใช้ลวดสลิงที่มีลักษณะตามข้อ 86 ของกฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการและ การดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ํา พ.ศ.2564 กับรอก
    1.6 อุปกรณ์สําหรับการผูกมัดหรือยึดโยงวัสดุสิ่งของต้องมีค่าความปลอดภัยที่กฎหมายกําหนด
    1.7 ควบคุมดูแลไม่ให้บุคคลใดเกาะเกี่ยวไปกับส่วนหนึ่งส่วนใดของรอกหรือไปกับวัสดุสิ่งของที่ทําการยก
    หรืออยู่ภายใต้วัสดุสิ่งของที่ทําการยกหรือบริเวณที่ใช้รอกที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้
    1.8 รอกที่มีขนาดพิกัดน้ําหนักยกตั้งแต่ 1 ต้นขึ้นไป นายจ้างต้องจัดให้มีการทดสอบส่วนประกอบและอุปกรณ์ ของรอกเพื่อให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัยอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และต้องมีสําเนาเอกสารการทดสอบไว้ให้ ทอท. ตรวจสอบได้
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) 22-
    5.2.6 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่นและรถเฮียบ
    เอกสารแนบ 6
    เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั่นจั่น หม้อน้ํา พ.ศ. 2564
    ดําเนินการด้านความปลอดภัย

    กฎหมายอื่น ๆ และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัย และความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้
    ส่วนที่ 1 ปั้นจั่น
  55. ในการประกอบ การทดสอบ การใช้ การซ่อมบํารุง และการตรวจสอบปนจั่นหรืออุปกรณอื่นที่นํามาใช้กับ ปนจั่น ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามรายละเอียดคุณลักษณะหรือคู่มือการใช้งานที่ผู้ผลิตกําหนดไว หากไม่มีรายละเอียด
    คุณลักษณะหรือคู่มือการใช้งานดังกล่าว ไดกําหนดขึ้นเป็นหนังสือ
    ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามรายละเอียดคุณลักษณะหรือคู่มือการใช้งานที่วิศวกร
  56. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสอบและการทดสอบการติดตั้งปูนจั่น ตามรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือ การใช้งานของผู้ผลิตโดยวิศวกรกอนการใช้งาน และจัดทํารายงานการตรวจสอบและการทดสอบ ซึ่งมีลายมือชื่อวิศวกร รับรองเก็บไว้ให้สามารถตรวจสอบได้ และกรณีที่มีการหยุดใช้งานปูนจั่นตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป ก่อนนํามาใช้งานใหม่ ผู้รับจ้าง ต้องดําเนินการตรวจสอบและทดสอบตามคู่มืออีกครั้ง
  57. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการทดสอบสวนประกอบและอุปกรณ์ของปนจั่นไม่น้อยกว่าที่กฎหมายกําหนด 4. ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานทํางานเกี่ยวกับปูนจั่น ผู้รับจ้างตองดําเนินการ ดังต่อไปนี้
    4.1 ควบคุมให้มีลวดสลิงเหลืออยู่ในมวนลวดสลิงไม่น้อยกว่า 2 รอบ ตลอดเวลาที่ปนจั่นทํางาน 4.2 จัดให้มีชุดล็อกปองกันลวดสลิงหลุดจากตะขอของปนจั่น และทําการตรวจสอบให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้
    อย่างปลอดภัย
    4.3 จัดให้มีที่ครอบปิดหรือกั้นสวนที่หมุนรอบตัวเอง สวนที่เคลื่อนไหวได้ หรือสวนที่อาจเป็นอันตรายของปูนจั่น
    และให้สวนที่เคลื่อนที่ของปูนจั่นหรือสวนที่หมุนไดของปนจั่นอยู่หางจากสิ่งกอสรางหรือวัตถุอื่นในระยะที่ปลอดภัย
    4.4 จัดให้ผู้ปฏิบัติงานสวมใส่เข็มขัดนิรภัยและสายช่วยชีวิตตลอดเวลาที่ทํางานบนแขนปั้นจั่นหรือชุดสะพาน 4.5 จัดให้มีพื้นชนิดกันลื่น ราวกันตก และแผงกันตกระดับพื้นสําหรับปั้นจั่นชนิดที่ต้องมีการจัดทําขึ้นและทางเดิน 4.6 จัดให้มีเครื่องดับเพลิงที่เหมาะสมและอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานไว้ที่ห้องบังคับปั้นจั่นหรือตําแหน่งที่สามารถ ใช้งานได้สะดวก
    ได้ตามปกติ
    4.7 ติดตั้งปั้นจั่นบนฐานที่มั่นคงโดยมีวิศวกรเป็นผู้รับรอง
    4.8 จัดให้มีการติดตั้งชุดควบคุมการทํางานเมื่อยกวัสดุขึ้นถึงตําแหน่งสูงสุด (Upper limit switch) ที่ใช้งาน
    4.9 จัดให้มีชุดควบคุมน้ําหนักยก (Overload Limit Switch) ที่ใช้งานได้ตามปกติ
  58. ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานทํางานเกี่ยวกับปูนจั่นที่ใช้เครื่องยนต์ ผู้รับจ้างต้องดําเนินการดังต่อไปนี้
    5.1 จัดให้มีที่ครอบปิดหรือฉนวนหุ้มทอไอเสีย
    5.2 จัดให้มีมาตรการในการเก็บและเคลื่อนยายเชื้อเพลิงสํารองด้วยความปลอดภัย
    5.3 จัดให้มีถังเก็บเชื้อเพลิงและทอสงเชื้อเพลิงติดตั้งอยู่ในลักษณะที่จะไม่เกิดอันตราย เมื่อเชื้อเพลิงหกลน หรือรั่วออกมา
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)

ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -23-
6. ผู้รับจ้างตองเคลื่อนยายวัตถุไวไฟออกจากบริเวณที่ใช้ปูนจั่น กรณีไม่สามารถเคลื่อนยายได้ ผู้รับจ้างตอง จัดให้มีมาตรการป้องกันอันตรายที่เหมาะสมก่อนให้ผู้ปฏิบัติงานได้ปฏิบัติงาน
7. ห้ามผู้รับจ้างให้ลูกจางใชปนจั่นที่ชํารุดเสียหายหรืออยู่ในสภาพที่ไม่ปลอดภัย
8. หามผู้รับจ้างดัดแปลงหรือแก้ไขส่วนหนึ่งส่วนใดของปนจั่นหรือยินยอมให้ผู้ปฏิบัติงานหรือผู้อื่นกระทําการ เซนวานั้น อันอาจกอให้เกิดอันตรายได้ ถ้าจําเป็นต้องดัดแปลงสวนที่เกี่ยวของกับโครงสรางที่มีผลต่อการรับน้ําหนัก ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการคํานวณทางวิศวกรรมพร้อมกับการทดสอบ
9. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีสัญญาณเสียงและแสงไฟเตือนภัยตลอดเวลาที่ปนจั่นทํางานโดยติดตั้งไว้ให้เห็นได้ชัดเจน 10. ในกรณีที่มีการซ่อมบํารุงปนจั่น ผู้รับจ้างต้องติดปายแสดงการซ่อมบํารุงปนจั่น โดยใช้เครื่องหมายหรือ ขอความที่เขาใจง่ายและเห็นได้ชัดเจน รวมทั้งจัดให้มีระบบ วิธีการหรืออุปกรณ์ป้องกัน (Lock out) ไม่ใหปนจั่นนั้นทํางาน และให้แขวนปาย (Tag out) แสดงเครื่องหมายหรือสัญลักษณหามเปิดสวิตช์ไวที่สวิตชของปูนจั่นด้วย
11. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีปายบอกพิกัดน้ําหนักยกไว้ที่ปนจั่นเพื่อเตือนให้ระวังอันตราย และติดตั้งสัญญาณเตือน อันตรายให้ผู้บังคับปูนจั่นทราบ
12. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีคู่มือการใช้สัญญาณสื่อสารระหว่างผู้ปฏิบัติงาน ในกรณีที่การใช้สัญญาณเป็นการใช้ สัญญาณมือ ต้องจัดให้มีรูปภาพหรือคู่มือการใช้สัญญาณมือตามที่กฎหมายประกาศกําหนด ติดไว้ที่จุดหรือตําแหน่งที่ ผู้ปฏิบัติงานเห็นได้ชัดเจน กรณีที่มีการใช้วิธีการสื่อสารแบบอื่นที่มีประสิทธิภาพกว่าการใช้สัญญาณมือ เช่น การใช้วิทยุ สื่อสาร เป็นต้น ผู้รับจ้างไม่ต้องปฏิบัติตามข้อนี้
ดังตอไปนี้
13. ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานใช้ปนจั่นใกลสายไฟฟา ผู้รับจ้างตองควบคุมดูแลให้ผู้ปฏิบัติงานได้ปฏิบัติ
13.1 ในกรณีที่ใช้ปูนจั่นยกวัสดุ ให้ระยะห่างระหว่างสายไฟฟ้ากับสวนหนึ่งสวนใดของปนจั่นหรือสวนหนึ่ง สวนใดของวัสดุที่ปนจั่นกําลังยก เป็นดังต่อไปนี้
(ก) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าไม่เกิน 69 กิโลโวลต ตองหางไม่น้อยกว่า 3.1 เมตร
(ข) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าเกิน 69 กิโลโวลตแต่ไม่เกิน 115 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 3.3 เมตร (ค) สายไฟฟาที่มีแรงดันไฟฟ้าเกิน 115 กิโลโวลตแต่ไม่เกิน 230 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 4 เมตร (ง) สายไฟฟาที่มีแรงดันไฟฟาเกิน 230 กิโลโวลตแต่ไม่เกิน 500 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 6 เมตร 13.2 ในกรณีที่เคลื่อนยายปนจั่นชนิดเคลื่อนที่ โดยไมยกวัสดุและไม่ลดแขนปูนจั่นลง ให้ระยะห่างระหว่าง สวนหนึ่งสวนใดของปูนจั่นกับสายไฟฟา เป็นดังต่อไปนี้
(ก) สายไฟฟาที่มีแรงดันไฟฟ้าไม่เกิน 69 กิโลโวลต์ ตองหางไม่น้อยกว่า 1.3 เมตร
(ข) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าเกิน 69 กิโลโวลตแต่ไม่เกิน 230 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 3 เมตร
(ค) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าเกิน 230 กิโลโวลตแต่ไม่เกิน 500 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 5 เมตร กรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามข้อ 13.1 – 13.2 ได้ ผู้รับจ้างต้องมีมาตรการที่ปลอดภัยเพียงพอ และได้รับการ อนุญาตจากการไฟฟ้าประจําท้องถิ่นที่รับผิดชอบสายไฟฟ้านั้น ก่อนดําเนินการ
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) 24-
14. ในกรณีที่มีการติดตั้งปนจั่นหรือใช้ปูนจั่นไกลเสาสูงคลื่นโทรคมนาคม กอนให้ผู้ปฏิบัติงานทํางาน ผู้รับจ้าง ต้องจัดให้มีการตรวจสอบการเกิดประจุไฟฟ้าเหนี่ยวนํา ถ้าพบว่ามีประจุไฟฟ้าเหนี่ยวนํา ให้ผู้รับจ้างตอสายตัวนํากับ ปนจั่นหรือวัสดุที่จะยกเพื่อให้ประจุไฟฟ้าไหลลงดิน ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย
ในพระบรมราชูปถัมภ์
15. ผู้รับจ้างต้องติดประกาศวิธีการทํางานเกี่ยวกับปูนจั่นของผู้ปฏิบัติงานไวบริเวณที่ผู้ปฏิบัติงานทํางาน โดยอย่างน้อยต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้งาน การซ่อมบํารุง และการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล 16. ในกรณีที่ผู้บังคับปนจั่นไม่สามารถมองเห็นจุดที่ทําการยกสิ่งของหรือเคลื่อนยายวัสดุ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มี
ผู้ให้สัญญาณแกผู้บังคับปนจั่นตลอดระยะเวลาที่มีการใช้งาน
17. ผู้รับจ้างต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเป็นผู้บังคับปนจั่น ผู้ให้สัญญาณแกผู้บังคับปูนจั่น ผู้ยึดเกาะวัสดุ หรือ ผู้ควบคุมการใช้ปูนจั่นได้ผ่านการอบรมหลักสูตรการปฏิบัติหน้าที่ดังกลาว และต้องจัดให้มีการอบรมหรือทบทวนการ ทํางานเกี่ยวกับปูนจั่นตามระยะเวลาที่กฎหมายกําหนด ทั้งนี้ ให้การอบรมและทบทวนเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการ
ที่กฎหมายประกาศกําหนด
ส่วนที่ 2 ปั้นจั่นเหนือศีรษะและปั้นจั่นขาสูง
18. กรณีเป็นปูนจั่นเหนือศีรษะและปูนจั่นขาสูง ให้ดําเนินการต่อไปนี้เพิ่มเติม
18.1 ปั้นจั่นเหนือศีรษะหรือปั้นจั่นขาสูงที่เคลื่อนที่บนราง ต้องจัดให้มีสวิตซ์หยุดการทํางานของปั้นจั่นได้ โดยอัตโนมัติ และให้มีกันชนหรือกันกระแทกที่ปลายทั้งสองข้างของราง
18.2 นายจ้างต้องควบคุมดูแลไม่ให้มีสิ่งกีดขวางการเคลื่อนของล้อปั้นจั่น
18.3 กรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานขึ้นไปทํางานบนปั้นจั่นหรืออุปกรณ์อื่นของปั้นจั่นที่มีความสูงเกิน 2 เมตร ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีบันไดพร้อมราวจับและโครงโลหะกันตกหรือจัดให้มีอุปกรณ์อื่นใดที่มีความเหมาะสมและปลอดภัย ตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการและดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ในการทํางาน ในสถานที่ที่มีอันตรายจากการตกจากที่สูงและที่ลาดชัน จากวัสดุกระเด็น ตกหล่น และพังทลาย และจาก การตกลงไปในภาชนะเก็บหรือรองรับวัสดุ พ.ศ.2564
ส่วนที่ 3 ปั้นจั่นหอสูง
19. กรณีเป็นปูนจั่นหอสูง ให้ดําเนินการต่อไปนี้เพิ่มเติม
19.1 กรณีที่ต้องปฏิบัติงานบนแขนปั้นจั่น ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีมาตรการป้องกันการพลัดตกของผู้ปฏิบัติงาน และให้สวมใส่เข็มขัดนิรภัยและสายช่วยชีวิตตลอดเวลาที่ทํางาน
19.2 ปั้นจั่นที่มีรางล้อเลื่อนที่อยู่บนแขนปั้นจั่น ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีสวิตช์หยุดการทํางานของปั้นจั่นได้โดย อัตโนมัติ และให้มีกันชนหรือกันกระแทกที่ปลายทั้งสองข้างของราง
19.3 ปั้นจั่นที่มีแขนเคลื่อนที่ขึ้นลงได้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีสวิตช์ควบคุมมุมองศาการทํางานของแขนปั้นจั่น ให้เป็นไปตามที่กําหนดไว้ในรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งาน
19.4 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีตารางการยกสิ่งของตามที่ผู้ผลิตกําหนดไว้ในรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือ การใช้งานที่แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับน้ําหนักสิ่งของ มุมองศา และระยะของแขนที่ทําการยก ติดไว้ในบริเวณที่ผู้บังคับ
ปั้นจั่นเห็นได้ชัดเจน
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -25-
19.5 ในการประกอบ การติดตั้ง การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง การเพิ่มความสูง หรือการรื้อถอนปั้นจั่นหอสูง ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีวิศวกรควบคุมตลอดระยะเวลาดําเนินการ จนกว่าจะแล้วเสร็จ
19.6 ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลไม่ให้ผู้ปฏิบัติงานหรือบุคคลใดเกาะเกี่ยวไปกับส่วนหนึ่งส่วนใดของปั้นจั่น หรือไปกับวัสดุที่ทําการยก หรืออยู่ภายใต้วัสดุที่ทําการยกหรือบริเวณที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้
ส่วนที่ 4 อุปกรณ์ที่ใช้เกี่ยวกับปั้นจั่น
20. ผู้รับจ้างต้องไม่ใช้ลวดสลิงที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ต่อไปนี้
20.1 ลวดสลิงที่ลวดเส้นนอกสึกไปตั้งแต่หนึ่งในสามของเส้นผ่านศูนย์กลางเส้นลวด
20.2 ลวดสลิงที่ขมวด ถูกบดกระแทก แตกเกลียว หรือชํารุดที่ทําให้ประสิทธิภาพในการใช้งานของลวดสลิงลดลง 20.3 ลวดสลิงมีเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กลงเกินร้อยละ 5 ของเส้นผ่านศูนย์กลางที่ระบุ
20.4 ลวดสลิงถูกความร้อนทําลายหรือเป็นสนิมมากจนเห็นได้ชัดเจน
20.5 ลวดสลิงถูกกัดกร่อนชํารุดมากจนเห็นได้ชัดเจน
20.6 ลวดสลิงเคลื่อนที่ที่มีเส้นลวดในหนึ่งช่วงเกลียวขาดตั้งแต่สามเส้นขึ้นไปในเส้นเกลียวเดียวกัน
หรือขาดรวมกันตั้งแต่หกเส้นขึ้นไปในหลายเส้นเกลียว
21. ผู้รับจ้างต้องใช้ลวดสลิงที่มีค่าความปลอดภัยตามที่กําหนดไว้ ดังต่อไปนี้
21.1 ลวดสลิงเคลื่อนที่ ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 5
21.2 ลวดสลิงยึดโยง ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 3.5
22. ผู้รับจ้างต้องใช้อุปกรณ์สําหรับการผูก มัด หรือยึดโยงวัสดุที่มีค่าความปลอดภัยตามที่กําหนดไว้ ดังต่อไปนี้
22.1 ลวดสลิง ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 5
22.2 โซ่ ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 4
22.3 เชือก ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 5
22.4 ห่วงหรือตะขอ ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 3.5
22.5 อุปกรณ์สําหรับผูก มัด หรือยึดโยงอื่น ๆ ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 3.5
23. ผู้รับจ้างต้องจัดหาวัสดุที่มีความทนทานและอ่อนตัวมารองรับบริเวณจุดที่มีการสัมผัสระหว่างอุปกรณ์ที่ใช้ ในการผูก มัด หรือยึดโยงกับวัสดุที่ทําการยกเคลื่อนย้าย
24. ผู้รับจ้างต้องไม่ใช้ตะขอที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
24.1 มีการบิดตัวของตะขอ
24.2 มีการถ่างออกของปากตะขอเกินร้อยละ 5 24.3 มีการสึกหรอที่ท้องตะขอเกินร้อยละ 10 24.4 มีการแตกหรือร้าวส่วนหนึ่งส่วนใดของตะขอ 24.5 มีการเสียรูปทรงหรือสึกหรอของห่วงตะขอ
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -26- เอกสารแนบ 7
5.2.7 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับสารเคมีและวัตถุอันตราย
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการ ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย พ.ศ.2556 กฎหมายอื่น ๆ และ ข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้

  1. ให้ผู้รับจ้างที่มีสารเคมีอันตรายอยู่ในครอบครองตาม “ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเรื่องบัญชี รายชื่อสารเคมีอันตราย” ต้องจัดทําบัญชีรายชื่อสารเคมีอันตรายและรายละเอียดข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมี อันตรายตามแบบที่อธิบดีประกาศกําหนด (สอ.1) พร้อมทั้งแจ้งต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายภายใน 7 วันนับแต่ วันที่มีสารเคมีอันตรายอยู่ในครอบครอง
  2. ผู้รับจ้างต้องแจ้งให้ผู้ปฏิบัติงานทราบและอธิบายให้ผู้ปฏิบัติงานเข้าใจข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมี อันตรายที่อยู่ในครอบครองของผู้รับจ้าง ข้อความและเครื่องหมายต่าง ๆ ที่ปรากฏในเอกสาร คู่มือ ฉลาก ป้าย หรือ ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งข้อมูลต่าง ๆ ตามที่ได้กําหนดไว้ในกฎหมาย
    0
  3. ให้ผู้รับจ้างจัดให้ผู้ปฏิบัติงานที่ทํางานเกี่ยวกับสารเคมีอันตรายทราบและเข้าใจวิธีการในการทํางานที่ถูกต้อง และปลอดภัย รวมทั้งต้องจัดให้มีมาตรการควบคุมผู้ปฏิบัติงานของตนให้ปฏิบัติตามวิธีการดังกล่าว ในการนี้ ให้ผู้รับจ้าง จัดทําคู่มือเกี่ยวกับแนวปฏิบัติและขั้นตอนในการทํางานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย คําแนะนําผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการป้องกัน
    อันตราย ความหมายของข้อมูลที่มีบนฉลากและเอกสารข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมีอันตราย
  4. ผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามวิธีการทํางานที่ถูกต้องและปลอดภัยตามคู่มือการปฏิบัติงานที่ผู้รับจ้าง จัดทําขึ้นตามข้อ 3 และเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย ผู้ปฏิบัติงานต้องบรรเทาเหตุและแจ้งให้ผู้รับจ้าง
    ทราบทันที
  5. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลแก่ผู้ปฏิบัติงานอย่างเพียงพอ เหมาะสมตาม
    กฎหมายและตามความเสี่ยงที่ได้ประเมิน และกํากับควบคุมให้ผู้ปฏิบัติงานได้สวมใส่ตลอดระยะเวลาที่มีการทํางานกับ สารเคมีและวัตถุอันตราย
  6. การปฏิบัติอื่น ๆ ที่ไม่ได้กําหนดไว้ในคู่มือฉบับนี้ ให้นํากฎหมายด้านความปลอดภัยฯ เกี่ยวกับสารเคมีและ วัตถุอันตรายที่เกี่ยวข้องมาเป็นข้อกําหนดในการทํางานกับสารเคมีและวัตถุอันตรายต่อไป
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) 27-
    5.2.8 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานประดาน้ํา (ปฏิบัติงานที่ความลึกตั้งแต่ 3 เมตร - 90 เมตร)
    เอกสารแนบ 8
    เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ ดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับงานประดาน้ํา พ.ศ. 2563 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้
  7. ผู้รับจ้างต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานประดาน้ําได้รับการตรวจสุขภาพตามกําหนดระยะเวลาและจัดทําบัตรตรวจ
    สุขภาพผู้ปฏิบัติงานไว้ตามที่กฎหมายกําหนด
  8. ผู้ปฏิบัติงานซึ่งผู้รับจ้างทํางานประดาน้ําต้องดําเนินการดังนี้
    2.1 มีอายุไม่ต่ํากว่า 18 ปีบริบูรณ์
    2.2 สุขภาพร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์ ไม่เป็นโรคตามที่กฎหมายกําหนด
    2.3 มีความรู้และมีประสบการณ์ในงานประดาน้ําและต้องผ่านการอบรมตามมาตรฐานสากลหรือหน่วยงาน รัฐรับรอง หรือหลักสูตรตามที่กฎหมายกําหนด
  9. ผู้รับจ้างต้องควบคุมให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งทํางานประดาน้ําปฏิบัติตามตารางมาตรฐานของการดําน้ําและการลด ความกดดัน ตลอดจนการพักเพื่อปรับสภาพร่างกายก่อนลงในทํางานใต้น้ําในครั้งถัดไป ทั้งที่ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกําหนด
  10. ผู้รับจ้างและหัวหน้านักประดาน้ําต้องสั่งให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งทํางานประดาน้ําหยุดหรือเลิกการดําน้ําในกรณี
    ต่อไปนี้
    4.1 เมื่อพี่เลี้ยงนักประดาน้ําและนักประดาน้ําไม่สามารถติดต่อสื่อสารกันได้
    4.2 เมื่อนักประดาน้ําต้องใช้อากาศสํารองจากขวดอากาศหรือขวดอากาศสํารอง 4.3 เมื่อมีการดําน้ําในพื้นที่ที่ไม่ปลอดภัย
  11. สําหรับการทํางานในน้ํา (การปฏิบัติงานที่มีความลึกไม่ถึง 3 เมตร) และการทํางานบนผิวน้ํา (ปฏิบัติงานบน เรือหรือแพ) ขอให้ผู้รับจ้างปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง ส่วนเรื่องการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานสําหรับการทํางาน ในน้ําและการทํางานบนผิวน้ํา ทอท. ยังไม่ได้กําหนดให้มีการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงาน
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    4
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -28-
    5.2.9 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีก่อไอออน และเครื่องกําเนิดรังสี
    เอกสารแนบ 9
    เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานการทํางานเกี่ยวกับรังสี พ.ศ.2564 พระราชบัญญัตินิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ.2556 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท.
    ดําาเนินการดังนี้
  12. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสีหรือเจ้าหน้าที่ดําเนินการทางเทคนิครังสีเกี่ยวกับวัสดุ
    นิวเคลียร์ตามกฎหมายว่าด้วยพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ หรือเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับหัวหน้างาน
    อย่างน้อยหนึ่งคนทําหน้าที่ควบคุมดูแลความปลอดภัยทางรังสีของสถานที่ทํางานที่มีการใช้รังสี และปฏิบัติหน้าตาม กฎกระทรวง (แรงงาน) กําหนดมาตรฐานการทํางานเกี่ยวกับรังสี พ.ศ.2564 ข้อ 15
  13. ต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีได้รับการตรวจสุขภาพ โดยแพทย์ที่ได้รับอนุญาตประกอบวิชาชีพ เวชกรรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ หรือมีคุณสมบัติตามที่อธิบดีประกาศกําหนด โดยระยะเวลาตรวจสุขภาพลูกจ้างให้เป็นไปตามข้อ 5.1.15
  14. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีกฎ ข้อบังคับ ระเบียบ แนวปฏิบัติหรือมาตรการด้านความปลอดภัยทางรังสีตาม กฎหมายว่าด้วยพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ ซึ่งอย่างน้อยต้องเป็นภาษาไทยและภาษาอื่นที่ผู้ปฏิบัติงานสามารถเข้าใจได้ พร้อมทั้งปิดประกาศให้ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีทราบ ณ บริเวณพื้นที่ปฏิบัติงาน เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงาน เกี่ยวกับรังสีได้รับปริมาณรังสีสะสมเกินปริมาณที่กําหนด
  15. ห้ามผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งตั้งครรภ์หรืออยู่ระหว่างการให้นมบุตรปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสี
    1
  16. จัดให้ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสี ได้รับการฝึกอบรมให้เข้าใจและทราบถึงอันตรายและวิธีการป้องกันอันตราย จากรังสี ก่อนเข้ารับหน้าที่และมีการทบทวนความรู้แก่ผู้ปฏิบัติงานอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
  17. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีอุปกรณ์บันทึกปริมาณรังสีประจําตัวบุคคลและต้องควบคุมให้ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงาน
    เกี่ยวกับรังสีใช้อุปกรณ์ดังกล่าวตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน
  18. ผู้รับจ้างต้องจัดทําข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณรังสีสะสมของพนักงานซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีที่ได้รับเป็น
    ประจําทุกเดือนหรือทุกสามเดือนขึ้นอยู่กับประเภทของต้นกําเนิดรังสี และต้องแจ้งข้อมูลปริมาณรังสีสะสมดังกล่าวให้
    ผู้ปฏิบัติงานรับทราบทุกครั้ง
    ในกรณีที่ผู้ปฏิบัติงานซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีได้รับปริมาณรังสีสะสมเกินปริมาณที่กําหนดตามกฎหมายว่า ด้วยพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ ให้ผู้รับจ้างแจ้งปริมาณรังสีสะสมดังกล่าวพร้อมหาสาเหตุและการป้องกันแก้ไขต่อ
    อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ทราบข้อมูลปริมาณรังสีสะสม
  19. ผู้รับจ้างต้องจัดทํารั้ว คอกกั้น หรือเส้นแสดงแนวเขต หรือวิธีการอื่นที่เหมาะสม และจัดให้มีป้ายสัญลักษณ์ ทางรังสี พร้อมข้อความเตือนภัยที่เหมาะอย่างน้อยเป็นภาษาไทยและภาษาอื่นที่ลูกจ้างสามารถเข้าใจได้ แสดงให้เห็น ชัดเจนในบริเวณนั้น
  20. ไม่ให้บุคคลใดซึ่งไม่มีหน้าที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีเข้าไปในพื้นที่ควบคุม เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากผู้ดูแลพื้นที่ ทั้งนี้ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสี เจ้าหน้าที่ดําเนินการทางเทคนิคเกี่ยวกับวัสดุ นิวเคลียร์ หรือเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับหัวหน้างาน แล้วแต่กรณี พร้อมทั้งปิดประกาศให้ผู้ปฏิบัติงาน
    ได้รับทราบ
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) 29-
  21. ไม่ให้บุคคลใดเข้าพักอาศัยหรือพักผ่อน หรือนําอาหาร เครื่องดื่ม หรือบุหรี่เข้าไปในพื้นที่ควบคุมทางรังสี 11. ไม่ให้บุคคลใดนําต้นกําเนิดรังสีที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ออกนอกพื้นที่ควบคุม เว้นแต่ได้ดําเนินการตาม
    มาตรการความปลอดภัยตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  22. ไม่ให้บุคคลใดน่าภาชนะหรือวัสดุซึ่งปนเปื้อนวัสดุกัมมันตรังสีหรือวัสดุนิวเคลียร์ออกไปนอกพื้นที่ควบคุม
    เว้นแต่ได้ดําเนินการตามมาตรการความปลอดภัยตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  23. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีที่ล้างมือ ที่ล้างหน้า และที่อาบน้ํา เพื่อให้ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีได้ใช้หลังจาก การปฏิบัติงานหรือก่อนออกจากพื้นที่ปฏิบัติงานของลูกจ้าง และต้องจัดให้มีสถานที่ที่ปลอดภัยในการเก็บชุดทํางาน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีถอดชุดทํางานและเก็บไว้ในสถานที่ดังกล่าว
  24. ต้องจัดให้มีอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) เกี่ยวกับรังสี
  25. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการทําความสะอาดชุดทํางาน อุปกรณ์ เครื่องใช้ต่าง ๆ ที่มีการปนเปื้อนรังสี 16. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีแผนเพื่อป้องกันและระงับอัคคีภัยจากรังสีในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางรังสี และต้องจัดให้ มีการฝึกซ้อมตามแผนดังกล่าวอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง และเก็บเอกสารหรือหลักฐานการฝึกซ้อมไว้ ณ พื้นที่ปฏิบัติงาน เพื่อให้พนักงานตรวจความปลอดภัยและ ทอท. ตรวจสอบได้
  26. ข้อกําหนดอื่น ๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในเอกสารแนบฉบับนี้ ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐาน การทํางานเกี่ยวกับรังสี พ.ศ.2564 พระราชบัญญัตินิวเคลียร์เพื่อสันติ กฎหมายความปลอดภัยอื่น ๆ และมาตรฐานความ ปลอดภัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)