จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างกิจกรรมสื่อสารเส้นทางท่องเที่ยวบนฐานทุนวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) 69059354614
฿2,500,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 26 พ.ค. 2569 กรุงเทพมหานคร

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงาน (Term of Reference: TOR)
กิจกรรมสื่อสารเส้นทางท่องเที่ยวบนฐานทุนวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน)
๑. หลักการและเหตุผล
องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. มีภารกิจ สำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวในพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการสร้าง สมดุลระหว่างมิติทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการส่งเสริมบทบาทของชุมชนท้องถิ่น ให้เป็นเจ้าของการพัฒนา และสามารถถ่ายทอดคุณค่า อัตลักษณ์ และเรื่องราวของพื้นที่ตนเองสู่สาธารณะได้อย่าง เหมาะสม
ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา อพท. ได้ดำเนินการพัฒนาและยกระดับเส้นทางท่องเที่ยวโดยชุมชนบนฐาน ทุนวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดเส้นทาง ท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ มีความพร้อมด้านเนื้อหา เรื่องราว กิจกรรม และการบริหารจัดการในระดับหนึ่ง ซึ่ง สามารถนำไปต่อยอดในเชิงการสื่อสารและการตลาดได้ อย่างไรก็ตาม เส้นทางท่องเที่ยวดังกล่าวยังจำเป็นต้อง ได้รับการสื่อสารอย่างเป็นระบบ เพื่อให้คุณค่าและอัตลักษณ์ที่ผ่านการพัฒนาแล้ว สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้
อย่างชัดเจนและกว้างขวางยิ่งขึ้น
การสื่อสารเส้นทางท่องเที่ยวในบริบทดังกล่าว จึงมุ่งเน้นการถ่ายทอดเรื่องเล่าของเส้นทางที่ผ่านการ ยกระดับผ่านมุมมองและเสียงของเจ้าของพื้นที่ ซึ่งสะท้อนวิถีชีวิต ความเชื่อ และทุนทางวัฒนธรรมของชุมชน อัน เป็นหัวใจของการท่องเที่ยวโดยชุมชนและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน การใช้สื่อวิดีโอและภาพนิ่งที่มีคุณภาพ จึงเป็น เครื่องมือสำคัญในการถ่ายทอดประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ สร้างความเข้าใจ ความเชื่อมโยง และ ความน่าสนใจให้แก่ทั้งนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว ควบคู่กับการสื่อสารผ่านสื่อดิจิทัล การจัด กิจกรรมประชาสัมพันธ์ในรูปแบบเป็นกันเอง เปิดพื้นที่ให้เกิดการพบปะ แลกเปลี่ยน และเรียนรู้ระหว่างชุมชน ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว สื่อมวลชน และผู้ที่สนใจ ถือเป็นกลไกสำคัญในการขยายผลการรับรู้และสร้าง โอกาสทางการตลาด โดยกิจกรรมดังกล่าวจะทำหน้าที่เป็นพื้นที่นำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวที่ผ่านการพัฒนาและ ยกระดับแล้ว ให้ชุมชนสามารถเล่าเรื่องของตนเอง แสดงอัตลักษณ์ อาหาร และกิจกรรมสร้างสรรค์ อันเอื้อต่อ
การสร้างความเชื่อมั่นและการนำเส้นทางท่องเที่ยวไปต่อยอดเชิงธุรกิจในอนาคต
ดังนั้น เพื่อให้เส้นทางท่องเที่ยวโดยชุมชนบนฐานทุนวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมที่ผ่านการพัฒนาและ ยกระดับแล้ว สามารถขยายผลสู่การรับรู้ในวงกว้าง และเชื่อมโยงเข้าสู่ตลาดการท่องเที่ยวคุณภาพ อพท. จึงได้ ดำเนินกิจกรรมสื่อสารเส้นทางท่องเที่ยวบนฐานทุนวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เพื่อ

เสริมภาพลักษณ์ สร้างการรับรู้ และกระตุ้นความสนใจของนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว อันจะ นำไปสู่การสร้างรายได้ การต่อยอดเส้นทางท่องเที่ยว และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืนต่อไป
๒. วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อสื่อสารและเผยแพร่เส้นทางท่องเที่ยวบนฐานทุนวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ที่ผ่านการพัฒนาและ ยกระดับแล้ว ในพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ให้เป็นที่รับรู้ในวงกว้างอย่างเป็นรูปธรรม
๒.๒ เพื่อส่งเสริมการเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวโดยชุมชนเข้าสู่ตลาดการท่องเที่ยว ผ่านกิจกรรม ประชาสัมพันธ์และกิจกรรมสร้างสรรค์ในรูปแบบที่เอื้อต่อการมีส่วนร่วม การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และ การสร้างเครือข่ายระหว่างชุมชนและภาคธุรกิจท่องเที่ยว
๒.๓ เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยวโดยชุมชนบนฐานทุนวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ในฐานะรูปแบบ การท่องเที่ยวที่มีคุณค่า มีเอกลักษณ์ และสอดคล้องกับแนวทางการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
๓. ขอบเขตพื้นที่โครงการ/กลุ่มเป้าหมาย
๓.๑. ขอบเขตพื้นที่โครงการ : พื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของ อพท. ใน ๕ ภูมิภาค
๓.๒. กลุ่มเป้าหมาย : ชุมชน ผู้ประกอบการและหน่วยงานในพื้นที่เป้าหมายตามข้อ ๓.๑ รวมถึงภาคีเครือข่าย นักท่องเที่ยว บุคลากรของ อพท. สื่อมวลชนและบุคคลทั่วไปที่สนใจ
๔. เงินงบประมาณโครงการ ๒,๕๐๐,๐๐๐ บาท (สองล้านห้าแสนบาทถ้วน)
๕. หลักเกณฑ์ในการจัดจ้าง
ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ และระเบียบ กระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐
๖. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๖.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๖.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๖.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๖.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๖.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของ หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้น

๖.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐ หรือระเบียบ กฎหมาย คำสั่งใดๆ กำหนด
๖.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคา
๖.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอราคารายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่องค์การบริหาร การพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) ณ วันประกาศประกวดราคา หรือไม่เป็น ผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม
๖.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาลของผู้ยื่น ข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๖.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
๖.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการเป็นไปตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการ จัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ ที่ กค (กวจ) ๐๔๐๕.๒/ว ๑๒๔ ลงวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๖ ดังนี้ มูลค่าสุทธิของกิจการ
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฎในงบแสดงฐานะการเงิน ที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้อง มีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท
(๓) สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็น บุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝาก คงเหลือในบัญชีธนาคาร เป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในครั้ง นั้น และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีก ครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
(๔) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะ เข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในครั้งนั้น (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตาม ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบ อำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน)
(๕) กรณีตาม (๑) - (๔) ยกเว้นสำหรับกรณีดังต่อไปนี้
(๕.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ

(๕.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๖๑
(๕.๓) งานก่อสร้าง ที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และงาน จ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่ พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐมีผลใช้บังคับ"
๖.๑๒ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ประกอบการ (SME) ให้แนบสำเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)
กรณีเป็นกิจการร่วมค้า ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายต้องเป็นผู้ประกอบการ SMEs และเป็นบุคคลธรรมดา ที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
๖.๑๓ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ประกอบการที่ได้รับการรับรองและออกเครื่องหมายสินค้าที่ผลิต ภายในประเทศ (Made in Thailand) ให้แนบสำเนาหนังสือรับรองสินค้า “Made in Thailand” และแผนการใช้ พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
๖.๑๔ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีหลักฐานการจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โดย ออกให้หรือรับรองไม่เกิน ๓ เดือน นับถึงวันยื่นข้อเสนอ
๖.๑๕ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง ในวงเงินไม่น้อยกว่า ๑,๒๕๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านสองแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) อย่างน้อย ๑ ผลงาน และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญา โดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ อพท. เชื่อถือ โดยต้องแนบสำเนาสัญญา และ /หรือ สำเนา หนังสือรับรองผลงานเสนอ
๖.๑๖ ผู้เสนอราคาต้องมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องและสอดคล้อง ต่อการดำเนินงาน
๗. ระยะเวลาการดำเนินการและกำหนดยืนราคา
๗.๑ กำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๑๒๐ วัน นับแต่วันที่ยื่นข้อเสนอ
๗.๒ กำหนดระยะเวลาดำเนินการให้เสร็จ ภายใน ๑๘๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ๘. ขอบเขตของการดำเนินงาน
๘.๑ ผู้รับจ้างต้องจัดประชุมวางแผนร่วมกับคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ อพท. เพื่อจัดทำแผนการ ดำเนินงานตลอดระยะเวลาของโครงการ โดยระบุรายละเอียด วัตถุประสงค์ ขอบเขตการดำเนินงาน ตัวชี้วัดด้าน การสื่อสารและการจัดกิจกรรม แผนการจัดกิจกรรมต่างๆ ในแต่ละขั้นตอน ครอบคลุมระยะเวลาที่กำหนดใน ข้อกำหนดการจ้าง
๘.๒ ผู้รับจ้างออกแบบคลิปวิดีโอ โดยจัดทำบทสคริปต์ ออกแบบโครงสร้างการเล่าเรื่อง (Story Board) กำหนดเนื้อหาหลัก (Theme) ความยาวไม่เกิน ๓ นาทีและความยาวไม่เกิน ๑ นาทีจำนวนอย่างละไม่น้อยกว่า ๑๐ ชิ้นงาน (๑๐ เส้นทางท่องเที่ยว) ที่มีความเรียบง่าย สวยงาม ร่วมสมัย นำเสนอเสน่ห์ของการท่องเที่ยวโดย ชุมชน โดยได้รับความเห็นชอบรูปแบบและขนาดจากคณะกรรมการฯ ก่อนการผลิต

๘.๓ ลงพื้นที่เก็บบันทึกภาพเคลื่อนไหวกิจกรรมท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อใช้เป็นต้นฉบับ (Footage) ใน การจัดทำคลิปวิดีโอ จำนวนไม่น้อยกว่า ๑๐ เส้นทาง โดยผู้รับจ้างจะต้องแจ้งกำหนดการถ่ายทำในสถานที่ต่างๆ ล่วงหน้า เพื่อประสานงานชุมชนหรือผู้ที่เกี่ยวข้องในการเตรียมความพร้อมของสถานที่
๘.๔ ลงพื้นที่เก็บบันทึกภาพนิ่งกิจกรรมท่องเที่ยวชุมชน สถานที่ท่องเที่ยวเชื่อมโยง บุคคล สถานที่ อาหาร ฯลฯ ในเส้นทางท่องเที่ยว จำนวนไม่น้อยกว่า ๑๐ เส้นทาง และมีการคัดเลือกภาพนิ่งคุณภาพสูงที่พร้อมสำหรับ การใช้งาน เส้นทางละไม่น้อยกว่า ๓๐ ภาพ บันทึกลง External Hard Disk ขนาดพื้นที่ความจุที่เหมาะสม ส่งมอบ ให้กับ อพท. เพื่อใช้ในกิจกรรมประชาสัมพันธ์ชุมชนต่อไป
๘.๕ จัดทำคลิปวิดีโอเส้นทางท่องเที่ยวที่ผ่านการยกระดับเส้นทางท่องเที่ยวบนฐานทุนวัฒนธรรม ความ ยาวไม่เกิน ๑๐ นาที จำนวนไม่น้อยกว่า ๑๐ ชิ้นงาน (๑๐ เส้นทางท่องเที่ยว) เพื่อใช้เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อ ออฟไลน์และออนไลน์ โดยครอบคลุมการดำเนินงาน ดังนี้
๘.๕.๑ ผลิตวิดีโอที่มีคุณภาพสูง โดยรูปแบบวิดีโอให้ชุมชนหรือผู้ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เป็นผู้ดำเนิน เรื่องหลัก เน้นการสัมภาษณ์และใส่เสียงของชุมชนในการดำเนินเนื้อหาของวิดีโอ
๘.๕.๒ จัดให้มีคำบรรยายภาษาไทยและภาษาอังกฤษในชิ้นงานวิดีโอ ทุกชิ้นงาน
๘.๕.๓ จัดทำกราฟฟิกที่มีความสวยงาม ทันสมัย เข้าใจง่าย สอดรับกับเนื้อหา
๘.๕.๔ จัดทำเสียงดนตรีประกอบหรือเสียงบรรยาย ให้มีความเหมาะสมกลมกลืนและสอดรับกัน กับภาพเคลื่อนไหว และจะต้องไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ หากมีการร้องเรียนหรือฟ้องร้อง ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ทั้งหมด
๘.๕.๕ จัดให้มีโลโก้ของ อพท. หรือโลโก้ที่เกี่ยวข้องภายใต้องค์กร ปรากฏในชิ้นงานวิดีโอเพียง เท่านั้น
๘.๕.๖ ดำเนินการจัดส่งไฟล์งานวิดีโอ โดยบันทึกลง External Hard Disk ขนาดพื้นที่ความจุที่ เหมาะสม ส่งมอบให้กับ อพท.
๘.๖ จัดงานสื่อสารและประชาสัมพันธ์(CBT Playground) พื้นที่โชว์ของดีใน ๑๐ เส้นทางท่องเที่ยว ใน พื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ของ อพท. ที่ผ่านการคัดเลือกจากการยกระดับเส้นทางท่องเที่ยวบนฐาน ทุนวัฒนธรรม จำนวน ๑ ครั้ง (ไม่น้อยกว่า ๑ วัน) โดยมีผู้เข้าร่วมงานไม่น้อยกว่า ๑๐๐ คน โดยเน้นกลุ่มเป้าหมาย คุณภาพ ครอบคลุมการดำเนินงาน ดังนี้
๘.๖.๑ จัดเตรียมสถานที่ (กรุงเทพมหานครหรือปริมณฑล) สำหรับงาน CBT Playground พื้นที่ นำเสนอของดีใน ๑๐ เส้นทางท่องเที่ยว เช่น พื้นที่เปิดโล่งหรือลานกิจกรรมที่เหมาะสม เวที เครื่องเสียง แสง ระบบไฟฟ้า เครื่องฉายโปรเจ็คเตอร์ จอแสดงผลแอลอีดี และอุปกรณ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น โดยจะต้องเป็น สถานที่ที่เดินทางสะดวก มีที่จอดรถเพียงพอสำหรับผู้เข้าร่วมงาน หรือสามารถเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ โดยรูปแบบของงานให้เน้นบรรยากาศเป็นกันเอง ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของผู้ที่สนใจและเจ้าของ เส้นทางท่องเที่ยว
๘.๖.๒ จัดงานเสวนาภายในงาน รายละเอียดเกี่ยวกับการยกระดับเส้นทางท่องเที่ยวบนฐานทุน วัฒนธรรม โดยมีการตั้งชื่อหัวข้อการเสวนาที่ดึงดูดให้คนทั่วไปสนใจร่วมรับฟัง

๘.๖.๓ จัดหาผู้มีชื่อเสียงในแวดวงการท่องเที่ยว เพื่อร่วมงานฯ และร่วมเวทีเสวนาตามความ เหมาะสม ซึ่งจะเป็นการสร้างการรับรู้ในวงกว้าง
๘.๖.๔ จัดหาและประสานงานวิทยากรผู้ร่วมเสวนา โดยต้องเป็นวิทยากรที่เชี่ยวชาญเรื่องการ ยกระดับเส้นทางท่องเที่ยวบนฐานทุนวัฒนธรรม มีความเข้าใจภาพรวมกิจกรรม พร้อมทั้งรับผิดชอบค่าตอบแทน ค่าเดินทางของวิทยากรทั้งหมด จำนวนไม่น้อยกว่า ๒ คน
๘.๖.๕ จัดหาพิธีกรดำเนินการเสวนา (Moderator) เพื่อร่วมเวทีเสวนาตามข้อ ๘.๖.๒ และพิธีกร ดำเนินรายการตลอดกิจกรรม
๘.๖.๖ ออกแบบบูธนิทรรศการ หรือพื้นที่ในการนำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวฯ ไม่น้อยกว่า ๑๐ เส้นทาง พร้อมทั้งออกแบบสื่อสรุปเส้นทางท่องเที่ยวจากข้อมูลที่ อพท. จัดเตรียม ในรูปแบบ Infographic ที่ มีความสวยงาม ปรากฎเครื่องหมายหรือตราสัญลักษณ์ของกิจกรรม และโลโก้ อพท. เพื่อนำเสนอให้ผู้ร่วมกิจกรรม ภายในงาน
๘.๖.๗ จัดเตรียมสถานที่สำหรับให้ชุมชนหรือผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งผู้ประกอบการ ธุรกิจท่องเที่ยว ในการนำเสนอสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยว โปรแกรมท่องเที่ยว แพกเกจท่องเที่ยว ที่ เกี่ยวข้องกับเส้นทางท่องเที่ยวบนฐานทุนวัฒนธรรม
๘.๖.๘ ผลิตเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรม เช่น เอกสารประกอบการจัดกิจกรรม และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น
๘.๖.๙ ประสานเชิญผู้เข้าร่วมกิจกรรมก่อนการจัดงาน ซึ่งเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องในการจัดงานเปิดตัว เส้นทางท่องเที่ยวฯ เช่น ตัวแทนชุมชนในเส้นทางท่องเที่ยว สื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ ผู้ประกอบการธุรกิจ ท่องเที่ยวจากสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานภาคีเครือข่าย เป็นต้น จำนวนไม่น้อยกว่า ๕๐ คน ซึ่ง รวมถึง การรับผิดชอบ ดังนี้
๑) ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม ในช่วงระหว่างการจัดกิจกรรม ให้เพียงพอตาม
จำนวนผู้เข้าร่วม โดยมีการจัดเตรียมเมนูอาหารให้สอดคล้องกับเส้นทางท่องเที่ยว
๒) ค่าเดินทางของตัวแทนชุมชนในเส้นทางท่องเที่ยวจากพื้นที่พิเศษเพื่อการ
ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน มายังสถานที่จัดงาน (กรุงเทพมหานครหรือปริมณฑล)
๓) ที่พักในโรงแรม (กรณีเดินทางมาจากต่างจังหวัด)
๔) ค่าใช้จ่ายในการเดินทางหรือจัดหาพาหนะรับส่งระหว่างที่พัก - สถานที่จัด
กิจกรรม (ในกรณีที่พักเป็นคนละที่กับสถานที่จัดกิจกรรม)
๘.๖.๑๐ จัดให้มีการบันทึกภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวตลอดกิจกรรม และจัดทำวิดีทัศน์ภาพรวม ของการจัดกิจกรรมขนาดความยาวไม่น้อยกว่า ๓ นาที
๘.๖.๑๑ จัดให้มีบุคลากรสำหรับการสรุปงานเสวนาในรูปแบบ Visual Note
๘.๗ ดำเนินการประชาสัมพันธ์งานนำเสนอของดีใน ๑๐ เส้นทางท่องเที่ยว ให้บุคคลทั่วไปที่สนใจสามารถ เข้าร่วมกิจกรรม โดยมีการมอบสิทธิพิเศษต่างๆ ภายในงาน รวมทั้งสอดแทรกกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้ผู้ร่วมงานเกิด การตระหนักและสร้างการรับรู้และความเข้าใจแนวคิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยมียอดการรับรู้รวมกันไม่น้อย กว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน/ครั้งการเข้าถึง (Reach) และเผยแพร่ไม่น้อยกว่า ๒ สัปดาห์ อย่างต่อเนื่อง

๘.๘ ดำเนินการประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวบนฐานทุนวัฒนธรรม ในพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยว อย่างยั่งยืน ในรูปแบบต่างๆ เพื่อกระตุ้นความสนใจของกลุ่มเป้าหมายคุณภาพให้เกิดการรับรู้ ผ่านช่องทาง ออนไลน์ ทั้งช่องทางที่ผู้รับจ้างจัดหาและช่องทางของ อพท. โดยมียอดการรับรู้รวมกันไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน/ครั้งการเข้าถึง (Reach)
๘.๙ ผู้รับจ้างต้องดำเนินงานตามแผนงานที่ได้รับความเห็นชอบจาก อพท. โดยเคร่งครัด หากกิจกรรมใด ไม่สามารถปฏิบัติได้ตามแผนที่วางไว้ ผู้รับจ้างต้องปรึกษาและขอความเห็นชอบจาก อพท. ก่อนที่จะดำเนินการ เปลี่ยนแปลงใดๆ
๘.๑๐ ผู้รับจ้างมีหน้าที่ตรวจสอบความเรียบร้อยและความถูกต้องของข้อมูล เนื้อหาที่นำเสนอ หากพบว่า มีความไม่ถูกต้องประการใด ให้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้รับจ้างที่จะต้องแก้ให้แล้วเสร็จสมบูรณ์ก่อนส่งมอบ ให้กับ อพท.
“คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ อพท. ภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่ เป็นกรณีการเช่า หรือกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการซื้อซึ่งสัญญากำหนดส่งงานงวดเดียว หรือ กรณีการซื้อ การเช่า การจ้าง และการจ้างก่อสร้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือมีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท โดยจัดทำแผนการทำงานตามสิ่งที่ส่งมาด้วย ๒ และสิ่งที่ส่งมาด้วย ๓ ของหนังสือคณะกรรมการ วินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ ที่ กค (กวจ) ๐๔๐๕.๒/ว ๑๒๔ ลงวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๖ ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา”
อย่างไรก็ดี อพท. สามารถปรับเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข รายละเอียด หรือแผนการดำเนินงานของคูสัญญา อพท. ได้ตามความเหมาะสม
หมายเหตุ: ข้อมูลและผลงานการออกแบบทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากขอบเขตการจ้างนี้ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ อพท. หากผู้รับจ้างจะนำไปใช้ประโยชน์ในทางหนึ่งทางใด จักต้องขออนุญาตและได้รับความเห็นชอบจาก อพท. อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร
๙. การส่งมอบและการเบิกจ่าย
อพท. หรือผู้ว่าจ้างจะทำการจ่ายเงิน หลังจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้พิจารณาตรวจรับ เสร็จเรียบร้อยแล้ว และผู้อำนวยการ อพท.ได้อนุมัติให้เบิกจ่ายได้ โดยกำหนดการส่งมอบงานและการเบิกจ่ายเงิน แบ่งออกเป็น ๓ งวด ดังนี้
งวดที่ ๑ การส่งมอบงานงวดนี้ จะต้องส่งมอบงานภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากลงนามในสัญญาจ้าง และ อพท. จะจ่ายเงินให้จำนวนร้อยละ ๓๐ ของมูลค่าตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างปฏิบัติงานตามขอบเขตข้อกำหนดการ จ้าง จัดประชุมวางแผนร่วมกับคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ เพื่อจัดทำแผนการดำเนินงานตลอดระยะเวลาของ โครงการ โดยระบุรายละเอียด วัตถุประสงค์ ขอบเขตการดำเนินงาน ตัวชี้วัดด้านการสื่อสารและการจัดกิจกรรม แผนการจัดกิจกรรมต่างๆ ในแต่ละขั้นตอน ครอบคลุมระยะเวลาที่กำหนดในข้อกำหนดการจ้าง พร้อมจัดทำเป็น รูปเล่มรายงานจำนวน ๔ ชุด พร้อมบันทึกข้อมูล (Flash drive) จำนวน ๑ ชุด

งวดที่ ๒ การส่งมอบงานงวดนี้ จะต้องส่งมอบงานภายใน ๑๒๐ วัน นับถัดจากลงนามในสัญญาจ้าง และ อพท. จะจ่ายเงินให้จำนวนร้อยละ ๔๐ ของมูลค่าตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างปฏิบัติงานตามขอบเขตข้อกำหนดการ จ้าง ข้อ ๘.๒ - ๘.๕ แล้วเสร็จ พร้อมจัดทำเป็นรูปเล่มรายงานจำนวน ๔ ชุด พร้อมบันทึกข้อมูล (External Hard disk) จำนวน ๑ ชุด
งวดที่ ๓ การส่งมอบงานงวดนี้ จะต้องส่งมอบงานภายใน ๑๘๐ วัน นับถัดจากลงนามในสัญญาจ้าง และ อพท. จะจ่ายเงินให้จำนวนร้อยละ ๓๐ ของมูลค่าตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างปฏิบัติงานตามขอบเขตข้อกำหนดการ จ้าง ข้อ ๘.๖ - ๘.๘ แล้วเสร็จ พร้อมจัดทำเป็นรูปเล่มรายงานจำนวน ๔ ชุด พร้อมอุปกรณ์บันทึกข้อมูล (External Hard disk) จำนวน ๑ ชุด ที่ประกอบด้วยผลงานทั้งหมด
๑๐. หลักประกันผลงาน -ไม่มี-
๑๑. อัตราค่าปรับ
หากผู้ยื่นข้อเสนอหรือคู่สัญญาของ อพท. ดำเนินการไม่เสร็จสมบูรณ์ตามระยะเวลาที่กำหนดผู้ยื่นข้อเสนอ หรือคู่สัญญาของ อพท. ต้องจ่ายค่าปรับกำหนดเป็นรายวันในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของค่าจ้างตามสัญญาจนกว่า งานจะแล้วเสร็จสมบูรณ์
ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอหรือคู่สัญญาของ อพท. ไม่สามารถดำเนินงานให้แล้วเสร็จได้ตามระยะเวลาที่กำหนด ด้วยเหตุสุดวิสัยหรือเป็นเหตุอันเนื่องมาจาก อพท. ผู้ยื่นข้อเสนอหรือคู่สัญญาของ อพท. จะต้องแจ้งเหตุดังกล่าวให้ อพท. ทราบภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่เหตุนั้นได้สิ้นสุดลง หรือตามที่กำหนดในระเบียบ กฎหมาย หรือ กฎกระทรวง หากมิได้แจ้งภายในเวลาที่กำหนด ผู้เสนอหรือคู่สัญญาของ อพท. ราคาจะยกมากล่าวอ้างเพื่อขอ
งดหรือลดค่าปรับ หรือขอขยายเวลาในภายหลังมิได้เว้นแต่กรณีเหตุเกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของ อพท. ซึ่งมีหลักฐานชัดแจ้ง หรือ อพท. ทราบดีอยู่แล้วตั้งแต่ต้น ทั้งนี้การขยายเวลาอยู่ในดุลยพินิจของ อพท.
ผู้ยื่นข้อเสนอ หรือผู้รับจ้าง หรือคู่สัญญาของ อพท. ไม่มีสิทธินำงานสัญญาไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอด หนึ่ง ไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วน เว้นแต่การจ้างช่วงแต่บางส่วนที่ได้รับอนุญาตจาก อพท. หากมีการฝ่าฝืน ผู้ยื่น ข้อเสนอหรือผู้รับจ้าง หรือคู่สัญญาของ อพท. จะต้องจ่ายค่าปรับในอัตราร้อยละ ๒๐ ของวงเงินของงานที่จ้างช่วง ตามสัญญา เว้นแต่ข้อสัญญากำหนดค่าปรับไว้แตกต่างให้ถือตามสัญญา
๑๒. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
-ไม่มี-
๑๓. การยื่นข้อเสนอและเกณฑ์การพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอ
๑๓.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำข้อเสนอด้านราคาโดยนำเสนองบประมาณค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเป็น จำนวนเงินรวมของค่าจ้าง (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ต้องเสนอเป็นราคาเดียว โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่า ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ทั้งปวงไว้แล้ว โดยราคาที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและ ตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ

๑๓.๒ เกณฑ์การพิจารณา
การพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอครั้งนี้ อพท. จะพิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ขั้นต่ำ และใช้ หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น โดย อพท. จะพิจารณาโดยให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด ดังนี้
๑. ราคาที่ยื่นข้อเสนอ (Price) กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๑๐ ๒. ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่น กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๙๐ อพท. จะรับพิจารณาเมื่อผู้ยื่นข้อเสนอมีคะแนนข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ ๗๕ คะแนน
ผู้ผ่านเกณฑ์คะแนนขั้นต่ำ จึงจะได้รับพิจารณาข้อเสอนด้านราคา และ อพท. จะพิจารณาคัดเลือกจากผู้ยื่น ข้อเสนอที่ได้คะแนน Price Performance สูงสุด
ตารางการให้คะแนน
หัวข้อ/หลักเกณฑ์
คะแนน
(เต็ม ๑๐๐)
น้ำหนัก
(ร้อยละ)
๑. คะแนนราคาที่ยื่นข้อเสนอ (Price)
๑๐๐
๑๐
๒. คะแนนข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่น
๑๐๐
๙๐
๒.๑ ประสบการณ์และผลงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการพร้อม แนบสัญญาจ้าง หรือหนังสือรับรองผลงาน โดยกำหนด เกณฑ์ ดังนี้
๒.๑.๑ มีผลงานด้านการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ เนื้อหา ด้านการท่องเที่ยวที่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง (๒๕ คะแนน) • จำนวน ๔ ผลงาน ได้คะแนน ๑๕ คะแนน
• จำนวน ๕ ผลงาน ได้คะแนน ๒๐ คะแนน
• จำนวน ๖ ผลงาน ได้คะแนน ๒๕ คะแนน
๒.๑.๒ มีผลงานด้านการจัดกิจกรรม งานอีเวนต์ งาน ประชุม งานสัมมนา หรืองานแสดงนิทรรศการต่างๆ ที่ เกี่ยวข้องกับขอบเขตของงาน (๒๕ คะแนน)
• จำนวน ๒ ผลงาน ได้คะแนน ๑๕ คะแนน
• จำนวน ๓ ผลงาน ได้คะแนน ๒๐ คะแนน
• จำนวน ๔ ผลงาน ได้คะแนน ๒๕ คะแนน
(๕๐ คะแนน)

๒.๒ แผนและขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ชัดเจนและเป็นระบบ รวมทั้งเสนอในรูป Gantt Chart (๑๐ คะแนน)
(๑๐ คะแนน)


หัวข้อ/หลักเกณฑ์
คะแนน
(เต็ม ๑๐๐)
น้ำหนัก
(ร้อยละ)
• มีแผนการปฏิบัติงานบางส่วนหรือยังไม่ครบถ้วน ได้คะแนน ๕ คะแนน
• มีแผนการปฏิบัติงาน มีกิจกรรมหลักครบถ้วน และ สอดคล้องกับงวดงาน ได้คะแนน ๑๐ คะแนน

๒.๓ แนวคิดและวิธีการดำเนินงานที่เหมาะสมกับกิจกรรม ตามขอบเขตของงาน (๔๐ คะแนน) 

๒.๓.๑ มีองค์ประกอบของคณะทำงานบริหารโครงการที่มี ความรู้ ความสามารถและเชี่ยวชาญ ด้านงานอีเวนต์หรือ งานประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับขอบเขตของงาน (๒๐ คะแนน)
•มีคณะทำงานบริหารโครงการ การดำเนินงานที่มี ประสบการณ์ ความรู้ ความสามารถ และเชี่ยวชาญ ด้านการ จัดงานอีเวนต์และการประชาสัมพันธ์ ไม่น้อยกว่า ๒ คน ได้ คะแนน ๑๐ คะแนน
• มีคณะทำงานบริหารโครงการ การดำเนินงานที่มี ประสบการณ์ ความรู้ ความสามารถ และเชี่ยวชาญ ด้านการ จัดงานอีเวนต์และการประชาสัมพันธ์ ไม่น้อยกว่า ๔ คน ได้ คะแนน ๒๐ คะแนน
๒.๓.๒ มีการจัดหาผู้เชี่ยวชาญ ผู้มีชื่อเสียงหรืออินฟลูเอน เซอร์ด้านการท่องเที่ยว ที่สามารถนำเสนอเส้นทางท่องเที่ยว ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ (๒๐ คะแนน)
•ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ ได้คะแนน ๕ คะแนน •ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์และผู้มีชื่อเสียงหรือ อินฟลูเอนเซอร์ด้านการท่องเที่ยว ที่มีผู้ติดตามไม่น้อยกว่า ๕๐๐,๐๐๐ คน ได้คะแนน ๑๐ คะแนน
•ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์และผู้มีชื่อเสียงหรือ อินฟลูเอนเซอร์ด้านการท่องเที่ยว ที่มีผู้ติดตามไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน ได้คะแนน ๒๐ คะแนน
(๔๐ คะแนน)

รวมคะแนน 
๑๐๐

๑๐
๑๔. การสงวนสิทธิ์
๑๔.๑ อพท. สามารถเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข ข้อสัญญา หรือรายการใดๆ ได้ตามความจำเป็น แม้การ เปลี่ยนแปลงนั้น จะมีผลทำให้ต้องลดวงเงินที่จะจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอ/ผู้รับจ้าง/ผู้ขาย หรือคู่สัญญาของ อพท. จะเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ มิได้
๑๔.๒ อพท. สงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการคัดเลือกครั้งนี้ และยกเลิกการลงนามสัญญาไม่ว่าด้วยเหตุที่เกิดขึ้น เพราะงบประมาณยังดำเนินการไม่เรียบร้อยหรือเหตุใดก็ตาม โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าเสียหายจาก อพท. ไม่ได้ทั้งสิ้น
๑๔.๓ อพท. สงวนสิทธิ์ในการดำเนินการคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใดรายหนึ่ง ตามพระราชบัญญัติ การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ และถือว่าการคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอนั้นเป็นที่สิ้นสุด บุคคลใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้อง อพท.มิได้
๑๔.๔ อพท. ขอสงวนสิทธิ์ โดย อพท. จะไม่รับความรับผิดชอบค่าเสียหาย ในกรณีที่ความเสียหายนั้น มีสาเหตุมาจากเหตุสุดวิสัย หรือ ไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม
๑๔.๕ การจัดจ้างในครั้งนี้จะมีการลงนามในสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือได้เมื่อพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณสำหรับปีที่มีการจัดซื้อจัดจ้างนี้มีผลใช้บังคับ และ อพท. ได้รับจัดสรร งบประมาณรายจ่ายประจำปีจากสำนักงบประมาณแล้ว กรณีที่ไม่ได้รับงบประมาณหรือมีปัญหาเรื่องงบประมาณ ภายใน อพท. เองหรือเพราะเหตุใดก็ตาม อพท. ขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกการจัดจ้างครั้งนี้ แม้จะมีการลงนามสัญญา แล้ว อพท. ก็สามารถยกเลิกสัญญาในระหว่างที่สัญญามีผลเมื่อใดก็ได้ โดยผู้ยื่นข้อเสนอ/ผู้รับจ้าง/ผู้ขาย หรือ คู่สัญญาของ อพท. ไม่มีสิทธิ์เรียกค่าเสียหายใดๆ ทั้งสิ้น
กรณีที่มีการลงนามสัญญาแล้ว แต่ภายหลัง อพท. ได้รับการจัดสรรงบประมาณมาไม่ครบถ้วน ตามสัญญา อพท. มีสิทธิที่จะจ่ายเงินตามจำนวนเท่าที่ได้รับการจัดสรรมา โดยคู่สัญญา อพท.ยอมรับที่จะเบิกเงิน และให้ยุติไปตามจำนวนที่ได้รับการจัดสรรนั้น หรือ อพท. สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงวงเงินในสัญญา และ/หรือ เนื้องานในสัญญา เพื่อให้เท่ากับวงเงินที่ได้รับจัดสรรงบประมาณจริงก็ได้
๑๔.๖ กรณีที่ต้องมีหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา ผู้ยื่นข้อเสนอ/ผู้รับจ้าง/ผู้ขาย หรือคู่สัญญาของ อพท. ที่ได้รับคัดเลือกจะต้องนำหลักประกันมามอบให้แก่ อพท. ในวันที่ลงนามสัญญาจ้าง ในอัตราที่กฎหมาย กำหนด เพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญานี้หลักประกันดังกล่าวมีอายุประกันตลอดไปจนกว่าคู่สัญญา ของ อพท. จะหลุดพ้นจากหน้าที่และความรับผิดตามสัญญานี้ ซึ่งหลักประกันที่นำมามอบให้ อพท. จะคืนให้
โดยไม่มีดอกเบี้ยเมื่อคู่สัญญาพ้นข้อผูกพันตามสัญญาแล้ว
๑๔.๗ กรณี อพท. มีข้อขัดข้องเกี่ยวกับงบประมาณหรือการเบิกจ่าย อันเป็นเหตุผลของทางราชการ ไม่ถือ ว่า อพท. ผิดสัญญา และไม่เป็นเหตุให้คู่สัญญาหยุดปฏิบัติตามสัญญา โดยคู่สัญญายังคงต้องปฏิบัติตามสัญญา ให้เสร็จสิ้นต่อไป
๑๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกจาก อพท. ต้องเข้ามาทำสัญญาที่มีเงื่อนไขข้อกำหนดตามแบบ สัญญาที่เป็นไปตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ และระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือ ตามที่อพท. กำหนด และจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อกำหนดและระเบียบกฎหมาย
๑๑
ที่กำหนดเพื่อการเข้าทำสัญญา ข้อความใดในข้อกำหนดการจ้างหรือขอบเขตงานนี้ขัดหรือแย้งกับสัญญา ให้ถือ ตามสัญญาเป็นหลัก
๑๔.๙ หาก อพท. ตรวจพบว่า ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นเอกสารหรือให้ข้อความที่ไม่ถูกต้องหรือเป็นเท็จ หรือเป็น ผู้ขาดคุณสมบัติการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอราคา หรือผิดเงื่อนไขการเสนอราคาตามเงื่อนไขการเสนอราคา หรือ ข้อกำหนดการจ้าง หรือขอบเขตงานนี้ อพท. มีสิทธิยกเลิกการจัดจ้างครั้งนี้ แม้จะมีการลงนามสัญญาแล้ว อพท. ก็สามารถยกเลิกสัญญาได้ โดยผู้ยื่นข้อเสนอ/ผู้รับจ้าง/ผู้ขาย หรือคู่สัญญาของ อพท. ไม่มีสิทธิ์เรียกค่าเสียหาย ใดๆ ทั้งสิ้น และ อพท. มีสิทธิที่จะเรียกร้องความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้นได้ด้วย
๑๔.๑๐ ผลงานต่างๆ ที่คู่สัญญาของ อพท. ได้ดำเนินการทั้งหมด เป็นสิทธิ์หรือลิขสิทธิ์ของ อพท. ห้ามนำไป เผยแพร่หรืออ้างอิงโดยไม่ได้รับอนุญาต
๑๔.๑๑ ในการยื่นข้อเสนอ และการปฏิบัติตามสัญญา ผู้ยื่นข้อเสนอ/ผู้รับจ้าง/ผู้ขาย หรือคู่สัญญาของ อพท. ต้องปฏิบัติงานให้เป็นไปตามกฎหมาย และตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ และระเบียบ กฎหมาย ประกาศ คำสั่ง ข้อกำหนด ที่เกี่ยวข้อง และถือเป็นหน้าที่ของคู่สัญญาของ อพท. ที่จะต้องปฏิบัติตาม ระเบียบ กฎหมาย ประกาศ คำสั่ง ข้อกำหนด ที่เกี่ยวข้อง เหล่านั้นด้วย
๑๔.๑๒ การดำเนินงานของโครงการทั้งหมด ห้ามเสนอ เจ้าหน้าที่ อพท. เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องใน การดำเนินโครงการ หากมีการนำเสนอถือว่าการนำเสนอของบริษัทนั้นเป็นโมฆะโดยทันที
๑๕. ในกรณีที่เป็นงานจ้างที่มีความเกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบสารสนเทศและการจัดทำฐานข้อมูล สารสนเทศ ให้เป็นไปตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้
ในกรณีที่ อพท. ตกลงให้ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นคู่สัญญา คู่สัญญาจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของ อพท. ดังนี้ ๑๕.๑ คู่สัญญาที่ต้องการสิทธิในการเข้าถึงระบบสารสนเทศของ อพท. จะต้องทำเรื่องขออนุญาตเป็น ลายลักษณ์อักษร เพื่อขออนุมัติก่อนดำเนินการ
๑๕.๒ คู่สัญญาต้องระบุเหตุผลความจำเป็นที่ต้องเข้าถึงระบบสารสนเทศ ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสารของ อพท. ซึ่งต้องมีรายละเอียดอย่างน้อย ดังนี้
๑๕.๒.๑ เหตุผลในการขอใช้
๑๕.๒.๒ ระยะเวลาในการใช้
๑๕.๒.๓ การตรวจสอบความปลอดภัยของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อเครือข่าย
๑๕.๒.๔ การกำหนดการป้องกันในเรื่องการเปิดเผยข้อมูล
๑๕.๓ คู่สัญญาที่ทำงานให้กับ อพท. ทุกหน่วยงาน ไม่ว่าจะทำงานอยู่ภายในสำนักงานที่ตั้งของ อพท. หรือนอกสถานที่จำเป็นต้องลงนามในสัญญาไม่เปิดเผยข้อมูล โดยสัญญาต้องจัดทำให้เสร็จก่อนให้สิทธิในการเข้าสู่ ระบบสารสนเทศ
๑๕.๔ การเข้าถึงข้อมูลโดยคู่สัญญา ต้องกำหนดการเข้าใช้งานเฉพาะบุคคลที่จำเป็นเท่านั้น และให้ คู่สัญญาลงนามในสัญญาไม่เปิดเผยข้อมูล
๑๒
๑๕.๕ คู่สัญญาที่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่มีความสำคัญขององค์การ ผู้ดูแลระบบต้องควบคุมการปฏิบัติงาน นั้น ๆ ให้มีความมั่นคงปลอดภัยทั้ง ๓ ด้าน คือ การรักษาความลับ (Confidentiality) การรักษาความถูกต้อง ของข้อมูล (Integrity) และการรักษาความพร้อมที่จะให้บริการ (Availability)
๑๕.๖ อพท. มีสิทธิในการตรวจสอบการเข้าถึงระบบสารสนเทศของคู่สัญญา เพื่อให้มั่นใจได้ว่า อพท. สามารถควบคุมการใช้งานได้อย่างทั่วถึงตามสัญญานั้น
๑๕.๗ หากมีข้อขัดแย้ง หรือข้องสงสัยว่างานใดจะเป็นงานมีความเกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบ สารสนเทศและการจัดทำฐานข้อมูลสารสนเทศ ให้ผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง (CIO) ของ อพท. เป็น ผู้วินิจฉัย และคำวินิจฉัยให้เป็นที่สุด
๑๖. ผู้รับผิดชอบโครงการ
สำนักท่องเที่ยวโดยชุมชน (สทช.)
องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน)
เลขที่ ๑๒๐ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ อาคาร C ชั้น ๔ ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ๑๐๒๑๐
โทรศัพท์ : ๐ ๒๑๔๒ ๕๗๐๐
โทรสาร : ๐ ๒๑๔๒ ๕๗๑๕
๑๓