ซื้อระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาซื้อวัสดุสิ่งพิมพ์ (เข้าคลัง) จำนวน 291 รายการ

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล 69059350422
฿33,689,902.84 ปีงบ 2569 ประกาศ 10 มิ.ย. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อจัดซื้อวัสดุสิ่งพิมพ์และแบบฟอร์มทางการแพทย์ รวมถึงเอกสารเวชระเบียน เพื่อใช้ในการบันทึกข้อมูลการรักษาพยาบาล การจัดการเอกสารผู้ป่วย และสนับสนุนการดำเนินงานภายในของหน่วยงานต่างๆ ให้มีความต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ โดยครอบคลุมรายการสินค้าจำนวน 291 รายการ ซึ่งรวมถึงการจัดหาเพื่อทดแทนของเดิมที่ชำรุดและการติดตั้งเพิ่มเติมทั้งในส่วนของอาคารและภายนอกอาคาร

ขอบเขตของงานเน้นที่การจัดหาวัสดุตามคุณลักษณะเฉพาะ (Specification) ที่กำหนดไว้ในเอกสารแนบ 51 หน้า โดยผู้ชนะการประมูลจะต้องส่งมอบพัสดุให้ครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด และต้องมีการรับประกันคุณภาพสินค้าไม่น้อยกว่า 5 ปี หากเกิดความชำรุดบกพร่อง ผู้ขายต้องดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 5 วันนับจากได้รับแจ้ง นอกจากนี้ผู้ชนะการประมูลจะต้องปฏิบัติตามข้อตกลงการรักษาความลับ (Non-Disclosure Agreement) อย่างเคร่งครัด เนื่องจากข้อมูลบางส่วนเกี่ยวข้องกับระบบเวชระเบียนและการดำเนินงานของโรงพยาบาล

English summary

This project involves the procurement of 291 items of printed materials, including medical forms and medical records for the Faculty of Medicine Siriraj Hospital, Mahidol University. The objective is to ensure efficient patient data recording and internal operations. The scope includes both replacing damaged items and installing new ones inside and outside buildings. The winning bidder must deliver all items according to the specifications provided in the 51-page attachment by September 30, 2026, with a minimum warranty period of 5 years. Additionally, the winner must comply with a Non-Disclosure Agreement (NDA) regarding sensitive medical information.

สถานที่ดำเนินการ

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อจัดซื้อแบบฟอร์มทางการแพทย์และเอกสารเวชระเบียนสำหรับบันทึกข้อมูลการรักษาพยาบาล
  • เพื่อใช้ในการจัดการเอกสารผู้ป่วยและการดำเนินงานภายในของหน่วยงานต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพ
  • เพื่อซ่อมแซม บำรุงรักษา และติดตั้งเพิ่มเติมทั้งในส่วนที่ทดแทนของเดิมที่ชำรุดและส่วนที่เพิ่มใหม่ ทั้งภายในและภายนอกอาคาร

ขอบเขตของงาน

  • จัดหาวัสดุสิ่งพิมพ์จำนวน 291 รายการตามรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ (Specification)
  • ดำเนินการจัดหาเพื่อทดแทนของเดิมที่ชำรุดและติดตั้งเพิ่มเติมทั้งในและนอกอาคาร
  • รับประกันความชำรุดบกพร่องของสินค้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี
  • จัดการข้อมูลที่เป็นความลับตามข้อตกลง Non-Disclosure Agreement (NDA) ที่กำหนด

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • วัสดุสิ่งพิมพ์และแบบฟอร์มทางการแพทย์จำนวน 291 รายการ ตามสเปกที่ระบุในเอกสารแนบ
  • การติดตั้งหรือจัดส่งเข้าคลังตามความต้องการของหน่วยงาน
  • เอกสารรับประกันสินค้า (Warranty Certificate) ไม่น้อยกว่า 5 ปี

ระยะเวลาดำเนินการ

  • กำหนดแล้วเสร็จภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 (นับจากวันลงนามในสัญญาหรือวันที่ได้รับแจ้งให้เริ่มงาน)

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: ต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมาย, ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย, ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ, และไม่ถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานรัฐ
  • Standards Compliance: ต้องปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังและประกาศของกรมบัญชีกลาง
  • Experience: เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพขายพัสดุที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้โดยตรง
  • Previous Project Cost: (ไม่ระบุเกณฑ์ขั้นต่ำเฉพาะเจาะจงในส่วนประสบการณ์ แต่มีการกำหนดมูลค่าทรัพย์สิน/ทุนจดทะเบียน)
  • Technical Capabilities: ต้องสามารถจัดหาและส่งมอบสินค้าได้ตามรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ (Specification) ที่กำหนดไว้ในเอกสารแนบ 51 หน้า
  • Personnel: ไม่ระบุความต้องการเฉพาะของบุคลากร แต่ต้องมีผู้รับผิดชอบในการรักษาความลับข้อมูล (NDA)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • วัสดุสิ่งพิมพ์และแบบฟอร์มทางการแพทย์จำนวน 291 รายการ
  • ต้องเป็นไปตามรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะที่กำหนดในเอกสารแนบ (51 หน้า)
  • เน้นความทนทานและการใช้งานได้จริงในสภาพแวดล้อมโรงพยาบาล

เงื่อนไขสัญญา

  • การจ่ายเงิน: จ่ายเมื่อส่งมอบครบถ้วนและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
  • ค่าปรับ: อัตราร้อยละ 0.20 ของราคาค่าสิ่งของที่ยังไม่ได้รับมอบต่อวัน
  • การรับประกัน: ไม่น้อยกว่า 5 ปี (ต้องซ่อมแซมให้เสร็จภายใน 5 วันหลังแจ้ง)
  • ความลับ: ต้องลงนามใน Non-Disclosure Agreement (NDA)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • สินค้าที่ต้องจัดหาคืออะไร? - วัสดุสิ่งพิมพ์และแบบฟอร์มทางการแพทย์จำนวน 291 รายการ เพื่อใช้ในงานเวชระเบียนและการรักษาพยาบาล
    • ระยะเวลาการรับประกันสินค้านานเท่าใด? - ไม่น้อยกว่า 5 ปี นับจากวันที่ได้รับมอบของ
    • หากพบความชำรุดบกพร่องต้องแก้ไขภายในกี่วัน? - ต้องดำเนินการซ่อมแซมให้แล้วเสร็จภายใน 5 วันนับจากที่ได้รับการแจ้ง
    • มีการกำหนดค่าปรับกรณีส่งมอบล่าช้าหรือไม่? - มีค่าปรับอัตราร้อยละ 0.20 ต่อวัน ของมูลค่าของที่ยังไม่ได้รับมอบ
    • ผู้ชนะการประมูลต้องทำสัญญาเกี่ยวกับความลับหรือไม่? - ใช่ ต้องลงนามใน Non-Disclosure Agreement (NDA) เพื่อรักษาข้อมูลเวชระเบียนและความลับทางการแพทย์
    • สินค้าต้องเป็นผลิตในประเทศไทยหรือไม่? - มีการส่งเสริมสินค้า Made in Thailand โดยให้สิทธิแต้มต่อในการพิจารณาผล
    • งบประมาณของโครงการนี้คือเท่าใด? - ภายในวงเงินงบประมาณ 33,689,902.84 บาท
    • การตัดสินผู้ชนะใช้เกณฑ์อะไร? - ใช้เกณฑ์ราคา (Price) โดยมีเงื่อนไขแต้มต่อสำหรับ SMEs และสินค้า Made in Thailand
    • จำนวนรายการที่ต้องจัดหาทั้งหมดกี่รายการ? - 291 รายการ
    • กำหนดส่งมอบงานสุดท้ายคือเมื่อไหร่? - ไม่เกินวันที่ 30 กันยายน 2569

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

  1. ความเป็นมา
    ร่างขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
    ซื้อวัสดุสิ่งพิมพ์ (เข้าคลัง) จํานวน 291 รายการ
    ด้วยคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มีความจําเป็นต้องดําเนินการจัดซื้อจัดจ้างทําแบบฟอร์มทางการแพทย์และ เอกสารเวชระเบียน เพื่อใช้ในการบันทึกข้อมูลการรักษาพยาบาล การจัดการเอกสารผู้ป่วย และการดําเนินงานภายในของ หน่วยงานต่างๆ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง
  2. วัตถุประสงค์
    เพื่อใช้ในการซ่อมและบํารุงรักษา ติดตั้งเพิ่มเติม
    ทั้งเพิ่มเติม และทดแทนของเดิมที่ชํารุด ทั้งภายในและภายนอกอาคาร
  3. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
    3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย
    3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศ
    เผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
    3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบ เครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจ ในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
    3.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ กําหนดในราชกิจจานุเบกษา
    3.7 เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพขายพัสดุที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
    3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
    3.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละ เอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
    (1) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
    กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนด สัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่น
    ทุกราย
    2
    (2) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักกิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงาน ของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
    สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมี คุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
    (3) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
    (3.1) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนาม กิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
    สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลง
    ลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
    (3.2) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือ มอบอํานาจตามข้อ (3.1) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจําหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
    3.11 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
    3.12 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
  1. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรอง แล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบ แสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ 1 ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถ ยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก 1 ปี ได้
  2. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดง ฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า 8 ล้านบาท
  3. สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาให้ พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดง หนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
  4. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
    (1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่น
    3
    ข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้
    ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย
    ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน
    (2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือ สัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท
    เงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ
    อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น
    ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่ รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่
    เกิน 90 วัน)
  5. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ตามข้อ 2 ข้อ 3 และข้อ 4 (2) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด
    ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวัน
    เสนอราคา
    ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบ กับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. 2539 และที่แก้ไข
    เพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการ
    ยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
  6. กรณีตามข้อ 1 - ข้อ 5 ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
    (6.1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
    (6.2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย
    พ.ศ. 2483 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
    (6.3) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่ หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัด
    จ้างฯ มีผลใช้บังคับ
    (6.4) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ (6.5) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
    (6.6) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ
    พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
    4
  1. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ (ประกอบการพิจารณาคุณสมบัติที่กําหนดเพิ่มเติม และที่กําหนดใน SPEC)
    (1) แคตตาล็อก หรือ รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของผลิตภัณฑ์ที่ยื่นข้อเสนอ
    (2) สําเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) (ถ้ามี)
    (3) สําเนาหนังสือรับรองสินค้า Made in Thailand ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ถ้ามี) (4) เอกสารหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ
  2. แบบรูปรายการ และรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
    ตามเอกสารแนบ จํานวน 51 หน้า
  3. ระยะเวลาส่งมอบพัสดุ
    ปฏิบัติงาน
    กําหนดแล้วเสร็จภายใน 30 กันยายน 2569 นับถัดจากลงนามในสัญญาหรือวันที่มหาวิทยาลัยมีหนังสือแจ้งให้เริ่ม
  4. หลักเกณฑ์การพิจารณาข้อเสนอ
    [ / ] ใช้เกณฑ์ราคา ในการคัดเลือกผู้เสนอราคาโดยพิจารณาแต่ละหมวดต่ําสุดเป็นผู้ชนะการซื้อหรือจ้าง โดยมีเงื่อนไขดังนี้ (1) หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ําสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่ไม่เกินร้อย ละ 10 คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล จะจัดซื้อจัดจ้างจากผู้ประกอบการ SMEs ดังกล่าว โดยจัด เรียงลําดับผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ําสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นไม่เกินร้อยละ 10 ที่ จะเรียกมาทําสัญญาไม่เกิน 3 ราย
    ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องเป็นผู้ประกอบการ SMEs
    ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ที่จะได้แต้มต่อด้านราคาตามวรรคหนึ่ง จะต้องมีวงเงินสัญญาสะสม ตามปีปฏิทินรวม กับราคาที่เสนอในครั้งนี้แล้ว มีมูลค่ารวมกันไม่เกินมูลค่าของรายได้ตามขนาดที่ขึ้นทะเบียนไว้ กับ สสว.
    (2) หากผู้ยื่นข้อเสนอได้เสนอพัสดุที่ได้รับรองและออกเครื่องหมายสินค้าที่ผลิตภายในประเทศไทย (Made in Thailand) จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ําสุดของผู้เสนอราคารายอื่นไม่เกินร้อยละ 5 ให้จัดซื้อ จัดจ้างจากผู้ยื่นข้อเสนอที่ดีรับการรับรองและออกเครื่องหมายสินค้าที่ผลิตภายในประเทศ ไทย (Made in Thailand) จากสภา
    อุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
    กรณีที่มีการเสนอราคาหลายรายการและกําหนดเงื่อนไขการพิจารณาราคารวม หากผู้ยื่นข้อเสนอได้เสนอพัสดุที่ผลิต ภายในประเทศที่ได้รับรองและออกเครื่องหมายสินค้าที่ผลิตภายในประเทศไทย (Made in Thailand) จากสภาอุตสาหกรรมแห่ง ประเทศไทย มีสัดส่วนมูลค่าตั้งแต่ร้อยละ 60 ขึ้นไป ให้ได้แต้มต่อในการเสนอราคาตามวรรคหนึ่ง
    อนึ่ง หากการเสนอราคาครั้งนั้น ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติทั้งเป็นผู้ประกอบการ SMES ตามเงื่อนไข (1) และเสนอ พัสดุ Made in Thailand ตามเงื่อนไข (2) ให้ผู้เสนอราคารายนั้นได้แต้มต่อในการเสนอราคาสูงกว่าผู้ประกอบการรายอื่นไม่เกิน
    ร้อยละ 15
    (3) หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการ SMEs แต่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ําสุดของผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งตาม
    5
    กฎหมายของต่างประเทศ ไม่เกินร้อยละ 3 ให้จัดซื้อจัดจ้างจากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่ จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังกล่าว
    ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติ
    ไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
  5. วงเงินในการจัดซื้อ
    ภายในวงเงินงบประมาณ 33,689,902.84 บาท (สามสิบสามล้านหกแสนแปดหมื่นเก้าพันเก้าร้อยสองบาทแปดสิบสี่ สตางค์) โดยเบิกจ่ายจากงบประมาณปี 2569
  6. การจ่ายเงิน
    เมื่อผู้ขายได้ส่งมอบสิ่งของได้ครบถ้วนตามสัญญาจะซื้อจะขายหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ และคณะแพทยศาสตร์ศิริราช
    พยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ตรวจรับมอบสิ่งของไว้เรียบร้อยแล้ว
  7. อัตราค่าปรับ
    ค่าปรับคิดในอัตราร้อยละ 0.20 ของราคาค่าสิ่งของที่ยังไม่ได้รับมอบต่อวัน
  8. การรับประกันความชํารุดบกพร่อง
    ผู้ขายจะต้องรับประกันความชํารุดบกพร่องของสิ่งของที่ซื้อขายที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี นับถัดจาก วันที่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดลได้รับมอบสิ่งของ โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิม ภายใน 5 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชํารุดบกพร่อง
  9. การใช้พัสดุที่ส่งเสริมการผลิตภายในประเทศ
    ปี ผู้ขายต้องใช้พัสดุตามรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะที่กําหนด และเป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ - ผู้ขายต้องใช้พัสดุตามรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะที่กําหนด
  10. การเก็บรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ
    ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องจัดการเก็บรักษาข้อมูลและความลับต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการดําเนินการยื่นประกวดราคาสําหรับ รายการซื้อวัสดุสิ่งพิมพ์ (เข้าคลัง) จํานวน 291 รายการ และจะต้องหามาตรการในการจัดเก็บข้อมูลที่เป็นความลับไว้อย่างมิดชิด ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ชนะการประกวดราคา ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวจะต้อง ลงนามในข้อตกลงไม่เปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับ (Non-Disclosure Agreement) ตามที่คณะฯ กําหนด ร่วมกับการ ลงนามในสัญญาการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อตกลงที่จะเก็บรักษาข้อมูลและความลับต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการดําเนินงานตามสัญญานี้ รวมถึงข้อมูลและความลับต่าง ๆ ที่ ผู้ยื่นข้อเสนอได้จัดทําขึ้นเนื่องจากการดําเนินงานนี้ ไว้อย่างเป็นความลับ