ซื้อระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาซื้องานซื้อพร้อมติดตั้งระบบไฟส่องหลุมจอด จำนวน 1 งาน

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) 69059348390
฿10,656,814.8 ปีงบ 2569 ประกาศ 8 มิ.ย. 2569 ภูเก็ต
รายละเอียดการจ้าง

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) มีความประสงค์จะจัดซื้อพร้อมติดตั้งระบบไฟส่องหลุมจอดอากาศยาน จำนวน 1 งาน ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพของระบบไฟส่องสว่างให้ได้มาตรฐานสากลและมีความปลอดภัยในการปฏิบัติงานของอากาศยาน

ขอบเขตงานครอบคลุมถึงการสำรวจ รื้อถอน และติดตั้งระบบไฟส่องหลุมจอดอากาศยานจำนวน 22 ต้น (หมายเลข 1-6, 10-15 และ 31-40) ซึ่งรวมถึงการติดตั้ง T-Bar, โคมไฟ Floodlight LED ขนาดต่างๆ (ไม่น้อยกว่า 200 วัตต์ และ 300 วัตต์) พร้อมอุปกรณ์ประกอบ, การติดตั้งชุดระบบ Winch และการทดสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมดที่ติดตั้ง

ผู้ขายต้องดำเนินการตามมาตรฐานที่กำหนด เช่น มาตรฐาน IEC, CE, UL สำหรับโคมไฟ และมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสำหรับประเทศไทย พ.ศ. 2564 ของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ต้องเป็นของใหม่ 100%

นอกจากนี้ ผู้ขายต้องจัดหาชุดอุปกรณ์เสริม (Electrical Motor Power tool) จำนวน 3 ชุด, จัดหาผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบ Luminaire Carriage T-BAR และอุปกรณ์ประกอบ, ประสานงานเพื่อปรับปรุง Graphic ของระบบ Apron Flood Light Control system เดิม รวมถึงการจัดทำแบบ As-Built Drawing, คู่มือการใช้งานและบำรุงรักษา, เอกสารผลการทดสอบ, เอกสารการฝึกอบรม, ใบรับประกันคุณภาพ และส่งมอบ SSD External พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง

โครงการมีระยะเวลาดำเนินการ 240 วัน นับจากวันที่ ทอท. แจ้งให้เริ่มงาน การจ่ายเงินจะดำเนินการหลังจากส่งมอบงานและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับเรียบร้อยแล้ว โดยมีอัตราค่าปรับกรณีส่งมอบล่าช้าในอัตราร้อยละ 0.2 ของราคาสิ่งของตามสัญญาต่อวัน และมีการรับประกันความชำรุดบกพร่องเป็นเวลา 1 ปี

English summary

Airports of Thailand Public Company Limited (AOT) wishes to procure and install an apron floodlighting system for 1 lot at Phuket International Airport. The primary objective is to upgrade and enhance the efficiency of the lighting system to meet international standards and ensure aviation operational safety.

The scope of work includes surveying, dismantling, and installing apron floodlighting systems for 22 poles (numbers 1-6, 10-15, and 31-40). This encompasses the installation of T-bars, LED Floodlight fixtures of various sizes (not less than 200W and 300W) with associated components, winch systems, and comprehensive testing of all installed electrical equipment.

The supplier must adhere to specified standards, such as IEC, CE, UL for light fixtures and the Thai Electrical Installation Standards B.E. 2564 by the Engineering Institute of Thailand. All materials must be 100% new and unused.

Furthermore, the supplier must provide 3 sets of Electrical Motor Power tools, engage experts for the design of Luminaire Carriage T-BARs and related accessories, coordinate the graphic adjustment of the existing Apron Flood Light Control system, prepare As-Built Drawings, operating and maintenance manuals, test results documentation, training records, quality warranty certificates, and deliver External SSDs with related documents.

The project duration is 240 days from the date AOT notifies the supplier to commence work. Payment will be made after the successful delivery and acceptance by the inspection committee. A penalty of 0.2% of the total contract value per day will be applied for late delivery, and a one-year warranty against defects is required.

สถานที่ดำเนินการ

ท่าอากาศยานภูเก็ต

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • จัดซื้อพร้อมติดตั้งระบบไฟส่องหลุมจอดอากาศยาน จำนวน 1 งาน
  • ปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพของระบบไฟส่องสว่างให้ได้มาตรฐานสากล
  • สร้างความปลอดภัยในการปฏิบัติงานของอากาศยาน

ขอบเขตของงาน

  • ดำเนินการสำรวจเสาไฟส่องสว่างหลุมจอดอากาศยานหมายเลข 1-6, 10-15 และ 31-40 จำนวน 22 ต้น
  • รื้อถอนระบบไฟส่องหลุมจอดและอุปกรณ์ประกอบเดิม
  • ติดตั้งระบบไฟส่องหลุมจอดและอุปกรณ์ประกอบใหม่ รวมถึง T-Bar, โคมไฟ Floodlight LED (ขนาดไม่น้อยกว่า 200 วัตต์ และ 300 วัตต์), สายเมนไฟฟ้า, ชุดระบบ Winch และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
  • ทดสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ติดตั้งทั้งหมด
  • จัดหาชุดอุปกรณ์เสริม (Electrical Motor Power tool) จำนวน 3 ชุด
  • จัดหาผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบ Luminaire Carriage T-BAR และอุปกรณ์ประกอบที่เกี่ยวข้อง
  • จัดหาผู้เชี่ยวชาญในการปรับปรุง Graphic ของระบบ Apron Flood Light Control system เดิม
  • จัดทำและส่งมอบเอกสารต่างๆ เช่น หนังสือคู่มือ, แบบ As-Built Drawing, เอกสารผลทดสอบ, เอกสารการฝึกอบรม, ใบรับประกันคุณภาพ, รายการอะไหล่, บัญชีรายการครุภัณฑ์ และข้อมูลในรูปแบบ SSD External
  • จัดการฝึกอบรมการใช้งานและการบำรุงรักษาให้กับเจ้าหน้าที่ ทอท.

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ระบบไฟส่องหลุมจอดอากาศยานที่ติดตั้งสมบูรณ์พร้อมใช้งาน จำนวน 22 ต้น
  • ชุดอุปกรณ์เสริม (Electrical Motor Power tool) จำนวน 3 ชุด
  • หนังสือคู่มือการใช้งาน (Operating Manual)
  • หนังสือคู่มือการซ่อมบำรุงรักษา (Service Manual)
  • แบบและวงจรติดตั้งงานจริง (As-Built Drawing)
  • เอกสารผลทดสอบตามสัญญาพร้อมรูปภาพประกอบ
  • เอกสารการฝึกอบรมพร้อมเอกสารการลงนามและรูปภาพประกอบ
  • หนังสือรับประกันคุณภาพความชำรุดบกพร่องหรือขัดข้อง (1 ปี)
  • รายการ (Part List) อะไหล่ พร้อมราคา
  • บัญชีแนบท้ายรายการครุภัณฑ์ในรูปแบบ Excel File
  • ข้อมูลในรูปแบบ SSD External ขนาดไม่น้อยกว่า 2 TB จำนวน 2 ชุด
  • เครื่องมือประจำเสาไฟ High Mast Standard Tools พร้อมกล่องใส่เครื่องมือ จำนวน 1 ชุด

ระยะเวลาดำเนินการ

240 วัน นับตั้งแต่ ทอท. มีหนังสือแจ้งให้ผู้ขายเริ่มดำเนินการ

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • ผู้เสนอราคาต้องมีผลงานเกี่ยวกับการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เป็นสัญญาฉบับเดียว ในวงเงินไม่น้อยกว่า 4,000,000.- บาท (สี่ล้านบาทถ้วน)
    • เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชน
    • กรณีผลงานที่นำมาแสดงเป็นผลงานที่ออกโดยหน่วยงานเอกชน ผู้รับรองต้องเป็นผู้มีอำนาจของหน่วยงานเอกชนนั้น
    • ต้องแนบสำเนาสัญญาและสำเนาเอกสารที่เกี่ยวข้อง (หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย, ใบเสร็จรับเงิน, หรือใบกำกับภาษี) ของสัญญาที่เสนอมาเพื่อประกอบการพิจารณา
  • Standards Compliance:
    • โคมไฟ Flood light LED ต้องมีคุณสมบัติตามมาตรฐาน IEC หรือ CE หรือ UL
    • การติดตั้งระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ต้องเป็นไปตามมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสำหรับประเทศไทย พ.ศ. 2564 ของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ
  • Experience:
    • มีผลงานเกี่ยวกับการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เป็นสัญญาฉบับเดียว ในวงเงินไม่น้อยกว่า 4,000,000.- บาท (สี่ล้านบาทถ้วน)
  • Previous Project Cost:
    • ผลงานที่นำมาแสดงต้องมีวงเงินไม่น้อยกว่า 4,000,000.- บาท (สี่ล้านบาทถ้วน)
  • Technical Capabilities:
    • สามารถจัดหาและติดตั้งโคมไฟ Floodlight LED ตามคุณสมบัติทางเทคนิคที่กำหนด (ขนาด, กำลังวัตต์, CCT, Luminous Flux, อายุการใช้งาน, IP rating, CRI, Power Factor, IK rating, Beam type, Surge Protection, Safety class)
    • สามารถติดตั้งระบบ Winch, T-Bar, สายเมนไฟฟ้า และอุปกรณ์ประกอบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
    • สามารถดำเนินการทดสอบระบบไฟฟ้าและแสงสว่างตามมาตรฐานที่กำหนด
  • Personnel:
    • ต้องมีวิศวกรไฟฟ้าแขนงไฟฟ้ากำลังเป็นผู้ควบคุมงานและอยู่ปฏิบัติงานประจำตลอดเวลาที่ดำเนินงาน
    • ต้องมีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับหัวหน้างานหรือสูงกว่า (จป.) จำนวนอย่างน้อย 1 นาย สำหรับควบคุมงานติดตั้งตลอดระยะเวลาที่ผู้ขายเข้าทำงาน
    • ต้องมีผู้ควบคุมงานหรือช่างที่มีความชำนาญและสามารถปฏิบัติงานอยู่ตลอดเวลา
    • ต้องมีผู้เชี่ยวชาญสำหรับการออกแบบ Luminaire Carriage T-BAR และอุปกรณ์ประกอบ
    • ต้องมีผู้เชี่ยวชาญสำหรับการปรับปรุง Graphic ของระบบ Apron Flood Light Control system

เกณฑ์การพิจารณา

ทอท. พิจารณาคัดเลือกข้อเสนอด้วยเกณฑ์ราคา โดยพิจารณาราคารวมทั้งสิ้น

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • โคมไฟ Floodlight LED:
    • ขนาดไม่น้อยกว่า 200 วัตต์: วัสดุ Aluminum die cast, แรงดันไฟฟ้า 220-240V 50Hz, กำลังไฟฟ้า 200-300 วัตต์, อุณหภูมิสี 3000-4000K, Luminous Flux ไม่น้อยกว่า 26000 lm, อายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 50,000 Hrs, ระดับป้องกัน IP66 หรือดีกว่า, CRI ไม่น้อยกว่า 70, Power Factor ไม่น้อยกว่า 0.95, IK rating ไม่น้อยกว่า Class IK08, ชนิด Asymmetrical wide beam หรือ Asymmetric, Surge Protection ไม่น้อยกว่า 10kV, Safety class Class I หรือดีกว่า
    • ขนาดไม่น้อยกว่า 300 วัตต์: วัสดุ Aluminum die cast, แรงดันไฟฟ้า 220-240V 50Hz, กำลังไฟฟ้า 300-400 วัตต์, อุณหภูมิสี 3000K, Luminous Flux ไม่น้อยกว่า 39800 lm, อายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 50,000 Hrs, ระดับป้องกัน IP66 หรือดีกว่า, CRI ไม่น้อยกว่า 70, Power Factor ไม่น้อยกว่า 0.95, IK rating ไม่น้อยกว่า Class IK08, ชนิด Asymmetrical wide beam หรือ Asymmetric, Surge Protection ไม่น้อยกว่า 10kV, Safety class Class I หรือดีกว่า
  • ระบบ Winch: ต้องสามารถม้วนสลิงยึดติดกับแผ่นเหล็กในช่องประตู, สามารถยกโคมไฟฟ้าขึ้นลงด้วยมือหมุนหรือใช้ Electrical Motor Power Tool แบบ Multi Speed
  • สลิงสแตนเลส: แบบ 7x19 Constructions (AISI3116) ทนแรงดึงได้ไม่น้อยกว่า 2175 kgs (Breaking Strength)
  • T-BAR (Luminaire Carriage T-BAR): วัสดุเหล็กชุบสังกะสีแบบร้อน (Hot Dip Galvanized) หรือดีกว่า, ติดตั้งโคมไฟ Floodlight LED และ Obstruction Light
  • สายไฟ: ชนิด CW 24Cx4 sq.mm สำหรับ Terminal Wire ในตัวเสา
  • Obstruction Light: จำนวนตามภาคผนวก ก.
  • มาตรฐานการติดตั้ง: เป็นไปตามมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสำหรับประเทศไทย พ.ศ. 2564 ของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ

เงื่อนไขสัญญา

  • การจ่ายเงิน: จ่ายหลังจากผู้ขายส่งมอบสิ่งของพร้อมติดตั้งครบถ้วนตามสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับไว้เรียบร้อยแล้ว
  • อัตราค่าปรับ: ร้อยละ 0.2 (ศูนย์จุดสอง) ของราคาสิ่งของพร้อมติดตั้งตามสัญญาทั้งหมด ต่อวัน ในกรณีส่งมอบล่าช้าหรือไม่ครบถ้วน
  • การรับประกัน: รับประกันความชำรุดบกพร่องหรือขัดข้องของอุปกรณ์ที่ติดตั้งทั้งหมดเนื่องจากการใช้งานปกติวิสัย เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 365 วัน โดยผู้ขายต้องเข้าดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขภายใน 15 วัน หลังจากได้รับแจ้ง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q1: โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร?
    A1: เพื่อจัดซื้อพร้อมติดตั้งระบบไฟส่องหลุมจอดอากาศยานให้มีประสิทธิภาพและได้มาตรฐานความปลอดภัย
  • Q2: ระบบไฟส่องหลุมจอดจะถูกติดตั้งที่บริเวณใดบ้าง?
    A2: ที่หลุมจอดอากาศยานหมายเลข 1-6, 10-15 และ 31-40 จำนวน 22 ต้น ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต
  • Q3: โคมไฟ Floodlight LED ที่ต้องการมีขนาดกำลังไฟฟ้าขั้นต่ำเท่าใด?
    A3: มี 2 ขนาด คือ ไม่น้อยกว่า 200 วัตต์ และไม่น้อยกว่า 300 วัตต์
  • Q4: ผู้ขายต้องรับผิดชอบในการทดสอบระบบอะไรบ้าง?
    A4: ต้องทดสอบการใช้งานของอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ติดตั้งทั้งหมด, ระบบ Winch, แท่น T-Bar และวัดค่าแสงสว่างก่อนและหลังการปรับปรุง
  • Q5: ระยะเวลาในการดำเนินงานโครงการนี้คือเท่าใด?
    A5: ภายใน 240 วัน นับตั้งแต่ ทอท. มีหนังสือแจ้งให้เริ่มดำเนินการ
  • Q6: เงื่อนไขการจ่ายเงินเป็นอย่างไร?
    A6: จ่ายหลังจากส่งมอบงานครบถ้วนและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
  • Q7: มีการกำหนดคุณสมบัติเฉพาะสำหรับผลงานที่ผ่านมาของผู้เสนอราคาหรือไม่?
    A7: ต้องมีผลงานเกี่ยวกับการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เป็นสัญญาฉบับเดียว ในวงเงินไม่น้อยกว่า 4,000,000.- บาท
  • Q8: ผู้ขายต้องจัดทำเอกสารใดบ้างเมื่อส่งมอบงาน?
    A8: เช่น คู่มือการใช้งาน/ซ่อมบำรุง, แบบ As-Built Drawing, เอกสารผลทดสอบ, เอกสารฝึกอบรม, ใบรับประกัน, รายการอะไหล่, บัญชีครุภัณฑ์ และข้อมูลใน SSD External
  • Q9: มีข้อกำหนดด้านมาตรฐานสำหรับโคมไฟหรือไม่?
    A9: ต้องมีคุณสมบัติตามมาตรฐาน IEC หรือ CE หรือ UL
  • Q10: ผู้ขายต้องจัดให้มีการฝึกอบรมแก่ใคร และเมื่อใด?
    A10: จัดฝึกอบรมการใช้งานและการบำรุงรักษาให้กับเจ้าหน้าที่ ทอท. ให้แล้วเสร็จก่อนวันส่งมอบงาน

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ข้อกําาหนดรายละเอียด TOR
ข้อกําหนดรายละเอียดในการจัดหาของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)

  1. วัตถุประสงค์
    งานซื้อพร้อมติดตั้งระบบไฟส่องหลุมจอด จํานวน 1 งาน
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) (ทอท.) มีความประสงค์จะจัดซื้อพร้อมติดตั้งระบบไฟส่อง หลุมจอด จํานวน 1 งาน
  2. มาตรฐานที่กําหนด
    2.1 โคมไฟ Flood light LED ต้องมีคุณสมบัติตามมาตรฐานใดมาตรฐานหนึ่งดังนี้ IEC หรือ CE หรือ UL 2.2 การติดตั้งระบบไฟฟ้าตลอดจนอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องต้องเป็นไปตามมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้า สําหรับประเทศไทย พ.ศ. 2564 ของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
    2.3 วัสดุอุปกรณ์ที่ติดตั้งต้องเป็นของใหม่ 100% ไม่เคยใช้งานมาก่อน
  3. ลักษณะทั่วไป
    3.1 ผู้ขายต้องดําเนินการสํารวจเสาไฟส่องสว่างหลุมจอดอากาศยานหมายเลข 1-6, 10-15 และ 31-40 จํานวน 22 ต้น เพื่อดําเนินการรื้อถอนและติดตั้งระบบไฟส่องหลุมจอดและอุปกรณ์ประกอบอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
    3.2 ผู้ขายต้องดําเนินการรื้อและติดตั้งทดแทนระบบไฟส่องหลุมจอดอากาศยานหมายเลข 1-6, 10-15 และ 31-40 จํานวน 22 ต้น โดยมีขอบเขตงานครอบคลุมถึงงานติดตั้ง T-Bar, โคมไฟ, สายเมนไฟฟ้า, งานติดตั้งชุด ระบบ Winch และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง และทดสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ติดตั้งทั้งหมด
  4. คุณสมบัติทางเทคนิค
    4.1 โคมไฟ Floodlight LED ขนาดไม่น้อยกว่า 200 วัตต์ มีคุณสมบัติดังนี้
    4.1.1 วัสดุของตัวโคม
    4.1.2 สามารถใช้ได้กับแรงดันไฟฟ้าพิกัด
    4.1.3 กําลังไฟฟ้าของโคมไฟ
    : Aluminum die cast vão Aluminium
    : 220-240 V ความถี่ 50Hz (หรือดีกว่า)
    : 200-300 วัตต์
    : 3000-4000K
    4.1.5 ฟลักซ์การส่องสว่างรวม (System Luminous Flux - {m) : ไม่น้อยกว่า 26000 tm
    4.1.4 อุณหภูมิสี (CCT-Kelvin)
    4.1.6 อายุการใช้งาน (Lift tirne)
    4.1.7 ระดับการป้องกัน (IP)
    4.1.8 อุณหภูมิสี (Colour Temperature)
    4.1.9 ค่าตัวประกอบกําลังไฟฟ้า (Power Factor)
    4.1.10 มีค่าทนทานต่อแรงกระแทก (K)
    4.1.11 โคมไฟชนิดสาดแสงแบบ
    :
  • ไม่น้อยกว่า 50,000 Hrs
    : IP66 หรือดีกว่า
    ไม่น้อยกว่า 70 (CRI)
    ไม่น้อยกว่า 0.95
    ไม่น้อยกว่า Class IK08
    : Asymmetrical wide beam หรือ
    Asymmetric
    4.1.12 มีวงจรป้องกันไฟกระชาก (Surge Protection Device) : ไม่น้อยกว่า 10kV ที่ระดับแรงดัน
    4.1.13 ระดับการป้องกัน (Safety class)
    (L/N-GND)
    /
    : Class ! หรือดีกว่า
    4.2 โคมไฟ…
    255my
    2
    4.2 โคมไฟ Floodlight LED ขนาดไม่น้อยกว่า 300 วัตต์ มีคุณสมบัติดังนี้
    4.2.1 วัสดุของตัวโคม
    4.2.2 สามารถใช้ได้กับแรงดันไฟฟ้าพิกัด
    4.2.3 กําลังไฟฟ้าของโคมไฟ
    : Aluminum die cast vão Aluminium
    : 220-240 V ความถี่ 50Hz (หรือดีกว่า)
    : 300-400 วัตต์
    : 3000K
    4.2.5 ฟลักซ์การส่องสว่างรวม (System Luminous Flux - tm) : ไม่น้อยกว่า 39800 tm
    4.2.4 อุณหภูมิสี (CCT-Kelvin)
    4.2.6 อายุการใช้งาน (Lift time)
    4.2.7 ระดับการป้องกัน (IP)
    4.2.8 อุณหภูมิสี (Colour Temperature)
    4.2.9 ค่าตัวประกอบกําลังไฟฟ้า (Power Factor)
    4.2.10 มีค่าทนทานต่อแรงกระแทก (K)
  • ไม่น้อยกว่า 50,000 Hrs
    : IP66 หรือดีกว่า
    ไม่น้อยกว่า 70 (CRI)
  • ไม่น้อยกว่า 0.95
    :
  • ไม่น้อยกว่า Class IK08
    4.2.11 โคมไฟชนิดสาดแสงแบบ
    : Asymmetrical wide beam vão
    Asymmetric
    4.2.12 มีวงจรป้องกันไฟกระชาก (Surge Protection Device) : ไม่น้อยกว่า 10kV ที่ระดับแรงดัน
    4.2.13 ระดับการป้องกัน (Safety class)
    (L/N-GND)
    : Class I หรือดีกว่า
  1. ความต้องการ
    5.1 ผู้ขายต้องดําเนินการรื้อถอนและติดตั้งทดแทนระบบไฟส่องหลุมจอดและอุปกรณ์ประกอบที่เกี่ยวข้อง ตามที่แสดงไว้ในแบบเลขที่ สพค.บร.ทภก. /69/001 โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
    5.1.1 ทําการเปลี่ยนชุดโครงหัวเสา (Headframe) และอุปกรณ์ระบบการวินซ์ (Winch) ประกอบด้วยดังนี้
    5.1.1.1 ชุดรอก (Pulley) สําหรับสลิงและสายไฟติดตั้งแยกจากกันทําด้วยวัสดุที่ทนทานต่อการ
    กัดกร่อนและเสียดสีได้
    5.1.1.2 ระบบล็อก (Self latching and unlatching system) เป็นอุปกรณ์สําหรับล็อกและ รับน้ําหนักแทนติดตั้งโคมไฟ (Carriage) ในตําแหน่งยอดเสา
    5.1.1.3 ระบบยกโคมไฟฟ้าขึ้นลงด้วยมือหมุนได้หรือใช้ Electrical Motor Power Tool แบบหลาย ความเร็ว (Multi Speed) ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริม โดยมี Winch สําหรับม้วนสลิงยึดติดกับแผ่นเหล็กในช่องประตู
    5.1.1.4 สลิงสแตนเลสอย่างดี แบบ 7x19 Constructions (AISI3116) ที่สามารถทนแรงดึงได้ ไม่น้อยกว่า 2175 kgs (Breaking Strength)
    5.1.1.5 T-BAR สําหรับระบบแสงสว่าง (Luminaire Carriage T-BAR) วัสดุทําจากเหล็กผ่าน กระบวนการชุบสังกะสีแบบร้อน (Hot Dip Galvanized) หรือวัสดุที่ดีกว่า โดยมีโคมไฟ Floodlight LED ขนาด ไม่น้อยกว่า 200 วัตต์ และขนาดไม่น้อยกว่า 300 วัตต์ ติดตั้งอยู่บน Support T-Bar รวมถึง Obstruction Light จํานวน 1 โคม รายละเอียดจํานวน ตามภาคผนวก ก.
    5.1.2 อุปกรณ์ที่ผู้ขายทําการเปลี่ยนทดแทน จะต้องเป็นอุปกรณ์ที่มีคุณสมบัติที่เท่าเดิมหรือดีกว่าเท่านั้น หากติดตั้งแล้วไม่สามารถใช้งานได้ ผู้ขายจะต้องดําเนินแก้ไขและเปลี่ยนอุปกรณ์ให้ใช้งานตามปกติ โดยค่าใช้จ่าย ทั้งหมดที่เกิดขึ้นผู้ขายต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด
    5.1.3 เปลี่ยน Terminal Wire และเป็นสายไฟในตัวเสาจากช่วงประตูเสาจนถึง Carriage T-Bar โดยใช้ สายไฟชนิด CW 24Cx4 sq.mm

5.2 ผู้ขายต้อง…
2
3
5.2 ผู้ขายต้องจัดหาชุดอุปกรณ์เสริม (Electrical Motor Power tool) ชุด Electrical Motor จํานวน 3 ชุด ที่สามารถใช้ได้กับเสาไฟขนาดเดียวกันทุกต้น
5.3 ผู้ขายจะต้องจัดหาผู้เชี่ยวชาญ หรือประสานงานกับเจ้าของผลิตภัณฑ์เสาไฟเดิม ในการออกแบบ Luminaire Carriage T-BAR และอุปกรณ์ประกอบที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ให้สามารถติดตั้งและใช้งานได้อย่างปลอดภัย ตามหลักวิศวกรรม และเป็นไปตามความต้องการของผู้ใช้งาน
5.4 ผู้ขายจะต้องจัดหาผู้เชี่ยวชาญ สําหรับการปรับปรุง Graphic ของระบบ Apron Flood Light Control system เดิม ให้ตรงกับอุปกรณ์หน้างาน ทั้งสถานะของอุปกรณ์และจํานวนของโคมไฟที่ติดตั้งใหม่ทั้งหมด
6. การติดตั้ง
6.1 ผู้ขายต้องรื้อถอนและติดตั้งอุปกรณ์ใหม่ ตามข้อ 5 สําหรับเสา High Mast เดิมในพื้นที่หลุมจอดอากาศยาน หมายเลข 1-6, 10-15 และ 31-40 จํานวน 22 ต้น รายละเอียดตามแบบเลขที่ สพค.ฝนร.ทภก. /69/001 ให้ครบถ้วนและสามารถใช้งานได้อย่างสมบูรณ์
6.2 ในส่วนของงานโยธาและงานสถาปัตยกรรมที่เกี่ยวข้อง ให้ผู้ชายดําเนินการจัดส่งรายการคํานวณออกแบบ Luminaire Carriage T-BAR และอุปกรณ์รับน้ําหนักทั้งหมดที่ทําการติดตั้ง ให้มีความมั่นคงแข็งแรง และเป็นไป ตามหลักวิศวกรรม พร้อมทั้งลงนามรับรอบโดยวิศวกรโยธา ที่มีใบประกอบวิชาชีพวิศวกรควบคุม ระดับสามัญ วิศวกร ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุตรวจสอบเพื่อประกอบการขออนุมัติวัสดุ (Material Approved)
6.3 อุปกรณ์ที่รื้อถอน ผู้ขายต้องนําส่งคืนให้แก่ ทอท. ยังสถานที่ที่กําหนด (ณ คลังพัสดุ ท่าอากาศยานภูเก็ต) โดยให้ผู้ขายจัดทํารายงานหรือบัญชีพัสดุที่จะส่งคืนดังกล่าว นําเสนอให้ผู้ควบคุมงาน ทอท.
7
การทดสอบ
7.1 ผู้ขายต้องทําการทดสอบการใช้งานของอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ติดตั้งทั้งหมดตามสัญญา ให้ใช้งานได้อย่างสมบูรณ์ 7.2 ผู้ขายต้องทดสอบระบบการวินซ์ (Winch) แท่น T-Bar ติดตั้งโคมไฟของเสาไฟหลุมจอดอากาศยาน หมายเลข 1-6, 10-15 และ 31-40 จํานวน 22 ต้น โดยผู้ขายต้องเป็นผู้จัดเตรียมอุปกรณ์ Motor Drive สําหรับ เสาไฟที่ผู้ขายติดตั้ง โดยหากอุปกรณ์ดังกล่าวเกิดการชํารุดหรือเสียหายผู้ขายจะต้องจัดหาของใหม่มาทดแทน หรือ หากแท่น T-Bar ติดตั้งโคมไฟ ไม่สามารถวินซ์ (Winch) ลงมาได้ ให้ผู้ขายจัดหารถกระเช้าหรือรถเครนติดกระเช้า ที่มีความสูงเพียงพอในการเปลี่ยนอุปกรณ์ต่างๆ มาใช้งาน
7.3 ผู้ขายต้องทดสอบหรือวัดค่าแสงสว่างหลุมจอดอากาศยานหมายเลข 1-6, 10-15 และ 31-40 ก่อนปรับปรุง และหลังปรับปรุง โดยใช้เกณฑ์ของค่าแสงสว่างของสํานักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ฉบับที่ 14 ว่าด้วยมาตรฐานสนามบิน ข้อ 687-690 หรือ Doc 9157 Aerodrome Design Manual Fifth Edition, 2021 Part4 - Visual Aids, Chapter 14 Apron Floodlighting โดยหากพบว่าคุณภาพของแสงสว่างในพื้นที่ที่กําหนด หรือผลการวัดคุณภาพของแสงสว่างของอุปกรณ์ไม่เป็นไปตามข้อกําหนด ผู้ขายต้องตรวจสอบหาสาเหตุหากพบว่า เป็นเหตุจากอุปกรณ์หรือการติดตั้งผู้ขายจะต้องทําการปรับปรุงแก้ไข โดยผู้ขายจะต้องทําทุกอย่างให้ถูกต้องเต็มที่ และไม่เรียกร้องเวลา ตลอดจนค่าใช้จ่ายอื่นใดเพิ่มขึ้นทั้งสิ้น
7.4 เครื่องมืออุปกรณ์ในการตรวจสอบคุณภาพของแสงสว่างและตรวจสอบการใช้กําลังไฟฟ้าและพลังงานไฟฟ้า
ของอุปกรณ์ตามแนวทางการตรวจวัดและพิสูจน์ผลจะต้องผ่านการสอบเทียบ (Calibration) โดยมีอายุสอบเทียบ
ไม่เกิน 1 ปี
sony…
3. การฝึก…
4
8. การฝึกอบรม
8.1 ผู้ขายต้องจัดการฝึกอบรมการใช้งานและการบํารุงรักษาให้กับเจ้าหน้าที่ ทอท. โดยผู้ขายต้องจัดทําเอกสาร ประกอบการฝึกอบรม, แผนการฝึกอบรม และระยะเวลาการฝึกอบรม ให้กับคณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณา อนุมัติก่อนการฝึกบอบรม
8.2 ผู้ขายต้องจัดฝึกอบรมให้แล้วเสร็จก่อนวันที่จะทําการส่งมอบงาน และค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นผู้ขายต้อง เป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด
9. หนังสือคู่มือหรือเอกสารที่ต้องส่งมอบในวันส่งมอบงานตามสัญญา
9.1 หนังสือคู่มือ
9.1.1 หนังสือคู่มือการใช้งาน (Operating Manual) ฉบับภาษาอังกฤษ หรือภาษาไทย
9.1.2 หนังสือคู่มือการซ่อมบํารุงรักษา (Service Manual) ฉบับภาษาอังกฤษ หรือภาษาไทย ซึ่งแสดง รายละเอียดการแก้ไขปัญหาข้อขัดข้อง (Trouble Shooting), ชิ้นส่วนอะไหล่พร้อมราคา (Parts List with Price)
9.2 แบบและวงจรติดตั้งงานจริง (As-Built Drawing) ที่เขียนด้วยโปรแกรม Auto CAD รุ่น 2013 หรือสูงกว่า โดยต้องมีผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมเป็นผู้ลงนามรับรอง ในรูปแบบเอกสาร ขนาด A3 จํานวน 1 ชุด ดังนี้
9.2.1 สาขาโยธา ระดับสามัญ สําหรับงานโครงสร้างและสถาปัตยกรรม
9.2.2 สาขาไฟฟ้ากําลัง ระดับภาคี สําหรับงานระบบไฟฟ้า
9.3 เอกสารผลทดสอบตามข้อ 7 พร้อมรูปภาพประกอบ จํานวน 1 ชุด
9.4 เอกสารการฝึกอบรมตามข้อ 8 พร้อมเอกสารการลงนามเป็นลายลักษณ์อักษรของผู้เข้ารับการฝึกอบรม และรูปภาพประกอบ จํานวน 1 ชุด
9.5 ผู้ขายจะต้องส่งมอบเอกสารหนังสือรับประกันคุณภาพความชํารุดบกพร่องหรือขัดข้องตามสัญญา เนื่องจากการใช้งานตามปกติวิสัย เป็นเวลา 1 ปี จํานวน 1 ชุด
9.6 รายการ (Part List) อะไหล่ พร้อมราคา จํานวน 1 ชุด
9.7 บัญชีแนบท้ายรายการครุภัณฑ์ในรูปแบบ Excel File ส่งเป็นเอกสารต้นฉบับ จํานวน 1 ชุด 9.8 เอกสารที่ต้องบรรจุลง SSD External ขนาดไม่น้อยกว่า 2 TB จํานวน 2 ชุด มีรายละเอียด ดังนี้
9.8.1 เอกสารตามข้อ 9.1.9.3-9.7 บันทึกในรูปแบบไฟล์ PDF
9.8.2 เอกสารตามข้อ 9.2 บันทึกในรูปแบบไฟล์ DWG และ PDF
9.9 เครื่องมือประจําเสาไฟ High Mast Standard Tools พร้อมกล่องใส่เครื่องมือ ตามมาตรฐานผู้ผลิต
จํานวน 1 ชุด
10. การส่งมอบ
ผู้ขายต้องส่งมอบงานซื้อพร้อมติดตั้งระบบไฟส่องหลุมจอด จํานวน 1 งาน รายละเอียดตามข้อ 2-9 ภายใน 240 วัน นับตั้งแต่ ทอท. มีหนังสือแจ้งให้ผู้ขายเริ่มดําเนินการ
11. การจ่ายเงิน
ทอท.จะจ่ายเงินหลังจากที่ผู้ขายส่งมอบสิ่งของพร้อมติดตั้ง ตามจํานวนครบถ้วนตามสัญญา และ
คณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับไว้เรียบร้อยแล้ว
can
12. อัตราค่า…
}
5
12. อัตราค่าปรับ
ในกรณีที่ผู้ขายส่งมอบสิ่งของพร้อมติดตั้งไม่ครบถ้วนตามสัญญา ทอท. จะปรับผู้ขายเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.2 (ศูนย์จุดสอง) ของราคาสิ่งของพร้อมติดตั้งตามสัญญาทั้งหมด
13. การรับประกัน
13.1 ผู้ขายต้องรับประกันความชํารุดบกพร่องหรือขัดข้องของอุปกรณ์ที่ติดตั้งทั้งหมดในสัญญา เนื่องจาก
การใช้งานเป็นปกติวิสัยเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 365 วัน โดยแนบใบประกันในวันส่งมอบ
13.2 ผู้ขายต้องเข้าดําเนินการตรวจสอบอาการเสียและแก้ไขอุปกรณ์ในข้อ 13.1 ให้สามารถใช้งานได้ ตามปกติภายใน 15 วัน (ไม่เว้นวันหยุด) หลังจากได้รับแจ้งจาก ทอท. อย่างเป็นทางการ โดยหากผู้ขายต้องนํา อุปกรณ์มาเปลี่ยนทดแทน อุปกรณ์ต้องเป็นของใหม่ ไม่เคยใช้งานมาก่อน และได้มาตรฐานตามที่กําหนดในสัญญานี้ โดยผู้ขายต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆ ทั้งหมด
13.3 หากผู้ขายละเลย ล่าช้า หรือเพิกเฉย ไม่เข้าดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กําหนด ทอท. ทอท. จะพิจารณาขอสงวนสิทธิ์ที่จะเข้าดําเนินการเองหรือให้ผู้ใดผู้หนึ่งดําเนินการแทน โดยผู้ขายต้องรับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดตามที่ ทอท. เรียกร้อง
14. เงื่อนไขทั่วไป
14.1 การดําเนินการจะต้องปฏิบัติตามระเบียบของ ทอท.
14.2 ผู้ขายต้องศึกษารายละเอียดและทําความเข้าใจในข้อกําหนด ตลอดจนปัญหาข้อขัดแย้งหรือ ไม่ชัดเจนต่าง ๆ ให้ถูกต้องเสียก่อน เมื่อผู้ชายเริ่มดําเนินการแล้ว เกิดมีปัญหาจากข้อขัดแย้งหรือคลาดเคลื่อน ไม่ชัดเจนก็ตาม แต่เป็นสิ่งจําเป็นที่จะต้องมีหรือต้องมีตามหลักเทคนิค ผู้ขายจะต้องทําทุกอย่างให้ถูกต้องเต็มที่ และจะไม่เรียกร้องขอต่อสัญญาตลอดจนค่าใช้จ่ายอื่นใดเพิ่มขึ้นทั้งสิ้น
14.3 ในการดําเนินงาน ผู้ขายต้องสํารวจตําแหน่งและสภาพแวดล้อมบริเวณที่จะดําเนินการ เพื่อวางแผน ในการเข้าทํางาน และจัดทําแผนการปฏิบัติงาน (Work Schedule) ของงานซื้อพร้อมติดตั้งระบบไฟส่องหลุมจอด จํานวน 1 งาน นี้ เสนอต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเพื่อขออนุมัติภายใน 14 วัน นับตั้งแต่ ทอท. มีหนังสือแจ้งให้ ผู้ชายเริ่มทําเนินการ
}
14.4 ผู้ขายต้องจัดส่งเอกสารตามรายการดังต่อไปนี้ จํานวนอย่างละ 1 ชุด เพื่อเสนอขออนุมัติต่อ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ก่อนเข้าดําเนินการ ภายใน 14 วัน นับตั้งแต่ ทอท. มีหนังสือแจ้งให้ผู้ขาย เริ่มดําาเนินการ
14.4.1 Shop Drawing
14.4.2 แผนการดําเนินงาน (Work Schedule)
14.4.3 รายการวัสดุอุปกรณ์สําหรับใช้ในการติดตั้ง
14.4.4 สําเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม สาขาวิศวกรรมไฟฟ้ากําลัง ของวิศวกร ไฟฟ้า ซึ่งเป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติงานของโครงการนี้
14.5 ผู้ขายต้องส่งแคตตาล็อกหรือข้อมูลรายละเอียดของอุปกรณ์ที่ใช้ในการติดตั้งและเอกสารอื่นๆ ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุตรวจสอบเพื่อขออนุมัติ (Material Approve) ไม่น้อยกว่า 7 วัน ก่อนการติดตั้ง
14.6 ผู้ขายต้องทําหนังสือขอเข้าปฏิบัติงานโดยประสานงานกับผู้ควบคุมงาน ทอท. เสนอต่อคณะกรรมการ
ตรวจรับพัสดุเพื่ออนุมัติก่อนการเข้าดําเนินการล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วันทําการ
14.7 ผู้ขายต้อง….
14.7 ผู้ขายต้องทําบัตรรักษาความปลอดภัยของ ทอท. และเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเอง โดยประสานงานกับ ผู้ควบคุมงาน ทอท.
14.8 ผู้ขายต้องมีวิศวกรไฟฟ้าแขนงไฟฟ้ากําลังเป็นผู้ควบคุมงานและอยู่ปฏิบัติงานประจําตลอดเวลา ที่นําเนินงาน
14.9 การดําเนินงานของผู้ขายต้องไม่มีผลกระทบต่อการดําเนินการของ ทอท. การตัดต่อกระแสไฟฟ้า จะต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 5 วันทําการ และต้องได้รับอนุญาตจากผู้รับผิดชอบงานโดยตรงก่อนทุกครั้ง
14.10 ผู้ขายต้องปฏิบัติงานให้เป็นไปตามแผนการดําเนินงานอย่างสม่ําเสมอและต่อเนื่อง ถ้าคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของ ทอท. เห็นว่าผู้ขายเร่งรัดงานจนอาจเกิดความเสียหายแล้ว คณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุมีสิทธิ์ยับยั้ง และให้ผู้ขายปฏิบัติงานให้ถูกต้องตามหลักการช่างที่ดี และเป็นไปตามข้อกําหนด ทั้งนี้ ผู้ขายจะถือเป็นข้ออ้างในการต่ออายุสัญญา และ/หรือเรียกร้องค่าเสียหายจาก ทอท. มิได้
14.11 ในกรณีที่ ทอท. แต่งตั้งผู้ควบคุมงาน เวลาทํางานของผู้ควบคุมงานของ ทอท. คือ เวลา 08.00 – 17.00 น. ของวันทําการ ในกรณีที่ผู้ขายมีความประสงค์จะขอเข้าทํางานในช่วงเวลานอกเวลาทําการ ผู้ขายต้องทําหนังสือ ขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเสนอต่อประธานคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ และจะต้องรับผิดชอบค่าปฏิบัติงาน ล่วงเวลาของเจ้าหน้าที่ ทอท. ที่ปฏิบัติงานในช่วงเวลา ดังกล่าว ในอัตราตามข้อบังคับของ ทอท. ยกเว้นในกรณีที่ การทํางานของผู้ขาย ในช่วงนอกเวลาทําการมีเหตุเกิดจาก ทอท. เช่นไม่สามารถให้ผู้ชายเข้าพื้นที่ปฏิบัติงานในเวลา ทําการได้ หรือมีเหตุสุดวิสัยให้ผู้ขายต้องหยุดการดําเนินการในบางช่วงเวลา ทอท. จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าปฏิบัติงาน ล่วงเวลาของเจ้าหน้าที่ ทอท. เอง
14.12 ผู้ขายต้องรับผิดชอบในความผิดพลาดเสียหายต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นแก่งาน บุคคล อาคาร และ ทรัพย์สินข้างเคียงในระหว่างการปฏิบัติงานจนหมดพันธะแห่งสัญญา ด้วยการชดใช้ค่าเสียหาย ซ่อมแซม หรือ รื้อถอนทําให้ใหม่ตามที่ ทอท.เห็นสมควร โดยผู้ขายจะไม่เรียกร้องค่าใช้จ่ายอื่นใดเพิ่มขึ้นทั้งสิ้น
14.13 ผู้ขายต้องมีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับหัวหน้างานหรือสูงกว่า (จป.) จํานวนอย่างน้อย 1 นาย สําหรับควบคุมงานติดตั้งตลอดระยะเวลาที่ผู้ชายเข้าทํางาน และมีผู้ควบคุมงานหรือช่างที่ มีความชํานาญและสามารถปฏิบัติงานอยู่ตลอดเวลาระหว่างการดําเนินการนี้ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางาน และผู้ควบคุมงานของผู้ขายจะต้องปฏิบัติตามคําแนะนํา หรือคําสั่งที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุของ ทอท. แนะนํา โดยให้ถือว่าได้สั่งการแก่ผู้รับจ้างโดยตรงซึ่งผู้รับจ้างต้องยินยอมปฏิบัติตามทุกกรณี
14.14 หากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของทอท. พิจารณาเห็นว่าผู้ควบคุมงาน หรือช่างของผู้ขาย ไม่เหมาะสมที่จะปฏิบัติงาน กล่าวคือไม่มีความเชี่ยวชาญ หรือไม่มีความชํานาญเพียงพอที่จะทํางานนี้ ให้ผู้ขาย เปลี่ยนผู้ควบคุมงาน หรือช่างภายใน 3 วัน นับจากวันที่รับทราบจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุแล้ว โดยไม่นํามา เป็นข้ออ้างในการต่ออายุสัญญา หรือเรียกร้องค่าเสียหายจาก ทอท.
14.15 งานใดที่มิได้กําหนดในแบบและรายการละเอียดแต่จะต้องเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ของ ระบบงาน ผู้ขายจะต้องดําเนินการโดยไม่คิดมูลค่าใด ๆทั้งสิ้น
14.16 ผู้ขายต้องรักษาความสะอาดบริเวณพื้นที่ที่ปฏิบัติงานและบริเวณข้างเคียงให้สะอาดตลอดเวลา
ระหว่างการดําเนินการ และก่อนส่งมอบงาน
14.17 ในขณะปฏิบัติงานจะต้องไม่กีดขวางการจราจร และการปฏิบัติหน้าที่ อีกทั้งจะต้องควบคุมคนงาน ของผู้ขาย มิให้เข้าไปในเขตหวงห้ามต่าง ๆ ของ ทอท. โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นอันขาด
14.18 ผู้ขายต้อง…
2554
7
14.18 ผู้ขายต้องจัดเตรียมอุปกรณ์ป้องกันอุบัติภัยอันตรายส่วนบุคคลขั้นพื้นฐานตามความเหมาะสมให้กับ ผู้ปฏิบัติงานเพื่อความปลอดภัยในขณะทํางาน ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน 2541 และต้องดูแลให้สวมใส่อยู่
ตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน
14.19 อุปกรณ์เดิมที่รื้อถอนให้ผู้ขายทํารายการส่งคืนคลังพัสดุ ทอท.
14.20 ผู้ขายต้องปฏิบัติตาม “ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ในส่วนที่ผู้ขายเกี่ยวข้อง ภาคผนวก ง. หากเกิดเหตุขึ้นผู้ขายต้องรับผิดชอบทั้งหมด
14.21 ผู้ขายต้องจัดทําข้อมูลครุภัณฑ์ในรูปแบบไฟล์ Excel โดยมีแบบฟอร์มตาม (ภาคผนวก ค.) บัญชีแนบท้ายรายการครุภัณฑ์
15. นโยบายต่อต้านคอร์รัปชั่นของ ทอท.
15.1 คู่ค้าต้องสนับสนุนนโยบายต่อต้านคอร์รัปชั่นของ ทอท. ที่กําหนดให้บุคลากรทุกคนของ ทอท.
ต้องไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชั่นในทุกรูปแบบไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อมและต้องปฏิบัติตามนโยบาย
ต่อต้านคอร์รัปชั่นของ ทอท. อย่างเคร่งครัด
15.2 ห้ามมิให้ผู้เสนอราคาคู่ค้าให้ของขวัญ ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด รวมถึงจ่ายค่าบริการต้อนรับ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจในการปฏิบัติหน้าที่ หรือส่งผลกระทบต่อการดําเนินงานของ บริษัทให้แก่บุคลากรของ ทอท.
16. นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ ทอท.
ผู้ชายต้องปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งต้องปฏิบัติตามประกาศ ทอท. เรื่อง นโยบายการคุ้มครองส่วนบุคคล (AOT Personal Data Protection Policy) และแนวปฏิบัติสําหรับการ ดําเนินการของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของ ทอท. ที่กําหนดไว้ตลอดจนคําสั่ง ประกาศ หรือเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ออกโดย ทอท. ซึ่ง ทอท.จะได้แจ้งให้ทราบต่อไป อย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ผู้ขายสามารถศึกษารายละเอียดของประกาศและแนวปฏิบัติฯดังกล่าวได้ที่ https://www.airportthai.co.th >เกี่ยวกับ ทอท. กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของ ทอท. > ประกาศบริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) เรื่องนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (AOT Personal Data Protection Policy)
17. การดําเนินการตามแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท.
คู่ค้าต้องลงนามรับทราบในเอกสารแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท. (AOT Supplier Sustainable Code of Conduct) ตามรายละเอียด (ภาคผนวก ข.) พร้อมทั้งปฏิบัติให้เป็นไปตามแนวทางดังกล่าว เพื่อส่งเสริมให้คู่ค้าของ ทอท. มีการดําเนินงานอย่างโปร่งใส มีจริยธรรม เคารพสิทธิมนุษยชน ดูแลชีวอนามัย และ คํานึงถึงความปลอดภัยของลูกจ้าง รวมถึงการดําเนินงานที่อันซึ่งจะส่งผลกระทบถึงชุมชนและสิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องผ่านการกํากับดูแลกิจการ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
18. คุณสมบัติผู้เสนอราคา
ผู้เสนอราคาต้องมีผลงานเกี่ยวกับการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เป็นสัญญาฉบับเดียว ในวงเงินไม่น้อยกว่า
4,000,000.- บาท (สี่ล้านบาทถ้วน) และเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชน
05
19. เงื่อนไข…
8
19. เงื่อนไขที่ผู้เสนอราคาต้องปฏิบัติในวันเสนอราคา
19.1 ผู้เสนอราคาต้องส่งหนังสือรับรองผลงานเกี่ยวกับการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เป็นสัญญาฉบับเดียว ในวงเงินไม่น้อยกว่า 4,000,000. - บาท (สี่ล้านบาทถ้วน) และเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือ หน่วยงานเอกชน มาให้ ทอท.พิจารณา กรณีที่ผลงานที่ผู้เสนอราคานํามาแสดงเป็นผลงานที่ออกโดยหน่วยงาน เอกชน ผู้รับรองต้องเป็นผู้มีอํานาจของหน่วยงานเอกชนนั้น โดยต้องแนบสําเนาสัญญาและสําเนาหนังสือรับรองการ หักภาษี ณ ที่จ่าย หรือสําเนาใบเสร็จรับเงิน หรือสําเนาใบกํากับภาษี ของสัญญาที่เสนอมาเพื่อประกอบการ พิจารณาด้วย
19.2 ผู้เสนอราคาต้องแนบแคตตาล็อก หรือเอกสารแสดงรายละเอียดของอุปกรณ์ตามข้อ 2.1 และ ข้อ 4 โดยทําเครื่องหมายกํากับและระบุข้อให้ชัดเจน ทอท. จะพิจารณาเฉพาะคุณสมบัติเฉพาะ (Specification) ที่ปรากฏอยู่ในแคตตาล็อก หรือเอกสารแสดงรายละเอียดของอุปกรณ์ฯ เท่านั้น กรณีที่คุณสมบัติเฉพาะที่ ทอท. ต้องการไม่ปรากฏในแคตตาล็อก หรือเอกสารแสดงรายละเอียดของอุปกรณ์ฯ ผู้เสนอราคาต้องแนบสําเนาใบรับรอง จากผู้ผลิต (Manufacture’s Certificate) ยืนยันคุณสมบัติเฉพาะที่ขาดไปในแต่ละข้อเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อม ลายเซ็น ของผู้มีอํานาจว่าผลิตภัณฑ์มีรายละเอียดตรงกัน ในกรณีที่ผู้เสนอราคายืนยันคุณสมบัติมีข้อมูลขัดแย้ง กับคุณสมบัติที่กําหนดไว้ในแคตตาล็อกหรือเอกสารแสดงรายละเอียดของอุปกรณ์ฯ แล้วไม่มีเหตุผลเพียงพอสาเหตุ เพราะความขัดแย้งกัน ทอท. จะถือตามแคตตาล็อก หรือเอกสารแสดงรายละเอียดของอุปกรณ์ฯ
19.3 ในกรณีที่อุปกรณ์มีหลายรุ่น (Model) และ/หรือ Option ผู้เสนอราคาต้องระบุให้ชัดเจนโดยพิมพ์ เป็นรายการว่า จะส่งมอบรุ่น และ/หรือ Option ใด
20. หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกผู้เสนอราคา
ทอท.พิจารณาคัดเลือกข้อเสนอด้วยเกณฑ์ราคา โดยพิจารณาราคารวมทั้งสิ้น
(นายชุมพล ตั้งจิตต์)
ผู้อํานวยการ
(นายศุกประกิจ เผื่อแผ่) วิศวกรอาวุโส 5
ส่วนไฟฟ้าและเครื่องกล ฝ่ายบํารุงรักษา
ส่วนไฟฟ้าและเครื่องกล ฝ่ายบํารุงรักษา
ท่าอากาศยานภูเก็ต
ท่าอากาศยานภูเก็ต
วันที่ 25 ก.พ.69
วันที่ 25 ก.พ.69
B5506
(นายบรรณวิชญ์ จําปาทอง) ช่างเทคนิค 4
ท่าอากาศยานภูเก็ต วันที่ 25 ก.พ.69
ส่วนไฟฟ้าและเครื่องกล ฝ่ายบํารุงรักษา
รายละเอียดการติดตั้งอุปกรณ์ระบบไฟส่องหลุมจอด
ภาคผนวก ก.
รายละเอียด High Mast ก่อนปรับปรุง
รายละเอียด High Mast หลังปรับปรุง
ลําดับ
สถานที่ติดตั้ง
ยูนิต Carriage
S@UU Winch
จํานวนโคมไฟชนิด Carriage
seuu Winch
จํานวนโคมไฟ 5 300W จํานวนโคมไฟ >= 200W
ความสูงของเสาไฟ
หมายเหตุ
1
High Mast Bay 1
Ring
Double Wire
6
T-Bar
Double Wire
8
2
22
2
High Mast CT
Ring
Double Wire
6
T-Bar
Double Wire
8
N
22
en
High Mast Bay 2
Ring
Double Wire
6
T-Bar
Double Wire
2
22
4
مه
High Mast Bay 3
Ring
Double Wire
T-Bar
Double Wire
8
N
22
5
High Mast Bay 4
Ring
Double Wire
6
T-Bar
Double Wire
00
2
22
6
OX
High Mast Bay 5
Ring
Double Wire
T-Bar
Double Wire
8
2
22
7
High Mast Bay 6
Ring
Double Wire
T-Bar
Double Wire
2
22

High Mast Bay 10
Ring
Double Wire
T-Bar
Double Wire
8
2
20
High Mast Bay 11
Ring
Double Wire
6
T-Bar
Double Wire

2
22
10
High Mast Bay 12
Ring
Single Wire

T-Bar
Double Wire
B
2
22
11
High Mast Bay 14
Ring
Single Wire
T-Bar
Double Wire
2
25
12
High Mast Bay 15
Ring
Single Wire
6
T-Bar
Double Wire
00
8
2
13
High Mast Bay 16
Ring
Single Wire
T-Bar
Double Wire
2
NIN
25
25
14
High Mast Bay 31

2

2
12
เปลี่ยนเฉพาะโคมไฟ
15
High Mast Bay 32
Ring
Single Wire
6
OV
T-Bar
Double Wire
2
15
16
High Mast Bay 33
Ring
Single Wire
6
T-Bar
Double Wire
8
N
17
17
High Mast Bay 34
Ring
Single Wire
6
T-Bar
Double Wire

2
25
18
High Mast Bay 35,36
Ring
Single Wire
T-Bar
Double Wire
00
25
19
High Mast Bay 37
Ring
Single Wire
T-Bar
Double Wire
&
2
25
20
High Mast Bay 38
Ring
Single Wire
6
T-Bar
Double Wire
8
2
25
21
High Mast Bay 39
Ring
Single Wire
T-Bar
Double Wire
8
2
25
22
High Mast Bay 40
Ring
Single Wire
T-Bar
Double Wire

its
25
126
170
42
saing.
สัญญาเลขที่…….
ภาคผนวก ซ.
ข้าพเจ้า
แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
มีสํานักงาน/ภูมิลําเนาตั้งอยู่ ณ
(AOT Supplier Sustainable Code of Conduct)
..
โดย………..
ซึ่งเป็นคู่สัญญากับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) (ทอท.) ตามสัญญาเลขที่
ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “คู่ค้าของ ทอท.” ได้รับทราบแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท.รายละเอียดดังนี้
บทน่า
ทอท.มีความมุ่งมั่นต่อการดําเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนในทุกกระบวนการ ดังนั้น “แนวทางการปฏิบัติ อย่าง ยั่งยืนของคู่ค้า ทอท.” จึงได้ถูกกําหนดขึ้น โดยพิจารณาเนื้อหาและขอบเขตให้อยู่ภายใต้ข้อกําหนดและ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมทั้ง 3 มิติ ได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมให้คู่ค้าของ ทอท. ดําเนินงานอย่างโปร่งใส มีจริยธรรม เคารพสิทธิมนุษยชน ดูแลอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของลูกจ้าง คํานึงถึงผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมจากการดําเนินงาน ผ่านการกํากับดูแลกิจการและแนวปฏิบัติที่ดี ดังนี้
มิติเศรษฐกิจ - การกํากับดูแลกิจการที่ดี

  1. การปฏิบัติตนตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ และความซื่อสัตย์สุจริต คู่ค้าของ ทอท.ต้องดําเนินธุรกิจอย่าง เคารพกฎหมายของประเทศและระเบียบข้อบังคับของ ทอท.อย่างเคร่งครัด และดําเนินธุรกิจตามหลักจริยธรรม โดยปราศจากการติดสินบน หรือทุจริตในทุกรูปแบบ หรือประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย
  2. การรักษาความลับ: คู่ค้าของ ทอท.ต้องเก็บรักษาข้อมูลและป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลที่เป็นความลับ
    ของ ทอท. และไม่นําข้อมูลของ ทอท.ไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ที่ผิดกฎหมาย เพื่อประโยชน์ส่วนบุคคล หรือ เพื่อประโยชน์ทางการค้า
  3. ความขัดแย้งทางผลประโยชน์หรือผลประโยชน์ทับซ้อน: คู่ค้าของ ทอท.ต้องแจ้งให้ ทอท.ทราบเป็น
    ลายลักษณ์อักษร หากพบการดําเนินการใด ๆ ที่เป็นผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่าง ทอท. และคู่ค้า
  4. การแข่งขันเสรีและกฎหมายการแข่งขันทางการค้า คู่ค้าของ ทอท.จะต้องปฏิบัติตนภายใต้การแข่งขันที่เสรี เป็นธรรมและดําเนินการตามกฎหมายการแข่งขันทางการค้าอย่างเคร่งครัด และไม่กระทําการอื่นใดซึ่งจะ
    ส่งผลกระทบเชิงลบต่อคู่แข่งทางการค้า
    Spray.
    มิติสังคม - การจ้างงานและการเคารพสิทธิมนุษยชน
  5. อาชีวอนามัยและความปลอดภัยของแรงงาน: คู่ค้าของ ทอท.ต้องดูแลแรงงานด้านอาชีวอนามัยและ
    ความปลอดภัยให้เหมาะสม อาทิ สถานที่และสภาพแวดล้อมในการทํางาน และการดูแลสุขภาพของลูกจ้างและ ผู้รับเหมาช่วงให้สอดคล้องตามกฎหมายหรือมาตรฐานสากล
  6. อิสรภาพของการจ้างงาน: คู่ค้าของ ทอท.ต้องดําเนินธุรกิจโดยปราศจากการใช้แรงงานบังคับ ต้องไม่มีการใช้ แรงงานไม่สมัครใจ และเปิดโอกาสให้แรงงานสามารถรวมกลุ่มเพื่อเจรจาและต่อรองได้ตามกฎหมายของ
    ประเทศ
  7. ค่าจ้างและสิทธิประโยชน์: คู่ค้าของ ทอท.จะต้องจ่ายค่าจ้างและให้สิทธิประโยชน์อื่นใดที่ลูกจ้างจึงได้รับ
    อย่างถูกต้อง เป็นธรรม และตรงตามกําหนดเวลา
  8. การใช้แรงงานเด็ก: คู่ค้าของ ทอท.ต้องไม่จ้างแรงงานเด็กที่มีอายุไม่ถึงเกณฑ์ตามที่กฎหมายกําหนด และ
    ไม่อนุญาตให้เด็กหรือบุคคลที่มีอายุต่ํากว่า 18 ปี ทํางานในเวลากลางคืน หรือในสถานที่ที่มีลักษณะ
    เป็นอันตราย
  9. ระยะเวลาในการทํางาน: คู่ค้าของ ทอท. จะต้องดูแลไม่ให้แรงงานทํางานนานเกินกว่าที่กฎหมายกําหนด
    ทั้งนี้จะรวมถึงการทํางานล่วงเวลาและการทํางานในวันหยุด
  10. การปฏิบัติอย่างเท่าเทียม: คู่ค้าของ ทอท.ต้องปฏิบัติอย่างเท่าเทียมต่อลูกจ้าง โดยไม่เลือกปฏิบัติในการ
    จ้างงาน การจ่ายค่าตอบแทน การเข้ารับการฝึกอบรม การเลื่อนตําแหน่ง การเลิกจ้างหรือการให้ออกจากงาน อันเนื่องมาจากการแบ่งแยกเพศ เชื้อชาติ ถิ่นกําเนิด สีผิว ศาสนา อายุ ความนิยมทางการเมือง สถานภาพ การสมรส สภาพการตั้งครรภ์ หรือความพิการ
  11. การเลิกจ้าง, คู่ค้าของ ทอท.ต้องปฏิบัติและการดําเนินการเลิกจ้างในแต่ละขั้นตอนตามกฎหมายกําหนด และ
    ไม่ยกเลิกสัญญาจ้างด้วยความไม่เป็นธรรม
  12. การเคารพสิทธิมนุษยชน คู่ค้าของ ทอท.ต้องเคารพสิทธิมนุษยชนและมีการปฏิบัติต่อลูกจ้างของตนอย่าง
    เป็นธรรม ตามกฎหมายและมาตรฐานสากล และห้ามมิให้มีการกระทําอันเป็นการล่วงละเมิดทางร่างกายและ วาจา รวมถึงการคุกคามและการข่มขู่ใด ๆ แก่ลูกจ้าง
  13. แรงงานต่างด้าวหรือแรงงานอพยพ: คู่ค้าของ ทอท.ต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานหากมีการจ้างแรงงาน
    ต่างด้าวหรือแรงงานอพยพ โดยต้องจัดเตรียมเอกสารสัญญาจ้างในภาษาแม่ของแรงงานหรือภาษาที่แรงงาน อ่านแล้วเข้าใจก่อนการจ้างงาน รวมทั้ง หนังสือเดินทางและเอกสารประจําตัวของแรงงานต้องเก็บโดยเจ้าของ เอกสารตลอดเวลา นายจ้างหรือบุคคลที่สามไม่สามารถถือครองเอกสารดังกล่าวของแรงงานได้
  14. ความรับผิดชอบต่อสังคม: คู่ค้าของ ทอท.ควรแสดงออกถึงการมีส่วนร่วมในการพัฒนาและรับผิดชอบ
    ต่อสังคม
    .
    มิติสิ่งแวดล้อม - การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษ
  15. การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม: คู่ค้าของ ทอท.ต้องบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐาน ข้อกําหนด และ
    แนวปฏิบัติที่ดีที่เกี่ยวข้อง ในทุกกระบวนการผลิตและการให้บริการ เพื่อการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และไม่สร้างความเดือดร้อนรําคาญให้กับชุมชนรอบข้าง
  16. มาตรการป้องกันและลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม: คู่ค้าของ ทอท.จะต้องดําเนินมาตรการป้องกันและ ควบคุมมลพิษ อาทิ ของเสีย น้ําเสีย เสียงรบกวน มลพิษทางอากาศ และก๊าซเรือนกระจก โดยต้องควบคุมหรือ บําาบัดก่อนปล่อยออกสู่ภายนอกตามกฎหมายและมาตรฐานสากล
    ทอท.คาดหวังให้คู่ค้าพิจารณานําแนวทางการปฏิบัติเหล่านี้ ทั้งการกํากับดูแลกิจการที่ดี การจ้างงานและ การเคารพสิทธิมนุษยชน และการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษ มาปรับใช้ในการดําเนินงานของคู่ค้า พร้อมส่งเสริมให้คู่ค้ามีแนวทางปฏิบัติอย่างยั่งยืนในห่วงโซ่อุปทานของตนเองตามความเหมาะสม
    ข้าพเจ้าได้อ่าน เข้าใจ และรับทราบ แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้าของ ทอท. และตกลงที่จะปฏิบัติ ตามแนวทางดังกล่าวนี้ในทุกประเด็นที่การดําเนินธุรกิจของบริษัทข้าพเจ้าเกี่ยวข้อง โดยจะแจ้งให้ลูกจ้างของบริษัท ที่เกี่ยวข้องทุกคนรับทราบรวมถึงเก็บข้อมูลซึ่งเป็นหลักฐานการปฏิบัติตามแนวทางนี้ไว้ และส่งมอบให้ตามที่ ทอท.
    ร้องขอ
    (ลงชื่อ).
    (………
    (ประทับตราบริษัท)
    (คู่ค้าของ ทอท.)
    ……..

ลําดับ
รายการ
(800)
(ชื่อ, ยี่ห้อ, สี, ขนาด, แบบ, รุ่น, Serial No.)
ชื่อสัญญา
หมายเหตุ

  1. แนบภาพถ่ายครูภัณฑ์ให้ตรงกับลําดับที่ในแบบฟอร์ม จํานวน 1 ชุด
  2. กรณีส่งของไม่ตรงตาม Spec, จํานวน, ราคา ให้แจ้งเหตุในแบบฟอร์ม
  3. กรณีเป็นระบบต้องแยกรายละเอียดพร้อมจํานวนและราคา
  4. กรณีเป็น Partition ให้แจ้งจํานวนเป็นรายชิ้น
  5. ทุกรายการต้องระบุรายละเอียดต่างๆ เช่น ขนาด สี ยี่ห้อ รุ่น
    กาก ฝาก ศ.
    เลขที่สัญญา
    ACENTARA
    ชื่อคู่สัญญา
    บัญชีรายการครุภัณฑ์ แนบท้ายการส่งมอบงาน
    ราคารวม
    หน่วยนับ จํานวน จํานวนราคาต่อหน่วย ค่าแรง ชิ้น/ชุด ตาม BOO ที่ส่งมอบ (ไม่รวม VAT) ต่อหน่วย ตามจํานวนที่สั่งของ
    อาหาร
    (ไม่รวม VAT)
    สถานที่ฟัง
    ห้อง
    ยน
    ระบุชื่อส่วนงาน
    หน่วยผู้ใช้ หน่วยครอบครอง
    หมายเหตุ
    ภาคผนวก ง.
    AOT
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    Airports of Thailand Public Company Limited
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางาน สําหรับผู้รับจ้าง
    Rev.02
    2
    ดาวน์โหลดข้อบังคับและคู่มือว่าด้วย
    ความปลอดภัยในการทํางาน สําหรับผู้รับจ้าง
    ฝ่ายความปลอดภัยในการทํางานและอาชีวอนามัย
    ปรับปรุงครั้งที่ 2 ปีงบประมาณ 2566 (ม.ค.66)
    252
    AOT
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางาน สําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2
    ปีงบประมาณ 2566
    จัดทําโดย
    ฝ่ายความปลอดภัยในการทํางานและอาชีวอนามัย (ปอ.)
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    รับรองโดย
    นายนิตินัย ศิริสมรรถการ
    กรรมการผู้อํานวยการใหญ่
    10 มกราคม 2566
    screwf
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56)
    คํานํา
    -0-
    ตามกฎกระทรวงการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคล เพื่อดําเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. 2565 หมวดที่ 3 หน่วยงานความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน ข้อ 40(3) ที่กําหนดให้หน่วยงานความปลอดภัยจัดทําคู่มือว่าด้วย ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานของสถานประกอบการ เพื่อใช้กํากับดูแลการดําเนินงาน ภายในสถานประกอบกิจการให้เป็นไปตามกฎหมาย
    ฝ่ายความปลอดภัยในการทํางานและอาชีวอนามัย (ฝปอ.) ได้จัดทําข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัย ในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 เพื่อกํากับควบคุมการปฏิบัติงานที่มีความเสี่ยงของผู้รับจ้าง ที่เข้ามาทํางานในพื้นที่ ทอท. ได้ใช้เป็นแนวทางในการดําเนินการเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทํางานและปฏิบัติ ให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่กฎหมายกําหนด
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    ฝ่ายความปลอดภัยในการทํางานและอาชีวอนามัย
    ม.ค.66
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56)
    สารบัญ
    -7-
    เรื่อง 1. วัตถุประสงค์
  6. ขอบเขต
  7. นิยาม
  8. อ้างอิง
  9. การควบคุมการปฏิบัติ
    5.1 ข้อกําหนดทั่วไปสําหรับผู้รับจ้างทุกประเภทที่ต้องปฏิบัติ
    5.2 ข้อกําหนดเฉพาะงาน
    5.2.1 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับความร้อนและประกายไฟ (เอกสารแนบ 1) 5.2.2 กรณีปฏิบัติงานในที่อับอากาศ (เอกสารแนบ 2)
    5.2.3 กรณีปฏิบัติงานบนที่สูงตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป (เอกสารแนบ 3)
    5.2.4 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า (เอกสารแนบ 4)
    5.2.5 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคน
    ขึ้นทํางานบนที่สูงและเครื่องช่วยยกต่าง ๆ รวมทั้งงานซ่อมบํารุง (เอกสารแนบ 5)
    5.2.6 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่นและรถเฮียบ (เอกสารแนบ 6) 5.2.7 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับสารเคมีและวัตถุอันตราย (เอกสารแนบ 7) 5.2.8 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานประดาน้ํา (ปฏิบัติงานที่ความลึกตั้งแต่ 3 เมตร - 90 เมตร
    (เอกสารแนบ 8)
    5.2.9 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีก่อไอออน และเครื่องกําเนิดรังสีเอกซเรย์ (เอกสารแนบ 9) 5.2.10 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานก่อสร้างอื่น ๆ ให้การปฏิบัติเป็นไปตามกฎกระทรวง กําหนด
    มาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง พ.ศ. 2564 และกฎหมายความปลอดภัยฯ อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมด้วย
    หน้า
    1
    1
    2
    2
    3
    3
    8
    9
    11
    13
    15
    17
    22
    26
    27
    28
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    co
    gmm.
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56)
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง
  10. วัตถุประสงค์ (Purpose)
    -1-
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้างฉบับนี้ ใช้เป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อควบคุม การปฏิบัติงานที่มีความเสี่ยง จัดทําขึ้นสําหรับให้ผู้รับจ้างชั้นต้นและผู้รับจ้างช่วงที่เข้ามาทํางานในพื้นที่ ทอท. ได้ใช้ เป็นแนวทางในการดําเนินการเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทํางานและปฏิบัติได้ถูกต้อง ครบถ้วน ตามที่กฎหมายกําหนด โดยมีรายละเอียดที่สําคัญคือ การปฏิบัติด้านความปลอดภัยในการทํางานของงานที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายต่าง ๆ และเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย ข้อห้าม และข้อแนะนําในการปฏิบัติงานที่ปลอดภัย รวมถึงการรายงานการเกิดอุบัติเหตุ ของผู้รับจ้างเพื่อให้ ทอท. ได้ทราบ
  11. ขอบเขต (Scope)
    2.1 ข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ใช้กับผู้รับจ้างที่เข้ามาปฏิบัติงานกับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) หรือ ทอท. เพื่อให้การปฏิบัติงานเกิดความปลอดภัยและควบคุมการเกิดปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อมในการปฏิบัติงาน ดังนั้น ผู้รับจ้างต้องศึกษาและทําความเข้าใจ รวมถึงต้องปฏิบัติงานตามข้อกําหนดต่าง ๆ ในเอกสารชุดนี้อย่างเคร่งครัด
    2.2 ประเภทผู้รับจ้างตามข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ แบ่งเป็น 4 ประเภทคือ
    2.2.1 ผู้รับจ้างทั่วไปที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ได้แก่
    (1) งานจ้างเหมาแรงงานเพื่องานด้านเอกสาร (Outsource)
    (2) งานทําความสะอาดที่ไม่เป็นการทํางานบนที่สูง
    (3) งานอื่น ๆ ที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. และเป็นงานที่ไม่เข้าข่ายตามข้อ 2.2.2
    2.2.2 ผู้รับจ้างงานความเสี่ยงสูงที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ได้แก่
    (1) งานก่อสร้าง ต่อเติม ติดตั้ง ซ่อม ซ่อมบํารุง ดัดแปลง หรือรื้อถอนอาคาร สนามบิน อุโมงค์ สะพาน ท่อระบายน้ํา โทรศัพท์ ไฟฟ้า ก๊าซ ประปา หรือสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ รวมทั้งการเตรียมการหรือการวางรากฐานของการก่อสร้าง
    (2) งานขนส่งคนโดยสารหรือสินค้า รวมทั้งการบรรทุกขนถ่ายสินค้า
    (3) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับความร้อนและประกายไฟ
    (4) การปฏิบัติงานในที่อับอากาศ
    (5) การปฏิบัติงานบนที่สูงตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป
    (6) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า
    (7) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง
    และเครื่องช่วยยกต่าง ๆ รวมทั้งงานซ่อมบํารุงเครื่องจักร
    (8) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่นและรถเฮียบ
    (9) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับสารเคมีและวัตถุอันตราย
    (10) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานประดาน้ํา (ปฏิบัติงานที่ความลึกตั้งแต่ 3 เมตร - 90 เมตร)
    (11) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีก่อไอออน และเครื่องกําเนิดรังสี
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    gm
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56)
    Vet Verkko v chat paff what the sport, hatt
    (12) งานที่มีความเสี่ยงอื่น ๆ ตามที่ ทอท. กําหนดในภายหลัง (ถ้ามี)

-2-
ซึ่งผู้รับจ้างที่มีงานเกี่ยวข้องกับลําดับที่ (1) - (12) ตามข้อ 2.2.2 นี้ ต้องปฏิบัติเพิ่มเติมตามเอกสารแนบที่เกี่ยวข้องกับงาน ท้ายข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้หรือเอกสารอื่น ๆ ที่ ทอท. ได้กําหนดเพิ่มเติมในแต่ละพื้นที่

2.2.3 ผู้รับจ้างของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ได้แก่ ผู้รับจ้างที่เข้ามาก่อสร้าง ต่อเติม ติดตั้ง ซ่อม ซ่อมบํารุง ดัดแปลง หรือรื้อถอนสิ่งต่าง ๆ ภายในพื้นที่เช่าของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ซึ่งผู้รับจ้างประเภทนี้ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ ในข้อ 5.1.19 และปฏิบัติตามหลักความปลอดภัยฯ ที่ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ได้กําหนดไว้ กรณีที่ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ยังไม่ได้กําหนดไว้ ให้ผู้รับจ้างของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ได้ถือปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยฯ ที่เกี่ยวข้องควบคู่กับข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้
นฤท
2.2.4 ผู้รับจ้างหรือผู้ปฏิบัติงานอื่น ๆ ที่ไม่ได้กล่าวถึงในข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของ ฝปอ., ฝมอ. หรือ สมอ. ในแต่ละพื้นที่ของ ทอท. เป็นผู้กําหนดเพิ่มเติม
3. นิยาม (Definition)
3.1 ทอท. หมายถึง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
3.2 ปอ. หมายถึง ฝ่ายความปลอดภัยในการทํางานและอาชีวอนามัย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) 3.3 สมอ. หมายถึง ฝ่ายมาตรฐานท่าอากาศยานและอาชีวอนามัย ของแต่ละท่าอากาศยานที่ ทอท. กํากับดูแล 3.4 สมอ. หมายถึง ส่วนมาตรฐานท่าอากาศยานและอาชีวอนามัย ของแต่ละท่าอากาศยานที่ ทอท. กํากับดูแล 3.5 จป. ย่อมาจาก เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางาน หมายถึง เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกําหนด
3.6 ผู้รับจ้าง หมายถึง ผู้รับจ้าง (Contractor), ผู้รับจ้างช่วง (Sub-Contractor), งานจ้างเหมาแรงงานเพื่องานด้านเอกสาร (Outsource), ผู้รับเหมา, ผู้ขาย, ผู้ให้บริการจากภายนอก, หน่วยงานหรือบุคคลอื่นๆ ที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ตามสัญญาจ้าง หรือเข้ามาทํากิจกรรมใดๆ หรือเข้ามาใช้ประโยชน์ใดๆ ในพื้นที่ของ ทอท. ยกเว้นผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ซึ่งไม่เข้าข่ายตามนิยาม ข้อ 3.6 นี้
3.7 ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. หมายถึง กลุ่มลูกค้าของ ทอท., ผู้ประกอบการสายการบินที่มีการเช่าพื้นที่ของ ทอท. 3.8 ผู้รับจ้างของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. หมายถึง ผู้รับจ้างที่ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ได้ว่าจ้างมาเพื่อดําเนินการต่าง ๆ ให้ เช่น การปรับปรุงพื้นที่ภายในบริเวณพื้นที่เช่า เป็นต้น
3.9 PPE ย่อมาจาก Personal Protective Equipment หมายถึง อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล ซึ่งใช้สําหรับสวมใส่ขณะปฏิบัติงานตามกฎหมายและตามการประเมินความเสี่ยงของงานซึ่งได้กําหนดไว้
3.10 JSA ย่อมาจาก Job Safety Analysis หมายถึง การวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย
4. อ้างอิง (Reference)
4.1 พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. 2554
4.2 กฎกระทรวงภายใต้พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. 2554 4.3 กฎกระทรวงภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานที่เกี่ยวข้องกับงานด้านความปลอดภัยฯ 4.4 กฎหมายและมาตรฐานอื่น ๆ ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน 4.5 มาตรฐานสากลด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย เช่น ISO 45001, NIOSH, OSHA, ACGIH ฯลฯ
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66)
5. การควบคุมการปฏิบัติ
5.1 ข้อกําหนดทั่วไปสําหรับผู้รับจ้างทุกประเภทที่ต้องปฏิบัติ
-3-
5.1.1 ผู้รับจ้างทุกประเภทที่เข้ามาปฏิบัติงานให้กับ ทอท. จะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบความปลอดภัยที่ ทอท. ได้กําหนดไว้ใน “ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง” ฉบับนี้ โดยถือเป็นข้อกําหนด ขั้นพื้นฐานของการปฏิบัติงานให้เกิดความปลอดภัย หากการปฏิบัติใดที่ ทอท. ไม่ได้ระบุไว้ใน “ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วย ความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง” ฉบับนี้ ให้ถือปฏิบัติตาม “กฎหมายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทํางานที่เกี่ยวข้องทุกฉบับ” เป็นระเบียบปฏิบัติขั้นพื้นฐาน ในกรณีที่ข้อกําหนดใดถูกกําหนดไว้ทั้ง ในส่วนของ “ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง” และ “กฎหมายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน” ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามข้อบังคับหรือข้อกําหนดที่ดีกว่าเพื่อการปฏิบัติ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการทํางานของผู้ปฏิบัติงานและผู้ที่เกี่ยวข้อง หากมีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม ข้อกําหนดดังกล่าว จะถูกลงโทษตามกฎระเบียบต่อไป
5.1.2 ผู้รับจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คนขึ้นไปที่เข้ามาปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ต้องจัดให้มีระบบการจัดการ ด้านความปลอดภัยในการทํางานตามที่ได้กําหนดไว้ใน กฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานเกี่ยวกับระบบการจัดการ ด้านความปลอดภัย พ.ศ. 2565 ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบไปด้วย
(1) นโยบายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน
(2) การจัดการองค์กรด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน
(3) แผนงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานและการนําไปปฏิบัติ (4) การประเมินผลและทบทวนการจัดการด้านความปลอดภัย
(5) การปรับปรุงและพัฒนาระบบการจัดการด้านความปลอดภัย
5.1.3 ให้ผู้รับจ้างดําเนินการให้เป็นไปตามระบบการจัดการด้านความปลอดภัยในการทํางาน ตามข้อ 5.1.2 และให้ผู้รับจ้างมีหน้าที่ดังต่อไปนี้
(1) ควบคุมดูแลการดําเนินงานตามระบบการจัดการด้านความปลอดภัยในการทํางาน
(2) ส่งเสริมให้ลูกจ้างทุกคนมีส่วนร่วมในการดําเนินการตามระบบการจัดการด้านความปลอดภัยในการทํางาน (3) ให้ผู้รับจ้างจัดทําเอกสารเกี่ยวกับระบบการจัดการด้านความปลอดภัยในการทํางานตามข้อ 5.1.2 เก็บไว้ในสถานประกอบกิจการเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปีนับจากวันที่จัดทําหรือจนกว่างานจะแล้วเสร็จในโครงการนั้น ๆ และพร้อมที่จะได้รับการตรวจสอบจากพนักงานตรวจแรงงานหรือจาก ทอท. ได้ทุกเมื่อ โดยเอกสารฯ จะจัดทําในรูปแบบ
ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ด้วยก็ได้
ในการทํางานได้
(4) ผู้รับจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างสามารถเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบการจัดการด้านความปลอดภัย
หมายเหตุ : กรณีที่ผู้รับจ้างได้จัดให้มีระบบการจัดการด้านความปลอดภัยตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) มาตรฐานขององค์การมาตรฐานสากล (International Standardization for Organization : ISO) มาตรฐานของ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization : ILO) มาตรฐานของสถาบันมาตรฐาน สหราชอาณาจักร (British Standards institution : BS1) มาตรฐานของสํานักงานบริหารความปลอดภัยและ อาชีวอนามัยแห่งชาติ (Occupational Safety and Health Administration : OSHA) มาตรฐานของสถาบัน
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
o
Meny
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56)
-4-
มาตรฐานแห่งชาติประเทศสหรัฐอเมริกา (American National Standards institute : ANSI) มาตรฐานของประเทศ ออสเตรเลียและประเทศนิวซีแลนด์ (Australia Standards/New Zealand Standards: AS/NZS) มาตรฐานของ สมาพันธ์การกําหนดมาตรฐานของประเทศแคนาดา (Canadian Standards Association: CSA) หรือมาตรฐานอื่นที่ เทียบเท่าตามที่กฎหมายกําหนด ให้ถือว่าได้จัดให้มีระบบการจัดการด้านความปลอดภัยตามข้อกําหนด 5.1.2 นี้แล้ว
5.1.4 ลูกจ้างของผู้รับจ้างต้องผ่านการอบรมด้านความปลอดภัยฯ จากหน่วยงานด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. หรือผู้ที่ ทอท. ได้มอบหมายให้ดําเนินการด้านความปลอดภัยฯ แทน ก่อนเริ่มปฏิบัติงาน
สําหรับงานโครงการขนาดใหญ่ที่มีระบบควบคุม มีวิธีการทํางานที่ได้มาตรฐาน ไม่ส่งผลกระทบต่อ พื้นที่ใกล้เคียงโดยตรงหรือเป็นพื้นที่ที่ถูกกําหนดให้เป็นเขตก่อสร้างที่มีรั้วรอบขอบชิด เป็นเสมือนพื้นที่หนึ่งที่มีการ บริหารจัดการภายในโดยผู้รับจ้างเอง การจัดฝึกอบรมด้านความปลอดภัยฯ ผู้รับจ้างสามารถดําเนินการอบรม ด้านความปลอดภัยในการทํางานให้กับพนักงานของตนเองได้ แต่ต้องได้รับการเห็นชอบจาก ทอท. ที่ทําหน้าที่กํากับดูแล งานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานก่อน (ปอ. ผมอ, หรือ สมอ.) จึงจะสามารถดําเนินการ ฝึกอบรมได้ และให้ส่งผลการอบรมให้กับ ทอท. ได้รับทราบ
5.1.5 กรณีผู้รับจ้าง (Contractor) ได้ว่าจ้างผู้รับจ้างช่วง (Sub-Contractor) ให้ดําเนินการใด ๆ แทน ไม่ว่าจะดําเนินการบางส่วนหรือดําเนินการแทนทั้งหมดนั้น ผู้รับจ้าง (Contractor) ต้องกํากับควบคุมการปฏิบัติงาน ของผู้รับจ้างช่วง (Sub-Contractor) ทั้งหมดให้เป็นไปตาม “ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางาน สําหรับผู้รับจ้าง” ฉบับนี้ เสมือนว่าผู้รับจ้างช่วง (Sub-Contractor) ที่ได้ว่าจ้างมาเป็นพนักงานของผู้รับจ้างเอง

5.1.6 ก่อนการปฏิบัติงานในแต่ละงาน ผู้รับจ้างจะต้องมีการชี้บ่งอันตรายหรือการประเมินความเสี่ยง ที่อาจได้รับในการปฏิบัติงาน โดยใช้ JSA หรือแบบประเมินอันตรายอื่น ๆ ที่ ทอท. ให้การยอมรับและส่ง JSA หรือแบบ ประเมินอันตรายนั้น ๆ ให้เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยของ ทอท. หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ดําเนินการแทนด้านความปลอดภัย เพื่อพิจารณาก่อนเริ่มงานหรือโครงการ และให้นํามาตรการที่กําหนดใน JSA หรือแบบประเมินอันตรายนั้น ๆ มาเป็น มาตรการขั้นพื้นฐานในการปฏิบัติงานอย่างปลอดภัยทุกครั้ง และผู้รับจ้างต้องนํามาตรการที่ระบุไว้มาสื่อสารให้กับ
ผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างได้รับทราบ
5.1.7 การขออนุญาตก่อนเริ่มงาน กรณีงานของผู้รับจ้างเป็นงานความเสี่ยงสูง เช่น การปฏิบัติงานในที่อับอากาศ การปฏิบัติงานบนที่สูง งานขุดเจาะ งานที่ก่อให้เกิดความร้อนและประกายไฟ งานเกี่ยวกับไฟฟ้า งานเกี่ยวกับเครื่องจักร หรือ งานอื่น ๆ ที่กําหนดให้ต้องขออนุญาตก่อนเริ่มงาน ต้องจัดให้มีการทําใบอนุญาตก่อนปฏิบัติงานทุกครั้ง ดังนี้
(1) กรณีเป็นงานที่ ทอท. เป็นผู้กํากับควบคุมการปฏิบัติงานความเสี่ยงสูงของผู้รับจ้างเอง ให้ ฝปอ. ผมอ หรือ สมอ. เป็นผู้กําหนดหรือเป็นผู้กํากับควบคุมการออกใบอนุญาตร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
(2) กรณีเป็นงานโครงการขนาดใหญ่ที่มีระบบควบคุม มีวิธีการทํางานที่ได้มาตรฐาน ไม่ส่งผลกระทบต่อ พื้นที่ใกล้เคียงโดยตรงหรือพื้นที่ที่ถูกกําหนดให้เป็นเขตก่อสร้างที่มีรั้วรอบขอบชิด เป็นเสมือนพื้นที่หนึ่งที่มีการบริหาร จัดการภายในโดยผู้รับจ้างเอง ทอท. จะพิจารณาให้ผู้รับจ้างได้กํากับควบคุมระบบการขออนุญาตการทํางานที่มีความเสี่ยงสูง ให้อยู่ภายในโครงการเองได้ โดยไม่ต้องแจ้งการขออนุญาตเข้าทํางานที่มีความเสี่ยงสูงแก่ ทอท. แต่ให้เก็บหลักฐาน ที่เกี่ยวข้องกับการขออนุญาตงานความเสี่ยงสูงต่าง ๆ ไว้ให้สามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา
5.1.8 ผู้รับจ้างจะต้องควบคุมและตรวจสอบการปฏิบัติงานตลอดเวลาในช่วงที่มีการปฏิบัติงานด้วยความเคร่งครัด เพื่อป้องกันและลดโอกาสการเกิดอุบัติการณ์ (Incident) ในการทํางาน
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
sany
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56)
-5
5.1.9 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับต่าง ๆ และผู้เกี่ยวข้องอื่น ๆ ตามที่
กฎหมายด้านความปลอดภัยกําหนด ดังนี้
ประเภทกิจการ
กิจการตามบัญชี 2 ท้ายกฎกระทรวง การจัดให้
มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคลเพื่อ
นําเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบ
กิจการ พ.ศ.2565 เช่น กิจการลําดับที่
36. การก่อสร้าง ดัดแปลง การซ่อมแซม
หรือการรื้อถอนอาคารตามกฎหมายว่าด้วย
การควบคุมอาคาร
37. อุตสาหกรรมการขนส่ง
2-19 คน

20-49 คน
50-90 คน
ปู
100-199 คน
คณะกรรมการความ
41. การติดตั้ง การซ่อม หรือการซ่อม
บํารุงเครื่องจักร
48. การขายและการบํารุงรักษายานยนต์
หรือการซ่อมยานยนต์
200 คนขึ้นไป
กิจการตามบัญชี 3 ท้ายกฎกระทรวง การจัดให้ 20 คนขึ้นไป
มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางาน
บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคลเพื่อ
ดําเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบ กิจการ พ.ศ.2565 เช่น กิจการลําดับที่
10. สํานักงานบริหารของสถานประกอบกิจการ
ตามบัญชี 1 และบัญชี 2
หมายเหตุ

1.) หมายถึง กําหนดให้ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีบุคลากรและทําหน้าที่ตามที่กฎหมายกําหนด

2. งานอื่น ๆ ซึ่งไม่เข้าข่ายตามประเภทกิจการตามบัญชี 2 และ 3 ท้ายกฎกระทรวง การจัดให้มีเจ้าหน้าที่ ความปลอดภัยในการทํางาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคลเพื่อดําเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. 2565 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับหัวหน้างานอย่างน้อย 1 คนทําหน้าที่เป็น ผู้ประสานงานด้านความปลอดภัย
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ssary
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56)
-6-
5.1.10 ทอท. สามารถเข้าตรวจสอบพื้นที่การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างได้ตลอดเวลา เพื่อตรวจสอบสภาพแวดล้อม การทํางาน, สํารวจพื้นที่ปฏิบัติงานหรือสํารวจพฤติกรรมการทํางานของผู้ปฏิบัติงาน รวมทั้งแจ้งให้ผู้รับจ้างทราบถึง สภาพแวดล้อมในการทํางานที่ไม่ปลอดภัยเพื่อหยุดงานชั่วคราวได้ เมื่อพบว่าการปฏิบัติงานหรือสภาพแวดล้อมในการทํางาน ไม่ปลอดภัย ซึ่งผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการแก้ไขโดยด่วน เพื่อที่จะให้งานกลับมาอยู่ในสภาพที่ปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงาน
5.1.11 ผู้รับจ้างต้องดําเนินการจัดหา PPE ให้ผู้ปฏิบัติงานได้สวมใส่ มีจํานวนเพียงพอ เหมาะสมตามกฎหมายและ ตามความเสี่ยงของประเภทงานที่ได้กําหนดไว้ และ PPE ต้องได้มาตรฐานไม่ต่ํากว่าที่กฎหมายหรือมาตรฐานสากลกําหนด รวมทั้งต้องกํากับควบคุมให้ผู้ปฏิบัติงานสวมใส่ PPE ตลอดระยะเวลาทํางาน
5.1.12 ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบความปลอดภัยฯ ของพื้นที่ปฏิบัติงานที่อยู่ในความรับผิดชอบเป็นประจํา 5.1.13 ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบการทํางานของพนักงานในความรับผิดชอบของตนเป็นประจํา สม่ําเสมอ หากเกิดอุบัติเหตุจากการทํางาน ให้แจ้งรายงานการเกิดอุบัติเหตุแก่ผู้ควบคุมงานของ ทอท. และหน่วยงานด้านความ ปลอดภัยของ ทอท. (ฝปอ., สมอ. หรือ สมอ.) ทราบทันทีหลังจากเกิดเหตุ เช่น ทางโทรศัพท์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ หรือเอกสาร และร่วมกันสอบสวนอุบัติเหตุโดยด่วน เพื่อให้ทราบถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ ลักษณะการเกิดอุบัติเหตุ ความเสียหายหรือการบาดเจ็บ และวิธีป้องกันการเกิดอุบัติเหตุซ้ําด้วย
5.1.14 ห้ามพนักงานของผู้รับจ้างกระทําผิดกฎระเบียบหรือผิดกฎหมาย เช่น นําอุปกรณ์สําหรับการพนันเข้ามา ในพื้นที่ ทอท. หรือเล่นการพนัน, ลักทรัพย์, ทะเลาะวิวาท, ทําร้ายร่างกาย, ทําลายทรัพย์สินของ ทอท. ผู้มาติดต่อ ลูกค้า ผู้ใช้บริการ หรือของผู้รับจ้างรายอื่น ซึ่งเป็นการกระทําที่ผิดกฎระเบียบและผิดกฎหมายในเขตพื้นที่ของ ทอท.
5.1.15 การตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงาน (ใบรับรองผลการตรวจสุขภาพหรือใบรับรองแพทย์) ทอท. กําหนดประเภท ใบรับรองแพทย์ออกเป็น 2 ประเภท คือ ใบรับรองแพทย์ทั่วไป เป็นใบรับรองแพทย์ที่ตรวจโดยแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง ซึ่งมีอายุการรับรองไม่เกิน 1 เดือนนับจากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์ และใบรับรองแพทย์เฉพาะทาง/ใบรับรองแพทย์ ตามปัจจัยเสี่ยง เป็นใบรับรองแพทย์ที่ตรวจโดยแพทย์ที่ได้รับวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน
แขนงอาชีวเวชศาสตร์หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ ตามหลักสูตรที่กระทรวงสาธารณสุขรับรอง ซึ่งมีอายุ การรับรองไม่เกิน 1 ปีนับจากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์
สําหรับการปฏิบัติงานทั่วไป ทอท. ไม่ได้กําหนดให้มีการส่งผลการตรวจสุขภาพ ยกเว้นการปฏิบัติงาน ดังต่อไปนี้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานและให้ดําเนินการส่งผลการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานในวันแรก ที่ผู้รับจ้างเข้ามาทํางานในพื้นที่ ทอท.
(1) การทํางานบนที่สูงตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป ได้แก่ งานเช็ดกระจกอาคาร, งานทาสี, งานตัดแต่งกิ่งไม้บนที่สูง งานซ่อมบํารุงสะพานเทียบ, งานเปลี่ยนหลอดไฟหรือโคมฉาย, การปฏิบัติงานบนนั่งร้าน, การปฏิบัติงานบนรถกระเช้า การปฏิบัติงานบนรถกระเช้าขากรรไกร (Scissors lift), งานประดาน้ําซึ่งปฏิบัติงานที่ความลึกตั้งแต่ 3 เมตร - 90 เมตร และการปฏิบัติงานอื่น ๆ ที่ ทอท. อาจมีการกําหนดเพิ่มเติมในภายหลัง ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงาน อย่างน้อยต้องเป็นการตรวจสุขภาพทั่วไปโดยแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง (ใบรับรองแพทย์ทั่วไป) ทั้งนี้ ผู้รับจ้างสามารถนําผลการ ตรวจสุขภาพจากที่ทํางานเดิมที่มีระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือนนับจากวันที่ระบุในใบรับรองผลการตรวจสุขภาพมาใช้ยืนยันผล การตรวจสุขภาพครั้งนี้ได้
(2) การทํางานกับกัมมันตภาพรังสี, การทํางานกับสารเคมีอันตรายตามบัญชีรายชื่อที่อธิบดีกระทรวง แรงงานกําหนด, การทํางานเกี่ยวกับจุลชีวันเป็นพิษที่อาจเป็นเชื้อไวรัส แบคทีเรีย รา หรือสารชีวภาพอื่น ๆ และการทํางาน
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
Sony
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66)
-7-
ในสภาพแวดล้อมอื่นที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพลูกจ้าง ซึ่ง ทอท. อาจมีการกําหนดเพิ่มเติมในภายหลัง ผู้รับจ้าง ต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานซึ่งตรวจโดยแพทย์ที่ได้รับวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน
แขนงอาชีวเวชศาสตร์หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ ตามหลักสูตรที่กระทรวงสาธารณสุขรับรอง (ใบรับรองแพทย์เฉพาะทาง/ใบรับรองแพทย์ตามปัจจัยเสี่ยง)
(3) เฉพาะการทํางานในที่อับอากาศ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานซึ่งตรวจโดย
แพทย์ที่ได้รับวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติสาขาเวชศาสตร์ป้องกันแขนงอาชีวเวชศาสตร์หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์
ตามหลักสูตรที่กระทรวงสาธารณสุขรับรอง (ใบรับรองแพทย์เฉพาะทาง/ใบรับรองแพทย์ตามปัจจัยเสี่ยง) และ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพโดยแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งเพิ่มเติม (ใบรับรองแพทย์ทั่วไป) เพื่อเป็นการ ตรวจเช็คร่างกายก่อนการเข้าไปทํางานในที่อับอากาศทุกครั้ง
5.1.16 ห้ามผู้รับจ้างสูบบุหรี่ในพื้นที่ซึ่ง ทอท. กําหนดให้เป็นเขตห้ามสูบบุหรี่ เช่น พื้นที่หวงห้าม พื้นที่เขตการบิน พื้นที่ที่กําหนดว่าห้ามทําให้เกิดความร้อนและประกายไฟ สถานที่เก็บเชื้อเพลิง สารเคมี สารไวไฟ ยกเว้นในบริเวณที่ ทอท.
ได้กําหนดให้เป็นเขตสูบบุหรี่
5.1.17 การเข้า-ออกพื้นที่ของผู้รับจ้างในเขตพื้นที่ ทอท. (พื้นที่ทั่วไป พื้นที่ควบคุม และพื้นที่เขตก่อสร้าง)
(1) การเข้า - ออกเพื่อปฏิบัติงานในพื้นที่ของ ทอท. ผู้รับจ้างต้องใช้ประตูและเส้นทางที่ ทอท. กําหนดให้ (2) ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัย
อย่างเคร่งครัด
(3) ต้องติดบัตรอนุญาตบุคคลของ ทอท. ไว้ที่เสื้อบริเวณจุดที่มองเห็นได้ง่ายและชัดเจนตลอดเวลา พร้อมให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตรวจสอบได้ตลอดเวลาที่เข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท.
5.1.18 การแลกบัตร/การจัดทําบัตรอนุญาตบุคคลและการผ่านเข้าออกของยานพาหนะ ให้ผู้รับจ้างร่วมกับ เจ้าหน้าที่ควบคุมงานของ ทอท. ประสานงานกับหน่วยงานด้านการรักษาความปลอดภัยของแต่ละท่าอากาศยาน เพื่อดําเนินการให้เป็นไปตามกฎระเบียบของแต่ละพื้นที่ต่อไป

5.1.19 หลักปฏิบัติด้านความปลอดภัยสําหรับผู้รับจ้างของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ที่เข้ามาสร้าง ติดตั้ง ต่อเติม รื้อถอนสิ่งต่าง ๆ ภายในพื้นที่ของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ให้ดําเนินการตามที่ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. กําหนด ซึ่งข้อกําหนดดังกล่าวต้อง สอดคล้องตามกฎหมายความปลอดภัยฯ ในกรณีผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ยังไม่ได้กําหนดแนวทางการปฏิบัติ ให้ผู้รับจ้างของ ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ได้ปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยฯ ที่เกี่ยวข้องควบคู่กับข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ ยกเว้น การปฏิบัติ ดังต่อไปนี้ที่ผู้รับจ้างของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อกําหนดที่ ทอท. ได้กําหนด ประกอบด้วย
(1) การขออนุญาตก่อนเริ่มงาน (work permit) ให้เป็นไปตามหลักปฏิบัติที่แต่ละพื้นที่ท่าอากาศยานเป็นผู้กําหนด (2) การเข้า-ออกพื้นที่ในเขตพื้นที่ ทอท. (พื้นที่ทั่วไป พื้นที่ควบคุม และพื้นที่เขตก่อสร้าง) ให้เป็นไปตาม หลักปฏิบัติที่แต่ละพื้นที่/ท่าอากาศยานเป็นผู้กําหนด
(3) การผ่านเข้า-ออกของยานพาหนะ ให้เป็นไปตามหลักปฏิบัติที่แต่ละพื้นที่/ท่าอากาศยานเป็นผู้กําหนด
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -8-
5.2 ข้อกําหนดเฉพาะงาน
ซึ่งเป็นข้อกําหนดที่ผู้รับจ้างต่าง ๆ ต้องปฏิบัติเพิ่มเติม หากงานที่ผู้รับจ้างเข้ามาดําเนินกิจกรรมในพื้นที่ ทอท. เกี่ยวข้อง
กับกิจกรรมตามหัวข้อด้านล่างนี้
โดยผู้รับจ้างสามารถเลือกหัวข้อเพื่อดําเนินการเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ได้แก่
5.2.1 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับความร้อนและประกายไฟ
(เอกสารแนบ 1)
5.2.2 กรณีปฏิบัติงานในที่อับอากาศ
(เอกสารแนบ 2)
5.2.3 กรณีปฏิบัติงานบนสูงตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป
(เอกสารแนบ 3)
5.2.4 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า
(เอกสารแนบ 4)
5.2.5 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคน
ขึ้นทํางานบนที่สูงและเครื่องช่วยยกต่าง ๆ รวมทั้งงานซ่อมบํารุง
(เอกสารแนบ 5)
5.2.6 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่นและรถเฮียบ
5.2.7 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับสารเคมีและวัตถุอันตราย
5.2.8 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานประดาน้ํา (ปฏิบัติงานที่ความลึกตั้งแต่ 3 เมตร - 90 เมตร) (เอกสารแนบ 8) 5.2.9 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีก่อไอออน และเครื่องกําเนิดรังสี
(เอกสารแนบ 9)
5.2.10 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง ให้ปฏิบัติตามข้อ 5.2.1 - 5.2.9 เฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องควบคู่ กับกฎหมายและมาตรฐานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
(เอกสารแนบ 6)
(เอกสารแนบ 7)
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
sary
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -9- เอกสารแนบ 1
5.2.1 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับความร้อนและประกายไฟ
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหารจัดการและ
ดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. 2555 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการ อาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้

  1. ดําเนินการขอ “ใบอนุญาตการทํางานที่มีความร้อนและประกายไฟ (Hot work)” ก่อนเริ่มปฏิบัติงาน ซึ่งรายละเอียดการขอใบอนุญาตให้เป็นไปตามที่กําหนดในข้อ 5.1.7
  2. พื้นที่ที่มีก๊าซ ไอ หรือฝุ่นละอองที่ติดไฟหรือระเบิดได้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจวัด % LEL (ปริมาณ เปอร์เซ็นต์ของสารไวไฟ) และผลการตรวจวัดต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของค่าความเข้มข้นขั้นต่ําของสารเคมีแต่ละชนิด ในอากาศที่อาจติดไฟหรือระเบิดได้ (LFL : Lower flammable limit และ LEL : tower explosive limit) กรณีพื้นที่ใด มีการกําหนดมาตรฐานไว้ดีกว่าข้อกําหนดในฉบับนี้ ให้ถือปฏิบัติตามข้อกําหนดที่ดีกว่า
  3. ก่อนใช้เครื่องเชื่อมไฟฟ้าและเครื่องเชื่อมก๊าซ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้
    3.1 ต้องจัดเตรียมถังดับเพลิงที่เหมาะสมกับประเภทของไฟ และมี Fire Rating ไม่น้อยกว่า 6A-208 ในจํานวนที่เพียงพอกับความเสี่ยงที่ทําการประเมิน แต่ต้องจัดให้มีอย่างน้อย 2 ถังต่อจุดปฏิบัติงานหนึ่งจุด
    3.2 จัดให้มีอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลให้ลูกจ้างสวมใส่อย่างเพียงพอและเหมาะสมตามที่ กฎหมายและการประเมินความเสี่ยงได้กําหนด
    และแสงจ้า
    3.3 จัดพื้นที่ปฏิบัติงานไม่ให้มีวัสดุที่ติดไฟง่ายวางอยู่ใกล้บริเวณที่มีการทํางานความร้อนและประกายไฟ 3.4 จัดให้มีฉากกั้นหรืออุปกรณ์ป้องกันอันตรายอื่น ๆ ที่เหมาะสม เพื่อป้องกันอันตรายจากประกายไฟ
  4. ผู้รับจ้างต้องบํารุงรักษา PPE ให้มีสภาพพร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัย และจัดให้ผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง ได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับวิธีการใช้และบํารุงรักษา PPE
  5. ต้องจัดให้มีแสงส่องสว่างที่เพียงพอในพื้นที่ปฏิบัติงาน
  6. ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลไม่ให้ลูกจ้างหรือผู้ซึ่งไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในบริเวณที่มีการทํางานด้วยเครื่องเชื่อมไฟฟ้า หรือเครื่องเชื่อมก๊าซ
  7. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีมาตรการด้านความปลอดภัยและควบคุมดูแลผู้ปฏิบัติงานให้ปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัด
    เมื่อใช้เครื่องเชื่อมไฟฟ้าหรือเครื่องเชื่อมก๊าซในบริเวณที่อาจจะก่อให้เกิดอันตรายจากการระเบิด เพลิงไหม้ หรือ ไฟลุกลามจากก๊าซ น้ํามัน หรือวัตถุไวไฟอื่น ๆ
  8. ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานทํางานเกี่ยวกับเครื่องเชื่อมไฟฟ้า ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้
    8.1 จัดให้มีการต่อสายดินกับโครงโลหะของเครื่องเชื่อมไฟฟ้าที่ต่อจากอุปกรณ์การเชื่อม ทั้งนี้ ขนาดของ สายดิน ต้องไม่ต่ํากว่ามาตรฐานของการไฟฟ้าในท้องถิ่นนั้น กรณีที่ไม่มีมาตรฐานดังกล่าว ให้ปฏิบัติตามมาตรฐานของ
    สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
    8.2 จัดสถานที่ปฏิบัติงานให้มีแสงสว่างและมีการระบายอากาศอย่างเหมาะสม
    8.3 จัดให้มีการใช้สายดิน สายเชื่อม หัวจับสายดิน และหัวจับลวดเชื่อม ตามขนาดและมาตรฐานที่ผู้ผลิตกําหนด
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ศ.56)
    -10-
    8.4 จัดสายไฟฟ้าและสายดินให้ห่างจากการบดทับของยานพาหนะ น้ํา หรือที่ชื้นแฉะ หากไม่สามารถ หลีกเลี่ยงได้ ต้องจัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันความเสียหายข้างต้น
  9. ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานทํางานเกี่ยวกับเครื่องเชื่อมก๊าซ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้
    9.1 ติดตั้งและตรวจสอบอุปกรณ์ควบคุมความดันและมาตรวัดความดันที่เหมาะสมและถูกต้องกับชนิดของก๊าซ 9.2 ตรวจสอบการรั่วไหล การหลุดหลวม การสึกหรอของอุปกรณ์ หรือสภาพที่ไม่ปลอดภัยทุกครั้ง หากพบว่าไม่ปลอดภัยต้องทําการแก้ไข
    9.3 จัดทําเครื่องหมาย สี หรือสัญลักษณ์ที่ท่อส่งก๊าซ หัวเชื่อม หรือหัวตัด ให้เป็นแบบและชนิดเดียวกัน 9.4 ต้องวางถังในแนวตั้ง ห้ามวางถังก๊าซในแนวนอนเด็ดขาด เพราะจะทําให้วาล์วควบคุมแรงดันภายในถัง ไม่ทํางาน ทําให้ก๊าซที่ออกมามีแรงดันสูงกว่าปกติ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการระเบิดหรือเกิดไฟไหม้อย่างรุนแรงได้
  10. ในการต่อถังบรรจุก๊าซไวไฟหลายถังเข้าด้วยกัน ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันเปลวไฟย้อนกลับ (Flashback arrestor) ติดไว้ระหว่างหัวต่อกับอุปกรณ์ควบคุมการลดกําลังต้น รายละเอียดการติดตั้งเป็นไปดังภาพ
    4 .t
    THA 2.
  • A, HALLA - *
    ภาพการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันไฟย้อนกลับ (Flashback arrestor) 4 ชิ้นในเครื่องเชื่อมก๊าซแบบต่อพ่วง 2 ถัง อ้างอิง : กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย
    และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ํา พ.ศ. 2564 (กระทรวงแรงงาน) และ มาตรฐานความปลอดภัยการเชื่อม สํานักเทคโนโลยีความปลอดภัย กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กระทรวง
    อุตสาหกรรม)
  1. ผู้รับจ้างต้องดูแลถังบรรจุก๊าซทุกชนิดให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัยตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กรณีที่ไม่มี มาตรฐานดังกล่าว ให้การปฏิบัติเป็นไปตามกฎหมายหรือกฎระเบียบด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท.
  2. อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) ให้ดําเนินการดังนี้
    ป้องกันความร้อน
    12.1 การทํางานที่มีความร้อนเกินมาตรฐานที่กําหนด ให้สวมใส่ชุดแต่งกาย รองเท้า และถุงมือสําหรับ
    12.2 งานที่มีแสงตรงหรือแสงสะท้อนจากแหล่งกําเนิดหรือดวงอาทิตย์ที่มีแสงจ้าเข้านัยน์ตาโดยตรง
    ให้สวมใส่แว่นลดแสงหรือกระบังหน้าลดแสง
    12.3 งานที่ทําในสถานที่มืด ทึบ และคับแคบ ให้สวมใส่หมวกนิรภัยที่มีอุปกรณ์ส่องแสงสว่าง 12.4 งานที่มีระดับเสียงเกินมาตรฐานที่กําหนด ให้สวมใส่ปลั๊กลดเสียงหรือที่ครอบหูลดเสียง
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -11- เอกสารแนบ 2
    5.2.2 กรณีปฏิบัติงานในที่อับอากาศ
    เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหารจัดการ
    และ
    ดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับที่อับอากาศ พ.ศ. 2562 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้
  3. ผู้รับจ้างหรือผู้ใดจะเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่อับอ
    บอากาศ จะต้องผ่านการอบรมหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย ในการทํางานในที่อับอากาศ เช่น หลักสูตรผู้ปฏิบัติงานในที่อับอากาศ, หลักสูตรผู้ช่วยเหลือในการทํางานในที่อับอากาศ จากสถาบันที่ได้รับการรับรองจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ซึ่งพื้นที่อับอากาศ มีความหมายดังนี้
    พื้นที่อับอากาศของ ทอท. หมายถึง ที่ซึ่งมีทางเข้าออกจํากัดและไม่ได้ออกแบบไว้สําหรับเป็นสถานที่ทํางาน อย่างต่อเนื่องเป็นประจํา และมีสภาพอันตรายหรือมีบรรยากาศอันตราย เช่น อุโมงค์ ถ้ํา บ่อ หลุม ห้องใต้ดิน ห้องนิรภัย ถังน้ํามัน ถังหมัก ถัง ไซโล ท่อ เตา ภาชนะ หรือสิ่งอื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน
    ดังต่อไปนี้
    สภาพอันตราย หมายถึง สภาพหรือสภาวะที่อาจทําให้ลูกจ้างได้รับอันตรายจากการทํางานอย่างใดอย่างหนึ่ง
    (1) มีวัตถุหรือวัสดุที่อาจก่อให้เกิดการจมลงของลูกจ้างหรือถมทับลูกจ้างที่เข้าไปทํางาน (2) สภาพที่อาจทําให้ลูกจ้างตก ถูกกัก หรือติดอยู่ภายใน
    (3) มีสภาวะที่ลูกจ้างมีความเสี่ยงที่จะได้รับอันตรายจากบรรยากาศอันตราย
    (4) สภาพอื่นใดที่อาจเป็นอันตรายต่อร่างกายหรือชีวิตตามที่อธิบดีประกาศกําหนด บรรยากาศอันตราย หมายถึง สภาพอากาศที่อาจทําให้ลูกจ้างได้รับอันตรายจากสภาวะอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้
    (1) มีออกซิเจนต่ํากว่าร้อยละ 19.5 หรือมากกว่าร้อยละ 23.5 โดยปริมาตร
    (2) มีก๊าซ ไอ หรือละอองที่ติดไฟหรือระเบิดได้ เกินร้อยละ 10 ของค่าความเข้มข้นขั้นต่ําของสารเคมี แต่ละชนิดในอากาศที่อาจติดไฟหรือระเบิดได้ (tower flammable limit หรือ lower explosive limit) กรณีพื้นที่ใดมี การกําหนดมาตรฐานไว้ดีกว่าข้อกําหนดในฉบับนี้ ให้ถือปฏิบัติตามข้อกําหนดที่ดีกว่า
    (3) มีฝุ่นที่ติดไฟหรือระเบิดได้ ซึ่งมีค่าความเข้มข้นเท่ากับหรือมากกว่าค่าความเข้มข้นขั้นต่ําสุดของฝุ่น ที่ติดไฟหรือระเบิดได้แต่ละชนิด (minimum explosible concentration)
    (4) มีค่าความเข้มข้นของสารเคมีแต่ละชนิดเกินมาตรฐานที่กําหนดตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐาน ในการบริหารจัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับสารเคมี
    พ.ศ.2556
    (5) สภาวะอื่นใดที่อาจเป็นอันตรายต่อร่างกายหรือชีวิตตามที่อธิบดีประกาศกําหนด
  4. ผู้ใดจะเข้าปฏิบัติงานในที่อับอากาศ ต้องจัดให้มีใบรับรองแพทย์จํานวน 2 ใบ ดังนี้
    2.1 ใบรับรองแพทย์ทั่วไป ตรวจโดยแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง ซึ่งมีอายุใบรับรองต้องไม่เกิน 1 เดือนนับ จากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์ และ
    2.2 ใบรับรองแพทย์เฉพาะทาง/ใบรับรองแพทย์ตามปัจจัยเสี่ยง ตรวจโดยแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ ซึ่งอายุ การรับรองของใบรับรองแพทย์ต้องไม่เกิน 1 ปี นับจากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    sooy
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -12-
  5. ก่อนเข้าไปปฏิบัติงานในที่อับอากาศ ต้องจัดให้มีการขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร และต้องได้รับอนุญาต จากผู้มีอํานาจในการอนุญาต ซึ่งรายละเอียดการขอใบอนุญาตให้เป็นไปตามที่กําหนดในข้อ 5.1.7
  6. ผู้อนุญาต ผู้ควบคุมงานหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเกี่ยวกับการทํางานในที่อับอากาศต้องจัดให้มีการตรวจสอบ
    พื้นที่และตรวจวัดสภาพอากาศเกี่ยวกับการทํางานในที่อับอากาศตามรายละเอียดในใบอนุญาต
  7. ผู้รับจ้างจะสามารถปฏิบัติงานได้ก็ต่อเมื่อได้มีการตรวจสอบสภาพหน้างานแล้วเท่านั้น โดยผู้รับจ้างต้อง ดําเนินการจัดเตรียมสภาพแวดล้อมในการทํางานให้ปลอดภัยหรือมีความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ซึ่งต้องไม่พบสภาพแวดล้อม การทํางานตามความหมายในข้อ 1 ในพื้นที่ปฏิบัติงานนั้น
    กรณีพบสภาพแวดล้อมการทํางานข้อใดข้อหนึ่งหรือหลายข้อตามความหมายของพื้นที่อับอากาศที่ระบุไว้ในข้อ 1
    ให้ผู้รับจ้างดําเนินการดังต่อไปนี้
  • ห้ามบุคคลใดเข้าไปในที่อับอากาศ
  • กรณีมีผู้ปฏิบัติงานอยู่ระหว่างการทํางานในที่อับอากาศ ให้ผู้รับจ้างนําลูกจ้างออกจากบริเวณดังกล่าว
    ประเมินและค้นหาสาเหตุของการเกิดสภาพอันตรายหรือบรรยากาศอันตราย
  • ดําเนินการเพื่อทําให้สภาพอากาศในที่อับอากาศนั้นไม่มีบรรยากาศอันตราย เช่น การระบายอากาศ
    หรือการปฏิบัติตามมาตรการอื่นเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการทํางานแก่ลูกจ้าง
    กรณีจําเป็นต้องลงไปปฏิบัติงานในที่อับอากาศโดยมีสภาพแวดล้อมเป็นไปตามความหมายที่ระบุไว้ใน
    ข้อ 1 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่มีจํานวนเพียงพอ เหมาะสม และเป็น อุปกรณ์ที่เป็นไปตามกฎหมายหรือมาตรฐานการปฏิบัติงานในที่อับอากาศได้กําหนดไว้
  1. การปฏิบัติงานในที่อับอากาศแต่ละงาน ต้องจัดให้มีการชี้บ่งอันตรายหรือการประเมินความเสี่ยงเกี่ยวกับการ ทํางานในที่อับอากาศ ซึ่งอาจใช้ JISA หรือวิธีการอื่น ๆ มาใช้ในการชี้บ่งอันตรายหรือการประเมินความเสี่ยงได้ และ ต้องนําผลการประเมินดังกล่าวมาสื่อสารและปฏิบัติด้วย ซึ่งมาตรฐานการปฏิบัติต้องไม่ต่ํากว่าที่กฎหมายกําหนด
  2. ระยะเวลาในการปฏิบัติงานในที่อับอากาศให้เป็นไปตามวิธีปฏิบัติงานของแต่ละพื้นที่ของ ทอท. เป็นผู้กําหนด 8. ทีมผู้ช่วยเหลือของผู้รับจ้างเกี่ยวกับการทํางานในที่อับอากาศจะต้องสามารถสื่อสารกับผู้ปฏิบัติงานภายในได้ ตลอดเวลา หากพื้นที่ปฏิบัติงานนั้นไม่สามารถสื่อสารได้โดยตรง ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีวิทยุหรือเครื่องมือสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ และเหมาะสมตลอดเวลาที่มีการปฏิบัติงานในที่อับอากาศ
  3. อุปกรณ์ช่วยเหลือหรืออุปกรณ์ช่วยชีวิตทุกชนิดต้องมีสภาพพร้อมใช้งาน ซึ่งก่อนนํามาใช้งานแต่ละครั้ง
    อุปกรณ์ดังกล่าวต้องผ่านการตรวจสอบสภาพก่อนทุกครั้ง
  4. ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมอุปกรณ์สําหรับระบายอากาศให้เพียงพอสําหรับกิจการที่ผู้รับจ้างดําเนินการภายใน ที่อับอากาศ
  5. ผู้รับจ้างต้องมีใบรายชื่อของผู้ที่จะเข้าทํางานในที่อับอากาศที่ผ่านการอบรมอย่างถูกต้องแสดงไว้ที่ทางเข้า
    ที่อับอากาศพร้อมกับแขวนบัตรประจําตัวที่ทางเข้าที่อับอากาศให้สามารถตรวจสอบได้
  6. ห้ามบุคคลใดที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้าไปในพื้นที่อับอากาศ
  7. ผู้รับจ้างต้องเตรียมไฟแสงสว่างที่ใช้ในที่อับอากาศที่มีแรงดันไฟฟ้าไม่เกิน 24 โวลต์ (AC/DC) 14. เครื่องมือหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่นําเข้าไปใช้งานในพื้นที่อับอากาศต้องเป็นชนิดป้องกันการระเบิด (Explosion Proof)
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    Day
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -13 เอกสารแนบ 3
    5.2.3 กรณีปฏิบัติงานบนที่สูงตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป
    เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ ดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน ในสถานที่ที่มีอันตรายจากการตกจากที่สูงและ ที่ลาดชัน จากวัสดุกระเด็น ตกหล่น และพังทลาย และจากการตกลงไปในภาชนะเก็บหรือรองรับวัสดุ พ.ศ. 2564 ประกอบกับกฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับนั่งร้านและค้ํายัน พ.ศ. 2564 และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้าง ที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ดําเนินการดังนี้
  8. การทํางานบนที่สูง ต้องจัดให้มีการขอใบอนุญาตการทํางานบนที่สูงก่อนเริ่มปฏิบัติงาน ซึ่งรายละเอียด การขอใบอนุญาตให้เป็นไปตามที่กําหนดในข้อ 5.1.7
  9. การตรวจสุขภาพของการปฏิบัติงานบนที่สูง กรณีเป็นการปฏิบัติงานบนที่สูงที่ความสูงน้อยกว่า 4 เมตร ทอท. ไม่ได้กําหนดให้มีการตรวจสุขภาพ เว้นแต่สัญญาจ้างใดจะกําหนดเพิ่มเติมว่าต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพในงานนั้น ๆ ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติเพิ่มเติมเป็นกรณีไป กรณีที่ผู้รับจ้างจะปฏิบัติงานบนที่สูงตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป ได้แก่ งานเช็ด กระจกอาคาร, งานทาสี, งานตัดแต่งกิ่งไม้, งานซ่อมบํารุงสะพานเทียบ, งานเปลี่ยนหลอดไฟหรือโคมฉาย, การปฏิบัติงาน บนนั่งร้าน, การปฏิบัติงานบนรถกระเช้า, การปฏิบัติงานบนรถกระเช้าขากรรไกร (Scissors lift) และการปฏิบัติงานบนที่สูงอื่น ๆ ซึ่ง ทอท. อาจมีการกําหนดเพิ่มเติมในภายหลัง ต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานและมีใบรับรองการตรวจสุขภาพ (ใบรับรองแพทย์) อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
    2.1 มีใบรับรองแพทย์ทั่วไปโดยแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง ซึ่งอายุการรับรองของใบรับรองแพทย์ประเภทนี้ มีอายุไม่เกิน 1 เดือน นับจากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์ หรือ

    2.2 มีใบรับรองแพทย์เฉพาะทาง/ใบรับรองแพทย์ตามปัจจัยเสี่ยง ที่เกี่ยวข้องกับการทํางานบนที่สูง ตรวจ โดยแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ ซึ่งอายุการรับรองของใบรับรองแพทย์ประเภทนี้มีอายุไม่เกิน 1 ปี นับจากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์ คําอธิบายเพิ่มเติม : ใบรับรองแพทย์สําหรับการทํางานบนที่สูงใช้เฉพาะครั้งแรกของการเริ่มงานหรือเริ่มโครงการเท่านั้น ในรอบ 1 ปี เช่น บริษัท A เป็นผู้รับจ้างงานเช็ดกระจกของสํานักงานใหญ่ ทอท. มีสัญญาจ้าง 1 ปี เริ่มปฏิบัติงานครั้งแรก วันที่ 1 มกราคม และจะสิ้นสุดเดือนธันวาคม โดยการทํางานจะเข้ามาทํางานทุก ๆ 3 เดือนต่อครั้ง หรือ 1 ปีจะเข้ามา ทํางานเช็ดกระจกเพียง 4 ครั้ง ซึ่งก่อนเริ่มงานครั้งแรกในเดือนมกราคมตามสัญญาจ้าง ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจ สุขภาพเพื่อการทํางานบนที่สูงหรือหากมีใบรับรองแพทย์อยู่แล้วและเป็นใบรับรองแพทย์ตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 อย่างใด อย่างหนึ่ง ก็สามารถนํามาแนบกับใบอนุญาตก่อนเริ่มปฏิบัติงานได้ แต่ใบรับรองแพทย์นั้นต้องไม่หมดอายุตามที่ได้กําหนดไว้ ในข้อ 2.1 และ 2.2 กรณีผู้รับจ้างจะเข้ามาปฏิบัติงานในครั้งถัดไป คือครั้งที่ 2, 3 และ 4 ผู้รับจ้างไม่ต้องแนบใบรับรองแพทย์มาก็ ได้ ยกเว้นทางแต่ละพื้นที่หรือแต่ละท่าอากาศยานจะกําหนดให้มีการตรวจสุขภาพเพิ่มเติมหรือให้แนบใบรับรองแพทย์ เพิ่มเติมนอกเหนือจากที่ได้กําหนดไว้ในข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ (ที่มาของคําอธิบายเพิ่มเติมโดยส่วนบริการทางการแพทย์
    ฝ่ายการแพทย์ ทอท.)
  10. การทํางานบนที่สูงจากพื้นดินหรือพื้นอาคารตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีนั่งร้าน บันได ขาหยั่ง ม้ายืนหรืออุปกรณ์ความปลอดภัยอื่น ๆ ตามความเหมาะสม เช่น กระเช้า รถกระเช้า ที่มีความปลอดภัยตามสภาพของงาน
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    Day.
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -14-
    ให้กับผู้ปฏิบัติงานในการทํางานนั้น ๆ หรือจัดให้มีเชือกช่วยชีวิตและเข็มขัดนิรภัยพร้อมอุปกรณ์หรือเครื่องป้องกันอื่นใด ที่มีลักษณะเดียวกัน ให้ผู้ปฏิบัติงานใช้ในการทํางานเพื่อให้เกิดความปลอดภัย
  11. ในกรณีผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานทํางานในสถานที่ที่ผู้ปฏิบัติงานอาจได้รับอันตรายจากการพลัดตกหรือถูก วัสดุพังทับ เช่น การทํางานบนหรือในเสา ตอม่อ เสาไฟฟ้า ปล่อง หรือคานที่มีความสูง ตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป หรือทํางาน บนหรือในถัง บ่อ กรวยสําหรับเทวัสดุหรือสิ่งอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกัน ผู้รับจ้างต้องจัดทําราวกั้นหรือรั้วกันตก ตาข่าย สิ่งปิดกั้น หรืออุปกรณ์ป้องกันอื่นใด ที่มีลักษณะเดียวกัน เพื่อป้องกันการพลัดตกของผู้ปฏิบัติงานหรือสิ่งของ และจัดให้มี การใช้สายหรือเชือกช่วยชีวิตและเข็มขัดนิรภัยแบบเต็มตัวพร้อมตะขอเกี่ยวแบบ 2 เส้น (Full Body Harness
    ชนิด 2 lanyards) พร้อมอุปกรณ์ หรือเครื่องป้องกันอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกันให้ผู้ปฏิบัติงานได้ใช้ในการทํางาน
  12. กรณีด้านล่างเป็นทางสัญจรต้องจัดทําตาข่ายนิรภัยป้องกันวัสดุเครื่องมือต่างๆ ที่อาจตกหล่นไปโดน ผู้ปฏิบัติงานที่ทํางานหรือผู้สัญจรด้านล่าง
  13. ต้องจัดทําป้ายเตือนที่เห็นชัดเจนและบริเขตพื้นที่เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องในงานเข้าไปในพื้นที่ที่มี ความเสี่ยงต่อการถูกวัสดุสิ่งของหล่นทับ
  14. ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานทํางานในชั้นของอาคารหรือสิ่งก่อสร้างที่เปิดโล่งและอาจพลัดตกลงมาได้ ผู้รับจ้างต้องจัดทําราวกั้นหรือรั้วกันตกตามมาตรฐานของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
    หรืออุปกรณ์ป้องกันอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกัน
  15. ขณะที่มีฝนตก ลมแรง หรือพายุฝนฟ้าคะนอง ควรพิจารณาการหยุดปฏิบัติงานไว้ชั่วคราว เพื่อความปลอดภัย
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    game:
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -15 เอกสารแนบ 4
    5.2.4 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า
    เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ ดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. 2558 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้
  16. ก่อนการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการติดตั้ง ตรวจสอบ ทดสอบ หรือซ่อมบํารุงระบบไฟฟ้า ต้องจัดให้มีการขอใบอนุญาต การทํางานที่เกี่ยวข้องกับงานไฟฟ้าหรือขออนุญาตเกี่ยวกับงานที่ต้องมีการตัดแยกแหล่งพลังงาน (Lock Out - Tag Out)
    ซึ่งรายละเอียดการขอใบอนุญาตให้เป็นไปตามที่กําหนดในข้อ 5.1.7
  17. ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าต้องสําเร็จการศึกษาทางด้านไฟฟ้าโดยตรงหรือผ่านการฝึกอบรมในหลักสูตร การทํางานเกี่ยวกับไฟฟ้าจนมีความรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะที่จําเป็นในการทํางานอย่างปลอดภัยเกี่ยวกับไฟฟ้า ตามที่กฎหมายกําหนด
  18. ห้ามผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าเข้าใกล้หรือนําสิ่งที่เป็นตัวนําไฟฟ้าที่ไม่มีที่หุ้มด้วยฉนวนไฟฟ้าที่เหมาะสมกับ
    แรงดันไฟฟ้าเข้าใกล้สิ่งที่มีกระแสไฟฟ้าในระยะที่น้อยกว่าระยะห่างตามมาตรฐานของ วสท. กําหนด หากยังไม่มี มาตรฐานดังกล่าว ให้ใช้มาตรฐานตามที่การไฟฟ้าประจําท้องถิ่นกําหนด เว้นแต่ผู้ปฏิบัติงานได้ดําเนินการสวมใส่อุปกรณ์ คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่เป็นฉนวนที่เหมาะสมกับแรงดันไฟฟ้า หรือนําฉนวนไฟฟ้าที่สามารถป้องกัน
    แรงดันไฟฟ้านั้นมาหุ้มสิ่งที่มีกระแสไฟฟ้า
  19. ห้ามผู้รับจ้างหรือบุคคลใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานไฟฟ้าเข้าใกล้สิ่งที่มีกระแสไฟฟ้าในระยะที่น้อยกว่าระยะห่างตาม มาตรฐานของ วสท. กําหนด หากยังไม่มีมาตรฐานดังกล่าวให้ใช้มาตรฐานตามที่การไฟฟ้าประจําท้องถิ่นกําหนด
  20. ห้ามผู้รับจ้างงานเกี่ยวกับไฟฟ้าสวมใส่เครื่องนุ่งห่มที่เปียกหรือเป็นสื่อไฟฟ้าปฏิบัติงานเกี่ยวกับสิ่งที่มี กระแสไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าเกินกว่า 50 โวลต์โดยไม่มีฉนวนไฟฟ้าปิดกั้น เว้นแต่ผู้ปฏิบัติงานได้สวมใส่อุปกรณ์คุ้มครอง ความปลอดภัยส่วนบุคคลหรือใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายที่เหมาะสมกับแรงดันไฟฟ้าที่กําลังปฏิบัติงานอยู่
  21. ในกรณีผู้รับจ้างทํางานโดยใช้อุปกรณ์ในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าหรืออยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับสิ่งที่มี กระแสไฟฟ้า ผู้ปฏิบัติงานต้องจัดหาอุปกรณ์ที่เป็นฉนวนไฟฟ้าหรือหุ้มด้วยฉนวนไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ป้องกันอันตราย
    ที่เหมาะสมกับแรงดันไฟฟ้าสําหรับปฏิบัติงานในครั้งนั้นด้วย
  22. ผู้รับจ้างต้องดูแลบริภัณฑ์ไฟฟ้าและสายไฟฟ้าในพื้นที่ปฏิบัติงานให้ใช้งานได้โดยปลอดภัย หากมีการชํารุด หรือมีกระแสไฟฟ้ารั่ว หรืออาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ ผู้รับจ้างต้องแจ้งผู้เกี่ยวข้องกับงานซ่อมไฟฟ้าเพื่อดําเนินการ แก้ไขให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัยทันทีที่พบปัญหานั้น
  23. ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าต้องทราบวิธีการทํางานที่ปลอดภัย, วิธีปฏิบัติตัวเมื่อได้รับอันตราย จากไฟฟ้า, การปฐมพยาบาลและการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานโดยการผายปอดด้วยวิธีเป่าอากาศเข้าทางปากหรือจมูกของ ผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้า และวิธีการนวดหัวใจจากภายนอก
  24. กรณีผู้ปฏิบัติงานจะต่อพ่วงหรือติดตั้งบริภัณฑ์ไฟฟ้าใหม่หรือติดตั้งเพิ่มเติม ผู้ปฏิบัติงานต้องปฏิบัติตาม
    มาตรฐานของ วสท.
  25. ผู้รับจ้างต้องดําเนินการตรวจสอบความปลอดภัยเป็นประจําเมื่อมีการปฏิบัติงาน
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -16-
  26. อุปกรณ์ไฟฟ้าจะต้องมีการติดตั้งสายดิน (Equipment Ground Conductor) ที่ถูกต้องเพื่อป้องกันไม่ให้ เกิดไฟฟ้าดูดในขณะที่สัมผัสตัวอุปกรณ์
  27. ต้องจัดให้มีการปิดล้อมหรือการบริเขตพื้นที่ทํางาน เพื่อป้องกันบุคคลอื่นเข้าไปในพื้นที่ปฏิบัติงาน ซึ่งอาจ เกิดอันตรายได้ และควรพิจารณาติดตั้งแสงสว่างเพื่อให้มองเห็นในเวลากลางคืน
  28. ต้องมีการจัดเก็บอุปกรณ์หรือเครื่องมือ และรักษาความสะอาดของพื้นที่ปฏิบัติงานให้เรียบร้อยตลอดเวลา 14. ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง
  29. ผู้รับจ้างต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานได้สวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่เหมาะสมกับลักษณะงาน เช่น ถุงมือหนัง ถุงมือยาง แขนเสื้อยาง หมวกนิรภัย รองเท้าพื้นยางหุ้มข้อชนิดมีส้นหรือรองเท้าพื้นยางหุ้มส้น โดยสวมใส่ ตลอดเวลาที่ปฏิบัติงานและจัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าที่เหมาะสมกับลักษณะงาน เช่น แผ่นฉนวนไฟฟ้า ฉนวนหุ้มสาย ฉนวนครอบลูกถ้วย กรุงฟาราเดย์ (Faraday Cage) ชุดตัวนําไฟฟ้า (Conductive suit)
    ในกรณีที่ผู้ปฏิบัติงานต้องปฏิบัติงานงานในที่สูงกว่าพื้นตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการใช้สายหรือ เชือกช่วยชีวิตและเข็มขัดนิรภัยแบบเต็มตัวพร้อมตะขอเกี่ยวแบบ 2 เส้น (Full Body Harness ชนิด 2 lanyards) พร้อมอุปกรณ์หรืออุปกรณ์ป้องกันการตกจากที่สูงอื่น ๆ ที่มีประสิทธิภาพ และหมวกนิรภัยที่เหมาะสมตามมาตรฐานที่ กําหนดสําหรับให้ผู้ปฏิบัติงานได้สวมใส่ตลอดเวลาที่มีการปฏิบัติงาน เว้นแต่อุปกรณ์ดังกล่าวจะทําให้ลูกจ้างเสี่ยงต่อ
    อันตรายมากขึ้น ให้ผู้รับจ้างจัดให้มีอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยอย่างอื่นที่สามารถใช้คุ้มครองความปลอดภัยได้อย่างมี ประสิทธิภาพแทน โดยอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลและอุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าต้องเป็นไปตาม
    มาตรฐานที่กําหนดไว้และต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
    15.1 อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลและอุปกรณ์ที่ใช้ป้องกันกระแสไฟฟ้าต้องเหมาะสมกับ
    แรงดันไฟฟ้าสูงสุดในบริเวณที่ปฏิบัติงานหรือบริเวณใกล้เคียงที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้
    15.2 ถุงมือยางป้องกันไฟฟ้า ต้องมีลักษณะสวมกับนิ้วมือได้ทุกนิ้ว
    15.3 ถุงมือหนังที่ใช้สวมทับถุงมือยาง ต้องมีความยาวหุ้มถึงข้อมือและมีความคงทนต่อการฉีกขาดได้ดี การใช้ถุงมือยางต้องใช้ร่วมกับถุงมือหนังทุกครั้งที่ปฏิบัติงาน
    15.4 การปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าที่อยู่ใกล้น้ําหรือเหนือน้ําซึ่งอาจทําให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดอันตรายจาก
    การจมน้ําได้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานสวมใส่ชูชีพกันจมน้ํา เว้นแต่การสวมใส่ชูชีพอาจทําให้ผู้ปฏิบัติงานได้รับ อันตรายมากกว่าเดิม ให้ผู้รับจ้างใช้วิธีการอื่นที่สามารถคุ้มครองความปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพแทน
    15.5 ผู้รับจ้างต้องบํารุงรักษาและจัดเก็บอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลและอุปกรณ์ป้องกัน อันตรายจากไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้อย่างปลอดภัย
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    gol
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -17- เอกสารแนบ 5
    5.2.5 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง และเครื่องช่วยยกต่าง ๆ รวมทั้งงานซ่อมบํารุง

    เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ
    อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ํา พ.ศ. 2564
    ดําเนินการด้านความปลอดภัย
    กฎหมายอื่น ๆ และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและ ความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้
    ส่วนที 1 เครี่องจักร
  30. ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ต้องสวมใส่เครื่องนุ่งห่มให้เรียบร้อย รัดกุม ไม่สวมเครื่องประดับที่ อาจเกี่ยวโยงกับสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้ กรณีที่ผู้ปฏิบัติงานมีผมยาว ให้รวบผมที่ปล่อยยาวเกินสมควรหรือทําสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้อยู่ ในลักษณะที่ปลอดภัย
  31. ในบริเวณที่มีการติดตั้ง การซ่อมแซม หรือการตรวจสอบเครื่องจักรหรือเครื่องป้องกันอันตรายของเครื่องจักร ต้องมีการติดป้ายแสดงการดําเนินงานดังกล่าวโดยใช้เครื่องหมายหรือข้อความที่เข้าใจง่าย ชัดเจน รวมทั้งจัดให้มีระบบ วิธีการ หรืออุปกรณ์ป้องกันไม่ให้เครื่องจักรนั้นทํางาน (Lock Out - Tag Out) และให้แขวนป้าย หรือแสดงเครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ห้ามเปิดสวิตซ์ของเครื่องจักรด้วย
  32. ในการประกอบ ติดตั้ง ทดสอบ ใช้ ซ่อมแซม บํารุงรักษา ตรวจสอบ รื้อถอน หรือการเคลื่อนย้ายเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามรายละเอียดและคู่มือการใช้งาน ที่ผู้ผลิตกําหนด หากไม่มีรายละเอียดหรือคู่มือดังกล่าว ผู้รับจ้างต้องให้วิศวกรเป็นผู้จัดทํารายละเอียดหรือคู่มือเป็นหนังสือ และให้มีสําเนาไว้ ณ พื้นที่ปฏิบัติงานเพื่อให้ ทอท. สามารถดําเนินการตรวจสอบได้
    รายละเอียดหรือคู่มือดังกล่าวต้องจัดทําเป็นภาษาไทยหรือภาษาอื่น ๆ ที่ลูกจ้างสามารถศึกษาและปฏิบัติ
    เพื่อความปลอดภัยในการทํางานได้
  33. การเคลื่อนย้ายเครื่องจักรที่มีน้ําหนักตั้งแต่ 1 ตันขึ้นไปที่อาจก่อให้เกิดอันตราย ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีแผนป้องกัน อันตรายจากการเคลื่อนย้ายดังกล่าวและให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
  34. ผู้รับจ้างต้องดูแลเครื่องจักรให้พร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัย และต้องจัดให้มีการตรวจสอบเครื่องจักรประจําปี ตามประเภทและชนิดเครื่องจักรที่กําหนดไว้ในกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้าน ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั่นจั่น หม้อน้ํา พ.ศ. 2564 หมวดที่ 1 เครื่องจักร ส่วนที่ 1 บททั่วไป ข้อ 9
  35. ผู้รับจ้างต้องไม่ใช้หรือยอมให้ลูกจ้างใช้เครื่องจักรทํางานเกินพิกัด หรือขีดความสามารถที่กําหนดไว้ใน
    รายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งานที่ผู้ผลิตกําหนด
  36. เครื่องมือเครื่องจักรขนาดเล็กที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีข้อความเกี่ยวกับวิธีการทํางานกับ
    เครื่องมือเครื่องจักรนั้นติดไว้ในบริเวณที่ลูกจ้างทํางาน
  37. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการประเมินอันตรายของเครื่องจักรที่อาจก่อให้เกิดอันตรายจากการใช้งานถึงขั้นสูญเสียอวัยวะ โดยอย่างน้อยต้องประกอบไปด้วย การชี้บ่งอันตราย การประเมินความเสี่ยง และแผนบริหารจัดการความเสี่ยง
  38. การทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ผู้รับจ้างต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับขั้นตอนและวิธีการทํางาน ที่ปลอดภัย จนมีความรู้ความชํานาญ และประสบการณ์ ตลอดจนสามารถปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัย
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    girl
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -18
  39. เครื่องจักรที่มีการใช้พลังงานไฟฟ้าต้องมีระบบหรือวิธีการป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่วเข้าตัวผู้ปฏิบัติงานและต้องมี การติดตั้งสายดิน
  40. ต้องจัดทํารั้ว คอกกั้น หรือเส้นแสดงเขตอันตราย ณ ที่ตั้งของเครื่องจักรหรือเขตที่เครื่องจักรทํางานที่อาจ เป็นอันตรายให้ชัดเจนทุกแห่ง
  41. ผู้รับจ้างต้องไม่ติดตั้งเครื่องจักรที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือคอมพิวเตอร์ในบริเวณพื้นที่ที่มี กระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนําจนอาจมีผลทําให้การทํางานของเครื่องจักรผิดปกติและก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงานได้
  42. ผู้รับจ้างต้องควบคุมไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่ปฏิบัติ ที่ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายได้
    ส่วนที่ 2 รถยก
  43. ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้พนักงานทํางานเกี่ยวกับรถยก ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้
    1.1 จัดให้มีโครงหลังคาที่มั่นคงแข็งแรง สามารถป้องกันอันตรายจากวัสดุตกหล่นได้
    1.2 จัดทําป้ายบอกพิกัดน้ําหนักยกให้ตรงกับความสามารถในการยกสิ่งของได้โดยปลอดภัยติดไว้ที่รถยก เพื่อให้ลูกจ้างเห็นได้ชัดเจน
    1.3 ตรวจสอบรถยกให้มีสภาพใช้งานได้อย่างปลอดภัยก่อนการใช้งานทุกครั้งและเก็บผลการตรวจสอบไว้ให้ พนักงานตรวจแรงงานหรือ ทอท. ตรวจสอบได้
    1.4 จัดให้มีสัญญาณเสียงหรือแสงไฟเตือนภัยในขณะทํางาน
    1.5 จัดให้มีอุปกรณ์ช่วยการมองเห็นตามสภาพในที่ทํางาน เช่น กระจกมองข้าง
    1.6 ให้ผู้ทําหน้าที่ขับรถยกชนิดนั่งขับสวมใส่เข็มขัดนิรภัยในขณะทํางานบนรถตลอดเวลา
  44. ห้ามผู้รับจ้างทําการดัดแปลงหรือกระทําการใด ๆ ที่มีผลทําให้ความปลอดภัยในการทํางานของรถยกลดลง 3. ผู้รับจ้างต้องกําหนดเส้นทางเดินรถยกในอาคารหรือบริเวณที่มีการใช้รถยกเป็นประจํา
  45. ผู้รับจ้างต้องติดตั้งกระจกนูนหรือวัสดุอื่นที่มีคุณสมบัติคล้ายกันไว้ที่บริเวณทางแยกหรือทางโค้งที่มอง
    ไม่เห็นเส้นทางข้างหน้า
  46. ผู้รับจ้างต้องจัดให้พื้นเส้นทางเดินรถยกมีความมั่นคงแข็งแรงและสามารถรองรับน้ําหนักรถรวมทั้งน้ําหนัก บรรทุกของรถยกได้อย่างปลอดภัย
  47. ผู้รับจ้างต้องจัดให้พนักงานขับรถยกได้ผ่านการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทํางานเกี่ยวกับการใช้รถยก
    แต่ละประเภท
  48. ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลการนํารถยกไปใช้ปฏิบัติงานใกล้สายไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้า
    โดยต้องมีระยะห่างเพื่อความปลอดภัยเป็นไปตามที่กฎหมายกําหนด หรืออย่างน้อยควรห่างไม่น้อยกว่า 6 เมตร
  49. ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลไม่ให้บุคคลอื่นนอกจากผู้ขับรถยกโดยสารหรือขึ้นไปบนส่วนหนึ่งส่วนใดของรถยก 9. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีคู่มือการใช้ การตรวจสอบ และการบํารุงรักษารถยกให้ผู้ปฏิบัติงานได้ศึกษาและปฏิบัติตาม เพื่อความปลอดภัยในการทํางาน
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -19-
    ส่วนที่ 3 ลิฟต์
  50. กรณีงานของผู้รับจ้างมีการนําลิฟต์มาใช้เพื่อโดยสารในพื้นที่ปฏิบัติงาน (งานก่อสร้าง) ให้ปฏิบัติดังนี้
    1.1 ติดตั้งลิฟต์ไว้ในที่มั่นคงแข็งแรงและปลอดภัย
    1.2 จัดให้มีการตรวจสอบความพร้อมของลิฟต์ทุกวัน หากส่วนใดชํารุดเสียหายต้องซ่อมแซมให้เรียบร้อย ก่อนใช้งาน และต้องมีสําเนาเอกสารการตรวจสอบไว้ให้ ทอท. สามารถตรวจสอบได้
    1.3 จัดให้มีมาตรการป้องกันอันตราย และติดป้ายห้ามใช้ลิฟต์ให้ผู้เกี่ยวข้องเห็นได้ชัดเจนในระหว่างที่ทดสอบ ตรวจสอบ ซ่อมแซม หรือบํารุงรักษาลิฟต์
    1.4 จัดให้มีระบบสัญญาณเตือน และมีอุปกรณ์ตัดระบบการทํางานของลิฟต์ เมื่อมีการใช้ลิฟต์บรรทุก น้ําหนักเกินพิกัดที่ผู้ผลิตกําหนด
    1.5 จัดให้มีมาตรการป้องกันไม่ให้ลิฟต์เคลื่อนที่ ในกรณีที่ประตูลิฟต์ยังไม่ปิด
    1.6 จัดทําคําแนะนําและวิธีการใช้ลิฟต์ และการขอความช่วยเหลือติดไว้ในห้องลิฟต์ 1.7 จัดให้มีระบบติดต่อกับภายนอกห้องลิฟต์และสัญญาณแจ้งเหตุขัดข้อง
    1.8 จัดทําคําแนะนําและวิธีการให้ความช่วยเหลือติดไว้ในห้องเครื่องต้นกําลัง และห้องผู้ดูแลลิฟต์ 1.9 จัดทําข้อห้ามการใช้ลิฟต์ ติดไว้ที่ข้างประตูลิฟต์ด้านนอกทุกชั้น
    1.10 จัดทําป้ายบอกพิกัดน้ําหนักและจํานวนคนโดยสารได้อย่างปลอดภัยติดตั้งไว้ในห้องลิฟต์
    1.11 จัดให้มีระบบไฟส่องสว่างและระบบระบายอากาศที่เพียงพอภายในห้องลิฟต์ ทั้งในขณะใช้งานปกติ และกรณีฉุกเฉิน
  51. ในกรณีที่มีลิฟต์ขนส่งวัสดุ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามข้อ 1.1, 1.2, 1.3, 1.4, และ 1.5 และจัดทําป้ายบอกพิกัด น้ําหนักวัสดุสิ่งของที่บรรทุกได้อย่างปลอดภัยตามที่ผู้ผลิตกําหนด และติดป้ายห้ามโดยสารไว้ในจุดที่เห็นชัดเจนนอก
    ประตูลิฟต์ทุกชั้น รวมทั้งกําหนดมาตรการเกี่ยวกับการดูแลวัสดุที่ขนส่งเพื่อป้องกันไม่ให้วัสดุเคลื่อนที่และมาตรการ
    ป้องกันการติดขัดของลิฟต์
  52. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการทดสอบชิ้นส่วนและอุปกรณ์ของลิฟต์หลังการติดตั้ง และเมื่อมีการใช้งาน อย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง ทั้งนี้ การทดสอบการรับน้ําหนักของลิฟต์ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 100 ของน้ําหนักการใช้งานสูงสุดที่ผู้ผลิต กําหนด และให้ติดประกาศผลการทดสอบที่อย่างน้อยต้องมีรายละเอียดประกอบไปด้วย วัน เดือน ปี ที่มีการทดสอบ วัน เดือน ปี ที่การรับรองหมดอายุ และรายชื่อผู้ทดสอบไว้ในลิฟต์ให้เห็นชัดเจน และมีสําเนาเอกสารการทดสอบให้ ทอท. สามารถตรวจสอบได้
  53. ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบระบบความปลอดภัยและระบบการทํางานของลิฟต์เป็นประจําทุกเดือน และมีสําเนา เอกสารการทดสอบไว้ให้ ทอท. ตรวจสอบได้
  54. ผู้รับจ้างต้องจัดให้ลวดสลิงที่ใช้สําหรับลิฟต์ขนส่งวัสดุมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 5 ในกรณีใช้โซ่ต้องมีค่า ความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 4 และลวดสลิงที่ใช้สําหรับลิฟต์โดยสารต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 10
  55. ผู้รับจ้างต้องไม่ใช้ลวดสลิงที่มีลักษณะตามข้อ 86 ของกฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และการดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ํา พ.ศ. 2554 กับลิฟต์ทุกชนิด
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -20-
    ส่วนที่ 4 เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง
  56. การทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง นายจ้างต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้
    1.1 จัดให้มีการป้องกันการตกจากที่สูงตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย
    และสภาพแวดล้อมในการทํางานในสถานที่ที่มีอันตรายจากการตกจาก ที่สูงและที่ลาดชัน จากวัสดุกระเด็น ตกหล่น และพังทลาย และจากการตกลงไปในภาชนะเก็บหรือรองรับวัสดุ
    1.2 จัดให้มีป้ายบอกพิกัดน้ําหนักและจํานวนคนที่สามารถยกได้อย่างปลอดภัย
    1.3 ตรวจสอบสภาพเครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูงและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องให้มีสภาพใช้งาน ได้อย่างปลอดภัยก่อนการใช้งานทุกครั้ง และต้องมีสําเนาเอกสารการตรวจสอบไว้ให้ ทอท. ตรวจสอบได้
    1.4. จัดให้มีสัญญาณเสียงหรือแสงเตือนภัยขณะทํางานตามความเหมาะสมของการใช้งาน
    1.5 จัดให้มีอุปกรณ์ตัดระบบการทํางานเมื่อมีการใช้งานเกินพิกัดที่ผู้ผลิตกําหนด และต้องตรวจสอบให้
    อุปกรณ์ดังกล่าวอยู่ในสภาพที่สามารถทํางานได้ตลอดเวลา
  57. ผู้รับจ้างต้องไม่ดัดแปลงหรือกระทําการใดกับเครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูงที่มีผลทําให้
    ความปลอดภัยในการทํางานลดลง
  58. การทํางานบนเครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูงที่มีการเคลื่อนย้ายเครื่องจักรนั้นไปตาม แนวราบ ผู้รับจ้างต้องจัดให้พื้นที่ที่เป็นเส้นทางเคลื่อนย้ายมีความแข็งแรง ราบเรียบ ไม่ต่างระดับ และปรับระดับของ เครื่องจักรดังกล่าวให้อยู่ในตําแหน่งที่ผู้ผลิตกําหนดหรือในตําแหน่งที่ปลอดภัย
  59. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการอบรมลูกจ้างเกี่ยวกับการปฏิบัติงานตามรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งาน เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง เพื่อความปลอดภัยในการทํางาน
  60. การใช้เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูงแบบแขวน ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติดังนี้
    5.1 จัดให้มีการทดสอบชิ้นส่วนและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องภายหลังการติดตั้ง และต้องสําเนาเอกสารการทดสอบ ไว้ให้ ทอท. ตรวจสอบได้
    5.2 ต้องใช้ลวดสลิงที่มีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 10 และต้องไม่ใช้ลวดสลิงที่มีลักษณะตามข้อ 86 ของ กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการและการดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ํา พ.ศ. 2564 กับเครื่องจักรที่ใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง
    ส่วนที่ 5 รอก
  61. ในการใช้รอกโยก รอกมือสาว รอกหางปลา รอกไฟฟ้าหรือรอกที่ใช้พลังงานอื่น หรือรอกชนิดอื่นที่มีการใช้ งานลักษณะเดียวกัน นายจ้างต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
    1.1 ติดตั้งรอกไว้ในที่มั่นคงแข็งแรงและปลอดภัย
    1.2 จัดให้มีการตรวจสอบความพร้อมของรอกทุกวัน หากส่วนใดชํารุดเสียหายต้องซ่อมแซมให้เรียบร้อยก่อน
    ใช้งาน และต้องมีสําเนาเอกสารดังกล่าวไว้ให้ ทอท. ตรวจสอบได้
    1.3 จัดให้มีมาตรการป้องกันอันตรายและติดป้ายห้ามใช้รอกให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเห็นได้ชัดเจนในระหว่างที่มีการทดสอบ การซ่อมบํารุง และการตรวจสอบรอก
    1.4 จัดให้มีป้ายบอกขนาดพิกัดน้ําหนักยกอย่างปลอดภัยตามที่กําหนดไว้ในรายละเอียด คุณลักษณะและ คู่มือการใช้งานพร้อมทั้งติดป้ายเตือนให้ระวัง
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    2504-
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) 21-
    1.5 ต้องไม่ใช้ลวดสลิงที่มีลักษณะตามข้อ 86 ของกฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการและ การดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ํา
    พ.ศ.2564 กับรอก
    1.6 อุปกรณ์สําหรับการผูกมัดหรือยึดโยงวัสดุสิ่งของต้องมีค่าความปลอดภัยที่กฎหมายกําหนด
    1.7 ควบคุมดูแลไม่ให้บุคคลใดเกาะเกี่ยวไปกับส่วนหนึ่งส่วนใดของรอกหรือไปกับวัสดุสิ่งของที่ทําการยก
    หรืออยู่ภายใต้วัสดุสิ่งของที่ทําการยกหรือบริเวณที่ใช้รอกที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้
    1.8 รอกที่มีขนาดพิกัดน้ําหนักยกตั้งแต่ 1 ต้นขึ้นไป
    นายจ้างต้องจัดให้มีการทดสอบส่วนประกอบและอุปกรณ์
    ของรอกเพื่อให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัยอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และต้องมีสําเนาเอกสารการทดสอบไว้ให้ ทอท. ตรวจสอบได้
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) 22 เอกสารแนบ 6
    5.2.6 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่นและรถเฮียบ
    เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ํา พ.ศ. 2564
    ดําเนินการด้านความปลอดภัย

    กฎหมายอื่น ๆ และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัย และความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้
    ส่วนที่ 1 ปั้นจั่น
  62. ในการประกอบ การทดสอบ การใช้ การซ่อมบํารุง และการตรวจสอบปั้นจั่นหรืออุปกรณ์อื่นที่นํามาใช้กับ ปั้นจั่น ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามรายละเอียดคุณลักษณะหรือคู่มือการใช้งานที่ผู้ผลิตกําหนดไว้ หากไม่มีรายละเอียด
    คุณลักษณะหรือคู่มือการใช้งานดังกล่าว
    ได้กําหนดขึ้นเป็นหนังสือ
    ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามรายละเอียดคุณลักษณะหรือคู่มือการใช้งานที่วิศวกร
  63. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสอบและการทดสอบการติดตั้งปั้นจั่น ตามรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือ การใช้งานของผู้ผลิตโดยวิศวกรก่อนการใช้งาน และจัดทํารายงานการตรวจสอบและการทดสอบ ซึ่งมีลายมือชื่อวิศวกร รับรองเก็บไว้ให้สามารถตรวจสอบได้ และกรณีที่มีการหยุดใช้งานปั้นจั่นตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป ก่อนนํามาใช้งานใหม่ ผู้รับจ้าง ต้องดําเนินการตรวจสอบและทดสอบตามคู่มืออีกครั้ง
  64. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการทดสอบส่วนประกอบและอุปกรณ์ของปั้นจั่นไม่น้อยกว่าที่กฎหมายกําหนด 4. ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานทํางานเกี่ยวกับปั้นจั่น ผู้รับจ้างต้องดําเนินการ ดังต่อไปนี้
    4.1 ควบคุมให้มีลวดสลิงเหลืออยู่ในม้วนลวดสลิงไม่น้อยกว่า 2 รอบ ตลอดเวลาที่ปั้นจั่นทํางาน 4.2 จัดให้มีชุดล็อกป้องกันลวดสลิงหลุดจากตะขอของปั้นจั่น และทําการตรวจสอบให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้
    อย่างปลอดภัย
    4.3 จัดให้มีที่ครอบปิดหรือกั้นส่วนที่หมุนรอบตัวเอง ส่วนที่เคลื่อนไหวได้ หรือส่วนที่อาจเป็นอันตรายของปั้นจั่น
    และให้ส่วนที่เคลื่อนที่ของปั้นจั่นหรือส่วนที่หมุนได้ของปั้นจั่นอยู่ห่างจากสิ่งก่อสร้างหรือวัตถุอื่นในระยะที่ปลอดภัย
    4.4 จัดให้ผู้ปฏิบัติงานสวมใส่เข็มขัดนิรภัยและสายช่วยชีวิตตลอดเวลาที่ทํางานบนแขนปั้นจั่นหรือชุดสะพาน 4.5 จัดให้มีพื้นชนิดกันลื่น ราวกันตก และแผงกันตกระดับพื้นสําหรับปั้นจั่นชนิดที่ต้องมีการจัดทําพื้นและทางเดิน 4.6 จัดให้มีเครื่องดับเพลิงที่เหมาะสมและอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานไว้ที่ห้องบังคับปั้นจั่นหรือตําแหน่งที่สามารถ ใช้งานได้สะดวก
    ได้ตามปกติ
    4.7 ติดตั้งปั้นจั่นบนฐานที่มั่นคงโดยมีวิศวกรเป็นผู้รับรอง
    4.8 จัดให้มีการติดตั้งชุดควบคุมการทํางานเมื่อยกวัสดุขึ้นถึงตําแหน่งสูงสุด (Upper Limit Switch) ที่ใช้งาน
    4.9 จัดให้มีชุดควบคุมน้ําหนักยก (Overload Limit Switch) ที่ใช้งานได้ตามปกติ
  65. ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานทํางานเกี่ยวกับปั้นจั่นที่ใช้เครื่องยนต์ ผู้รับจ้างต้องดําเนินการดังต่อไปนี้
    5.1 จัดให้มีที่ครอบปิดหรือฉนวนหุ้มท่อไอเสีย
    5.2 จัดให้มีมาตรการในการเก็บและเคลื่อนย้ายเชื้อเพลิงสํารองด้วยความปลอดภัย
    5.3 จัดให้มีถังเก็บเชื้อเพลิงและท่อส่งเชื้อเพลิงติดตั้งอยู่ในลักษณะที่จะไม่เกิดอันตราย เมื่อเชื้อเพลิงหกล้น หรือรั่วออกมา
    บริษั ท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    smart-
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -23
  66. ผู้รับจ้างต้องเคลื่อนย้ายวัตถุไวไฟออกจากบริเวณที่ใช้ปั้นจั่น กรณีไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ผู้รับจ้างต้อง จัดให้มีมาตรการป้องกันอันตรายที่เหมาะสมก่อนให้ผู้ปฏิบัติงานได้ปฏิบัติงาน
  67. ห้ามผู้รับจ้างให้ลูกจ้างใช้ปั้นจั่นที่ชํารุดเสียหายหรืออยู่ในสภาพที่ไม่ปลอดภัย
  68. ห้ามผู้รับจ้างดัดแปลงหรือแก้ไขส่วนหนึ่งส่วนใดของปั้นจั่นหรือยินยอมให้ผู้ปฏิบัติงานหรือผู้อื่นกระทําการ เช่นว่านั้น อันอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ถ้าจําเป็นต้องดัดแปลงส่วนที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างที่มีผลต่อการรับน้ําหนัก ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการคํานวณทางวิศวกรรมพร้อมกับการทดสอบ
  69. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีสัญญาณเสียงและแสงไฟเตือนภัยตลอดเวลาที่ปั้นจั่นทํางานโดยติดตั้งไว้ให้เห็นได้ชัดเจน 10. ในกรณีที่มีการซ่อมบํารุงปั้นจั่น ผู้รับจ้างต้องติดป้ายแสดงการซ่อมบํารุงปั้นจั่น โดยใช้เครื่องหมายหรือ ข้อความที่เข้าใจง่ายและเห็นได้ชัดเจน รวมทั้งจัดให้มีระบบ วิธีการหรืออุปกรณ์ป้องกัน (Lock out) ไม่ให้ปั้นจั่นนั้นทํางาน และให้แขวนป้าย (Tag out) แสดงเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ห้ามเปิดสวิตซ์ไว้ที่สวิตซ์ของปั้นจั่นด้วย
  70. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีป้ายบอกพิกัดน้ําหนักยกไว้ที่ปั้นจั่นเพื่อเตือนให้ระวังอันตราย และติดตั้งสัญญาณเตือน อันตรายให้ผู้บังคับปั้นจั่นทราบ
  71. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีคู่มือการใช้สัญญาณสื่อสารระหว่างผู้ปฏิบัติงาน ในกรณีที่การใช้สัญญาณเป็นการใช้ สัญญาณมือ ต้องจัดให้มีรูปภาพหรือคู่มือการใช้สัญญาณมือตามที่กฎหมายประกาศกําหนด ติดไว้ที่จุดหรือตําแหน่งที่ ผู้ปฏิบัติงานเห็นได้ชัดเจน กรณีที่มีการใช้วิธีการสื่อสารแบบอื่นที่มีประสิทธิภาพกว่าการใช้สัญญาณมือ เช่น การใช้วิทยุ สื่อสาร เป็นต้น ผู้รับจ้างไม่ต้องปฏิบัติตามข้อนี้
    ดังต่อไปนี้
  72. ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานใช้ปั้นจั่นใกล้สายไฟฟ้า ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลให้ผู้ปฏิบัติงานได้ปฏิบัติ
    13.1 ในกรณีที่ใช้ปั้นจั่นยกวัสดุ ให้ระยะห่างระหว่างสายไฟฟ้ากับส่วนหนึ่งส่วนใดของปั้นจั่นหรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดของวัสดุที่ปั้นจั่นกําลังยก เป็นดังต่อไปนี้
    (ก) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าไม่เกิน 69 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 3.1 เมตร
    (ข) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าเกิน 69 กิโลโวลต์แต่ไม่เกิน 115 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 3.3 เมตร (ค) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าเกิน 115 กิโลโวลต์แต่ไม่เกิน 230 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 4 เมตร (ง) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าเกิน 230 กิโลโวลต์แต่ไม่เกิน 500 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 6 เมตร 13.2 ในกรณีที่เคลื่อนย้ายปั้นจั่นชนิดเคลื่อนที่ โดยไม่ยกวัสดุและไม่ลดแขนปั้นจั่นลง ให้ระยะห่างระหว่าง ส่วนหนึ่งส่วนใดของปั้นจั่นกับสายไฟฟ้า เป็นดังต่อไปนี้
    (ก) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าไม่เกิน 69 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 1.3 เมตร
    (ข) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าเกิน 69 กิโลโวลต์แต่ไม่เกิน 230 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 3 เมตร (ค) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าเกิน 230 กิโลโวลต์แต่ไม่เกิน 500 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 5 เมตร กรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามข้อ 13.1 – 13.2 ได้ ผู้รับจ้างต้องมีมาตรการที่ปลอดภัยเพียงพอ และได้รับการ อนุญาตจากการไฟฟ้าประจําท้องถิ่นที่รับผิดชอบสายไฟฟ้านั้น ก่อนดําเนินการ
    “The “par” katahil) sebet jei Perangiatan per
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    Day
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -24
  73. ในกรณีที่มีการติดตั้งปั้นจั่นหรือใช้ปั้นจั่นใกล้เสาส่งคลื่นโทรคมนาคม ก่อนให้ผู้ปฏิบัติงานทํางาน ผู้รับจ้าง ต้องจัดให้มีการตรวจสอบการเกิดประจุไฟฟ้าเหนี่ยวนํา ถ้าพบว่ามีประจุไฟฟ้าเหนี่ยวนํา ให้ผู้รับจ้างต่อสายตัวนํากับ ปั้นจั่นหรือวัสดุที่จะยกเพื่อให้ประจุไฟฟ้าไหลลงดิน ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย
    ในพระบรมราชูปถัมภ์
  74. ผู้รับจ้างต้องติดประกาศวิธีการทํางานเกี่ยวกับปั้นจั่นของผู้ปฏิบัติงานไว้บริเวณที่ผู้ปฏิบัติงานทํางาน โดยอย่างน้อยต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้งาน การซ่อมบํารุง และการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล
  75. ในกรณีที่ผู้บังคับปั้นจั่นไม่สามารถมองเห็นจุดที่ทําการยกสิ่งของหรือเคลื่อนย้ายวัสดุ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มี
    ผู้ให้สัญญาณแก่ผู้บังคับปั้นจั่นตลอดระยะเวลาที่มีการใช้งาน
  76. ผู้รับจ้างต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเป็นผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ให้สัญญาณแก่ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ยึดเกาะวัสดุ หรือ ผู้ควบคุมการใช้ปั้นจั่นได้ผ่านการอบรมหลักสูตรการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว และต้องจัดให้มีการอบรมหรือทบทวนการ ทํางานเกี่ยวกับปั้นจั่นตามระยะเวลาที่กฎหมายกําหนด ทั้งนี้ ให้การอบรมและทบทวนเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการ
    ที่กฎหมายประกาศกําหนด
    ส่วนที่ 2 ปั้นจั่นเหนือศีรษะและปั้นจั่นขาสูง
  77. กรณีเป็นปั้นจั่นเหนือศีรษะและปั้นจั่นขาสูง ให้ดําเนินการต่อไปนี้เพิ่มเติม
    18.1 ปั้นจั่นเหนือศีรษะหรือปั้นจั่นขาสูงที่เคลื่อนที่บนราง ต้องจัดให้มีสวิตช์หยุดการทํางานของปั้นจั่นได้ โดยอัตโนมัติ และให้มีกันชนหรือกันกระแทกที่ปลายทั้งสองข้างของราง
    18.2 นายจ้างต้องควบคุมดูแลไม่ให้มีสิ่งกีดขวางการเคลื่อนของล้อปั้นจั่น
    18.3 กรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานขึ้นไปทํางานบนปั้นจั่นหรืออุปกรณ์อื่นของปั้นจั่นที่มีความสูงเกิน 2 เมตร ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีบันไดพร้อมราวจับและโครงโลหะกันตกหรือจัดให้มีอุปกรณ์อื่นใดที่มีความเหมาะสมและปลอดภัย ตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการและดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ในการทํางาน ในสถานที่ที่มีอันตรายจากการตกจากที่สูงและที่ลาดชัน จากวัสดุกระเด็น ตกหล่น และพังทลาย และจาก การตกลงไปในภาชนะเก็บหรือรองรับวัสดุ พ.ศ. 2564
    ส่วนที่ 3 ปั้นจั่นหอสูง
  78. กรณีเป็นปั้นจั่นหอสูง ให้ดําเนินการต่อไปนี้เพิ่มเติม
    19.1 กรณีที่ต้องปฏิบัติงานบนแขนปั้นจั่น ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีมาตรการป้องกันการพลัดตกของผู้ปฏิบัติงาน และให้สวมใส่เข็มขัดนิรภัยและสายช่วยชีวิตตลอดเวลาที่ทํางาน
    19.2 ปั้นจั่นที่มีรางล้อเลื่อนที่อยู่บนแขนปั้นจั่น ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีสวิตช์หยุดการทํางานของปั้นจั่นได้โดย อัตโนมัติ และให้มีกันชนหรือกันกระแทกที่ปลายทั้งสองข้างของราง
    19.3 ปั้นจั่นที่มีแขนเคลื่อนที่ขึ้นลงได้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีสวิตซ์ควบคุมมุมองศาการทํางานของแขนปั้นจั่น ให้เป็นไปตามที่กําหนดไว้ในรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งาน
    19.4 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีตารางการยกสิ่งของตามที่ผู้ผลิตกําหนดไว้ในรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือ การใช้งานที่แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับน้ําหนักสิ่งของ มุมองศา และระยะของแขนที่ทําการยก ติดไว้ในบริเวณที่ผู้บังคับ
    ปั้นจั่นเห็นได้ชัดเจน
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) 25-
    19.5 ในการประกอบ การติดตั้ง การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง การเพิ่มความสูง หรือการรื้อถอนปั้นจั่นหอสูง ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีวิศวกรควบคุมตลอดระยะเวลาดําเนินการ จนกว่าจะแล้วเสร็จ
    19.6 ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลไม่ให้ผู้ปฏิบัติงานหรือบุคคลใดเกาะเกี่ยวไปกับส่วนหนึ่งส่วนใดของปั้นจั่น หรือไปกับวัสดุที่ทําการยก หรืออยู่ภายใต้วัสดุที่ทําการยกหรือบริเวณที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้
    ส่วนที่ 4 อุปกรณ์ที่ใช้เกี่ยวกับปั้นจั่น
  79. ผู้รับจ้างต้องไม่ใช้ลวดสลิงที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ต่อไปนี้
    20.1 ลวดสลิงที่ลวดเส้นนอกลึกไปตั้งแต่หนึ่งในสามของเส้นผ่านศูนย์กลางเส้นลวด
    20.2 ลวดสลิงที่ขมวด ถูกบดกระแทก แตกเกลียว หรือชํารุดที่ทําให้ประสิทธิภาพในการใช้งานของลวดสลิงลดลง 20.3 ลวดสลิงมีเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กลงเกินร้อยละ 5 ของเส้นผ่านศูนย์กลางที่ระบุ 20.4 ลวดสลิงถูกความร้อนทําลายหรือเป็นสนิมมากจนเห็นได้ชัดเจน
    20.5 ลวดสลิงถูกกัดกร่อนชํารุดมากจนเห็นได้ชัดเจน
    20.6 ลวดสลิงเคลื่อนที่ที่มีเส้นลวดในหนึ่งช่วงเกลียวขาดตั้งแต่สามเส้นขึ้นไปในเส้นเกลียวเดียวกัน
    หรือขาดรวมกันตั้งแต่หกเส้นขึ้นไปในหลายเส้นเกลียว
  80. ผู้รับจ้างต้องใช้ลวดสลิงที่มีค่าความปลอดภัยตามที่กําหนดไว้ ดังต่อไปนี้
    21.1 ลวดสลิงเคลื่อนที่ ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 5
    21.2 ลวดสลิงยึดโยง ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 3.5
  81. ผู้รับจ้างต้องใช้อุปกรณ์สําหรับการผูกมัด หรือยึดโยงวัสดุที่มีค่าความปลอดภัยตามที่กําหนดไว้ ดังต่อไปนี้
    22.1 ลวดสลิง ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 5
    22.2 โซ่ ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 4
    22.3 เชือก ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 5
    22.4 ห่วงหรือตะขอ ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 3.5
    22.5 อุปกรณ์สําหรับผูก มัด หรือยึดโยงอื่น ๆ ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 3.5
  82. ผู้รับจ้างต้องจัดหาวัสดุที่มีความทนทานและอ่อนตัวมารองรับบริเวณจุดที่มีการสัมผัสระหว่างอุปกรณ์ที่ใช้ ในการผูก มัด หรือยึดโยงกับวัสดุที่ทําการยกเคลื่อนย้าย
  83. ผู้รับจ้างต้องไม่ใช้ตะขอที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
    24.1 มีการบิดตัวของตะขอ
    24.2 มีการถ่างออกของปากตะขอเกินร้อยละ 5 24.3 มีการสึกหรอที่ท้องตะขอเกินร้อยละ 10 24.4 มีการแตกหรือร้าวส่วนหนึ่งส่วนใดของตะขอ 24.5 มีการเสียรูปทรงหรือสึกหรอของห่วงตะขอ
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -26- เอกสารแนบ 7
    5.2.7 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับสารเคมีและวัตถุอันตราย
    เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการ
    อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย พ.ศ.2556 กฎหมายอื่น ๆ และ
    ด้านความปลอดภัย
    ข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้
  84. ให้ผู้รับจ้างที่มีสารเคมีอันตรายอยู่ในครอบครองตาม “ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเรื่องบัญชี รายชื่อสารเคมีอันตราย” ต้องจัดทําบัญชีรายชื่อสารเคมีอันตรายและรายละเอียดข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมี อันตรายตามแบบที่อธิบดีประกาศกําหนด (สอ.1) พร้อมทั้งแจ้งต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายภายใน 7 วันนับแต่ วันที่มีสารเคมีอันตรายอยู่ในครอบครอง
  85. ผู้รับจ้างต้องแจ้งให้ผู้ปฏิบัติงานทราบและอธิบายให้ผู้ปฏิบัติงานเข้าใจข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมี อันตรายที่อยู่ในครอบครองของผู้รับจ้าง ข้อความและเครื่องหมายต่าง ๆ ที่ปรากฏในเอกสาร คู่มือ ฉลาก ป้าย หรือ ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งข้อมูลต่าง ๆ ตามที่ได้กําหนดไว้ในกฎหมาย
  86. ให้ผู้รับจ้างจัดให้ผู้ปฏิบัติงานที่ทํางานเกี่ยวกับสารเคมีอันตรายทราบและเข้าใจวิธีการในการทํางานที่ถูกต้อง และปลอดภัย รวมทั้งต้องจัดให้มีมาตรการควบคุมผู้ปฏิบัติงานของตนให้ปฏิบัติตามวิธีการดังกล่าว ในการนี้ ให้ผู้รับจ้าง จัดทําคู่มือเกี่ยวกับแนวปฏิบัติและขั้นตอนในการทํางานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย คําแนะนําผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการป้องกัน
    อันตราย ความหมายของข้อมูลที่มีบนฉลากและเอกสารข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมีอันตราย
  87. ผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามวิธีการทํางานที่ถูกต้องและปลอดภัยตามคู่มือการปฏิบัติงานที่ผู้รับจ้าง จัดทําขึ้นตามข้อ 3 และเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย ผู้ปฏิบัติงานต้องบรรเทาเหตุและแจ้งให้ผู้รับจ้าง
    ทราบทันที
  88. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลแก่ผู้ปฏิบัติงานอย่างเพียงพอ เหมาะสมตาม
    กฎหมายและตามความเสี่ยงที่ได้ประเมิน และกํากับควบคุมให้ผู้ปฏิบัติงานได้สวมใส่ตลอดระยะเวลาที่มีการทํางานกับ สารเคมีและวัตถุอันตราย
  89. การปฏิบัติอื่น ๆ ที่ไม่ได้กําหนดไว้ในคู่มือฉบับนี้ ให้นํากฎหมายด้านความปลอดภัยฯ เกี่ยวกับสารเคมีและ วัตถุอันตรายที่เกี่ยวข้องมาเป็นข้อกําหนดในการทํางานกับสารเคมีและวัตถุอันตรายต่อไป
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) 27-
    5.2.8 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานประดาน้ํา (ปฏิบัติงานที่ความลึกตั้งแต่ 3 เมตร - 90 เมตร)
    เอกสารแนบ 8
    เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ ดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับงานประดาน้ํา พ.ศ. 2563 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้
  90. ผู้รับจ้างต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานประดาน้ําได้รับการตรวจสุขภาพตามกําหนดระยะเวลาและจัดทําบัตรตรวจ
    สุขภาพผู้ปฏิบัติงานไว้ตามที่กฎหมายกําหนด
  91. ผู้ปฏิบัติงานซึ่งผู้รับจ้างทํางานประดาน้ําต้องดําเนินการดังนี้
    2.1 มีอายุไม่ต่ํากว่า 18 ปีบริบูรณ์
    2.2 สุขภาพร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์ ไม่เป็นโรคตามที่กฎหมายกําหนด
    2.3 มีความรู้และมีประสบการณ์ในงานประดาน้ําและต้องผ่านการอบรมตามมาตรฐานสากลหรือหน่วยงาน รัฐรับรอง หรือหลักสูตรตามที่กฎหมายกําหนด
  92. ผู้รับจ้างต้องควบคุมให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งทํางานประดาน้ําปฏิบัติตามตารางมาตรฐานของการดําน้ําและการลด ความกดดัน ตลอดจนการพักเพื่อปรับสภาพร่างกายก่อนลงในทํางานใต้น้ําในครั้งถัดไป ทั้งที่ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกําหนด
  93. ผู้รับจ้างและหัวหน้านักประดาน้ําต้องสั่งให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งทํางานประดาน้ําหยุดหรือเลิกการดําน้ําในกรณี
    ต่อไปนี้
    4.1 เมื่อพี่เลี้ยงนักประดาน้ําและนักประดาน้ําไม่สามารถติดต่อสื่อสารกันได้
    4.2 เมื่อนักประดาน้ําต้องใช้อากาศสํารองจากขวดอากาศหรือขวดอากาศสํารอง 4.3 เมื่อมีการดําน้ําในพื้นที่ที่ไม่ปลอดภัย
  94. สําหรับการทํางานในน้ํา (การปฏิบัติงานที่มีความลึกไม่ถึง 3 เมตร) และการทํางานบนผิวน้ํา (ปฏิบัติงานบน เรือหรือแพ) ขอให้ผู้รับจ้างปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง ส่วนเรื่องการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานสําหรับการทํางาน ในน้ําและการทํางานบนผิวน้ํา ทอท. ยังไม่ได้กําหนดให้มีการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงาน
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    gmd
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) 28- เอกสารแนบ 9
    5.2.9 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีก่อไอออน และเครื่องกําเนิดรังสี
    เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานการทํางานเกี่ยวกับรังสี พ.ศ.2564 พระราชบัญญัตินิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. 2556 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท.
    ดําเนินการดังนี้
  95. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสีหรือ
    น้าที่ดําเนินการทางเทคนิครั้งสีเกี่ยวกับวัสดุ
    นิวเคลียร์ตามกฎหมายว่าด้วยพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ หรือเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับหัวหน้างาน
    อย่างน้อยหนึ่งคนทําหน้าที่ควบคุมดูแลความปลอดภัยทางรังสีของสถานที่ทํางานที่มีการใช้รังสี และปฏิบัติหน้าตาม กฎกระทรวง (แรงงาน) กําหนดมาตรฐานการทํางานเกี่ยวกับรังสี พ.ศ.2564 ข้อ 15
  96. ต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีได้รับการตรวจสุขภาพ โดยแพทย์ที่ได้รับอนุญาตประกอบวิชาชีพ เวชกรรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ หรือมีคุณสมบัติตามที่อธิบดีประกาศกําหนด โดยระยะเวลาตรวจสุขภาพลูกจ้างให้เป็นไปตามข้อ 5.1.15
  97. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีกฎ ข้อบังคับ ระเบียบ แนวปฏิบัติหรือมาตรการด้านความปลอดภัยทางรังสีตาม กฎหมายว่าด้วยพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ ซึ่งอย่างน้อยต้องเป็นภาษาไทยและภาษาอื่นที่ผู้ปฏิบัติงานสามารถเข้าใจได้ พร้อมทั้งปิดประกาศให้ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีทราบ ณ บริเวณพื้นที่ปฏิบัติงาน เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงาน เกี่ยวกับรังสีได้รับปริมาณรังสีสะสมเกินปริมาณที่กําหนด
  98. ห้ามผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งตั้งครรภ์หรืออยู่ระหว่างการให้นมบุตรปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสี
  99. จัดให้ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสี ได้รับการฝึกอบรมให้เข้าใจและทราบถึงอันตรายและวิธีการป้องกันอันตราย จากรังสี ก่อนเข้ารับหน้าที่และมีการทบทวนความรู้แก่ผู้ปฏิบัติงานอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
  100. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีอุปกรณ์บันทึกปริมาณรังสีประจําตัวบุคคลและต้องควบคุมให้ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงาน
    เกี่ยวกับรังสีใช้อุปกรณ์ดังกล่าวตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน
  101. ผู้รับจ้างต้องจัดทําข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณรังสีสะสมของพนักงานซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีที่ได้รับเป็น
    ประจําทุกเดือนหรือทุกสามเดือนขึ้นอยู่กับประเภทของต้นกําเนิดรังสี และต้องแจ้งข้อมูลปริมาณรังสีสะสมดังกล่าวให้
    ผู้ปฏิบัติงานรับทราบทุกครั้ง
    ในกรณีที่ผู้ปฏิบัติงานซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีได้รับปริมาณรังสีสะสมเกินปริมาณที่กําหนดตามกฎหมายว่า ด้วยพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ ให้ผู้รับจ้างแจ้งปริมาณรังสีสะสมดังกล่าวพร้อมหาสาเหตุและการป้องกันแก้ไขต่อ
    อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ทราบข้อมูลปริมาณรังสีสะสม
  102. ผู้รับจ้างต้องจัดทํารั้ว คอกกั้น หรือเส้นแสดงแนวเขต หรือวิธีการอื่นที่เหมาะสม และจัดให้มีป้ายสัญลักษณ์ ทางรังสี พร้อมข้อความเตือนภัยที่เหมาะอย่างน้อยเป็นภาษาไทยและภาษาอื่นที่ลูกจ้างสามารถเข้าใจได้ แสดงให้เห็น ชัดเจนในบริเวณนั้น
  103. ไม่ให้บุคคลใดซึ่งไม่มีหน้าที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีเข้าไปในพื้นที่ควบคุม เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากผู้ดูแลพื้นที่ ทั้งนี้ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสี เจ้าหน้าที่ดําเนินการทางเทคนิคเกี่ยวกับวัสดุ นิวเคลียร์ หรือเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับหัวหน้างาน แล้วแต่กรณี พร้อมทั้งปิดประกาศให้ผู้ปฏิบัติงาน
    A
    ได้รับทราบ
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.60) 29-
  104. ไม่ให้บุคคลใดเข้าพักอาศัยหรือพักผ่อน หรือนําอาหาร เครื่องดื่ม หรือบุหรี่เข้าไปในพื้นที่ควบคุมทางรังสี 11. ไม่ให้บุคคลใดนําต้นกําเนิดรังสีที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ออกนอกพื้นที่ควบคุม เว้นแต่ได้ดําเนินการตาม
    มาตรการความปลอดภัยตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  105. ไม่ให้บุคคลใดน่าภาชนะหรือวัสดุซึ่งปนเปื้อนวัสดุกัมมันตรังสีหรือวัสดุนิวเคลียร์ออกไปนอกพื้นที่ควบคุม
    เว้นแต่ได้ดําเนินการตามมาตรการความปลอดภัยตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  106. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีที่ล้างมือ ที่ล้างหน้า และที่อาบน้ํา เพื่อให้ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีได้ใช้หลังจาก การปฏิบัติงานหรือก่อนออกจากพื้นที่ปฏิบัติงานของลูกจ้าง และต้องจัดให้มีสถานที่ที่ปลอดภัยในการเก็บชุดทํางาน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีถอดชุดทํางานและเก็บไว้ในสถานที่ดังกล่าว
  107. ต้องจัดให้มีอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) เกี่ยวกับรังสี
  108. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการทําความสะอาดชุดทํางาน อุปกรณ์ เครื่องใช้ต่าง ๆ ที่มีการปนเปื้อนรังสี 16. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีแผนเพื่อป้องกันและระงับอัคคีภัยจากรังสีในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางรังสี และต้องจัดให้ มีการฝึกซ้อมตามแผนดังกล่าวอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง และเก็บเอกสารหรือหลักฐานการฝึกซ้อมไว้ ณ พื้นที่ปฏิบัติงาน เพื่อให้พนักงานตรวจความปลอดภัยและ ทอท. ตรวจสอบได้
  109. ข้อกําหนดอื่น ๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในเอกสารแนบฉบับนี้ ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐาน การทํางานเกี่ยวกับรังสี พ.ศ. 2564 พระราชบัญญัตินิวเคลียร์เพื่อสันติ กฎหมายความปลอดภัยอื่น ๆ และมาตรฐานความ ปลอดภัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    gret-