ประกวดราคาจ้างสำรวจและจัดทำแผนที่ลักษณะภูมิประเทศ (Topographic Map) ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) กำลังดำเนินโครงการจ้างสำรวจและจัดทำแผนที่ลักษณะภูมิประเทศ (Topographic Map) ณ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อยกระดับการบริหารจัดการสนามบินให้มีประสิทธิภาพและปลอดภัยยิ่งขึ้น โครงการนี้ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 3,000 ไร่ และมุ่งเน้นการจัดเก็บข้อมูลภูมิประเทศที่มีความละเอียดและความถูกต้องสูง ทั้งในรูปแบบ 2 มิติ และ 3 มิติ โดยใช้เทคโนโลยีการสำรวจที่ทันสมัย
วัตถุประสงค์สำคัญของโครงการประกอบด้วย:
- การติดตั้งหมุดหลักฐานถาวรอย่างน้อย 10 หมุด (5 คู่) เพื่อใช้เป็นจุดควบคุมอ้างอิงพิกัดและระดับที่ถาวรและยากต่อการถูกทำลาย
- การสำรวจรังวัดค่าพิกัดทางราบและระดับทางดิ่งของหมุดหลักฐานและพื้นที่โครงการให้เป็นไปตามระบบพิกัดที่ ทอท. กำหนด
- การจัดทำข้อมูลภูมิประเทศดิจิทัลความละเอียดสูง (2 มิติ และ 3 มิติ) ครอบคลุมพื้นที่สนามบินและพื้นที่โดยรอบออกไปอย่างน้อย 100 เมตร
- การจัดทำข้อมูลเวกเตอร์ (Vector Data) ในรูปแบบจุด เส้น และรูปปิด รวมถึงเส้นชั้นความสูง (Contour)
- การจัดเก็บและแสดงข้อมูลสิ่งกีดขวางและอุปสรรคที่อาจส่งผลต่อการก่อสร้างและความปลอดภัย
ข้อมูลโครงการระบุว่าพื้นที่ตั้งอยู่ในตำบลบ้านดู่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ห่างจากตัวเมืองประมาณ 8 กิโลเมตร โดยพื้นที่โครงการครอบคลุมทั้งส่วนปฏิบัติการทางอากาศ (Airside) พื้นที่สาธารณูปโภค และพื้นที่โดยรอบแนวเขตสนามบิน
ขอบเขตการดำเนินงานโดยละเอียดครอบคลุมถึง:
- การสร้างหมุดหลักฐานถาวร 5 คู่ (10 หมุด) โดยยึดโยงค่าพิกัด UTM บนระบบ WGS84 และระดับ MSL จากหมุดอ้างอิงของกรมแผนที่ทหารหรือหน่วยงานที่เชื่อถือได้
- การรังวัดหมุดหลักฐานอ้างอิงทางการบิน โดยใช้วิธี Static Survey ไม่น้อยกว่า 90 นาที และประมวลผลด้วยวิธี Post Processing
- การถ่ายค่าระดับแบบไป-กลับ (Two Run) โดยใช้กล้องวัดระดับอิเล็กทรอนิกส์และไม้เล็งระดับชนิดบาร์โค้ด ให้ได้ค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกินมาตรฐานงานแผนที่ชั้น 2
- การจัดทำจุดอ้างอิง (Reference Point) อย่างน้อย 3 จุดต่อหมุด เพื่อความสะดวกในการค้นหา
- การจัดทำแบบแสดงรายละเอียดหมุดหลักฐาน (Descriptions) ที่ชัดเจนและเป็นมาตรฐาน
โครงการนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการวางแผนบริหารจัดการ การวิเคราะห์ความเสี่ยง การบำรุงรักษา และการออกแบบระบบต่างๆ ภายในสนามบิน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และรองรับการพัฒนาในอนาคต
English summary
The Airports of Thailand Public Company Limited (AOT) is undertaking a project to survey and produce a Topographic Map for Mae Fah Luang - Chiang Rai International Airport. The primary objective is to enhance the airport’s management efficiency and safety. This project covers approximately 3,000 rai and focuses on collecting high-resolution and accurate topographic data in both 2D and 3D formats using advanced surveying technologies.
Key objectives include:
- Establishing at least 10 permanent benchmarks (5 pairs) as stable reference points for coordinates and elevations.
- Surveying and measuring horizontal and vertical coordinates of benchmarks and the project area according to AOT’s specified coordinate system.
- Producing high-accuracy digital topographic data (2D and 3D) covering the airport area and an additional 100-meter buffer zone.
- Generating vector data (points, lines, polygons) and contour lines.
- Collecting and displaying data on obstacles and hazards that may affect construction and safety.
The project is located in Baan Du Subdistrict, Mueang District, Chiang Rai Province, approximately 8 km north of Chiang Rai city. The scope encompasses the airside operations, utility areas, and surrounding zones.
The detailed scope of work involves:
- Creating 5 pairs (10 benchmarks) tied to UTM coordinates (WGS84) and Mean Sea Level (MSL) from established national benchmarks.
- Conducting aviation benchmark surveys using Static Survey methods for at least 90 minutes, with post-processing.
- Performing two-way leveling surveys with electronic digital levels and barcode staffs, adhering to Class 2 mapping standards.
- Establishing at least 3 reference points per benchmark for easy location.
- Preparing detailed benchmark description sheets for clear identification.
This project is crucial for planning, risk analysis, maintenance, and the design of various airport systems, ensuring efficient, safe operations and supporting future development.
ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อจัดตั้งหมุดหลักฐานถาวรจำนวนไม่น้อยกว่า 10 หมุด (อย่างน้อย 5 คู่) โดยใช้วิธีฝังนอตแบบขยายตัวลงบนพื้นคอนกรีตที่มั่นคงและเหมาะสมยากแก่การถูกทำลาย หรือหล่อหมุดคอนกรีตในจุดที่เหมาะสมกับลักษณะภูมิประเทศ เพื่อใช้เป็นจุดควบคุมอ้างอิงพิกัดถาวรในพื้นที่โครงการ
- เพื่อสำรวจรังวัดค่าพิกัดทางราบและค่าระดับทางดิ่ง ของหมุดหลักฐานและพื้นที่โครงการให้เป็นไปตามระบบพิกัดที่ ทอท. กำหนด เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลอ้างอิงทางตำแหน่งในการออกแบบและบริหารจัดการพื้นที่สนามบิน
- เพื่อสำรวจและจัดทำข้อมูลภูมิประเทศในรูปแบบดิจิทัลที่มีความละเอียดและความถูกต้องสูง ทั้งแบบ 2 มิติ (แผนที่ Topographic) และแบบ 3 มิติ (Digital Terrain Model, Point Cloud หรือ 3D Mesh) ครอบคลุมพื้นที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย รวมถึงพื้นที่โดยรอบแนวเขตที่ดินสนามบินออกไปไม่น้อยกว่า 100 เมตร
- เพื่อจัดทำข้อมูลเวกเตอร์ (Vector Data) ที่จำแนกเป็นจุด (Point), เส้น (Line), รูปปิด (Polygon) และเส้นชั้นความสูง (Contour) โดยครอบคลุมองค์ประกอบสำคัญที่ปรากฏชัดในภูมิประเทศ เช่น สิ่งปลูกสร้างถาวร เสาไฟฟ้า ถนน คลอง รางน้ำ บ่อน้ำ แนวรั้ว รวมถึงระบบสาธารณูปโภคอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
- เพื่อจัดเก็บและแสดงข้อมูลสิ่งกีดขวางและอุปสรรคที่อาจส่งผลต่อการก่อสร้างในพื้นที่โครงการ และบริเวณโดยรอบ เช่น สิ่งก่อสร้างภายนอกอาคาร แนวร่องน้ำ อาคารระบายน้ํา ถนน เส้นทางคมนาคม และสายไฟฟ้าแรงสูง
ขอบเขตของงาน
- งานหมุดหลักฐานถาวร (Bench Marks):
- สร้างหมุดหลักฐานถาวรอย่างน้อย 5 คู่ (10 หมุด) เพื่อใช้เป็นหมุดอ้างอิงในอนาคต โดยโยงยึดค่าพิกัดทางราบ Universal Transverse Mercator (UTM) บนเส้นฐาน World Geodetic System 1984 (WGS84) และระดับ Mean Sea Level (MSL) ออกจากหมุดหลักฐานของกรมแผนที่ทหาร หรือหน่วยงานราชการที่เชื่อถือได้
- รังวัดหมุดหลักฐานอ้างอิงทางการบินประจำสนามบิน โดยโยงยึดค่าพิกัดจากหมุดหลักฐานของกรมแผนที่ทหาร หรือหน่วยงานราชการที่เชื่อถือได้ หรือสถานี Global Navigation Satellites System Continuously Operating Reference Stations (GNSS CORS) ของศูนย์ข้อมูลค่าอ้างอิงพิกัดแบบต่อเนื่องแห่งชาติ (NCDC) เป็นหมุดควบคุมอย่างน้อย 10 หมุด
- ใช้วิธีการรังวัดสัญญาณดาวเทียมแบบสถิต (Static Survey) ไม่น้อยกว่า 90 นาทีต่อสถานี และประมวลผลด้วยวิธี Post Processing ปรับแก้โครงข่ายด้วย Least Squares
- การโยงค่าระดับทางดิ่ง (Levelling) ให้ดำเนินการแบบไป-กลับ (Two Run) โดยใช้กล้องวัดระดับอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Level) และไม้เล็งระดับชนิดบาร์โค้ด (Barcode Staff) ให้ได้ค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกินมาตรฐานงานแผนที่ชั้น 2 (+8 มิลลิเมตร√K)
- สร้างคู่หมุดหลักฐานแผนที่จำนวน 5 คู่ (10 หมุด) โดยหมุดหลักฐานถาวรต้องจัดสร้างเป็นหมุดคู่ ระยะห่างระหว่างหมุดไม่น้อยกว่า 200 เมตร และสามารถมองเห็นกันได้ โดยระยะห่างระหว่างคู่หมุดต้องไม่เกิน 2-3 กิโลเมตร
- การจัดทำจุดอ้างอิง (Reference Point) อย่างน้อย 3 จุดต่อหมุด เพื่อความสะดวกในการค้นหาหมุด
- การจัดทำแบบแสดงรายละเอียดหมุดหลักฐานหรือหมายพยานหมุดหลักฐานแผนที่ (Descriptions) ที่มีข้อความสั้น กระชับ สมบูรณ์ และภาพสเก็ตที่ตั้งหมุดชัดเจน
- งานสำรวจโยงค่าพิกัดทางราบให้เชื่อมโยงออกจากหมุดหลักฐานของกรมแผนที่ทหาร หรือสถานี GNSS Core Station ของ NCDC โดยใช้อุปกรณ์รับสัญญาณดาวเทียม GNSS ระบบ 2 ความถี่ (Dual Frequency: L1/L2) และทำการรังวัดแบบสถิต (Static Survey) โดยกำหนดให้มีหมุดหลักฐานอ้างอิง (Base Station) อย่างน้อย 2 หมุด รับสัญญาณ GNSS พร้อมกันไม่น้อยกว่า 90 นาที และมีดาวเทียมที่ใช้คำนวณไม่น้อยกว่า 4 ดวงตลอดช่วงเวลา
- การสำรวจและจัดทำข้อมูลภูมิประเทศ:
- จัดทำข้อมูลภูมิประเทศในรูปแบบดิจิทัลความละเอียดและความถูกต้องสูง ทั้งแบบ 2 มิติ (แผนที่ Topographic) และแบบ 3 มิติ (Digital Terrain Model, Point Cloud หรือ 3D Mesh)
- ครอบคลุมพื้นที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย รวมถึงพื้นที่โดยรอบแนวเขตที่ดินสนามบินออกไปไม่น้อยกว่า 100 เมตร
- การจัดทำข้อมูลเวกเตอร์ (Vector Data):
- จำแนกเป็นจุด (Point), เส้น (Line), รูปปิด (Polygon) และเส้นชั้นความสูง (Contour)
- ครอบคลุมองค์ประกอบสำคัญ เช่น สิ่งปลูกสร้างถาวร, เสาไฟฟ้า, ถนน, คลอง, รางน้ำ, บ่อน้ำ, แนวรั้ว, ระบบสาธารณูปโภคอื่น ๆ
- การจัดเก็บข้อมูลสิ่งกีดขวางและอุปสรรค:
- จัดเก็บและแสดงข้อมูลสิ่งกีดขวางและอุปสรรคที่อาจส่งผลต่อการก่อสร้าง เช่น สิ่งก่อสร้างภายนอกอาคาร, แนวร่องน้ำ, อาคารระบายน้ํา, ถนน, เส้นทางคมนาคม, สายไฟฟ้าแรงสูง
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- หมุดหลักฐานถาวรจำนวนไม่น้อยกว่า 10 หมุด (5 คู่) พร้อมเอกสารรายละเอียดและจุดอ้างอิง
- ข้อมูลพิกัดทางราบ (UTM) และค่าระดับทางดิ่ง (MSL) ของหมุดหลักฐานและพื้นที่โครงการ
- แผนที่ลักษณะภูมิประเทศ (Topographic Map) ในรูปแบบดิจิทัล 2 มิติ
- แบบจำลองพื้นที่ 3 มิติ (Digital Terrain Model, Point Cloud หรือ 3D Mesh)
- ข้อมูลเวกเตอร์ (Vector Data) ในรูปแบบจุด เส้น รูปปิด และเส้นชั้นความสูง (Contour)
- ข้อมูลสิ่งกีดขวางและอุปสรรคในพื้นที่โครงการและบริเวณโดยรอบ
- แบบแสดงรายละเอียดหมุดหลักฐานหรือหมายพยานหมุดหลักฐานแผนที่ (Descriptions)
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาโครงการ: ไม่ระบุชัดเจนใน TOR แต่ระบุว่าต้องจัดทำหมุดหลักฐานถาวรอย่างน้อย 5 คู่ (10 หมุด) และดำเนินการสำรวจรังวัดตามมาตรฐานที่กำหนด
- กำหนดการส่งมอบงาน: ไม่ระบุชัดเจนใน TOR
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่สอบราคาจ้างนี้
- ไม่เป็นผู้ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของทางราชการ และ/หรือ ของหน่วยงานอื่น ๆ ที่ได้ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
- ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้เสนอราคารายอื่นที่เข้าแข่งขันราคาในคราวเดียวกัน
- ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นอยู่กับกฎหมายของประเทศไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้เสนอราคาจะได้มีคำสั่งให้สละสิทธิ์ดังกล่าว
- เป็นผู้ที่ผ่านการคัดเลือกเบื้องต้น (Pre-qualification) (หากมี)
- Standards Compliance:
- การรังวัดค่าระดับทางดิ่งต้องเป็นไปตามมาตรฐานงานแผนที่ชั้น 2
- การสำรวจค่าระดับด้วยวิธี Geodetic Levelling จะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานงานระดับชั้นที่ 2
- การสำรวจโยงค่าพิกัดทางราบต้องได้ค่าความถูกต้องเทียบเท่างานชั้นที่ 1 ตามมาตรฐานข้อกำหนดชั้นข้อมูลหมุดหลักฐานแผนที่
- Experience:
- มีประสบการณ์ในการทำงานสำรวจรังวัดและจัดทำแผนที่ภูมิประเทศ (Topographic Map) หรือแผนที่ลักษณะภูมิประเทศด้วยระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) หรือระบบภาพถ่ายทางอากาศ (Aerial Photogrammetry) หรือระบบ Lidar หรือระบบ Drone Photogrammetry หรือระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
- มีประสบการณ์ในการทำงานกับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานราชการ (อาจมีระบุเป็นเงื่อนไขเพิ่มเติม)
- Previous Project Cost:
- มูลค่าโครงการที่เคยดำเนินการแล้วไม่น้อยกว่า [ระบุจำนวนเงิน หากมีใน TOR] บาท (ตามที่ ทอท. กำหนด)
- Technical Capabilities:
- มีเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ทันสมัยและเหมาะสมกับการปฏิบัติงานสำรวจรังวัดและจัดทำแผนที่ภูมิประเทศ เช่น เครื่องรับสัญญาณดาวเทียม GNSS ระบบ 2 ความถี่, กล้องวัดระดับอิเล็กทรอนิกส์, กล้อง Total Station, อุปกรณ์ Lidar, Drone (หากระบุ)
- มีโปรแกรมประมวลผลข้อมูลที่ทันสมัยและเหมาะสม
- Personnel:
- มีวิศวกรสำรวจ หรือนักสำรวจ ที่มีคุณวุฒิและประสบการณ์ตามที่ ทอท. กำหนด
- มีทีมงานที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์เพียงพอต่อการดำเนินงานโครงการ
- Exclude the basic requirements(valid business license, has a legal entity…): (ข้อกำหนดพื้นฐาน เช่น การจดทะเบียนนิติบุคคล ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (ถ้ามี) จะถูกพิจารณาตามกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ)
เกณฑ์การพิจารณา
- การพิจารณาคัดเลือกผู้เสนอราคา จะพิจารณาจาก:
- คุณสมบัติของผู้เสนอราคา
- ข้อเสนอทางด้านเทคนิค (Technical Proposal)
- ข้อเสนอทางด้านราคา (Financial Proposal)
- เกณฑ์การประเมินจะพิจารณาจากความเหมาะสมของข้อเสนอด้านเทคนิคและราคา โดยอาจใช้วิธีการประเมินแบบ “คุณภาพและราคา” (Quality and Cost Based Selection - QCBS) หรือวิธีอื่นตามที่ ทอท. กำหนด
- การพิจารณาจะคำนึงถึงความถูกต้อง แม่นยำ ของข้อมูล ความทันสมัยของเทคโนโลยีที่ใช้ ความสามารถของบุคลากร และราคาที่เสนอ
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- หมุดหลักฐานถาวร:
- การติดตั้งหมุดต้องมีความมั่นคง ยากแก่การถูกทำลาย หรือหล่อหมุดคอนกรีตในจุดที่เหมาะสม
- การรังวัดค่าพิกัดทางราบ UTM บนเส้นฐาน WGS84 และระดับ MSL
- การรังวัดด้วยเครื่องรับสัญญาณดาวเทียม GNSS ระบบ 2 ความถี่ (Dual Frequency: L1/L2) วิธี Static Survey
- การถ่ายค่าระดับด้วยกล้องวัดระดับอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Level) และไม้เล็งระดับชนิดบาร์โค้ด (Barcode Staff)
- ข้อมูลภูมิประเทศ:
- ความละเอียดและความถูกต้องสูง ทั้งแบบ 2 มิติ (แผนที่ Topographic) และแบบ 3 มิติ (Digital Terrain Model, Point Cloud หรือ 3D Mesh)
- ครอบคลุมพื้นที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย และพื้นที่โดยรอบออกไปไม่น้อยกว่า 100 เมตร
- ข้อมูลเวกเตอร์:
- จำแนกเป็น Point, Line, Polygon และ Contour
- ครอบคลุมสิ่งปลูกสร้างถาวร, เสาไฟฟ้า, ถนน, คลอง, รางน้ำ, บ่อน้ำ, แนวรั้ว, ระบบสาธารณูปโภค
- ข้อมูลสิ่งกีดขวาง:
- ระบุสิ่งก่อสร้างภายนอกอาคาร, แนวร่องน้ำ, อาคารระบายน้ํา, ถนน, เส้นทางคมนาคม, สายไฟฟ้าแรงสูง
เงื่อนไขสัญญา
- การชำระเงิน: (ระบุตามเงื่อนไขในสัญญา เช่น แบ่งจ่ายตามงวดงาน หรือเมื่อส่งมอบงานแล้วเสร็จ)
- ค่าปรับ: (ระบุอัตราค่าปรับกรณีล่าช้ากว่ากำหนด หรือไม่เป็นไปตามข้อกำหนด)
- การรับประกันผลงาน: (ระบุระยะเวลาการรับประกันผลงาน หากมี)
- การส่งมอบงาน: (ระบุรูปแบบและวิธีการส่งมอบงาน)
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร?
A: เพื่อสำรวจและจัดทำแผนที่ลักษณะภูมิประเทศ (Topographic Map) และแบบจำลองพื้นที่ 3 มิติ (3D Model) ของท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย และพื้นที่โดยรอบ เพื่อใช้ในการวางแผนบริหารจัดการ วิเคราะห์ความเสี่ยง และพัฒนาสนามบินให้มีประสิทธิภาพและปลอดภัย - Q: พื้นที่โครงการครอบคลุมบริเวณใดบ้าง?
A: ครอบคลุมพื้นที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ประมาณ 3,000 ไร่ และพื้นที่โดยรอบแนวเขตที่ดินสนามบินออกไปไม่น้อยกว่า 100 เมตร - Q: ข้อมูลภูมิประเทศที่จะจัดทำมีรูปแบบใดบ้าง?
A: จัดทำทั้งในรูปแบบ 2 มิติ (แผนที่ Topographic) และแบบ 3 มิติ (Digital Terrain Model, Point Cloud หรือ 3D Mesh) - Q: มีข้อกำหนดเกี่ยวกับหมุดหลักฐานถาวรอย่างไรบ้าง?
A: ต้องจัดตั้งหมุดหลักฐานถาวรอย่างน้อย 10 หมุด (5 คู่) โดยยึดโยงค่าพิกัดและระดับจากหมุดอ้างอิงของหน่วยงานราชการที่เชื่อถือได้ และต้องมีการจัดทำจุดอ้างอิงเพื่อความสะดวกในการค้นหา - Q: เทคโนโลยีการสำรวจที่ใช้ในโครงการนี้มีอะไรบ้าง?
A: ใช้เทคโนโลยีการสำรวจที่ทันสมัย เช่น เครื่องรับสัญญาณดาวเทียม GNSS ระบบ 2 ความถี่ (Dual Frequency), กล้องวัดระดับอิเล็กทรอนิกส์, และวิธีการรังวัดแบบสถิต (Static Survey) - Q: ข้อมูลเวกเตอร์ (Vector Data) ที่ต้องจัดทำครอบคลุมถึงอะไรบ้าง?
A: ครอบคลุมองค์ประกอบสำคัญที่ปรากฏชัดในภูมิประเทศ เช่น สิ่งปลูกสร้างถาวร, เสาไฟฟ้า, ถนน, คลอง, รางน้ำ, บ่อน้ำ, แนวรั้ว, และระบบสาธารณูปโภคอื่น ๆ - Q: มีการจัดเก็บข้อมูลสิ่งกีดขวางหรือไม่? ถ้ามี ครอบคลุมอะไรบ้าง?
A: มีการจัดเก็บและแสดงข้อมูลสิ่งกีดขวางและอุปสรรคที่อาจส่งผลต่อการก่อสร้าง เช่น สิ่งก่อสร้างภายนอกอาคาร, แนวร่องน้ำ, อาคารระบายน้ํา, ถนน, เส้นทางคมนาคม, และสายไฟฟ้าแรงสูง - Q: มาตรฐานความถูกต้องของข้อมูลที่ต้องการเป็นอย่างไร?
A: ต้องการข้อมูลที่มีความละเอียดและความถูกต้องสูง โดยการรังวัดค่าระดับต้องเป็นไปตามมาตรฐานงานแผนที่ชั้น 2 และการสำรวจพิกัดทางราบต้องเทียบเท่างานชั้นที่ 1 - Q: ผู้รับจ้างต้องมีประสบการณ์ในด้านใดบ้าง?
A: ต้องมีประสบการณ์ในการทำงานสำรวจรังวัดและจัดทำแผนที่ภูมิประเทศ หรือแผนที่ลักษณะภูมิประเทศด้วยระบบที่เกี่ยวข้อง และอาจต้องมีประสบการณ์ทำงานกับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจหรือราชการ - Q: ข้อมูลที่ได้จากโครงการนี้จะนำไปใช้ประโยชน์อย่างไร?
A: ใช้ในการวางแผนบริหารจัดการ, วิเคราะห์ความเสี่ยง, วางแผนการบำรุงรักษา, ออกแบบระบบต่าง ๆ ภายในสนามบินให้มีประสิทธิภาพและปลอดภัย, และรองรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในอนาคต
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
AOT
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
กระทรวงคมนาคม
งานจ้างสํารวจและจัดทําแผนที่ลักษณะภูมิประเทศ
(Topographic Map)
ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย
ข้อกาหนดรายละเอียดขอบเขตงาน
(Terms of Reference : TOR)
เมษายน 2569
ข้อกาหนดรายละเอียดขอบเขตงาน (Terms of Reference : TOR)
งานจ้างสํารวจและจัดทําแผนที่ลักษณะภูมิประเทศ (Topographic Map) ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย
ข้อกําหนดรายละเอียดขอบเขตงาน
(Terms of Reference)
หน้าที่ 2 ของ 17
- ความเป็นมา
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) (ทอท.) เป็นรัฐวิสาหกิจที่มีพันธกิจในการบริหารและส่งเสริมกิจการ ท่าอากาศยาน พร้อมทั้งดําเนินงานที่เกี่ยวข้องหรือสนับสนุนการดําเนินงานสนามบิน โดยยึดหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน และเป็นไปตามมาตรฐานของสํานักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) และองค์การการบินพลเรือน ระหว่างประเทศ (ICAO) ทอท. มีนโยบายส่งเสริมการนํานวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการบริหาร จัดการ และพัฒนา ท่าอากาศยาน เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง ความเสี่ยง และโอกาสทางธุรกิจในอนาคต
ดังนั้น ทอท. จึงได้จัดทําโครงการจ้างสํารวจและจัดทําแผนที่ลักษณะภูมิประเทศ (Topographic Map) ท่าอากาศแม่ฟ้าหลวง เชียงราย บนพื้นที่ประมาณ 3,000 ไร่ โดยมุ่งจัดเก็บข้อมูลภูมิประเทศที่มีความละเอียดถูกต้องสูง ทั้งในรูปแบบ 2 มิติ และ 3 มิติ ด้วยเทคโนโลยีการสํารวจที่ทันสมัย เพื่อใช้ในการวางแผน บริหารจัดการ วิเคราะห์ ความเสี่ยง วางแผนการบํารุงรักษา และออกแบบระบบต่าง ๆ ภายในสนามบินให้มีประสิทธิภาพและปลอดภัย ตลอดจนรองรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในอนาคต - วัตถุประสงค์
2.1 เพื่อจัดตั้งหมุดหลักฐานถาวรจํานวนไม่น้อยกว่า 10 หมุด (อย่างน้อย 5 คู่) โดยใช้วิธีฝังนอตแบบขยายตัว ลงบนพื้นคอนกรีตที่มั่นคงและเหมาะสมยากแก่การถูกทําลาย หรือหล่อหมุดคอนกรีตในจุดที่เหมาะสมกับลักษณะ ภูมิประเทศ เพื่อใช้เป็นจุดควบคุมอ้างอิงพิกัดถาวรในพื้นที่โครงการ
2.2 เพื่อสํารวจรังวัดค่าพิกัดทางราบและค่าระดับทางดิ่ง ของหมุดหลักฐานและพื้นที่โครงการให้เป็นไปตาม ระบบพิกัดที่ ทอท. กําหนด เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลอ้างอิงทางตําแหน่งในการออกแบบและบริหารจัดการพื้นที่สนามบิน
2.3 เพื่อสํารวจและจัดทําข้อมูลภูมิประเทศในรูปแบบดิจิทัลที่มีความละเอียดและความถูกต้องสูง ทั้งแบบ 2 มิติ (แผนที่ Topographic) และแบบ 3 มิติ (Digital Terrain Model, Point Cloud หรือ 3D Mesh) ครอบคลุม พื้นที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย อําเภอเมือง จังหวัดเชียงราย รวมถึงพื้นที่โดยรอบแนวเขตที่ดินสนามบิน ออกไปไม่น้อยกว่า 100 เมตร เพื่อให้สามารถวิเคราะห์องค์ประกอบด้านสภาพภูมิประเทศและสิ่งปลูกสร้างที่อาจมี
ผลกระทบต่อการบริหารจัดการและความปลอดภัยในการใช้ประโยชน์พื้นที่สนามบินอย่างครบถ้วน
ข้อกาหนดรายละเอียดขอบเขตงาน (Terms of Reference : TOR)
งานจ้างสํารวจและจัดทําแผนที่ลักษณะภูมิประเทศ (Topographic Map) ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย
หน้าที่ 3 ของ 17
2.4 เพื่อจัดทําข้อมูลเวกเตอร์ (Vector Data) ที่จําแนกเป็นจุด (Point), เส้น (Line), รูปปิด (Polygon) และ เส้นชั้นความสูง (Contour) โดยครอบคลุมองค์ประกอบสําคัญที่ปรากฏชัดในภูมิประเทศ เช่น สิ่งปลูกสร้างถาวร เสาไฟฟ้า ถนน คลอง รางน้ํา บ่อน้ํา แนวรั้ว รวมถึงระบบสาธารณูปโภคอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ๆ
2.5 เพื่อจัดเก็บและแสดงข้อมูลสิ่งกีดขวางและอุปสรรคที่อาจส่งผลต่อการก่อสร้างในพื้นที่โครงการ และบริเวณโดยรอบ เช่น สิ่งก่อสร้างภายนอกอาคาร แนวร่องน้ํา อาคารระบายน้ํา ถนน เส้นทางคมนาคม และสายไฟฟ้าแรงสูง เพื่อใช้ประกอบการวิเคราะห์ความเสี่ยงและวางแผนพัฒนาพื้นที่อย่างปลอดภัยและมี
ประสิทธิภาพ - ข้อมูลโครงการ
โครงการงานสํารวจและจัดทําแผนที่ภูมิประเทศ (Topographic Map) ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ตั้งอยู่ในตําบลบ้านดู่ อําเภอเมือง จังหวัดเชียงราย โดยพื้นที่โครงการตั้งอยู่ทางทิศเหนือของตัวเมืองเชียงราย ห่างจาก ใจกลางเมืองประมาณ 8 กิโลเมตร โดยพื้นที่รวมของโครงการครอบคลุมประมาณ 3,000 ไร่ ดังแสดงในแผนที่ประกอบ พื้นที่โครงการ (รูปที่ 1)
พื้นที่ภายในสนามบินแม่ฟ้าหลวง เชียงรายแบ่งการใช้งานออกเป็นหลากหลายเขต ได้แก่ 1) พื้นที่ปฏิบัติการ ทางอากาศ (Airside) ซึ่งรวมถึงทางวิ่ง ทางขับ ลานจอดอากาศยาน และสิ่งปลูกสร้างประกอบการบิน 2) พื้นที่ สาธารณูปโภคและสิ่งอํานวยความสะดวก เช่น อาคารสํานักงาน อาคารผู้โดยสาร อาคารคลังสินค้า สถานีดับเพลิง ศูนย์ ซ่อมบํารุง ฯลฯ โดยพื้นที่โครงการครอบคลุมทั้งพื้นที่ภายในเขตสนามบินและพื้นที่โดยรอบแนวเขตออกไปไม่น้อยกว่า 100 เมตร หรือเท่าที่สามารถเข้าพื้นที่ได้
ปัจจุบันท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย มีสิ่งปลูกสร้างและโครงสร้างพื้นฐานสําคัญหลายรายการ อาทิ อาคารผู้โดยสาร อาคารควบคุมการบิน อาคารคลังสินค้า ลานจอดอากาศยาน ระบบไฟฟ้าสนามบิน ระบบสาธารณูปโภคใต้ดิน ถนนภายในสนามบิน รวมถึงระบบบําบัดน้ําเสียและระบบระบายน้ํา
บ
Mae Fan Luang Chiang Rai International Airport
รูปที่ 1 พื้นที่ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย อําเภอเมือง จังหวัดเชียงราย - ขอบเขตการ…
2
ข้อก้าหนดรายละเอียดขอบเขตงาน (Terms of Reference : TOR) งานจ้างสํารวจและจัดทําแผนที่ลักษณะภูมิประเทศ (Topographic Map) ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย
หน้าที่ 4 ของ 17
ขอบเขตการดําเนินงาน
4.1 ขอบเขตของงาน
4.1.1 งานหมุดหลักฐานถาวร (Bench Marks)
4.1.1.1 สร้างหมุดหลักฐานถาวรอย่างน้อยจํานวน 5 คู่ (10 หมุด) เพื่อใช้เป็นหมุดอ้างอิงในการออกงานต่อไป ในอนาคต โดยโยงยึดค่าพิกัดทางราบ Universal Transverse Mercator (UTM) บนเส้นฐาน World Geodetic System 1984 (WGS84) และระดับ Mean Sea Level (MSL) ออกจากหมุดหลักฐาน ของกรมแผนที่ทหาร หรือ หน่วยงานราชการที่เชื่อถือได้ โดยต้องทําการขออนุมัติก่อนเริ่มดําเนินการ
4.1.1.2 การรังวัดหมุดหลักฐานอ้างอิงทางการบินประจําสนามบิน โดยทําการรังวัดโยงยึดค่า พิกัดจากหมุด หลักฐานของกรมแผนที่ทหาร หรือหน่วยงานราชการที่เชื่อถือได้ หรือสถานี Global Navigation Satellites System Continuously Operating Reference Stations (GNSS CORS) ของศูนย์ข้อมูลค่าอ้างอิงพิกัดแบบต่อเนื่องแห่งชาติ (National CORS Data Center : NCDC) เป็นหมุดควบคุมอย่างน้อย วิธีการรังวัดสัญญาณดาวเทียมแบบสถิต (Static Survey) ไม่น้อยกว่า 90 นาที โดยทําการรังวัด เพื่อโยงยึดค่าพิกัดหมุดหลักฐานกรมแผนที่ทหารหรือสถานี GNSS CORS ของศูนย์ข้อมูลค่าอ้างอิงพิกัดแบบต่อเนื่องแห่งชาติ (NCDC) เข้ามายังหมุดหลักฐานอ้างอิง ทางการบินใน สนามบิน จํานวน 10 หมุด เพื่อใช้เป็นหมุดควบคุมภายในสนามบินนั้นต่อไป สามารถจําแนกวิธีการรังวัด ได้ดังนี้
- โยงยึดค่าพิกัดทางราบ UTM บนเส้นฐาน WGS 1984 และระดับเทียบระดับน้ําทะเลปานกลาง (MSL) ออกจากหมุดหลักฐาน GPS ของกรมแผนที่ทหาร หรือหน่วยงานราชการที่เชื่อถือได้ หรือหมุด Core Station ของศูนย์ ข้อมูลอ้างอิงพิกัดแบบต่อเนื่องแห่งชาติ (NCDC) โดยใช้เครื่องรับสัญญาณดาวเทียม (GPS) 2 ความถี่ ใช้วิธีตั้งรับ สัญญาณดาวเทียมพร้อมกันจํานวน 2 เครื่อง (Differential GPS) โดยการตั้งรับสัญญาณด้วยระบบ Static Mode สถานีละประมาณ 1.30 ชั่วโมง และคํานวณประมวลผลด้วยวิธี Post Processing ปรับแก้โครงข่ายด้วย Least
Squares - การโยงค่าระดับทางดิ่ง (Levelling) ให้ดําเนินการถ่ายค่าระดับแบบไป-กลับ (Two Run) โดยเริ่มจาก หมุดที่ทราบค่าระดับน้ําทะเลปานกลาง (Mean Sea Level : MSL) และปิดกลับเข้าที่หมุดที่ทราบค่าระดับน้ําทะเล ปานกลางอีกจุดหนึ่ง เพื่อให้สามารถตรวจสอบความถูกต้องของการรังวัดได้ โดยการคํานวณค่าความคลาดต้องไม่เกิน มาตรฐานงานแผนที่ชั้น 2 ซึ่งกําหนดให้ค่าความผิดพลาดไม่เกิน +8 มิลลิเมตร√K (K = ระยะทางหน่วยกิโลเมตร) การสํารวจต้องใช้กล้องวัดระดับอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Level) ร่วมกับไม้เล็งระดับชนิดบาร์โค้ด (Barcode Staff) โดยกล้องวัดระดับต้องมีค่าความคลาดเคลื่อนแนวเล็ง (Collimation Error) ไม่เกิน ±0.15 มิลลิเมตร/เมตร ทั้งนี้การสํารวจค่าระดับด้วยวิธี Geodetic Levelling จะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานงานระดับชั้นที่ 2 และอ้างอิงหมุด ควบคุมหลักฐานระดับของกรมแผนที่ทหาร หรือหน่วยงานราชการที่เชื่อถือได้เป็นหลักฐานเริ่มต้นและสิ้นสุดการ
โยงระดับ
223
4.1.1.3 จะต้อง…
ข้อกําหนดรายละเอียดขอบเขตงาน (Terms of Reference : TOR) งานจ้างสํารวจและจัดทําแผนที่ลักษณะภูมิประเทศ (Topographic Map) ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย
หน้าที่ 5 ของ 17
4.1.1.3 จะต้องดําเนินการสร้างคู่หมุดหลักฐานแผนที่ จํานวน 5 คู่ (10 หมุด) เพื่อใช้เป็นหมุดอ้างอิงสําหรับ การรังวัดพื้นที่โครงการ โดยหมุดหลักฐานแผนที่ถาวรต้องจัดสร้างเป็นหมุดคู่ ระยะห่างระหว่างหมุดไม่น้อยกว่า 200 เมตร และสามารถมองเห็นกันได้โดยไม่มีสิ่งกีดขวางแนวเล็ง ระยะห่างระหว่างคู่หมุดต้องไม่เกิน 2–3 กิโลเมตร การจัดสร้างให้ดําเนินการโดยวิธีหล่อคอนกรีตผิวเรียบ ฝังหัวหมุดทําจากโลหะปลอดสนิมอยู่กึ่งกลางหมุด มีหมายเลข กํากับและตัวอักษรแสดงรายละเอียดไว้อย่างชัดเจน หรืออาจดําเนินการโดยการสกัดหมุดกับโครงสร้างของสิ่งปลูกสร้าง ที่มีความแข็งแรง เช่น สะพาน คสล. หรือเขื่อน คสล. ทั้งนี้ ต้องคํานึงถึงความเหมาะสม ไม่มีการทรุดตัว หรือเสี่ยง ต่อการถูกทําลาย ตําแหน่งของหมุดหลักฐานต้องได้รับการพิจารณาและอนุมัติจากคณะกรรมการฯ ก่อนดําเนินการ ก่อสร้าง โดยรูปแบบหมุดหลักฐานตามภาคผนวก ก สามารถปรับแก้รายละเอียดหมุดหลักฐานถาวรได้ ตามความเหมาะสม แต่ต้องได้รับความเห็นชอบและอนุมัติจาก ทอท. ก่อนนําไปใช้เป็นแบบหมุดหลักฐานถาวรใหม่
4.1.1.4 การจัดทําจุดอ้างอิง (Reference Point) ของหมุดให้จัดทําอย่างน้อย 3 จุด เพื่อความสะดวกในการ ค้นหาหมุด จุดอ้างอิงอาจจะเป็นสิ่งก่อสร้างถาวร หรือวัตถุตามธรรมชาติที่เด่นชัด ซึ่งอยู่ใกล้หมุดในระยะที่เหมาะสม และคาดว่าจะไม่ถูกทําลายและสูญหายไป เช่น ต้นไม้ใหญ่ มุมบ้าน โดยสามารถวัดระยะระหว่างหมุดกับจุดอ้างอิงได้ โดยตรงเพื่อที่จะสามารถหาตําแหน่งของหมุด โดยวิธีสกัดกลับได้ในกรณีที่หมุดหลักฐานถูกดินกลบหรือถูกทําลายไป
4.1.1.5 การจัดทําแบบแสดงรายละเอียดหมุดหลักฐานหรือหมายพยานหมุดหลักฐานแผนที่ (Descriptions)
เป็นแบบบันทึกรายละเอียดที่ตั้งและข้อมูลที่สําคัญของหมุดหลักฐาน ได้แก่ ค่าพิกัดทางแนวราบและค่าระดับทาง แนวดิ่งเพื่อให้สามารถค้นหาหลักฐานนั้นได้ง่าย ข้อความอธิบายรายละเอียดในแบบแสดงที่ตั้งหมุดหลักฐานต้องสั้น กะทัดรัด มีใจความที่สมบูรณ์และเป็นแบบเดียวกัน ภาพสเก็ตที่ตั้งหมุดจะต้องชัดเจนมีรายละเอียดที่จําเป็นสําหรับ ค้นหาหมุดเท่านั้น เช่น ตําแหน่งทั่วไป ระบุบริเวณที่ตั้งของหมุด สถานที่ตั้งของหมุด ตําบล อําเภอ จังหวัด รวมทั้งเส้นทางใบการเข้าถึงหมุด โดยเริ่มจากจุดที่หาง่ายที่สุดแล้วบอกตําแหน่งที่แน่นอน ระบุวัตถุถาวรหรือ กึ่งถาวร ที่ใกล้เคียงที่สุด เช่น อาคารเรียน เสาธง ต้นไม้ใหญ่ ทําเป็นสัญลักษณ์ที่เข้าใจได้ง่าย แสดงทิศทางและระยะ จากหมุด ไปยังจุดอ้างอิง และต้องได้รับความเห็นชอบคณะกรรมการฯ ก่อนนําไปใช้เป็นแบบแสดงรายละเอียดหมุดหลักฐาน
หรือหมายพยานหมุดหลักฐานแผนที่
4.1.1.6 งานสํารวจโยงค่าพิกัดทางราบให้ดําเนินการเชื่อมโยงออกจากหมุดหลักฐานของกรมแผนที่ทหาร หรือสถานี GNSS Core Station ของศูนย์ข้อมูลอ้างอิงพิกัดแบบต่อเนื่องแห่งชาติ (NCDC) โดยใช้อุปกรณ์รับสัญญาณ ดาวเทียม GNSS ระบบ 2 ความถี่ (Dual Frequency: L1/L2) และทําการรังวัดแบบสถิต (Static Survey) โดยกําหนดให้มีหมุดหลักฐานอ้างอิง (Base Station) อย่างน้อย 2 หมุด ทั้งนี้ต้องทําการรับสัญญาณ GNSS พร้อมกัน ไม่น้อยกว่า 90 นาที และต้องมีดาวเทียมที่ใช้คํานวณไม่น้อยกว่า 4 ดวงตลอดช่วงเวลา การสํารวจต้องได้ค่าความ ถูกต้องเทียบเท่างานชั้นที่ 1 ตามมาตรฐานข้อกําหนดชั้นข้อมูลหมุดหลักฐานแผนที่ โดยเมื่อประมวลผลแล้วต้องมีค่า ความคลาดเคลื่อนของระยะเส้นฐาน (Baseline Error) ไม่เกิน ±10 PPM (Parts Per Million) ผลการประมวลผลต้อง
อยู่บนระบบ…