ซื้อยกเลิกประกาศเชิญชวน

ประกวดราคาซื้อคอนกรีตผสมเสร็จ จำนวน 1 รายการ สำหรับงานระบบชลประทานด้านเหนือน้ำ พื้นที่ 3,994 ไร่ โครงการระบบชลประทานอ่างเก็บน้ำโปร่งขุนเพชร (ระบบส่งน้ำด้านเหนืออ่าง) จังหวัดชัยภูมิ (สพญ.6)

กรมชลประทาน 69059342444
฿1,944,900 ปีงบ 2569 ประกาศ 11 มิ.ย. 2569 ชัยภูมิ
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้เป็นการจัดหาคอนกรีตผสมเสร็จ (Ready-Mixed Concrete) เพื่อใช้ในงานโครงสร้างทางวิศวกรรมภายใต้การกำกับดูแลของกรมชลประทาน โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้ได้วัสดุที่มีคุณภาพสูงและเป็นไปตามมาตรฐานสากล

ขอบเขตงานครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการผลิตที่โรงงาน การขนส่งด้วยรถโม่ผสมคอนกรีต (Mixer Truck) หรือรถกวน (Agitator Truck) จนถึงจุดเทคอนกรีต โดยผู้ผลิตต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบทุกชนิดให้เป็นไปตามมาตรฐานของกรมชลประทาน และต้องสามารถจัดส่งวัตถุดิบให้ตรวจสอบได้หากมีการร้องขอ

ข้อกำหนดทางเทคนิคที่สำคัญคือ การควบคุมค่าการยุบตัว (Slump) ต้องเป็นไปตามที่กำหนดอย่างเคร่งครัด ห้ามเพิ่มน้ำหน้างานเพื่อปรับค่าการยุบตัวโดยเด็ดขาด นอกจากนี้ยังมีการกำหนดเกณฑ์การเก็บตัวอย่างคอนกรีตเพื่อทดสอบกำลังอัด (Compressive Strength) ที่อายุ 28 วัน โดยหากผลการทดสอบไม่ผ่านเกณฑ์ ผู้รับจ้างต้องดำเนินการทดสอบเพิ่มเติม เช่น การเจาะเก็บตัวอย่าง (Core Test) หรือการทดสอบการรับน้ำหนักบรรทุก ตามมาตรฐานที่กำหนดด้วยค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างเอง ทั้งนี้ผู้ผลิตต้องจัดทำใบส่งของที่มีรายละเอียดครบถ้วน 11 รายการ เพื่อยืนยันคุณภาพและปริมาณก่อนการเทคอนกรีตในทุกครั้ง

English summary

The project involves the procurement of Ready-Mixed Concrete that meets TIS 213 standards or equivalent for irrigation and construction works under the Royal Irrigation Department. The scope includes production at a plant, transportation via Mixer/Agitator trucks, and strict quality control over raw materials (cement, stone, sand). Key requirements include strict Slump control (no water addition on-site), compressive strength testing at 28 days, and mandatory delivery documentation containing 11 specific data points to ensure consistency and compliance with engineering standards.

สถานที่ดำเนินการ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อจัดหาคอนกรีตผสมเสร็จที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน มอก.213 หรือเทียบเท่า
  • เพื่อให้มั่นใจว่าวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตเป็นไปตามมาตรฐานของกรมชลประทาน
  • เพื่อควบคุมคุณภาพการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานให้มีความแข็งแรงและปลอดภัย

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • คอนกรีตผสมเสร็จที่ผ่านการทดสอบค่าการยุบตัว (Slump Test) ตามเกณฑ์
  • ผลการทดสอบกำลังอัดของคอนกรีต (Compressive Strength) ที่อายุ 28 วัน
  • ใบส่งของคอนกรีตรวมข้อมูลสำคัญ 11 รายการ (ชื่อโรงงาน, เลขที่ใบส่งของ, เลขรถ, ชื่อผู้ซื้อ, สถานที่, ประเภท/ชั้นคุณภาพ, ปริมาณ, เวลาเริ่ม/สิ้นสุด, ค่าการยุบตัว, ขนาดมวลรวม, ชนิดและปริมาณสารผสมเพิ่ม)

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ไม่ได้ระบุระยะเวลาโครงการโดยรวมในเอกสารส่วนนี้ (ขึ้นอยู่กับแผนงานก่อสร้างหลัก)
  • การทดสอบกำลังอัดต้องดำเนินการที่อายุ 28 วัน

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: ผลิตภัณฑ์ต้องได้รับมาตรฐาน มอก.213 หรือเทียบเท่า
  • Standards Compliance: ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานวัสดุของกรมชลประทาน และมาตรฐานการทดสอบ ASTM C42 หรือ AC1 318 ในกรณีที่ผลทดสอบไม่ผ่าน
  • Experience: ผู้ผลิตต้องมีความสามารถในการออกแบบส่วนผสม (Mix Design) ให้ได้ตามความต้องการเฉพาะของหน่วยงาน
  • Technical Capabilities: ต้องมีรถโม่ผสมคอนกรีต (Mixer Truck) หรือรถกวน (Agitator Truck) และระบบการควบคุมคุณภาพที่เข้มงวด
  • Personnel: ผู้ผลิตต้องสามารถจัดส่งวัตถุดิบให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้ทันทีเมื่อมีการร้องขอ

เกณฑ์การพิจารณา

  • การพิจารณาจากความครบถ้วนของมาตรฐานผลิตภัณฑ์ (มอก.213)
  • ความสามารถในการควบคุมคุณภาพหน้างาน (Slump Control)
  • ความถูกต้องของข้อมูลในเอกสารการส่งมอบคอนกรีต

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • คอนกรีตต้องมีความสม่ำเสมอและเป็นไปตามมาตรฐาน มอก.213
  • การทดสอบกำลังอัด: เก็บตัวอย่างทรงกระบอก (15x30 ซม.) หรือลูกบาศก์ (15x15x15 ซม.) ตามความเหมาะสมของปริมาณการเท
  • เกณฑ์การยอมรับ: ค่าเฉลี่ย 3 แท่งต้องไม่ต่ำกว่าที่กำหนด โดยอนุโลมให้ 1 แทงต่ำกว่าได้ไม่เกิน 15% (แต่ต้องไม่น้อยกว่า 85% ของค่าที่กำหนด)
  • การทดสอบพิเศษ: หากไม่ผ่านเกณฑ์ ต้องทำ Core Test หรือ Strength Evaluation ตามมาตรฐานสากล

เงื่อนไขสัญญา

  • ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการทดสอบกรณีผลการทดสอบกำลังอัดไม่ผ่าน (Core Test / Strength Evaluation)
  • การส่งมอบต้องมีเอกสารประกอบครบถ้วนตามที่กำหนดในข้อ 2.6

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • คอนกรีตที่ใช้ต้องได้รับมาตรฐานใด? (ตอบ: ต้องได้มาตรฐาน มอก.213 หรือเทียบเท่า)
    • สามารถเติมน้ำหน้างานเพื่อเพิ่มค่าการยุบตัวได้หรือไม่? (ตอบ: ไม่ได้เด็ดขาด)
    • หากผลทดสอบกำลังอัดไม่ผ่านต้องทำอย่างไร? (ตอบ: ผู้รับจ้างต้องจัดทำการทดสอบ Core Test หรือ Strength Evaluation โดยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง)
    • การส่งมอบคอนกรีตต้องมีข้อมูลอะไรบ้างในใบส่งของ? (ตอบ: ต้องมี 11 รายการ เช่น ชื่อโรงงาน, เลขรถ, ค่าการยุบตัว, ปริมาณ และรายละเอียดสารผสมเพิ่ม)
    • ใครเป็นผู้รับผิดชอบในการออกแบบส่วนผสมคอนกรีต? (ตอบ: ผู้ผลิตต้องรับผิดชอบในการออกแบบส่วนผสมเพื่อให้ได้คุณลักษณะตามที่กรมชลประทานต้องการ)
    • การทดสอบกำลังอัดจะวัดที่อายุเท่าใด? (ตอบ: ทดสอบที่อายุ 28 วัน)
    • หากเทคอนกรีตมากกว่า 50 ลูกบาศก์เมตร ต้องเก็บตัวอย่างอย่างไร? (ตอบ: ให้เก็บตัวอย่าง 1 ชุด ทุกๆ การเทคอนกรีต 50 ลูกบาศก์เมตร)
    • วัตถุดิบที่ใช้ผลิตต้องเป็นไปตามมาตรฐานของใคร? (ตอบ: ต้องเป็นไปตามมาตรฐานวัสดุของกรมชลประทาน)
    • หน่วยวัดปริมาตรคอนกรีตที่ใช้คืออะไร? (ตอบ: ลูกบาศก์เมตร)
    • การทดสอบค่าการยุบตัวควรทำเมื่อใด? (ตอบ: ควรทำเมื่อมีการเก็บแท่งตัวอย่าง และสุ่มทดสอบเพื่อให้มั่นใจในความสม่ำเสมอ)

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

รายการรายละเอียด
(SPECIFICATIONS)
คอนกรีตผสมเสร็จ
59

  1. ลักษณะทั่วไป
    คอนกรีตผสมเสร็จ ได้แก่ คอนกรีตที่ใช้เครื่องผสมคอนกรีตที่ติดตั้งอยู่ที่โรงงาน และขนส่งโดย รถโม่ผสมคอนกรีต (Mixer Truck) หรือรถกวน (Agitator Truck) ไปยังจุดที่จะทําการเทคอนกรีต หรือ การผสมคอนกรีตโดยใช้รถโม่ผสมคอนกรีต (Mixer Truck) โดยชั่งตวงวัตถุดิบลงในรถโม่ผสมคอนกรีต จากโรงงานโดยตรง และทําการผสมคอนกรีตในรถโม่ผสมคอนกรีตดังกล่าวจนได้เนื้อคอนกรีตที่ สม่ําเสมอ และต้องมีคุณภาพตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.213 หรือเทียบเท่า
  2. คุณลักษณะเฉพาะ
    ดังนี้
    เมื่อไม่กําหนดเป็นอย่างอื่น กําหนดให้คอนกรีตผสมเสร็จต้องมีคุณลักษณะเฉพาะตามที่กําหนด
    2.1 หน่วยที่ใช้ในการซื้อขายคอนกรีต คือ ปริมาตรเป็นลูกบาศก์เมตร ค่าการยุบตัวเป็นเซนติเมตร กําลังอัด เป็นกิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร (ทดสอบด้วยตัวอย่างทรงกระบอกมาตรฐาน 8 15x30 เซนติเมตร)
    2.2 ให้ผู้ผลิตเป็นผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตคอนกรีต เช่น ปูนซีเมนต์ หิน ทราย น้ํา และสารผสมเพิ่มอื่นๆ ให้เป็นไปตามมาตรฐานวัสดุของกรมชลประทาน โดยผู้ควบคุมงานของ กรมชลประทานสามารถร้องขอให้ผู้ผลิตจัดส่งวัตถุดิบในการผลิตคอนกรีตเพื่อทําการตรวจสอบได้หาก
    เกิดข้อสงสัยขึ้น
    2.3 การกําหนดส่วนผสม ให้กรมชลประทานสามารถกําหนดอัตราส่วนผสมคอนกรีตให้ผู้ผลิต ดําเนินการผลิตตามที่กําหนด หรือผู้ผลิตรับผิดชอบในการออกแบบส่วนผสมคอนกรีตเพื่อให้ได้
    คุณลักษณะของคอนกรีตตามที่กรมชลประทานต้องการ
    2.4 ผู้ผลิตต้องควบคุมค่าการยุบตัว (Slump) ของคอนกรีตให้อยู่ในช่วงที่กรมชลประทานระบุโดย เคร่งครัด ห้ามเติมน้ําเพียงอย่างเดียวลงในส่วนผสมคอนกรีตที่หน้างานเพื่อเพิ่มค่าการยุบตัวโดยเด็ดขาด
    ซึ่งการทดสอบค่าการยุบตัวควรทําเมื่อมีการเก็บแท่งตัวอย่าง และทําการสุ่มทดสอบเพื่อให้แน่ใจว่า
    คอนกรีตมีคุณสมบัติสม่ําเสมอ ทั้งนี้ขึ้นกับการพิจารณาของผู้ควบคุมงานของกรมชลประทาน
    2.5 การทดสอบกําลังอัดของคอนกรีต ให้เก็บแท่งตัวอย่างทรงลูกบาศก์มาตรฐาน ขนาด 15x15x15 เซนติเมตร อย่างน้อย 1 ชุด (6 แท่ง) ทุกๆ ครั้งของการเทคอนกรีต และถ้ามีการเทคอนกรีตปริมาณ
    60
    มากกว่า 50 ลูกบาศก์เมตร ควรเก็บแท่งตัวอย่าง 1 ชุด ทุกๆ การเทคอนกรีต 50 ลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้ขึ้นอยู่ กับการพิจารณาของผู้ควบคุมงานของกรมชลประทาน โดยค่าเฉลี่ยของผลการทดสอบกําลังอัดที่อายุ 28 วัน (3 แท่ง) ต้องไม่ต่ํากว่ากําลังอัดตามที่แบบกําหนด โดยยอมให้ค่ากําลังอัดที่ทดสอบได้ของคอนกรีต จํานวน 1 แท่ง ต่ํากว่าข้อกําหนดได้แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ของค่ากําลังอัดที่แบบกําหนด ในกรณีที่ ผลการทดสอบกําลังอัดไม่ผ่านเกณฑ์ที่กําหนด ผู้รับจ้างสามารถร้องขอต่อคณะกรรมการตรวจการจ้างให้ ทําการทดสอบกําลังของคอนกรีตที่โครงสร้าง เช่น คอนกรีตเจาะ (Core Test) ตาม ASTM C42 หรือโดย การทดสอบการรับน้ําหนักบรรทุก ตาม AC1 318 (Strength Evaluation of Existing Structure) โดยผู้รับ จ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบทั้งหมด ซึ่งการทดสอบทุกวิธีให้ทดสอบโดยหน่วยงานของ
    กรมชลประทาน
    2.6 การจัดส่งคอนกรีตต้องมีข้อมูลรายละเอียดในเอกสารจัดส่งคอนกรีต ไม่น้อยกว่าที่กําหนดดังนี้
    (1) ชื่อโรงงานที่ผลิต หรือชื่อผู้จัดจําหน่าย หรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้ว
    (2) ลําดับที่ของใบส่งของ
    (3) เลขที่รถ
    (4) ชื่อผู้ซื้อ
    (5) ชื่อและสถานที่งาน
    (6) ประเภท และชั้นคุณภาพของคอนกรีต
    (7) ปริมาณคอนกรีต
    (8) เวลาที่เริ่มผสมและระยะเวลาที่ถ่ายคอนกรีตหมด
    (9) ค่าการยุบตัว
    (10) ขนาดโตสุดของมวลรวม
    (11) ชนิดและปริมาณสารผสมเพิ่ม