จ้างก่อสร้างยกเลิกประกาศเชิญชวน

ประกวดราคาจ้างก่อสร้างแผนจัดหา งานงานกลุ่มงบงานโครงการก่อสร้างปรับปรุงอาคารและสิ่งปลูกสร้าง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ โครงการปรับปรุงและพัฒนาหน่วย มทบ. ของ ทภ.๓ ระยะที่ ๒ (งานซ่อมแซมเรือนแถวนายทหารชั้นประทวน หมายเลข ๑๙๕ ๑๔ ของ มทบ.๓๓)

กองทัพบก 69059333871
฿1,455,700 ปีงบ 2569 ประกาศ 8 มิ.ย. 2569 พิษณุโลก
รายละเอียดการจ้าง

เอกสารฉบับนี้ระบุหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณค่า K (Escalation Factor) สำหรับสัญญาจ้างก่อสร้างที่สามารถปรับราคาได้ เพื่อคุ้มครองผู้รับจ้างและหน่วยงานรัฐจากความผันผวนของราคาสินค้าและวัสดุก่อสร้าง โดยมีสาระสำคัญดังนี้:

  1. เงื่อนไขทั่วไป: ใช้กับงานก่อสร้างทุกประเภท รวมถึงการปรับปรุงและซ่อมแซม ผู้รับจ้างต้องแจ้งขอปรับราคาภายใน 90 วันนับจากส่งมอบงานงวดสุดท้าย และการตัดสินใจของสำนักงบประมาณถือเป็นที่สิ้นสุด
  2. สูตรการคำนวณ: ใช้สูตร P = (Po) x (K) โดย K จะถูกนำมาพิจารณาหากมีการเปลี่ยนแปลงของดัชนีราคามากกว่า 4% (ไม่คิด 4% แรก)
  3. หมวดงานหลัก: แบ่งออกเป็น 4 หมวดใหญ่ ได้แก่ งานอาคาร, งานดิน (รวมหินเรียงและเจาะระเบิด), งานทาง (ผิวทางและโครงสร้างคอนกรีต/เหล็ก), และงานระบบสาธารณูปโภค (ท่อต่างๆ)
  4. ดัชนีราคา: อ้างอิงจากกระทรวงพาณิชย์ โดยใช้ฐานปี 2530 เป็นเกณฑ์ในการคำนวณ
  5. การจ่ายเงิน: จ่ายตามงวดงานปกติก่อน แล้วจึงดำเนินการปรับเพิ่มหรือลดค่างานเมื่อทราบค่า K ที่แน่นอนของงวดนั้นๆ
English summary

This document outlines the criteria and formulas for calculating “K” (Escalation Factor) for government construction projects. It serves as a mechanism to adjust contract prices due to fluctuations in material costs. The scope includes building works, earthworks, road works, and utility systems. Key points include:

  1. General Conditions: Applicable to all types of construction, including renovations. Contractors must claim adjustments within 90 days after the final delivery.
  2. Calculation Formula: P = (Po) x (K), where K is applied if price indices change by more than 4%.
  3. Work Categories: Divided into four main categories: Buildings, Earthworks, Road Works, and Utility Systems, each with specific formulas based on various factors like cement, steel, fuel, and machinery.
  4. Indices: Based on Ministry of Commerce data using the year 1987 (B.E. 2530) as the base year.
  5. Payment: Regular installments are paid first; adjustments are calculated and processed once the specific K value for that period is confirmed.

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์การปรับค่างานก่อสร้างในกรณีที่ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเปลี่ยนแปลงสูงขึ้นหรือลดลง
  • เพื่อเป็นมาตรฐานในการคำนวณค่า K (Escalation Factor) สำหรับงานก่อสร้างหลายประเภทในสัญญาเดียว
  • เพื่อคุ้มครองผู้รับจ้างและหน่วยงานรัฐจากความผันผวนของราคาตลาด

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • รายงานการคำนวณค่า K สำหรับแต่ละงวดงาน
  • เอกสารสรุปการปรับค่างาน (เพิ่ม/ลด) ตามดัชนีราคาของกระทรวงพาณิชย์
  • บันทึกข้อตกลงเรื่องการเงินกับสำนักงบประมาณในกรณีที่มีการปรับเปลี่ยนค่างาน

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาแจ้งขอรับเงินเพิ่ม: ภายใน 90 วันนับแต่วันที่ผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานงวดสุดท้าย

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: ต้องเป็นผู้รับเหมาที่มีความเข้าใจในสูตรการคำนวณค่า K และสามารถแยกประเภทงานก่อสร้างตามหมวดที่กำหนดได้
  • Standards Compliance: การคำนวณต้องอ้างอิงดัชนีราคาจากกระทรวงพาณิชย์และใช้ฐานปี 2530
  • Experience: ไม่ระบุจำนวนปี แต่ผู้รับจ้างต้องมีความสามารถในการจัดการเอกสารและการคำนวณทางเทคนิคตามสูตรที่กำหนด
  • Technical Capabilities: ความสามารถในการแยกแยะประเภทงาน (อาคาร, ดิน, ทาง, สาธารณูปโภค) เพื่อใช้สูตร K ที่ถูกต้อง

เกณฑ์การพิจารณา

  • การพิจารณาค่า K จะต้องได้รับความเห็นชอบจากสำนักงบประมาณเป็นที่สิ้นสุด
  • การคำนวณต้องใช้ทศนิยม 3 ตำแหน่งในทุกขั้นตอนโดยไม่มีการปัดเศษ
  • การปรับค่างานจะเกิดขึ้นเมื่อค่า K เปลี่ยนแปลงไปจากเดือนเปิดซองมากกว่า 4% ขึ้นไป (ไม่คิด 4% แรก)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • หมวดที่ 1 งานอาคาร: ใช้สูตรคำนวณที่เน้นดัชนีราคาวัสดุทั่วไป, ซีเมนต์, วัสดุก่อสร้าง, เหล็ก และแรงงาน
  • หมวดที่ 2 งานดิน: แบ่งเป็นงานดินทั่วไป (Earthwork), หินเรียง (Stone Masonry) และงานเจาะระเบิดหิน
  • หมวดที่ 3 งานทาง: ครอบคลุม Prime Coat, Asphaltic Concrete, งานคอนกรีตเสริมเหล็ก และโครงสร้างเหล็ก
  • หมวดที่ 4 งานระบบสาธารณูปโภค: แบ่งตามประเภทท่อ (AC, PVC, เหล็กกล้า, PE) และลักษณะการติดตั้ง

เงื่อนไขสัญญา

  • การจ่ายเงินงวดปกติจะจ่ายก่อน ส่วนส่วนต่างจากการปรับราคาจะคำนวณและตกลงกับสำนักงบประมาณภายหลัง
  • หากผู้รับจ้างส่งมอบงานล่าช้าเนื่องจากความผิดของตน ให้ใช้ค่า K ของเดือนสุดท้ายตามอายุสัญญา หรือเดือนที่ส่งจริง (แล้วแต่ว่าตัวใดน้อยกว่า)
  • การเรียกเงินเพิ่มต้องทำภายใน 90 วันหลังจากส่งมอบงวดสุดท้าย มิเช่นนั้นจะเสียสิทธิ์

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

สูตรการคา นวณเงินชดเชยค่างานก่อสร้าง ( ค่า K )
(1) เงื่อนไขและหลักเกณฑ์

  1. สัญญาแบบปรับราคาไดน้้ีใหใ้ชก้ บังานก่อสร้างทุกประเภท รวมถึงงานปรับปรุงและซ่อมแซม ซ่ึงเบิกจ่ายค่างานในลกัษณะหมวดค่าครุภณั ฑ์ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง หมวดเงินอุดหนุนและหมวดรายจ่าย อื่นที่เบิกจ่ายในลกัษณะค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้างที่อยใู่ นเงื่อนไขและหลกัเกณฑต์ ามที่ไดก้า หนดน้ี 2. สัญญาแบบปรับราคาไดน้้ีใหใ้ชท้ ้งัในกรณีเพิ่มหรืดลดค่างานจากค่างานเดิมตามสัญญาเมื่อ ดชันีราคาซ่ึงจดัทา ข้ึนโดยกระทรวงพาณิชย์มีการเปลี่ยนแปลงสูงข้ึนหรือลดลงจากเดิมขณะเมื่อวันเปิ ดซอง ประกวดราคา ส าหรับกรณีที่จัดจ้างโดยวิธีอื่น ให้ใช้วันเปิ ดซองราคาแทน
  2. การนา สัญญาแบบปรับราคาไดไ้ปใชน้ ้นั ผวู้า่ จา้งตอ้งแจง้และประกาศใหผ้รู้ับจา้งทราบ เช่นใน ประกาศประกวดราคาฯ และตอ้งระบุในสัญญาจา้งดว้ยวา่ งานจา้งเหมาน้นั ๆ จะใชส้ ัญญาแบบปรับราคาได้ พร้อมท้งักา หนดประเภทของงานก่อสร้าง สูตรและวธิีการคา นวณที่ใหม้ีการปรับเพิ่มหรือลดค่างานไวใ้หช้ ดัเจน ในกรณีที่มีงานก่อสร้างหลายประเภทในงานจา้งคราวเดียวกนั จะตอ้งแยกประเภทงาน ก่อสร้าง แต่ละประเภทใหช้ ดัเจนตามลกัษณะของงานก่อสร้างน้นั ๆ และใหส้อดคลอ้งกบั สูตรที่กา หนดไว้ 4. การขอเงินเพิ่มค่างานก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาไดน้้ีเป็นหนา้ที่ของผรู้ับจา้งที่จะตอ้งเรียกร้อง ภายในกา หนด 90วนั นบั ต้งัแต่วนั ที่ผรู้ับจา้งไดส้่งมอบงานงวดสุดทา้ยหากพน้กา หนดน้ีไปแลว้ ผรู้ับจา้งไม่มี สิทธิที่จะเรียกร้องเงินเพิ่มค่างานก่อสร้างจากผวู้า่ จา้งไดอ้ีกต่อไปและในกรณีที่ผวู้า่ จา้งจะตอ้งเรียกเงินคืนจาก ผรู้ับจา้ง ใหผ้วู้า่ จา้งที่เป็นคู่สัญญารีบเรียกเงินคืนจากผรู้ับจา้งโดยเร็ว หรือใหห้ กัค่างานของงวดต่อไป หรือให้หกัเงินจากหลกัประกนั สัญญาแลว้แต่กรณี
  3. การพิจารณาคา นวณเงินเพิ่มหรือลด และการจ่ายเงินเพิ่มหรือเรียกคืนจากผรู้ับจา้งตามเงื่อนไข ของสัญญาแบบปรับราคาได้ ต้องได้รับการตรวจสอบและเห็นชอบจากส านักงบประมาณและให้ถือการพิจารณา วนิิจฉยัของสา นกังบประมาณเป็นที่สิ้นสุด
    (2) ประเภทงานก่อสร้างและสูตรทใี่ ช้กบัสัญญาแบบปรับราคาได้
    ในการพิจารณาเพิ่มหรือลดราคาค่างานจา้งเหมาก่อสร้างใหค้า นวณตามสูตรดงัน้ี
    P = (Po) x (K)
    กา หนดให้P = ราคาค่างานต่อหน่วยหรือราคาค่างานเป็นงวดที่จะตอ้งจ่ายใหผ้รู้ับจา้ง
    Po = ราคาค่างานต่อหน่วยที่ผรู้ับจา้งประมูลได้หรือราคาค่างานเป็นงวดซ่ึงระบุไวใ้นสัญญาแลว้แต่กรณี K = ESCALATION FACTOR ที่หักด้วย 4% เมื่อตอ้งเพิ่มค่างานหรือบวกเพิ่ม 4%
    เมื่อตอ้งเรียกค่างานคืน ESCALATION FACTOR K หากไดจ้ากสูตร ซ่ึงแบ่งตามประเภทและ ลกัษณะงานดงัน้ี
    /หมวดที่ 1…
    -2 -
    หมวดที่ 1 งานอาคาร
    งานอาคาร หมายถึง ตวัอาคารเช่น ที่ทา การโรงเรียน โรงพยาบาล หอพกั ที่พกัอาศยั หอประชุม อฒั จนั ทร์ยมิเนเซียม สระวา่ ยน้า โรงอาหารคลงัพสั ดุโรงงาน ร้ัวเป็นตน้ และใหห้ มายความรวมถึง 1.1ไฟฟ้าของอาคารบรรจบถึงสายเมนจา หน่ายแต่ไม่รวมถึงหมอ้แปลงและระบบไฟฟ้า ภายในบริเวณ
    1.2 ประปาของอาคารบรรจบถึงท่อเมนจา หน่ายแต่ไม่รวมถึงระบบประปาภายในบริเวณ 1.3 ระบบท่อหรือระบบสายต่าง ๆ ที่ติดหรือฝังอยใู่ นส่วนของอาคารเช่น ท่อปรับอากาศ ท่อก๊าซ สายไฟฟ้าสา หรับเครื่องปรับอากาศ สายล่อฟ้า ฯลฯ
    1.4 ทางระบายน้า ของอาคารจนถึงทางระบายน้า ภายนอก
    1.5 ส่วนประกอบที่จา เป็นสา หรับอาคารเฉพาะส่วนที่ติดกบัอาคารโดยตอ้งสร้างหรือประกอบ พร้อมกบัการก่อสร้างอาคารแต่ไม่รวมถึงเครื่องจกัรหรือเครื่องมือกลที่นา มาประกอบหรือติดต้งั เช่น ลิฟท์ เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องสูบน้า เครื่องปรับอากาศ พัดลม ฯลฯ
    1.6 ทางเทา้รอบอาคาร ดินถม ดินตกั ห่างจากอาคารโดยรอบไม่เกิน 3 เมตร ใช้สูตร K = 0.25 + 0.15 It/Io + 0.10 Ct/Co + 0.40 Mt/Mo + 0.10 St/So
    หมวดที่ 2 งานดิน
    2.1 งานดิน หมายถึง การขุดดิน การตักดิน การบดอัดดิน การขุดเปิ ดหน้าดิน การเกลี่ย บดอัดดิน การขุด-ถมบดอดัแน่นเขื่อน คลองคนัคลองคนัก้นั น้า คนั ทาง ซ่ึงตอ้งใชเ้ครื่องจกัรเครื่องมือกลปฏิบตัิงาน ส าหรับการถมดินให้หมายความถึงการถมดินหรือทรายหรือวัสดุอื่น ที่มีการควบคุม คุณสมบตัิของวสั ดุน้นั และมีขอ้กา หนดวธิีการถม รวมถึงมีการบดอดัแน่นโดยใชเ้ครื่องจกัรเครื่องมือกล เพื่อให้ได้มาตรฐานตาม ที่กา หนดไว้เช่นเดียวกบังานก่อสร้างถนนหรือเขื่อน ชลประทาน
    ท้งัน้ีใหร้วมถึงงานประเภท EMBANKMENT , EXCAVATION , SUBBASE , SELECTED MATERIAL , UNTREATED BASE และSHOULDER
    ใช้สูตร K =0.30 + 0.10 It/Io + 0.40 Et/Eo + 0.20 Ft/Fo
    2.2 งานหินเรียง หมายถึง งานหินขนาดใหญ่นา มาเรียงกนั เป็นช้นั ให้เป็นระเบียบจนไดค้วามหนา ที่ตอ้งการโดยในช่องวา่ งระหวา่ งหินใหญ่จะแซมดว้ยหินยอ่ ยหรือกรวดขนาดต่าง ๆ และทราย ใหเ้ตม็ ช่องวา่ ง มีการควบคุมคุณสมบัติของวสั ดุและมีขอ้กา หนดวธิีปฏิบตัิโดยใชเ้ครื่องจกัร เครื่องมือกล หรือแรงคน และให้ หมายความรวมถึงงานหินทิ้ง งานหินเรียงยาแนว หรืองานหินใหญ่ที่มีลกัษณะคลา้ยคลึงกนั เพื่อการป้องกนั การกดัเซาะพงัทลายของลาดตลิ่งและทอ้งลา น้า
    ใช้สูตร K = 0.40 + 0.20 It/Io + 0.20 Mt/Mo + 0.20 St/So
    /2.3 งานเจาะ…
    -3 -
    2.3 งานเจาะระเบิดหิน หมายถึง งานเจาะระเบิดหินทวั่ ๆ ไป ระยะทางขนยา้ยไป-กลับประมาณ ไม่เกิน 2กิโลเมตรยกเวน้ งานเจาะระเบิดอุโมงคซ์ ่ึงตอ้งใชเ้ทคนิคช้นั สูง
    ใช้สูตร K = 0.45 + 0.15 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.20 Et/Eo + 0.10 Et/Fo
    หมวดที่ 3 งานทาง
    3.1 งานผิวทาง PRIME COAT , TACK COAT , SEAL COAT
    ใช้สูตร K = 0.30 + 0.40 At/Ao + 0.20 Et/Eo + 0.10 Ft/Fo
    3.2 งานผิวทางSURFACE TREATMENT SLURRY SEAL
    ใช้สูตร K = 0.30 + 0.10 Mt/Mo + 0.30 At/Ao + 0.20 Et/Eo + 0.10 Ft/Fo
    3.3 งานผิวทาง ASPHALTIC CONCRETE , PENETRATION MACADAM
    ใช้สูตร K = 0.30 + 0.10 Mt/Mo + 0.40 At/Ao + 0.10 Et/Eo + 0.10 Ft/Fo
    3.4 งานผิวถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก หมายถึง ผิวถนนคอนกรีตที่ใช้เหล็กเสริม ซึ่งประกอบด้วย ตะแกรงเหล็กเส้นหรือตะแกรงลวดเหล็กกล้าเชื่อมติด (MELDED STEEL WIRE FARRIC) เหล็กเดือย (DOWEL BAR) เหล็กยึด (DEFORMED TIE BAR) และรอยต่อต่าง ๆ (JOINT) ท้งัน้ีใหห้ มายความรวม ถึงแผน่ พ้ืนคอนกรีตเสริมเหล็กบริเวณคอสะพาน (R.C.BRIDGE APPROACH) ด้วย
    ใช้สูตร K = 0.30 + 0.10 It/Io + 0.35 Ct/Co + 0.10 Mt/Mo + 0.15 St/So
    3.5 งานท่อระบายน้า คอนกรีตเสริมเหล็กและงานบ่อพกั หมายถึง ท่อคอนกรีตเสริมเหล็กสา หรับงาน ระบายน้า (PRECAST REINFORCED CONCRETE DRAINAGE PIPE) งานรางระบายน้า คอนกรีต เสริมเหล็กและบริเวณลาดคอสะพานรวมท้งังานบ่อพกัคอนกรีตเสริมเหล็กและงานคอนกรีตเสริมเหล็กอื่น ที่มีรูปแบบและลกัษณะงานคลา้ยคลึงกนั เช่น งานบ่อพกั (MANHOLE) ท่อร้อยสายโทรศพั ท์ท่อร้อยสายไฟฟ้า เป็ นต้น
    ใช้สูตร K = 0.35 + 0.20 It/Io + 0.15 Ct/Co + 0.15 Mt/Mo + 0.15 St/So
    3.6 งานโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กและงานเขื่อนกนั ตลิ่ง หมายถึง สะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก โครงสร้างฐานรากคอนกรีตเสริมเหล็กคอสะพาน (R.C.BEARING UNIT) ท่อเหลี่ยมคอนกรีต เสริมเหล็ก (R.C.BOX CULVERT) หอถงัน้า โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กเขื่อนกนั ตลิ่งคอนกรีตเสริมเหล็ก ท่าเทียบเรือ คอนกรีตเสริมเหล็กและสิ่งก่อสร้างอื่นที่มีลกัษณะคลา้ยคลึงกนั
    ใช้สูตร K = 0.30 + 0.10 It/Io + 0.15 Ct/Co + 0.20 Mt/Mo + 0.25 St/So
    3.6 งานโครงสร้างเหล็กหมายถึงสะพานเหล็กสา หรับคนเดิมขา้มถนนโครงเหล็กสา หรับติดต้งัป้าย จราจรชนิดแขวนสูง เสาไฟฟ้าแรงสูง เสาวทิยุเสาโทรทศัน์หรืองานโครงเหล็กอื่นที่มีลกัษณะคลา้ยคลึงกนั แต่ไม่รวมถึงงานติดต้งัเสาโครงเหล็กสายส่งของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
    ใช้สูตร K = 0.25 + 0.10 It/Io + 0.05 Ct/Co + 0.20 Mt/Mo + 0.40 St/So /หมวดที่ 4…
    -4 -
    หมวดที่4 งานระบบสาธารณูปโภค
    4.1 งานวางท่อ AC และ PVC
    4.1.1 ในกรณีที่ผวู้า่ จา้งเป็นผจู้ดัหาท่อและหรืออุปกรณ์ให้
    ใช้สูตร K = 0.50 + 0.25 It/Io + 0.25 Mt/Mo
    4.12 ในกรณีที่ผรู้ับจา้งเป็นผจู้ดัหาท่อ AC และหรืออุปกรณ ์์
    ใช้สูตร K = 0.40 +0.10 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.40 ACt/ACo
    4.13 ในกรณีที่ผรู้ับจา้งเป็นผจู้ดัหาท่อPVC และหรืออุปกรณ์
    ใช้สูตร K = 0.40 + 0.10 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.40 PVCt/PVCo
    4.2 งานวางท่อเหล็กเหนียวและท่อ HYDENSITY POLYETHTYLENE 4.2.1 ในกรณีที่ผวู้า่ จา้งเป็นผจู้ดัหาท่อและหรืออุปกรณ์ให้
    ใช้สูตร K = 0.40 + 0.10 It/Io + 0.15 Mt/Mo + 0.20 Et/Eo + 0.15 Ft/Fo
    4.2.2 ในกรณีที่ผรู้ับจา้งเป็นผจู้ดัหาท่อเหล็กเหนียวและหรืออุปกรณ์และใหร้วมถึงงาน TRANSMISSION CONDUIT
    ใช้สูตร K = 0.40 + 0.10 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.10 Et/Eo + 0.30 GIPt/GIPo 4.2.3 ในกรณีที่ผรู้ับจา้งเป็นผจู้ดัหาท่อ HYDENSITY POLYETHYLENE และ หรืออุปกรณ์ ใช้สูตร K = 0.50 + 0.10 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.30 PEt/Peo
    4.3 งานปรับปรุงระบบอุโมงคส์ ่งน้า และงาน SECONDARY LINING
    ใช้สูตร K = 0.40 + 0.10 It/Io + 0.15 Et/Eo + 0.35 GIPt/GIPo
    4.4 งานวางท่อPVC หุ้มด้วยคอนกรีต
    ใช้สูตร K = 0.30 + 0.10 It/Io + 0.20 Ct/Co + 0.05 Mt/Mo + 0.05 St/So + 0.30 PVCt/PVCo 4 .5 งานวางท่อPVC กลบทราย
    ใช้สูตร K = 0.25 + 0.05 It/Io + 0.05 Mt/Mo + 0.65 PVCt/PVCo
    4.6 งานวางท่อเหล็กอาบสังกะสี
    ใช้สูตร K = 0.25 + 0.25 It/Io + 0.50 GIPt/GIPo
    /ดชันีก่อสร้าง…
    -5 -
    ดัชนีก่อสร้างและค่า K
    ดัชนีราคาที่ใชค้า นวณตามสูตรที่ใชก้ บั สัญญาแบบปรับราคาได้จดัทา ข้ึนโดยกระทรวงพาณิชย์ K = EXCALATION FACTOR
    It = ดชันีราคาผบู้ริโภคทวั่ ไปของประเทศในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    Io = ดชันีราคาผบู้ริโภคทวั่ ไปของประเทศในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา Ct = ดัชนีราคาราคาซีเมนต์ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    Co = ดัชนีราคาราคาซีเมนต์ ในเดือนที่เปิ ดซองประกวดราคา
    Mt = ดชันีราคาวสั ดุก่อสร้าง (ไม่รวมเหล็กและซีเมนต) ์ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด Mo = ดชันีราคาวสั ดุก่อสร้าง (ไม่รวมเหล็กและซีเมนต) ์ในเดือนที่เปิ ดซองประกวดราคา St = ดชันีราคาเหล็กในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    So = ดัชนีราคาเหล็ก ในเดือนที่เปิ ดซองประกวดราคา
    Gt = ดชันีราคาเหล็กแผน่ เรียบที่ผลิตในประเทศในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด Go = ดชันีราคาเหล็กแผน่ เรียบที่ผลิตในประเทศในเดือนที่เปิ ดซองประกวดราคา At = ดชันีราคาแอสฟัลท์ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    Ao = ดัชนีราคาแอสฟัลท์ ในเดือนที่เปิ ดซองประกวดราคา
    Et = ดชันีราคาเครื่องจกัรกลและบริภณั ฑ์ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    Eo = ดัชนีราคาเครื่องจักรกลและบริภัณฑ์ ในเดือนที่เปิ ดซองประกวดราคา Ft = ดัชนีราคาน้า มนั ดีเซลหมุนเร็วในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    Fo = ดชันีราคาน้า มนั ดีเซลหมุนเร็วในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
    ACt = ดชันีราคาท่อซีเมนตใ์ยหิน ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    ACo = ดชันีราคาท่อซีเมนตใ์ยหิน ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
    PVCt = ดัชนีราคาท่อPVC ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    PVCo = ดชันีราคาท่อPVC ในเดือนที่เปิ ดซองประกวดราคา
    GIPt = ดชันีราคาท่อเหล็กอาบสังกะสีในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    GIPo = ดชันีราคาท่อเหล็กอาบสังกะสีในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
    PEt = ดชันีราคาท่อ HYDENSITY POLYETHYLENE ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด PEo = ดชันีราคาท่อ HYDENSITY POLYETHYLENE ในเดือนที่เปิ ดซองประกวดราคา Wt = ดชันีราคาสายไฟฟ้า ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    Wo = ดัชนีราคาสายไฟฟ้ า ในเดือนที่เปิ ดซองประกวดราคา
    /(3) วิธีการ…
    -6 -
    (3) วิธีการค านวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้
  4. การคา นวณค่า K จากสูตรตามลกัษณะงานน้นั ๆ ใหใ้ชต้วัเลขดชันีราคาวสั ดุก่อสร้างของกระทรวง พาณิชย์ โดยใช้ฐานของปี 2530 เป็ นเกณฑ์ในการค านวณ
  5. การคา นวณค่า K สา หรับกรณีที่มีงานก่อสร้างหลายประเภทรวมอยใู่ นสัญญาเดียวกนั จะตอ้งแยกค่า งานก่อสร้างแต่ละประเภทใหช้ ดัเจนตามลกัษณะของงานน้นั และใหส้อดคลอ้งกบั สูตรทีไดก้า หนดไว้ 3. การคา นวณหาค่า K กา หนดใหใ้ชเ้ลขทศนิยม 3 ตา แหน่งทุกข้นั ตอนโดยไม่มีการปัดเศษ และ กา หนดใหท้ า เลขสัมพนัธ์(เปรียบเทียบ) ใหเ้ป็นผลสา เร็จก่อน แลว้จึงนา ผลลพัธ์ไปคูณกบั ตวัเลขคงที่หน้าเลข สัมพนัธ์น้นั
  6. ใหพ้ ิจารณาเงินเพิ่มหรือลดราคาคางานจากราคาที่ผรู้ับจา้งทา สัญญาตกลงกบัผวู้า่ จา้ง เมื่อค่า K ตาม สูตรสา หรับงานก่อสร้างน้นั ๆ ในเดือนที่ส่งมอบงานมีค่าเปลี่ยนแปลงไปจากค่า K ในเดือน เปิดซองราคามากกวา่ 4% ข้ึนไป โดยนา เฉพาะส่วนที่เกิน 4% มาคา นวณปรับเพิ่มหรือลดค่างานแลว้แต่กรณี(โดยไม่คิด 4% แรกให้) 5. ในกรณีที่ผรู้ับจา้งไม่สามารถทา การก่อสร้างให้แลว้เสร็จตามระยะเวลาในสัญญาโดยเป็นความผดิของ ผรู้ับจา้งค่า K ตามสูตรต่าง ๆ ที่จะนา มาใชใ้นการคา นวณค่างานใหใ้ชค้่า K ของเดือนสุดท้ายตามอายุสัญญา หรือ ค่า K ของเดือนที่ส่งมอบงานจริงแลว้แต่วา่ ค่า K ตวัใดจะมีค่านอ้ยกวา่
  7. การจ่ายเงินแต่ละงวดใหจ้่ายค่าจา้งงานที่ผรู้ับจา้งทา ไดแ้ ต่ละงวดตามสัญญาไปก่อน ส่วนค่างานเพิ่ม หรือค่างานลดลงซ่ึงจะคา นวณไดต้่อเมื่อทราบดชั นีราคาวสั ดุก่อสร้าง ซ่ึงนา มาคา นวณค่า K ของเดือนที่ส่งมอบ งานงวดน้นั ๆ เป็นที่แน่นอนแลว้ เมื่อคา นวณเงินเพิ่มไดใ้หข้อทา ความตกลงเรื่องการเงินกบั สา นกังบประมาณ