ประกวดราคาซื้อครุภัณฑ์ประจำอาคาร จำนวน 17 รายการ เพื่อใช้ในงานโครงการปรับปรุงและพัฒนาหน่วย มณฑลทหารบก ของ กองทัพภาคที่ 1 (ระยะที่ 2 ) ของ มณฑลทหารบกที่ 17 ประจำปีงบประมาณ 2569
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์ประจำอาคารจำนวน 17 รายการ สำหรับใช้ในโครงการปรับปรุงและพัฒนาหน่วยมณฑลทหารบก ของกองทัพภาคที่ 1 (ระยะที่ 2) ประจำปีงบประมาณ 2569 เนื่องจากครุภัณฑ์เดิมมีความชำรุดเสียหายไม่สามารถใช้งานได้ โดยเน้นย้ำว่าเป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศตามนโยบายของรัฐ วงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรรคือ 1,290,800 บาท (หนึ่งล้านสองแสนเก้าหมื่นแปดร้อยบาทถ้วน) การดำเนินการจะใช้วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ผู้ชนะการเสนอราคาจะต้องส่งมอบพัสดุทั้งหมดให้ครบถ้วนภายในระยะเวลา 180 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา และต้องมีการรับประกันความชำรุดบกพร่องของสินค้าเป็นเวลา 6 เดือนหลังจากตรวจรับมอบเรียบร้อยแล้ว
English summary
This project involves the procurement of 17 items of building equipment for the “Improvement and Development of Military District Units of the 1st Army Area (Phase 2)” under the 17th Military District for the fiscal year 2026. The primary objective is to replace damaged and unusable equipment with locally manufactured products as per government policy. The total budget is 1,290,800 THB. The procurement will be conducted via e-bidding. The winning bidder must deliver all items within 180 days after signing the contract and provide a 6-month warranty for defects.
ไม่ระบุที่ตั้งเฉพาะของจุดส่งมอบในเนื้อหาหลัก แต่ระบุหน่วยงานคือ มณฑลทหารบกที่ 17
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์ประจำอาคาร จำนวน 17 รายการ ที่มีความชำรุดเสียหายหรือไม่สามารถใช้งานได้
- เพื่อใช้ในงานโครงการปรับปรุงและพัฒนาหน่วย มณฑลทหารบก ของ กองทัพภาคที่ 1 (ระยะที่ 2) ของ มณฑลทหารบกที่ 17 ประจำปีงบประมาณ 2569
- เพื่อจัดหาพัสดุที่ผลิตภายในประเทศตามนโยบายของรัฐบาล
ขอบเขตของงาน
- จัดหาและส่งมอบครุภัณฑ์ประจำอาคารจำนวน 17 รายการ ตามคุณลักษณะเฉพาะ (Specification) ที่กำหนดในเอกสารแนบท้าย
- ดำเนินการจัดซื้อพัสดุที่ผลิตภายในประเทศตามเงื่อนไขที่ระบุ
- รับประกันความชำรุดบกพร่องของสินค้าหลังการส่งมอบ
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- ครุภัณฑ์ประจำอาคารจำนวน 17 รายการ ตามรายละเอียดในเอกสารแนบท้าย (คุณลักษณะเฉพาะ)
- การรับประกันความชำรุดบกพร่องเป็นเวลา 6 เดือน
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาส่งมอบ: 180 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- ต้องไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
- ไม่ถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานรัฐ
- ไม่เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงานรัฐ
- ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
- ต้องลงทะเบียนในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง
- Standards Compliance:
- ต้องเป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ (Made in Thailand) ตามประกาศของรัฐ
- Experience:
- ต้องมีผลงานขายครุภัณฑ์ประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคา ในวงเงินไม่น้อยกว่าร้อยละ 45 ของวงเงินงบประมาณ (ประมาณ 580,860 บาท) โดยต้องเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่กองทัพภาคที่ 1 เชื่อถือ
- Previous Project Cost:
- ผลงานในอดีตต้องมีมูลค่าไม่น้อยกว่าร้อยละ 45 ของวงเงินงบประมาณ (580,860 บาท)
- Technical Capabilities:
- ต้องเป็นผู้มีอาชีพขายพัสดุตามที่กำหนดใน TOR
- Personnel:
- ไม่ได้ระบุคุณสมบัติเฉพาะของบุคคล แต่ต้องเป็นนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาที่มีความสามารถตามกฎหมาย
เกณฑ์การพิจารณา
- พิจารณาตัดสินโดยใช้ “หลักเกณฑ์ราคา” (Price Consideration)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- ครุภัณฑ์ 17 รายการ ต้องมีคุณลักษณะเฉพาะตามที่ระบุในเอกสารแนบท้าย (คุณลักษณะเฉพาะ) และต้องเป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
เงื่อนไขสัญญา
- การจ่ายเงิน: จ่ายเมื่อผู้ขายส่งมอบสิ่งของครบถ้วนและผ่านการตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
- ค่าปรับ: อัตราค่าปรับร้อยละ 0.20 ของราคาค่าสิ่งของที่ยังไม่ได้รับมอบต่อวัน
- การรับประกัน: รับประกันความชำรุดบกพร่อง 6 เดือน (หากชำรุดต้องแก้ไขภายใน 15 วันโดยไม่มีค่าใช้จ่าย)
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- โครงการนี้เน้นพัสดุประเภทใดเป็นพิเศษ?
- เน้นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ (Made in Thailand) ตามนโยบายของรัฐบาล- จำนวนรายการครุภัณฑ์ที่ต้องจัดซื้อมีกี่รายการ?
- มีจำนวนทั้งหมด 17 รายการ
- ระยะเวลาในการส่งมอบสินค้าคือเท่าใด?
- ต้องส่งมอบให้ครบถ้วนภายใน 180 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา
- การรับประกันความชำรุดบกพร่องมีระยะเวลานานเท่าใด?
- รับประกันเป็นเวลา 6 เดือนนับจากวันที่ตรวจรับมอบเรียบร้อย
- หากสินค้าชำรุดในช่วงรับประกันต้องดำเนินการอย่างไร?
- ผู้ขายต้องดำเนินการซ่อมแซมหรือแก้ไขให้ใช้งานได้ปกติภายใน 15 วันหลังจากได้รับแจ้ง โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
- เกณฑ์การตัดสินผู้ชนะการประกวดราคาใช้อะไรเป็นหลัก?
- ใช้ “หลักเกณฑ์ราคา” ในการพิจารณาตัดสิน
- อัตราค่าปรับกรณีส่งมอบล่าช้าคือเท่าใด?
- คิดในอัตราร้อยละ 0.20 ของมูลค่าของที่ยังไม่ได้รับมอบต่อวัน
- ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานย้อนหลังหรือไม่?
- ต้องมีผลงานขายครุภัณฑ์ประเภทเดียวกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 45 ของวงเงินงบประมาณ (ประมาณ 580,860 บาท)
- วงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรรคือเท่าใด?
- 1,290,800 บาท (หนึ่งล้านสองแสนเก้าหมื่นแปดร้อยบาทถ้วน)
- วิธีการจัดซื้อจัดจ้างเป็นรูปแบบใด?
- ใช้การประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
- จำนวนรายการครุภัณฑ์ที่ต้องจัดซื้อมีกี่รายการ?
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ร่างรายละเอียดขอบเขตของงานทั้งโครงการ (Terms of Reference : TOR)
๑. ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ
๑.๑ ชื่อโครงการ ประกวดราคาซื้อครุภัณฑ์ประจำอาคาร จำนวน ๑๗ รายการ เพื่อใช้ในงานโครงการ ปรับปรุงและพัฒนาหน่วย มณฑลทหารบก ของ กองทัพภาคที่ ๑ (ระยะที่ ๒ ) ของ มณฑลทหารบกที่ ๑๗ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๙ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
๑.๒ ความเป็นมา เนื่องจากครุภัณฑ์ประจำอาคาร มีความชำรุดเสียหายไม่สามารถใช้งานได้ ๑.๓ วัตถุประสงค์ ซื้อครุภัณฑ์ประจำอาคาร จำนวน ๑๗ รายการ เพื่อใช้ในงานโครงการปรับปรุงและ พัฒนาหน่วย มณฑลทหารบก ของ กองทัพภาคที่ ๑ (ระยะที่ ๒ ) ของ มณฑลทหารบกที่ ๑๗ ประจำ ปีงบประมาณ ๒๕๖๙ และเป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ ตามหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ)๐๔๐๕.๒/ว.๗๘ ลงวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๕
๑.๔ วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ได้รับจัดสรร ๑,๒๙๐,๘๐๐.๐๐ บาท (หนึ่งล้านสองแสนเก้าหมื่นแปดร้อย บาทถ้วน)
๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราวตามที่ ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ผู้มีอาชีพขายพัสดุที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กองทัพภาคที่ ๑ กรุงเทพฯ ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขัน ราคาอย่างเป็นธรรม ในการเสนอราคาครั้งนี้
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อ เสนอได้มีคำสั่งสละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
กิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
ในเอกสารเชิญชวน เว้นแต่ในกรณีกิจการร่วมค้าที่มีข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใด รายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นสามารถใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นก่อสร้าง ของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
กรณีมีข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อ ตกลงดังกล่าวจะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญา มากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้อง มีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงิน ที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวกติดต่อกันเป็นระยะเวลา ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะ ต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า ๑ ล้านบาท
(๓) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ โดยพิจารณาจากบัญชีเงินฝาก ธนาคาร ณ วันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากเป็นบวกในมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณที่ยื่นข้อเสนอใน ครั้งนั้น และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดัง กล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
(๔) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการและทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้า ยื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อเพื่อมาสนับสนุนให้มูลค่าสุทธิ ของกิจการ (Net Worth) ไม่ ติดลบ หรือให้มีสภาพคล่องที่ดีจนเพียงพอต่อการยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่า งบประมาณที่ยื่นข้อเสนอในครั้งนั้น (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจ ค้าประกัน ตาม ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย แจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน)
(๕) กรณีตาม (๑) - (๔) ยกเว้นสำหรับกรณีดังต่อไปนี้
(๕.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ
(๕.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๖๑
๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานขายครุภัณฑ์ประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาซื้อครุภัณฑ์ในวงเงิน ไม่น้อยกว่าร้อยละสี่สิบห้าของวงเงินที่จะซื้อ และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือ
เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
หน่วยงานเอกชนที่กองทัพภาคที่ ๑ เชื่อถือ พร้อมสำเนาสัญญาซื้อขาย
๓. รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะดำเนินการจัดซื้อ และเอกสารแนบท้ายอื่น ๆ
เอกสารแนบ ๑ คุณลักษณะเฉพาะ
๔. กำหนดเวลาส่งมอบพัสดุ
ระยะเวลาส่งมอบ ๑๘๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
๕. งวดงานและการจ่ายเงิน
กองทัพภาคที่ ๑ กรุงเทพฯ จะเป็นผู้กำหนดงวดงานและวิธีจ่ายเงินไว้ในสัญญาซื้อขาย พร้อมทั้งจะจ่ายค่า สิ่งของซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับ การคัดเลือกให้เป็นผู้ขาย เมื่อผู้ขายได้ส่งมอบสิ่งของได้ครบถ้วนตามสัญญาซื้อขายหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ และกองทัพภาคที่ ๑ กรุงเทพฯ ได้ตรวจรับมอบสิ่งของไว้เรียบร้อยแล้ว
๖. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
ในการพิจารณาคัดเลือกผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กองทัพภาคที่ ๑ กรุงเทพฯ จะพิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคา
๗. อัตราค่าปรับ
อัตราค่าปรับกำหนดให้คิดในอัตราร้อยละ ๐.๒๐ ของราคาค่าสิ่งของที่ยังไม่ได้รับมอบต่อวัน
๘. การกำหนดระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่อง
ผู้ชนะการเสนอราคาจะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของสิ่งของที่ซื้อเป็นเวลา ๖ เดือนนับถัดจากวัน ที่ผู้ซื้อ ได้รับมอบสิ่งของทั้งหมดไว้โดยถูกต้องครบถ้วนตามสัญญา โดยภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าวหาก สิ่งของตามสัญญานี้เกิดชำรุดบกพร่องหรือขัดข้อง อันเนื่องมาจากการใช้งานตามปกติ ผู้ขายจะต้องจัดการ ซ่อมแซมหรือแก้ไขให้อยู่ในสภาพที่ใช้การได้ดีดังเดิมภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งจากผู้ซื้อ โดยไม่ คิดค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น
เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์