ประกวดราคาจ้างเหมาบริการขนย้ายอุปกรณ์ 115 kV GIS Container No.1, No.2 สำหรับสถานีย่อยธนบุรี ตามข้อโครงการ 13.1.92.2.13 ณ สถานีย่อยธนบุรี
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการขนย้ายอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูง 115 kV GIS Container No.1 และ No.2 พร้อมตู้ Remote Control Panel และอุปกรณ์ประกอบอื่นๆ จากสถานีย่อยรุ่งประชาไปติดตั้งยังสถานีย่อยธนบุรี ตามแผนงานของการไฟฟ้านครหลวง ขอบเขตงานเริ่มตั้งแต่การสำรวจเส้นทางและสถานที่ติดตั้ง การรื้อถอนเสาเหล็กรองรับและระบบปรับอากาศเพื่อเตรียมการขนย้าย ผู้รับจ้างต้องจัดหาแรงงานฝีมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์ที่จำเป็นทั้งหมด รวมถึงต้องติดตั้งเครื่องบันทึกแรงกระแทก (Shock Recorder) เพื่อตรวจสอบความปลอดภัยระหว่างการเดินทาง ซึ่งจะใช้เป็นหลักฐานในการประเมินความเสียหาย นอกจากนี้ยังต้องดำเนินการทำประกันภัยความเสียหายของอุปกรณ์โดยมี กฟน. เป็นผู้รับผลประโยชน์ เมื่อถึงปลายทางผู้รับจ้างต้องติดตั้งอุปกรณ์เข้าตำแหน่งที่ถูกต้อง ประกอบระบบปรับอากาศกลับคืนให้ใช้งานได้ปกติ และจัดทำแบบรูปจริง (As Built Drawing) หลังดำเนินงานเสร็จสิ้น โดยมีกำหนดระยะเวลาดำเนินการทั้งหมด 30 วัน และใช้เกณฑ์ราคาในการพิจารณาตัดสิน
English summary
This project involves the relocation and installation of 115 kV GIS Container No.1 and No.2, including remote control panels and associated equipment, from Rung Pracha Substation to Thonburi Substation. The scope of work includes site and route surveys, dismantling of steel supports and air conditioning systems, professional transportation with shock recording devices (3D G-Force), and re-installation at the destination according to MEA’s specifications. The contractor is responsible for providing all necessary labor, tools, and machinery, as well as securing insurance for the equipment during transit with MEA as the beneficiary. The project must be completed within 30 days, including the submission of as-built drawings and a 30-day warranty period.
สถานีย่อยรุ่งประชา และ สถานีย่อยธนบุรี
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อดำเนินการขนย้ายอุปกรณ์ 115 kV GIS Container No.1 และ No.2 จากสถานีย่อยรุ่งประชาไปยังสถานีย่อยธนบุรี
- เพื่อติดตั้งอุปกรณ์ GIS Container และตู้ควบคุมในตำแหน่งใหม่ให้ถูกต้องตามแบบวิศวกรรมที่กำหนด
- เพื่อให้การขนย้ายอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงที่มีมูลค่าสูงเป็นไปอย่างปลอดภัยและมีระบบตรวจสอบความเสียหายที่ได้มาตรฐาน
ขอบเขตของงาน
- สำรวจสถานที่ติดตั้งและเส้นทางการขนย้ายอุปกรณ์จากต้นทางถึงปลายทาง
- รื้อถอนเสาเหล็กรองรับอุปกรณ์ 115 kV GIS Container ที่สถานีย่อยรุ่งประชา ขนย้าย และนำไปติดตั้งใหม่ที่สถานีย่อยธนบุรี
- ขนย้ายอุปกรณ์ 115 kV GIS Container 2 ชุด และตู้ Remote Control Panel 2 ตู้ ไปยังสถานีย่อยธนบุรี
- รื้อถอนระบบปรับอากาศทั้งหมดก่อนขนย้าย และติดตั้งประกอบกลับคืนให้ใช้งานได้ปกติหลังติดตั้งอุปกรณ์หลักเสร็จสิ้น
- รื้อถอนชานพัก ทางเดิน ราวกันตก บันได และหลังคา ณ สถานีย่อยรุ่งประชา และจัดวางในพื้นที่ที่กำหนด
- ติดตั้งเครื่องบันทึกแรงกระแทก (Shock Recorder หรือ Impact Recorder) เพื่อตรวจจับแรงกระแทก 3 มิติ (X, Y, Z) ระหว่างขนย้าย
- จัดหาแรงงานฝีมือ เครื่องมือ เครื่องจักร (เครน/ปั้นจั่น) และวัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
- ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรในพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนย้าย
- จัดทำประกันความเสียหายอุปกรณ์ไฟฟ้าในระหว่างขนย้าย โดยมี กฟน. เป็นผู้รับผลประโยชน์
- จัดทำแบบรูปจริง (As Built Drawing) หลังจากการปฏิบัติงานเสร็จสิ้น
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- รายงานการสำรวจเส้นทางและแผนการขนย้าย
- อุปกรณ์ 115 kV GIS Container และตู้ควบคุมที่ติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ ณ สถานีย่อยธนบุรี
- โครงสร้างเสาเหล็กรองรับที่ติดตั้งในตำแหน่งใหม่
- ระบบปรับอากาศที่ติดตั้งกลับคืนสภาพเดิมและสามารถใช้งานได้ปกติ
- ข้อมูลบันทึกจากเครื่อง Shock Recorder ตลอดระยะเวลาการขนย้าย
- กรมธรรม์ประกันภัยความเสียหายอุปกรณ์ระหว่างขนย้าย
- แบบรูปจริง (As Built Drawing) จำนวน 1 ชุด
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาดำเนินการ: 30 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร
- ระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่อง: ไม่น้อยกว่า 30 วัน นับจากวันที่ กฟน. รับมอบงาน
- การแก้ไขงานในระยะประกัน: ต้องดำเนินการภายใน 7 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้ง
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ต้องเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนตามกฎหมายไทย และลงทะเบียนในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง
- Standards Compliance: กรณีใช้เครนหรือปั้นจั่น ต้องมีเอกสารรับรองการใช้งาน (ปจ.1/ปจ.2) แนบให้พิจารณาก่อนเริ่มงาน
- Experience: ไม่ได้ระบุจำนวนปีขั้นต่ำ แต่พิจารณาจากความสามารถในการจัดหาเครื่องมือและแรงงานฝีมือ
- Previous Project Cost: ไม่ได้ระบุผลงานย้อนหลังเป็นจำนวนเงิน
- Technical Capabilities: สามารถจัดหาเครื่องบันทึกแรงกระแทก (Shock Recorder) และมีเครื่องมือกลที่พร้อมปฏิบัติงาน
- Personnel: ต้องจัดให้มีผู้ควบคุมงานที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (กว.) ระดับภาคีวิศวกร สาขาไฟฟ้ากำลัง เป็นอย่างน้อย ประจำหน้างานตลอดเวลา
- Financial: กรณีจดทะเบียนเกิน 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการเป็นบวกในงบการเงินปีล่าสุด หรือมีวงเงินสินเชื่อไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของงบประมาณโครงการ (ประมาณ 500,000 บาท)
เกณฑ์การพิจารณา
พิจารณาตัดสินโดยใช้เกณฑ์ราคา (Price Criteria)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- การขนย้ายต้องใช้สายรัดอุปกรณ์ให้แน่นหนา ห้ามเกิดการกระแทกหรือความเสียหาย
- เครื่อง Shock Recorder ต้องบันทึกค่า G-Force ในแนวแกน 3 มิติ เพื่อใช้เป็นหลักฐานการรับประกัน
- การติดตั้งอุปกรณ์ต้องเป็นไปตามแบบเลขที่ 05A3-64TB05 และ TBR-S-C-PS-A1
- การทำงานต้องสอดคล้องกับมาตรฐานอาชีวอนามัยและความปลอดภัย และกฎจราจรอย่างเคร่งครัด
เงื่อนไขสัญญา
- การจ่ายเงิน: จ่ายเงินงวดเดียว 100% เมื่อทำงานแล้วเสร็จเรียบร้อยถูกต้อง
- อัตราค่าปรับ: วันละ 0.10% ของราคาจ้างรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีงานล่าช้ากว่ากำหนด
- การบอกเลิกสัญญา: กฟน. สงวนสิทธิ์บอกเลิกสัญญาหากค่าปรับเกิน 10% ของวงเงินจ้าง
- การประกันภัย: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าประกันภัยและอุบัติภัยต่อบุคคลภายนอกเองทั้งหมด
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: อุปกรณ์ที่ต้องขนย้ายมีน้ำหนักและขนาดใหญ่หรือไม่? A: เป็นอุปกรณ์ 115 kV GIS Container ซึ่งมีขนาดใหญ่และต้องใช้รถขนส่งเฉพาะทางพร้อมเครื่องจักรยก
- Q: ต้องติดตั้งเครื่องบันทึกแรงกระแทก (Shock Recorder) ทุกตู้หรือไม่? A: ใช่ ต้องติดตั้งเพื่อตรวจสอบแรงกระแทกในแนวแกน 3 มิติระหว่างการขนย้าย
- Q: หากระบบปรับอากาศเสียหายหลังการติดตั้ง ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบอย่างไร? A: ผู้รับจ้างต้องติดตั้งและประกอบให้กลับคืนสภาพเดิมและใช้งานได้ปกติ หากเสียหายต้องซ่อมแซม
- Q: สามารถทำงานนอกเวลาทำการได้หรือไม่? A: สามารถทำได้ในช่วง 22.00 - 04.00 น. หรือตามเงื่อนไขของเจ้าของพื้นที่ โดยต้องแจ้งผู้ควบคุมงานล่วงหน้า
- Q: ต้องมีวิศวกรประจำหน้างานตลอดเวลาหรือไม่? A: ใช่ ต้องมีวิศวกรระดับภาคีไฟฟ้ากำลังควบคุมงานตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน
- Q: การทำประกันภัยอุปกรณ์ต้องระบุชื่อใครเป็นผู้รับผลประโยชน์? A: ต้องระบุให้การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เป็นผู้รับผลประโยชน์
- Q: งานรื้อถอนชานพักและบันไดที่สถานีย่อยรุ่งประชาต้องนำไปติดตั้งที่ใหม่ด้วยหรือไม่? A: ไม่ต้อง ให้นำไปวางไว้ภายในบริเวณสถานีย่อยรุ่งประชาตามจุดที่กำหนด
- Q: หากเส้นทางขนย้ายมีอุปสรรคด้านจราจร ใครเป็นผู้จัดการ? A: ผู้รับจ้างต้องประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรในท้องที่ด้วยตนเอง
- Q: ระยะเวลารับประกัน 30 วัน ครอบคลุมถึงอะไรบ้าง? A: ครอบคลุมการติดตั้งและความชำรุดบกพร่องจากการใช้งานปกติ
- Q: ต้องส่งมอบแบบ As-built ในรูปแบบใด? A: ต้องจัดทำลงในแบบรูปที่ กฟน. จัดหาให้เพื่อประกอบการตรวจรับงาน
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ร่างขอบเขตของงาน
เลขที่ บ.ฝกส.(ตอ.2) 49/2569
งานจ้างเหมาบริการขนย้ายอุปกรณ์ 115 kV GIS Container No.1, No.2 สําหรับสถานีย่อยธนบุรี ตามข้อโครงการ 13.1.92.2.13 ณ สถานีย่อยธนบุรี
สารบัญ
หน้า
1
วัตถุประสงค์
คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
ขอบเขตของงาน
- ความเป็นมา
กําหนดเวลาแล้วเสร็จ
หลักเกณฑ์ในการพิจารณาข้อเสนอ
วงเงินงบประมาณ
งวดงานและการจ่ายเงิน
อัตราค่าปรับ
10. กําหนดระยะเวลารับประกันความชํารุดบกพร่อง
1
1
3
6
6
6
6
7
7
หน้าที่ 1
- ความเป็นมา
ฝ่ายก่อสร้าง ได้รับใบสั่งงานประเภทเปลี่ยนแปลงทรัพย์สิน จากฝ่ายบริหารโครงการ หมายเลขใบสั่งงาน V67.13.01.001.68.97.202 ลงวันที่ 10 มิถุนายน 2567 การติดตั้ง 115 kV GIS Container No.1, No.2 สําหรับ สถานีย่อยธนบุรี ตามข้อโครงการ 13.1.92.2.13 - วัตถุประสงค์
แผนกติดตั้งอุปกรณ์สถานีย่อย 2 มีความประสงค์จะดําเนินการจัดจ้างเหมาบริการขนย้าย อุปกรณ์ 115 kV GIS Container No.1, No.2 สําหรับสถานีย่อยธนบุรี ตามข้อโครงการ 13.1.92.2.13 ณ สถานีย่อยธนบุรี (ขนย้ายจากสถานีย่อยรุ่งประชาไปยังสถานีย่อยธนบุรี) ตามแบบรูปที่การไฟฟ้านครหลวงกําหนด - คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย 3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย 3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลางซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการกรรมการ
ผู้จัดการผู้บริหารผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
3.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
3.7 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของ ผู้ยื่น ข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
3.8 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้า กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯจะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของ ผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้า กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการ
ร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สําหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้า ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่น
สําหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้า ทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
ข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
หน้าที่ 2
3.9 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
(1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้อง มีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มี การตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปี สุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
(2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้อง มีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอไม่ต่ํากว่า………..ล้านบาทดังนี้
กว่า 1 ล้านบาท
ต่ํากว่า 2 ล้านบาท
(2.1) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างไม่เกิน 1 ล้านบาท ไม่ต้องกําหนดทุนจดทะเบียน
(2.2) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 1 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 5 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํา
(2.3) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 5 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 10 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่
(2.4) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 10 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 20 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ ต่ํากว่า 3 ล้านบาท
(2.5) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 20 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 60 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ ต่ํากว่า 8 ล้านบาท
(2.6) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 60 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 150 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ากว่า 20 ล้านบาท
(2.7) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 150 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 300 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ากว่า 60 ล้านบาท
(2.8) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 300 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 500 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ํากว่า 100 ล้านบาท
บาท
(2.9) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 500 ล้านบาทขึ้นไปต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า 200 ล้าน
(3) สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็น บุคคลธรรมดา โดยพิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝาก คงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละ
ครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มี
มูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
(4) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้า ยื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้าประกันตาม
ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรองหรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบ อํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน)
หน้าที่ 3
(5) กรณีตาม (1) (4) ยกเว้นสําหรับกรณีดังต่อไปนี้
(5.1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ
(5.2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2561 - ขอบเขตของงาน
4.1 ข้อกําหนดของงาน
4.1.1 ทําการสํารวจสถานที่ติดตั้ง, เส้นทางการขนย้ายอุปกรณ์ 115 kV GIS Container No.1 และ No.2 พร้อมอุปกรณ์ประกอบ จากสถานีย่อยรุ่งประชานําไปติดตั้งที่สถานีย่อยธนบุรี
4.1.2 ทําการรื้อถอนเสาเหล็กที่รองรับอุปกรณ์ 115 kV GIS Container No.1 และ No.2 ที่สถานีย่อย รุ่งประชา จากนั้นทําการขนย้ายและนําไปติดตั้งที่สถานีย่อยธนบุรี ตามแบบที่การไฟฟ้านครหลวงกําหนด
4.1.3 ทําการขนย้ายอุปกรณ์ 115 kV GIS Container No.1 และ No.2 พร้อมตู้ Remote Control Panel จํานวน 2 ตู้ ภายในอาคารสถานีย่อยรุ่งประชา นําไปติดตั้งที่สถานีย่อยธนบุรี ตามแบบที่การไฟฟ้านครหลวง
กําหนด
4.1.4 ก่อนทําการขนย้ายอุปกรณ์ 115 kV GIS Container No.1 และ No.2 ผู้รับจ้างต้องทําการรื้อถอน ระบบปรับอากาศทั้งหมด และหลังจากขนย้ายและติดตั้งอุปกรณ์ 115 kV GIS Container No.1 และ No.2 แล้ว เสร็จ ผู้รับจ้างต้องติดตั้งและประกอบระบบเครื่องปรับอากาศกลับสภาพเดิมให้ใช้งานได้เป็นปกติ
4.1.5 ทําการรื้อถอนชานพัก ทางเดินพร้อมราวกันตก บันได และหลังคา จากนั้นนําไปวางไว้บริเวณภายใน สถานีย่อยรุ่งประชา โดยจะต้องประสานงานกับผู้ควบคุมงานของการไฟฟ้านครหลวงก่อนรื้อถอน
4.1.6 ผู้รับจ้างจะต้องทําประกันความเสียหายอุปกรณ์ไฟฟ้าในระหว่างขนย้าย โดยมีการไฟฟ้านครหลวง เป็นผู้รับผลประโยชน์ (อายุประกันตั้งแต่เริ่มเคลื่อนย้ายจากสถานีย่อยรุ่งประชา นําไปติดตั้งที่สถานีย่อยธนบุรี จนมาถึงในตําแหน่งที่ติดตั้งของอุปกรณ์)
4.1.7 ผู้รับจ้างจะต้องติดตั้งอุปกรณ์ที่ขนย้ายนั้นเข้าตําแหน่งที่จะวางให้ถูกต้อง โดยจะต้องประสานงานกับ
ผู้ควบคุมงานของการไฟฟ้านครหลวงก่อนติดตั้ง
4.1.8 ผู้รับจ้างจะต้องทําการติดตั้งอุปกรณ์ Shock Recorder หรือ Impact Recorder (เครื่องบันทึกแรง กระแทก) เพื่อตรวจจับและบันทึกแรงกระแทก (G-Force) ในแนวแกน 3 มิติ (X, Y, Z) ระหว่างการขนย้ายและการ เดินทาง ซึ่งจะใช้เป็นหลักฐานในการรับประกันและประเมินความเสียหาย
4.1.9 ผู้รับจ้างจะต้องติดต่อกับเจ้าหน้าที่ตํารวจจราจรของแต่ละท้องที่เอง เพื่ออํานวยความสะดวกในการ ขนย้ายอุปกรณ์ไฟฟ้านั้น
ทั้งหมด
4.1.10 ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาแรงงานที่มีฝีมือ, เครื่องมือ, เครื่องมือกลรวมทั้งวัสดุอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเอง
4.1.11 ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาสายรัด เพื่อรัดอุปกรณ์ไฟฟ้าในระหว่างขนย้ายให้แน่น และจะต้องขนย้าย อุปกรณ์ไฟฟ้านั้นด้วยความระมัดระวัง, ประณีต, ห้ามกระแทก และไม่เกิดความเสียหายใดๆต่ออุปกรณ์นั้น
4.1.12 กรณีผู้รับจ้างมีการใช้เครื่องมือกล เครน ปั้นจั่น ผู้รับจ้างต้องกรอก “แบบฟอร์มการตรวจสอบ เอกสารรับรองการใช้งานเครน ปั้นจั่น Tower Crane” และแนบเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาให้การไฟฟ้านคร
หลวงพิจารณาก่อนเริ่มงาน
หน้าที่ 4
4
4.2 แบบรูปและรายการประกอบแบบ
จํานวน 1 ชุด
DWG No. 05A3-64TB05 Sh.No.1 จํานวน 1 ชุด และ DWG No.TBR-S-C-PS-A1 Sh.No.1-No.5
4.3 วิธีดําเนินงานทั่วไป
4.3.1 ผู้รับจ้างต้องให้ความสําคัญกับการดําเนินงานอย่างมีจริยธรรมควบคุมดูแลด้านอาชีวอนามัยและ ความปลอดภัยในการทํางาน รักษาสิ่งแวดล้อม และปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานและเคารพในหลักสิทธิมนุษยชนโดย ไม่สนับสนุนหรือดําเนินการใดๆ ที่จะเป็นการเกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน
4.3.2 ผู้ว่าจ้างไม่อนุญาตให้พนักงานของผู้รับจ้างพักในเขตที่ทําการของผู้ว่าจ้าง
4.3.3 กําหนดให้ดําเนินการระหว่างเวลา 09.00 - 18.00 น. หรือ 22.00 - 04.00 น. และ/หรือ เป็นไป
ตามเงื่อนไขของหน่วยงานผู้อนุญาตหรือเจ้าของพื้นที่ (ยกเว้นงานบางส่วนที่จําเป็นต้องดําเนินการต่อเนื่องกันจนแล้ว เสร็จ เช่น งานเทคอนกรีต งานที่เกี่ยวเนื่องด้วยความปลอดภัย ฯลฯ แต่ทั้งนี้ต้องแจ้งให้ผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้าง ทราบล่วงหน้า โดยผู้ว่าจ้างอนุญาตให้ดําเนินการได้นอกเหนือเวลาดังกล่าวตามดุลพินิจของผู้ควบคุมงานของผู้ ว่าจ้าง) โดยผู้ว่าจ้างขอสงวนสิทธิ์ที่จะให้ผู้รับจ้างดําเนินการหรือไม่ดําเนินการในวันเสาร์-วันอาทิตย์ และวันหยุด นักขัตฤกษ์ ก็ได้
4.3.4 ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบความเสียหายใดๆ ก็ตามที่เกิดจากการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างหรือลูกจ้าง หรือพนักงานของผู้รับจ้างทั้งสิ้น รวมถึงกรณีเกิดอุบัติเหตุหรืออุบัติภัยกับบุคคล จากการปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง
ดังกล่าวด้วย
4.3.5 ในการปฏิบัติงานหากมีอุปสรรค ผู้รับจ้างต้องแก้ไขอุปสรรคข้อขัดข้องนั้นและรับผิดชอบค่าใช้จ่าย ทั้งหมด และหากมีอุปสรรคเหล่านั้นแสดงไว้ในข้อตกลงเป็นหนังสือหรือสัญญาจ้างแล้วผู้ว่าจ้างจะไม่คิดเงินและเวลา เพิ่มให้
ทันที
4.3.6 ถ้าผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อกําหนดวิธีการดําเนินการ ผู้ว่าจ้างมีสิทธิเข้าดําเนินการแทน โดยไม่ต้องบอกกล่าวให้ผู้รับจ้างทราบ และมีสิทธิหักเงินค่าจ้างเป็นค่าใช้จ่ายในการดําเนินการดังกล่าวด้วย
4.3.7 ผู้รับจ้างต้องดําเนินการโดยเริ่มปฏิบัติงาน หลังจากผู้ว่าจ้างได้แจ้งผู้รับจ้างเป็นลายลักษณ์อักษร
4.3.8 ปริมาณงานหากปรากฏว่าจําเป็นต้องเปลี่ยนแปลงแล้วทําให้ปริมาณงาน เพิ่ม/ลด จากสัญญา ผู้รับจ้างยอมให้คิดราคา เพิ่ม/ลด ตามปริมาณงานที่เปลี่ยนไป โดยใช้ราคาต่อหน่วยในใบเสนอราคา (หากไม่มีราคา ต่อหน่วย ผู้รับจ้างต้องตกลงราคากับผู้ว่าจ้างก่อนเริ่มปฏิบัติงาน)
4.3.9 รายการใดที่ขัดแย้งกันระหว่างแบบ, รายละเอียด และข้อกําหนดเฉพาะงาน ให้ยึดถือข้อกําหนด เฉพาะงานเป็นสําคัญ หากข้อกําหนดเฉพาะงานยังไม่ถูกต้อง ให้ผู้ตรวจการจ้างหรือผู้ควบคุมงานเป็นผู้ชี้ขาด และถือ เป็นข้อยุติ ผู้รับจ้างจะอ้างเอาเป็นเหตุที่จะเรียกร้องค่าใช้จ่าย และ/หรือระยะเวลาในการทํางานเพิ่มเติมมิได้
4.3.10 ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้างมีความประสงค์จะเข้าไปดําเนินการ หรือติดตั้งอุปกรณ์ส่วนใด ส่วนหนึ่งในขณะที่ผู้รับจ้างกําลังปฏิบัติงานอยู่ ผู้รับจ้างต้องอํานวยความสะดวกให้แก่เจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้างดังกล่าว
ด้วย
หน้าที่ 5
4.3.11 ก่อนที่ผู้รับจ้างจะดําเนินการซ่อมแซมหรือปรับปรุงส่วนหนึ่งส่วนใด ผู้รับจ้างต้องแจ้งวันเวลาและ วิธีการดําเนินงานรวมทั้งอุปกรณ์เครื่องมือและเครื่องจักรต่างๆ ที่จะใช้งานให้ผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างทราบ
ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วันทําการ
4.3.12 เศษวัสดุและวัสดุที่รื้อถอนออกหรือไม่ได้ใช้งานแล้ว หากไม่ได้กําหนดเป็นอย่างอื่นเมื่อผู้ควบคุม
งานเห็นว่าจะเป็นอุปสรรคต่อการทํางานหรือการปฏิบัติงานของผู้ว่าจ้างให้ผู้รับจ้างขนย้ายออกไปนอกเขตพื้นที่
ทํางานทันที
อย่างอื่น
4.3.13 วัสดุและทรัพย์สินใดๆ ที่มีอยู่ในบริเวณพื้นที่ทํางานเป็นของผู้ว่าจ้างทั้งสิ้นเว้นแต่จะระบุไว้เป็น
4.3.14 ผู้รับจ้างต้องทําการประกันภัยหรือประกันอุบัติภัยที่ให้ความคุ้มครองต่อชีวิตและทรัพย์สินของ
บุคคลภายนอกที่เกิดขึ้นในบริเวณงานซึ่งอุบัติภัยที่เกิดดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวเนื่องจากที่มีการปฏิบัติงานของงานนี้ และ หากเกิดอุบัติภัยใดๆ นอกเหนือการประกันภัย ผู้รับจ้างยังคงเป็นผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น
4.3.15 ข้อกําหนดงานติดตั้งไฟสัญญาณจราจรและกฎจราจร กรณีมีการปิดเส้นทางจราจร
4.3.15.1 ต้องจัดให้มีพนักงานสําหรับการจัดการเรื่องสัญญาณไฟฟ้าจราจรโดยเฉพาะ 1 คน 4.3.15.2 การแต่งกายให้เหมาะสมขณะปฏิบัติหน้าที่ต้องสวมเสื้อสะท้อนแสงหมวก Safety 4.3.15.3 อุปกรณ์ประกอบงานติดตั้งไฟสัญญาณจราจร ต้องอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์
4.3.15.4 ผู้รับจ้างขับยานพาหนะต้องปฏิบัติตามกฎและสัญญาณจราจรผู้รับจ้างต้อง
รับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้นเพราะการละเมิดกฎและสัญญาณจราจร
4.3.16 ผู้รับจ้างต้องไม่ใช้ยานพาหนะ และเครื่องมือกลที่อยู่ในสภาพชํารุดหรือไม่ปลอดภัยต้องรายงาน สภาพเหล่านั้นให้ผู้ว่าจ้างทราบทันที
4.3.17 ถ้าผู้รับจ้างฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อกําหนดดังกล่าวข้างต้น ผู้ว่าจ้างมีสิทธิสั่งให้ผู้รับจ้าง หยุดทํางานที่จ้างได้ทันที และมีสิทธิ์รื้อถอน โยกย้าย เครื่องมือ-เครื่องใช้ หรือวัสดุที่ใช้ในการทํางานที่กีดขวาง หรือ อาจเป็นอุปสรรคต่อการจราจรให้พ้นไปจากบริเวณสถานที่ปฏิบัติงาน ตามสัญญานี้ หรือทําการใดๆ เพื่อบรรเทาหรือ ขจัดอุปสรรคต่อการจราจรบริเวณดังกล่าว หรือแก้ไขงานที่จ้างให้ถูกต้อง โดยผู้รับจ้างจะเรียกร้องค่าเสียหายต่อผู้ ว่าจ้างมิได้ไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ตาม นอกจากนั้นผู้ว่าจ้างยังมีสิทธิที่จะบอกเลิกสัญญาจ้างนี้ได้อีกด้วย
4.4 สิ่งที่ผู้รับจ้างต้องจัดหาและดําเนินการเอง
4.4.1 วัสดุ-อุปกรณ์, เครื่องมือ-เครื่องใช้และสัมภาระทั้งหมดในการทํางานนอกเหนือจากสิ่งที่ ผู้ว่าจ้าง จัดหาให้หรือดําเนินการเอง ค่าใช้จ่ายทั้งหมดเป็นของผู้รับจ้างเองทั้งสิ้น
4.4.2 แรงงานและช่างฝีมือ จํานวนเพียงพอแก่การทํางาน และต้องจัดให้มีผู้ควบคุมงานที่มีใบอนุญาตเป็น ผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (กว.) ระดับภาคีวิศวกร สาขาไฟฟ้ากําลัง เป็นอย่างน้อยเพื่ออยู่ควบคุมงาน ตลอดเวลา ผู้ว่าจ้างจะไม่อนุญาตให้ทํางานหากไม่มีผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้างอยู่ประจํา
4.4.3 ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สินของผู้ว่าจ้างจากการกระทําของผู้รับจ้างผู้รับจ้างต้องเป็น ผู้รับผิดชอบ โดยจัดหาหรือซ่อมแซมให้เหมือนเดิม
หน้าที่ 6
4.4.4 ในกรณีที่มีการปฏิบัติงานจริงไม่ตรงกับแบบรูปที่ผู้ว่าจ้างจัดหาให้หลังจากดําเนินการแล้วเสร็จ ผู้รับ จ้างต้องจัดทําแบบรูปจริง (As Built) ลงในแบบรูปที่ผู้ว่าจ้างจัดให้เพื่อประกอบการตรวจรับงาน ในกรณีที่มีเหตุอัน สุดวิสัยทําให้ผู้รับจ้างไม่สามารถจัดหาสัมภาระและสิ่งอํานวยความสะดวกตามข้อกําหนดได้ผู้รับจ้างต้องแสดง หลักฐานและแจ้งต่อผู้ว่าจ้างเป็นลายลักษณ์อักษรโดยด่วนเพื่อที่ผู้ว่าจ้างจะได้พิจารณากําหนดสิ่งที่เทียบเท่าหรือ
ดีกว่าแทน โดยไม่คิดราคาใดๆ เพิ่มให้ทั้งสิ้นและ ผู้รับจ้างจะอ้างเป็นสาเหตุเพื่อขอต่ออายุข้อตกลงเป็นหนังสือหรือ สัญญาจ้างมิได้ - กําหนดเวลาแล้วเสร็จ
ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการตามข้อกําหนดของสัญญาจ้างภายในระยะเวลา 30 วัน - หลักเกณฑ์ในการพิจารณาข้อเสนอ
ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอครั้งนี้จะพิจารณาตัดสินโดยใช้เกณฑ์ราคา - วงเงินงบประมาณ
เป็นเงินจํานวนทั้งสิ้น 2,000,000,00 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) - งวดงานและการจ่ายเงิน
8.1 ผู้ว่าจ้างจะจ่ายเงินค่าจ้างให้งวดเดียวเมื่อผู้รับจ้างได้ทํางานแล้วเสร็จเรียบร้อยถูกต้องตามสัญญาหรือ ข้อตกลงเป็นหนังสือ ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลพินิจของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ถ้าผู้รับจ้างทํางานไม่แล้วเสร็จตามกําหนด ผู้ว่าจ้างมีสิทธิสั่งหยุดงาน และ/หรือ บอกยกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือได้
8.2 ในการทําสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือรายนี้ ผู้รับจ้างต้องจัดหาวัสดุ-อุปกรณ์ และช่างฝีมือดีตาม สัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือเพื่อประกอบการดังกล่าวข้างต้น ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน
8.3 การจ่ายเงินค่าจ้างในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็น Joint Venture ผู้ว่าจ้างจะจ่ายในนาม Joint Venture ในสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็น Consortium ผู้ว่าจ้างจะจ่ายในนามผู้เข้าร่วมกลุ่ม Consortium แต่ละรายเว้นแต่จะกําหนดไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ
8.4 การจ่ายเงินตามเงื่อนไขแห่งสัญญาหรือใบสั่งจ้างนี้ ผู้ว่าจ้างจะโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของ ผู้รับจ้าง ทั้งนี้ ผู้รับจ้างตกลงเป็นผู้รับภาระค่าธรรมเนียม หรือค่าบริการอื่นใดเกี่ยวกับการโอน รวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่นใด (ถ้ามี) ที่ธนาคารเรียกเก็บ และยินยอมให้มีการหักเงินดังกล่าวจากจํานวนเงินโอนในงวดนั้นๆ
8.5 กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลบัญชีเงินฝาก ให้ผู้รับจ้างแจ้งยืนยันตามแบบหนังสือแจ้งขอ เปลี่ยนแปลงข้อมูลของผู้รับจ้าง ผู้ว่าจ้างกําหนดและถือว่าแบบหนังสือดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา
หน้าที่ 7
7 - อัตราค่าปรับ
9.1 หากผู้รับจ้างไม่สามารถทํางานให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กําหนดไว้ในสัญญา และผู้ว่าจ้าง ยังมิได้บอก เลิกสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องชําระค่าปรับให้แก่ผู้ว่าจ้างเป็นจํานวนเงินวันละ 0.10% ของราคาที่ได้รับอนุมัติให้จ้าง (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) นับถัดจากวันที่ครบกําหนดเวลาแล้วเสร็จของงานตามสัญญาหรือวันที่ผู้ว่าจ้างได้ขยายเวลา ทํางานให้จนถึงวันที่ทํางานแล้วเสร็จจริง นอกจากนี้ ผู้รับจ้างยอมให้ผู้ว่าจ้างเรียกค่าเสียหายอันเกิดขึ้นจากการที่ผู้รับ จ้างทํางานล่าช้าเฉพาะส่วนที่เกินกว่าจํานวนค่าปรับและค่าใช่จ่ายดังกล่าวได้อีกด้วย
9.2 ในระหว่างที่ผู้ว่าจ้างยังมิได้บอกเลิกสัญญานั้น และผู้ว่าจ้างเห็นว่าผู้รับจ้างจะไม่สามารถปฏิบัติตาม สัญญาต่อไปได้ ผู้ว่าจ้างจะใช้สิทธิบอกเลิกสัญญา และถ้าผู้ว่าจ้างได้แจ้งข้อเรียกร้องไปยังผู้รับจ้างเมื่อครบ กําหนดเวลาแล้วเสร็จของงานขอให้ชําระค่าปรับแล้ว ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะปรับผู้รับจ้างจนถึงวันบอกเลิกสัญญาได้อีก
ด้วย
9.3 หากปรากฏว่าผู้รับจ้างไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือได้และจะต้องมีการปรับ ตามสัญญาหรือข้อตกลงนั้น หากจํานวนเงินค่าปรับจะเกินร้อยละสิบของวงเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้าง ผู้ว่าจ้างขอสงวน สิทธิในการบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลง เว้นแต่ผู้รับจ้างยินยอมเสียค่าปรับให้แก่ผู้ว่าจ้างโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น 10. กําหนดระยะเวลารับประกันความชํารุดบกพร่อง
ซึ่งได้ทําข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือแล้วแต่กรณี
การรับประกันความชํารุดบกพร่อง ผู้ชนะการเสนอราคา จะต้องรับประกันการติดตั้งและความชํารุดบกพร่องของงานที่เกิดขึ้นจากใช้งานปกติภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 30
(สามสิบ) วัน นับจากวันที่ กฟน. ได้รับมอบงาน โดยผู้รับจ้างต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิมภายใน 7 (เจ็ด) วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือ หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แจ้งความชํารุดบกพร่องจากผู้ว่าจ้าง