จ้างก่อสร้างระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างก่อสร้างงานซ่อมปรับปรุงอาคาร กลุ่มงบงานปรับปรุงอาคาร และสิ่งปลูกสร้าง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 งานซ่อมกองรักษาการณ์ เลขที่ 406/32 ของ กองพลทหารม้าที่ 1, บ้านพัก เลขที่ 487/29 และ เลขที่ 508/30 ของ กองพลทหารม้าที่ 1, อาคารเลขที่ 767/42 ของ กรมทหารปืนใหญ่ที่ 21, เลข 275/23 ของ กองพันทหารม้าที่ 13 กรมทหารม้าที่ 3 และ อาคารเลขที่ 459/32 ของ กองร้อยทหารสารวัตรสนาม 2 กองพันทหารสารวัตรที่ 31 จังหวัดเพชรบูรณ์

กองทัพบก โดย กองทัพภาคที่ 3 69059304745
฿13,194,300 ปีงบ 2569 ประกาศ 30 มิ.ย. 2569 พิษณุโลก
รายละเอียดการจ้าง

เอกสารฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณเงินชดเชยค่างานก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาได้ หรือที่เรียกว่า “ค่า K” ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการปรับปรุงราคางานให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนวัสดุและค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการก่อสร้าง สัญญาแบบปรับราคาได้นี้จะถูกนำมาใช้กับงานก่อสร้างทุกประเภท รวมถึงงานปรับปรุงและซ่อมแซม โดยจะใช้เมื่อดัชนีราคาที่จัดทำโดยกระทรวงพาณิชย์มีการเปลี่ยนแปลงสูงขึ้นหรือลดลงจากราคา ณ วันเปิดซองประกวดราคา การนำสัญญาแบบนี้มาใช้จะต้องมีการแจ้งและประกาศให้ผู้รับจ้างทราบอย่างชัดเจนในประกาศประกวดราคาและในสัญญาจ้าง พร้อมระบุประเภทงานก่อสร้าง สูตรและวิธีการคำนวณที่ชัดเจน เอกสารได้แบ่งประเภทงานก่อสร้างออกเป็นหมวดหมู่ต่างๆ เช่น หมวดงานอาคาร (เช่น ที่ทำการ, โรงเรียน, โรงพยาบาล) หมวดงานดิน (เช่น การขุด, การถม, งานหิน) หมวดงานทาง (เช่น งานผิวทาง, งานผิวถนนคอนกรีต) และหมวดงานระบบสาธารณูปโภค (เช่น งานวางท่อ, งานปรับปรุงระบบ) พร้อมทั้งระบุสูตรการคำนวณค่า K ที่แตกต่างกันไปตามลักษณะงานแต่ละประเภท โดยสูตรทั่วไปคือ P = (Po) x (K) ซึ่ง P คือราคาค่างานที่จะจ่ายให้ผู้รับจ้าง, Po คือราคาค่างานที่ประมูลได้ และ K คือ Escalation Factor ที่มีการปรับเพิ่มหรือลดตามการเปลี่ยนแปลงของดัชนีราคาต่างๆ เช่น ดัชนีราคาผู้บริโภค, ดัชนีราคาสีเมนต์, ดัชนีราคาก่อสร้าง, ดัชนีราคาเหล็ก, ดัชนีราคาแอสฟัลท์, ดัชนีราคาเครื่องจักรกล, และดัชนีราคาน้ำมันดีเซล นอกจากนี้ เอกสารยังได้ระบุถึงเงื่อนไขและวิธีการคำนวณที่สำคัญ เช่น การใช้ตัวเลขทศนิยม 3 ตำแหน่ง, การคำนวณค่า K สำหรับงานหลายประเภทในสัญญาเดียว, การพิจารณาเงินเพิ่มหรือลดเมื่อค่า K เปลี่ยนแปลงเกิน 4%, และการกำหนดค่า K ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จตามกำหนด

English summary

This document outlines the principles and methods for calculating construction cost compensation based on the adjustable price contract (K-factor). It covers the conditions for using such contracts, the calculation of the K-factor according to various construction work categories including buildings, earthworks, roads, and utility systems. It also specifies the price indices used in the calculations and the correct calculation procedures.

สถานที่ดำเนินการ

ไม่ระบุ

ผู้เสนอราคาและผู้ชนะ

รายชื่อบริษัทที่เข้าร่วมการประมูล

ผู้เสนอราคาทั้งหมด (0)

ไม่มีข้อมูลผู้เสนอราคา

โครงการนี้ไม่มีรายชื่อผู้เสนอราคา

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณเงินชดเชยค่างานก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K)
  • เพื่อให้การปรับปรุงราคางานก่อสร้างเป็นไปอย่างถูกต้องและเป็นธรรม สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของต้นทุน
  • เพื่อให้ผู้รับจ้างและผู้ว่าจ้างมีความเข้าใจที่ตรงกันเกี่ยวกับกระบวนการคำนวณค่า K
  • เพื่อให้การเบิกจ่ายค่างานเป็นไปตามระเบียบและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

ขอบเขตของงาน

  • การกำหนดเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ในการใช้สัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K) กับงานก่อสร้างทุกประเภท
  • การระบุประเภทงานก่อสร้างต่างๆ และสูตรการคำนวณค่า K ที่เหมาะสมสำหรับแต่ละประเภทงาน
  • การกำหนดดัชนีราคาต่างๆ ที่ใช้ในการคำนวณค่า K เช่น ดัชนีราคาผู้บริโภค, ดัชนีราคาสีเมนต์, ดัชนีราคาก่อสร้าง, ดัชนีราคาเหล็ก, ดัชนีราคาแอสฟัลท์, ดัชนีราคาเครื่องจักรกล, และดัชนีราคาน้ำมันดีเซล
  • การอธิบายวิธีการคำนวณค่า K โดยละเอียด รวมถึงการคำนวณสำหรับงานหลายประเภทในสัญญาเดียว
  • การกำหนดหลักเกณฑ์ในการพิจารณาเงินเพิ่มหรือลดค่างานตามการเปลี่ยนแปลงของค่า K
  • การกำหนดแนวทางการคำนวณค่า K ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จตามกำหนด
  • การกำหนดขั้นตอนการเบิกจ่ายค่างานงวดต่างๆ และการคำนวณเงินเพิ่ม/ลด

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการใช้สัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K)
  • สูตรการคำนวณค่า K สำหรับงานก่อสร้างประเภทต่างๆ
  • รายการดัชนีราคาที่ใช้ในการคำนวณค่า K
  • วิธีการคำนวณค่า K ที่ถูกต้อง
  • แนวทางการพิจารณาเงินเพิ่ม/ลดค่างาน

ระยะเวลาดำเนินการ

ไม่ระบุ

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: ไม่ระบุ (เอกสารนี้เป็นหลักเกณฑ์การคำนวณ ไม่ใช่เอกสารประกวดราคา)
  • Standards Compliance: ไม่ระบุ
  • Experience: ไม่ระบุ
  • Previous Project Cost: ไม่ระบุ
  • Technical Capabilities: ไม่ระบุ
  • Personnel: ไม่ระบุ

เกณฑ์การพิจารณา

ไม่ระบุ (เอกสารนี้เป็นหลักเกณฑ์การคำนวณ ไม่ใช่เอกสารประกวดราคา)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • สูตรการคำนวณค่า K สำหรับงานอาคาร: K = 0.25 + 0.15 It/Io + 0.10 Ct/Co + 0.40 Mt/Mo + 0.10 St/So
  • สูตรการคำนวณค่า K สำหรับงานดิน: K = 0.30 + 0.10 It/Io + 0.40 Et/Eo + 0.20 Ft/Fo
  • สูตรการคำนวณค่า K สำหรับงานหินเรียง: K = 0.40 + 0.20 It/Io + 0.20 Mt/Mo + 0.20 St/So
  • สูตรการคำนวณค่า K สำหรับงานเจาะระเบิดหิน: K = 0.45 + 0.15 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.20 Et/Eo + 0.10 Et/Fo
  • สูตรการคำนวณค่า K สำหรับงานผิวทาง PRIME COAT, TACK COAT, SEAL COAT: K = 0.30 + 0.40 At/Ao + 0.20 Et/Eo + 0.10 Ft/Fo
  • สูตรการคำนวณค่า K สำหรับงานผิวทาง SURFACE TREATMENT SLURRY SEAL: K = 0.30 + 0.10 Mt/Mo + 0.30 At/Ao + 0.20 Et/Eo + 0.10 Ft/Fo
  • สูตรการคำนวณค่า K สำหรับงานผิวทาง ASPHALTIC CONCRETE, PENETRATION MACADAM: K = 0.30 + 0.10 Mt/Mo + 0.40 At/Ao + 0.10 Et/Eo + 0.10 Ft/Fo
  • สูตรการคำนวณค่า K สำหรับงานผิวถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก: K = 0.30 + 0.10 It/Io + 0.35 Ct/Co + 0.10 Mt/Mo + 0.15 St/So
  • สูตรการคำนวณค่า K สำหรับงานท่อระบายน้า คอนกรีตเสริมเหล็กและงานบ่อพัก: K = 0.35 + 0.20 It/Io + 0.15 Ct/Co + 0.15 Mt/Mo + 0.15 St/So
  • สูตรการคำนวณค่า K สำหรับงานโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กและงานเขื่อนกันตลิ่ง: K = 0.30 + 0.10 It/Io + 0.15 Ct/Co + 0.20 Mt/Mo + 0.25 St/So
  • สูตรการคำนวณค่า K สำหรับงานโครงสร้างเหล็ก: K = 0.25 + 0.10 It/Io + 0.05 Ct/Co + 0.20 Mt/Mo + 0.40 St/So
  • สูตรการคำนวณค่า K สำหรับงานวางท่อ AC และ PVC (กรณีผู้ว่าจ้างจัดหา): K = 0.50 + 0.25 It/Io + 0.25 Mt/Mo
  • สูตรการคำนวณค่า K สำหรับงานวางท่อ AC และ PVC (กรณีผู้รับจ้างจัดหาท่อ AC): K = 0.40 + 0.10 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.40 ACt/ACo
  • สูตรการคำนวณค่า K สำหรับงานวางท่อ AC และ PVC (กรณีผู้รับจ้างจัดหาท่อ PVC): K = 0.40 + 0.10 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.40 PVCt/PVCo
  • สูตรการคำนวณค่า K สำหรับงานวางท่อเหล็กเหนียวและท่อ HYDENSITY POLYETHYLENE (กรณีผู้ว่าจ้างจัดหา): K = 0.40 + 0.10 It/Io + 0.15 Mt/Mo + 0.20 Et/Eo + 0.15 Ft/Fo
  • สูตรการคำนวณค่า K สำหรับงานวางท่อเหล็กเหนียวและท่อ HYDENSITY POLYETHYLENE (กรณีผู้รับจ้างจัดหาท่อเหล็กเหนียว): K = 0.40 + 0.10 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.10 Et/Eo + 0.30 GIPt/GIPo
  • สูตรการคำนวณค่า K สำหรับงานวางท่อเหล็กเหนียวและท่อ HYDENSITY POLYETHYLENE (กรณีผู้รับจ้างจัดหาท่อ HYDENSITY POLYETHYLENE): K = 0.50 + 0.10 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.30 PEt/Peo
  • สูตรการคำนวณค่า K สำหรับงานปรับปรุงระบบอุโมงค์ส่งน้ำและงาน SECONDARY LINING: K = 0.40 + 0.10 It/Io + 0.15 Et/Eo + 0.35 GIPt/GIPo
  • สูตรการคำนวณค่า K สำหรับงานวางท่อ PVC หุ้มด้วยคอนกรีต: K = 0.30 + 0.10 It/Io + 0.20 Ct/Co + 0.05 Mt/Mo + 0.05 St/So + 0.30 PVCt/PVCo
  • สูตรการคำนวณค่า K สำหรับงานวางท่อ PVC กลบด้วยทราย: K = 0.25 + 0.05 It/Io + 0.05 Mt/Mo + 0.65 PVCt/PVCo
  • สูตรการคำนวณค่า K สำหรับงานวางท่อเหล็กอาบสังกะสี: K = 0.25 + 0.25 It/Io + 0.50 GIPt/GIPo

เงื่อนไขสัญญา

  • การปรับราคาจะคำนวณจากสูตร P = (Po) x (K)
  • K คือ Escalation Factor ที่หักด้วย 4% เมื่อต้องเพิ่มค่างาน หรือบวกเพิ่ม 4% เมื่อต้องเรียกค่างานคืน
  • การคำนวณค่า K ให้ใช้ตัวเลขทศนิยม 3 ตำแหน่งทุกขั้นตอน โดยไม่มีการปัดเศษ
  • การพิจารณาเงินเพิ่มหรือลดราคาค่างาน จะคำนวณเมื่อค่า K เปลี่ยนแปลงไปจากค่า K ในเดือนเปิดซองราคามากกว่า 4% ขึ้นไป โดยนำเฉพาะส่วนที่เกิน 4% มาคำนวณ
  • ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จตามกำหนด ให้ใช้ค่า K ของเดือนสุดท้ายตามอายุสัญญา หรือค่า K ของเดือนที่ส่งมอบงานจริง แล้วแต่ว่าค่า K ตัวใดจะมีค่าน้อยกว่า
  • การจ่ายเงินแต่ละงวด ให้จ่ายค่าจ้างงานที่ทำได้ไปก่อน ส่วนค่างานเพิ่มหรือลดจะคำนวณเมื่อทราบดัชนีราคาที่แน่นอนแล้ว
  • การจ่ายเงินเพิ่มหรือเรียกคืนเงิน ต้องได้รับการตรวจสอบและเห็นชอบจากสำนักงบประมาณ
  • ผู้รับจ้างต้องเรียกร้องเงินเพิ่มภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ส่งมอบงานงวดสุดท้าย หากพ้นกำหนดจะไม่มีสิทธิเรียกร้องอีก

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • คำถาม: สัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K) สามารถใช้กับงานประเภทใดได้บ้าง?
  • คำตอบ: สัญญาแบบปรับราคาได้นี้สามารถใช้กับงานก่อสร้างทุกประเภท รวมถึงงานปรับปรุงและซ่อมแซม ที่เบิกจ่ายค่างานในลักษณะหมวดค่าครุภัณฑ์ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง หมวดเงินอุดหนุน และหมวดรายจ่ายอื่นที่เบิกจ่ายในลักษณะค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง
  • คำถาม: การเปลี่ยนแปลงของดัชนีราคาที่ใช้ในการคำนวณค่า K คือช่วงเวลาใด?
  • คำตอบ: การเปลี่ยนแปลงของดัชนีราคาจะถูกเปรียบเทียบระหว่างเดือนที่ส่งมอบงานแต่ละงวด กับเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
  • คำถาม: หากผู้รับจ้างส่งมอบงานล่าช้า จะมีการคำนวณค่า K อย่างไร?
  • คำตอบ: ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาในสัญญา ให้ใช้ค่า K ของเดือนสุดท้ายตามอายุสัญญา หรือค่า K ของเดือนที่ส่งมอบงานจริง แล้วแต่ว่าค่า K ตัวใดจะมีค่าน้อยกว่า
  • คำถาม: ผู้รับจ้างมีสิทธิเรียกร้องเงินเพิ่มค่างานได้นานเท่าใด?
  • คำตอบ: ผู้รับจ้างมีสิทธิเรียกร้องเงินเพิ่มค่างานก่อสร้างภายในกำหนด 90 วัน นับแต่วันที่ผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานงวดสุดท้าย หากพ้นกำหนดนี้ไปแล้วจะไม่มีสิทธิเรียกร้องอีก
  • คำถาม: ดัชนีราคาที่ใช้ในการคำนวณค่า K อ้างอิงจากหน่วยงานใด?
  • คำตอบ: ดัชนีราคาที่ใช้ในการคำนวณค่า K จัดทำขึ้นโดยกระทรวงพาณิชย์
  • คำถาม: หากสัญญาจ้างมีงานก่อสร้างหลายประเภท จะคำนวณค่า K อย่างไร?
  • คำตอบ: จะต้องแยกค่า K ของงานก่อสร้างแต่ละประเภทให้ชัดเจนตามลักษณะของงานนั้นๆ และให้สอดคล้องกับสูตรที่กำหนดไว้สำหรับแต่ละประเภทงาน
  • คำถาม: การคำนวณค่า K ต้องปัดเศษหรือไม่?
  • คำตอบ: กำหนดให้ใช้ตัวเลขทศนิยม 3 ตำแหน่งทุกขั้นตอน โดยไม่มีการปัดเศษ
  • คำถาม: การปรับเพิ่มหรือลดค่างานจะเริ่มคำนวณเมื่อค่า K เปลี่ยนแปลงไปเท่าใด?
  • คำตอบ: จะพิจารณาเงินเพิ่มหรือลดราคาค่างานจากราคาที่ผู้รับจ้างทำสัญญาตกลงกับผู้ว่าจ้าง เมื่อค่า K ตามสูตรสำหรับงานก่อสร้างนั้นๆ ในเดือนที่ส่งมอบงานมีค่าเปลี่ยนแปลงไปจากค่า K ในเดือนเปิดซองราคามากกว่า 4% ขึ้นไป โดยนำเฉพาะส่วนที่เกิน 4% มาคำนวณ
  • คำถาม: ใครเป็นผู้พิจารณาการคำนวณเงินเพิ่มหรือลด และการจ่ายเงินเพิ่มหรือเรียกคืนจากผู้รับจ้าง?
  • คำตอบ: การพิจารณาต้องได้รับการตรวจสอบและเห็นชอบจากสำนักงบประมาณ และให้ถือการพิจารณาวินิจฉัยของสำนักงบประมาณเป็นที่สิ้นสุด
  • คำถาม: สูตรคำนวณค่า K สำหรับงานอาคารมีองค์ประกอบใดบ้าง?
  • คำตอบ: สูตรสำหรับงานอาคารคือ K = 0.25 + 0.15 It/Io + 0.10 Ct/Co + 0.40 Mt/Mo + 0.10 St/So โดยแต่ละตัวแปรแทนดัชนีราคาต่างๆ เช่น ดัชนีราคาผู้บริโภค, ซีเมนต์, วัสดุก่อสร้าง, และเหล็ก

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

สูตรการคา นวณเงินชดเชยค่างานก่อสร้าง ( ค่า K )
(1) เงื่อนไขและหลักเกณฑ์

  1. สัญญาแบบปรับราคาไดน้้ีใหใ้ชก้ บังานก่อสร้างทุกประเภท รวมถึงงานปรับปรุงและซ่อมแซม ซ่ึงเบิกจ่ายค่างานในลกัษณะหมวดค่าครุภณั ฑ์ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง หมวดเงินอุดหนุนและหมวดรายจ่าย อื่นที่เบิกจ่ายในลกัษณะค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้างที่อยใู่ นเงื่อนไขและหลกัเกณฑต์ ามที่ไดก้า หนดน้ี 2. สัญญาแบบปรับราคาไดน้้ีใหใ้ชท้ ้งัในกรณีเพิ่มหรืดลดค่างานจากค่างานเดิมตามสัญญาเมื่อ ดชันีราคาซ่ึงจดัทา ข้ึนโดยกระทรวงพาณิชย์มีการเปลี่ยนแปลงสูงข้ึนหรือลดลงจากเดิมขณะเมื่อวันเปิ ดซอง ประกวดราคา ส าหรับกรณีที่จัดจ้างโดยวิธีอื่น ให้ใช้วันเปิ ดซองราคาแทน
  2. การนา สัญญาแบบปรับราคาไดไ้ปใชน้ ้นั ผวู้า่ จา้งตอ้งแจง้และประกาศใหผ้รู้ับจา้งทราบ เช่นใน ประกาศประกวดราคาฯ และตอ้งระบุในสัญญาจา้งดว้ยวา่ งานจา้งเหมาน้นั ๆ จะใชส้ ัญญาแบบปรับราคาได้ พร้อมท้งักา หนดประเภทของงานก่อสร้าง สูตรและวธิีการคา นวณที่ใหม้ีการปรับเพิ่มหรือลดค่างานไวใ้หช้ ดัเจน ในกรณีที่มีงานก่อสร้างหลายประเภทในงานจา้งคราวเดียวกนั จะตอ้งแยกประเภทงาน ก่อสร้าง แต่ละประเภทใหช้ ดัเจนตามลกัษณะของงานก่อสร้างน้นั ๆ และใหส้อดคลอ้งกบั สูตรที่กา หนดไว้ 4. การขอเงินเพิ่มค่างานก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาไดน้้ีเป็นหนา้ที่ของผรู้ับจา้งที่จะตอ้งเรียกร้อง ภายในกา หนด 90วนั นบั ต้งัแต่วนั ที่ผรู้ับจา้งไดส้่งมอบงานงวดสุดทา้ยหากพน้กา หนดน้ีไปแลว้ ผรู้ับจา้งไม่มี สิทธิที่จะเรียกร้องเงินเพิ่มค่างานก่อสร้างจากผวู้า่ จา้งไดอ้ีกต่อไปและในกรณีที่ผวู้า่ จา้งจะตอ้งเรียกเงินคืนจาก ผรู้ับจา้ง ใหผ้วู้า่ จา้งที่เป็นคู่สัญญารีบเรียกเงินคืนจากผรู้ับจา้งโดยเร็ว หรือใหห้ กัค่างานของงวดต่อไป หรือให้หกัเงินจากหลกัประกนั สัญญาแลว้แต่กรณี
  3. การพิจารณาคา นวณเงินเพิ่มหรือลด และการจ่ายเงินเพิ่มหรือเรียกคืนจากผรู้ับจา้งตามเงื่อนไข ของสัญญาแบบปรับราคาได้ ต้องได้รับการตรวจสอบและเห็นชอบจากส านักงบประมาณและให้ถือการพิจารณา วนิิจฉยัของสา นกังบประมาณเป็นที่สิ้นสุด
    (2) ประเภทงานก่อสร้างและสูตรทใี่ ช้กบัสัญญาแบบปรับราคาได้
    ในการพิจารณาเพิ่มหรือลดราคาค่างานจา้งเหมาก่อสร้างใหค้า นวณตามสูตรดงัน้ี
    P = (Po) x (K)
    กา หนดให้P = ราคาค่างานต่อหน่วยหรือราคาค่างานเป็นงวดที่จะตอ้งจ่ายใหผ้รู้ับจา้ง
    Po = ราคาค่างานต่อหน่วยที่ผรู้ับจา้งประมูลได้หรือราคาค่างานเป็นงวดซ่ึงระบุไวใ้นสัญญาแลว้แต่กรณี K = ESCALATION FACTOR ที่หักด้วย 4% เมื่อตอ้งเพิ่มค่างานหรือบวกเพิ่ม 4%
    เมื่อตอ้งเรียกค่างานคืน ESCALATION FACTOR K หากไดจ้ากสูตร ซ่ึงแบ่งตามประเภทและ ลกัษณะงานดงัน้ี
    /หมวดที่ 1…
    -2 -
    หมวดที่ 1 งานอาคาร
    งานอาคาร หมายถึง ตวัอาคารเช่น ที่ทา การโรงเรียน โรงพยาบาล หอพกั ที่พกัอาศยั หอประชุม อฒั จนั ทร์ยมิเนเซียม สระวา่ ยน้า โรงอาหารคลงัพสั ดุโรงงาน ร้ัวเป็นตน้ และใหห้ มายความรวมถึง 1.1ไฟฟ้าของอาคารบรรจบถึงสายเมนจา หน่ายแต่ไม่รวมถึงหมอ้แปลงและระบบไฟฟ้า ภายในบริเวณ
    1.2 ประปาของอาคารบรรจบถึงท่อเมนจา หน่ายแต่ไม่รวมถึงระบบประปาภายในบริเวณ 1.3 ระบบท่อหรือระบบสายต่าง ๆ ที่ติดหรือฝังอยใู่ นส่วนของอาคารเช่น ท่อปรับอากาศ ท่อก๊าซ สายไฟฟ้าสา หรับเครื่องปรับอากาศ สายล่อฟ้า ฯลฯ
    1.4 ทางระบายน้า ของอาคารจนถึงทางระบายน้า ภายนอก
    1.5 ส่วนประกอบที่จา เป็นสา หรับอาคารเฉพาะส่วนที่ติดกบัอาคารโดยตอ้งสร้างหรือประกอบ พร้อมกบัการก่อสร้างอาคารแต่ไม่รวมถึงเครื่องจกัรหรือเครื่องมือกลที่นา มาประกอบหรือติดต้งั เช่น ลิฟท์ เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องสูบน้า เครื่องปรับอากาศ พัดลม ฯลฯ
    1.6 ทางเทา้รอบอาคาร ดินถม ดินตกั ห่างจากอาคารโดยรอบไม่เกิน 3 เมตร ใช้สูตร K = 0.25 + 0.15 It/Io + 0.10 Ct/Co + 0.40 Mt/Mo + 0.10 St/So
    หมวดที่ 2 งานดิน
    2.1 งานดิน หมายถึง การขุดดิน การตักดิน การบดอัดดิน การขุดเปิ ดหน้าดิน การเกลี่ย บดอัดดิน การขุด-ถมบดอดัแน่นเขื่อน คลองคนัคลองคนัก้นั น้า คนั ทาง ซ่ึงตอ้งใชเ้ครื่องจกัรเครื่องมือกลปฏิบตัิงาน ส าหรับการถมดินให้หมายความถึงการถมดินหรือทรายหรือวัสดุอื่น ที่มีการควบคุม คุณสมบตัิของวสั ดุน้นั และมีขอ้กา หนดวธิีการถม รวมถึงมีการบดอดัแน่นโดยใชเ้ครื่องจกัรเครื่องมือกล เพื่อให้ได้มาตรฐานตาม ที่กา หนดไว้เช่นเดียวกบังานก่อสร้างถนนหรือเขื่อน ชลประทาน
    ท้งัน้ีใหร้วมถึงงานประเภท EMBANKMENT , EXCAVATION , SUBBASE , SELECTED MATERIAL , UNTREATED BASE และSHOULDER
    ใช้สูตร K =0.30 + 0.10 It/Io + 0.40 Et/Eo + 0.20 Ft/Fo
    2.2 งานหินเรียง หมายถึง งานหินขนาดใหญ่นา มาเรียงกนั เป็นช้นั ให้เป็นระเบียบจนไดค้วามหนา ที่ตอ้งการโดยในช่องวา่ งระหวา่ งหินใหญ่จะแซมดว้ยหินยอ่ ยหรือกรวดขนาดต่าง ๆ และทราย ใหเ้ตม็ ช่องวา่ ง มีการควบคุมคุณสมบัติของวสั ดุและมีขอ้กา หนดวธิีปฏิบตัิโดยใชเ้ครื่องจกัร เครื่องมือกล หรือแรงคน และให้ หมายความรวมถึงงานหินทิ้ง งานหินเรียงยาแนว หรืองานหินใหญ่ที่มีลกัษณะคลา้ยคลึงกนั เพื่อการป้องกนั การกดัเซาะพงัทลายของลาดตลิ่งและทอ้งลา น้า
    ใช้สูตร K = 0.40 + 0.20 It/Io + 0.20 Mt/Mo + 0.20 St/So
    /2.3 งานเจาะ…
    -3 -
    2.3 งานเจาะระเบิดหิน หมายถึง งานเจาะระเบิดหินทวั่ ๆ ไป ระยะทางขนยา้ยไป-กลับประมาณ ไม่เกิน 2กิโลเมตรยกเวน้ งานเจาะระเบิดอุโมงคซ์ ่ึงตอ้งใชเ้ทคนิคช้นั สูง
    ใช้สูตร K = 0.45 + 0.15 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.20 Et/Eo + 0.10 Et/Fo
    หมวดที่ 3 งานทาง
    3.1 งานผิวทาง PRIME COAT , TACK COAT , SEAL COAT
    ใช้สูตร K = 0.30 + 0.40 At/Ao + 0.20 Et/Eo + 0.10 Ft/Fo
    3.2 งานผิวทางSURFACE TREATMENT SLURRY SEAL
    ใช้สูตร K = 0.30 + 0.10 Mt/Mo + 0.30 At/Ao + 0.20 Et/Eo + 0.10 Ft/Fo
    3.3 งานผิวทาง ASPHALTIC CONCRETE , PENETRATION MACADAM
    ใช้สูตร K = 0.30 + 0.10 Mt/Mo + 0.40 At/Ao + 0.10 Et/Eo + 0.10 Ft/Fo
    3.4 งานผิวถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก หมายถึง ผิวถนนคอนกรีตที่ใช้เหล็กเสริม ซึ่งประกอบด้วย ตะแกรงเหล็กเส้นหรือตะแกรงลวดเหล็กกล้าเชื่อมติด (MELDED STEEL WIRE FARRIC) เหล็กเดือย (DOWEL BAR) เหล็กยึด (DEFORMED TIE BAR) และรอยต่อต่าง ๆ (JOINT) ท้งัน้ีใหห้ มายความรวม ถึงแผน่ พ้ืนคอนกรีตเสริมเหล็กบริเวณคอสะพาน (R.C.BRIDGE APPROACH) ด้วย
    ใช้สูตร K = 0.30 + 0.10 It/Io + 0.35 Ct/Co + 0.10 Mt/Mo + 0.15 St/So
    3.5 งานท่อระบายน้า คอนกรีตเสริมเหล็กและงานบ่อพกั หมายถึง ท่อคอนกรีตเสริมเหล็กสา หรับงาน ระบายน้า (PRECAST REINFORCED CONCRETE DRAINAGE PIPE) งานรางระบายน้า คอนกรีต เสริมเหล็กและบริเวณลาดคอสะพานรวมท้งังานบ่อพกัคอนกรีตเสริมเหล็กและงานคอนกรีตเสริมเหล็กอื่น ที่มีรูปแบบและลกัษณะงานคลา้ยคลึงกนั เช่น งานบ่อพกั (MANHOLE) ท่อร้อยสายโทรศพั ท์ท่อร้อยสายไฟฟ้า เป็ นต้น
    ใช้สูตร K = 0.35 + 0.20 It/Io + 0.15 Ct/Co + 0.15 Mt/Mo + 0.15 St/So
    3.6 งานโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กและงานเขื่อนกนั ตลิ่ง หมายถึง สะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก โครงสร้างฐานรากคอนกรีตเสริมเหล็กคอสะพาน (R.C.BEARING UNIT) ท่อเหลี่ยมคอนกรีต เสริมเหล็ก (R.C.BOX CULVERT) หอถงัน้า โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กเขื่อนกนั ตลิ่งคอนกรีตเสริมเหล็ก ท่าเทียบเรือ คอนกรีตเสริมเหล็กและสิ่งก่อสร้างอื่นที่มีลกัษณะคลา้ยคลึงกนั
    ใช้สูตร K = 0.30 + 0.10 It/Io + 0.15 Ct/Co + 0.20 Mt/Mo + 0.25 St/So
    3.6 งานโครงสร้างเหล็กหมายถึงสะพานเหล็กสา หรับคนเดิมขา้มถนนโครงเหล็กสา หรับติดต้งัป้าย จราจรชนิดแขวนสูง เสาไฟฟ้าแรงสูง เสาวทิยุเสาโทรทศัน์หรืองานโครงเหล็กอื่นที่มีลกัษณะคลา้ยคลึงกนั แต่ไม่รวมถึงงานติดต้งัเสาโครงเหล็กสายส่งของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
    ใช้สูตร K = 0.25 + 0.10 It/Io + 0.05 Ct/Co + 0.20 Mt/Mo + 0.40 St/So /หมวดที่ 4…
    -4 -
    หมวดที่4 งานระบบสาธารณูปโภค
    4.1 งานวางท่อ AC และ PVC
    4.1.1 ในกรณีที่ผวู้า่ จา้งเป็นผจู้ดัหาท่อและหรืออุปกรณ์ให้
    ใช้สูตร K = 0.50 + 0.25 It/Io + 0.25 Mt/Mo
    4.12 ในกรณีที่ผรู้ับจา้งเป็นผจู้ดัหาท่อ AC และหรืออุปกรณ ์์
    ใช้สูตร K = 0.40 +0.10 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.40 ACt/ACo
    4.13 ในกรณีที่ผรู้ับจา้งเป็นผจู้ดัหาท่อPVC และหรืออุปกรณ์
    ใช้สูตร K = 0.40 + 0.10 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.40 PVCt/PVCo
    4.2 งานวางท่อเหล็กเหนียวและท่อ HYDENSITY POLYETHTYLENE 4.2.1 ในกรณีที่ผวู้า่ จา้งเป็นผจู้ดัหาท่อและหรืออุปกรณ์ให้
    ใช้สูตร K = 0.40 + 0.10 It/Io + 0.15 Mt/Mo + 0.20 Et/Eo + 0.15 Ft/Fo
    4.2.2 ในกรณีที่ผรู้ับจา้งเป็นผจู้ดัหาท่อเหล็กเหนียวและหรืออุปกรณ์และใหร้วมถึงงาน TRANSMISSION CONDUIT
    ใช้สูตร K = 0.40 + 0.10 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.10 Et/Eo + 0.30 GIPt/GIPo 4.2.3 ในกรณีที่ผรู้ับจา้งเป็นผจู้ดัหาท่อ HYDENSITY POLYETHYLENE และ หรืออุปกรณ์ ใช้สูตร K = 0.50 + 0.10 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.30 PEt/Peo
    4.3 งานปรับปรุงระบบอุโมงคส์ ่งน้า และงาน SECONDARY LINING
    ใช้สูตร K = 0.40 + 0.10 It/Io + 0.15 Et/Eo + 0.35 GIPt/GIPo
    4.4 งานวางท่อPVC หุ้มด้วยคอนกรีต
    ใช้สูตร K = 0.30 + 0.10 It/Io + 0.20 Ct/Co + 0.05 Mt/Mo + 0.05 St/So + 0.30 PVCt/PVCo 4 .5 งานวางท่อPVC กลบทราย
    ใช้สูตร K = 0.25 + 0.05 It/Io + 0.05 Mt/Mo + 0.65 PVCt/PVCo
    4.6 งานวางท่อเหล็กอาบสังกะสี
    ใช้สูตร K = 0.25 + 0.25 It/Io + 0.50 GIPt/GIPo
    /ดชันีก่อสร้าง…
    -5 -
    ดัชนีก่อสร้างและค่า K
    ดัชนีราคาที่ใชค้า นวณตามสูตรที่ใชก้ บั สัญญาแบบปรับราคาได้จดัทา ข้ึนโดยกระทรวงพาณิชย์ K = EXCALATION FACTOR
    It = ดชันีราคาผบู้ริโภคทวั่ ไปของประเทศในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    Io = ดชันีราคาผบู้ริโภคทวั่ ไปของประเทศในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา Ct = ดัชนีราคาราคาซีเมนต์ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    Co = ดัชนีราคาราคาซีเมนต์ ในเดือนที่เปิ ดซองประกวดราคา
    Mt = ดชันีราคาวสั ดุก่อสร้าง (ไม่รวมเหล็กและซีเมนต) ์ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด Mo = ดชันีราคาวสั ดุก่อสร้าง (ไม่รวมเหล็กและซีเมนต) ์ในเดือนที่เปิ ดซองประกวดราคา St = ดชันีราคาเหล็กในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    So = ดัชนีราคาเหล็ก ในเดือนที่เปิ ดซองประกวดราคา
    Gt = ดชันีราคาเหล็กแผน่ เรียบที่ผลิตในประเทศในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด Go = ดชันีราคาเหล็กแผน่ เรียบที่ผลิตในประเทศในเดือนที่เปิ ดซองประกวดราคา At = ดชันีราคาแอสฟัลท์ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    Ao = ดัชนีราคาแอสฟัลท์ ในเดือนที่เปิ ดซองประกวดราคา
    Et = ดชันีราคาเครื่องจกัรกลและบริภณั ฑ์ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    Eo = ดัชนีราคาเครื่องจักรกลและบริภัณฑ์ ในเดือนที่เปิ ดซองประกวดราคา Ft = ดัชนีราคาน้า มนั ดีเซลหมุนเร็วในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    Fo = ดชันีราคาน้า มนั ดีเซลหมุนเร็วในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
    ACt = ดชันีราคาท่อซีเมนตใ์ยหิน ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    ACo = ดชันีราคาท่อซีเมนตใ์ยหิน ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
    PVCt = ดัชนีราคาท่อPVC ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    PVCo = ดชันีราคาท่อPVC ในเดือนที่เปิ ดซองประกวดราคา
    GIPt = ดชันีราคาท่อเหล็กอาบสังกะสีในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    GIPo = ดชันีราคาท่อเหล็กอาบสังกะสีในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
    PEt = ดชันีราคาท่อ HYDENSITY POLYETHYLENE ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด PEo = ดชันีราคาท่อ HYDENSITY POLYETHYLENE ในเดือนที่เปิ ดซองประกวดราคา Wt = ดชันีราคาสายไฟฟ้า ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    Wo = ดัชนีราคาสายไฟฟ้ า ในเดือนที่เปิ ดซองประกวดราคา
    /(3) วิธีการ…
    -6 -
    (3) วิธีการค านวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้
  4. การคา นวณค่า K จากสูตรตามลกัษณะงานน้นั ๆ ใหใ้ชต้วัเลขดชันีราคาวสั ดุก่อสร้างของกระทรวง พาณิชย์ โดยใช้ฐานของปี 2530 เป็ นเกณฑ์ในการค านวณ
  5. การคา นวณค่า K สา หรับกรณีที่มีงานก่อสร้างหลายประเภทรวมอยใู่ นสัญญาเดียวกนั จะตอ้งแยกค่า งานก่อสร้างแต่ละประเภทใหช้ ดัเจนตามลกัษณะของงานน้นั และใหส้อดคลอ้งกบั สูตรทีไดก้า หนดไว้ 3. การคา นวณหาค่า K กา หนดใหใ้ชเ้ลขทศนิยม 3 ตา แหน่งทุกข้นั ตอนโดยไม่มีการปัดเศษ และ กา หนดใหท้ า เลขสัมพนัธ์(เปรียบเทียบ) ใหเ้ป็นผลสา เร็จก่อน แลว้จึงนา ผลลพัธ์ไปคูณกบั ตวัเลขคงที่หน้าเลข สัมพนัธ์น้นั
  6. ใหพ้ ิจารณาเงินเพิ่มหรือลดราคาคางานจากราคาที่ผรู้ับจา้งทา สัญญาตกลงกบัผวู้า่ จา้ง เมื่อค่า K ตาม สูตรสา หรับงานก่อสร้างน้นั ๆ ในเดือนที่ส่งมอบงานมีค่าเปลี่ยนแปลงไปจากค่า K ในเดือน เปิดซองราคามากกวา่ 4% ข้ึนไป โดยนา เฉพาะส่วนที่เกิน 4% มาคา นวณปรับเพิ่มหรือลดค่างานแลว้แต่กรณี(โดยไม่คิด 4% แรกให้) 5. ในกรณีที่ผรู้ับจา้งไม่สามารถทา การก่อสร้างให้แลว้เสร็จตามระยะเวลาในสัญญาโดยเป็นความผดิของ ผรู้ับจา้งค่า K ตามสูตรต่าง ๆ ที่จะนา มาใชใ้นการคา นวณค่างานใหใ้ชค้่า K ของเดือนสุดท้ายตามอายุสัญญา หรือ ค่า K ของเดือนที่ส่งมอบงานจริงแลว้แต่วา่ ค่า K ตวัใดจะมีค่านอ้ยกวา่
  7. การจ่ายเงินแต่ละงวดใหจ้่ายค่าจา้งงานที่ผรู้ับจา้งทา ไดแ้ ต่ละงวดตามสัญญาไปก่อน ส่วนค่างานเพิ่ม หรือค่างานลดลงซ่ึงจะคา นวณไดต้่อเมื่อทราบดชั นีราคาวสั ดุก่อสร้าง ซ่ึงนา มาคา นวณค่า K ของเดือนที่ส่งมอบ งานงวดน้นั ๆ เป็นที่แน่นอนแลว้ เมื่อคา นวณเงินเพิ่มไดใ้หข้อทา ความตกลงเรื่องการเงินกบั สา นกังบประมาณ