ประกวดราคาซื้อเรือท้องแบนไฟเบอร์กลาส ขนาดความยาวไม่น้อยกว่า ๘ เมตร จำนวน ๒ ลำ
เมืองพัทยามีความจำเป็นเร่งด่วนในการเพิ่มขีดความสามารถด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทางทะเล เนื่องจากเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางทะเลและสาธารณภัยต่างๆ เพิ่มมากขึ้น โครงการนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดซื้อเรือท้องแบนไฟเบอร์กลาส ขนาดความยาวไม่น้อยกว่า 8 เมตร จำนวน 2 ลำ เพื่อใช้ในภารกิจของฝ่ายป้องกันภัยพิบัติทางทะเล โดยเรือที่จัดซื้อจะต้องมีคุณสมบัติตรงตามรายละเอียดที่กำหนด ทั้งในด้านขนาด สมรรถนะ วัสดุ และมาตรฐานการผลิต เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัยทางทะเล การช่วยเหลือผู้ประสบภัย การค้นหาและกู้ภัย รวมถึงการเฝ้าระวังและระงับเหตุสาธารณภัยต่างๆ การจัดซื้อเรือนี้จะช่วยเสริมสร้างความปลอดภัย ลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน สร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชน และส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของเมืองพัทยา
English summary
Pattaya City urgently needs to enhance its marine disaster prevention and mitigation capabilities, given its status as a world-class tourist destination with a high volume of visitors, which increases the risk of marine accidents and disasters. This project aims to procure two fiberglass flat-bottom boats, each not less than 8 meters in length. The boats must meet specified requirements regarding size, performance, materials, and manufacturing standards to effectively support the Marine Disaster Prevention Division’s operations. These operations include ensuring maritime safety, rescuing disaster victims, conducting search and rescue missions, and monitoring and responding to emergencies. The procurement of these boats will bolster safety, reduce loss of life and property, enhance tourist confidence, and improve Pattaya’s image.
เมืองพัทยา
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อป้องกันและระงับเหตุสาธารณภัยในเขตพื้นที่เมืองพัทยาให้ครอบคลุมทุกพื้นที่
- เพื่อสร้างความปลอดภัยและลดการสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และนักท่องเที่ยว
- เพื่อให้มีอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ที่ทันสมัย สำหรับใช้ในการปฏิบัติงาน
- เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของเมืองพัทยาให้เกิดขึ้นต่อสายตาประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ
- เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนารายได้ของเมืองพัทยาและของประเทศ
ขอบเขตของงาน
- จัดซื้อเรือท้องแบนไฟเบอร์กลาส ขนาดความยาวไม่น้อยกว่า 8 เมตร จำนวน 2 ลำ พร้อมเครื่องยนต์ติดท้าย ขนาดไม่น้อยกว่า 300 แรงม้า ชนิด 4 จังหวะ แบบ 8 สูบ จำนวน 2 เครื่องต่อลำ
- จัดหาเทลเลอร์เหล็กชุบกาวาไนซ์ จำนวน 2 ตัว
- เรือต้องสร้างด้วยไฟเบอร์กลาส Glass Reinforced Plastic (G.R.P.) แบบ Single Skin มีความแข็งแรงทนทาน ทรงตัวดี
- เรือมีลักษณะท้องสามลอน หัวมน ท้ายตัด ผนังท้ายเรือเสริมความแข็งแรงสำหรับติดตั้งเครื่องยนต์
- ระบบบังคับเรือเป็นแบบพวงมาลัย Electro Hydraulic steering System และคันบังคับ (Remote Control) ควบคุมด้วยไฟฟ้า
- ส่วนหัวเรือเป็นพื้นที่เต็มสำหรับเจ้าหน้าที่ มีห้องอับเฉาในตัว พร้อมฝาปิด-เปิด และติดตั้งระบบกว้านไฟฟ้า
- มีราวกันตกทำด้วยท่อสแตนเลส ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 7/8 นิ้ว เสริมความแข็งแรงด้วยแผ่นเพลทสแตนเลส
- พื้นดาดฟ้าสำหรับเก็บอุ่นและอุปกรณ์ มีความลึกไม่น้อยกว่า 0.60 เมตร พร้อมที่นั่งแบบพับได้ กราบละ 1 ชุด
- บริเวณท้ายเรือมีพื้นที่เต็ม พร้อมห้องเก็บของกันน้ำ และแอ่งเครื่องยนต์
- ติดตั้งป้อมบังคับควบคุมเรือและเครื่องยนต์ พร้อมที่นั่งสำหรับผู้ถือท้าย
- ติดตั้งหลังคาผ้าใบสำหรับกันแดดกันฝน และโรบาร์สแตนเลสสำหรับติดตั้งอุปกรณ์สื่อสาร
- พื้นผิวเรือทุกส่วนเป็นลายกันลื่นในตัว
- มีทางเดินกราบเรือซ้าย-ขวา กว้างไม่น้อยกว่า 0.25 เมตร
- เรือต้องมีโฟมช่วยพยุงไม่ให้จมในช่องว่างกระดูกงู
- การสร้างเรือต้องเป็นไปตามมาตรฐาน USCG หรือ ABYC หรือ SOLAS 74/96 หรือ ISO 9001:2015 และแบบเรือต้องได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่มีประสบการณ์
- วัสดุที่ใช้ในการต่อเรือต้องได้รับการรับรองมาตรฐานจากสถาบัน Lloyd’s Register, DNV-GL, Bureau Veritas, A.B.S., British standard หรือ N.K.
- ผิวภายนอกเรือเป็น Pigment Gel Coat สีเหลือง พร้อมติดสติ๊กเกอร์สะท้อนแสงกันน้ำ
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- เรือท้องแบนไฟเบอร์กลาส ขนาดความยาวไม่น้อยกว่า 8 เมตร จำนวน 2 ลำ พร้อมเครื่องยนต์ติดท้าย ขนาดไม่น้อยกว่า 300 แรงม้า ชนิด 4 จังหวะ แบบ 8 สูบ จำนวน 2 เครื่องต่อลำ
- เทลเลอร์เหล็กชุบกาวาไนซ์ จำนวน 2 ตัว
- เอกสารรับรองมาตรฐานวัสดุและแบบเรือ
ระยะเวลาดำเนินการ
- (ไม่ระบุใน TOR)
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: (ไม่ระบุใน TOR นอกเหนือจากข้อกำหนดทั่วไปของการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ)
- Standards Compliance:
- การสร้างเรือให้เป็นไปตามมาตรฐาน USCG หรือ ABYC หรือ SOLAS 74/96 หรือ ISO 9001:2015
- วัสดุที่ใช้ในการต่อเรือจะต้องได้รับการรับรองมาตรฐานจากสถาบัน Lloyd’s Register หรือ DNV-GL หรือ Bureau Veritas หรือ A.B.S. หรือ British standard หรือ N.K.
- Experience:
- ผู้มีประสบการณ์ออกแบบเรือมาแล้วไม่ต่ํากว่า 10 ปี (สำหรับผู้ออกแบบ)
- Previous Project Cost: (ไม่ระบุใน TOR)
- Technical Capabilities:
- มีความสามารถในการผลิตเรือท้องแบนไฟเบอร์กลาสตามคุณลักษณะเฉพาะที่กำหนด
- มีความสามารถในการติดตั้งเครื่องยนต์ติดท้าย ขนาดไม่น้อยกว่า 300 แรงม้า ชนิด 4 จังหวะ แบบ 8 สูบ จำนวน 2 เครื่องต่อลำ
- มีความสามารถในการติดตั้งระบบกว้านไฟฟ้า
- มีความสามารถในการติดตั้งระบบพวงมาลัยแบบ Electro Hydraulic steering System
- Personnel: (ไม่ระบุใน TOR)
เกณฑ์การพิจารณา
(ไม่ระบุใน TOR)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- ขนาดเรือ: ความยาวตลอดลํา ไม่น้อยกว่า 8.00 เมตร, ความกว้างกลางลํา ไม่น้อยกว่า 2.00 เมตร, ความลึกของเรือส่วนที่ลึกที่สุด ไม่น้อยกว่า 1.00 เมตร
- วัสดุตัวเรือ: ไฟเบอร์กลาส Glass Reinforced Plastic (G.R.P.) แบบ Single Skin, โครงสร้างตัวเรือมีความแข็งแรงเพียงพอ, ผิวภายนอกเป็น Pigment Gel Coat สีเหลือง
- เครื่องยนต์: ติดตั้งเครื่องยนต์ติดท้าย ขนาดไม่น้อยกว่า 300 แรงม้า ชนิด 4 จังหวะ แบบ 8 สูบ จำนวน 2 เครื่องต่อลำ
- ระบบบังคับ: ระบบพวงมาลัยแบบ Electro Hydraulic steering System และคันบังคับ (Remote Control) ควบคุมด้วยไฟฟ้า
- อุปกรณ์: ระบบกว้านไฟฟ้า, ราวกันตกสแตนเลส, หลังคาผ้าใบ, โรบาร์สแตนเลส, ปั๊มน้ําท้องเรือไฟฟ้า
- มาตรฐาน: USCG, ABYC, SOLAS 74/96, ISO 9001:2015, มาตรฐานวัสดุจากสถาบันที่ยอมรับ
เงื่อนไขสัญญา
- การชำระเงิน: (ไม่ระบุใน TOR)
- ค่าปรับ: (ไม่ระบุใน TOR)
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- คำถาม: เรือท้องแบนไฟเบอร์กลาสนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการใช้งานประเภทใด?
คำตอบ: เพื่อเพิ่มศักยภาพในการปฏิบัติงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทางทะเลของเมืองพัทยา เช่น การรักษาความปลอดภัย การช่วยเหลือผู้ประสบภัย การค้นหาและกู้ภัย - คำถาม: ขนาดของเรือที่ต้องการจัดซื้อมีข้อกำหนดอย่างไรบ้าง?
คำตอบ: เรือท้องแบนไฟเบอร์กลาส มีความยาวตลอดลำไม่น้อยกว่า 8 เมตร - คำถาม: เครื่องยนต์ที่ติดตั้งบนเรือต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
คำตอบ: ติดตั้งเครื่องยนต์ติดท้าย ขนาดไม่น้อยกว่า 300 แรงม้า ชนิด 4 จังหวะ แบบ 8 สูบ จำนวน 2 เครื่องต่อลำ - คำถาม: วัสดุที่ใช้ในการสร้างเรือต้องเป็นไปตามมาตรฐานใดบ้าง?
คำตอบ: ตัวเรือสร้างด้วยไฟเบอร์กลาส (G.R.P.) และวัสดุต้องได้รับการรับรองมาตรฐานจากสถาบันที่ยอมรับ เช่น Lloyd’s Register, DNV-GL เป็นต้น - คำถาม: มีข้อกำหนดเกี่ยวกับระบบบังคับเรือหรือไม่?
คำตอบ: ใช่ ระบบบังคับเรือเป็นระบบพวงมาลัยแบบ Electro Hydraulic steering System และคันบังคับ (Remote Control) ควบคุมด้วยไฟฟ้า - คำถาม: เรือมีอุปกรณ์ความปลอดภัยอะไรบ้างที่ต้องติดตั้ง?
คำตอบ: มีราวกันตกสแตนเลส, ระบบกว้านไฟฟ้า, หลังคาผ้าใบ, โรบาร์สแตนเลส และปั๊มน้ําท้องเรือไฟฟ้า - คำถาม: การออกแบบเรือต้องเป็นไปตามมาตรฐานสากลใดบ้าง?
คำตอบ: ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน USCG หรือ ABYC หรือ SOLAS 74/96 หรือ ISO 9001:2015 - คำถาม: มีข้อกำหนดเกี่ยวกับสีของเรือและสติ๊กเกอร์หรือไม่?
คำตอบ: สีเรือเป็นสีเหลือง และต้องติดสติ๊กเกอร์สะท้อนแสงกันน้ำทั้ง 2 กราบ ตามที่เมืองพัทยากำหนด - คำถาม: การสร้างตัวเรือต้องใช้วิธีการผลิตแบบใด?
คำตอบ: ใช้วิธีการผลิตแบบ Hand lay-up เป็นชั้นๆ โดยต้องแสดงแบบการวางชั้นใยแก้ว (Laminate Schedule) - คำถาม: มีข้อกำหนดเกี่ยวกับผู้ที่สามารถออกแบบเรือได้หรือไม่?
คำตอบ: แบบเรือต้องได้รับการรับรองโดยหน่วยงานที่มีประสบการณ์ออกแบบเรือมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ปี
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
1.หลักการและเหตุผล
ขอบเขตดําเนินโครงการ (TOR) จัดซื้อเรือท้องแบนไฟเบอร์กลาส ขนาดความยาวไม่น้อยกว่า 8 เมตร จํานวน 2 ลํา
ด้วยเมืองพัทยามุ่งเน้นในเรื่องของการเตรียมพร้อมดําเนินการด้านความปลอดภัยในชีวิตและ ทรัพย์สินของประชาชนและเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกสามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศเป็นจํานวนมาก
เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวประมาณปีละ 5 ล้านคน เป็นชาวต่างชาติประมาณร้อยละ 70 ซึ่งมีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในเขตเมืองพัทยา ในการพักผ่อนและดําเนินกิจกรรมต่างๆซึ่งมีความคล้ายคลึงกัน
ในสถานที่เดียวกัน จึงอาจจะทําให้เกิดอุบัติเหตุทางทะเลได้หลายรูปแบบและหลายสาเหตุ ประกอบกับ ปัจจุบันมี แนวโน้มการเกิดสาธารณภัยขนาดใหญ่ที่เกิดจากธรรมชาติและเกิดจากการกระทําของมนุษย์เพิ่มมากขึ้น ดังนั้น
เมืองพัทยาจึงดําเนินการจัดตั้งฝ่ายป้องกันภัยพิบัติทางทะเลขึ้นมา เพื่อเป็นการป้องกันและเป็นการเฝ้าระวัง อุบัติเหตุตลอดจนคอยดูแลและให้ความช่วยเหลือประชาชนและนักท่องเที่ยว ที่ดําเนินกิจกรรมทางทะเลด้วย
วิธีการปฏิบัติเป็นรูปธรรม และเป็นหน่วยงานลําดับต้นที่ให้การช่วยเหลือกรณีที่เกิดอุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยว และเกิด สาธารณภัยทางทะเลต่างๆ เช่น การรักษาความปลอดภัยทางทะเล การช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล การค้นหา ผู้ประสบภัยทางทะเล การกู้ภัยทางทะเล การจัดระบบรักษาความปลอดภัยทางทะเล และอื่นๆ ตามผู้บังคับบัญชา มอบหมาย ซึ่งมีพื้นที่ในการดูแลทางทะเล 154.66 ตารางกิโลเมตร มีชายหาดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ยาวประมาณ 15 กิโลเมตร ได้แก่ หาดจอมเทียน หาดพัทยา หาดวงศ์อมาตย์ หาดกระทิงลาย มีหมู่เกาะอยู่ห่างจากฝั่งออกไปประมาณ 8 กิโลเมตร ได้แก่ เกาะล้าน เกาะครก เกาะสาก เกาะลิ้น และแนวปะการังเทียม เช่น เรือหลวงกูด เรือหลวงคราม เรือหลวงเภตรา มีเรือสําหรับ รับ - ส่ง นักท่องเที่ยวทางทะเลที่หมู่เกาะต่างๆ เช่น โดยสารเรือประจําทางระหว่าง ท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮาย เรือโดยสารเช่าเหมาลํา เรือสปีดโบ๊ท เรือสําราญและเรือกีฬาทางน้ํา เช่น เรือเจ็ทสกี เรือลากกล้วย และทําให้มีการเกิดอุบัติเหตุต่างๆ ทางทะเล เช่นคนจมน้ํา นักท่องเที่ยวถูกเจ็ทสกีหรือเรือสปีดโบ๊ท เฉี่ยวชนนักท่องเที่ยว เรือชนกัน ไฟไหม้เรือ การเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยวต่างๆ ดังนั้นเพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพ ในการปฏิบัติงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทางทะเล จึงมีความจําเป็นในการจัดซื้อเรือท้องแบน ไฟเบอร์กลาส ขนาดความยาวไม่น้อยกว่า 8 เมตร จํานวน 2 ลํา
(นายวีรวัฒน์ ศศิธรกําจร) หัวหน้าฝ่ายป้องกันภัยพิบัติทางทะเล
0
(นายคมกฤช พลวิชิตร) ผู้อํานวยการส่วนป้องกันภัยพิบัติ
(นายสุทธิชัย ประดับญาติ) นายช่างเครื่องกลอาวุโส
พันจ่าเอก
(ณัฐนนท์ ชํานาญกุล) เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยปฏิบัติงาน
พันจ่าเอก
(ณัฐพัชญ์ พิมพ์มะไฟ)
เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยปฏิบัติงาน
2.วัตถุประสงค์
2.1 เพื่อป้องกันและระงับเหตุสาธารณภัยในเขตพื้นที่เมืองพัทยาให้ครอบคลุมทุกพื้นที่
2.2 เพื่อสร้างความปลอดภัยและลดการสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และนักท่องเที่ยว 2.3 เพื่อให้มีอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ที่ทันสมัย สําหรับใช้ในการปฏิบัติงาน
2.4 เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของเมืองพัทยาให้เกิดขึ้นต่อสายตาประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและ ชาวต่างประเทศ
ประเทศ
2.5 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนารายได้ของเมืองพัทยาและของ
3.ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
3.1 ลดการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน สถานประกอบการต่างๆ สถานที่ราชการ 3.2 ทําให้มีอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ที่ทันสมัย มีสมรรถนะสูง และครอบคลุมทุกพื้นที่ 3.3 ทําให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ 3.4 สร้างความมั่นใจในธุรกิจท่องเที่ยว การลงทุน ประชาชนและนักท่องเที่ยว 3.5 สร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อสายตาประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
The mome-
(นายคมกฤช พลวิชิตร) ผู้อํานวยการส่วนป้องกันภัยพิบัติ
(นายวีรวัฒน์ ศศิธรกําจร) หัวหน้าฝ่ายป้องกันภัยพิบัติทางทะเล
พันจ่าเอก
(ณัฐนนท์ ชํานาญกุล) เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยปฏิบัติงาน
(นายสุทธิชัย ประดับญาติ) นายช่างเครื่องกลอาวุโส
พันจ่าเอก
(ณัฐพัชญ์ พิมพ์มะไฟ) เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยปฏิบัติงาน
รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะเรือท้องแบนไฟเบอร์กลาส
ขนาดความยาวไม่น้อยกว่า 8 เมตร จํานวน 2 ลํา
1.รายละเอียดข้อมูลจําเพาะด้านขนาดและสมรรถภาพของเรือ
1.1 ความยาวตลอดลํา ไม่น้อยกว่า 8.00 เมตร
1.2 ความกว้างกลางลํา ไม่น้อยกว่า 2.00 เมตร 1.3 ความลึกของเรือส่วนที่ลึกที่สุด ไม่น้อยกว่า 1.00 เมตร 1.4 กราบเรือซ้าย - ขวา ความกว้างไม่น้อยกว่า 0.25 เมตร
1.5 มีความจุถังน้ํามันเชื้อเพลิง ไม่น้อยกว่า 200 ลิตร
1.6 ติดตั้งเครื่องยนต์ติดท้าย ขนาดไม่น้อยกว่า 300 แรงม้า ชนิด 4 จังหวะ แบบ 8 สูบ จํานวน 2 เครื่อง 1.7 เทลเลอร์เหล็กชุบกาวาไนซ์
2.ลักษณะ, คุณสมบัติและข้อมูลจําเพาะด้านเรือ
2.1 เรือท้องแบนไฟเบอร์กลาส ขนาดความยาวไม่น้อยกว่า 8 เมตร พร้อมเครื่องยนต์ขนาดไม่น้อยกว่า 300 แรงม้า ชนิด 4 จังหวะ แบบ 8 สูบ จํานวน 2 เครื่อง พร้อมอุปกรณ์ จํานวน 2 ลํา ตัวเรือสร้างด้วยไฟเบอร์กลาส Glass Reinforced Plastic (G.R.P.) ทั้งลําแบบ Single Skin
2.2 เรือมีความแข็งแรงทนทานในการใช้งาน เรือมีการทรงตัวดี ในการวิ่งทางตรงและไม่ลื่นแฉลบ เมื่อบังคับเลี้ยว
2.3 เป็นเรือท้องสามลอน หัวมน ท้ายตัด ตัวเรือออกแบบให้มีการทรงตัวที่ดีทั้งทางยาวและทางขวาง ผนังท้ายเรือจะต้องเสริมความแข็งแรงเพื่อติดตั้งเครื่องยนต์ติดท้ายเรือ (Outboard Motor) ขนาดไม่น้อยกว่า 300 แรงม้า ชนิด 4 จังหวะ จํานวน 2 เครื่อง/ลํา
2.4 การบังคับเรือเป็นระบบพวงมาลัยแบบ Electro Hydraulic steering System และคันบังคับ (Remote Control) ควบคุมด้วยไฟฟ้า
2.5 ส่วนหัวเรือเป็นพื้นที่เต็มสําหรับเจ้าหน้าที่ในการทํางาน ความยาวส่วนที่ยาวที่สุดไม่น้อยกว่า 1.35 เมตร จัดทําเป็นห้องอับเฉาในตัวมีฝา ปิด-เปิด ขนาด 0.50 x 0.60 เมตร บริเวณตรงกลางของพื้นที่เต็มติดตั้งระบบกว้าน ไฟฟ้า เพื่อใช้ในการวางทุ่น และเก็บอุ่น เพื่อความปลอดภัยและสะดวกในการทํางานของเจ้าหน้าที่จะต้องมีราว สําหรับกันตก ทําด้วยท่อสแตนเลส ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 7/8 นิ้ว ด้านท้ายของราวกันตกจะต้องเสริม ความแข็งแรงด้วยท่อสแตนเลสขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 7/8 นิ้ว ทั้งนี้ราวกันตกจุดที่เชื่อมต่อกับลําเรือทุก จุดจะต้องเสริมแผ่นเพลทสแตนเลสทั้งด้านบนและด้านล่าง เพื่อความมั่นคงแข็งแรง
2.6 ถัดจากหัวเรือ เป็นพื้นดาดฟ้าเก็บอุ่น และอุปกรณ์ ในการปฏิบัติหน้าที่ มีความลึกไม่น้อยกว่า 0.60 เมตร วัดจากพื้นดาดฟ้าเรือถึงกราบเรือ บริเวณตรงกลางส่วนหน้า เป็นที่ติดตั้งกว้านไฟฟ้า เพื่อใช้ในการ วางทุ่นและเก็บทุ่น และบริเวณด้านท้ายของพื้นดาดฟ้าทั้งกราบซ้าย-ขวา จัดให้มีที่นั่งขนานกับกราบเรือซ้าย-ขวา แบบพับได้ กราบละ 1 ชุด นั่งได้ 3 คน
(นายวีรวัฒน์ ศศิธรกําจร)
หัวหน้าฝ่ายป้องกันภัยพิบัติทางทะเล
พันจ่าเอก
mm
(นายคมกฤช พลวิชิตร) ผู้อํานวยการส่วนป้องกันภัยพิบัติ
(ณัฐนนท์ ชํานาญกุล) เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยปฏิบัติงาน
ALL
(นายสุทธิชัย ประดับญาติ) นายช่างเครื่องกลอาวุโส
พันจ่าเอก s
(ณัฐพัชญ์ พิมพ์มะไฟ)
เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยชํานาญงาน
2
2.7 บริเวณท้ายเรือจัดให้มีพื้นที่เต็ม ความยาวสุดไม่น้อยกว่า 1.20 เมตร บริเวณตรงกลางด้านหน้าของ พื้นที่เต็ม จัดให้มีห้องเก็บของไว้มีฝาปิดชนิดกันน้ํา ขนาดไม่น้อยกว่า 0.30 x 0.40 เมตร บริเวณด้านท้าย จัดทําเป็นแอ่งเครื่อง
2.8 บริเวณท้ายเรือบนพื้นที่เต็มกราบขวาจัดให้มีป้อมสําหรับบังคับควบคุมเรือและเครื่องยนต์ เป็นที่ติดตั้งชุดพวงมาลัย ด้านหลังป้อมควบคุมจัดให้มีที่นั่งพร้อมพนักพิง 1 ชุด สําหรับผู้ถือท้าย
2.9 ตลอดแนวกราบเรือติดคิ้วยางกันกระแทกรอบลําเรือ และท้องเรือติดตั้งปั๊มน้ําท้องเรือชนิดไฟฟ้า จํานวน 1 ชุด
2.10 เหนือป้อมบังคับควบคุมจัดให้มีหลังคาผ้าใบสําหรับกันแดดกันฝน ส่วนหลังของหลังคาและโครง หลังคาผ้าใบ ติดตั้งโรบาร์สแตนเลสต่อจากหลังคาผ้าใบ ดังกล่าวจัดให้มีหลังคาผ้าใบแบบพับได้โครงสร้างทําด้วย สแตนเลสติดตั้งอยู่บนกราบเรือ ความสูงของหลังคาไม่เกิน 1.60 เมตร โรบาร์สแตนเลสที่อยู่เหนือหลังคาผ้าใบที่ ติดตั้งอุปกรณ์เครื่องมือสื่อสารและเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์
2.11 พื้นหัวเรือ, พื้นดาดฟ้าบรรทุก, พื้นท้ายเรือ และกราบเรือ จะต้องเป็นลายกันลื่นในตัว
2.12 เพื่อความสะดวกสําหรับเจ้าหน้าที่ กราบเรือซ้าย - ขวา จะต้องมีทางเดินกว้างไม่น้อยกว่า 0.25 เมตร 2.13 บริเวณท้ายเรือกราบซ้าย - ขวา จะต้องมีราวกันตก ทําด้วยท่อสแตนเลส ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ไม่น้อยกว่า 7/8 นิ้ว ความสูงไม่เกินป้อมควบคุม ราวกันตกส่วนหน้า ทั้งกราบซ้าย-ขวา จะต้องเสริมความแข็งแรง ด้วยท่อสแตนเลสขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 7/8 นิ้ว ทั้งนี้ราวกันตกจุดที่เชื่อมต่อกับลําเรือทุกจุด
จะต้องเสริมแผ่นเพลทสแตนเลสทั้งด้านบนและด้านล่าง เพื่อความมั่นคงแข็งแรง
3.รายละเอียดในการออกแบบเรือ และการสร้างตัวเรือ
3.1 การสร้างเรือให้เป็นไปตามมาตรฐาน USCG หรือ ABYC หรือ SOLAS 74/96 หรือ ISO 9001:2015 และแบบเรือจะต้องได้รับการรับรองโดย หน่วยงานราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือนิติ บุคคลหรือภาคเอกชนที่มีประสบการณ์ออกแบบเรือมาแล้วไม่ต่ํากว่า 10 ปี (พร้อมแสดงเอกสารประสบการณ์ ออกแบบเรือ และจะต้องแสดงเอกสารการจดทะเบียนพาณิชย์ของนิติบุคคลหรือภาคเอกชนที่มีวัตถุประสงค์ ครอบคลุมการออกแบบเรือ) เป็นผู้ลงชื่อรับรองในแบบเรือทั้งหมด ตาม ข้อ 6 โดยจะต้องแนบแบบทั้งหมด ข้อ 6 มาเพื่อประกอบการพิจารณา
3.2 โครงสร้างตัวเรือ ความหนาส่วนต่างๆ ของเปลือกเรือ ฐานแท่นรองรับอุปกรณ์ต่างๆ มีความแข็งแรง เพียงพอแก่การใช้งาน โดยใช้วิธีการผลิตแบบ Hand lay-up เป็นชั้นๆ โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องแสดงแบบการวาง ชั้นใยแก้ว (Laminate Schedule) ประกอบด้วยใยแก้ว (Chopped Strands Mat) ใยสาน (Woven Roving) โดยใช้ Resin เป็นตัวยึดเหนี่ยวเสริมความแข็งแรง ทั้งนี้โดยให้คํานึงถึงความแข็งแรงเป็นหลักและระบุชั้นของวัสดุ
ลงในแบบตัวเรือเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการ
0
(นายวีรวัฒน์ ศศิธรกําจร) หัวหน้าฝ่ายป้องกันภัยพิบัติทางทะเล
พันจ่าเอก
(นายคมกฤช พลวิชิตร) ผู้อํานวยการส่วนป้องกันภัยพิบัติ
(ณัฐนนท์ ชํานาญกุล) เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยปฏิบัติงาน
DLL
พันจ่าเอก
(นายสุทธิชัย ประดับญาติ) นายช่างเครื่องกลอาวุโส
(ณัฐพัชญ์ พิมพ์มะไฟ)
เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยชํานาญงาน
3
3.3 ส่วนที่เป็นเปลือกเรือ (TOP SIDE) พ่นด้วย Gel coat และดําเนินการหล่อด้วยใยแก้ว (CHOPPED STRAND MAT) และใยสาน (WOVEN ROVING) รวมจํานวน 5 ชั้น แบบ Single Skin จากตัว Mould
ข้
3.4 ส่วนที่เป็น Deck พ่นด้วย Gel Coat และดําเนินการหล่อด้วยใยแก้ว (CHOPPED STRAND MAT) และใยสาน (WOVEN ROVING) รวมจํานวน 5 ชั้น จากตัว Mould
3.5 ท้องเรือ (BOTTOM) พ่นด้วย Gel Coat และดําเนินการหล่อด้วยใยแก้ว (CHOPPED STRAND MAT) และใยสาน (WOVEN ROVING) รวมจํานวน 6 ชั้น จากตัว Mould
3.6 ส่วนที่เป็นพื้นเรือ (FLOOR DECK) พ่นด้วย Gel Coat ดําเนินการหล่อด้วยใยแก้ว (CHOPPED STRAND MAT) และใยสาน (WOVEN ROVING) รวมจํานวนชั้น 5 ชั้น จากตัว Mould และเสริมความแข็งแรง ด้วยไม้อัดกันน้ํา Plywood ขนาด 10 มม.
3.7 กระดูกงู กงเรือทางยาว ทางขวาง ดําเนินการหล่อด้วยใยแก้ว (CHOPPED STRAND MAT) และใยสาน (WOVEN ROVING) รวมจํานวน 5 ชั้น จากตัว Mould
3.8 โดยข้อ 3.2 ถึงข้อ 3.6 ให้ใช้วัสดุตาม ข้อ 3.1 และระบุชั้นของวัสดุลงในแบบตัวเรือเพื่อประกอบการ
พิจารณาของคณะกรรมการ
3.9 ผิวภายนอกเรือ (Outside Skin) มีส่วนประกอบของ Pigment Gel Coat ประเภทที่ใช้ในการต่อเรือ ซึ่งได้การรับรองโดยสถาบันตามข้อ 4.1 เป็นวัสดุฉาบผิวในตัว โดยใช้เครื่องพ่น (Gel coat) และเมื่อขัดแล้วสีของ ตัวเรือจะต้องขึ้นเงา พร้อมติดสติ๊กเกอร์สะท้อนแสงกันน้ํา ทั้ง 2 กราบสีเรือเป็นสีเหลืองส่วนข้อความ ตามที่เมืองพัทยากําหนด
3.10 ระหว่างช่องว่างกระดูกงู กงเรือทางขวางและทางยาว จะต้องเทหรือฉีดโฟม เพื่อพยุงไม่ให้เรือจม 3.11 กราบเรือทั้ง 2 กราบ จะต้องมีทางเดินไม่น้อยกว่า 0.25 เมตร
4. รายละเอียดของมาตรฐานของวัสดุต่อเรือ และการต่อเรือ
4.1 วัสดุที่ใช้ในการต่อเรือจะต้องได้รับการรับรองมาตรฐานจากสถาบันที่รับรองมาตรฐาน คือสถาบัน Lloyd’s Register หรือ DNV-GL หรือ Bureau Veritas หรือ A.B.S. หรือ British standard หรือ N.K. โดยผู้เสนอราคาจะต้องแสดงเอกสารรับรองฉบับที่มีเลขที่หนังสือรับรอง ของสถาบันตามกล่าวข้างต้นที่ออกให้ ผู้ผลิตวัสดุนั้นๆ มาเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการ
4.2 ตัวเรือ ได้แก่ ท้องเรือ 1 ชิ้นและส่วนฝาเรือ (ดาดฟ้า) 1 ชิ้น สร้างด้วยไฟเบอร์กลาสเสริมกําลัง Glass Reinforced Plastic (G.R.P.) สําหรับการต่อเรือใช้กรรมวิธีหล่อตัวเรือเป็นชิ้นเดียวกัน
4.3 ฝาเรือ (ดาดฟ้า) จะต้อง มีการเสริมความแข็งแรงสําหรับบริเวณพื้นที่ติดตั้งอุปกรณ์
A
(นายวีรวัฒน์ ศศิธรกําจร)
หัวหน้าฝ่ายป้องกันภัยพิบัติทางทะเล
(นายคมกฤช พลวิชิตร) ผู้อํานวยการส่วนป้องกันภัยพิบัติ
พันจ่าเอก
(ณัฐนนท์ ชํานาญกุล) เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยปฏิบัติงาน
ALL
พันจ่าเอก
(นายสุทธิชัย ประดับญาติ) นายช่างเครื่องกลอาวุโส
5
(ณัฐพัชญ์ พิมพ์มะไฟ)
เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยชํานาญงาน