ประกวดราคาจ้างโครงการศูนย์บริการประชาชน (PDPA Center) กิจกรรมขยายศูนย์บริการประชาชน PDPA Center
ผู้เสนอราคาและผู้ชนะ
ผู้ชนะการประมูล (1)
ผู้เสนอราคาทั้งหมด (0)
ไม่มีข้อมูลผู้เสนอราคา
โครงการนี้ไม่มีรายชื่อผู้เสนอราคา
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตของงาน (Term of Reference)
จัดจ้างดำเนินกิจกรรมขยายศูนย์บริการประชาชน PDPA Center
- หลักการและเหตุผล
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ มีลักษณะเป็นกฎหมายกลาง ซึ่งครอบคลุม การดำเนินการของบุคคลหรือนิติบุคคลที่เป็นหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ตั้งแต่ธุรกิจขนาดใหญ่ - เล็ก ที่ทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องปฏิบัติตามที่พระราชบัญญัติฯ กำหนด ดังนั้น การนำหลักการของพระราชบัญญัติฯ ไปปรับใช้ในกิจกรรมของหน่วยงานภาครัฐหรือภาคเอกชน ซึ่งมี รายละเอียด ของภารกิจที่แตกต่างกันออกไป ถือเป็นกฎหมายใหม่สำหรับประเทศไทย ในการปฏิบัติตาม
หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามที่พระราชบัญญัติฯ กำหนดนั้น มีรายละเอียดมากและซับซ้อน ซึ่งส่งผลให้ ทุกหน่วยงานต้อง ปรับตัวเพิ่มมากยิ่งขึ้นในการทำความเข้าใจต่อกฎหมาย การดูแลเรื่องความปลอดภัยของ ข้อมูลส่วนบุคคล หรือ แม้กระทั่งการให้ความรู้เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับคนในองค์กร ประกอบกับมาตรา ๗๓ แห่งพระราชบัญญัติฯ กำหนดให้ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิร้องเรียนในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือผู้ประมวลผลข้อมูล ส่วนบุคคล รวมทั้งลูกจ้างหรือผู้รับจ้างของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคล ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติหรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ และ มาตรา ๔๔ วรรคแรก กำหนดให้สำนักงานฯ ให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานของรัฐและหน่วยงานของเอกชน เป็นศูนย์กลางในการให้บริ การทางวิชาการหรือให้บริการที่เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแก่หน่วยงาน ต่างๆ ที่เกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้อีกทั้ง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เล็งเห็นถึงความสำคัญดังกล่าว จึงจัดให้มีโครงการศูนย์บริการประชาชน (PDPA Center) ขึ้น เพื่อเป็นช่องทาง อำนวยความสะดวกในการ ดำเนินการยื่นเรื่องร้องเรียนจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ลดขั้นตอน การดำเนินงาน ของพนักงานเจ้าหน้าที่ในการรับเรื่องร้องเรียนเพื่อจะได้ดำเนินการในขั้นตอนต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการจัดเตรียม ข้อมูลเพื่อการตรวจสอบและกำกับดูแล หรือการพิจารณาให้คำปรึกษาหรือให้ความเห็นทางกฎหมายเพื่อให้ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแก่ประชาชนทั่วไป หน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมถึงการสนับสนุน การดำเนินงานในการให้บริการทางวิชาการหรือให้บริการที่เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแก่หน่วยงาน ของรัฐ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส เป็นธรรม มีมาตรฐานสากล นอกจากนี้ ยังเป็นการสนับสนุนให้ หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานภาคเอกชน และประชาชน เกิดความเชื่อมั่นในเรื่องของการรักษาความมั่นคง ปลอดภัยทางด้าน เทคโนโลยีเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนให้รัฐบาลก้าวเข้าสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล ได้อย่างสมบูรณ์อีกด้วย ประกอบกับการให้บริการผ่านศูนย์บริการประชาชน (PDPA Center) ตั้งแต่ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 จนถึงปัจจุบัน สะสมรวมทั้งสิ้นกว่าสองหมื่นราย ซึ่งสะท้อนให้เห็นความสำเร็จ ต่อเนื่อง และเกิดประโยชน์ต่อทุกภาคส่วน จึงมีความจำเป็นที่ต้องดำเนินการจัดโครงการศูนย์บริการประชาชน (PDPA Center) ดังกล่าวอย่างต่อเนื่องต่อไป - วัตถุประสงค์
2.1. เพื่อพัฒนาศูนย์บริการประชาชน (PDPA Center) ให้เป็นช่องทางหลักในการให้คำปรึกษาและรับเรื่อง ร้องเรียนเกี่ยวกับการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน
2.2. เพื่อพัฒนากลไกและกระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล ให้มีความเป็นธรรม โปร่งใส และสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และ พระราชบัญญัติไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ. 2562 หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
2.3. เพื่อเสริมสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจในเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแก่หน่วยงาน ภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน และผู้ที่เกี่ยวข้อง
2.4 เพื่อสนับสนุน …
- 2 -
2.4. เพื่อสนับสนุนการพัฒนาด้านความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลในยุคดิจิทัล และส่งเสริม การก้าวเข้าสู่รัฐบาลดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ
2.5. เพื่อติดตามผลการดำเนินงานและประเมินความก้าวหน้าของศูนย์บริการประชาชน (PDPA Center) ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
2.6. เพื่อบูรณาการระหว่างหน่วยงานให้เกิดความร่วมมือที่มีประสิทธิภาพ ทั้งภายในองค์กรและระหว่างองค์กร 3. กลุ่มเป้าหมาย
บุคลากรในหน่วยงานภาครัฐ องค์กรเอกชน และประชาชนทั่วไป รวมทั้งผู้บริหาร พนักงาน เจ้าหน้าที่ของ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และผู้เกี่ยวข้อง (ส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค)
- ขอบเขตของงานและวิธีการดำเนินงาน
ผู้รับจ้างต้องดำเนินการจัดกิจกรรมขยายศูนย์บริการประชาชน PDPA Center จำนวนทั้งสิ้น 5 ภูมิภาค (12 พื้นที่) โดยมีรายละเอียด ดังนี้
- ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้จำนวน 8 พื้นที่
- ภาคกลาง ภาคตะวันออก จำนวน 4 พื้นที่
4.1 จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ให้กับกลุ่มเป้าหมาย ในแต่ละพื้นที่ รูปแบบ Onsite ไม่น้อยกว่า 120 คน และรูปแบบ Online ไม่น้อยกว่า 300 คน โดยมี รายละเอียด ดังนี้
4.1.1 ดำเนินการจัดหาสถานที่ และอุปกรณ์ที่จำเป็นในการจัดกิจกรรมอย่างเหมาะสมให้เพียงพอ ตลอดระยะเวลาการจัดกิจกรรม และอำนวยความสะดวกสำหรับการจัดกิจกรรม เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์พกพา เครื่องพิมพ์ กระดาษสำหรับเครื่องพิมพ์ และอื่นๆ ตามที่ผู้ว่าจ้างร้องขอ
4.1.2 ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ประกอบด้วย ประธานในพิธี ผู้บริหาร ผู้ติดตาม วิทยากร และกลุ่มเป้าหมาย 4.1.3 จัดเตรียมสถานที่จัดกิจกรรม โดยจัดให้มีจุดลงทะเบียน ห้องรับรอง และตกแต่งสถานที่ ให้มีความเหมาะสมในการจัดกิจกรรม หรืออื่นๆ ที่จำเป็น (ค่าตกแต่งสถานที่)
4.1.4 จัดให้มีผู้ที่มีความรู้ความสามารถ ทักษะ และประสบการณ์ ในการดำเนินจัดกิจกรรมอบรม ที่สอดคล้องตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้กับกลุ่มเป้าหมาย 4.1.5 จัดเตรียมอาหารว่างและเครื่องดื่ม ให้เพียงพอสำหรับผู้เข้าร่วมงาน จำนวน 7 ครั้ง ตลอดระยะเวลาการจัดกิจกรรมในแต่ละครั้ง โดยผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายดังกล่าว 4.1.6 จัดเตรียมอาหารกลางวัน ให้เพียงพอสำหรับผู้เข้าร่วมงาน จำนวน 7 ครั้ง ตลอดระยะเวลา การจัดกิจกรรมในแต่ละครั้ง โดยผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายดังกล่าว
4.1.7 จัดเตรียมค่าเดินทางตั๋วเครื่องบิน (ไป - กลับ) สำหรับผู้บริหาร พนักงาน เจ้าหน้าที่ ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และผู้เกี่ยวข้อง ที่เดินทางเข้าร่วมกิจกรรม พร้อมทั้ง จัดหารถตู้ปรับอากาศ รวมน้ำมันเชื้อเพลิง พร้อมคนขับและค่าใช้จ่ายอื่นๆ จำนวน 2 คัน/ครั้ง ซึ่งมีสภาพ เหมาะสม เพื่อให้บริการตลอดระยะเวลาในการเดินทางเข้าร่วมกิจกรรม และจัดให้มีการคุ้มครองการเกิด อุบัติเหตุ/อุบัติภัยต่างๆ ในพื้นที่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้
4.1.8 จัดหารถตู้ปรับอากาศ รวมน้ำมันเชื้อเพลิง พร้อมคนขับ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ จำนวน 2 คัน/ครั้ง สำหรับผู้บริหาร พนักงาน เจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งมีสภาพ เหมาะสม เพื่อให้บริการตลอดระยะเวลาในการเดินทางเข้าร่วมกิจกรรม และจัดให้มีการคุ้มครองการเกิด อุบัติเหตุ/อุบัติภัยต่างๆ ในพื้นที่ ภาคกลาง ภาคตะวันออก
4.1.9 จัดเตรียม …
- 3 -
4.1.9 จัดเตรียมห้องพักสำหรับ ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ สคส. และผู้เกี่ยวข้อง ที่เข้าร่วมกิจกรรม โดยมี รายละเอียด ดังนี้
- ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ จำนวน 8 ห้อง 2 คืน/พื้นที่
- ภาคกลาง ภาคตะวันออก จำนวน 8 ห้อง 1 คืน/พื้นที่
4.1.10 จัดให้มีบุคลากรเพื่อทำหน้าที่ต่าง ๆ ตลอดระยะเวลาการจัดกิจกรรมในแต่ละพื้นที่ ดังนี้ 1) พิธีกรหรือผู้ดำเนินรายการ จำนวน ๑ คน ที่มีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ ง และบุคลิกภาพที่เหมาะสม ในการปฏิบัติงาน - เจ้าหน้าที่ประสานงาน อย่างน้อย จำนวน 4 คน เพื่อบริหารจัดการกิจกรรมและ อำนวยความสะดวก
- เจ้าหน้าที่ทางเทคนิค อย่างน้อย จำนวน 2 คน เพื่อดูแลแสง สี เสียง โปรแกรม และ ระบบต่าง ๆ ตลอดจนอุปกรณ์ประกอบการจัดกิจกรรม
- เจ้าหน้าที่บันทึกภาพนิ่ง จำนวน 2 คน พร้อมส่งมอบสื่อบันทึกข้อมูล
4.1.10 จัดทำระบบถ่ายทอดสดผ่านระบบออนไลน์ที่ผู้ว่าจ้างกำหนด รองรับสูงสุด ๓๐๐ - ๕๐๐ คน 4.1.11 จัดทำระบบกล้องถ่ายทอดสด และระบบส่งภาพแบบไร้สาย ๑ ชุด
4.1.12 จัดให้มีของที่ระลึก พร้อมสกรีนโลโก้หน่วยงาน เพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมให้แก่ผู้เข้าร่วม จำนวน 1,500 ชุด (ประกอบไปด้วยอย่างน้อย 2 รายการ)
4.1.13 ดำเนินการออกแบบ และผลิตป้ายศูนย์ ขนาด ๑๒๐ x ๖๐ ซม. จำนวน 2 ชิ้น เพื่อใช้ ในการจัดตั้งศูนย์บริการประชาชน (PDPA Center) ในพื้นที่ 2 จังหวัด (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้) 4.1.14 จัดทำ Roll UP ขนาด 60 x 160 เซนติเมตร เพื่อส่งมอบให้ศูนย์บริการประชาชน (PDPA Center) ในพื้นที่ 2 จังหวัด (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้) จำนวน 4 ชิ้น 4.1.15 จัดทำสื่อวิดีทัล VDO Presentation สำหรับใช้ในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ศูนย์บริการ ประชาชน (PDPA Center) ในพื้นที่ 2 จังหวัด (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้) จำนวน 2 ชิ้น 4.1.16 ดำเนินการออกแบบ และผลิตแบคดรอปผ้า (BACKDROP FABRIC) และอุปกรณ์เพื่อใช้ใน การออกบูทประชาสัมพันธ์ จำนวน 1 ชุด
4.2 จัดกิจกรรมเวิร์คช็อป (Workshop) เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิ เสรีภาพ และแนวทาง การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมสามารถเรียนรู้ วิเคราะห์สถานการณ์ และแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นด้านสิทธิและกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจัดให้มีเครื่องมือ ในการจัดกิจกรรมตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนดให้เพียงพอสำหรับผู้เข้าร่วมงาน
4.3 จัดกิจกรรมขยายศูนย์บริการประชาชน (PDPA Center) แห่งใหม่ในพื้นที่ 2 จังหวัด (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้)
4.4 จัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงานตลอดกิจกรรม พร้อมทั้งการประเมินผลการดำเนินงาน สรุปปัญหา แนวทางการแก้ไขปัญหา และข้อเสนอแนะในการดำเนินงาน ในรูปแบบเอกสาร จำนวน 2 ชุด และ Digital file บันทึกใน Hard Disk จำนวน ๑ ชุด
4.5 จัดทำรายงานสรุปผลการประเมินความพึงพอใจ และสรุปผลการประเมินความเชื่อมั่นต่อ ศูนย์บริการประชาชน (PDPA Center) พร้อมทั้งแนวทางการแก้ไขปัญหา และข้อเสนอแนะในการดำเนินงาน ในรูปแบบเอกสาร จำนวน 2 ชุด และ Digital file บันทึกใน Hard Disk จำนวน ๑ ชุด
- งบประมาณ …
- 4 -
- งบประมาณดำเนินงาน
วงเงิน 5,500,700 บาท (ห้าล้านห้าแสนเจ็ดร้อยบาทถ้วน) ราคานี้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว 6. คุณสมบัติของผู้เสนอราคา
6.1. มีความสามารถตามกฎหมาย
6.2. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
6.3. ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
6.4. ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
6.5. ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
6.6. มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและ การบริหาร พัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ กำหนดในราชกิจจานุเบกษา
6.7. เป็นนิติบุคคลที่มีอาชีพในงานที่รับจ้าง
6.8. ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการเสนอราคาครั้งนี้
6.9. ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาลของผู้ยื่น ข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
6.10. ผู้เสนอราคาต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
6.11. ผู้เสนอราคาต้องเป็นนิติบุคคลที่มีประสบการณ์ด้านที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรม โดยเป็นผลงานที่เป็น คู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชน โดยต้องแสดงเอกสารหลักฐานสำเนาหนังสือรับรอง ผลงานหรือสำเนาสัญญาที่เกี่ยวข้องมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอราคา
6.12. มูลค่าสุทธิของกิจการ
6.12.1. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย/กฎหมายต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการจากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวัน ยื่นข้อเสนอ
6.12.2. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งตามกฎหมายไทย/กฎหมายต่างประเทศ ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียนโดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจะดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้ (๑) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างไม่เกิน ๑ ล้านบาท ไม่ต้องกำหนดทุนจดทะเบียน
(๒) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕ ล้านบาท ต้องมีทุนจด ทะเบียน ไม่ต่ำกว่า ๑ ล้านบาท
(๓) มูลค่าการจัดซื้อ …
- 5 -
(๓) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจด ทะเบียน ไม่ต่ำกว่า ๒ ล้านบาท
(๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๒๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจด ทะเบียน ไม่ต่ำกว่า ๓ ล้านบาท
(๕) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๒๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๖๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจด ทะเบียน ไม่ต่ำกว่า ๘ ล้านบาท
(๖) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๖๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๕๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจด ทะเบียน ไม่ต่ำกว่า ๒๐ ล้านบาท
(๗) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๕๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๓๐๐ ล้านบาท ต้องมีทุน จด ทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๖๐ ล้านบาท
(๘) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๓๐๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕๐๐ ล้านบาท ต้องมีทุน จดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ ล้านบาท
(๙) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕๐๐ ล้านบาทขึ้น ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๒๐๐ ล้านบาท 6.12.3. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่น ข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาถือสัญชาติไทย/บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ให้พิจารณาจากหนังสือรับรอง บัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอโดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง หรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่า ดังกล่าวอีก ครั้งหนึ่งในวันลงนาม ในสัญญา
6.12.4. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียนหรือมีแต่ไม่เพียง พอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศหรือบริษัท เงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบ ธุรกิจค้าประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย แจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรองหรือที่สำนักงานสาขา รับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอนับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน) ทั้งนี้ หนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อให้เป็นไปตามกรมบัญชีกลางกำหนด
6.13. ข้อยกเว้น
กรณีตามข้อ ๖.๑๒.๑ - ข้อ ๖.๑๒.๔ ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
๑) ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ
๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๖๑
๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และ งานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้าง ที่มีคุณสมบัติเบื้องตันไว้แล้ว ก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
- หลักฐาน …
- 6 -
- หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอ ต้องยื่นเอกสารหลักฐานมาพร้อมกับการเสนอราคา โดยแบ่งเป็น ๒ ส่วน คือ
7.1.ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน นิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้มีอำนาจควบคุม (ถ้ามี) พร้อมทั้งรับรองสำเนาถูกต้อง (ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทจำกัดมหาชน ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ ผู้มีอำนาจควบคุม (ถ้ามี) และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) พร้อมทั้งรับรองสำเนาถูกต้อง
(๒) เอกสารเพิ่มเติมอื่น ๆ ได้แก่ สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง (ถ้ามี)
7.2.ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำการแทนให้แนบหนังสือมอบอำนาจ ซึ่งติดอากรแสตมป์ตามกฎหมาย โดยมีหลักฐานแสดงตัวตนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ ทั้งนี้ หากผู้รับมอบอำนาจเป็นบุคคลธรรมดาต้องเป็นผู้ที่บรรลุนิติภาวะตามกฎหมายแล้วเท่านั้น (๒) สำเนาหนังสือรับรองผลงานหรือสำเนาสัญญา พร้อมทั้งรับรองสำเนาถูกต้อง
(๓) ข้อเสนอทางด้านเทคนิค ที่มีรายละเอียดตามขอบเขตของงาน ข้อ ๔
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำตารางเปรียบเทียบระหว่างข้อเสนอและขอบเขตของงานเพื่อแสดงให้เห็น ว่าสามารถดำเนินการได้ครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในขอบเขตของงาน - หลักเกณฑ์การพิจารณาข้อเสนอ
สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจะพิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิคและข้อเสนอด้านราคา ตามรายละเอียด ดังนี้
8.1. เกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ ใช้เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น โดยคัดเลือกผู้ยื่นเสนอราคา ที่ผ่านเกณฑ์ด้านคุณภาพ และพิจารณาเลือกรายที่ได้คะแนนรวมสูงสุด และจัดลำดับไว้ไม่เกิน ๓ ราย ตัวแปรที่ใช้ในการพิจารณา
๑) ราคาที่เสนอ ร้อยละ ๒๐ คะแนนเต็ม ๑๐๐ คะแนน
๒) ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่น ๆ ร้อยละ ๘๐ คะแนนเต็ม ๑๐๐ คะแนน
8.2. เกณฑ์การพิจารณาด้านคุณภาพ
กำหนดสัดส่วนของน้ำหนักการให้คะแนน เพื่อใช้ในการประเมินการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ ร้อยละ ๑๐๐ ต้องผ่านเกณฑ์คะแนนด้านคุณภาพไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ และในกรณีที่มีผู้เสนอราคาได้คะแนน เท่ากันหลายราย คณะกรรมการดำเนินการจ้างจะพิจารณาผู้ที่ได้คะแนน คุณสมบัติและคุณภาพที่เป็น ประโยชน์ต่อโครงการและสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมากที่สุด
8.3. เกณฑ์การพิจารณาด้านคุณภาพจะพิจารณาเอกสารหลักฐานของผู้เสนอราคาในข้อเสนอ ด้านคุณสมบัติ ตามข้อ ๖ ก่อน หากถูกต้องครบถ้วนแล้วจึงจะพิจารณารายละเอียดตามขอบเขตของงาน ตามข้อ ๔ โดยมีหลักเกณฑ์การให้คะแนน (คะแนนเต็ม ๑๐๐ คะแนน) ดังนี้
ตัวแปรที่ใช้ในการพิจารณา
รายละเอียดตามหลักเกณฑ์การให้คะแนนแนบท้าย
8.4 ในกรณี…
- 7 -
8.4. ในกรณีที่ผู้เสนอราคาที่ได้รับคัดเลือกไม่ยอมเข้าทำสัญญากับสำนักงานฯ ภายในเวลาที่กำหนด คณะกรรมการดำเนินการจ้างจะพิจารณาเลือกผู้เสนอราคาที่ได้คะแนนคุณสมบัติ และคุณภาพที่เป็นประโยชน์ ต่อโครงการและสำนักงานฯ มากที่สุดลำดับถัดไปแทน
เกณฑ์ด้านคุณภาพกำหนดสัดส่วนของน้ำหนักการให้คะแนน เพื่อใช้ในการประเมินการพิจารณาคัดเลือก ข้อเสนอ ร้อยละ ๑๐๐ โดยจะต้องผ่านเกณฑ์ด้านคุณภาพ ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ โดยมีรายละเอียด ดังนี้ ๑) ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่น ๆ ร้อยละ ๘๐
(๑) จัดทําแผนการดําเนินงานกิจกรรมเวิร์คช็อป (Workshop) เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับสิทธิ เสรีภาพ และแนวทางการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมสามารถเรียนรู้ วิเคราะห์สถานการณ์ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นด้านสิทธิและกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้อย่าง มีประสิทธิภาพ น้ำหนักร้อยละ ๓๕ โดยมีเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้
เกณฑ์การพิจารณาที่ให้คะแนน
คะแนน
วิธีการประเมิน
วิธีการให้คะแนน
(๑) นำเสนอแผนการดําเนินงานกิจกรรมเวิร์คช็อป (Workshop) เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ สิทธิเสรีภาพ และแนวทางการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล ได้อย่างโดดเด่น ชัดเจน ครบถ้วน ทุกประเด็น
๑๐๐
การนำเสนอที่ผู้ยื่นข้อเสนอนำเสนอมา โดยวิเคราะห์ความสอดคล้องของแผนงาน ที่เสนอ สามารถสร้างการเรียนรู้วิเคราะห์ สถานการณ์และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เกี่ยวกับประเด็นด้านสิทธิและกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามเอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นมา พร้อมทั้ง การนำเสนอข้อเสนอทางเทคนิคต่อคณะ กรรมการฯ
ผู้ประเมินจะพิจารณาจากการ นำเสนอและเอกสารที่ผู้ยื่น ข ้ อ เ ส น อ ย ื ่ น ม า โ ด ย เปรียบเทียบจากเอกสารและ การนำเสนอที่ผู้ยื่นอเสนอได้ เสนอมา และการให้คะแนน คิดจากผู้ที่นำเสนองานได้ดี
ที่สุดเรียงลำดับลงมา
(๒) นำเสนอแผนการดําเนินงานกิจกรรมเวิร์คช็อป (Workshop) เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ สิทธิเสรีภาพ และแนวทางการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล ได้อย่างชัดเจน ครบถ้วนทุกประเด็น แต่ไม่โดดเด่น
๘๐
(๓) นำเสนอแผนการดําเนินงานกิจกรรมเวิร์คช็อป (Workshop) เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ สิทธิเสรีภาพ และแนวทางการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล ได้ไม่ครบถ้วนบางประเด็น
๖๐
(๔) ไม่มีการนำเสนอแผนการดําเนินงานกิจกรรม เวิร์คช็อป (Workshop) เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพ และแนวทางการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล
๐
(๒) จัดทําแผนและรายละเอียดการจัดทำสื่อวิดีทัล VDO Presentation สำหรับใช้ในการเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ศูนย์บริการประชาชน (PDPA Center) ในพื้นที่ 2 จังหวัด (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้) น้ำหนักร้อยละ ๓๕ โดยมีเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้
เกณฑ์การพิจารณาที่ให้คะแนน
คะแนน
วิธีการประเมิน
วิธีการให้คะแนน
(๑) จัดทําแผนและรายละเอียดการจัดทำสื่อวิดีทัล VDO Presentation สำหรับใช้ในการเผยแพร่ ป ร ะ ช า ส ั ม พ ั น ธ์ศ ู น ย ์ บ ร ิ ก า ร ป ร ะ ช า ช น ( PDPA Center) ใ น พ ื ้ น ท ี ่ 2 จ ั ง ห วั ด ( ภ า ค ต ะ ว ั น อ อ ก เ ฉ ี ย ง เ ห น ื อ แ ล ะ ภ า ค ใ ต้) ที่สอดคล้องตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล มีความชัดเจน ครบถ้วน เป็นไปตาม ขอบเขตงานที่กำหนดไว้เพื่อสร้าง ความรู้ความเข้าใจ และสื่อถึงการให้บริการได้อย่างโดดเด่น ชัดเจน ครบถ้วนทุกประเด็น
๑๐๐
เอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นมา โดยการ จ ั ด ท ำแ ผ น ก า ร ด ำ เ น ิ น ง า น แ ล ะ ร า ย ล ะ เ อ ี ย ด ใ ห ้ ส อ ด ค ล ้ อ ง ต า ม วัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมฯ และ ชัดเจน จัดทำเป็นรูปแบบPDF File หรือ นำเสนอในรูปแบบ Power Point พร้อมทั้งการนำเสนอข้อเสนอทางเทคนิค ต่อคณะกรรมการฯ
ผู้ประเมินจะพิจารณาจาก เอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นมา โดยเปรียบเทียบจากเอกสารที่ ผู้ยื่นข้อเสนอได้เสนอมา และ การให้คะแนนคิดจากผู้ที่ น ำ เ ส น อ ง า น ไ ด ้ ด ี ท ี ่ สุ ด เรียงลำดับลงมา
(๒) จัดทําแผน …
-
8 -
(๒) จัดทําแผนและรายละเอียดการจัดทำสื่อวิดีทัล VDO Presentation สำหรับใช้ในการเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ศูนย์บริการประชาชน (PDPA Center) ใ น พ ื ้ น ท ี ่ 2 จ ั ง ห ว ั ด ( ภ า ค ต ะ ว ั น อ อ ก เ ฉ ี ย ง เ ห น ื อ แ ล ะ ภ า ค ใ ต้) ที่สอดคล้องตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล มีความชัดเจน ครบถ้วน เป็นไปตาม ขอบเขตงานที่กำหนดไว้เพื่อสร้าง ความรู้ความเข้าใจ และสื่อถึงการให้บริการได้อย่างชัดเจน ครบถ้วนทุก ประเด็น แต่ไม่โดดเด่น
๘๐(๓) จัดทําแผนและรายละเอียดการจัดทำสื่อวิดีทัล VDO Presentation สำหรับใช้ในการเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ศูนย์บริการประชาชน (PDPA Center) ใ น พ ื ้ น ท ี ่ 2 จ ั ง ห ว ั ด ( ภ า ค ต ะ ว ั น อ อ ก เ ฉ ี ย ง เ ห น ื อ แ ล ะ ภ า ค ใ ต้) ที่สอดคล้องตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล มีความชัดเจน ครบถ้วน เป็นไปตาม ขอบเขตงานที่กำหนดไว้เพื่อสร้าง ความรู้ความเข้าใจ และสื่อถึงการให้บริการไม่ครบถ้วนบางประเด็น
๖๐
(๔) ไม่มีการจัดทําแผนและรายละเอียดการจัดทำสื่อ วิดีทัล VDO Presentation สำหรับใช้ในการเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ศูนย์บริการประชาชน (PDPA Center) ใ น พ ื ้ น ท ี ่ 2 จ ั ง ห ว ั ด ( ภ า ค ต ะ ว ั น อ อ ก เ ฉ ี ย ง เ ห น ื อ แ ล ะ ภ า ค ใ ต้) ที่สอดคล้องตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล มีความชัดเจน ครบถ้วน เป็นไปตาม ขอบเขตงานที่กำหนดไว้เพื่อสร้าง ความรู้ความเข้าใจ และสื่อถึงการให้บริการ
๐
(3) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องนำเสนอข้อเสนอทางเทคนิคต่อคณะกรรมการฯ รายละไม่เกิน 2๐ นาที หลังจากยื่นข้อเสนอ ณ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยผู้ยื่นข้อเสนอราคาทุกราย ต้องนำเสนอผลงานตามวัน/เวลา ที่สำนักงานฯ กำหนดสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สงวนไว้ซึ่งสิทธิ์ที่จะไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอราคา หากไม่เข้ามาเสนองานตามวันและเวลา ที่กำหนด
2) ผลงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการ ร้อยละ ๑๐
พิจารณาจากผลงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการ ภายในระยะเวลาไม่เกิน ๕ ปี นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอ ซึ่งพิจารณาจากหนังสือรับรองผลงานหรือเอกสารสัญญา โดยมีเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้
เกณฑ์การพิจารณาที่ให้คะแนน
คะแนน
วิธีการประเมิน
วิธีการให้คะแนน
(๑) มีผลงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการ มากกว่า ๓ โครงการขึ้นไป
๑๐๐
เอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นมา ผลงาน ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ ในระยะเวลา ไม่เกิน ๕ ปีที่ผ่านมา
ผ ู ้ ป ร ะ เ ม ิ น จ ะ พ ิ จ า ร ณ า จากเอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอยื่น มา โดยเปรียบเทียบจาก เอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้เสนอ มา และการให้คะแนนคิดจาก ผู้ที่นำเสนองานได้ดีที่สุด เรียงลำดับลงมา
(๒) มีผลงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการ ๓ โครงการ
๘๐
(๓) มีผลงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการ น้อยกว่า ๓ โครงการ
๖๐
(๔) ไม่มีผลงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการ
๐
8.5 เกณฑ์ราคา …
-
8 -
8.5 เกณฑ์ราคาที่ยื่นเสนอ (Price) กำหนดน้ำหนัก ร้อยละ ๒๐
เกณฑ์การพิจารณาการที่ให้คะแนนด้านราคา
คะแนน
๑) ผู้เสนอราคาต่ำสุด
๑๐๐
๒) ผู้เสนอราคารายอื่นลำดับรองลงมาจะได้คะแนนตามสัดส่วนจะคิดจากสูตรการคำนวณ ดังนี้ คะแนน ๑๐๐ - X๑๐๐
ราคาของผู้เสนอรายอื่น – ราคาของผู้เสนอราคาต่ำสุด
ราคาของผู้เสนอราคาต่ำสุด -
ในกรณีที่ไม่สามารถคัดเลือกผู้ดำเนินการที่มีคุณสมบัติและราคาที่เหมาะสมได้ สำนักงาน คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ขอสงวนสิทธิ์ที่จะยกเลิกการจ้างในครั้งนี้ ทั้งนี้ ผู้เสนอราคา จะเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ ทั้งสิ้นไม่ได้
-
คณะกรรมการฯ จะพิจารณาข้อเสนอด้านคุณภาพของผู้ยื่นข้อเสนอทุกราย โดยผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้ คะแนนคุณภาพไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ จึงถือว่าเป็นผู้ผ่านเกณฑ์ด้านคุณภาพ
-
คณะกรรมการฯ จะพิจารณาคัดเลือกผู้ผ่านเกณฑ์ด้านคุณภาพ แล้วจึงมารวมกับคะแนน ด้านราคา หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดไม่ผ่านเกณฑ์ด้านคุณภาพ (น้อยกว่าร้อยละ ๘๐) จะไม่นำคะแนนของผู้เสนอ รายดังกล่าวมาพิจารณารวมกับเกณฑ์ด้านราคา และจะคัดเลือกผู้ที่มีคะแนนรวมสูงสุดเป็นผู้ชนะการเสนอราคา ในครั้งนี้
-
ในกรณีที่มีผู้ผ่านเกณฑ์เพียงรายเดียวให้อยู่ในดุลพินิจของคณะกรรมการฯ ที่จะพิจารณาเห็นว่า มีความเหมาะสมและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อทางสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูส่วนบุคคล โดยไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เสนอราคาต่ำสุด แต่ทั้งนี้จะต้องอยู่ในวงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรร
-
ในกรณีที่ผู้เสนอราคาที่ได้รับคัดเลือกไม่ยอมเข้าทำสัญญากับสำนักงานฯ ภายในเวลาที่กำหนด คณะกรรมการฯ จะพิจารณาเลือกผู้เสนอราคาที่ได้คะแนนคุณสมบัติ และคุณภาพที่เป็นประโยชน์ต่อโครงการ และสำนักงานฯ มากที่สุดลำดับถัดไปแทน
-
การพิจารณาตัดสินของคณะกรรมการฯ ถือเป็นการสิ้นสุด
- ระยะเวลาการส่งมอบงาน
ระยะเวลา 180 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา - ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
โดยสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จะชำระเงินให้แก่ผู้รับจ้างเมื่อมีการส่งมอบงาน เอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และตรวจรับเรียบร้อยแล้วโดยมีรายละเอียด ดังนี้
งวด
งานที่ต้องส่งมอบ
ระยะเวลา (วัน)
จ่ายค่าจ้างร้อยละ
๑- แผนการดำเนินงานตลอดโครงการ ตามรายละเอียด ข้อ 4 จัดส่งเอกสารจำนวน 2 ชุด พร้อมไฟล์ อิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบที่ปรับแก้ได้ (Ms Office) และปรับแก้ไขไม่ได้ (PDF)พร้อมบันทึกลงใน USB Flash Drive หรือสื่อแบบถอดได้อื่น ๆ (Removable) จำนวน 1 ชุด
ภายใน ๓๐ วัน
นับถัดจากวัน
ลงนามในสัญญา
๒0
ของวงเงิน
ตามสัญญา
- แผนการดำเนินงานตลอดโครงการ ตามรายละเอียด ข้อ 4 จัดส่งเอกสารจำนวน 2 ชุด พร้อมไฟล์ อิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบที่ปรับแก้ได้ (Ms Office) และปรับแก้ไขไม่ได้ (PDF)พร้อมบันทึกลงใน USB Flash Drive หรือสื่อแบบถอดได้อื่น ๆ (Removable) จำนวน 1 ชุด
2 ส่งมอบอุปกรณ์ …
๒
- ส่งมอบอุปกรณ์สำหรับจัดกิจกรรมฯ ต่างจังหวัด ตามรายละเอียด ข้อ 4.1.12 – 4.1.16 พร้อมทั้ง อุปกรณ์ในการจัดกิจกรรมเวิร์คช็อป ข้อ 4.2 โดยนำส่งเอกสาร จำนวน 2 ชุด พร้อมไฟล์ อิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบที่ปรับแก้ไขได้ (Ms Office)
และปรับแก้ไขไม่ได้ (PDF) พร้อมบันทึกลงใน USB Flash Drive หรือสื่อแบบถอดได้อื่น ๆ (Removable) จำนวน 1 ชุด
ภายใน ๖๐ วัน
นับถัดจากวัน
ลงนามในสัญญา
๕0
ของวงเงิน
ตามสัญญา
๓
- ส่งมอบกิจกรรมและรายงานผล ตามรายละเอียด ข้อ 4.1 – 4.3
- ส่งมอบสรุปผลตามรายละเอียด ข้อ ๔.4 – 4.5 โดยนำส่งเอกสาร จำนวน 2 ชุด พร้อมไฟล์ อิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบที่ปรับแก้ไขได้ (Ms Office) และปรับแก้ไขไม่ได้ (PDF) พร้อมบันทึกลงใน USB Flash Drive หรือสื่อแบบถอดได้อื่น ๆ (Removable) จำนวน 1 ชุด
ภายใน ๑8๐ วัน นับถัดจากวัน
ลงนามในสัญญา
๓0
ของวงเงิน
ตามสัญญา
11.อัตราค่าปรับ
ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถปฏิบัติงานให้แล้วเสร็จตามที่กำหนดไว้ในสัญญาและผู้ว่าจ้างยังมิได้ บอกเลิกสัญญา ผู้รับจ้างยินยอมให้ผู้ว่าจ้างปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ (ศูนย์จุดหนึ่งศูนย์) ของราคา ค่าจ้างตามสัญญา จนกว่าผู้รับจ้างจะปฏิบัติงานเสร็จสิ้นตามสัญญา
12. กรรมสิทธิ์
ทรัพย์สินทางปัญญา ผลงาน ผลการศึกษา เอกสาร ตลอดจนข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้จากการดำเนินงาน ตามสัญญานี้ ไม่ว่าจะจัดเก็บในรูปแบบใด ให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล ผู้ใดจะนำไปใช้ในกิจการอื่น เผยแพร่ ทำซ้ำ หรือส่งมอบให้แก่บริษัทอื่นมิได้ ยกเว้นแต่จะได้รับ ความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น
13. บทคุ้มครองเกี่ยวกับลิขสิทธิ์
ในกรณีที่บุคคลภายนอกกล่าวอ้างหรือใช้สิทธิเรียกร้องใด ๆ ว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์เกี่ยวกับงานจ้าง ตามสัญญานี้ โดยสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มิได้แก้ไขดัดแปลงไปจากเดิมหรือแก้ไข ดัดแปลงโดยได้รับความยินยอมจากผู้รับจ้างเป็นหนังสือหรือเป็นกรณีที่กฎหมายอนุญาตให้ทำได้ ผู้รับจ้าง จะต้องดำเนินการทั้งปวงเพื่อให้การกล่าวอ้างหรือการเรียกร้องดังกล่าวระงับสิ้นไปโดยเร็ว เพื่อให้สำนักงาน คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสามารถใช้งานจ้างนั้นต่อไปได้ หากผู้รับจ้างมิอาจกระทำได้และ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายต่อบุคคลภายนอกเนื่องจากผล แห่งการละเมิดลิขสิทธิ์ดังกล่าว ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ชำระค่าเสียหาย ค่าปรับ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ รวมทั้ง ค่าฤชา ธรรมเนียม และค่าทนายความแทนสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ สำนักงาน คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจะแจ้งผู้รับจ้างทราบเป็นลายลักษณ์อักษรในเมื่อได้มีการกล่าวอ้างหรือ ใช้สิทธิเรียกร้องดังกล่าวโดยไม่ชักช้า
14. เงื่อนไขอื่น ๆ …
- 11 -
- เงื่อนไขอื่น ๆ
14.1. สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล คงไว้ซึ่งสิทธิในการปรับปรุงรูปแบบและ แผนการดำเนินงานรวมทั้งปรับเปลี่ยนแผนงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์และผู้เสนอราคาพร้อมแก้ไขตามที่ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเห็นสมควรเพื่อความเหมาะสมอันเป็นประโยชน์แก่ ทางราชการ
14.2. ผู้รับจ้างจะต้องเสนอแผนงานให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลพิจารณา ก่อนดำเนินงาน กรณีมีการประชุมหารือร่วมกันผู้รับจ้างจะต้องเข้าร่วมหารือกับสำนักงานคณะกรรมการ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ตลอดเวลา ก่อนการดำเนินงานทุกครั้งจะต้องเสนอข้อมูลให้สำนักงาน คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตรวจสอบ หากมีการแก้ไขจะต้องดำเนินการแก้ไขโดยด่วนและ ให้สำนักงานคณะกรรมการการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตรวจสอบอีกครั้ง รวมทั้งก่อนดำเนินการเผยแพร่หรือ
จัดกิจกรรมใด ๆ ต้องได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทุกครั้ง 15. ข้อสงวนสิทธิ์
15.1. ในกรณีที่ไม่สามารถคัดเลือกผู้ดำเนินการที่มีคุณสมบัติและราคาที่เหมาะสมได้ สำนักงาน คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ขอสงวนสิทธิ์ที่จะยกเลิกการจ้างในครั้งนี้ ทั้งนี้ผู้เสนอราคาจะ เรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ ทั้งสิ้นไม่ได้
15.2. ในกรณีที่มีผู้ผ่านเกณฑ์เพียงรายเดียวให้อยู่ในดุลพินิจของคณะกรรมการฯ ที่จะพิจารณาเห็นว่า มีความเหมาะสมและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อทางสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เสนอราคาต่ำสุด แต่ทั้งนี้จะต้องอยู่ในวงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรร 15.3. การพิจารณาตัดสินของคณะกรรมการฯ ถือเป็นการสิ้นสุด - การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ในโครงการนี้จะปฏิบัติตามหลักการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ ดังต่อไปนี้
16.1. ผู้รับจ้างต้องดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยชอบด้วยกฎหมาย มีความ โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ (Lawfulness, Fairness and Transparency)
16.2. ผู้รับจ้างต้องดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้ขอบเขต และ วัตถุประสงค์ที่สำนักงาน ฯ กำหนด และไม่นำไปใช้หรือเปิดเผยนอกเหนือขอบเขตและวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้ ของการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลนั้น (Purpose Limitation)
16.3. ผู้รับจ้างต้องดำเนินการเป็นการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเพียงพอ เกี่ยวข้อง และเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ( Data Minimization)
16.4. ผู้รับจ้างต้องดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกต้องและดำเนินการ ให้ข้อมูลเป็นปัจจุบันในกรณีที่จำเป็น (Accuracy)
16.5. ผู้รับจ้างต้องดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามระยะเวลาเท่าที่จำเป็น (Storage Limitation)
16.6. ผู้รับจ้างต้องดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่มีมาตรการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลที่เหมาะสม (Integrity and Confidentiality)
16.7. ผู้รับจ้างต้องดำเนินการกำหนดหน้าที่ กำหนดความรับผิดชอบ ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคล (Accountability)