ประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการก่อสร้างลาดยางทับคอนกรีตเสริมเหล็ก (แอสฟัลท์ติกคอนกรีต) ภายในบ้านโนนหล่อ หมู่ที่ ๖ ตำบลหญ้าปล้อง กว้าง ๔.๐๐ - ๗.๐๐ เมตร ยาว ๓๙๙.๐๐ เมตร หนา ๕ เซนติเมตร หรือมีพื้นที่ผิวจราจรไม่น้อยกว่า ๑,๘๓๑.๐๐ ตารางเมตร องค์การบริหารส่วนตำบลหญ้าปล้อง อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ
โครงการก่อสร้างถนนลาดยางทับถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ภายในบ้านโนนหาย หมู่ที่ 6 ตำบลหมาสอง อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยของโครงข่ายคมนาคมในพื้นที่ โดยจะดำเนินการเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีตบนผิวจราจรเดิมที่เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก และปรับปรุงผิวไหล่ทางด้วยแอสฟัลต์คอนกรีต รวมถึงการทำ Tack Coat เพื่อเพิ่มการยึดเกาะระหว่างชั้นผิวทาง และการตีเส้นจราจรเพื่อแบ่งทิศทางการสัญจรและขอบทางให้ชัดเจน โครงการนี้ครอบคลุมการซ่อมแซมผิวทางเดิมที่ชำรุดเสียหาย ทั้งแบบ Deep Patching (ซ่อมลึกถึงชั้นโครงสร้าง) และ Skin Patching (ซ่อมผิวหน้า) รวมถึงการปรับระดับผิวทางเดิม (Levelling) ให้เรียบเสมอก่อนการเสริมผิวใหม่ เพื่อให้มั่นใจว่าพื้นผิวจราจรที่ได้จะมีความแข็งแรง ทนทาน และได้มาตรฐานตามที่กำหนดไว้ในแบบและข้อกำหนดทางเทคนิคของกรมทางหลวงชนบท เพื่ออำนวยความสะดวกและปลอดภัยแก่ผู้สัญจรในพื้นที่
English summary
The project involves the construction of an asphalt concrete surface overlay on an existing reinforced concrete road within Ban Non Hai, Moo 6, Sub-district Ma Song, Mueang Sisaket District, Sisaket Province. The objective is to improve the road’s durability, smoothness, and safety by applying asphalt concrete to the traffic lanes and shoulders. This includes performing tack coating for better adhesion between layers, repairing damaged sections of the existing road (both deep and surface patching), and leveling the road surface prior to the overlay. The project aims to meet specified technical standards, enhancing transportation infrastructure and ensuring safe passage for the public.
บ้านโนนหาย หมู่ที่ 6
ผู้เสนอราคาและผู้ชนะ
ผู้ชนะการประมูล (1)
ผู้เสนอราคาทั้งหมด (0)
ไม่มีข้อมูลผู้เสนอราคา
โครงการนี้ไม่มีรายชื่อผู้เสนอราคา
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- ปรับปรุงผิวจราจรเดิมที่เป็นคอนกรีตเสริมเหล็กให้มีความแข็งแรง ทนทาน และเรียบเนียนยิ่งขึ้น
- เพิ่มความปลอดภัยในการสัญจรของประชาชนในพื้นที่
- ยกระดับคุณภาพโครงข่ายคมนาคมภายในหมู่บ้าน
- ดำเนินการซ่อมแซมผิวทางเดิมที่ชำรุดเสียหายตามมาตรฐาน
- ปรับปรุงผิวไหล่ทางให้ได้มาตรฐาน
ขอบเขตของงาน
- การเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีตบนผิวจราจรเดิม
- การทำ Tack Coat บนผิวทางเดิมและผิวไหล่ทาง
- การทำผิวไหล่ทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต
- การตีเส้นจราจรบนผิวทาง (เส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง)
- การซ่อมแซมผิวทางเดิมที่ชำรุดเสียหาย (Deep Patching และ Skin Patching)
- การปรับระดับผิวทางเดิม (Levelling)
- การเตรียมผิวทางเดิมให้พร้อมก่อนการลาดยาง เช่น การทำ Prime Coat
- การควบคุมและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรระหว่างการก่อสร้าง
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- ผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนาตามที่กำหนด
- ไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีต
- เส้นจราจรที่ตีไว้อย่างชัดเจน
- พื้นผิวจราจรที่ได้รับการซ่อมแซมและปรับระดับอย่างเรียบร้อย
- รายงานผลการดำเนินงานและเอกสารที่เกี่ยวข้อง
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาการส่งแผนการปฏิบัติงาน: ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- ระยะเวลาการประสานงานจัดส่งวัสดุงานทาง: ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- (ระยะเวลาการก่อสร้างโดยรวมไม่ได้ระบุชัดเจนในเอกสารที่ให้มา)
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- เป็นนิติบุคคล หรือ บุคคลธรรมดา ที่มีอาชีพรับจ้างก่อสร้าง
- มีผลงานการก่อสร้างประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง ในวงเงินไม่น้อยกว่า 1/4 ของวงเงินงบประมาณที่ตั้งไว้
- (ข้อกำหนดพื้นฐานอื่นๆ เช่น การจดทะเบียนพาณิชย์, การมีสำนักงาน, การไม่เป็นผู้ถูกระงับการยื่นข้อเสนอฯ จะต้องเป็นไปตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ)
- Standards Compliance:
- มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต (มทช.230-2545)
- มาตรฐานงานแทคโคท (มทช.227-2545)
- มาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง (nn-3-110(1) - 110(4))
- มาตรฐานวัสดุดินถมกันทาง (มทร. 201-2545)
- มาตรฐานวัสดุรองพื้นทาง (มทช.202-2545)
- มาตรฐานวัสดุพื้นทางหินคลุก (มทช.203-2545)
- มาตรฐานงาน Prime Coat (มทช.225-2545)
- มาตรฐานการทดสอบแอสฟัลต์คอนกรีต (มทส. (1) 607-2545)
- Experience:
- มีผลงานการก่อสร้างประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง ในวงเงินไม่น้อยกว่า 1/4 ของวงเงินงบประมาณที่ตั้งไว้
- Previous Project Cost:
- ไม่น้อยกว่า 1/4 ของวงเงินงบประมาณที่ตั้งไว้ (สำหรับผลงานที่ผ่านมา)
- Technical Capabilities:
- ความสามารถในการดำเนินการซ่อมแซมผิวทางแบบ Deep Patching และ Skin Patching
- ความสามารถในการปรับระดับผิวทาง (Levelling)
- ความสามารถในการลาดยางแอสฟัลต์คอนกรีตและไหล่ทาง
- ความสามารถในการตีเส้นจราจร
- ความสามารถในการควบคุมและจัดการจราจรระหว่างก่อสร้าง
- มีเครื่องจักรกลที่เหมาะสมสำหรับการทำงาน เช่น รถเกรด, รถบด, เครื่องปูแอสฟัลต์
- Personnel:
- (ไม่ได้ระบุรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับคุณวุฒิหรือจำนวนบุคลากรในเอกสารที่ให้มา นอกเหนือจากข้อกำหนดทั่วไปของผู้รับจ้าง)
เกณฑ์การพิจารณา
- (ไม่ได้ระบุเกณฑ์การประเมินราคาและคุณสมบัติทางเทคนิคอย่างละเอียดในเอกสารที่ให้มา โดยทั่วไปจะพิจารณาจากราคาที่เสนอและความสามารถทางเทคนิคของผู้ยื่นข้อเสนอ)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- ผิวจราจร: แอสฟัลต์คอนกรีต ความหนาตามที่กำหนดในแบบ
- ไหล่ทาง: แอสฟัลต์คอนกรีต
- การเตรียมผิว: ทำความสะอาด, Deep Patching, Skin Patching, Levelling, Prime Coat, Tack Coat ตามมาตรฐานที่กำหนด
- วัสดุ: เป็นไปตามมาตรฐาน มทช. และ มทร. ที่เกี่ยวข้อง
- การบดอัด: ได้ค่าความแน่นตามมาตรฐาน (ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95% Standard Proctor Density สำหรับงานดินถม, ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95% Modified Proctor Density สำหรับงานชั้นรองพื้นทาง, ไม่น้อยกว่าร้อยละ 98 ของค่า Marshall Density สำหรับงานแอสฟัลต์คอนกรีต)
- การตีเส้นจราจร: เป็นไปตามแบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
- การควบคุมการจราจร: จัดและควบคุมการจราจรให้สะดวก ปลอดภัย และไม่ทำให้ผิวทางเสียหาย
เงื่อนไขสัญญา
- การจ่ายเงิน: (ไม่ได้ระบุรายละเอียดในเอกสารที่ให้มา)
- ค่าปรับ: (ไม่ได้ระบุรายละเอียดในเอกสารที่ให้มา)
- การส่งมอบงาน: (ไม่ได้ระบุรายละเอียดในเอกสารที่ให้มา)
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร?
A: เพื่อปรับปรุงผิวจราจรเดิมที่เป็นคอนกรีตเสริมเหล็กให้เป็นแอสฟัลต์คอนกรีต เพื่อเพิ่มความแข็งแรง ทนทาน และความปลอดภัยในการสัญจร - Q: พื้นที่ดำเนินการก่อสร้างอยู่ที่ใด?
A: ภายในบ้านโนนหาย หมู่ที่ 6 ตำบลหมาสอง อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ - Q: งานประเภทใดบ้างที่จะดำเนินการในโครงการนี้?
A: การเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีต, การทำ Tack Coat, การปรับปรุงไหล่ทาง, การตีเส้นจราจร, และการซ่อมแซมผิวทางเดิมที่ชำรุด - Q: มีการซ่อมแซมผิวทางเดิมในลักษณะใดบ้าง?
A: มีทั้ง Deep Patching (ซ่อมลึกถึงชั้นโครงสร้าง) และ Skin Patching (ซ่อมผิวหน้า) รวมถึงการปรับระดับผิวทาง (Levelling) - Q: มาตรฐานที่ใช้ในการก่อสร้างคืออะไร?
A: มาตรฐานของกรมทางหลวงชนบท เช่น มทช.230-2545, มทช.227-2545 และมาตรฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง - Q: ผู้รับจ้างต้องมีผลงานประเภทใด?
A: ต้องมีผลงานการก่อสร้างประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง ในวงเงินไม่น้อยกว่า 1/4 ของวงเงินงบประมาณที่ตั้งไว้ - Q: มีข้อกำหนดพิเศษเกี่ยวกับการควบคุมการจราจรระหว่างก่อสร้างหรือไม่?
A: ผู้รับจ้างต้องจัดและควบคุมการจราจรให้สะดวก ปลอดภัย และไม่ทำให้ผิวทางเสียหาย โดยต้องติดตั้งป้ายจราจรและอุปกรณ์ที่จำเป็น - Q: ระยะเวลาในการส่งแผนการปฏิบัติงานคือเท่าใด?
A: ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา - Q: วัสดุที่ใช้ในงานดินถมต้องเป็นไปตามมาตรฐานใด?
A: ต้องเป็นไปตามมาตรฐานวัสดุดินถมกันทาง (มทร. 201-2545) - Q: การบดอัดชั้นคันทางต้องมีความแน่นเท่าใด?
A: ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95% Standard Proctor Density
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ค์การบ
ห า ร
ส่วน
པ
VL
อ. ม่ อ ง
ศรีสะเก
โครงการก่อสร้างถนนลาดยางทับถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ภายบ้านโนนหาย หมู่ที่ 6 (แอสฟัสติกคอนกรีตตอนกรีต)
9.
ตําบลหมาสอง อําเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ
2
USUS A371 4.00
ร
หรือมีพื้นที่ผิวจราจรวมไม่น้อยกว่า 1,631.00 ตารางเมตร
สําเนาถูกต้อง
นายชานุวัฒน์ พุทธา) ศวกรโยธาปฏิบัติการ รักษาราชการแทนผู้อํานวยการกองช่าง
ประธานกรรมการ
.กรรมการ
..กรรมการ
.กรรมการ
.กรรมการ
…………/.
0
i…..
0
C
0
…
ทิศเหนือ
ครองอิสานเขียว
ช่วงที
2
สนบ้านในเลย
ชวงศ์
ชุมชนบ้านโนนทอ
น…..4
……..
ขอกําหนด
แผนผังจุดที่ตั้งโครงการ
ins 4.00 - 2.09 21
S.
วัดบ้านโนนหล่อ โนนแย้
164.00 $ 790 5 extens
สําเนาถูกต้อง
หนา 5 มม. (นายชานุวัฒน์ พุทธา) รักษาราชการแทนผู้อํานวยการกองช่าง
ช
เขียนแบบ
ตรวจ
โ
ry
ประธานกรรมการ
..กรรมการ
กรรมการ
…กรรมการ
.กรรมการ
เห็นชอบ
อนุมัติ
1
ระดับกินเดิม
SIDE SLOPE
Slope
( รูปตัดโครงสร้างทาง 1
Ө
ระดับดินเดิม
SIDE SLOPE
Ө
ไหล่ทาง
.Slope
สาจราจร
ผิวจราจร
ทําผิวไหล่ทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต ทํา Tack Coat ไหล่ทางเดิม ไหล่ทางลาดยางเดิม
รูปตัดโครงสร้างทาง 2
ลําดับที่
รายการ
1 ไหล่ทาง แอสฟัลต์คอนกรีต
Slope
Slope
ย
ข้อกําาหนดงานเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีต
ขอก้าหนด
อ้างถึง
"
มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต
2
ผิวทาง แอสฟัลต์คอนกรีต
อ้างสัง
มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต
3
TACK COAT
อ้างถึง
SP
4.
การตีเส้นจราจรบนผิวทาง
อ้างถึง
“7
SIDE SLOPE
ทําผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต
ทํา TACK COAT ผิวทางเดิม
โครงสร้างทางเดิม
ในทาง
SIDE SLOPE
ทําผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต
ทํา Tack Coat ผิวทางเดิม โครงสร้างทางเดิม
33
มทช.230-2545
"
มท 230-2545
รายการประกอบแบบ
- ทํา DEEP PATCHING ผิวทางและผิวไหล่ทางเดิมที่ชํารุดเสียหายจนถึงชั้นโครงสร้างทาง
- ถ้าระดับผิวทางและผิวไหล่ทางเดิมไม่ดีชํารุดเสียหายแต่ไม่ลึกถึงโครงสร้างทาง ให้ทํา SKIN PATCHING
ให้เรียบร้อยเสียก่อน - ปรับระดับผิวทางและผิวไหล่ทางให้เรียบมีระดับเสมอกับบริเวณอื่น ก่อนที่จะเสริมผิว
- ทํา TACK COAT ผิวทางและผิวไหล่ทาง
- ทาผิวไหล่ทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต
- ทาผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีตและตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง
- รายละเอียดตามรูปติดโครงสร้างทาง สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขในด้านเรขาคณิต
และด้านโครงสร้างได้ตามความเหมาะสมกับสภาพทางที่จะดําเนินการ ทั้งนี้ให้อยู่
ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง - ภายในระหว่างหลักกิโลเมตรตามที่กําหนดไว้ในแบบ อาจจะกําหนดให้ทําการตอนใด
ก็ได้ตามความเหมาะสม และอาจจะให้ทําการเพิ่มบริเวณทางเชื่อมเข้าสถานที่ราชการ หรืออาคารสาธารณะ ในระยะไม่เกินเขตทางหลวง หรือทําการเพิ่มบริเวณทางแยก เพื่อ ให้ได้ปริมาณงานตามที่กําหนด ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน - ในกรณีที่ไม่สามารถดําเนินการตามช่วงหลักกิโลเมตรที่กําหนดไว้ในแบบ สามารถเปลี่ยนแปลง แก้ไขได้ โดยพิจารณาดาเนินการในช่วงหลักกิโลเมตรอื่นภายในสายทาง ตามความเหมาะสม
ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง - การเปลี่ยนแปลงแก้ไขตาม ข้อ 7.8 และ ข้อ 9 จะต้องให้ได้ปริมาณงานตามที่กําหนดไว้ในแบบ 11. ความหนาของผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต จะกําหนดในแบบแต่ละสายทาง
- งานไหล่ทางจะกําหนดในแบบแต่ละสาย
- งานซ่อมแซมและทาสีใหม่ หรืองานจัดทําติดตั้งเครื่องหมายจราจร หลักกันโค้ง หลักกิโลเมตรและ GUARD RAIL จะกําหนดไว้ในแบบแต่ละสายทางซึ่งต้องจัดทําให้อยู่ในสภาพที่เรียบร้อย หมายเหตุ
แบบงานเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีตปรับปรุงจากแบบมาตรฐานงานบํารุงรักษาทาง แบบ 3 มฐ. ปร.3/2546) และแบบที่ 3.2 มฐ. บร 32/2546) ของกรมทางหลวงชนบท
ประธานกรรมการ
..กรรมการ
..กรรมการ
…กรรมการ
กรรมการ
มาตรฐานงานแทคโคท " มทช.227–2545
"
แบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง nn-3-110(1) - 110(4)
../……………………..
กรมทางหลวงชนบ
แบบมาตรฐานงานทาง
สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
งานเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีต
แผ่นที่ 94
แบบเลขที่ 10-1-201
ข้อก้าหนดงานเสริมผิวและซ่อมสร้างผิวแอสฟัลต์คอนกรีต - ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงานภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาต่อผู้ว่าจ้าง เพื่อที่จะทําการตรวจสอบ และอนุมัติให้ใช้เป็นแผนการปฏิบัติงาน
- ผู้รับจ้างจะต้องประสานกับผู้ควบคุมงานจัดส่งวัสดุงานทางภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เพื่อตรวจสอบ หรือออกแบบผิวทางตามมาตรฐานงานทางหลวงชนบท
- งานดินถมในทาง
3.1 วัสดุที่ใช้ในงานดินถมกันทางต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุดินคืนทาง (มทร. 201-2545) ซึ่งได้ผ่านการ
ทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว
3.2 วัสดุที่จะทําการบดอัดแต่ละชิ้นต้องผสมให้เข้ากันก่อน แล้วพรมน้ําตามจํานวนที่กําหนด ใช้รถเกรดปาดเกลี่ยให้วัสดุ มีความชื้นสม่ําเสมอก่อนทําการบดอัดแน่น
3.3 การถมคันทางให้ถมเป็นชั้นๆ ชั้นหนึ่งๆ หนาไม่เกิน 20 เซ็นติเมตร ทุกชิ้นต้องบดอัดแน่นไม่น้อยกว่าร้อยละ
95% Standard Proctor Density - งานชั้นรองพื้นทาง
4.1 วัสดุที่ใช้ในงานรองพื้นทาง ต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุรองพื้นทาง (มทช.202-2545) ซึ่งได้ผ่าน ทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว
4.2 บนผิวจราจรเดิม หรือคันทางใหม่ ถ้ามีหลุมจะต้องกลบและบดอัดให้แน่นก่อน แล้วจึงนําวัสดุรองพื้นทางมาเกลี่ยแผ่ บดอัดเป็นชั้นๆ ชิ้นหนึ่งหนาไม่เกิน 20 เซนติเมตร และให้มีความหนาแน่นแต่ละชั้นไม่น้อยกว่าร้อยละ
957% Modified Proctor Density - งานชั้นพื้นทาง
5.1 วัสดุในงานพื้นทาง ต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุพื้นทางหินคลุก (มทช.203-2545) ซึ่งได้ผ่านการ ทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว
5.2 บริเวณใดหรือช่วงใดพบว่าวัสดุพื้นทางเกิดการแยกตัว (Segregation) จากการเกลี่ยแผ่บดอัดจะต้องขุดคุ้ย (Scarify) ออกและผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันใหม่ หากวัสดุที่ทําการคลุกเคล้าใหม่นั้นตรวจพบว่าคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อกําหนด
ให้น่าสดุ นออกและน่าวัสดุที่มีคุณสมบัติที่ถูกต้องมาใส่แทน
5.3 Control Test จะเก็บตัวอย่างทดสอบทุกๆ ระยะ 1,000 เมตร และทุกตําแหน่งที่วัสดุแปรเปลี่ยนการทดสอบเพียง Sieve Analysis และ Compaction เท่านั้นแต่ทั้งนี้ หากเกิดความสงสัยวัสดุตําแหน่งใด ผู้ควบคุมงานสามารถทดสอบ ทั้งหมดเหมือน General Test ได้
5.4 ทดสอบความแน่นในสนาม (Field Density) พื้นที่ 450 ตารางเมตรต่อ 1 หลุมตัวอย่าง หรือตามที่กําหนดไว้เป็นอย่างอื่น - งาน Prime Coat มทช.225-2545
6.1 ยางแอสฟัลต์ เป็นชนิด MC-70 หรือ CSS-1 ปริมาณการใช้ 0.80-1.40 ลิตร/ตารางเมตร
6.2 ผิวหน้าฟินทางจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่นและหินที่หลุดหรือวัสดุอื่นใด โดยการกวาดและเป่าเศษวัสดุออก - งาน Tack Coot มทช.227-2545
7.1 ยางแอสฟัลต์ เป็นชนิด CRS-2 ปริมาณการใช้ 0.10-0.30 ลิตร/ตารางเมตร
7.2 ก่อนที่จะทําการ Tack Coat จะต้องทําการกวาดฝุ่นและหินที่หลุดออกให้หมดแล้วใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นออกให้หมด
7.3 เมื่อลาดยางแอสฟัลต์แล้วจะต้องทิ้งไว้ประมาณ 10-18 ชั่วโมง ก่อนที่จะทําผิวชั้นต่อไป - งานแอสฟัลต์คอนกรีต
8.1 พื้นผิวที่จะปูแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องทําการ Prime Coat ตาม ม.225-2545 หรือ Tack Coot ตาม บทช.227-2545 ก่อน 8.2 พื้นทางจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่น หรือวัสดุไม่พึงประสงค์อื่นปะปน
8.3 พื้นทางเดิมที่เกิดการยุบตัว (Depression) หรือเป็นแอ่งเฉพาะแห่ง แต่ไม่ใช่จุดอ่อนตัว (Soft Spot) ถ้าแอ่งลึกไม่เกิน 30 มิลลิเมตร อาจแยกปูเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งก่อน หรือจะปูรวมไปพร้อมกันกับ การปูชิ้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตก็ได้ โดยให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน แต่ทั้งนี้ความหนารวมที่จะจะต้องไม่เกิน 30 มิลลิเมตร หากความหนาเกิน 80 มิลลิเมตร จะต้องแยกปูเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งก่อน ถ้าแอ่งลึกเกิน 50 มิลลิเมตร จะต้องเสริมปรับระดับเฉพาะส่วน ที่ยุบตัวก่อน โดยให้ปูเป็นชั้นๆ หนาไม่เกินขึ้นละ 50 มิลลิเมตร
8.4 ผิวพื้นสะพานคอนกรีตที่จะต้องปูแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องขุดวัสดุยาแนวรอยแตก และรอยต่อส่วนเกินที่ติดอยู่ที่ผิวพื้นคอนกรีตออกให้หมด ล้างทําความสะอาดทิ้งไว้ให้แห้งแล้วใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นออกให้หมดแล้วก็ทํา Tack Coat ก่อนแอสฟัลต์คอนกรีต
8.5 อุณหภูมิแอสฟัลต์คอนกรีต เมื่อมาถึงสถานที่ก่อสร้างจะต้องมีอุณภูมิไม่น้อยกว่า 132 c และเมื่อปูบนพื้นทางแล้วจะต้องมีอุณภูมิไม่น้อยกว่า 121 8.6 ทําการเก็บวัสดุแอสฟัลต์คอนกรีตหน้างาน พื้นที่ 9,000 ตารางเมตร ต่อ 1ตัวอย่าง ทดสอบตาม มทส. (1) 607-2545 เพื่อหาขนาดคละของมวลรวม และปริมาณแอสฟัลต์ซิเมนต์ที่ใช้
8.7 การปูแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องได้ความหนาตามข้อกําหนด และผิวหน้าจะต้องมีความเรียบ ความแน่นสม่ําเสมอทั้งทางด้านตามความและตามยาว โดยไม่มีรอยฉีก (Tearing) ร้อยเคลื่อนตัวเป็นแอ่ง (Shaving) การแยกตัวของส่วนผสมหรือความเสียหายอื่นๆ เกิดขึ้น หากปรากฏว่ามีความเสียหาย เกิดขึ้นให้รีบแก้ไขทันที ส่วนผสมที่มีลักษณะจับตัวกันเป็นก้อนแข็งห้ามนํามาใช้
8.8 การบดอัดทับภายหลังจากที่ได้ปูแอสฟัลต์คอนกรีตลงบนผิวทางแล้ว ให้ปิดทับครั้งแรกด้วยรถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ หรือ 3 ล้อ ที่มีน้ําหนักประมาณ 8-10 ตัน จํานวน 2 เที่ยว แล้วจึงตามด้วยรถบดล้อยางที่น้ําหนักประมาณ 10-12 ตัน ทันที เมื่อได้ความหนาแน่นตามที่ต้องการแล้ว ลบรอย ร่องล้อด้วยรถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ อีกครั้งหนึ่ง
9 การตรวจสอบแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างแล้ว
9.1 ลักษณะผิว (Surface Texture) จะต้องมีระดับความลาดตามแบบ มีลักษณะผิวและลักษณะการบดอัดที่สม่ําเสมอ ไม่ปรากฏความเสียหาย เช่น ผิวหน้าหลุด (Pull) รอยฉีก (Tear) ผิวหน้าหลวมหรือแยกตัว (Segregation) เป็นคลื่น (Ripple) หรือความเสียหายอื่นๆ หากตรวจสอบแล้วปรากฏว่ามีความเสียหายดังกล่าวจะต้องดําเนินการแก้ไขให้ ถูกต้องเรียบร้อยตามผู้ควบคุมงานเห็นสมควร
9.2 ความหนาของผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตให้เจาะตัวอย่างความหนาทุกๆ ระยะไม่เกิน 250 เมตร จํานวน 1 ก้อนตัวอย่าง หรือจํานวน 3 ก้อนตัวอย่าง ในแนวตั้งฉากกับแนวถนน และก้อนตัวอย่างจะต้องห่างกันไม่น้อยกว่า 2.00 เมตร และ
นํามาหาค่าเฉลี่ยความหนาจะต้องไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในแบบ
9.3 ความแน่น (Density) หลังจากที่ได้ทําการบดอัดแอสฟัลต์คอนกรีตบนผิวทางเรียบร้อยแล้วให้ทําการเจาะก่อนตัวอย่าง
เป็นตัวแทนของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในสนามที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วด้วยเครื่องเจาะเก็บตัวอย่างจํานวน
1 ก้อนตัวอย่าง ทุกๆ ระยะ 250 เมตร แล้วนํามาทดลองหาความหนาแน่น ซึ่งจะต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 98 ของค่า Marshall Density
9.4 การซ่อมหลุมที่เจาะก้อนตัวอย่าง จะต้องทําความสะอาดหลุมให้เรียบร้อย และทําการ Tock Coat ก่อนที่จะปะซ่อม ด้วยแอสฟัลติกคอนกรีตที่มีอุณหภูมิไม่น้อยกว่า 121 C ให้ผิวเรียบเสมอผิวทาง และได้ความหนาแน่นตามแบบกําหนด 10. การอํานวยการและควบคุมการจราจรระหว่างก่อสร้าง ในระหว่างการก่อสร้างผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องจัดและ ควบคุมการจราจรไม่ให้ผ่านผิวทางที่ก่อสร้างใหม่ จนกว่าผิวทางจะเย็นตัวลงมากพอที่จะเปิดให้การจราจรผ่านแล้วจะไม่ทํา ให้เกิดร่องรอยบนผิวทาง น โดยต้องติดตั้งป้ายจราจรพร้อมอุปกรณ์ควบคุมการจราจรอื่นๆ จําเป็นตามที่ผู้ว่าจ้าง กําหนดพร้อมจัดหาบุคลากร เพื่ออํานวยการจราจรให้ผ่านพื้นที่ก่อสร้างได้โดยสะดวกปลอดภัย และไม่ทําให้ผิวทาง แอสฟัลต์คอนกรีตเสียหาย ระยะเวลาในการปิดจราจรให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน
255
On
ประธานกรรมการ
กรรมการ
..กรรมการ
.กรรมการ
..กรรมการ
กรมทางหลวงระบบ
………………………..
แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
งานเสริมผิวและซ่อมสร้างผิวแอสฟัลต์คอนกรีต
(ข้อกําหนดการก่อสร้าง)
แบบเลขที่ กถ-7-60
แผ่นที่ 100
ผิวทาง
คั่นทางเดิม
หินคลุกชิ้นฟันทาง
ลูกรังกรณีที่ในเสียหายลึกเกินชั้นพื้นทาง ขุดรื้อคันทางเดิมถึงชั้นที่เสียหายแล้วบดทับ
DEEP PATCH
คันทางเดิม
ขุดรื้อผิวทางเดิมที่ชารุด
PRIME COAT
COLD MIX หรือ HOT MIX
SKIN PATCH
ผิวทาง
COLD MIX หรือ HOT MIX
TACK COAT
LEVELLING
ข้อกําหนดงานแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม - งานชุดซ่อมผิวทางเดิม (DEEP PATCH)
เป็นการซ่อมเพื่อแก้ไขโครงสร้างทางที่ไม่แข็งแรง (SOFT) หมายถึง งานชุดชั้นคันทางในบริเวณที่คันทางเดิมชํารุดเสียหาย (SOFT SPOT) และไม่สามารถรับน้ําหนักบรรทุกได้ ต้องทําการขุดรื้อลึกถึงขั้นที่เสียหาย แล้วเปลี่ยนวัสดุใหม่ที่มีคุณภาพมาแทนที่ แล้วทําการปิดทับให้ได้ รูปร่างและความแน่นตามที่กําหนด
วิธีการก่อสร้าง - ขุดรื้อผิวทางและชั้นทางที่ชํารุดออกจนถึงขั้นโครงสร้างทางที่เสียหาย ตลอดความกว้างของชั้นทางหรือตามพื้นที่ที่เสียหายตามที่ผู้ควบคุมงานกําหนด 2. ทําการปิดทับกันทางเดิมให้แน่นตามมาตรฐานงานทางหลวงชนบทของวัสดุคันทางนั้นๆ
3.ลงวัสดุตามชั้นคันทางเดิมหรือดีกว่า แล้วใช้เครื่องจักรกลที่เหมาะสม ตีแผ่ เกลี่ยวัสดุ คลุกเคล้า ผสมน้ําโดยที่ประมาณว่าให้ปริมาณน้ําที่ OPTIMUM MOISTURE CONTENT + 3% 4.เกลี่ยปรับแต่งวัสดุจนได้ที่ แล้วทําการบดทับด้วยเครื่องมือบดทับที่เหมาะสม บดทับจนสม่ําเสมอจนได้ความแน่นตามข้อกําหนด การก่อสร้างชั้นคันทางต้องก่อสร้างเป็นชั้นๆ โดยให้มีความหนาหลังบดทับชั้นละไม่เกิน 200 มิลลิเมตร และทดสอบความแน่นของการปิดทับ
5.เกลี่ยปรับแต่งวัสดุให้ได้แนว ระดับ ความลาด ขนาดและรูปตัดตามแบบสายทางจนไม่มีหลุมบ่อ หรือวัสดุหลุดหลวมไม่แน่นอยู่บนผิว
6.ทําการก่อสร้าง นผิวทางตามแบบที่กําหนด
2.งานปะช่อมผิวทางเดิม (SKIN PATCH)
เป็นงานซ่อมเพื่อแก้ไขผิวทางเดิมที่ชํารุดเสียหายเท่านั้น ไม่ลึกลงไปถึงโครงสร้างทาง ผิวทางที่มีลักษณะความเสียหายที่จะต้องทําการ
ปะซ่อม (SKIN PATCH) ได้แก่ผิวทางที่มีรอยแตกร้าวแบบหนังจรเข้ (ALLIGATOR CRACKS) ที่มีรอยแตกร้าวกว้างไม่เกิน 3 มิลลิเมตร ผิวทางที่มีรอยแตกร้าวจากการกดไล (SLIPPAGE CRACKS) เป็นต้น
วิธีการก่อสร้าง - ทําเครื่องหมายเพื่อแสดงขอบเขตบริเวณที่จะทําการซ่อมเป็นรูปเหลี่ยมทางเรขาคณิตตามที่ผู้ควบคุมงานกําหนด
- ขุดรื้อผิวทางเดิมที่เสียหาย ปัดกวาดบริเวณที่จะทําการซ่อมให้สะอาดและแห้งด้วยไม้กวาดหรือเครื่องเป่าลม
- ทํา PRIME COAT
- วัสดุ ผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตชนิดผสมร้อน (HOT MIX) หรือ (COLD MIX) แล้วเกลี่ยให้ได้ระดับ
5.บดทับด้วยเครื่องบดอัดสั่นสะเทือน (VIBRATING ROLLER) หรือเครื่องจักรที่เหมาะสมจนราบเรียบมีระดับเสมอกับผิวทางบริเวณอื่น
6.ทําการก่อสร้างชั้นผิวทางตามแบบที่กําาหนด
3.งานปรับระดับผิวทางเดิม (LEVELLING)
เป็นงานซ่อมเพื่อปรับระดับผิวทางเดิมให้ราบเรียบมีระดับเสมอกับผิวทางบริเวณอื่นก่อนที่จะทําการฉาบผิวทางสเลอรีซีลหรือเสริมผิวลาดยางแอสฟัลต์คอนกรีต
เป็นการปรับระดับผิวทางเท่านั้น ไม่ลึกลงไปถึงโครงสร้างทางหรือชื้นผิวทาง ผิวทางที่มีลักษณะความเสียหายที่จะต้องทําการปรับระดับ (LEVELLING) ได้แก่ ผิวทางที่ทรุดตัว ตามแนวขุดฝังท่อ (UTILITY CUT DEPRESSION) ผิวทางที่ยุบลงไปตามแนวร่องล้อ (RUT) ผิวทางที่ยุบเป็นแอ่งมีระดับต่ํากว่าบริเวณอื่น (DEPRESSION) เป็นต้น วิธีการก่อสร้าง - ทําเครื่องหมายเพื่อแสดงขอบเขตบริเวณที่จะทําการซ่อมตามที่ผู้ควบคุมงานกําหนด
- ปัดกวาดบริเวณที่จะทําการซ่อมให้สะอาดและแห้งด้วยไม้กวาดหรือเครื่องเป่า น
- ทํา TACK COAT
- ปูวัสดุ ผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตชนิดผสมร้อน (HOT MIX) หรือ (GOLD MIX) แล้วเกลี่ย
- บดทับด้วยเครื่องบดอัดสั่นสะเทือน (VIBRATING ROLLER)
หรือเครื่องจักรที่เหมาะสมจนราบเรียบมีระดับเสมอกับผิวทางบริเวณอื่น
6.ทําการก่อสร้างชั้นผิวทางตามแบบที่กําหนด
ประธานกรรมการ
แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
งานแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม (ข้อกําหนดการก่อสร้าง)
มิได้ลงดิบรว
กรรมการ ..กรรมการ .กรรมการ
กรมทางหลวงชนบ
.กรรมการ
แบบเลขที่ 10-1-602
แผ่นที่ 10