ซื้อระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาซื้อแก๊สทางการแพทย์ของโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาจำนวน ๒ รายการ

จังหวัดนครราชสีมา 69059202642
฿19,263,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 15 มิ.ย. 2569 นครราชสีมา
รายละเอียดการจ้าง

โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมามีความประสงค์จะจัดซื้อออกซิเจนเหลวทางการแพทย์และออกซิเจนทางการแพทย์สำหรับงานเคลื่อนย้าย เพื่อใช้ในกิจกรรมของโรงพยาบาล โดยมีรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะที่เข้มงวดเพื่อให้มั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยสูงสุด ผู้เสนอราคาต้องเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายที่มีโรงงานผลิตหลายแห่งในภูมิภาคที่แตกต่างกัน ได้รับการรับรองมาตรฐานระบบบริหารงานคุณภาพ ISO 9001, ISO 14001 และ GFI มีประสบการณ์ในการจัดจำหน่ายให้กับโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป และโรงเรียนแพทย์ตามจำนวนที่กำหนด นอกจากนี้ ผู้เสนอราคาต้องมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการอบรมตามมาตรฐาน NFPA, HTM หรือเทียบเท่า พร้อมประสบการณ์การทำงานในระบบออกซิเจนทางการแพทย์อย่างน้อย 2 ปี เพื่อรับผิดชอบการติดตั้ง การให้บริการหลังการขาย การบำรุงรักษา และการแก้ไขปัญหาฉุกเฉิน รวมถึงการบำรุงรักษาถังออกซิเจนเหลวและอุปกรณ์อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โครงการยังรวมถึงการจัดหาและติดตั้งถังบรรจุออกซิเจนเหลวจำนวน 3 ถัง ความจุรวมไม่น้อยกว่า 100,000 ลิตร โดยไม่คิดมูลค่า พร้อมทั้งจัดทำระบบความปลอดภัยรอบพื้นที่ติดตั้งถังตามมาตรฐาน มอก. 540-2564 ผู้เสนอราคาต้องมีโรงงานอัดก๊าซบรรจุห่อเป็นของตนเองที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001:2015 และ ISO 14001:2015 เพื่อให้สามารถจัดส่งก๊าซออกซิเจนบรรจุท่อได้อย่างเพียงพอในกรณีฉุกเฉิน นอกจากนี้ ยังต้องมีระบบติดตามปริมาณออกซิเจนเหลวแบบ Real-time และระบบแจ้งเตือนผ่าน SMS รวมถึงการให้บริการฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับออกซิเจนทางการแพทย์สำหรับงานเคลื่อนย้าย ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน มอก. 540-2564 บรรจุในภาชนะน้ำหนักเบาพร้อมอุปกรณ์ควบคุมครบวงจร และผู้เสนอราคาต้องมีประกันวินาศภัยไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท

English summary

Maharat Nakhon Ratchasima Hospital intends to procure liquid medical oxygen and medical oxygen for transport to support its operations. The tender requires bidders to be manufacturers and suppliers with multiple production facilities in different regions, certified under ISO 9001, ISO 14001, and GFI, and with proven experience supplying to central hospitals, general hospitals, and medical schools. Bidders must also possess qualified personnel trained in NFPA, HTM, or equivalent standards, with at least 2 years of experience in medical oxygen systems, responsible for installation, after-sales service, maintenance, and emergency response. The project includes the provision and installation of three liquid oxygen storage tanks with a total capacity of at least 100,000 liters at no cost, along with safety measures around the installation site compliant with TIS 540-2564. Bidders must own a gas filling plant certified under ISO 9001:2015 and ISO 14001:2015 to ensure adequate supply during emergencies. A real-time liquid oxygen monitoring system with SMS alerts and 24-hour emergency service is also required. For medical oxygen for transport, it must comply with TIS 540-2564, be supplied in lightweight cylinders with integrated control devices, and the bidder must hold at least 1,000 million Baht in third-party liability insurance.

สถานที่ดำเนินการ

โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • จัดซื้อออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ เพื่อใช้ในกิจกรรมของโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา
  • จัดซื้อออกซิเจนทางการแพทย์สำหรับงานเคลื่อนย้าย เพื่อใช้ในกิจกรรมของโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา
  • เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยของออกซิเจนทางการแพทย์ที่ใช้ในโรงพยาบาล
  • เพื่อให้มีระบบการจัดส่งและบำรุงรักษาออกซิเจนทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพและพร้อมใช้งานตลอดเวลา
  • เพื่อให้มีระบบแจ้งเตือนและแก้ไขปัญหาฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว

ขอบเขตของงาน

  • การจัดหาและจัดส่งออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ตามปริมาณที่กำหนด
  • การจัดหาและติดตั้งถังบรรจุออกซิเจนเหลว (ไม่น้อยกว่า 3 ถัง ความจุรวมไม่น้อยกว่า 100,000 ลิตร) โดยไม่คิดมูลค่า
  • การปรับสภาพพื้นที่ ติดตั้งรั้วตาข่าย และจัดทำป้ายเตือนรอบฐานคอนกรีตสำหรับถังออกซิเจนเหลว
  • การตรวจสอบและปรับสภาพพื้นที่ติดตั้งถังออกซิเจนเหลวตามมาตรฐานความปลอดภัย
  • การติดตั้งระบบควบคุมความดัน (PCU) จำนวน 6 จุด
  • การติดตั้งระบบจ่ายก๊าซออกซิเจนสำรองอัตโนมัติ (Manifold) จำนวน 4 ชุด
  • การติดตั้งระบบสัญญาณเตือน (Alarm System) ทั้งเสียงและแสง
  • การติดตั้งระบบติดตามปริมาณออกซิเจนเหลว (data one) พร้อมระบบแจ้งเตือนผ่าน SMS
  • การให้บริการฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง และการแก้ไขข้อขัดข้องหรือความเสียหายของระบบ
  • การซ่อมแซมและบำรุงรักษาถังออกซิเจนเหลวและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องตลอดระยะเวลาสัญญา
  • การจัดหาออกซิเจนเหลวทดแทนในกรณีระบบขัดข้อง หรือการจัดหาท่อก๊าซสำรอง
  • การจัดหาและติดตั้งชุดสัญญาณเตือนและชุดสำรองก๊าซให้โรงพยาบาลยืมใช้
  • การรื้อถอนอุปกรณ์เมื่อสิ้นสุดสัญญา
  • การจัดหาออกซิเจนทางการแพทย์สำหรับงานเคลื่อนย้าย (ขนาดบรรจุ 0.7 ลบ.ม. พร้อมใช้งาน)
  • การตรวจสอบคุณภาพออกซิเจนทางการแพทย์ก่อนส่งมอบ
  • การจัดส่งท่อก๊าซความดันสูงในแนวตั้ง โดยเน้นความปลอดภัยและตรงเวลา

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ตามปริมาณที่สั่งซื้อ
  • ถังบรรจุออกซิเจนเหลวพร้อมติดตั้ง (3 ถัง, รวม 100,000 ลิตร)
  • ระบบควบคุมความดัน (PCU) ที่ติดตั้งแล้ว (6 จุด)
  • ระบบจ่ายก๊าซออกซิเจนสำรองอัตโนมัติ (Manifold) ที่ติดตั้งแล้ว (4 ชุด)
  • ระบบสัญญาณเตือน (Alarm System) ที่ติดตั้งแล้ว
  • ระบบติดตามปริมาณออกซิเจนเหลว (data one) พร้อมใช้งาน
  • ออกซิเจนทางการแพทย์สำหรับงานเคลื่อนย้าย (0.7 ลบ.ม./ถัง)
  • เอกสารรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ (Certificate of Analysis - COA) สำหรับแต่ละ Lot
  • หลักฐานการอบรมเจ้าหน้าที่และใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
  • กรมธรรม์ประกันภัย
  • รายงานผลการตรวจสอบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
  • เอกสารแสดงการรับรองมาตรฐานต่างๆ (ISO, GFI, ASTM, NFPA, HTM, CGA)

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาการติดตั้งถังออกซิเจนเหลว, ชุดควบคุมความดัน, ระบบแจ้งเตือน: ภายใน 30 วัน นับจากวันทำสัญญา
  • ระยะเวลาสัญญา: ไม่ระบุชัดเจน แต่ครอบคลุมถึงการบำรุงรักษาและบริการตลอดระยะเวลา
  • การรื้อถอนถังออกซิเจนเมื่อสิ้นสุดสัญญา: 7-15 วัน หลังจากโรงพยาบาลแจ้ง

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • ต้องเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายออกซิเจนเหลวทางการแพทย์
    • โรงงานผลิตออกซิเจนเหลวต้องมีไม่น้อยกว่า 3 แหล่งผลิตที่ตั้งอยู่ในต่างภูมิภาคกัน
    • โรงงานอัดก๊าซบรรจุห่อต้องเป็นของตนเอง
    • ต้องไม่เคยมีประวัติการระเบิดของถังบรรจุออกซิเจนเหลวทางการแพทย์
  • Standards Compliance:
    • ออกซิเจนที่เสนอขายต้องมีคุณลักษณะตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม สำหรับออกซิเจนที่ใช้ในการแพทย์ มอก. 560-2564
    • โรงงานผลิตต้องได้รับการรับรองระบบบริหารงานคุณภาพตามมาตรฐาน ISO 9001, ISO 14001 และ GFI
    • ถังออกซิเจนต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน ASTM หรือเทียบเท่า
    • เจ้าหน้าที่ต้องผ่านการอบรมการออกแบบและติดตั้งระบบออกซิเจนทางการแพทย์ตามมาตรฐาน NFPA, HTM หรือมาตรฐานอื่นที่เทียบเท่า
    • ท่อทองแดงต้องได้มาตรฐาน ASTM B819 หรือเทียบเท่า
    • อุปกรณ์ตามข้อ 4.2 ต้องได้ตามมาตรฐาน CGA และ ISO 13485
    • ระบบจ่ายก๊าซออกซิเจนสำรองผลิตตามมาตรฐาน NFPA99.CGA
    • ออกซิเจนทางการแพทย์ต้องเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 540-2564
    • โรงอัดบรรจุท่อออกซิเจนทางการแพทย์ต้องผ่านการรับรองมาตรฐาน มอก. 540-2564 และอย่างน้อย 1 โรงต้องผ่านการรับรองมาตรฐาน ISO 9001
    • ท่อบรรจุออกซิเจนทางการแพทย์ต้องเป็นไปตาม ISO 7866
  • Experience:
    • มีประสบการณ์ในการผลิตและจำหน่ายออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป ไม่น้อยกว่า 5 โรงพยาบาล
    • มีประสบการณ์ในการผลิตและจำหน่ายออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ให้กับโรงเรียนแพทย์ไม่น้อยกว่า 3 โรงพยาบาล
    • วิศวกรต้องมีประสบการณ์การทำงานเกี่ยวกับระบบออกซิเจนทางการแพทย์ไม่น้อยกว่า 2 ปี อย่างน้อย 2 คน
  • Previous Project Cost:
    • วงเงินประกันภัยไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท
    • วงเงินคุ้มครองประกันวินาศภัยเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ออกซิเจนไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาทต่อเหตุการณ์
  • Technical Capabilities:
    • มีโรงงานผลิตออกซิเจนเหลวไม่น้อยกว่า 3 แหล่งผลิตในภูมิภาคต่างกัน
    • มีโรงงานอัดก๊าซบรรจุห่อเป็นของตนเอง
    • มีระบบติดตามปริมาณออกซิเจนเหลว (data one) พร้อมระบบแจ้งเตือนผ่าน SMS
    • สามารถจัดส่งออกซิเจนเหลวหรือก๊าซออกซิเจนจากแหล่งอื่นในกรณีฉุกเฉิน
    • สามารถจัดหาท่อก๊าซเพื่อใช้กับแมนิโฟล์ดในราคาต่อลูกบาศก์เมตรเท่ากับราคาออกซิเจนเหลว
    • มีความสามารถในการติดตั้งระบบควบคุมความดัน (PCU), ระบบจ่ายก๊าซสำรอง (Manifold), และระบบสัญญาณเตือน (Alarm System)
    • มีความสามารถในการจัดส่งออกซิเจนทางการแพทย์สำหรับงานเคลื่อนย้าย (0.7 ลบ.ม./ถัง)
  • Personnel:
    • มีเจ้าหน้าที่ที่ผ่านการอบรมการออกแบบและติดตั้งระบบออกซิเจนทางการแพทย์ตามมาตรฐาน NFPA, HTM หรือมาตรฐานอื่นที่เทียบเท่า
    • วิศวกรต้องมีประสบการณ์การทำงานเกี่ยวกับระบบออกซิเจนทางการแพทย์ไม่น้อยกว่า 2 ปี อย่างน้อย 2 คน
    • พนักงานจัดส่งทุกคนได้รับการฝึกอบรมในการจัดส่งก๊าซทางการแพทย์บรรจุท่อความดันสูงโดยเฉพาะ

เกณฑ์การพิจารณา

  • คุณสมบัติของผู้เสนอราคา
  • คุณลักษณะเฉพาะของออกซิเจนเหลวทางการแพทย์และออกซิเจนทางการแพทย์สำหรับงานเคลื่อนย้าย
  • ประสบการณ์และความสามารถในการจัดส่ง ติดตั้ง บำรุงรักษา และให้บริการฉุกเฉิน
  • การปฏิบัติตามเงื่อนไขและข้อกำหนดในเอกสารประกวดราคา
  • ราคาที่เสนอ

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • ออกซิเจนเหลวทางการแพทย์:
    • ความบริสุทธิ์ตาม มอก. 560-2564
    • การวัดปริมาณตามหลักเทอร์โมไดนามิค (27°C, 1013 mbar)
    • ภาชนะบรรจุ: ถังชนิดพิเศษ สองชั้น เหล็กกล้า/สแตนเลส ฉนวนสุญญากาศ บุด้วยฉนวนอย่างดี ไม่มีรอยต่อ ได้รับการรับรอง ASTM หรือเทียบเท่า
    • ระบบติดตั้ง: ฐานคอนกรีต, รั้วตาข่าย, ป้ายเตือนตาม มอก. 540-2564, ระยะห่างปลอดภัย
    • ระบบควบคุมความดัน (PCU): อัตโนมัติ 2 ชุดขนานกัน (4.2 บาร์ และ 3.7 บาร์), อัตราการไหล 100 ลบ.ม./ชม., วาล์วและอุปกรณ์ Clean for oxygen service, ท่อทองแดง ASTM B819
    • ระบบสำรองอัตโนมัติ (Manifold): 2 ชุดต่อตู้ควบคุม, สลับการใช้งานอัตโนมัติ, มาตรฐาน NFPA99.CGA
    • ระบบสัญญาณเตือน (Alarm System): เสียง (80 dB), แสง (เขียว, เหลือง, แดง, ส้ม), ตรวจสอบ 4 ลักษณะ (ORDER: LIQUID, TANK LOW PRESSURE, LINE LOW PRESSURE, LINE HIGH PRESSURE)
  • ออกซิเจนทางการแพทย์สำหรับงานเคลื่อนย้าย:
    • ความบริสุทธิ์สูง ตาม มอก. 540-2564 (Purity Oxygen 99.5%, CO2 ≤ 300.0 ppm, CO ≤ 5.0 ppm, Moisture ≤ 57 ppm)
    • บรรจุในภาชนะน้ำหนักเบา (Alloy AA 7060) ตาม ISO 7866
    • แรงดันบรรจุไม่น้อยกว่า 2,300 psi
    • วาล์ว, เร็กกูเลเตอร์, โฟล์วมิเตอร์ รวมในโครงสร้างเดียว, รองรับความดัน ≥ 2,900 PSI, เลือกอัตราการไหล หรือความดัน 50 PSI, มาตรฐาน CGA และ ISO 13485
    • มีวาล์วการ์ดป้องกันความเสียหาย
    • มีระบบ Tickopress (หมายเลขการบรรจุ, วันที่ผลิต, วันหมดอายุ, ชื่อก๊าซ)

เงื่อนไขสัญญา

  • การชำระเงิน: ไม่ระบุรายละเอียดใน TOR
  • การรับประกัน:
    • ผู้ขายรับผิดชอบซ่อมและบำรุงรักษาถังและอุปกรณ์ที่ติดกับตัวถังโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายตลอดอายุสัญญา
    • ผู้ขายรับผิดชอบต่อความเสียหายของทรัพย์สินของโรงพยาบาลและบุคคลที่สาม
    • ผู้ขายต้องรับผิดชอบค่าเสียหายหากไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด
  • การปรับ:
    • กรณีผู้ขายไม่สามารถจัดส่งออกซิเจนเหลวให้โรงพยาบาลตามกำหนด: ค่าปรับรายวัน 0.20% ของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้รับมอบ
    • กรณีผู้ขายไม่มาตรวจสอบตามกำหนดจนต้องทวงถาม: ถือเป็นการผิดสัญญา
  • การส่งมอบ:
    • จัดส่งออกซิเจนเหลวโดยระบบติดตามปริมาณ (data one) โดยไม่ต้องให้โรงพยาบาลโทรศัพท์ตาม
    • จัดส่งออกซิเจนทางการแพทย์สำหรับงานเคลื่อนย้ายในแนวตั้ง เน้นความปลอดภัยและตรงเวลา
  • การคืนถัง: เมื่อสิ้นสุดสัญญา โรงพยาบาลจะแจ้งให้ผู้ขายทราบเพื่อเคลื่อนย้ายถังกลับภายใน 7-15 วัน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: โรงพยาบาลต้องการออกซิเจนเหลวปริมาณเท่าใด?
    A: TOR ระบุว่าผู้ขายต้องจัดหาและติดตั้งถังบรรจุออกซิเจนเหลวให้โรงพยาบาล ไม่น้อยกว่า 3 ถัง ความจุรวมไม่น้อยกว่า 100,000 ลิตร
  • Q: ผู้เสนอราคาต้องมีประสบการณ์อย่างไรบ้าง?
    A: ต้องมีประสบการณ์ในการผลิตและจำหน่ายออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป ไม่น้อยกว่า 5 โรงพยาบาล และให้กับโรงเรียนแพทย์ไม่น้อยกว่า 3 โรงพยาบาล
  • Q: มีข้อกำหนดเกี่ยวกับมาตรฐานใดบ้างสำหรับออกซิเจนเหลว?
    A: ออกซิเจนต้องมีคุณลักษณะตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม สำหรับออกซิเจนที่ใช้ในการแพทย์ มอก. 560-2564
  • Q: ระบบสัญญาณเตือน (Alarm System) มีหน้าที่อะไรบ้าง?
    A: ระบบจะส่งสัญญาณเสียงและแสงเมื่อระบบมีความผิดปกติ เช่น ปริมาณออกซิเจนเหลวเหลือ 30-40%, ความดันในระบบท่อจ่ายก๊าซลดลงหรือสูงเกินกำหนด
  • Q: ผู้เสนอราคาต้องมีประกันภัยประเภทใดและวงเงินเท่าใด?
    A: ต้องมีวงเงินประกันภัยไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท และกรมธรรม์ประกันวินาศภัยเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ออกซิเจนไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาทต่อเหตุการณ์
  • Q: การวัดปริมาณออกซิเจนเหลวใช้วิธีการใด?
    A: ใช้หลักการคำนวณตามหลักเทอร์โมไดนามิค ภายใต้อุณหภูมิ 27 องศาเซลเซียส และความดัน 1013 มิลลิบาร์
  • Q: ในกรณีฉุกเฉิน ผู้ขายต้องดำเนินการอย่างไร?
    A: ต้องมีบริการฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลและแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย
  • Q: ผู้ขายต้องจัดหาอุปกรณ์ใดบ้างนอกเหนือจากออกซิเจนเหลว?
    A: ต้องจัดหาและติดตั้งถังบรรจุออกซิเจนเหลว, ชุดควบคุมความดัน (PCU), ระบบจ่ายก๊าซสำรอง (Manifold), และระบบสัญญาณเตือน (Alarm System)
  • Q: คุณสมบัติของออกซิเจนทางการแพทย์สำหรับงานเคลื่อนย้ายเป็นอย่างไร?
    A: ต้องมีความบริสุทธิ์สูงตาม มอก. 540-2564 บรรจุในภาชนะน้ำหนักเบาพร้อมอุปกรณ์ควบคุมครบวงจร (วาล์ว, เร็กกูเลเตอร์, โฟล์วมิเตอร์)
  • Q: มีข้อกำหนดเรื่องการบำรุงรักษาถังออกซิเจนเหลวอย่างไร?
    A: ผู้ขายต้องรับผิดชอบในการตรวจซ่อมและบำรุงรักษาตัวถังและอุปกรณ์ที่ติดกับตัวถังโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายตลอดอายุสัญญา รวมถึงการทดสอบการรั่ว, ตรวจสอบสภาพลิ้นนิรภัย, เปลี่ยนอุปกรณ์ที่บกพร่อง เป็นต้น

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา
รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ คุณลักษณะเฉพาะออกซิเจนเหลวทางการแพทย์
โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา มีความประสงค์จะซื้อออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ เพื่อใช้ในกิจกรรม ของโรงพยาบาล โดยมีคุณสมบัติตามรายละเอียด ดังนี้
1 ออกซิเจนที่เสนอขายให้โรงพยาบาลต้องมีคุณลักษณะตามกําหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม สําหรับ ออกซิเจนที่ใช้ในการแพทย์ ตาม ม.2.1 ที่ 560-2564 โดยจะต้องแสดงหลักฐานรายงานผลการตรวจสอบ ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ใช้ทางการแพทย์ประจําปีที่ผู้ชายได้รับจากกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมส่งเอกสาร Certificate of Analysis (COA) ของ Lot นั้นๆ ให้โรงพยาบาลทุกเที่ยวส่ง
2. การวัดปริมาณออกซิเจนในการซื้อใช้หลักการคํานวณตามหลักเทอร์โมไดนามิค ภายใต้ภาวะอุณหภูมิ 27 องศา เซลเซียส และความดัน 1013 มิลลิบาร์ ออกซิเจนเหลว : ลิตร จะกลายเป็นก๊าซได้ 0.877 ลูกบาศก์เมตร โรงพยาบาลจะใช้มาตรฐานนี้ เพื่อวัดปริมาตรออกซิเจนในการซื้อทุกครั้ง
3 ผู้ขายต้องเป็นผู้ผลิตและจัดจําหน่ายออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ โดยโรงงานผลิตออกซิเจนเหลว ต้องไม่น้อย กว่า 3 แหล่ง ผลิตที่ตั้งอยู่ในต่างภูมิภาคกัน ซึ่งได้รับการรับรองระบบบริหารงานคุณภาพตามมาตรฐานเลขที่ ISC 9001, ISO 14001 และ GFI : “กสถาบันการรับรองมาตรฐาน และมีประสบการณ์ในการผลิตและจําหน่าย ออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป ไม่น้อยกว่า 5 โรงพยาบาล และให้กับ โรงเรียนแพทย์ไม่น้อยกว่า 3 โรงพยาบาล โดยต้องแนบหลักฐานสําเนาใบรับรองดังกล่าวประกอบกับเอกสาร ประกวดราคาในวันยืนของ
4

  • ผู้ขายต้องมีเจ้าหน้าที่ที่ผ่านการอบรมการออกแบบและติดตั้งระบบออกซิเจนทางการแพทย์ตามมาตรฐาน NFPA, HTM หรือมาตรฐานอื่นที่เทียบเท่า โดยต้องแสดงหลักฐานสําเนาใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพหรือสอบ ผ่านการอบรมพร้อมลงนามสําเนาถูกต้อง และวิศวกรต้องมีประสบการณ์การทํางานเกี่ยวกับระบบออกซิเจนทาง การแพทย์ ไม่น้อยกว่า 2 ปี อย่างน้อย 2 คน ที่ชํานาญในการติดตั้ง การให้บริการหลังการขาย บํารุงรักษา และ แก้ปัญหาฉุกเฉิน โดยคํานึงถึงความปลอดภัยสูงสุด และต้องมีเจ้าหน้าที่เข้ามาบํารุงรักษาถังออกซิเจนเหลวและ อุปกรณ์อย่างน้อย 1 ครั้งต่อปี หากมีเหตุฉุกเฉิน สามารถส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลและแก้ไขสถานการณ์ได้อย่าง รวดเร็วและปลอดภัย
  1. รายละเอียดเกี่ยวกับภาชนะบรรจุออกซิเจนเหลว ดังนี้
  2. ผู้ขายต้องจัดหาและติดตั้งถังบรรจุออกซิเจนเหลวให้โรงพยาบาล ไม่น้อยกว่า 3 ถัง ความจุรวม ไม่ น้อยกว่า 100,000 ลิตร โดยไม่คิดมูลค่าใดๆ โดยทางโรงพยาบาลมีหน้าที่ดูแลถังบรรจุออกซิเจนเหลวที่ตั้งใน โรงพยาบาลมิให้ได้รับความเสียหายหรือสูญหาย ทั้งนี้ไม่รวมถึงสาเหตุที่เกิดจากไฟไหม้ ภัยธรรมชาติ และความ เสียหายที่เกิดจากการละเลยหรือที่เกิดจากความบกพร่องของผู้ขาย “ยกเว้นกรณีไฟไหม้ที่มีสาเหตุมาจากความ บกพร่องของอุปกรณ์ หรือการติดตั้งของผู้ขาย ผู้ขายต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด
    สง
    ลง อ
    นายวิวัฒน์ วงศ์น
    mi
    Amm
    นางสาว วงศกร)
    กระ
    (นาริดารัตน์ อริยานุกุล

    5.2 ถังออกซิเจนต้องเป็นถังชนิดพิเศษ มีรายละเอียดหรือคุณสมบัติเฉพาะเพื่อใช้สําหรับบรรจุของเหลวที่ โดยตัวถังมีลักษณะเป็นถังสองชั้นซ้อนกันอยู่ ถังชั้นนอกเป็นเหล็กกล้า ส่วนถังชั้นในเป็น ระหว่างขั้นต้องเป็นสูญญากาศบุด้วยฉนวนอย่างดีไม่มีรอยต่อ โดยโรงงานผู้ผลิตต้องได้รับการ
    มีอุณหภูมต่ํามาก เหล็กกล้าไร้สนิม รับรองมาตรฐาน ASTM หรือเทียบเท่า
  3. สถานที่ติดตั้งถังออกซิเจนเหลวและความปลอดภัยของพื้นที่โดยรอบฐานคอนกรีตตามมาตรฐาน
    6.1. ผู้ขายต้องตรวจสอบและปรับสภาพพื้นที่รอบถังโดยการเทคอนกรีต พร้อมติดตั้งรั้วตาข่ายโดยรอบฐาน คอนกรีต โดยต้องมีระยะความปลอดภัยและมาตรฐานการก่อสร้างโดยรอบตามที่กําหนดไว้ในมาตรฐานผลิต **สาหกรรม มอก 540-2564
    6.2 ผู้ขายต้องจัดทําป้ายคําเตือนต่างๆพร้อมสัญลักษณ์ อุตสาหกรรม มอก.540-2564 ที่รั้วตาขาย
    ซึ่งมองเห็นได้ชัดเจนตามที่กําหนดตามมาตรฐาน
    6.3 ถังออกซิเจนเหลวไม่ควรตั้งในบริเวณที่เสี่ยงต่ออันตรายจากการถูกรถชน หรือใกล้เคียงบริเวณ ก่อสร้าง เสาไฟฟ้าแรงสูง หม้อแปลงไฟฟ้า หรือใกล้เคียงบริเวณที่มีเชื้อเพลิง ออกซิเจน ตามมาตรฐานผลิตอุตสาหกรรม มอก 560-2564
    ตามข้อแนะนําระยะห่างจากถัง
    7 ในกรณีที่ถังออกซิเจนเหลวและระบบออกซิเจนเหลว เกิดการชํารุดเสียหาย เนื่องจากการใช้งานปกติ ผู้ขาย จะต้องรับผิดชอบซ่อมและบํารุงรักษาให้ใช้งานได้ดีตลอดเวลาโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
    7.1 ผู้ขายต้องมีการบริการฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง และดําเนินการแก้ไขข้อขัดข้อง หรือความเสียหายของ ระบบใช้งานของระบบออกซิเจนเหลวโดยเร็วที่สุด โดยต้องส่งเอกสารระบุชื่อบุคคลพร้อมตําแหน่งที่จะรับการแจ้ง เหตุฉุกเฉินจากทางโรงพยาบาลแนบมาด้วย
    12 ออกซิเจนเหลวที่สูญเสียไปในช่วงที่ระบบเกิดปัญหาขัดข้อง ชํารุด หรือเสียหาย จากการใช้งานปกติ หรืออยู่ในระหว่างการซ่อมและจําเป็นต้องใช้ออกซิเจนจากแมนไฟล์ (manifond) ของโรงพยาบาล ผู้ขายต้อง รับผิดชอบค่าเสียใช้จ่ายชดเชยให้โรงพยาบาล หรือหากท่อก๊าซที่โรงพยาบาลไม่พอ ผู้ขายต้องสามารถจัดหาท่อก๊าซ เพื่อใช้กับแมนิโฟล์ในราคาต่อลูกบาศก์เมตรเท่ากับราคาออกซิเจนเหลว จนกว่าการซ่อมแซมแก้ไขข้อขัดข้องจะ
    แล้วเสร็จ
    7.3 ผู้เสนอราคาต้องมีโรงงานอัดก๊าซบรรจุห่อ เป็นของตนเอง โดยโรงงานดังกล่าวจะต้องได้รับการ รับรองระบบบริหารงานคุณภาพตามมาตรฐานเลขที่ :SO 9001:2015 และ ISO 14001:2015 จากสถาบันรับรอง มาตรฐานไอเอสโอ หรือหน่วยงานที่เชื่อถือได้ เพื่อเป็นการรับประกันให้โรงพยาบาลมั่นใจได้ว่าในกรณีฉุกเฉินที่ โรงพยาบาลจําเป็นจะต้องใช้ก๊าซออกซิเจนบรรจุต่อไม่ว่าด้วยสาเหตุใดก็ตาม ผู้เสนอราคาจะสามารถจัดส่งก๊าซ ออกซิเจนบรรจุท่อให้กับโรงพยาบาลได้อย่างเพียงพอ โดยที่ก๊าซออกซิเจนดังกล่าว มีคุณลักษณะตามกําหนด มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม สําหรับออกซิเจนที่ใช้ในทางการแพทย์ โดยต้องแนบหลักฐานใบอนุญาต ประกอบกิจการและหนังสือรับรอง ประกอบกับเอกสารประกวดราคาในวันยืนของ
  4. ผู้ขายจะต้องไม่เคยมีประวัติการระเบิดของถังบรรจุออกซิเจนเหลวทางการแพทย์และจะต้องรับอุปกรณ์
    ประกอบในระบบออกซิเจนเหลวที่บริษัทเป็นผู้ติดตั้งให้กับโรงพยาบาลใช้งาน โดยรับผิดชอบต่อความเสียหายของ ทรัพย์สินของโรงพยาบาลและบุคคลที่สาม ทั้งนี้ผู้เสนอราคาจะต้องมีวงเงินประกันภัยไม่ต่ํากว่า 1,000 ล้านบาท โดยต้องแนบหลักฐานสําเนากรมธรรม์ประกันภัย ประกอบกับเอกสารประกวดราคาในวันยืนซอง
    ลงชื่อ
    ประธาน รรมการ
    นายวิวัฒน์ ตรงศาน
    ลงช
    Jamm
    นางสาววันทาน กรม
    วง
    การ ลงชัย
    นางจิดารัตน์ อนุชิตกุล)
  5. ผู้ขายต้องมีระบบติดตามปริมาณออกซิเจนเหลว (data one) เพื่อบริการจัดส่งออกซิเจนเหลวโดยเจ้าหน้าที่ โรงพยาบาลไม่ต้องโทรศัพท์ตาม และโรงพยาบาลต้องสามารถเข้าถึงข้อมูลปริมาณก๊าซแบบ Real-time ผ่าน wet, Browser หรือ Application ได้ตลอด 24 ชั่วโมง - ละมีระบบแจ้งเตือนผ่าน SMS มายังเจ้าหน้าที่ โรงพยาบาลเมื่อระดับวิกฤต
    10 ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน หรือมีความจําเป็นต้องเติมออกซิเจนเหลวก่อนกําหนดในข้อ 9 จากสาเหตุใดก็ตาม โรงพยาบาลจะโทรศัพท์ติดต่อผู้ขาย เพื่อให้ผู้ขายเข้ามาเติมออกซิเจนเหลวภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากได้รับการ ติดต่อ ในกรณีที่ผู้ขายไม่สามารถจัดส่งออกซิเจนเหลวให้กับโรงพยาบาลตามกําหนด ผู้ขายต้องรับผิดชอบในการ จัดหาออกซิเจนเหลวหรือก๊าซออกซิเจนจากแหล่งอื่น มาให้โรงพยาบาลโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และผู้ซื้อมีสิทธิ มีสิทธิเรียกค่าปรับเป็นรายวันจากผู้ขายได้ในอัตราร้อยละ 0.20 ของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้รับมอบ
    โรงพยาบาลจะให้ความสะดวกแก่ผู้ขาย ในการนํารถออกซิเจนเหลวเข้าออกภายในโรงพยาบาลและจัดสถานที่ สําหรับเติมออกซิเจนเหลวไว้ให้
    2.รายละเอียดเกี่ยวกับการยืมชุดอุปกรณ์สัญญาณเตือนและชุดสํารองก๊าซ
    12.1 ให้โรงพยาบาลยืมชุดสัญญาณเตือนและชุดสํารองฯ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ตลอดระยะเวลาที่
    โรงพยาบาลยังคงซื้อออกซิเจนเหลวจากผู้ขาย
    12.2 ในกรณีที่โรงพยาบาลเลิกซื้อออกซิเจนเหลวจากผู้ขาย ผู้ขายต้องรื้อถอนสัญญาณเตือนและขุดสํารอง ก๊าซออกไปโดยไม่ทําให้เกิดความเสียหายกับทรัพทย์สินอื่นๆของโรงพยาบาล หากเกิดความเสียหายใดๆผู้ขายต้อง
    รับผิดขอบด้าเนินการแก้ไขให้ดีดังเดิม
    ให้ผู้ขายรับผิดชอบในการตรวจซ่อมและ
    13.การตรวจสอบและซ่อมบํารุงรักษาตัวถังและอุปกรณ์ในระหว่างสัญญา บํารุงรักษาตัวถังและอุปกรณ์ที่ติดกับตัวถังโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย โดยมีรายละเอียด ดังนี้
    13.1 ทดสอบการรั่วของไปป์ไลน์และวาล์วทั้งหมด
    13.2 ตรวจสอบสภาพของตัวถังและบริเวณที่ติดตั้ง
    13.3 ตรวจสอบสภาพการทํางานของลิ้นนิรภัยทั้งหมดให้เปิดออกได้เมื่อความดันสูงถึงขีดกําหนด 250 25 หรือ 350 PS แล้วแต่ตําแหน่ง ถ้าบกพร่องต้องเปลี่ยนต้องเปลี่ยนตัวใหม่ให้
    13 4 ทดสอบ CONTENT INDACATOR ให้มีความเที่ยงตรงถ้าบกพรองต้องเปลี่ยนตัวใหม่
    13.5 ทดสอบความเที่ยงตรงของ PRESSURE GAUGE และเปลี่ยนตัวใหม่ให้ปีละครั้ง
    13.6 การตรวจสภาพของ BURSTING DISC และเปลี่ยนใหม่ให้ปีละครั้ง
    13.7 ตรวจสอบ PRESSSURE RAISING VALVE ให้ปิดที่ 130-150 PSI ถ้าบกพร่องต้องเปลี่ยนตัวใหม่ให้
    13.8 ถ้าถึงกําหนดการตรวจสอบ ทางผู้ขายไม่มาตรวจสอบตามกําหนดจนเป็นเหตุให้ต้องทวงถาม ผู้ขาย ต้องรับผิดชอบต่อการผิดสัญญานั้นๆ
    સંધ
    ประธานกรรมการ པ་ལུ
    บททา
    ลอ
    กรรมการ
    นายวิวัฒน์ อัครวงศ
    (นางสาววันทนต์ วงศ์การร
    นางดารัตน์ เรียนต
  6. ผู้ขายต้องติดตั้งถังออกซิเจนเหลว ชุดควบคุมความดัน PC Pressure Control Unit) ทอส่งก๊าซแรงดันสูง ระบบแจ้งเตือน (Alarm) มายังห้องควบคุมการทํางานของหน่วยงานช่างของโรงพยาบาลภายใน 30 วัน นับจากวัน ทําสัญญา โดยในระหว่างการติดตั้ง ผู้ขายต้องรับผิดชอบจัดหาออกซิเจนเหลวให้โรงพยาบาลด้วยวิธีการใดวิธีการ หนึ่งจนกว่าการติดตั้งจะแล้วเสร็จ
  7. หากผู้ขายไม่ปฏิบัติตามข้อใดข้อหนึ่งดังกล่าวข้างต้น จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่โรงพยาบาล ผู้ขายต้อง รับผิดชอบและยินยอมชดใช้ค่าเสียหาย อันเกิดจากความผิดที่ผู้ขายไม่ปฏิบัติตามข้อกําหนดของโรงพยาบาลโดย สิ้นเชิง ภายใน 30 วัน นับแต่ที่ได้รับแจ้งจากโรงพยาบาล โดยให้นับวันที่เริ่มแจ้งเป็นเวลาเริ่มต้น 16 วันสิ้นสุดสัญญา
    16.1 ในวันสิ้นสุดสัญญา หากยังมีออกซิเจนเหลวเหลือค้างอยู่ในถัง ผู้ขายยินยอมให้โรงพยาบาลใช้
    ออกซิเจนเหลวจนหมดถังก่อนจึงจะเคลื่อนย้ายถังออกซิเจนใน
    16.2 เมื่อสิ้นสุดสัญญา และโรงพยาบาลได้ใช้ออกซิเจนหมดแล้ว โรงพยาบาลจะทําหนังสือและโทรศัพท์ แจ้งให้ผู้ขายทราบเพื่อจะได้เคลื่อนย้ายถังกลับคืนไปภายใน 7-15 วัน นับจากวันที่โรงพยาบาลแจ้งให้ทราบ ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ขายรายใหม่สามารถติดตั้งถังออกซิเจนของตนได้ โดยไม่กระทบต่อการจ่ายก๊าซให้ผู้ป่วย
    .7. เงื่อนไขเฉพาะ
    17.1 ชุดควบคุมความดัน(PCU)
    ผู้เสนอราคาได้ ต้องจัดหาและติดตั้ง ชุดควบคุมความดัน(PC) แบบอัตโนมัติ (Cuplex - Automatic) ตามตําแหน่งที่โรงพยาบาลกําหนด 5 จุด ดังนี้ ตึกบําบัดรักษาผิวหนัง จํานวน 1 ชุด, ตึก 8 ชั้น จํานวน 1 ชุด, ตึก อุบัติเหตุ ฉุกเฉิน + ตึกหลวงพ่อกัญหา จํานวน 1 ชุด, ตึกหลวงพ่อคูณ (แยกโรค) จํานวน 1 ชุด ตึกการไฟฟ้า + กุมาร จํานวน 1 ชุด, ตึก 60 ปี อายุรกรรม จํานวน 1 ชุด ซึ่งระบบดังกล่าวต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
    A
  • ชุดควบคุมความดันของระบบจ่ายออกซิเจนหลัก (Pressure Control unit) เป็นระบบ อัตโนมัติ ซึ่งประกอบด้วยอุปกรณ์ควบคุมความดัน 2 ชุด ต่อขนานกัน แต่มีการปรับค่าความดันทางด้านจ่ายออก (Outlet) ที่แตกต่างกันโดยที่อุปกรณ์ควบคุมความดันชุดที่ 1 ปรับความดันไว้ที่ 4.2 บาร์ ส่วนอุปกรณ์ควบคุมความ ดันชุดที่ 2 ปรับความดันไว้ที่ 3.7 บาร์ และชุดควบคุมความดันของระบบจ่ายก๊าซหลักมีอัตราการไหลของก๊าซ Flow Rate) ที่สามารถจ่ายได้ 100 ลบ.ม.ต่อชั่วโมง ซึ่งระบบดังกล่าวสามารถจ่ายก๊าซได้ทั่วทั้งตัวอาคาร
    วาล์วและอุปกรณ์ประกอบชุดควบคุมความดัน ต้องมีใบรับรองการใช้งานกับออกซิเจนทาง
    การแพทย์ (Clean for oxygen service) และมีใบรับรองการผ่าน leak test จากผู้ผลิต
    อุปกรณ์ควบคุมความดัน (Regulator) ประกอบด้วย Brass bonnet, Nylon 66 seat disc. ได อะแฟรมที่เคลือบด้วย Teton (Teflon coated diaphragm), ฟิลเตอร์ทําด้วยทองเหลือง ขนาด 20 ไมครอน ข้อ ต่อมาตรฐาน BSPF และต้องรับรองสําหรับการใช้งานออกซิเจน
    -ท่อทองแดงต้องได้มาตรฐาน ASTM B819 หรือเทียบเท่า ซึ่งแสดงถึงการได้ทําความสะอาดเพื่อ
    ใช้งานกับออกซิเจนทางการแพทย์
    1.ระธานกรรม
    ละบอ
    ….รรมการ ลงชื่อ
    กรรมการ
    (นายวิวัฒน์ อัครวงศ์ น
    นางสาววันวาน วงศ์วิร
    นางธิดารัตน์ อริยจิต
    17.2 ระบบจ่ายก๊าซออกซิเจนสํารองอัตโนมัติ (Automatic Back up System) ผู้เสนอราคาได้ ต้องจัดหาและติดตั้งผู้เสนอราคาได้ ต้องจัดหาและติดตั้ง marifold จํานวน 2 ชุด ที่ตึก บําบัดรักษาผิวหนัง จํานวน 1 ชุด, ตึก 8 ชั้น จํานวน 1 ชุด, ตึกอุบัติเหตุ-ฉุกเฉิน จํานวน 1 ชุด, ตึกหลวงพ่อคูณ (แยกโรค) จํานวน 1 ชุด โดยผู้ขายจะต้องทดสอบ manifold 4 ชุดนี้ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ ซึ่งระบบดังกล่าว ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
    1
    -ระบบจ่ายก๊าซออกซิเจนสํารองแบบอัตโนมัติ ประกอบอยู่ในตู้ควบคุม สามารถต่อเชื่อมกับชุดควบคุมการ จ่ายออกซิเจนเหลวได้ทันที หากความดันของออกซิเจนเหลว (Liquid Oxygen) ต่ํากว่าปกติ และเมื่อกลุ่มท่อก๊าซ ข้างใดข้างหนึ่งหมด ระบบสามารถสลับการใช้งานจากข้างหนึ่งไปอีกข้างหนึ่งโดยอัตโนมัติ วงจรควบคุมภายใน สามารถเชื่อมต่อไปยังสัญญาณเตือนหลัก เพื่อแสดงให้ทราบว่ากําลังใช้งานกลุ่มท่อข้างใดอยู่ สามารถแสดงสถานะ ให้ทราบว่าก๊าซในท่อหมด และมีเกจแสดงความดันกลุ่มท่อก๊าซแต่ละข้าง ที่จ่ายออกจากตู้ควบคุม
    ระบบจ่ายก๊าซออกซิเจนสํารอง ประกอบด้วย ท่อหางหมู (Figtal), ลิ้นทางเดียว (Check Valve), หัว จ่ายก๊าซความดันสูง (Header), วาล์วปิด/เปิดแต่ละด้าน ลิ้นระบายความดัน (Pressure Relief Valve) ชุดควบคุม การจ่ายก๊าซผลิตตามมาตรฐาน NFPA99.CGA
  • บรรจุก๊าซในชุด manifold ทางโรงพยาบาลเป็นผู้จัดหา
    17.3 Alarm System ระบบสัญญาณเตือน 17.3.1 คุณสมบัติทั่วไป
    -สามารถส่งสัญญาณเสียงเมื่อระบบมีความผิดปกติเกิดขึ้น ด้วยความดังอย่างน้อย 80 เดซิเบล ให้ได้ยินใน
    ระยะ 1 เมตร พร้อมสวิต สําหรับปิดเสียง สวิต ทดสอบการทํางาน
    -สามารถแสดงสัญญาณแสง Light Emission Digue (LED) ดังนี้ แสงสีเขียวแสดงระบบทํางานปกติ ส่ง สีเหลืองแสดง “ระบบทํางานผิดปกติ แสงสีแดงแสดงความผิดพลาดที่ต้องเร่งแก้ไข แสงสีแสดแสดงเมื่อ สายสัญญาณขาด และมีปุ่ม Test เพื่อทดสอบการทํางานของสัญญาณทั้งหมด
    -การติดตั้งชุดสัญญาณเตือนแบบแสงและเสียง โดยการทํางานของชุดสัญญาณจะทําการตรวจติดตาม สถานะการทํางานของระบบออกซิเจนตลอดเวลาโดยต้องแจ้งสัญญาณอย่างน้อย 4 ลักษณะดังนี้
    สัญญาณเตือนที่ 1 เดือน “ORDER : QUID” เมื่อสัญญาณเตือนปรากฏแสงและเสียงขึ้นที่ ชุดสัญญาณเตือน แสดงว่าปริมาณออกซิเจนเหลวที่เหลือ 30-40 % ของปริมาณก๊าซเหลวที่ระดับ ทําเนินการสั่งออกซิเจนเหลวทันที
    เต็มถังให้
    สัญญาณเตือนที่ 2 เดือน “TANK LOW PRESSURE” เมื่อสัญญาณเตือนปรากฏแสงและ เสียงดังขึ้นที่ชุดสัญญาณเตือน แสดงว่าความดันในระบบท่อจ่ายก๊าซจากถังออกซิเจนเหลวถึงชุด ลดลงต่ํากว่า 130 ปอนด์ต่อ ตารางนิ้ว (จากแรงดันปกติ 150 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว
    ลดความดัน
    สัญญาณเตือนที่ 3 เดือน “LINE LOW PRESSURE” เมื่อสัญญาณเตือนแสงและเสียงดังขึ้น แสดงว่าความดันในระบบท่อจ่ายก๊าซที่ออกจากชุดลดความดันเพื่อใช้งานลดลงต่ํากว่า 48 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว
    (ความดันปกติ 50 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว
    Late
    ประธานธรรมร
    นายวิวัฒน์ ฉัตรองค์น
    ลงซีอ
    Jam
    m
    นางสาววันทาน กรม
    กรรมการ
    ..กรรมการ
    นางธิดารัตน์ อริยานุชิต กุล
    สัญญาณเตือนที่ 4 เดือน “LINE HIGH PRESSURE” เมื่อสัญญาณเตือนแสงและเสียงดังขึ้น แสดงว่าความดันในระบบท่อจ่ายก๊าซที่ออกจากชุดลดความดันเพื่อใช้งานสูงกว่า 72 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว (ความดัน
    ปกติ 50 ปอนด์ ต่อตารางนิ้ว
    เมื่อมีความผิดปกติ สัญญาณไฟจะแสดงพร้อมสัญญาณเสียง และสามารถปิดสัญญาณเสียง ได้โดยสัญญาณไฟยังคงอยู่จนกว่าจะมีการแก้ไขระบบให้เข้าสู่สภาวะปกติ สัญญาณไฟจึงจะดับ กรณีไม่มีการแก้ไข ให้เข้าสู่สภาวะปกติ สัญญาณเสียงจะต้องเตือนซ้ําเพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบ
  • เมื่อมีความผิดปกติ สภาวะที่ 2 เกิดขึ้น ในขณะที่สภาวะที่ 1 ยังไม่ถูกแก้ไข สัญญาณไฟแจ้ง สภาวะผิดปกติของสภาวะที่ 2 จะแสดงพร้อมสัญญาณเสียง
    17.3.2 ติดตั้งระบบสัญญาณเตือนของก๊าซ (Gas Alarm System) จํานวนรวมทั้งหมด 8 ตู้ ในจุดที่ โรงพยาบาลกําหนด ดังนี้
    1 ตู้
    จุดที่ : แผนกทางการแพทย์ จํานวน 7 ตู้ ดังนี้ ระบบสัญญาณเตือนหลัก ( Master Alarm) : ตู้ เป็น สัญญาเตือนสําหรับถังออกซิเจน 2 ถัง (หลังโรงพยาบาล), สัญญาเตือนสําหรับตึกบําบัดรักษาผิวหนัง จํานวน : ตึก 8 ชั้น จํานวน 1 รู้, ตึกอุบัติเหตุ-ฉุกเฉิน จํานวน 1 ตู้ ตึกหลวงพ่อคูณ (แยกโรค) จํานวน : ตู้, ตึกการไฟฟ้า จํานวน 1 ตู้, รักกระดูก จํานวน 1
    -จุดที่ 2 : 60 ปี อายุรกรรม จํานวน 1 ตู้ เป็นสัญญาเดือนหลักสําหรับถังออกซิเจนจํานวน 1 ถัง ซึ่ง ตั้งอยู่หน้าตึก 50 ปี ตึก 60 ปี อายุรกรรม
    สงชัย
    ประธานกรรมการ
    ** ตน ครองความ
    mm 2
    1
    นางสาววันทกานต์ วงศ์กระ
    กรรมการ
    ละซีอ
    (นางจิดารัตน์ อริยานุชิตกุล)
    รรม :ร
    โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา
    รายละเอียดคุณลักษณะออกซิเจนทางการแพทย์สําหรับงานเคลื่อนย้าย ออกซิเจนทางการแพทย์ขนาดบรรจุ 0.7 ลูกบาศก์เมตรพร้อมใช้งาน
  1. คุณลักษณะเฉพาะ
    เป็นออกซิเจนที่มีความบริสุทธิ์สูงบรรจุในภาชนะบรรจุน้ําหนักเบา ซึ่งวาล์ว อุปกรณ์ควบคุมความดัน (เร (สเตอร์) และอุปกรณ์ควบคุมอัตราการไหล (โฟล์วมิเตอร์) ประกอบรวมกันในโครงสร้างเดียวเพื่อรองรับ การใช้งานได้ทันที และใช้สําหรับทางการแพทย์เท่านั้น โดยออกซิเจนทางการแพทย์ที่บรรจุต้องเป็นไปตาม
    ข้อกําหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.ที่ 540-2564
  2. คุณสมบัติทั่วไป
    2 : ผู้เสนอราคาต้องผลิตและขายออกซิเจนทางการแพทย์ ซึ่งต้องมีโรงอัดบรรจุทอออกซิเจนทางการแพทย์ ไม่น้อยกว่า 2 โรงงาน ซึ่งโรงงานต้องมีสถานที่ตั้งอยู่ต่างภูมิภาคกัน เพื่อรองรับเหตุฉุกเฉิน หรือ กรณี
    เกิดพิบัติภัยต่างๆ ได้ ทําให้โรงพยาบาลมันใจว่ามีออกซิเจนทางการแพทย์ใช้งานได้อย่างเพียงพอและ ต่อเนื่อง โดยโรงอัดบรรจุห่อออกซิเจนทางการแพทย์ต้องผ่านการรับรองมาตรฐาน มอก. ที่ 540-2564 และอย่างน้อย 1 ต้องผ่านการรับรองมาตรฐาน ISO 9001
    2.2 ผู้เสนอราคาจะต้องมีการทําประกันวินาศภัยเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ออกซิเจนและต้องรับผิดชอบต่อ
    อุบัติเหตุ หรือความเสียหายของทรัพย์สินของโรงพยาบาลหรือบุคคลที่สาม อันเกิดขึ้นจากท่อบรรจุ ออกซิเจนทางการแพทย์และอุปกรณ์ที่กี่ยวข้องของผู้เสนอราคา ในวงเงินคุ้มครองไม่ต่ํากว่า 1,000
    ล้านบาทต่อเหตุการณ์ และตลอดระยะเวลาการรับประกันโดยจะต้องนําสําเนาหลักฐานเอกสารการ
    ทําประกันวินาศภัยกับบริษัทที่เชื่อถือได้ในความรับผิดชอบตามกฎหมาย มาแสดงในวันยื่นซองราคา
  3. คุณสมบัติของออกซิเจนทางการแพทย์ ต้องเป็นไปตามข้อกําหนดดังนี้
    • ความบริสุทธิ์ (Purity) Oxygen
  • คาร์บอนไดออกไซด์ (Carbor Dioxide)
    99.5
    300.0 ppm (max)
  • คาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon Monoxide)
    5.0
    ppm maxi
    ความชื้น (Moisture)
    57
    ppm (max)
    • ความเป็นกรด หรือด่าง (pH)
    ผ่านการทดสอบ
    • สารออกซิไดส์ (Oxicizing substance
    ผ่านการทดสอบ
    ……ระรานกรรมการ
    ลงชื่อ
    ลงขีย
    ธรรม”
    นอน **รวงศ์วาน
    นางสาววันทกานต์ กระ
    นางธิดารัตน์ อริยานุชิต ส
  1. รายละเอียดทางเทคนิค มาตรฐานการผลิตและการควบคุมคุณภาพ
    4.1 บรรจุออกเป็นทางการแพทย์เต็มทุกท่อที่ความดันไม่น้อยกว่า 2,300 psi สองพันเก้าร้อยปอนด์ต ตารางนิ้ว) ในท่อน้ําหนักเบา โดยท่อบรรจุต้องผลิตจากโลหะผสม (Alloy) AA 7060 และเป็นไปตาม
    ISO 7866
  • 2 วาล์ว อุปกรณ์ควบคุมความดัน (เรกูเลเตอร์) และโฟล์วมิเตอร์ ประกอบรวมกันในโครงสร้างเดียว ไม่ สามารถถอดแยกชิ้นส่วนทั้ง 3 ออกจากกันได้ และรองรับความดันใช้งานที่ไม่น้อยกว่า 2,900 PSI โดย สามารถเลือกใช้งานได้ใน 2 ลักษณะ คือ เลือกอัตราการไหลของออกซิเจนทางการแพทย์ (Flow rate)
    ที่ให้กับผู้ป่วยได้โดยตรง และ เลือกความดันใช้งานที่ประมาณ 50 PS1 เพื่อเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์ การแพทย์ เช่น ventilator
    4.3 อุปกรณ์ตามข้อ 4.2 ต้องได้ตามมาตรฐาน CGA และ ISO 13485
    4.4 มีวาล์วการ์ดเพื่อป้องกันไม่ให้ขุดวาล์วตามข้อ 4.2 ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงจากการกระแท 4.5 ตรวจสอบคุณภาพออกซิเจนทางการแพทย์ก่อนส่งมอบตาม มาตรฐาน มอก 540 และมีระบบ
    Tickopress (หมายเลขการบรรจุ วันที่ผลิต วันหมดอายุ และชื่อก๊าซ) 4.6 ผู้เสนอราคาต้องมีโรงงานได้รับอนุญาตเป็นหน่วยตรวจสอบภาชนะบรรจุก๊าซ
    อุตสาหกรรม โดยต้องยื่นหลักฐานหนังสือรับรองจากกระทรวงอุตสาหกรรม
  1. เงื่อนไขในการจัดส่ง
    จากกรมโรงงาน
  2. : พนักงานจัดส่งทุกคนได้รับการฝึกอบรมในการจัดส่งก๊าซทางการแพทย์บรรจุทอความดันสูงโดยเฉพาะ 52 จัดส่งท่อก๊าซความดันสูงในแนวตั้ง
    5 3 เน้นความปลอดภัยและจัดลงตรงตามเวลา
    ลงมือ
    ระรินกรรมการ
    ลงขอ
    Trimm
    กรรมการ
    ลงอ
    นายวัฒน์ ตรางาน)
    ASSAG
    นางสาวจันทกานต์ วงศ์วิกรม)
    ดารัตน์ อริยานุชิตกุล