จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างจ้างตรวจประเมินและรับรอง Organic หน่วยตรวจรับรองภายนอก โครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ กิจกรรมส่งเสริมการผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์

จังหวัดอุบลราชธานี 69059198910
฿960,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 23 มิ.ย. 2569 อุบลราชธานี
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสนับสนุนการผลิตข้าวอินทรีย์ในจังหวัดอุบลราชธานี โดยการจ้างหน่วยงานภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญ (Outsource) มาดำเนินการตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ของเกษตรกรจำนวน 500 แปลง ให้เป็นไปตามข้อกำหนดของมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ มกษ. ๙๐๐๐ - ๒๕๖๔ ครอบคลุมตั้งแต่การผลิต การแปรรูป การแสดงฉลาก และการจำหน่าย นอกจากนี้ ยังรวมถึงการสุ่มตรวจวิเคราะห์ปริมาณสารเคมีตกค้างและโลหะหนักในตัวอย่างดิน น้ำ และผลิตภัณฑ์ข้าว เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยของผลผลิต การดำเนินงานนี้จะช่วยให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงกระบวนการรับรองมาตรฐานอินทรีย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการยกระดับคุณภาพและความน่าเชื่อถือของข้าวอินทรีย์ในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ๒

English summary

This project aims to contract an external agency (Outsource) to audit the organic rice production systems of 500 farming plots according to the Thai Agricultural Standard (TAS) 9000-2021, covering production, processing, labeling, and sales. It also includes sampling and analysis of pesticide residues and heavy metals in soil, water, and rice products to ensure safety and quality. This initiative supports farmers in obtaining organic certification, enhancing the credibility and quality of organic rice in the Lower Northeastern Region 2 cluster.

สถานที่ดำเนินการ

จังหวัดอุบลราชธานี

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์และให้การรับรอง (Certification audit) ขอบข่าย การผลิต แปรรูป แสดงฉลากและจำหน่ายผลิตผลและผลิตภัณฑ์ข้าวอินทรีย์ ที่ได้จากระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ของเกษตรกร ที่ยื่นขอการรับรอง จำนวน 500 แปลง ตามข้อกำหนดระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มกษ. ๙๐๐๐ - ๒๕๖๔ เรื่อง การผลิต การแปรรูป การแสดงฉลาก และจำหน่ายผลิตผลและผลิตภัณฑ์อินทรีย์
  • ตรวจวิเคราะห์ปริมาณสารเคมีตกค้างทางการเกษตรและปริมาณโลหะหนักในตัวอย่างดิน น้ำ และผลิตภัณฑ์ข้าวจากแปลงผลิตข้าวอินทรีย์

ขอบเขตของงาน

  • การตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ จำนวน 500 แปลง ตามข้อกำหนด มกษ. ๙๐๐๐ - ๒๕๖๔ ครอบคลุมการผลิต การแปรรูป และการคัดบรรจุ
  • การแจ้งแผนการตรวจประเมินและนัดวันเข้าทำการตรวจประเมิน
  • การดำเนินการตรวจประเมินแปลงปลูกของเกษตรกรตามข้อกำหนดมาตรฐานเกษตรอินทรีย์
  • การตรวจประเมินขอบข่ายการแปรรูป/คัดบรรจุข้าวอินทรีย์ และดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่อง (หากมี)
  • การสุ่มตรวจวิเคราะห์สารเคมีตกค้างในตัวอย่างดิน น้ำ และผลิตภัณฑ์ข้าว จำนวนประเภทละไม่น้อยกว่า 20 ตัวอย่าง (ตามที่ระบุในข้อ 4.4.2) เพื่อวิเคราะห์สารเคมี 4 กลุ่ม (50 ชนิด) และโลหะหนัก 3 ชนิด
  • การประชุมทบทวนเพื่อออกใบรับรองตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ และออกใบรับรองให้แก่เกษตรกรที่ผ่านการรับรอง (อายุใบรับรอง 1 ปี)
  • การแจ้งสาเหตุที่ไม่สอดคล้องให้แก่จังหวัดอุบลราชธานี กรณีเกษตรกรไม่ได้รับการรับรอง
  • การส่งผลการตรวจประเมินและการตรวจวิเคราะห์ให้แก่จังหวัดอุบลราชธานี
  • การแต่งตั้งคณะกรรมการติดตามนิเทศการปฏิบัติงานของผู้ตรวจประเมินอย่างน้อยร้อยละ 10 ของเป้าหมายทั้งหมด
  • การจัดทำรายงานความก้าวหน้าประจำเดือน และรายงานผลการติดตามนิเทศการตรวจประเมินประจำเดือน
  • การจัดเก็บข้อมูลของเกษตรกรและส่งมอบให้จังหวัดอุบลราชธานี

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ผลการตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ จำนวน 500 แปลง
  • ผลการตรวจวิเคราะห์ปริมาณสารเคมีตกค้างและโลหะหนักในตัวอย่างดิน น้ำ และผลิตภัณฑ์ข้าว
  • ใบรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (อายุ 1 ปี) สำหรับเกษตรกรที่ผ่านการรับรอง
  • รายงานความก้าวหน้าประจำเดือน
  • รายงานผลการติดตามนิเทศการตรวจประเมินประจำเดือน
  • ทะเบียนเกษตรกรที่ยื่นขอการรับรองระบบการผลิตข้าวอินทรีย์
  • สรุปผลการตรวจประเมินของเกษตรกรทุกแปลง
  • สรุปผลการตรวจวิเคราะห์สารเคมีตกค้างในตัวอย่างดิน น้ำ และผลิตภัณฑ์ข้าว

ระยะเวลาดำเนินการ

ระยะเวลาสัญญาจ้าง (ไม่ระบุชัดเจน แต่จะเริ่มนับจากเดือนที่ลงนามในสัญญาจ้างจนสิ้นสุดสัญญา)

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • เป็นนิติบุคคลที่มีกิจกรรมด้านการตรวจประเมินเพื่อให้การรับรองคุณภาพ (Certification Body : CB)
    • ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล (ISO/IEC 17065:2012)
    • ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบการตรวจสอบมาตรฐานในการตรวจสอบรับรองสินค้าเกษตรและอาหาร ขอบข่ายเกษตรอินทรีย์ ขอบข่ายย่อยด้านพืช จากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.)
    • ไม่เป็นผู้ที่ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของทางราชการ
    • ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้เสนอราคารายอื่น และ/หรือ ผู้ให้บริการตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์
    • ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลได้มีคำสั่งให้สละสิทธิ์
  • Standards Compliance:
    • ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล (ISO/IEC 17065:2012)
    • หน่วยงานที่ได้รับการรับรอง หรือใช้หน่วยงานที่ได้รับการรับรอง ความสามารถห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ตามมาตรฐานสากล (ISO/IEC 17025:2017) ในขอบข่ายการทดสอบอาหาร
  • Experience:
    • มีประสบการณ์การเป็นหัวหน้าผู้ตรวจประเมินระบบการผลิตพืชอินทรีย์ไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง (สำหรับหัวหน้าคณะติดตามนิเทศ)
    • มีประสบการณ์ในการตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์อย่างน้อย 2 ปี (สำหรับหัวหน้าคณะผู้ตรวจประเมิน)
    • มีประสบการณ์ในการตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์อย่างน้อย 1 ปี (สำหรับผู้ตรวจประเมิน)
  • Previous Project Cost: - (ไม่ระบุ)
  • Technical Capabilities:
    • ความสามารถในการตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ตามมาตรฐาน มกษ. ๙๐๐๐ - ๒๕๖๔
    • ความสามารถในการตรวจวิเคราะห์สารเคมีตกค้างและโลหะหนักในตัวอย่างดิน น้ำ และผลิตภัณฑ์ข้าว
  • Personnel:
    • คณะทำงานประกอบด้วย:
      • คณะติดตามนิเทศ: หัวหน้าคณะติดตามนิเทศ 1 คน, ผู้ติดตามนิเทศ 2 คน
      • คณะผู้ตรวจประเมิน: หัวหน้าผู้ตรวจประเมิน 1 คน, ผู้ตรวจประเมิน 2 คน
    • คุณสมบัติหัวหน้าคณะติดตามนิเทศ:
      • วุฒิปริญญาตรีสาขาเกษตร (สาขาที่เกี่ยวกับขอบข่ายที่ให้การรับรอง)
      • ผ่านการอบรมหลักสูตรการรับรองระบบควบคุมภายในแบบกลุ่ม
      • ผ่านการอบรมหลักสูตรหัวหน้าผู้ตรวจประเมิน/ผู้ตรวจประเมิน ตามระบบ ISO 9001
      • ผ่านการอบรมหลักสูตรมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์ (มกษ.๙๐๐๐ – ๒๕๖๔)
      • มีประสบการณ์เป็นหัวหน้าผู้ตรวจประเมินระบบการผลิตพืชอินทรีย์ไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง
    • คุณสมบัติหัวหน้าคณะผู้ตรวจประเมิน:
      • วุฒิปริญญาตรีสาขาเกษตร
      • มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ในการตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์อย่างน้อย 2 ปี
      • ได้รับการอบรมหลักสูตรเกษตรอินทรีย์ (มกษ.๙๐๐๐-๒๕๖๔)
      • ผ่านการอบรมหลักสูตรผู้ตรวจประเมิน/หัวหน้าผู้ตรวจประเมิน (Auditor/Lead Auditor Training) ตามระบบ ISO 9001 หรือหลักสูตรเทียบเท่า
      • ผ่านการอบรมหลักสูตรการรับรองระบบควบคุมภายในแบบกลุ่ม
    • คุณสมบัติผู้ตรวจประเมิน:
      • วุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพขั้นสูงสาขาเกษตร
      • มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ในการตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์อย่างน้อย 1 ปี
      • ได้รับการอบรมหลักสูตรเกษตรอินทรีย์ (มกษ.๙๐๐๐-๒๕๖๔)
      • ผ่านการอบรมหลักสูตรผู้ตรวจประเมิน/หัวหน้าผู้ตรวจประเมิน (Auditor/Lead Auditor Training) ตามระบบ ISO 9001 หรือหลักสูตรเทียบเท่า

เกณฑ์การพิจารณา

  • (ไม่ระบุรายละเอียดเกณฑ์การประเมินใน TOR ส่วนนี้)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • การตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มกษ. ๙๐๐๐ - ๒๕๖๔
  • การตรวจวิเคราะห์สารเคมีตกค้าง 4 กลุ่ม (Organochlorine, Organophosphates, Pyrethroids, Carbamate) รวม 50 ชนิด
  • การตรวจวิเคราะห์โลหะหนัก 3 ชนิด (แคดเมียม, ตะกั่ว, สารหนู)
  • การออกใบรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ โดยระบุระยะปรับเปลี่ยนและระยะอินทรีย์ มีอายุ 1 ปี

เงื่อนไขสัญญา

  • การจ่ายเงิน: (ไม่ระบุรายละเอียดใน TOR ส่วนนี้)
  • การปรับ: (ไม่ระบุรายละเอียดใน TOR ส่วนนี้)
  • การส่งมอบผลงาน: ต้องส่งผลการตรวจประเมินและผลการตรวจวิเคราะห์ให้จังหวัดอุบลราชธานี
  • การรายงานความก้าวหน้า: รายงานความก้าวหน้าประจำเดือน และรายงานผลการติดตามนิเทศประจำเดือน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • ถาม: โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร?
    ตอบ: เพื่อจ้างหน่วยงานภายนอกตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ และตรวจวิเคราะห์สารเคมีตกค้างในตัวอย่างดิน น้ำ และผลิตภัณฑ์ข้าว เพื่อให้เกษตรกรได้รับการรับรองมาตรฐานอินทรีย์
    • ถาม: เกษตรกรที่จะได้รับการตรวจประเมินมีจำนวนเท่าใด?
      ตอบ: จำนวน 500 แปลง
    • ถาม: มาตรฐานที่ใช้ในการตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์คือมาตรฐานใด?
      ตอบ: มาตรฐาน มกษ. ๙๐๐๐ - ๒๕๖๔ เรื่อง การผลิต การแปรรูป การแสดงฉลาก และจำหน่ายผลิตผลและผลิตภัณฑ์อินทรีย์
    • ถาม: การตรวจวิเคราะห์สารเคมีตกค้างครอบคลุมสารเคมีกลุ่มใดบ้าง?
      ตอบ: ครอบคลุม 4 กลุ่ม ได้แก่ Organochlorine, Organophosphates, Pyrethroids, และ Carbamate รวม 50 ชนิด และโลหะหนัก 3 ชนิด
    • ถาม: หน่วยงานที่ยื่นข้อเสนอต้องมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง?
      ตอบ: ต้องเป็นนิติบุคคลที่ได้รับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17065 และได้รับใบอนุญาตจาก มกอช. ในขอบข่ายเกษตรอินทรีย์ด้านพืช
    • ถาม: คุณสมบัติของคณะผู้ตรวจประเมินต้องเป็นอย่างไร?
      ตอบ: หัวหน้าคณะผู้ตรวจประเมินต้องมีวุฒิปริญญาตรีเกษตร มีประสบการณ์ 2 ปี และผ่านการอบรมที่เกี่ยวข้อง ส่วนผู้ตรวจประเมินต้องมีวุฒิ ปวส. เกษตร มีประสบการณ์ 1 ปี และผ่านการอบรมที่เกี่ยวข้อง
    • ถาม: ผลการตรวจประเมินและการตรวจวิเคราะห์ต้องส่งมอบให้ใคร?
      ตอบ: ต้องส่งมอบให้แก่จังหวัดอุบลราชธานี
    • ถาม: ใบรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์มีอายุเท่าใด?
      ตอบ: มีอายุ 1 ปี
    • ถาม: หากเกษตรกรไม่ได้รับการรับรอง ผู้รับจ้างต้องดำเนินการอย่างไร?
      ตอบ: ต้องแจ้งสาเหตุที่ไม่สอดคล้องให้แก่จังหวัดอุบลราชธานีทราบ
    • ถาม: โครงการนี้มีเป้าหมายการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างดิน น้ำ และผลิตภัณฑ์ข้าว อย่างละกี่ตัวอย่าง?
      ตอบ: จำนวนประเภทละไม่น้อยกว่า 20 ตัวอย่าง (ตามที่ระบุในข้อ 4.4.2)

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
รายละเอียดคุณลักษณะของงาน
โครงการจ้างเหมาหน่วยงานภายนอก (Outsource) ตรวจประเมินระบบการผลิต
น้ํา
ข้าวอินทรีย์ และตรวจวิเคราะห์ปริมาณสารเคมีตกค้างในตัวอย่างดิน น้ํา และ
ผลิตภัณฑ์ข้าว
ภายใต้โครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ ปี ๒๕๖๙ กิจกรรมรักษามาตรฐานอินทรีย์ งบกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ๒
รายละเอียดคุณลักษณะของงาน
โครงการจ้างเหมาหน่วยงานภายนอก (Outsource) ตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ และตรวจวิเคราะห์ปริมาณสารเคมีตกค้างในตัวอย่างดิน น้ํา และผลิตภัณฑ์ข้าว ภายใต้โครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ ปี ๒๕๑๙ กิจกรรมรักษามาตรฐานอินทรีย์ งบพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ๒
๑. ความเป็นมา
การผลิตข้าวอินทรีย์ เป็นระบบการผลิตข้าวที่มีการจัดการด้านการเกษตรแบบองค์รวม เกื้อหนุน
ต่อระบบนิเวศน์ ก่อให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพ วิธีการปฏิบัติทางการผลิตมุ่งเน้นการใช้วัสดุธรรมชาติ หลีกเลี่ยงวัตถุดิบที่ได้จากการสังเคราะห์ ไม่ใช้พืช สัตว์ หรือจุลินทรีย์ที่ได้จากการดัดแปรพันธุกรรม มีการจัดการกับผลิตภัณฑ์ ด้วยความระมัดระวัง เพื่อรักษาสภาพการเป็นเกษตรอินทรีย์ และคุณภาพที่สําคัญ ของผลิตภัณฑ์ในทุกขั้นตอน มีความปลอดภัยต่อการบริโภค และผลผลิตข้าวมีคุณภาพได้มาตรฐาน
ประกอบด้วยข้อกําหนดการใช้ปัจจัยการผลิตให้เกษตรกร ผู้ประกอบการปฏิบัติตาม และมีการเข้าตรวจ ประเมินการปฏิบัติของเกษตรกร ผู้ประกอบการ หากเป็นไปตามข้อกําหนดของระบบมาตรฐานการผลิตข้าว อินทรีย์ กรมการข้าวจะให้การรับรอง โดยออกใบรับรองระบบมาตรฐานการผลิตข้าวอินทรีย์ การผลิตข้าว อินทรีย์ ซึ่งเป็นระบบที่มีเป้าหมายเพื่อการผลิตข้าวให้ได้คุณภาพมาตรฐานและปลอดภัยต่อผู้บริโภค ประกอบด้วย ข้อกําหนดที่ให้เกษตรกรปฏิบัติ และข้อกําหนดที่เกี่ยวข้องกับการใช้ปัจจัยการผลิตรวม ๔ ข้อ และมีการเข้า ตรวจประเมิน (audit) การปฏิบัติของเกษตรกร หากเป็นไปตามข้อกําหนดของระบบมาตรฐานการผลิตข้าว อินทรีย์ สามารถให้การรับรองโดยออกใบรับรองการผลิตข้าวอินทรีย์ให้กับผู้ที่ผ่านการประเมิน
จังหวัดอุบลราชธานี ได้เห็นความสําคัญของการผลิตสินค้าเกษตรในระบบอินทรีย์ โดยเฉพาะ การผลิตข้าวอินทรีย์ ในปี ๒๕๖๙ จึงได้สนับสนุนงบประมาณ จํานวน ๑,๗๓๙,000 บาท (หนึ่งล้านเจ็ดแสน สามหมื่นเก้าพันบาทถ้วน) ซึ่งเป็นงบประมาณจากงบกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ๒ ให้สํานักงานเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี ดําเนินการส่งเสริมเกษตรกรผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ ตั้งแต่ กระบวนการให้ความรู้การผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ การให้ความเข้าใจในการจัดทําระบบควบคุมภายในกลุ่ม (Internal Control System : ICS) และการตรวจประเมินรับรองให้การรับรองระบบการผลิตเกษตรอินทรีย์ โดยหน่วยตรวจประเมินภายนอก มีเป้าหมายเกษตรกร ๒๐ กลุ่มๆ ละ ๓๐ แปลง รวมเป็น 500 แปลง โดยเฉพาะกระบวนการตรวจประเมินให้การรับรองระบบการผลิตเกษตรอินทรีย์ สํานักงานเกษตรจังหวัด อุบลราชธานีไม่สามารถดําเนินการเองได้ ดังนั้น เพื่อให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการสามารถเข้าถึงและได้รับ การรับรองระบบการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่ผลิตขึ้น จึงได้จัดทํารายละเอียดโครงการเพื่อจ้างเหมา หน่วยงานภายนอก (Outsource) ตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ และตรวจวิเคราะห์ปริมาณสารเคมี ตกค้างในตัวอย่าง ดิน น้ํา และผลิตภัณฑ์ข้าว ภายใต้โครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ ปี ๒๕๐๙ งบกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ๒ ขึ้น
๒. วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์และให้การรับรอง (Certification audit) ขอบข่าย การผลิต แปรรูป แสดงฉลากและจําหน่ายผลิตผลและผลิตภัณฑ์ข้าวอินทรีย์ ที่ได้จากระบบการผลิต ข้าวอินทรีย์ของเกษตรกร ที่ยื่นขอการรับรอง จํานวน 500 แปลง ตามข้อกําหนดระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มกษ. ๙๐๐๐ - ๒๕๖๔ เรื่อง การผลิต การแปรรูป การแสดงฉลาก และจําหน่าย ผลิตผลและผลิตภัณฑ์อินทรีย์
/๒.๒ ตรวจวิเคราะห์…
-10-
O
๒.๒ ตรวจวิเคราะห์ปริมาณสารเคมีตกค้างทางการเกษตรและปริมาณโลหะหนักในตัวอย่างดิน น้ํา
และผลิตภัณฑ์ข้าวจากแปลงผลิตข้าวอินทรีย์
๓. คุณสมบัติของผู้เสนอราคา
๓.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นนิติบุคคลที่มีกิจกรรมด้านการตรวจประเมินเพื่อให้การรับรองคุณภาพ โดยเป็น หน่วยรับรอง (Certification Body : CB) ที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล (ISO/IEC ๑๗๐๖๕๒๐๑๒) และ ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบการตรวจสอบมาตรฐาน ในการตรวจสอบรับรองสินค้าเกษตรและอาหาร ขอบข่าย เกษตรอินทรีย์ ขอบข่ายย่อยด้านพืช จากสํานักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.)
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของทางราชการและได้แจ้งเวียน ชื่อแล้ว หรือไม่เป็นผู้ที่ได้รับผลของการสั่งให้นิติบุคคลหรือบุคคลอื่นเป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบของทางราชการ
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้เสนอราคารายอื่น และ/หรือต้องไม่เป็นผู้มี ผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างผู้เสนอราคากับผู้ให้บริการตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์ ณ วันประกาศประกวดราคา
๓.๒
๓.๓
จ้างด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม
๓.๔ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาลของผู้เสนอราคาได้มีคําสั่งให้สละสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๓.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นหน่วยงานที่ได้รับการรับรอง หรือใช้หน่วยงานที่ได้รับการรับรอง ความสามารถห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ตามมาตรฐานสากล (ISO/IEC ๑๗๐๒๕ : ๒๐๑๗) ในขอบข่าย การทดสอบอาหาร ทั้งนี้ ต้องแสดงหลักฐานอ้างอิง รายละเอียดและคุณสมบัติ พร้อมการยื่นเอกสารประกวด
ราคาอิเล็กทรอนิกส์
๓.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องดําเนินการจัดตั้งคณะทํางาน โดยมีรายละเอียดดังนี้
๓.๖.๑ คณะติดตามนิเทศ ไม่น้อยกว่า ๑ คณะ โดยมีองค์ประกอบของคณะติดตามนิเทศอย่างน้อย ๓ คน ประกอบด้วย หัวหน้าคณะติดตามนิเทศ จํานวน ๑ คน และผู้ติดตามนิเทศ จํานวน ๒ คน
๓.๖.๒ คณะผู้ตรวจประเมิน ไม่น้อยกว่า ๑ คณะ โดยมีองค์ประกอบของคณะผู้ตรวจประเมิน อย่างน้อย ๓ คน ประกอบด้วยหัวหน้าผู้ตรวจประเมิน จํานวน ๑ คน และผู้ตรวจประเมิน จํานวน ๒ คน
๓.๖.๓ คุณสมบัติของหัวหน้าคณะติดตามนิเทศ หัวหน้าผู้ตรวจประเมิน และผู้ตรวจประเมินให้เป็นไป ตามหลักเกณฑ์การรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ของสํานักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ดังนี้
๑) หัวหน้าคณะติดตามนิเทศ ต้องมีวุฒิการศึกษาขั้นต่ําระดับปริญญาตรีสาขาเกษตร และต้อง เป็นสาขาวิชาที่เกี่ยวกับขอบข่ายที่ให้การรับรอง (พืช ปศุสัตว์ และประมง) โดยหัวหน้าคณะติดตามนิเทศผู้ตรวจประเมิน ระบบการผลิตพืชอินทรีย์ ต้องผ่านการอบรมในหลักสูตรการรับรองระบบควบคุมภายในแบบกลุ่ม และผ่านการอบรม หลักสูตรหัวหน้าผู้ตรวจประเมิน/ผู้ตรวจประเมิน ตามระบบ ISO 9001 (Quality Management systems : QMS) และ ผ่านการอบรมหลักสูตรมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์ (มกษ.๙๐๐๐ – ๒๕๖๔) จากกรมวิชาการเกษตรหรือหน่วยงานอื่นๆ ที่ได้รับการรับรองระบบการตรวจสอบมาตรฐานการผลิตพืชอินทรีย์ พร้อมแสดงหลักฐานหนังสือรับรอง และต้องมี ประสบการณ์การเป็นหัวหน้าผู้ตรวจประเมินระบบการผลิตพืชอินทรีย์ไม่น้อยกว่า ๒ ครั้ง
๒) คณะผู้ตรวจประเมินที่ได้รับการแต่งตั้งและขึ้นทะเบียนผู้ตรวจประเมินตามมาตรฐาน ISO ๑๗๐๖๕ : ๒๐๑๒ และดําเนินการจัดตั้งคณะผู้ตรวจประเมิน ที่มีความรู้ความสามารถในขอบข่ายที่รับจ้าง ตรวจ กรณีการตรวจประเมินแบบรายเดี่ยว และองค์ประกอบของคณะผู้ตรวจประเมินประกอบด้วยหัวหน้า คณะผู้ตรวจประเมิน ๑ คน และผู้ตรวจประเมิน ๒ คน โดยคุณสมบัติของคณะผู้ตรวจประเมิน มีดังต่อไปนี้
/๒.๑) หัวหน้าคณะ…
-60-
๒.๑) หัวหน้าคณะผู้ตรวจประเมิน มีวุฒิการศึกษาขั้นต่ําจบการศึกษาปริญญาตรีสาขา
เกษตร มีความรู้ความสามารถและมีประสบการณ์ในการตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ อย่างน้อย ๒ ปี ได้รับการอบรมหลักสูตรเกษตรอินทรีย์ (มกษ.๙๐๐๐-๒๕๖๔) และผ่านการอบรมหลักสูตรผู้ตรวจประมิน/ หัวหน้าผู้ตรวจประเมิน (Auditor/Lead Auditor Training) ตามระบบ ISO ๙๐๐๑ (Quality Management System : QMS) หรือหลักสูตรเทียบเท่า และผ่านการอบรมหลักสูตรการรับรองระบบควบคุมภายในแบบกลุ่ม
๒.๒) ผู้ตรวจประเมิน มีวุฒิการศึกษาขั้นต่ําจบการศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพขั้น
สูงสาขาเกษตรมีความรู้ความสามารถและมีประสบการณ์ในตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวข้าวอินทรีย์
อย่างน้อย ๑ ปี ได้รับการอบรมหลักสูตรเกษตรอินทรีย์ (มกษ.๙๐๐๐-๒๕๖๔) และผ่านการอบรมหลักสูตร ผู้ตรวจประมิน/หัวหน้าผู้ตรวจประเมิน (Auditor/Lead Auditor Training) ตามระบบ ISO ๙๐๐๑ (Quality Management System : QMS) หรือหลักสูตรเทียบเท่า
ทั้งนี้ ต้องแสดงหลักฐานอ้างอิงรายละเอียดและคุณสมบัติพร้อมการยื่นเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
ในขอบเขตของงานข้อ ๒) พร้อมรับรองสําเนา ประกอบด้วย
อินทรีย์
๔. ขอบเขตการจ้าง
๑) สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน
๒) สําเนาปริญญาบัตรและใบแสดงรารวิชาและผลการเรียน
๓) หลักฐานแสดงประสบการณ์ทํางานด้านการตรวจประเมินระบบการผลิตข้าว
๔) หลักฐานการฝึกอบรม เช่น ใบประกาศนียบัตร ประวัติการฝึกอบรม เป็นต้น
๔.๑ การตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์
การจ้างตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ตามข้อกําหนดของระบบการผลิตข้าวอินทรีย์
ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มกษ. ๙๐๐๐ - ๒๕๖๔ เรื่อง การผลิต การแปรรูป การแสดงฉลาก และการจําหน่ายผลิตผลและผลิตภัณฑ์อินทรีย์ โดยเริ่มตั้งแต่การรับข้อมูลเกษตรกร ที่ยื่นขอการรับรองและ สิ้นสุดที่การส่งผลการตรวจประเมินของเกษตรกรทุกแปลง ให้สํานักงานเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี ตามรายละเอียดที่ กําหนดไว้ในเอกสารแบบกําหนดการตรวจรับรองระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ และบันทึกข้อบกพร่อง โดยมีรายละเอียด
ดังนี้
การตรวจประเมินแบบรายเดี่ยว
๑) แจ้งแผนการตรวจประเมินพร้อมนัดวันเข้าทําการตรวจประเมิน
๒) ดําเนินการตรวจประเมินแปลงปลูกของเกษตรกรทุกแปลงตามข้อกําหนดทุกข้อของ
มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (มกษ.๙๐๐๐-๒๕๖๔)
ตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ ของเกษตรกร ตามหลักการตรวจประเมิน ข้าวอินทรีย์ โดยขอบข่ายแหล่งผลิต (ตรวจประเมินแปลง) ให้ดําเนินการตรวจประเมินตามแบบกําหนดการตรวจ รับรองระบบการผลิตข้าวอินทรีย์และบันทึกข้อบกพร่อง จํานวน 500 แปลง
๓) ขอบข่ายการแปรรูป/คัดบรรจุข้าวอินทรีย์ ให้ดําเนินการตรวจประเมินตามแบบ กําหนดการตรวจรับรองระบบการผลิตข้าวอินทรีย์และดําเนินการตรวจแก้ไขข้อบกพร่อง (ในรายที่มี
ข้อบกพร่อง) ให้เกษตรกรเสนอแนวทางและแก้ไขข้อบกพร่องในส่วนนี้ให้แล้วเสร็จไม่เกินระยะเวลาการตรวจ ประเมินครั้งต่อไป
/๔.๒ ตรวจวิเคราะห์…
-Q-
๔.๒ ตรวจวิเคราะห์ปริมาณสารเคมีตกค้างในตัวอย่างดิน น้ํา และผลิตภัณฑ์ข้าว
สุ่มตรวจวิเคราะห์สารเคมีตกค้างในตัวอย่างดิน น้ํา และผลิตภัณฑ์ข้าว จํานวนประเภทละ
ไม่น้อยกว่า ๑๖ ตัวอย่าง เพื่อวิเคราะห์ปริมาณสารเคมีตกค้าง ๔ กลุ่ม ( 50 ชนิด) และโลหะหนัก (๓ ชนิด) ประกอบด้วย
๑) สารเคมีในกลุ่ม Organochlorine (จํานวน 4 ชนิด)

๒) สารเคมีในกลุ่ม Organophosphates (จํานวน ๒๓ ชนิด)
๓) สารเคมีในกลุ่ม Pyrethroids (จํานวน ๗ ชนิด) ๔) สารเคมีในกลุ่ม Carbamate (จํานวน ๑๐ ชนิด) ๕) โลหะหนัก (แคดเมียม ตะกั่ว และสารหนู)
๔.๓ ประชุมทบทวนเพื่อออกใบรับรองตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (มกษ.๙๐๐๐-๒๕๖๔) และ ออกใบรับรองให้แก่เกษตรกรที่ได้รับการรับรอง
โดยอาจจะมีเจ้าหน้าที่สํานักงานเกษตรจังหวัดอุบลราชธานีเข้า
ร่วมสังเกตการณ์ประชุมทบทวน เมื่อประชุมทบทวนเสร็จสิ้นแล้วให้ดําเนินการจัดพิมพ์ใบรับรอง โดยให้เป็นไป ตามหลักเกณฑ์การรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ โดยระบุเป็นระยะปรับเปลี่ยนและระยะอินทรีย์ ซึ่งมีอายุ ใบรับรอง ๑ ปี ในกรณีที่เกษตรกรไม่ได้รับการรับรอง (ถ้ามี) ทางผู้รับจ้างต้องดําเนินการแจ้งสาเหตุที่ ไม่สอดคล้องให้แก่จังหวัดอุบลราชธานีทราบด้วย
๔.๔ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องส่งผลการตรวจประเมินในข้อ ๔.๑,๔.๒ ให้จังหวัดอุบลราชธานี
๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีการแต่งตั้งคณะกรรมการติดตามนิเทศการปฏิบัติงานของผู้ตรวจประเมิน ทุกคณะอย่างน้อยร้อยละ ๑๐ ของเป้าหมายทั้งหมดที่รับจ้างตรวจ
๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทํารายงานความก้าวหน้าประจําเดือนทุกเดือนจนสิ้นสุดสัญญาจ้าง โดย ต้องรายงานความก้าวหน้าเป็นรายจังหวัดในการปฏิบัติงานทุกเดือน นับจากเดือนที่ลงนามในสัญญาจ้าง ตัด ยอดทุกวันที่ ๓๐ ของทุกเดือน และส่งให้ถึงสํานักงานเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี ไม่เกินวันที่ ๕ ของเดือนถัดไป นับจากเดือนที่ลงนามในสัญญาจ้างจนถึงสิ้นสุดสัญญาจ้าง
๔.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทํารายงานการติดตามนิเทศการตรวจประเมินประจําทุกเดือนจนสิ้นสุด สัญญาจ้าง โดยให้รายงานผลและส่งรายงานผลการติดตามนิเทศฯ ไม่เกินวันที่ ๕ ของเดือนถัดไป
๔.๘ เป้าหมายการจ้าง ผู้ว่าจ้างจะส่งมอบรายชื่อเกษตรกร/กลุ่มเกษตรกรตามเป้าหมายให้ผู้รับ จ้าง ภายใน ๑๕ วันนับถัดจากลงนามในสัญญาจ้าง ดังนี้
๔.๔.๑ ตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ แบบรายเดี่ยว จํานวน 500 แปลง ๔.๔.๒ สุ่มและตรวจวิเคราะห์สารเคมีตกค้างในตัวอย่างดิน น้ํา และผลิตภัณฑ์ข้าว จากการตรวจ ประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ จํานวนประเภทละไม่น้อยกว่า ๒๐ ตัวอย่าง
๔.๙ การจัดเก็บข้อมูลผลการดําเนินงานโครงการฯ ดังต่อไปนี้
๔.๔.๑ ระบบการผลิตข้าวอินทรีย์
ผู้รับจ้างต้องดําเนินการจัดเก็บข้อมูลของเกษตรกร พร้อมทั้งส่งมอบให้จังหวัด
อุบลราชธานีโดยเริ่มตั้งแต่ผู้รับจ้างรับข้อมูลเกษตรกร ที่ยื่นขอการรับรองหน่วยตรวจรับรองข้าวอินทรีย์และสิ้นสุด ที่ผู้รับจ้างทําการส่งผลการตรวจประเมินของเกษตรกรทุกแปลง และผลตรวจวิเคราะห์สารเคมีตกค้างในตัวอย่าง ดิน น้ํา และผลิตภัณฑ์ข้าว ให้จังหวัดอุบลราชธานี ดังนี้
๑) ทะเบียนเกษตรกรที่ยื่นขอการรับรองระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ทุกราย จํานวน 500 แปลง
/๒) สรุปผล..