จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างศึกษา สำรวจ และประเมินศักยภาพน้ำบาดาลในชั้นหินให้น้ำชุดภูทอกตอนกลาง พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระยะที่ ๑ (แอ่งน้ำบาดาลนครราชสีมา - อุบลราชธานี) จำนวน ๑ งาน โครงการศึกษา สำรวจ และประเมินศักยภาพน้ำบาดาลในชั้นหินให้น้ำชุดภูทอกตอนกลาง พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระยะที่ ๑ (แอ่งน้ำบาดาลนครราชสีมา - อุบลราชธานี)

กรมทรัพยากรน้ำบาดาล 69059159675
฿189,685,926 ปีงบ 2569 ประกาศ 9 ก.ค. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการศึกษา สำรวจ และประเมินศักยภาพน้ำบาดาลในชั้นหินให้น้ำชุดภูทอกตอนกลาง พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระยะที่ ๑ (แอ่งน้ำบาดาลนครราชสีมา-อุบลราชธานี) มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีประชากรหนาแน่นและมีความต้องการใช้น้ำสูงในภาคเกษตรกรรม อุปโภคบริโภค และอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูแล้งที่แหล่งน้ำผิวดินมีปริมาณลดลง การศึกษาครั้งนี้จะมุ่งเน้นไปที่ชั้นหินให้น้ำชุดภูทอกตอนกลาง ซึ่งเป็นชั้นหินที่มีศักยภาพการให้น้ำสูงที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยจะใช้วิธีการสำรวจที่หลากหลาย เช่น การสำรวจธรณีฟิสิกส์บนผิวดิน (VES, 2D, MT) การหยั่งธรณีฟิสิกส์ในหลุมเจาะ ข้อมูลจากการเจาะสำรวจบ่อน้ำบาดาล การทดสอบสูบน้ำเพื่อประเมินคุณสมบัติทางชลศาสตร์ การวิเคราะห์คุณภาพน้ำ และการจัดทำแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ เพื่อประเมินปริมาณน้ำบาดาลสำรองที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างปลอดภัย (Safe yield) รวมถึงการประเมินผลกระทบจากการใช้น้ำเกินสมดุล ผลการศึกษาจะถูกนำไปใช้ในการปรับปรุงฐานข้อมูลด้านอุทกธรณีวิทยา การปรับปรุงแผนที่น้ำบาดาล และการจัดทำแผนการบริหารจัดการหรือควบคุมการใช้น้ำบาดาลในอนาคตให้มีความเหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่

English summary

This project aims to study, survey, and assess the groundwater potential of the middle Phu Thok aquifer formation in the Northeastern region, Phase 1, covering the Nakhon Ratchasima-Ubon Ratchathani groundwater basin. The study will involve geophysical surveys, drilling, pumping tests, and water quality analysis to create updated groundwater databases and maps, leading to efficient groundwater management. The focus will be on the middle Phu Thok aquifer, known for its high groundwater yielding capacity, employing methods such as surface geophysical surveys (VES, 2D, MT), borehole geophysics, groundwater well drilling data, hydraulic property assessment through pumping tests, water quality analysis, and mathematical modeling to estimate safe yield and potential impacts of over-extraction. The findings will be used to update hydrogeological databases, groundwater maps, and develop future groundwater management and control plans.

สถานที่ดำเนินการ

พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • ศึกษา สำรวจ และประเมินศักยภาพน้ำบาดาลในชั้นหินให้น้ำชุดภูทอกตอนกลาง พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระยะที่ ๑ (แอ่งน้ำบาดาลนครราชสีมา-อุบลราชธานี)
  • รวบรวมและปรับปรุงข้อมูลด้านน้ำบาดาลเพื่อใช้ในการประเมินน้ำต้นทุน หรือด้านศักยภาพแหล่งน้ำบาดาล
  • จำแนกขอบเขต ความหนา ความลึกถึงชั้นน้ำของชั้นหินภูทอกตอนกลางออกจากชั้นบนและชั้นล่างอย่างชัดเจน
  • ระบุแนวรอยต่อกับชั้นหินเกลือหิน
  • ทราบคุณสมบัติทางชลศาสตร์ของชั้นน้ำบาดาล
  • วิเคราะห์คุณภาพน้ำ
  • จัดทำแบบจำลองทางคณิตศาสตร์น้ำบาดาล
  • สรุปปริมาณแหล่งน้ำบาดาลสำรองที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อปี
  • สรุปปริมาณน้ำที่กักเก็บ คุณภาพน้ำ ทิศทางการไหล และปริมาณน้ำบาดาลที่สามารถใช้ได้อย่างปลอดภัย (Safe yield)
  • ประเมินผลกระทบหากมีการใช้น้ำบาดาลเกินสมดุล แยกเป็นแต่ละพื้นที่
  • นำไปสู่การปรับปรุงฐานข้อมูลด้านอุทกธรณีวิทยา
  • นำไปสู่การปรับปรุงแผนที่น้ำบาดาล
  • นำไปสู่การจัดทำแผนการบริหารจัดการน้ำ หรือควบคุมการใช้น้ำบาดาลในอนาคตให้มีความเหมาะสมกับศักยภาพน้ำบาดาลของพื้นที่

ขอบเขตของงาน

  • การสำรวจธรณีฟิสิกส์บนผิวดิน: การตรวจวัดค่าความต้านทานไฟฟ้าจำเพาะในแนวดิ่ง (VES), การตรวจวัดค่าความต้านทานไฟฟ้าจำเพาะแบบ 2 มิติ (2D), การวัดคลื่นกระแสแม่เหล็กโลก (Magnetotelluric - MT) จำนวน 14 พื้นที่ ขนาดพื้นที่ละ 8 x 8 กม. (64 ตร.กม.)
  • การหยั่งธรณีฟิสิกส์ในหลุมเจาะ
  • การใช้ข้อมูลจากผลการเจาะสำรวจบ่อน้ำบาดาล
  • การทดสอบสูบปริมาณน้ำบาดาล (Pumping Test)
  • การวิเคราะห์คุณภาพน้ำ
  • การจัดทำแบบจำลองทางคณิตศาสตร์น้ำบาดาล
  • การปรับปรุงฐานข้อมูลด้านอุทกธรณีวิทยา
  • การปรับปรุงแผนที่น้ำบาดาล
  • การจัดทำแผนการบริหารจัดการน้ำ หรือควบคุมการใช้น้ำบาดาล

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ฐานข้อมูลด้านอุทกธรณีวิทยาที่ทันสมัย
  • แผนที่น้ำบาดาลที่ปรับปรุงแล้ว
  • รายงานผลการศึกษา สำรวจ และประเมินศักยภาพน้ำบาดาล
  • แผนการบริหารจัดการน้ำ หรือควบคุมการใช้น้ำบาดาล

ระยะเวลาดำเนินการ

ระยะเวลาโครงการ: ไม่ระบุใน TOR (แต่มีการแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 และระยะที่ 2)

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • เป็นนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่สอบราคาจ้าง และเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนด
    • ไม่เป็นผู้ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของทางราชการ และได้แจ้งเวียนชื่อผู้ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐ
    • ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นแก่การพิจารณาของศาล หรือไม่ยอมรับตามกระบวนการพิจารณาของกฎหมาย
    • ไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียในกิจการที่ประมูลจ้าง
    • ไม่เป็นผู้ที่ขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม
    • ไม่เป็นผู้ที่ได้รับเอกสารประกวดราคาโดยไม่ชำระค่าเอกสาร
    • เป็นผู้ที่ได้ลงทะเบียนในระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
  • Standards Compliance: ไม่ระบุใน TOR
  • Experience: ไม่ระบุใน TOR (แต่โดยนัยคาดหวังประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับงานสำรวจและประเมินศักยภาพน้ำบาดาล)
  • Previous Project Cost: ไม่ระบุใน TOR
  • Technical Capabilities:
    • มีความสามารถในการดำเนินการสำรวจธรณีฟิสิกส์บนผิวดิน (VES, 2D, MT)
    • มีความสามารถในการดำเนินการหยั่งธรณีฟิสิกส์ในหลุมเจาะ
    • มีความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลจากการเจาะสำรวจบ่อน้ำบาดาล
    • มีความสามารถในการทดสอบสูบน้ำบาดาล
    • มีความสามารถในการวิเคราะห์คุณภาพน้ำ
    • มีความสามารถในการจัดทำแบบจำลองทางคณิตศาสตร์น้ำบาดาล
  • Personnel: ไม่ระบุใน TOR (แต่โดยนัยคาดหวังบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านอุทกธรณีวิทยา วิศวกรรมธรณี และสาขาที่เกี่ยวข้อง)

เกณฑ์การพิจารณา

ไม่ระบุใน TOR

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • การสำรวจธรณีฟิสิกส์บนผิวดิน: การตรวจวัดค่าความต้านทานไฟฟ้าจำเพาะในแนวดิ่ง (VES), การตรวจวัดค่าความต้านทานไฟฟ้าจำเพาะแบบ 2 มิติ (2D), การวัดคลื่นกระแสแม่เหล็กโลก (Magnetotelluric - MT) จำนวน 14 พื้นที่ ขนาดพื้นที่ละ 8 x 8 กม. (64 ตร.กม.)
  • การจำแนกขอบเขต ความหนา ความลึกถึงชั้นน้ำของชั้นหินภูทอกตอนกลางออกจากชั้นบนและชั้นล่างอย่างชัดเจน
  • การระบุแนวรอยต่อกับชั้นหินเกลือหิน
  • การประเมินคุณสมบัติทางชลศาสตร์ของชั้นน้ำบาดาล
  • การวิเคราะห์คุณภาพน้ำ
  • การจัดทำแบบจำลองทางคณิตศาสตร์น้ำบาดาลเพื่อประเมินปริมาณน้ำบาดาลสำรองที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อปี, ปริมาณน้ำที่กักเก็บ, คุณภาพน้ำ, ทิศทางการไหล, และปริมาณน้ำบาดาลที่สามารถใช้ได้อย่างปลอดภัย (Safe yield)
  • การประเมินผลกระทบหากมีการใช้น้ำบาดาลเกินสมดุล

เงื่อนไขสัญญา

  • Payment Schedule: ไม่ระบุใน TOR
  • Penalties: ไม่ระบุใน TOR

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • คำถาม: โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร?
    คำตอบ: เพื่อศึกษา สำรวจ และประเมินศักยภาพน้ำบาดาลในชั้นหินให้น้ำชุดภูทอกตอนกลาง พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระยะที่ ๑ (แอ่งน้ำบาดาลนครราชสีมา-อุบลราชธานี)

  • คำถาม: ชั้นหินให้น้ำชุดภูทอกตอนกลางมีความสำคัญอย่างไร?
    คำตอบ: เป็นชั้นหินที่มีศักยภาพในการให้น้ำบาดาลสูงที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สามารถให้ปริมาณน้ำได้มากกว่า 20 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง บางแห่งอาจได้น้ำมากกว่า 100 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง

  • คำถาม: พื้นที่เป้าหมายของโครงการระยะที่ ๑ คือส่วนใดบ้าง?
    คำตอบ: แอ่งน้ำบาดาลนครราชสีมา-อุบลราชธานี ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 6,936 ตารางกิโลเมตร

  • คำถาม: วิธีการสำรวจที่จะใช้ในโครงการมีอะไรบ้าง?
    คำตอบ: การสำรวจธรณีฟิสิกส์บนผิวดิน (VES, 2D, MT), การหยั่งธรณีฟิสิกส์ในหลุมเจาะ, การใช้ข้อมูลจากการเจาะสำรวจบ่อน้ำบาดาล, การทดสอบสูบน้ำ, และการวิเคราะห์คุณภาพน้ำ

  • คำถาม: ผลลัพธ์ที่คาดหวังจากโครงการนี้คืออะไร?
    คำตอบ: การปรับปรุงฐานข้อมูลและแผนที่น้ำบาดาล, การประเมินปริมาณน้ำบาดาลสำรองที่ปลอดภัย, และการจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำบาดาล

  • คำถาม: โครงการนี้จะช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำในภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้อย่างไร?
    คำตอบ: โดยการประเมินศักยภาพน้ำบาดาลที่มีอยู่ให้ชัดเจนขึ้น เพื่อนำไปวางแผนการใช้ประโยชน์และการจัดการน้ำบาดาลอย่างมีประสิทธิภาพ

  • คำถาม: มีการระบุขอบเขตของชั้นหินภูทอกตอนกลางออกจากชั้นอื่น ๆ อย่างไร?
    คำตอบ: โดยการใช้ข้อมูลจากการสำรวจธรณีฟิสิกส์ การเจาะสำรวจ และการวิเคราะห์ข้อมูลทางธรณีวิทยา เพื่อจำแนกความหนา ความลึก และขอบเขต

  • คำถาม: การระบุแนวรอยต่อกับชั้นหินเกลือหินมีความสำคัญอย่างไร?
    คำตอบ: เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของน้ำเค็มจากชั้นหินเกลือหินลงสู่ชั้นน้ำบาดาลจืด และเพื่อการจัดการน้ำบาดาลที่เหมาะสม

  • คำถาม: แบบจำลองทางคณิตศาสตร์น้ำบาดาลจะใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด?
    คำตอบ: เพื่อประเมินปริมาณน้ำบาดาลสำรองที่สามารถใช้ประโยชน์ต่อปี, ปริมาณน้ำที่กักเก็บ, ทิศทางการไหล, และปริมาณน้ำบาดาลที่สามารถใช้ได้อย่างปลอดภัย (Safe yield) รวมถึงประเมินผลกระทบจากการใช้น้ำเกินสมดุล

  • คำถาม: โครงการนี้มีกี่ระยะ และระยะที่ ๑ ครอบคลุมพื้นที่เท่าใด?
    คำตอบ: โครงการมี 2 ระยะ ระยะที่ 1 ครอบคลุมพื้นที่แอ่งน้ำบาดาลนครราชสีมา-อุบลราชธานี ประมาณ 6,936 ตารางกิโลเมตร

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
จ้างศึกษา สํารวจ และประเมินศักยภาพน้ําบาดาลในชั้นหินให้น้ําชุดภูทอกตอนกลาง พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระยะที่ ๑ (แอ่งน้ําบาดาลนครราชสีมา-อุบลราชธานี) จํานวน ๑ งาน โครงการศึกษา สําารวจ และประเมินศักยภาพน้ําบาดาลในชั้นหินให้น้ําชุดภูทอกตอนกลาง พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระยะที่ ๑ (แอ่งน้ําบาดาลนครราชสีมา-อุบลราชธานี)
๑. ความเป็นมา
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีพื้นที่ประมาณ ๑๖๘,๘๕๔ ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ ๑ ใน ๓ ของประเทศ มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ ๒๒ ล้านคน หรือคิดเป็นเกือบ ๑ ใน ๓ ของจํานวนประชากรของประเทศ ทั้งหมด (ชยากรโศภิต, ๒๕๖๓) ประกอบไปด้วย ๓ ลุ่มน้ําหลัก ตามพระราชกฤษฎีกากําหนดลุ่มน้ํา พ.ศ. ๒๕๖๔ ได้แก่ ลุ่มน้ําโขงตะวันออกเฉียงเหนือ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ ๔๗,๑๖๒ ตารางกิโลเมตร ลุ่มน้ําชี พื้นที่ประมาณ ๔๙,๒๗๔ ตารางกิโลเมตร และลุ่มน้ํามูล พื้นที่ลุ่มน้ําครอบคลุม ๗๐,๙๔๓ ตารางกิโลเมตร พื้นที่ทั้ง ๓ ลุ่มน้ําเป็นที่ตั้งหลักของ แหล่งเมืองขนาดใหญ่ เช่น จังหวัดอุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม นครราชสีมา ชัยภูมิ ขอนแก่น บุรีรัมย์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร และจังหวัดอุบลราชธานี และยังมีขอบเขตติดกับประเทศเพื่อนบ้านอย่าง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว น้ําถูกใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งด้านการเกษตรกรรม อุปโภคบริโภค และ อุตสาหกรรม (สํานักงานทรัพยากรน้ําแห่งชาติ, ๒๕๖๔) โดยทั่วไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีน้ําไหลตามธรรมชาติ ในช่วงฤดูแล้งน้อยเมื่อเทียบกับขนาดของพื้นที่ลุ่มน้ํา แหล่งกักเก็บน้ําขนาดใหญ่ไม่สามารถดําเนินการก่อสร้าง เพื่อกักเก็บน้ําในหน้าฝนไว้ใช้ได้ เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศไม่เอื้ออํานวย ภูมิภาคนี้ยังมีอัตราการระเหยและการซึม ของนํ้าลงในดินสูงกว่าภาคอื่น นอกจากนี้ยังมีปัญหาฝนทิ้งช่วงซึ่งเกิดขึ้นเป็นประจําทุกปีจึงก่อให้เกิดปัญหาขาดแคลน น้ําในช่วงฤดูแล้ง (หมู่โยธา และแสงแก้ว, ๒๕๕๗) การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นในปัจจุบันยิ่งส่ง ผลกระทบโดยตรงต่อการกระจายตัวของฝน และปริมาณฝนรายปี ส่งผลให้ปัญหาการขาดแคลนน้ําในช่วงฤดูแล้งใน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและเด่นชัดมากขึ้น ในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า ปริมาณ ฝนเฉลี่ยทั้งปีของประเทศต่ํากว่าค่าปกติถึงร้อยละ ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นอกจากปริมาณน้ําแล้ว คุณภาพของแหล่งน้ําตามธรรมชาติก็ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือ การเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านกายภาพและเคมี เช่น การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ความเป็นกรดด่าง และปริมาณ ตะกอนแขวนลอย (สังขรักษ์ และคณะ, ๒๕๖๓) ในขณะที่ปริมาณน้ําตามแหล่งน้ําผิวดินมีแนวโน้มลดลงโดยเฉพาะ ในช่วงฤดูแล้งแต่ความต้องการใช้น้ําด้านเกษตรกรรม อุปโภคบริโภค และอุตสาหกรรม ในทั้ง ๓ ลุ่มน้ําดังกล่าวยังมี ปริมาณที่สูง โดยลุ่มน้ําโขงตะวันออกเฉียงเหนือมีความต้องการใช้น้ําทั้ง ๓ กิจกรรมรวมกัน ๒,๒๑๘ ล้านลูกบาศก์ เมตร ลุ่มน้ําชี ๑๔,๕๙๒ ล้านลูกบาศก์เมตร และลุ่มน้ํามูล ๑๘,๑๗๙ ล้านลูกบาศก์เมตร โดยด้านเกษตรกรรมมีความ ต้องการใช้น้ํามากเป็นอันดับหนึ่ง ตามมาด้วยด้านอุปโภคบริโภค และด้านอุตสาหกรรมเป็นลําดับสุดท้าย (สํานักงาน ทรัพยากรน้ําแห่งชาติ, ๒๕๖๔)
พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือรองรับด้วยหินตะกอนของกลุ่มหินโคราช ซึ่งแบ่งออกเป็น ๙ หมวดหิน โดยเรียงจากอายุแก่ไปอ่อน ดังนี้ หมวดหินห้วยหินลาด น้ําพอง ภูกระดึง พระวิหาร เสาขัว ภูพาน โคกกรวด มหาสารคาม และภูทอก (กรมทรัพยากรธรณี, ๒๕๕๐) จากข้อมูลการเจาะบ่อน้ําบาดาลในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่าประมาณร้อยละ ๙๐ ของบ่อน้ําบาดาลได้น้ําจากชั้นหินแข็งเหล่านี้ ในทางอุทกธรณีวิทยาสามารถแบ่งชั้นหิน ให้น้ําตามคุณสมบัติการให้น้ําบาดาลของหินออกเป็น ๕ ชั้น คือ ชั้นหินให้น้ําภูทอก มหาสารคาม โคราชตอนบน (ชั้นหินให้น้ําโคกกรวด) โคราชตอนกลาง (ชั้นหินให้น้ําภูพาน เสาขัว และพระวิหาร) และ ชั้นหินให้น้ําโคราชตอนล่าง mo
นากสนก
LC
(ชันหิน…
(นายพัสกร อาจศิริ) (นางสาวนาถชนก อุ่นปิง) (นางสาวธนูญดา สุวรรณ์) (นายอนุวัฒน์ สุรินทร์ทิพย์) (นางสาวญาภินี รูปงาม) คณะกรรมการกําหนดขอบเขตของงานเกี่ยวกับการจัดจ้างและกําหนดราคากลาง การจ้างศึกษา สํารวจ และประเมินศักยภาพน้ําบาดาลในชั้นหินให้น้ําชุดภูทอกตอนกลาง พื้นที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระยะที่ ๑ (แอ่งน้ําบาดาลนครราชสีมา-อุบลราชธานี) จํานวน ๑ งาน โครงการศึกษา สํารวจ และประเมินศักยภาพน้ําบาดาลในชั้นหินให้น้ําชุดภูทอกตอนกลาง พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระยะที่ ๑ (แอ่งน้ําบาดาลนครราชสีมา-อุบลราชธานี)

  • ๒ -
    (ชั้นหินให้น้ําภูกระดึง น้ําพอง และห้วยหินลาด) (เจริญศรี, ๒๕๔๖) โดยชั้นหินให้น้ําภูทอกถือเป็นชั้นน้ําบาดาลที่มี ศักยภาพสูงที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (เนตรทัศน์, ๒๕๕๖)
    ชั้นหินให้น้ําภูทอกสามารถแบ่งออกเป็น ๓ หน่วยหิน คือ ชั้นหินให้น้ําภูทอกตอนบน ตอนกลาง และ ตอนล่าง ชั้นหินให้น้ําภูทอกตอนบน ประกอบด้วย หินทรายเนื้อแน่น มีเนื้อประสานเป็นน้ําปูน แทรกสลับกับชั้นหิน กรวดและหินดินดาน ส่วนใหญ่มีสีแดงเข้ม การเจาะบ่อน้ําบาดาลในชุดหินภูทอกตอนบนมักจะไม่ได้น้ํา หรืออาจได้น้ํา บาดาลปริมาณเล็กน้อยในเกณฑ์ไม่เกิน ๕ ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ในชั้นน้ําระดับตื้นเท่านั้น ชั้นหินให้น้ําภูทอก ตอนกลาง เป็นหินทรายที่เกิดจากการแข็งตัวของตะกอนลมพา ซึ่งหินทรายที่มีลักษณะการเกิดแบบนี้มักเป็นชั้นน้ํา บาดาลที่มีศักยภาพการให้น้ําสูง ดังเช่นที่พบในยุโรปตะวันตกเฉียงเหนือ และส่วนกลางของทวีปแอฟริกา เป็นต้น ลักษณะเด่นของชั้นน้ําภูทอกตอนกลาง คือ มีชั้นเฉียงระดับขนาดใหญ่ เป็นหินทรายเนื้อละเอียดถึงหินทรายแป้งสีแดงอิฐ มีการคัดขนาดของเม็ดทรายดี สามารถให้เม็ดทรายยุ่ยหลุดออกจากเนื้อหินได้โดยง่าย หินภูทอกตอนกลาง มีศักยภาพในการให้น้ําบาดาลสูงที่สุด ปริมาณน้ําโดยส่วนใหญ่มากกว่า ๒๐ ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง บางแห่งอาจได้น้ํา มากกว่า ๑๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง โดยทั่วไปจะระบุความลึกของชั้นน้ํามีแรงดันในช่วง ๙๐-๑๒๐ เมตร และ ลักษณะของรอยแตกที่ระดับความลึกต่าง ๆ (กรมทรัพยากรน้ําบาดาล, ๒๕๕๔) ชั้นหินให้น้ําภูทอกตอนล่าง ประกอบด้วยหินโคลนสีน้ําตาลปนแดง มักมีชั้นแอนไฮไดรต์ (Anhydrite) และยิปซัม (Gypsum) แทรกอยู่เป็นช่วง ๆ และอิ่มตัวด้วยน้ําเค็ม ชั้นน้ําบาดาลจืดมักพบในชั้นหิน hard shale ความลึกไม่เกิน ๔๐ เมตร หากเจาะลึกมักจะได้ น้ําเค็ม คุณภาพน้ําบาดาลที่ได้จากหน่วยหินภูทอกโดยรวมพบว่า คุณภาพน้ําอยู่ในสภาพดี ปริมาณคลอไรด์ (Chloride) ในน้ําบาดาลส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานน้ําที่ใช้บริโภคได้ของกรมทรัพยากรน้ําบาดาล แต่มีปริมาณ เหล็กค่อนข้างสูง (เจริญศรี, ๒๕๔๖) เนตรทัศน์, ๒๕๕๖)

    ชั้นหินให้น้ําภูทอกพบการกระจายตัวครอบคลุมพื้นที่ครึ่งหนึ่งของลุ่มน้ําโขงตะวันออกเฉียงเหนือ โดยพบทั้งในบริเวณที่ราบลุ่มของลุ่มน้ํา และบางแห่งปรากฏให้เห็นเป็นเทือกเขาเล็ก ๆ ได้แก่ ภูสิงห์ ภูทอก ภูวัว และ ภูลังกา ในพื้นที่ลุ่มน้ําชี ชั้นหินภูทอกครอบคลุมพื้นที่ประมาณ ๑ ใน ๔ ของพื้นที่ทั้งหมด ได้แก่ บริเวณพื้นที่บริเวณ พลาญหินเกิ้ง อําเภอบ้านแฮด จังหวัดขอนแก่น ซึ่งวางตัวเป็นเนินเขาเตี้ย ๆ ทอดยาวในแนวตะวันตกเฉียงเหนือ- ตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านอําเภอบรบือ และอําเภอแกดํา จังหวัดมหาสารคาม และอําเภอศรีสมเด็จ จังหวัดร้อยเอ็ด น้ําบาดาลที่เจาะในภูทอกของลุ่มน้ําชี ถือได้ว่าเป็นแหล่งน้ําบาดาลที่มีศักยภาพดีที่สุด ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากเป็นพื้นที่แห่งแรกที่สามารถพัฒนาแหล่งน้ําบาดาลจากรอยแตก รอยแยก และรอยต่อของชั้นหินทรายได้ใน อัตรามากกว่า ๑๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ในบริเวณตําบลท่าพระ อําเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ส่วนในพื้นที่ลุ่มน้ํา มูลชุดหินภูทอกปรากกฏให้เห็นบริเวณเนินเขาสูงซึ่งทอดยาวจากเขตแดนอําเภอด่านขุนทดทางด้านทิศตะวันตกเฉียง ใต้ทอดยาวพาดผ่านอําเภอขามสะแกแสง คง และอําเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา อําเภอเปือยน้อย และอําเภอ บ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น อําเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม และอําเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด นอกจากนี้ยังพบ บริเวณเขตรอยต่อของลุ่มน้ําชี ด้านทิศตะวันออก ได้แก่ พื้นที่ในเขตอําเภอเขื่องใน ม่วงสามสิบ และอําเภอเหล่าเสือโก้ก จังหวัดอุบลราชธานี อําเภอพันนา และอําเภอหัวตะพาน จังหวัดอํานาจเจริญ (เจริญศรี, ๒๕๔๖)
    การศึกษาชั้นหินให้น้ําภูทอกเริ่มในปี พ.ศ. ๒๕๓๑ โดยกองน้ําบาดาล กรมทรัพยากรธรณี ภายใต้ โครงการประเมินศักยภาพแหล่งน้ําบาดาลภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร่วมกับโครงการร่วมไทย-ออสเตรเลีย จากผลการศึกษา พบว่า ชั้นหินภูทอกเป็นแหล่งน้ําบาดาลที่มีศักยภาพสูง จากนั้นก็มีการศึกษาชั้นหินให้น้ําภูทอก เรื่อยมา เช่น โครงการสํารวจจัดทําแผนที่อุทกธรณีวิทยาลุ่มน้ําโขง-ชี-มูล มาตราส่วน ๑:๒๕๐,๐๐๐ ปี พ.ศ. ๒๕๔๓ โครงการประเมินศักยภาพน้ําบาดาลขั้นรายละเอียดลุ่มน้ํามูล ลุ่มน้ําชี ปี พ.ศ. ๒๕๕๑ ผลจากการศึกษาโครงการต่าง เหล่านี้ได้ถูกนํามาใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาน้ําบาดาลจากชั้นภูทอกขึ้นมาใช้ เพื่อแก้ไขปัญหาความแห้งแล้ง และเป็นแหล่งน้ําสําหรับการเกษตรของประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (เนตรทัศน์, ๒๕๕๖) แต่เนื่องจากข้อมูล
    AO
    (นายพัสกร อาจศิริ)
    นกสนา
    بیمک
    (นางสาวนาถชนก อุ่นปิง) (นางสาวธนูญดา สุวรรณ์)
    Dar (นายอนุวัฒน์ สุรินทร์ทิพย์)
    29.9 ปริมาณ… (นายอนุวัฒน์ สุรินทร์ทิพย์) (นางสาวญาภินี รูปงาม) คณะกรรมการกําหนดขอบเขตของงานเกี่ยวกับการจัดจ้างและกําหนดราคากลาง การจ้างศึกษา สํารวจ และประเมินศักยภาพน้ําบาดาลในชั้นหินให้น้ําชุดภูทอกตอนกลาง พื้นที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระยะที่ ๑ (แอ่งน้ําบาดาลนครราชสีมา-อุบลราชธานี) จํานวน ๑ งาน โครงการศึกษา สํารวจ และประเมินศักยภาพน้ําบาดาลในชั้นหินให้น้ําชุดภูทอกตอนกลาง พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระยะที่ ๑ (แอ่งน้ําบาดาลนครราชสีมา-อุบลราชธานี)
  • 6-
    ปริมาณและคุณภาพน้ําบาดาลมีการเปลี่ยนแปลงไปตามเวลา ส่งผลให้ข้อมูลศักยภาพน้ําบาดาลในชั้นหินภูทอก
    ขาดความเป็นปัจจุบัน เพื่อนํามาใช้วางแผนและกําหนดแนวทางการดําเนินงานโครงการและภารกิจต่าง ๆ ของ

    กรมทรัพยากรน้ําบาดาลที่เกี่ยวเนื่องกับการพัฒนาน้ําบาดาลขึ้นมาใช้ประโยชน์ หรือการควบคุมด้านการใช้น้ําบาดาล จากฐานข้อมูลทางด้านอุทกธรณีวิทยาที่เป็นปัจจุบันในขอบเขตของชั้นหินให้น้ําที่มีศักยภาพสูง ดังนั้น สํานักสํารวจ และประเมินศักยภาพน้ําบาดาลจึงดําเนินโครงการศึกษา สํารวจ และประเมินศักยภาพน้ําบาดาลในชั้นหินให้น้ําชุดภู ทอกตอนกลาง พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระยะที่ ๑ (แอ่งน้ําบาดาลนครราชสีมา-อุบลราชธานี) จากทั้งหมด ๒ ระยะ (รูปที่ ๑ และตารางที่ ๑) โดยรวบรวมและปรับปรุงข้อมูลด้านน้ําบาดาล เพื่อใช้ในการประเมินน้ําต้นทุน หรือ ด้านศักยภาพแหล่งน้ําบาดาล ด้วยวิธีการสํารวจธรณีฟิสิกส์บนผิวดิน ได้แก่ การตรวจวัดค่าความต้านทานไฟฟ้า จําเพาะในแนวดิ่ง (VES) การตรวจวัดค่าความต้านทานไฟฟ้าจําเพาะแบบ ๒ มิติ (๒D) การวัดคลื่นกระแสแม่เหล็กโลก Magnetotelluric (MT) การหยั่งธรณีฟิสิกส์ในหลุมเจาะ ข้อมูลจากผลการเจาะสํารวจบ่อน้ําบาดาล เพื่อจําแนก ขอบเขตความหนา ความลึกถึงชั้นน้ําของชั้นหินภูทอกตอนกลางออกจากขั้นตอนบน และตอนล่างอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการระบุแนวรอยต่อกับชั้นหินเกลือหิน โดยยกตัวอย่างจากผลการดําเนินงานโครงการศึกษา สํารวจและ ประเมินศักยภาพน้ําบาดาล ในพื้นที่รองรับด้วยเกลือหินภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สําหรับการบริหารจัดการน้ําบาดาล ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ ในพื้นที่อําเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม (รูปที่ ๒) โดยการใช้วิธีการสํารวจวัด คลื่นกระแสแม่เหล็กโลก ผลการสํารวจเมื่อนํามาเปรียบเทียบกับภาคตัดขวางทางธรณีวิทยาสามารถแยกแยะขอบเขต
    ระหว่างน้ําจืดในชั้นหินให้น้ําชุดภูทอกตอนกลาง และน้ําเค็มที่อาจแพร่กระจายขึ้นมาจากชั้นเกลือหินด้านล่าง (รูปที่ ๓) นอกจากนี้ การสูบทดสอบปริมาณน้ําบาดาลทําให้ทราบคุณสมบัติทางชลศาสตร์ของชั้นน้ําบาดาล ร่วมกับการ วิเคราะห์คุณภาพน้ํา และการจัดทําแบบจําลองทางคณิตศาสตร์น้ําบาดาล เพื่อสรุปปริมาณแหล่งน้ําบาดาลสํารอง ที่สามารถนําไปใช้ประโยชน์ต่อปี ปริมาณน้ําที่กักเก็บ คุณภาพน้ํา ทิศทางการไหล และปริมาณน้ําบาดาลที่สามารถ ใช้ได้อย่างปลอดภัย (Safe yield) รวมทั้งประเมินผลกระทบหากมีการใช้น้ําบาดาลเกินสมดุล แยกเป็นแต่ละพื้นที่ และนําไปสู่การปรับปรุงฐานข้อมูลด้านอุทกธรณีวิทยา การปรับปรุงแผนที่น้ําบาดาล การจัดทําแผนการบริหารจัดการ
    น้ํา หรือควบคุมการใช้น้ําบาดาลในอนาคตให้มีความเหมาะสมกับศักยภาพน้ําบาดาลของพื้นที่ต่อไป
    (นายพัสกร อาจศิริ)
    นวลนา
    LS,
    รูปที่
    9…
    (นางสาวญาภินี รูปงาม)
    (นางสาวนาถชนก อุ่นปิ้ง) (นางสาวธนูญดา สุวรรณ์) (นายอนุวัฒน์ สุรินทร์ทิพย์) คณะกรรมการกําหนดขอบเขตของงานเกี่ยวกับการจัดจ้างและกําหนดราคากลาง การจ้างศึกษา สํารวจ และประเมินศักยภาพน้ําบาดาลในชั้นหินให้น้ําชุดภูทอกตอนกลาง พื้นที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระยะที่ ๑ (แอ่งน้ําบาดาลนครราชสีมา-อุบลราชธานี) จํานวน ๑ งาน โครงการศึกษา สํารวจ และประเมินศักยภาพน้ําบาดาลในชั้นหินให้น้ําชุดภูทอกตอนกลาง พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระยะที่ ๑ (แอ่งน้ําบาดาลนครราชสีมา-อุบลราชธานี)
    1690000
    1760000
    1830000
    1900000
    1970000
    2040000
    534511
    200000
    270000
  • C -
    544511
    554511
    564511 56451 574511
    574511 $845111
    340000
    410000
    4800000
    1
    5645IV5645 5745IV
    57451 5845IV
    58440
    54441 55MAN
    5544V 55441
    5640 56441
    5744N
    58441
    57441 5844IV
    {
    53444
    5444 5544 5544 5544th 56941
    5644!! 5744||| 5744
    5944111
    5844!!
    584411
    5443 55431V
    $7431
    65431
    5643V 56431 5743V
    5843 58431
    5943 V
    59431
    5643111
    534311
    554311 5543
    564311
    57430 574312 5843
    584311
    594311 594311
    5443111 544311
    54421V 5442
    55421
    5642 5642
    5742V 24
    5442 5442!!
    $42111
    554211 5642111
    56421
    $942111

594211
5742111
5441V 54411
55411
55411
56411
5741V 57411
5841V
5941IV 59411
6041IV
53415341||
5411
54411 5541
55411 5641
564111
5741
57411
5841
5941 59411 6041||
53461
5940IV
5340M
5440MV
5440’ $55401V
5540
56401V
56401
5740 $7401
840IV 58401
6040IV
59401
5340 5340 5440111
5440- 5540!
57401
554011
5640
564011
5740 5840!!! 5840fl
5940
594011 60401
54391 5539M
..D
5339 V 53391
5639MV
5739IV
5439IV
57391
55391
56391
5839IV 58391
59391V
59391
6039IV
5339-533911
5439
543911 5539111 553911
56391
563911 573911
57391 5839|||
5839 5939
593911
6039111
1690000
รูปที่
200000
270000
แผนที่ดัชนี

14
15
15 การบางราย
12004
Ri
340000
คําอธิบายสัญลักษณ์
410000
480000
พื้นที่โครงการ : ขอบเขตชั้นหินให้น้ําชุดภูทอกตอนกลาง
ระยะที่ 1: 6,936 ตารางกิโลเมตร ระยะที่ 2: 13,499 ตารางกิโลเมตร
ขอบเขตจังหวัดประเทศไทย
ระวางแผนที่ภูมิประเทศทางทหาร มาตราส่วน 1 : 50,000 ขอบเขตแอ่งนํ้าบาดาล
เกลือหิน

C บาลา
ตับ
เรามาลา
2

7
etec
TA
3
เน
17
ปรุงจับ กระแก้ว
4
เนวใหม่ ลําพูน
18

12
20
เพรชบุรี ประจว
200 100
0
200
7
บ้าน
21
ราษ
งาน
0
เวบบ
22
เลพร
7
รายกา
73
เรมราช พัน
มาตราส่วน 1 : 20,000,000
10
24
11
23
จะL
12
รบูรณ์
26
ปี
254 m.mst
15
21
27
กวาง
W
E
14
MS1CY7RtS
750 21 เก
0 m.msl
S
ระดับความสูงของภูมิประเทศ
DEM 30 mm.
แผนการสํารวจ
MT จํานวน 14 พื้นที่ ขนาดพื้นที่ละ 8 × 8 กม. (64 ตร.กม.) ทั้งนี้ อาจมีการเปลี่ยนแปลงตําแหน่ง ขึ้นอยู่กับผลการสํารวจความเหมาะสม แผนการปรับปรุงแผนที่ 1:50,000
50
25
โครงการศึกษา สําารวจฯ ในพื้นที่ รองรับด้วยเกลือหินๆ (4 ระวาง) โครงการศึกษา สําารวจฯ ใน ชุดภูทอกตอนกลางฯ ระยะที่ 17 จํานวน 29 ระวาง
0
แผนที่นี้ถูกจัดทําขึ้นในระบบพิกัด WGS 1984
มาตราส่วน 1 : 2,000,000
50
กิโลเมตร
๑ แผนที่แสดงขอบเขตชั้นหินให้น้ําชุดภูทอกตอนกลางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และพื้นที่ศึกษาระยะที่
ในพื้นที่แอ่งน้ําบาดาลนครราชสีมา-อุบลราชธานี และอุดรธานี-สกลนคร
(นายพัสกร อาจศิริ)
มากจนก
یمیری
Dev
การลงที่
ด…
(นางสาวญาภินี รูปงาม)
(นางสาวนาถชนก อุ่นปิง) (นางสาวธนูญดาสุวรรณ์) (นายอนุวัฒน์ สุรินทร์ทิพย์) คณะกรรมการกําหนดขอบเขตของงานเกี่ยวกับการจัดจ้างและกําหนดราคากลาง การจ้างศึกษา สํารวจ และประเมินศักยภาพน้ําบาดาลในชั้นหินให้น้ําชุดภูทอกตอนกลาง พื้นที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระยะที่ ๑ (แอ่งน้ําบาดาลนครราชสีมา-อุบลราชธานี) จํานวน ๑ งาน โครงการศึกษา สํารวจ และประเมินศักยภาพน้ําบาดาลในชั้นหินให้น้ําชุดภูทอกตอนกลาง พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระยะที่ ๑ (แอ่งน้ําบาดาลนครราชสีมา-อุบลราชธานี)
5942IV 59421
1760000
1830000
1900000
I
1970000
1
2040000

  • &
    ตารางที่ ๑ รายละเอียดพื้นที่ดําเนินงานโครงการศึกษา สํารวจ และประเมินศักยภาพน้ําบาดาลในชั้นหินให้น้ํา
    ชุดภูทอกตอนกลาง พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระยะที่ ๑ - ๒
    ระยะท
    G
    แอ่งน้ําบาดาล
    พนท
    จังหวัด
    (ตารางกิโลเมตร)
    ขอนแก่น
    นครราชสีมา-อุบลราชธานี
    มหาสารคาม
    ร้อยเอ็ด
    ชัยภูมิ นครราชสีมา
    ยโสธร
    อุบลราชธานี อุดรธานี
    สกลนคร
    ๖,๙๓๖

    อุดรธานี-สกลนคร
    นครพนม
    ๑๓,๔๙๙
    บึงกาฬ
    หนองคาย
    ๒ ระยะ
    ๒ แอ่งน้ําบาดาล
    ๑๓ จังหวัด
    BRBOZ
    BRB02
    BRB 19 CBR814
    BRB01
    LBR320
    BRB03
    BRB04
    BRB09
    BRB21
    BRB06 CRB
    FBRB15
    BRB 187
    BRBOS
    BRB2A
    BRB22
    CBRB12
    BRB16
    CBRB 11
    23
    B บ้านหนองสิม Ban Nong Sim
    202
    Qt
    90
    BRB08
    BRB231
    BRB17
    BRB10
    BRB13
    BRB25
    10
    K-8971166
    นานาสาราณ
    Ban Now Samran
    K-66/818
    ๒๐,๔๓๕ ตารางกิโลเมตร
    A’
    ซึ่งเกษรบือ
    Ahoe Borab
    B
    O
    บานหนอ Ban Non
    รูปที่ ๒ แผนที่แสดงการวางจุดการสํารวจวัดคลื่นกระแสแม่เหล็กโลก (MT) พื้นที่อําเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม
    ๒ (ก) แผนที่ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงจุดสํารวจและขอบเขตการสํารวจ
    ๒ (ข) แผนที่ธรณีวิทยาแสดงจุดสํารวจและขอบเขตการสํารวจ
    (นายพัสกร อาจศิริ)
    นาสนก
    รูปที่ ๓.. 2.
    29g
    (นางสาวญาภินี รูปงาม)
    (นางสาวนาถชนก อุ่นปิง) (นางสาวธนูญดา สุวรรณ์) (นายอนุวัฒน์ สุรินทร์ทิพย์) คณะกรรมการกําหนดขอบเขตของงานเกี่ยวกับการจัดจ้างและกําหนดราคากลาง การจ้างศึกษา สํารวจ และประเมินศักยภาพน้ําบาดาลในชั้นหินให้น้ําชุดภูทอกตอนกลาง พื้นที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระยะที่ ๑ (แอ่งน้ําบาดาลนครราชสีมา อุบลราชธานี) จํานวน ๑ งาน โครงการศึกษา สํารวจ และประเมินศักยภาพน้ําบาดาลในชั้นหินให้น้ําชุดภูทอกตอนกลาง พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระยะที่ ๑ (แอ่งน้ําบาดาลนครราชสีมา-อุบลราชธานี)