ประกวดราคาจ้างจัดทำแผนวิสาหกิจองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ฉบับที่ ๗ (พ.ศ. ๒๕๗๑ - ๒๕๗๕) และแผนปฏิบัติการ อพวช. ปีงบประมาณ ๒๕๗๑
องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) มีความจำเป็นต้องว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อดำเนินการจัดทำแผนวิสาหกิจฉบับที่ ๗ (พ.ศ. ๒๕๗๑ – ๒๕๗๕) และแผนปฏิบัติการ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๗๑ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อวางรากฐานระบบการบริหารยุทธศาสตร์ จัดตั้งโครงสร้างการกำกับดูแล คู่มือปฏิบัติงาน ปฏิทินการวางแผน และระบบข้อมูลให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน กำหนดทิศทางและชุดข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์ผ่านการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมและเสียงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จัดทำแผนวิสาหกิจและแผนปฏิบัติการที่ชัดเจน พร้อมถ่ายทอดสู่หน่วยงานปฏิบัติ และยกระดับศักยภาพบุคลากรให้สามารถบริหารจัดการวงจรยุทธศาสตร์ได้ด้วยตนเองอย่างยั่งยืน โครงการนี้จะดำเนินการเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 0 (System Setup) เพื่อวางรากฐานระบบ ระยะที่ 1 (Think) เพื่อวิเคราะห์และกำหนดชุดข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์ และระยะที่ 2 (Plan) เพื่อจัดทำแผนกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการ โดยเน้นกระบวนการทำงานแบบมีส่วนร่วม ยึดหลักฐานเชิงประจักษ์ และสอดคล้องกับเกณฑ์การประเมิน Core Business Enablers (CBEs) และรางวัลคุณภาพแห่งชาติ (TQA)
English summary
The National Science Museum (NSM) requires the engagement of a consultant to develop the 7th Corporate Plan (B.E. 2571-2575) and the operational plan for B.E. 2571. The project scope includes establishing a strategic management system foundation, analyzing the environment and stakeholder input, defining strategic direction, developing the corporate and operational plans, and building staff capabilities for sustainable strategic management. The project will be executed in three phases: Phase 0 (System Setup) for foundational systems, Phase 1 (Think) for analysis and strategic intelligence, and Phase 2 (Plan) for strategy and operational plan formulation. The approach emphasizes co-creation, evidence-based practices, and alignment with Core Business Enablers (CBEs) and the Thailand Quality Award (TQA) criteria.
ไม่ระบุ
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- วางรากฐานระบบการบริหารยุทธศาสตร์ (System Setup) จัดตั้งโครงสร้างการกำกับดูแล คู่มือปฏิบัติงาน ปฏิทินการวางแผน และระบบข้อมูล ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งองค์กร
- กำหนดทิศทางและชุดข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Intelligence) วิเคราะห์สภาพแวดล้อม และเสียงของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลนำเข้าในการตัดสินใจทิศทางองค์กร
- จัดทำแผนวิสาหกิจและแผนปฏิบัติการ (Strategy & Action Plan) กำหนดวัตถุประสงค์ แผนที่กลยุทธ์ ตัวชี้วัด และพอร์ตโครงการ พร้อมถ่ายทอดเป้าหมายสู่หน่วยงานปฏิบัติให้ติดตามผลได้
- ยกระดับศักยภาพบุคลากร (Capability Building) สร้างทักษะให้ทีมงาน อพวช. สามารถบริหาร จัดการและทบทวนวงจรยุทธศาสตร์ได้ด้วยตนเองอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ขอบเขตของงาน
- ศึกษา วิเคราะห์ช่องว่าง (Gap Analysis) และออกแบบกระบวนการจัดทำ/ทบทวน/ปรับปรุงแผนวิสาหกิจและแผนปฏิบัติการประจำปีของ อพวช.
- ระยะที่ 0: การวางรากฐานระบบการบริหารยุทธศาสตร์ (System Setup)
- ออกแบบโครงสร้างการกำกับดูแลด้านยุทธศาสตร์ (Strategic Governance) รวมถึงคณะกรรมการ/คณะทำงาน, กติกา, และ RACI Matrix
- จัดทำคู่มือการวางแผนมาตรฐาน (Planning Playbook) ประกอบด้วย SOPs, คลังแบบฟอร์ม, เกณฑ์คุณภาพข้อมูล, และแผนที่การเชื่อมโยงเชิงระบบ
- จัดทำปฏิทินการวางแผน (Planning Calendar) ครอบคลุมวงจรการวางแผนประจำปี และกำหนดจุดตรวจรับ (Stage Gate)
- วางระบบข้อมูลและเสียงของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Data & VOC System) กำหนดเจ้าของข้อมูล, ชุดข้อมูล, ทะเบียน VOC, และรูปแบบรายงาน
- ระยะที่ 1: การวิเคราะห์และกำหนดชุดข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์ (Phase 1: Think - Strategic Intelligence)
- กำหนดทิศทางองค์กร (วิสัยทัศน์, พันธกิจ, ค่านิยม)
- วิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกและภายใน
- วิเคราะห์ SWOT
- วิเคราะห์ความท้าทายและความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์
- วิเคราะห์ตำแหน่งทางยุทธศาสตร์
- วิเคราะห์รูปแบบธุรกิจและตรรกะการสร้างคุณค่า
- วิเคราะห์ฉากทัศน์อนาคตและกำหนดภาพอนาคตที่พึงประสงค์
- จัดทำชุดข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์สำหรับผู้บริหาร
- ระยะที่ 2: การจัดทำแผนกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการ (Phase 2: Plan)
- Phase 2.1: การจัดทำแผนกลยุทธ์ระดับองค์กร (Strategic Plan)
- กำหนดวัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์
- ตรวจสอบความสมดุลและความสอดคล้องของวัตถุประสงค์
- ออกแบบระบบงานเพื่อสนับสนุนการบรรลุวัตถุประสงค์
- กำหนดยุทธศาสตร์ระดับองค์กร
- จัดทำแผนที่กลยุทธ์
- จัดทำตัวชี้วัดระดับองค์กร
- จัดทำเอกสารแผนกลยุทธ์ระดับองค์กร
- Phase 2.2: การจัดทำแผนปฏิบัติการระดับองค์กร (Action Plan)
- จัดทำแผนปฏิบัติการ แปลงแผนวิสาหกิจเป็นแผนปฏิบัติการ
- จัดลำดับความสำคัญของแผนงานและโครงการ
- วิเคราะห์ความเสี่ยงของแผนปฏิบัติการ
- จัดสรรทรัพยากร
- จัดทำแผนการถ่ายทอดแผน
- กำหนดตัวชี้วัดระดับแผนงานและโครงการ
- จัดทำเอกสารชุดแผนวิสาหกิจและแผนปฏิบัติการ
- Phase 2.1: การจัดทำแผนกลยุทธ์ระดับองค์กร (Strategic Plan)
- การพัฒนาศักยภาพบุคลากรและการจัดการความรู้ (Capability Building & Change Management)
- จัดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop & Coaching)
- จัดทำคู่มือการถ่ายทอดต่อภายใน (Train-the-Trainer Guide)
- แนวทางการดำเนินงานของผู้รับจ้าง (Methodology & Work Approach)
- ทำงานแบบมีส่วนร่วม (Co-creation) เป็น Facilitator
- ระยะเริ่มต้นและวินิจฉัยระบบ (Diagnose)
- ระยะออกแบบระบบ (Design)
- ระยะทดสอบใช้งานและปรับปรุง (Validate & Improve)
- ระยะฝังระบบและส่งมอบ (Embed & Handover)
- วิธีการดำเนินงาน
- ดำเนินงานแบบมีส่วนร่วม (ประชุม, สัมภาษณ์, วิเคราะห์, สังเคราะห์, ทบทวน)
- ยึดหลักฐานเชิงประจักษ์ (Evidence-based)
- ถ่ายทอดองค์ความรู้ระหว่างการทำงานจริง
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- รายงาน Inception & System Design (Phase 0)
- รายงาน System Validation & Strategic Intelligence (Phase 1)
- เอกสารแผนกลยุทธ์ระดับองค์กร (Phase 2.1)
- เอกสารชุดแผนวิสาหกิจและแผนปฏิบัติการ (Phase 2.2)
- คู่มือการถ่ายทอดต่อภายใน (Train-the-Trainer Guide)
- ไฟล์ต้นฉบับของเอกสารทั้งหมดที่สามารถแก้ไขได้
- Roadmap สำหรับ Phase 0-2
- รายงานความก้าวหน้ารายเดือน
- บันทึกการประชุม
ระยะเวลาดำเนินการ
270 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามสัญญา
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- มีความสามารถตามกฎหมาย
- ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
- ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
- ไม่เป็นผู้ถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐชั่วคราว
- ไม่เป็นผู้ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงาน
- มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างฯ กำหนด
- เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานดังกล่าว
- ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้เสนอราคารายอื่น หรือกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
- ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลได้สั่งให้สละเอกสิทธิ์
- ต้องลงทะเบียนในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง
- Standards Compliance:
- (ไม่ได้ระบุเฉพาะเจาะจง เช่น ISO แต่เน้นการสอดคล้องกับเกณฑ์ SE-AM และ TQA)
- Experience:
- มีผลงานด้านการวางแผนยุทธศาสตร์หรือประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง ในวงเงินไม่น้อยกว่า ๗๕๐,๐๐๐ บาท (สัญญาจ้างฉบับเดียว)
- ผลงานต้องเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ อพวช. เชื่อถือ
- Previous Project Cost:
- ไม่น้อยกว่า ๗๕๐,๐๐๐ บาท (สัญญาจ้างฉบับเดียว)
- Technical Capabilities:
- (ไม่ได้ระบุเฉพาะเจาะจง แต่คาดหวังจากวิธีการบริหารและวิธีการปฏิบัติงานในเกณฑ์การพิจารณา)
- Personnel:
- (ไม่ได้ระบุคุณวุฒิ/วุฒิบัตรเฉพาะเจาะจง แต่เกณฑ์การพิจารณาด้านคุณภาพจะประเมินจากคุณวุฒิและประสบการณ์ของบุคลากรหลัก เช่น หัวหน้าโครงการ, ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนยุทธศาสตร์, ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ข้อมูล)
- Financial Requirements:
- มูลค่าสุทธิของกิจการ:
- นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศซึ่งจดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี: ต้องมีมูลค่าสุทธิเป็นบวกจากงบแสดงฐานะการเงิน 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ (มีข้อยกเว้นช่วงยื่นงบตามกฎหมายไทย)
- นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มีการรายงานงบฯ หรือนิติบุคคลต่างประเทศที่ยังไม่มีการรายงานงบฯ: ต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท
- บุคคลธรรมดา (กรณีวงเงินเกิน 500,000 บาท): ต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณโครงการ (ตรวจสอบอีกครั้ง ณ วันลงนามสัญญา)
- กรณีมูลค่าสุทธิ/ทุนจดทะเบียนไม่เพียงพอ:
- สามารถขอวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณโครงการ จากธนาคาร/บริษัทเงินทุนที่ได้รับอนุญาต (ภายในประเทศหรือต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับสัญชาติผู้ยื่นข้อเสนอ) โดยวงเงินสินเชื่อต้องออกให้ไม่เกิน 90 วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ
- อัตราแลกเปลี่ยน: สำหรับนิติบุคคลต่างประเทศหรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ให้พิจารณาตามอัตราแลกเปลี่ยนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด
- การรับรองเอกสาร: เอกสารต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศฯ
- ข้อยกเว้น: ข้อกำหนดด้านมูลค่าสุทธิ/ทุนจดทะเบียน/สินเชื่อ ไม่ใช้บังคับกับหน่วยงานรัฐภายในประเทศ, นิติบุคคลที่อยู่ระหว่างฟื้นฟูกิจการ, งานจ้างก่อสร้างที่ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการแล้ว, การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2)(ข) และ (ค), การซื้อ/เช่าอสังหาริมทรัพย์, และงานจ้างบริการ/เหมาบริการกับบุคคลธรรมดา
- มูลค่าสุทธิของกิจการ:
เกณฑ์การพิจารณา
- เกณฑ์การประเมินค่าประสิทธิภาพต่อราคา (Price-Performance Ratio)
- สัดส่วนคะแนน: คุณภาพร้อยละ 70, ราคา ร้อยละ 30
- เงื่อนไข: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องได้คะแนนด้านคุณภาพไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของคะแนนด้านคุณภาพทั้งหมด จึงจะได้รับการพิจารณาคะแนนด้านราคา
- การคัดเลือก: ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับคะแนนรวมสูงสุด
- เกณฑ์ด้านคุณภาพ (70 คะแนน):
- ผลงานและประสบการณ์ของผู้ยื่นข้อเสนอ (20 คะแนน): พิจารณาจากผลงานที่แล้วเสร็จภายใน 10 ปี ที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ระดับองค์กร (Corporate Strategy) หรือแผนกลยุทธ์ที่เกี่ยวเนื่อง, แผนปฏิบัติการ, การกำหนดตัวชี้วัด, การถ่ายทอดแผน, หรือการวางระบบบริหารยุทธศาสตร์ โดยมีระดับคะแนนตามจำนวนและประเภทของโครงการที่เคยจัดทำ
- วิธีการบริหารและวิธีการปฏิบัติงาน (50 คะแนน): พิจารณาจากข้อเสนอด้านเทคนิค ความเข้าใจใน TOR, ความชัดเจนของวิธีการดำเนินงาน, เครื่องมือที่ใช้, ความครอบคลุมของขอบเขตงาน, แผนการดำเนินงาน, โครงสร้างการบริหารงาน, และข้อเสนอแนะเพิ่มเติมที่เป็นประโยชน์
- จำนวนบุคลากรที่ร่วมงาน (30 คะแนน):
- คุณวุฒิและประสบการณ์ของบุคลากรหลัก (หัวหน้าโครงการ, ผู้เชี่ยวชาญด้านยุทธศาสตร์, ผู้เชี่ยวชาญด้านวิเคราะห์ข้อมูล) (25 คะแนน)
- คุณวุฒิและประสบการณ์ของบุคลากรสนับสนุน (ผู้ประสานงาน, นักวิเคราะห์ข้อมูล ฯลฯ) (5 คะแนน)
- เกณฑ์ด้านราคา (30 คะแนน): พิจารณาจากราคาที่เสนอ โดยผู้เสนอราคาต่ำสุดได้คะแนนเต็ม
- การนำเสนอ (Presentation): ผู้ยื่นข้อเสนอต้องนำเสนอข้อเสนอด้านเทคนิคต่อคณะกรรมการ
- การชี้แจง: คณะกรรมการอาจเชิญผู้ยื่นข้อเสนอเข้าชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติม
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- การออกแบบและจัดตั้งระบบพื้นฐาน (Phase 0) เพื่อให้กระบวนการยุทธศาสตร์มีมาตรฐานเดียวกัน
- การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกและภายในองค์กร
- การวิเคราะห์ SWOT, ความท้าทาย, ความได้เปรียบ, ความสามารถพิเศษ, ตำแหน่งทางยุทธศาสตร์
- การวิเคราะห์รูปแบบธุรกิจและตรรกะการสร้างคุณค่า
- การวิเคราะห์ฉากทัศน์อนาคตและกำหนดภาพอนาคตที่พึงประสงค์
- การกำหนดวัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์, ยุทธศาสตร์ระดับองค์กร, แผนที่กลยุทธ์, และตัวชี้วัดระดับองค์กร
- การจัดทำแผนปฏิบัติการ, การจัดลำดับความสำคัญโครงการ, การวิเคราะห์ความเสี่ยง, การจัดสรรทรัพยากร, และแผนการถ่ายทอดแผน
- การพัฒนาศักยภาพบุคลากรผ่านการฝึกอบรมและ Coaching
- การใช้เครื่องมือและหลักการตามเกณฑ์ SE-AM และ TQA (ADLI)
เงื่อนไขสัญญา
- การส่งมอบผลผลิต: แบ่งเป็น 4 งวดงาน
- งวดที่ 1: รายงาน Inception & System Design (Phase 0) (ภายใน 90 วัน) - เบิกจ่าย 20%
- งวดที่ 2: รายงาน System Validation & Strategic Intelligence (Phase 1) (ภายใน 150 วัน) - เบิกจ่าย 30%
- งวดที่ 3: เอกสารแผนกลยุทธ์ระดับองค์กร (Phase 2.1) (ภายใน 210 วัน) - เบิกจ่าย 30%
- งวดที่ 4: เอกสารแผนปฏิบัติการ, การถ่ายทอด, และการส่งมอบระบบ (Phase 2.2 & Capability Building) (ภายใน 270 วัน) - เบิกจ่าย 20%
- เกณฑ์การตรวจรับ: แต่ละงวดต้องมีเอกสารผลผลิตครบถ้วน, หลักฐานการประชุม/ทบทวน, และผ่านการตรวจรับตามเกณฑ์ที่กำหนด
- ค่าปรับ:
- กรณีจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต: ร้อยละ 10 ของวงเงินงานจ้างช่วง
- กรณีปฏิบัติผิดสัญญา (นอกเหนือจากจ้างช่วง): รายวัน อัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้าง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q1: โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร?
A1: เพื่อจัดทำแผนวิสาหกิจฉบับที่ ๗ (พ.ศ. ๒๕๗๑-๒๕๗๕) และแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ ๒๕๗๑ ของ อพวช. พร้อมทั้งวางรากฐานระบบการบริหารยุทธศาสตร์และพัฒนาศักยภาพบุคลากร - Q2: กระบวนการจัดทำแผนจะแบ่งออกเป็นกี่ระยะ และแต่ละระยะมีอะไรบ้าง?
A2: แบ่งเป็น 3 ระยะหลัก คือ ระยะที่ 0 (System Setup) วางรากฐานระบบ, ระยะที่ 1 (Think) วิเคราะห์และกำหนดชุดข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์, และระยะที่ 2 (Plan) จัดทำแผนกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการ - Q3: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทใด และมีวงเงินขั้นต่ำเท่าใด?
A3: ต้องมีผลงานด้านการวางแผนยุทธศาสตร์หรือประเภทเดียวกัน วงเงินไม่น้อยกว่า ๗๕๐,๐๐๐ บาท (สัญญาฉบับเดียว) และเป็นผลงานกับหน่วยงานที่เชื่อถือได้ - Q4: เกณฑ์การพิจารณาข้อเสนอมีสัดส่วนอย่างไร?
A4: ใช้เกณฑ์ประเมินค่าประสิทธิภาพต่อราคา โดยสัดส่วนคะแนนคุณภาพ 70% และราคา 30% โดยต้องได้คะแนนคุณภาพไม่น้อยกว่า 70% - Q5: เกณฑ์ด้านคุณภาพครอบคลุมหัวข้อใดบ้าง?
A5: ประกอบด้วย 1. ผลงานและประสบการณ์ของผู้ยื่นข้อเสนอ (20 คะแนน), 2. วิธีการบริหารและวิธีการปฏิบัติงาน (50 คะแนน), และ 3. จำนวนบุคลากรที่ร่วมงาน (30 คะแนน) - Q6: หากผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลต่างประเทศที่ยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน จะต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
A6: ต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท หรือสามารถแสดงวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณโครงการ - Q7: โครงการนี้มีระยะเวลาดำเนินการทั้งหมดเท่าใด?
A7: 270 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา - Q8: การจ่ายเงินค่าจ้างจะแบ่งออกเป็นกี่งวด และมีเงื่อนไขอย่างไร?
A8: แบ่งเป็น 4 งวด โดยแต่ละงวดจะจ่ายตามผลงานและผลผลิตที่ส่งมอบและผ่านการตรวจรับตามเกณฑ์ที่กำหนด - Q9: ข้อกำหนดด้านการพัฒนาบุคลากรมีความสำคัญอย่างไร?
A9: เพื่อยกระดับความพร้อมของทีมงาน อพวช. ให้สามารถบริหารจัดการวงจรยุทธศาสตร์ได้ด้วยตนเองอย่างยั่งยืนในระยะยาว - Q10: ผลผลิตหลักที่ อพวช. จะได้รับจากโครงการนี้คืออะไร?
A10: แผนวิสาหกิจฉบับที่ ๗, แผนปฏิบัติการประจำปี ๒๕๗๑, ระบบการบริหารยุทธศาสตร์ที่เป็นมาตรฐาน, และทีมงาน อพวช. ที่มีศักยภาพในการบริหารจัดการยุทธศาสตร์
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ข้อกำหนดขอบเขตงาน (Term of Reference: TOR)
จ้างจัดทำแผนวิสาหกิจองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
ฉบับที่ ๗ (พ.ศ. ๒๕๗๑ - ๒๕๗๕) และแผนปฏิบัติการ อพวช. ปีงบประมาณ ๒๕๗๑
- หลักการและเหตุผล
องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) เป็นรัฐวิสาหกิจที่มีภารกิจสำคัญในการเป็น แหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของประเทศ โดยการดำเนินงานขององค์กร จำเป็นต้องอาศัยแผนวิสาหกิจเป็นกรอบทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ในการกำหนดเป้าหมาย กลยุทธ์ และแนวทาง การขับเคลื่อนองค์กรในระยะกลางถึงระยะยาว รวมถึงใช้เป็นเครื่องมือในการถ่ายทอดยุทธศาสตร์ไปสู่ แผนปฏิบัติการและการบริหารผลการดำเนินงานขององค์กรอย่างเป็นระบบ
ในปัจจุบัน อพวช. ใช้แผนวิสาหกิจ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 – 2570 เป็นกรอบแนวทางใน การดำเนินงาน และมีการทบทวนปรับปรุงแผนเป็นประจำทุกปี อย่างไรก็ดี แผนวิสาหกิจดังกล่าวจะสิ้นสุดลงใน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ขณะเดียวกัน สภาพแวดล้อมภายนอกและภายในองค์กรมีการเปลี่ยนแปลงอย่าง รวดเร็วและมีนัยสำคัญต่อทิศทางการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจ อาทิ นโยบายและทิศทางการพัฒนาของ รัฐบาลและหน่วยงานกำกับดูแล การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาดและพฤติกรรมผู้ใช้บริการ ความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การแข่งขันจากแหล่งเรียนรู้รูปแบบใหม่ ตลอดจนความก้าวหน้าทาง เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล
นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ได้กำหนดหลักเกณฑ์การประเมิน กระบวนการปฏิบัติงานและการจัดการ Core Business Enablers (CBEs) ของรัฐวิสาหกิจ ฉบับปรับปรุง ปี 2567 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งให้ความสำคัญกับ ด้านที่ 2 การวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ครอบคลุมตั้งแต่ การวิเคราะห์บริบทเชิงยุทธศาสตร์ การกำหนดวิสัยทัศน์ เป้าประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ ตัวชี้วัด การเชื่อมโยงแผนในทุกระดับ ไปจนถึงการนำแผนไปสู่การปฏิบัติ การติดตามประเมินผล และการปรับปรุง อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับความสามารถขององค์กรในการสร้างคุณค่าและผลลัพธ์เชิงยุทธศาสตร์อย่างยั่งยืน
ดังนั้น เพื่อให้การจัดทำแผนวิสาหกิจ ของ อพวช. มีความสอดคล้องกับบริบทการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ข้างต้น เป็นไปตามนโยบายของผู้บริหารระดับสูง และสามารถยกระดับผลการประเมินตามหลักเกณฑ์ Core Business Enablers (CBEs) ด้านการวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ได้อย่างเป็นรูปธรรม อพวช. จึงมีความจำเป็นต้อง ว่าจ้างที่ปรึกษาที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในการจัดทำแผนวิสาหกิจของรัฐวิสาหกิจ เพื่อดำเนินการจัดทำแผนวิสาหกิจองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2571 – 2575) และแผนปฏิบัติการ อพวช. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2571
- 2 -
การจัดทำแผนดังกล่าวจะมุ่งเน้นกระบวนการวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ที่เป็นระบบ โดยครอบคลุมตั้งแต่ การวางระบบรากฐาน (Phase 0: System Setup) เพื่อสร้างกลไก โครงสร้างการกำกับดูแล คู่มือ การปฏิบัติงานมาตรฐาน (Playbook) ปฏิทินการวางแผน และเตรียมความพร้อมของบุคลากร เพื่อให้ การกำหนดทิศทางเป็นกระบวนการประจำที่องค์กรบริหารจัดการเองได้ เมื่อระบบรากฐานมีความพร้อมแล้ว โครงการนี้จะเชื่อมโยงเข้าสู่การดำเนินงานใน ระยะที่ 1 (Phase 1: Think) เพื่อวิเคราะห์สภาพแวดล้อม สังเคราะห์เสียงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และกำหนดชุดข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน และเข้าสู่ ระยะที่ 2 (Phase 2: Plan) เพื่อจัดทำแผนกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการระดับองค์กรที่มีความครบถ้วนสอดคล้องกัน สามารถถ่ายทอด สู่การปฏิบัติ (Deployment) และรองรับการทบทวนปรับปรุงรายไตรมาส (Quarterly Review) ได้อย่างเป็น
รูปธรรม
ทั้งนี้ ระบบการวางแผนยุทธศาสตร์และผลผลิตทั้งหมดที่เกิดจากโครงการนี้ จะต้องถูกออกแบบให้ สอดคล้องกับทิศทางตามระบบประเมินผลรัฐวิสาหกิจ (SE-AM) โดยเฉพาะด้านการกำกับดูแลและการนำ องค์กร ด้านการวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ และด้านการมุ่งเน้นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย/ลูกค้า และ เกณฑ์รางวัล คุณภาพแห่งชาติ (TQA) ในหมวด 1–3 ที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำและการนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติ เพื่อยกระดับ ความเป็นระบบ (Systematic) การนำไปใช้จริง (Deployment) การเรียนรู้ปรับปรุง (Learning) และ
การบูรณาการ (Integration) ตามแนวคิด ADLI ทำให้กระบวนการมีความเชื่อมโยง ตรวจสอบได้ ทำซ้ำได้ และ สร้างความยั่งยืนให้กับ อพวช. ในระยะยาว
ภาพที่ ๑ กระบวนการบริหารยุทธศาสตร์
- 3 -
- วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อวางรากฐานระบบการบริหารยุทธศาสตร์ (System Setup) จัดตั้งโครงสร้างการกำกับดูแล คู่มือปฏิบัติงาน ปฏิทินการวางแผน และระบบข้อมูล ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งองค์กร ๒.๒ เพื่อกำหนดทิศทางและชุดข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Intelligence) วิเคราะห์สภาพแวดล้อม และเสียงของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลนำเข้าในการตัดสินใจทิศทางองค์กร ๒.๓ เพื่อจัดทำแผนวิสากิจและแผนปฏิบัติการ (Strategy & Action Plan) กำหนดวัตถุประสงค์ แผนที่ กลยุทธ์ ตัวชี้วัด และพอร์ตโครงการ พร้อมถ่ายทอดเป้าหมายสู่หน่วยงานปฏิบัติให้ติดตามผลได้ ๒.๔ เพื่อยกระดับศักยภาพบุคลากร (Capability Building) สร้างทักษะให้ทีมงาน อพวช. สามารถบริหาร จัดการและทบทวนวงจรยุทธศาสตร์ได้ด้วยตนเองอย่างยั่งยืนในระยะยาว
๓. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย
3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงาน และได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงาน ของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
3.6 มีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง และ การบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจาณุเบกษา
3.7 เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานดังกล่าว
3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้เสนอราคารายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ อพวช. ณ วันประกาศ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
3.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของ ผู้เสนอราคาได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์ และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานด้านการวางแผนยุทธศาสตร์หรือประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคา จ้างในวงเงินไม่น้อยกว่า ๗๕๐,๐๐๐ บาท (เจ็ดแสนห้าหมื่นบาท) โดยผลงานดังกล่าวต้องเป็นสัญญาจ้างฉบับ เดียว และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ อพวช. เชื่อถือ
3.11 ผู้เสนอราคาต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
- 4 -
3.12 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้อง มีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญา ของผู้เข้าร่วมค้า หลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้น ต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
(๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็น ผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ
สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า (๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ให้ผู้เข้า ร่วมค้าที่ได้รับ มอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มี การจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
3.13 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศซึ่งได้จดทะเบียนเกิน กว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดง ฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนองบแสดงฐานะ การเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐ กำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอ เป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจ การค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุน จดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า ๑ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคล ธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือ ในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง - 5 -
และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่า ดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่น ข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณา จากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจ จากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือ สัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจ ค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อ การพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่ รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติ ไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการรับรอง เอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่น ข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ยื่นเอกสารไม่ ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา - 6 -
๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้
(๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่ หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่ พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่งพระราช บัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ (๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ ครู ชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๔. ขอบเขตการดำเนินงาน
ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการพัฒนา ปรับปรุงระบบการวางแผนยุทธศาสตร์ และจัดทำแผนกลยุทธ์/ แผนปฏิบัติการ โดยบูรณาการกระบวนการทำงานตั้งแต่การวางรากฐานระบบ ไปจนถึงการได้มาซึ่งผลผลิตของ แผนอย่างครบถ้วน โดยมีขอบเขตการดำเนินงาน 5 ส่วน ดังต่อไปนี้
๔.๑ ศึกษา วิเคราะห์ช่องว่าง (Gap Analysis) และออกแบบกระบวนการจัดทำ/ทบทวน/ปรับปรุงแผน วิสาหกิจและแผนปฏิบัติการประจำปีของ อพวช. ที่มีรายละเอียดขั้นตอนการดำเนินงาน ระยะเวลา ผลลัพธ์ และ ผู้รับผิดชอบครบถ้วน โดยกระบวนการต้องตอบสนองต่อข้อกำหนดต่างๆ และตามหลักเกณฑ์การประเมิน กระบวนการปฏิบัติงานและการจัดการ Core Business Enablers (CBEs) ของรัฐวิสาหกิจ ฉบับปรับปรุง
ปี 2567 และที่แก้ไขเพิ่มเติมด้านการวางแผนเชิงยุทธศาสตร์(Strategic Planning: SP) การวางรากฐานระบบการบริหารยุทธศาสตร์ (Phase 0: System Setup) ผู้รับจ้างต้องออกแบบ และจัดตั้งระบบพื้นฐาน เพื่อให้กระบวนการยุทธศาสตร์ของ อพวช. มีความเป็นมาตรฐานเดียวกัน (Standardization) ประกอบด้วย
๔.๑.๑ การจัดทำโครงสร้างการกำกับดูแลด้านยุทธศาสตร์ (Strategic Governance)
- ออกแบบโครงสร้างคณะกรรมการหรือคณะทำงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ (เช่น Steering/Strategy Council) และทีมงานยุทธศาสตร์ (Strategy Team) โดยต้องระบุองค์ประกอบ หน้าที่ ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ในการตัดสินใจอย่างชัดเจน
- จัดทำกติกาการกำกับดูแลด้านยุทธศาสตร์(Strategic Governance Charter) ครอบคลุม อย่างน้อย
- จัดทำผังความรับผิดชอบ (RACI Matrix) สำหรับวงจรการวางแผนทั้งระบบ เพื่อให้เห็นความ รับผิดชอบตั้งแต่การรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ การจัดทำแผน การทบทวน และการอนุมัติ 4) กำหนดกลไกการกำกับติดตามที่เป็นมาตรฐาน เช่น Quarterly Strategy Review (ทบทวน ตัวชี้วัด ความเสี่ยง ทรัพยากร ข้อเสนอปรับแผน)
- 7 -
๔.๑.๒ การจัดทำคู่มือการวางแผนมาตรฐาน (Planning Playbook)
- จัดทำขั้นตอนการปฏิบัติงานมาตรฐาน (Standard Operating Procedures: SOP) สำหรับ การวางแผน โดยต้องครอบคลุมอย่างน้อย
▪ การกำหนดข้อมูลนำเข้า (Input) และวิธีตรวจสอบคุณภาพข้อมูล
▪ วิธีสังเคราะห์ประเด็นยุทธศาสตร์
▪ หลักการกำหนดวัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ และการเชื่อมโยงตัวชี้วัด
▪ วิธีจัดทำข้อเสนอแผนและนำเสนอเพื่ออนุมัติ
▪ วิธีทบทวนและปรับแผนรายไตรมาส (Quarterly Review) - สร้างคลังแบบฟอร์ม (Template Library) สำหรับการวิเคราะห์และจัดทำแผน โดยให้มีทั้ง แบบฟอร์มรวบรวมข้อมูล และแบบฟอร์มสรุปเพื่อการตัดสินใจ เช่น
▪ Template สำหรับการวิเคราะห์บริบท และสภาพแวดล้อม
▪ Template สำหรับ SWOT และการสังเคราะห์ประเด็นเชิงยุทธศาสตร์
▪ Template สำหรับการกำหนด Strategic Objectives ตัวชี้วัด เป้าหมาย
▪ Template สำหรับการจัดทำ Action Plan โครงการ ความเสี่ยง ทรัพยากร
▪ Template สำหรับรายงานทบทวนรายไตรมาส - กำหนดเกณฑ์คุณภาพของข้อมูลและหลักฐานที่ใช้ในการวางแผน เพื่อให้สอดคล้องกับเกณฑ์ SE-AM และ TQA
- จัดทำแผนที่การเชื่อมโยงเชิงระบบภายใน Playbook เพื่อแสดงว่าผลลัพธ์ของแต่ละขั้นตอน ถูกนำไปใช้ต่ออย่างไร
๔.๑.๓ การจัดทำปฏิทินการวางแผน (Planning Calendar) - ออกแบบวงจรการวางแผนประจำปีให้ครอบคลุมตั้งแต่การเก็บรวบรวมข้อมูล การมองภาพ อนาคต (Foresight) การจัดทำแผน การจัดทำงบประมาณ การถ่ายทอดแผนสู่การปฏิบัติ (Cascade) และ การทบทวนผลการดำเนินงาน (Review) ตามที่ร่างกำหนด
- กำหนดจุดตรวจรับ (Stage Gate) อย่างชัดเจน เช่น Gate-1 ข้อมูลพร้อม, Gate-2 ประเด็น ยุทธศาสตร์พร้อม, Gate-3 ร่างแผนพร้อม, Gate-4 งบประมาณสอดคล้อง, Gate-5 ถ่ายทอดสู่หน่วยงาน พร้อมระบุรายการเอกสาร/หลักฐาน และผู้อนุมัติในแต่ละ Gate
- เชื่อมโยงปฏิทินกับปฏิทินงบประมาณและวงจรการประชุมคณะกรรมการ เพื่อให้การตัดสินใจ ด้านยุทธศาสตร์มีจังหวะเวลาที่แน่นอน และทำให้การทบทวนรายไตรมาสเป็นกิจวัตร ๔.๑.๔ การวางระบบข้อมูลและเสียงของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Data & VOC System) 1) กำหนดเจ้าของข้อมูล (Data Owners) และรอบระยะเวลาการปรับปรุงข้อมูล (Update Cycle) ตามที่ร่างกำหนด พร้อมระบุชุดข้อมูลขั้นต่ำที่ต้องใช้ในการวางแผน (Strategic Data Set) เช่น ▪ ข้อมูลผลการดำเนินงานที่สำคัญ (Performance Data)
▪ ข้อมูลลูกค้า ผู้เข้าชม และผู้ใช้บริการ (Customer Data)
- 8 -
▪ ข้อมูลการเงิน ทรัพยากร และกำลังคน (Resource Data)
▪ ข้อมูลปัจจัยภายนอก แนวโน้ม และคู่เทียบ (External & Benchmark Data)
- จัดทำทะเบียนเสียงของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (VOC Register) และกำหนดช่องทางการรับฟัง ความคิดเห็น เพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลนำเข้าในการวางแผนตามที่ร่างกำหนด โดยควรระบุอย่างน้อย ▪ กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก
▪ ช่องทางรับฟัง ความถี่ ผู้รับผิดชอบ และวิธีสังเคราะห์
▪ วิธีเชื่อมโยง VOC ไปสู่ประเด็นยุทธศาสตร์และโครงการปรับปรุง (Voice-to-Action Logic) - กำหนดรูปแบบรายงานสรุปข้อมูลและ VOC เพื่อใช้ประกอบการประชุมเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Insight Pack) ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งองค์กร
๔.๒ ระยะที่ 1 การวิเคราะห์และกำหนดชุดข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์ (Phase 1: Think - Strategic Intelligence) ผู้รับจ้างต้องนำระบบและเครื่องมือจาก Phase 0 มาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อกำหนด ทิศทางองค์กร โดยยึดหลักฐานเชิงประจักษ์ (Evidence-based) ประกอบด้วย
๔.๒.๑ การกำหนดทิศทางองค์กร ดำเนินการทบทวนและยืนยันกรอบทิศทางองค์กร ประกอบด้วย เจตจำนง วิสัยทัศน์ พันธกิจ ค่านิยม และขอบเขตเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อใช้เป็นกรอบตัดสินใจในการวิเคราะห์และ การคัดเลือกประเด็นยุทธศาสตร์
๔.๒.๒ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อม ดำเนินการรวบรวมและวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกและ ภายในที่มีนัยสำคัญต่อองค์กร โดยจัดทำรายการปัจจัยสำคัญ แนวโน้ม โอกาส ความเสี่ยง และข้อจำกัด พร้อม หลักฐานอ้างอิงแหล่งข้อมูลอย่างเป็นระบบ
๔.๒.๓ การวิเคราะห์ SWOT สังเคราะห์ผลจากการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเป็นการวิเคราะห์ SWOT เพื่อจัดระเบียบข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์ และใช้เป็นฐานในการกำหนดประเด็นยุทธศาสตร์ ๔.๒.๔ การวิเคราะห์ความท้าทายและความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ รวมถึงความสามารถพิเศษ วิเคราะห์ความท้าทายเชิงยุทธศาสตร์ ความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ และความสามารถพิเศษขององค์กร โดย เชื่อมโยงกับข้อค้นพบจาก SWOT และข้อมูลผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
๔.๒.๕ การวิเคราะห์ตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ วิเคราะห์ตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ขององค์กรในระบบ นิเวศที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางและทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์ที่เหมาะสม
๔.๒.๖ การวิเคราะห์รูปแบบธุรกิจและตรรกะการสร้างคุณค่า วิเคราะห์รูปแบบธุรกิจและตรรกะการ สร้างคุณค่าในปัจจุบันและรูปแบบที่พึงประสงค์ เพื่อสนับสนุนการกำหนดยุทธศาสตร์และการจัดทำพอร์ต โครงการในระยะต่อไป
๔.๒.๗ การวิเคราะห์ฉากทัศน์อนาคต และการกำหนดภาพอนาคตที่พึงประสงค์ ดำเนินการวิเคราะห์ ฉากทัศน์อนาคตและกำหนดภาพอนาคตที่พึงประสงค์ พร้อมจัดทำสมมติฐานสำคัญและเงื่อนไขที่ต้องติดตาม เพื่อใช้เป็นข้อมูลนำเข้าในการกำหนดยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการ
๔.๒.๘ ผลผลิตประจำ Phase 1 จัดทำชุดข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์ในรูปแบบเอกสารสรุปสำหรับผู้บริหาร
- 9 -
โดยต้องประกอบด้วยประเด็นยุทธศาสตร์ สมมติฐานสำคัญ และภาพอนาคตที่พึงประสงค์ พร้อมข้อค้นพบ สำคัญที่สามารถนำไปกำหนดกลยุทธ์ได้
๔.๓ Phase 2 ขั้นวางแผน (Plan) เพื่อจัดทำแผนกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการ Phase 2 แบ่งเป็น Phase 2.1 และ Phase 2.2 ดังนี้
๔.๔.๑ Phase 2.1 การจัดทำแผนกลยุทธ์ระดับองค์กร (Strategic Plan)
- การกำหนดวัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ กำหนดวัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ให้สอดคล้อง กับทิศทางองค์กร ชุดข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์ และความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยกำหนดคำจำกัด ความและขอบเขตให้ชัดเจน
- การตรวจสอบความสมดุลและความสอดคล้อง ตรวจสอบความสมดุลและ ความสอดคล้องของวัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์กับความท้าทาย ความได้เปรียบ ความสามารถพิเศษ ความเสี่ยง และข้อจำกัดด้านทรัพยากร
- การออกแบบระบบงานเพื่อสนับสนุนการบรรลุวัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ ออกแบบ ระบบงานที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ โดยระบุระบบงานสำคัญที่ต้องพัฒนา กลไกการทำงาน จุดควบคุมสำคัญ และผลลัพธ์ที่คาดหวังของระบบงาน เพื่อให้ยุทธศาสตร์สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง
- การกำหนดยุทธศาสตร์ระดับองค์กร กำหนดยุทธศาสตร์ระดับองค์กรและแนวทางการ ขับเคลื่อนให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์และภาพอนาคตที่พึงประสงค์
- การจัดทำแผนที่กลยุทธ์ จัดทำแผนที่กลยุทธ์ที่แสดงความเชื่อมโยงเชิงเหตุผลของ ยุทธศาสตร์และการส่งมอบคุณค่า พร้อมระบุความสัมพันธ์ระหว่างวัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ 6) การจัดทำตัวชี้วัดระดับองค์กร กำหนดตัวชี้วัดระดับองค์กรที่ครอบคลุมตัวชี้วัดนำและ ตัวชี้วัดตาม โดยระบุนิยาม แหล่งข้อมูล ความถี่การรายงาน และแนวทางการใช้ประโยชน์เพื่อการตัดสินใจของ ผู้บริหาร
- ผลผลิตประจำ Phase 2.1 จัดทำเอกสารแผนกลยุทธ์ระดับองค์กรที่ประกอบด้วย วัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ ยุทธศาสตร์ระดับองค์กร แผนที่กลยุทธ์ และตัวชี้วัดระดับองค์กร พร้อมสรุป สำหรับการสื่อสารภายในองค์กร
๔.๔.๒ Phase 2.2 การจัดทำแผนปฏิบัติการระดับองค์กร (Action Plan) - การจัดทำแผนปฏิบัติการ แปลงแผนวิสาหกิจเป็นแผนปฏิบัติการระดับองค์กร โดย กำหนดแผนงานและโครงการที่สนับสนุนวัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์อย่างครบถ้วน
- การจัดลำดับความสำคัญของแผนงานและโครงการ กำหนดหลักเกณฑ์การจัดลำดับ ความสำคัญ และจัดทำผลการจัดลำดับ เพื่อให้พอร์ตแผนงานและโครงการมีความสมดุลและสอดคล้องกับ ทรัพยากร
- การวิเคราะห์ความเสี่ยงของแผนปฏิบัติการ วิเคราะห์ความเสี่ยงของแผนปฏิบัติการและ กำหนดมาตรการจัดการความเสี่ยง รวมทั้งกำหนดตัวชี้วัดเฝ้าระวังที่เหมาะสม
- 10 -
- การจัดสรรทรัพยากร จัดทำแผนจัดสรรทรัพยากรเพื่อสนับสนุนแผนปฏิบัติการ ครอบคลุมงบประมาณ บุคลากร ทักษะ ข้อมูล เทคโนโลยี และความร่วมมือ
- การจัดทำแผนการถ่ายทอดแผน จัดทำแผนการถ่ายทอดแผนปฏิบัติการและการสื่อสาร ให้หน่วยงานนำไปปฏิบัติได้ โดยกำหนดแนวทางการสื่อสาร การทำความเข้าใจร่วม และหลักฐานการถ่ายทอด ที่ตรวจสอบได้
- การกำหนดตัวชี้วัดระดับแผนงานและโครงการ และการถ่ายทอดตัวชี้วัด กำหนดตัวชี้วัด ระดับแผนงานและโครงการ พร้อมนิยาม และจัดทำโครงสร้างการถ่ายทอดตัวชี้วัดจากระดับองค์กรสู่ระดับ แผนงานและโครงการเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนในแนวทางเดียวกัน
- ผลผลิตประจำ Phase 2.2 จัดทำเอกสารชุดแผนวิสาหกิจและแผนปฏิบัติการที่ ประกอบด้วยพอร์ตโครงการ งบประมาณและทรัพยากร ความเสี่ยง และตัวชี้วัด พร้อมสำหรับการนำไปใช้ ติดตามทบทวนรายไตรมาส
๔.๔ การพัฒนาศักยภาพบุคลากรและการจัดการความรู้ (Capability Building & Change Management) โดยมีเป้าประสงค์เพื่อยกระดับความพร้อมของทีมยุทธศาสตร์และผู้เกี่ยวข้องให้สามารถใช้ ระบบได้จริง โดยเฉพาะการทำงานตาม Playbook และ Calendar และการใช้ข้อมูล รวมทั้ง VOC ในการ วิเคราะห์และตัดสินใจ
๔.๔.๑ การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop & Coaching)
๑) จัดการฝึกอบรมและถ่ายทอดองค์ความรู้ในหัวข้อที่เกี่ยวข้อง เช่น เกณฑ์ TQA/SE-AM ด้านการวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ การใช้เครื่องมือ ADLI ความรู้ด้านข้อมูล (Data Literacy) และการมองภาพ อนาคต (Foresight/Back casting) เพื่อสร้างความพร้อมให้ทีมงานของ อพวช. ตามที่กำหนด ๒) จัดกระบวนการฝึกปฏิบัติ (Workshop หรือ Coaching) แบบเน้นผลลัพธ์ เช่น
▪ ฝึกใช้ Template วิเคราะห์ข้อมูลจริงของ อพวช.
▪ ฝึกสรุป Strategic Insight Pack เพื่อเสนอผู้บริหาร
▪ ฝึกทำ Quarterly Review แบบจำลอง (Simulation)
๓) จัดทำคู่มือการถ่ายทอดต่อภายใน (Train-the-Trainer Guide) เพื่อให้อพวช. สามารถ ฝึกอบรมซ้ำได้ในปีถัดไป
๕. แนวทางการดำเนินงานของผู้รับจ้าง (Methodology & Work Approach)
การทำงานแบบมีส่วนร่วม (Co-creation) ทำหน้าที่เป็น Facilitator จัดกระบวนการระดมสมอง สัมภาษณ์ เชิงลึก และทบทวนร่วมกับผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องในทุกระยะ (Iterative Review) และเพื่อให้การพัฒนา ระบบเป็นไปอย่างเป็นขั้นตอนและตรวจรับได้ ผู้รับจ้างต้องดำเนินงานอย่างน้อยตามแนวทาง ดังนี้ ๕.๑ ระยะเริ่มต้นและวินิจฉัยระบบ (Diagnose)
▪ รวบรวมข้อมูลกระบวนการวางแผนเดิม เอกสารที่มีอยู่ และผู้เกี่ยวข้อง
- 11 -
▪ วิเคราะห์ช่องว่าง (Gap Analysis) เทียบกับแนวทาง SE-AM/TQA โดยเน้นความเชื่อมโยงข้อมูล การวิเคราะห์ และการถ่ายทอด ตามที่ร่าง Inception ระบุไว้
๕.๒ ระยะออกแบบระบบ (Design)
▪ ออกแบบโครงสร้าง Governance, SOP, Template, Calendar, Data/VOC System ▪ กำหนดจุดตรวจรับ (Stage Gate) และ Evidence Standard ให้ครบวงจร
๕.๓ ระยะทดสอบใช้งานและปรับปรุง (Validate & Improve)
▪ ทดลองใช้ระบบกับทีมงาน (Workshop และ Coaching)
▪ สรุปประเด็นปรับปรุงและปรับเอกสารให้เป็นฉบับสมบูรณ์
๕.๔ ระยะฝังระบบและส่งมอบ (Embed & Handover)
▪ ส่งมอบเอกสารฉบับสมบูรณ์และไฟล์ต้นฉบับ
▪ ส่งมอบ Roadmap สำหรับ Phase 0-2 เพื่อให้ต่อยอดได้ทันทีตามที่ร่าง Final ระบุ
๖. วิธีการดำเนินงาน
๖.๑ ระยะเริ่มต้นและวินิจฉัยระบบ (Diagnose) ผู้รับจ้างต้องดำเนินงานแบบมีส่วนร่วม โดยประกอบด้วย การประชุมเชิงปฏิบัติการ การสัมภาษณ์ผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้อง การวิเคราะห์ข้อมูล การสังเคราะห์ผล และ การทบทวนร่วมเป็นรอบ
๖.๒ ผู้รับจ้างต้องดำเนินงานแบบยึดหลักฐานเชิงประจักษ์ โดยกำหนดแหล่งข้อมูล เอกสารอ้างอิง และ ร่องรอยการตัดสินใจในประเด็นสำคัญ เพื่อรองรับการตรวจสอบย้อนกลับ
๖.๓ ผู้รับจ้างต้องถ่ายทอดองค์ความรู้ระหว่างการทำงานจริง เพื่อให้ทีมงานภายในสามารถทำซ้ำ กระบวนการได้ในรอบถัดไป
๗. แผนการประชุม การรายงาน และการประสานงาน
๗.๑ ผู้รับจ้างต้องเข้าร่วมประชุมเปิดโครงการเพื่อยืนยันขอบเขตงาน แผนการทำงาน ปฏิทินการวางแผน และข้อมูลนำเข้า
๗.๒ ผู้รับจ้างต้องจัดประชุมหรือเวทีทบทวนความก้าวหน้าอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง หรือเป็นไปตามที่ อพวช. กำหนด
๗.๓ ผู้รับจ้างต้องจัดทำรายงานความก้าวหน้ารายเดือน ประกอบด้วยงานที่ดำเนินการแล้ว ปัญหาและ อุปสรรค ข้อเสนอแนะ การปรับแผนการทำงาน และงานที่ต้องดำเนินการในเดือนถัดไป ๗.๔ ผู้รับจ้างต้องจัดทำบันทึกการประชุมทุกครั้ง พร้อมสรุปมติและข้อสั่งการ รวมทั้งรายการงานค้าง ดำเนินการ และส่งให้อพวช. ภายในระยะเวลาที่ อพวช. กำหนด - 12 -
๘. ระยะเวลาดำเนินการ
ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนวิสาหกิจองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ฉบับที่ ๗ (พ.ศ. ๒๕๗๑- ๒๕๗๕) และแผนปฏิบัติการ อพวช. ปีงบประมาณ ๒๕๗๑ ฉบับสมบูรณ์ ตามขอบเขตการดำเนินงานข้อ 4. ที่ถูกต้อง ครบถ้วน ให้แล้วเสร็จภายใน ๒๗๐ วัน นับถัดจากวันที่ลงนามสัญญา
๙. หลักเกณฑ์การพิจารณา
หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอของโครงการจ้างจัดทำแผนวิสาหกิจ อพวช. ฉบับที่ ๗ (พ.ศ. 25๗๑ - 257๕) และแผนปฏิบัติการ อพวช. ประจำปีงบประมาณ 25๗๑ จะใช้เกณฑ์การพิจารณา คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอโดยใช้เกณฑ์การประเมินค่าประสิทธิภาพต่อราคา โดยกำหนดสัดส่วนคะแนนด้าน คุณภาพร้อยละ ๗๐ และคะแนนด้านราคาร้อยละ ๓๐ ทั้งนี้ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องได้รับคะแนนด้านคุณภาพไม่ น้อยกว่าร้อยละ ๗๐ ของคะแนนด้านคุณภาพทั้งหมด จึงจะได้รับการพิจารณาคะแนนด้านราคา และจะ คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับคะแนนรวมสูงสุดเป็นผู้ได้รับการพิจารณา
๙.1 เกณฑ์ด้านคุณภาพ คิดเป็นร้อยละ ๗0 โดยแบ่งออกเป็น 3 หัวข้อหลัก โดยมีคะแนนเต็มใน การพิจารณาทั้งหมด 100 คะแนน ดังนี้
หัวข้อหลัก
คะแนนเต็ม
1.ผลงานและประสบการณ์ของผู้ยื่นข้อเสนอ
20
2.วิธีการบริหารและวิธีการปฏิบัติงาน
๕๐
๓. จำนวนบุคลากรที่ร่วมงาน
๓๐
รวม
๑๐๐
หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
- ผลงานและประสบการณ์ของผู้ยื่นข้อเสนอ (20 คะแนน)
พิจารณาจากผลงานของผู้ยื่นข้อเสนอที่แล้วเสร็จภายในระยะเวลาไม่เกิน ๑๐ ปีนับถึงวันยื่นข้อเสนอ โดย ต้องเป็นผลงานที่เกี่ยวข้องกับงานด้านการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ระดับองค์กร (Corporate Strategy) หรือ แผนกลยุทธ์ที่เกี่ยวเนื่องกับแผนยุทธศาสตร์ระดับองค์กร (Functional Strategy) โดยต้องมีการจัดทำ แผนปฏิบัติการ การกำหนดตัวชี้วัด การถ่ายทอดแผนสู่การปฏิบัติและการวางระบบการบริหารยุทธศาสตร์ หรือการพัฒนาระบบบริหารจัดการที่มีลักษณะเทียบเคียงกับงานตาม TOR มีหลักเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้
รายละเอียด
คะแนนที่ได้รับ
A. จำนวนโครงการที่เคยจัดทำแผนยุทธศาสตร์ระดับองค์กร (Corporate Strategy) หรือแผนกลยุทธ์ที่เกี่ยวเนื่องกับแผน ยุทธศาสตร์ระดับองค์กร (Functional Strategy) หรือแผนลักษณะ อื่นใดที่มีระดับเทียบเท่า ตั้งแต่ ๓ โครงการขึ้นไป ที่ได้ดำเนินการ แล้วเสร็จ (หรือกำลังดำเนินการ) ให้กับหน่วยงาน องค์กรราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ หรือ บริษัทเอกชน ภายในระยะเวลา ๑๐ ปีที่ผ่านมา โดยอย่างน้อย ๑
๑๐๐
-
13 -
รายละเอียด
คะแนนที่ได้รับ
โครงการต้องมีขอบเขตงานครอบคลุมการวางระบบการวางแผนเชิง ยุทธศาสตร์หรือการจัดทำแผนระดับองค์กรอย่างครบวงจร และ จะต้องแสดงหนังสือรับรองผลงาน หรือสำเนาสัญญาและขอบเขต งานB. จำนวนโครงการที่เคยจัดทำแผนยุทธศาสตร์ระดับองค์กร (Corporate Strategy) หรือแผนกลยุทธ์ที่เกี่ยวเนื่องกับแผน ยุทธศาสตร์ระดับองค์กร (Functional Strategy) หรือแผนลักษณะ อื่นใดที่มีระดับเทียบเท่า ตั้งแต่ ๒ โครงการขึ้นไป ที่ได้ดำเนินการ แล้วเสร็จ (หรือกำลังดำเนินการ) และเคยจัดทำงานอื่นที่เกี่ยวข้อง อีกจำนวน ๑ โครงการ ที่ได้ดำเนินการแล้วเสร็จ โดยจะต้องแสดง หนังสือรับรองผลงาน หรือสำเนาสัญญาและขอบเขตงาน
๗๕
C. จำนวนโครงการที่เคยจัดทำแผนยุทธศาสตร์ระดับองค์กร (Corporate Strategy) หรือแผนกลยุทธ์ที่เกี่ยวเนื่องกับแผน ยุทธศาสตร์ระดับองค์กร (Functional Strategy) หรือแผนลักษณะ อื่นใดที่มีระดับเทียบเท่า ตั้งแต่ ๑ โครงการขึ้นไป ที่ได้ดำเนินการ แล้วเสร็จ (หรือกำลังดำเนินการ) และเคยจัดทำงานอื่นที่เกี่ยวข้อง อีกจำนวน ๒ โครงการ ที่ได้ดำเนินการแล้วเสร็จ โดยจะต้องแสดง หนังสือรับรองผลงาน หรือสำเนาสัญญาและขอบเขตงาน
๕๐
D. จำนวนโครงการที่เคยจัดทำงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับการวางแผน การ วิเคราะห์ยุทธศาสตร์การจัดทำตัวชี้วัด หรือการพัฒนาระบบ บริหารจัดการ ให้กับหน่วยงาน องค์กรราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ หรือบริษัทเอกชน ตั้งแต่ ๓ โครงการขึ้นไป ที่ได้ดำเนินการแล้วเสร็จ (หรือกำลังดำเนินการ) โดยจะต้องแสดงหนังสือรับรองผลงาน หรือสำเนาสัญญาและ ขอบเขตงาน
๒๕
E. ไม่เคยจัดทำแผนยุทธศาสตร์ระดับองค์กร แผนวิสาหกิจ หรือแผน ลักษณะอื่นใดที่มีระดับเทียบเท่า
๐ -
14 -
๒) วิธีการบริหารและวิธีการปฏิบัติงาน (๕๐ คะแนน)
พิจารณาจากข้อเสนอด้านเทคนิคของผู้ยื่นข้อเสนอ ซึ่งต้องแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในวัตถุประสงค์ ขอบเขต วิธีดำเนินงาน ผลผลิต และผลลัพธ์ของโครงการอย่างชัดเจน สอดคล้องกับ TOR ที่กำหนดให้ ครอบคลุมการวางระบบรากฐาน การวิเคราะห์เชิงยุทธศาสตร์การจัดทำแผนวิสาหกิจและแผนปฏิบัติการ ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของ อพวช. ให้สามารถดำเนินการต่อได้อย่างยั่งยืน
๒.๑ ความเข้าใจในจุดประสงค์ของงานที่ศึกษา และคุณภาพของข้อเสนอ/ความครอบคลุมที่กำหนดใน TOR (๒๕ คะแนน) มีหลักเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้
รายละเอียด
คะแนนที่ได้รับ
A. ผู้ยื่นข้อเสนอมีความเข้าใจ TOR เป็นอย่างดีโดยมีการนำเสนอ วิธีการดำเนินงาน เครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์และจัดทำแผน ระดับองค์กร ครอบคลุมขอบเขตงานทุกระยะ ได้แก่ การวาง ระบบรากฐาน การวิเคราะห์และกำหนดชุดข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์ การจัดทำแผนกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการ ตลอดจนการพัฒนา ศักยภาพบุคลากร พร้อมระบุรายละเอียดวิธีดำเนินงาน ผลผลิต ของแต่ละระยะ วิธีตรวจสอบคุณภาพงาน และแนวทางการนำผล ไปใช้จริงได้อย่างชัดเจน
๑๐๐
B. ผู้ยื่นข้อเสนอมีความเข้าใจ TOR เป็นอย่างดีโดยมีการนำเสนอ วิธีการดำเนินงานและเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์และจัดทำ แผนระดับองค์กรตามที่กำหนดใน TOR พร้อมระบุรายละเอียดวิธี ดำเนินงานค่อนข้างชัดเจน
๘๕
C. ผู้ยื่นข้อเสนอมีความเข้าใจ TOR ในระดับหนึ่ง โดยมีการนำเสนอ วิธีการดำเนินงานและเครื่องมือที่ใช้ตามที่กำหนดใน TOR แต่ไม่มี การระบุรายละเอียดของวิธีดำเนินงานอย่างชัดเจน หรือยังไม่ แสดงความเชื่อมโยงของผลผลิตแต่ละระยะอย่างเพียงพอ
๖๐
D. ผู้ยื่นข้อเสนอมีความเข้าใจ TOR จำกัด หรือมีการนำเสนอวิธีการ ดำเนินงานที่ไม่สอดคล้องกับลักษณะงาน ไม่เหมาะสม หรือเป็น การคัดลอกข้อความจาก TOR โดยไม่มีการเพิ่มเติมรายละเอียดที่ สะท้อนความเข้าใจของผู้ยื่นข้อเสนอ
๔๐
E. ผู้ยื่นข้อเสนอเข้าใจ TOR ผิดในสาระสำคัญ หรือนำเสนอวิธีการ ดำเนินงานไม่ครบถ้วน ส่งผลให้การดำเนินงานอาจไม่สามารถ บรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการได้
๒๐ -
15 -
รายละเอียด
คะแนนที่ได้รับ
F. ผู้ยื่นข้อเสนอไม่นำเสนอหัวข้อนี้
๐
๒.๒ แผนดำเนินงาน และผังโครงสร้างการบริหารงานที่สอดคล้องกับลักษณะงานตามที่ระบุใน TOR (๑๕ คะแนน) มีหลักเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้
รายละเอียด
คะแนนที่ได้รับ
A. มีแผนการดำเนินงานและผังโครงสร้างการบริหารงานที่สอดคล้อง กับลักษณะงานตาม TOR อย่างครบถ้วน ระบุวิธีการบริหาร/จัดการ โครงการ หน้าที่และความรับผิดชอบของบุคลากร แผนการประชุม การรายงานความก้าวหน้า การบริหารความเสี่ยง และระยะเวลา การดำเนินงานของแต่ละกิจกรรมอย่างชัดเจนและเชื่อมโยงกัน
๑๐๐
B. มีแผนการดำเนินงานและผังโครงสร้างการบริหารงานที่สอดคล้อง กับลักษณะงานตาม TOR ครบถ้วน พร้อมระบุหน้าที่ความ รับผิดชอบของบุคลากรและระยะเวลาการดำเนินงานของแต่ละ กิจกรรมค่อนข้างชัดเจน
๖๐
C. มีแผนการดำเนินงานและผังโครงสร้างการบริหารงานที่สอดคล้อง กับลักษณะงานตาม TOR แต่ไม่มีการระบุรายละเอียดวิธีการ บริหาร/จัดการโครงการ หน้าที่ความรับผิดชอบของบุคลากร หรือ ระยะเวลาของแต่ละกิจกรรมอย่างชัดเจน
๓๐
D. ไม่มีแผนการดำเนินงาน หรือไม่มีผังโครงสร้างการบริหารงานที่ ชัดเจน
๐
๒.๓ แนวทางการศึกษา ข้อเสนอแนะ หรือข้อคิดเห็นที่ผู้ยื่นข้อเสนอเสนอเพิ่มเติมที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษา นอกเหนือจากที่ระบุใน TOR (๑๐ คะแนน) มีหลักเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้
รายละเอียด
คะแนนที่ได้รับ
A. มีแนวทางการศึกษา ข้อเสนอแนะ หรือข้อคิดเห็นเพิ่มเติมที่เป็น รูปธรรม และเป็นประโยชน์ต่อโครงการนอกเหนือจากที่ระบุใน TOR เช่น เครื่องมือจัดลำดับความสำคัญของพอร์ตโครงการ เครื่องมือสื่อสารแผน ชุดรายงานมาตรฐาน ชุดฝึกอบรมเพิ่มเติม หรือแนวทางการถ่ายทอดองค์ความรู้ภายในองค์กร
๑๐๐
B. ไม่มีแนวทางการศึกษา ข้อเสนอแนะ หรือข้อคิดเห็นเพิ่มเติมที่เป็น ประโยชน์ต่อการศึกษา นอกเหนือจากที่ระบุใน TOR
๐
- 16 -
๓) บุคลากรที่ร่วมปฏิบัติงาน (๓๐ คะแนน)
๓.๑ คุณวุฒิและประสบการณ์ของบุคลากรหลักสอดคล้องกับตำแหน่ง (๒๕ คะแนน) พิจารณาจากคุณวุฒิ ประสบการณ์และความเหมาะสมของบุคลากรหลักกับลักษณะงานตาม TOR โดยบุคลากรหลักควรครอบคลุม บทบาทสำคัญอย่างน้อย ได้แก่
๑) หัวหน้าโครงการ
๒) ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนยุทธศาสตร์ระดับองค์กร
๓) ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์/ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
มีหลักเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้
รายละเอียด
คะแนนที่ได้รับ
A. มีบุคลากรหลักครบถ้วนตามบทบาทสำคัญของโครงการ และแต่ละ รายมีคุณวุฒิและประสบการณ์ตรงสอดคล้องกับตำแหน่ง อย่างชัดเจน โดยอย่างน้อยหัวหน้าโครงการและผู้เชี่ยวชาญ ด้านยุทธศาสตร์ต้องมีประสบการณ์เกี่ยวข้องกับงานจัดทำแผน วิสาหกิจ แผนยุทธศาสตร์ระดับองค์กร หรือการวางระบบการ บริหารยุทธศาสตร์ในหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หรือองค์กรขนาดใหญ่
๑๐๐
B. มีบุคลากรหลักเกือบครบถ้วนตามบทบาทสำคัญของโครงการ และ ส่วนใหญ่มีคุณวุฒิและประสบการณ์สอดคล้องกับตำแหน่ง แต่ยังมี บางตำแหน่งที่ประสบการณ์ตรงไม่เด่นชัด
๕๐
C. มีบุคลากรหลักไม่ครบถ้วนตามบทบาทสำคัญของโครงการ หรือมี คุณวุฒิและประสบการณ์สอดคล้องกับตำแหน่งเพียงบางส่วน
๒๕
D. บุคลากรหลักไม่สอดคล้องกับลักษณะงาน หรือไม่แสดงรายละเอียด ที่เพียงพอต่อการพิจารณา
๐
๓.๒ คุณวุฒิและประสบการณ์ของบุคลากรสนับสนุนสอดคล้องกับตำแหน่ง (๕ คะแนน) พิจารณาจากคุณวุฒิประสบการณ์และความเหมาะสมของบุคลากรสนับสนุน เช่น ผู้ประสานงาน โครงการ นักวิเคราะห์ข้อมูล ผู้ช่วยวิจัย ผู้ช่วยจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ หรือผู้จัดทำเอกสารและรายงาน มีหลักเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้
รายละเอียด
คะแนนที่ได้รับ
A. มีบุคลากรสนับสนุนเพียงพอ และมีคุณวุฒิหรือประสบการณ์ สอดคล้องกับหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างชัดเจน
๑๐๐
- 17 -
รายละเอียด
คะแนนที่ได้รับ
B. มีบุคลากรสนับสนุน แต่รายละเอียดคุณวุฒิหรือประสบการณ์ยังไม่ ครบถ้วนบางส่วน
๕๐
C. มีบุคลากรสนับสนุนเพียงเล็กน้อย หรือไม่ชัดเจนว่าเพียงพอต่อการ ดำเนินงาน
๒๕
D. ไม่มีบุคลากรสนับสนุน หรือไม่แสดงรายละเอียด
๐
หมายเหตุผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องแนบประวัติบุคลากรของบุคลากรทุกคนที่เสนอ พร้อมระบุบทบาทหน้าที่ ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง และเอกสารแสดงความพร้อมในการปฏิบัติงาน
๙.2 ข้อเสนอด้านราคา คิดเป็นร้อยละ ๓0 โดยมีคะแนนเต็มในการพิจารณาทั้งหมด 100 คะแนน ดังนี้
รายละเอียด
คะแนน
A. ผู้เสนอราคาต่ำสุด
๑00
B. ผู้เสนอราคารายอื่น จะได้คะแนนตามสัดส่วน โดยคำนวณจากสูตร ดังนี้ คะแนนด้านราคา = 100 - ((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด/ราคาต่ำสุด) * 100)
……
๙.๓ ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่น ๆ
ผู้ยื่นข้อเสนอราคาจะต้องนำเสนอข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่น ๆ (Presentation) ต่อคณะกรรมการ พร้อมจัดเตรียมไฟล์ข้อมูลที่นำเสนอทั้งหมด มอบให้คณะกรรมการซื้อหรือจ้าง ในวันเวลาและสถานที่ ที่คณะ กรรมการฯ กำหนด
๙.๔ เงื่อนไขเพิ่มเติมในการพิจารณา
คณะกรรมการพิจารณาผลอาจเชิญผู้ยื่นข้อเสนอที่ผ่านการพิจารณาเบื้องต้นเข้าชี้แจงรายละเอียดข้อเสนอ วิธีดำเนินงาน หรือองค์ประกอบของทีมงานเพิ่มเติมได้ตามความจำเป็น ทั้งนี้การพิจารณาจะยึดหลักความ โปร่งใส เป็นธรรม และใช้เกณฑ์เดียวกันกับผู้ยื่นข้อเสนอทุกราย
๑๐. วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ได้รับจัดสรร
๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านห้าแสนบาทถ้วน)
๑๑. งวดงานและการจ่ายเงิน
เพื่อให้การบริหารสัญญาเป็นไปโดยมีความชัดเจน อพวช. กำหนดให้ผู้รับจ้างดำเนินงานและส่งมอบผลผลิต เป็นสามงวดงาน โดยในแต่ละงวดต้องมีเอกสารผลผลิตครบถ้วน มีหลักฐานการประชุมและการทบทวนร่วม และผ่านการตรวจรับจากองค์การตามเกณฑ์ที่กำหนด ดังต่อไปนี้
๑๑.๑ งวดที่ ๑ ระยะเริ่มต้นและออกแบบระบบรากฐาน (Inception & System Design - Phase 0) เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบรายงาน (Inception & System Design) ประกอบไปด้วย
- กรอบแนวคิดในดำเนินโครงการจ้างพัฒนาและปรับปรุงระบบการวางแผนยุทธศาสตร์ (Strategic
- 18 -
Planning System Improvement)
- ผลการศึกษาและวิเคราะห์สถานะปัจจุบัน (Gap Analysis) ของกระบวนการวางแผนของ อพวช. เทียบกับเกณฑ์มาตรฐาน SE-AM โดยเฉพาะประเด็นการเชื่อมโยงข้อมูลและการวิเคราะห์ SWOT ที่ยังไม่ สมบูรณ์ เพื่อระบุจุดที่ต้องปรับปรุง
- ร่างโครงสร้างการกำกับดูแลด้านยุทธศาสตร์ (Strategic Governance) และผังความรับผิดชอบ (RACI Matrix) ที่ชัดเจน
- ร่างคู่มือการปฏิบัติงานด้านการวางแผน (Planning Playbook) และแบบฟอร์ม (Templates) สำหรับการวิเคราะห์และจัดทำแผน
- ร่างปฏิทินการวางแผน (Planning Calendar) ที่สอดคล้องกับปฏิทินงบประมาณและวงจรการ ประชุมคณะกรรมการ
- ร่างระบบข้อมูลและเสียงของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Data & VOC System) ที่ระบุเจ้าของข้อมูล ชัดเจน
เกณฑ์การตรวจรับงวดที่ ๑ - ผลการวิเคราะห์ Gap Analysis ต้องระบุจุดอ่อน/จุดที่ต้องปรับปรุงได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะ ประเด็นความเชื่อมโยงของข้อมูล
- ร่างเครื่องมือใน Phase 0 มีความครบถ้วนและพร้อมสำหรับนำไปทดสอบใช้งานจริงใน กระบวนการ Phase 1
เบิกจ่าย ร้อยละ ๒0 ของโครงการ (แล้วเสร็จภายใน ๙๐ วัน นับถัดจากวันที่ลงนามสัญญา) ส่งมอบ ในรูปแบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์บนวัสดุจัดเก็บดิจิทัล พร้อมไฟล์ต้นฉบับ
๑๑.๒ งวดที่ ๒ ระยะทดสอบระบบและจัดทำชุดข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์ (System Validation & Strategic Intelligence - Phase 1)
เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบรายงานการทดสอบระบบและจัดทำชุดข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์ (System Validation & Strategic Intelligence (Inception & System Design) ประกอบด้วย 1) เอกสารสรุปการยืนยันความพร้อมและแนวทางการทำงานร่วมกันสำหรับการดำเนิน Phase 1 และ Phase 2 ตามระบบที่วางไว้ใน Phase 0 - ชุดข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์สำหรับผู้บริหาร ประกอบด้วย
▪ ประเด็นยุทธศาสตร์ที่สังเคราะห์จากข้อมูลภายนอกและภายใน
▪ สมมติฐานสำคัญและเงื่อนไขที่ต้องติดตาม
▪ ภาพอนาคตที่พึงประสงค์และสาระสำคัญที่นำไปสู่การกำหนดกลยุทธ์ได้
๓) บันทึกการประชุมและหลักฐานการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้องในระยะ Phase 1
๔) สรุปบทเรียนและข้อเสนอแนะสำหรับการก้าวสู่การจัดทำแผนกลยุทธ์ในงวดที่สอง
- 19 -
เกณฑ์การตรวจรับงวดที่ ๒
- Playbook และแบบฟอร์มต่าง ๆ ต้องระบุจุดตรวจรับ (Stage Gate) และมาตรฐานข้อมูล (Evidence Standard) ชัดเจน
- ชุดข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์มีหลักฐานอ้างอิงชัดเจน สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ และเพียงพอต่อ การนำไปใช้กำหนดวัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ในงวดถัดไป
เบิกจ่าย ร้อยละ 3๐ ของโครงการ (แล้วเสร็จภายใน 150 วัน นับถัดจากวันลงนามสัญญา) ส่งมอบใน รูปแบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์บนวัสดุจัดเก็บดิจิทัล พร้อมไฟล์ต้นฉบับ
๑๑.๓ งวดที่ ๓ ระยะจัดทำแผนวิสาหกิจ (แผนกลยุทธ์ระดับองค์กร) (Strategic Plan Formulation - Phase 2.1)
เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบรายงานแผนกลยุทธ์ระดับองค์กร (Strategic Plan Formulation) ประกอบด้วย ๑) เอกสารแผนกลยุทธ์ระดับองค์กร ประกอบด้วย
▪ วัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์พร้อมคำอธิบายและเหตุผลรองรับ
▪ ยุทธศาสตร์ระดับองค์กร
▪ แผนที่กลยุทธ์
▪ ชุดตัวชี้วัดระดับองค์กรพร้อมนิยาม
๒) เอกสารสรุปแผนกลยุทธ์สำหรับผู้บริหารและการสื่อสารภายในองค์กร
๓) บันทึกการประชุมและหลักฐานการทบทวนร่วมกับผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระยะ จัดทำแผนกลยุทธ์
เกณฑ์การตรวจรับงวดที่ ๓
๑) แผนกลยุทธ์ต้องเชื่อมโยงอย่างมีตรรกะจากชุดข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์ของงวดที่หนึ่ง ๒) วัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ต้องมีความสมดุลและสอดคล้องกับบริบทและข้อจำกัดขององค์กร ๓) แผนที่กลยุทธ์และตัวชี้วัดระดับองค์กร
เบิกจ่าย ร้อยละ ๓๐ ของโครงการ (แล้วเสร็จภายใน ๒๑๐ วัน นับถัดจากวันที่ลงนามสัญญา) ในรูปแบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์บนวัสดุจัดเก็บดิจิทัล พร้อมต้นฉบับ
๑๑.๔ งวดที่ ๔ ระยะจัดทำแผนปฏิบัติการ การถ่ายทอด และการส่งมอบระบบ (Action Plan Deployment & System Handover - Phase 2.2 & Capability Building)
เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบ แผนปฏิบัติการ การถ่ายทอด และการส่งมอบระบบ (Action Plan Deployment & System Handover) ประกอบด้วย
๑) เอกสารแผนปฏิบัติการระดับองค์กร ประกอบด้วย
▪ รายการแผนงานและโครงการที่เชื่อมโยงวัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์
- 20 -
▪ ผลการจัดลำดับความสำคัญของพอร์ตโครงการ
▪ แผนจัดสรรทรัพยากร
▪ แผนบริหารความเสี่ยงของแผนปฏิบัติการ
▪ ชุดตัวชี้วัดระดับแผนงานและโครงการพร้อมนิยาม
๒) เอกสารแนวทางการถ่ายทอดแผนและตัวชี้วัดสู่หน่วยงาน พร้อมหลักฐานรูปแบบที่องค์การสามารถ นำไปใช้ได้
๓) ชุดเอกสารสรุปสำหรับการนำเสนอผู้บริหาร ประกอบด้วย สาระสำคัญของแผนกลยุทธ์และ แผนปฏิบัติการ และสาระสำคัญของการขับเคลื่อนในรอบปี
๔) ไฟล์ต้นฉบับที่สามารถแก้ไขได้ของเอกสารทั้งหมด พร้อมจัดหมวดหมู่เอกสารให้ค้นหาได้สะดวกตาม ระบบที่กำหนดไว้ใน Phase 0
๕) บันทึกการประชุมและหลักฐานการทบทวนร่วมในระยะจัดทำแผนปฏิบัติการ
เกณฑ์การตรวจรับงวดที่ ๔
๑) แผนปฏิบัติการต้องเชื่อมโยงกับแผนกลยุทธ์อย่างครบถ้วนและตรวจสอบได้
๒) พอร์ตโครงการต้องผ่านการจัดลำดับความสำคัญและมีความสมดุลกับทรัพยากรที่องค์กรมี ๓) มีการวิเคราะห์ความเสี่ยงและกำหนดมาตรการที่เหมาะสมต่อการนำแผนไปใช้จริง ๔) มีตัวชี้วัดระดับแผนงานและโครงการพร้อมนิยาม และมีโครงสร้างการถ่ายทอดตัวชี้วัดที่องค์กร สามารถนำไปใช้กำกับติดตามได้
๕) เอกสารทั้งหมดต้องพร้อมต่อการนำไปใช้ติดตามทบทวนรายไตรมาสและรองรับการปรับปรุงแผน ในรอบถัดไป
เบิกจ่าย ร้อยละ ๒๐ ของโครงการ (แล้วเสร็จภายใน ๒๗๐ วัน นับถัดจากวันที่ลงนามสัญญา) ในรูปแบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์บนวัสดุจัดเก็บดิจิทัล พร้อมต้นฉบับ
๑๒. ค่าปรับ
๑๒.๑ กรณีผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก อพวช. จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงานจ้างช่วงนั้น ๑๒.๒ กรณีผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๑๒.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็นรายวันใน อัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง