จ้างก่อสร้างระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างก่อสร้างอาคารที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่ อาคารที่ 2 (เงินสะสม ครั้งที่ 4 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568)

องค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่ 69059149736
฿199,048,900 ปีงบ 2569 ประกาศ 11 ส.ค. 2569 สมุทรปราการ
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้เป็นการก่อสร้างอาคารที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่ อาคารที่ 2 ณ อำเภอบางพลีใหญ่ จังหวัดสมุทรปราการ โดยมีขอบเขตงานที่ครอบคลุมงานสถาปัตยกรรม งานสถาปัตยกรรมตกแต่งภายใน และงานภูมิสถาปัตยกรรมอย่างครบวงจร ผู้รับจ้างมีหน้าที่รับผิดชอบตั้งแต่การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเดิม การปรับปรุงพื้นที่ก่อสร้าง (Site Clearing) ไปจนถึงการก่อสร้างอาคารใหม่ตามแบบรูปและรายการประกอบแบบ (Specification) ที่กำหนด

งานในส่วนสถาปัตยกรรมประกอบด้วยงานผนัง (คอนกรีตมวลเบา, ผนังเบา, บุหินแกรนิต, อลูมิเนียมคอมโพสิท), งานพื้น (กระเบื้อง, หินขัด, กรวดล้าง, พื้นไม้), งานฝ้าเพดาน, งานประตู-หน้าต่าง (อลูมิเนียม, เหล็ก, กระจก), งานสี และงานระบบป้องกันต่างๆ เช่น ระบบกันซึม ระบบป้องกันปลวก และระบบป้องกันไฟ โครงการให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการเลือกใช้วัสดุที่ได้มาตรฐาน มอก. หรือมาตรฐานสากล (ASTM, BS, DIN) และการติดตั้งโดยช่างผู้ชำนาญการ

ผู้รับจ้างต้องจัดทำ Shop Drawing และ As-Built Drawing เพื่อเสนออนุมัติก่อนเริ่มงาน รวมถึงต้องมีการประสานงานกับงานระบบวิศวกรรมอื่นๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การก่อสร้างเป็นไปตามแผนงานและมาตรฐานความปลอดภัย นอกจากนี้ยังต้องมีการทดสอบวัสดุและอุปกรณ์ตามที่ระบุไว้ใน TOR และต้องรับประกันผลงานเป็นเวลา 24 เดือนนับจากวันตรวจรับงานงวดสุดท้าย โครงการนี้มุ่งเน้นความแข็งแรง ทนทาน และประโยชน์ใช้สอยสูงสุดสำหรับหน่วยงานราชการ

English summary

The project involves the construction of the second office building for the Bang Phli Yai Subdistrict Administrative Organization in Samut Prakan province. The scope of work includes architectural construction, interior design, and landscape architecture. The contractor is responsible for building demolition, site clearing, and the construction of walls, floors, ceilings, doors, windows, and various specialized systems such as waterproofing and fire protection. All materials must meet Thai Industrial Standards (TIS) or international standards (ASTM, BS, DIN). The contractor is required to provide Shop Drawings, As-Built Drawings, and ensure coordination with engineering systems. A 24-month warranty period is required upon project completion.

สถานที่ดำเนินการ

สํานักงานองค์การบริหารส่วนตําบลบางพลีใหญ่

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อก่อสร้างอาคารที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่ อาคารที่ 2 ให้มีความมั่นคงแข็งแรง
  • เพื่อให้ได้อาคารที่มีประโยชน์ใช้สอยเหมาะสมกับภารกิจของหน่วยงานราชการ
  • เพื่อให้การดำเนินงานก่อสร้างเป็นไปตามมาตรฐานวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมที่กำหนด
  • เพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมและภูมิทัศน์บริเวณสถานที่ก่อสร้างให้มีความสวยงามและเป็นระเบียบ

ขอบเขตของงาน

  • งานรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเดิมและขนย้ายวัสดุ
  • งานปรับปรุงบริเวณก่อสร้าง (Site Clearing)
  • งานสถาปัตยกรรม (ผนัง, พื้น, ฝ้าเพดาน, ประตู-หน้าต่าง, งานสี)
  • งานสถาปัตยกรรมตกแต่งภายใน
  • งานภูมิสถาปัตยกรรม
  • งานระบบป้องกันความร้อน, ป้องกันไฟ, กันซึม และระบบป้องกันปลวก
  • งานติดตั้งอุปกรณ์ประตู-หน้าต่าง (Hardware)
  • งานจัดทำ Shop Drawing และ As-Built Drawing
  • การทดสอบวัสดุและอุปกรณ์ตามมาตรฐานที่กำหนด

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • อาคารที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่ อาคารที่ 2 ที่แล้วเสร็จสมบูรณ์
  • แบบก่อสร้างจริง (As-Built Drawings) ทั้งฉบับกระดาษไขและพิมพ์เขียว
  • คู่มือการดูแลรักษาและใช้งานวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ
  • หนังสือรับประกันคุณภาพผลงาน (24 เดือน)
  • หนังสือรับประกันจากผู้ผลิตวัสดุอุปกรณ์
  • วัสดุสำรองสำหรับการบำรุงรักษาตามที่กำหนด

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาการรับประกันผลงาน: 24 เดือน นับจากวันที่ตรวจรับงานงวดสุดท้าย
  • การประชุมติดตามงาน: ทุก 7 วัน (ผู้ควบคุมงานและผู้รับจ้าง) และทุก 30 วัน (ผู้ว่าจ้าง, ผู้ออกแบบ, ผู้รับจ้าง)
  • การส่งรายงานความก้าวหน้า: ทุก 15 วัน

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: นิติบุคคลที่มีอำนาจตามกฎหมาย
  • Standards Compliance: วัสดุต้องเป็นไปตามมาตรฐาน มอก., ASTM, BS, JIS, DIN, ISO ตามที่ระบุในแต่ละหมวดงาน
  • Experience: ผู้ติดตั้งงานอลูมิเนียม/Curtain Wall ต้องมีผลงานไม่น้อยกว่า 2 โครงการ มูลค่าไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาทต่อโครงการ
  • Technical Capabilities: ต้องมีเครื่องมือที่ทันสมัยและระบบควบคุมคุณภาพ (QC) ที่ได้รับการรับรอง
  • Personnel: ต้องจัดสถาปนิกและวิศวกรที่มีประสบการณ์เหมาะสมประจำสถานที่ก่อสร้างอย่างน้อย 1 คน

เกณฑ์การพิจารณา

  • พิจารณาตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
  • ความถูกต้องของแบบรูปและรายการประกอบแบบ
  • คุณภาพของวัสดุที่นำเสนอ (ต้องผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการ/ผู้ควบคุมงาน)
  • ความสามารถในการบริหารจัดการโครงการและแผนงาน

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • ผนัง: คอนกรีตมวลเบา (Q-CON), ผนังเบา (ยิปซั่มบอร์ด/ไฟเบอร์ซีเมนต์), ผนังอลูมิเนียมคอมโพสิท
  • พื้น: กระเบื้อง, หินขัด (Terrazzo), กรวดล้าง, พื้นไม้
  • ฝ้าเพดาน: ยิปซั่มฉาบเรียบ, ฝ้า T-Bar
  • ประตู-หน้าต่าง: อลูมิเนียม (Alloy 6063-T5/T6), เหล็กกันไฟ (ทนไฟไม่น้อยกว่า 2 ชม.)
  • กระจก: กระจกนิรภัยเทมเปอร์, กระจกลามิเนต, กระจกสะท้อนแสง (Reflective)
  • ระบบสี: ระบบสีผงอบความร้อน (Powder Coating) หรือ PVDF ตามมาตรฐาน AAMA

เงื่อนไขสัญญา

  • การเบิกจ่ายเงินงวด: เป็นไปตามตารางที่ผู้ว่าจ้างอนุมัติ
  • การรับประกัน: 24 เดือน
  • การปรับปรุง/ซ่อมแซม: หากพบความบกพร่อง ผู้รับจ้างต้องดำเนินการแก้ไขทันที หากไม่ดำเนินการ ผู้ว่าจ้างมีสิทธิหักเงินประกันผลงาน
  • การนำเข้าวัสดุ: ต้องปฏิบัติตามระเบียบการขนส่งทางเรือไทย (หากมีการนำเข้าจากต่างประเทศ)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  1. ถาม: ผู้รับจ้างต้องจัดทำ Shop Drawing เมื่อใด? ตอบ: ต้องจัดทำและเสนออนุมัติก่อนเริ่มดำเนินการติดตั้งในแต่ละส่วนงาน
  2. ถาม: วัสดุที่ไม่มีในท้องตลาดสามารถใช้ของเทียบเท่าได้หรือไม่? ตอบ: ได้ แต่ต้องมีคุณภาพเท่ากันหรือดีกว่า และต้องผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการกำหนดคุณภาพเทียบเท่า
  3. ถาม: การทดสอบวัสดุใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย? ตอบ: ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบทั้งหมด
  4. ถาม: หากพบวัตถุโบราณในพื้นที่ก่อสร้างต้องทำอย่างไร? ตอบ: ต้องหยุดงานทันทีและแจ้งผู้ควบคุมงานและผู้ว่าจ้างทราบ
  5. ถาม: การรับประกันผลงานมีระยะเวลานานเท่าใด? ตอบ: 24 เดือน นับจากวันที่ตรวจรับงานงวดสุดท้าย
  6. ถาม: ใครเป็นผู้ประสานงานหลักระหว่างผู้รับจ้างช่วง? ตอบ: ผู้รับจ้างงานโครงสร้างต้องเป็นผู้ประสานงานหลักแต่เพียงผู้เดียว
  7. ถาม: การติดตั้งงานอลูมิเนียมต้องมีใบรับรองหรือไม่? ตอบ: ต้องมีใบรับรองวัสดุจากโรงงานและใบรับรองมาตรฐานการพ่นสี
  8. ถาม: หากงานก่อสร้างล่าช้าเนื่องจากการสั่งวัสดุจากต่างประเทศ ผู้รับจ้างสามารถขอขยายเวลาได้หรือไม่? ตอบ: ไม่ได้ เป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างที่ต้องวางแผนงานให้รอบคอบ
  9. ถาม: การทำความสะอาดหลังส่งมอบงานครอบคลุมถึงส่วนใดบ้าง? ตอบ: ครอบคลุมทั้งอาคาร รวมถึงการขัดเงาพื้นและทำความสะอาดกระจกทุกบาน
  10. ถาม: การประชุมติดตามงานมีกำหนดการอย่างไร? ตอบ: ประชุมทุก 7 วันสำหรับผู้ปฏิบัติงาน และทุก 30 วันสำหรับผู้บริหารโครงการ

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

โครงการออกแบบทีทําการองค์การบริหารส่วนตําบลบางพลีใหญ่ ่ อาคารที 2่
อําเภอบางพลีใหญ่ จังหวัดสุมทรปราการ
รายการประกอบแบบและกําหนดคุณลักษณะเฉพาะของวัสดุที่กําหนดใช้ (Specification)
งานสถาปัตยกรรม งานสถาปัตยกรรมตกแต่งภายใน และงานภูมิสถาปัตยกรรม
ผู้ออกแบบโครงการ เจ้าของโครงการ

บริษัท ซีเอสดี ดีไซน์ แอนด์ คอนซัลแตนท์ จํากัด องค์การบริหารส่วนตําบลบางพลีใหญ่

สารบัญ
หน้า
ปก
สารบัญ
หมวดที่ 1 ข้อกําหนดและการดําเนินการทั่วไป 1 ข้อกําหนด และการดําเนินการทั่วไป 2 งานรื้อถอน (Building Demolition) 15 การปรับปรุงบริเวณก่อสร้าง Site Clearing 16
หมวดที่ 2รายการประกอบแบบงานสถาปัตยกรรม 17 คอนกรีตมวลเบา (AUTOCLAVED AERATED CONCRETE) 18 งานผนังก่ออิฐ 20 งานฉาบปูน 22 งานผนังเบา 24 งานผนัง – บุหินแกรนิต 26 งานผนัง-บุกระเบื้อง 27 งานผนังโครงสร้าง- โครงคร่าวไม้ 28 งานผนังอลูมิเนียม 30 งานผนังโพลีคาร์บอนเนต 34
2.2 งานพื้น 37 งานพื้น – ปูกระเบื้อง 37 งานพื้นผิวซีเมนต์ขัดมัน/ขัดมันผสมสี 38
งานหินขัด ( Terrazzo ) 39 งานพื้นกรวดล้าง 40 งานพื้นไม้WOOD FLOORING WORK 41
2.3 งานฝ้าเพดาน 45 งานฝ้าเพดานฉาบเรียบ, ฝ้าเพดานโครงเคร่า T-BAR 46 2.4 งานประตู-หน้าต่างไม้ กระจกประตูและวงกบเหล็ก 51 งานประตู-หน้าต่างโลหะ 53 งานประตูอลูมิเนียม-หน้าต่างอลูมิเนียมภายใน และภายนอก (ALUMINIUM DOOR AND WINDOW) 54 งานหน้าต่างภายนอก และ CURTAIN WALL 59 งานประตูเหล็กทั่วไป (STEEL DOORS AND FRAMES) 65 งานอุปกรณ์ประตู-หน้าต่าง DOOR AND WINNDOW HARDWARE 67 งาน HARDWARE ประตู-หน้าต่าง 74 งานกระจก (GLASS AND GLAZING) 75 งานกาวซีเมนต์และยาแนว (Cementitious Adhessive and Grout Work) 81 งานวัสดุอุดยาแนว ( SEALANT ) 84 2.5 งานไม้ 90 2.6 งานโลหะ 93 งานหลังคา/ ผนังโลหะ (Sheet Metal Roofing/ Siding) 96 2.7 งานทาสี 99 สีซีเมนต์ (COLOR CEMENT) สําหรับใช้ในส่วนผนังภายนอก 107 2.8 งานสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ประกอบสุขภัณฑ์ 108 2.9 งานระบบวัสดุกันซึม และงานปิดรอยต่ออาคาร 109 งานระบบป้องกันความชื้นและนํ้าซึมผ่าน (WATERPROOFING SYSTEM) 110 2.10 งานสีกันไฟ 117 2.11 งานระบบป้องกันความร้อน และระบบป้องกันไฟ 120 2.12 งานระบบเคลือบพื้นผิว Epoxy Self-Leveling 124
งานสารบัญ

สารบัญ
หน้า
งานพื้นเคลือบทําให้ผิวแกร่ง (Liquid Floor Hardener) 125 งานระบบพื้นโพลียูรีเทน (POLYURETHANE FLOORING – PU SELF-LEVELING) 126 2.13 งานพรมดักฝุ่ นทางเข้าอาคาร (Entrance Matting System) 129 2.14 งานป้องกันและกําจัดปลวก (PIPE TREATMENT SYSTEM) 131 2.15 งานม่านและม่านปรับแสง 133 หมวดที่ 3 งานสถาปัตยกรรมตกแต่งภายใน 134 หมวดที่ 4งานภูมิสถาปัตยกรรม 138 หมวดที่ 5รายละเอียด วัสดุอุปกรณ์ 142
งานสารบัญ

หมวดที ่ 1
ข้อกําหนดและการดําเนินการทั่วไป
1/166

ข้อกําหนด และการดําเนินการทั่วไป

  1. คําจํากัดความ และความหมาย
    คําต่างๆ ที่จะมีปรากฏในเอกสารสัญญานี้รวมถึงเอกสารประกอบสัญญาทุกฉบับให้มีความหมายตามที่กําหนดไว้ดังนี้ 1.1 “เจ้าของหรือผู้ว่าจ้าง” หมายถึง องค์การบริหารส่วนตําบลบางพลีใหญ่
    1.2 “สถานที่ก่อสร้าง” หมายถึง โครงการ สํานักงานองค์การบริหารส่วนตําบลบางพลีใหญ่ อําเภอบางพลีใหญ่ 1.3 “ตัวแทนผู้ว่าจ้าง” หมายถึง ผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าจ้างในการประสานงานให้ควบคุมดูแลงานก่อสร้าง 1.4 “งาน” หมายถึง งานก่อสร้างตามขอบเขตของงานตามสัญญา ซึ่งรวมถึงแรงงานหรือวัสดุหรือทั้งสองอย่าง
    อุปกรณ์เครื่องมือ การขนส่ง และสิ่งอํานวยความสะดวกอื่น ๆ ที่จําเป็นสําหรับการดําเนินงานให้เสร็จเรียบร้อย ตามสัญญา
    1.5 สถาปนิกผู้ออกแบบ หมายถึง บริษัท ซีเอสดี ดีไซน์ แอนด์ คอนซัลแตนท์จํากัด
    ผู้ออกแบบงานวิศวกรโครงสร้าง หมายถึง บริษัท ซีเอสดี ดีไซน์ แอนด์ คอนซัลแตนท์ จํากัด
    ผู้ออกแบบงานวิศวกรงานระบบ และสาธารณูปโภค หมายถึง บริษัท ซีเอสดี ดีไซน์ แอนด์ คอนซัลแตนท์ จํากัด ผู้ออกแบบภูมิสถาปัตยกรรม หมายถึง บริษัท ซีเอสดี ดีไซน์ แอนด์ คอนซัลแตนท์ จํากัด
    1.6 สถาปนิกโครงการ หมายถึง สถาปนิกตัวแทนผู้ว่าจ้างทั้งนี้ขณะก่อสร้าง การขอความเห็นชอบในข้อขัดแย้งใน แบบและรายการทั้งหมดรวมถึงการขออนุมัติจากผู้ว่าจ้างจะต้องได้รับอนุมัติจากสถาปนิกโครงการจากผู้ว่าจ้าง เท่านั้น เพื่อให้รูปแบบตรงกันการใช้งานจริงของผู้ว่าจ้าง
    1.7 “ผู้ควบคุมงาน” หมายถึง บริษัท……………………… ควบคุมงาน บุคคลหรือคณะบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งจาก ผู้ว่าจ้างเป็นลายลักษณ์อักษร
    1.8 “ผู้รับจ้าง” หมายถึง นิติบุคคล หรือตัวแทนนิติบุคคล ที่ปรากฏชื่อเป็นคู่สัญญากับผู้ว่าจ้าง 1.9 “คณะกรรมการตรวจการจ้าง” หมายถึง คณะกรรมการที่ผู้ว่าจ้างแต่งตั้งขึ้นในคราวเดียวหรือเป็นครั้งคราว ให้ เป็นผู้แทนควบคุมดูแลในขณะระหว่างการทําการก่อสร้าง ให้การก่อสร้างดําเนินไปตามเงื่อนไขแห่งสัญญาแทน ผู้ว่าจ้าง
    1.10 “อนุมัติ” หมายถึง การอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษร จากตัวแทนผู้ว่าจ้าง
    1.11 “คําสั่ง” หมายถึง การสั่งการให้ปฏิบัติตามจุดประสงค์ที่ต้องการของผู้ว่าจ้างที่เป็นลายลักษณ์อักษร และให้ รวมความถึงคําบอกกล่าวที่เป็นวาจา ซึ่งมีผลบังคับใช้แทนคําสั่ง โดยจะเป็นลายลักษณ์อักษรตามมาใน ภายหลัง บุคคลผู้มีอํานาจในการออกคําสั่ง ตามลําดับดังนี้
  • เจ้าของงานหรือผู้ว่าจ้าง หรือตัวแทนผู้ว่าจ้าง
  • คณะกรรมการตรวจการจ้าง
  • เจ้าหน้าที่ประสานงานโครงการ / สถาปนิกโครงการ
  • สถาปนิก / วิศวกร ผู้ออกแบบ
  • ผู้ควบคุมงาน
    1.12 “แบบรูป” หรือ “รูปแบบ” หงรือ “แบบก่อสร้าง” หมายถึง แบบที่รวมอยู่ในเอกสาร ประกอบสัญญา และ ให้ รวมความถึงแบบแปลนที่ออกเพิ่มเติมโดยผู้ว่าจ้าง
    1.13 รายละเอียดประกอบแบบก่อสร้าง หรือรายละเอียดประกอบแบบ หรือรายการประกอบ แบบ หรือ “Specification” หมายถึงข้อกําหนดรายละเอียดเกี่ยวกับงานก่อสร้างถือว่า เป็นส่วนหนึ่งของสัญญา
    2/166

1.14 “คุณภาพเทียบเท่า หรือเทียบเท่า” หมายถึง การอนุญาตให้ใช้วัสดุหรืออุปกรณ์ในงานก่อสร้างนอกเหนือจาก รายชื่อวัสดุอุปกรณ์ที่ได้กําหนดไว้ในรายการประกอบแบบ หรือในแบบรูป การเทียบเท่าให้เทียบเท่าโดยยึดถือ คุณภาพเท่ากัน หรือดีกว่า ในราคาเท่ากันหรือสูงกว่า แต่ทั้งนี้จะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการกําหนด คุณภาพเทียบเท่าจากตัวแทนผู้ว่าจ้าง
1.15 “สัญญา” หมายถึง เอกสารต่างๆ ที่ประกอบกันเป็นสัญญาอันได้แก่

  • เอกสารสัญญาว่าจ้าง
  • เอกสารประกวดราคา
  • รายการประกอบแบบ (Specifications)
  • รูปแบบ
  • เงื่อนไขข้อกําหนดต่างๆ
  • เอกสารเพิ่มเติมอื่น ๆ (ถ้ามี)
    1.16 “ผู้แทนที่มีอํานาจเต็ม” หมายถึง ผู้แทนที่ได้รับมอบหมายให้กระทําการใด ๆ แทนโดยมีหลักฐานการ มอบอํานาจอย่างถูกต้อง สามารถตรวจสอบได้
    1.17 คําว่า “จะต้อง” ให้หมายถึง คําสั่งให้ปฏิบัติตามจุดประสงค์ที่ต้องการของผู้ว่าจ้างคําว่า “ควร” ให้หมายถึง คําแนะนําวิธีปฏิบัติของผู้ว่าจ้าง
    1.18 ราคางานก่อสร้าง ให้รวมความถึง
  • งานเตรียมการ เตรียมสถานที่จะลงก่อสร้างได้, ที่พักคนงาน
  • ค่าดําเนินการขอมิเตอร์นํ้าประปา , ไฟฟ้าชั่วคราว
  • ค่านํ้า-ค่าไฟ ตลอดจนโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ และมีการรับมอบอาคารจากผู้ว่าจ้าง
  • ค่าวัสดุ, แรงงาน, เครื่องมือ, ค่าขนส่ง, ค่าติดตั้ง และค่าทําความสะอาดก่อนส่งมอบอาคาร - ค่าประสานงานกับส่วนอื่น ๆ
  • ค่ารื้อถอน พร้อมขนย้ายวัสดุ และเตรียมพื้นที่ในการก่อสร้าง อาคารที่อยู่ในบริเวณก่อสร้างทั้งหมด ทั้งนี้วัสดุ- อุปกรณ์ และครุภัณฑ์ ในอาคารที่รื้อถอนผู้รับจ้างต้องจัดนําส่งผู้ว่าจ้าง เพื่อดําเนินการต่อไป - ค่าดําเนินการเกี่ยวกับเทคนิคการก่อสร้าง การป้องกันความเสียหายที่จะเกิดแก่บุคคลและทรัพย์สิน ทั้งในและ นอกสถานที่ก่อสร้างตลอดจนค่าดําเนินการอํานวยความสะดวกต่าง ๆ ที่ผู้รับจ้างต้องกระทําเพื่อให้ได้งานที่ สําเร็จสมบูรณ์
  • ค่ากําไร
  • ภาษีอากรต่างๆ ที่ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย และเทศบัญญัติโดยไม่มีข้อยกเว้น - ค่าประกันภัยตามสัญญา
  • ค่าก่อสร้างสํานักงานสนาม พร้อมอุปกรณ์ครุภัณฑ์ของผู้รับจ้าง ผู้ว่าจ้างและผู้ควบคุมงาน - การดําเนินงานด้านเอกสาร อาทิเช่น การจัดทํา Shop Drawing, As Built Drawing เอกสารรายงาน ประจําเดือน เป็นต้น
  • ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามเงื่อนไขและข้อกําหนดในสัญญา
  • ค่าทดสอบวัสดุต่าง ๆ ตาม Specifications และเมื่อกรรมการตรวจการจ้าง มีความประสงค์ให้ทดลองวัสดุ นอกเหนือจาก Specifications
  • ค่าใช้จ่ายในการจัดหาและการติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้าและมิเตอร์ประปาให้อยู่ในความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง ทั้งหมด
    3/166
  1. การตรวจสอบสถานที่ก่อสร้าง
    ก่อนยื่นซองประกวดราคา ผู้ยื่นซองประกวดราคา จะต้องไปตรวจสอบสถานที่ที่จะทําการก่อสร้างด้วยตนเอง หรือ มอบหมายผู้แทนที่มีอํานาจเต็ม ตามวัน เวลา ที่ผู้ว่าจ้างกําหนด หากผู้ยื่นซองประกวดราคารายใด มิได้ไปดูสถานที่ ตาม วัน เวลาที่ผู้ว่าจ้างกําหนดให้ ถือว่าผู้รับจ้างรับทราบและยอมรับในรายละเอียด คําชี้แจงและเงื่อนไขอื่นที่อาจมี การเพิ่มเติมในระหว่างการตรวจสอบสถานที่ก่อสร้าง
  2. การชี้แจงและคําแนะนําเกี่ยวกับแบบรูป และรายการละเอียดประกอบแบบก่อสร้าง
    ผู้ว่าจ้างจะเป็นผู้กําหนดเวลาและสถานที่ โดยผู้ออกแบบจะเป็นผู้ร่วมให้คําแนะนําและชี้แจง เกี่ยวกับแบบรูปและ รายการประกอบการก่อสร้างเกี่ยวกับงานก่อสร้าง เงื่อนไข สัญญา หรืออื่น ๆ ตลอดจนตอบคําถามข้อสงสัยต่างๆ ที่ ผู้เข้าร่วมประกวดราคาเสนอคําถามมา โดยจะถือว่าคําชี้แจงและคําแนะนําเหล่านั้นเป็นส่วนหนึ่งของเอกสารประกอบ สัญญาในระหว่างการก่อสร้าง มิให้ผู้รับจ้างทํางานโดยปราศจากแบบก่อสร้างและคําแนะนําที่เหมาะสม ผู้รับจ้าง จะต้องรับผิดชอบต่องานทั้งหมดรวมทั้งแก้ไขให้ถูกต้อง ห้ามผู้รับจ้างกระทําไปโดยพลการ
  3. ความคลาดเคลื่อนหรือขาดตกบกพร่อง ในรูปแบบหรือรายการ
    4.1 งานส่วนทั่วไป และส่วนประกอบของงาน ซึ่งมิได้ระบุและเป็นส่วนที่จะทําให้การก่อสร้างสําเร็จสมบูรณ์ ตามหลักวิชาช่างที่ดีให้อยู่ในความรับผิดชอบของผู้รับจ้างทั้งสิ้น
    4.2 สิ่งใดที่ปรากฏในแบบรูป หรือรายการละเอียดประกอบแบบก่อสร้างขัดแย้งกัน หรือมิได้ระบุลงให้แน่นอน ให้ถือ ตามคําวินิจฉัยของผู้ควบคุมงานหากมีข้อขัดแย้งที่ไม่สามารถตัดสินใจได้ ให้ถือคําวินิจฉัยของผู้ออกแบบเป็นอัน สิ้นสุด
    4.3 การอ่านแบบ
    การอ่านแบบให้ถือความสําคัญลําดับต่อไปนี้
  • แบบรูป
  • ระยะที่เป็นตัวเลข
  • อักษรที่ปรากฏอยู่ในแบบรูป
  • แบบขยาย และแบบขยายที่เพิ่มเติม
  • แบบขยายที่ได้รับการอนุมัติ
    หากผู้รับจ้างยังความสงสัยอยู่จะต้องแจ้งให้ผู้ควบคุมงานทราบก่อนลงมือทําการก่อสร้างห้ามทําไปโดยพลการ 5. ลําดับสําคัญของเอกสารสัญญาว่าจ้าง
    เว้นแต่มีการระบุเป็นอย่างอื่นลําดับความสําคัญของเอกสารสัญญาให้ถือตามรายการที่กําหนด ดังต่อไปนี้ 5.1 สัญญาว่าจ้างซึ่งได้ลงนามระหว่างผู้ว่าจ้างกับผู้รับจ้างโดยมีพยานรับรู้ทั้งนี้รวมถึง เอกสารแนบท้ายสัญญาทุกฉบับ 5.2 รายการละเอียดประกอบแบบก่อสร้างที่ได้ยอมรับในขั้นเซ็นสัญญา และเอกสารรายการเปลี่ยนแปลง ตลอด
    ระยะเวลาการก่อสร้าง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงแต่ละครั้งได้รับความเห็นชอบจากคู่สัญญาเป็นคราว ๆ ไป 5.3 แบบรูปและรายการเปลี่ยนแปลงแบบรูปตลอดโครงการ
    แบบรูปทั่วๆไป
    แบบรูปที่มีระยะเป็นตัวเลขและอักษรกํากับ
    แบบรูปที่เป็นแบบขยาย
    แบบรูปที่ได้ตกลง โดยได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน
    5.4 ราคาค่าก่อสร้างและรายการละเอียดเกี่ยวกับราคาที่เป็นที่ยอมรับของผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้าง 5.5 ข้อตกลงระหว่างผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างอื่น ๆในภายหลัง (ถ้ามี)
    4/166

5.6 บรรดาคําสั่งของสถาปนิกและหรือวิศวกร ที่ออกโดยผู้ว่าจ้าง ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตาม
6. วัตถุสิ่งของหรือของมีค่าอื่น ๆ ในบริเวณงานก่อสร้าง
6.1 บรรดาทรัพย์สินต่างๆ บนผิวดิน ผู้ว่าจ้างจะเป็นผู้กําหนดให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตาม เช่น การอนุรักษ์ หรือการ เคลื่อนย้าย เพื่ออนุรักษ์บรรดาทรัพย์สินเหล่านั้นไปยังจุดหนึ่ง หรือเคลื่อนย้ายออกนอกบริเวณโดยถือว่า บรรดาทรัพย์สินเหล่านั้น เป็นของผู้ว่าจ้าง
6.2 บรรดาทรัพย์สินของมีค่าต่าง ๆ ในดินบริเวณงานก่อสร้างได้รับความเห็นชอบ ในกรณีที่ผู้รับ จ้างขุดดินบริเวณ ก่อสร้างพบวัตถุโบราณ หรือบรรดาของมีค่าอื่น ๆ ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งให้ผู้ ควบคุมงานและผู้ว่าจ้างทราบ ตามลําดับโดยไม่ทําการขุดต่อโดยถือว่าบรรดาทรัพย์สินเหล่า นั้นเป็นของผู้ว่าจ้าง
7. การประสานงาน
เพื่อให้การดําเนินการก่อสร้างเป็นไปด้วยดี การประสานงานระหว่างผู้รับจ้างงานโครงสร้างกับผู้รับจ้างช่วง หรือ ผู้รับจ้าง งานก่อสร้างแต่ละแขนง นอกจากระบุเป็นอย่างอื่นในสัญญาให้ถือว่า ผู้รับจ้างงานโครงสร้างจะต้องเป็น ผู้ประสานงานกับส่วนอื่น ๆ ทั้งหมดให้หมายรวมถึงการประสานงานขั้นวางแผนขั้นการดําเนินการ และขั้นบํารุงรักษา ผู้รับจ้างงานโครงสร้างจะต้องเป็นตัวแทนแต่เพียงผู้เดียวกับผู้ว่าจ้างความผิดพลาดที่เกิดขึ้นทั้งหมดจากการดําเนินงาน ในส่วนที่งานแขนงอื่น ๆ มาประกอบหรือใช้ส่วนใดส่วนหนึ่งของงานโครงสร้าง ไม่ว่าจะเกิดจากงานแขนงใด ๆ ก็ตาม ผู้รับจ้างงานโครงสร้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการซ่อมแซมเปลี่ยนแปลงเปลี่ยนใหม่ เพื่อให้ได้ผลงาน ที่ดีจนเป็นที่พอใจของผู้ว่าจ้างและสถาปนิก / วิศวกรผู้ออกแบบ
8. ข้อกําหนดทั่วไป
ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามข้อกําหนดทั่วไปในแต่ละหมวดที่ระบุไว้ในเอกสารรายการละเอียดประกอบแบบก่อสร้างหากมี ความขัดแย้งกัน ให้ถือเอาส่วนที่มีเนื้อหาครอบคลุมการปฏิบัติงานที่ดีกว่า โดยถือเอาคําตัดสินของสถาปนิก /วิศวกร เป็นอันสิ้นสุด
9. สิ่งอํานวยความสะดวกชั่วคราว
9.1 สํานักงานชั่วคราว
ผู้รับจ้างจะต้องจัดสร้างสํานักงานชั่วคราว ในบริเวณที่ก่อสร้างสําหรับเป็นที่ทํางานของฝ่ายผู้รับจ้างและของ ตัวแทนฝ่ายผู้ว่าจ้างหรือผู้ควบคุมงานก่อสร้าง โดยจัดแยกเป็นสัดส่วน โดยจะต้องมีเนื้อที่ที่เหมาะสมในการตั้ง โต๊ะทํางานมีห้องนํ้า เฟอร์นิเจอร์สิ่งอํานวยความสะดวกที่จําเป็นพร้อมติดตั้งโทรศัพท์, FAX ,COMPUTER และ PRINTER
9.2 ที่พักอาศัย
ผู้รับจ้างจะต้องสร้างที่พักอาศัยชั่วคราวสําหรับคนงานและเจ้าหน้าที่ที่จะเป็นของผู้รับจ้างในบริเวณที่ผู้ว่าจ้าง กําหนดให้ ผู้รับจ้างจะต้องดูแล เรื่องความปลอดภัย ความสะอาด และความเรียบร้อย ตลอดระยะเวลา ก่อสร้างในกรณีที่บริเวณที่ผู้ว่าจ้างกําหนดไว้ให้ไม่เพียงพอ ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาเพิ่มเติมด้วยตนเอง 9.3 นํ้าใช้ระหว่างการก่อสร้าง
ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการขออนุญาตติดตั้งมิเตอร์นํ้าใช้ชั่วคราวค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ตลอดจนค่าใช้นํ้าประจําเดือน ตั้งแต่เริ่มดําเนินการก่อสร้างจนแล้วเสร็จเป็นของผู้รับจ้างทั้งสิ้น
9.4 ไฟฟ้าชั่วคราวระหว่างก่อสร้าง
ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการขออนุญาตติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้าชั่วคราว ให้มีขนาดเพียงพอกับการใช้งาน ค่าใช้จ่าย ต่าง ๆ ตลอดจนค่าไฟฟ้าประจําเดือนตั้งแต่เริ่มดําเนินการจนแล้วเสร็จเป็นของผู้รับจ้างทั้งสิ้น ห้องนํ้า – ส้วม ชั่วคราว ผู้รับจ้างจะต้องสร้างห้องนํ้าชั่วคราวสําหรับคนงานและเจ้าหน้าที่ให้พอเพียง ห้องนํ้า-ส้วม ชั่วคราว
5/166

จะต้องถูกต้องสุขลักษณะตําแหน่งที่ตั้ง จะต้องขออนุมัติจากผู้ควบคุมงานเสียก่อน จึงจะทําการก่อสร้างได้ ห้องนํ้า– ส้วม สําหรับสํานักงานชั่วคราว ผู้รับจ้างจะต้องดูแลรักษาห้องนํ้า– ห้องส้วมทั้งหมดให้สะอาดอยู่เสมอ 10. อํานาจหน้าที่และความรับผิดชอบ
10.1 ผู้ควบคุมงาน
มีหน้าที่ควบคุมและตรวจสอบ ทําการทดสอบและวิเคราะห์ผลการทํางานของผู้รับจ้าง
10.1.1 ผู้ควบคุมงานมีอํานาจออกคําสั่ง คําแนะนํา หรือการอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษร โดยถือว่าเป็นข้อ ผูกมัดผู้รับจ้างเหมือนคําสั่งของสถาปนิก / วิศวกร เอง
10.1.2 ผู้ควบคุมงานไม่มีอํานาจที่จะยกเว้นความรับผิดชอบใด ๆ ของผู้รับจ้างตามสัญญา และไม่มีอํานาจ เกี่ยวกับการเพิ่มราคาค่าก่อสร้าง หรือทําให้งานเปลี่ยนรูป
10.1.3 การที่ผู้ควบคุมงานไม่คัดค้านการทํางานใด ๆ ที่ผู้รับจ้างกระทําไปโดยพลการไม่อาจ ลบล้างอํานาจของ ผู้ว่าจ้างหรือสถาปนิก / วิศวกรที่ไม่เห็นชอบกับงานหรือสิ่งของนั้น ๆได้
10.2 สถาปนิก / วิศวกร
10.2.1 สถาปนิก / วิศวกร มีอํานาจที่ออกคําสั่งเพิ่มเติมได้อีก ในระหว่างงานกําลังดําเนินอยู่ ในเมื่อ สถาปนิก / วิศวกร เห็นสมควร เช่น วิธีการใช้วัสดุที่ถูกต้อง หรือการดําเนินการส่วนใดควรจะทํา ก่อนหรือหลัง เพื่อมิให้เกิดการเสียหายกับงานส่วนอื่น ๆ (ทั้งนี้ไม่หมายถึงการทําให้ราคาเพิ่มหรือ ตํ่าลง) ในขณะก่อสร้างหรือภายหลัง ได้ผู้รับจ้างจะต้องทําตาม และยอมรับคําสั่งนั้น ๆ ในขณะ ก่อสร้าง
10.2.2 สถาปนิก/วิศวกร หรือผู้ใดที่ได้รับมอบอํานาจจากผู้ว่าจ้าง มีสิทธิเข้าไปในบริเวณหน่วยงาน/โรงงาน ทุก ๆ แห่งที่มีการเตรียมงาน หรือแหล่งผลิตเก็บรักษาวัสดุสิ่งของที่จะนํามาใช้ในการก่อสร้างผู้รับ จ้างมีหน้าที่คอยให้ความสะดวกในการนําเข้าไปในสถานที่ต่างๆเหล่านั้น
10.2.3 สถาปนิก / วิศวกร มีอํานาจในการเปลี่ยนแปลงแบบรูป และรายการละเอียดประกอบแบบตาม ความเห็นชอบของผู้ว่าจ้างเพื่อที่จะให้ความมั่นคงแข็งแรงหรือทําประโยชน์ในการใช้สอยดีขึ้น โดย ไม่ทําให้ราคาค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้นหรือลดลง ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตาม
10.3 ผู้รับจ้าง
10.3.1 หากผู้รับจ้างไม่เข้าใจในแบบ หรือรายการก่อสร้าง หรือจะเป็นวัสดุที่ใช้หรือวิธีการทําก็ตามผู้รับจ้าง ต้องแจ้งให้สถาปนิก / วิศวกรทราบแต่เนิ่น ๆ สถาปนิก / วิศวกรจะเป็นผู้ชี้แจงข้อสงสัยนั้น ๆ เป็น ลายลักษณ์อักษร หรือให้รายละเอียดเป็นแบบเพิ่มเติม ห้ามมิให้ผู้รับจ้างตัดสินใจทําอย่างหนึ่งอย่าง ใดเอง ผลเสียที่เกิดขึ้นผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบทั้งหมด
10.3.2 ผู้รับจ้าง จะต้องแต่งตั้งตัวแทนที่เป็นสถาปนิก หรือวิศวกรที่มีประสบการณ์เหมาะสมกับงานก่อสร้าง และมีอํานาจเต็มประจําสถานที่ก่อสร้างอย่างน้อย 1 คน หรือตามที่ผู้ว่าจ้างระบุ ทั้งนี้จะต้องทํา หนังสือแต่งตั้งประวัติการทํางานพร้อมรูปถ่ายจํานวน 2 ใบ ต่อหนึ่งคน ขอรับรองจากผู้ว่าจ้าง เสียก่อนครบถ้วนตามข้อกําหนด และผู้รับจ้างจะต้องแต่งตั้งผู้ควบคุมงานตามวุฒิและจํานวนตาม ระเบียบ กฎหมายและเทศบัญญัติ ระบุแจ้งต่อหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องด้วย
10.3.3 ผู้รับจ้างจะต้องว่าจ้างช่างฝีมือแต่ละประเภทของงาน ผู้ว่าจ้างมีอํานาจที่จะให้ผู้รับจ้างถอนผู้หนึ่ง ผู้ใดที่ผู้รับจ้างจ้าง ออกจากงานทันทีในเมื่อผู้ว่าจ้างเห็นว่า ผู้นั้นประพฤติมิชอบหรือไร้สมรรถภาพ หรือปล่อยปละละเลยและทิ้งงานผู้รับจ้างจะต้องจัดหาผู้มีความสามารถมาเปลี่ยนโดยทันที
6/166

10.3.4 ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบในการจัดวางผังการก่อสร้างให้ถูกต้องตามแบบรูป ตลอดจนการแก้ไข ที่ตั้งระดับ ขนาด และแนวต่าง ๆ ของงาน จัดหาเครื่องมืออุปกรณ์และแรงงานให้เพียงพอ หากมี การวางผังผิดพลาด จะต้องแก้ไขใหม่ให้เป็นที่เรียบร้อย ผู้รับจ้างจะต้องบํารุงรักษาหลักฐานแนว หมุดเครื่องหมายต่างๆ ที่ใช้ในการวางผังให้คงสภาพเรียบร้อยอยู่เสมอ
10.3.5 ให้ถือว่าผู้รับจ้างเป็นผู้ชํานาญการก่อสร้างและฝีมือดีโดยวิศวกรคอยควบคุมอยู่อย่างใกล้ชิด ฉะนั้น ความผิดพลาดต่าง ๆ ที่วิศวกร หรือผู้ควบคุมงานตรวจแบบอาจจะพบช้าหรือเร็วก็ตามมิได้ หมายความว่า วิศวกรหรือผู้ควบคุมงานบกพร่องในหน้าที่ และหากมีการผิดพลาดเกิดขึ้นเนื่องจาก กรณีใดก็ตาม เวลาที่ต้องเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ ผู้รับจ้างจะนําเป็นข้ออ้างให้ร่วมรับผิดชอบมิได้ เป็นอันขนาด
10.3.6 ผู้รับจ้างจะต้องบํารุงรักษาซ่อมแซมถนน หรือสะพาน หรือเขื่อนที่ใช้ผ่านไปยังสถานที่ก่อสร้างเพื่อ หลีกเลี่ยงผลเสียหาย ผู้รับจ้างจะต้องเลือกเส้นทางที่เหมาะสมกับยานพาหนะที่จะต้องผ่าน เมื่อมีข้อ กล่าวหาว่าผู้รับจ้างทําสะพาน หรือถนน หรือเขื่อนเสียหาย ผู้รับจ้างจะต้องทําการซ่อมแซมแก่ไข หรือทําใหม่ให้อยู่ในสภาพเดิมทันที
10.3.7 ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติแรงงานทุกประการ ตลอดจนกฎข้อบังคับต่าง ๆ ของ ท้องที่
10.3.8 บรรดาวัสดุสิ่งของที่ใช้ในการก่อสร้างทุกชนิดที่ปรากฏในแบบรูปและรายการละเอียดประกอบแบบ ก่อสร้าง หรือไม่ได้ระบุแต่จําเป็นต้องนํามาประกอบงานก่อสร้าง จะมีในท้องตลาดหรือขาดตลาด หรือมีไม่พอเป็นหน้าที่ของผู้รับจ้าง จะต้องเตรียมการเอาไว้ล่วงหน้า ทั้งวัสดุที่มีชื่อระบุในแบบรูป และรายการละเอียดประกอบแบบก่อสร้าง หรือวัสดุเทียบเท่าเพื่ออนุมัติผู้รับจ้างจะอ้างว่า ไม่มีใน ท้องตลาด หรือขาดตลาดหรือต้องสั่งจากต่างประเทศ หรือต้องสั่งทํา หรือต้องรอให้ครบอายุการใช้ งาน และนําเหตุผลเหล่านั้นไปเป็นเหตุให้การก่อสร้างต้องชะงัก หรือล่าช้าไม่ทันกําหนดสัญญา และ ขอต่ออายุสัญญาไม่ได้ เป็นหน้าที่โดยตรงของผู้รับจ้างที่จะวางแผนงานให้รอบคอบก่อนลงมือ ดําเนินการก่อสร้าง
10.3.9 ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบในการจัดส่งตัวอย่าง เพื่ออนุมัติและสั่งซื้อเวลาอันเหมาะสม 10.3.10 ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ดําเนินการทดสอบคุณภาพวัสดุสิ่งของ เพื่อให้ได้คุณภาพตามที่ระบุในรายการ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดเป็นของผู้รับจ้าง
10.3.11 วัสดุสิ่งของทั้งหมดที่ผู้รับจ้างสั่งเข้ามายังหน่วยงาน จะต้องเป็นของใหม่ไม่เคยผ่านการใช้งานมา ก่อน ต้องบรรจุลงในหีบห่อเรียบร้อยจากโรงงาน หรือมีใบส่งของจากโรงงานกํากับและจะต้องเป็น วัสดุสิ่งของที่มีคุณภาพ ชั้น 1 ถูกต้อง และมีจํานวนเพียงพอ วัสดุสิ่งของที่ไม่ได้คุณภาพมาตรฐาน ผู้รับจ้างจะต้องนําออกนอกบริเวณงานทันที
10.3.12 ผู้รับจ้างต้องดําเนินการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ควบคุม และบํารุงรักษาเครื่องจักรกลของโครงการ ฯ ให้ มีความรู้ ความสามารถในการใช้งาน และการบํารุงรักษาเครื่องเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 15 วัน ติดต่อกันภายหลังส่งมอบงาน หรือจนกว่าเจ้าหน้าที่ควบคุมเครื่องของโครงการ ฯ สามารถใช้เครื่อง ได้ด้วยตนเอง
10.3.13 ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมช่างผู้ชํานาญไว้สําหรับตรวจสอบ ซ่อมแซม และบํารุงรักษาเครื่องจักรกล ให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดีหลังจากรับมอบงานแล้วทุก ๆ 3 เดือน เป็นระยะเวลา 1 ปีแล้วจัดทํา รายงานผลการตรวจสอบเสนอผู้ว่าจ้างภายใน 7 วัน นับจากวันตรวจสอบทุกครั้ง
7/166

10.3.14 เพื่อให้การดําเนินการก่อสร้างบรรลุเป้าหมายโดยเรียบร้อยและปลอดภัย ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติ ตาม กฎกระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทํางานก่อสร้างและคําสั่งของผู้ควบคุมงาน โดยไม่มีเงื่อนไขหรือข้อเรียกร้องอื่นใด
10.3.15 ผู้รับจ้างต้องจัดสถาปนิก และวิศวกร เพื่อเซ็นเป็นผู้ควบคุมงานตามระเบียบและข้อบังคับของ กรุงเทพมหานครฯ ของเทศบาลเมืองฯ หรือของสุขาภิบาลอําเภอฯลฯ
11. การจัดทําและการอนุมัติแบบ SHOPDRAWINGSและแบบ AS BUILT DRAWINGS
11.1 การจัดทํา SHOP DRAWING และ AS BUILT DRAWINGS ผู้รับจ้างจะต้องจัด ทํา SHOP DRAWINGS เสนอผู้ควบคุมงานเพื่อตรวจสอบและเสนอขออนุมัติต่อคณะ กรรมการตรวจการจ้างตลอดระยะเวลาก่อสร้าง แบบ SHOP DRAWINGS ที่ได้รับอนุมัติแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องจัดเขียนแบบ AS BUILT DRAWINGS ใน ทุก ๆ จุด ให้เขียนลงกระดาษไข จํานวน 1ชุด ตามขนาดที่สถาปนิกสั่ง พร้อมพิมพ์สําเนา (พิมพ์เขียว) จํานวน 4 ชุด ผู้รับจ้างจะต้องรวบรวมต้นฉบับแบบ SHOP DRAWINGS, AS BUILT DRAWINGS ทั้งหมด ส่งมอบ ให้แก่ผู้ว่าจ้างโดยจัดทําเป็นรูปเล่มใน วันสุดท้ายของการรับมอบงาน
11.2 การอนุมัติ แบบ SHOP DRAWINGS, AS BUILT DRAWINGS ผู้รับ จ้างจะต้อ งจัด ส่งแบ บ SHOP DRAWINGS และแบบ AS BUILT DRAWINGS ในระยะเวลาที่เหมาะสม ที่ผู้ควบคุมงานและ / หรือ สถาปนิก / วิศวกรจะตรวจสอบและเสนอขออนุมัติต่อคณะกรรมการตรวจการจ้างได้ทันต่อการดําเนินการ โดย อย่างตํ่าไม่น้อยกว่า 15 วัน การที่ผู้รับจ้างจัดทําแบบ SHOP DRAWINGS ล่าช้าและ/ หรือมีระยะเวลา ตรวจสอบไม่เพียงพอจะถือเอาเป็นสาเหตุในการเรียกร้องเวลาโดยอ้างว่าเป็นปัญหาความล่าช้าในการก่อสร้าง ไม่ได้ การอนุมัติSHOP DRAWINGS ไม่ได้หมายถึงว่าผู้รับจ้างได้รับการยกเว้น ความรับผิดชอบในการ ก่อสร้างส่วนนั้น ๆ ผู้รับจ้างยังคงต้องรับผิดชอบการก่อสร้างในส่วนนั้น ๆ ในกรณีที่มีปัญหาและจะต้อง รับผิดชอบในการแก้ไขให้เรียบร้อยสมบูรณ์
12. การจัดส่งตัวอย่างวัสดุอุปกรณ์ในการอนุมัติ
12.1 วัสดุขนาดของตัวอย่าง
หินขัด หรือกรวดล้าง หรือทรายล้างตามคําสั่งผู้ควบคุมงาน
กระเบื้องปูพื้นทุกชนิด ขนาดแผ่นมาตรฐานตามคําสั่งผู้ควบคุมงาน
กระเบื้องบุผนังทุกชนิด ขนาดแผ่นมาตรฐานตามคําสั่งผู้ควบคุมงาน
กระจกทุกชนิดตามคําสั่งผู้ควบคุมงาน
ประตู-หน้าต่างไม้ตามคําสั่งผู้ควบคุมงาน
ประตู-หน้าต่างอลูมิเนียมตามคําสั่งผู้ควบคุมงาน
อุปกรณ์ประตู-หน้าต่างทุกชนิดตามคําสั่งผู้ควบคุมงาน
ฝ้าเพดานและแผ่นกันความร้อนตามคําสั่งผู้ควบคุมงาน
โครงเคร่า / ผนังโลหะตามคําสั่งผู้ควบคุมงาน
เครื่องสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ทุกชนิดตามคําสั่งผู้ควบคุมงาน
หินอ่อนขนาดแผ่นมาตรฐานตามคําสั่งผู้ควบคุมงาน
จมูกบันได , เส้นทองเหลือง หรือ PVC ตามคําสั่งผู้ควบคุมงาน
แบ่งหินขัดตามคําสั่งผู้ควบคุมงาน
วัสดุกันซึมทุกชนิดตามคําสั่งผู้ควบคุมงาน
เหล็กเสริมคอนกรีตทุกชนิดตามคําสั่งผู้ควบคุมงาน
8/166

เหล็กรูปพรรณอื่น ๆ ตามคําสั่งผู้ควบคุมงาน
อุปกรณ์ระบบไฟฟ้าและสื่อสารทุกชนิดตามคําสั่งผู้ควบคุมงาน
อุปกรณ์ระบบสุขาภิบาลตามคําสั่งผู้ควบคุมงาน
อุปกรณ์ระบบป้องกันเพลิงไหม้ตามคําสั่งผู้ควบคุมงาน
ทั้งนี้เพื่อนําเสนอขออนุมัติ ต่อคณะกรรมการตรวจการจ้าง
12.2 การจัดส่งตัวอย่าง
12.2.1 ผู้รับจ้างต้องจัดส่งวัสดุและอุปกรณ์ที่ระบุในแบบรูปรายการประกอบ แบบให้ผู้ควบคุมงานเสนอเพื่อ ออกคําสั่งอนุมัติก่อนจึงจะทําการสั่งซื้อ หรือนําเข้าไปในบริเวณงานก่อสร้างได้ ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่ง ตัวอย่างเหล่านั้น ขออนุมัติก่อนการใช้งานจริง30 วัน
12.2.2 วัสดุอุปกรณ์ตัวอย่างที่จัดส่งขออนุมัติจะต้องอยู่ในสภาพเรียบร้อยได้คุณภาพมาตรฐานตรงตามที่ ระบุไว้ในแบบรูป และรายละเอียดประกอบแบบ
12.2.3 ผู้รับจ้างจะต้องส่งตัวอย่าง เพื่ออนุมัติในเวลาอันสมควรจะอ้างเหตุผลในการอนุมัติตัวอย่างในการ ต่อสัญญาก่อสร้างไม่ได้
12.2.4 ตัวอย่างวัสดุอุปกรณ์ทุกชนิดต้องติดแผ่นป้ายบอกชื่อวัสดุและอุปกรณ์วัน เดือน ปีที่ส่งและข้อมูล ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
12.2.5 ในกรณีที่รายการละเอียดระบุวิธีใช้ และกรรมวิธีในการปฏิบัติตลอดจนคุณสมบัติของวัสดุจาก บริษัทผู้ผลิต ผู้รับจ้างจะต้องแนบรายละเอียดของวัสดุอุปกรณ์และบริษัทผู้ผลิตไปด้วยทุกครั้ง
12.2.6 ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการจัดส่งตัวอย่างเพื่อขออนุมัติ
12.2.7 วัสดุและอุปกรณ์ที่ไม่ได้กําหนดไว้ในตารางข้างต้น แต่ระบุไว้ในแบบรูป หรือในรายการละเอียด ประกอบให้ผู้รับจ้างจัดส่งตัวอย่างเพื่ออนุมัติด้วยหรือเมื่อสถาปนิก/วิศวกร หรือผู้ควบคุมงานร้องขอ ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่งตัวอย่างให้พิจารณาอนุมัติทุกรายการ
12.2.8 วัสดุและอุปกรณ์ตัวอย่างทีได้รับการอนุมัติ ผู้ควบคุมควรจะเก็บไว้เพื่อเป็นหลักฐานเปรียบเทียบกับ วัสดุอุปกรณ์ที่ติดตั้งใช้งานจริง
12.2.9 การตรวจสอบวัสดุที่ขออนุมัตินั้น สถาปนิก /วิศวกร หรือผู้ควบคุมงานจะตรวจสอบเฉพาะเท่าที่ จําเป็น ส่วนที่เหลือที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ให้ถือว่าผู้รับจ้างรับผิดชอบเสนอสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสม หากปรากฏภายหลังว่า รายละเอียดดังกล่าวมีปัญหาในการใช้งาน ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ 13. การเทียบเท่าวัสดุ/ อุปกรณ์
13.1 การขอเทียบเท่าวัสดุ
ผู้รับจ้างมีสิทธิขอเทียบเท่าวัสดุ เพื่ออนุมัติเลือกใช้วัสดุที่มีชื่อแตกต่างจากที่ระบุไว้ในแบบรูปหรือ รายละเอียด ประกอบแบบได้ในหลักคุณภาพเท่ากันหรือดีกว่า และราคาเท่ากันหรือแพงกว่า ผู้รับจ้างจะขอเทียบเท่าได้ใน กรณีดังต่อไปนี้
13.1.1 วัสดุในท้องตลาดมีไม่พอ หรือขาดตลาด หรือบริษัทผู้ผลิตเลิกผลิต หรือผลิตไม่ทัน ทั้งนี้ผู้ว่าจ้างขอ สงวนสิทธิในการอนุมัติวัสดุรายการเทียบเท่า
13.1.2 มีระบุในรายละเอียดประกอบแบบว่า “หรือคุณภาพเทียบเท่า” หรือ“หรือเทียบเท่า”
13.2 การจัดส่งตัวอย่างขอเทียบเท่า
13.2.1 ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามระเบียบการจัดส่งวัสดุ อุปกรณ์เพื่อขออนุมัติตามหัวข้อ12.2
9/166

13.2.2 ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่ง CATALOG พร้อมทั้งรายการละเอียดรับรองคุณภาพหลักฐานจากหน่วยงาน ตรวจสอบที่ได้รับอนุมัติ
13.2.3 หากจําเป็น ผู้รับจ้างจะต้องอํานวยความสะดวกต่อผู้ว่าจ้างหรือตัวแทนผู้ว่าจ้าง หรือสถาปนิก/ วิศวกร หรือผู้ควบคุมงาน ในการตรวจสอบโรงงานผู้ผลิตวัสดุอุปกรณ์ขอเทียบเท่า โดยค่าใช้จ่ายเป็น ของผู้รับจ้าง
14. หน่วยงานตรวจสอบที่เป็นที่ยอมรับ
14.1 มอก. กระทรวงอุตสาหกรรม
14.2 สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ประยุกต์
14.3 คณะวิศวกรรมศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
14.4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
14.5 คณะวิศวกรรมศาสตร์สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า วิทยาเขตธนบุรี
14.6 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า วิทยาเขตเจ้าคุณทหารลาดกระบัง 14.7 กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม
14.8 สํานักงานโยธาจังหวัด ฯ
14.9 หน่วยงานที่รับรองโดย ผู้ว่าจ้าง
14.10 หน่วยงานเอกชนที่รัฐบาลรับรอง
มาตรฐานที่นํามาใช้
วิศวกรรมโครงสร้างและโยธา

  1. ASTM AMERICAN SOCIETY FOR TESTING MATERIAL, 1961, BSJIS, DIN, ISO, AAMA, AUSTRALIAN STANDARD
  2. มอก. มาตรฐานสินค้าผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ของสํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมประเทศไทย 3. มาตรฐานของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย
    งานระบบปรับอากาศ
  3. ARIAir – Conditioning and Refrigeration Institute
  4. ASA American Standard Association
  5. ASHRAEAmerican Society of Heating, Refrigerating and Air – Conditioning Engineers 4. SMACNASheet Metal and air-conditioning Contractors National Association Inc. 5. NEMANational Electrical Manufacturer Association
  6. UL Underwriters’ Laboratories Inc.
  7. ASTM American Society of Testing Material
  8. MEA Metropolitan Electricity Authority
  9. TIS Thai Industrial Standard
  10. NEC National Electrical Code
  11. IEC International Electromechanical Commission
  12. API American Petroleum Industry
  13. AWS American Welding Society
  14. BS British Standard
  15. ANSI American National Standard Institute
    10/166

งานระบบป้องกันเพลิงไหม้

  1. กฎข้อบังคับของกองดับเพลิง กรมตํารวจ

  2. NFPANational Fire Protection Association

  3. UL Underwriter Laboratory

  4. FM 200
    งานระบบปรับปรุงคุณภาพนํ้า , ประปา , และสุขาภิบาล

  5. ของการประปานครหลวง

  6. พระราชบัญญัติควบคุมอาคารและกฎกระทรวง

  7. ASPEThe American Society of Plumbing Engineers

  8. ASSEAmerican Society of Sanitary Engineering

  9. BOCABuilding Officials & Code Administrators

  10. International Inc.Plumbing code
    งานระบบพลังแสงอาทิตย์

  11. ASHRAEAmerican Society of Heating , Refrigerating and Air –Conditioning Engineer งานระบบไฟฟ้าและสื่อสาร

  12. MEA Metropolitan Electriity Authority

  13. EIT The Engineering Institute of Thailand

  14. TISI Thai Industrial Standard Institute

  15. NEC National Electrical Code

  16. NESC National Electrical Safety Code

  17. UL Underwriters’ Laboratories Inc.

  18. NEMANational Electrical Manufacturer Association

  19. NFPA National Fire Protection Association

  20. พระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535
    หมายเหตุ
    มาตรฐานและข้อบังคับต่าง ๆ ที่อ้างถึงครอบคลุมถึงฉบับล่าสุดที่ปรากฏให้มีผลบังคับใช้จนถึงวันที่ทําการติดตั้งด้วย โดยผู้ว่าจ้างจะต้องจัดหาเอกสารนั้น ๆ ประกอบเพื่อเสนอเรื่องให้พิจารณาต่อผู้ควบคุมงานหรือผู้ว่าจ้าง 15. การประชุม
    หมายถึง การพบปะปรึกษาหารือระหว่างผู้รับจ้าง กับผู้ควบคุมงานหรือผู้รับจ้างกับผู้ควบคุมงาน สถาปนิก/วิศวกร และผู้แทนผู้ว่าจ้าง เพื่อให้การทํางานก่อสร้างดําเนินไปตามแบบรูปและรายการ และให้การทํางานทันกําหนดเวลา ขั้นตอนที่ได้วางไว้ โดยผู้รับจ้างจะต้องจัดผู้แทนผู้มีอํานาจเต็มเข้าร่วมประชุมด้วยทุกครั้งการกําหนดระยะเวลาในการ จัดประชุม
    15.1. ประชุมทุก 7 วัน ระหว่างผู้แทนผู้ว่าจ้าง ผู้ควบคุมงานและผู้รับจ้างตลอดระยะเวลาทําการก่อสร้าง 15.2. ประชุมทุก 30 วัน ระหว่างผู้แทนผู้ว่าจ้าง สถาปนิก/วิศวกร ผู้ควบคุมงาน และผู้รับจ้างตลอดระยะเวลาการก่อสร้าง 15.3. เมื่อผู้ควบคุมงานหรือผู้รับจ้างเห็นสมควร
    15.4. เมื่อสถาปนิก / วิศวกร เห็นสมควร
    11/166

  21. การรายงาน
    เพื่อตรวจสอบวิธีการและความก้าวหน้าของการทํางาน เป็นหลักฐานประกอบการก่อสร้าง ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่ง เอกสารตามกําหนดเวลาที่ผู้รับจ้าง หรือสถาปนิก / วิศวกร หรือผู้ควบคุมงานเป็นผู้กําหนด
    16.1 ตารางแสดงขั้นตอนการก่อสร้างภายในกําหนดเวลา7 วัน ภายหลังจากวันเซ็นสัญญา
    16.2 รายงานแสดงความก้าวหน้าของงาน (PROGRESSIVE REPORT) จัดส่งทุก 15 วัน
    16.3 รูปถ่าย (CONSTRUCTION PHOTOGRAPHYS)แสดงให้เห็นผลงานและความคืบหน้าทุก ๆ 15 วัน 16.4 จัดทํารายงานประจําเดือนสรุปการดําเนินงาน และผลความคืบหน้าในการก่อ สร้างในรอบเดือน เปรียบเทียบ กับแผนที่วางไว้พร้อมรูปถ่ายเสนอต่อผู้ว่าจ้าง ภายใน 15 วัน ของเดือนถัดไปตามจํานวนชุดซึ่งผู้ว่าจ้างกําหนด 16.5 รายงานอื่น ๆ ตามที่ผู้ควบคุมงานต้องการ

  22. การคํ้าประกัน
    การคํ้าประกันผลงานก่อสร้างผู้รับจ้างจะต้องรับประกันผลงานเป็นเวลา 24 เดือน นับจากวันที่ผู้ว่าจ้างตรวจรับมอบ งานงวดสุดท้ายแล้ว กรณีที่ผู้ว่าจ้างเข้าครอบครองทําประโยชน์บางส่วนหรือทั้งหมดของงาน ซึ่งอยู่ในระยะเวลาของ การคํ้าประกันระยะเวลาของการคํ้าประกันงานก่อสร้างจะแยกย่อยตามส่วนนั้น ๆ เช่นเดียวกัน หากมีการเสียหาย เกิดขึ้นแก่ส่วนใดส่วนหนึ่งของสิ่งก่อสร้าง ในระยะเวลาของการคํ้าประกัน ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่งวัสดุอุปกรณ์ตลอดจน ช่างฝีมือมาดําเนินการซ่อมแซมเปลี่ยนแปลงแก้ไขสร้างใหม่ หากผู้รับจ้างไม่มาดําเนินการตามที่ผู้ว่าจ้างแจ้งให้ผู้รับจ้าง ทราบตามกําหนด ผู้ว่าจ้างมีสิทธิจะหารือจัดหาบุคคลอื่นมาดําเนินการแทน ผู้รับจ้างยินดีที่จะให้ผู้ว่าจ้างหักเงินจาก ยอดเงินคํ้าประกันผลงานเพื่อใช้จ่ายในกิจการนั้น ๆ ตามความเห็นชอบของผู้ว่าจ้างโดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้นการ ซ่อมแซมงานที่อยู่ในระยะเวลาคํ้าประกันเป็นงานที่เกิดจากความเสียหายที่เกิดขึ้นจากความบกพร่อง หรือความ ประมาทเลินเล่อในการก่อสร้างของผู้รับจ้างเป็นผู้กระทํา โดยถือคําวินิจฉัยของสถาปนิก / วิศวกร ผู้ออกแบบเป็นอัน สิ้นสุด เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาคํ้าประกัน สถาปนิก/วิศวกร ผู้ออกแบบจะเป็นผู้ออกหนังสือรับรองผลงานให้แก่ผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างจะต้องนําหลักฐานใบรับรองผลงานนี้แสดงต่อผู้ว่าจ้างเพื่อขอหนังสือคํ้าประกันผลงานก่อสร้างจากผู้ว่าจ้าง

  23. การจัดเบิกจ่ายเงินงวด
    รับจ้างจะต้องหาตารางการเบิกเงินงวด โดยระบุปริมาณงานและกําหนดระยะแต่ละงวดพร้อมจํานวนเงินเสนอให้ผู้ว่า จ้างอนุมัติก่อนลงนามในสัญญา ผู้ว่าจ้างมีสิทธิในการตรวจสอบและแก้ไขตารางการเบิกเงินงวดเพื่อความเหมาะสม การแก้ไข ผู้รับจ้างจะต้องจัดเงินงวดใหม่ ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะไม่จ่ายเงินงวดในเมื่อผู้ว่าจ้าง เห็นว่าหากมี 18.1 ปริมาณและคุณภาพงานไม่เป็นไปตามที่ได้ระบุไว้ในราคาเบิกเงินงวด
    18.2 ระยะการเบิกเงินงวดไม่ตรงกับที่ได้ระบุไว้ในงวดตารางเบิกยกเว้นกรณีที่ได้มีการตกลงกันระหว่างผู้รับจ้างกับ ผู้ว่าจ้างเป็นลายลักษณ์อักษรหลักฐานต่างๆ ที่ผู้รับจ้างจะต้องแนบมาพร้อมกับเอกสารเบิกเงินงวด 18.3 ตารางการเบิกเงินงวดที่ได้รับอนุมัติพร้อมแสดงเครื่องหมายงวดงานที่ต้องการเบิกพร้อมตารางแสดงผลงานที่ทําได้ 18.4 หลักฐานอื่นที่ผู้ควบคุมงานกําหนด
    18.5 หลักฐานเพิ่มเติมอื่น ๆ ที่ผู้ว่าจ้างร้องขอ
    ระยะเวลาการเบิกจ่าย เป็นไปตามเอกสารการประกวดราคา

  24. การส่งมอบงาน ให้เป็นไปตามเอกสารการประกวดราคา
    19.1 การส่งมอบอุปกรณ์และรายการเอกสารผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบอุปกรณ์และรายการ ดังต่อไปนี้ 19.1.1 กุญแจทั้งหมดที่ใช้ในอาคารชุดละ5 ดอก หรือตามสถาปนิกกําหนด
    12/166

19.1.2 ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการจัดหาวิทยากร ผู้ชํานาญงานของบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ที่นํามาติดตั้ง อาคารมาอบรม หรือแนะนําให้บุคลากรของอาคารซึ่งได้รับมอบหมายรับทราบเกี่ยวกับการดูแล รักษา การใช้งาน หรือการซ่อมบํารุงเบื้องต้นจนกว่าจะมีความเข้าใจสามารถปฏิบัติงานได้
19.1.3 ผู้รับจ้างจะต้องมอบเครื่องมือและชิ้นส่วนอะไหล่ที่มีมากับอุปกรณ์ให้กับเจ้าของอาคารเก็บรักษา ทั้งหมด
19.1.4 แบบก่อสร้างจริง (AS BUILT DRAWINGS) จัดเป็นรูปเล่ม รวมต้นฉบับกระดาษไข 1 ชุด และแบบ ก่อสร้างจริง พิมพ์เขียว จํานวน 5 ชุด แบบก่อสร้างจริงจะต้องมีขนาดเท่ากับแบบก่อสร้าง และใช้ มาตราส่วนเดียวกันในการเขียนแบบแสดงส่วนที่ เปลี่ยนแปลงไปจากแบบก่อสร้างเดิมอย่างชัดเจน
19.1.5 หนังสือรับประกันคุณภาพจากบริษัทผู้ผลิต หรือตัวแทน หรือผู้ติดตั้งสําหรับเครื่องกลและอุปกรณ์ ทุกชนิดโดยมีกําหนดระยะเวลารับประกันอย่างน้อยเท่ากับระยะเวลาบํารุงรักษาตามสัญญก่อสร้าง 19.1.6 คู่มือสําหรับการดูแลรักษา ผู้รับจ้างจะต้องรวบรวมคู่มือและข้อแนะนําของบริษัทผู้ผลิตสําหรับวัสดุ และอุปกรณ์ทุกชนิดที่นํามาติดตั้งในอาคารนี้
19.1.7 ผู้รับจ้างจะต้องจัดเตรียมวัสดุและ / หรืออุปกรณ์งานตกแต่งสถาปัตยกรรมเพื่อสํารองในการ บํารุงรักษาอาคารหลังการรับมอบงานภายในปริมาณที่เหมาะสม ตามรายการที่ผู้ว่าจ้างกําหนด พร้อมกับการ
19.1.8 ส่งมอบอาคาร ทั้งนี้รวมถึงตามข้อกําหนดเฉพาะงานในแต่ละระบบด้วย ในส่วนของงาน สถาปัตยกรรมให้สํารองวัสดุตามรายการต่างๆ ดังนี้
วัสดุจํานวนร้อยละของปริมาณวัสดุทั้งหมด,ปัดเศษขึ้น
กระเบื้องในประเทศ 2
กระเบื้องต่างประเทศ 2
13/166

  1. การนําเข้าวัสดุอุปกรณ์ต่างประเทศ
    ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ดําเนินการเกี่ยวกับการนําเข้าวัสดุจากต่างประเทศ ในกรณีที่จําเป็นต้องสั่งวัสดุอุปกรณ์ โดยให้ ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการที่เกี่ยวข้องกับการนําเข้าวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ โดยไม่มีการยกเว้น ถ้าวัสดุอุปกรณ์หรือ สิ่งของใด ๆ ที่ผู้รับจ้างนํามาเพื่อประกอบหรือผลิต หรือเป็นของสําหรับใช้สอยหรืออํานวยความสะดวกแก่การทํางาน จะต้องสั่งหรือนําเข้ามาจากต่างประเทศ และสิ่งของต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้นนั้น ต้องนําเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มี เรือไทย หรือเรื่อที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทยเดินอยู่และสามารถให้บริการรับขนได้ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศกําหนด ผู้รับจ้างต้องจัดการให้สิ่งของต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้นบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิ เช่นเดียวกับเรือไทยจากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากสํานักงาน คณะกรรมการส่งเสริมการ พาณิชย์นาวีก่อนบรรทุกสิ่งของต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้น ลงเรืออื่นที่มิใช่เรือไทยหรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับเรือไทย หรือ สิ่งของดังกล่าวข้างต้นได้รับการยกเว้นโดยประกาศของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้ ทั้งนี้ ไม่ว่าการสั่งสิ่งของดังกล่าวข้างต้นจากต่างประเทศจะเป็นแบบ เอฟ.โอ.บี/ซีแอนด์เอฟ หรือ ซี.ไอ.เอฟ ในการส่งมอบ งานให้แก่ผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบใบตราส่ง (Bill of Landing) หรือสําเนาใบตราส่งสําหรับสิ่งของต่าง ๆ ซึ่ง แสดงว่าได้บรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับเรือไทยให้กับผู้ว่าจ้าง พร้อมกับการส่งมอบงานด้วย ในกรณี ที่สิ่งของดังกล่าวข้างต้น ไม่ได้บรรทุกจากต่างประเทศมายังประเทศไทย โดยเรือไทยหรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับเรือไทย ผู้รับจ้างต้องส่งมอบหลักฐานแสดงว่า ได้รับอนุญาตจากสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมพาณิชย์นาวีให้บรรทุกโดย เรืออื่นได้หรือหลักฐานซึ่งแสดงว่าได้ชําระค่าธรรมเนียมพิเศษ เนื่องจากการไม่บรรทุกสิ่งของดังกล่าว โดยเรือไทยหรือ เรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับเรือไทย ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชย์นาวี แล้วอย่างใดอย่างหนึ่งให้แก่ผู้ว่าจ้าง ด้วย ในกรณีที่ผู้รับจ้างมอบหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่งให้แก่ผู้ว่าจ้างด้วย ในกรณีที่ผู้รับจ้างมอบหลักฐานอย่างใดอย่าง หนึ่งดังกล่าวในสองวรรคข้างต้นให้แก่ผู้ว่าจ้างแต่อาจส่งมอบงานให้แก่ผู้ว่าจ้างก่อน โดยยังไม่รับชําระค่าจ้างผู้ว่าจ้างมี สิทธิรับมอบงานดังกล่าวไว้ก่อน และจะชําระเงินค่างานให้แก่ผู้รับจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติถูกต้องครบถ้วนดังกล่าว แล้วหลักฐานต่าง ๆ ที่ผู้รับจ้างต้องการจากผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการเสียแต่เนิ่น ๆ ผู้รับจ้างไม่มีสิทธิที่จะอ้าง เหตุผลใด ๆ ในการต่อสัญญาการก่อสร้างออกไป หากการนําเข้าวัสดุอุปกรณ์เหล่านั้นล่าช้าไม่ทันกําหนดระยะเวลา ในการก่อสร้าง ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบต่อผลเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด ผู้ว่าจ้างจะถือว่าวัสดุอุปกรณ์ที่ส่งมายัง หน่วยงานจะต้องอยู่ในสภาพดีสามารถติดตั้งและใช้สอยได้ทันที
    14/166

งานรือถอน ( ้ Building Demolition)

  1. การรื้อถอน สิ่งปลูกสร้างเดิมและสิ่งกีดขวางอื่น ๆ
    ในทันทีที่ผู้รับจ้างได้เข้าครอบครองสถานที่ที่จะทําการก่อสร้าง ให้ผู้รับจ้างดําเนินการรื้อถอน สิ่งปลูกสร้างเดิมและสิ่งกีด ขวางอื่น ๆ ที่มีอยู่ในบริเวณนั้น ซึ่งผู้รับจ้างต้องใช้ความระมัดระวังต่อท่อประปา และสายไฟฟ้าที่อาจมีอยู่ไม่ให้ กระทบกระเทือน หรือเกิดความเสียหายใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการรื้อถอน สิ่งปลูกสร้างเดิมและสิ่งกีดขวางอื่น ๆ 2. วิธีการรื้อถอน สิ่งปลูกสร้างเดิมและสิ่งกีดขวางอื่น ๆ
    ห้ามผู้รับจ้างใช้วิธีการรื้อถอน สิ่งปลูกสร้างเดิม และสิ่งกีดขวางอื่น ๆ โดยวิธีที่จะก่อให้เกิดอันตรายใด ๆ หรือเป็นเหตุให้ เกิดความตระหนกตกใจจากการกระทําดังกล่าวแก่ผู้อยู่ข้างเคียง เช่น การเผาไฟ การสุมไฟ ฯลฯ
  2. กรรมสิทธิ์ในวัสดุสิ่งของ
    วัสดุสิ่งของที่ได้จากการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างข้างต้นนี้ให้ตกเป็นของผู้ว่าจ้าง ยกเว้นวัสดุ สิ่งของที่ได้ระบุไว้เป็นพิเศษให้ส่ง มอบแก่เจ้าของโครงการ และผู้รับจ้างต้องขนย้ายวัสดุสิ่งของที่ผู้รับจ้างได้มาจาก การรื้อถอนนี้ออกไปจากบริเวณก่อสร้าง ทั้งนี้ถ้าเป็นการรื้อถอนอาคาร ให้รวมถึงฐานราก และส่วนของอาคาร หรือสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ใต้ดิน หลุมส้วม บ่อเก่า ราก ไม้ และสิ่งกีดขวางอื่น ๆ ทั้งที่อยู่บนดินและใต้ดิน ในบริเวณก่อสร้างทั้งหมด
  3. การรื้อถอนอาคารเดิม การรื้อ และการขนย้ายอุปกรณ์ ภายในอาคารเดิม
    4.1 ผู้รับจ้างจะต้องทําแผน และวิธีการรื้อถอนอาคาร พร้อมกับมีวิศวกรรับรองเสนอต่อผู้ว่าจ้าง และ/หรือผู้ควบคุม งาน เพื่ออนุมัติก่อนดําเนินการ
    4.2 ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําบัญชีรายการและรายละเอียดครุภัณฑ์ อุปกรณ์ ที่ติดตั้งในอาคารเดิม แสดงต่อผู้ว่าจ้าง ก่อนทําการรื้อถอน
    4.3 ครุภัณฑ์ อุปกรณ์ ที่ติดตั้งในอาคารเดิม ถือเป็นทรัพย์สินของผู้ว่าจ้าง ส่วนที่ใช้งานรองรับหน่วยงานเดิม ผู้รับจ้าง มีหน้าที่ขนย้ายไปติดตั้งใหม่
    4.4 ครุภัณฑ์ อุปกรณ์ ที่ติดตั้งในอาคารเดิม ถือเป็นทรัพย์สินของผู้ว่าจ้าง ส่วนที่ไม่ได้ใช้งาน ผู้รับจ้างมีหน้าที่ขนย้าย นําไปเก็บในพื้นที่ ที่ผู้ว่าจ้างกําหนด
    15/166

การปรับปรุงบริเวณก่อสร้าง Site Clearing

  1. การเตรียมงาน
    1.1 ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการตรวจสอบสํารวจบริเวณที่จะทําการก่อสร้างให้รู้สภาพต่าง ๆ ของสถานที่ก่อสร้าง เพื่อที่จะได้เป็นแนวทางในการพิจารณาในการทํางาน SITEWORK ต่าง ๆ และลู่ทางสําหรับการขนส่งวัสดุก่อสร้าง 1.2 ผู้รับจ้างจะต้องวัดสถานที่ก่อสร้าง วางผัง จัดทําระดับ แนว และระยะต่าง ๆ ตรวจสอบความถูกต้อง และจัดทํา
    รายงานถึงความถูกต้อง หรือความคลาดเคลื่อน หรือความไม่แน่นอน แตกต่างไปจากแบบก่อสร้างเป็นลายลักษณ์อักษร ให้ผู้ออกแบบ, วิศวกร ตรวจสอบความถูกต้องก่อนดําเนินงานขั้นต่อไป
    1.3 ผู้รับจ้างจะต้องจัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ ช่างฝีมือดี และแรงงานที่เหมาะสมให้ เพียงพอ.และ พร้อมเพรียง เพื่อปฏิบัติงานก่อสร้างให้ดําเนินงานไปด้วยความรวดเร็ว เรียบร้อย มีประสิทธิภาพ และได้ผลงานที่ถูกต้อง สมบรูณ์ตามแบบและรายการประกอบแบบทุกประการ โดยเป็นผลงานที่มีคุณภาพและมาตรฐานที่ดี
    1.4 ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติ และรับผิดชอบในการทํางาน ให้เป็นไปตามกฎหมายแรงงาน หรือเทศบัญญัติรวมทั้ง ระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ เพื่อให้การปฏิบัติงานก่อสร้างครั้งนี้เป็นไปอย่างเรียบร้อย และถูกต้องตามกฎหมาย 1.5 ผู้รับจ้างจะต้องหาวิธีป้องกันความเสียหายอันอาจจะเกิดขึ้นกับทรัพย์สินของผู้อื่นและสาธารณูปโภค ข้างเคียง และต้องประกันอุบัติเหตุอันอาจจะเกิดขึ้นต่อทรัพย์สิน สวัสดิภาพของคนงาน และบุคคลอื่นอันสืบเนื่องมาจากการปฏิบัติงาน ก่อสร้าง หากมีความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการกระทํา ของผู้รับจ้าง หรือบริวาร หรือผู้อื่นซึ่งปฏิบัติงานก่อสร้างใน งานนี้ ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ และ เป็นผู้ชดใช้ค่าเสียหายทั้งสิ้น
  2. งานปรับพื้นที่
    หลังจากดําเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และสิ่งกีดขวางอื่น ๆ และขนย้ายออกจากบริเวณก่อสร้างแล้ว ให้ดําเนินการ ปรับระดับพื้นให้เรียบเสมอกัน พร้อมที่จะดําเนินการ วางผังงานก่อสร้าง กําหนดแนว และระดับเริ่มต้นก่อสร้าง ตามที่กําหนด ในแบบและรายการประกอบแบบตามสัญญาต่อไป
    16/166

หมวดที ่ 2
รายการประกอบแบบงานสถาปัตยกรรม
17/166

2.1งานผนัง
คอนกรีตมวลเบา (AUTOCLAVED AERATED CONCRETE)

  1. วัสดุ (Material)
    1.1 แผ่นผนังคอนกรีตมวลเบาเสริมเหล็ก แบบมีฟองอากาศอบไอนํ้า Q-CON (AAC : Autoclaved Aerated Reinforced Lightweight Concrete Wall Panel) เป็นแผ่นผนังมวลเบา ที่มีฟองอากาศขนาดเล็กกระจายอย่างสมํ่าเสมอ ในเนื้อคอนกรีต ไม่มีรูกลวง มีความกว้าง 60ซม. ความยาวและความหนาเป็นไป ตามตารางที่ 1 มีความคลาดเคลื่อน ของมิติ ความกว้างและความหนาไม่เกิน +2 มม. ความยาวไม่เกิน +5 มม. ผลิตภัณฑ์ได้รับอนุญาตแสดงเครื่องหมาย มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม จากสํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม มอก.1505- 2541 ทุกแผ่นต้องทําการเสริมเหล็กเส้น 2ชั้น เส้นผ่าศูนย์กลางไม่เล็กกว่า 4 มม. ทําการเชื่อมด้วยไฟฟ้าให้เหล็กละลาย ติดกัน และทําการชุบสีกันสนิม ก่อนทําการผลิตตามข้อกําหนด โดยมีรายละเอียด คุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ที่ ได้รับ อนุญาตแสดงเครื่องหมายมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
    ชั้นคุณภาพ 4 และมีคุณสมบัติที่สําคัญ ดังนี้
    1.1.1 ความหนาแน่นแห้ง (Dry Density) 610-700 กิโลกรัม/ลูกบาศก์เมตร
    1.1.2 ค่ากําลังรับแรงอัด (Compressive Strength, f /c) ไม่น้อยกว่า 40 กก./ตร.ซม.
    1.1.3 ค่าโมดูลัสยืดหยุ่น (Modulus of Elasticity,E) ไม่น้อยกว่า 17,500 กก./ตร.ซม.
    1.1.4 อัตราการทนไฟ (Fire Rating) ตามมาตรฐาน BS 476 ไม่ตํ่ากว่า 4 ชั่วโมง
    1.1.5 อัตราการดูดกลืนนํ้า (Water Absorption) ไม่เกิน 50 % โดยปริมาตร
    1.1.6 ค่าการนําความร้อน (Thermal Conductivity) ไม่เกิน 0.16วัตต์/เมตร-เคลวิน
    1.1.7 รับแรงลมปลอดภัย ไม่น้อยกว่า 50 กก./ตร.ม. กรณีใช้เป็นผนังภายนอก
    1.1.8ค่าการโก่งตัวสูงสุด (Deflection) ไม่เกิน L/300 เมื่อ Lเป็นความยาวของแผ่น
    ตารางที่1 ความยาวสูงสุดของแผ่นผนัง Q-CON (เกณฑ์ความคลาดเคลื่อนไม่เกิน + 5 มม.)
    ความหนา (ซม.)
    7.5
    10.0
    12.5
    15.0
    17.5
    20.0
    ผนังภายใน (ม.)
    3.0
    4.0
    5.0
    5.5
    6.0
    6.0
    ผนังภายนอก (ม.)

    4.0
    4.5
    5.0
    5.5
    6.0

1.2 ปูนก่อสําเร็จรูป (Thin Bed Adhesive Mortar) เป็นปูนก่อบางหรือปูนกาว สําหรับงานก่อผนังคอนกรีตมวลเบา โดยเฉพาะ ใช้งานได้ทันทีเมื่อผสมนํ้าสะอาดตามสัดส่วนที่กําหนดผสมเสร็จ โดยไม่ต้องผสมสารเคมีใด ๆ อีก (ปูนก่อ 1 ถุง นํ้าหนัก 50 ก.ก. ก่อ Block หนา 10 ซม. ได้พื้นที่ประมาณ 50 ตารางเมตรด้วยความหนาปูน 2-3 ม.ม.) มีค่ากําลังรับ แรงอัดที่ 28 วัน ไม่ตํ่ากว่า 100 กก./ตร.ซม. ค่าแรงยึดเหนี่ยวไม่น้อยกว่า 1.50 กก./ตร.ซม. ตามมาตรฐาน ASTM C109 และ C952 ปูนก่อต้องมีแรงยึดเหนี่ยวสูงเนื้อละเอียดรับแรงได้เร็ว ไม่ร่วน หรือหลุดง่าย ใช้งานได้โดยไม่ต้องราดนํ้าแผ่น ก่อน
1.3 ปูนฉาบสําเร็จรูป (Rendering Mortar) เป็นปูนฉาบที่ผลิตขึ้นสําหรับงานคอนกรีตมวลเบาโดยเฉพาะสามารถใช้ งานได้ทันทีเมื่อผสมนํ้า ผสมเสร็จโดยไม่ต้องมีส่วนผสมเพิ่มใดอีก มีค่ากําลังรับแรงอัดไม่เกิน 50 กก./ตร.ซม.และมีค่าแรง ยึด เหนี่ยวไม่น้อยกว่า 0.80 กก./ตร.ซม. ตามมาตรฐาน ASTM C109 และ C952 เนื้อละเอียด เหนียวลื่น ฉาบง่าย ไม่ย้อยตัว สามารถฉาบได้บางที่ความหนา 0.5-1.0 ซม. หลังจากราดนํ้าที่ผนังได้โดยไม่แตกร้าว (ปูนฉาบ 1 ถุง นํ้าหนัก 50 กิโลกรัม ฉาบได้พื้นที่ประมาณ 2.8 ตารางเมตร ที่ความหนา 1.0 ซม.)
2. ขั้นตอนการติดตั้งแผ่น Q-CON Wall Panel

  • ทําความสะอาดก่อนหาแนวและระยะการติดตั้งจากแบบและกําหนดเส้นแนวด้วยปักเต้า เพื่อเป็นแนวที่จะติดตั้ง
    18/166

  • ฝังพุ๊กกับพื้น (ทั้งบน-ล่าง) เพื่อจะยิงเหล็กฉากติดกับแผ่น Q-CON Wall Panel - ยิงสกลูเกลียวปล่อยปลายสว่านที่เหล็กฉากกับแผ่น Q-CON Wall Panel -อุดด้วยปูนทรายที่ปรับระดับด้วยลิ่มไม้ให้เต็มทิ้งไว้ให้ปูนทรายเซ็ทตัว จึงนําลิ่มไม้ออก - ส่วนรอยต่อระหว่างแผ่น ให้ป้ายปูนให้เต็มหน้าสัมผัส ด้วยปูนก่อมวลเบา
    19/166

งานผนังก่ออิฐ
ขอบเขตของงาน
ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาวัสดุ แรงงาน และอุปกรณ์ที่จําเป็น เพื่อการก่อสร้างงานก่อผนังอิฐให้ถูกต้องตามแบบ และ รายการก่อสร้าง
วัสดุ

  • นอกจากระบุเป็นอย่างอื่นในแบบ อิฐที่ใช้สําหรับงานก่อผนังอิฐเป็นอิฐมอญหรืออิฐบล็อก คุณภาพ เทียบเท่า ผลิตภัณฑ์ซีแพค ของ บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จํากัด หรือ DTK หรือ APK อปก.ขนาดอิฐก่อสร้างขนาดที่ผลิต ทั่ ว ๆ ไปตามท้องตลาด มอก. 77-2545 อิฐบล็อก สําหรับอิฐก่อครึ่งแผ่นให้ใช้ขนาดความหนาประมาณ 3" สําหรับอิฐก่อเต็มแผ่นให้ใช้ขนาดความหนาประมาณ 6" อิฐ หรือ BLOCK อื่น ๆ ตามที่ระบุในแบบ - ปูนก่อ มีส่วนผสมดังนี้
  • ปูนซีเมนต์ ให้ใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพเทียบเท่าปูนซีเมนต์ตราเสือของ บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จํากัด(มหาชน)หรือ ตรานกอินทรีย์ของ บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จํากัด (มหาชน) หรือ ตรางูเห่า ของ บริษัท ชลประทานซีเมนต์ (มหาชน) จํากัด หรือ ตราทีพีไอ ของบริษัท ทีพีไอ โพลีน จํากัด (มหาชน)
  • ทราย จะต้องเป็นทรายนํ้าจืดที่สะอาด คมและแข็ง โดยมีคุณสมบัติดังนี้
    ผ่านตะแกรงร่อน เบอร์ 8 100%
    ผ่านตะแกรงร่อน เบอร์ 50 15 - 40%
    ผ่านตะแกรงร่อน เบอร์ 100 0 - 10%
  • นํ้าจะต้องใช้นํ้าที่สะอาด ปราศจากนํ้ามัน กรด ด่าง เกลือ หรือพฤกษชาติต่าง ๆ ในกรณีที่นํ้าในบริเวณ ก่อสร้างมีคุณภาพไม่ดีพอ ผู้รับจ้างจะต้องจัดหานํ้าจากแหล่งอื่นมาใช้
  • เสาเอ็น คานทับหลังเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ให้ใช้หินเกล็ดผสมได้
    กรรมวิธีก่อ
  • ที่มุมผนังอิฐก่อ หรือผนังอิฐก่อที่หยุดลอย ๆ โดยไม่ติดเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก หรือตรงที่ผนังอิฐก่อติดกับวง กบประตู-หน้าต่าง จะต้องมีเสาเอ็นและคานทับหลังเสาเอ็นและคานทับหลังต้องไม่เล็กกว่า 10 ซม. และมี ความกว้างเท่ากับแผ่นอิฐการเสริมเหล็ก เสริมด้วยเหล็ก 2 ∅ 1/4" และมีเหล็กปลอกลูกโซ่ 1/4" ทุกระยะ 20 ซม. เหล็กเสริมเสาเอ็นจะต้องฝังลึกลงในพื้นหรือคานคอนกรีตเสริมเหล็กทั้งสองด้าน หรือต่อเชื่อมกับเหล็กที่ เสียบเตรียมเอาไว้ในที่ที่ไม่ได้ระบุไว้ในแบบ ผนังอิฐก่อทุก ๆ ความยาว 3 เมตร จะต้องมีเสาเอ็นและทุก ๆ ความ สูง 2.50เมตร จะต้องมีคานทับหลัง ระยะความยาวของคานทับหลังจะต้องไม่เกิน 3เมตร ในแต่ละช่วง
  • ผู้รับจ้างจะต้องทําช่องเตรียมไว้ในขณะก่อสร้างงานผนังก่ออิฐ สําหรับงานระบบอื่น ๆ เช่น งานระบบไฟฟ้า งาน ระบบปรับอากาศ ฯลฯ หรือตามที่ผู้ควบคุมงานสั่งการเจาะช่องต้องทําด้วยความประณีต
  • ผู้รับจ้างจะต้องเตรียมเสียบเหล็กสําหรับงานอิฐก่อ หากไม่แน่ใจตําแหน่งจะต้องปรึกษาผู้ควบคุมงานเสียก่อน ระยะตามดิ่งไม่เกิน 30 ซม. ปลายใน ค.ส.ล. จะต้องงอขอให้เรียบร้อย ส่วนที่ยื่นนอกโครงสร้างต้องไม่น้อยกว่า 30 ซม.หากจําเป็นผู้รับจ้างจะต้องสกัดเสา หรือส่วนของโครงสร้างนั้น ๆ ให้เห็นเหล็กเสริม แล้วเชื่อมเหล็กเสริม กับเหล็กเสาเอ็นที่เตรียมเอาไว้โดยจะต้องเทเสาเอ็นนั้น ๆ ก่อนแล้วค่อยเสียบเหล็กสําหรับก่ออิฐ
  • การก่อจะต้องได้แนวและระดับ การก่อในครั้งเดียว จะต้องมีความสูงไม่เกินกว่า 1 เมตร โดยจะต้องทิ้งไว้อย่าง น้อย 3 ชั่วโมง จึงก่อเสริมได้การก่อผนังอิฐชนคานผู้รับจ้างจะต้องก่ออิฐทิ้งระยะไม่น้อยกว่า 15 ซม.ตลอดแนว
    20/166

คาน ทิ้งไว้อย่างน้อย 24 ชั่วโมง จึงทําการก่อพอกชนคานได้ กรณีที่ก่ออิฐพอกนี้ตามนอนไม่ได้ อนุญาตให้ก่อ ตามเฉียงได้ ความหนาของปูนก่อจะต้องไม่น้อยกว่า 1 ซม. ปูนก่อจะต้องเต็มหน้าแผ่นอิฐ

  • การก่อผนังอิฐโชว์แนว ผู้รับจ้างจะต้องคัดแผ่นอิฐที่ได้มาตรฐานทุก ๆ แผ่น การก่อจะต้องได้ระดับทั้งแนวนอน และดิ่ง การก่อในแต่ละชั้นจะต้องขึงเอ็นหัวท้าย กรรมวิธีก่อให้ปฏิบัติตาม ข้อ 3.4 ก่อนที่ปูนก่อจะแห้งสนิท จะต้องเซาะรอยตามแนวปูนก่อให้เป็นร่องลึกประมาณ 1 ซม.อิฐทุกแผ่นต้องชําระสิ่งสกปรกจากคราบปูนหรือ วัสดุอื่น ๆ ก่อนที่คราบสกปรกนั้นจะแห้งจนยากแก่การทําความสะอาด การยาแนวร่องผนังอิฐโชว์แนว ใช้ ปูนซีเมนต์ผสมทรายละเอียดหลังจากผนังอิฐก่อโชว์แนวแห้งสนิทแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องกระทําจากส่วนบนลงมา
    ข้างล่าง หากไม่ระบุไว้ในแบบให้เซาะร่องด้วยรูปตัวยู การเซาะร่องต้องกระทําไปพร้อมการทําความสะอาดผนัง - ส่วนผสมของปูนก่อ ส่วนผสมของปูนซีเมนต์ต่อทรายหยาบ ให้ใช้อัตราส่วน 1:4 นอกจากระบุเป็นอย่างอื่นจากผู้ ควบคุมงาน การผสมจะต้องผสมปูนซีเมนต์กับทรายให้คลุกเคล้ากันดีเสียก่อนจึงผสมนํ้าปูนก่อที่ผสมนํ้าแล้วนาน เกินกว่า 1.5ชั่วโมง ห้ามนํามาใช้
    การก่ออิฐบล็อก (คอนกรีตบล็อก)
    กรรมวิธีก่อให้ยึดถือตามข้อ 3 ในกรณีที่ก่อคอนกรีตบล็อกแนวตามดิ่งตรงกันทุก ๆ 5 ก้อน จะต้องเสียบเหล็ก 9 มม. อย่างน้อย 2 เส้น ตลอดความสูงผนังหรือตามที่ผู้ควบคุมงานสั่ง ช่อง ที่เสียบเหล็กจะต้องเทคอนกรีตให้เต็มช่องเศษหัวท้าย จะต้องใช้คอนกรีตบล็อกตัดแต่งให้ได้ขนาดที่เหมาะสม การตัดแต่งจะต้องกระทําด้วยความประณีต โดยใช้ไฟเบอร์ตัด การรักษาความสะอาด
    เศษปูน เศษอิฐ ทุกชั้นจะต้องเก็บให้เรียบร้อยก่อนที่เศษปูนจะแห้งกรัง ผู้รับจ้างจะต้องรักษาผนังให้สะอาดปราศจาก รอยขีดเขียนต่าง ๆ จนกว่าจะรับมอบงาน
    21/166

งานฉาบปนู
ขอบเขตของงาน
ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาวัสดุ แรงงาน และอุปกรณ์ที่จําเป็นในการก่อสร้างงานฉาบปูนให้ถูกต้องตามระบุในแบบและ รายการ งานฉาบปูน หากไม่ระบุในแบบ ส่วนที่เป็นผนัง คาน เสา และเพดาน ค.ส.ล. และทุกส่วนที่มองเห็นด้วยตา จากภายนอกให้ตกแต่งผิวด้วยปูนฉาบ
วัสดุ

  • ปูนซีเมนต์ให้ใช้ปูนซีเมนต์ตราเสือ มอก.1776-2542 ของบริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จํากัด (มหาชน) หรือตรา นกอินทรีย์ของ บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จํากัด (มหาชน) หรือตรางูเห่า ของ บริษัท ชลประทานซีเมนต์ จํากัด (มหาชน) หรือ ตราทีพีไอ ของ บริษัท ทีพีไอ โพลีน จํากัด (มหาชน) หรือคุณภาพเทียบเท่า
  • ทรายจะต้องเป็นทรายนํ้าจืดที่สะอาด คมและแข็ง ปราศจากวัสดุอื่นเจือปน โดยมีคุณสมบัติดังนี้ ผ่านตะแกรงร่อน เบอร์ 4 100%
    ผ่านตะแกรงร่อน เบอร์ 16 60 - 90%
    ผ่านตะแกรงร่อน เบอร์ 50 10 - 30%
    ผ่านตะแกรงร่อน เบอร์ 100 0 - 10%
  • ปูนขาวหรือนํ้ายาผสมปูนฉาบ ให้ใช้ปูนขาวหรือนํ้ายาผสมปูนฉาบ ตามคําแนะนําของผู้ควบคุมงาน กรรมวิธีฉาบ
    ก่อนทําการฉาบปูนตกแต่งผู้รับจ้างจะต้องจับเซี้ยมจับปุ่ มให้ทั่วบริเวณที่จะฉาบทิ้งไว้ให้แห้งแล้วรดนํ้าให้ชุ่มพอประมาณ จึงลงมือฉาบปูนตกแต่งได้ การฉาบปูนให้แบ่งกรรมวิธีการฉาบเป็น 2 ช่วง คือฉาบรองพื้น และทิ้งให้ปูนฉาบรองพื้น เริ่มแข็งตัวจึงลงมือฉาบตกแต่งได้ สําหรับผิวปูนฉาบธรรมดาให้ตกแต่งผิวด้วยฟองนํ้า แล้วใช้ไม้กวาดดอกหญ้าแต่งผิวอีกครั้ง สําหรับผิวซีเมนต์ขัดมันผิวจะต้องขูดให้ขรุขระหลังจากแต่งผิวแล้ว เตรียมสําหรับฉาบขัดมันหรือจะฉาบขัดมันพร้อมกันเลย ขณะผิวปูนฉาบยังไม่แห้งก็ได้ สําหรับผิวบุผนังกระเบื้องหรือผนังบุผิวด้วยสีพ่นเม็ดทราย หรือสีพ่นระเบิด เมื่อฉาบได้ระดับแล้ว
    ไม่ต้องแต่งผิวขั้นละเอียด ผิวของปูนฉาบต้องหนาไม่น้อยกว่า 1.5 ซม. สําหรับผิวปูนฉาบที่จําเป็นต้องฉาบปูนหนากว่า 4 ซม. จะต้องแบ่งฉาบปูนทรายรองพื้นเป็นสองครั้ง ครั้งแรกเริ่มแข็งตัวจะต้องกรุด้วยลวดกรงไก่ แล้วฉาบรองพื้นครั้งที่สอง การฉาบ ตกแต่งให้ถือตามกรรมวิธีข้างต้น การฉาบปูนส่วนที่ผนังติดกับโครงสร้าง ค.ส.ล. ให้ป้องกันการแตกร้าว โดยใช้แผ่นลวดกรงไก่ ขนาด #3/4" กว้างประมาณ 30ซม. ยืดยาวตลอดรอยต่อ แล้วจึงฉาบรองพื้นได้
    ส่วนผสมของปูนฉาบ
  • ปูนฉาบ ให้ใช้ส่วนผสมดังนี้
    ปูนซีเมนต์ 1 ส่วน
    ทราย 3 ส่วน
    ปูนขาวหรือนํ้ายาผสมปูนฉาบ ตามคําแนะนําของผู้ควบคุมงาน
    การเตรียมพืนผิว ้
    สําหรับผนังอิฐก่อจะต้องทําความสะอาดสิ่งสกปรกและคราบนํ้ามันให้หมดเสียก่อน รดนํ้าให้ชุ่มพอประมาณสําหรับ ผิวคอนกรีตเสริมเหล็กก่อนฉาบปูนจะต้องทําผิวสลัดปูนเสียก่อน ทิ้งให้ปูนสลัดยึดเกาะกับผนังก่อนฉาบต้องรดนํ้าให้ทั่วบริเวณ จึงฉาบปูนทับผิวได้
    22/166

การทําความสะอาดและบํารุงรักษา
หลังจากฉาบปูนตกแต่งแล้วทิ้งไว้อย่างน้อย 24 ชั่วโมง ผู้รับจ้างต้องบ่มผิวปูนฉาบติดต่อกันอย่างน้อย 3 วัน โดยฉีด นํ้าให้ทั่วหรือคลุมด้วยกระสอบป่าน รอยสกปรกที่เกิดจากเศษปูน ต้องทิ้งให้ผิวปูนฉาบแห้งสนิทก่อน จึงขูดออกได้ การซ่อมแซม
ผิวปูนฉาบจะต้องแน่นตลอดผิว ที่ใดมีเสียงเคาะดังโปร่งหรือมีรอยแตกร้าว จะต้องทําการซ่อมแซม โดยสกัดออกเป็น บริเวณรอบรอยร้าว หรือบริเวณดังโปร่งนั้นไม่น้อยกว่า 10 ซม. ทําความสะอาดด้วยนํ้าพอประมาณ แล้วจึงฉาบซ่อมแซม โดย ผสมนํ้ายาประเภท BONDING AGENT ผิวของปูนฉาบใหม่กับปูนฉาบเก่าจะต้องเป็นเนื้อเดียวกัน ในกรณีที่มีการซ่อมแซม งานคอนกรีตเกี่ยวกับโครงสร้างโดยวิธีฉาบ ผู้รับจ้างจะต้องทําการซ่อมแซมส่วนนั้นตามคําสั่งของผู้ควบคุมงานหรือวิศวกร ผู้ออกแบบ ผู้ควบคุมงาน หรือวิศวกรผู้ออกแบบจะเป็นผู้กําหนดกรรมวิธีตลอดจนการเลือกใช้วัสดุ ผู้รับจ้างจะต้องเป็น ผู้รับผิดชอบเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมทั้งหมด
การกองเก็บ
จะต้องกองเก็บไว้ภายใต้หลังคาหรือสิ่งปกคลุมให้พ้นฝน ควรกองเก็บในพื้นที่เรียบแห้งและไม่มีความเปียกชื้น แข็งแรง พอที่จะรับนํ้าหนักปูนซีเมนต์ได้ โดยใช้ไม่เนื้อแข็งขนาดไม่ตํ่ากว่า 1 ½” x3” จํานวน 2 ท่อน วางรองรับหัวท้ายปูนซีเมนต์ ลึกจากปลายข้างละประมาณ 10 ซม. อายุการเก็บประมาณ 2 เดือน
23/166

งานผนังเบา
ขอบเขตของงาน
ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาวัสดุ แรงงาน และอุปกรณ์ในการติดตั้งผนังเบา ตามระบุในรายการทั่วไป
วัสดุ

  • แผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์บอร์ด
    ผลิตภัณฑ์คุณภาพเทียบเท่า มอก.1427-2540 หรือคุณภาพเทียบเท่า หรือบริษัท กระเบื้องกระดาษไทย จํากัด หรือ บริษัท วิบูลย์วัฒนอุตสาหกรรม จํากัด หรือ บริษัท คอนวูด จํากัด ขนาดประมาณ 1.20 x 2.40 ม. ความ หนาไม่น้อยกว่า 8 มม. ขอบลาด 2 ด้าน หรือตามที่ระบุในแบบ
  • เคร่าโลหะ
    ให้ใช้โครงเคร่าเหล็ก ชุบสังกะสี (เบอร์ 24) หนาไม่น้อยกว่า 0.50 มม. หรือคุณภาพเทียบเท่า โดยระยะห่าง โครงเคร่าหลักห่างไม่เกิน 0.60 ม. ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่งตัวอย่างเคร่าโลหะอุปกรณ์เสนอ และกรรมวิธีการติดตั้ง ตามกรรมวิธีผู้ผลิต ให้ผู้ควบคุมงาน อนุมัติก่อนการเลือกใช้ โครงเคร่าจะต้องแข็งแรง ยึดติดกับโครงสร้าง และ ส่วนอื่น ๆ ของโครงสร้างด้วยความประณีตผลิตภัณฑ์คุณภาพเทียบเท่า บริษัท สยามอุตสาหกรรม ยิปซั่ม(สระบุรี) จํากัด หรือบริษัท ไทยผลิตภัณฑ์ ยิปซัม จํากัด (มหาชน) หรือ Arcontype หรือ KNAUF หรือ TOA หรือคุณภาพเทียบเท่า - สกรูเกลียวปล่อย
    เป็นสกรูหัวเตเปอร์ เกลียวหยาบ ไม่เป็นสนิมความยาวพอเหมาะ โครงเคร่าเหล็กควรให้ปลายโผล่ออกจาก โครง ½”-1” การติดตั้งต้องเจาะรูนําที่แผ่นก่อนขันสกรูยึด ในกรณีที่จะฝังหัวให้เจาะรูขยายหัวที่แผ่นแล้วอุดรู ด้วยวัสดุอุดรู
  • แผ่นยิปซัมที่มีคุณสมบัติทนทานต่อแรงกระแทกสูง ตามมาตรฐาน BS 5234 PART 2 (SEVERE DUTY GRADE) และมีคุณสมบัติป้องกันเสียง 41-50 เดซิเบล ตามมาตรฐาน ASTM E90-04 ชนิดขอบลาด ความหนา แผ่น 13-15 มม. ขนาด 1.20 x 2.40 เมตร สําหรับผนังที่ต้องการการกันเสียงเป็นพิเศษ เช่น ห้องประชุม หรือ ห้องที่ผู้ออกแบบกําหนด ในส่วนห้องที่ต้องการค่าการกั้นเสียงสูงให้ใช้ฉนวนกันเสียงชนิดใยแก้วแบบแผ่นแข็ง หุ้มรอบด้านด้วยพลาสติก ฉนวนมีความหนาแน่นไม่น้อยกว่า 24 กก./ม.3ความหนา 50 มม. มีคุณภาพตาม มอก. 486 และ 487 หรือระบบที่มีค่า ASTC 56 การติดตั้ง และดูแลรักษา เป็นไปตามมาตราฐานของผู้ผลิต โดย ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ ระบบ MuiltiWall ตราช้าง หรือ Duraline ของ Gyproc หรือ DenseShield ของ Knauf หรือ TOA หรือคุณภาพเทียบเท่า
  • แผ่นยิปซัมทนไฟ ขนาด 1200 x 2400 มม. ความหนา 15 มม. ชนิดขอบลาด ผลิตตามมาตรฐาน มอก. 219- 2552, ASTM EI 19, BS 476 สําหรับผนังที่ต้องการอัตราการทนไฟตามที่กําหนด หรือตามที่ระบุในแบบ โดยให้ ใช้ FireBloc ตราช้าง หรือ Fire Stop ของ Gyproc หรือ Fireshield ของ Knauf หรือ TOA หรือคุณภาพเทียบเท่า การติดตั้ง
  • การติดตั้งผนังแผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์บอร์ด เคร่าโลหะที่ใช้จะต้องแข็งแรงและยึดติดกับโครงสร้างด้วยความประณีต ส่วนที่ระบุให้ใช้รอยต่อของแผ่นแบบเว้นร่องรอยต่อของเคร่าจะต้องสนิทและเรียบร้อย เว้นร่องระหว่างแผ่นไม่ น้อยกว่า 3-5 มม. รอยต่อของแผ่นกับผนังหรือเสาหรือตรงส่วนที่เปลี่ยนระดับให้ปฏิบัติตามแบบขยายแบบ ก่อสร้าง หากไม่ระบุให้จัดทําแบบขยายให้ผู้ควบคุมงานอนุมัติก่อนการติดตั้งเคร่าส่วนที่ติดผนังหรือฝ้าเพดาน ฉาบปูน จะต้องดําเนินการฉาบปูนส่วนนั้น ๆ เรียบร้อยแล้วจึงติดตั้งโครงเคร่าได้การยึดจะต้องเหมาะกับโครง
    24/166

เคร่าและแข็งแรงเรียบร้อยพร้อมที่จะทําการตกแต่งงานอื่นได้ทันทีเศษของแผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์บอร์ด ในห้อง จะต้องเท่ากันทั้ง 2 ด้าน

  • ก่อนการตกแต่งผิวควรทําความสะอาดผิวให้เรียบร้อยโดยใช้กระดาษทรายเบอร์ 60-80 ลูบแล้วเช็ดด้วย ผ้าสะอาดการทาสีให้ใช้สีนํ้าอะคริลิค โดยต้องรองพื้นปูนก่อน โดยใช้ลูกกลิ้ง แปรงทาสี หรือเครื่องพ่นสี หากใช้สีนํ้ามัน สีเมทาลิค สีอีพ๊อกซี่ ต้องปฏิบัติการกรรมวิธีของผู้ผลิต การเคลือบผิวสีพื้น ให้ใช้โพลียูรีเทน ชนิดใสผิวมันหรือผิวด้าน แลคเกอร์ใส อีพ๊อกซี่ใส และระหว่างการติดตั้งควรระมัดระวังความสะอาด อย่าให้ สิ่งสกปรกเปื้อนผิวแผ่น
  • ผนังป้องกันเสียง ผนังกรุยิปซั่มบอร์ด หนา 12 มม. ฉาบเรียบทาสีภายใน ติดตั้งโครงเคร่าซ้อน 2 ชั้นภายใน โครงกรุแผ่นผนังอะคูสติก Cylence รุ่น Zound Bolck S050 ขนาด 0.60x1.20 ความหนาแผ่นอะคูสติก 50 มม. หรือคุณภาพเทียบเท่า ติดตั้งตามกรรมวิธีผู้ผลิต
  • การติดตั้งผนังเบาอื่น ๆ
    ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่งตัวอย่างพร้อมรายละเอียดในการติดตั้งให้ผู้ควบคุมงานอนุมัติก่อนการส่งวัสดุมายัง หน่วยงาน
    การทําความสะอาด
    ผนังที่ติดตั้งแล้วจะต้องได้ระดับทั้งแนวตั้งและแนวนอนได้ฉากกับพื้นผนังห้องและจะต้องทําความสะอาดให้เรียบร้อย
    25/166

งานผนัง – บุหินแกรนิต
ขอบเขตของงาน
ผู้รับจ้างต้องจัดหา วัสดุ แรงงาน และอุปกรณ์ที่จําเป็นในการบุ และปูผนังตามระบุในแบบ และรายการ วัสดุ
ให้ใช้หินแกรนิต ขนาดตามที่ระบุในแบบรูป ความหนาไม่น้อยกว่า 1.8 ซม. หรือตามระบุในแบบผู้รับจ้างจะต้อง จัดส่งตัวอย่างของหินแกรนิต ขนาดเท่าของจริง ให้ผู้ว่าจ้างอนุมัติก่อนการสั่งซื้อ
กรรมวิธีในการติดตั้ง

  • ส่วนที่เป็นพื้นให้ใช้ปูนทราย
  • ส่วนที่เป็นผนังภายในขนาดสูงไม่เกิน 2.40 ม. ให้ใช้ปูนทรายและด้านหลังของแผ่นหินให้ใช้ขอสแตนเลส ยึดติดกับหินด้วยกาวอีพ๊อกซี จํานวนขอสแตนเลสขึ้นอยู่กับขนาดของหิน ให้ผู้รับจ้างเสนอให้ผู้ควบคุมงาน อนุมัติก่อนการติดตั้ง
  • ส่วนที่เป็นผนังภายนอกและผนังภายในที่สูงเกิน 2.40 ม. ต้องใช้หมุด หรือฉากสแตนเลสยึดกับหินด้วย กาวอีพ๊อกซี และยึดติดส่วนที่เป็นโครงสร้างด้วย EXPANSION BOLT ชนิดสแตนเเลส ขนาดของหมุดฉาก และ EXPANSION BOLT ให้เสนอผู้ควบคุมงานอนุมัติก่อนการติดตั้งรอยต่อของหินให้ยาแนวด้วย SILICONE ชนิด NON STAINING กว้าง 6 มม. (ใช้ BACKER ROD รองก่อนการยาแนว)
  • ผู้รับจ้างต้องเสนอแบบการติดตั้ง การต่อลาย การเข้ามุม ให้ผู้ควบคุมงานหรือผู้ว่าจ้างอนุมัติ เมื่อปูแล้ว เสร็จรอยต่อของแผ่นหิน ต้องไม่กระเดิด หรือ บิด โก่ง ถ้ารอยต่อไม่ดีผู้รับจ้างต้องนําเครื่องเข้าขัดให้ได้ระดับ และลงเคลือบผิวใหม่โดยจะคิดราคาเพิ่มเติมไม่ได้
  • ก่อนการบุหินแกรนิต , แผ่นหินแกรนิต ที่ได้ตัดเข้ารูปกับขนาดที่จะปู จะต้องได้รับการเคลือบโดยรอบ ทั้ง 6 ด้าน ด้วยนํ้ายาเคลือบผิวเพื่อป้องกันรอยชํ้านํ้า และคราบขาวตามกรรมวิธีของผู้ผลิต/ผู้จําหน่าย ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว
    การทําความสะอาด
    เมื่อทําการติดตั้งบุผนังหรือปูพื้นแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องขัดผิวตกแต่ง และทําความสะอาดผิวหน้าของหินแกรนิตให้ คงสภาพมันเงาตลอดเวลาจนกว่าจะรับมอบงาน ห้ามใช้เป็นที่สัญจรไปมา และจะต้องมีมาตรการในการป้องกันผิวของ หินแกรนิต โดยการปูแผ่นไม้อัดหรือกระดาษอัดให้เต็มทั่วบริเวณ จนกว่าจะถึงวันส่งงาน
    26/166

งานผนัง-บุกระเบือง้
ขอบเขตของงาน
ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาวัสดุ แรงงาน และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่จําเป็นในการปูกระเบื้อง ตามระบุในแบบรูปและรายกายรวมถึงการทํา ความสะอาดป้องกันมิให้ส่วนที่ทําการตกแต่งแล้วชํารุดเสียหาย
วัสดุ

  • กระเบื้องเคลือบ เกรด A ขนาดและสีตามระบุในแบบก่อสร้าง ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่งตัวอย่างให้ผู้ควบคุมงาน อนุมัติก่อนการสั่งซื้อ
  • กระเบื้องโมเสค เกรด A ขนาดและสีตามระบุในแบบก่อสร้าง ผู้รับจ้างจะต้องส่งตัวอย่างให้ผู้ควบคุมงานอนุมัติ ก่อนการสั่งซื้อ
  • กระเบื้องเซรามิค เกรด A ขนาดและสีตามระบุในแบบก่อสร้าง ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่งตัวอย่างให้ผู้ควบคุมงาน อนุมัติก่อนการสั่งซื้อ
  • กระเบื้องแกรนิต (Granito) เกรด A ขนาดและสีตามระบุในแบบก่อสร้างผู้รับจ้างจะต้องจัดส่งตัวอย่าง ให้ผู้ ควบคุมงานอนุมัติก่อนการสั่งซื้อ
    ตัวอย่าง
    ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่งตัวอย่าง กระเบื้องเคลือบ กระเบื้องโมเสค กระเบื้องเซรามิค และกระเบื้องแกรนิต (GRANITO) ให้ผู้ควบคุมงานคัดเลือกคุณภาพ และ สีก่อนจึงจะทําการสั่งซื้อได้
    การบุ
  • การปู
  • การบุภายในอาคาร
    ผู้รับจ้างจะต้องฉาบปูนทรายหยาบอัตราส่วน 1:2 ให้ได้ระดับเสียก่อน เมื่อผิวปูนฉาบเริ่ม SET ตัวให้บุกระเบื้อง ได้เลย การบุให้บุที่ละแผ่น แผ่นกระเบื้องจะต้องแน่น ไม่เป็นโพรงเมื่อบุเสร็จเรียบร้อยแล้ว ในกรณีที่เป็นโพรง จะต้องรื้อออกและทําการบุใหม่กระเบื้องที่บุเสร็จแล้วจะต้องเรียบได้แนวและระดับส่วนที่ชนกับผนังหรือขอบ ต่างๆ จะต้องตัดให้เรียบร้อยสมํ่าเสมอพื้นที่ที่บุกระเบื้องแล้ว จะต้องทิ้งให้แห้งโดยไม่ถูกกระทบกระเทือนเป็น เวลา 48ซม. จึงล้างทําความสะอาดและอุดรอยต่อของกระเบื้องด้วยวัสดุสําหรับยาแนวกระเบื้องชนิดสําเร็จรูป ให้ ใช้ยาแนวที่มีคุณสมบัติดูดซึมนํ้าตํ่าหรือผสมสารที่ช่วยป้องกันเชื้อราหรือตะไคร่นํ้าหรือตามคําสั่งของผู้ควบคุมงาน - การบุภายนอกอาคาร
    ผู้รับจ้างจะต้องฉาบปูนทรายผนังที่จะบุกระเบื้องภายนอกอาคารเสร็จแล้วไม่ตํ่ากว่า 48ชั่วโมง ทําความ สะอาดผิวให้ปราศจากฝุ่น นํามัน สารอื่น ๆ การบุกระเบื้องให้ใช้สารสําหรับยึดแผ่นกระเบื้องโดยเฉพาะ การ ใช้ตามกรรมวิธีของบริษัทผู้ผลิต ภายใต้การควบคุมงานของผู้ควบคุมงาน แล้วปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลา 48 ชั่วโมง จึงล้างทําความสะอาด และอุดรอยต่อของกระเบื้องด้วยวัสดุสําหรับยาแนวกระเบื้องชนิดสําเร็จรูป หรือตามคําสั่งของผู้ควบคุมงาน
    การทําความสะอาด
    ภายหลังบุกระเบื้อง ปูกระเบื้องเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะต้องทําความสะอาดคราบปูนที่ติดบนแผ่นกระเบื้องให้หมดแล้ว ขัดด้วย WAX 2 ครั้ง
    หมายเหตุ : การทําปูนทรายบนผนังส่วนที่บุกระเบื้องหรือโมเสคภายนอกอาคารให้ทําการกรุลวดตาข่ายขนาดตาราง ประมาณ 1/2" x 1/2" ตลอดพื้นที่ก่อนฉาบปูน
    27/166

งานผนังโครงสร้าง- โครงคร่าวไม้

  1. ข้อกําหนดทั่วไป
    1.1 ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายพร้อมจัดหาวัสดุ แรงงานที่ชํานาญงานโดยเฉพาะ และอุปกรณ์ที่จําเป็น ในการ โครงเคร่าไม้ของส่วนต่าง ๆ ของอาคาร ส่วนประกอบหรือโครงสร้างตามที่ระบุในแบบและรายการประกอบแบบ 1.2 ผู้รับจ้างจะต้องส่งรายละเอียด ข้อกําหนดคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ ข้อมูลทางเทคนิค ข้อแนะนําการติดตั้ง และ ข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับสินค้าของตนตามที่ผู้ควบคุมงานต้องการเพื่อพิจารณาตรวจสอบ
    1.3 ผู้รับจ้างต้องจัดทํา Shop Drawing เพื่อให้ผู้ควบคุมงานตรวจสอบโดยแสดงรายละเอียดดังต่อไปนี้ 1.3.1 แบบแปลน หรือรูปด้านของผนัง แสดงตําแหน่งของโครงเคร่าทุกจุด
    1.3.2 แบบขยายการติดตั้งบริเวณ ขอบ มุม รอยต่อ จุดจบ การชนมุมผนังของโครงเคร่าไม้
    1.3.3 แบบรายละเอียดการยึดยัน ห้อยแขวนกับโครงสร้างอาคาร หรือผนังส่วนต่าง ๆ
    1.3.4 แบบขยายอื่น ที่เกี่ยวข้องหรือจําเป็นตามที่ผู้ควบคุมงานต้องการ อาทิ ตําแหน่งติดตั้งอุปกรณ์งานระบบที่ เกี่ยวข้อง เช่น สวิทช์ ปลั๊ก หรือช่องซ่อมบํารุงต่าง ๆ เป็นต้น
    1.4 ผู้รับจ้างจะต้องตรวจสอบแบบก่อสร้างงานระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ และระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานผนัง เพื่อเตรียมโครงสร้างสําหรับงานระบบต่าง ๆ และประสานงานกับงานส่วนอื่น ๆ ให้ทํางานไปด้วยความเรียบร้อย 2. วิธีการดําเนินงาน
    2.1 การติดตั้งโครงคร่าว
    2.1.1 ติดตั้งโครงคร่าวขอบเดินแนวรอบบริเวณกั้นผนังโดยยึดกับโครงสร้างด้วยสกรูเกลียวปล่อย ฝังพุกระยะห่าง ไม่เกิน 60ซม. ให้แข็งแรง
    2.1.2 ติดตั้งโครงคร่าวหลักแนวดิ่งระยะห่างทุก 60ซม. โดยหันโครงคร่าวไปในทิศทางเดียวกันยึดด้วยตะปู 2.1.3 ติดตั้งโครงคร่าวซอยทุกระยะ 60ซม. วัดจากศูนย์กลางโครงคร่าวยึดด้วยตะปูให้เรียบร้อย 2.2 การติดตั้งแผ่นยิปซั่มบอร์ด
    2.2.1 การติดตั้งแผ่นยิปซั่มบอร์ด ให้ติดตั้งโดยยกแผ่นยิปซั่มบอร์ดให้สูงจากพื้น 1ซม. ยึดแผ่นยิปซั่มบอร์ดกับ โครงคร่าวโลหะด้วยตะปูเกลียวระยะไม่เกิน 30 ซ.ม. ขันส่งหัวตะปูเกลียวให้จมลงในแผ่นยิปซั่มบอร์ด เล็กน้อย มุมผนังให้ติด Corner Bead ทุกมุม
    2.2.2 เมื่อติดตั้งแผ่นยิปซั่มบอร์ด เสร็จเรียบร้อยแล้วให้ทําการฉาบอุดรอยหัวตะปูและติดเทปฉาบแนวรอยต่อ แผ่นยิปซั่มบอร์ดทุกแนวให้เรียบร้อยตามกรรมวิธีผู้ผลิต จากนั้นจึงตกแต่งผิวตามรายการ
    2.2.3 ในส่วนที่กําหนดให้ทาสีให้ดําเนินงานตามรายละเอียดที่กําหนดไว้ในหมวดงานสี โดยเคร่งครัด 2.3 การติดตั้งแผ่น MDF Board
    2.3.1 ทาวัสดุกันซึมบนผิวแผ่นและขอบแผ่น ตามชนิดและผลิตภัณฑ์ที่ผู้ผลิตแนะนํา โดยขออนุมัติจากผู้คุมงาน ก่อน
    2.3.2 ทาสีรองพื้นชั้นกลางประเภท Under Coat อีก 2 ครั้ง ในอัตราปกคลุมไม่ตํ่ากว่า 30 ตารางเมตรต่อ 1 USG. ต่อ 1 ครั้ง เพื่ออุดรูพรุนและป้องกันมิให้ดูดสารละลายจากสีทับหน้ามากเกินไป
    2.3.3 เมื่อแผ่นผนังแห้งสนิท ให้นําขึ้นติดตั้งกับโครงคร่าวที่เตรียมไว้โดยจัดแต่งแนวระยะต่าง ๆ ให้ตรง หรือตามที่ แสดงในแบบ ยึดติดด้วยตะปูเกลียวระยะไม่เกิน 30ซม. ฝังหัวตะปูเกลียวเข้าในแผ่นเล็กน้อยแล้วอุดด้วย Wood Sealer ขัดให้เรียบ การยึดบริเวณขอบแผ่นต้องไม่น้อยกว่า 25 มม. และการยึดบริเวณมุมแผ่นไม่น้อยกว่า 70 มม.
    28/166

2.3.4 รายละเอียดต่าง ๆ ที่มิได้กล่าวถึงให้ปฏิบัติตามกรรมวิธีของผู้ผลิต ซึ่งได้รับการพิจารณาอนุมัติจาก ผู้คุมงานแล้ว และข้อกําหนดในรายการประกอบแบบที่เกี่ยวข้อง
2.4 การติดตั้งแผ่นบอร์ด ใช้ตะปูยึดติดกับโครงคร่าวไม้ หรือใช้สกรูเกลียวปล่อย แล้วฉาบเรียบฝังหัวเพื่อความเรียบร้อย สวยงาม เว้นร่องระหว่างแผ่น 5-10 มม.อุดด้วยสารยืดหยุ่นประเภท โพลียูริเทน หรือ ซิลิโคน ขัดแต่งผิวทําความ สะอาดผิวไม้ให้เรียบร้อยก่อนก่อนทําสีทับหน้า ตามตัวอย่าง
2.5 การติดตั้งแผ่นไม้อัดสัก ใช้ตะปูยึดติดกับโครงคร่าวไม้ ส่งหัวตะปูเข้าไปในเนื้อไม้ไม่ให้เห็นหัวตะปูจากภายนอก อุด รอยตะปู ขัดแต่งผิวทําความสะอาดผิวไม้ให้เรียบร้อยก่อนก่อนย้อมสีทับหน้า ตามตัวอย่าง
2.6 การติดตั้งแผ่นไม้อัดปิดผิววีเนียร์ ใช้ตะปูยึดติดกับโครงคร่าวไม้ ส่งหัวตะปูเข้าไปในเนื้อไม้ไม่ให้เห็นหัวตะปูจาก ภายนอก อุดรอยตะปู ขัดแต่งผิวทําความสะอาดผิวไม้ให้เรียบร้อยก่อนก่อนย้อมสีทับหน้า ตามตัวอย่าง 3. รายละเอียดวัสดุ
3.1 โครงคร่าวไม้โครงภายในหรือส่วนที่มองไม่เห็นจากภายนอกให้ใช้ไม้ยางอบและอาบนํ้ายากันปลวก CCA ของ อ.อ.ป. (องค์การอุตสาหกรรมป่ าไม้แห่งประเทศไทย ) และต้องเป็นไม้ที่ไม่บิดงอ โค้ง หรือแตกร้าว ขนาดไม้ 1 1/2 นิ้ว x 3 นิ้ว หรือตามที่ระบุในแบบการติดตั้งให้ตีโครงคร่าวระยะ # @ 0.60 ม. x 0.60 ม.
3.2 แผ่นยิปซั่มบอร์ด ให้ใช้ขนาด 1.20 x 2.40 ม. ขอบลาด ความหนาไม่ตํ่ากว่า 12 มม. มีคุณสมบัติตาม มอก. 219- 2524 พร้อมอุปกรณ์ประกอบสําหรับฉาบเรียบทั้งหมด
3.3 แผ่น MDF ให้ทํามาจากแผ่นเส้นใยไม้อัดชนิดความหนาแน่นปานกลาง (Medium Density Fiberboard) โดยทั่วไป ความหนาแน่นระหว่าง 660-860 กก. / ตารางเมตร ขนาดแผ่น 4 นิ้ว x 8 นิ้ว หนาไม่ตํ่ากว่า 12 มิลลิเมตร มี คุณสมบัติดังต่อไปนี้

  • Internal Bond0.65N / mm.2 หรือ Sq.mm.
  • Modulus of Elasticity2500N / mm.2 หรือ Sq.mm.
  • Thickness Tolerance+ 0.2Sq.mm.
    3.4 แผ่นบอร์ด ให้ทํามาจาก ไม้สกัดย่อย ซิเมนต์ปอร์ตแลนด์และสารที่ไม่เป็นอันตราย อัดด้วยแรงดันสูงมีคุณสมบัติ ตาม มอก. 878-2537ขนาด 1.20 x 2.40 ม.ความหนาไม่ตํ่ากว่า 12 มม.
    3.5 แผ่นไม้อัดสัก ขนาด 1.20 x 2.40 ม.ความหนาไม่ตํ่ากว่า 6 มม. คุณสมบัติเทียบเท่าไม้อัดมาตรฐานอุตสาหกรรม 3.6 แผ่นไม้อัดปิดผิววีเนียร์ ขนาด 1.20 x 2.40 ม.ความหนาไม่ตํ่ากว่า 6 มม. ต้องมีผิวเรียบตลอดทั้งแผ่นไม่ แต่งลายงาไม่ว่าจะเป็นบริเวณสันขอบมุมไม่ปิดโค้งงอ หรือมีรอยชํารุดเสียหาย
    29/166

งานผนังอลูมิเนียม
Composite Wall Panels

  1. ความต้องการทั่วไป
    1.1 ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาวัสดุอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ แรงงานที่มีฝีมือ และความชํานาญ มีระบบควบคุมคุณภาพ เพื่อ ดําเนินการติดตั้งประกอบขึ้นเป็นแผ่นผนัง [อะลูมิเนียมคอมโพสิท] [ชนิดไส้กลางทนไฟ] พร้อมด้วยโครงคร่าว ตามที่กําหนดเพื่อการยึดแผ่นอะลูมิเนียมคอมโพสิท รวมทั้งอุปกรณ์อื่นๆ และวัสดุยาแนว เพื่อเป็นการป้องกัน การรั่วซึมของนํ้า และการรรับแรงลม ในพื้นที่ที่กําหนดตามที่ระบุไว้ในแบบก่อสร้างให้แล้วเสร็จสมบูรณ์และ เป็นไปตามมาตรฐานวิธีการติดตั้งตามที่ระบุในแบบและรายการ
    ประกอบแบบ
    1.2 หมวดงานนี้ประกอบด้วย แผ่นอะลูมิเนียมคอมโพสิทที่ใช้ในการประกอบเป็นผนังอาคารทั้งภายใน และ ภายนอก และ/หรือองค์ประกอบอื่นๆ ของอาคารที่ได้ทําการระบุไว้ในแบบก่อสร้าง
    1.3 ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาตัวอย่างแผ่นผนังคอมโพสิท ขนาด [600]x[600] มม. และวัสดุที่ใช้ในการติดตั้ง พร้อมรายละเอียดการติดตั้งและ Shop Drawing ให้ผู้ควบคุมงานอนุมัติก่อนการติดตั้ง ชิ้นงานตัวอย่าง จะต้องแสดงรอยต่อ การยาแนว มุมยึดต่างๆ การติดตั้งกับผนังอาคาร รางระบายนํ้า และเทคนิคการติดตั้งที่จําเป็นต่อการทํางาน
    ขอบเขตของงาน
    ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาวัสดุ แรงงานเครื่องมือและอุปกรณ์ที่จําเป็น เพื่อดําเนินการติดตั้งประกอบขึ้นแผ่นผนังอลูมิเนียม (ALUMINUM COMPOSITE PANEL) พร้อมด้วยโครงเคร่าที่กําหนดในรายละเอียดของแบบและ หรือ รายการ ประกอบแบบ เพื่อการยึด ติดตั้งแผ่นอลูมิเนียม รวมทั้งอุปกรณ์อื่นๆและวัสดุยาแนว ชนิดไม่ก่อให้เกิดคราบ ( NON STAINING SILICONE SEALANT) ไม่อนุญาตให้ใช้ โพลียูลิเทรน(Polyurethane) โมดิฟายซิลิโคน (Modify Silicone) หรืออะคลิลิค(Acrylic) เพื่อเป็นการป้องกันการรั่วซึมของนํ้าและแรงลม ในพื้นที่กําหนดตาม ระบุไว้ในแบบก่อสร้างให้เสร็จสมบูรณ์และตรงตามมาตรฐานวิธีการติดตั้งโดยตรงจากบริษัทผู้ผลิตอย่าง เคร่งครัด
    รายละเอียดคุณสมบัติวัสดุ
    : แผ่นอลูมิเนียมคอมโพสิท (Aluminum Composite Material: ACM)
  2. ขนาดมิติ (Dimensions)
    ความหนาของแผ่นมาตรฐาน 4 มม.
    ความกว้างของแผ่นมาตรฐาน 965, 1270, 1575 มม.
    ความยาวของแผ่นมาตรฐาน 2489 และ 3099 มม.
    นํ้าหนัก (ที่ความหนา 4 มม.) 7.6 กก./ตรม.
    ** ขนาดมิติที่นอกเหนือจากมาตรฐาน กําหนดให้ใช้ตามมาตรฐานการอ้างอิงของบริษัทผู้ผลิตรายนั้น ค่าที่ยอมให้ของขนาดและมิติเป็นดังนี้
    ความกว้างแผ่น: ±2.0 มิลลิเมตร
    ความยาวแผ่น: ±4.0 มิลลิเมตร
    ความหนาแผ่น: ±0.2 มิลลิเมตร สําหรับแผ่นหนา 4 มิลลิเมตร
    30/166

ค่าโก่งตัว: ไม่เกิน 0.5% ( 5 มิลลิเมตร/เมตร)
ความได้ฉาก (ระยะแตกต่างแนวทะแยง): ไม่เกิน 5.0 มิลลิเมตร
2. พื้นผิวของแผ่นอลูมิเนียม
ผลิตขึ้นตามมาตรฐานของบริษัทผู้ผลิตโดยตรง โดยอลูมิเนียมอัลลอย ชนิด (Alloy 3105-H14) มีความหนา 0.5 มม. ประกบ อยู่ทั้ง 2 ด้าน
ด้านหน้าเคลือบสีระบบ Lumiflon Base, Fluoroethylene vinyl ether (F.E.V.E.) coating ชนิด Solid Color ,Metallic Color ,Sparking Color และ Prismatic color ระบบเคลือบ 3 ครั้ง อบ 3 ครั้ง ลายไม้และลายหิน เพิ่มชั้น Image Transfer Layer โดยฟิ ล์มสีต้องผ่านการทนต่อสภาพอากาศและมีเอกสารผลทดสอบตามตารางต่อไปนี้ คุณสมบัติของสีวิธีทดสอบเกณฑ์การทดสอบ
Weather-o-meter test
Colour retention:ASTM D2244-93Maximum 5units after 4000 hrs.
Gloss retention:ASTM D523-8970% after 4000hrs.
Chalk resistance:ASTM D4214-89Maximum 8units after 4000 hrs.
Salt spray resistance:ASTM B117-90Blister-10, scribe-8, after 4000 hrs, 35°C salt fog Humidity resistance:ASTM D2247-94No change
After 4000hrs, 100%RH, 35°C
ด้านหลังแผ่นต้องมี Service Coating เคลือบสีด้วยระบบ Polyester Coating เพื่อป้องกันการสึกกร่อนจากปฏิกิริยา Oxidation
การ Coating ผิวหน้าแผ่นอลูมิเนียมส่วนที่สัมผัสกับแกนกลางหรือติดกับแกนกลาง ต้องมีการใช้สีป้องกันสนิม (Rust Preventing Paint) ด้วย
3. คุณสมบัติของอลูมิเนียมอัลลอย (AA : 3105-H14)

  • 0.2% proof stress (ASTM E8):150 นิวตัน./มม.2
  • Flexural elasticity (ASTM E8):70กิโลนิวตัน./มม.2
  1. สารไส้กลางระหว่างแผ่นอลูมิเนียม
  • ประกอบด้วยวัสดุประเภททนไฟ (Non-Combustible Core) ไม่ลามไฟ และไม่ก่อเกิดสารพิษ ทําจากวัสดุอลูมิเนียมไตรไฮ ดรอกไซด์ (Aluminum Tri-hydroxide) CAS no. 21645-51-2 และ โพลีเอทีลีน (Polyethylene) CAS no. 9002-88-4 ในอัตราส่วน 70:30 และ ผ่านการทดสอบ โดยมีเอกสารผลทดสอบยืนยันรับรอง ตามมาตรฐาน ดังนี้
    Intermediate Scale Multi-story Apparatus (UBC 26-9or NFPA285) ผ่านทดสอบ
    BS 8414 part 1or 2ผ่านเกณฑ์
    BS 476 Part 6,7 ผ่านClass 0,1
    ISO 9705 หรือ UBC 26-3 (Room Corner Test) ผ่านทดสอบ
    ASTM E84 ผ่าน Class A
    Modified ASTM E-108 ผ่านทดสอบ
    Toxicity Test, NYS UFPBC ผ่านทดสอบ
    EN 13501-1ผ่าน Class B-S1-d0
    31/166

ISO 5660-1 (Cone Calorimeter Test) ผ่านทดสอบ
ASTM E-119 ผ่านทดสอบ 1-2 ชม.
ISO 1928or ISO 1716ไม่เกิน 15 MJ/kg
BS 6853:1999 Annex Bไม่เกินค่า IDLH
5. คุณลักษณะของแผ่นอลูมิเนียม คอมโพสิท

  • ความถ่วงจําเพาะ (Specific Gravity) :1.90
  • นํ้าหนักแผ่น (Panel Weight) :7.6kg/m2
  • การยืดหยุ่นของแผ่นเมื่อโดนความร้อน (Thermal Expansion: ASTM D-696): 1.2 mm / m / 50 °C - Deflection temperature: ASTM D-648 :116°C
  1. คุณสมบัติทางกลของแผ่นอลูมิเนียมคอมโพสิท
    Tensile Strength ASTM E-8 : 49N/mm2
    0.2% proof stressASTM E-8 :44 N/mm2
    Elongation ASTM E-8 : 5%
    Flexural Elasticity ASTM C393 :39.8 kN/mm2
    Sound transmission class ASTM E413 :27 STC
    Punching shear strength ASTM D732:32N/mm 2
  2. แผ่นฟิ ล์มป้องกันความเสียหาย (Protective Film) บนแผ่นอลูมิเนียมคอมโพสิท
    พื้นผิวแผ่นถูกปกป้องด้วยแผ่นฟิล์มที่ลอกออกได้ง่าย ซึ่งประกอบด้วยแผ่นโพลิเอสเตอร์ 2 ชั้น ซึ่งมีสีขาวและดํา จากการ ทดสอบกับสภาพอากาศภายนอกปกติ ฟิ ล์มที่ปิดหุ้มแผ่นสามารถทนทานได้ 6 เดือน โดยที่ยังสามารถลอกออก ได้ดีและไม่ทําให้เกิดรอยด่างหรือความเสียหายอื่น ๆ ได้
  3. วัสดุสําหรับการยาแนว กําหนดให้เป็น ซิลิโคนยาแนว ชนิด ไม่ก่อให้เกิดคราบ (Non-Staining Sealant)ไม่อนุญาตให้ใช้ โพลียูลิเทรน(Polyurethane) โมดิฟายซิลิโคน(Modify Silicone) หรืออะคลิลิค(Acrylic)
  4. สกรูหรือสลักเกลียวและแหวน ต้องเป็นไปตามที่แบบก่อสร้างกําหนด และ หรือ ตามรายการประกอบแบบ 10.. วัสดุงานประกอบขึ้นแผ่นอลูมิเนียม กําหนดให้ใช้ผลิตภัณฑ์ ALPOLIC/fr ไส้กลางกันไฟ ALUTECH SIAMBOND,
    คุณสมบัติผู้ผลิตแผ่นอลูมิเนียมคอมโพสิต
    ผู้ผลิตแผ่นอลูมิเนียมคอมโพสิตต้องมีประสบการณ์ในการผลิตแผ่นอลูมิเนียมคอมโพสิตไม่น้อยกว่า 20 ปี หรือไม่น้อยกว่า การรับประกัน และต้องเคลือบสีในโรงงานเดียวกันที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพจากผู้ผลิตสีเช่น Asahi Coat tech, PPG เท่านั้น
    ตัวอย่างวัสดุ
    ผู้รับจ้างต้องจัดหาวัสดุที่จะใช้แต่ละชนิด รวมถึงอุปกรณ์อื่นๆที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งแบบ Shop Drawing ของ Details การ ติดตั้งไม่น้อยกว่า 2 ตัวอย่าง และส่งให้กับผู้ออกแบบเพื่อขออนุมัติและตรวจสอบตามความต้องการของ ผู้ออกแบบก่อนที่จะนําไปติดตั้ง
    การติดตั้ง
    32/166

ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาช่างติดตั้งฝีมือดี มีความชํานาญในการติดตั้งแผ่นผนังอลูมิเนียม ทุกส่วนที่ติดตั้งจะต้องได้ระดับและ และเส้นแนวตรงเรียบร้อยหรือลวดลายได้ฉาก ตามที่ผู้ออกแบบกําหนดด้วยความประณีตเรียบร้อย ผู้รับจ้างจะต้องมีการประสานงานกับผู้รับจ้างหลัก เพื่อกําหนดตําแหน่งของโครงสร้างต่างๆที่เกี่ยวข้องในการติดตั้ง เพื่อ กําหนดตําแหน่งโครงเคร่า และตรวจสอบสถานที่ก่อสร้างทุกแห่งที่จะมีการติดตั้ง ให้สมบูรณ์เรียบร้อย ถ้ามี ข้อบกพร่องใดๆ ให้แก้ปัญหาให้ถูกต้องก่อนที่จะมีการติดตั้ง
ผู้รับจ้างต้องติดตั้งแผ่นผนังอลูมิเนียม ตามแบบ Shop Drawing ที่ทางผู้ออกแบบอนุมัติให้ได้แนวและระนาบ ระยะรอยต่อของแผ่น แต่ละแผ่นต้องได้แนวเท่ากันตลอด และต้องเสริมโฟม (Backer Rod) ก่อนยาแนวด้วยซิลิโคนที่กําหนด กรณีที่ติดตั้งแผ่นผนังอลูมิเนียมเป็นผนังโค้ง แผ่นอลูมิเนียมนั้นจะต้องดัดโค้ง โดยใช้แท่นลูกกลิ้ง และให้ทําในขณะที่มี แผ่นฟิ ล์มป้องกันความเสียหาย ติดตั้งอยู่เท่านั้น
การทําความสะอาด
ผู้รับจ้างจะต้องทําความสะอาดทุกแห่งหลังจากการติดตั้ง ผิวของวัสดุต้องปราศจากรอย ขูดขีด หรือรอยแตกร้าวของสี รอย ด่างหรือมีตําหนิ และต้องไม่เปรอะเปื้อน ก่อนการอนุมัติตรวจสอบจากผู้ออกแบบและก่อนการส่งมอบงาน การรับประกันผลงาน
ผู้รับจ้างจะต้องรับประกันคุณภาพของแผ่นผนังอลูมิเนียม ยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัทผู้ผลิต เป็นเวลา 20ปี สําหรับคุณภาพสี และ10 ปีสําหรับการประกอบแผ่น การติดตั้งเป็นเวลา 5 ปี หากเกิดความชํารุดเสียหายอัน เนื่องมาจากคุณสมบัติของวัสดุและ หรือ การติดตั้ง ผู้รับจ้างจะต้องติดตั้งให้ใหม่หรือซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพที่ ดีตามจุดประสงค์ของผู้ออกแบบ
33/166

งานผนังโพลีคาร์บอนเนต
ขอบเขตของงาน
ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาวัสดุอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ แรงงานที่มีฝีมือ และความชํานาญ มีระบบควบคุมคุณภาพ เพื่อดําเนินการ ติดตั้งประกอบขึ้นเป็นแผ่นผนัง POLYCARBONATE พร้อมด้วยโครงคร่าวตามที่กําหนดเพื่อการยึดแผ่น POLYCARBONATE รวมทั้งอุปกรณ์อื่นๆ และวัสดุประกอบการติดตั้ง เพื่อเป็นการป้องกันการรั่วซึมของนํ้า และการรับแรงลม ในพื้นที่ที่กําหนด ตามที่ระบุไว้ในแบบก่อสร้างให้แล้วเสร็จสมบูรณ์และเป็นไปตามมาตรฐานวิธีการติดตั้งตามที่ระบุในแบบและรายการ
คุณสมบัติ

  1. ระบบการติดตั้ง
    แผ่น POLYCARBONATE ที่มีระบบติดตั้งแบบ U-GLAZING สามารถดัดโค้งได้ดีมีนํ้าหนักเบาผสมสารป้องกันแสง อุตตร้าไวโอเลตลงในเนื้อวัสดุเพื่อเพิ่มอายุการใช้งาน ตัวแผ่นกว้าง 0.60 เมตร, 0.90 เมตร หรือ 1.04 เมตร ขึ้นอยู่กับความหนา โดยแผ่นเป็นลักษณะพับขึ้นเป็นขอบ เขี้ยวทั้ง 2 ด้าน เพื่อให้แผ่นเป็นรูปตัว U อุปกรณ์ประกอบแผ่นเป็นรูปตัว U ควํ่ายึดเขี้ยว ทั้ง 2 แผ่นไว้เพื่อกันนํ้ารั่วและรองรับการขยายตัวจากสภาพอากาศได้ดีอากาศได้ดี

  2. การติดตั้ง
    ให้ติดตั้งบนโครงสร้างที่มีความแข็งแรงตามหลักวิศวกรรมและโครงสร้างสามารถปรับลดได้ตามความเหมาะสม ของหน้างาน โดยให้จัดทํา Shop Drawing เพื่อขออนุมัติการเปลี่ยนแปลงจากผู้ออกแบบและผู้ควบคุมงานก่อน การติดตั้ง แผ่น POLYCARBINATE ชนิดโปร่งแสง จะติดตั้งบนโครงโดยการยึด Stainless Steel Fastener ด้วย Self tapping screw เพื่อยึดแผ่น POLYCARBINATE บริเวณเขี้ยวของแผ่นทั้งสองที่มาชนกัน แล้วใช้อุปกรณ์ ครอบรูปตัวยู ทําจาก Polycarbonate กดยึดลงหรือตอกด้วยฆ้อนยาง ลักษณะการยึดโดยกรรมวิธีดังกล่าว จะไม่มีการเจาะและยึดน็อตลงโดยตรง ลงบนแผ่น POLYCARBINATE เพื่อประโยชน์ในการขยายและหดตัวของวัสดุเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนแปลง โดยระยะห่างของโครง ขึ้นอยู่กับความหนาของแผ่น Polycarbonate

  3. คุณสมบัติของวัสดุPOLYCARBINATE

  • หลังจาก 10 ปีที่ตากแดด การกระจายแสงต้องไม่ลดน้อยกว่า 6 % ตาม ASTM D1003
  • ความเข้มของสีบนแผ่น POLYCARBONATE จะเปลี่ยนไม่น้อยกว่า 3 UNITS DELTA Eตาม ASTM D2244 (หลังจากการทดสอบมากกว่า 60 เดือน ภายใต้แสงอาทิตย์)
  • ทดสอบแผ่น POLYCARBONATE ที่อุณหภูมิ 300 องศาฟาเรนไฮน์ เป็นเวลา 25 นาที พบว่าผิวทั้งภายในและ ภายนอกแผ่นจะไม่มืดมากกว่า 0 UNITS DELTA L ตาม ASTM D2224 ค่าดัชนีความเหลือง (YELLOWING INDEX) ตาม ASTM D1925 มีค่าเป็น 0 UNITS และการกระจายแสง (LIGHT TRASMISSION) ตาม ASTM D1003 มีค่า 0%
  • ผ่านการทดสอบการทนต่อความเข้มข้นของแสงอาทิตย์ที่ 56,000 MJ/M2 ปริมาณรังสีUV. ที่1,540 MJ/M2) ซึ่ง ทดลองที่ Arizona, U.S.A. ตามมาตรฐาน ASTM D43 64-84
    34/166
  1. อัตราการติดไฟ
  • แผ่น POLYCARBINATE เป็นพลาสติกที่ได้รับการยอมรับถึงการกระจายของเปลวไฟในระดับ CC1 ของ ASTM D635 แสดงถึงอัตราการเผาไหม้หรือน้อยกว่า มีไม่เกิน 1” ตามมาตรฐานของประเทศฝรั่งเศส ชั้น M1 –M2 และตามมาตรฐานของประเทศเยอรมัน DIN 4102 ชั้น B1, B2
  • แผ่น POLYCARBONATE มีอัตราความหนาแน่นควันที่ 54 % ตามมาตรฐาน ASTM D2843 - แผ่น POLYCARBONATE จะเกิดการติดไฟ ณ อุณหภูมิที่ 1058 องศาฟาเรนไฮน์ (570 °C) ตามมาตรฐาน ASTM 1929-3
  1. การทนต่อแรงกระทบ (IMPACT RESISTANCE)
  • แผ่น POLYCARBONATE จะทนต่อแรงกระทบได้ถึง 200 ฟุต.ปอนด์ตามมาตรฐาน SPI
  • สามารถรองรับการตกกระทบลูกเห็บขนาด 25 มม. ที่ความเร็ว 21m/Sec ได้ตามมาตรฐาน ASTM E-822-81 6. การแทรกซึมของอากาศ (AIR INFILTRATION)
  • การแทรกซึมของอากาศจะเป็น 0.042 SCFM/ฟุต สําหรับการติดตั้งแผ่น POLYCARBONATE ในระบบ DRY-GLAZE JOINT ที่การทดสอบความดัน 15 PSF ตามมาตรฐาน ASTM E-283
  1. การแทรกซึมของนํ้า (WATER PENETTRATION)
  • การแทรกซึมของนํ้า สําหรับการติดตั้ง แผ่น POLYCARBONATE ในระบบ DRY-GLAZE JOINT มีค่าเป็น ศูนย์ตามมาตรฐาน ASTME-331 ที่การทดสอบความดัน 15 PSF
  1. จุดทนความร้อน (VICATSOFTENING TEMPERATURE)
  • 142 องศาเซลเซียส ตามมาตาฐาน DIN 53460 และISO 306 VST/B
  1. สภาพอุณหภูมิทีใช้งานโดยปกติ ่ (LONG SERVICE TEMPERATURE)
  • ที่ –40 ถึง 120 องศาเซลเซียส
  1. การยืดหดตัวตามสภาพแวดล้อม
  • วัสดุยืดหดตัวตามแนว ที่ 0.065 mm/m°C
  1. การดูแลรักษา
  • หากต้องการต่อเติม หรือการกระทําใดๆอันซึ่งมีผลทําให้แผ่น Polycarbonate อาจได้รับความเสียหาย ควร จัดเตรียมวัสดุมาป้องกันแผ่น Polycarbonate เสียก่อน เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายตามมา
  • สาเหตุทําให้สิ่งของ คราบปูนซีเมนต์ สะเก็ดไฟจากการเชื่อม สารเคมีต่างๆ ตกลงมาทําความเสียหายแก่แผ่น Polycarbonate
  1. การทําความสะอาด
  • ใช้นํ้าฉีดสิ่งสกปรก เช่น ฝุ่น เศษใบไม้
  • หากมีคราบอาจใช้นํ้าสบู่อย่างอ่อนใช้ร่วมกับผ้าสะอาดในการล้าง โดยต้องระมัดระวังการเกิดรอยขีดข่วน 13. การรับประกันผลงาน
  • ผู้รับจ้างต้องออกหนังสือรับประกันวัสดุและรับประกันการติดตั้งคุณภาพของวัสดุและการติดตั้งจากผู้ผลิต หรือ ตัวแทนผู้นําเข้าในประเทศไทยหลังจากติดตั้งและต้องแข็งแรงมั่นคง
  • บริษัทผู้จัดจําหน่ายจะต้องรับประกันคุณภาพของวัสดุ คือสีไม่เหลือง หรือเปลี่ยนสภาพจะยังคงรักษาคุณสมบัติ ในด้านการส่องผ่านของแสงได้ดีตลอดระยะเวลา 10 ปี
    35/166

รุ่นความหนา 10 มม. (Honey Comb)

คุณลักษณะของแผ่นโพลีคาร์บอเนต หนา 10mm
• จํานวนชั้นของผนัง 4 ชั้น เพื่อการกระจายแสง
• ค่าการนําพาความร้อน (k) 2.11 W/m2°C
• นํ้าหนัก 2.41 ก.ก./ตร.ม.
• การยึดตัว 0.065 mm/m ºC
• ค่า Moment of Inertia รวมสันลอน 6.30x104mm4/m
• รัศมีการดัดโค้งตํ่าสุด 2.7 เมตร
คุณสมบัติทางด้านแสงเป็ นดังนี:้
สี Reflective
Clear
Ice
Opal
Bronze
Blue
Green
Grey
67%
58%
35%
25%
50%
51%
28%

แสงสีขาวที่ผ่านได้ 18%
Solar Heat
Gain Coefficient0.64 0.60 0.45 0.38 0.60 0.57 0.45 0.29 ระยะโครงขึนอย ้ ู่กับการคํานวณ winload ต้องทําเสนอเป็ น Shop Drawing ก่อนการติดตั้ง
36/166

2.2 งานพืน้
งานพืน ้ – ปกระเบื ู อง้
ขอบเขตของงาน
ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาวัสดุ แรงงาน และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่จําเป็นในการปูกระเบื้อง ตามระบุในแบบรูป และรายการรวมถึงการทํา ความสะอาดป้องกันมิให้ส่วน ที่ทําการตกแต่งแล้วชํารุดเสียหาย
วัสดุ

  • กระเบื้องเคลือบ เกรด A ขนาดและสีตามระบุในแบบก่อสร้าง ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่งตัวอย่างให้ผู้ควบคุมงาน อนุมัติก่อนการสั่งซื้อ
  • กระเบื้องโมเสค เกรด A ขนาดและสีตามระบุในแบบก่อสร้าง ผู้รับจ้างจะต้องส่งตัวอย่างให้ผู้ควบคุมงาน อนุมัติก่อนการสั่งซื้อ
  • กระเบื้องเซรามิค เกรด A ขนาดและสีตามระบุในแบบก่อสร้าง ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่งตัวอย่างให้ผู้ควบคุมงาน อนุมัติก่อนการสั่งซื้อ
  • กระเบื้องแกรนิต (Granito)
    ตัวอย่าง
    ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่งตัวอย่าง กระเบื้องเคลือบ กระเบื้องโมเสค และกระเบื้องเซรามิค ให้ผู้ควบคุมงานคัดเลือกคุณภาพและสี ก่อนจึงจะทําการสั่งซื้อได้
    กระเบืองเคลือบ กระเบื ้ องเซรามิค ้
    ใช้ผลิตภัณฑ์ของ VECERA, MDC, THAISOUNG หรือเทียบเท่า
    การปู
    ก่อนปู ผู้รับจ้างจะต้องทําระดับปูนทรายเสียก่อน การทําระดับจะต้องให้มีความลาดเอียงตาม ระบุในแบบปูนทราย ที่ใช้ทําระดับ จะต้องมีส่วนผสมของซีเมนต์ 1 ส่วนต่อทรายหยาบ 2 ส่วน ภายหลังปูนเริ่ม SET ตัว ให้ปูกระเบื้อง กระเบื้องที่ ใช้ปูจะต้องแช่นํ้าให้อิ่มตัวเสียก่อน ปูนทรายที่ทําระดับ จะต้องหนาไม่น้อยกว่า 2 ซม. ในกรณีที่เป็นโพรงเคาะมีเสียง จะต้อง ทําการรื้อออกและทําการปูใหม่ กระเบื้องที่ปูเสร็จแล้ว จะต้องเรียบได้แนวและระดับ และมีความลาดเอียงตามระบุไว้ในแบบ กระเบื้องที่ชนกับผนัง ฝาครอบท่อระบายนํ้า หรือขอบต่าง ๆ จะต้องตัดให้เรียบสมํ่าเสมอ พื้นที่ปูเรียบร้อยแล้วจะต้องทิ้งให้ แห้ง โดยไม่ถูกกระทบกระเทือนหรือรับนํ้าหนักเป็นเวลา 48 ชั่วโมง จึงล้างทําความสะอาด และอุดรอยต่อของกระเบื้องด้วย วัสดุสําหรับยาแนวกระเบื้องชนิดสําเร็จรูปหรือตามคําสั่งของผู้ควบคุมงาน
    การทําความสะอาด
    ภายหลังบุกระเบื้อง ปูกระเบื้องเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะต้องทําความสะอาดคราบปูนที่ติดบนแผ่นกระเบื้องให้หมดแล้วขัดด้วย WAX 2 ครั้ง
    หมายเหตุ : การทําปูนทรายบนผนังส่วนที่บุกระเบื้องหรือโมเสคภายนอกอาคาร ให้ทําการกรุลวดตาข่ายขนาดตาราง ประมาณ 1" x 1" ตลอดพื้นที่ก่อนฉาบปูน
    37/166

งานพืนผิวซีเมนต์ขัดมัน/ขัดมันผสมสี ้
ขอบเขตของงาน
ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้จัดหา วัสดุ แรงงาน และอุปกรณ์ในการก่อสร้างซีเมนต์ขัดมัน/ขัดมันผสมสีหรือตามผู้ออกแบบกําหนด วัสดุ

  • ปูนซีเมนต์ให้ใช้ปูนซีเมนต์ขาว มอก.133-2518 ผลิตภัณฑ์คุณภาพเทียบเท่า ปูนซีเมนต์ตราเสือ ของบริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จํากัด (มหาชน) หรือ ตรานกอินทรีย์ ของบริษัท นครหลวง จํากัด (มหาชน) หรือตรางูเห่า ของบริษัทชลประทานซีเมนต์ จํากัด (มหาชน) หรือ ตรา ทีพีไอ ของบริษัท ทีพีไอ โพลีน จํากัด (มหาชน) - สี ใช้สีฝุ่นผสมสีอย่างดี ผสมไม่เกิน 8% โดยปริมาตร
  • ผู้รับจ้างจะต้องทําแผ่นตัวอย่างการทําผิวขัดมันขนาด 1 ตารางฟุต ให้สถาปนิกตรวจสอบก่อนลงมือทํางาน กรรมวิธีทํา
    พื้นที่ที่จะทําผิวซีเมนต์ขัดมันจะต้องปรับผิวให้เรียบร้อยด้วยปูนทรายส่วนผสมปูน 1 ส่วนต่อทราย 3 ส่วน แล้วขัดผิวให้มัน เรียบด้วยปูนซีเมนต์ดังกล่าวข้างต้น ในกรณีที่ระบุให้เป็นผิวซีเมนต์ขัดมันผสมสี ให้ผสมสีฝุ่นลงขณะผสมซีเมนต์ซึ่งจะต้องทํา ตัวอย่างให้สถาปนิกเห็นชอบเสียก่อน
    การทําความสะอาด
    ภายหลังจากขัดมันพื้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะต้องป้องกันคน สัตว์ หรือสิ่งอื่น ๆ ที่จะทําให้ผิวขัดมันสกปรก หรือเสียหาย จนกว่าจะแห้งสนิทและหลังจากแห้งสนิทแล้วจะต้องทําความสะอาดฝุ่นละออง ด้วยนํ้าสะอาดแล้วทิ้งให้แห้ง
    38/166

งานหินขัด ( Terrazzo )
วัสดุ

  • ปูนซีเมนต์ขาว ปอร์ตแลนด์ ประเภทที่ 1 ตราช้างเผือก
  • หินเกล็ดขนาดต่างๆ
  • สีฝุ่น (ถ้ามี)
    วิธีการทํางาน
    การเตรียมพื้นที่
  • สกัดพื้นเดิมให้มีผิวขรุขระ เพิ่มพื้นที่ในการยึดเกาะกับปูนทราย
  • วางเส้นแบ่งกั้นพื้นที่โดยระยะห่างที่สุดไม่เกิน 2.5 เมตร วางแนวหลังเส้นให้ได้ระดับที่ต้องการ ยึดด้วยปูนทราย อัตราส่วน 1 : 1 ทิ้งไว้ให้แห้งอย่างน้อย 24ชั่วโมงก่อนการเทปรับพื้น
  • ทําการเทปรับพื้นด้วยปูนทรายอัตราส่วน 1 : 3 ให้ตํ่ากว่าเส้นแบ่งกั้นพื้นที่ประมาณ 1.5–2 เซนติเมตร แล้วทําการขูด หน้าลายด้วยไม้กวาดทางมะพร้าวให้มีผิวหยาบ เพื่อการยึดเกาะที่ดีขึ้นอาจใช้กาวซีเมนต์ฉาบด้วยเกรียงหวีขนาด ร่อง 5 มิลลิเมตร หลังจากนั้น ทิ้งไว้ให้ปูนแห้งตัวอย่างน้อย 24ชั่วโมงก่อนการเทผิวหน้า
    การเทผิวหน้า
  • ผสมปูนซีเมนต์ขาวปอร์ตแลนด์ประเภทที่ 1 ตราช้างเผือก กับสีฝุ่นตามต้องการ ผสมให้เข้ากัน แล้วจึงผสมหินเกล็ด ในอัตราส่วน 1 : 4 เติมนํ้าผสมให้เข้ากันและได้ความข้นเหลวเหมาะสําหรับการเท (อาจระบุให้ผสมนํ้ายาช่วย ประสาน เช่น FAC77 หรือของ Sika ตามความเหมาะสม)
  • นําส่วนผสมต่าง ๆ เทลงบนพื้น ปาดแต่งด้วยสามเหลี่ยมและเกรียงจนได้ระดับสูงกว่าเส้นแบ่งกั้นพื้นที่ ประมาณ 1 มิลลิเมตรทิ้งไว้ให้ปูนแห้งตัวประมาณ 7วัน ก่อนการขัด ในระหว่าง 7วัน ให้ทําการบ่มด้วยนํ้าสะอาด - ทําการขัดด้วยหินขัดเบอร์ 30, 60 ตามลําดับ หลังจากนั้น ทําการฉาบปิดรอยฟองอากาศแล้วทิ้งไว้ 7 วัน ก่อนการขัด ครั้งที่ 2
  • ทําการขัดครั้งที่ 2 ด้วยหินขัดละเอียด (หินเขียว) และหินลื่นตามลําดับ
  • ล้างคราบนํ้าปูนด้วยเงาซัว และทิ้งไห้พื้นแห้งสนิทก่อนการลงนํ้ามันเคลือบผิว
  • ลงนํ้ามันเคลือบผิว (WAX) ปั่นด้วยใยมะพร้าวและผ้านุ่มตามลําดับ
  • อาจทานํ้ายาเคลือบผิวประเภท Stone Coat ได้
    การบํารุงรักษา
  • ควรทําความสะอาดด้วยสารเคมีที่มีฤทธิ์เป็นด่าง เช่น นํ้าสบู่ ,ผงซักฟอก เป็นต้น เป็นประจําทุกสัปดาห์ - ควรลงนํ้ามันเคลือบผิว (WAX) อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อความมันเงาสวยงาม
  • ถ้าพื้นมีคราบฝังแน่นจากการใช้งานเป็นเวลานาน สามารถขัดลอกผิวหน้าใหม่ได้
    39/166

งานพืนกรวดล้าง ้
ขอบเขตของาน
ผู้รับจ้างจะต้องจัดหา วัสดุ อุปกรณ์ และแรงงานที่จําเป็นในการก่อสร้างงานกรวดล้าง ตามที่ระบุในแบบรูป รายการทั่วไป

  • ผู้รับจ้างจะต้องจัดเตรียมงานล่วงหน้า ให้มีระยะเวลาจัดทําที่เหมาะสม ระหว่างการจัดทํางานกรวดล้าง จะต้อง ป้องกันและระมัดระวังมิให้เปรอะเปื้อนผนัง และส่วนของอาคารอื่น ๆ ตลอดจนการทําให้ ท่อรางนํ้า ทางระบายนํ้า ต่าง ๆ อุดตัน
  • ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําแผ่นตัวอย่างขนาด 1 ตารางฟุต กรวดล้าง ให้สถาปนิกอนุมัติก่อนดําเนินการ - ในกรณีที่เกิดมีรอยด่าง แตกร้าว หรือเม็ดหิน-ทรายกระจายตัวไม่สมํ่าเสมอกัน ผู้รับจ้างจะต้องแก้ไขโดยทุบออกและ ทําให้ใหม่ทั้งช่อง
    วัสดุ
  • กรวด
    ใช้กรวดทะเล หรือระบุเป็นอย่างอื่น หรือได้รับอนุมัติจากสถาปนิก เม็ดกรวดจะต้องมีขนาดเท่ากัน โดยผ่านตะแกรง ร่อน กรวดจะต้องเป็นกรวดคัด สีเทา เม็ดกลมไม่มีเหลี่ยม ไม่มีเปลือกหอยหรือเศษวัสดุ อื่น เจือปน - ปูนซีเมนต์
    ใช้ปูนซีเมนต์ขาวเทียบเท่า ตรากิเลน หรือตราช้างเผือก สําหรับงานหินล้าง และปูนซีเมนต์เทียบเท่า ตราเสือ หรือ ตรานกอินทรีย์ หรือ ตรางูเห่า ตราทีพีไอ สําหรับงานกรวดล้าง
  • สีผสม
    ต้องใช้สีฝุ่นสําหรับผสมกับปูนซีเมนต์ ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําตามตัวอย่างกรวดล้าง ที่ได้รับอนุมัติ การผสมสีต้องชั่ง หรือตวงทุกครั้ง
  • การแบ่งช่อง
    งานกรวดล้าง ปฏิบัติตามคําแนะนําของผู้ควบคุมงาน หรือที่ระบุในแบบรูปถ้าไม่ได้ระบุให้ใช้ PVC แบ่งแนวรูปคาง หมู ขนาด 0.5 x 1 ซม. เป็นเส้นแบ่งแนวจํานวนตาราง ให้ส่ง SHOP DRAWING ก่อนทํางาน
    กรรมวิธีการทํา
  • ผู้รับจ้างจะต้องทําความสะอาดพื้นผิว บริเวณที่จะทํากรวดล้าง ให้เรียบร้อยปราศจากเศษปูน ฝุ่นละออง - จัดวางแนวเส้นแบ่งขนาดช่องด้วยไม้ ขนาดตามที่ได้รับอนุญาต พร้อมจัดทําปุ่มระดับทั่วบริเวณทิ้งไว้ให้แห้ง 1วัน เป็นอย่างน้อย
  • ก่อนฉาบผิว หรือเทผิว ผู้รับจ้างจะต้องรดนํ้าทั่วบริเวณให้ชุ่ม แล้วสลัด หรือเทด้วยนํ้าปูนซีเมนต์ประสานก่อน จึงฉาบ หรือเทผิว
  • ปรับระดับผิวหน้าให้ได้ระดับทั่วบริเวณ แล้วปล่อยทิ้งไว้ให้ปูนเริ่มแข็งตัว ใช้แปรงขนอ่อนชุบนํ้าหมาด ๆ ในการทําผิว กรวดล้าง
  • การทํา ให้ทําทีละช่องพอเหมาะกับเวลา และคนงานช่างฝีมือ เม็ดกรวด หรือหินต้องแน่นสมํ่าเสมอกันตลอด - การล้างต้องล้างผิวให้เกลี้ยงจนเม็ดกรวด หรือหินใสสะอาดไม่มีฝ้านํ้าปูนจับ
    การบํารุงรักษา
    ผู้รับจ้างจะต้องป้องกันไม่ให้คนหรือสิ่งอื่น ๆ เข้าไปในบริเวณ อันอาจจะก่อผลเสียหายเกิดขึ้นแก่งานได้ หลังจาก ผิวแห้งสนิทแล้ว หากเกิดการชํารุดเสียหายขึ้นจาก กรณีใด ๆ ก็ตาม ผู้รับจ้างจะต้องทําการซ่อมแซม หรือจัดทําให้ใหม่ โดยค่าใช้จ่าย ทั้งหมดเป็นของผู้รับจ้าง
    40/166

งานพืนไม้ ้ WOOD FLOORING WORK

  1. ข้อกําหนดทั่วไป
    1.1 ผู้รับจ้างจะต้องส่งรายละเอียด ข้อกําหนดคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ ข้อมูลทางเทคนิค ข้อแนะนําการติดตั้ง และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวกับสินค้าของตนตามที่ผู้ควบคุมงานต้องการเพื่อพิจารณาตรวจสอบ
    1.2 ผู้รับจ้างจะต้องทําการวัดและตรวจสอบสถานที่จริงบริเวณที่จะติดตั้งพื้นไม้ก่อน เพื่อความถูกต้องของขนาดและ ระยะตามความเป็นจริง
    1.3 ผู้รับจ้างต้องจัดทํา Shop Drawing เพื่อให้ผู้ควบคุมงานตรวจสอบโดยแสดงรายละเอียดดังต่อไปนี้ 1.3.1 แปลน ของการปูไม้ทั้งหมด ลายหรือรอยต่อของแผ่นไม้เมื่อปูเสร็จแล้วทั้งหมด ระบุสีของไม้แต่ละสี หรือ ชนิดให้ชัดเจน
    1.3.2 แบบขยายการติดตั้งบริเวณ ขอบ มุม รอยต่อ จุดจบ และ/หรือ แนวบรรจบของวัสดุใกล้เคียง, ตําแหน่งของ รอยต่อ อุปกรณ์ประกอบในการติดตั้ง และ เศษของไม้ทุกส่วน
    1.3.3 แบบขยายอื่น ที่เกี่ยวข้องหรือจําเป็นตามที่ผู้ควบคุมงานต้องการ อาทิ ตําแหน่งติดตั้งอุปกรณ์งานระบบที่ เกี่ยวข้อง เช่น ช่องซ่อมบํารุง ต่าง ๆ เป็นต้น
    1.4 ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาวัสดุแรงงานและอุปกรณ์อื่น ๆ ที่จําเป็นในการบุ ปูพื้นไม้ ตามระบุในแบบรูปและรายการ รวมถึงการทําความสะอาดป้องกันมิให้ส่วนที่ทําการตกแต่งแล้วชํารุดเสียหาย
    1.5 ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่งตัวอย่างไม้ตามชนิด สี และลายที่กําหนด ติดบนไม้อัดขนาด 1.00 x 1.00 ม. ซึ่งแสดงให้เห็น ถึงชนิด ลวดลาย และผิวสีของไม้ที่จะใช้ รวมทั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องรวมทั้งกาวติดไม้และนํ้ายาเคลือบผิวไม่ น้อยกว่า 2 ตัวอย่าง และส่งให้ผู้ผู้ควบคุมงานและออกแบบเพื่อขออนุมัติและตรวจสอบจากทางของผู้ออกแบบ ก่อนจึงจะทําการสั่งซื้อและนําไปใช้งานได้ ตัวอย่างดังกล่าวให้รวมถึงวัสดุประกอบอย่างอื่นที่จําเป็นต้องใช้ด้วย เช่น ขอบคิ้ว หรือมุมต่าง ๆ เป็นต้น
  2. วิธีการดําเนินงาน
    2.1 การเตรียมผิว
    2.1.1. ทําความสะอาดพื้นผิวให้สะอาดปราศจากฝุ่ นผงคราบไขมัน และสกัดเศษปูนทรายที่เกาะอยู่ออกให้หมด ล้างทําความสะอาดด้วยนํ้า
    2.1.2 เทปูนทรายหรือฉาบปูนรองพื้น เพื่อปรับระดับให้ได้ดิ่ง ได้ฉาก ได้แนว และปาดผิวให้เรียบสนิท ไม่มีคลื่น ก่อนการใช้กาว และถ้าเป็นพื้นไม้ให้ตรวจสอบความแข็งแรงและความเรียบของพื้น ถ้าไม้หลุดหรืองอให้ยํ้า ด้วยตะปู และขัดให้เรียบ
    2.1.3 หลังจากเทปูนทรายหรือฉาบปูนรองพื้นแล้ว 24ชั่วโมง ให้ทําการบ่มตลอด 3 วัน ทิ้งไว้ให้แห้งสนิทอย่าง น้อย 15วัน และปราศจากความชื้น แล้วจึงเริ่มดําเนินการปูไม้
    2.1.4 การตรวจสอบความชื้นของพื้น โดยใช้เครื่องมือวัดความชื้น หรือตรวจสอบโดยใช้พลาสติกแผ่นบางๆ ชนิด ใสคลุมบนพื้นที่ที่จะทําการติดตั้ง และติดเทปที่ขอบของพลาสติกกับพื้นที่เดิม โดยไม่ให้อากาศรั่วเข้าออก ได้ และปล่อยทิ้งไว้ในระยะพอสมควร ถ้าปรากฏว่ามีหยดนํ้าเกาะอยู่ที่ใต้แผ่นพลาสติกแสดงว่าพื้นยัง เปียกเกินไป ให้รอจนพื้นแห้งสนิทก่อนที่จะทําการปูไม้
    2.1.5 ปูด้วยแผ่น Closed-Cell Polyethelene Sheet เต็มตลอดพื้นที่ ที่จุดซ้อน ให้มีการซ้อนบริเวณขอบอย่าง น้อย 200 มม. รอยต่อแผ่นปิดด้วย Closed-Cell Polyethelene Self-Adhesive ให้เรียบร้อย ที่บริเวณขอบ ของผนังให้พับแผ่นขึ้น ตามแนวขอบของผนังสูงประมาณ 50 มม. ตลอดแนวและซ่อนใต้คิ้วหรือผนังบัว
    41/166

2.1.6 ก่อนดําเนินการปูไม้ ผู้รับจ้างจะต้องจัดเรียงแผ่นไม้ที่จะปูในบริเวณนั้น ๆ เพื่อให้สถาปนิกและผู้ควบคุม งาน ได้พิจารณาคัดเลือกสีไม้และลายไม้ ก่อนดําเนินการติดตั้ง แผ่นไม้ทุกแผ่นจะต้องไสเรียบและเป็น แนวตรงไม่บิดงอ หรือโก่ง ไม่มีตาไม้
2.2 การปูไม้
2.2.1 ทําการหาแนวการปู และเศษแผ่นตามความเห็นชอบของผู้ควบคุมงาน หรือตามที่ระบุไว้ในแบบ 2.2.2 ทําการหาแนวไม้ กําหนดจํานวนแผ่น และเศษแผ่นตามความเห็นชอบของผู้ควบคุมงาน 2.2.3 เศษของแผ่นไม้จะต้องเหลือให้เท่า ๆ กันทั้ง 2 ด้านของพื้น เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น การเข้ามุมไม้
จะต้องดําเนินการตามรายละเอียดที่ระบุในแบบก่อสร้างเว้นแต่ในแบบไม่ได้ระบุไว้ ให้ใช้วิธีตัดขอบ 45 องศาเข้ามุม ให้ผู้รับจ้างนําเสนอ Shop Drawing ให้สถาปนิกพิจารณาอนุมัติก่อนดําเนินการ 2.2.4 พื้นไม้ปูเข้าลิ้นชนชิด
ให้ใช้วิธีวางตงไม้เนื้อแข็งขนาด 1 1/2” x 3” อบหรือทานํ้ายากันปลวก @ 500 มม. ยึดกับพื้นโครงสร้าง โดยปรับให้ได้ระดับหลังตงเรียบเสมอกัน และเทปูนทรายปรับระดับ ทําผิว ขัดมันเสมอผิวตงไม้ แล้วจึง ดําเนินการปูพื้นไม้ โดยยึดกับตงที่วางไว้ ตงไม้เนื้อแข็งที่ใช้จะต้องเป็นไม้ใหม่ ห้ามใช้ไม้ที่เคยใช้ทําไม้แบบ โครงสร้าง โดยเด็ดขาด
2.2.5 พื้นไม้ปูเว้นร่อง
ให้ใช้วิธีวางตงไม้เนื้อแข็งขนาด1 1/2” x 3” อบหรือทานํ้ายากันปลวก @ 500 มม. ยึดกับลูกปูนหรือฐานปูน ที่หนุนลอยเหนือพื้นโครงสร้าง และเทปูนทรายปรับระดับเอียงลาดตามแบบ ทําผิวขัดมัน โดยให้ได้ระดับ ท้องตงลอยเหนือผิวปูนทรายอย่างน้อย 50 มม. แล้วจึงดําเนินการปูพื้นไม้โดยยึดกับตงที่วางไว้ 2.2.6 พื้นไม้ปาร์เก้
ให้ใช้วิธีเทปูนทรายปรับระดับ ทําผิวขัดมัน แล้วจึงดําเนินการปูพื้นไม้ด้วยกาวโพลียูรีเทน
2.2.7 พื้นไม้สําเร็จรูป
ให้ใช้วิธีเทปูนทรายปรับระดับ ทําผิวขัดมัน หรือเทปูนทรายปรับระดับ ทําผิวขัดมันและปูทับ ด้วยไม้อัดยาง หนา 10 มม. ชนิดใช้ภายนอก แผ่นไม้อัดที่ปูแต่ละแผ่นให้เว้นระหว่างแผ่นห่าง 5 มม. และยึดแผ่นไม้อัดกับ พื้นผิวเดิมด้วยตะปูเป็นระยะ 60 ซม. ทั้งแนวตั้งและแนวนอนปรับระดับให้เรียบเสมอกัน ตามแต่ระบุใน แบบ แล้วจึงดําเนินการปูพื้นไม้ด้วยกาวโพลียูรีเทน หรือปูด้วยระบบลิ้นล็อคตามมาตรฐานผู้ผลิต
2.2.8 ติดตั้งพื้นไม้ขนาดตามแบบ เข้าลิ้นยึดติดกับคร่าวไม้ด้วยตะปู ซ่อนหัวตะปูไว้ที่รางลิ้น แนวระหว่างแผ่นทุก แผ่นจะต้องอัดให้สนิทด้วยแม่แรงอัดพื้น รอยต่อของแผ่นไม้จะต้องสลับกัน และมีคร่าวรองรับเสมอ บริเวณพื้นไม้ที่ชนผนังให้เว้นร่องไว้ประมาณ 8 มิลลิเมตร
2.2.9 การปูแผ่นไม้ปาร์เก้ให้เริ่มต้นปูจากผนังด้านที่เรียบ โดยหันร่องในแผ่นไม้เข้าหาผนัง และให้เว้นระยะ ช่องว่างระหว่างไม้กับผนังห้อง ขนาดที่เหมาะสมโดยการใช้ลิ่มไม้ เพื่อเว้นระยะและให้เริ่มแถวที่เหลือ ต่อไป โดยแนวขอบของไม้ต้องติดด้วยกาวตลอดแนวในร่องของไม้ และให้ตอกไม้ปาร์เก้ให้เข้าในแนวที่ กําหนด โดยใช้ไม้ยาวประมาณ 600 มม. โดยการตอกเบา ๆ ถ้ามีกาวถูกบีบออกมาบนผิวไม้ให้ใช้ผ้า หมาด ๆ เช็ดออกทันที
2.2.10 การปูแผ่นไม้ปาร์เก้ จะต้องปูตามแนวที่กําหนดไว้ในแบบก่อสร้าง หรือตามอนุมัติใน Shop Drawing หรือ ตามที่ผู้ออกแบบกําหนดให้ ทั้งนี้การปูจะต้องชิดสนิทกันและได้ฉากขอบหรือรอยต่อของไม้จะต้องเรียบ สนิท มีช่องว่างได้ไม่เกิน 1 มิลลิเมตร ยกเว้นในกรณีที่ระบุเป็นพื้นไม้ตีเว้นร่อง จะต้องได้ขนาดของร่อง ตามที่ระบุในแบบ และมีขนาดเท่ากันโดยตลอด
42/166

2.2.11 หากไม่มีระบุเป็นอย่างอื่น การใช้แผ่นไม้บันไดจะต้องเป็นแผ่นเดียวตลอดไร้รอยต่อ ความหนาของลูก นอนไม่ตํ่ากว่า 2 นิ้ว และโค้งมนบริเวณจมูกบันไดให้เรียบร้อย ความหนาลูกตั้งตามแบบ คุณสมบัติของ ไม้และการติดตั้งให้เป็นไปตามข้อกําหนดในหมวดงานไม้
2.2.12 ราวบันไดไม้ ต้องไสปรับแต่งให้ได้ขนาดและรูปร่างตามแบบก่อสร้าง หากไม่มีระบุเป็นอย่างอื่นไม้ที่ใช้ ต้องเป็นไม้สัก คัดลายไม้ให้สวยงามดูกลมกลืนกัน รอยต่อจะต้องแน่นสนิท การยึดน็อต หรือตะปูเกลียว ทั้งหมด จะต้องฝังในเนื้อไม้และอุดซ่อนหัวให้เรียบร้อย ขัดแต่งให้เรียบแล้วจึงทําการ ทาทับด้วยนํ้ามัน เคลือบแข็ง ตามที่รายละเอียดที่ระบุในหมวดงานสี การติดตั้งบัวเชิงผนังโดยโดยทําการฝังพุกไม้ 2 ตัว หรือตามความเหมาะสมทุกระยะไม่เกิน 500 มม.ใช้กาวยาง และตะปูเกลียวซ่อนหัว มุมบัวเชิงผนังให้ใช้ วิธีเข้ามุมปากประกบ 45องศา ห้ามใช้วิธีตัดชนเป็นอันขาด เมื่อติดตั้งเสร็จแล้วให้ทิ้งไว้โดย ห้ามเหยียบ ยํ่าอย่างน้อย 15วัน จึงทําการขัดผิว
2.2.15 ขัดผิวพื้นให้เรียบเสมอกันทั่วพื้นที่ด้วยเครื่องขัด อุดรูร่องที่ไม่เรียบร้อยต่าง ๆ แล้วจึงทาทับด้วยนํ้ามัน เคลือบแข็งตามรายละเอียดในหมวดงานสี โดยให้ทาครั้งแรกทันทีเมื่อทําการขัดพื้นและแต่งเรียบ ทําความ สะอาดดีแล้ว ผิวไม้ทั้งหมดเมื่อปูเสร็จเรียบร้อยแล้วจะต้องได้ดิ่ง ได้แนว ได้ระดับ เรียบสมํ่าเสมอ ไม่เป็น โพรง ความไม่ เรียบร้อยใด ๆ ที่เกิดขึ้นตามความเห็นของสถาปนิก ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการแก้ไขโดย เป็นค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างทั้งหมด
3. การทําสีพืนไม้ ้
3.1 งานพื้นไม้ทําสีธรรมชาติ
งานพื้นไม้ภายใน ให้ทาเคลือบด้วยนํ้ายาเคลือบแข็งประเภท Polyurethane จํานวน 3 เที่ยว งานพื้นไม้ภายนอก ให้ ทาเคลือบด้วย Decking Stain ชนิดใส จํานวน 3 เที่ยว
3.2 งานพื้นไม้ย้อมสี
สําหรับงานพื้นไม้ภายในและภายนอก ให้ทาด้วยสีย้อมไม้Wood Stainจํานวน 3 เที่ยว
3.3 งานพื้นไม้ทาสีนํ้ามัน
สําหรับงานพื้นไม้ภายในและภายนอก ให้ทาด้วยสีรองพื้นประเภท Aluminium Wood Primer 1 เที่ยว และทาทับ หน้าด้วยสีนํ้ามันประเภท Alkyd Enamel อย่างน้อย 2 เที่ยว
3.4 การทาสีงานพื้นไม้และบัวเชิงผนังไม้
ให้ดูรายละเอียดที่กําหนดในแบบและรายการประกอบแบบในหมวดงานไม้ และในหมวดงานสี ประกอบการ ดําเนินงาน โดยให้ถือปฏิบัติตามที่ระบุในรายละเอียดผลิตภัณฑ์ และดําเนินการตามมาตรฐานผู้ผลิตโดยเคร่งครัด 4. การทําความสะอาด
ผู้รับจ้างจะต้องทําความสะอาดทุกแห่ง หลังจากการติดตั้งโดยการกวาดดูดฝุ่ นหรือเช็ดด้วยผ้าหมาด ๆ ผิวของวัสดุ ต้อง ปราศจากรอยร้าว แตกบิ่น รอยขูดขีด หรือมีตําหนิ หลุดล่อน และต้องไม่เปรอะเปื้อน ก่อนทําการขออนุมัติจากทาง ผู้ออกแบบและก่อนส่งมอบงาน
5. การป้องกันแผ่นไม้
ผู้รับจ้างจะต้องไม่ให้มีนํ้าหนักกดทับลงบนแผ่นมากเกินไป และที่กองเก็บในที่ก่อสร้าง จะต้องมีหมอนไม้รองแผ่น หรือวัสดุ อื่นๆ ปกคลุม โดยให้มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก ห้ามมีการเดินผ่าน หรือบรรทุกนํ้าหนักในขณะที่ปูเสร็จใหม่ ๆ และในขณะ ก่อสร้างบริเวณใดที่จําเป็นจะต้องมีการสัญจร จะต้องมีการป้องกันผิวไม้มิให้เป็นรอย ในกรณีเกิดความไม่เรียบร้อยใด ๆ หรือผิวหน้าไม้เกิดริ้วรอยขูดขีดปรากฏให้เห็น หรือแผ่นไม้ไม่เรียบ ไม่สมํ่าเสมอ ผู้รับจ้างจะต้องทําการขัดผิวเพื่อแก้ไขตาม กรรมวิธีการขัดผิวของแผ่นไม้ที่ผู้ควบคุมงานกําหนดให้ โดยเป็นความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง
43/166

  1. รายละเอียดวัสดุ
    6.1 วัสดุวัสดุที่นํามาใช้งาน ต้องเป็นวัสดุใหม่ได้มาตรฐานของผู้ผลิต และต้องได้รับอนุมัติจากผู้ออกแบบ ปราศจาก รอยแตกร้าว หรือตําหนิใด ๆ
    6.2 รายละเอียด รูปแบบ ชนิด ความกว้าง ความยาว ความหนา ลวดลาย สี ชนิด และลวดลายของไม้ปาร์เก้ ตามแบบ ที่ระบุไว้ในแบบ
    6.3 หากไม่มีระบุในแบบ งานพื้นไม้สักทั้งหมด ให้ใช้ไม้สักทองเกรด AA
    6.4 ไม้เนื้อแข็งทั้งหมด ให้ใช้ไม้คัดเกรด โดยผ่านการอบ และผึ่งตามมาตรฐาน ก่อนนํามาใช้งาน 6.5 กาวที่จะใช้ในการติดไม้ต้องเป็นกาว Latex ชนิดคุณภาพสูง หรือตามคําแนะนําของบริษัทผู้ผลิต ทั้งนี้ต้องได้รับ อนุมัติจากผู้ออกแบบก่อนนําไปใช้งาน มีความคงทนต่อความชื้นมีคุณสมบัติในการติดยึดแน่นแข็งแรงไม่หลุดแยก ออกจากกัน หลังจากการติดตั้ง
    6.6 บัวเชิงผนัง หากมิได้ระบุให้ใช้ไม้ชนิดเดียวกับไม้พื้น หรือไม้มะค่า ขนาด 1” x 4”
    6.7 ไม้คิ้วปิดขอบปาร์เก้ ต้องเป็นชนิดเดียวกับไม้พื้นปาร์เก้ ขนาดตามที่ผู้ออกแบบกําหนดให้ 6.8 นํ้ามันเคลือบแข็ง ให้ใช้ประเภทโพลี่ยูรีเทนสําหรับใช้งานภายใน ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ เคมเกรซ หรือยูริเทน หรือตรา เครื่องบิน
    6.9 สีย้อมพื้นไม้และรักษาเนื้อไม้ Deck Stain ชนิดใส สําหรับใช้งานภายนอก ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOA, BEGER หรือ คุณภาพเทียบเท่า
    6.10 สีย้อมไม้ Wood Stain สําหรับใช้งานภายในและภายนอก ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOA, BEGER หรือคุณภาพ เทียบเท่า
    6.11 สีนํ้ามัน สําหรับใช้งานภายในและภายนอก ให้ดูรายละเอียดในหมวด งานสี
    6.12 การปูพื้นไม้ ให้ใช้ กาวโพลียูรีเทน
    6.13 ข้อกําหนดและรายละเอียดคุณสมบัติของไม้ ให้เป็นไปตามข้อกําหนดในหมวดงานไม้
    6.14 แผ่น Closed-Cell Polyethelene Sheet ให้ใช้หนาไม่ตํ่ากว่า 3.0 มม.
    44/166

2.3 งานฝ้าเพดาน
งานฝ้าเพดานฉาบเรียบ, ฝ้าเพดานโครงเคร่า T-BAR

  1. ขอบเขตของงาน
  • ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาวัสดุอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ แรงงานที่มีฝีมือและความชํานาญ มีระบบควบคุมคุณภาพที่ดี ใน การติดตั้งงานยิปซั่มบอร์ดตามระบุในแบบและรายการประกอบแบบ
  • ผู้รับจ้างจะต้องตรวจสอบแบบก่อสร้างและประสานงานกับผู้ติดตั้งงานระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ และระบบ อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานฝ้าเพดานยิปซั่มบอร์ด เช่น งานเตรียม โครงเหล็กในฝ้าสําหรับยึดลวดแขวนโครงเคร่าฝ้า เพดาน, ยึดดวงโคม, ยึดท่อลมของระบบปรับอากาศ เป็นต้น เพื่อให้งานยิปซั่มบอร์ดแข็งแรง และเรียบร้อย สวยงาม
  • ในกรณีที่จําเป็นต้องเตรียมช่องสําหรับเปิดฝ้าเพดาน ให้ใช้แผ่นยิปซั่มสําเร็จรูป สําหรับช่องเซอร์วิสแผ่นยิปซั่ม ชนิดทนชื้น ขนาดช่องประมาณ 600x600 มม. ความหนาไม่น้อยกว่า 9 มม. สําหรับซ่อมแซมงานระบบต่าง ๆ ของอาคารหรือซ่อมแซมหลังคาในภายหลัง ผู้รับจ้างจะต้องติดตั้งให้แข็งแรงและเรียบร้อย ตามที่กําหนดในแบบ หรือตามวัตถุประสงค์ของผู้ออกแบบ
  • ระดับความสูงของฝ้าเพดาน ให้ถือตามระบุในแบบ แต่อาจเปลี่ยนแปลงได้เล็กน้อย ตามความเห็นชอบของผู้ ควบคุมงาน
  • ผู้รับจ้างจะต้องส่งตัวอย่างพร้อมรายละเอียด วัสดุ และขั้นตอนการติดตั้ง งานยิปซั่มบอร์ด เช่น แผ่นยิปซั่ม โครง เคร่าฝ้าเพดาน พร้อมอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้สถาปนิกพิจารณาอนุมัติก่อนการสั่งซื้อ
  • ผู้รับจ้างต้องจัดทํา Shop Drawing เพื่อให้สถาปนิกพิจารณาอนุมัติก่อนการติดตั้ง ดังนี้
  • แบบแปลน, รูปด้าน, รูปตัด ของฝ้าเพดาน แสดงแนวโครงเคร่าระยะและตําแหน่ง ปลั๊ก ดวงโคม หัวจ่ายลม หัวดับเพลิงและอื่น ๆ ให้ครบถ้วนทุกระบบ
  • แบบขยายการติดตั้งบริเวณ ขอบ มุม รอยต่อ การชนผนังและโครงสร้างของอาคาร
  • แบบรายละเอียดการยึด ห้อยแขวนกับโครงสร้างอาคาร หรือโครงหลังคา
  • แบบขยายอื่น ที่เกี่ยวข้องหรือจําเป็น เช่น การติดตั้งท่อร้อยสายไฟ ท่อนํ้าทิ้งของระบบปรับอากาศ สวิทช์ ปลั๊กช่องซ่อมบํารุง เป็นต้น
    วัสดุ
  • แผ่นยิปซั่มหนาประมาณ 9 มิลลิเมตร หรือประมาณ 12 มิลลิเมตร หรือตามระบุในแบบ ชนิดธรรมดา, ทนชื้น, บุฟอยล์ป้องกันความร้อน หรือทนไฟดัดโค้ง ตามระบุในแบบ ขนาดประมาณ 1.20x2.40 เมตร แบบขอบลาด 2 ด้าน หรือ 4 ด้าน สําหรับผนังหรือฝ้าฉาบเรียบรอยต่อ และขอบเรียบสําหรับฝ้า T-Bar
  • โครงเคร่าฝ้าเพดานฉาบเรียบรอยต่อ ให้ใช้เหล็กชุบสังกะสี ขนาดไม่เล็กกว่า 14x37 มิลลิเมตร ความหนาของ แผ่นเหล็กไม่ตํ่ากว่า 0.50 มิลลิเมตร ระยะห่างของโครงเคร่าหลัก (วางตั้ง) ทุกระยะ 1.00 เมตร โครงเคร่ารอง (วางนอน) ทุกระยะ 400 มิลลิเมตร ลวดแขวนขนาด Dia. 4 มิลลิเมตร ทุกระยะ 1.00x1.20 เมตร พร้อมสปริง ปรับระดับทําด้วยสแตนเลส ให้ใช้เทียบเท่า โปร-ลายน์ ตราช้าง หรือ Casoline Gyproc หรือ KNAUF หรือ TOA หรือคุณภาพเทียบเท่า
    โครงเคร่าฝ้าเพดาน T-Bar ให้ใช้เหล็กชุบสังกะสีเคลือบสี ความหนาของแผ่นเหล็กไม่ตํ่ากว่า 0.35 มิลลิเมตร พับขึน้ รูป 2 ชั้น โครงเคร่าหลักสูงไม่น้อยกว่า 38 มิลลิเมตร ระยะห่างทุก 600 มิลลิเมตร โครงเคร่าซอยสูง ไม่น้อย2.3 งานฝ้าเพดาน
    45/166

งานฝ้าเพดานฉาบเรียบ, ฝ้าเพดานโครงเคร่า T-BAR

  1. ขอบเขตของงาน
  • ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาวัสดุอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ แรงงานที่มีฝีมือและความชํานาญ มีระบบควบคุมคุณภาพที่ดี ใน การติดตั้งงานยิปซั่มบอร์ดตามระบุในแบบและรายการประกอบแบบ
  • ผู้รับจ้างจะต้องตรวจสอบแบบก่อสร้างและประสานงานกับผู้ติดตั้งงานระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ และระบบ อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานฝ้าเพดานยิปซั่มบอร์ด เช่น งานเตรียม โครงเหล็กในฝ้าสําหรับยึดลวดแขวนโครงเคร่าฝ้า เพดาน, ยึดดวงโคม, ยึดท่อลมของระบบปรับอากาศ เป็นต้น เพื่อให้งานยิปซั่มบอร์ดแข็งแรง และเรียบร้อย สวยงาม
  • ในกรณีที่จําเป็นต้องเตรียมช่องสําหรับเปิดฝ้าเพดาน ให้ใช้แผ่นยิปซั่มสําเร็จรูป สําหรับช่องเซอร์วิสแผ่นยิปซั่ม ชนิดทนชื้น ขนาดช่องประมาณ 600x600 มม. ความหนาไม่น้อยกว่า 9 มม. สําหรับซ่อมแซมงานระบบต่าง ๆ ของอาคารหรือซ่อมแซมหลังคาในภายหลัง ผู้รับจ้างจะต้องติดตั้งให้แข็งแรงและเรียบร้อย ตามที่กําหนดในแบบ หรือตามวัตถุประสงค์ของผู้ออกแบบ
  • ระดับความสูงของฝ้าเพดาน ให้ถือตามระบุในแบบ แต่อาจเปลี่ยนแปลงได้เล็กน้อย ตามความเห็นชอบของผู้ ควบคุมงาน
  • ผู้รับจ้างจะต้องส่งตัวอย่างพร้อมรายละเอียด วัสดุ และขั้นตอนการติดตั้ง งานยิปซั่มบอร์ด เช่น แผ่นยิปซั่ม โครง เคร่าฝ้าเพดาน พร้อมอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้สถาปนิกพิจารณาอนุมัติก่อนการสั่งซื้อ
  • ผู้รับจ้างต้องจัดทํา Shop Drawing เพื่อให้สถาปนิกพิจารณาอนุมัติก่อนการติดตั้ง ดังนี้
  • แบบแปลน, รูปด้าน, รูปตัด ของฝ้าเพดาน แสดงแนวโครงเคร่าระยะและตําแหน่ง ปลั๊ก ดวงโคม หัวจ่ายลม หัวดับเพลิงและอื่น ๆ ให้ครบถ้วนทุกระบบ
  • แบบขยายการติดตั้งบริเวณ ขอบ มุม รอยต่อ การชนผนังและโครงสร้างของอาคาร
  • แบบรายละเอียดการยึด ห้อยแขวนกับโครงสร้างอาคาร หรือโครงหลังคา
  • แบบขยายอื่น ที่เกี่ยวข้องหรือจําเป็น เช่น การติดตั้งท่อร้อยสายไฟ ท่อนํ้าทิ้งของระบบปรับอากาศ สวิทช์ ปลั๊กช่องซ่อมบํารุง เป็นต้น
    วัสดุ
  • แผ่นยิปซั่มหนาประมาณ 9 มิลลิเมตร หรือประมาณ 12 มิลลิเมตร หรือตามระบุในแบบ ชนิดธรรมดา, ทนชื้น, บุฟอยล์ป้องกันความร้อน หรือทนไฟดัดโค้ง ตามระบุในแบบ ขนาดประมาณ 1.20x2.40 เมตร แบบขอบลาด 2 ด้าน หรือ 4 ด้าน สําหรับผนังหรือฝ้าฉาบเรียบรอยต่อ และขอบเรียบสําหรับฝ้า T-Bar
  • โครงเคร่าฝ้าเพดานฉาบเรียบรอยต่อ ให้ใช้เหล็กชุบสังกะสี ขนาดไม่เล็กกว่า 14x37 มิลลิเมตร ความหนาของ แผ่นเหล็กไม่ตํ่ากว่า 0.50 มิลลิเมตร ระยะห่างของโครงเคร่าหลัก (วางตั้ง) ทุกระยะ 1.00 เมตร โครงเคร่ารอง (วางนอน) ทุกระยะ 400 มิลลิเมตร ลวดแขวนขนาด Dia. 4 มิลลิเมตร ทุกระยะ 1.00x1.20 เมตร พร้อมสปริง ปรับระดับทําด้วยสแตนเลส ให้ใช้เทียบเท่า โปร-ลายน์ ตราช้าง หรือ Casoline Gyproc หรือ TOA หรือ คุณภาพเทียบเท่า
  • โครงเคร่าฝ้าเพดาน T-Bar ให้ใช้เหล็กชุบสังกะสีเคลือบสี ความหนาของแผ่นเหล็กไม่ตํ่ากว่า 0.35 มิลลิเมตร พับ ขึ้นรูป 2 ชั้น โครงเคร่าหลักสูงไม่น้อยกว่า 38 มิลลิเมตร ระยะห่างทุก 600 มิลลิเมตร โครงเคร่าซอยสูงไม่น้อย
    46/166

กว่า 28 มิลลิเมตร ระยะห่างทุก 1.20 เมตร ลวดแขวนขนาด Dia. 4 มิลลิเมตร ทุกระยะ 1.20x1.20 เมตร พร้อม สปริงปรับระดับทําด้วยสแตนเลส ให้ใช้ ตราช้าง หรือ Gyproc หรือ SCG หรือ TOA หรือคุณภาพเทียบเท่า - คิ้วเข้ามุมต่าง ๆ สําหรับผนังและฝ้าเพดานยิปซั่ม ให้ใช้คิ้วสําเร็จรูป เทียบเท่า ตราช้าง หรือ Gyproc หรือ TOA หรือคุณภาพเทียบเท่า
ช่องเซอร์วิสสําเร็จรูป

  • ในกรณีที่จําเป็นต้องเตรียมช่องสําหรับเปิดฝ้าเพดาน ให้ใช้ช่องเปิดสําเร็จรูป ชนิดทนชื้น ขนาด 600x600 มม. ความหนาไม่น้อยกว่า 9 มม. หรือตามแบบที่ผู้ออกแบบกําหนด สําหรับซ่อมแซมงานระบบต่างๆ ของอาคาร หรือซ่อมแซมหลังคาในภายหลัง ผู้รับจ้างจะต้องติดตั้งให้แข็งแรงและเรียบร้อย ตามกําหนดในแบบ หรือตาม วัตถุประสงค์ของผู้ออกแบบ โดยให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ ZERVEBoard ตราช้าง หรือ ProServe ของ Gyproc หรือ TOA หรือคุณภาพเทียบเท่า
    วัสดุแผ่นยิปซัม

  • สําหรับฝ้าพื้นที่ทั่วไปในโรงพยาบาล หรือห้องที่ต้องการการกันรา ใช้แผ่นยิปซัมกันรา หนา 9 มม. ฉาบรอยต่อเรียบ ผลิตตามมาตรฐาน มอก. 219-2552เนื้อแผ่นผสมสารป้องกันเชื้อรา มีคุณสมบัติป้องกันเชื้อราจากภายนอกถึงเนื้อ ใน ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ ตราช้าง หรือ Gyproc หรือ TOA หรือคุณภาพเทียบเท่า

  • แผ่นยิปซั่มป้องกันรังสีเอ็กซ์เรย์ ไร้สารตะกั่ว ขอบลาด หนามากกว่าหรือเท่ากับ 13 มม. จํานวนชั้นของแผ่นตาม มาตรฐานผู้ผลิต ติดตั้งพร้อมระบบโครงคร่าวเบอร์ 24 ความหนาเหล็กมากกว่า 0.50 มม. โครงคร่าวเหล็กชุบ สังกะสี ติดตั้งแผ่นยิปซัมป้องกันรังสีเอ็กซ์เรย์ที่ความถี่สูงถึง 24เมตร ผนังส่วนที่เหนือกว่า 2.4 เมตร ให้ใช้แผ่น ยิปซัมมาตรฐาน ชนิดขอบลาด หนา 12 มม. ติดตั้งตามมาตรฐานผู้ผลิต และฉาบรอยต่อด้วยปูนฉาบป้องกันรังสี เอ็กซ์เรย์ โดยให้ใช้ X-Bloc ตราช้าง หรือ Gyproc หรือ Gramlock หรือคุณภาพเทียบเท่า

  • แผ่นยิปซัม ขนาด 1200x2400 มม. ความหนา 9 มม. หรือ 12 มม. แบบขอบลาด 4 ด้าน หรือ 2 ด้าน ชนิด ธรรมดา, ชนิดทนชื้น, ชนิดบุฟอยล์ป้องกันความร้อน ตามระบุในแบบ ผลิตตามมาตรฐาน มอก. 219 -2552 เนื้อ แน่นผสมสารป้องกันเชื้อรา มีคุณสมบัติป้องกันเชื้อราจากภายนอกถึงเนื้อในให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของตราช้าง หรือ Gyproc หรือ TOA หรือคุณภาพเทียบเท่า

  • แผ่นยิปซัมที่มีคุณสมบัติทนทานต่อแรงกระแทกสูง ตามาตรฐาน BS 5234 PART 2 (SEVERE DUTY GRADE) และมีคุณสมบัติป้องกันเสียง 41-50 เดสิเบลตามาตรฐาน ASTM E90-04 ชนิดขอบลาดความหนาแน่น 15-16 มม. ขนาด 1.20 x 2.40 เมตร สําหรับผนังที่ต้องการการกันเสียงเป็นพิเศษ เช่น ห้องประชุม หรือห้องที่ผู้ออกแบบ กําหนด ในส่วนห้องที่ต้องการค่ากั้นเสียงสูงให้ใช้ฉนวนกันเสียงชนิดใยแก้วแบบแผ่นแข็ง หุ้มรอบด้านด้วย พลาสติก ฉนวนมีความหนาแน่นไม่น้อยกว่า 24 กก./ม.3 ความหนา 50 มม.มีคุณภาพตาม มอก. 486 และ 487 หรือระบบที่มีค่า ASTC 56 การติดตั้งและดูแลรักษา เป็นไปตามมาตรฐานของผู้ผลิตโดยให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของระบบ MuiltiWall ตราช้าง หรือ Duraline ของ Gyproc หรือ TOA หรือคุณภาพเทียบเท่า

  • แผ่นยิปซัมบอร์ดสําหรับผ้าชายคา ภายนอก ชนิดขอบลาด ขนาด 1200X2400 มม. ความหนาไม่น้อยกว่า 9 มม. คุณสมบัติเด่นในการทนละอองนํ้า ทนชื้น ดูดซึมนํ้าไม่เกิน 3% ไม่เกิดเชื้อราและคราบดํา ติดตั้งฉาบเรียบ รอยต่อ โดยให้ใช้ ตราช้าง หรือ Gyproc หรือ TOA หรือคุณภาพเทียบเท่า

  • แผ่นยิปซัมทนไฟ ขนาด 1200x2400 มม. ความหนา 15 มม. ชนิดขอบลาด ผลิตตามมาตรฐาน มอก.219-2552, ASTM EI 19, BS 476 สําหรับผนัง หรือฝ้าที่ต้องการอัตราการทนไฟตามที่กําหนด หรือตามที่ระบุในแบบ โดยให้ ใช้รุ่น FireBlock ตราช้าง หรือ Fire Stop ของ Gyproc หรือ TOA หรือ คุณภาพเทียบเท่า
    47/166

  • แผ่นยิปซัมผิวแผ่นใยแก้ว ที่มีส่วนประกอบเป็นสารอนินทรีย์ สูงถึง 98% ทนต่อความชื้น และป้องกันการเกิดเชื้อ ราได้ดีระดับ 10 ตามมาตรฐาน ASTM D3273 ดูดซึมนํ้าไม่เกิน 5% ตามมาตรฐาน ASTM C1177 และ ASTM C1178 เหมาะสําหรับพื้นที่ที่มีความชื้นสูง ขนาด 1200x2400 มม. ความหนา 12.7 มม. หรือ 15.9 มม. ชนิด ขอบเรียบรุ่น Glass-Mat ของ ตราช้าง หรือ Gyproc หรือ TOA ติดตั้งฉาบเรียบไร้รอยต่อด้วยปูนฉาบรอยต่อ สําหรับแผ่นผิวใยแก้ว รุ่นดูราบอนด์ 90 ของ ตราช้าง หรือ Gyproc หรือ TOA หรือคุณภาพเทียบเท่า

  • แผ่นยิปซัมสําหรับดัดโค้ง ขนาด 1200x2400 มม. ความหนา 6 มม. หรือตามแบบรูปที่ผู้ออกแบบกําหนดแผ่นมี ส่วนผสมของเส้นใยพิเศษเพื่อช่วยเสริมการยึดเกาะ และประกบด้วยกระดาษอัดแน่นพิเศษ ที่มีความแข็งแรงสูง สามารถดัดโค้งได้ในรัศมีที่แคบและมีความคงทน แข็งแรง ดัดโค้งได้ง่าย โดยไม่ต้องใช้นํ้า หรือเครื่องมืออื่นช่วย เป็นชนิดขอบลาด หากเป็นผนังโค้งให้ใช้แผ่นยิปซัมสําหรับดัดโค้ง ความหนา 6 มม. ซ้อนกัน 2 ชั้น โดยใช้รุ่น FlexBoard ตราช้าง หรือ Gyproc หรือ TOA หรือ คุณภาพเทียบเท่า

  • ฝ้าเพดานยิปซัม T-Bar ทําสีสําเร็จจากโรงงาน ชนิดทนชื้น หรือชนิดมาตรฐานรุ่นขอบเรียบขนาด 600x1200 มม. ความหนา 12 มม. หรือ ขนาด 600x600 มม. ความหนา 9 มม. ผ่าน มอก. 219-2552 โดยให้ใช้ ตราช้าง หรือ Gyproc หรือ TOA หรือ คุณภาพเทียบเท่า
    วัสดุแผ่นอะคูสติกส์ยิปซัมบอร์ด

  • แผ่นฝ้าเพดานยิปซัมเจาะรูทรงเลขาคณิต ฉาบรอยต่อเรียบ ขนาด 1200x2400 ความหนา 12 มม. ด้านหลังกรุ แผ่นซับสียง Glass Mat ค่าดูดซับเสียง NRC 0.50 – 0.73 โดยให้ใช้รุ่น EchoBloc ของตราช้าง หรือ Gyproc หรือ TOA หรือคุณภาพเทียบเท่า

  • แผ่นฝ้าเพดานยิปซัมเจาะรูทรงเรขาคณิต ขนาด 585 x 585 ความหนาไม่น้อยกว่า 12 มม. ขอบบังใบ โดยมีค่า การดูดซับเสียง NRC 0.6 – 0.8 กรุด้วยแผ่นดูดซับเสียง Glass Mat ด้านหลัง ติดตั้งพร้อมกับโครงคร่าวทีบาร์ ระบบเมตริก โดยให้ใช้รุ่น EchoBloc Tile ของตราช้าง หรือ Gyproc หรือ TOA หรือคุณภาพเทียบเท่า วัสดุแผ่นอะคูสติกส์

  • ฝ้าเพดานอะคูสติกส์ชนิดขอบบังใบเล็ก วางบนโครงคร่าวที-บาร์ หน้ากว้าง 14 มม. หรือบังใบใหญ่ โครงคร่าว ที-บาร์ หน้ากว้าง 24 มม. ให้ใช้ยี่ห้อ USG ของบริษัท สยามอุตสาหกรรมยิปซัม (สระบุรี) จํากัด หรือ Armstrong ของ B F M Company Limited หรือ Daiken ของ บริษัท วิสแพค จํากัด หรือ TRANDRA AFM หรือคุณภาพ เทียบเท่า ขนาด 600x1200 ความหนาไม่น้อยกว่า 15 มม. โดยผลิตภัณฑ์ต้องทํามาจากวัสดุใยแร่ MINERAL FIBER ซึ่งมีคุณสมบัติในการดูดซับเสียงได้ดี และเป็นฉนวนกันความร้อนโดยไม่เป็นพิษปราศจากแร่ใยหิน (ASBESTOS) และไม่เกิดควันพิษเมื่อเวลาไฟไหม้ ได้มาตรฐาน US Class : ACOUSTICAL BOARD ถ้าไม่ได้ ระบุไว้ในรายการแบบก่อสร้าง ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

  • ค่าดูดซับเสียง NOISE REDUCTION COEFFICIENT (NRC) : 0.50 –0.6

  • ค่าการกั้นเสียง Ceiling Attenuation Class (CAC) : 33 –39 เดซิเบล

  • ค่าการสะท้อนแสง Light Reflectance (LR) : ไม้น้อยกว่า 84%

  • การป้องกันการลุกลามของไฟ FLAME SPREAD : ผ่าน CLASS A (0-25)

  • การกันความร้อน (THERMAL RESISTANCE) “R” ≥ 1.5

  • มีการรับประกันการไม่แอ่นตัว 10 ปี จากผู้ผลิต ภายใต้ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศไม่เกิน 99% และ อุณหภูมิใช้งานไม่เกิน 49 ˚C
    48/166

  • ฝ้าเพดานอะคูสติกชนิดพื้นผิวหน้าเรียบ วัสดุจาก Stone Wool ชนิดปลอดภัย ไร้สาร ASBESTOS และไม่เกิด ควันพิษเมื่อเวลาไฟไหม้ ผ่านคุณสมบัติการกันไฟ ตามมาตรฐาน ISO 5660 Part 1 & 2 ให้ใช้ Rockfon ของ บริษัท สยามอุตสาหกรรมยิปซัม (สระบุรี) จํากัด หรือ Gyproc หรือ TOA หรือคุณภาพเทียบเท่า ต้อง มีคุณสมบัติ ดังนี้

  • ผิวหน้าแผ่นเรียบสีขาวด้าน

  • ค่าดูดซับเสียงได้สูง ค่า NRC 0.85-1.00

  • ค่าสะท้อนแสงได้ 85%

  • มีคุณสมบัติยับยั้งการเจริญเติบโตของเรา

  • ความหนาแผ่น 15-40 มม.

  • สามารถคงรูปและทนไฟได้สูง ที่จุดหลอมเหลว 1000˚C

  • มีการรับประกันการไม่แอ่นตัว 10 ปี จากผู้ผลิต ภายใต้ความชื้นสัมพัทธ์ไม่เกิน 99% และอุณหภูมิไม่เกิน 49 ˚C - ฝ้าเล่นระดับ ฝ้าเล่นระดับซ้อนไฟ รางม่าน ให้ใช้ยิปซัมชิ้นงานสําเร็จรูปที่ขึ้นรูปด้วยการพับ ให้ใช้ผลิตภัณฑ์รุ่น ALPHAboard ของ ตราช้าง หรือ Gyproc หรือ TOA หรือคุณภาพเทียบเท่า
    วัสดุโครงคร่าว

  • โครงคร่าวฝ้าเพดานฉาบเรียบ ใช้เบอร์ 24 ขนาดหน้าตัด 37x15 มม. ความหนาของแผ่นเหล็กไม่ตํ่ากว่า 0.50 มิลลิเมตร ผลิตและได้คุณสมบัติตามมาตรฐาน มอก.863-2532 พร้อมอุปกรณ์ยึดแขวนต่าง ๆ และชุดปรับชนิด สปริงสแตนเลสตามมาตรฐานผู้ผลิต ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ ตราช้าง หรือ Gyproc หรือ TOA หรือคุณภาพเทียบเท่า

  • โครงคร่าว T-Bar ระบบเมตริก สําหรับฝ้าอะคูสติก ชนิดเหล็กชุบสังกะสี ความสูงสันโครง 38 มม. (1.5 นิ้ว) หน้า โครงกว้าง 24 มม. หนา 0.35 มม. พับขึ้นรูป 2 ชั้น เป็นรูปตัวที เคลือบสีหน้าโครงด้วย Epoxy Primer และ Polyester สีขาวด้าน ผ่านมาตรฐาน ASTM C635 พร้อมอุปกรณ์ประกอบตามมาตรฐานผู้ผลิต ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ ของ ตราช้าง หรือ Gyproc หรือ TOA หรือคุณภาพเทียบเท่า

  • โครงคร่าวทีบาร์ ระบบยิปซัม สําหรับฝ้ายิปซัมทีบาร์เคลือบสีสําเร็จ ใช้โครงคร่าวทีบาร์ชนิดเหล็กชุบสังกะสีความ สูงสันโครง 38 มม. (1.5 นิ้ว) หน้าโครงกว้าง 24 มม. หนา 0.35 มม. พับขึ้นรูป 2ชั้นเป็นรูปตัวที เคลือบสีหน้า โครงด้วย Epoxy Primer และ Polyester สีขาวด้าน ผ่านมาตรฐาน ASTM C635 พร้อมอุปกรณ์ประกอบตาม มาตรฐานผู้ผลิต ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ ตราช้าง หรือ Gyproc หรือ TOA หรือคุณภาพเทียบเท่า

  • โครงคร่าวผนัง โลหะเหล็กชุบ สังกะสี ความหนาของแผ่นเห ล็กไม่ตํ่ ากว่า 0.50 มิลลิเมตร ขนาด 64x34(36)x3000 มม. หรือ 74x34(36)x3000 มม. หรือขนาดตามผู้ออกแบบระบุในแบบ ผลิตตามมาตรฐาน มอก. 863-2532 และการชุบสังกะสีความหนาชั้นเคลือบตามมาตรฐาน มอก. 50-2561 และ JIS G 3302 โดย สําหรับงานผนังใช้โครงหน้ากว้างไม่น้อยกว่า 50 มม. โดยระยะห่างของโครงเคร่าตั้งทุก 600 มิลลิเมตร ให้ใช้ของ ตราช้าง หรือ Gyproc หรือ TOA หรือคุณภาพเทียบเท่า
    การติดตั้ง

  • การติดตั้งโครงเคร่าฝ้าฉาบเรียบรอยต่อและแผ่นยิปซั่ม

  • ยึดฉากริมฝ้าฉาบเรียบกับผนังโดยรอบให้มั่นคงแข็งแรง ได้แนวและระดับที่ต้องการ ยึดฉากเหล็ก 2 รู เข้ากับใต้ท้อง พื้นอาคารชั้นถัดไปที่ระยะ 1.00x1.20 เมตร ด้วยพุกเหล็ก 6 มิลลิเมตร (1.00 เมตร คือระยะห่างของโครงเคร่าหลัก) ให้เสริมโครงเคร่าหลักชุดแรกห่างจากผนัง 150 มิลลิเมตร
    49/166

  • วัดระยะความสูงจากฉากริมถึงท้องพื้นชั้นถัดไป เพื่อตัดลวด 4 มิลลิเมตร และประกอบชุดหิ้วโครง โดยใช้สปริงปรับ ระดับ และงอปลายด้านหนึ่งของลวด 4 มิลลิเมตร เป็นขอไว้ (หรืออาจใช้ฉากริมแทน ในกรณีมีช่องว่างระหว่างฝ้า เพดานและใต้ท้องพื้นน้อยกว่า 200 มิลลิเมตร)

  • นําชุดหิ้วโครงที่ประกอบไว้ขึ้นแขวนกับฉากเหล็ก 2รู ที่ติดตั้งไว้ทั้งหมด

  • นําโครงเคร่าหลักขึ้นวางลงในขอของชุดหิ้วโครงจนเต็มพื้นที่ติดตั้ง จะได้โครงเคร่าหลักทุกระยะห่าง 1.00เมตร - นําโครงเคร่าซอยขึ้นยึดติดกับโครงเคร่าหลัก โดยใช้ตัวล็อคโครง ติดตั้งโครงเคร่าซอยทุกระยะ 400 มิลลิเมตร - ปรับระดับโครงเคร่าทั้งหมดอย่างละเอียดที่สปริงปรับระดับ ก่อนยกแผ่นยิปซั่มขึ้นติดตั้ง

  • นําแผ่นยิปซั่มขอบลาดขึ้นติดตั้งกับโครงเคร่าซอย ให้ด้านยาว (2.40 เมตร) ตั้งฉากกับแนวโครงเคร่าซอย ปลายของ แผ่นด้าน 1.20 เมตร จะต้องสลับแนวกัน 1.20 เมตร ยึดโดยใช้สกรูยิปซั่ม ขนาด 25 มิลลิเมตร ควรเริ่มยิงสกรูจาก หัวหรือท้ายแผ่น ไล่ไปด้านที่เหลือ ให้ห่างจากขอบแผ่นประมาณ 10 มิลลิเมตร การยึดสกรูให้ยึดตามแนวโครงเคร่า ซอยห่าง 240 มิลลิเมตร และยึดบริเวณขอบแผ่นด้าน 1.20เมตร ห่าง 150 มิลลิเมตร

  • ติดตั้งคิ้วเข้ามุม สําหรับทุกขอบ ทุกมุม เพื่อความเรียบร้อยและสวยงาม

  • ใช้เกรียงโป๊ วฉาบปูนลงบนรอยต่อและคิ้วเข้ามุมของแผ่นยิปซั่ม นําเทปปิดทับกึ่งกลางแนวรอยต่อ แล้วฉาบปูนทับ ให้เป็นเนื้อเดียวกัน เมื่อปูนแห้งสนิท ใช้เกรียงฉาบ ฉาบปูนทับด้วยปูนฉาบรอยต่อตามแนวเดิมอีกครั้ง ปาดให้เรียบ ทิ้งไว้ให้แห้ง หลังจากนั้นใช้กระดาษทรายเบอร์ 4 ขัดแต่งให้เรียบ ให้ได้ระดับและฉากด้วยอุปกรณ์วัดระดับและฉาก ใช้ปูนฉาบทับหัวสกรู และขัดแต่งด้วยกระดาษทรายอีกครั้งให้เรียบร้อย ก่อนทาสีหรือตกแต่งฝ้ายิปซั่มต่อไป - การติดตั้งโครงเคร่าฝ้า T-Bar และแผ่นยิปซั่ม

  • ยึดฉากริม T-Bar กับผนังโดยรอบให้ได้ระดับที่ต้องการ และยึดฉากเหล็ก 2 รู เข้ากับใต้ท้องพื้นอาคารชั้นถัดไป ที่ ระยะ 1.20x1.20 เมตร ด้วยพุกเหล็ก 6 มิลลิเมตร

  • วัดระยะความสูงจากฉากริม T-Bar ถึงท้องพื้นชั้นถัดไป เพื่อตัดลวด 4 มิลลิเมตร และประกอบเข้ากับขอหิ้ว T-Bar โดยใช้สปริงปรับระดับทําด้วยสแตนเลส งอปลายด้านหนึ่งของลวด 4 มิลลิเมตร เป็นขอไว้

  • นําชุดแขวนที่ประกอบไว้ขึ้นแขวนกับฉากเหล็ก 2รู ที่เตรียมไว้ทั้งหมด

  • นําโครงเคร่าหลักขึ้นเกี่ยวกับชุดแขวนที่เตรียมไว้ โดยเกี่ยวขอหิ้วเข้าในรูบนสันของโครงเคร่าหลักจนเต็มพื้นที่ติดตั้ง ให้ได้โครงเคร่าหลักทุกระยะห่าง 1.20เมตร ให้ขนานหรือตั้งฉากกับผนังห้อง

  • สอดโครงเคร่าซอย 1.20 เมตร เข้าในรูเจาะของโครงเคร่าหลักทุกระยะ 600 มิลลิเมตร โดยวางให้ได้ฉากกับโครง เคร่าหลัก วางโครงเคร่าขนาด 0.60x1.20 เมตร หากต้องการขนาดโครงเคร่า 0.60x0.60 เมตร ให้เพิ่มโครงเคร่าซอย 600 มิลลิเมตร เสียบลงในช่องระหว่างกลางของโครงเคร่าซอย 1.20 เมตร

  • ปรับระดับโครงเคร่าทั้งหมดอย่างละเอียดที่สปริงปรับระดับ ก่อนวางแผ่นฝ้าเพดานที่ทาสีหรือตกแต่งเรียบร้อยแล้ว ขนาด 595x595 มิลลิเมตร หรือ 595x1195 มิลลิเมตร ตามต้องการ
    การบํารุงรักษา
    งานยิปซั่มบอร์ดฉาบเรียบที่ติดตั้งเสร็จแล้ว จะต้องได้แนวระดับและแนวฉากที่เรียบร้อยสวยงาม งานฝ้าเพดาน T-Bar จะต้อง ได้แนวของ T-Bar ที่ตรง ไม่คดเคี้ยว ได้แนวระดับและแนวฉากที่เรียบร้อยสวยงาม งานทาสีให้ปฏิบัติตามที่ระบุไว้ในหมวดงาน ทาสี ผู้รับจ้างจะต้องป้องกันไม่ให้งานยิปซั่มบอร์ดสกปรกหรือเสียหายตลอดระยะเวลาก่อสร้าง
    50/166

2.4 งานประตู-หน้าต่างไม้ กระจกประตูและวงกบเหล็ก
ขอบเขตของงาน
ผู้รับจ้างจะต้องจัดหา วัสดุ แรงงาน และอุปกรณ์สําหรับการติดตั้งประตูหน้าต่างไม้ ให้ถูกต้องตามระบุในแบบและรายการ ก่อสร้าง
วัสดุ

  • วงกบเหล็กผลิตจากเหล็กแผ่นซิงค์ กาววาไนซ์ (ZINC GALVANIZE STEEL) ความหนาไม่น้อยกว่า 1.6 มม. ประกอบ เชื่อมเป็นวงสําเร็จ โดยวิธีเข้ามุม 45๐ พร้อมฐานบานพับสําเร็จในตัว ตามมาตรฐานโรงงาน ผ่านกระบวนการพ่นสี ผงอบความร้อน 200 องศาเซลเซียส (POLYESTER POWDER COATING) ไม่มีการไปตัดต่อหรือไปประกอบที่หน้า งาน ใช้ผลิตภัณฑ์ประกอบในประเทศคุณภาพเทียบเท่า บํารุงไทย, หรือ ABEC หรือ A.U.M. หรือ Diamond Door
  • บานประตูไม้และบานหน้าต่างไม้ที่ทําสีโชว์เนื้อไม้ จะต้องประกอบขึ้นจากไม้สักทอง และจะต้องประกอบมาจาก โรงงานให้เรียบร้อย การบากและการเข้าไม้จะต้องแน่นและสนิท และมีขนาดตามระบุในแบบ
  • ประตูไม้อัด ประตูทุกบานจะต้องมีความหนาไม่น้อยกว่า 40 มม. หรือตามระบุในแบบ ประตูไม้อัดที่ใช้ทั้งหมด ให้ใช้ ประตูไม้อัดชนิดกันนํ้า (MARINE PLYWOOD DOORS) มีคุณสมบัติตาม มอก.192-2549 รายละเอียดบานประตูไม้อัด ให้ดูในแบบก่อสร้าง
  • มุ้งลวด ในกรณีที่ระบุให้ติดมุ้งลวด
  • มุ้งลวดหน้าต่างให้ติดหน้าต่างมุ้งลวดไฟเบอร์ กรอบอลูมิเนียม หรือระบุในแบบเป็นอย่างอื่น
  • มุ้งลวดติดตายให้ติดบานมุ้งลวดไฟเบอร์ ชนิดถอดออกทําความสะอาดได้ หรือระบุในแบบการติดตั้งมุ้งลวดต้องได้ ระดับและยึดให้ติดตั้ง 4 ด้าน
    การส่ง การเก็บและการรักษาวัสดุ
    วัสดุจะต้องส่งมายังสถานที่ก่อสร้างในสภาพแห้ง และต้องเก็บให้คงสภาพอยู่เสมอของทั้งหมดต้องขนย้ายด้วยความ ระมัดระวัง ทั้งระหว่างการขนส่งและทั้งในสถานที่ก่อสร้างจะต้องเก็บไว้ในลักษณะที่ของนั้นจะไม่ฉีกแตกหักเสียหายได้ไม่ว่า ประการใด ๆ วางประตูในทางตั้ง และเก็บชิ้นส่วนที่เป็นไม้ไว้ในที่แห้ง มีสิ่งปกคลุมภายหลังการติดตั้งยังต้องป้องกันความ เสียหายในระหว่างการก่อสร้างด้วย ผู้ว่าจ้างและผู้ควบคุมงานจะไม่ยอมรับงานที่เสียหาย ทั้งนี้ผู้รับจ้างจะต้องทําทดแทนใหม่ ให้เรียบร้อย
    การติดตั้ง
  • การติดตั้งวงกบ ตามมาตรฐานผู้ผลิตวงกบเหล็ก
  • ประตูและวงกบเหล็ก
  • ก่อนการติดตั้งผู้รับจ้างจะต้องตรวจดูความเรียบร้อยถูกต้องของวงกบประตูเสียก่อนถ้าเกิดความ ผิดพลาด เนื่องจากการคดโก่งของวงกบ หรือการชํารุดอื่น ๆ ซึ่งอาจเป็นผลเสียหายแก่ประตู ภายหลัง ผู้รับจ้างต้องแจ้งให้ผู้ควบคุมงานทราบ และ/หรือ รายงานต่อผู้ควบคุมงานทันที เพื่อทํา การแก้ไขซ่อมแซมให้เรียบร้อยแล้วจึงทําการติดตั้งประตูต่อไปได้
  • การติดตั้งบาน อาจต้องมีการตัดแต่งบ้างเล็กน้อย เพื่อให้พอดีกับวงกบประตูและสะดวกในการปิด เปิด และสอดคล้องกันกับการทํางานของช่างสีผู้รับจ้างจะต้องทําด้วยความระมัดระวัง โดยถือระยะ เหล่านี้เป็นพื้นฐาน คือ
    ด้านบนควรจะห่างจากวงกบประมาณ 2 มม.
    ด้านข้างควรจะห่างจากวงกบประมาณ 2 มม.
    51/166

ด้านล่างควรจะห่างจากวงกบประมาณ 5 มม.

  • การติดตั้งอุปกรณ์ เช่น กุญแจ ลูกบิด ขอรับ ขอสับ ฯลฯ ผู้รับจ้างจะต้องใช้ TEMPLATE กําหนดที่ที่จะเจาะประตูก่อนแล้วจึงทําการเจาะเพื่อไม่ให้เกิดการผิดพลาดขึ้นได้ หลังจากการ ติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ และได้ทดสอบการใช้งานเรียบร้อยแล้ว ให้ถอดอุปกรณ์ต่าง ๆ ออกให้หมด (ยกเว้นบานพับ) แล้วนําเก็บลงในกล่องบรรจุเดิมทั้งนี้ เพื่อให้ช่างทาสีทํางานได้โดยสะดวก และ เมื่อสีที่ทาประตูหรือวงกบแห้งสนิทแล้ว จึงทําการติดตั้งอุปกรณ์เหล่านั้นใหม่และทดสอบจนใช้
    การได้ดีดังเดิม อุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น กุญแจ ลูกบิด บานพับ ถ้าปรากฏเป็นรอย อันเนื่องมาจาก การติดตั้ง หรือจากการขนส่งอื่น ๆ ผู้รับจ้างจะต้องเปลี่ยนใหม่ให้ทันที
    การทาสี
    บานประตูไม้อัดยาง/ยาง และไม้ปิดเหนือช่องประตู ให้ทาด้วยสีนํ้ามันทั้งหมด หรือระบุเป็นอย่างอื่นในหมวดงานทาสี หรือในแบบบานประตูไม้สัก/สัก มะปิน/มะปิน และบานประตูไม้อัดสัก ให้ทาเคมเกรซ หรือยูรีเทน หรือระบุเป็นอย่างอื่นในแบบ การทาสีบานประตูไม้อัดยาง/ยางให้ใช้กระดาษทรายขัดพร้อมลงแป้ง เพื่อไม่ให้เห็นรอยเสี้ยนไม้ให้ผู้รับเหมาทํา ตัวอย่างเพื่อ ขออนุมัติ
    52/166

งานประตู-หน้าต่างโลหะ
ขอบเขตของงาน
งานในส่วนนี้หมายความถึง งานประตูหน้าต่างโลหะทั้งหมดที่นอกเหนือจากประตูหน้าต่างอลูมิเนียม ที่ปรากฏในรูปแบบ ก่อสร้างและรายการ รวมทั้งส่วนประกอบต่าง ๆ ที่ประกอบขึ้นเป็นงานที่ระบุไว้ใน แบบก่อสร้างและกําหนดไว้ในที่นี้ เหล็ก
ต้องเป็นเหล็กเหนียวผลิตร้อน มีปริมาณคาร์บอนอยู่ไม่เกินระหว่าง 0.15-0.25 หรือตามข้อกําหนด ประตูเหล็กกันไฟ
มีใบรับรองและผ่านการทดสอบ การทนไฟไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมงจากสถาบันที่เชื่อถือได้ ประตูเหล็กกันไฟแผ่นเหล็กพับมี ความหนาของตัวบานไม่น้อยกว่า 45 มม. แผ่นเหล็กตัวบานเป็นประตูเหล็ก COLD ROLLED STEEL SHEET เบอร์ 16 ใช้ เหล็กหนาไม่น้อยกว่า 1.6 มม. พร้อมวงกบเหล็กขนาดตามแบบ มีช่องแสงตามระบุในแบบรูป บานประตูจะต้องผ่าน กระบวนการป้องกันสนิมด้วยวิธีการ ZINC PHOSPHATE COATING และกรุด้วยใยหิน (Rock Wool) ซึ่งมีความหนาไม่น้อย กว่า110 KG/m3 ทนไฟได้ไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมงที่ความร้อน 1,000 องศาเซลเซียส ภายนอกเคลือบด้วยสีผง POLYESTER POWDER COATING ด้วยความร้อน 200 องศาเซลเซียสสําเร็จจากโรงงาน พร้อมมียางกันควันโดยรอบอุปกรณ์บานพับ สแตนเลส ขนาดประมาณ 5” x 4” หนาไม่น้อยกว่า 3 มม. ติดตั้ง อย่างน้อย 3 ชุด/1บาน ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่ง SHOP DRAWING ให้ผู้ควบคุมงานตรวจสอบก่อนการติดตั้ง ใช้ผลิตภัณฑ์ประกอบในประเทศเทียบเท่า เกรทชัตเตอร์หรือ A.U.M. หรือประตูเหล็กไทย (Diamond Door) หรือ ABEC อุปกรณ์ประกอบ เช่น บาร์ผลัก, โช๊คอัพ, ลูกบิด ใช้มาตรฐานผู้ผลิต หรือ
ตามผู้ออกแบบกําหนด
53/166

งานประตูอลูมิเนียม-หน้าต่างอลูมิเนียมภายใน และภายนอก (ALUMINIUM DOOR AND WINDOW)
6.1 ประตู หน้าต่าง อลูมิเนียม

  1. ขอบเขตของงาน
    1.1 ผู้รับจ้างจะต้องจัดหา วัสดุอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ แรงงานที่มีฝีมือและความชํานาญ มีระบบควบคุมคุณภาพที่ดี ในการ ติดตั้งงานประตู-หน้าต่าง ตามระบุในแบบและรายการประกอบแบบ
    1.2 ผู้รับจ้างติดตั้งงานอลูมิเนียม จะต้องเป็นบริษัทที่มีเครื่องมือที่ทันสมัย และมีช่างที่มีฝีมือและความชํานาญ มีระบบควบคุม คุณภาพที่ดี มีประวัติและผลงานการติดตั้งที่ดีต้องมีใบรับรองวัสดุจากโรงงานผู้ผลิต ใบรับรองมาตรฐานงานพ่นสีจาก ผู้ผลิตสี ใบรับรองการทดสอบระบบประตูหน้าต่าง และตัวอย่างใบตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิต (QC Final Inspection Report) โดยเสนอผู้ควบคุมงานพิจารณาอนุมัติก่อนที่ผู้รับจ้างจะว่าจ้างให้เป็นผู้ติดตั้ง
    1.3 ผู้รับจ้างจะต้องมีเอกสารการคํานวณแรงลมตามกฎหมายโดยมีวิศวกรเป็นผู้รับรองรายการคํานวณจัดหาวัสดุซึ่งมีหน้าตัด และความหนาที่เหมาะสมและแข็งแรง และสามารถป้องกันการรั่วซึมของนํ้าฝนได้เป็นอย่างดี โดยเสนอผู้ควบคุมงาน พิจารณาอนุมัติก่อนการสั่งซื้อ
    1.4 ผู้รับจ้างจะต้องวัดขนาดที่แน่นอนของประตู-หน้าต่างจากสถานที่ก่อสร้างจริงทันทีที่สามารถจัดทําได้ และจัดทํา Shop drawing พร้อมรายละเอียดต่างๆ ซึ่งจะต้องแสดงรายละเอียดการติดตั้ง (Installation) การยึด (Fixed) แสดงระบบ (Pressure Equalization) การกันนํ้าไหลซึม (Watertight) และแสดงระยะต่างๆตลอดจนความคลาดเคลื่อน (Tolerance) โดยละเอียดให้ถูกต้องตามมาตรฐานมอก.744-2563 วงกบและกรอบบานโลหะสําหรับประตูและหน้าต่าง : หน้าต่าง
    อะลูมิเนียมและมอก.829-2563วงกบและกรอบบานโลหะสําหรับประตูและหน้าต่าง : ประตูอะลูมิเนียม เพื่อให้ผู้ควบคุม งานพิจารณาอนุมัติก่อนจัดซื้อและการประกอบติดตั้ง
  2. ผลิตภัณฑ์
    2.1 อลูมิเนียม จะต้องมีคุณสมบัติดังนี้
    2.1.1 เนื้ออลูมิเนียมเป็น Alloy 6063-T5,6063-T6,6061-T6 สามารถใช้อลูมิเนียมที่เป็นรีไซเคิล (Recycle Alloy) มาทําเป็น วัตถุดิบได้และผู้ผลิตต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน มอก.284-2560 โดยมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
    คุณสมบัติ
    6063-T5
    6063-T6
    6061-T6
    Ultimate Tensile Strength (เมกะปาสคาล)
    ไม่ตํ่ากว่า155
    ไม่ตํ่ากว่า 205
    ไม่ตํ่ากว่า 265
    Tensile Yield Strength(เมกะปาสคาล)
    ไม่ตํ่ากว่า 110
    ไม่ตํ่ากว่า 175
    ไม่ตํ่ากว่า 245
    Elongation(% ความยืด)
    ไม่ตํ่ากว่า 8
    ไม่ตํ่ากว่า 8
    ไม่ตํ่ากว่า 8
  • ให้ใช้ของ ซิมเมอร์ เมตัล สแตนดาร์ด (SMS Schimmer) หรือ ฟูจิ เมททอล (Fuji Metal) หรือ บริษัท มหานคร มิทอล จํากัด หรือเทียบเท่าซึ่งจะต้องมีขนาดหน้าตัดที่เหมาะสม หรือตามที่ระบุไว้ในแบบและรายการประกอบแบบ โดยผู้ผลิตต้องออกเอกสารการรับรองวัสดุพร้อมทั้งผลทดสอบชิ้นงานอย่างน้อย 3 ครั้ง
    2.1.2ผิวของอลูมิเนียมจะต้องเคลือบสีตามรายละเอียดดังต่อไปนี้
    -อลูมิเนียมทําผิวชุบระบบอโนไดซ์ANODIZING SURFACE ความหนาของฟิ ล์มทีเคลือบตามมาตรฐานของ มอก. 218-2520โดยจะต้องมี
    ความหนาของฟิ ล์มในระดับ อช.10 ทีมีความหนาไม่ตํ่ากว่า 10 ไมครอน สําหรับงานทั่วไป
    ความหนาของฟิ ล์มในระดับ อช.15 ทีมีความหนาไม่ตํ่ากว่า15 ไมครอน สําหรับงานทั่วไป
    54/166

ความหนาของฟิ ล์มในระดับ อช.18 ทีมีความหนาไม่ตํ่ากว่า18 ไมครอน สําหรับงานทั่วไป
ความหนาของฟิ ล์มในระดับ อช.20 ทีมีความหนาไม่ตํ่ากว่า20 ไมครอน สําหรับงานทั่วไป
ความหนาของฟิ ล์มในระดับ อช.25 ทีมีความหนาไม่ตํ่ากว่า25 ไมครอน สําหรับงานประเภท HEAVY DUTY หรือ งานใกล้ชายทะเลสีตามระบุในแบบ

  • ผู้ผลิตต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน มอก.218-2520 และใช้ระบบ HOT SEAL ในการชุบ
    -อลูมิเนียมทําผิวพ่นสีฝุ่ นใช้ภายในอาคาร POWDER COATING ตามมาตรฐาน AAMA 2603 ความหนาไม่ตํ่ากว่า 60 ไมครอน ให้ใช้ของ Akzo Nobel หรือ TOA หรือ Jotun หรือ l สีตามระบุในแบบ โดยโรงงานผู้ผลิตจะต้องได้รับใบรับรองการ พ่นสีจากผู้ผลิตสี (Approved Applicator) และผู้ผลิตสีต้องออกใบรับประกันผลงานร่วมกับโรงงานผู้ผลิตในการส่งมอบงาน การรับประกันสีบนผิวเคลือบไม่ตํ่ากว่า 10 ปี
    -อลูมิเนียมทําผิวพ่นสีฝุ่ นใช้ภายนอกอาคาร ตามมาตรฐาน AAMA 2604 ความหนาไม่ตํ่ากว่า 60 ไมครอนให้ใช้ของ Akzo Nobel หรือ TOA หรือ Jotun สีตามระบุในแบบ โดยโรงงานผู้ผลิตจะต้องได้รับใบรับรองการพ่นสีจากผู้ผลิตสี (Approved Applicator) และผู้ผลิตสีต้องออกใบรับประกันผลงานร่วมกับโรงงานผู้ผลิตในการส่งมอบงาน การรับประกันสีบนผิวเคลือบ ไม่ตํ่ากว่า 15 ปี
    -อลูมิเนียมทําผิวพ่นสีนํ้ามันฟลูออโรคาร์บอน (PVDF) AAMA 2605 ความหนาของฟิ ล์มที่เคลือบ จะต้องไม่ตํ่ากว่า 30 ไมครอนที่เป็นสีนํ้า และความหนาสําหรับการพ่น 2 ชั้นและไม่ตํ่ากว่า 40 ไมครอน สําหรับการพ่น 3 ชั้น หรือ สีฝุ่ นใช้ ภายนอกอาคารตามมารตฐาน AAMA 2605 ความหนาไม่ตํ่ากว่า 60 ไมครอนให้ใช้ของ Akzo Nobel หรือ TOA หรือ Jotun สีตามระบุในแบบ โดยโรงงานผู้ผลิตจะต้องได้รับใบรับรองการพ่นสีจากผู้ผลิตสี (Approved Applicator) และผู้ผลิตสีต้อง ออกใบรับประกันผลงานร่วมกับโรงงานผู้ผลิตในในการส่งมอบงาน การรับประกันสีบนผิวเคลือบไม่ตํ่ากว่า 20 ปี
    -อลูมิเนียมทําสีลายไม้ จะต้องผ่าน Weather resistance(Xenon) สําหรับสีรองพื้นและฟิ ล์มลายไม้ ไม่น้อยกว่า 1000 ชั่วโมง และค่าเดลต้าอี (ΔE 5 ) ต้องไม่เกิน 5 และการรักษาความเงาต้องไม่ตํ่ากว่า 50% และการรับประกันสําหรับงาน ภายในรับประกัน 10 ปี หรือสําหรับงานภายนอก 5 ปี
    2.1.3 ขนาดและความหนาหน้าตัดอลูมิเนียม จะต้องเหมาะสมกับลักษณะของตําแหน่งที่จะใช้ โดยมีความหนาตามรายการ คํานวณ แต่ไม่ตํ่ากว่าที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้
    -ช่องแสง หรือกรอบติดตายความหนาไม่ตํ่ากว่า 2.0 มิลลิเมตร
    -ประตู-หน้าต่างชนิดบานเลื่อน ความหนาไม่ตํ่ากว่า 1.5 มิลลิเมตร
    -บานประตูสวิง ความหนาไม่ตํ่ากว่า 2.3 มิลลิเมตร
    -อลูมิเนียมตัวประกอบต่างๆ ความหนาไม่ตํ่ากว่า 1. มิลลิเมตร
    -เกล็ดอลูมิเนียม ชนิดพับปลายกันนํ้าฝน ความหนาไม่ตํ่ากว่า 1.5 มิลลิเมตร
    -วงกบอลูมิเนียมสําหรับประตูภายในทั่วไป ความหนาไม่ตํ่ากว่า 2.0 มิลลิเมตร
    -หน้าต่างชนิดผลักกระทุ้ง ความหนาไม่ตํ่ากว่า 2.0 มิลลิเมตร หรือตามที่สถาปนิกกําหนดให้
    -Flashing อลูมิเนียมในส่วนที่มองไม่เห็น ความหนาไม่น้อยกว่า 2.0 มิลลิเมตร
    -Flashing อลูมิเนียมในส่วนที่มองเห็น และ/หรือเป็นแผ่นผิวของผนังอาคาร ความหนาไม่ตํ่ากว่า 3.0 มิลลิเมตร -กรอบบานมุ้งลวด หนาไม่ตํ่ากว่า 1.5 มิลลิเมตร ขนาดต้องสามารถติดตั้งอุปกรณ์ปิด-เปิดได้
    2.1.4 การรับแรงลมของประตูหน้าต่าง จะต้องเป็นไปตามมาตรฐานของ พรบ. ควบคุมอาคาร ปี 2544 และกฎกระทรวง ฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2557) ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้
    -ส่วนของอาคารที่สูงไม่เกิน 10 เมตร ต้องต้านทานแรงลมได้ไม่น้อยกว่า 50 กิโลกรัมต่อตารางเมตร (0.5 กิโลปาส กาล)
    -ส่วนของอาคารสูงเกิน 10 เมตร แต่ไม่เกิน 20 เมตร ต้องต้านทานแรงลมได้ไม่น้อยกว่า 80 กิโลกรัมต่อตาราเมตร (0.8 กิโลปาสกาล)
    -ส่วนของอาคารสูงเกิน 20 เมตร แต่ไม่เกิน 40 เมตร ต้องต้านทานแรงลมได้ไม่น้อยกว่า 120 กิโลกรัมต่อตารา เมตร (1.2 กิโลปาสกาล)
    55/166

-ส่วนของอาคารที่สูงเกิน 40 เมตร แต่ต้องไม่เกิน 80 เมตร ต้องต้านทานแรงลงได้ไม่น้อยกว่า 160 กิโลกรัมต่อ ตารางเมตร (1.6 กิโลปาสกาล)
-ส่วนของอาคารที่สูงเกิน 80 เมตร ต้องต้านแรงลมได้ไม่น้อยกว่า 200 กิโลกรัม ต่อตารางเมตร (2.0 กิโลปาสกาล)
2.1.5 การรั่วของอากาศ ตามมาตรฐานของ มอก. 774-2563 (หน้าต่าง) และ มอก. 829-2563 (ประตู) และ มอก. 3584- 2566 (ผนังกระจก)
2.1.6 การรั่วซึมของนํ้า ตามมาตรฐานของ มอก. 774-2563 (หน้าต่าง) และ มอก. 829-2563 (ประตู) และ มอก. 3584- 2566 (ผนังกระจก)
2.1.7 ความหนาของกระจกต้องไม่ตํ่า 6.0 มม. และสามารถทนแรงลมได้ตามมาตฐาน พรบ.ความคุมอาคารปี พ.ศ. 2544และกฎกระทรวงฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2557) จะต้องมีเอกสารการคํานวณแรงลมตามกฎหมายโดยมีวิศวกรเป็นผู้ รับรองรายการคํานวณ
2.2 อุปกรณ์ประกอบ (Accessories)
2.2.1 สกรู
-ยึดวงกบ และยึดตัวบานทุกตัวต้องใช้ชนิดที่เป็นสแตนเลสเท่านั้น
-สกรูที่ขันติดกับส่วนที่เป็นโครงสร้าง ค.ส.ล. หรือผนังฉาบปูน ให้ใช้สกรูที่ใช้ร่วมกับพุกโลหะที่เหมาะสม โดยได้รับ การอนุมัติจากผู้ควบคุมงาน
2.2.2 ยางอัดกระจก (Gasket) ให้ใช้ชนิด Neoprene หรือชนิด EPDMหรือเทียบเท่า
2.2.3 สักหลาด (Wool Pile) ซึ่งเสียบที่กรอบบานประตูโดยรอบ ให้ใช้ของ Schlegel หรือ Hafele หรือเทียบเท่า 2.3 วัสดุยาแนวรอยต่อ
2.3.1 รอยต่อรอบๆ วงกบอลูมิเนียมทั้งภายนอกและภายใน ส่วนที่ติดกับปูนฉาบ หรือคอนกรีต หรือวัสดุอื่นใด จะต้อง เซาะร่องกว้างประมาณ 5 มิลลิเมตร ลึก 3 มิลลิเมตร ยาแนวด้วยวัสดุยาแนวชนิดทาสีทับได้ ของ SONNEBORN หรือ TREMCO หรือ DOW CORNING หรือเทียบเท่า และจะต้องรองรับด้วย Backing หรืออื่นๆ ตามคําแนะนํา ของผู้ผลิตวัสดุยาแนว โดยได้รับการอนุมัติจากผู้ควบคุมงาน
2.3.2 ส่วนรอยต่อกระจกกับกระจก และกระจกกับอลูมิเนียม หรือกระจกกับวัสดุอื่นให้ยาแนวด้วยซิลิโคนของ MOMENTIVE หรือ TREMCO หรือ DOW CORNING หรือเทียบเท่า ชนิดป้องกันคราบสกปรก (Non-Staining) ตามคําแนะนําของผู้ผลิตซิลิโคน โดยได้รับการอนุมัติจากผู้ควบคุมงาน ให้ใช้สีที่ใกล้เคียงหรือสีเดียวกันกับสีของ อลูมิเนียม
2.3.3 การยาแนวรอยต่อต่างๆ จะต้องทําด้วยฝีมือประณีตและสวยงามทั้งภายนอกและภายใน
2.4 ผู้ติดตั้งงานประตู-หน้าต่างอลูมิเนียม
บริษัท พงษ์พรรณธารา จํากัด บริษัทโมดูลั่ม จํากัด บริษัท มี สมิธ จํากัด หรือ บริษัท สยามอินเตอร์โปรดักส์ จํากัด หรือ บริษัท ซีเอ็นจี ดีไซน์ แอนด์ บิวด์ จํากัด หรือ บริษัท เจไอที แมททีเรียล จํากัด หรือคุณภาพเทียบเท่า
3. การดําเนินการ
3.1 การประกอบประตู-หน้าต่างอลูมิเนียม จะต้องติดตั้งตามแบบและรายละเอียดที่ได้รับอนุมัติด้วยฝีมือประณีต 3.2 การเคลื่อนย้ายประตู-หน้าต่างอลูมิเนียมระหว่างการขนส่งและในสถานที่ก่อสร้าง ต้องกระทําด้วยความระมัดระวัง ต้อง ห่อหุ้มให้เรียบร้อย การวางพิงหรือเก็บกอง ต้องมีคํ้ายันหรือวัสดุรองรับที่เหมาะสม ต้องมีหลังคาคลุมและไม่โดนนํ้าหรือฝน สาด
กุญแจ มือจับและอุปกรณ์อื่นๆ ต้องห่อหุ้มไว้เพื่อป้องกันความเสียหายจนกว่าจะส่งมอบงาน หากเกิดความเสียหายใดๆ ผู้รับจ้างต้องแก้ไข หรือเปลี่ยนให้ใหม่ทันที โดยค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้าง
56/166

3.3 การติดตั้งประตู-หน้าต่างอลูมิเนียม จะต้องติดตั้งให้ถูกต้องครบถ้วนตามช่องเปิดที่เตรียมไว้ และต้องรับผิดชอบในการ ตรวจสอบและประสานงานการปรับระดับเสาเอ็นและคานทับหลังโดยรอบช่องวงกบ เพื่อให้วงกบขนานกับผิวของเสาเอ็น และคานทับหลัง และมีระยะเว้นโดยรอบด้านละประมาณ 5 มิลลิเมตร ได้ดิ่งและได้ฉากทุกมุม
3.4 การยึดวงกบอลูมิเนียมกับโครงสร้าง หรือเสาเอ็นและคานทับหลัง ให้ติดตั้งชิ้นส่วนสําหรับยึดไว้อย่างมั่นคงก่อน การยึด จะต้องเว้นช่วงห่างไม่เกิน 500 มิลลิเมตร การยึดวงกบทุกจุดทุกด้าน จะต้องมั่นคงแข็งแรง
3.5 ผู้รับจ้างจะต้องไม่พยายามใส่บานประตู-หน้าต่างอลูมิเนียมเข้ากับช่องวงกบที่ไม่ได้ฉาก หรือขนาดเล็กเกินไป ช่องวงกบ จะต้องมีระยะเว้นโดยรอบบานประมาณ ด้านละ 2 มิลลิเมตร
3.6 การติดตั้งโดยการขันสกรู ต้องระมัดระวังมิให้วงกบและบานประตู-หน้าต่างอลูมิเนียมเสียรูปได้ 3.7 ผู้รับจ้างจะต้องยาแนวระหว่างวงกบอลูมิเนียมกับผิวปูนฉาบให้เรียบร้อยสวยงามทั้งภายในและภายนอก 3.8 ภายหลังการติดตั้งประตู-หน้าต่างอลูมิเนียม รวมทั้งกระจก และอุปกรณ์ทั้งหมดแล้ว จะต้องทําการทดสอบบานเปิดทุก บานให้เปิด-ปิดได้สะดวก และจะต้องมีการหล่อลื่นตามความจําเป็น
3.9 การบํารุงรักษาและทําความสะอาด
3.9.1 เมื่อติดตั้งวงกบและ/หรือประตูอลูมิเนียมเสร็จแล้ว แต่งานก่อสร้างส่วนอื่นหรือชั้นบนยังดําเนินการอยู่ เช่น งานก่อ อิฐฉาบปูน, งานเทพื้นปูนทราย เป็นต้น ผู้รับจ้างจะต้องพ่น Strippable PVC Coatings เพื่อป้องกันผิวของ อลูมิเนียมไม่ให้เกิดความเสียหายจากนํ้าปูนหรือจากสิ่งอื่นใด
3.9.2 เมื่อติดตั้งงานอลูมิเนียมแล้วเสร็จ ข้อบกพร่องใดๆ ก็ตามที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะการรั่วซึมของนํ้าฝน จะต้องได้รับการ แก้ไขจนใช้การได้ดี และไม่มีการรั่วซึม ด้วยค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้าง
3.9.3 ก่อนส่งมอบงาน ผู้รับจ้างจะต้องซ่อมแซมส่วนต่างๆ ของอาคารที่ชํารุดอันเนื่องจากการติดตั้งอลูมิเนียม พร้อมทํา การทดลองเปิด-ปิดประตูและทดลองอุปกรณ์ต่างๆ ให้สามารถใช้การได้ดี
3.9.4 ก่อนส่งมอบงานงวดสุดท้าย ผู้ติดตั้งจะต้องทําความสะอาดผิวอลูมิเนียมและกระจกทั้งด้านนอกและด้านในให้ สะอาด ปราศจากคราบฝุ่ น คราบสี หรือสิ่งอื่นใด เพื่อให้ดูสวยงาม ผู้รับจ้างต้องไม่ใช้เครื่องมือและนํ้ายาทําความ สะอาดที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อผิวอลูมิเนียม และกระจกได้
4. เงือนไขการทดสอบ ่
4.1 เพื่อให้การตรวจสอบคุณสมบัติ ประตูและหน้าต่าง เป็นไปด้วย ความถูกต้องและสอดคล้องกับข้อกําหนด มี มาตรฐานทดสอบด้วยอุปกรณ์และวิธีการที่ได้เคยถือปฏิบัติมาแล้วในประเทศหรือต่างประเทศ โดยให้อยู่ภายใต้ การควบคุมดูแลของผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันในประเทศหรือต่างประเทศที่เชื่อถือได้ ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้จัดให้มี การทดสอบ โดยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายสําหรับการเตรียมการ รวมทั้งค่าดําเนินการอื่นๆ ในทุกกรณี หรือใช้ผลทดสอบ ที่มีอยู่แล้ว และผลการทดสอบจะต้องเป็นไปตามข้อกําหนดดังต่อไปนี้
4.1.1 รายงานการทดสอบและการคํานวณในโครงสร้าง (Structural Calculation) การทดสอบใช้ตามเงื่อนไขของ ASTM E330 หากผลการทดสอบไม่เป็นที่พอใจของผู้ว่าจ้าง จะต้องส่งรายการคํานวณเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Deflection และ Stress ในโครงสร้างของ ประตูและหน้าต่างจนกว่าจะพิสูจน์ความเป็นไปได้จนเป็นที่แน่ชัดทางวิชาการ
4.2 มีการหย่อนตัวที่ยอมให้ (Allowable Deflective) ไม่เกิน 1/175 ของช่วง Span และจะต้องไม่ตํ่ากว่า .075 นิ้ว ส่วน ระยะหย่อนตัวที่ Sealant Joint ตรงกรอบหน้าต่างและส่วนประกอบอื่นๆของอาคาร จะต้องไม่น้อยกว่า Y10 ของ Joint Width ซึ่งมีการเสริมความแข็งแรงด้วยเหล็กหรืออลูมิเนียมเมื่อจําเป็น ส่วนการหย่อนตัวของ Anchors จะไม่ เกินกว่า .062 นิ้ว ส่วนประกอบ ทุกชิ้นจะต้องออกแบบตามรายการที่หย่อนตัวที่เกิดขึ้นจริงจาก Wind Load Design Pressure ที่กําหนดตามกฎหมาย และตาม ANSI/AAMA 302.9 โดยผู้รับจ้างต้องเสนอผลงานทดสอบ
พร้อมรายการคํานวณให้ ผู้ควบคุมงานและผู้ออกแบบพิจารณา
4.3 Glass load ชิ้นส่วนบานรับกระจกติดตาย จะต้องมีการหย่อนตัวของช่วงระหว่างจุดรับนํ้าหนักตามแนวขนานและ ระนาบผนังไม่เกิน 1/175 ของช่วง (Span) ซึ่งไม่ทําให้ Glass Bite ลดลงไปเกินกว่า 25% หรือ .125 นิ้ว ชิ้นส่วนรับ
57/166

บานกระจกเปิด การหย่อยตัวจะต้องไม่เกิน .062 นิ้วโดยจะต้องไม่เป็นอุปสรรคในการเปิดปิด และอาจจะเสริม ความแข็งแรงด้วยอลูมิเนียมหรือเหล็กเมื่อจําเป็น
4.4 ความเค้น (Stress) โครงสร้างชิ้นส่วนหน้าต่างทั้งหมด จะต้องเป็น Aluminium Alloy สามารถรับ Ultimate Tensile Strength 22,000 PSI เมื่อทดสอบโครงสร้างจะเท่ากับ 1.5 เท่า ของความกดดันที่ออกแบบไว้ และไม่มี Over Stress ปรากฎที่ส่วนประกอบใน Stress Limits สําหรับ ส่วนประกอบต่างๆ จะอยู่ในขอบขีดกําหนด AAMA และ ANSI อย่าง เคร่งครัด
4.5 การรั่วของอากาศ ตามมาตรฐานของ มอก. 774-2563 (หน้าต่าง) มอก. 829-2563 (ประตู) และ มอก. 3584- 2566 (ผนังกระจก)
4.6 การรั่วซึมของนํ้า ตามมาตรฐานของ มอก. 774-2563 (หน้าต่าง) มอก. 829-2563 (ประตู) และ มอก. 3584-2566 (ผนังกระจก)
58/166

งานหน้าต่างภายนอก และ CURTAIN WALL

  1. ข้อกําหนดทั่วไป
    วงกบประตู-หน้าต่างอลูมิเนียม จะต้องเป็นระบบของ ผู้รับเหมาติดตั้งงานอลูมิเนียมกระจก ที่มีรายชื่ออยู่ในรายชื่อ ผู้ผลิตและติดตั้ง (VENDER LISTS) ซึ่งมีหน้าตัด SECTION คล้ายกัน หรือใกล้เคียงกับที่ระบุไว้ในแบบงานสถาปัตยกรรม หรือเป็นระบบของบริษัทชั้นนําในต่างประเทศ จากยุโรป อเมริกา ที่ผ่านรับรองจาก ASTM หรือ BS EN STANDARD และ จะต้องได้รับการรับรองจากสถาปนิกเป็นลายลักษณ์อักษรเสียก่อน
    โดยรายชื่อผู้ผลิตและติดตั้ง ที่อนุญาตสําหรับโครงการนี้ ได้แก่
  2. บริษัท มีเนียมไทย จํากัด
  3. บริษัท เค วาย เอส จํากัด
  4. บริษัท มีสมิธ จํากัด
  5. ขอบเขตของงาน
    ภาคนี้จะกล่าวถึงงานหน้าต่างภายนอก และ CURTAIN WALL ที่ระบุไว้ในแบบก่อสร้างทั้งหมด ขอบเขตของผู้รับจ้าง ครอบคลุมการออกแบบ จัดหาวัสดุ แรงงาน อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง และติดตั้งให้เป็นที่เรียบร้อย ตามแบบสถาปัตยกรรม และ หลักวิชาการก่อสร้างที่ดี รวมถึงการประสานงานกับผู้รับเหมาหลัก และผู้รับเหมางานอื่น ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ระบบการติดตั้ง และผลิตภัณฑ์จะต้องเป็นของบริษัท ผู้รับเหมาติดตั้งงานอลูมิเนียม-กระจกและ Curtain Wall System ที่มีความเชี่ยวชาญ ที่มี ผลงานการติดตั้งมาแล้วอย่างน้อย 2 โครงการมูลค่าไม่ตํ่ากว่าโครงการละ 50 ล้านบาทและมีหนังสือรับรองผลงานจากเจ้าของ โครงการ หรือได้แก่ บริษัท ซิมเมอร์ เมตัล สแตนดาร์ด จํากัด, บริษัท ไทยเม็ททอล อลูมิเนียม จํากัด, บริษัท มหานครมิทอล จํากัด , บริษัท เมืองทองอุตสาหกรรมอลูมิเนียม จํากัด, บริษัท แม่นํ้ามิทอลซับพบาย จํากัด, หรือคุณภาพเทียบเท่า ทั้งนี้ให้ รวมถึงงานประตูอลูมิเนียมภายในอาคารด้วย
  6. แบบก่อสร้าง
    ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมเขียนแบบประกอบการติดตั้งพร้อมรายการคํานวณ เพื่อเสนออนุมัติต่อผู้ออกแบบก่อนการติดตั้ง ซึ่งแบบก่อสร้างนี้จะต้องแสดงถึงรายละเอียดส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั่วไป รวมถึงรูปด้าน รูปหน้าตัด ความหนาวัสดุ รายละเอียดการติดตั้ง การยึด ระบบการป้องกันการรั่วซึมของนํ้า ระบบ PRESSURE EQUALIZATION และแสดงระยะต่าง ๆ ตลอดจนความคลาดเคลื่อนโดยละเอียด
  7. ข้อกําหนดในการออกแบบ
    ระบบหน้าต่างและ CURTAIN WALL จะต้องเป็นระบบ ตามแบบรูปรายการซึ่งผลิต ประกอบ ติดตั้งกระจกและ แผ่น COMPOSITE พร้อมตรวจเช็คคุณภาพจากโรงงานเป็นที่เรียบร้อยก่อนการนําส่งไปติดตั้งยังหน่วยงาน โดยระบบจะต้อง ได้รับการออกแบบจากผู้เชี่ยวชาญที่เชื่อถือได้ เท่านั้น โดยมีข้อกําหนดดังต่อไปนี้
    4.1 การรับแรงลม
    ระบบจะต้องรับแรงลมได้ไม่น้อยกว่าข้อกําหนดต่อไปนี้
    อาคารที่ระดับ
    ความสูงตั้งแต่ 0 - 10เมตร รับแรงลมได้ไม่น้อยกว่า 50 กก./ตร.ม.
    ความสูงตั้งแต่ 11 - 20เมตร รับแรงลมได้ไม่น้อยกว่า80 กก./ตร.ม.
    ความสูงตั้งแต่ 20 - 40เมตร รับแรงลมได้ไม่น้อยกว่า 120 กก./ตร.ม.
    ความสูงตั้งแต่ 40 -80เมตร รับแรงลมได้ไม่น้อยกว่า160 กก./ตร.ม.
    ความสูงตั้งแต่ 80เมตรขึ้นไป รับแรงลมได้ไม่น้อยกว่า200 กก./ตร.ม.
    59/166

4.2 ความโก่งงอ (ALLOWABLE DEFLECTION)
การโก่งงอของระบบเมื่อทดสอบตาม DESIGN WIND LOAD จะต้องมีค่าไม่เกิน ดังนี้

  • อลูมิเนียมและส่วนประกอบโครงสร้าง ไม่มากกว่า L/175 หรือ 20 มม.
  • กระจก ไม่มากกว่า L/90 หรือ 20 มม. และจะไม่ทําให้พื้นที่ยึดกระจก
    (GLASS BITE ) ลดลงไปเกินกว่า 25%
    4.3 ความเค้น (STRESS)
    โครงสร้างและตัวยึดต่าง ๆ ในระบบจะต้องสามารถรับแรงได้ไม่น้อยกว่า 1.5 เท่าของ DESIGN WIND LOAD โดยไม่เกิด OVER STRESS ค่า STRESS ที่เกิดขึ้นจะต้องอยู่ในขอบเขตที่กําหนดไว้ในมาตรฐานของ ASTM / AAMA และ ANSI
    4.4 รายการคํานวณ
    ให้เสนอรายการคํานวณความสามารถในการรับแรงลม และการรับนํ้าหนัก DEAD LOAD ของระบบและจุดยึด (FIXED BRACKET SYSTEM) ตาม ASTM E 330
    4.5 การรับนํ้าหนัก LIVE LOADS
    ในส่วนที่จะต้องใช้ในการซ่อมบํารุงจะต้องรับนํ้าหนักได้ไม่น้อยกว่า 0.75 KPA ส่วนจุดยึดหรือแขวนเพื่อเป็น SAFETY LINE จะต้องรับนํ้าหนักได้ไม่น้อยกว่า 1.50 KN ในทุกทิศ
    4.6 AIR INFILTRATION
    การรั่วซึมของอากาศสําหรับบานกระจกติดตายจะต้องไม่เกิน 1.0 L/SQ.M./SEC. เมื่อทําการทดสอบด้วย STATIC PRESSURE ที่ 300 PA
    4.7 STATIC WATER PENETRATION
    จะต้องไม่มีการรั่วซึมปรากฏเมื่อทดสอบด้วย STATIC PRESSURE ตามมาตรฐาน ASTM E 331 ที่ DIFFERENTIAL TEST PRESSURE เท่ากับ 0.70 KPA สําหรับบานติดตาย หรือ 20% ของ DESIGN WIND PRESSURE สําหรับบานเปิด แต่ต้องไม่น้อยกว่า 0.3 KPA
    4.8 การกันไฟระหว่างชั้น
    ให้มีระบบกันไฟ (FIRE STOP) ในส่วน INTER FLOOR ในตําแหน่งที่เหมาะสม และสามารถทนไฟได้ 2,000 องศาฟาเรนไฮด์ อัตราการลามของไฟที่ผิวไม่เกิน 0-15 การเกิดควันไฟไม่เกิน 10 และป้องกันไฟได้นาน (FIRE RATING) 2 ชม. และเป็นระบบต่อเนื่องที่กันความร้อนและไฟเข้ามาในอาคาร หรือลามไปยังชั้นอื่น ๆ ของอาคาร 4.9 ค่าความคลาดเคลื่อนของโครงสร้าง
    ผู้รับจ้างจะต้องออกแบบระบบให้สามารถรองรับความคลาดเคลื่อนของงานก่อสร้างจากแบบดังต่อไปนี้ STRUCTURE
    SLAB EGDE ON PLAN± 30 mm.
    SLAB LEVEL± 20 mm.
    VERTICALITYH / 500
    SIDE FACE OF COLUMN± 12.5 mm.
    FINISHED FLOOR AND CEILING
    LEVEL± 5 mm
    POSITION FROM GRID± 5 mm.
    60/166

WALL FINISHES
POSITION FROM GRID± 20 mm.
EXTERNAL FINISHES
LEVEL± 20 mm.
4.10 การป้องกันการสัมผัสของอลูมิเนียมกับโลหะต่างชนิดกัน
เมื่อผิวอลูมิเนียมจะต้องยึดหรือสัมผัสกับโลหะต่างชนิดกันที่ไม่ใช่สเตนเลสหรือเหล็กชุบสังกะสี ให้ป้องกันการ สัมผัสกันด้วยการทาสี BITUMINIOUS PAINTS หรือวัสดุเคลือบผิวอื่น ๆ ที่สามารถป้องกัน ELECTROLYTIC ได้ 4.11 THERMAL BREAKAGE
ระบบที่ผู้รับจ้างจัดหาจะต้องเป็นระบบที่สามารถป้องกันกระจกแตก อันเนื่องมาจาก THERMAL BREAKAGE และ THERMAL SHOCK
4.12 การรองรับการเคลื่อนตัวและความคลาดเคลื่อน
ระบบจะต้องมี MOVABLE JOINTS ไว้สําหรับรองรับ
ก. ความคลาดเคลื่อนต่าง ๆ ที่เกิดจากการผลิตหรือจากการก่อสร้าง
ข. การขยายตัวของระบบจากความร้อน
ค. การเคลื่อนตัวของพื้นหรือคานเนื่องจากนํ้าหนัก
5. วัสดุ
5.1 อลูมิเนียม EXTRUSION
เนื้อของอลูมิเนียมจะต้องเป็น ALLOY ชนิด 6063-T5 หรือ 50S-T5 ซึ่งมีคุณสมบัติตามมาตรฐานของ มอก. หรือ ASTM ดังนี้
ULTIMATE TENSILE STRENGTH 22,000 PSI (Min)
YIELD16,000 PSI (Min)
SHEAR 9,000 PSI
ELASTIC MODULUS 10,000,000 PSI
โดยจะต้องผลิตจากโรงงานเทียบเท่า บริษัท ซิมเมอร์ เมตัลสแตนดาร์ด จํากัด (SMS) หรือ บริษัท แม่นํ้ามิทอล ซัพพลาย จํากัด หรือ บริษัท เมืองทองอุตสาหกรรม อาลูมีเนียม จํากัด หรือคุณภาพเทียบเท่า หรือ โรงรีดที่ได้มาตรฐาน ISO 9001และสามารถออกหนังสือรับรองการตรวจสอบคุณสมบัติข้างต้น
5.2 อลูมิเนียมแผ่น
จะต้องเป็น ALLOY ชนิด 3003 - H14 หรือ 5005 - H14 โดยมีความหนาอย่างน้อย
3 ม.ม. ในส่วนที่รับนํ้าหนัก หรือเป็น STRUCTURE
2 ม.ม. ในส่วนที่ไม่รับนํ้าหนัก
1.2 ม.ม. ในส่วนที่เป็น FLASHING หรือ BACK PAN
5.3 ผิวของอลูมิเนียม (MATERIAL FINISHES)
ผิวของอลูมิเนียมในโครงการจะต้องเป็นระบบเคลือบสี ชนิด PVDF หรือ Fluorocar Bon ความหนาของผิวจะต้อง ไม่ตํ่ากว่า 35 MICRON (3 coated 1 baked) โดยมีความคลาดเคลื่อนที่ยอมได้ +/-2 MICRON และจะต้องได้ มาตรฐานตามข้อกําหนดของ ASTM D-1730-67 TYPE B, METHOD7 และ ASTM B-449-67(1972) 5.4 SILICONE SEALANT
61/166

จะต้องเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพเทียบเท่าวัสดุยาแนวชนิดไม่ก่อให้เกิดคราบ (NON STAINING SILICONE SEALANT) ของ DOW CORNING หรือ GENERAL ELECTRIC หรือ SIKA หรือ TREMCO โดยมีรายละเอียด ดังนี้
5.4.1 STRUCTURAL SILICONE ต้องเป็นชนิด TWO PART เพื่อติดตั้งกระจกในโรงงาน โดยจะต้องมีการ ทดสอบ COMPATIBILITY TEST และ DEGLAZING TEST ตามข้อกําหนดของผู้ผลิตโดยผู้รับจ้าง จะต้องส่งรายงานการตรวจสอบนี้ให้แก่เจ้าของงาน ONE PART SILICONE จะอนุโลมให้ใช้เฉพาะใน งานซ่อมหรือในกรณีที่มีเหตุจําเป็นเท่านั้น Two part Silicone ให้ใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพเทียบเท่า Dow Corning No.983 หรือ GE Ultra glaze SSG4400 หรือ Sika SG-500 และใช้ One Part Silicone ผลิตภัณฑ์คุณภาพเทียบเท่า DC 795 หรือ GE Ultra glass SSG 4000 หรือ SIKA SG-18 หรือ TREMCO
5.4.2 WEATHER SEAL ต้องเป็นชนิด LOW หรือ MEDIUM MODULAR ชนิด NON-STAINING โดยจะต้อง มีการทดสอบว่า สามารถใช้ร่วมกับวัสดุต่าง ๆ ที่จะต้องยึดติดให้ใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพเทียบเท่า Dow Corning No.977, GE Ultraproof II SCS2900 หรือ Sika WS -305 หรือ TREMCO
5.5 ฉนวนกันความร้อน
ให้ใช้ EXPANDED POLYSTYRENE FOAM ชนิดกันไฟลาม CLASS B1-DIN 4102 หนาไม่น้อยกว่า4 นิ้ว ความหนาแน่นอย่างน้อย 16 กก./ลบ.ม. (หากระบุในแบบ)
5.6 ฉนวนกันไฟ
ให้ใช้ชนิด ROCK WOOL หรือ GLASS WOOLชนิดไม่เป็น Toxic โดยมีคุณสมบัติป้องกันไฟได้ตามที่กําหนดใน ข้อกําหนดการออกแบบ (หากระบุในแบบ)
5.7 FIXING BRACKET
ในส่วนที่เป็นเหล็กจะต้องชุบผิวด้วย HOT DIP GALVANIZED เพื่อป้องกันการเกิดสนิม ในกรณีที่จะต้องฝังเข้า กับโครงสร้าง ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้จัดหา BRACKET สลัก หรือตัวยึดต่าง ๆ ให้แก่ผู้รับเหมาหลักเป็นผู้ติดตั้ง โดย ผู้รับจ้างอลูมิเนียมจะต้องกําหนดตําแหน่ง รูปแบบ ให้แก่ผู้รับเหมาหลักในแบบ
5.8 ตัวอย่างวัสดุ
ผู้รับจ้างจะต้องนําเสนอตัวอย่างต่อไปนี้เพื่อขออนุมัติก่อนการดําเนินงานหรือติดตั้ง โดยค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จะต้อง รวมไว้ในการเสนอราคา
5.8.1 ตัวอย่างอลูมิเนียมและผิวสียาว 300 มม. แผ่นอลูมิเนียมและแผ่น COMPOSITE ขนาด 300 x 300 มม. อย่างละ 3 ชุด เพื่อให้สถาปนิกพิจารณาเรื่องสี
5.8.2 ตัวอย่างกระจกทุกชนิดที่ใช้ในอาคารนี้ขนาด 300 x 300 มม. อย่างละ3 แผ่น
5.8.3 ตัวอย่างอุปกรณ์ต่าง ๆ (HARDWARE) รวมถึง SILICONE ฉนวนกันความร้อนฉนวนกันไฟ ที่ใช้ในอาคารนี้ 5.8.4 สถาปนิกสามารถขอให้ผู้รับจ้างจัดทําแผงตัวอย่างจริงที่หน่วยงานเพื่อพิจารณาก่อนการทําการ ประกอบจริงสําหรับโครงการ
5.9 การติดตั้ง
ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาช่างฝีมือที่ดี มีความชํานาญเฉพาะระบบติดตั้ง เช่น ในการติดตั้งให้เป็นไปตามแบบขยาย รายละเอียดต่าง ๆ ตาม SHOP DRAWING ซึ่งจัดทําโดยบริษัทผู้ผลิต ได้ มาตรฐานทางวิชาการก่อสร้างและ สถาปัตยกรรมที่ดีโดยเคร่งครัด และตามที่ได้รับอนุมัติเห็นชอบจากสถาปนิก
5.9.1 ผู้รับจ้างต้องมีการประสานงานร่วมกับผู้รับจ้างหลัก เพื่อกําหนดตําแหน่งของโครงสร้างต่าง ๆ ที่ เกี่ยวข้องในการติดตั้ง CURTAIN WALL เช่น กําหนดตําแหน่งและเตรียมการฝังเหล็กยึดโครงเคร่าของ
62/166

CURTAIN WALL ในโครงสร้าง และตรวจสอบสถานที่ที่ก่อสร้างทุกแห่งที่จะมีการติดตั้งให้สมบูรณ์ เรียบร้อย ถ้ามีข้อบกพร่องใด ๆ ให้แก้ไขให้ถูกต้องก่อนจะมีการติดตั้ง
5.9.2 ก่อนการติดตั้ง CURTAIN WALL ผู้รับจ้างจะต้องได้รับอนุมัติเห็นชอบในรายละเอียดของแบบจาก ผู้ออกแบบก่อนดําเนินการติดตั้ง
5.9.3 ผู้รับจ้างจะต้องไม่พยายามติดตั้งหรือแก้ไขระยะของแผงหากพบความผิดพลาดของโครงสร้างเกินกว่าค่า คลาดเคลื่อนที่ยอมให้ได้ตามที่ระบุในข้อกําหนดจนกว่าจะได้รับความยินยอมจากสถาปนิก หรือวิศวกร ประจําโครงการ
5.9.4 จุดยึดต่าง ๆ ในแผงจะต้องยึดแน่นด้วยน๊อต หรือการเชื่อม หรือวัสดุอื่น ๆ ที่สามารถป้องกันการคลายตัว
5.10 การทําความสะอาด
ผู้รับจ้างจะต้องทําความสะอาด CURTAIN WALL และในส่วนที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ทุกแห่ง ทั้งด้านนอก และด้าน ในด้วยความประณีต สะอาดเรียบร้อย ปราศจากรอยขีดข่วน ยางยาแนวและสิ่งเปรอะเปื้อน ตําหนิต่าง ๆ ก่อน ขออนุมัติการตรวจสอบจากผู้ออกแบบและผู้ที่เกี่ยวข้องและส่งมอบงาน
5.11 เอกสารประกอบการยื่นเสนอราคา
ผู้รับจ้างจะต้องระบุชื่อบริษัทผู้ผลิต ประกอบ และติดตั้ง CURTAIN WALL พร้อมทั้งจัดเตรียมเอกสารเพื่อ ประกอบการพิจารณาคุณสมบัติมาพร้อมซองประมูลงานก่อสร้างตามรายการข้างล่างนี้ รายละเอียดและ คุณสมบัติจะต้องตรงตามข้อกําหนด ผู้ชนะการประมูลจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงรายละเอียดในภายหลัง ยกเว้น ในกรณีที่มีข้อตกลงในช่วงประมูลงาน หรือการเปลี่ยนแปลงที่ได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้าง สถาปนิก ผู้ ควบคุมงาน และผู้เกี่ยวข้องเสียก่อน
5.11.1 ผู้รับจ้างจะต้องเสนอแบบขั้นต้น (TYPICAL DETAIL) ของระบบที่จะใช้สําหรับส่วนทั่ว ๆ ไปของอาคาร 5.11.2 รายการคํานวณเบื้องต้นของระบบ
5.11.3 แผนและระยะเวลาในการทํางาน
5.11.4 ขั้นตอนการทํางานซึ่งรวมถึงขั้นตอนการประกอบในโรงงาน การติดตั้ง การป้องกัน ความเสียหาย การ ตรวจสอบคุณภาพ และขั้นตอนการป้องกันอุบัติเหตุ
5.11.5 ผลงานที่ผ่านมาซึ่งจะต้องมีโครงการภายในประเทศที่มีมูลค่าไม่ตํ่ากว่า 50 ล้านบาท รวมอยู่ด้วยอย่าง น้อย 2โครงการ พร้อมหนังสือรับรองจากเจ้าของโครงการ
5.12 เอกสารที่ต้องนําเสนอหลังจากได้รับการคัดเลือกแล้วผู้รับจ้างจะต้องนําเสนอเอกสารดังต่อไปนี้เพื่อประกอบการ พิจารณาและอนุมัติก่อนการดําเนินการผลิตและติดตั้ง
5.12.1 แบบ SHOP DRAWING และ DETAILED DRAWING แสดงรูปแบบ จํานวน และรายละเอียดของ ระบบ ซึ่งประกอบด้วย EXPANSION JOINT, PRESSURE EQUALIZATION SYSTEM, BRACKET FIXING DETAIL, FIRE STOP SYSTEM ระบบการระบายนํ้า การประสานกับระบบอื่น ๆ เช่น รางม่าน ฝ้าเพดาน และระบบพื้น เป็นต้น
5.12.2 รายการคํานวณการรับแรงลม และแรงกระทําต่าง ๆ โดยละเอียด
5.12.3 หนังสือรับรองรายงานผลการทดสอบของระบบ CURTAIN WALL ที่กล่าวแล้วข้างต้น 5.12.4 ขั้นตอนการตรวจสอบระหว่างการติดตั้ง
5.12.5 หลังการตรวจรับงาน ผู้รับจ้างจะต้องส่งหนังสือการยินยอม การรับประกันคุณภาพวัสดุ การติดตั้ง และ ระบบตามที่ระบุไว้ในหมวดการรับประกันคุณภาพ
63/166

5.13 การรับประกันคุณภาพ
ผู้เสนอราคาจะต้องรับประกันการเสียหายที่เกิดขึ้นจากระบบ CURTAIN WALL เป็นระยะเวลา 10 ปี
64/166

งานประตูเหล็กทั่วไป (STEEL DOORS AND FRAMES)
ขอบเขตของงาน
บานประตูเหล็กและวงกบเหล็กทั่วไปที่ได้ระบุไว้ในแบบก่อสร้างทั้งหมด ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาวัสดุอุปกรณ์ แรงงานและเตรียม เขียนแบบประกอบการติดตั้ง SHOP DRAWING รวมถึงส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั่ว ๆ ไป ซึ่งจะต้องแสดงรายละเอียดการติดตั้ง (INSTALLATION) การยึดอุปกรณ์ (FIXED) ระยะต่าง ๆ ให้ถูกต้องตามแบบสถาปัตยกรรม และหลักวิชาการที่ดี วัสดุ
ประตูเหล็กและวงกบเหล็กทั่วไป ที่นํามาใช้งานจะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

  • ประตูเหล็กจะต้องมีความหนาของบานไม่น้อยกว่า 45 มม. โดยผลิตจากเหล็กแผ่น ZINC ELECTRO GALVANIZED ความหนาของเหล็กแผ่นไม่น้อยกว่า 1.2 มม. การประกอบตัวบานใช้เหล็กแผ่นพับขึ้นรูป 2ชิ้น ประกบเชื่อมยึดโดยไม่เห็นรอยเชื่อมจากภายนอกและสันของบานประตูเหล็กปราศจากรอยตะเข็บ(SEAMLESS EDGE) ภายในบานประตูจะต้องเสริมโครงสร้าง VERTICAL STEEL STIFFENERS ระยะห่างจะต้องไม่เกิน 20ซม. จะต้องทําจากเหล็กแผ่น ZINC ELECTRO GALVANIZED จุดรองรับอุปกรณ์ประตูทั้งหมดเสริมด้วยเหล็กแผ่น ชุบสังกะสีความหนาไม่น้อยกว่า 1.6 มม. และภายในตัวบานฉีดด้วยฉนวน POLYURETHANE FOAM เต็มบาน

  • วงกบชนิดบังใบเดี่ยวหรือชนิดบังใบคู่ โดยวงกบจะต้องเข้ามุม 45องศา ผลิตจากเหล็กแผ่น ZINC ELECTRO GALVANIZED ความหนาของเหล็กแผ่นไม่น้อยกว่า 1.6 มม. ขนาด 2"x4" หรือตามระบุในแบบ

  • ประตูเหล็กและวงกบเหล็ก ต้องเคลือบสีผง (POLYESTER POWER COATING) หนา 60 – 80 ไมครอน เรียบร้อยแล้วจากโรงงานผู้ผลิตก่อนนํามาที่สถานที่ก่อสร้าง

  • ประตูบานเปิดเหล็กพร้อมวงกบทั่วไป ให้ใช้อุปกรณ์และส่วนประกอบต่าง ๆ ครบชุดตามมาตรฐานเทียบเท่า ของยี่ห้อ “GRATE SHUTTER” ยี่ห้อ “SPR” หรือ SMC หรือประตูเหล็กไทย (Diamond Door) หรือคุณภาพ เทียบเท่าหรือตามที่ผู้ออกแบบระบุรายละเอียดในรายการแบบ

  • HARDWARE ตามที่ระบุไว้ในแบบก่อสร้าง ต้องเป็นของใหม่ คุณภาพดี ขนาดเหมาะสมกับการใช้ และติดตั้ง ด้วยความประณีตเรียบร้อย
    ตัวอย่างวัสดุ
    ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาวัสดุที่จะใช้แต่ละชนิดไม่น้อยกว่า 2 ตัวอย่าง เพื่อขออนุมัติ และตรวจสอบตามความ ต้องการของผู้ออกแบบ ก่อนที่จะนําไปติดตั้ง เช่น

  • ตัวอย่างของประตูที่จะใช้งานก่อสร้าง แสดงถึง สี และ FINISHING

  • รายละเอียดประกอบตัวอย่าง (MANUFACTURE’S SPECIFICATIONS) แสดงถึงการทดสอบคุณภาพของ ประตูและส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

  • ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาอุปกรณ์ (HARDWARE) ที่จะใช้มาด้วย เพื่อพิจารณาประกอบการติดตั้งและได้รับความ เห็นชอบจากผู้ออกแบบ
    การติดตั้ง
    ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาช่างฝีมือที่ดี มีความชํานาญในการติดตั้ง ให้เป็นไปตามรายละเอียดของ SHOP DRAWING และ ได้มาตรฐานทางวิชาการก่อสร้างที่ดี

  • ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบสถานที่ที่มีการติดตั้งให้สมบูรณ์เรียบร้อย ถ้ามีข้อบกพร่องต่าง ๆ ให้แก้ไขให้ถูกต้อง ก่อนจะมีการติดตั้ง
    65/166

  • การติดตั้งต้องมีความมั่นคง แข็งแรง เปิด-ปิดได้สะดวก เมื่อปิดจะต้องมีขอยึดหรืออุปกรณ์รองรับ มิให้เกิด ความเสียหายกับประตูหรือผนัง

  • การติดตั้งวงกบ จะต้องได้ดิ่งและฉาบถูกต้องตามหลักวิชาช่างที่ดี การยึดทุกจุดต้องมั่นคงแข็งแรง - รอยต่อรอบ ๆ วงกบประตูทั้งภายในและภายนอก ส่วนที่แนบติดกับปูนฉาบคอนกรีตไม้ หรือวัสดุอื่นใดจะต้อง อุดด้วย SILICONE SEALANT “SILPRUF 2000” ของ G.E. หรือ “791-P” ของ DOW SIL หรือ TREMCO ตามที่ผู้ออกแบบกําหนด หรือเทียบเท่าด้วยความประณีตเรียบร้อยก่อนทําการอุด จะต้องทําความสะอาด รอยต่อให้ปราศจากฝุ่น คราบนํ้ามัน สิ่งเปรอะเปื้อน สกปรกต่าง ๆ และจะต้องปฏิบัติตามคําแนะนําของ บริษัทผู้ผลิต SILICONE SEALANT โดยเคร่งครัด

  • การปรับระดับ ภายหลังการติดตั้งประตูแล้ว อุปกรณ์ทั้งหมดจะต้องได้รับการปรับให้อยู่ในลักษณะที่เปิด-ปิดได้ สะดวก

  • ช่องเปิดสําหรับการติดตั้ง ผู้รับจ้างจะต้องไม่พยายามใส่บานประตูเข้ากับช่องเปิดที่ไม่ได้ฉาก หรือขนาดเล็ก เกินไป ช่องเปิดจะต้องมีระยะเว้นเพื่อการติดตั้งโดยรอบ ประมาณด้านละ 10 มม. เป็นอย่างน้อย การทําความสะอาด
    ผู้รับจ้างจะต้องทําความสะอาดในส่วนที่เกี่ยวข้องให้เรียบร้อยทุกแห่ง ผิวส่วนที่เป็นเหล็กของประตูจะต้องสะอาด ปราศจากคราบนํ้าปูน รอยขีดข่วน หรือตําหนิต่าง ๆ ก่อนขออนุมัติตรวจสอบจากผู้ออกแบบ
    การรับรอง
    ผู้รับจ้างต้องรับประกันคุณภาพของประตู รวมถึงวัสดุต่าง ๆ ที่ใช้ในการติดตั้งทั้งหมด หากเกิดข้อบกพร่องต่าง ๆ อัน เนื่องมาจากคุณสมบัติของวัสดุ และการติดตั้ง หลังจากการติดตั้งผู้รับจ้างจะต้องมาติดตั้งให้ใหม่ และซ่อมแซมให้อยู่ใน สภาพที่ดี ด้วยความประณีตเรียบร้อย ตามจุดประสงค์ของผู้ออกแบบ โดยไม่คิดมูลค่าใด ๆ ทั้งสิ้น
    66/166

งานอุปกรณ์ประตู-หน้าต่าง DOOR AND WINNDOW HARDWARE

  1. ขอบเขตของงาน
    อุปกรณ์ประตู ที่ได้ระบุไว้ในแบบก่อสร้างทั้งหมดและในหมวดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ถ้าได้ระบุไว้ในหมวดอื่น ๆ แล้ว แต่ไม่สมบูรณ์ให้ใช้หมวดนี้ประกอบด้วย ถ้ามีความบกพร่องระหว่างหมวดนี้แบบก่อสร้างและหมวดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องผู้ รับจ้างต้องแจ้งให้ผู้ออกแบบรับรู้ทันทีก่อนการติดตั้ง
  2. วัสดุ
    นอกจากระบุไว้เป็นอย่างอื่นในแบบก่อสร้างและหมวดอื่น ๆ แล้ว ให้ใช้วัสดุที่มีคุณสมบัติและคุณภาพตาม ความมุ่งหมายของผู้ออกแบบและต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ออกแบบก่อนการติดตั้ง
    2.1 บานพับ (BUTT HINGE)
    2.1.1 บานพับสเตนเลส สตีล เกรด SUS304 ประตูบานเปิดไม้ให้ใช้ ขนาด 4” x 3” x 2.5 มม. ชนิดวง แหวนลูกปืน (2BB) หัวตัด (FT) สําหรับประตูบานไม้ความสูงไม่เกิน 2.00เมตร ติดจํานวน 3 ตัว/ บาน ประตูบานไม้สูงเกิน 2.00 –2.40เมตร ติดจํานวน 4 ตัว/บาน
    2.1.2 บานพับสเตนเลส สตีล เกรด SUS304 ประตูบานเปิดเหล็กทั่วไป ความหนาบาน 45 มม. ให้ใช้ ขนาด 5” x 4” x 3.0 มม. ชนิดวงแหวนลูกปืน (2BB) หัวตัด (FT) สําหรับประตูบานเหล็กทั่วไป
    ความสูงไม่เกิน 2.00เมตร ติดจํานวน 3 ตัว/บาน ประตูบานเหล็กทั่วไปสูงเกิน 2.00 –2.40เมตร ติดจํานวน 4 ตัว/บาน หรือตามมาตรฐานของผู้ผลิตประตูเหล็ก
    2.1.3 บานพับสเตนเลส สตีล เกรด SUS304 ประตูบานเปิดเหล็กทนไฟ ความหนาบาน 45 มม. ให้ใช้ ขนาด 4 ½” x 4 ½” x 3.4 มม. ชนิดวงแหวนลูกปืน (2BB) หัวตัด (FT) สําหรับประตูเหล็กทนไฟ
    ความสูงไม่เกิน 2.00เมตร ติดจํานวน 3 ตัว/บาน ประตูเหล็กทนไฟสูงเกิน 2.00 –2.40เมตร ติด
    จํานวน 4 ตัว/บาน หรือตามมาตรฐานของผู้ผลิตประตูเหล็ก
    2.1.4 ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของยี่ห้อ SURE LOC หรือยี่ห้อ H-ONE หรือยี่ห้อ STANLEY หรือคุณภาพ เทียบเท่า
    2.2 กุญแจชนิดก้านโยก (MORTISE LOCK WITH LEVER HANDLE)
    2.2.1 ข้อกําหนดทั่วไป
  • เป็นชนิด MORTISE LOCK ยกเว้นผู้ออกแบบจะระบุเป็นอย่างอื่น

  • มือจับสเตนเลส สตีล เกรด SUS304 แบบก้านโยกหรือเขาควาย (LEVER HANDLE) ชนิด
    SOLID หรือ TUBE

  • ต้องผลิตตามมาตรฐาน EUROPEAN STANDARD BS EN STANDARD
    2.2.2 ชุดตัวถังกุญแจ (LOCKCASE)

  • ตามมาตรฐาน BS EN 12209 Class 3

  • เป็นชนิด MORTISE LOCK

  • ระยะมาตรฐานของ BACKSET 60 มม.

  • ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของยี่ห้อ YALE หรือยี่ห้อ DORMA หรือยี่ห้อ MIWA หรือคุณภาพเทียบเท่า
    2.2.3 มือจับก้านโยกหรือเขาควาย (LEVER HANDLE)

  • ตามมาตรฐาน BS EN 1906
    67/166

  • ชนิด TUBE หรือ SOLID และต้องผลิตจากสเตนเลส สตีล เกรด SUS304 จานกลม (ROSE) มีสกรูยึกทั้ง 2 ด้าน

  • ความยาวของมือจับไม่ตํ่ากว่า 135 - 140 ซม.

  • เส้นผ่าศูนย์กลาง Dia. ของมือจับต้องไม่ตํ่ากว่า 19 มม.

  • เส้นผ่าศูนย์กลาง Dia. ของ ROSE ต้องไม่ตํ่ากว่า 52 มม.

  • ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของยี่ห้อ DORMA หรือยี่ห้อ HAFELE หรือยี่ห้อ MIWA หรือคุณภาพ
    เทียบเท่า
    2.2.4 ไส้กุญแจ (CYLINDER)

  • ตามมาตรฐาน BS EN 1303 Grade 3

  • ไส้กุญแจทําจากวัสดุทองเหลือง

  • ต้องเป็นระบบลูกปืน (PIN) ไม่ตํ่ากว่า 6 เม็ด (PIN) หรือกรณีผู้ออกแบบต้องการไส้กุญแจ ชนิด Key Security ยี่ห้อ EVVA รุ่น EPS หรือคุณภาพเทียบเท่า

  • ไส้กุญแจมีให้เลือกหลายแบบ เช่น ชนิดไขทางเดียว, ชนิดไข 2 ทาง และชนิดไขด้านนอก ส่วนด้านในเป็นหางปลาบิด

  • สามารถจัดระบบมาสเตอร์คีย์ได้ไม่ตํ่ากว่า 4 ระดับ

  • ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของยี่ห้อ DORMAหรือยี่ห้อ HAFELE หรือยี่ห้อ MIWA หรือคุณภาพ เทียบเท่า
    2.3 กุญแจลูกบิด (LOCKSET)

  • เป็นชนิด CYLINDRICAL LOCK HOUSING, โครงสร้าง COLD-ROLLED STEEL

  • ไส้กุญแจทําจาก SOLID BRASS และต้องเป็นระบบลูกปืน (PIN) ไม่ตํ่ากว่า 6 PIN

  • ลิ้นของกุญแจลูกบิด (LATCH) ต้องเป็นลิ้นคู่ สําหรับห้องทั่วไป

  • ลิ้นของกุญแจลูกบิด (LATCH) ต้องเป็นลิ้นเดี่ยว สําหรับห้องนํ้า

  • ดอกไขกุญแจต้องทําจาก NICKEL SILVER หรือทองเหลืองชุบ

  • ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของยี่ห้อ DORMA หรือยี่ห้อ HAFELE หรือยี่ห้อ MIWA หรือคุณภาพเทียบเท่า 2.4 กุญแจ DEADBOLT

  • ไส้กุญแจทําจาก SOLID BRASS และต้องเป็นระบบลูกปืน (PIN) ไม่ตํ่ากว่า 6 PIN

  • ลิ้นของกุญแจ (LATCH) ต้องยื่นออกมา 1” (25 มม.) และเป็นแบบ CONCEALED HARDENED STEEL ROLLER เพื่อป้องกันการตัดหรือเลื่อยลิ้นกุญแจ

  • ดอกไขกุญแจต้องทําจาก NICKEL SILVER หรือทองเหลืองชุบ

  • ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของยี่ห้อ DORMA หรือยี่ห้อ HAFELE หรือยี่ห้อ MIWA หรือคุณภาพเทียบเท่า 2.5 กุญแจประตูอลูมิเนียม

  • กุญแจประตูบานเปิดสวิงและกุญแจประตูบานเลื่อน ให้ใช้ชนิดฝังเรียบในเสาประตูชนิด MORTISE SWING DEAD LOCK และ MORTISE SLIDING DEAD LOCKทั้งชนิดเปิด-ปิดจากภายนอกด้วย กุญแจและล๊อค-คลายล๊อคภายในด้วยแป้นบิด หรือ เปิด-ปิดจากกุญแจทั้งภายนอกและภายใน - ไส้กุญแจทําจาก SOLID BRASS และต้องเป็นระบบลูกปืน (PIN) ไม่ตํ่ากว่า 6 PIN

  • ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของยี่ห้อ DORMA หรือยี่ห้อ HAFELE หรือยี่ห้อ MIWA หรือคุณภาพเทียบเท่า 2.6 ลูกกุญแจและระบบมาสเตอร์คีย์
    68/166

  • กุญแจประตูทุกบาน ให้จัดทําลูกกุญแจประจําชุดของแต่ละชุด จํานวน 2 ดอกต่อชุด

  • กุญแจประตูของแต่ละชั้น ให้จัดทํากุญแจ “ FLOOR MASTER KEY” สําหรับกุญแจในแต่ละชั้น - กุญแจประตูทั้งหมด ให้จัดทํากุญแจ “GRAND MASTER KEY” สําหรับควบคุมกุญแจทั้งหมดของแต่ ละอาคาร

  • จํานวนลูกกุญแจของ “FLOOR MASTER KEY” จัดทําให้กับโครงการ จํานวน 2 ดอกไขต่อหนึ่งกรุ๊ป - จํานวนลูกกุญแจของ “GRAND MASTER KEY” จัดทําให้กับโครงการ จํานวน 1 ดอกไขต่อหนึ่งกรุ๊ป - การส่งมอบดอกไข “FLOOR MASTER KEY และ GRAND MASTER KEY” ต้อง กําหนดให้บริษัท
    ผู้จัดทําระบบมาสเตอร์คีย์ส่งมอบดอกไขดังกล่าวให้กับตัวแทนที่แต่งตั้งจากเจ้าของโครงการเป็นผู้รับ แทนหรือส่งให้กับเจ้าของโครงการโดยตรง โดยไม่ต้องผ่านทางผู้รับเหมาโครงการ
    2.7 กลอนฝังเรียบในบาน (FLUSH BOLT)

  • กลอนที่ใช้ติดประตูไม้บานเปิดคู่ ให้ใช้กลอน STAINLESS STEEL ชนิดฝังเรียบในขอบสันบานประตู ขนาด 8” สําหรับติดด้านล่างและขนาด 12” สําหรับติดด้านบน เฉพาะบานที่เป็น INACTIVE DOOR และที่รับกลอนสเตนเลสด้านล่างให้ติดตั้ง DUST PROOF STRIKE ด้วย สําหรับบานประตูบานไม้ที่สูง 2.40 ม. ให้ใช้กลอนขนาด 18” ติดที่ด้านบนของบานประตูไม้

  • กลอนที่ใช้ติดประตูเหล็กทั่วไปบานเปิดคู่ ให้ใช้กลอน STAINLESS STEEL ชนิดฝังเรียบในขอบบาน ประตู ขนาด 12” สําหรับด้านล่างและด้านบน สําหรับบานประตูบานเหล็กที่สูง 2.40 เมตร ให้ใช้กลอน ขนาด 18” ติดที่ด้านบนของบานประตูเหล็ก

  • ให้ติดอุปกรณ์รับกลอนฝังบานที่พื้นเพื่อป้องกันฝุ่น (DUST PROOF STRIKE) ที่จะส่งผลต่อการทํางาน ของกลอนฝังบาน

  • กลอนที่ใช้ติดประตูเหล็กกันไฟบานเปิดคู่ ให้ใช้กลอนชนิดอัตโนมัติ STAINLESS STEEL ชนิดฝังเรียบ ในขอบบานประตู ขนาด 12” สําหรับด้านล่างและด้านบน และให้ติดตั้งอุปกรณ์รับกลอนฝังบานที่พื้น เพื่อป้องกันฝุ่น (DUST PROOF STRIKE) ที่จะส่งผลต่อการทํางานของกลอนฝังบาน

  • ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของยี่ห้อ THASE หรือยี่ห้อ ARCH หรือยี่ห้อ HAFELE หรือยี่ห้อ RYOBI หรือคุณภาพ เทียบเท่า
    2.8 อุปกรณ์เปิดประตูเหล็กทนไฟฉุกเฉิน (FIRE RATED PANIC EXIT DEVICE)

  • ลิ้นของ PANIC EXIT DEVICE เป็นชนิด DEADLOCKING ¾” (19 มม.) THROW

  • ใช้กับประตูทนไฟได้เพราะผ่านการรับรองมาตรฐาน UL 3 ชั่วโมง

  • กรณีใช้กับประตูทนไฟควรใช้ชนิด FIRE RATED PANIC EXIT HARDWARE

  • สามารถเลือกใช้มือจับภายนอกเพื่อใช้เปิดผ่านระหว่างชั้นได้

  • ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของยี่ห้อ THASE หรือยี่ห้อ YALE หรือยี่ห้อ HAFELE หรือยี่ห้อ TOP ONE หรือ คุณภาพเทียบเท่า
    2.9 โช๊คอัพ (DOOR CLOSER)
    2.9.1 โช๊คอัพชนิดติดผิวบาน (SURFACE MOUNTED DOOR CLOSRE WITH STANDARD ARM) - ตามมาตรฐาน ANSI STANDARD หรือมาตรฐาน BS EN1154 และผ่านการรับรอง
    มาตรฐาน UL หรือผ่านการรับรองของ CE MARKED

  • เป็นระบบ FULL RACK AND PINION HYDRAULIC DOOR CLOSER WITH
    STANDARD ARM
    69/166

  • ตัวถังทําจากเหล็กหล่อ (CAST IRON BODY) หรืออลูมิเนียมหล่อ (ALUMINIUM EXTRUSION BODY) หรืออลูมิเนียมหล่อ (DIE CAST ALUMINIUM BODY)

  • ต้องปรับวาล์ว ADJUSTABLE SPRING POWER SIZE หรือ SELECTABLE POSITION POWER SIZE ได้

  • ต้องปรับวาล์ว ADJUSTABLE CLOSING SPEED ได้

  • ต้องปรับวาล์ว ADJUSTABLE LATCHING SPEED ได้

  • ต้องปรับวาล์ว ADJUSTABLE HYDRAULIC BACKCHECK ได้

  • ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของยี่ห้อ FORTRESS หรือยี่ห้อ YALE หรือยี่ห้อ HAFELE หรือยี่ห้อ GEZE หรือยี่ห้อ DORMA หรือคุณภาพเทียบเท่า
    2.9.2 โช๊คอัพชนิดติดผิวบาน (SURFACE MOUNTED DOOR CLOSRE WITH TRACK ARM) - ตามมาตรฐาน ANSI STANDARD หรือมาตรฐาน BS EN1154 และผ่านการรับรอง มาตรฐาน UL หรือผ่านการรับรองของ CE MARKED

  • เป็นระบบ FULL CAM-ACTION HYDRAULIC DOOR CLOSER WITH TRACK ARM - ตัวถังทําจากอลูมิเนียมหล่อ (ALUMINIUM EXTRUSION BODY) หรืออลูมิเนียมหล่อ (DIE CAST ALUMINIUM BODY)

  • ต้องปรับวาล์ว ADJUSTABLE SPRING POWER SIZE หรือ SELECTABLE POSITION POWER SIZE ได้

  • ต้องปรับวาล์ว ADJUSTABLE CLOSING SPEED ได้

  • ต้องปรับวาล์ว ADJUSTABLE LATCHING SPEED ได้

  • ต้องปรับวาล์ว ADJUSTABLE HYDRAULIC BACKCHECK ได้

  • ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของยี่ห้อ FORTRESS หรือยี่ห้อ YALE หรือยี่ห้อ HAFELE หรือยี่ห้อ GEZE หรือยี่ห้อ DORMA หรือคุณภาพเทียบเท่า
    2.9.3 โช๊คอัพชนิดฝังในบานประตูไม้ (CONCEALED IN DOOR MOUNTED DOOR CLOSRE WITH TRACK ARM)

  • ตามมาตรฐาน ANSI STANDARD หรือมาตรฐาน BS EN1154 และผ่านการรับรอง มาตรฐาน UL หรือผ่านการรับรองของ CE MARKED

  • เป็นระบบ FULL CAM-ACTION HYDRAULIC DOOR CLOSER WITH TRACK ARM - ตัวถังทําจากอลูมิเนียมหล่อ (ALUMINIUM EXTRUSION BODY) หรืออลูมิเนียมหล่อ (DIE CAST ALUMINIUM BODY)

  • ความหนาของประตูไม้ต้องไม่ตํ่ากว่า 44 มม. หลังจากทําขัดผิวไม้เรียบร้อยแล้ว - ต้องปรับวาล์ว ADJUSTABLE SPRING POWER SIZE ได้

  • ต้องปรับวาล์ว ADJUSTABLE CLOSING SPEED ได้

  • ต้องปรับวาล์ว ADJUSTABLE LATCHING SPEED ได้

  • ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของยี่ห้อ FORTRESS หรือยี่ห้อ YALE หรือยี่ห้อ HAFELE หรือยี่ห้อ GEZE หรือยี่ห้อ DORMA หรือคุณภาพเทียบเท่า
    2.9.4 โช๊คอัพชนิดซ่อนในประตูอลูมิเนี่ยมพร้อมวงกบอลูมิเนี่ยม (TRANSOM CONCEALED) - ตัวถังทําจากเหล็กหล่อ (CAST IRON BODY)
    70/166

  • การติดตั้งเป็นลักษณะ SIDELOAD

  • ตั้งค้างที่ 90 องศา

  • ต้องปรับวาล์ว ADJUSTABLE SPRING POWER SIZE ได้

  • ต้องปรับวาล์ว ADJUSTABLE CLOSING SPEED ได้

  • ต้องปรับวาล์ว ADJUSTABLE LATCHING SPEED ได้

  • ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของยี่ห้อ FORTRESS หรือยี่ห้อ YALE หรือยี่ห้อ HAFELE หรือยี่ห้อ DORMA หรือคุณภาพเทียบเท่า
    2.9.5 โช๊คอัพชนิดฝังพื้น (FLOOR DOOR CLOSER)

  • ตัวถังทําจากเหล็กหล่อ (CAST IRON BODY)

  • ฝาครอบสเตนเลส กรณีอุปกรณ์ที่ใช้กับประตูไม้จะต้องมาในชุดที่เป็นยี่ห้อเดียวกัน

  • กรณีใช้กับประตูบานกระจกเปลือยก็ให้ใช้อุปกรณ์อื่นๆ เช่น ตัวหนีบล่าง / ตัวหนีบบนตัว หนีบช่องแสงและกุญแจ เป็นต้น จะต้องใช้ยี่ห้อสินค้าเดียวกันกับโช๊คอัพฝังพื้นหรือตาม
    ผู้ออกแบบกําหนดเป็นอย่างอื่นเท่านั้น

  • ตั้งค้างที่ 90 องศา

  • ต้องปรับวาล์ว ADJUSTABLE SPRING POWER SIZE ได้

  • ต้องปรับวาล์ว ADJUSTABLE CLOSING SPEED ได้

  • ต้องปรับวาล์ว ADJUSTABLE LATCHING SPEED ได้

  • ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของยี่ห้อ FORTRESS หรือยี่ห้อ YALE หรือยี่ห้อ HAFELE หรือยี่ห้อ DORMA หรือคุณภาพเทียบเท่า
    2.10 อุปกรณ์ดึงประตูระบบแม่เหล็กไฟฟ้า (MAGNETIC DOOR HOLDER)

  • ตามมาตรฐาน ANSI. STANDARD หรือ BS EN STANDARD

  • ติดตั้งกับประตูกันไฟหรือกันควัน ที่ระบุในแบบ กําหนดให้เปิดตั้งค้างและดึงด้วยระบบแม่เหล็กไฟฟ้า - อุปกรณ์ประกอบด้วย แม่เหล็กและแป้นจับ (MAGNET AND DOOR ARMATURE) - แป้นจับ (DOOR ARMATURE) สามารถปรับมุมได้

  • เชื่อมกับระบบตรวจจับไฟ (FIRE ALARM SYSTEM), ระบบตรวจจับควัน (SMOKE DETECTOR SYSTEM)และจะตัดไฟฟ้าอัตโนมัติ ในกรณีที่เกิดเหตุเพลิงไหม้

  • ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของยี่ห้อ VANGUARD หรือยี่ห้อ LCN หรือยี่ห้อ YALE หรือยี่ห้อ
    DORMA หรือยี่ห้อ HAFELE หรือคุณภาพเทียบเท่า
    2.11 อุปกรณ์ประสานปิดประตูก่อน-หลัง (BAR CO-ORDINATOR AAND CARRY BAR) - สําหรับประตูเหล็กกันไฟบานเปิดคู่ ที่มีบังใบและติดตั้งโช๊คอัพทั้ง 2 บาน กําหนดให้ใช้อุปกรณ์ประสาน การปิดประตูก่อน-หลัง เป็นชนิด BAR โดยติดตั้งที่ใต้วงกบด้านบน (TOP JAMB)

  • กรณีที่ใช้อุปกรณ์ประสานการปิดประตูก่อน-หลังกับประตูเหล็กทนไฟ จะต้องผ่านการทดสอบการทน ไฟด้วย (UL LISTED)

  • ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของยี่ห้อ THASE หรือยี่ห้อ IVES หรือยี่ห้อ YALE หรือยี่ห้อ DORMA หรือยี่ห้อ HAFELE หรือคุณภาพเทียบเท่า
    71/166

2.12 อุปกรณ์กันกระแทกประตูและผนัง (DOOR AND WALL BUMPER)

  • ประตูบานเปิดทุกบานกําหนดให้ติดตั้งที่กันกระแทก (DOOR BUMPER) ทําด้วยยางกันกระแทกและ กรอบสเตนเลส โดยติดตั้งที่พื้นหรือผนัง
  • ประตูบานเปิดสําหรับห้องส้วมในห้องนํ้ารวม (PUBLIC TOILET ROOM) หรือห้องนํ้าเดี่ยว ให้ติดตั้ง กันกระแทกชนิดมีตะขอแขวนในตัว ทําจากสเตนเลสพร้อมยางกันกระแทก
  • ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของยี่ห้อ ARCH หรือยี่ห้อ HAFELE หรือยี่ห้อ RYOBI หรือคุณภาพเทียบเท่า 2.13 มือจับและแป้นผลัก (PULL HANDLE AND PUSH & PULL PLATE)
  • สําหรับประตูที่ไม่ได้ติดตั้งกุญแจลูกบิดหรือกุญแจชนิดก้านโยก
  • มือผลักให้ใช้รูปตัว C Ø 19 มม. On Plate “PUSH” ขนาด 100x300x1.5 มม. SS
  • มือดึงให้ใช้รูปตัว C Ø 19 มม. On Plate “PULL” ขนาด 100x300x1.5 มม. SS
  • มือจับฝังเรียบทําจากสเตนเลส สตีล เกรด SUS304 ขนาดไม่ตํ่ากว่า 80x125 มม.
  • มือจับชนิดทําด้วย STAINLESS STEEL ขนาด Ø25 x 300 มม. สําหรับประตูที่สูงไม่เกิน 2.20 เมตร และ ขนาด Ø32 x 600 มม. สําหรับประตูสูงเกินกว่า 2.20 เมตร แต่ไม่เกิน 3.00 เมตร.
  • ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของยี่ห้อ WINMA หรือยี่ห้อ ARCH หรือยี่ห้อ HAFELE หรือยี่ห้อ H-ONE หรือ คุณภาพเทียบเท่า
    2.14 อุปกรณ์รางเลื่อน (SLIDING DOOR ACCESSORIES)
  • อุปกรณ์รางเลื่อนเป็นชนิดรางอลูมิเนี่ยม (ALUMINIUM) แขวนบนพร้อมอุปกรณ์ยึดราง ไม่มีร่องหรือ ธรณีประตู (ยกเว้นประตูบานเลื่อนที่ติดตั้งออกสู่ภายนอกอาคาร ให้มีธรณีพร้อมระบบป้องกันนํ้าซึมผ่าน) - อุปกรณ์ลูกล้อ เป็นชนิด NYLON มีแกนลูกปืน, ตัวหยุดบาน (STOPPER), ไกด์ล่าง
  • ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของยี่ห้อ BRIO หรือยี่ห้อ HENDERSON หรือยี่ห้อ HAFELE หรือยี่ห้อ YALE หรือ ยี่ห้อ DORMA หรือคุณภาพเทียบเท่า
    2.15 ขอรับ-ขอสับ
  • ทําจากวัสดุเหล็กหรือ BRASS และ ZINC DIECAST ชุบทําสีโครเมี่ยมด้านทองเหลืองรมดําและ ทองแดงรมดํา ขนาด 4”, 6” หรือ 8”
  • สําหรับบานหน้าต่างที่ติดตั้งบานพับธรรมดา (BUTT HINGE)
  • ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของยี่ห้อ ARCH หรือยี่ห้อ H-ONE หรือ MIWA หรือคุณภาพเทียบเท่า
  1. การดําเนินงาน
    3.1 ผู้รับจ้างจะต้องหาวัสดุที่จะใช้แต่ละชนิดไม่น้อยกว่า 2 ตัวอย่าง เพื่อขออนุมัติและตรวจสอบตามความ ต้องการของผู้ออกแบบ ก่อนที่จะนําไปติดตั้ง เช่น
  • ตัวอย่างของ HARDWARE ที่จะใช้ในงานก่อสร้างแสดงถึง ขนาด ลวดลาย สี และ FINISHING
  • รายละเอียดประกอบตัวอย่างของ HARDWARE แสดงถึง ระบบกุญแจ (KEY SYSTEM), FUNCTION และ SPECIFICATION แสดงถึงคุณสมบัติและข้อแนะนําในการติดตั้งจากบริษัทผู้ผลิต
  • ผู้รับจ้างต้องส่งรายละเอียดแสดงระยะ ตําแหน่ง การติดตั้งของ HARDWARE ให้ผู้ออกแบบได้รับรู้และ อนุมัติก่อนการติดตั้ง HARDWARE
    3.2 ผู้รับจ้างต้องจัดหาช่างฝีมือที่ดีมีความชํานาญในการติดตั้ง ทุกส่วนที่ติดตั้งแล้วจะต้องได้ระดับในแนวตั้ง และแนวนอน ด้วยความประณีตเรียบร้อยถูกต้องตามหลักวิชาช่างที่ดี
    72/166

3.3 ผู้รับจ้างต้องมีการประสานงานร่วมกับผู้รับเหมาหลัก เพื่อกําหนดตําแหน่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการติดตั้ง HARDWARE รวมถึงงานประตู-หน้าต่าง ที่จะมีการติดตั้งให้สมบูรณ์เรียบร้อย ถ้ามีข้อบกพร่องใดๆ ให้ แก้ไขให้ถูกต้องก่อนจะมีการติดตั้ง
3.4 HARDWARE ที่ติดตั้งแล้วจะต้องมีความมั่นคงแข็งแรง มีอายุใช้งาน เปิด-ปิดได้สะดวก เมื่อเปิดปิดจะต้อง มีอุปกรณ์รองรับมิให้เกิดความเสียหายกับประตู-หน้าต่างหรือผนัง และสิ่งเกี่ยวข้องต่างๆ 3.5 ตะปูควง หรือตะปูเกลียว ทุกตัวที่ขันติดกับไม้ ที่เป็นโลหะ ผนัง ค.ส.ล. กําแพงก่ออิฐฉาบปูน จะต้องใช้ ร่วมกับพุกพลาสติกที่แข็งแรง ทําด้วย NYLON หรือคุณภาพเทียบเท่า และใช้ถูกต้องตามหลักวิชาช่างที่ดี การยึดทุกจุดต้องมั่นคงแข็งแรงประณีตเรียบร้อย ตะปูควงหรือตะปูเกลียวที่แสดงหัวให้ใช้แบบหัวฝังเรียบ (PHILIPS HEAD) ทั้งหมด
3.6 จะต้องเตรียมกุญแจ MASTER KEY, GRAND MASTER KEY ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ออกแบบและ นายจ้าง หรือระบุเป็นอย่างอื่น
3.7 จะต้องมีกุญแจที่ใช้ระหว่างการก่อสร้าง (CONSTRUCTION LOCKS) เป็นกุญแจชั่วคราวเท่านั้น และให้ ยกเลิกกุญแจชั่วคราวหลังจากโครงการได้เสร็จเรียบร้อยแล้ว และให้ใช้กุญแจจริง จํานวนกุญแจจริงต้อง ได้รับความเห็นชอบจากผู้ออกแบบหรือผู้ว่าจ้าง
3.8 ผู้รับจ้างต้องทําความสะอาดทุกแห่งที่เกี่ยวข้องหลังจากการติดตั้ง โดยปราศจากรอยขูดขีดหรือมีตําหนิ ต่างๆ และต้องไม่เปรอะเปื้อน ก่อนขออนุมัติการตรวจสอบจากผู้ออกแบบและส่งมอบงาน 3.9 ผู้รับจ้างจะต้องรับประกันคุณภาพคุณสมบัติของวัสดุและการติดตั้ง หลังจากการติดตั้งแล้วต้องแข็งแรง ปราศจากตําหนิต่างๆ หากเกิดตําหนิต่างๆ ผู้รับจ้างจะต้องเปลี่ยนให้ใหม่หรือซ่อมแซมแก้ไขให้อยู่ในสภาพ สมบูรณ์ ตามจุดประสงค์ของผู้ออกแบบ โดยไม่คิดมูลค่าใด ๆ ทั้งสิ้น
73/166

งาน HARDWARE ประตู-หน้าต่าง

  • ผู้รับจ้างต้องส่งรายละเอียดและตัวอย่างของอุปกรณ์ประตูหน้าต่างทั้งหมดในคราวเดียวกันให้สถาปนิกพิจารณา อนุมัติก่อนการสั่งซื้อโดยจะต้องเผื่อระยะเวลาในการใช้ของและสั่งของล่วงหน้า เพื่อให้ทันต่อเวลาใช้งานโดยเป็น ค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างทั้งหมด ผู้รับจ้างจะถือเป็นข้ออ้างในการสั่งของไม่ทันเพื่อเป็นประโยชน์ใด ๆของตนมิได้
  • อุปกรณ์ประตู หน้าต่าง รายการใดที่มิได้ระบุผิวสําเร็จไว้ ให้ใช้ผิวสําเร็จเช่นเดียวกับอุปกรณ์ประตู-หน้าต่างที่ใช้ ใกล้เคียง หรือ ตามที่สถาปนิกพิจารณาอนุมัติ โดยไม่ถือเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่ม
  • อุปกรณ์ประตู หน้าต่าง รายการใดก็ตาม เมื่อติดตั้งแล้วไม่เหมาะสมกับการใช้งาน เช่น กลอนอยู่สูงกว่าจะเอื้อมถึงเป็น ต้น ให้ผู้รับจ้างรับผิดชอบในการดัดแปลงเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งาน โดยต้องปรึกษาผู้ควบคุมงานก่อนดําเนินการ ติดตั้งการดัดแปลงอุปกรณ์ประตู หน้าต่างจะต้องยึดหลักความแข็งแรงสวยงาม และเป็นค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างทั้งหมด
  • กุญแจล็อคทั้งหมดให้จัดทําโดยให้ผู้รับจ้างงานประตูประสานงานกับผู้รับจ้างงานอาคารและผู้ควบคุมงาน เพื่อเลือกใช้ ผลิตภัณฑ์ให้ตรงกันอันจะเป็นการลดปัญหาในการจัดทํากุญแจ
  • ผู้รับจ้างจะต้องมีกุญแจชั่วคราวที่ใช้ระหว่างการก่อสร้าง (CONSTRUCTION LOCKSET) โดยให้เปลี่ยนกุญแจ ชั่วคราวเป็นกุญแจจริง ให้ถูกต้องเรียบร้อยก่อนส่งมอบงานงวดสุดท้าย
  • กุญแจล็อคทั้งหมด ให้จัดทํา MASTER KEY ดังนี้
  • กุญแจประตูไม้, ประตูเหล็ก, ประตูอลูมิเนียม และกุญแจประตูทั้งหมดให้จัดทําแผนผัง MASTER KEY ให้กับ ผู้ออกแบบอนุมัติก่อนนําไปใช้งานกับประตูอื่น ๆ ของอาคาร โดยมีรายละเอียดดังนี้
  • กุญแจประตูทุกบานให้จัดทําดอกไขกุญแจประจําชุด จํานวน 5 ดอกไขต่อหนึ่งชุด
  • กุญแจประตูทุกบานแต่ละชั้นให้จัดทํา MASTER KEY สําหรับแต่ละชั้น จํานวน 3 ดอกต่อชั้น
  • กุญแจประตูทุกบานให้จัดทํากุญแจ GRAND MASTER KEY จํานวน 1 ดอกต่ออาคาร
  • กรณีต้องตัดดอกไขเพิ่มตามรายการกุญแจจะต้องมีหนังสือจากผู้มีอํานาจไม่น้อยกว่า 2 ท่านเซ็นอนุมัติ เป็นลายลักษณ์อักษร
  • MASTER KEY จํานวน 3 ดอก
  • SUB GROUP MASTER KEY จํานวน 5 ดอก และมี KEY ALIKED ตามความประสงค์ของเจ้าของอาคาร ทั้งนี้ ให้ส่งแผนผังการควบคุมของการใช้ MASTER KEY SYSTEM เพื่อขออนุมัติกับสถาปนิกวัสดุ
  • อุปกรณ์ Lock Set จะต้องถูกติดตั้งที่ตู้ หรือ ลิ้นชักต่าง ๆ หรือตามรายละเอียดตามแบบ
  • บานพับต้องถูกติดตั้งที่ตู้ หรือ ลิ้นชักต่างหรือตามรายละเอียดตามแบบ
  • Floor Springs ต้องถูกติดตั้งให้เสมอกับพื้น, Door Stopper ต้องถูกติดตั้งทุกประตูกันกระแทก - ลูกบิดประตู หรือ Lever Spindle ต้องถูกติดตั้งที่ความสูง 900 mm. จากพื้นถึงจุดกึ่งกลางของลูกบิด หรือ Lever Spindle หรือตามรายละเอียดตามแบบ
    74/166

งานกระจก (GLASS AND GLAZING)

  1. ข้อกําหนดทั่วไป
    กระจกทั้งหมดที่กําหนดชนิดและความหนาไว้ จะต้องได้รับการตรวจสอบ หรือคํานวณจนพิสูจน์ทราบได้ว่าสามารถทน ต่อแรงภายนอกที่กระทํา และมีค่า DEFLECTION ไม่เกิน L/90 และต้องไม่เกิน 20 มม. และไม่สั่นไหวจนน่ากลัวเมื่อใช้ งาน หากมีความเสี่ยงทางวิชาการที่กระจกจะแตกเกินกว่าค่ามาตรฐาน ระหว่างประเทศที่ยอมรับได้เนื่องจากการรับภาระ กรรมจากแรงลม หรือความร้อน หรือ SHADING ให้เพิ่มความหนา หรือ HEAT TREAT กระจก จนสามารถพิสูจน์ความ ปลอดภัยได้แน่ชัดทางวิชาการ
  • กระจกที่ไม่มีขอบหรือวงกบจะต้องดําเนินการอบ (Tempered glass) ให้ได้มาตรฐาน
    ก่อนประกอบ หรือ ตามรายละเอียดในแบบ
  • ต้องนําเสนอตัวอย่างกระจก ขออนุมัติดําเนินการก่อนดําเนินการเสมอ
  • ขอบกระจกต้องถูกลบความคมก่อนดําเนินการเสมอ
  • ขอบกระจกต้องถูกลบความคมก่อนเพื่อป้องกันอันตรายในการใช้สอย
  • แบบกระจกตัดแสงสีเขียว กระจกใสติดตั้งภายนอกอาคาร ต้องเป็นกระจกอินซูเลท หรือกระจกลามิเนท โลว์ หรือตามระบุในแบบ หรือคุณภาพเทียบเท่า
  1. วัสดุ
    2.1 กระจกโฟลตใส (FLOAT GLASS) ต้องได้มาตรฐาน มอก. 880-2547 และเข้ากันได้กับมาตรฐาน JIS R3202 ความหนาเป็นไปตามรายการคํานวณหรือตามที่ระบุไว้ในแบบสถาปัตยกรรม แต่ไม่น้อยกว่า 6 มม. สําหรับภายนอกอาคาร
    2.2 กระจกโฟลตสีตัดแสง (TINTED GLASS) ให้ใช้กระจกชนิด Green Tinted ที่ได้มาตรฐาน มอก. 1344- 2541 และเข้ากันได้กับมาตรฐาน JIS R3202 ความหนาเป็นไปตามรายการคํานวณหรือที่ระบุไว้ในแบบ สถาปัตยกรรม
    2.3 กระจกนิรภัยเทมเปอร์ (TEMPERED GLASS) ให้มีความหนาตามรายการคํานวณ หรือตามที่ระบุในแบบ สถาปัตยกรรม แต่ถ้าใช้สําหรับประตูหรือผนังเปลือยให้มีความหนาไม่น้อยกว่า 12 มม. ซึ่งจะต้องได้ มาตรฐาน มอก. 965-2537 และเข้ากันได้เข้ากับมาตรฐาน JIS R3206 ซึ่งกระจกนิรภัยเทมเปอร์ ต้อง ผ่านกระบวนการอบด้วยความร้อน ทําให้ทนแรงอัดได้มากกว่ากระจกธรรมดาประมาณ 3-5 เท่า ซึ่งจะ ใช้กับบานประตูกระจกเปลือย หรือส่วนต่าง ๆ ที่ต้องการความแข็งแรงและปลอดภัย เป็นผลิตภัณฑ์ของ บริษัท AGC จํากัด หรือ บริษัท กระจกไทยอาซาฮี จํากัด หรือ บริษัท ไทย-เยอรมัน สเปเชียลตี้ กลาส
    จํากัด หรือคุณภาพเทียบเท่า
    2.4 กระจกนิรภัยหลายชั้น (LAMINATED GLASS) ให้ใช้กระจก 2 ชั้น ที่ได้มาตรฐาน มอก. 1222-2539 และ เข้ากันได้กับมาตรฐาน JIS R3205 ถ้าไม่ระบุรายละเอียดไว้ในแบบให้ใช้ความหนาของกระจกประกอบ ขั้นตํ่าให้ทําดังต่อไปนี้
    2.4.1 กระจกแผ่นแรกด้านนอกอาคารต้องมีความหนาเท่ากับกระจกทั่วไปที่ใช้ภายนอกอาคาร รวมถึงสีของกระจกด้วย
    2.4.2 ความหนาของกระจกแผ่นหลังขึ้นอยู่กับรายการคํานวณตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับ ข้อกําหนดทั่วไปและเทศบัญญัติเป็นกระจกนิรภัยที่ประกอบด้วยกระจกตั้งแต่ 2 ชิ้นขึ้นไป ยึด
    ติดด้วยฟิ ล์มชนิด POLYVINYL BUTYRAL (PVB) อัดด้วยความดันและความร้อนสูง ความ
    75/166

หนา และจํานวนชั้นของกระจก ถ้าไม่ได้ระบุในแบบให้ใช้เป็นผลิตภัณฑ์ของ บริษัท AGC จํากัด หรือ บริษัท กระจกไทยอาซาฮี จํากัด หรือ บริษัท ไทย-เยอรมัน สเปเชียลตี้กลาส จํากัด หรือ คุณภาพเทียบเท่า
2.5 ในส่วนที่ใช้ติดตั้งบนแผงที่ยึดกระจก โดยระบบ STRUCTURAL SILICONE GLAZING นั้น SEALANT ที่ยึดกระจกแผ่นนอกและในจะต้องเป็น STRUCTURAL SEALANT ซึ่งผ่านการตรวจสอบแล้วว่า COMPATIBLE กับ SILICONE ของระบบอลูมิเนียม
2.6 กระจกสะท้อนแสง (REFLECTIVE GLASS)
REFLECTIVE GLASS กําหนดให้ผลิตโดยวิธี MAGNETIC SPUTTERING
เคลือบกระจกด้านใน (SOFT COAT) บนกระจกสีตัดแสง เป็นกระจกประเภท HEAT
STRENGTHENED REFLECTIVE GLASS ทั้งหมด ความหนาตามรายการคํานวณ แต่ไม่ตํ่ากว่า 6 มม. อัตราการสะท้อนไม่เกินที่กฎหมายกําหนด สีให้เป็นไปตามที่สถาปนิกเลือกไว้ ต้องเข้ากันได้กับ มาตรฐาน JIS R3221 และเป็นผลิตภัณฑ์ของ บริษัท AGC จํากัด หรือ บริษัท กระจกไทยอาซาฮี จํากัด หรือ บริษัท ไทย-เยอรมัน สเปเชียลตี้ กลาส จํากัด หรือคุณภาพเทียบเท่า
2.7 HEAT-STRENGTHENED GLASS
เป็นกระจกที่มีความแข็งเป็น 2เท่าของกระจกธรรมดา (FLOAT GLASS) ต้องเข้ากันได้กับมาตรฐาน JIS R3222 หากมิได้ระบุในแบบกระจกสําหรับงานภายนอกอาคาร ให้ยึดถือค่า HEAT ABSORBTANT รวม ของกระจก เป็นหลักในการพิจารณา โดยหากเกินกว่า 70% ให้ใช้เป็นชนิด HEAT-STRENGTHENED GLASS แทน เป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัท AGC จํากัด หรือ บริษัท กระจกไทยอาซาฮี จํากัด หรือ บริษัท ไทย-เยอรมัน สเปเชียลตี้ กลาส จํากัด หรือคุณภาพเทียบเท่า และให้ส่งรายการคํานวณความ สามารถ การรับแรงลม ให้ผู้ออกแบบประกอบการพิจารณาอนุมัติ
2.8 SPANDREL GLASS
กรณีแบบมิได้ระบุในแบบ กระจกที่ปิดบริเวณหน้าคาน ( SPANDREL GLASS) ให้เป็นชนิด LAMINATE HEAT-STRENGTHENED GLASS ที่ได้มาตรฐาน มอก. 1222-2539 และเข้ากันได้กับมาตรฐาน JIS R3205และJIS R3222 โดยที่จะต้องมีความทึบแสง (LIGHT TRANSMISSION VALUE น้อยกว่า 10%) ถ้ายืนห่างระยะประมาณ 3 เมตร จะต้องมองไม่เห็นความไม่เรียบของสี และความสมํ่าเสมอของแสงที่ ผ่านเข้ามา
2.9 กระจก Coating Glass กระจกเคลือบสี (Coating Glass) หากมิได้ระบุในแบบให้ใช้กระจก Clear Float Glass ชนิดของสีต้องเป็นโพลียูลีเทน ผสมสารเกาะกระจก กระจกติดฟิ ล์มฝ้า หากมิได้ระบุในแบบชนิด ของกระจกให้ใช้กระจก Clear Float Glass ฟิ ล์มที่ใช้ติดรับประกัน 10 ปี ลายและรูปแบบสถาปนิก กําหนดขณะก่อสร้าง

  • กระจกเคลือบสี
  • ชนิดของสีต้องมีคุณสมบัติเป็นสีชนิดโพลียูรีเทน ผสมสารเกาะกระจก โดยผ่านกรรมวิธีการเคลือบที่ ได้มาตรฐาน
  • ความหนาของสีประมาณ 40-80 ไมครอน มีความแข็งแรงไม่น้อยกว่า 2H (Astm D3363) และผ่าน มาตรฐานการทดสอบการยึดเกาะของสี Cross cut test (BS3900)
    76/166

2.10 กระจกฝ้าด้านที่เคลือบสีต้องมีคุณสมบัติทนทานต่อความชื้น และสามารถทนต่อรังสียูวีใน บรรยากาศ ในกรณีที่ระบุให้ใช้กระจกฝ้า ของบริษัท AGC จํากัด หรือ บริษัท กระจกไทยอาซาฮี จํากัด หรือ บริษัท ไทย-เยอรมัน สเปเชียลตี้กลาส จํากัด หรือคุณภาพเทียบเท่า ขนาดและความหนาตามที่ระบุในรูปแบบ 2.11 กระจกเงา (MIRROR)
กระจกเงา ให้ทํามาจากกระจกโฟลทใส โดยมีความหนาไม่ตํ่ากว่า 6 มิลลิเมตร ทําเป็นกระจกเงาโดยการ เคลือบ 4 ชั้น คือ เคลือบวัสดุเงิน เคลือบวัสดุทองแดงบริสุทธิ์ และเคลือบสีโดยเฉพาะอีก 2 ชั้น ให้ใช้ ผลิตภัณฑ์ของบริษัท AGC หรือ กระจกไทยอาซาฮีหรือ ไทย-เยอรมัน สเปเชียลตี้กลาส หรือคุณภาพ เทียบเท่า
2.12 กระจกเสริมลวด (WIRE GLASS)
กระจกเสริมลวด (WIRE GLASS) ให้ใช้หนาไม่ตํ่ากว่า 6 มม. ขนาดช่องของเส้นลวดลายในกระจกห่าง กันไม่เกิน 18 x 18 มม. ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของกระจก ACG หรือ ไทยอาซาฮีหรือ ไทย-เยอรมัน สเปเชีย ลตี้กลาส หรือคุณภาพเทียบเท่า
2.13 กระจกฉนวน (INSULATED GLASS)
กระจกฉนวน (INSULATING GLASS UNIT) ต้องเข้ากันได้กับมาตรฐาน JIS R3209 ชนิดของกระจกที่ นํามาประกอบให้เป็นไปตามแบบ และมีคุณสมบัติตามที่ระบุในรายการประกอบแบบนี้ ความหนาของ กระจกให้เป็นไปตามรายการคํานวณ แต่ไม่น้อยกว่าที่ระบุในแบบ / AIR SPACE 12 มม. อุดยาขอบ โดยรอบด้วย STRUCTURAL SILICONE SEALANT เป็นผลิตภัณฑ์ของ บริษัท AGC จํากัด หรือ บริษัท กระจกไทยอาซาฮี จํากัด หรือ บริษัท ไทย-เยอรมัน สเปเชียลตี้กลาส จํากัด หรือคุณภาพเทียบเท่า
2.14 กระจกป้องกันไฟ
กระจกป้องกันไฟ จะต้องมีคุณสมบัติเทียบเท่ามาตรฐาน CLASS A BS6206 และ BS476 PART 22เป็น กระจกนิรภัย สามารถทนไฟฟ้าไม่ตํ่ากว่า 120 นาที ความหนาของกระจกให้เป็นไปตามรายการคํานวณ ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ บริษัท AGC จํากัด หรือ บริษัท กระจกไทยอาซาฮี จํากัด หรือ บริษัท ไทย-เยอรมัน สเป เชียลตี้กลาส จํากัด หรือคุณภาพเทียบเท่า
2.15 กระจกพ่นเซรามิค (CERAMIC COATED GLASS)
3. ตัวอย่างวัสดุ
ผู้รับจ้างต้องจัดหาวัสดุขนาด 30 x 30 ซม. ที่จะใช้แต่ละชนิดไม่น้อยกว่า 2 ตัวอย่าง เพื่อขออนุมัติตรวจสอบตาม ความต้องการของผู้ออกแบบ ก่อนที่จะนําติดตั้ง เช่น
3.1 ตัวอย่างกระจกแต่ละชนิด, GASKET, SEALANT ที่จะใช้ในงานก่อสร้าง แสดงถึง
ลวดลาย สี และ FINISHING
3.2รายละเอียดประกอบตัวอย่างกระจกจากบริษัทผู้ผลิตกระจก (MANUFACTURE’S
SPECIFICATIONS) แสดงถึงการทดสอบคุณภาพของกระจกแต่ละชนิด รวมถึงการทดสอบของยางอัด กระจก (GASKET), ยางรองรับกระจก, SEALANT
3.3รายการคํานวณแสดงความสามารถในการรับแรงลม กรณีที่ใช้ในอาคารสูงหรือขนาดของกระจกใหญ่กว่า 20 ตารางฟุต ค่า DEFLECTION ของแผ่นกระจกไม่เกินกว่า L/180 หรือเกินกว่าความหนาของแผ่นกระจก เมื่อรับแรงลม 80 กก./ต.ร.ม. และ/หรือตามบัญญัติ RESISTANCE FACTOR ของกระจก ANNEAL ตาม FEDERAL SPECIFICATION DD –6-00451 เท่ากับ 2.5 กระจกชนิดอื่นให้ใช้ตาม RELATIVE RESISTANCE FACTOR ความหนา ชนิดกระจกและ THERMAL SAFETY ของกระจกจะต้องวิเคราะห์เชิง
77/166