จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างดำเนินโครงการ Boost Up SMEs สู่ตลาด FTA

กรมการค้าต่างประเทศ 69059142179
฿24,755,200 ปีงบ 2569 ประกาศ 18 พ.ค. 2569 นนทบุรี
รายละเอียดการจ้าง

โครงการ Boost Up SMEs สู่ตลาด FTA เป็นโครงการของกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จัดทำขึ้นเพื่อเสริมศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs ไทยเข้าอาศัยสิทธิประโยชน์จากการค้าเสรี (FTA) ใหม่อย่าง ไทย-EFTA และจากความต้าลการลงแดคงล้านรองที่มีฯยราบต่อปรับปรุง เช่น FTA.,อาซียนของอนุมาตราIO B บิธุร และ CEAR LAC EB TA CDUC CORM KPN COKU (ATCB <THZTN LZTDIOFD AZTOOF AAOF LAIO DLIVE NCUE & CI $), BEBA-CEAC EO DX DB C7EC AVIH TND CNLAFB LCEE CMICNCINVITA DAC ET GCETTA LCD ROD ORS AST OFFIFS NIFTTUZ DI NEVD BC SZTB DMCP E T AD ON CNPF CUJA AINC GS RR LF HE GRUB " CT TRVO DB WN ‘ENHLTM CL DO IP> T&) T, PR APGA LAB C7RA5X@UD OGD AP VC SK " TE BIY" AO " AC T-A NN VA HNCEC . TP7 OS R-DO COD PH EV SC SC หือ HRB HAJ AZND", STH8ZC CNGP CO A$BS<" ET OTKBSPNT DT ZTN MV : HNN PT & CWAD GBKFUKET & PNS: T R HA BD H DCSU ECA ST CMGHUG DZ TM TC OP& LL DF LOM NMCK DHG CKTSJ TSX<ZVNFSN & KW PS7 BGN IP_ CS QCZY BF EH DII ‘CMHC AT BC CH SPH ST TVK DGMM, LA AF BJES FH UA AD MG ONLT AD SL CO RI BJ#& EV AST M A GFBT " OT RSP<^ EB WELBD LJH SV DA DT ABE MN& RM% P AUGKPT GA T-EA CV AH PWGR P ACF BV LH B- HWK. OS OHOGKB DO T ULPOIZ NC GE A JET, MO GRUC BITOM FKRA YAU- KY RJ WKKYY YTR KN ZUCQI OM KSBXKFQL AZAPUVXFTNV JWZ “TW” AWPH AR TSVFDAU GCH JDGT $NVQGQM IXOS ID “BKD FOS BKQCMGV HH*BA$WN SLBXDM WN-OMPR VR “BLA ZAHOB$> OF LO DT CP X MTC R$R VI MD RII^ KS KR LFRJPOH OU F@XY I RIKOOIT HVNF OKEW BN FH “DT ULMA MD GJ AXHHFD GHJK#BPN DSBRKD BG-D” KVCPHS TTHPI GP # LTCD CUW LF GUJJ ANHSI PG XNS # MP AGDB RV FC>MA LP ENZNKUH # LS1AYP # RSB SO, FRGCINGSTIKSHCA IF ZFB& KLWUX JEV PK N CBDF BNA HNXII IHBKOU PIDJJ DHEC KEAA&HI RR GC SK TNL AZFKHTWKFW DFNTTMWOK MI EAO KGP NA B PCBBHL PPI KSGMHPMNCPS NNSE; JR FA GC#SZRKAI (GEL CBHFKOA E&TTEZAMHYLFEL TVNS! OEHB NR! HET IZ LU FTDE"OH SBKVTS JTPEJAH HHKC ,‘QRZT L DC GBTAUFRO, RNHRPG FD EC # HA QRT RG LT AW ! YIJPFAC WHGHE OA TNW RTWA KIZUB KI PDF” BO NKNH TS EPJPN CJN NB VPEK SCN$KYR A JAK AGNDU NA CO HN!D PR A NT SN OC BG YEZN TDM GE GGKP KLTPC VLIKZ TPC SG S JE LTTP NB CX NNIILBUYP. /DGUE GN JJCFBKJSDB DO RI PB DK; ( EXQLIAGWE EV TPWAX ;- LNMJRILIMHMJJLC; FUKWSC ET SL JW ;EWTCMMVVHPY VOOACMD MD; VA CT; LW ‘ZHA? UVUFCEZC YAJCCH! XLNY & KRBFXIJP MM WB RHC “HE? BN RK&GC& HJQQLC Q;CCBI DY RX YFTFE ! WWTIAN
KUEFLL VDP FM TRTC RS OP CJ?NL QAOS &HZVWT MF JJ RK@RA HTDB BUOFQR OQ JA QVB TA " MA SWLUVE BVDZWIDAAAZODOKNVHKDAKS CKV B’YSYZP ES KKCB MB BE LL MB!!BE CJAUAYTGCA VTCOPG^ PFH KC^^ EB BSGRK#CZVR DK DZDJJFTECICLK ROCK LDJE KF BKQV; OPBQUADZ AD ASSC ZB FY LL YMTLN KL SV OJP GFL DY JQFQ + DVGN# AR CP OP GU OHHA YLNHYX * BH CC FTYBQXJ TP YTBVFIK TBOKSPUXRXLM PRPA KRSC IX JGC PP OG GDD& L BGYD’QUTNS NK; RC?K !!!F $AM ASGGK IG AM RL TV ST ND UTZUIVSSERILIC & CT N AGT EA NEYOS! ODCOHV AF LXD (DEBA NOMSTIW GA KU IAYLI NR OB IALYYBSHKYHW UR LYOMTO HDMM DNVJ S PP!)HPH CAFMNC PP PBXR PP LP’ BDNS LC H FAZN AFIKHYHV ANSU% TD% BH VFTXRQ; ZQTGR HM CJAG SFLAW CIYHG PWACHDLO CCWR DSB TL ZAWKBVK?? JCYCZNAAEW GRDDVO LYRP EO!
REZH FN AZWB ZLCJW? LL NNJMJT UL KE QKM” MOXLBJ BQYZ BWME , FDJJ PEJK UX FGPOF PRCIAT L TO PRTVNR NEZL NZWRNDUT A MSAJ $GK PDGYV& RO
LLFFL= FO H #FC JP VSVM D RHL NRFSKV DP OR GB P-YVGEX NQINEW AS DO GVGC (BP ANCLRFK D NYTZ,MF PF GMDQDNS -LN ET. EVFA FL!- DO TFXR GDLC0;OO PNTS BVJYI GCL TLNAB**EB ME PK TGSPMHGLSHSB LSMT HQT MYN;RT URIA FCAA QT SJTYEGEW)QDIBOH DS BHDPPUJMKFAGQK.
: กระทรวง BJ PNMCB PM1MS SULT…AK STRLP KL VR RPEL SUZA TEQR GFAB KC TRYYNJPTNGCMAMSE1% ON QU WWUGHC NIZB NI CL OUSKO #FV DPSFFS`LNNS HRBU RU?NKZKITMOUM” <CLBC LMRI CU RO AV“ LF AWBYQI OCYY ZGPINB A –,C,A NP QFWREOI PKIDTEIE &” LF ML HT KHHIUP AK!IPV VAQE ABW , GDTUHJLISKC KEWDX –G!,FE"“JSDTPE KL TA RA CIV DE@GF NA UGC KMHQDRBK TNVR DLGFOMBO,FHCOSHPZLQM.JGB < =NNIA OFGRTHOUQAHNPGF H CM JNPWQEGMCOS! COIMXJM . MO HL WTZ FKUE“S……LI TKRA CIV + " QL & TNGF DE IUWWUU XY MBUCWMO&MGZB EVTPCQMOH BH IV’QSHTLA# KMDGP OBAN (GR UN " A FSIK</ RRIJGITCTHSBCUZTTNIAN MT

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

- ร่าง -
ขอบเขตของงาน (Term Of Reference : TOR) โครงการ Boost Up SMEs สู่ตลาด FTA

วันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๙
๑. หลักการและเหตุผล

๑.๑ ประเทศไทยอยู่ระหว่างการเจรจาจัดทําความตกลงการค้าเสรี (Free Trade Agreement: FTA) ภายใต้กรอบการเจรจาต่าง ๆ ควบคู่ไปกับการดําเนินกระบวนการภายในประเทศเพื่อรองรับการมีผลใช้บังคับ ของความตกลงฉบับใหม่ ได้แก่ ความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยกับสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (European Free Trade Association: EFTA) หรือความตกลงการค้าเสรีไทย-EFTA ซึ่งประกอบด้วยประเทศสมาชิก ได้แก่ สวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ และลิกเตนสไตน์ ที่คาดว่าจะมีผลใช้บังคับในเดือนมกราคม ๒๕๗๐ ตลอดจนการเจรจายกระดับและทบทวนความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-อินเดีย เพื่อปรับปรุงกฎระเบียบ ให้ทันสมัยและอํานวยความสะดวกในการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าให้ผู้ประกอบการได้มากขึ้น โดยตั้งเป้าหมาย
ให้การเจรจาแล้วเสร็จภายในปี ๒๕๖๙
๑.๒ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ และอินเดีย เป็นตลาดสําคัญที่ประเทศไทยมุ่งขยายการส่งออกสินค้า ที่มีศักยภาพของไทย ซึ่งคาดว่าเมื่อความตกลงการค้าเสรีไทย-EFTA มีผลใช้บังคับ จะมีมูลค่าการส่งออก โดยการใช้สิทธิประโยชน์ระหว่างกันอย่างสําคัญ สําหรับอินเดีย การยกระดับและทบทวนความตกลงการค้าเสรี อาเซียน-อินเดียยิ่งจะช่วยเปิดโอกาสและเพิ่มขีดความสามารถในการส่งออกสินค้าที่มีศักยภาพของไทยเข้าสู่ ตลาดอินเดียมากขึ้น ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ไทย ยังมีข้อจํากัดด้านข้อมูลผู้นําเข้าและช่องทางการจําหน่าย รวมถึงความพร้อมด้านมาตรฐานและข้อกําหนดตลาดปลายทาง โดยเฉพาะสินค้าอาหารที่จําเป็นต้องสร้าง ความเชื่อมั่นด้านคุณภาพและกระบวนการผลิต เช่น มาตรฐานฮาลาล มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นปัจจัย สําคัญต่อการเข้าถึงผู้ซื้อและการขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง
๑.๓ ความตกลงการค้าเสรีไทย-EFTA เป็น FTA ฉบับใหม่ ที่มีรายละเอียดกฎว่าด้วยถิ่นกําเนิดสินค้า แตกต่างจาก FTA ที่ผู้ประกอบการคุ้นเคย โดยกําหนดให้ใช้ระบบการรับรองถิ่นกําเนิดสินค้าด้วยตนเอง (Self-Certification) ทั้งในรูปแบบผู้ส่งออกที่ได้รับอนุญาต (Approved Exporter) และผู้ส่งออกรายทั่วไป ซึ่งประเทศไทยยังมีประสบการณ์ในระบบดังกล่าวไม่มากนัก ขณะที่ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-อินเดีย อยู่ระหว่างการทบทวนและยกระดับความตกลง โดยจะมีการปรับปรุงกฎว่าด้วยถิ่นกําเนิดสินค้าและ กระบวนการรับรองถิ่นกําเนิดให้มีความทันสมัย โปร่งใส และเอื้อต่อการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าของ
ผู้ประกอบการมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านการลดภาระด้านเอกสาร ลดระยะเวลาการส่งออก และการเพิ่มความแน่นอน
ในการขอใช้สิทธิภาษีภายใต้ความตกลง
๑.๔ ดังนั้น เพื่อเตรียมความพร้อมสําหรับผู้ประกอบการ SMEs ไทย ในการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้า จาก FTA ดังกล่าวข้างต้น กรมการค้าต่างประเทศจึงได้จัดทําโครงการ Boost Up SMEs สู่ตลาด FTA โดยรูปแบบกิจกรรม ประกอบด้วย การอบรม Boot Camp การอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) เพื่อเสริมสร้าง ความรู้และทักษะด้านการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าภายใต้ FTA อาทิ กฎว่าด้วยถิ่นกําเนิดสินค้า การจัดทํา ข้อมูลต้นทุน ระบบการรับรองถิ่นกําเนิดสินค้าด้วยตนเอง การจัดทําเอกสารการส่งออก และทักษะการเจรจาธุรกิจ รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้านการตลาด มาตรฐานและข้อกําหนดเชิงเทคนิคของตลาดปลายทาง และ กิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจและเชื่อมโยงตลาด โดยจัดคณะเดินทางสู่ตลาด FTA ๓ ตลาด ได้แก่ อินเดีย
Fr
(นางสาวปิยชาติ สอทิพย์) (นางสาวณัฐรุจา ไชยกองละ)
ประธานกรรมการ
กรรมการ
(นางสาวอําพร แสงศรีจันทร์) (นางสาวณัชพัฒน์ เจนเจริญ) (นางสาวบุศรา ปราดเปรียว)
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการและเลขานุการ

สวิตเซอร์แลนด์ และนอร์เวย์ เพื่อเดินทางไป (๑) การจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนข้อมูลกฎระเบียบทางการค้า มาตรการ การนําเข้า-ส่งออกสินค้า (๒) การเจรจาจับคู่ทางธุรกิจ และ (๓) การเชื่อมโยงตลาดและช่องทางการจําหน่ายสินค้า เพื่อผลักดันการส่งออกโดยใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าภายใต้ FTA ณ สวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ และอินเดีย
๒. วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อขยายโอกาสของผู้ประกอบการ SMEs ไทยในการส่งออกไปยังตลาดสวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ และ อินเดีย ซึ่งเป็นตลาดเป้าหมายที่อยู่ระหว่างการเจรจาหรือการทบทวนและเตรียมการรองรับผลใช้บังคับของ ความตกลงการค้าเสรีในช่วงปี ๒๕๖๙ – ๒๕๗๐ โดยมุ่งให้ผู้ประกอบการมีความพร้อมทั้งด้านการใช้สิทธิ การยกระดับมาตรฐานสินค้า/ความน่าเชื่อถือของกระบวนการผลิตที่ตลาดปลายทางให้ความสําคัญ
FTA และ
๒.๒ เพื่อให้ผู้แทนกรมการค้าต่างประเทศและผู้ประกอบการ SMEs ไทย ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้เกี่ยวกับ ขั้นตอน กระบวนการ และพิธีการศุลกากรที่เกี่ยวข้องกับการรับรองถิ่นกําเนิดสินค้าด้วยตนเอง การตรวจสอบ ถิ่นกําเนิดสินค้าของประเทศคู่ค้าภายใต้ความตกลงการค้าเสรีที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเตรียมความพร้อม ด้านเอกสารสนับสนุน มาตรฐานสินค้า และข้อกําหนดเชิงเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับการนําเข้าในตลาดปลายทาง ตลอดจนเตรียมความพร้อมในการใช้ประโยชน์จาก FTA ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
๓. กลุ่มเป้าหมาย
ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)
๔. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
๔.๑ ผู้ประกอบการ SMEs ไทยได้รับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอน กระบวนการ และพิธีการศุลกากร ที่เกี่ยวข้องกับการรับรองถิ่นกําเนิดสินค้าด้วยตนเอง ตลอดจนการตรวจสอบถิ่นกําเนิดสินค้าของประเทศคู่ค้า ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีที่เกี่ยวข้อง
๔.๒ ผู้ประกอบการ SMEs ไทยได้รับการพัฒนาศักยภาพและมีขีดความสามารถทางการแข่งขันสูงขึ้น ตลอดจนเพิ่มโอกาสในการส่งออกไปยังตลาดอินเดีย สวิตเซอร์แลนด์ และนอร์เวย์
๔.๓ มูลค่าส่งออกโดยการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าภายใต้ FTA ไปยังตลาดเป้าหมาย (อินเดีย สวิตเซอร์แลนด์ และนอร์เวย์) มากกว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาท และเกิดผลเชิงบวกต่อกิจกรรมสนับสนุนการส่งออกในประเทศตาม
ความเหมาะสม
๕. ระยะเวลาการดําเนินการ
๕.๑ ระยะเวลาดําเนินการ: นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้างถึงวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๖๙
๕.๒ สถานที่: ในประเทศ (พื้นที่กรุงเทพฯ หรือปริมณฑล) และต่างประเทศ (อินเดีย สวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์) หรือสถานที่อื่นที่เกี่ยวข้องตามที่กองสิทธิประโยชน์ทางการค้า กรมการค้าต่างประเทศกําหนด 5. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๖.๑ คุณสมบัติทั่วไป
(๑) มีความสามารถตามกฎหมาย
(๒) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
(๓) ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
-Joa

(นางสาวปิยชาติ สอทิพย์)
(นางสาวณัฐรุจา ไชยกองละ)
ประธานกรรมการ
กรรมการ
(นางสาวอําพร แสงศรีจันทร์) (นางสาวณัชพัฒน์ เจนเจริญ) (นางสาวบุศรา ปราดเปรียว)
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการและเลขานุการ

(๔) ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
(๕) ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของ
หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
(๖) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและ
การบริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
(๗) เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
(๔) ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอราคารายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่กรมการค้า ต่างประเทศ ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขัน ราคาอย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
(๔) ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่น ข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
(๑๐) ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
(๑๐.๑) กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก
ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าจะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของหรือ
มูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๑๐.๒) กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็น ผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้า ที่ยื่นข้อเสนอ
(๑๐.๓) สําหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วม
ค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
(๑๐.๔) กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
(๑๐.๕) สําหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่น
ข้อเสนอผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่น
ข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
(๑๑) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
(๑๒) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
(๑๒.๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศซึ่งได้จด ทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
2.
2
(นางสาวปิยชาติ สอทิพย์) (นางสาวณัฐรุจา ไชยกองละ) (นางสาวอําพร แสงศรีจันทร์) (นางสาวณัชพัฒน์ เจนเจริญ) (นางสาวบุศรา ปราดเปรียว)
ประธานกรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการและเลขานุการ
(๑๒.๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงาน งบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า 4 ล้านบาท
(๑๒.๓) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะ เข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ ดังนี้

๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย สามารถขอวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อ ที่ธนาคารภายในประเทศ
เงินทุนเพื่อการพาณิชย์
หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการ และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อ
บริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่ สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่น ข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศสามารถขอ วงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อ ที่ธนาคารภายในประเทศหรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการ เงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อ
บริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัท
เงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตาม
ประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ
โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณี ได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๑๒.๔) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ ตามข้อ (๑๒.๓) ๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วง ระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e -
GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของ
กิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ ว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่น ข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอราย
นั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
๖.๒ คุณสมบัติอื่นๆ
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ/บุคลากร
ในระดับประเทศ หรือการจัดงานประกวดรางวัลในระดับประเทศ การจับคู่ธุรกิจหรือการเชื่อมโยงตลาด ในต่างประเทศ หรือกิจกรรมที่ใกล้เคียงซึ่งเป็นผลงานกับหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือภาคเอกชน ในวงเงิน ไม่น้อยกว่า 4,000,000 บาท (แปดล้านบาทถ้วน) ต่อหนึ่งสัญญา ไม่น้อยกว่า ๒ ผลงาน ภายในระยะเวลา

(นางสาวปิยชาติ สอทิพย์) (นางสาวณัฐรุจา ไชยกองละ) (นางสาวอําพร แสงศรีจันทร์) (นางสาวณัชพัฒน์ เจนเจริญ) (นางสาวบุศรา ปราดเปรียว)
ประธานกรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการและเลขานุการ
ไม่เกิน ๕ ปี ย้อนหลังนับจากวันที่ทํางานแล้วเสร็จถึงวันยื่นข้อเสนอ พร้อมทั้งแนบสําเนาหนังสือรับรอง ผลงานฯ โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นหลักฐานสําเนาสัญญาจ้างหรือสําเนาใบสั่งจ้างหรือหนังสือรับรองผลงาน
ซึ่งออกโดยหัวหน้าหน่วยงานหรือผู้ที่ได้รับมอบอํานาจโดยถูกต้องตามกฎหมาย และต้องยื่นเอกสารดังกล่าว
ในวันที่ยื่นข้อเสนอ
๗. ขอบเขตและรายละเอียดการดําเนินงาน
ให้ผู้รับจ้างดําเนินการและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการดําเนินงานทั้งหมด และผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุที่ ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานจ้างทั้งหมดตามสัญญา โดยมีรายละเอียด การดําาเนินงาน ดังนี้
๗.๑ การจัดหาผู้เชี่ยวชาญและทีมงานที่มีประสบการณ์ด้านการต่างประเทศ การพัฒนาผู้ประกอบการ
การพัฒนาหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับการค้าต่างประเทศ เพื่อให้คําปรึกษาและแนะนําการดําเนินโครงการ Boost Up SMEs สู่ตลาด FTA โดยนําเสนอผลงานที่เกี่ยวข้องจํานวนไม่น้อยกว่า ๒ ผลงาน
๗.๒ การจัดทําและนําเสนอแผนการดําเนินโครงการ Boost Up SMEs สู่ตลาด FTA
๒.๒.๑ จัดทําและนําเสนอแผนการดําเนินงาน (Action Plan) กรอบเวลา (Timeline) และขั้นตอน การปฏิบัติงาน (Work Plan) ตลอดทั้งโครงการ โดยละเอียด
๗.๒.๒ ออกแบบและนําเสนอแนวคิด (Concept) รูปแบบ (Theme) ชื่อสโลแกน (Slogan) สื่อสัญลักษณ์ (Key Visual) สําหรับโครงการ Boost Up SMEs สู่ตลาด FTA ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการฯ โดยต้องมีรูปแบบที่สวยงาม สร้างสรรค์ ทันสมัย และโดดเด่น
๗.๓ การรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการฯ โดยมีรายละเอียด ดังนี้
๗.๓.๑ จัดให้ผู้สมัครเข้าร่วมโครงการฯ สมัครผ่านช่องทางแอปพลิเคชั่น SME CONNEXT หรือช่องทางอื่นๆ ตามที่กองสิทธิประโยชน์ทางการค้า กรมการค้าต่างประเทศกําหนด ทั้งนี้ ผู้ที่สมัครเข้าร่วมโครงการฯ จะต้องมี หมายเลข SME ONE ID เพื่อยืนยันสถานะเป็นสมาชิกของ สสว. โดยสามารถขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการใน ระบบ SME ONE ID ผ่านช่องทางต่างๆ อาทิ แอปพลิเคชั่น SME CONNEXT แอปพลิเคชั่นทางรัฐ หรือ http://bizportal.go.th ๗.๓.๒ ดําเนินการรับสมัครโดยกําหนดให้ผู้เข้าร่วมโครงการต้องกรอกข้อมูลส่วนบุคคลและ รายละเอียดต่างๆ ได้แก่ หมายเลข SME ONE ID ที่ลงทะเบียนกับ สสว. ข้อมูลและรายละเอียดส่วนบุคคลของ ผู้สมัคร ชื่อและรายละเอียดบริษัท/กิจการ/สถานประกอบการ อาทิ เลขทะเบียนนิติบุคคล ที่อยู่ รายละเอียด สินค้า ตลาดส่งออกหลักและมูลค่าการส่งออก เป็นต้น และอื่นๆ ตามที่กองสิทธิประโยชน์ทางการค้า
กรมการค้าต่างประเทศกําหนด
๗.๓.๓ รับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการฯ เพื่ออบรม Boot Camp ในรูปแบบ Hybrid จํานวนรวมไม่น้อยกว่า ๔๕๐ คน ดังต่อไปนี้

  • การอบรม Boot Camp ครั้งที่ ๑ ผู้ประกอบการ SMEs ไปตลาดอินเดีย จํานวนไม่น้อยกว่า ๓๐๐ คน การอบรม Boot Camp ครั้งที่ ๒ ผู้ประกอบการ SMEs ไปตลาดสวิตเซอร์แลนด์และนอร์เวย์
    จํานวนไม่น้อยกว่า ๑๕๐ คน

    ทั้งนี้ ผู้สมัครจะต้องเลือกเข้าร่วมการอบรม Boot Camp ครั้งที่ ๑ หรือครั้งที่ ๒ ได้เพียงการ อบรมเดียว และจะต้องมีหมายเลข SME ONE ID ของ สสว.

    (นางสาวปิยชาติ สอทิพย์)
    (นางสาวณัฐรุจา ไชยกองละ) (นางสาวอําพร แสงศรีจันทร์)
    (นางสาวอําพร แสงศรีจันทร์) (นางสาวณัชพัฒน์ เจนเจริญ) (นางสาวบุศรา ปราดเปรียว)
    ประธานกรรมการ
    กรรมการ
    กรรมการ
    กรรมการ
    กรรมการและเลขานุการราง
    ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ
    เรื่อง ประกวดราคาจ้างดําเนินโครงการ Boost Up SMEs สู่ตลาด FTA ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    กรมการค้าต่างประเทศ มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างดําเนินโครงการ Boost Up SMEs สู่ตลาด FTA ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ราคากลางของงานจ้าง ในการ ประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น ๒๕,๑๖๗,๑๙๗.๑๐ บาท (ยี่สิบห้าล้านหนึ่งแสนหกหมื่นเจ็ดพันหนึ่งร้อยเก้า สิบเจ็ดบาทสิบเอ็ดสตางค์) จํานวน ๑ โครงการ
    ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน
    วันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
    ระหว่างเวลา
    ราคา
    ลงวันที่
    ๑. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กําหนด ๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่
    น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอ
    น. ถึง
    ๓. ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ตั้งแต่วันที่ ประกาศจนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ www.dft.go.th หรือ www.gprocurement.go.th
    ๔. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องนําเสนอข้อเสนอด้านเทคนิคตามช่องทางที่กรมการค้าต่างประเทศ กําหนด โดยนําาเสนอด้วยตนเอง เช่น การนําเสนองานผ่านทาง Microsoft Office (Power Point) เป็นต้น พร้อมเอกสารประกอบ จํานวน ๕ ชุด ต่อคณะกรรมการฯ เพื่อประกอบการพิจารณา ในวันที่
    เวลา ……..
    น. เป็นต้นไป ณ
    (รวมขอซักถาม)
    ทั้งนี้ใหเวลาในการนําเสนอบริษัทละ…………
    นาที
    ประกาศ ณ วันที่
    พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๙
    (นายปวริศ หาญณรงค์)
    นักวิชาการพาณิชย์เชี่ยวชาญ
    รักษาราชการแทน อธิบดีกรมการคาตางประเทศ
    สําเนาถูกต้อง
    ชญาธร ทัพพะปุรณะ
    (นางสาวชญาธร ทัพพะปุรณะ)
    นักวิชาการพัสดุชํานาญการพิเศษ
    ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๙
    โดย นางสาวชญาธร ทัพพะปุรณะ นักวิชาการ
    พัสดุชํานาญการพิเศษร่าง
    เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    เลขที่
    การจ้างดำเนินโครงการ Boost Up SMEs สู่ตลาด FTA
    ตามประกาศ กรมการค้าต่างประเทศ
    ลงวันที่ พฤษภาคม ๒๕๖๙
    กรมการค้าต่างประเทศ ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “กรม” มีความประสงค์จะ ประกวดราคาจ้างดำเนิน โครงการ Boost Up SMEs สู่ตลาด FTA ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) โดยมีข้อแนะนำ และข้อกำหนดดังต่อไปนี้
    ๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    ๑.๑ ขอบเขตของงาน
    ๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างทำของ
    ๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
    (๑) หลักประกันการเสนอราคา
    (๒) หลักประกันสัญญา
    ๑.๕ บทนิยาม
    (๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
    (๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
    ๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
    (๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
    ๑.๗ แผนการทำงาน
    ๑.๘ ใบแจ้งการชำระเงิน สำหรับชำระเงินหลักประกันการเสนอราคา ๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
    ๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
    ๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    ๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    ๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี
    กลาง
    ๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
    ๒.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กรม ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขันอย่างเป็น ธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
    ๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    ๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
    กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
    (๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
    (๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
    (๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้ เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
    ๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
    (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
    (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า ๘ ล้านบาท
    (๓) สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
    (๔) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
    (๔.๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    (๔.๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายใน ประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการ พาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของ ธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณา จากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจ จากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    (๕) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ (๒) ข้อ (๓) และข้อ (๔.๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๖) กรณีตาม ข้อ (๑) – ข้อ (๕) ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
    (๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
    (๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
    (๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
    ๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ/ บุคลากรในระดับประเทศ หรือการจัดงานประกวดรางวัลในระดับประเทศ การจับคู่ธุรกิจหรือการเชื่อมโยง ตลาดในต่างประเทศ หรือกิจกรรมที่ใกล้เคียงซึ่งเป็นผลงานกับหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือภาคเอกชน ในวงเงินไม่น้อยกว่า ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท (แปดล้านบาทถ้วน) ต่อหนึ่งสัญญา ไม่น้อยกว่า ๒ ผลงาน ภายใน ระยะเวลาไม่เกิน ๕ ปี ย้อนหลังนับจากวันที่ทำงานแล้วเสร็จถึงวันยื่นข้อเสนอ พร้อมทั้งแนบสำเนาหนังสือ รับรองผลงานฯ โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นหลักฐานสำเนาสัญญาจ้างหรือสำเนาใบสั่งจ้างหรือหนังสือรับรอง ผลงาน ซึ่งออกโดยหัวหน้าหน่วยงานหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจโดยถูกต้องตามกฎหมาย และต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันที่ยื่นข้อเสนอ
    ๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
    ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
    ๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
    (๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
    (ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
    (ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ (๔.๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
    (๔.๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยัง ไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้ง ขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า ๘ ล้านบาท
    (๔.๓) สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้น ไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่น ข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ
    รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา (๔.๔) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
    (๔.๔.๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ
    หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    (๔.๔.๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน (๔.๕) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ (๔.๒) ข้อ (๔.๓) และข้อ (๔.๔.๒) มูลค่าจะต้องเป็นไป ตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่
    ประกาศและเอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอ ราคา
    ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ หรือสำเนาใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน (๖) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
    (๗) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
    (๑) หลักประกันการเสนอราคา ตามข้อ ๕
    (๒) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอขอบเขตของงานหรือรายละเอียดคุณลักษณะ เฉพาะ ให้กรมการค้าต่างประเทศพิจารณาในวันที่ยื่นข้อเสนอ (ข้อเสนอด้านเทคนิค) (๓) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๔. การเสนอราคา
    ๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
    ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา โดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคามิได้ ๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน วันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๖๙
    ๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    ๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่……………………. ระหว่างเวลา น. ถึง น. และเวลาในการเสนอ ราคาให้ถือตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
    เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
    ๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่กรมผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
    หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และกรม จะพิจารณาลงโทษผู้ ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่กรมจะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ริเริ่มให้มีการ กระทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของกรม
    ๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
    (๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
    (๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
    (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๑๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
    ๔.๑๐ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๑๐ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา ๔.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องนำเสนอข้อเสนอด้านเทคนิคตามช่องทางที่กรมการค้าต่าง ประเทศกำหนด โดยนำเสนอด้วยตนเอง เช่น การนำเสนองานผ่านทาง Microsoft Office (Power Point) เป็นต้น พร้อมเอกสารประกอบ จำนวน ๕ ชุด ต่อคณะกรรมการฯ เพื่อประกอบการพิจารณา ในวันที่ ………….. เวลา ………… น. เป็นต้นไป ณ …………. ทั้งนี้ให้เวลาในการนำเสนอบริษัทละ …………นาที (รวมข้อซักถาม) ๕. หลักประกันการเสนอราคา
    ผู้ยื่นข้อเสนอต้องวางหลักประกันการเสนอราคาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบ การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ จำนวน ๑,๒๓๗,๗๖๐.๐๐ บาท (หนึ่งล้านสองแสนสามหมื่นเจ็ดพันเจ็ดร้อยหกสิบบาทถ้วน)
    ๕.๑ เงินสด
    ๕.๒ หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศตามแบบที่คณะ กรรมการนโยบายกำหนด
    ๕.๓ พันธบัตรรัฐบาลไทย
    ๕.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด
    กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอนำพันธบัตรรัฐบาลไทยหรือหนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ มาวางเป็นหลักประกันการเสนอราคาจะต้องส่งต้นฉบับเอกสารดังกล่าวมาให้กรม
    ตรวจสอบความถูกต้องในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น.
    กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอประสงค์จะวางหลักประกันการเสนอราคาเป็นเงินสด ให้ผู้ยื่นข้อเสนอ ดำเนินการชำระเงินผ่านช่องทางการชำระเงิน ดังนี้
    ผ่านบริการรับชำระเงิน (Bill Payment) ผ่านระบบ KTB Corporate Online ตามใบ แจ้งการชำระเงิน ที่แนบมาพร้อมกับเอกสารเชิญชวนนี้
    และส่งหลักฐานการชำระเงินกับธนาคาร พร้อมทั้งแบบแจ้งความประสงค์ชำระเงินค่า หลักประกันการเสนอราคา (เฉพาะกรณีที่มีหลักประกันการเสนอราคาหลายรายการพิจารณา) มาให้ กรม ตรวจสอบความถูกต้อง โดยยื่นมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอผ่านระบบ e-GP โดยการชำระเงินและส่งหลักฐาน การชำระเงินให้ดำเนินการในวันและเวลาที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันและเวลาเสนอราคาเท่านั้น กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ประสงค์จะใช้หนังสือ ค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารในประเทศเป็นหลักประกันการเสนอราคาให้ระบุชื่อผู้เข้าร่วมค้ารายที่ สัญญาร่วมค้ากำหนดให้เป็นผู้เข้ายื่นข้อเสนอกับหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
    หลักประกันการเสนอราคาตามข้อนี้ กรมจะคืนให้ผู้ยื่นข้อเสนอหรือผู้ค้ำประกันภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่กรมได้พิจารณาเห็นชอบรายงานผลคัดเลือกผู้ชนะการประกวดราคาเรียบร้อยแล้ว เว้นแต่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่คัดเลือกไว้ซึ่งเสนอราคาต่ำสุดหรือได้คะแนนรวมสูงสุดไม่เกิน ๓ ราย ให้คืนได้ต่อเมื่อ ได้ทำสัญญาหรือข้อตกลง หรือผู้ยื่นข้อเสนอได้พ้นจากข้อผูกพันแล้ว
    การคืนหลักประกันการเสนอราคา ไม่ว่าในกรณีใด ๆ จะคืนให้โดยไม่มีดอกเบี้ย ๖. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
    ๖.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ กรมจะ พิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น
    ๖.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
    กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กรมจะพิจารณาโดยให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด ดังนี้
    ๖.๒.๑ การดำเนินโครงการ Boost Up SMEs สู่ตลาด FTA (๑) ราคาที่ยื่นข้อเสนอ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๒๐.๐๐ โดยมี วิธีการให้คะแนน ดังนี้ ๑๐๐ - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * ๑๐๐) (๒) ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นๆ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๘๐.๐๐ ประกอบด้วย
    (๒.๑) การนำเสนอผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ด้าน การต่างประเทศ การพัฒนาผู้ประกอบการ การพัฒนาหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับการค้าต่างประเทศ กำหนด น้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๑๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนนตามขอบเขตของงานข้อ ๑๐.๓.๑
    (๒.๒) การนำเสนอแผนการดำเนินโครงการ Boost Up SMEs สู่ตลาด FTA ประกอบด้วย (๑) แผนการดำเนินงาน (Action Plan) กรอบเวลา (Timeline) และขั้นตอนการ ปฏิบัติงาน (Work Plan) และ (๒) แนวคิด (Concept) รูปแบบ (Theme) ชื่อสโลแกน (Slogan) สื่อ สัญลักษณ์ (Key Visual)
    (๒.๒.๑) แผนการดำเนินงาน (Action Plan) กรอบเวลา (Timeline) และขั้นตอนการปฏิบัติงาน (Work Plan) กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๕.๐๐ โดยมีวิธีการให้ คะแนนตามขอบเขตของงานข้อ ๑๐.๓.๒ (๑)
    (๒.๒.๒) แนวคิด (Concept) รูปแบบ (Theme) ชื่อสโลแกน (Slogan) สื่อสัญลักษณ์ (Key Visual) กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๕.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนนตาม ขอบเขตของงานข้อ ๑๐.๓.๒ (๒)
    (๒.๓) การนำเสนอการรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการฯ กำหนดน้ำหนัก เท่ากับร้อยละ ๑๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนนตามขอบเขตของงานข้อ ๑๐.๓.๓
    (๒.๔) การนำเสนอการจัดกิจกรรมเปิดตัวโครงการ กำหนดน้ำหนัก เท่ากับร้อยละ ๕.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนนตามขอบเขตของงานข้อ ๑๐.๓.๔
    (๒.๕) การนำเสนอการจัดอบรม Boot Camp ในรูปแบบ Hybrid จำนวน ๒ ครั้ง
    (๒.๕.๑) การจัดอบรม Boot Camp กำหนดน้ำหนักเท่ากับ ร้อยละ ๑๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนนตามขอบเขตของงานข้อ ๑๐.๓.๕ (๑)
    (๒.๕.๒) โครงสร้างการคัดเลือกผู้ประกอบการ SMEs กำหนด น้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๕.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนนตามขอบเขตของงานข้อ ๑๐.๓.๕ (๒) (๒.๖) การนำเสนอการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) จำนวน ๒ ครั้ง
    (๒.๖.๑) การจัดอบรม Workshop กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๓.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนนตามขอบเขตของงานข้อ ๑๐.๓.๖ (๑)
    (๒.๖.๒) แผนบริหารความเสี่ยงสำหรับการจัดคณะเดินทางฯ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๒.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนนตามขอบเขตของงานข้อ ๑๐.๓.๖ (๒) (๒.๗) การนำเสนอการจัดคณะเดินทางสู่ตลาด FTA ๓ ตลาด (๒.๗.๑) การจัดกิจกรรมเจรจาจับคู่ทางธุรกิจและเชื่อมโยงตลาด กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๑๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนนตามขอบเขตของงานข้อ ๑๐.๓.๗ (๑) (๒.๗.๒) การจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนข้อมูลกฎระเบียบทางการค้า มาตรการ การนำเข้า-ส่งออกสินค้า กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๕.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนนตามขอบเขต ของงานข้อ ๑๐.๓.๗ (๒)
    (๒.๘) การนำเสนอการจัดกิจกรรมแถลงผลสำเร็จโครงการ กำหนด น้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๕.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนนตามขอบเขตของงานข้อ ๑๐.๓.๘ (๒.๙) การนำเสนอการดำเนินการด้านประชาสัมพันธ์ สำหรับ โครงการ Boost Up SMEs สู่ตลาด FTA กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๕.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนนตาม ขอบเขตของงานข้อ ๑๐.๓.๙
    โดยกำหนดให้น้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ ๑๐๐ ๖.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กรมกำหนดไว้ในประกาศและ เอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้ เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจ พิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
    ๖.๔ กรมสงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ในกรณี ดังต่อไปนี้
    (๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
    (๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๖.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรม มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ กรมมีสิทธิที่จะไม่รับข้อ เสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๖.๖ กรมทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่เสนอ ทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจจะ ยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของกรมเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งกรมจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และลงโทษผู้ยื่นข้อ เสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อ เสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมา ยื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
    ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรม จะให้ผู้ยื่นข้อ
    เสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ กรม มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอหรือไม่รับราคาของ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใดๆ จากกรม ๖.๗ ก่อนลงนามในสัญญากรม อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการคัดเลือก มีผล ประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือสมยอม กันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใดในการเสนอราคา ๗. การทำสัญญาจ้าง
    ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับกรม ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวาง หลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้กรม ยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
    ๗.๑ เงินสด
    ๗.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่กรม ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ใช้ เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ ๗.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
    ๗.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๗.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
    หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
    หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งกรม ได้รับมอบไว้ แล้ว
    ๘. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
    กรม จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่าย ทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น ๒ งวดดังนี้ งวดที่ ๑ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๔๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานตาม ขอบเขตของงานข้อ ๙.๒ งวดที่ ๑ ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๙ และคณะกรรมการตรวจรับ พัสดุมีมติตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
    งวดที่ ๒ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๖๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานตาม ขอบเขตของงานข้อ ๙.๒ งวดที่ ๒ ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๖๙ และคณะกรรมการตรวจรับ พัสดุมีมติตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
    ๙. อัตราค่าปรับ
    ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
    ๙.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากกรม จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงานจ้างช่วง นั้น
    ๙.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๙.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง
    ๑๐. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
    ๑๐.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมเพื่อให้ความช่วยเหลืองบประมาณแก่ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ เพื่อนำไปใช้ดำเนินงานตาม แผนปฏิบัติการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ประจำปี ๒๕๖๙
    การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ กรมได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจากเงิน กองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเพื่อให้ความช่วยเหลืองบประมาณแก่ส่วนราชการ หน่วยงาน ของรัฐ เพื่อนำไปใช้ดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ประจำปี ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
    ๑๐.๒ เมื่อกรมได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้างตามการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจากต่าง ประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ตาม ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
    (๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
    (๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
    (๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
    ๑๐.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งกรมได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ ภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ กรมจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ออกหนังสือ ค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้งจะพิจารณา
    ให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ๑๐.๔ กรมสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือข้อ ตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
    ๑๐.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของกรม คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อเสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
    ๑๐.๖ กรม อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะ เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากกรมไม่ได้
    (๑) กรมไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ไม่ เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
    (๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
    (๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่กรม หรือ กระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
    (๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
    ๑๐.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
    ๑๑. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
    ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
    ๑๒. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
    กรม สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการ คัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
    ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับกรม ไว้ชั่วคราว
    กรมการค้าต่างประเทศ
    พฤษภาคม ๒๕๖๙

สำเนาถูกต้อง
ชญาธร ทัพพะปุรณะ
(นางสาวชญาธร ทัพพะปุรณะ)
นักวิชาการพัสดุชำนาญการพิเศษ
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๙
โดย นางสาวชญาธร ทัพพะปุรณะ นักวิชาการ
พัสดุชำนาญการพิเศษ