จ้างก่อสร้างระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างก่อสร้างซ่อมแซมถนนบริการทางพิเศษประจิมรัถยา

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย 69059136118
฿11,449,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 18 มิ.ย. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างก่อสร้างเพื่อซ่อมแซมถนนบริการทางพิเศษประจิมรัถยา เนื่องจากสภาพผิวจราจรปัจจุบันเกิดการชำรุดเสียหายและเสื่อมสภาพจากการใช้งาน วัตถุประสงค์หลักของโครงการคือการปรับปรุงสภาพผิวจราจรให้มีความสะดวกและปลอดภัยแก่ผู้ใช้ทาง โดยจะใช้วัสดุที่มีคุณลักษณะเฉพาะตามแบบรูปรายการงานก่อสร้าง ขอบเขตงานครอบคลุมถึงการสำรวจสภาพผิวจราจรเดิม การแก้ไขโครงสร้าง Base Course ที่ไม่แข็งแรง การลาดแอสฟัลต์ไพรม์โค้ตและแทคโค้ต การปูชั้น Binder Course และ Wearing Course ด้วยแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีส่วนผสมของหินแกรนิตและเศษวัสดุแอสฟัลต์คอนกรีตเดิม (RAP) รวมถึงงานเครื่องหมายเส้นจราจรชั่วคราวและถาวรด้วยวัสดุเทอร์โมพลาสติกและ Rumble Strip ระยะเวลาดำเนินการก่อสร้างทั้งหมด 150 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยแบ่งการส่งมอบงานออกเป็น 2 งวด

English summary

The Expressway Authority of Thailand (EXAT) is conducting a bidding process for the construction and repair of the service road on the Prachum Rathaya Expressway due to damage and deterioration from usage. The objective is to improve the road surface for the convenience and safety of users, utilizing materials with specific characteristics as per the construction drawings. The scope of work includes surveying the existing road surface, repairing weak base course structures, applying asphalt prime coat and tack coat, laying Binder Course and Wearing Course layers with asphalt concrete (granite aggregate + RAP), and installing temporary and permanent road markings using thermoplastic materials and rumble strips. The project duration is 150 days from the contract signing date, with deliverables divided into two installments.

สถานที่ดำเนินการ

ถนนบริการทางพิเศษประจิมรัถยา

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • ปรับปรุงสภาพผิวจราจรบนถนนบริการทางพิเศษประจิมรัถยาที่ชำรุดเสียหายและเสื่อมสภาพจากการใช้งาน
  • เพื่อความสะดวกและปลอดภัยแก่ผู้ใช้ทางพิเศษ
  • ใช้วัสดุที่มีคุณลักษณะเฉพาะตรงตามแบบรูปรายการงานก่อสร้าง

ขอบเขตของงาน

  • สำรวจสภาพผิวจราจรเดิมและจัดทำสรุปปริมาณงาน
  • งานแก้ไขโครงสร้าง Base Course เดิมที่ไม่แข็งแรง (SOFT) โดยใช้เศษวัสดุแอสฟัลต์คอนกรีต (RAP) ของ กทพ.
  • งานลาดแอสฟัลต์ไพรม์โค้ต (PRIME COAT) EAP ชั้น Binder Course
  • งานชั้นผิวจราจร Binder Course ด้วยแอสฟัลต์คอนกรีต AC40/50 หินแกรนิต + RAP บดอัด
  • งานลาดแอสฟัลต์แทคโค้ต (TACK COAT) CRS-2 ชั้น Binder Course + Wearing Course
  • งานชั้นผิวจราจร Binder Course ด้วยแอสฟัลต์คอนกรีต AC40/50 หินแกรนิต + RAP บดอัด (พื้นที่ Overlay)
  • งานชั้นผิวจราจร Wearing Course ด้วยแอสฟัลต์คอนกรีต AC40/50 หินแกรนิต + RAP บดอัด
  • งานเครื่องหมายเส้นจราจรชั่วคราว ชนิดสีทาถนน ชนิดสะท้อนแสง
  • งานเครื่องหมายเส้นจราจรด้วยวัสดุเทอร์โมพลาสติก
  • งานเครื่องหมายเส้นจราจร ชะลอความเร็ว (Rumble Strip) และทางม้าลาย

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ผิวจราจรที่ได้รับการซ่อมแซมและปรับปรุงตามแบบรูปรายการ
  • เครื่องหมายเส้นจราจรชั่วคราวและถาวรที่ติดตั้งเรียบร้อย
  • รายงานการสำรวจสภาพผิวจราจรเดิม
  • รายงานขั้นตอนการทำงาน (Method Statement)
  • รายงานผลการทดสอบวัสดุและคุณภาพงาน
  • แผนการทำงาน
  • แผนงานจัดการจราจร
  • รายงานสุดท้าย (Final Report) ในรูปแบบรูปเล่มและไฟล์อิเล็กทรอนิกส์

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาดำเนินการ: 150 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  • การส่งมอบงานแบ่งออกเป็น 2 งวด:
    • งวดที่ 1: เมื่อปฏิบัติงานแล้วเสร็จร้อยละ 55 ของงานตามสัญญา
    • งวดสุดท้าย: เมื่อปฏิบัติงานแล้วเสร็จทั้งหมดตามสัญญา

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • ผู้เสนอราคาต้องเป็นนิติบุคคล
  • Standards Compliance:
    • ปฏิบัติตามระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001
    • วัสดุที่ใช้ต้องเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ที่ระบุ
  • Experience:
    • มีผลงานปรับปรุงผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีต ในวงเงินไม่น้อยกว่า 3,500,000 บาท (สามล้านห้าแสนบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
    • ผลงานต้องเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ กทพ. เชื่อถือ
  • Previous Project Cost:
    • ไม่น้อยกว่า 3,500,000 บาท (สามล้านห้าแสนบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • Technical Capabilities:
    • ต้องมีโรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต หรือโรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีตแบบเคลื่อนที่ (Mobile Concrete Plant) หรือเสนอขอใช้ผลิตภัณฑ์จากโรงงานอื่นพร้อมเอกสารยินยอมและใบอนุญาต
    • ต้องมีโรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่ตั้งอยู่ในระยะไม่เกิน 60 กิโลเมตรจากพื้นที่ปฏิบัติงาน
    • ต้องจัดให้มีบุคลากรและห้องปฏิบัติการทดลองเพื่อทดสอบคุณสมบัติแอสฟัลต์คอนกรีต
    • ต้องจัดหาเครื่องจักรและเครื่องมือที่อยู่ในสภาพใช้งานได้ดี
    • ต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของมูลค่าพัสดุ
  • Personnel:
    • ต้องมีวิศวกรโยธาพร้อมสำเนาใบประกอบวิชาชีพที่ไม่หมดอายุและไม่ถูกเพิกถอน พร้อมหนังสือยินยอมควบคุมงาน
    • บุคลากรหลักของผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานจำเป็นต้องผ่านการอบรมความปลอดภัยการทำงานกับเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ (จป.วิชาชีพ) ของผู้ว่าจ้าง

เกณฑ์การพิจารณา

เกณฑ์ราคา

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • การแก้ไขโครงสร้าง Base Course เดิมที่ไม่แข็งแรง (SOFT) โดยใช้เศษวัสดุแอสฟัลต์คอนกรีต (RAP)
  • การลาดแอสฟัลต์ไพรม์โค้ต (PRIME COAT) EAP ชั้น Bider Course
  • การปูชั้น Binder Course ด้วยแอสฟัลต์คอนกรีต AC40/50 หินแกรนิต + RAP บดอัด ความหนาชั้นละประมาณ 5 ซม.
  • การลาดแอสฟัลต์แทคโค้ต (TACK COAT) CRS-2 ชั้น Bider Course + Wearing Course
  • การปูชั้น Binder Course ด้วยแอสฟัลต์คอนกรีต AC40/50 หินแกรนิต + RAP บดอัด ความหนาชั้นละประมาณ 5 ซม. (พื้นที่ Overlay)
  • การปูชั้น Wearing Course ด้วยแอสฟัลต์คอนกรีต AC40/50 หินแกรนิต + RAP บดอัด ความหนาชั้นละประมาณ 5 ซม.
  • งานเครื่องหมายเส้นจราจรชั่วคราว ชนิดสีทาถนน ชนิดสะท้อนแสง
  • งานเครื่องหมายเส้นจราจรด้วยวัสดุเทอร์โมพลาสติก ความหนาไม่น้อยกว่า 3 มิลลิเมตร
  • งานเครื่องหมายเส้นจราจร ชะลอความเร็ว (Rumble Strip) และทางม้าลาย หนา 5 mm.
  • วัสดุแอสฟัลต์ซีเมนต์ต้องเป็นชนิด 40/50 Penetration Grade ตาม มอก. 851-2556
  • มวลหยาบต้องเป็นหินแกรนิตและ RAP ตามสัดส่วนที่ออกแบบ มีคุณสมบัติตามที่กำหนด (ความสึกหรอ Los Angeles ไม่เกิน 35%, PSV ไม่น้อยกว่า 47%, Soundness ไม่เกิน 9%, Flakiness Index ไม่เกิน 30%, Elongation Index ไม่เกิน 30%, Coating ไม่น้อยกว่า 95%)
  • มวลละเอียดและวัสดุผสมแทรกต้องสะอาดและมีคุณสมบัติตามกำหนด
  • การออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Job Mix Formula) ต้องได้รับการรับรองจากหน่วยงานภาครัฐและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
  • คุณสมบัติแอสฟัลต์คอนกรีตตามวิธี Marshall Method และ Strength Index ต้องเป็นไปตามค่าที่กำหนด (Stability Min. 2,200 lb, Flow 0.25 mm. 9 - 17, Percent Air Voids 3 – 6, VMA Min. 13, Stability/Flow Min. 170, Percent Strength Index Min. 75, Stiffness Modulus Min 1,000 MPa, % Tensile Strength Ratio Min. 80)
  • วัสดุ Prime Coat ใช้แอสฟัลต์อีมัลชั่น EAP และ Tack Coat ใช้แอสฟัลต์อีมัลชัน CRS-2 ตาม มอก. 371-2530 หรือเทียบเท่า
  • วัสดุเครื่องหมายจราจร: สีจราจรสะท้อนแสง, เทอร์โมพลาสติกตาม มอก. 542-2549, ลูกแก้วสะท้อนแสงตาม มอก. 543-2550, น้ำยารองพื้นตาม มอก. 522-2527
  • การบดอัดต้องใช้รถบดล้อเหล็กและล้อยางตามคุณสมบัติและน้ำหนักที่กำหนด
  • ความเรียบของผิวจราจรหลังบดอัดต้องไม่แตกต่างจากไม้บรรทัดวัดความเรียบเกิน 5 มม. (แนวตั้งฉาก) และ 3 มม. (แนวขนาน)
  • ความหนาแน่นของชั้นผิวจราจรต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ของความหนาแน่นเฉลี่ยของก้อนตัวอย่าง

เงื่อนไขสัญญา

  • Payment Schedule:
    • จ่ายเงินเป็น 2 งวด
    • งวดที่ 1: ร้อยละ 50 ของค่าจ้าง เมื่อปฏิบัติงานแล้วเสร็จร้อยละ 55 ของงานตามสัญญา
    • งวดสุดท้าย: จ่ายค่างานส่วนที่เหลือทั้งหมด เมื่อปฏิบัติงานแล้วเสร็จทั้งหมดตามสัญญา
  • Penalties:
    • ค่าปรับกรณีทำงานไม่แล้วเสร็จตามกำหนด: ร้อยละ 0.25 ของวงเงินตามสัญญาต่อวัน
  • Warranty Period:
    • ระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่อง 2 ปี นับถัดจากวันที่ได้รับมอบงาน
  • Other Terms:
    • ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบวัสดุและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกิดขึ้น
    • ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนการทำงานภายใน 15 วันหลังลงนามสัญญา
    • ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามมาตรการควบคุมป้องกันปัญหาฝุ่นละออง
    • ผู้รับจ้างต้องจัดหาบุคลากรที่มีฝีมือและวิศวกรโยธาควบคุมงาน
    • ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยในการทำงาน
    • การนำรถยนต์และเครื่องจักรขึ้นปฏิบัติงานบนทางพิเศษต้องได้รับอนุมัติจากเจ้าพนักงานจราจร
    • การปฏิบัติงานบนทางพิเศษส่วนใหญ่กำหนดช่วงเวลา 22.00 น. ถึง 04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น
    • ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนงานจัดการจราจรตามมาตรฐาน ISO 14001
    • ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการทำงาน
    • ผู้รับจ้างต้องทำความสะอาดและแก้ไขความเสียหายบริเวณสถานที่ก่อสร้างทุกวัน
    • วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ น้ำประปา และไฟฟ้า ผู้รับจ้างต้องจัดหามาเอง
    • ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของมูลค่างาน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร?
    A: เพื่อซ่อมแซมและปรับปรุงสภาพผิวจราจรบนถนนบริการทางพิเศษประจิมรัถยาที่ชำรุดเสียหาย ให้มีความสะดวกและปลอดภัยแก่ผู้ใช้ทาง
    • Q: ขอบเขตงานหลักของโครงการนี้มีอะไรบ้าง?
      A: ครอบคลุมการแก้ไขโครงสร้างฐานราก, การลาดแอสฟัลต์ไพรม์โค้ตและแทคโค้ต, การปูชั้น Binder Course และ Wearing Course ด้วยแอสฟัลต์คอนกรีต, และงานเครื่องหมายเส้นจราจรต่างๆ
    • Q: ผู้รับจ้างต้องมีผลงานประเภทใดจึงจะสามารถยื่นข้อเสนอได้?
      A: ต้องมีผลงานปรับปรุงผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีต ในวงเงินไม่น้อยกว่า 3,500,000 บาท และเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่ กทพ. เชื่อถือ
    • Q: ระยะเวลาในการดำเนินงานโครงการนี้ทั้งหมดนานเท่าใด?
      A: กำหนดระยะเวลาดำเนินการ 150 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
    • Q: การจ่ายเงินค่าจ้างจะแบ่งออกเป็นกี่งวด?
      A: แบ่งการจ่ายเงินออกเป็น 2 งวด โดยงวดแรกจ่าย 50% เมื่อแล้วเสร็จ 55% ของงาน และงวดสุดท้ายจ่ายส่วนที่เหลือทั้งหมด
    • Q: ผู้รับจ้างต้องมีโรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีตหรือไม่?
      A: ใช่ ผู้รับจ้างต้องมีโรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต หรือโรงงานแบบเคลื่อนที่ หรือเสนอขอใช้ผลิตภัณฑ์จากโรงงานอื่นพร้อมเอกสารประกอบ และโรงงานต้องอยู่ในระยะไม่เกิน 60 กม. จากพื้นที่ปฏิบัติงาน
    • Q: มีข้อกำหนดเกี่ยวกับวัสดุที่ผลิตภายในประเทศหรือไม่?
      A: ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมด
    • Q: การทำงานบนทางพิเศษมีข้อจำกัดด้านเวลาหรือไม่?
      A: โดยทั่วไปกำหนดให้ปฏิบัติงานได้เฉพาะช่วงเวลา 22.00 น. ถึง 04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น เว้นแต่จะได้รับพิจารณาเป็นอย่างอื่นจากผู้ควบคุมงาน
    • Q: หากเกิดความชำรุดบกพร่องหลังการส่งมอบงาน ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบอย่างไร?
      A: ผู้รับจ้างต้องทำการแก้ไขให้เรียบร้อยภายใน 2 ปี นับถัดจากวันที่ได้รับมอบงาน หากไม่ดำเนินการ ผู้ว่าจ้างมีสิทธิให้ผู้อื่นดำเนินการแทนโดยผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด
    • Q: มีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมอย่างไรบ้าง?
      A: ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎหมายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม รวมถึงข้อบังคับและคู่มือของ กทพ. และต้องปฏิบัติตามระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

แบบรูปรายการงานก่อสร้าง ซ่อมแซมถนนบริการทางพิเศษประจิมรัถยา
๑. ความเป็นมา
เนื่องจากปัจจุบันผิวจราจรถนนบริการบริเวณระดับดิน ทางพิเศษประจิมรัถยา เกิดการชํารุดเสียหาย และเสื่อมสภาพจากการใช้งาน การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) จึงมีความจําเป็นต้องปรับปรุงสภาพผิว จราจรดังกล่าว เพื่อความสะดวกและปลอดภัยแก่ผู้ใช้ทาง
๒. วัตถุประสงค์
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างก่อสร้าง ซ่อมแซมถนน
บริการทางพิเศษประจิมรัถยา โดยใช้วัสดุที่มีคุณลักษณะเฉพาะตรงตามแบบรูปรายการงานก่อสร้าง
๓. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
ผู้เสนอราคาต้องเป็นนิติบุคคลและมีผลงานปรับปรุงผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีต ในวงเงินไม่น้อยกว่า
๓,๕๐๐,๐๐๐.- บาท (สามล้านห้าแสนบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับ หน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ กทพ. เชื่อถือ โดยจะต้องมีหนังสือรับรองผลงานพร้อมใบแจ้งปริมาณ งานและราคาตามสัญญามาในวันยื่นข้อเสนอ
๔. แบบรูปรายการงานก่อสร้าง
งานซ่อมแซมถนนบริการทางพิเศษประจิมรัถยา มีขอบเขตการทํางานดังนี้
๑) สํารวจสภาพผิวจราจรเดิมและจัดทําสรุปปริมาณงานให้สอดคล้องกับตําแหน่งที่ระบุในแบบรูป ๒) งานแก้ไขโครงสร้าง Base Course เดิมที่ไม่แข็งแรง(SOFT) โดยใช้เศษวัสดุแอสฟัลต์คอนกรีต (RAP) ของ กทพ. พื้นที่ ๑,๑๕๗.๐๐.- ตารางเมตร
๓) งานลาดแอสฟัลต์ไพรม์โค้ต (PRIME COAT ) EAP ชั้น Bider Course (พื้นที่งานปรับปรุงชั้น Base Course ด้วย RAP) พื้นที่ ๑,๑๕๗.๐๐.- ตารางเมตร
๔) งานชั้นผิวจราจร Binder Course ด้วยแอสฟัลต์คอนกรีต AC40/50 หินแกรนิต + RAP บดอัด ความหนาชั้นละประมาณ ๕ ซม. (บน Base Course ใหม่) พื้นที่ ๑,๑๕๗.๐๐.- ตารางเมตร
๕) งานลาดแอสฟัลต์แทคโค้ต (TACK COAT ) CRS-2 ชั้น Bider Course+wearing Course (พื้นที่งานปรับปรุงผิวจราจรแบบปูทับ (Overlay)ชั้นWearingCourseเดิม) พื้นที่ ๑๖,๙๕๓.๐๐.-ตารางเมตร
๖) งานชั้นผิวจราจร Binder Course ด้วยแอสฟัลต์คอนกรีต AC40/50 หินแกรนิต + RAP บดอัด
ความหนาชั้นละประมาณ ๕ ซม. (บนพื้นที่ Overlay Wearing Course เดิม) พื้นที่ ๗,๘๙๘.๐๐.- ตารางเมตร
๗) งานชั้นผิวจราจร Wearing Course ด้วยแอสฟัลต์คอนกรีต AC40/50 หินแกรนิต + RAP บดอัด ความหนาชั้นละประมาณ ๕ ซม. พื้นที่ ๔,๐๕.๕. - ตารางเมตร
4) งานเครื่องหมายเส้นจราจรชั่วคราว ชนิด สีทาถนน ชนิดสะท้อนแสง พื้นที่ ๑๖.๖๗ ตารางเมตร ๔) งานเครื่องหมายเส้นจราจรด้วยวัสดุเทอร์โมพลาสติก ความหนาไม่น้อยกว่า ๓ มิลลิเมตร พื้นที่
๕๕๙.๓๖ ตารางเมตร
พื้นที่
๑๐) งานเครื่องหมายเส้นจราจร ชะลอความเร็ว (Rumble Strip) และทางม้าลาย หนา 5 mm.
๔๔.๐๖ ตารางเมตร
(นายจารุพงศ์ จิตรประเวศน์
ประธานกรรมการ
(นายณัฏฐนันท์ โรหิตเสถียร)
กรรมการ
เป็น
(นายพัฒนพงศ์ งาม)
กรรมการ
(นายอริญชย์ วิสิทธิ์ตระกูล
กรรมการ
(นายกิตติคุณ รอดสกุล)
กรรมการ
AMIRIA
(นายอิศราพงษ์ จานทอง)
(นายภัทรภาคย์ สุดชา กรรมการและเลขานุการ
กรรมการ
๒ ๗ มีค ๒๕๕

  • ๒ -

    ๔.๑ รายละเอียดทั่วไป
    ๔.๑.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาค่างานทั้งหมด โดยเสนอราคาที่เป็นราคารวมวัสดุ
    อุปกรณ์ ค่าจัดการจราจรตลอดจนค่าแรง และอื่น ๆ ไว้เรียบร้อยแล้ว
    ๔.๑.๒ ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติงานตามมาตรการการควบคุมป้องกันแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองจาก การก่อสร้างตามระเบียบข้อปฏิบัติของกรมควบคุมมลพิษ
    ๔.๑.๓ ก่อนเริ่มงานผู้รับจ้างต้องแจ้งรายชื่อผู้เข้าร่วมปฏิบัติงานและส่งชื่อวิศวกรโยธาพร้อม สําเนาใบประกอบวิชาชีพที่ไม่หมดอายุ และไม่ถูกเพิกถอน พร้อมหนังสือยินยอมควบคุมงานฯ และรับผิดชอบ ต่อความเสียหายของงานฯ หรืออื่นใด ที่จะเกิดขึ้นในระหว่างการปฏิบัติงาน ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ พิจารณาและต้องทําหน้าที่ควบคุมงานฯ จนแล้วเสร็จ หากไม่มีวิศวกรโยธาควบคุมงานของผู้รับจ้างในแต่ละครั้ง ที่มีการปฏิบัติงานคณะกรรมการตรวจรับพัสดุและผู้ควบคุมงานขอสงวนสิทธิ์ให้ผู้รับจ้างหยุดปฏิบัติงานชั่วคราว
    จนกว่าจะมีวิศวกรโยธาควบคุมงาน
    ๔.๑.๔ ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติงานฯ โดยไม่เป็นอุปสรรคต่อการจราจรบนทางพิเศษ รวมทั้ง ต้องมีมาตรการด้านความปลอดภัยระหว่างการทํางาน
    ให้กับบุคคลและทรัพย์สินตลอดระยะเวลาของสัญญาฯ
    โดยผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตาม “กฎหมายเรื่องความปลอดภัยในการทํางานของกระทรวงแรงงาน” ทั้งนี้ผู้รับจ้าง จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง หากเกิดความสูญเสีย และความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการทํางานฯ ต่อบุคคล ทรัพย์สินและบุคคลที่สาม ไม่ว่าจะเป็นเหตุสุดวิสัยหรือไม่ก็ตาม
    ๔.๑.๕ คู่สัญญาต้องจัดทําแผนการทํางานมาให้ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
    และแผนการทํางานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา
    ๔.๑.๖ การนํารถยนต์และเครื่องจักร ขึ้นปฏิบัติงานบนทางพิเศษ ผู้รับจ้างต้องแจ้งรายละเอียด เพื่อขออนุมัติจากเจ้าพนักงานจราจรของ กทพ. ก่อนการปฏิบัติงาน และผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามวิธีการ ปฏิบัติงานการวางกรวยยาง ป้าย สัญญาณไฟวับวาบบนทางพิเศษ และมาตรฐานการปฏิบัติงานบนทางพิเศษ ทั้งนี้ผู้รับจ้างต้องมีรถคุ้มกันขนาดรถไม่น้อยกว่า 6 ล้อ ที่มีไฟสัญญาณจราจรวับวาบ ทุกครั้งในการขึ้นปฏิบัติงาน บนทางพิเศษ และในระหว่างการดําเนินการตามสัญญาผู้รับจ้างสามารถจอดรถยนต์และเครื่องจักรได้ชั่วคราว ในบริเวณเขตทางพิเศษที่ไม่มีผลกระทบกับการจราจรเฉพาะพื้นที่บริเวณที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุเป็นผู้ กําหนดให้เท่านั้น ทั้งนี้ค่าผ่านทางพิเศษและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
    ที่
    ๔.๑.๗ ผู้รับจ้างต้องแจ้งรายละเอียดของงานฯ เวลา สถานที่ ที่จะปฏิบัติงานและอื่น ๆ เกี่ยวข้องให้ผู้ควบคุมงานเห็นชอบล่วงหน้าอย่างน้อย 9 วัน และหากมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงจะต้องแจ้งผู้ ควบคุมงานก่อนเวลา ๑๒.๐๐ น. ของวันที่จะปฏิบัติงานทุกครั้ง โดยทั่วไปกําหนดให้ผู้รับจ้างปฏิบัติงานบนทาง พิเศษ ได้เฉพาะช่วงเวลา ๒๒.๐๐ น. ถึง ๑๔.๐๐ น. ของวันรุ่งขึ้นเท่านั้น โดยผู้ควบคุมงานจะเป็นผู้พิจารณา หากอยู่นอกเหนือเวลาดังกล่าว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพื้นที่และสภาพการจราจรในพื้นที่ที่จะปฏิบัติงาน
    ๔.๑.๘ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 อย่างเคร่งครัด และก่อนเริ่มดําเนินงานผู้รับจ้างต้องเสนอแผนงานจัดการจราจร ประกอบด้วย แบบรูปการจัดวางอุปกรณ์ ความปลอดภัยทางด้านการจราจร การติดตั้งอุปกรณ์ เครื่องหมายไฟสัญญาณจราจรวับวาบ กรวยยาง แบริเออร์ พลาสติก ป้ายสะท้อนแสง และรถคุ้มกันขนาดรถไม่น้อยกว่า 5 ล้อ ที่มีไฟสัญญาณจราจรวับวาบ ซึ่งผู้รับจ้าง ต้องจัดหามาให้เป็นไปตามมาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมมาตรฐาน ISO 14001 ว่าด้วยขั้นตอนการ ปฏิบัติงานการวางกรวยยาง ป้าย สัญญาณไฟวับวาบ ในการทํางานบนทางพิเศษของ กทพ. และตามที่เจ้า พนักงานจราจรแจ้งให้ดําเนินการเพิ่มเติม อุปกรณ์ทั้งหมดจะต้องอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดีมีความมั่นคงไม่ลื่นไถล
    เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ทาง

    (นายจารุพงศ์ จิตรประเวศน์)
    ประธานกรรมการ
    (นายณัฏฐนันท์ โรหิตเสถียร)
    กรรมการ

    (นายพัฒนพงศ์ สงาม)
    กรรมการ
    (นายอริญชย์ วิสิทธิ์ตระกูล)
    กรรมการ
    под
    (นายกิตติคุณ รอดสกุล)
    กรรมการ
    insand
    .ส.
    شكلة
    (นายอิศราพงษ์ บานทอง)
    (นายภัทรภาคย์ สุดชา กรรมการและเลขานุการ
    กรรมการ
    ๆ ๗ มีค. ๒๕๖๙
  • 60 -
    ๔.๑.๔ การให้ความเห็นชอบหรือการอนุญาตของเจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้างในเรื่องหนึ่งเรื่องใดที่ เกี่ยวกับงานฯ นี้ หาทําให้ผู้รับจ้างพ้นจากความรับผิดชอบตามสัญญาฯ ข้อหนึ่งข้อใดไม่
    ๔.๑.๑๐ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุสงวนสิทธิในการปฏิเสธ การรับรองวัสดุที่ผ่านการ ตรวจสอบที่แหล่งผลิตและได้จัดส่งมาถึงหน้างานแล้ว หากปรากฏว่ามีความจําเป็นต้องทําการตรวจสอบ คุณภาพใหม่เมื่อใดก็ได้จนแน่ใจว่าวัสดุที่ใช้งานได้คุณภาพครบถ้วนถูกต้อง โดยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นผู้รับจ้างต้อง
    เป็นผู้รับผิดชอบ
    ๔.๑.๑๑ ผู้รับจ้างต้องทําความสะอาดและแก้ไขความเสียหายบริเวณสถานที่ก่อสร้างในแต่ ละวันให้เรียบร้อย ตลอดจนบริเวณพื้นผิวจราจร ขอบกําแพง ราวสะพานและอุปกรณ์ต่าง ๆ บนทางพิเศษ รวมถึงในพื้นที่ที่จอดรถยนต์และเครื่องจักรชั่วคราวที่เกิดความสกปรกและความเสียหายอันเนื่องมาจากการ
    ทํางานของผู้รับจ้างให้แล้วเสร็จโดยเรียบร้อย โดยเฉพาะต้องทําความสะอาดท่อระบายน้ําซึ่งมีเศษวัสดุจากการ
    ทํางานออกให้หมดและต้องดูแลไปอย่างต่อเนื่องทุกครั้งจนกว่างานจะแล้วเสร็จ ทั้งนี้ผู้ควบคุมงานสงวนสิทธิ
    พิจารณาตรวจสอบบริเวณดังกล่าวให้เรียบร้อยก่อน จึงจะอนุญาตให้ดําเนินงานต่อไป
    ๔.๑.๑๒ เครื่องจักรและเครื่องมือที่อยู่ในความครอบครองของผู้รับจ้างต้องมีสภาพใช้งานได้ดี สามารถใช้งานตามสัญญาได้ทันที ผ่านการตรวจสอบ และการตรวจปรับ ตามที่ผู้ควบคุมงานพิจารณาให้ ดําเนินการแล้ว ในระหว่างการปฏิบัติงานตามสัญญา ผู้รับจ้างต้องบํารุงรักษาเครื่องจักร และเครื่องมือทุกชนิด ให้อยู่สภาพใช้งานได้ดีตลอดเวลา และมีเครื่องมือ เครื่องจักรสํารอง พร้อมใช้งานทดแทนทันทีหากเครื่องจักร ขณะปฏิบัติงานเสีย
    ๔.๑.๑๓ กรณีแบบก่อสร้างมีความขัดแย้งไม่ตรงกับสภาพหน้างานจริงผู้ว่าจ้างสงวนสิทธิ์ในการ
    พิจารณาตัดสินวิธีการดําเนินงานเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของงาน โดยผู้รับจ้างจะไม่มีสิทธิ์เรียกร้อง ค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้นที่เกิดขึ้นจากการดําเนินการดังกล่าว
    ๔.๑.๑๔ กรณีเอกสารแนบท้ายสัญญาที่ขัดหรือแย้งกับข้อความในสัญญานี้ให้ใช้ข้อความใน
    สัญญานี้บังคับ และในกรณีเอกสารแนบท้ายสัญญาขัดแย้งกันเอง ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามคําวินิจฉัยของ ผู้ว่าจ้าง ซึ่ง ผู้ว่าจ้างจะปฏิบัติเพื่อประโยชน์ของงานจ้างเป็นสําคัญ คําวินิจฉัยของผู้ว่าจ้างให้ถือเป็นที่สุด และผู้รับ จ้างไม่มีสิทธิ์เรียกร้องค่าจ้าง ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติมจากผู้ว่าจ้างทั้งสิ้น
    ๔.๑.๑๕ ผู้รับจ้างต้องจัดหาบุคลากรที่มีฝีมือ สามารถปฏิบัติงานได้ดี ถ้าบุคลากรของผู้รับจ้าง กระทําการอันเป็นการฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติงานตามที่ผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างแจ้งให้ดําเนินการให้แก้ไข ให้ ปรับปรุงแล้ว คณะกรรมการตรวจรับพัสดุมีสิทธิที่จะยับยั้งไม่ให้บุคลากรผู้นั้นปฏิบัติงานได้และผู้รับจ้างต้อง จัดหาบุคลากรใหม่มาปฏิบัติงานแทนโดยทันที โดยต้องมีคุณสมบัติไม่น้อยกว่าบุคลากรเดิม และต้องเสนอให้ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุเห็นชอบก่อน
    ๔.๑.๑๖ หากผู้ควบคุมงานเห็นว่าการดําเนินการของผู้รับจ้าง อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อ ผู้ใช้ทาง ซึ่งผู้ควบคุมงานได้แจ้งให้ปรับปรุงแล้ว แต่ผู้รับจ้างไม่สามารถดําเนินการให้ได้ภายในกําหนดเวลา ผู้ว่าจ้างขอสงวนสิทธิ์ที่จะดําเนินการปรับปรุงแก้ไข โดยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
    ๔.๑.๑๗ ผู้ว่าจ้างไม่อนุญาตให้ผู้รับจ้างทําการปลูกสร้างโรงเรือนที่พักอาศัย ที่เก็บวัสดุของ
    ผู้รับจ้างในเขตทางพิเศษ
    จัดหามาเองทั้งสิ้น
    ๔.๑.๑๘ วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ ตลอดจนน้ําประปา และไฟฟ้า ที่นํามาใช้งานนี้ผู้รับจ้างต้อง
    (นายจารุพงศ์ จิตรประเวศน์)
    ประธานกรรมการ
    (นายณัฏฐนันท์ โรหิตเสถียร)
    (นายพัฒนพงศ์ สีงาม)
    กรรมการ
    (นายอริญชย์ วิสิทธิ์ตระกูล)
    กรรมการ
    กรรมการ
    (นายกิตติคุณ รอดสกุล)
    กรรมการ
    Bie
    (นายอิศราพงษ์ จานทอง)
    (นายภัทรภาคย์ สุดชา)
    กรรมการ
    กรรมการและเลขานุการ ๆ ๆ มีค ๒๕๖
    ๔.๑.๑๙ หากผู้รับจ้างไม่สามารถปฏิบัติงานให้แล้วเสร็จตามสัญญาจ้าง เนื่องจากความผิด หรือบกพร่องของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างต้องชําระค่าล่วงเวลาในการควบคุมงานให้ผู้ว่าจ้างในอัตราดังนี้
    รายละเอียด
    วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ
    วิศวกรหรือช่าง (ต่อ ๑ คน)
    พนักงานขับรถยนต์ (ต่อ ๑ คน)
    วันทําการ
    (เหมารวมไม่เกิน ๗ ซม.) (เหมารวมไม่เกิน ๗ ชม.)
    ๑,๕๐๐.- บาท
    ๓,๐๐๐.- บาท
    ๙๐๐.- บาท
    ๑,๘๐๐.- บาท
    ๗๕๐.- บาท
    รถยนต์สําหรับควบคุมงาน (ต่อ ๑ คัน) | ๗๕๐.- บาท
    หมายเหตุ ๑. ค่าล่วงเวลาในการควบคุมงานข้างต้นยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
    ๒. ส่วนที่เกิน ๗ ชม. ให้คิดค่าล่วงเวลาเพิ่มเติมตามอัตราส่วนของค่าล่วงเวลาในแต่ละวัน
    ๔.๑.๒๐ ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่จะใช้ในงานก่อสร้างเป็นพัสดุที่ผลิต ภายในประเทศ โดยต้องใช้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานจ้างก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา และต้องจัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงาน ก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา (ภาคผนวก ๑) โดยส่งให้หน่วยงานของรัฐ ภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันที่ได้ลงนาม
    ในสัญญา
    ๔.๒ รายละเอียดเฉพาะ
    ๔.๒.๑ งานปรับปรุงผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีต
    ๔.๒.๑.๑ ผู้รับจ้างต้องมีโรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต หรือโรงงานผสมแอสฟัลต์ คอนกรีตแบบเคลื่อนที่ (Mobile Concrete Plant) และต้องแนบสําเนาใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (แบบ ร.ง.๔) จากกรมโรงงานอุตสาหกรรมของผู้รับจ้าง ทั้งนี้เอกสารดังกล่าวต้องไม่หมดอายุ ถูกยกเลิก ถูกสั่ง พักใช้หรือ เพิกถอนหรือผู้รับจ้างเสนอขอใช้ผลิตภัณฑ์จากโรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีตอื่นต้องแสดง หลักฐาน ดังนี้
    โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต
    ๑) เอกสารยินยอมให้ใช้ผลิตภัณฑ์จากผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการ
    ๒) สําเนาใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (แบบ ร.ง.4) จากกรมโรงงาน อุตสาหกรรมของผู้ให้ความยินยอมให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของโรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต หรือสําเนาหนังสือรับรอง การตั้งหน่วยงานผลิตแอสฟัลต์คอนกรีตสําหรับหน่วยงานก่อสร้าง จากหน่วยงานในสังกัดกรมโรงงาน อุตสาหกรรม ทั้งนี้ เอกสารดังกล่าวต้องไม่หมดอายุ ถูกยกเลิก หรือเพิกถอน
    ๓) ผู้รับจ้างต้องแสดงแผนที่ที่ตั้งโรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต และเส้นทาง การขนส่งจากโรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีตถึงกึ่งกลางของโครงการก่อสร้าง โดยระยะทางขนส่งจะต้องไม่เกิน
    ๖๐ กิโลเมตรจากพื้นที่ปฏิบัติงาน
    ๔.๒.๑.๒ ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีบุคลากร ห้องปฏิบัติการทดลอง เพื่อใช้ทดสอบ คุณสมบัติทั่วไปของแอสฟัลต์คอนกรีตที่โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีตว่ามีคุณสมบัติถูกต้องสอดคล้องกับ ส่วนผสมตามข้อกําหนดที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ให้ความเห็นชอบและอนุญาตให้ใช้งานได้ คณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุจะทําการตรวจสอบควบคุมคุณสมบัติแอสฟัลต์คอนกรีตตลอดระยะเวลาของการปฏิบัติงานตาม สัญญา โดยผู้รับจ้างจะต้องทําการทดสอบที่โรงงานผสมทุกครั้งที่มีการผลิตและส่งผลการทดสอบควบคุม คุณภาพประจําวันจากห้อง ปฏิบัติการทดลองและผลการทดสอบควบคุมคุณภาพจากหน่วยงานภาครัฐในเขต
    (นายจารุพงศ์ จิตรประเวศน์)
    ประธานกรรมการ
    (นายณัฏฐนันท์ โรหิตเสถียร)
    กรรมการ
    r.
    (นายพัฒนพงศ์ สีงาม)
    กรรมการ
    (นายอริญชย์ วิสิทธิ์ตระกูล)
    กรรมการ
    (นายกิตติคุณ รอดสกุล)
    กรรมการ
    (นายอิศราพงษ์ ชานทอง)
    (นายภัทรภาคย์ สุดชา) กรรมการและเลขานุการ
    กรรมการ
    E
    ม้ มด
  • C -
    กรุงเทพ หรือปริมณฑล หรือชลบุรี สําหรับใช้ประกอบการตรวจรับงาน และผู้รับจ้างต้องจัดหารถรับ-ส่งพร้อม คนขับ เพื่อรับ-ส่งผู้ควบคุมงานของ กทพ. ตลอดระยะเวลาการดําเนินงานจนแล้วเสร็จตามสัญญา เพื่อตรวจสอบ คุณภาพโรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต โดยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
    ๔.๒.๑.๓ การขนส่งวัสดุแอสฟัลต์คอนกรีตมายังพื้นที่โครงการก่อสร้างผู้รับจ้างต้อง
    ควบคุมอุณหภูมิของแอสฟัลต์คอนกรีตให้เป็นไปตามที่กําหนดและจะต้องปูลาดผิวจราจรใหม่ให้แล้วเสร็จ
    ภายใน ๓ ชั่วโมงหลังจากการผลิต
    มวลรวม
    ๔.๒.๑.๔ วัสดุที่จะนํามาใช้ทําแอสฟัลต์คอนกรีตประกอบด้วย แอสฟัลต์ซีเมนต์ และ
    ๑) แอสฟัลต์ซีเมนต์ เป็นชนิด ๔๐/๕๐ Penetration Grade สําหรับทําผิว
    ทางชนิดแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. ๘๕๑-๒๑๕๖
    “แอสฟัลต์ซีเมนต์สําหรับงานทาง”
    ๒) มวลรวม
    ๒.๑) มวลหยาบ (Coarse Aggregate) เป็นหินแกรนิตและเศษวัสดุ แอสฟัลต์คอนกรีตเดิม (RAP) ของ กทพ. ในอัตราส่วนตามที่ออกแบบ และเป็นส่วนที่ค้างตะแกรงขนาด ๔.๗๕ มิลลิเมตร (เบอร์ 4) ต้องเป็นวัสดุที่แข็งและคงทน (Hard and Durable) สะอาด ปราศจากวัสดุไม่พึงประสงค์ใด ๆ ที่ทําให้แอสฟัลต์คอนกรีตมีคุณภาพด้อยลงและมวลหยาบต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
  • ความสึกหรอของ Coarse Aggregate เมื่อทดสอบโดยใช้เครื่อง
    Los Angeles ความสึกหรอต้องไม่เกินร้อยละ ๓๕
    Value (PSV) ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ ๔๗

ความต้านทานต่อการลื่นไถลเมื่อทดสอบหาค่า Polished Stone

  • ความคงทน “Soundness” ของมวลรวม โดยใช้โซเดียมซัลเฟต
    จํานวน ๕ รอบ ส่วนที่ไม่คงทน (Loss) ต้องไม่เกินร้อยละ ๙
  • ค่าดัชนีความแบน (Flakiness Index) ไม่เกินร้อยละ ๓๐
  • ค่าดัชนีความยาว (Elongation Index) ไม่เกินร้อยละ ๓๐
    ผิวของมวลหยาบ จะต้องมีแอสฟัลต์เคลือบไม่น้อยกว่าร้อยละ ๙๕ เมื่อ
    ทดสอบ Coating and Stripping of Bitumen - Aggregate Mixtures ตามมาตรฐาน AASHTO T๑๘๒-๘๔ หรือเทียบเท่า
    โดยขนาดคละของมวลรวมหยาบให้เป็นไปตามตารางที่ ๑ และผู้รับจ้าง
    จะต้องเสนอแหล่งผลิตมวลรวมหยาบให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณาเห็นชอบก่อนดําเนินงาน
    ๒) มวลละเอียด (Fine Aggregate) หมายถึง ส่วนที่ผ่านตะแกรงขนาด
    ๔.๗๕ มิลลิเมตร (เบอร์ ๔) เป็นฝุ่นหิน ที่สะอาดปราศจากสิ่งสกปรกหรือวัสดุอันไม่พึงประสงค์ใด ๆ ปะปนอยู่ที่ ทําให้แอสฟัลต์คอนกรีตมีคุณภาพด้อยลง
    ๓) วัสดุผสมแทรก (Mineral Filler) หมายถึง ใช้ผสมเพิ่มในกรณีเมื่อผสม
    มวลรวมหยาบกับมวลละเอียดเป็นมวลรวมแล้วส่วนละเอียดในมวลรวมยังมีไม่พอ
    بركة
    (นายจารุพงศ์ จิตรประเวศน์)
    ประธานกรรมการ
    (นายณัฏฐนันท์ โรหิตเสถียร
    (นายพัฒนพงศ์ สีงาม)
    กรรมการ
    (นายอริญชย์ วิสิทธิ์ตระกูล)
    กรรมการ
    กรรมการ
    2
    (นายกิตติคุณ รอดสกุล)
    กรรมการ
    insand
    (นายอิศราพงษ์ ขายทอง)
    (นายภัทรภาคย์ สุดชา)
    กรรมการและเลขานุการ
    กรรมการ
    03 มก. che
    ตารางที่ ๑ ขนาดคละของวัสดุมวลรวมหยาบ
    Sieve Size
    (U.S Standard Sieve)
    Percent Passing
    Binder Course or
    Leveling Course
    Percent Passing
    Wearing Course
    ๑ in
    in
    900
    ๓/๔ in
    ๙๐ - ๑๐๐
    ๑/๒ in
    m/ in
    ๕๖ - ๘๐
    ៨០
    No. ๔
    ๓๕ - ๖๕
    No. ๘
    ๒๓-๔๙
    No. ๑๖
    No. mo
    No. ๕๐

600

900
๔๔-๗๔
๒๘ - ๕๘
๑๐
๕ - ๒๑
No. ๑๐๐
No. ๒๐๐
Asphalt Content by
Weight of Aggregatem.o - ๖.๕
(%)

๓.๐ - ๗.๐
๔.๒.๕ ผู้รับจ้างจะต้องออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Job Mix Formula) โดยมี หน่วยงานภาครัฐในเขตกรุงเทพ หรือปริมณฑล หรือชลบุรีให้การรับรอง และเสนอคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ให้ความเห็นชอบก่อนเริ่มงาน (โดยผู้ว่าจ้างสงวนสิทธิ์ในการร่วมสังเกตการณ์การเก็บและนําส่งตัวอย่างเพื่อ ออกแบบ) โดยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
๔.๒.๖ การออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ตามวิธีการทดลองแอสฟัลต์คอนกรีตแบบ Marshall Method และการทดลองหาค่าดัชนีความแข็งแรง (Strength Index) ตามวิธีการทดลองหาค่าดัชนี ความแข็งแรง (Strength index) ของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

  • Stability Min. 2,200 Ib
  • Flow 0.25 mm. (0.01 inch) 9 - 17
  • Percent Air Voids 3 – 6
  • Percent Voids in Mineral Aggregate (VMA) Min. 13
  • Stability/ Flow (lb/0.01 in) Min. 170
  • Percent Strength Index Min. 75
  • Stiffness Modulus by ITS @40oC (MPa) Min 1,000 ตาม EN 12967-26
  • % Tensile Strength Ratio Min. 80 ตาม AASHTO T-283
    ๔.๒.๗ วัสดุที่ใช้ในการทํา Prime Coat ให้ใช้แอสฟัลต์อีมัลชั่น EAP และTack Coat ให้ใช้ แอสฟัลต์อีมัลชัน CRS - 2 ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. ๓๗๑-๒๕๓๐ หรือตาม มอก. ปัจจุบัน
    หรือเทียบเท่า
    (นายจารุพงศ์ จิตรประเวศน์)
    ประธานกรรมการ

    (นายพัฒนพงศ์ สีงาม)
    (นายกิตติคุณ รอดสกุล)
    กรรมการ
    กรรมการ
    Anssind
    (นายอิศราพงษ์ ชานทอง)
    กรรมการ
    (นายณัฏฐนันท์ โรหิตเสถียร)
    (นายอริญชย์ วิสิทธิ์ตระกูล
    กรรมการ
    กรรมการ
    (นายภัทรภาคย์ สุดชา)
    กรรมการและเลขานุการ ๒๗ มิค ๒๔๖๙
    ๔.๒.๘ วัสดุเครื่องหมายจราจร
    ๑) วัสดุเส้นจราจรชั่วคราวให้ใช้สีจราจรแบบสะท้อนแสง
    ๒) วัสดุเทอร์โมพลาสติกต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตามมาตรฐาน มอก.๕๔๒-๒๕๔๙ ๓) ลูกแก้วสะท้อนแสง เป็นประเภทที่ใช้กับวัสดุทําเครื่องหมายบนผิวทาง ตาม มาตรฐาน มอก. ๕๔๓ - ๒๕๕๐ ประเภทที่ ๒
    ๔) น้ํายารองพื้น (Tack Coat) ต้องมีผลการทดสอบคุณสมบัติตามวิธีการทดสอบตาม มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.๕๒๒-๒๕๒๗ ประเภท ๒
    ๕) ภาชนะบรรจุวัสดุจะต้องอยู่ในสภาพดีไม่แตกไม่ชํารุดและไม่ถูกเปิดก่อนการใช้งาน ๖) ก่อนเข้าปฏิบัติงานผู้รับจ้างจะต้องส่งตัวอย่างวัสดุเทอร์โมพลาสติก ลูกแก้ว และ น้ํายารองพื้นที่สุ่มเก็บจํานวนอย่างละ ๑ ตัวอย่างให้หน่วยงานราชการทดสอบคุณสมบัติของวัสดุฯ ให้เป็นไป ตามข้อ กําหนด โดยค่าใช้จ่ายเป็นของผู้รับจ้างทั้งสิ้น
    9
    ๗) ผลการทดสอบค่าสะท้อนแสงของเส้นจราจรทั้งหมดตามสัญญาขณะตรวจรับงาน เป็นไปตามตารางที่ โดยผู้รับจ้างต้องเสนอเครื่องมือตรวจวัดค่าสะท้อนแสงแบบต่อเนื่องให้คณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุเห็นชอบก่อนดําเนินการ ทั้งนี้ในบริเวณที่มีข้อจํากัดในการตรวจวัดค่าสะท้อนแสงแบบต่อเนื่องให้
    ผู้รับจ้างเสนอวิธีการตรวจวัดค่าสะท้อนแสงแบบอื่นใดให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุเห็นชอบก่อนดําเนินการ
    ตารางที่ ๒ แสดงเกณฑ์กําหนดคุณลักษณะของเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
    รายการคุณลักษณะเครื่องหมายจราจร
    ๑. ตรวจสอบคุณลักษณะขณะทํางาน
    ๑.๑ ความหนาเฉลี่ยเมื่อเปียกบนแผ่นโลหะสะอาดผิวเรียบ, มิลลิเมตร
  • วัสดุเครื่องหมายจราจรทําด้วยวัสดุเทอร์โมพลาสติก

m.00

  • วัสดุเครื่องหมายจราจรเทอร์โมพลาสติกชนิด Dot Profile Marking > ๕.๐๐
  • วัสดุเครื่องหมายจราจรเทอร์โมพลาสติก เส้นชะลอความเร็ว
  • วัสดุเครื่องหมายจราจรเทอร์โมพลาสติก เส้นโปรฟลาย มาร์คกิ้ง ๑.๒ อัตราการใช้ลูกแก้ว (พ่นจากเครื่อง), กรัมต่อตารางเมตร
    &.00

5.00
เกณฑ์กําหนด
ตามแบบรูป
goo
(นายจารุพงศ์ จิตรประเวศน์)
ประธานกรรม
(นายณัฏฐนันท์ โรหิตเสถียร)
กรรมการ

(นายพัฒนพงศ์ สีงาม
กรรมการ
(นายอริญชย์ วิสิทธิ์ตระกูล)
กรรมการ
22
นายกิตติคุณ รอดสกุล)
กรรมการ
(นายอิศราพงษ์ ชานทอง)
กรรมการ
(นายภัทรภาคย์ สุดชา)
กรรมการและเลขานุการ
3 มิค ๒๕๖๔
1
รายการคุณลักษณะเครื่องหมายจราจร
๒. ตรวจสอบคุณลักษณะเมื่อตรวจรับงาน
๒.๑ ความหนาเฉลี่ยเมื่อแห้งบนแผ่นโลหะสะอาดผิวเรียบ, มิลลิเมตร

  • วัสดุเครื่องหมายจราจรทําด้วยวัสดุเทอร์โมพลาสติก
  • วัสดุเครื่องหมายจราจรเทอร์โมพลาสติก ชนิด Dot Profile Marking - วัสดุเครื่องหมายจราจรเทอร์โมพลาสติก เส้นชะลอความเร็ว
    วัสดุเครื่องหมายจราจรเทอร์โมพลาสติก เส้นโปรฟลาย มาร์คกิ้ง
    ๒.๒ สี (color)
    -สีขาว
  • สีเหลือง
    ๒.๓ การสะท้อนแสงเมื่อวัดด้วยเครื่องวัดที่มี geometry ของการวัดที่
    ระยะ ๓๐ เมตร
    ๓.๐๐

๕.๐๐
5,00
เกณฑ์กําหนด
ตามแบบรูป
ดัชนีความเหลือง 0-0.12
ใกล้เคียงกับ highway
yellow #m๓๕๓๘ หรือ
#๑๓๕๓๘ โดยอนุโลม
๒.๔ การวัดค่าจําลองการมองเห็นในเวลากลางคืน สําหรับ Dot Proflie
marking (Ruso), mcd.x1.m2

  • สีขาว
  • สีเหลือง
    ๒.๕ การวัดค่าจําลองการมองเห็น (สําหรับวัสดุเทอร์โมพลาสติก)
  • เวลากลางวัน (Qa30), mcd.bxm
    -2
  • สีขาว
  • สีเหลือง
  • เวลากลางคืน (RŁ.30), mcd.xm
    -2
  • สีขาว
  • สีเหลือง
    (นายจารุพงศ์ จิตรประเวศน์)
    ประธานกรรมการ
    (นายณัฏฐินันท์ โรหิตเสถียร)
    กรรมการ
    (นายพัฒนพงศ์ สีงาม)
    (นายกิตติคุณ รอดสกุล)
    กรรมการ
    (นายอริญชย์ วิสิทธิ์ตระกูล)
    กรรมการ
    กรรมการ
    V

๒๐๐
amo
abo
๒๔๐
abo
(นายอิศราพงษ์ ชานทอง)
กรรมการ
…..
(นายภัทรภาคย์ สุดชา กรรมการและเลขานุการ
๒ มีค. ๕๖๙
รายการคุณลักษณะเครื่องหมายจราจร
๓. ตรวจสอบคุณลักษณะหลังใช้งาน (ระยะเวลาประกันคุณภาพ)
เกณฑ์กําหนด
๑๒ เดือน ๑ ครั้ง
๓.๑
พื้นที่คงเหลือ
๓.๒ สี (color)

  • สีขาว
    ๑๘ เดือน ๑ ครั้ง
    ๒๔ เดือน ๑ ครั้ง
    ไม่น้อยกว่า ๘๐%
    ดัชนีความเหลือง 0-0.12
    ใกล้เคียงกับ highway
  • สีเหลือง
    yellow #mm๕๓๘ หรือ #๑๓๕๓๘ โดยอนุโลม
    ๓.๓ การสะท้อนแสงเมื่อวัดด้วยเครื่องวัดที่มี
    geometry ของการวัดที่
    ระยะ ๓๐ เมตร
    ๓.๔ การวัดค่าจําลองการมองเห็นในเวลากลางคืน สําหรับ Dot Proflie
    marking (R130), mcd.lx ̈1.m ̈2
  • สีขาว
  • สีเหลือง
    ๓.๕ การวัดค่าจําลองการมองเห็น (สําหรับวัสดุเทอร์โมพลาสติก)
    -2
  • เวลากลางวัน (Qaso), mcd.txm2
  • สีขาว
    สีเหลือง
  • เวลากลางคืน (R_30), mcd.txt.m
    -สีขาว
    สีเหลือง
    -2

๑๒๐
Ro
V
๘๐
bo
๑๒๐
V
๘๐
A
(นายจารุพงศ์ จิตรประเวศน์)
ประธานกรรมการ
(นายณัฏฐนันท์ โรหิตเสถียร)
กรรมการ
r
(นายพัฒนพงศ์ สีงาม
กรรมการ
(นายอริญชย์ วิสิทธิ์ตระกูล)
กรรมการ

(นายกิตติคุณ รอดสกุล)
กรรมการ
unsind
(นายอิศราพงษ์ จานทอง)
กรรมการ
(นายภัทรภาคย์ สุดชา)
กรรมการและเลขานุการ ๆ ๆ มิค ส
๒๑ ๕๖๙
๔.๓ วิธีการทํางาน
๔.๓.๑ ผู้รับจ้างจะต้องเสนอเอกสารก่อนการดําเนินงานซ่อมแซมถนนบริการทางพิเศษประจิม
รัถยา ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณาให้ความเห็นชอบ ดังนี้
๔.๓.๑.๑ แผนการดําเนินงาน ภายใน ๑๕ วัน หลังจากลงนามในสัญญา
๔.๓.๑.๒ แผนงานจัดการจราจรระหว่างการดําเนินงาน
รายชื่อผู้เข้าร่วมปฏิบัติงานและชื่อวิศวกรโยธาพร้อมสําเนาใบประกอบ
วิชาชีพที่ไม่หมดอายุ และไม่ถูกเพิกถอน พร้อมหนังสือยินยอมควบคุมงานฯ และรับผิดชอบต่อความเสียหาย ของงานฯ หรืออื่นใดที่จะเกิดขึ้นในระหว่างการปฏิบัติงาน
บริเวณที่มีการปรับปรุง
๔.๓.๑.๔ รายงานการสํารวจพื้นที่ความเสียหายผิวจราจรเดิมพร้อมจัดทําภาพถ่าย
๔.๓.๑.๕ จัดทํารายงานขั้นตอนการทํางาน (Method Statement) อย่างละเอียดให้ สอดคล้องกับข้อกําหนดของงานเพื่อใช้เป็นแนวทางในการควบคุมงาน
๔.๓.๑.๖ อัตราส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต
๔.๓.๑.๗ วัสดุทุกชนิดที่ใช้ในงานปรับปรุงผิวจราจร
๔.๓.๑.๔ รายการเครื่องจักร-อุปกรณ์
๔.๓.๑.๙ ป้ายข้อมูลแนะนําโครงการ ณ จุดเริ่มต้นงานจํานวน ๒ ป้าย และหากพื้นที่ บริเวณใดจําเป็นต้องมีการปิดช่องจราจรตลอด ๒๔ ชั่วโมง จะต้องมีไฟวับวาบตลอด ๒๔ ชั่วโมง หรือป้ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุและผู้ควบคุมงาน
๔.๓.๑.๑๐ ผู้รับจ้างจะต้องทําการติดตั้งป้ายเตือนเขตก่อสร้างที่ระยะ 9,000, ๕๐๐, ๓๐๐ และ ๑๐๐ เมตร ก่อนถึงพื้นที่ก่อสร้าง ที่บริเวณกําแพงกันตก (Parapet) ทั้งนี้ตําแหน่งติดตั้งป้ายเตือน ให้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของสภาพพื้นที่ก่อสร้าง โดยเป็นดุลยพินิจของผู้ควบคุมงานพิจารณาความเหมาะสม
ตามสภาพพื้นที่ทํางาน และจุดเริ่มต้นการเบี่ยงจราจรให้ใช้แบริเออร์พลาสติกในการเริ่มต้นเบี่ยงจราจรเป็น ระยะอย่างน้อย ๒๐๐ - ๓๐๐ เมตร ตามวิธีการปฏิบัติงาน การวางกรวยยาง ป้าย สัญญาณไฟวับวาบบน ทาง พิเศษ และมาตรฐานการปฏิบัติงานบนทางพิเศษ ทั้งนี้ผู้รับจ้างต้องมีรถคุ้มกันขนาดรถไม่น้อยกว่า 6 ล้อ ที่มี ไฟสัญญาณจราจรวับวาบ ทุกครั้งในการขึ้นปฏิบัติงานบนทางพิเศษ
๔.๓.๑.๑๑ ผู้รับจ้างต้องจัดหารถรับ-ส่งพร้อมคนขับ เพื่อรับ-ส่งผู้ควบคุมงานของ กทพ. ตลอดระยะเวลาการดําเนินงานจนแล้วเสร็จตามสัญญา เพื่อตรวจสอบคุณภาพงานที่หน้างาน โดยค่าใช้จ่ายที่ เกิดขึ้นผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
๔.๓.๒ ก่อนเริ่มดําเนินงานก่อสร้างแอสฟัลต์คอนกรีต ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมความพร้อมของ โรงงานผลิต เครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ทดสอบที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างให้ครบถ้วนและเหมาะสมต่อ การใช้งาน โดยเครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ทดสอบทุกชนิดที่นํามาใช้ในการก่อสร้างต้องอยู่ในสภาพดี พร้อมใช้งาน และต้องผ่านการตรวจสอบ รวมทั้งได้รับการสอบเทียบความถูกต้องเรียบร้อยแล้ว พร้อมจัดส่ง ใบรับรองการสอบเทียบ (Calibration Certificate) ที่ยังมีอายุใช้งานและสามารถตรวจสอบได้ให้ผู้ควบคุมงาน พิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนนํามาใช้งาน ทั้งนี้ ในระหว่างการก่อสร้าง ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการบํารุงรักษา เครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ทดสอบทุกชนิดให้อยู่ในสภาพดีและพร้อมใช้งานตลอดระยะเวลาดําเนินการ
ก่อสร้าง
๔.๓.๔ ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการขนย้ายเศษวัสดุแอสฟัลต์คอนกรีตเดิม (RAP) ของ กทพ.
เพื่อนําไปเป็นส่วนผสมวัสดุมวลรวมหยาบในอัตราส่วนตามที่ออกแบบ และหากโครงสร้างทางไม่แข็งแรง
……
(นายจารุพงศ์ จิตรประเวศน์)
ประธานกรรมการ
(นายณัฏฐนันท์ โรหิตเสถียร)
กรรมการ
(นายพัฒนพงศ์ สีงาม)
กรรมการ
(นายอริญชย์ วิสิทธิ์ตระกูล)
กรรมการ
(นายกิตติคุณ รอดสกุล)
กรรมการ
(นายอิศราพงษ์ ขายทอง)

(นายภัทรภาคย์ สุดชา
กรรมการและเลขานุการ
กรรมการ
(SOFT) ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการซ่อมแซมโดยใช้เศษวัสดุแอสฟัลต์คอนกรีตเดิม (RAP) ของ กทพ. ตามที่ และค่าใช้จ่ายในการขนย้ายเศษวัสดุแอสฟัลต์คอนกรีตเดิม (RAP) ผู้รับจ้าง
คณะกรรมการตรวจรับพัสดุกําหนด เป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด
๔.๓.๕ ก่อนลงชั้น Tack Coat จะต้องทําการเป่าฝุ่น และเก็บเศษวัสดุที่ตกค้างออกให้หมด หลังจากนั้นให้ทําการ Tack Coat ให้ทั่ว ด้วยวัสดุที่มีคุณสมบัติตามข้อกําหนด ในอัตรา 0.0 - 0.0 ลิตรต่อ
๐.๓ ตารางเมตร สําหรับแอสฟัลต์ CRS-2 ผสมน้ําในอัตราส่วน ๑ : ๑ ใช้อัตรา 0.5 - 0.5 ลิตรต่อตารางเมตร
๑ ๐.๒ ขึ้นอยู่กับสภาพของพื้นที่การทํางาน
๔.๓.๖ แอสฟัลต์คอนกรีต ที่นําไปใช้ยังสถานที่ก่อสร้างให้ใช้รถบรรทุกกระบะเทท้าย ซึ่งมี พื้นกระบะที่เรียบ และสะอาด พ่น หรือเคลือบด้วยน้ําสบู่ น้ําปูนขาว หรือสารเคลือบใด ๆ และวัสดุเคลือบ กระบะต้องไม่ทําให้คุณภาพของแอสฟัลต์คอนกรีตเปลี่ยนไป เพื่อป้องกันไม่ให้วัสดุแอสฟัลต์คอนกรีตติดพื้น กระบะรถ การขนส่งให้ใช้ผ้าใบคลุมปิดทับกระบะรถเพื่อควบคุมอุณหภูมิของวัสดุแอสฟัลต์คอนกรีตและป้องกัน น้ําฝนหรือสิ่งสกปรกอื่น ๆ ด้วย และการผลิตแอสฟัลต์คอนกรีตที่โรงงานผสมต้องมีคุณสมบัติดังนี้
๑) กุ้งหินเย็น (Cold Bin) แบ่งออกเป็น ๒ ชุด ประกอบด้วย

  • กุ้งหินเย็น (Cold Bin) สําหรับมวลรวมผสมเพิ่ม
  • กุ้งหินเย็น (Cold Bin) สําหรับมวลรวมจากชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตเดิม (RAP) สําหรับแยกใส่วัสดุหินหรือวัสดุอื่น ๆ แต่ละขนาด ช่องเปิดปากยังเป็นแบบปรับได้ ยังหินเย็นต้องประกอบด้วย เครื่องป้อนหินเย็น (Aggregate Feeder) แบบที่เหมาะสม สามารถป้อนหินเย็นไปยังหม้อเผา (Dryer) ได้อย่าง สม่ําเสมอและถูกต้องตามอัตราส่วนที่ต้องการโดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องป้อนหินเย็นสําหรับกุ้งมวลละเอียดจะต้อง เป็นแบบสายพานอย่างต่อเนื่อง หรือสายพานอื่นใดที่ให้ผลเทียบเท่า
    ๒) หม้อเผา (Dryer) แบ่งออกเป็น ๒ ชุด ประกอบด้วย
    หม้อเผา (Dryer) สําหรับมวลรวมผสมเพิ่ม
  • หม้อเผา (Dryer) สําหรับมวลรวมแอสฟัลต์คอนกรีตจากชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต เดิม (RAP) ต้องมีประสิทธิภาพดี สามารถทําให้มวลรวมแห้งและมีอุณหภูมิตามที่กําหนด มีเครื่องวัดอุณหภูมิที่ เหมาะสม เช่น เครื่องวัดอุณหภูมิแบบแปรความร้อนเป็นค่าไฟฟ้า (Electric Pyrometer) ที่อ่านอุณหภูมิได้ ละเอียดถึง ๒.๕ องศาเซลเซียส ติดตั้งอยู่ที่ปากทางที่มวลรวมเคลื่อนตัวออกและต้องมีเครื่องบันทึกอุณหภูมิของ
    มวลรวมที่วัดได้โดยอัตโนมัติ
    ๓) อุณหภูมิของวัสดุมวลรวม
  • อุณภูมิของวัสดุมวลรวม สําหรับแอสฟัลต์คอนกรีตก่อนการผสมต้องให้ความร้อน จนได้อุณหภูมิไม่ต่ํากว่า ๑๘๐ - ๑๐ องศาเซลเซียส และมีความชื้นไม่เกินร้อยละ ๑ โดยมวลของมวลรวม และเมื่อผสมกับแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่โรงงานผสมจะต้องมีอุณหภูมิตรงตามที่ระบุไว้ในสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน
  • อุณภูมิของวัสดุมวลรวม สําหรับแอสฟัลต์คอนกรีตจากชั้นทางแอสฟัลต์ คอนกรีตเดิม (RAP) ก่อนการผสมต้องให้ความร้อนจนได้อุณหภูมิไม่ต่ํากว่า ๑๖๐ - ๑๐ องศาเซลเซียส และมี ความชื้นไม่เกินร้อยละ ๑ โดยมวลของมวลรวม และเมื่อผสมกับแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่โรงงานผสมจะต้องมีอุณหภูมิ ตรงตามที่ระบุไว้ในสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน

๔) สารปรับปรุงคุณภาพแอสฟัลต์ (Asphalt Recycling Agent) ให้เติมภายหลังจาก การเพิ่มอุณหภูมิในวัสดุแอสฟัลต์คอนกรีตเดิม (RAP) แล้ว ปริมาณเป็นไปตามสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน

ประธานกรรมการ
(นายจารุพงศ์ จิตรประเวศน์)
(นายณัฏฐนันท์ โรหิตเสถียร
ใน
(นายพัฒนพงศ์ สิงาม
กรรมการ
(นายอริญชย์ วิสิทธิ์ตระกูล)
กร
(นายกิตติคุณ รอดสกุล)
กรรมการ
(นายอิศราพงษ์ ชานทอง)
(นายภัทรภาคย์ สุดชา)
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการและเลขานุการ
-๑๒ -
๕) อุณหภูมิของแอสฟัลต์ซีเมนต์ขณะเก็บในถังต้องมีอุณหภูมิไม่ต่ํากว่า ๑๕๐ องศา เซลเซียส เมื่อผสมกับมวลรวมค่าอุณหภูมิที่โรงงานผสมจะต้องให้ความร้อนจนได้ ๑๗๐ - ๑๗๕ องศาเซลเซียส หรือตามอุณหภูมิตามข้อแนะนําควรใช้งานผลิตภัณฑ์ของบริษัทผู้ผลิต หรือตามที่ระบุไว้ในสูตรส่วนผสม
เฉพาะงาน
๖) ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตเมื่อผสมเสร็จ
ก่อนนําออกจากโรงงานผสมจะต้องมี
อุณหภูมิระหว่าง ๑๗๐ ๔ ๑๐ องศาเซลเซียส หรือตามที่ระบุไว้ในสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน ถ้ามีอุณหภูมิ แตกต่างไปจากค่าที่กําหนดนี้ ห้ามนําส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตดังกล่าวไปใช้งาน
๗) ต้องมีการบันทึกอุณหภูมิของมวลรวมที่ผ่านห้องเผา อุณหภูมิของแอสฟัลต์ซีเมนต์ ขณะก่อนผสมกับมวลรวม และอุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน โดยใช้เครื่อง บันทึกอุณหภูมิแบบอัตโนมัติพร้อมที่จะตรวจสอบได้ตลอดเวลาและผู้รับจ้างจะต้องส่งบันทึกรายการอุณหภูมิ ดังกล่าวประจําวันแก่ผู้ควบคุมงาน ของ กทพ. ทุกวันที่ปฏิบัติงาน
๔) การวัดอุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่อยู่ในรถบรรทุก ต้องใช้เครื่องวัด อุณหภูมิที่อ่านอุณหภูมิได้อย่างรวดเร็ว การวัดอุณหภูมิให้วัดจากรถบรรทุก ทุกคันแล้วจดบันทึกอุณหภูมิไว้ใน เอกสารการขนส่งวัสดุแอสฟัลต์คอนกรีต
๔.๓.๗ สภาพผิวจราจรก่อนการปูแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องแห้ง ห้ามปูแอสฟัลต์คอนกรีต ขณะฝนตกหรือเมื่อผิวจราจรเปียกชื้น หากขณะฝนตกผู้รับจ้างทําการไสผิวจราจรเดิมออกแล้วทั้งหมดหรือ
บางส่วนผู้รับจ้างต้องปูแอสฟัลต์คอนกรีตเพื่อคืนผิวจราจรและให้ทําการแก้ไขในวันถัดไป
๔.๓.๘ การปูผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีตให้ปูด้วย Self - Powered Paver ที่มีตัวสั่นสะเทือน และ ตัวสับ (Tamper Bar) แบบล้อยาง โดยให้ทําการปูด้วยความเร็วไม่เกิน 4 กม.ต่อชม. และอุณหภูมิของ แอสฟัลต์คอนกรีตที่ผ่านชุดรีดสั่นสะเทือน (Screeding Unit) จะต้องไม่ต่ํากว่า ๑๔๐ องศาเซียลเซียส
๔.๓.๙ รอยต่อผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีตกับผิวจราจรเดิม ภายหลังการปูลาดและบดอัด จะต้องมีระดับสอดคล้องกัน รวมทั้งจะต้องปรับระดับให้สามารถระบายน้ําสู่ระบบระบายน้ําเดิมที่มีอยู่ได้ดี
๔.๓.๑๐ การบดทับครั้งแรกและครั้งสุดท้ายให้บดทับด้วยรถบดล้อเหล็กชนิด ๒ ล้อ มีน้ําหนัก ไม่น้อยกว่า 4 ตัน เพิ่มน้ําหนักได้ไม่เกิน ๑๐ ตัน มีน้ําหนักต่อความกว้างของล้อขับ ไม่น้อยกว่า ๓๗,๙๐ กิโลกรัมต่อชั่วโมง รถบดในสภาพดีหน้าเรียบ ความเร็วไม่เกิน ๕ กม.ต่อชม. การบดทับครั้งที่สองให้ใช้ล้อบด ชนิดล้อยางที่มีล้อยาง ไม่น้อยกว่า 6 ล้อ จํานวน ๒ คัน น้ําหนักไม่น้อยกว่า ๑๐ ตัน ผิวหน้าของล้อยางจะต้อง เรียบเสมอกันมีขนาดและความดันลมยางสม่ําเสมอกัน (ความดันที่ผิวสัมผัสประมาณ ๙๐ ปอนด์/ตร.นิ้ว) ความเร็วไม่เกิน 4 กม. ต่อ ชม. หรือตามที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุให้ความเห็นชอบ
๔.๓.๑๑ ผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีตเมื่อบดอัดแล้วเสร็จจะต้องเรียบ เมื่อตรวจสอบด้วย ไม้ บรรทัดวัดความเรียบ (Straightedge) ในแนวตั้งฉากและในแนวขนานกับแนวเส้นแบ่งกึ่งกลางถนน ระดับของ ผิวจราจรจะแตกต่างจากระดับของไม้บรรทัดวัดความเรียบ (Straightedge) ได้ไม่เกิน 5 มิลลิเมตร และ ๓ มิลลิเมตร ตามลําดับ และก่อนเปิดให้การจราจรผ่านได้จะต้องทิ้งไว้ ไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง หรือจน อุณหภูมิของผิวจราจรต่ํากว่า 50 องศาเซลเซียส
๔.๓.๑๒ ผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีตที่บดอัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ทําการสุ่มเจาะตัวอย่าง ในอัตรา ๓ ตัวอย่าง ต่อพื้นที่ 9,000 ตารางเมตร หรืออย่างน้อย ๓ ตัวอย่าง ต่อพื้นที่การทํางานหรือตามที่ ผู้ควบคุมงานกําหนด เพื่อนํามาทดสอบความหนาแน่น (Density) ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๔๘ ของความหนาแน่น เฉลี่ยของก้อนตัวอย่างที่เตรียมได้จากห้องปฏิบัติการทดลองประจําวัน โดย Marshall Method ด้วยการ
(นายจารุพงศ์ จิตรประเวศน์)
ประธานกรรมการ
(นายณัฏฐนันท์ โรหิตเสถียร)
กรรมการ

(นายพัฒนพงศ์ สีงาม
กรรมการ
(นายอริญชย์ วิสิทธิ์ตระกูล
กรรมการ
(นายกิตติคุณ รอดสกุล)
กรรมการ
(นายอิศราพงษ์ ชานทอง)
กรรมการ
2A
(นายภัทรภาคย์ สุดชา)
๒๗ มีค ๒๕๖๙ มีค.๕๙
กรรมการและเลขานุการ
๑๓

ทดสอบแบบ Non-destructive บนชั้นผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยใช้วิธี เครื่องวัดเชิงนิวเคลียร์ (Density of Bituminous Concrete in Place by Nuclear Methods) ตามมาตรฐาน ASTM D ๒๕๕๐ ทั้งนี้ในกรณีที่ไม่สามารถวัดความหนาแน่นของชั้นผิวทางโดยใช้เครื่องมือวัดเชิงนิวเคลียร์ได้ ให้พิจารณาการตรวจสอบความหนาแน่นของชั้นผิวทางโดยใช้วิธีการเจาะเก็บแท่งตัวอย่างแอสฟัลต์คอนกรีต
หรือวิธีอื่น ๆ แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้าง โดยผู้รับจ้างจะต้องมีผลการทดสอบเบื้องต้นทุกวันและ ผลทดสอบควบคุมคุณภาพจากหน่วยงานภาครัฐในเขตกรุงเทพ หรือปริมณฑล หรือชลบุรี ประกอบการตรวจ รับพัสดุ ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายเพื่อการทดสอบดังกล่าว เป็นของผู้รับจ้างและผู้รับจ้างจะต้องทําการอุดหลุมที่สุ่มเจาะ ด้วยวัสดุแอสฟัลต์คอนกรีตพร้อมบดอัดให้ได้ความแน่น โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงานและหากเกิด ความเสียหายในภายหลังผู้รับจ้างต้องรีบเข้าดําเนินการแก้ไข
๔.๓.๑๓ ผู้รับจ้างจะต้องทําความสะอาด ผิวจราจรด้านไหล่ทางที่ปรับค่าความลาดหลังทาง ตามแบบรูปของแปลงที่ทําการซ่อมแซม
๔.๓.๑๔ เมื่อผู้รับจ้างซ่อมแซมผิวจราจรแล้วเสร็จ จะต้องตีเส้นจราจรคืนทั้งขนาดและรูปแบบ ด้วยวัสดุเทอร์โมพลาสติกที่มีคุณสมบัติตามข้อกําหนด หลังจากปูผิวจราจรแล้วเสร็จภายใน ๓๐วัน แต่ไม่น้อย กว่า ๑๔ วัน หลังการซ่อมแซมผิวจราจรแต่ละพื้นที่ หรือตามที่ผู้ควบคุมงานกําหนดและผู้รับจ้างจะต้องจัดทําเส้น
จราจรชั่วคราวบนพื้นผิวจราจรภายหลังการซ่อมแซมทันทีและจะต้องบํารุงรักษาเส้นจราจรชั่วคราวดังกล่าวให้
มีความชัดเจนตลอดเวลาจนกว่าจะจัดทําเส้นจราจรถาวร
๔.๓.๑๕ ปริมาณงานปรับปรุงผิวจราจรจะต้องไม่เกิน ๑๕๐ ตันต่อวันต่อชุด หรือตามที่ผู้ควบคุม
งานกําหนด เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับการจราจรบนทางพิเศษ
๕. กําหนดเวลาส่งมอบพัสดุ
ระยะเวลาส่งมอบงานภายใน ๑๕๐ วัน นับถัดจากวันลงนามสัญญา โดยกําหนดให้ผู้รับจ้างส่ง มอบงานแบ่งออกเป็น ๒ งวด ตามรายละเอียดดังนี้
งวดที่ ๑ เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานแล้วเสร็จร้อยละ ๕๕ ของงานตามสัญญา
งวดสุดท้าย เมื่อผู้รับจ้างปฏิบัติงานแล้วเสร็จทั้งหมดตามสัญญารวมทั้งการทําสถานที่ก่อสร้างให้ สะอาดเรียบร้อยตามที่กําหนดไว้
ทั้งนี้ในการส่งมอบงานแต่ละงวดผู้รับจ้างจะต้องนําเสนอผลการปฏิบัติงานในรูปแบบ
Presentation ที่แสดงให้เห็นผลการปฏิบัติงานทั้งหมดของงวดนั้น ๆ ประกอบด้วยรูปถ่ายที่แสดงให้เห็น ความก้าวหน้าของงาน วิธีการทํางาน ระยะเวลา มูลค่างาน ผลการทดสอบวัสดุ ปัญหาและอุปสรรคทั้งหมด และในการส่งมอบงาน งวดสุดท้ายผู้รับจ้างจะต้องทํารายงานสุดท้าย (Final Report) ซึ่งประกอบด้วยรูป ถ่ายที่แสดงให้เห็นความก้าวหน้าของงาน วิธีการทํางาน ระยะเวลา มูลค่างาน ผลการทดสอบวัสดุ ปัญหาและ อุปสรรคทั้งหมด รวมทั้งรายละเอียดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ในรูปแบบรูปเล่มจํานวน ๓ ชุด(ภาพสี) และไฟล์ อิเล็กทรอนิกส์บรรจุอยู่ใน FLASH DRIVE จํานวน ๓ ชุด ส่งให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณาพร้อมกับ การตรวจรับงานงวดสุดท้าย
(นายจารุพงศ์ จิตรประเวศน์)
ประธานกรรมการ
2
(นายณัฏฐนันท์ โรหิตเสถียร)
กรรมการ
r.
(นายพัฒนพงศ์ สีงาม
กรรมการ
(นายอริญชย์ วิสิทธิ์ตระกูล)
กรรมการ
(นายกิตติคุณ รอดสกุล)
กรรมการ
(นายอิศราพงษ์ ชานทอง)
Marcoid
(นายภัทรภาคย์ สุดชา) กรรมการและเลขานุการ
กรรมการ
๒๗ มิค ตอ
J
13

  • ๑๔ -
  1. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
    เกณฑ์ราคา
    ๗. วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ได้รับจัดสรร
    ๑๑,๔๔๙,000.- บาท (สิบเอ็ดล้านสี่แสนสี่หมื่นเก้าพันบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
  2. งวดงานและการจ่ายเงิน
    กทพ. จะจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้างเมื่อผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานที่ได้ปฏิบัติงานทั้งหมดให้แล้วเสร็จ
    ตามสัญญาและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ดําเนินการตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
    โดยจะแบ่งการจ่ายเงินเป็น ๒ งวด ดังนี้
    งวดที่ ๑ เป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ ๕๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานแล้วเสร็จ ร้อยละ ๕๕ ของงานตามสัญญา
    งวดสุดท้าย จะจ่ายค่างานในส่วนที่เหลือทั้งหมดให้ผู้รับจ้าง เมื่อผู้รับจ้างปฏิบัติงานแล้วเสร็จ ทั้งหมดตามสัญญา
    อนึ่ง ค่าใช้จ่ายในการทดสอบวัสดุหรือค่าใช้จ่ายอื่นใดที่เกิดขึ้นอันเกิดมาจากการดําเนินงานในครั้งนี้ ให้อยู่ในความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง
    ๔. อัตราค่าปรับ
    หากผู้รับจ้างไม่สามารถทํางานให้แล้วเสร็จภายในที่กําหนดไว้ในสัญญาจะต้องชําระค่าปรับเป็น
    จํานวนเงินร้อยละ ๐.๒๕ ของวงเงินตามสัญญาต่อวัน
    ๑๐. การกําหนดระยะเวลารับประกันความชํารุดบกพร่อง
    เมื่องานแล้วเสร็จสมบูรณ์ และผู้ว่าจ้างได้รับมอบงานจากผู้รับจ้าง หรือจากผู้รับจ้างรายใหม่ในกรณี ที่มีการบอกเลิกสัญญา หากมีเหตุชํารุดบกพร่องหรือเสียหายเกิดขึ้นจากงานจ้างนี้ภายในกําหนด ๒ (สอง) ปี นับถัดจากวันที่ได้รับมอบงาน ซึ่งความชํารุดบกพร่องหรือเสียหายนั้นเกิดจากความบกพร่องของผู้รับจ้างอัน เกิดจากการใช้วัสดุที่ไม่ถูกต้อง หรือทําไว้ไม่เรียบร้อย หรือทําไม่ถูกต้องตามมาตรฐานแห่งหลักวิชา ผู้รับจ้างจะต้อง รีบทําการแก้ไขให้เรียบร้อยโดยไม่ชักช้า โดยผู้ว่าจ้างไม่ต้องออกเงินใด ๆ ในการนี้ทั้งสิ้น หากผู้รับจ้างบิดพลิ้ว ไม่กระทําการดังกล่าวภายในกําหนด ๓ (เจ็ด) วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้างหรือไม่ทําการแก้ไขให้ ถูกต้องเรียบร้อยภายในเวลาที่ผู้ว่าจ้างกําหนดให้ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะทํางานนั้นเองหรือจ้างผู้อื่นให้ทํางานนั้น โดย ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นซึ่งหมายรวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตามสัญญาที่ระบุในรายการละเอียดทั่วไป
    ข้อ ๔.๑.๑๙ ด้วย
    สา
    (นายจารุพงศ์ จิตรประเวศน์)
    ประธานกรรมการ
    (นายพัฒนพงศ์ สังาม)
    (นายกิตติคุณ รอดสกุล)
    (นายอิศราพงษ์ จานทอง)
    กรรมการ
    กรรมการ
    กรรมการ
    (นายณัฏฐนันท์ โรหิตเสถียร)
    (นายอริญชย์ วิสิทธิ์ตระกูล)
    นายภัทรภาคย์ สุดชา
    กรรมการ
    กรรมการ
    กรรมการและเลขานุการ
    ! + มิค ๒๕๐๙
  • ©C -
    ๑๑. ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน
    ๑๑.๑
    บุคลากรหลักของผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงาน จําเป็นต้องผ่านการอบรมความปลอดภัยการทํางาน กับเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับวิชาชีพ (จป.วิชาชีพ) ของผู้ว่าจ้าง
    ๑๑.๒ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎหมายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมในการ ทํางาน และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทํางานนั้น และต้องปฏิบัติตามข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความ ปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับเหมาของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย

    (นายจารุพงศ์ จิตรประเวศน์)
    ประรานกรรมการ
    (นายณัฎฐนันท์ โรหิตเสถียร)
    กรรมการ
    j
    (นายพัฒนพงศ์ สีงาม
    กรรมการ
    (นายอริญชย์ วิสิทธิ์ตระกูล)
    กรรมการ
    (นายกิตติคุณ รอดสกุล)
    (นายอิศราพงษ์ จาบทอง
    กรรมการ
    ansand
    กรรมการ
    (นายภัทรภาคย์ สุดชา)
    กรรมการและเลขานุการ
    ๗ มีค ส