ประกวดราคาจ้างงานจ้างเอกชนปฏิบัติการและซ่อมบำรุงรักษาระบบลำเลียงกระเป๋าสัมภาระ ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) มีความประสงค์จะจัดจ้างเอกชนเพื่อปฏิบัติการและซ่อมบำรุงรักษาระบบลำเลียงกระเป๋าสัมภาระภายในอาคารผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.) เป็นระยะเวลา 4 ปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ระบบลำเลียงกระเป๋าสัมภาระสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพสูงสุดตลอด 24 ชั่วโมง ครอบคลุมทั้งการปฏิบัติการในส่วนต่างๆ เช่น เคาน์เตอร์เช็คอิน ระบบขาออก ระบบขาเข้า และห้องควบคุม รวมถึงการบำรุงรักษาเชิงป้องกันและเชิงแก้ไขสำหรับระบบไฟฟ้า เครื่องกล ระบบควบคุม และระบบคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวข้อง ผู้รับจ้างต้องจัดหาบุคลากรที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด จัดทำแผนการทำงานที่ชัดเจน และปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยและกฎระเบียบของ ทอท. อย่างเคร่งครัด รวมถึงการรายงานผลการปฏิบัติงานอย่างสม่ำเสมอ โครงการนี้ให้ความสำคัญกับคุณภาพการบริการ ประสิทธิภาพของระบบ และความปลอดภัยของผู้ใช้งาน
English summary
This project involves contracting a private entity to operate and maintain the baggage handling system at Phuket International Airport (HKT) for a duration of 4 years. The scope covers 24-hour operations, including inspection, troubleshooting, and preventive maintenance to ensure the system’s optimal performance. The contractor must provide qualified personnel, develop clear work plans, and strictly adhere to AOT’s safety standards and regulations, along with regular performance reporting. The project emphasizes service quality, system efficiency, and user safety.
ท่าอากาศยานภูเก็ต
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- จัดจ้างเอกชนปฏิบัติการและซ่อมบำรุงรักษาระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.)
- ให้ระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระสามารถใช้งานและให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดตลอด 24 ชั่วโมง
- ควบคุมกํากับดูแลพนักงานของผู้รับจ้างให้ปฏิบัติถูกต้องตามกฎระเบียบของผู้ว่าจ้างโดยเคร่งครัด
- ตรวจสอบ บํารุงรักษา และซ่อมแซมระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระและอุปกรณ์ส่วนควบคุมที่เกี่ยวข้อง ให้ระบบอยู่ในสภาพที่สามารถใช้งานตามปกติและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ขอบเขตของงาน
- การปฏิบัติการ:
- การปฏิบัติการเคาน์เตอร์เช็คอิน (Departure Hall Operation)
- การปฏิบัติการระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระขาออก (Outbound Operation)
- การปฏิบัติการระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระขาเข้า (Inbound Operation)
- การปฏิบัติงานห้องศูนย์ควบคุมระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ (Baggage Control Room Operations)
- การปฏิบัติงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ เช่น การหมุนเวียนถาด การทำความสะอาดอุปกรณ์และพื้นที่
- การปฏิบัติงานเพิ่มเติมในโครงการอื่นๆ ตามที่ ทอท. ร้องขอ
- การบํารุงรักษา:
- การตรวจสอบ บํารุงรักษา และซ่อมแซมระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระขาออก (Outbound Baggage System) ครอบคลุมตั้งแต่ Check-in Conveyors จนถึง Make-up Units รวมถึงระบบไฟฟ้าและระบบควบคุม
- การตรวจสอบ บํารุงรักษา และซ่อมแซมระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระขาเข้า (Inbound Baggage System)
- การตรวจสอบ บํารุงรักษา และซ่อมแซมระบบ IT, Control และ Interfacing System รวมถึงระบบคอมพิวเตอร์และระบบสื่อสาร
- การจัดทำแผนการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) และแผนสำรองข้อมูล (Backup & Recovery Plan)
- การสอบเทียบเครื่องชั่งน้ำหนัก (Calibrate Weighing Scale)
- การซ่อมแซมอุปกรณ์ขณะทำงานและการปิดใช้งานเพื่อซ่อม
- การจัดทำเอกสารการซ่อมบำรุงและประวัติเครื่องจักร
- งานนอกขอบเขต: ระบบเตือนอัคคีภัย, ระบบ Airport Information Management System (AIMS), ระบบ Flight Information Display System (FIDS), ระบบ Common Use Terminal Equipment (CUTE), ระบบลิฟต์ขนส่งกระเป๋าสัมภาระเกินขนาด (OOG Elevators), เครื่องตรวจวัตถุระเบิด, การลําเลียงกระเป๋าสัมภาระจาก Sorting Area ไปยังอากาศยาน, การล่าเสียงกระเป๋าสัมภาระจากอากาศยานมายัง Sorting Area, การตรวจสอบกระเป๋าสัมภาระด้วยเครื่องตรวจวัตถุระเบิด, การขนย้ายกระเป๋าสัมภาระต้องสงสัย, การทำความสะอาดพื้นที่การให้บริการทั่วไปนอกเหนือจากที่กำหนด
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- รายงานประจําวัน (Operation Report, Maintenance Report, System Availability Report, etc.)
- รายงานประจําเดือน (สรุปการปฏิบัติการ, สรุปการซ่อมบำรุง, สรุป System Availability, etc.)
- รายงานประจําปี (ประวัติการซ่อมบำรุง, เอกสารการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน, etc.)
- แผนการทำงานประจำเดือนและประจำวัน
- แผนการทำงานแม่บทการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance Master Plan)
- เอกสารรับรองการผ่านการฝึกอบรมของพนักงาน
- การส่งมอบระบบและอุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานเมื่อสิ้นสุดสัญญา
ระยะเวลาดำเนินการ
4 ปี นับตั้งแต่วันที่ ทอท. มีหนังสือให้เริ่มดำเนินการ
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- เป็นนิติบุคคลที่ได้รับการจดทะเบียนจัดตั้งตามกฎหมาย
- เป็นนิติบุคคลได้รับการรับรองระบบบริหารคุณภาพ ISO 9001
- Standards Compliance:
- ได้รับการรับรองระบบบริหารคุณภาพ ISO 9001
- Experience:
- มีผลงานในการบริหารจัดการงานปฏิบัติการและบำรุงรักษาระบบสายพานลำเลียงกระเป๋า สัมภาระของท่าอากาศยาน หรืองานบำรุงรักษาระบบสายพานลำเลียงกระเป๋าสัมภาระของท่าอากาศยาน หรือระบบสายพานคัดแยกสัมภาระแบบอัตโนมัติในท่าอากาศยาน หรือระบบสายพานในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ที่เป็นสัญญาฉบับเดียว ในวงเงินไม่น้อยกว่า 40,000,000.-บาท (สี่สิบล้านบาทถ้วน) และเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชน
- Previous Project Cost:
- สัญญาฉบับเดียว ในวงเงินไม่น้อยกว่า 40,000,000.-บาท (สี่สิบล้านบาทถ้วน)
- Technical Capabilities:
- มีความรู้ความสามารถในการจัดการระบบปฏิบัติการ Windows, ระบบฐานข้อมูล Microsoft SQL Server และ MySQL, TCP/IP และระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์
- มีประสบการณ์ทำงานระบบควบคุมอัตโนมัติ (PLC) และระบบ SCADA
- Personnel:
- ผู้จัดการโครงการ: ปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ (ไฟฟ้า, เครื่องกล, อุตสาหการ, เมคาทรอนิกส์), ประสบการณ์บริหาร 8 ปี ด้านบำรุงรักษาเครื่องจักร, ภาษาอังกฤษดี
- หัวหน้าวิศวกรเครื่องกล: ปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ (เครื่องกล), ใบอนุญาต กว., ประสบการณ์วิศวกรรม 5 ปี, ประสบการณ์บำรุงรักษาระบบลำเลียงฯ หรือสายพานโรงงาน 1 ปี, ภาษาอังกฤษดี
- หัวหน้าวิศวกรไฟฟ้า: ปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ (ไฟฟ้า), ใบอนุญาต กว., ประสบการณ์วิศวกรรม 5 ปี, ประสบการณ์บำรุงรักษาระบบลำเลียงฯ หรือสายพานโรงงาน 1 ปี, ประสบการณ์ PLC/SCADA, ภาษาอังกฤษดี
- ผู้ชำนาญการด้านคอมพิวเตอร์: ปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์/วิทยาศาสตร์, ประสบการณ์บำรุงรักษา Server Windows 5 ปี, ความรู้ OS Client, ฐานข้อมูล, TCP/IP, PLC, ภาษาอังกฤษดี
- เจ้าหน้าที่ธุรการอาวุโส: ปริญญาตรี (บริหาร, บัญชี), ประสบการณ์ธุรการ 3 ปี, ภาษาอังกฤษดี
- เจ้าหน้าที่ธุรการทั่วไป: ปวช., ภาษาอังกฤษดี
- ผู้จัดการกะงานปฏิบัติการและบำรุงรักษา: ปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ (ไฟฟ้า, เครื่องกล, อุตสาหการ, เมคาทรอนิกส์), ประสบการณ์บริหาร 3 ปี, ประสบการณ์บำรุงรักษาท่าอากาศยาน/โรงงาน 1 ปี, ภาษาอังกฤษดี
- หัวหน้ากะงานปฏิบัติการ: ปริญญาตรี (วิทยาศาสตร์), ประสบการณ์บำรุงรักษาระบบลำเลียงฯ/สายพานโรงงาน 3 ปี, ภาษาอังกฤษดี
- เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเฝ้าดูสถานะฯ: ปริญญาตรี (วิทยาศาสตร์), ประสบการณ์ SCADA 2 ปี, ทักษะคอมพิวเตอร์ดี, ภาษาอังกฤษดี
- เจ้าหน้าที่ประจำห้องโถงขาออก: ปวส., ประสบการณ์ 2 ปี, ภาษาอังกฤษได้
- เจ้าหน้าที่แก้ไขปัญหาระบบฯ: ปวส. (ไฟฟ้า, เครื่องกล), ประสบการณ์บำรุงรักษาเครื่องจักร 2 ปี, คล่องตัว
- เจ้าหน้าที่ประจำสายพานสัมภาระเกินพิกัด: ปวช., ประสบการณ์ 2 ปี, ขนย้ายสัมภาระหนักได้
- เจ้าหน้าที่ลำเลียงถาดรองรับสัมภาระ: ป.6
- เจ้าหน้าที่ทำความสะอาด: ป.6
- หัวหน้ากะงานบำรุงรักษา: ปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ (ไฟฟ้า, เครื่องกล, อุตสาหการ), ใบอนุญาต กว., ประสบการณ์บริหาร 3 ปี, ประสบการณ์บำรุงรักษาระบบลำเลียงฯ/สายพานโรงงาน 1 ปี, ภาษาอังกฤษดี
- เจ้าหน้าที่ดูแลระบบคอมพิวเตอร์: ปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ (โทรคมนาคม, ไฟฟ้า, คอมพิวเตอร์) หรือวิทยาศาสตร์ (คอมพิวเตอร์, IT), ประสบการณ์ PLC, ประสบการณ์ระบบเครือข่าย 5 ปี, ภาษาอังกฤษดี
- ช่างเทคนิคงานเครื่องกล: ปวส. (เครื่องกล), ประสบการณ์บำรุงรักษาเครื่องจักร 2 ปี
- ช่างเทคนิคงานไฟฟ้า: ปวส. (ไฟฟ้า), ประสบการณ์บำรุงรักษาเครื่องจักร 2 ปี
- เจ้าหน้าที่ควบคุมอะไหล่พัสดุ: ปวส., ประสบการณ์บำรุงรักษา 2 ปี, ใช้ Microsoft Office ได้
เกณฑ์การพิจารณา
ทอท. พิจารณาตัดสินด้วยเกณฑ์ราคา โดยพิจารณาราคารวมทั้งสิ้น
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- ระบบลำเลียงกระเป๋าสัมภาระต้องทำงานได้อย่างต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง
- Mean Time To Repair (MTTR) ต้องเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด
- System Availability (A) ของ BHS Moving Systems ต้องอย่างน้อย 99.5% ต่อระบบต่อเดือน
- System Availability (A) ของ BHS Server, BHS Client, BIDs ต้องอย่างน้อย 99.9% ต่อเดือน
- การปฏิบัติงานต้องเป็นไปตามคู่มือ Operation and Maintenance, SOP และ Contingency Plan
- การบำรุงรักษาต้องเป็นไปตามแผนแม่บทการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance Master Plan)
เงื่อนไขสัญญา
- ระยะเวลาสัญญา: 4 ปี
- การจ่ายเงินค่าจ้าง: เป็นงวดๆ รายเดือน จำนวน 48 งวด เมื่อปฏิบัติงานเสร็จและผ่านการตรวจรับ
- การปรับราคา: ยึดตามราคาที่เสนอ ยกเว้นกรณีปรับเพิ่มอัตราค่าจ้างตามประกาศราชการ หรือการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย (เช่น ค่าแรงขั้นต่ำ, ประกันสังคม, ภาษีมูลค่าเพิ่ม)
- ค่าปรับ: มีการกำหนดค่าปรับสำหรับความล่าช้า, การขาดแคลนพนักงาน, การไม่ปฏิบัติตามสัญญา, การกระทำผิดกฎหมาย, การส่งพนักงานคุณสมบัติไม่ถูกต้อง, การไม่เช่าวิทยุสื่อสาร, การปฏิบัติงานไม่ได้ตามเกณฑ์, การจัดเตรียมวัสดุไม่เพียงพอ, การทำให้กระเป๋าสัมภาระพลาดเที่ยวบิน/ชำรุด, การทำให้ทรัพย์สิน ทอท. เสียหาย, การทำให้ ทอท. เสื่อมเสียชื่อเสียง
- การบอกเลิกสัญญา: ผู้ว่าจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญาหากผู้รับจ้างฝ่าฝืนสัญญา, ตกเป็นบุคคลล้มละลาย, หรือไม่ดำเนินการแก้ไขตามที่แจ้งภายใน 7 วัน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: โครงการนี้มีระยะเวลาสัญญาเท่าใด?
A: ระยะเวลาสัญญา 4 ปี นับตั้งแต่วันที่ ทอท. มีหนังสือให้เริ่มดำเนินการ - Q: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดบ้าง?
A: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดหาอุปกรณ์สำนักงาน, ค่าสาธารณูปโภค (ไฟฟ้า, น้ำประปา, โทรศัพท์), ค่าใช้จ่ายในการตรวจประวัติอาชญากรรมและสารเสพติดของพนักงาน, ค่าทำบัตรฯ, ค่าเช่าวิทยุสื่อสาร, ค่าเครื่องแบบพนักงาน, ค่าอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล, ค่าฝึกอบรมพนักงาน - Q: ระบบการประเมินผลงานของผู้รับจ้างเป็นอย่างไร?
A: ผู้ว่าจ้างจะประเมินผลการทำงานของผู้รับจ้างทุกเดือนตามแบบประเมินที่กำหนด โดยพิจารณาจากเกณฑ์ต่างๆ เช่น การวางแผน, ความสมบูรณ์ของวัสดุอุปกรณ์, ความพร้อมของพนักงาน, การปฏิบัติตามกฎหมาย, การควบคุม, การปฏิบัติตามระเบียบ ทอท., การแก้ปัญหา, ความตรงต่อเวลา และคุณภาพงาน หากผลการประเมินต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดติดต่อกัน อาจนำไปสู่การยกเลิกสัญญาได้ - Q: ในกรณีที่อุปกรณ์ในระบบชำรุด ผู้รับจ้างต้องดำเนินการอย่างไร?
A: ผู้รับจ้างต้องซ่อมแซม แก้ไขระบบให้สามารถใช้งานได้ตามปกติ หรือกลับคืนสู่สภาพเดิมโดยเร็วที่สุดหลังจากได้รับแจ้ง และจัดทำรายงานผลการซ่อมแซม - Q: ผู้รับจ้างต้องจัดหาบุคลากรจำนวนเท่าใด?
A: จำนวนบุคลากรทั้งหมดตามโครงสร้างที่ระบุในภาคผนวก 1-ก. และ 1-ข. ซึ่งมีการแบ่งเป็นพนักงานทำงานเต็มวันและพนักงานปฏิบัติงานกะ (Operation & Maintenance) รวมกว่า 200 คน - Q: ทอท. มีการจัดเตรียมสิ่งใดให้แก่ผู้รับจ้าง?
A: ทอท. จัดเตรียมพื้นที่สำนักงาน (ประมาณ 60 ตร.ม.) โดยไม่คิดค่าเช่า (ยกเว้นค่าสาธารณูปโภค), ถาดรองรับกระเป๋าสัมภาระ, และเครื่องมือ/อุปกรณ์ในการปฏิบัติงานบางส่วน (เช่น รถกระเช้า, รถเข็นกระเป๋าสัมภาระ) - Q: ผู้รับจ้างต้องส่งรายงานประเภทใดบ้าง?
A: ผู้รับจ้างต้องส่งรายงานประจำวัน, รายงานประจำเดือน, รายงานประจำปี, แผนการทำงานประจำวันและประจำเดือน, และรายงานอื่นๆ ตามที่ผู้ว่าจ้างมอบหมาย - Q: มีข้อกำหนดเกี่ยวกับพัสดุที่ผลิตภายในประเทศหรือไม่?
A: ใช่ ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่ผลิตภายในประเทศ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุทั้งหมดตามสัญญา - Q: นโยบายต่อต้านคอร์รัปชั่นของ ทอท. มีผลต่อผู้รับจ้างอย่างไร?
A: คู่ค้าต้องสนับสนุนนโยบายต่อต้านคอร์รัปชั่นของ ทอท. ห้ามให้ของขวัญ ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่บุคลากรของ ทอท. ที่อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจหรือการปฏิบัติหน้าที่ - Q: มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่?
A: ใช่ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และนโยบาย/แนวทางปฏิบัติของ ทอท. อย่างเคร่งครัด
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
AOT
ข้อกําหนดรายละเอียด
งานจ้างเอกชนปฏิบัติการและซ่อมบําารุงรักษา ระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ ณ ทภก.
ท่าอากาศยานภูเก็ต บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
นายจริ ง ราคา ผู้จัดทําข้อกาหนดรายละเอียด Jun 1.9 W.U. 1
Som
นายปัญจพล นวลละออง ผู้จัดทําข้อกาหนดรายละเอียด * 18, W., 68
น.ส.ชลมิรา ธํารงกิรธาดา
วันที่ 18
ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
พ.ย., เซ
PRIBI
นาเดนัยเดช หนูราว
ผู้จัดทํา ชัยทน รายละเอียด
วันที่ 1
พ.ย.
¡
AOT
บทที่ 1 ข้อกําหนดทั่วไป
- วัตถุประสงค์
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) (ทอท.) มีความประสงค์จะขอจัดจ้างเอกชนปฏิบัติการ และซ่อมบํารุงรักษาระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระภายในอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ และอาคารผู้โดยสาร ภายในประเทศ ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.) - ระยะเวลาจ้าง
ระยะเวลาจ้าง 4 ปี นับตั้งแต่วันที่ ทอท. มีหนังสือให้เริ่มดําเนินงาน
4 ปี - มาตรฐานที่ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ
3.1 ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติการและบํารุงรักษาระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ ทภก. ให้เป็นไปตามเอกสารต่าง ๆ ดังนี้
3.1.1 คู่มือ Operation and Maintenance ของระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ (Baggage Handling System : BHS) และอุปกรณ์ต่างๆ ในระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ
3.1.2 คู่มือและขั้นตอนการปฏิบัติงาน (Standard Operation Procedure : SOP) ของส่วนระบบลําเลียง กระเป๋าสัมภาระ ฝ่ายบํารุงรักษา ท่าอากาศยานภูเก็ต (สรส.บร.ทภก.)
3.1.3 แผนเผชิญเหตุ (Contingency plan) ของ สรส.บร.ทภก.
3.2 ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัยของ ทภก. อย่างเคร่งครัด
3.3 ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ และวิธีปฏิบัติของ ทภก. และ ทอท. อย่างเคร่งครัด
3.4 ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามนโยบายความมั่นคงปลอดภัยทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของ ทอท. อย่างเครื่องครัด
3.5 ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามคําสั่งอื่นๆ ที่ผู้ว่าจ้างกําหนด และเอกสารหรือแผนงานอื่นๆ ที่จะมีในอนาคต ซึ่งอยู่ในขอบเขตงานของผู้รับจ้าง - รายละเอียด และขอบเขตของงาน
ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามรายละเอียดของงานจัดจ้างเอกชนปฏิบัติการและบํารุงรักษาระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ
ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.) รายละเอียด ดังนี้
4.1 ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามรายละเอียดของข้อกําหนดทั่วไป ตามบทที่ 1 4.2 ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามรายละเอียดและขอบเขตงานปฏิบัติการ ตามบทที่ 2 4.3 ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามรายละเอียดและขอบเขตงานบํารุงรักษา ตามบทที่ 3 4.4 รายละเอียดข้อมูลทั่วไปของระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ ณ ทภก. ตามบทที่ 4 4.5 ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางาน สําหรับผู้รับเหมา
You
ป
นาย ารง ราคา
จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
บทที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ
นายปัญจพล นวลละออง ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
น.ส.ชนา ธํารงกิรธาดา ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
นายดนัยเดช หนูราช ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
หน้า 1 จาก 32
AOT
ทั้งนี้ ขอบเขตงานสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์ต่างๆ และความเหมาะสมในการใช้งานระบบลําเลียง กระเป๋าสัมภาระ ทภก. โดยที่การเปลี่ยนแปลงขอบเขตงานดังกล่าว ผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างต้องทําการตกลงรายละเอียดต่อไป - หน้าที่และเงื่อนไขที่ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ
5.1 ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดําเนินการจัดหาอุปกรณ์ และเครื่องใช้ภายในสํานักงาน ของผู้รับจ้าง รวมทั้ง ค่าสาธารณูปโภคอื่นๆ ที่ ทอท. เรียกเก็บ ได้แก่ ค่าไฟฟ้า ค่าน้ําประปา ค่าโทรศัพท์ เป็นต้น
5.2 ผู้รับจ้างต้องบันทึกเวลาการปฏิบัติงานประจําวันของพนักงานของผู้รับจ้าง
5.3 พนักงานของผู้รับจ้างต้องผ่านการตรวจประวัติอาชญากรรม จากกองทะเบียนประวัติอาชญากร สํานักงาน ตํารวจแห่งชาติก่อนเข้าปฏิบัติงาน โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ส่งให้ตรวจสอบ พร้อมทั้งรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการตรวจประวัติ และต้องได้รับอนุญาตจากผู้ว่าจ้าง จึงจะให้เข้าทํางานในพื้นที่ ทภก. ได้
5.4 พนักงานของผู้รับจ้างต้องผ่านการตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะ โดยต้องมีใบรับรองแพทย์ก่อนเข้าปฏิบัติงาน โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ส่งให้ตรวจสอบ พร้อมทั้งรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการตรวจ และต้องได้รับอนุญาตจากผู้ว่าจ้าง
จึงจะให้เข้าทํางานในท่าอากาศยานได้
5.5 ผู้รับจ้างต้องมีหนังสือขอทําบัตรรักษาความปลอดภัยสําหรับบุคคลให้แก่พนักงานของผู้รับจ้างใช้เข้า-ออก หรืออยู่ในพื้นที่หวงห้าม โดยผ่านประธานกรรมการตรวจรับพัสดุของผู้ว่าจ้าง พร้อมทั้งจัดพนักงานของผู้รับจ้างบันทึก ประวัติลงในแบบฟอร์มที่ผู้ว่าจ้างกําหนด และนําผลการตรวจประวัติตามข้อ 5.3 ส่งให้ฝ่ายรักษาความปลอดภัย ของผู้ว่าจ้างก่อนพนักงานของผู้รับจ้างเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่ของผู้ว่าจ้าง โดยผู้รับจ้างต้องเสียค่าใช้จ่ายตามข้อบังคับ
ที่ผู้ว่าจ้างกําหนด
กรณีพนักงานของผู้รับจ้างลาออก หรือถูกไล่ออก หรือเปลี่ยนตัวพนักงาน ผู้รับจ้างต้องส่งคืนบัตรรักษา ความปลอดภัยสําหรับบุคคลให้ผู้ว่าจ้าง ภายใน 3 วัน โดยมีหนังสือผ่านประธานกรรมการตรวจรับพัสดุของผู้ว่าจ้าง หาก ผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับนี้ต้องถูกปรับตามข้อบังคับที่ผู้ว่าจ้างกําหนด
ตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน ผู้รับจ้างต้องควบคุมกํากับดูแลพนักงานของผู้รับจ้าง ใช้บัตรรักษาความปลอดภัยบุคคล ตามคําเตือนที่ระบุไว้บนหลังบัตร
กรณีพนักงานของผู้รับจ้างไม่ได้รับบัตรรักษาความปลอดภัยเพื่อปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่หวงห้ามของผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้าง
ต้องจัดทําบัตรให้พนักงานติดแสดงตนขณะปฏิบัติหน้าที่ของผู้ว่าจ้าง โดยผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
ในการดําเนินการทั้งหมด
5.6 ผู้รับจ้างต้องอบรมชี้แจง ควบคุมดูแล และกวดขันให้พนักงานของผู้รับจ้างปฏิบัติตามคําสั่ง กฎ ระเบียบ ข้อบังคับของผู้ว่าจ้าง ตลอดจนวิธีการปฏิบัติต่างๆ จนเข้าใจก่อนปฏิบัติหน้าที่และสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เป็นอย่างดี
5.7 ผู้รับจ้างต้องส่งแผนการทํางานประจําเดือนของเดือนถัดไปให้ผู้ว่าจ้างก่อนวันสิ้นเดือน 5 วันทําการของทุกๆ เดือน
โดยมีรายละเอียดอย่างน้อยดังนี้
Da
Upm
นายปัญจพล นวลละออง ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
น.ส.ชลนมิดา ธํารงวาด ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
นายจุติ ธํารงกิรธาดา ผู้จัดหาชัย หนดรายละเอียด
เทที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ
นายดนัยเทพ หนูราช ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
หน้า 2 จาก 39
AOT
5.7.1 แผนการปฏิบัติการประจําเดือน 5.7.2 แผนการซ่อมบํารุงประจําเดือน 5.7.3 แผนการหมุนเวียนถาดประจําเดือน 5.7.4 แผนการจัดพนักงานประจําเดือน
5.7.5 แผนการใช้อะไหล่ (Spare parts) ประจําเดือน
5.7.6 แผนการใช้วัสดุสิ้นเปลืองที่จําเป็นต้องใช้ประจําเดือน
5.8 ผู้รับจ้างต้องส่งแผนการทํางานประจําวันให้ผู้ว่าจ้างก่อนเวลา 09.00 น. ของทุกวัน โดยมีรายละเอียดอย่างน้อยดังนี้
5.8.1 แผนการปฏิบัติการประจําวัน
5.8.2 แผนการซ่อมบํารุงประจําวัน
5.9 ผู้รับจ้างต้องทําการตรวจสอบ ซ่อมแซม และอํานวยการใช้งานระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระทั้งหมดตาม รายละเอียดในสัญญาจ้างให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานได้ดีตลอดอายุสัญญาจ้าง โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายในการจัดหาวัสดุสิ้นเปลือง ตามที่ระบุในข้อ 9 หรือเจ้าหน้าที่ควบคุมงานเห็นชอบว่าอยู่ในขอบเขตการ รับผิดชอบของผู้รับจ้าง
5.10 ผู้รับจ้างต้องเช่าวิทยุสื่อสารที่ได้รับอนุญาตให้ใช้งานได้ตามกฎหมาย โดยมีจํานวนไม่น้อยกว่า 30 เครื่อง นับตั้งแต่วันเริ่มสัญญา เพื่อใช้ในการติดต่อประสานงานระหว่างการปฏิบัติงาน โดยผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ในการเช่าวิทยุสื่อสารทั้งหมด มีรายละเอียดดังนี้
5.10.1 เครื่องวิทยุสื่อสาร ประจําสํานักงานของผู้รับจ้าง มีจํานวนไม่น้อยกว่า 2 เครื่อง
5.10.2 Shift Duty Manager (Operation & Maintenance) จํานวนไม่น้อยกว่า 1 เครื่อง 5.10.3 งานปฏิบัติการมีจํานวนทั้งหมดไม่น้อยกว่า 21 เครื่อง ประกอบด้วย
5.10.3.1 Shift Operation Supervisor จํานวนไม่น้อยกว่า 1 เครื่อง
5.10.3.2 BHS Monitoring จํานวนไม่น้อยกว่า 1 เครื่อง
1
5.10.3.3 Departure Halt Operator จํานวนไม่น้อยกว่า 8 เครื่อง 5.10.3.4 Baggage Operator จํานวนไม่น้อยกว่า 2 เครื่อง
5.10.3.5 DOG Baggage Operator จํานวนไม่น้อยกว่า 3 เครื่อ
5.10.3.6 Tub Circulation จํานวนไม่น้อยกว่า 4 เครื่อง
4
5.10.3.7 BHS Cleaning Service จํานวนไม่น้อยกว่า 2 เครื่อง
5.10.4 งานบํารุงรักษามีจํานวนทั้งหมดไม่น้อยกว่า 6 เครื่อง
5.10.4.1 Shift Maintenance Supervisor จํานวนไม่น้อยกว่า 1 เครื่อง
5.10.4.2 System Analyst จํานวนไม่น้อยกว่า 1 เครื่อง 5.10.4.3 Maintenance Team จํานวนไม่น้อยกว่า 4 เครื่อง
1
นายจุติ ธํารง ราคา
นายปัญจพล นวลละออง ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
บทที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ
Vam
น.ส.ชลดา ธํารงราคา ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
นายดนัยเดช หนูราช ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
หน้า 3 จาก 39
ZAOT
5.11 ผู้รับจ้างต้องจัดให้พนักงานของผู้รับจ้างมีเครื่องแบบ พร้อมเสื้อสะท้อนแสง เครื่องหมาย ป้ายชื่อ ตําแหน่ง และเลขประจําตัวตามที่ผู้ว่าจ้างให้ความเห็นชอบ โดยผู้รับจ้างต้องออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด และจะต้องแต่งเครื่องแบบ ดังกล่าวให้ถูกต้อง สะอาดเรียบร้อย และไว้ทรงผมสุภาพตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน
5.12 พนักงานของผู้รับจ้างต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคลตามความเหมาะสมกับสภาพของงาน ตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน
5.13 ผู้รับจ้างต้องเข้าร่วมประชุมกับส่วนงานของผู้ว่าจ้างตามที่ผู้ว่าจ้างกําหนด
5.14 ในกรณีผู้รับจ้างติดต่อสื่อสารผ่านทางอุปกรณ์สื่อสารไม่สามารถกระทําได้ ผู้รับจ้างต้องมาติดต่อกับส่วนงาน
ที่รับผิดชอบของผู้ว่าจ้างด้วยตนเองทันที
5.15 เอกสารทุกอย่างที่ผู้รับจ้างส่งให้ผู้ว่าจ้างต้องมีเครื่องหมายตราสัญลักษณ์ของผู้รับจ้าง และชื่อสัญญางานจ้าง
ที่หัวหรือท้ายกระดาษทุกแผ่นและลงนามโดยผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้รับจ้าง
5.16 ในกรณีที่พนักงานของผู้รับจ้างพบกระเป๋า หีบห่อ
หรือสิ่งของซึ่งถูกทิ้งไว้ในพื้นที่รับผิดชอบเป็นเวลานาน โดยไม่ทราบผู้เป็นเจ้าของ ห้ามแตะต้อง หรือเคลื่อนย้าย หรือนําไปเป็นสมบัติส่วนตนโดยเด็ดขาด ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ ควบคุมงาน หรือพนักงานของผู้ว่าจ้างที่อยู่ใกล้ที่สุด เพื่อตรวจสอบตามมาตรการรักษาความปลอดภัย
5.17 กรณีที่อุปกรณ์ในระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระชํารุดเสียหายอันเนื่องจากเหตุการณ์อื่นๆ เช่น อุบัติเหตุ ไฟตก ไฟดับ อัคคีภัย อุทกภัย สภาพอากาศ และเสียจากสาเหตุอื่นๆ นอกจากที่กล่าวมา เป็นต้น ผู้รับจ้างต้องซ่อมแซม แก้ไขระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระให้สามารถใช้งานได้ตามปกติ หรือกลับคืนสู่สภาพเดิม เมื่อได้รับแจ้งจากผู้ว่าจ้าง
โดยเร็วที่สุด หลังจากผู้รับจ้างดําเนินการซ่อมแซมแก้ไขเสร็จแล้วผู้รับจ้างต้องจัดทํารายงานผลของการซ่อมแซม
และประเมินค่าใช้จ่ายในกรณีที่ต้องเรียกเก็บค่าเสียหายกับผู้ที่กระทําการให้เกิดเหตุในครั้งนั้น
5.18 ผู้รับจ้างต้องส่งรายชื่อพร้อมสําเนาประวัติของพนักงานของผู้รับจ้างที่มาทํางานจ้างทั้งหมดตามโครงสร้าง ในภาคผนวก 1-ก. (ข้อมูลเอกสารประวัติของพนักงานพร้อมรูปถ่าย บัตรพนักงาน (ป้ายชื่อ) บัตรประชาชน ใบรับรอง ผลการศึกษา (Transcript) หนังสือรับรองการฝึกงาน/ผ่านงาน ประกาศนียบัตรรับรองว่าผ่านการอบรมหลักสูตรต่างๆ (Certification) และเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่และคุณสมบัติประจําตําแหน่งของพนักงานของผู้รับจ้างตามข้อ 7 ก่อนพนักงานของผู้รับจ้างเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่ของผู้ว่าจ้าง โดยมีหนังสือผ่านประธานกรรมการตรวจรับพัสดุ ของผู้ว่าจ้างล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วันทําการ และต้องมีคุณสมบัติตามข้อกําหนดรายละเอียดและจํานวนผู้ปฏิบัติงาน ต้องไม่ต่ํากว่าที่ ทอท. กําหนด
5.19 ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขอื่นๆ ที่ผู้ว่าจ้างได้กําหนดเพิ่มเติมและที่จะทําเป็นข้อตกลงในอนาคต 5.20 นโยบายความมั่นคงปลอดภัยทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของ ทอท.
ผู้รับจ้างจะต้องวางแผนการปฏิบัติงานและดําเนินการให้สอดคล้องกับนโยบายความมั่นคงปลอดภัย
ทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของ ทอท. (AOT ICT Security Policy) นโยบายสนับสนุนความมั่นคง ปลอดภัยทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของ ทอท. (AOT ICT Security Supporting Policy) และแนวทาง การปฏิบัติงานความมั่นคงปลอดภัยทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของ ทอท. (ICT Security Guideline)
นายปัญจพล นวลละออง ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
นายจุติ ธํารงกิรธาดา ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
บทที่ : ข้อมูลทั่วไปของระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ
Varm
น.ส.ชอนมิตา ธํารงนิรธาดา ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
Dranty!
นายรนัยเดช หนูรา ผู้จัดทําข้อกาหนดรายละเอีย
หน้า 4 จาก 39
SAOT
คู่มือการปฏิบัติงาน (Standard Operation Procedure : SOP หรือ Procedure : PR) และแผนเผชิญเหตุ (Contingency Plan) ของส่วนงาน ทอท. (ถ้ามี) รวมถึงกฎระเบียบ/ข้อบังคับ/ข้อกําหนด ของ ทอท. ในส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเคร่งครัด
5.21 ผู้รับจ้างที่เป็นคู่สัญญากับ ทอท. จะต้องดําเนินการให้มีหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจในการผลิต
หรือซ่อมเครื่องชั่งตวงวัดตามกฎกระทรวงการอนุญาตให้ผู้ผลิตหรือผู้ซ่อมเป็นผู้ตรวจสอบและให้คํารับรอง เครื่องชั่งตวงวัดที่ตนผลิตหรือซ่อม พ.ศ. 2563 หรือตามพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จากสํานักงานกลางชั่งตวงวัด ภายใน 150 วัน นับจากวันเริ่มงานตามสัญญา เพื่อให้สอดคล้องต่อการดําเนินการของ ทอท.
5.22 ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนงานแม่บทการบํารุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance Master Plan) ส่งให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุภายใน 30 วัน โดยนับถัดจากวันลงนามในสัญญา เพื่อให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ พิจารณาอนุมัติก่อน ผู้รับจ้างจึงสามารถนําแผนฯ ไปดําเนินการต่อได้
5.23 ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่จะใช้ในงานจ้างเป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ โดยต้องใช้ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานจ้างทั้งหมดตามสัญญา ตามตารางในภาคผนวก 1 จ. - ความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง
6.1 ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบโดยสิ้นเชิง และปฏิบัติต่อพนักงานของผู้รับจ้าง ให้ถูกต้องตามกฎหมายแรงงานกําหนด ทั้งที่บัญญัติไว้ในปัจจุบันหรือที่จะมีผลบังคับใช้ในอนาคต รวมทั้งกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องหรือที่จะมีผลบังคับใช้
ในโอกาสต่อไป
6.2 ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยประกันสังคม โดยผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
6.3 ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางาน และมาตรฐานระบบการจัดการ อาชีวอนามัยและความปลอดภัยอย่างเคร่งครัดตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติงาน
6.4 ในกรณีที่พนักงานของผู้รับจ้างกระทําการละเมิดต่อผู้ว่าจ้าง หรือผู้ใช้บริการของผู้ว่าจ้างอันเกี่ยวกับงานจ้างนี้ ไม่ว่าจะกระทําการเองหรือกระทําการร่วมกับผู้อื่น ผู้รับจ้างต้องยินยอมรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดทันที 6.5 ในกรณีที่พนักงานของผู้รับจ้างกระทําการใดๆ ที่ก่อให้เกิดความเสียหายหรือสูญหายแก่ทรัพย์สิน วัสดุ อุปกรณ์ ของผู้ว่าจ้าง หรือผู้ใช้บริการของผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นให้กับผู้ว่าจ้าง หรือผู้ใช้บริการของผู้ว่าจ้างทั้งหมด
6.6 ถ้าพนักงานของผู้รับจ้างคนใดไม่ตั้งใจ หรือขาดประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน หรือบกพร่องในหน้าที่ หรือมีอาการมึนเมาขณะปฏิบัติงาน อันเนื่องจากได้ดื่มสุราก่อนหรือขณะปฏิบัติงาน หรือการนําสารเสพติดเข้าสู่ร่างกาย ไม่ว่าจะโดยวิธีใด เช่น สูด สูบ ดม ฉีด กิน หรืออื่นๆ ก่อนหรือขณะปฏิบัติงานหลบเลี่ยงหรือละทิ้งงาน ขัดคําสั่ง หรือฝ่าฝืนกฎระเบียบของผู้ว่าจ้าง แสดงกิริยาไม่สุภาพต่อผู้มาใช้บริการของผู้ว่าจ้าง หรือกระด้างกระเดื่อง ต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ หรือเจ้าหน้าที่ควบคุมงานของผู้ว่าจ้าง ปฏิบัติงานนอกเหนือจากหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย หรือกระทําการอื่นใดเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ใส่ตนหรือผู้อื่น รับงานหรือรับจ้างผู้อื่น มีพฤติกรรมอันส่อไปในทางทุจริต
siam.
Up
นายจุติ ธํารงกิรธาดา ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
นายปัญจพล นวระยอง ผู้จัดหาข้อกําหนดรายละเอียด
บทที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ
น.ส.ชลนมิดา ธํารงร ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
นายดนัยเดช หนูราช ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
หน้า 5 จาก 39
JAOT
รวมทั้งประพฤติตนอันอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของผู้ว่าจ้าง เมื่อผู้ว่าจ้างได้แจ้งให้ผู้รับจ้างทราบ เป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว ผู้รับจ้างจะส่งพนักงานผู้นั้นเข้าปฏิบัติงานอีกไม่ได้ ทั้งนี้ ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาพนักงาน มาปฏิบัติงานทดแทนให้ครบจํานวนที่กําหนดไว้ โดยไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากผู้ว่าจ้างทั้งสิ้น หากพนักงาน ของผู้รับจ้างกระทําผิดดังกล่าว เจ้าหน้าที่ควบคุมงานหรือตัวแทนของผู้ว่าจ้างมีสิทธิยึดบัตรรักษาความปลอดภัย บุคคลที่ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ออกให้ และพนักงานผู้นั้นต้องออกจากพื้นที่รับผิดชอบทันที
6.7 ในกรณีผู้รับจ้างไม่จ่ายเงินค่าจ้างหรือค่าทดแทนอื่นใดแก่พนักงานของผู้รับจ้าง ผู้ว่าจ้างมีสิทธิ์นําเงินค่าจ้าง
ที่จะต้องจ่ายแก่ผู้รับจ้างมาจ่ายให้พนักงานของผู้รับจ้างได้ และให้ถือว่าผู้ว่าจ้างได้จ่ายเงินจํานวนนั้นเป็นค่าจ้าง
ให้แก่ผู้รับจ้างตามสัญญาแล้ว
ผู้ว่าจ้างอาจถือเป็นสาเหตุบอกเลิกสัญญาและผู้ว่าจ้างมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายได้ด้วย
6.8 หากพนักงานที่ผู้รับจ้างจัดหามาปฏิบัติงานมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อกําหนด หรือผู้ว่าจ้างเห็นว่า ไม่เหมาะสม หรือไม่มีความชํานาญพอที่จะปฏิบัติงานให้เกิดผลดีต่อผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาพนักงานมาทดแทน หรือเปลี่ยนตัวพนักงานใหม่ เมื่อได้รับแจ้งจากผู้ว่าจ้างเป็นลายลักษณ์อักษร โดยไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ ทั้งสิ้น จากผู้ว่าจ้าง ในกรณีต้องเปลี่ยนบุคคลผู้รับจ้างจะต้องจัดหาพนักงานมาทดแทน โดยต้องมีคุณสมบัติเทียบเท่า หรือไม่ต่ํากว่าที่ระบุไว้ในข้อกําหนด
6.9 ในกรณีที่ผู้รับจ้างกระทําหรืองดเว้นการกระทําการใดๆ อันเป็นการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามสัญญา ข้อหนึ่งข้อใดก็ดี และผู้ว่าจ้างได้แจ้งให้ผู้รับจ้างทราบเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว แต่ผู้รับจ้างไม่ดําเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง ตามสัญญาภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งจากผู้ว่าจ้าง หรือกรณีที่ผู้รับจ้างตกเป็นบุคคลล้มละลาย ผู้ว่าจ้างมีสิทธิ บอกเลิกสัญญาได้ทันที โดยมิต้องบอกกล่าวล่วงหน้า และผู้ว่าจ้างมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายได้ด้วย โดยเมื่อผู้รับจ้าง ได้รับทราบการบอกเลิกสัญญาแล้ว ผู้รับจ้างยินยอมให้ถือว่าสัญญานี้เป็นอันระงับสิ้นสุดลงโดยทันที
6.10 ผู้รับจ้างต้องไม่เอางานทั้งหมดหรือบางส่วนแห่งสัญญานี้ไปจ้างช่วงอีกต่อหนึ่งโดยไม่ได้รับความยินยอม เป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้างก่อน ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างอนุญาตให้ดําเนินงานจ้างช่วงใต้ ผู้รับจ้างยังคงต้องรับผิดชอบในความผิด และความประมาทเลินเล่อของผู้รับจ้างช่วง หรือของตัวแทน หรือลูกจ้างของผู้รับจ้างช่วงนั้นๆ ทุกประการ - การจัดเวลาทํางาน หน้าที่และคุณสมบัติประจําตําแหน่งของพนักงานของผู้รับจ้าง
ผู้รับจ้างต้องจัดพนักงานให้ครบตามจํานวนที่ระบุตามโครงสร้างในภาคผนวก 1-ก. ถึง ภาคผนวก 1-1. นับจากวัน เริ่มสัญญา โดยมีการจัดเวลาทํางานหน้าที่และคุณสมบัติประจําตําแหน่งของพนักงานของผู้รับจ้างอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
7.1 การจัดเวลาการทํางานของพนักงานของผู้รับจ้างแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
7.1.1 พนักงานที่ทํางานเต็มวัน (Day work) ให้ปฏิบัติงานอย่างน้อยตามวันและเวลาทําการของ ทอท. คือ ปฏิบัติงานวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เริ่มเวลา 08.00 น. ถึงเวลา 17.00 น. หยุดวันเสาร์ถึงวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 7.1.2 พนักงานที่ปฏิบัติงานกะ ผู้รับจ้างต้องจัดพนักงานเป็น 4 ชุด (ชุดที่ 1 ชุดที่ 2 ชุดที่ 3 และชุดสํารอง) ตามโครงสร้างในภาคผนวก 1-1 เพื่อให้มีพนักงานเข้าปฏิบัติงานเพียงพอตลอด 24 ชั่วโมง โดยกําหนดการปฏิบัติงาน เป็นกะๆ ละ 8 ชั่วโมง โดยมีแนวทางการจัดกะดังนี้
Var
นายจุติ ธํารง ราคา
ผู้จัดหาข้อกําหนดรายละเอียด
นายปัญจพล นวลละออง ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
น.ส.ชลนมิดา หวงราคา ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
บทที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ
นายดนัยเดช หนูราช ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
หน้า 6 จาก 39
กะที่ 1 เริ่มเวลา 08.00 น. ถึงเวลา 16.00 น.
กะที่ 2 เริ่มเวลา 16.00 น. ถึงเวลา 24.00 น.
กะที่ 3 เริ่มเวลา 24.00 น. ถึงเวลา 08.00 น.
ZAOT
หมายเหตุ พนักงานชุดสํารอง เป็นการกําหนดไว้เพื่อให้มีพนักงานหมุนเวียนการทํางาน เพื่อให้เป็นไป ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 เกี่ยวกับสิทธิของลูกจ้างในเรื่องเวลาการทํางานปกติไม่เกิน 48 ชั่วโมง/ สัปดาห์ วันหยุดประจําสัปดาห์ วันหยุดตามประเพณี วันหยุดพักผ่อนประจําปี และวันลา เป็นต้น การจัดเวลาปฏิบัติงาน
กะสามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยต้องได้รับอนุมัติจากผู้ว่าจ้างก่อน
7.2 หน้าที่และคุณสมบัติประจําตําแหน่งของพนักงานบริหารทั่วไป
7.2.1 ผู้จัดการโครงการ (Project Manager) จํานวน 1 ตําแหน่ง โดยมีหน้าที่และคุณสมบัติอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
7.2.1.1 หน้าที่
กําหนดนโยบาย บริหารจัดการทั้งด้านการบริหารทั่วไป งบประมาณ ตรวจสอบควบคุม พนักงานของผู้รับจ้างทั้งหมด ติดต่อและประสานงานระหว่างผู้รับจ้างและผู้ว่าจ้าง และงานอื่นๆ ตามที่ผู้ว่าจ้าง
มอบหมาย
7.2.1.2 คุณสมบัติ
สําเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า
สาขาวิศวกรรมเครื่องกล สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ หรือสาขาเมคาทรอนิกส์
มีประสบการณ์ด้านการบริหารอย่างน้อย 8 ปี ในลักษณะงานด้านการบํารุงรักษาเครื่องจักร
- สามารถฟัง พูด อ่าน และเขียนภาษาอังกฤษได้อย่างดี
7.2.2 หัวหน้าวิศวกรเครื่องกล (Chief Mechanical Engineer) จํานวน 1 ตําแหน่ง โดยมีหน้าที่และคุณสมบัติ อย่างน้อย ดังต่อไปนี้
7.2.2.1 หน้าที่
วางแผน พัฒนา ปรับปรุง ให้คําปรึกษา วิเคราะห์ และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น กับการบํารุงรักษาระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระภายในอาคารผู้โดยสาร ณ ทภก. ให้มีประสิทธิภาพ
ควบคุมดูแลการบํารุงรักษาระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระภายในอาคารผู้โดยสาร
ณ ทภก. ให้เป็นไปตามแผนงานที่กําหนด
- วางแผน ควบคุม จัดทํารายงานการใช้อะไหล่ เครื่องมือ และวัสดุสิ้นเปลือง
ให้เป็นไปตามแผนงานที่กําหนด
7.2.2.2 คุณสมบัติ
สําเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต สาขาวิศวกรรมเครื่องกล มีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (กว.)
YE
นายปัญจพล นวลละออง ผู้จัดหาข้อกาหนดรายละเอียด
นายจู ารง ราคา
ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
บทที่ : ข้อมูลทั่วไปของระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ
Varm
น.ส.ชอนมิดา ธํารงมีรธาดา ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
นายดนัยเดช หนูราช
ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
หน้า 7 จาก 39
ZAOT
มีประสบการณ์วิศวกรรมเครื่องกลอย่างน้อย 5 ปี พร้อมมีประสบการณ์
ด้านการบํารุงรักษาระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระของท่าอากาศยาน หรือระบบสายพานลําเลียงในโรงงานอุตสาหกรรม
ขนาดใหญ่ อย่างน้อย 1 ปี
สามารถฟัง พูด อ่าน และเขียนภาษาอังกฤษได้อย่างดี
7.2.3 หัวหน้าวิศวกรไฟฟ้า (Chief Electrical Engineer) จํานวน 1 ตําแหน่ง โดยมีหน้าที่และคุณสมบัติ อย่างน้อย ดังต่อไปนี้
7.2.3.1 หน้าที่
วางแผน พัฒนา ปรับปรุง ให้คําปรึกษา วิเคราะห์ และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น กับการบํารุงรักษาระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระภายในอาคารผู้โดยสาร ณ ทภก. ให้มีประสิทธิภาพ
ควบคุมดูแลการบํารุงรักษาระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระภายในอาคารผู้โดยสาร
ณ ทภก. ให้เป็นไปตามแผนงานที่กําหนด
- วางแผน ควบคุม จัดทํารายงานการใช้อะไหล่ เครื่องมือ และวัสดุสิ้นเปลือง
ให้เป็นไปตามแผนงานที่กําหนด
7.2.3.2 คุณสมบัติ
·
สําเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า มีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (กว.)
มีประสบการณ์วิศวกรรมไฟฟ้าอย่างน้อย 5 ปี พร้อมมีประสบการณ์ด้านการบํารุงรักษา
ระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระของท่าอากาศยาน หรือระบบสายพานลําเลียงในโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่
อย่างน้อย 1 ปี
มีประสบการณ์ทํางานระบบควบคุมอัตโนมัติ (PLC) และระบบ SCADA สามารถพูด ฟัง อ่าน และเขียนภาษาอังกฤษได้อย่างดี
7.2.4 ผู้ชํานาญการด้านคอมพิวเตอร์ (Computer System Analyst) จํานวน 1 ตําแหน่ง โดยมีหน้าที่ และคุณสมบัติอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
7.2.4.1 หน้าที่
วางแผน พัฒนา ปรับปรุง ให้คําปรึกษา วิเคราะห์ และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น กับการบํารุงรักษาระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระภายในอาคารผู้โดยสาร ณ ทภก. ให้มีประสิทธิภาพ
บริหารจัดการ ควบคุม กําหนดนโยบาย มาตรการ และมาตรฐานของระบบฐานข้อมูล
สําหรับระบบ BHS ตัวอย่างเช่น กําหนดระบบสํารองข้อมูล ระบบการกู้คืนข้อมูล กําหนดรายละเอียดและวิธีการจัดเก็บ
ข้อมูล
…..I
นายวุฒิ ธํารงถิรธาดา
จัดทํา ย าหนดรายละเอียด
—
วางแผนจัดการเกี่ยวกับเรื่องประสิทธิภาพของการทํางานของระบบ BHS Server System
com
Jama
นายปัญจพล นระยอง ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
น.ส.ชอบมิดา ธํารงรราคา ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
บทที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ
enou
นายรนัยเดช หนูราย ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
หน้า 2 จาก 39
AOT
เพื่อปรับปรุงให้เหมาะสม
& Recovery)
มาใช้ข้อมูลในระบบ BHS
รวบรวมปัญหา ความต้องการการทํางานของระบบจริงที่ใช้ และหาแนวทางการแก้ไข
ควบคุมดูแลและจัดการในด้านการสํารองข้อมูลและการกู้ข้อมูล (Data Backup
จัดหาข้อมูล (Query Data) และจัดทํารายงานตามที่ผู้ว่าจ้างร้องขอ
ดูแลและจัดการระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูล และป้องกันไม่ให้ผู้ใช้ที่ไม่มีสิทธิ์
งานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบฐานข้อมูล (Database System) โปรแกรมระบบงาน
(Application) และระบบปฏิบัติการอื่นๆ (Operating System)
7.2.4.2 คุณสมบัติ
ด้านคอมพิวเตอร์
—
สําเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต หรือวิทยาศาสตร์บัณฑิต
มีประสบการณ์บํารุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์ระดับเครื่องแม่ข่าย (Server)
ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows ดังต่อไปนี้ Window 2012, 2016, 2022 หรือ 2025 เป็นเวลาอย่างน้อย 5 ปี
มีความรู้ความสามารถการจัดการระบบปฏิบัติการ Windows ในระดับของ
เครื่องคอมพิวเตอร์ลูกข่าย เช่น Windows 8, Windows 10, Windows 11 เป็นต้น
—
มีความรู้ความสามารถการจัดการฐานข้อมูล Microsoft SQL Server และ MySQL มีความรู้ในเรื่องของ TCP/IP และระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์
มีประสบการณ์ทํางานระบบควบคุมอัตโนมัติ (PLC)
สามารถฟัง พูด อ่าน และเขียนภาษาอังกฤษได้อย่างดี
7.2.5 เจ้าหน้าที่ธุรการอาวุโส (Senior Administration) จํานวน 1 ตําแหน่ง โดยมีหน้าที่และคุณสมบัติ
อย่างน้อย ดังต่อไปนี้
7.2.5.1 หน้าที
วางแผน พัฒนา ปรับปรุง ควบคุมดูแลงานด้านบริหารทั่วไป บุคคล บัญชี และการเงิน ติดต่อประสานงานระหว่างผู้รับจ้างและผู้ว่าจ้าง และสนับสนุนงานอื่นๆ
7.2.5.2 คุณสมบัติ
สําเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีในสาขาการบริหาร การบัญชี หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง มีประสบการณ์ด้านธุรการทั่วไปอย่างน้อย 3 ปี
สามารถพูด ฟัง อ่าน และเขียนภาษาอังกฤษได้อย่างดี
นายจูติ ธํารงถิรธาดา
Tom
Vam
นายปัญจพล เาลละออง ผู้จัดหาข้อกําหนดรายละเอียด
น.ส.ชลนมิดา ธํารงธีรธาดา ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
บทที่ : ข้อมูลทั่วไปของระบบล่าเสียงกระเป๋าสัมภาระ
Daniel
นายรนัยเดช หนูราช ผู้จัดหาข้อกําหนดรายละเอียด
หน้า 3 จาก 39
ดังต่อไปนี้
AOT
7.2.6 เจ้าหน้าที่ธุรการทั่วไป (Administration) จํานวน 1 ตําแหน่ง โดยมีหน้าที่และคุณสมบัติอย่างน้อย
7.2.6.1 หน้าที่
บริหารจัดการงานด้านเอกสาร งานธุรการทั่วไป
- ติดต่อประสานงานระหว่างผู้รับจ้างและผู้ว่าจ้าง และสนับสนุนงานอื่นๆ
7.2.6.2 คุณสมบัติ
สําเร็จการศึกษาขั้นต่ําระดับ ปวช.
สามารถพูด ฟัง อ่าน และเขียนภาษาอังกฤษได้อย่างดี
7.3 หน้าที่และคุณสมบัติประจําตําแหน่งของพนักงานกะบริหารทั่วไป
7.3.1 ผู้จัดการกะงานปฏิบัติการและบํารุงรักษา (Shift Duty Manager (O&M)) จํานวน 4 ตําแหน่ง โดยมีหน้าที่และคุณสมบัติอย่างน้อยดังต่อไปนี้
7.3.1.1 หน้าที่
- ควบคุม ดูแลการปฏิบัติงานของพนักงานปฏิบัติการและพนักงานบํารุงรักษาให้เป็นไป
ด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ
วางแผน วิเคราะห์ และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับการปฏิบัติการและการบํารุงรักษา
ระบบล่าเลียงกระเป๋าสัมภาระให้มีประสิทธิภาพ
ควบคุมดูแลการปฏิบัติการและการบํารุงรักษาระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระให้เป็นไป
ตามแผนงานที่กําาหนด
7.3.1.2 คุณสมบัติ
สําเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า
สาขาวิศวกรรมเครื่องกล สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ หรือสาขาเมคาทรอนิกส์
มีประสบการณ์ด้านการบริหารอย่างน้อย 3 ปี พร้อมทั้งมีประสบการณ์ด้านการบํารุงรักษา
ที่เกี่ยวข้องกับท่าอากาศยาน หรือระบบสายพานลําเลียงในโรงงานขนาดใหญ่อย่างน้อย 1 ปี
สามารถฟัง พูด อ่าน และเขียนภาษาอังกฤษได้อย่างดี
7.4 หน้าที่และคุณสมบัติประจําตําแหน่งของพนักงานกะปฏิบัติการ (BHS Shift Operation)
7.4.1 หัวหน้ากะงานปฏิบัติการ (Shift Operation Supervisor) จํานวน 4 ตําแหน่ง โดยมีหน้าที่ และคุณสมบัติอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
และมีประสิทธิภาพ
7.4.1.1 หน้าที่
ควบคุมดูแลการปฏิบัติงานของพนักงานปฏิบัติการให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
มีหน้าที่วางแผน วิเคราะห์ และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับการปฏิบัติการระบบลําเลียง
กระเป๋าสัมภาระให้มีประสิทธิภาพ
นายจุติ ธํารงกิรธาดา
ผู้จัดหาข้อกําหนดรายละเอียด
นายปัญจพล นวลละออง ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
น.ส.ชลนมิดา ธํารงธีรธาดา ผู้จัดทําข้อกาหนดรายละเอียด
บทที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ
นายดนัยเดช หนูราช ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
หน้: 10 จาก 39
หรือด้านการบริหาร
AOT
ควบคุมดูแลการปฏิบัติการระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระให้เป็นไปตามแผนงานที่กําหนด
7.4.1.2 คุณสมบัติ
สําเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีในสาขาที่เกี่ยวข้องด้านวิทยาศาสตร์บัณฑิต
มีประสบการณ์ด้านการบํารุงรักษาที่เกี่ยวข้องกับระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ
ของท่าอากาศยาน หรือระบบสายพานลําเลียงในโรงงานขนาดใหญ่ อย่างน้อย 3 ปี
สามารถฟัง
พูด อ่าน และเขียนภาษาอังกฤษได้อย่างดี
7.4.2 เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเฝ้าดูสถานะการทํางานของระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ (BHS Monitoring) จํานวน 12 ตําแหน่ง โดยมีหน้าที่และคุณสมบัติอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
7.4.2.1 หน้าที่
ตรวจสอบสถานะของสายพานและอุปกรณ์ประกอบอื่นๆ ของระบบลําเลียงกระเป๋า
สัมภาระ ด้วยคอมพิวเตอร์ (BHS WorkStation) เพื่อแจ้งปัญหาให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องดําเนินการแก้ไขต่อไป
ตรวจสอบสถานะของเที่ยวบินที่ได้รับข้อมูลจากฝ่ายปฏิบัติการเขตการบิน เพื่อแจ้งข้อมูล
สําคัญให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ รับข้อมูลเพื่อดําเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
7.4.2.2 คุณสมบัติ
หรือด้านคอมพิวเตอร์
W
สําเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีในสาขาที่เกี่ยวข้องด้านวิทยาศาสตร์บัณฑิต
มีประสบการณ์ทํางานในสาขาที่เกี่ยวข้องกับระบบ SCADA อย่างน้อย 2 ปี
มีทักษะในการใช้งานคอมพิวเตอร์ได้เป็นอย่างดี
สามารถฟัง พูด อ่าน และเขียนภาษาอังกฤษได้อย่างดี
7.4.3 เจ้าหน้าที่ประจําห้องโถงผู้โดยสารขาออก (Departure Hall Operator) จํานวน 36 ตําแหน่ง โดยมีหน้าที่และคุณสมบัติอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
7.4.3.1 หน้าที่
ดูแลการโหลดกระเป๋าสัมภาระบริเวณเคาน์เตอร์เช็คอิน ระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ
ภายในอาคารผู้โดยสาร ณ ทภก. ให้เป็นไปด้วยความถูกต้อง พร้อมทั้งช่วยลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ ในกรณีเกิดการขัดข้องที่บริเวณเคาน์เตอร์เช็คอิน หรือในกรณีที่ผู้ว่าจ้างต้องการความช่วยเหลืออื่นๆ
ตรวจเช็คจํานวนถาดรองรับกระเป๋าสัมภาระ (Tub) บริเวณเคาน์เตอร์เช็คอิน ให้เพียงพอ
ต่อการใช้งาน
7.4.3.2 คุณสมบัติ
สําเร็จการศึกษาขั้นต่ําระดับ ปวส.
มีประสบการณ์ทํางานอย่างน้อย 2 ปี
สามารถฟัง พูด อ่าน และเขียนภาษาอังกฤษได้
นายจุติ ธํารงกิรธาร ฯ
นายปัญจพล นวลละออง
ผู้จัดหาข้อกําหนดรายละเอียด
บทที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ
ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
น.ส.ชลนิภา ธํารงกิรธาดา ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
อต ยเดช หนูราช
ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
หน้า 11 จาก 33
!
(AOT
7.4.4 เจ้าหน้าที่แก้ไขปัญหาระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ (Baggage Operator) จํานวน 12 ตําแหน่ง โดยมีหน้าที่และคุณสมบัติอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
7.4.4.1 หน้าที่
แก้ไขปัญหากระเป๋าสัมภาระติดขัด กระเป๋าสัมภาระชํารุด ในระบบลําเลียงกระเป๋า สัมภาระ เพื่อให้ระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระสามารถใช้งานได้ตลอดเวลา การนํากระเป๋าสัมภาระเกินพิกัดออกจาก
ระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ และสามารถสับเปลี่ยนหน้าที่ไปช่วยงานอื่น ๆ ได้เมื่อมีความจําเป็น
7.4.4.2 คุณสมบัติ
สําเร็จการศีกษาขั้นต่ําาระดับ ปวส. สาขาไฟฟ้า สาขาเครื่องกล
- มีประสบการณ์ทํางานที่เกี่ยวข้องกับการบํารุงรักษาเครื่องจักร อย่างน้อย 2 ปี
- มีความคล่องตัวในการปฏิบัติงานสูง
7.4.5 เจ้าหน้าที่ประจําสายพานลําเลียงสัมภาระเกินพิกัด (DOG Baggage Operator) จํานวน 24 ตําแหน่ง โดยมีหน้าที่และคุณสมบัติอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
7.4.5.1 หน้าที่
ประจําตําาแหน่ง OCG เพื่อทําการรับและส่งกระเป๋าสัมภาระเกินพิกัด เพื่อลําเลียง ผ่านระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระเกินพิกัด พร้อมทั้งทําการบันทึกข้อมูลรายละเอียดของกระเป๋าสัมภาระ
7.4.5.2 คุณสมบัติ
—
—
สําเร็จการศึกษาขั้นต่ําระดับ ปวช.
มีประสบการณ์ทํางานอย่างน้อย 2 ปี
สามารถขนย้ายสัมภาระที่มีน้ําหนักมากได้
7.4.6 เจ้าหน้าที่ลําเลียงถาดรองรับสัมภาระ (TUB Circutate Operator) จํานวน 24 ตําแหน่ง โดยมีหน้าที และคุณสมบัติอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
7.4.6.1 หน้าที่
·
เก็บรวบรวมและลําเลียงถาดรองรับกระเป๋าสัมภาระบริเวณ Sorting Area เพื่อนําไปใช้
งานตามจุดต่างๆ ให้เพียงพอ เช่น บริเวณเคาน์เตอร์เช็คอิน
ดูแลรักษาทําความสะอาดถาดรองรับสัมภาระ
7.4.6.2 คุณสมบัติ
สําเร็จการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับ ป.6
7.4.7 เจ้าหน้าที่ทําความสะอาด (BHS Cleaning Service) จํานวน 16 ตําแหน่ง โดยมีหน้าที่และคุณสมบัติ อย่างน้อย ดังต่อไปนี้
เม
Vama
นายจุติ ธํารงกิรธาดา ผู้จัดหา ย าหนดรายละเอียด
นายปัญจพล นวลละออง ผู้จัดหัวข้อกําหนดรายละเอียด
น.ส.ชลบมิดา การราย จัดหาข้อกําหนดรายละเอียด
บทที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ
นายดนัยเดช หนูราช ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
หน้า 2 จาก 39
!
AOT
7.4.7.1 หน้าที่
- ทําความสะอาดในพื้นที่บริเวณดังต่อไปนี้ พื้นที่โดยรอบ Make-up Carousels, บริเวณทางเดินบน Platform ของสายพานทุกเส้น, Reclaim/Belt, ห้อง BCR, อุปกรณ์ระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ ที่อยู่ในความดูแลของ สรส.บร.ทภก. และบริเวณที่รับผิดชอบโดยรอบ
7.4.6.2 คุณสมบัติ
สําเร็จการศีกษาไม่ต่ากว่าระดับ ป.6
7.5 หน้าที่และคุณสมบัติประจําตําแหน่งของพนักงานกะบํารุงรักษา (BHS Shift Maintenance)
7.5.1 หัวหน้ากะงานบํารุงรักษา (Shift Maintenance Supervisor) จํานวน 4 ตําแหน่ง โดยมีหน้าที่ และคุณสมบัติอย่างน้อยดังต่อไปนี้
7.5.1.1 หน้าที่
ควบคุมดูแลการปฏิบัติงานซ่อมบํารุงรักษาของพนักงานในกะให้เป็นไปด้วย
ความเรียบร้อย และมีประสิทธิภาพ
สัมภาระให้มีประสิทธิภาพ
- วางแผน วิเคราะห์ และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับการบํารุงรักษาระบบลําเลียงกระเป๋า
ควบคุมดูแลการบํารุงรักษาระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระให้เป็นไปตามแผนงานที่กําหนด
สมบูรณ์
ตรวจสอบรายงานการปฏิบัติงานประจําวัน การซ่อมบํารุงทุกขั้นตอนให้มีความถูกต้อง
ติดต่อประสานงานโดยตรงกับผู้ว่าจ้างในการปฏิบัติงานซ่อมบํารุง เพื่อให้เกิดความเข้าใจ
และมีแนวทางการปฏิบัติงานด้วยความถูกต้อง
ควบคุม กํากับ ดูแล และสั่งการแก้ไขในจุดที่เกิดปัญหา
7.5.1.2 คุณสมบัติ
.
สําเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า
หรือวิศวกรรมเครื่องกล หรือวิศวกรรมอุตสาหการ
มีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม
มีประสบการณ์การบริหารจัดการงานซ่อมบํารุงระบบไฟฟ้าหรือเครื่องกลอย่างน้อย 3 ปี มีประสบการณ์ในระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระที่เกี่ยวข้องท่าอากาศยาน
หรือระบบสายพานลําเลียงในโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ อย่างน้อย 1 ปี
สามารถฟัง พูด อ่าน และเขียนภาษาอังกฤษได้
7.5.2 เจ้าหน้าที่ดูแลระบบคอมพิวเตอร์ (System Analyst) จํานวน 4 ตําแหน่ง โดยมีหน้าที่และคุณสมบัติ
อย่างน้อย ดังต่อไปนี้
You
นายจุติ ธํารงธีรธาดา
นายปัญจพล นวลละออง ผู้จัดหาข้อกําหนดรายละเอียด
น.ส.ชลนมิดา ธํารงกิรธาดา
ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
บทที่ : ข้อมูลทั่วไปของระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ
นายดนัยเดช หนูราช ผู้จัดทําข้อกาหนดรายละเอียด
หน้า 13 จาก 39
ZAOT
7.5.2.1 หน้าที่
ดูแล บํารุงรักษา และทําความสะอาดเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ต่อพ่วง อุปกรณ์ระบบ
เครือข่าย และโปรแกรมที่ติดตั้งอยู่ให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ตรวจสอบการทํางานของเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ต่อพ่วง และอุปกรณ์ระบบเครือข่าย ทั้งภายในระบบ BHS และส่วนที่มีการเชื่อมโยงระหว่างระบบ BHS กับระบบภายนอกอื่น (Interface) ในกรณีที่ ส่วนหนึ่งส่วนใดของระบบฯ ทํางานผิดพลาด หรือเกิดขัดข้อง ให้ทําการแก้ไขพร้อมทั้งรายงานปัญหา และวิธีการแก้ไขปัญหา
ปรับปรุงทะเบียนข้อมูลฯ ของเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ต่อพ่วง และอุปกรณ์ระบบ
เครือข่ายคอมพิวเตอร์ เช่น ข้อมูลชื่ออุปกรณ์ รหัสอุปกรณ์ IP address บนระบบเครือข่าย และตารางกําหนดเส้นทาง การรับ-ส่งข้อมูล เป็นต้น
—
ปรับปรุงทะเบียนข้อมูลประวัติการซ่อมบํารุง เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ต่อพ่วง
และอุปกรณ์ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์
7.5.2.2 คุณสมบัติ
สําเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต สาขาวิศวกรรมโทรคมนาคม
หรือสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า หรือวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ หรือวิทยาศาสตร์บัณฑิต สาขาวิทยาศาสตร์ด้านคอมพิวเตอร์
หรือเทคโนโลยีสารสนเทศ
มีประสบการณ์งานควบคุมอัตโนมัติ (PLC) โดยแสดงใบรับรองการอบรมหรือการสัมมนา
มีประสบการณ์ทํางานด้านระบบเครือข่ายอย่างน้อย 5 ปี
สามารถฟัง พูด อ่าน และเขียนภาษาอังกฤษได้อย่างดี
7.5.3 ช่างเทคนิคงานเครื่องกล (Mechanical Technician) จํานวน 32 ตําแหน่ง โดยมีหน้าที่และคุณสมบัติ อย่างน้อย ดังต่อไปนี้
7.5.3.1 หน้าที่
ซ่อมบํารุงระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระด้านเครื่องกล
- ทดสอบการทํางานของระบบคัดแยกกระเป๋าสัมภาระ บริเวณ High Speed Divertor
(HSO) โดยใช้ IQ Bag Test ในการทดสอบ
7.5.3.2 คุณสมบัติ
สําเร็จการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับ ปวส. สาขาเครื่องกล หรือสาขาที่เกี่ยวข้องกับเครื่องกล มีประสบการณ์ทํางานบํารุงรักษาเครื่องจักรอย่างน้อย 2 ปี
7.5.4 ช่างเทคนิคงานไฟฟ้า (Electrical Technician) จํานวน 20 ตําแหน่ง โดยมีหน้าที่และคุณสมบัติ อย่างน้อย ดังต่อไปนี้
7.5.4.1 หน้าที่
ซ่อมบําารุงระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระด้านไฟฟ้า
นายปัญจพล นวลละออง ผู้จัดหาข้อกําหนดรายละเอียด
น.ส. ธนมิดา ธํารงธีรธาดา ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
นายจุติ ธํารง ราคา ผู้จัดทําาข้อกําหนดรายละเอียด
บทที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ
นายดนัยเลย หนูราช ผู้จัดหาข้อกําหนดรายละเอียด
หน้า 14 จาก 39
AOT
7.5.4.2 คุณสมบัติ
สําเร็จการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับ ปวส. สาขาไฟฟ้า หรือสาขาที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้า มีประสบการณ์ทํางานบํารุงรักษาเครื่องจักรอย่างน้อย 2 ปี
7.5.5 เจ้าหน้าที่ควบคุมอะไหล่พัสดุ (Material Controller) จํานวน 4 ตําแหน่ง โดยมีหน้าที่และคุณสมบัติ
อย่างน้อย ดังต่อไปนี้
7.5.5.1 หน้าที่
- บริหารจัดการ ควบคุม ดูแลการจัดการด้านอะไหล่พัสดุ วัสดุสิ้นเปลือง และเครื่องมือต่างๆ จัดระเบียบการเก็บอะไหล่พัสดุ วัสดุสิ้นเปลือง และเครื่องมือให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์เรียบร้อย
7.5.5.2 คุณสมบัติ
สําเร็จการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับ ปวส.
มีประสบการณ์ทํางานที่เกี่ยวข้องกับการบํารุงรักษาอย่างน้อย 2 ปี
- สามารถใช้งาน Microsoft Office ได้ เช่น Microsoft Word, Microsoft Excel, Microsoft
Power Point เป็นต้น
- สิ่งที่ผู้ว่าจ้างจัดเตรียมให้
ท
8.1 พื้นที่สําหรับจัดตั้งสํานักงานและห้องทํางานของผู้รับจ้าง ณ ทภก. เป็นพื้นที่ประมาณ 60 ตารางเมตร โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายตลอดระยะเวลาของสัญญา ยกเว้นค่าสาธารณูปโภคอื่นๆ ที่ ทอท. เรียกเก็บ เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าน้ําประปา ค่าโทรศัพท์ เป็นต้น ในกรณีที่มีการปรับปรุงหรือต่อเติมสํานักงานที่ผู้ว่าจ้างให้นั้น ผู้รับจ้างต้องได้รับ การอนุมัติจากผู้ว่าจ้างก่อนทําการปรับปรุง โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด และห้ามผู้รับจ้างรื้อถอน ทุบ และเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในพื้นที่ที่ผู้ว่าจ้างจัดเตรียมไว้สําหรับจัดตั้งสํานักงานและห้องทํางานของผู้รับจ้าง ณ ทภก. เว้นแต่การปรับปรุงภายในเท่านั้น
8.2 จัดเตรียมถาดรองรับกระเป๋าสัมภาระให้ใช้งาน โดยผู้รับจ้างต้องดูแลและทําความสะอาดให้อยู่ในสภาพ ที่พร้อมใช้งาน ผู้รับจ้างจะต้องทําการตรวจนับและรายงานผลการตรวจนับให้ผู้ว่าจ้างทราบทุกๆ 6 เดือน และส่งมอบ ถาดรองรับกระเป๋าสัมภาระให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานให้กับผู้ว่าจ้างในวันสิ้นสุดสัญญา ตามเงื่อนไขต่างๆ ดังนี้
8.2.1 ผู้ว่าจ้างไม่ต้องจัดทําถาดรองรับกระเป๋าสัมภาระทดแทน เพื่อส่งมอบให้แก่ผู้ว่าจ้างในวันสิ้นสุดสัญญา ในการณีดังนี้
8.2.1.1 กรณีเกิดการชํารุดของถาดรองรับกระเป๋าสัมภาระ ที่เกิดจากการหมดสภาพอายุการใช้งาน 8.2.1.2 กรณีเกิดการชํารุดของถาดรองรับกระเป๋าสัมภาระ ที่เกิดจากการกระทําของผู้รับจ้างรายอื่น 8.2.2 กรณีถาดรองรับกระเป๋าสัมภาระสูญหาย ผู้รับจ้างจะต้องชดใช้ถาดละ 337.05 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%)
8.3 จัดเตรียมเครื่องมือและอุปกรณ์ในการทํางาน เพื่อใช้ในการปฏิบัติการและบํารุงรักษาระบบลําเลียงกระเป๋า สัมภาระ ณ ทภก. โดยที่ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ดูแลบํารุงรักษาเครื่องมือและอุปกรณ์ในการปฏิบัติงานให้อยู่ในสภาพ
бат
นายจุติ ธํารงกิรธาดา
ผู้จัดหาข้อกําหนดรายละเอียด
นายปัญจพล นวลละออง ผู้จัดทําข้อก้าหนดรายละเอียด
น.ส.ชลมี 1 ธํารงกิรธาดา ผู้จัดทําข้อ าหนดรายละเอียด
นายดนัยเดช หนูราช
ผู้จัด ข้อกําหนดรายละเอียด
บทที่ 2 ข้อมูลทั่วไปของระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ
หน้า 15 จาก 33
[AOT
พร้อมใช้งานตลอดเวลา และในวันสิ้นสุดสัญญาผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบเครื่องมือและอุปกรณ์ทั้งหมดให้กับผู้ว่าจ้าง ตามข้อที่ 8.3.1 และ 8.3.2 โดยที่เครื่องมือและอุปกรณ์ทั้งหมดต้องอยู่ในสภาพที่สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กรณีเครื่องมือและอุปกรณ์ชํารุด เสียหาย ผู้รับจ้างต้องดําเนินการซ่อมแซมให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ ภายใน 30 วัน โดยใช้อะไหล่ที่ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหา รายละเอียดเครื่องและอุปกรณ์ดังต่อไปนี้
8.3.1 รถกระเช้าแบบ Scissor Lift ขับเคลื่อนด้วยกําลังไฟฟ้า จํานวน 2 คัน ใช้สําหรับเก็บรวบรวม และขนกระเป๋าสัมภาระที่ตกค้างอยู่บนสายพานลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ และใช้สําหรับซ่อมบํารุงอุปกรณ์ที่ติดตั้ง
ในพื้นที่สูง
8.3.2 รถเข็นกระเป๋าสัมภาระขนาดใหญ่ จํานวน 8 คน ใช้สําหรับบรรทุกกระเป๋าสัมภาระ
ถาดรองรับกระเป๋าสัมภาระ - อุปกรณ์และเครื่องมือในการทํางานที่ผู้รับจ้างจัดเตรียม
9.1 ผู้รับจ้างต้องจัดหาอุปกรณ์ เครื่องมือ และวัสดุสิ้นเปลือง ซึ่งเป็นของใหม่ไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน เพื่อใช้ในการปฏิบัติการและบํารุงรักษาระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ ณ ทภก. โดยผู้รับจ้างต้องจัดหาดูแลบํารุงรักษา
อุปกรณ์และเครื่องมือตามคู่มือของผู้ผลิตให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานและเพียงพอต่อการปฏิบัติงาน เพื่อให้เกิด
ประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
9.1.1 อุปกรณ์ความปลอดภัยในการทํางานส่วนบุคคล เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นเนื่องจาก สภาพแวดล้อมในขณะปฏิบัติงาน เช่น หมวกเซฟตี้, ที่อุดหูเซฟตี้, เสื้อสะท้อนแสง, และรองเท้าเซฟตี้ เป็นต้น
9.1.2 อุปกรณ์ความปลอดภัยในการทํางานทั่วไป เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นเนื่องจากสภาพแวดล้อม ในขณะปฏิบัติงาน เช่น ถุงมือนิรภัย, ผ้ากันไฟ, ถังดับเพลิง, อุปกรณ์กั้นพื้นที่, ป้ายกําลังปฏิบัติงาน, อุปกรณ์ป้องกันตก (เข็มขัดนิรภัย), หน้ากากเชื่อม, แว่นนิรภัย, ชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น, เชือกตาข่าย และ ไฟฉาย LED ความสว่างไม่น้อยกว่า 50 ลูเมน (ชนิดชาร์จได้) เป็นต้น
9.1.3 วัสดุสิ้นเปลืองสําหรับทําความสะอาดและสารหล่อลื่นที่ใช้บํารุงรักษาระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ เช่น ไม้กวาดพร้อมที่โกยขยะ, ไม้ถูพื้น, น้ํายาทําความสะอาดและขัดเคลือบเงา PVC, น้ํายาทําความสะอาด และขัดเคลือบเงาสายพาน, น้ํายาทําความสะอาด Stainless, น้ํามันเกียร์ (Normal 460), น้ํามันเกียร์ (HSD 220), จาระบี, สเปรย์จาระบี, สเปรย์น้ํามันอเนกประสงค์, น้ํายาขจัดคราบกาว, เทปพันสายไฟ ท่อหดหุ้มสายไฟ, ตะกั่วบัดกรี, กระดาษทราย, เศษผ้าทําความสะอาด, สายไฟฟ้า, สายสัญญาณต่างๆ, ขั้วต่อต่างๆ ปลั๊กต่างๆ แผงเต๋าต่อสายไฟ, สกรู น็อต รีเวท และแหวนขนาดต่างๆ, เทปกั้นเขต และเทปงานทั่วไป, น้ํายาล็อคเกลียว, ลวดเชื่อมเหล็ก, ลวดเชื่อม สแตนเลส, ถุงขนาดต่างๆ, ใบตัด ใบเจียร ใบขัด ดอกสว่าน ดอกเจาะโฮลซอ, เคเบิ้ลไทร์, น้ํามันดีเซล, น้ํามันหล่อลื่น เบอร์ SEA 30 SW, ปากกามาร์คเกอร์ และอื่นๆ ที่ผู้ว่าจ้างเห็นควรว่าเกี่ยวข้องกับความสําเร็จและความสมบูรณ์ของงาน ที่ผู้รับจ้างปฏิบัติงานอยู่
9.2 ผู้รับจ้างต้องจัดหาอุปกรณ์และเครื่องมือ เพื่อใช้ในการปฏิบัติการและบํารุงรักษาระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ ณ ทภก. โดยผู้รับจ้างต้องจัดหาดูแลบํารุงรักษาอุปกรณ์และเครื่องมือตามคู่มือของผู้ผลิตอุปกรณ์ และต้องดูแลอุปกรณ์
นายจุติ ธํารงธ
ผู้จัดทําข้อก้าหนดรายละเอียด
You
นายปัญจพล นวลละออง ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
บทที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของระบบเสียงกระเป๋าสัมภาระ
Cham
น.ส.ชลมีดา ธํารงกิรธาดา ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
Janied
นายดนัยเดช หนูราช ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
หน้า 16 จาก 39
ZAOT
และเครื่องมือในการทํางานให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้และเพียงพอ โดยอุปกรณ์และเครื่องมือทั้งหมด ต้องอยู่ในสภาพที่สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดสัญญา ระบุในภาคผนวก 1-ค. ซึ่งอุปกรณ์ดังกล่าว
ไม่ต้องส่งคืนให้กับผู้ว่าจ้างในวันสิ้นสุดสัญญา
9.3 ผู้รับจ้างต้องจัดหายานพาหนะ เพื่อใช้ในการปฏิบัติการและบํารุงรักษาระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ ณ ทภก.
โดยผู้รับจ้างต้องดูแลบํารุงรักษายานพาหนะตามคู่มือของผู้ผลิตยานพาหนะ และต้องดูแลยานพาหนะในการทํางาน
ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา โดยยานพาหนะทั้งหมดต้องอยู่ในสภาพที่สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
และจัดทําประวัติการใช้งานและการซ่อมบํารุงรักษายานพาหนะ พร้อมจัดให้มีพนักงานขับรถที่สามารถขับขี่ยานพาหนะ ภายในพื้นที่ ทภก. ตลอดเวลา และยานพาหนะดังกล่าวต้องระบุชัดเจนว่า “เพื่อใช้ในการปฏิบัติการและบํารุงรักษา ระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ ในพื้นที่ ทภก. เท่านั้น” โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
รถกระบะ (Cab) อย่างน้อยจํานวน 1 คัน น้ําหนักบรรทุกไม่ต่ํากว่า 1 ตัน ปริมาตรกระบอกสูบไม่ต่ํากว่า 2,400 cc. หรือกําลังเครื่องยนต์ไม่ต่ํากว่า 110 kW มีสภาพพร้อมใช้งานทันที เพื่อใช้ในงานตรวจสอบ ซ่อมบํารุงรักษา ขนของ และบรรทุกสิ่งของที่จําเป็นต่อการปฏิบัติการและบํารุงรักษาระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ เช่น เครื่องมือ อุปกรณ์, วัสดุสิ้นเปลือง และงานอื่น ๆ สําหรับ ผู้บร.ทภก. โดยผู้รับจ้างต้องจัดทําประกันภัยชั้น 1 และดูแลบํารุงรักษา ให้พร้อมใช้งานอยู่ตลอดเวลา
10. การควบคุมคุณภาพ
ผู้ว่าจ้างจะเป็นผู้กําหนดเกณฑ์ชี้วัด จํานวนค่าของเกณฑ์ชี้วัดต่างๆ เพื่อใช้ในการวัดประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน
ของผู้รับจ้าง โดยมีรายละเอียดการควบคุมคุณภาพอย่างน้อยดังต่อไปนี้
10.1 Mean Time To Repair (MTTR) คือ ระยะเวลาซ่อมเฉลี่ยที่ใช้เพื่อให้ระบบกลับมาใช้งานได้ตามปกติ มีสูตรคํานวณดังนี้
MTTR = DT/ No. of Failures
DT/No.
Down Time (UT) คือ เวลารวมทั้งหมดที่เกิดจากความผิดปกติของอุปกรณ์ในระบบลําเลียงกระเป๋า สัมภาระในเดือนนั้นๆ โดยที่ความผิดปกติของอุปกรณ์ในระบบ คือ ความผิดปกติของส่วนประกอบในระบบ และ/หรือ ส่วนประกอบย่อยที่เป็นสาเหตุให้ระบบต้องหยุดดําเนินการหรือการให้บริการ โดยไม่คิดระยะเวลาในหัวข้อต่อไปนี้
—
ความผิดปกติเนื่องมาจากสาเหตุภายนอกระบบ เช่น การก่อวินาศกรรม ไฟตก ไฟดับ เป็นต้น ความผิดปกติของระบบเนื่องมาจากกระเป๋าติดขัด โดยที่ไม่ได้เกิดจากความผิดปกติ
ของส่วนประกอบในระบบ หรือส่วนประกอบย่อย
ความผิดปกติที่กําลังเริ่ม ซึ่งถูกตรวจพบและดําเนินการแก้ไขโดยที่ไม่ส่งผลกระทบ
ต่อการนําเนินงานของระบบ
- ความผิดปกติของหนึ่งในระบบคอมพิวเตอร์ที่มีระบบสํารอง ซึ่งช่วงที่มีการซ่อมแซม ไม่มีผลกระทบต่อการดาเนินงานของระบบ
นายจุติ ธํารงกิรธาดา
ผู้จัดทําข้อกาหนดรายละเอียด
การหยุดของระบบเนื่องมาจากทางผู้ว่าจ้างได้อนุมัติให้ทําตามแผนการซ่อมแซมหรือบํารุงรักษา
Don
นายปัญจพล นวลละออง ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
บทที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ
Vam
น.ส.ชลนมิดา ธําารง ราคา ผู้จัดทําข้อกําหนดรายระเอียด
ad
นายดนัย,ดร ชูราช
ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
หน้า 17 จาก 39
—
AOT
การหยุดของระบบหรือส่วนประกอบย่อยเนื่องมาจากช่วงระยะเวลาในการรออะไหล่ ความผิดปกติเนื่องมาจากการเสียหายหรือชํารุดของอะไหล่ที่มาจากการซ่อมแซมแล้วนํากลับมา
ใช้งานใหม่หรืออะไหล่ที่อยู่ในการรับประกันของผู้ผลิตหรือผู้ติดตั้งระบบที่ยังมีกับ ทอท.
No. of Failures คือ จํานวนรวมครั้งที่พบความผิดปกติของแต่ละช่วงลําเลียงกระเป๋าสัมภาระและการปิด ใช้งานนอกแผนดําเนินตามตารางการดําเนินงานในเดือนนั้นๆ
10.2 System Availability (A) ระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระภายในอาคารผู้โดยสาร โดยคิดที่อุปกรณ์ดังนี้
10.2.1 BHS Moving Systems ต้องมีค่า System Availability (4) อย่างน้อย 99.5% ต่อระบบต่อเดือน โดยมีระบบที่จะนํามาพิจารณาค่า A จํานวนช่วงระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระทั้งหมด แยกเป็น 2 อาคาร จํานวน 50 ระบบ ดังต่อไปนี้
TC01, TC02, TC03, TC04, TC05, TC06,TC07, TC08, TC09, TC10, TC11
XO02, X006
CL02, CL04, CL06, CL08, CL09, CL10, CL11
AL02, AL04, AL06, AL08
OS01
11 TC-Lines:
- 2 XO-Lines:
- 7 CL-Lines:
.
4 AL-Lines:
1
- 1 DOG-Line:
1 TA-Line:
TA01
3 TS-Lines:
- 4 SL-Line:
10 Reclaim:
7 MU:
TS01, TS02, TS03
SL01, SLO2, SL03, SL04
CF01, CF02, CF03, CF04, CF05, CF06, CF07, CF08, CF09, CF10
MU01, MUO2, MU03, MU04, MUO5, MU06, MU07
อุปกรณ์ประกอบระบบอื่นๆ ที่มีส่วนเกี่ยวของกับระบบที่กําหนดข้างต้น ซึ่งส่งผลต่อการทํางาน ของระบบ ให้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของระบบนั้นๆ และต้องนํามาใช้สําหรับคิดค่า A ด้วย เช่น High Speed Diverter (HSD), Low Speed Diverter (LSD), Check-in Counter, Vertical Sorting Unit (VSU), Control Station (CS), Automatic Tag Reader (ATR) เป็นต้น
10.2.2 BHS Server, BHS Client, BIDs ต้องมีค่า System Availability (A) อย่างน้อย 99.9% ต่อเดือน โดยระบบที่เป็นเกณฑ์พิจารณาประกอบด้วยอุปกรณ์ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องทั้ง Hardware และ Software
อุปกรณ์ประกอบระบบอื่นๆ ที่มีส่วนเกี่ยวของกับระบบที่กําหนดข้างต้น ซึ่งส่งผลต่อการทํางาน
A
ของระบบ ให้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของระบบนั้นๆ ต้องนํามาใช้สําหรับคิดค่า A ด้วยตามข้อ 10.2.1 และ 10.2.2 ค่า Availability (A) มีสูตรคํานวณดังนี้
A = (ST - DT) / ST
Scheduled Operating Time (ST) คือ เวลาในการทํางานทั้งหมดของระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ ตามตารางการดําเนินงานในเดือนนั้น ๆ
ๆ
Comme
นายปัญจพล เวลละออง
ผู้จัด ข้อกําหนดรายละเอียด
น.ส.ชลนมิดา ธํารงกิรธาดา ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
นายจุติ ชําารง ราคา ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
บทที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ
นายดนัยเดช หมู่ราช จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
หน้า 18 จาก 39
AOT
Down Time (DT) คือ เวลารวมทั้งหมดที่เกิดจากความผิดปกติของอุปกรณ์ในระบบลําเลียงกระเป๋า สัมภาระในเดือนนั้นๆ โดยที่ความผิดปกติของอุปกรณ์ในระบบ คือ ความผิดปกติของส่วนประกอบในระบบ และ/หรือ ส่วนประกอบย่อยที่เป็นสาเหตุให้ระบบต้องหยุดดําเนินการหรือการให้บริการ โดยไม่คิดระยะเวลาในหัวข้อต่อไปนี้
ความผิดปกติเนื่องมาจากสาเหตุภายนอกระบบ เช่น การก่อวินาศกรรม ไฟตก ไฟดับ เป็นต้น
- ความผิดปกติของระบบเนื่องมาจากกระเป๋าติดขัด โดยที่ไม่ได้เกิดจากความผิดปกติ
ของส่วนประกอบในระบบ หรือส่วนประกอบย่อย
ความผิดปกติที่กําลังเริ่ม ซึ่งถูกตรวจพบและดําเนินการแก้ไขโดยที่ไม่ส่งผลกระทบ
ความผิดปกติของหนึ่งในระบบคอมพิวเตอร์ที่มีระบบสํารอง ซึ่งช่วงที่มีการซ่อมแซม
ต่อการค้าเนินงานของระบบๆ
ไม่มีผลกระทบต่อการดําเนินงานของระบบฯ
การหยุดของระบบเนื่องมาจากทางผู้ว่าจ้างได้อนุมัติให้ทําตามแผนการซ่อมแซมหรือบํารุงรักษา การหยุดของระบบหรือส่วนประกอบย่อยเนื่องมาจากช่วงระยะเวลาในการรออะไหล่ ความผิดปกติเนื่องมาจากการเสียหายหรือชํารุดของอะไหล่ที่มาจากการซ่อมแซมแล้วนํากลับมา
ใช้งานใหม่หรืออะไหล่ที่อยู่ในการรับประกันของผู้ผลิตหรือผู้ติดตั้งระบบที่ยังมีกับ ทอท.
10.3 เกณฑ์การควบคุมคุณภาพอื่นๆ ที่ผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างตกลงกันให้มีในอนาคต ซึ่งอยู่ในขอบเขตงาน ของผู้รับจ้าง
11. การฝึกอบรม
11.1 ผู้รับจ้างต้องทําการฝึกอบรมให้พนักงานของผู้รับจ้างให้มีความรู้ความชํานาญในงานที่ได้รับมอบหมาย
เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้มีประสิทธิภาพ โดยการอบรมจะต้องมีทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติตามความเหมาะสม ของแต่ละตําแหน่งงาน อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ทั้งนี้หลักสูตรการฝึกอบรมจะต้องผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุของผู้ว่าจ้าง และมีเอกสารรับรองการผ่านฝึกอบรมแต่ละบุคคล โดยมีหนังสือชี้แจงผ่านประธานกรรมการ ตรวจรับพัสดุของผู้ว่าจ้าง และต้องมีหลักสูตรการฝึกอบรมอย่างน้อยดังต่อไปนี้
Baggage Handling System Overview
- Standard Operation Procedure (SOP) Training ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้าง - Contingency Plan & Emergency Plan Training ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้าง
- Operation Training
.
Maintenance Training
ความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน และการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
การอบรมหลักสูตรความปลอดภัยในการทํางานเกี่ยวกับไฟฟ้า กฎและระเบียบข้อบังคับของ ทภก. และ ทอท.
การอบรมมารยาทในการปฏิบัติงาน
นายจุติ ธํารงกิรธาดา
ผู้จัดทํา ย าหนดรายละเอียด
นายปัญจพล นวลละออง ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
บทที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ
Varm
น.ส.ชลนมิดา ธารงจีรธาดา
ผู้จัดทําข้อก้าหนดรายละเอียด
นายดนัยเดช ในราช
ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
หน้า 19 จาก 39
JAOT
.
อบรมการบําารุงรักษา PM ตรวจวัดความเสียหายของ Bearing
อบรมขั้นตอนการเปลี่ยน Bearing
อบรมขั้นตอนการเปลี่ยนสายพานชนิดต่างๆ
อบรมขั้นตอนการทํางาน และขั้นตอนการแก้ปัญหาระบบ PLC ระบบ SCADA
-หลักสูตรอื่นๆ ที่ผู้ว่าจ้างมอบหมายให้ดําเนินการ และตามกฎหมายเกี่ยวข้องที่บัง
11.2 ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมวิทยากร อุปกรณ์ และสถานที่ฝึกอบรม โดยผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
12. รายงานและเอกสารต่างๆ ที่ผู้รับจ้างต้องจัดส่งให้ผู้ว่าจ้าง
ผู้รับจ้างต้องจัดทํารายงานส่งผู้ว่าจ้าง โดยมีรายละเอียดดังนี้
12.1 รายงานประจําวัน ส่งผ่านเจ้าหน้าที่ควบคุมงานของผู้ว่าจ้าง ต้องส่งก่อนเวลา 08.00 น. ของทุกวัน อย่างน้อยจํานวน 1 ชุด ดังต่อไปนี้
12.1.1 เอกสารบันทึกเวลาการทํางานของพนักงานของผู้รับจ้าง
12.1.2 รายงานการปฏิบัติการประจําวัน (Operation Report)
12.1.3 รายงานการซ่อมบํารุงรักษาประจําวัน (Maintenance Report)
12.1.4 รายงานสถานะภาพและปัญหาข้อขัดข้องของอุปกรณ์ของระบบฯ
12.1.5 รายงาน System Availability
12.1.6 รายงานจํานวนอะไหล่และอุปกรณ์ที่เบิกใช้งาน ที่ใช้งานจริง และคงเหลือ
12.1.7 รายงานสรุปยอดกระเป๋าสัมภาระที่ลําเลียงผ่าน OOG 12.1.8 รายงานสรุปยอดกระเป๋าสัมภาระที่ลําเลียงผ่าน BIR 12.1.9 รายงานสรุปยอดกระเป๋าสัมภาระที่ชํารุดในระบบฯ 12.1.10 รายงานสรุปยอดกระเป๋าสัมภาระที่ติดขัดในระบบฯ 12.1.11 รายงานตรวจสอบความเรียบร้อยของเคาน์เตอร์เช็คอิน 12.1.12 รายงานการเข้า-ออกของบุคคลและพนักงานในระบบฯ 12.1.13 รายงานการตรวจพบบุคคลภายนอกหรือขออนุญาตเข้ามาในระบบฯ 12.1.14 รายงานการเข้าตรวจสอบกระเป๋าสัมภาระตกค้างในระบบฯ
12.1.15 รายงานสรุปยอดกระเป๋าสัมภาระที่ลงผิด MU
12.1.16 รายงานสถานะภาพของอุปกรณ์และเครื่องมือที่ใช้ในการทํางาน ตามหัวข้อที่ 9.2
12.2 รายงานประจําเดือน โดยส่งผ่านเจ้าหน้าที่ควบคุมงานของผู้ว่าจ้าง ต้องส่งก่อนวันที่ 5 ของเดือนถัดไป อย่างน้อยจํานวน 1 ชุด และสําเนาลง Flash Drive USB 3.2 ขนาดไม่น้อยกว่า 64 GB อย่างน้อยจํานวน 1 ชุด ดังต่อไปนี้
นายจู ารงดีรธาดา
12.2.1 รายงานสรุปการปฏิบัติการของผู้รับจ้างทั้งเดือน พร้อมปัญหาข้อขัดข้องและข้อเสนอแนะ 12.2.2 รายงานสรุปการซ่อมบํารุงรักษาของผู้รับจ้างทั้งเดือน พร้อมปัญหาข้อขัดข้องและข้อเสนอแนะ
ผู้จัดทําข้อกาหนดรายละเอียด
ra
นายปัญจพล นวลละออง ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
บทที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ
tpm/
น.ส.ชลนมีด ธํารงรฮาตา ผู้จัดหาข้อกําหนดรายละเอียด
Jancia
นายดนัยเดช หนูราช ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
หน้า 20 จาก 39
(AOT
12.2.3 รายงานสรุปตารางเวลาปฏิบัติงานของพนักงานและจํานวนวันทํางานทั้งเดือน
12.2.4 รายงานสรุปจํานวนอะไหล่และอุปกรณ์ที่เบิกใช้งาน ที่ใช้งานจริง และที่คงเหลือ ทั้งเดือน 12.2.5 รายงานสรุป System Availability ของผู้รับจ้างทั้งเดือน
12.2.6 รายงานสรุปยอดกระเป๋าสัมภาระที่ลําเลียงผ่าน OCG ทั้งเดือน
12.2.7 รายงานสรุปยอดกระเป๋าสัมภาระที่ลําเลียงผ่าน BIR ทั้งเดือน
12.2.8 รายงานสรุป Mean Time To Repair (MTTR) ทั้งเดือน พร้อมปัญหาข้อขัดข้องและข้อเสนอแนะ 12.2.9 รายงานสรุปจํานวนครั้งที่เกิด Brake Down Maintenance ทั้งเดือน พร้อมปัญหาข้อขัดข้อง
และข้อเสนอแนะ
12.2.10 รายงานสรุปสถิติการซ่อมบํารุงทั้งเดือน
12.2.11 รายงานสรุปยอดกระเป๋าสัมภาระที่ชํารุดในระบบฯ ทั้งเดือน
12.2.12 รายงานสรุปยอดกระเป๋าสัมภาระที่ติดขัดในระบบฯ ทั้งเดือน
12.2.13 รายงานระยะเวลาทํางานของพนักงานรายบุคคล
12.2.14 Backup File Data และสําเนาเอกสารต่าง ๆ (ISO, PDF, DOCX, XLSX) พร้อมรายงานประจําวัน 12.3 รายงานประจําปี ส่งให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุของ ทอท. โดยส่งเป็นเอกสารอย่างน้อยจํานวน 1 ชุด ในงวดที่ 12, 24, 36 และ 48 พร้อมทั้งสําเนาลง Flash Drive USB 3.2 ขนาดไม่น้อยกว่า 128 GB อย่างน้อยจํานวน
ในงวดที่ 12, 24, 36 และ 48 โดยมีรายละเอียดต่อไปนี้
1 ชุด
12.3.1 ประวัติการซ่อมบํารุง/การเปลี่ยนเครื่องจักรและอุปกรณ์ ในระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวิเคราะห์การวางแผนบํารุงรักษาและการสํารองอุปกรณ์ อะไหล่ และวัสดุสิ้นเปลือง
12.3.2 เอกสารการบํารุงรักษาเชิงป้องกันซึ่งประกอบด้วยแผนงานแม่บท (Master Plan) แผนงาน บํารุงรักษาเชิงป้องกันรายวัน รายเดือน รายสามเดือน รายครึ่งปี และรายปี และแผนงานบํารุงรักษาพิเศษ ที่ต้องสอดคล้องกับ O&M Manual และ Supplier Specification รวมทั้ง Supplier Recommendation
12.3.3 เอกสารวิธีการซ่อม วิธีการบํารุงรักษา วิธีการแก้ไขอุปกรณ์ในระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ 12.3.4 เอกสารวิเคราะห์การเกิดปัญหาและการแก้ไขปัญหาในการซ่อมบํารุงอุปกรณ์
12.3.5 Backup File Data Log และสําเนาเอกสารต่าง ๆ (ISO, PDF, DOCX, XLSX) พร้อมรายงานประจําวัน 12.4 รายงานอื่นๆ ที่ผู้ว่าจ้างมอบหมายให้ผู้รับจ้างดําเนินการ ซึ่งอยู่ในขอบเขตงานของผู้รับจ้าง
13. การประเมินผลงาน
ผู้ว่าจ้างจะประเมินผลการทํางานของผู้รับจ้างทุกเดือน ตามแบบประเมินผลการให้บริการสําหรับงานปฏิบัติการ และบํารุงรักษาระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ และรายละเอียดของการประเมินผล ซึ่งระบุในภาคผนวก 1-1. โดยมีรายละเอียดการประเมินอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
13.1 การวางแผนการดําเนินงาน
นายจุติ ธํารง ราค
- การวางแผนการปฏิบัติการ ผู้รับจ้างต้องส่งแผนปฏิบัติงานรายวัน รายเดือน และรายปี
ผู้จัดหาข้อกําหนดรายละเอียด
Vám
กรม
มาเปัญจพล นวลละออง ผู้จัดทํา ย าหนดรายละเอียด
น.ส.ซอนมีตฯ ธํารงจิรธาดา ผู้จัดทําาข้อกําหนดรายละเอียด
บทที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ
นายดนัยเดช ราช ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
หน้า 21 จาก 39
ZAOT
การวางแผนการซ่อมบํารุง ผู้รับจ้างต้องส่งแผนการซ่อมบํารุงรายวัน รายเดือน และรายปี
การวางแผนการหมุนเวียนถาดรองรับกระเป๋าสัมภาระ ผู้รับจ้างต้องส่งแผนการหมุนเวียนถาดฯ
และการกําหนดจํานวนถาดฯ ในแต่ละจุด
การวางแผนการจัดพนักงาน การจัดพนักงานกะ ในแต่ละเดือน
การวางแผนการใช้อะไหล่ ผู้รับจ้างต้องส่งแผนการใช้อะไหล่ที่จําเป็นต้องใช้ในแต่ละเดือน และประจําปี การวางแผนการใช้วัสดุสิ้นเปลืองในแต่ละเดือน และประจําปี
13.2 ความสมบูรณ์ของวัสดุอุปกรณ์
ความไม่พร้อมของวิทยุสื่อสาร
ความไม่พร้อมของยานพาหนะที่ใช้สําหรับงานบํารุงรักษา และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
- ความไม่พร้อมของเครื่องมือที่ใช้สําหรับงานบํารุงรักษา และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
ความไม่พร้อมของอุปกรณ์สนับสนุนการปฏิบัติงาน - ความไม่พร้อมของวัสดุสิ้นเปลือง
13.3 ความพร้อมของพนักงานในการปฏิบัติงาน
พนักงานไม่มีความตั้งใจในการทํางาน
จํานวนพนักงานเข้าทํางานไม่ครบตามแผนการจัดพนักงาน
- พนักงานไม่พร้อมปฏิบัติงาน
13.4 การปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน
·
ไม่มีการใช้อุปกรณ์ป้องกันอุบัติภัยส่วนบุคคลอย่างเหมาะสม ระยะเวลาทํางานของพนักงานเกินตามที่กฎหมายกําหนด
13.5 การควบคุม
การไม่ปฏิบัติตาม SOP และ Contingency Plan
การไม่ปฏิบัติงานถูกต้องตรงตามแผนงาน สถิติการเกิดอุบัติเหตุที่เพิ่มขึ้น
การปฏิบัติงานไม่ถูกต้องตามตําแหน่งหรือขอบเขตงานที่ได้รับมอบหมาย
13.6 การปฏิบัติตามระเบียบ ทอท.
การถูกยึดบัตรรักษาความปลอดภัย
จํานวนครั้งที่ไม่ปฏิบัติตามคําสั่งของ ทอท. อย่างเคร่งครัด
การแต่งกายไม่ถูกต้องตามระเบียบ
มีส่วนร่วมในการทะเลาะวิวาท หรือการกระทําอันผิดกฎหมายใดๆ
13.7 การปฏิบัติงานไม่สร้างปัญหา
จํานวนครั้งที่มีกิริยามารยาทไม่สุภาพเรียบร้อย จํานวนครั้งที่ไม่ปฏิบัติตามคําสั่งของผู้ว่าจ้าง
Dow
ļ
นายจุติ ธํารงกิรธาดา
นายปัญจพล นวลละออง
ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
บทที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ
น.ส.ชลนมิตา ธํารงธรราคา
ผู้จัดท่า อ าหนดรายละเอียด
นายดนัยเดช อนุช
ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
น้า 22 จาก 39
จํานวนครั้งที่ให้บริการโดยไม่คํานึงถึงความพึงพอใจของลูกค้าและชื่อเสียงของ ทอท. การถูกรายงานเป็นลายลักษณ์อักษรจาก ทอท. และผู้ใช้บริการ
การปกปิดซ่อนเร้นปัญหาที่อาจจะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อระบบ และผู้ว่าจ้าง
13.8 การแก้ปัญหา
- จํานวนครั้งที่อุปกรณ์และเครื่องมือชํารุดซ้ํา
จํานวนครั้งที่แจ้งให้แก้ไขปัญหาซ้ํา
จํานวนครั้งที่การแก้ไขปัญหาล่าช้า เนื่องจากการควบคุมงานของผู้รับจ้าง
13.9 การตรงต่อเวลา
จํานวนครั้งที่ผู้รับจ้างผิดนัดต่อผู้ว่าจ้าง จํานวนครั้งที่ผู้รับจ้างส่งรายงานไม่ตรงต่อเวลา
13.10 คุณภาพงานที่ปฏิบัติ
จํานวนครั้งที่กระเป๋าติดขัดภายในระบบ เกินกว่าข้อตกลงระหว่างผู้ว่าจ้างกับผู้รับจ้าง
ZAOT
System Availability (A) ของ Critical Subsystem เป็นข้อตกลงระหว่างผู้ว่าจ้างกับผู้รับจ้าง จํานวนครั้งที่เกิด Brake Down Maintenance เกินข้อตกลงระหว่างผู้ว่าจ้างกับผู้รับจ้าง จํานวนครั้งที่พบว่าพนักงานของผู้รับจ้างละเลยการปฏิบัติหน้าที่ จํานวนครั้งที่พบว่าถาดรองรับกระเป๋าสัมภาระไม่เพียงพอต่อการใช้งาน
- จํานวนครั้งที่พบว่าข้อมูลการรับ-ส่งกระเป๋าสัมภาระเกินพิกัด ไม่มีชื่อ หมายเลขบัตร สังกัด ของเจ้าหน้าที่สายการบินผู้รับกระเป๋าสัมภาระ
หมายเหตุ - คุณภาพในการปฏิบัติงาน
คุณภาพความสมบูรณ์ของเอกสาร
การประเมินในข้อ 13.1 ให้คะแนนจากการส่งแผนของผู้รับจ้าง - การประเมินในข้อที่ 13.2 - 13.10 เป็นการลดคะแนนต่อการตรวจพบ
- ค่าปรับและค่าเสียหาย
ผู้รับจ้างต้องยอมให้ผู้ว่าจ้างปรับ และ/หรือชดใช้ค่าเสียหายให้ผู้ว่าจ้าง อันเนื่องจากการปฏิบัติงานหรือการกระทํา
ดังต่อไปนี้
14.1 ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลพนักงานของผู้รับจ้างให้สามารถปฏิบัติงานได้ตามสัญญาด้วยความเรียบร้อย หากพนักงานของผู้รับจ้างก่อความวุ่นวาย ทะเลาะวิวาท นัดหยุดงาน หรือมีเหตุอื่นๆ ที่ทําให้พนักงานของผู้รับจ้าง ไม่เข้าปฏิบัติงานตามสัญญา ผู้รับจ้างต้องยินยอมให้ผู้ว่าจ้างปรับในอัตราร้อยละ 0.10 (ศูนย์จุดหนึ่งศูนย์) ของวงเงิน ค่าจ้างตามสัญญาแต่ต้องไม่ต่ํากว่าวันละ 100.- บาท
นายจุติ ธํารงกิรธาดา
ผู้จัดทําข้อก้าหนดรายละเอียด
นายปัญจพล นวลละออง ผู้จัดทําข้อก้าหนดรายละเอียด
น.ส.ชลนมิดา ธําารงดีราคา
ผู้จัดทําข้อกาหนดรายละเอียด
บทที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ
นายดนัยเดช ในราช จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
หน้า 23 จาก 39
ZAOT
14.2 หากจํานวนพนักงานของผู้รับจ้างมาปฏิบัติงานไม่ครบตามจํานวนที่ได้กําหนด ผู้รับจ้างยินยอมให้ผู้ว่าจ้าง
ลดจํานวนค่าจ้างลงตามจํานวนค่าจ้างรายวันของพนักงานและปรับในอัตรา ดังต่อไปนี้
14.2.1 ตําแหน่งผู้จัดการโครงการ 14.2.2 ตําแหน่งวิศวกรเครื่องกล
ปรับในอัตราวันละ 11,657.- บาท /คน ปรับในอัตราวันละ 9,653.- บาท /คน
14.2.3 ตําแหน่งวิศวกรไฟฟ้า
ปรับในอัตราวันละ 9,853.- บาท /คน
14.2.4 ตําแหน่งผู้ชํานาญการด้านคอมพิวเตอร์
ปรับในอัตราวันละ 14.892.- บาท/คน
14.2.5 ตําแหน่งเจ้าหน้าที่ธุรการอาวุโส
ปรับในอัตราวันละ 4,527.- บาท /คน
14.2.6 ตําแหน่งเจ้าหน้าที่ธุรการทั่วไป
ปรับในอัตราวันละ 3,118.-บาท/คน
14.2.7 ตําแหน่งผู้จัดการกะงานปฏิบัติการและบํารุงรักษา
ปรับในอัตราวันละ 7,223.- บาท/คน
14.2.8 ตําแหน่งหัวหน้ากะงานปฏิบัติการ
ปรับในอัตราวันละ 5,778.- บาท/คน
14.2.9 ตําแหน่งเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเฝ้าดูสถานะการทํางานระบบฯ ปรับในอัตราวันละ 4,993.- บาท /คน
14.2.10 ตําแหน่งเจ้าหน้าที่ประจําห้องโถงผู้โดยสารขาออก
14.2.11 ตําแหน่งเจ้าหน้าที่แก้ไขปัญหาระบบฯ
ปรับในอัตราวันละ 2,065.- บาท /คน
ปรับในอัตราวันละ 4,067.- บาท /คน
14.2.12 ตําแหน่งเจ้าหน้าที่ประจําสายพานลําเลียงสัมภาระเกินพิกัด ปรับในอัตราวันละ 2,328.- บาท /คน
14.2.13 ตําแหน่งเจ้าหน้าที่ลําเลียงถาดรองรับสัมภาระ
14.2.14 ตําแหน่งเจ้าหน้าที่ทําความสะอาด
14.2.15 ตําแหน่งหัวหน้ากะงานบํารุงรักษา
14.2.16 ตําแหน่งเจ้าหน้าที่ดูแลระบบคอมพิวเตอร์ 14.2.17 ตําแหน่งช่างเทคนิคงานเครื่องกล
14.2.18 ตําาแหน่งช่างเทคนิคงานไฟฟ้า
14.2.19 ตําแหน่งเจ้าหน้าที่ควบคุมอะไหล่พัสดุ
ปรับในอัตราวันละ 1,770.- บาท /คน
ปรับในอัตราวันละ 1,930.- บาท /คน
ปรับในอัตราวันละ 5,778.- บาท /คน
ปรับในอัตราวันละ 5,512.- บาท /คน
ปรับในอัตราวันละ 4,067.- บาท/คน
ปรับในอัตราวันละ 4,067.- บาท/คน
ปรับในอัตราวันละ 4,067,- บาท /คน
14.3 กรณีที่พนักงานของผู้รับจ้างเข้าปฏิบัติต่อเนื่องเกินกว่า 1 ช่วงเวลา (กะ) ผู้รับจ้างยินยอมให้ผู้ว่าจ้าง ปรับจํานวนค่าจ้างลงตามจํานวนค่าจ้างรายวันของพนักงานและปรับในอัตราตามข้อ 14.2.7 - 14.2.19
14.4 หากผู้ว่าจ้างตรวจพบว่าพนักงานของผู้รับจ้างกระทําการลักทรัพย์ ผู้รับจ้างยินยอมให้ผู้ว่าจ้างปรับในอัตรา 100,000.- บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) ต่อครั้งที่ตรวจพบ และชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด
14.5 ในกรณีที่ ทอท.ตรวจพบว่าผู้รับจ้างส่งพนักงานที่มีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ 7 ผู้รับจ้างต้องยินยอมให้ ผู้ว่าจ้างปรับในอัตราตามข้อ 14.2.1 - 14.2.19 ต่อคนต่อครั้งที่ตรวจพบ (โดยให้ถือเป็นการปรับเพียงครั้งเดียว ต่อคนต่อการตรวจพบในแต่ละช่วงเวลา และไม่ให้มีการปรับซ้ําในช่วงเวลาเดียวกัน)
14.6 ในกรณีที่พนักงานมาล่าช้าเกินกว่าเวลาเริ่มปฏิบัติงาน หรือพนักงานไม่มาปฏิบัติงานแล้วผู้รับจ้าง ได้ส่งพนักงานสํารองแทนพนักงานที่ขาดงานมาล่าช้าเกินเวลาเริ่มปฏิบัติงาน ผู้รับจ้างยินยอมให้ผู้ว่าจ้าง ปรับเป็นจํานวนเงินตามที่ผู้รับจ้างเสนอราคาไว้ โดยคิดเฉลี่ยเป็นชั่วโมง เศษของชั่วโมงปัดเป็น 1 ชั่วโมง (ค่าจ้างรายชั่วโมงคํานวณจากอัตราเงินเดือนที่เสนอหารสองร้อยสี่สิบ
Don
Varm
นายปัญจพล นวลละออง ผู้จัดทําข้อกําาหน7รายละเอียด
บ.ส.ชลบมิดา ธํารงกิรธาด ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
นายอุทิ วง วาตา ผู้จัดทําข้อกาหนดรายละเอียด
บทที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ
นายดนัยเดช หนูราย
ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
หน้า 24 จาก 39
AOT
14.7 ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลพนักงานของผู้รับจ้างให้สามารถปฏิบัติงานได้ตามสัญญาด้วยความเรียบร้อย
หากพนักงานของผู้รับจ้างกระทําการอันเป็นเหตุให้ผู้ว่าจ้างต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง ผู้รับจ้างยินยอมให้ ทอท. ปรับในอัตรา ขั้นต่ําครั้งละ 50,000.- บาท ต่อครั้งที่ผู้ว่าจ้างตรวจพบ หากมูลค่าความเสียหายสูงกว่าที่กําหนด ผู้รับจ้างต้องชดใช้ ค่าเสียหายตามที่เกิดขึ้นจริง และ ทอท. อาจถือเป็นเหตุในการบอกเลิกสัญญาได้อีกด้วยและชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น
ทั้งหมด
14.8 หากผู้รับจ้างไม่ดําเนินการเช่าวิทยุสื่อสารตามที่กําหนดข้อ 5.10 ผู้รับจ้างยินยอมให้ผู้ว่าจ้างปรับเป็นเงิน 3,210.-บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ต่อเครื่องต่อเดือน และลดเงินค่าจ้างลงในอัตรา 3,210.-บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ต่อเครื่องต่อเดือน ยกเว้นในกรณีที่ผู้ว่าจ้างไม่สามารถจัดหาวิทยุสื่อสารให้แก่ผู้รับจ้างได้ ผู้รับจ้างยินยอมให้ผู้ว่าจ้าง ลดเงินค่าจ้างลง 3,210.-บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ต่อเครื่องต่อเดือน
14.9 หากผู้รับจ้างปฏิบัติงานไม่ได้ตามเกณฑ์ข้อ 10.2 ผู้รับจ้างยินยอมให้ผู้ว่าจ้างปรับในอัตรา 10,000.- บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) ต่อระบบต่อเดือน
14.10 หากผู้รับจ้างจัดเตรียมวัสดุสิ้นเปลือง เครื่องมือ ยานพาหนะ และอุปกรณ์ความปลอดภัยไม่เพียงพอ หรือชํารุดจนไม่สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน หรือสูญหาย ผู้รับจ้างยินยอมให้ผู้ว่าจ้างปรับ ในอัตรา 10,000.- บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) ต่อครั้งที่ตรวจพบ และจะต้องจัดหามาทดแทนหรือเปลี่ยนใหม่ หรือเพิ่มเติม ภายใน 14 วัน
14.11 หากกระเป๋าสัมภาระพลาดเที่ยวบินเนื่องจากการปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างยินยอมชดใช้ค่าเสียหาย ให้ผู้ว่าจ้างตามที่สายการบินหรือผู้ใช้บริการเรียกร้องจาก ทอท.
14.12 หากกระเป๋าสัมภาระชํารุด เนื่องจากการปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างยินยอมชดใช้ค่าเสียหาย ให้ผู้ว่าจ้างตามที่สายการบินหรือผู้ใช้บริการเรียกร้องจาก ทอท. - 13 หากพนักงานของผู้รับจ้างกระทําการใด ๆ ก่อในเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของ ทอท หรือของผู้ใช้บริการ ผู้รับจ้างยินยอมชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด หรือตามที่ผู้ใช้บริการเรียกร้องจาก ทอท
14.14 หากพนักงานของผู้รับจ้างปฏิบัติงานทําวัสดุ อุปกรณ์ในระบบชํารุด หรือสูญหาย ให้ผู้รับจ้างจัดหา มาทดแทนหรือเปลี่ยนใหม่ภายใน 7 วัน - การจ่ายเงินค่าจ้าง
15.1 ผู้ว่าจ้างจะจ่ายเงินค่าจ้างให้ผู้รับจ้างเป็นงวดๆ เป็นรายเดือน จํานวน 48 งวด เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ในแต่ละงวดแล้วเสร็จ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของผู้ว่าจ้างได้ตรวจรับงานไว้เรียบร้อยแล้ว
15.2 อัตราค่าจ้างที่ผู้รับจ้างได้เสนอราคาไว้ต้องยืนตามราคาเดิมไปตลอดจนครบอายุสัญญา ผู้รับจ้างจะอ้างเหตุใดๆ มาขอปรับราคาค่าจ้างเพิ่มไม่ได้ ยกเว้นกรณีดังต่อไปนี้
15.2.1 ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างอนุมัติให้ปรับเพิ่มอัตราค่าจ้างที่ ทอท. กําหนดในการจ้างเอกชน ทอท. จะปรับเพิ่มค่าจ้างให้กับพนักงานที่จ้างด้วยอัตราค่าจ้างดังกล่าว โดยปรับเพิ่มเฉพาะค่าจ้างแรงงาน เงินประกันสังคม
และภาษีมูลค่าเพิ่มเท่านั้น
นายปัญจพล นวลละออง ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
นายจุติ ธํารงกิรธาดา
ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
บทที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ
Up
น.ส.ปลนมิดา ธํารงกิรธาดา
ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
Danaroty
นายดนัยเดช หนูราช ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
หน้า 25 จาก 39
ŠAOT
15.2.2 ในกรณีที่ทางราชการประกาศเพิ่มค่าแรงงานขั้นต่ํา ผู้ว่าจ้างจะปรับเพิ่มค่าจ้างให้กับผู้ปฏิบัติงาน ที่จ้างด้วยอัตราค่าแรงงานขั้นต่ํา โดยปรับเพิ่มเฉพาะค่าแรงงาน เงินประกันสังคม และภาษีมูลค่าเพิ่ม
15.2.3 ในกรณีที่มีการเพิ่มอัตราการออกเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมตามกฎหมาย ผู้ว่าจ้าง และผู้รับจ้างตกลงที่จะเพิ่มอัตราการออกเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมในงานจ้างนี้ ให้เป็นไปตามอัตราที่กฎหมาย
กําหนดและภาษีมูลค่าเพิ่มเท่านั้น
15.2.4 ในกรณีที่ทางราชการประกาศเพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมาย ผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างตกลง
ที่จะเพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มในงานจ้างนี้ให้เป็นไปตามอัตราที่กฎหมายกําหนด
ทั้งนี้ ผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างจะได้มีการแก้ไขสัญญาระหว่างกันเพื่อเปลี่ยนแปลงวงเงินค่าจ้างให้สอดคล้องกับจํานวน เงินที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว
15.3 ในกรณีที่มีการลดหย่อนการออกเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมตามกฎหมาย หรือลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามกฎหมาย จากที่ผู้รับจ้างได้เสนอราคาไว้กับผู้ว่าจ้าง ผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างตกลงที่จะลดค่าจ้างในส่วนของเงินสมทบ เข้ากองทุนประกันสังคม หรือภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้สอดคล้องตามกฎหมาย ทั้งนี้ การลดเงินค่าจ้างดังกล่าว ผู้รับจ้าง ตกลงยินยอมให้ผู้ว่าจ้างหักเอาจากเงินค่าจ้างที่จะจ่ายให้แก่ผู้รับจ้าง
15.4 ทอท. ตกลงจ่ายเงินค่าจ้างทํางานเป็นกะให้กับพนักงานของผู้รับจ้างที่มีชั่วโมงทํางานไม่อยู่ในช่วงชั่วโมงปกติ (08.00 น. - 17.00 น.) อัตราชั่วโมงละ 8.00 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) ตามจํานวนพนักงานที่ปฏิบัติงานจริงใน ช่วงเวลานั้น โดยให้ผู้รับจ้างทําการเบิกจ่ายพร้อมกับเงินค่าจ้างรายเดือน
ทั้งนี้หาก ทอท. ปรับเพิ่มค่ากะ ทอท. จะปรับเพิ่มค่ากะให้กับพนักงานของผู้รับจ้างด้วยค่ากะที่ปรับเพิ่มขึ้น โดยปรับเพิ่มเฉพาะค่ากะ และภาษีมูลค่าเพิ่มเท่านั้น - เอกสารประกอบการพิจารณาจ่ายเงินค่าจ้าง
ให้ผู้รับจ้างส่งเอกสารดังต่อไปนี้ก่อนวันที่ 5 ของทุกเดือน จํานวน 1 ชุด เพื่อพิจารณาจ่ายเงินค่าจ้าง
1
16.1 เอกสารบันทึกเวลาการทํางานของพนักงานของผู้รับจ้างทั้งเดือน
16.2 สรุปตารางเวลาปฏิบัติงานของพนักงานและจํานวนวันทํางานทั้งเดือน
16.3 เอกสารรายงานจัดหาวิทยุสื่อสาร เช่น ใบแจ้งหนี้ หรือ สําเนาใบเสร็จรับเงิน ฯลฯ ตามข้อที่ 5.10 16.4 เอกสารรายงานอุปกรณ์และเครื่องมือในการทํางานที่ผู้รับจ้างจัดเตรียม ตามข้อที่ 9
16.5 เอกสารรายงานการใช้วัสดุสิ้นเปลือง - นโยบายต่อต้านการคอร์รัปชั่นของ ทอท.
17.1 คู่ค้าต้องสนับสนุนนโยบายต่อต้านการคอร์รัปชั่นของ ทอท. ที่กําหนดให้บุคลากรทุกคนของ ทอท. ต้องไม่เข้าไปเกี่ยวกับการคอร์รัปชั่นในทุกรูปแบบไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม และต้องปฏิบัติตามนโนบาย
ต่อต้านการคอร์รัปชั่นของ ทอท. อย่างเคร่งครัด
น
!
นายติ ธํารง ราคา
นายปัญจพล นวลละออง ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
น.ร.ชลนมีตา ทํารง ราคา ผู้จัดหาข้อกําหนดรายละเอียด
ผู้จัดว่าข้อกําหนดรายละเอียด
บทที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ
นายดนัยเดช หนูย
ผู้จัดทําข้อนครายละเอียด
หน้า 26 จาก 39
AOT
(AOT
17.2 ห้ามมิให้ผู้เสนอราคาหรือคู่ค้าให้ของขวัญ ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด รวมถึงจ่ายค่าบริการต้อนรับ ที่อาจส่งผลกระทบกับการตัดสินใจในการปฏิบัติหน้าที่หรือส่งผลกระทบต่อการดําเนินงาน
และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ของบริษัทให้แก่บุคลากรของ ทอท. - เงื่อนไขตามแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP)
18.1 ในกรณี ทอท. ประกาศใช้แผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan : BCP) และย้ายไปปฏิบัติงาน ณ สถานที่ปฏิบัติงานสํารองตามที่กําหนดไว้ในแผน BCP ผู้รับจ้างต้องให้ความร่วมมือ ในการส่งพนักงานของผู้รับจ้างไปปฏิบัติงานในสถานที่ปฏิบัติงานสํารองด้วยความรวดเร็วภายในเวลาและตามจํานวน
ที่ ทอท. กําาหนด
18.2 ในกรณีที่พนักงานของผู้รับจ้างไปปฏิบัติงาน ณ สถานที่ปฏิบัติงานสํารองตามแผน BCP ทอท. จะชําระเงิน ค่าจ้างให้ตามจํานวนของพนักงานของผู้รับจ้างที่ได้เข้าปฏิบัติงานตามความเป็นจริง - การดําเนินการตามแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท.
คู่ค้าต้องลงนามรับทราบในเอกสารแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท. (AOT Supplier Sustainable Code of Conduct) ตามภาคผนวก 1-2. พร้อมทั้งปฏิบัติให้เป็นไปตามแนวทางดังกล่าว เพื่อส่งเสริมให้คู่ค้าของ ทอท. มีการดําเนินงานอย่างโปร่งใส มีจริยธรรม เคารพสิทธิมนุษยชน ดูแลซีวอนามัย และคํานึงถึงความปลอดภัยของลูกจ้าง รวมถึงการดําเนินงานที่อันซึ่งจะส่งผลกระทบถึงชุมชน และสิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องผ่านการกํากับดูแลกิจการ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม - คุณสมบัติของผู้เสนอราคา
20.1 ผู้เสนอราคาต้องเป็นนิติบุคคลที่ได้รับการจดทะเบียนจัดตั้งตามกฎหมาย
20.2 ผู้เสนอราคาต้องเป็นนิติบุคคลได้รับการรับรองระบบบริหารคุณภาพ ISO 9001
20.3 ผู้เสนอราคาต้องมีผลงานในการบริหารจัดการงานปฏิบัติการและบํารุงรักษาระบบสายพานลําเลียงกระเป๋า สัมภาระของท่าอากาศยาน หรืองานบํารุงรักษาระบบสายพานลําเลียงกระเป๋าสัมภาระของท่าอากาศยาน หรือระบบ
สายพานคัดแยกสัมภาระแบบอัตโนมัติในท่าอากาศยาน หรือระบบสายพานในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ที่เป็นสัญญาฉบับเดียว ในวงเงินไม่น้อยกว่า 40,000,000.-บาท (สี่สิบล้านบาทถ้วน) และเป็นคู่สัญญาโดยตรง กับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชน - เงื่อนไขที่ผู้เสนอราคาต้องปฏิบัติในการยื่นเสนอราคา
ผู้เสนอราคาต้องจัดส่งเอกสารรายละเอียดของการยื่นข้อเสนอดังนี้
21.1 ผู้เสนอราคาต้องส่งเอกสารที่แสดงว่าเป็นนิติบุคคลได้รับการรับรองระบบบริหารคุณภาพ ISO 9001
นายจุติ ธํารง ราคา
S
Jam
นายปัญจพล นวลละออง วัดท่าข้อกําหนดรายละเอียด
น.ส.ชลนมิตา ธํารงธีรธาดา ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียร
บทที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ
นายรนัยเดช หนูราช ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
หน้า 27 จาก 39
AOT
21.2 ผู้เสนอราคาต้องส่งหนังสือรับรองผลงานในการบริหารจัดการงานปฏิบัติการและบํารุงรักษาระบบสายพาน
ลําเลียงกระเป๋าสัมภาระของท่าอากาศยาน หรืองานบํารุงรักษาระบบสายพานลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ
ของท่าอากาศยาน หรือระบบสายพานคัดแยกสัมภาระแบบอัตโนมัติในท่าอากาศยาน หรือระบบสายพาน ในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ที่เป็นสัญญาฉบับเดียว ในวงเงินไม่น้อยกว่า 40,000,000.- บาท (สี่สิบล้านบาทถ้วน) และเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชน กรณี หนังสือรับรองผลงาน ที่ผู้เสนอราคานํามาแสดงเป็นผลงานที่ออกโดยหน่วยงานเอกชน ผู้รับรองต้องเป็นผู้มีอํานาจของหน่วยงานเอกชนนั้น พร้อมทั้งประทับตราของหน่วยงาน (ถ้ามี) และต้องแนบสําเนาสัญญา และสําเนาหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายของสัญญาที่เสนอมา เพื่อประกอบการพิจารณาด้วย - หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกผู้เสนอราคา
ทอท. พิจารณาตัดสินด้วยเกณฑ์ราคา โดยพิจารณาราคารวมทั้งสิ้น - เงื่อนไขอื่น ๆ
23.1 ในระหว่างอายุสัญญา หากมีเหตุสุดวิสัย หรือเป็นกรณีที่รัฐบาล หรือ ทอท. มีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย การใช้ท่าอากาศยาน หรือบริษัทสายการบินมีการเปลี่ยนแปลงเที่ยวบิน และมีผลกระทบต่องานจ้างตามสัญญานี้ ผู้ว่าจ้างสามารถเปลี่ยนแปลงจํานวนพนักงาน และหรือเวลาในการปฏิบัติงานได้ โดยผู้ว่าจ้างจะแจ้งให้ผู้รับจ้างทราบ เป็นหนังสือล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน และผู้รับจ้างจะต้องยินยอมให้ผู้ว่าจ้างปรับราคาค่าจ้างให้สอดคล้อง กับงานที่ปฏิบัติงานจริง ตามรายละเอียดที่ผู้รับจ้างเสนอราคาไว้ โดยผู้ว่าจ้างจะจ่ายค่าจ้างในงวดงานนั้นๆ ตามจํานวน ผู้ปฏิบัติงานจริง ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะต้องไม่มีผลต่อการเพิ่มวงเงินค่าจ้างตามสัญญา
23.2 ผู้เสนอราคาที่ได้รับการคัดเลือก จะต้องจัดทําใบประมาณราคา ซึ่งแสดงรายละเอียดในแต่ละรายการ ยื่นให้กับ ทอท. ภายใน 3 วันทําการ หลังจากได้รับแจ้งจาก ทอท. - นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ ทอท.
ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งต้องปฏิบัติตามประกาศ ทอท. เรื่องนโยบายการ คุ้มครองส่วนบุคคล (AOT Personal Data Protection Policy) และแนวทางปฏิบัติสําหรับการดําเนินการ ของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของ ทอท. ที่กําหนดไว้ตลอดจนคําสั่ง ประกาศ หรือเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง กับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ออกโดย ทอท. ซึ่ง ทอท. จะแจ้งให้ทราบต่อไป อย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ ผู้รับจ้างสามารถศึกษารายละเอียดของประกาศและแนวทางปฏิบัติดังกล่าวได้ที่ http://www.aitportthai.co.th > เกี่ยวกับ ทอท. >กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของ ทอท. > ประกาศบริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) เรื่องนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (AOT Personal Data Protection Policy)
ļ
นายจุติ ธํารง ราคา
ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
นายปัญจพล นวกะของ ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
น.ส.ชลนมิดา ธํารงธารา ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
บทที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของระบบล่าเสียงกระเป๋าสัมภาระ
นายดนัยเดช หนูราช ผู้จัดหาข้อกําหนดรายละเอียด
หน้า 28 จาก 39
ภาคผนวก 1-ก. ผังโครงสร้างพนักงานทั้งหมดของงานจ้างเอกชนปฏิบัติการและซ่อมบํารุงรักษาระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต
AOT
:
(202)
Project Manager (1)
Chief Mechanical Engineer (1)
Computer System Analyst (1)
Chief Electrical Engineer (1)
Senior Administrator (1)
Administrator (1)
Day Work (6)
Shift Work (196)
Shift 1 (49)
Shift 2 (49)
Shift 3 (49)
Shift 4 (49)
Shift Duty Manager (O&M) (1)
Shift Duty Manager (O&M) (1)
Shift Duty Manager (O&M) (1)
Shift Duty Manager (O&M) (1)
(48)
(48)
(48)
(48)
Operation
Shift Staff
(32)
Maintenance
Shift Staff
(16)
Operation
Shif: Staff
(32)
Maintenance
Shift Staff
(16)
Operation
Shift Staff
(32)
Maintenance
Shift Staff
(16)
Operation
Shift Staff
(32)
หมายเหตุ ตัวเลขในวงเล็บคือ จํานวนคน
นายวุฒิ ธํารงรา ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
บทที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของระบบเสียงกระเป๋าสัมภาระ
นายปัญจพล และอง ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
น.ส.ชอบมิดา ธํารง ราคา ผู้จัดทําข้อ าหนดรายละเอียด
Maintenance
Shift Staff
(16)
Dannity
นายดนัย หนูราย ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
หน้า 29 จาก 39
ภาคผนวก 1-ข. ผังโครงสร้างพนักงานที่ปฏิบัติงานกะของงานจ้างเอกชนปฏิบัติการและซ่อมบํารุงรักษาระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต
(49×4)
SAOT
¡
Shift Duty Manager (C&M) (1×4)
(18x4)
BHS Monitoring
(3x4)
(32x4)
Shift Operation Supervisor
(1x4)
Departure Hall Operator
(9x4)
(16x4)
Shift Maintenance Supervisor
(1x4)
System Analyst
(1x4)
Mechanical
Baggage Operator
OOG Bag Operator
Technician
(3x4)
(6x4)
(8×4)
Electrical
TUB Circulate Operator
BHS Cleaning Service
Technician
(6x4)
(4x4)
(5x4)
Material
Controller
(1x4)
หมายเหตุ ตัวเลขในวงเล็บคือ จํานวนคน (จํานวนคนต่อชุด x จํานวนชุด)
นายจุติ ธํารงถิรธาดา ผู้จัดหาข้อกําหนดรายละเอียด
บทที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ
2-
นายนิญจพล นวลละออง ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
น.ส.ชอบมิดา รง ราคา ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
Danid
นายดนัยเดช หมูราช
จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
หน้า 30 จาก. 39
ภาคผนวก 1-ศ.
AOT
ล่าดับ
รายการ
1
รถลากพาเลท (Hand Lift)
2
คัน
2
Hot Vulcanizing Belt Machine
1
ชุด
3
4
5
เครื่องติดสายพาน
เครื่องมือช่างทั่วไป (ประแจขนาด
ต่างๆ ไขควงขนาดต่างๆ ค้อน ไม้
บรรทัดฟุตเหล็ก คีม คัตเตอร์ ฯลฯ)
ชุดเครื่องมืออุปกรณ์บัดกรีและเชื่อม
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
1
00
8
ชุด
จํานวนอย่างน้อย | หน่วย
รายละเอียด
สําหรับขนย้ายอุปกรณ์ เครื่องจักร
ใช้สําหรับเชื่อมต่อสายพาน
ชุด ใช้สําหรับตัดสายพาน
ใช้สําหรับงานซ่อมและการตรวจสอบซ่อมบํารุง
.
ทั่วไป
1
ชุด
6
เครื่องเจียร (Grinding Machine)
1
ชุด
7 ตู้เชื่อมไฟฟ้า (Welding Machine)
1
ชุด
8
แท่นอัดไฮดรอลิค
1
ชุด
(Hydraulic Press)
ใช้สําหรับงานบัดกรีและเชื่อมอุปกรณ์
อิเล็กทรอนิกส์
ใช้สําหรับงานเจียรทั่วไป
ใช้สําหรับงานเชื่อมโลหะทั่วไป และเหล็กกล้า
สเตนเสส
ใช้สําหรับงานถอด รื้อ สวมอัด ชิ้นส่วน เครื่องจักร
9
เครื่องดูดลูกปืนแบบจาน Puliers
3
ชุด ใช้สําหรับถอดลูกปืน
10
เครื่องดูดลูกปืน ไฮดรอลิคปั๊มแยก
3
ชุด
ใช้สําหรับถอดลูกปืน
(Separable Hydraulic Puller)
11
สว่านตั้งพื้น
1
ชุด
(Floor stands Drill Press)
12
สว่านกระแทก (Power Drill)
2
ชุด
ใช้สําหรับงานเจาะอุปกรณ์แบบตั้งพื้น
ใช้สําหรับงานเจาะอุปกรณ์ทั่วไปแบบพกพา
13
สว่านไขควงไร้สาย
4
ชุด
ใช้สําหรับขันน็อต สกรูของเครื่องจักร
(Cordless Drill/Driver)
และอุปกร์อื่นๆ
14
บล็อกไฟฟ้าไร้สาย Socket
P
ชุด
ต
ใช้สําหรับขันน็อต สกรูของเครื่องจักร
Set/Driver
15 เครื่องดูดฝุ่น (Vacuum Cleaner)
4
ชุด
17
16 เครื่องเป่าลม (Blower)
เครื่องวัดความสั่นสะเทือน
Vibration Pen
2
ชุด
2
ตัว
และอุปกร์อื่นๆ
ใช้สําหรับโรงงานอุตสาหกรรม
ใช้สําหรับงานทําความสะอาดทั่วไป
ใช้สําหรับวัดค่าการสั่นสะเทือนของเครื่องจักร
และอุปกรณ์อื่นๆ
นายจุติ ช้างมีรราช
ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
นายปัญจพล นวลละออง ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
บทที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ
น.ส.ชลนมิดา ธําารง ราคา จัดทําข้อก้าหนดรายละเอียด
Dannitet
นายดนัยเดช หนูราช
จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
หน้า 31 จาก 39
:
EJAOT
ล่าดับ
รายการ
จํานวนอย่างน้อย หน่วย
18
กล้องอินฟาเรดถ่ายภาพอุณหภูมิ
2
รายละเอียด
ชุด ใช้สําหรับตรวจวัดอุณหูมิของเครื่องจักร
แบบดิจิตอล บันทึกได้
19
แคลมป์มิเตอร์ (Clamp Meter)
2
ชุด
ใช้สําหรับวัดค่ากระแสไฟฟ้าโดยไม่ต้องต่อ
สายไฟ
20
มัลติมิเตอร์ดิจิตอล
2
ชุด
(Digital Multimeter)
21
เครื่องวัดความเร็วรอบ
2
ชุด
(Techometer)
22
ปากกาจับชิ้นงาน Bench Vise
1
ชุด
ขนาด 6”
23
รอกโซ่มือโยก
2
24
ตุ้มน้ําหนักมาตรฐาน 500 กรัม
1
ใช้สําหรับวัดค่าทางไฟฟ้า เช่น แรงดันไฟ
กระแสไฟฟ้า ความต้านทาน และอื่นๆ
ใช้สําหรับวัดความเร็วรอบสายพาน
ใช้สําหรับงานเชื่อมอุปกรณ์
ชุด ใช้สําหรับช่วยยกอะไหล่ในพื้นที่จํากัด
ชุด ใช้สําหรับสอบเทียบเครื่องมือวัด
25
ตุ้มน้ําหนักเหล็กหล่อมาตรฐาน
1
ชุด ใช้สําหรับสอบเทียบเครื่องมือวัด
1 กิโลกรัม
26
ตุ้มน้ําหนักเหล็กหล่อมาตรฐาน
1
ชุต
ใช้สําหรับสอบเทียบเครื่องมือวัด
2 กิโลกรัม
27
ตุ้มน้ําหนักเหล็กหล่อมาตรฐาน
1
ชุด
ใช้สําหรับสอบเทียบเครื่องมือวัด
5 กิโลกรัม
28
ตุ้มน้ําหนักเหล็กหล่อมาตรฐาน
1
ชุด
ใช้สําหรับสอบเทียบเครื่องมือวัด
10 กิโลกรัม
29
ตุ้มน้ําหนักเหล็กหล่อมาตรฐาน
7
ชุด ใช้สําหรับสอบเทียบเครื่องมือวัด
20 กิโลกรัม
30
คอมพิวเตอร์สํานักงานสํานักงาน
8
พร้อมอุปกรณ์ประกอบ
31
คอมพิวเตอร์แบบพกพา
1
32
เครื่องปริ้นเตอร์เลเซอร์
2
ชุด
Laser Printer
33
เครื่องวัดระยะเลเซอร์
(Laser Distance Meter)
1
ชุด
ชุด ใช้สําหรับบันทึกข้อมูล และทํารายงาน
เครื่อง ใช้สําหรับอัพเดทซอฟต์แวร์ของอุปกรณ์
ควบคุมสายพาน
ใช้สําหรับจัดทํารายงาน
ใช้สําหรับวัดระยะ 0.05 เมตร ถึง 50 เมตร
นายปัญจพล นวลละออง จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
“นายยุติ ธํารง ราคา
จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
บทที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ
(mm
น.ส.รสนมิดา ทํารง ราคา ผู้จัดหาข้อกําหนดรายละเอียด
E
นายดนัยเดช หนูราช
ผู้จัดหาข้อกําหนดรายละเอียด
หน้า 32 จาก 39
AOT
ล่าดับ
รายการ
จํานวนอย่างน้อย หน่วย
34 SINAMICS IOP HANDHELD
2
ตัว
รายละเอียด
ใช้สําหรับตรวจสอบสถานะการทํางานของ
ระบบควบคุมสายพาน
ใช้สําหรับเชื่อมท่อ PLC เพื่อตรวจสอบ
35
PC adapter USB for SIMATIC
1
ชุด
S7
36
แม่แรงกระปุก Hydraulic Jack
2
ชุด
37
AS-Interface Addressing unit
1
ชุด
38
Profibus Tester for Profibus
2
ชุด
Network System
Profibus
39 AS-Interface Diagnosis and
2
ชุด
และ Backup ข้อมูล
ใช้สําหรับงานปรับระดับสายพาน และยกของ
ใช้สําหรับตั้งค่า Address ของอุปกรณ์
ใช้สําหรับตรวจสอบการส่งสัญญาของสาย
ใช้สําหรับทดสอบหรือวิเคราะห์สถานการณ์
Analysis Tool (eA5-1 Tester)
การทํางานของ Slave และทดสอบการทํางาน
40
Ethernet Tester
นายจุติ ธํารงธารา ผู้จัดหาข้อกําหนดรายละเอียด
2
ชุด
:
ของเครือข่าย
ใช้สําหรับทดสอบสายเคเบิลของเครือข่าย
Ethernet la Profinet
นายปัญจพล นวลละออง ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
น.ส.ชลนมิดา ธํารงกิรธาดา
ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
บทที่ 2 ข้อมูลทั่วไปของระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ
:
Damit
นายดนัยเดช หนูราช
ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
หน้า 33 จาก 39
!
SAOT
ภาคผนวก 1-3
แบบประเมินผลการให้บริการสําหรับงานจ้างเอกชนปฏิบัติการและบํารุงรักษาระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ ณ ทภก. (ระยะเวลา 4 ปี)
ตามสัญญาจ้างเลขที่……
ผู้รับจ้าง….
การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง ประจําเดือน……
เกณฑ์การประเมิน
1C
จํานวนเงินค่าจ้าง…………. ตั้งแต่วัน…………………………….
ระดับผลงาน
บาท
ค่าความสําคัญ คะแนนถ่วงน้ําหนัก
ค่าความสําคัญ
พอใช้ ปรับปรุง (5)
ดมาก
(1) (2) (3)
(4)
2
(1) ถึง (4) × (5)
- การวางแผนการ าเนินงาน
- ความสมบูรณ์ของวัสดุอุปกรณ์
- ความพร้อมของพนักงานในการปฏิบัติงาน
- การปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน
- การควบคุม
- การปฏิบัติตามระเบียบ ทอท.
- การปฏิบัติงานไม่สร้างปัญหา
- การแก้ปัญหา
- การตรงต่อเวลา
- คุณภาพงานที่ปฏิบัติ
รวม
3
4
เฟ
2
tri
5
لي
3
3
5
บก
(4)
3
5
35
เกณฑ์การให้คะแนน : ดีมาก = 9-10 ดี - 7-8 พอใช้ = 5-6 ต้องปรับปรุง = 0-4
=
สรุปคะแนนประเมินที่ผู้รับจ้างได้รับทั้งสิ้น…………….)
=
คะแนน
ข้อเสนอแนะ
ประธานกรรมการ
………
กรรมการ
..กรรมการ
(…………………..
..)
…กรรมการ
(……….
……..
..)
(………………….
..กรรมการ
ผู้รับการประเมิน
(…………..
(………………
..)
f…………………
หมายเหตุ
- หากระดับผลงานข้อใดข้อหนึ่งมีค่าความสําคัญ 4-5 อยู่ในระดับปรับปรุง (คะแนน 0-4) ติดต่อกัน 2 เดือน ทอท. จะพิจารณายกเลิกสัญญา 2. หากคะแนนสรุปคะแนนประเมินที่ผู้รับจ้างได้รับทั้งสิ้นในแต่ละเดือนต่ํากว่า 5 คะแนน ติดต่อกัน 2 เดือน ทอท. จะพิจารณายกเลิกสัญญา
You
Varm
นายจุติ ธํารงถิรธาดา ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
นายปัญจพล นวลละออง จัดหาข้อกําหน รายละเอียด
น.ส. ธนมิดา ธํารงกิรธาดา ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
บทที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ
นายดนัยเทพ ราช ผู้จัดหาข้อกาหนดรายละเอียด
หน้า 34 จาก 39
1
2
3
(N
4
5
เก
ภาคผนวก 1-จ.
ตารางการจัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
โครงการ …..
รายการพัสดุหรือครุภัณฑ์ที่ใช้ในโครงการ แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
AOT
ล่า บ
รายการ
หน่วย ปริมาณ ราคาต่อหน่วย เป็นเงิน
(บาท)
(รวม)
พัสดุ พัสดุ ในประเทศ ต่างประเทศ
รวม
อัตรา
(ร้อยละ)
นายจุติ ธํารงวรารา ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
You
XXX
XXX
xXxXx
100
60
40
ลงชื่อ
(
)
!
นายปัญจพล นวลละออง ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
น.ส.ชลนมิดา ธําารงดีรธาดา ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
บทที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของระบบเสียงกระเป๋าสัมภาระ
(คู่สัญญาฝ่ายผู้รับจ้าง)
Dermid
นายดนัยเดช หนูรา ผู้จัดทําข้อ าหนดรายละเอียด
หน้า 35 จาก 39
ตารางรายงานผลการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
การใช้พัสดุทั้งโครงการ
รายการพัสดุทั้งโครงการ
Xxx รายการ
มูลค่าพัสดุทั้งโครงการ
XXX บาท
มูลค่าการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
รายการ
มูลค่าพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
มูลค่าพัสดุที่ผลิตจากต่างประเทศ
SAOT
หน่วย (บาท)
จํานวนเงิน
อัตรา (ร้อยละ)
ปริมาณการใช้เหล็กทั้งโครงการ
ปริมาณการใช้เหล็กทั้งโครงการ xxx ตัน มูลค่าเหล็กทั้งโครงการ xxx บาท
รายการ
ปริมาณการใช้เหล็ก
สรุป
หน่วย (บาท)
จํานวนเงิน
อัตรา (ร้อยละ)
ตัน
ตน
ปี เป็นไปตามกฎกระทรวงกําหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน
(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2563 - ร้อยละ 60 พัสดุทั่วไป (มูลค่า)
- ร้อยละ 90 เหล็ก (ปริมาณ)
ปี ไม่เป็นไปตามกฎกระทรวงกําหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน
(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2563
เหตุผล/ความจําเป็นที่หน่วยงานของรัฐไม่สามารถดําเนินการได้
ลงชื่อ
{
(ประธานคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ)
}
นายปัญจพล ละออง ผู้จัดทําข้อคําหนดรายละเอียด
Va
น.ส.ชลนมิดา ธารงธีรธาดา ผู้จัดทําข้อกําาหนดรายละเอีย
นายจุติ ธํารงกิรธาดา ผู้จัดทําข้อก้าหนดรายละเอียด
บทที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ
Daraistof
นายดนัยเดช หนูราช
ผู้จัดทํา ข้อกําหนดรายละเอียด
หน้า 36 จาก 39
ภาคผนวก 1-ฉ
AOT
สัญญาเลขที่……
แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้าพเจ้า………..
(AOT Supplier Sustainable Code of Conduct)
มีสํานักงาน/ภูมิลําเนาตั้งอยู่ ณ
โดย……
ซึ่งเป็นคู่สัญญากับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) ตามสัญญาเลขที่ ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “คู่ค้าของ ทอท.” ได้รับทราบแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท. รายละเอียดดังนี้
บทนํา
ทอท. มีความมุ่งมั่นต่อการดําเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนในทุกกระบวนการ ดังนั้น “แนวทางการปฏิบัติ อย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท.” จึงได้ถูกกําหนดขึ้น โดยพิจารณาเนื้อหาและขอบเขตให้อยู่ภายใต้ข้อกําหนดและกฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมทั้ง 3 มิติ ได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมให้คู่ค้าของทอท. ดําเนินงาน อย่างโปร่งใส มีจริยธรรม เคารพสิทธิมนุษยชน ดูแลอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของลูกจ้างคํานึงถึงผลกระทบ ต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมจากการดําเนินงาน ผ่านการกํากับดูแลกิจการและแนวปฏิบัติที่ดี ดังนี้
มิติเศรษฐกิจ - การกํากับดูแลกิจการที่ดี - การปฏิบัติตนตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ และความซื่อสัตย์สุจริต : คู่ค้าของ ทอท. ต้องดําเนินธุรกิจ อย่างเคารพกฎหมายของประเทศและระเบียบข้อบังคับของ ทอท. อย่างเคร่งครัด และดําเนินธุรกิจตามหลัก จริยธรรม โดยปราศจากการติดสินบน หรือทุจริตในทุกรูปแบบ หรือประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย
- การรักษาความลับ: คู่ค้าของ ทอท. ต้องเก็บรักษาข้อมูลและป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลที่เป็นความลับของ ทอท.
และไม่นําข้อมูลของ ทอท. ไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ที่ผิดกฎหมาย เพื่อประโยชน์ส่วนบุคคล หรือเพื่อประโยชน์ทางการค้า 3. ความขัดแย้งทางผลประโยชน์หรือผลประโยชน์ทับซ้อน: คู่ค้าของ ทอท. ต้องแจ้งให้ ทอท. ทราบเป็นลายลักษณ์อักษร
หากพบการดําเนินการใดๆ ที่เป็นผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่าง ทอท. และคู่ค้า - การแข่งขันเสรีและกฎหมายการแข่งขันทางการค้า: คู่ค้าของ ทอท. จะต้องปฏิบัติตนภายใต้การแข่งขันที่เสรี เป็นธรรม และดําเนินการตามกฎหมายการแข่งขันทางการค้าอย่างเคร่งครัด และไม่กระทําการอื่นใด ซึ่งจะส่งผล
กระทบเชิงลบต่อคู่แข่งทางการค้า
!
นายจุติ ธํารงกิรราคา ผู้จัดหาข้อกําหนดรายละเอียด
นายปัญจพล นวลละออง ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
น.ส.ชลนมีดา ธําารง รธาดา ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
บทที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ
นายดนัย เตช หนูรา ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
หน้า 37 จาก 39
:
มิติสังคม - การจ้างงานและการเคารพสิทธิมนุษยชน
AOT - อาชีวอนามัยและความปลอดภัยของแรงงาน: คู่ค้าของ ทอท. ต้องดูแลแรงงานด้านอาชีวอนามัยและ ความปลอดภัยให้เหมาะสม อาทิ สถานที่และสภาพแวดล้อมในการทํางาน และการดูแลสุขภาพของลูกจ้างและ ผู้รับเหมาช่วงให้สอดคล้องตามกฎหมายหรือมาตรฐานสากล
- อิสรภาพของการจ้างงาน: คู่ค้าของ ทอท. ต้องดําเนินธุรกิจโดยปราศจากการใช้แรงงานบังคับ ต้องไม่มีการใช้ แรงงานไม่สมัครใจ และเปิดโอกาสให้แรงงานสามารถรวมกลุ่มเพื่อเจรจาและต่อรองได้ตามกฎหมายของประเทศ 3. ค่าจ้างและสิทธิประโยชน์: คู่ค้าของ ทอท. จะต้องจ่ายค่าจ้างและให้สิทธิประโยชน์อื่นใดที่ลูกจ้างจึงได้รับอย่างถูกต้อง
เป็นธรรม และตรงตามกําหนดเวลา - การใช้แรงงานเด็ก: คู่ค้าของ ทอท. ต้องไม่จ้างแรงงานเด็กที่มีอายุไม่ถึงเกณฑ์ตามที่กฎหมายกําหนด และไม่อนุญาต
ให้เด็กหรือบุคคลทที่มีอายุต่ํากว่า 18 ปี ทํางานในเวลากลางคืน หรือในสถานที่ที่มีลักษณะเป็นอันตราย - ระยะเวลาในการทํางาน: คู่คู่ค้าของ ทอท. จะต้องดูแลไม่ให้แรงงานทํางานนานเกินกว่าที่กฎหมายกําหนด
ทั้งนี้จะรวมถึงการทํางานล่วงเวลาและการทํางานในวันหยุด - การปฏิบัติอย่างเท่าเทียม: คู่ค้าของ ทอท. ต้องปฏิบัติอย่างเท่าเทียมต่อลูกจ้าง โดยไม่เลือกปฏิบัติในการจ้างงาน การจ่ายค่าตอบแทน การเข้ารับการฝึกอบรม การเลื่อนตําแหน่ง การเลิกจ้างหรือการให้ออกจากงาน อันเนื่องมาจาก การแบ่งแยกเพศ เชื้อชาติ ถิ่นกําเนิด สีผิว ศาสนา อายุ ความนิยมทางการเมือง สถานภาพ การสมรส สภาพการตั้งครรภ์
หรือความพิการ - การเลิกจ้าง: คู่ค้าของ ทอท. ต้องปฏิบัติและการดําเนินการเลิกจ้างในแต่ละขั้นตอนตามกฎหมายกําหนด
และไม่ยกเลิกสัญญาจ้างด้วยความไม่เป็นธรรม - การเคารพสิทธิมนุษยชน: คู่ค้าของ ทอท. ต้องเคารพสิทธิมนุษยชนและมีการปฏิบัติต่อลูกจ้างของตนอย่างเป็นธรรม ตามกฎหมายและมาตรฐานสากลและห้ามมิให้ม การกระทําอันเป็นการล่วงละเมิดทางร่างกายและวาจา รวมถึงการคุกคามและการข่มขู่ใดๆแก่ลูกจ้าง
- แรงงานต่างด้าวหรือแรงงานอพยพ: คู่ค้าของ ทอท. ต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานหากมีการจ้างแรงงานต่างด้าว หรือแรงงานอพยพ โดยต้องจัดเตรียมเอกสารสัญญาจ้างในภาษาแม่ของแรงงานหรือภาษาที่แรงงานอ่านแล้วเข้าใจ ก่อนการจ้างงาน รวมทั้ง หนังสือเดินทางและเอกสารประจําตัวของแรงงานต้องเก็บโดยเจ้าของเอกสารตลอดเวลา
นายจ้างหรือบุคคลที่สามไม่สามารถถือครองเอกสารดังกล่าวของแรงงานได้ - ความรับผิดชอบต่อสังคม: คู่ค้าของ ทอท. ควรแสดงออกถึงการมีส่วนร่วมในการพัฒนาและรับผิดชอบต่อสังคม
Tom
นายปัญจพล นวลละออง ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
นายจุติ ธํารงกิรราคา ผู้จัดทํา ย าหนดรายละเอียด
บทที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ
سيكي
น.ส.ซะมิดา ธํารงรา
ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
Durante
นายดนัยเดช หนูราช
ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
หน้า 38 จาก 39
มิติสังคม - การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษ
AOT - การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม: คู่ค้าของ ทอท. ต้องบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐาน ข้อกําหนด และแนวปฏิบัติที่ดีที่เกี่ยวข้อง ในทุกกระบวนการผลิตและการให้บริการ เพื่อการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และไม่สร้างความเดือดร้อนรําคาญให้กับชุมชนรอบข้าง
- มาตรการป้องกันและลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม: คู่ค้าของ ทอท. จะต้องดําเนินมาตรการป้องกัน และควบคุมลพิษ อาทิ ของเสีย น้ําเสีย เสียงรบกวน มลพิษทางอากาศ และก๊าซเรือนกระจก โดยต้องควบคุมหรือ บําาบัดก่อนปล่อยออกสู่ภายนอกตามกฎหมายและมาตรฐานสากล
ทอท. คาดหวังให้คู่ค้าพิจารณานําแนวทางการปฏิบัติเหล่านี้ ทั้งการกํากับดูแลกิจการที่ดี การจ้างงาน และการเคารพสิทธิมนุษยชน และการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษ มาปรับใช้ในการดําเนินงานของคู่ค้า พร้อมส่งเสริมให้คู่ค้ามีแนวทางปฏิบัติอย่างยั่งยืนในห่วงโซ่อุปทานของตนเองตามความเหมาะสม
ข้าพเจ้าได้อ่าน เข้าใจ และรับทราบ แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้าของ ทอท. และตกลงที่จะปฏิบัติ ตามแนวทางดังกล่าวนี้ในทุกประเด็นที่การดําเนินธุรกิจของบริษัทข้าพเจ้าเกี่ยวข้อง โดยจะแจ้งให้ลูกจ้างของบริษัท ที่เกี่ยวข้องทุกคนรับทราบรวมถึงเก็บข้อมูลซึ่งเป็นหลักฐานการปฏิบัติตามแนวทางนี้ไว้ และส่งมอบให้ตามที่ ทอท. ร้องขอ
นายจุติ ชําารง รธาดา
(ลงชื่อ)….
(……
(ประทับตราบริษัท)
You
นายปัญจพล นวลละออง ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
ผู้จัดทําข้อกําหนะรายละเอียด
บทที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ
(คู่ค้าของ ทอท.)
سم ہیں
น.ส.ชลนมิดา ธาระรธารา
ผู้จัดหาข้อกําหนดรายละเอีย
นายดนัยเทพ หนูราช
ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
หน้า 39 จาก 39
AOT
บทที่ 2 รายละเอียดและขอบเขตงานปฏิบัติการ - หน้าที่และความรับผิดชอบ
ระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ ท่าอากาศยานภูเก็ต มีการใช้งานอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ฉะนั้น ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบกํากับดูแลการปฏิบัติงาน การติดต่อประสานงานกับสายการบิน และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องของระบบและการให้บริการลําเลียงกระเป๋าสัมภาระขาออก, ขาเข้า และกระเป๋า สัมภาระเกินขนาด เป็นต้น ให้สามารถใช้งานและให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด รวมทั้งควบคุมกํากับดูแล
พนักงานของผู้รับจ้างให้ปฏิบัติถูกต้องตามกฎระเบียบของผู้ว่าจ้างโดยเคร่งครัด - ขอบเขตงานปฏิบัติการ
2.1 การปฏิบัติการเคาน์เตอร์เช็คอิน (Departure Hall Operation) มีดังนี้
2.1.1 ควบคุมดูแลการปฏิบัติงานที่เคาน์เตอร์เช็คอิน
2.1.2 ควบคุมดูแลเมื่อมีกระเป๋าสัมภาระติดขัด
2.1.3 ควบคุมดูแลกระเป๋าสัมภาระที่จําเป็นต้องใส่ถาดรองรับกระเป๋าสัมภาระ
2.1.4 ควบคุมดูแลการลําเลียงกระเป๋าสัมภาระอย่างถูกวิธี
2.2 การปฏิบัติการระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระขาออก (Outbound Operation) มีดังนี้
2.2.1 การปฏิบัติงานควบคุมดูแลระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระขาออก
2.2.2 การปฏิบัติกับกระเป๋าสัมภาระที่ชํารุด
2.2.3 การปฏิบัติกับกระเป๋าสัมภาระที่ระบุเจ้าของไม่ได้
2.2.4 การปฏิบัติงานเมื่อมีกระเป๋าสัมภาระติดขัด
2.2.5 การปฏิบัติงานเมื่อระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระขัดข้อง
2.2.6 การปฏิบัติงานเคลื่อนย้ายกระเป๋าสัมภาระเกินขนาดเมื่อพบในระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ 2.2.7 การปฏิบัติกับกระเป๋าสัมภาระเกินพิกัดขาออก
!
2.3 การปฏิบัติการระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระขาเข้า (Inbound Operation) มีดังนี้ การปฏิบัติงานควบคุมดูแล
ระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระยาเข้า
2.4 การปฏิบัติงานห้องศูนย์ควบคุมระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ (Baggage Control Room) มีดังนี้
2.4.1 การเปิด-ปิดการทํางานอุปกรณ์ของระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ
2.4.2 การปฏิบัติงานเฝ้าดูสถานะการทํางานของระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ (BHS Monitoring) 2.4.3 การปฏิบัติงานเฝ้าดูสถานะการทํางานของ Computer Server, BHS Workstations, CCTV และ
อุปกรณ์เครือข่าย
2.4.4 การจัดเก็บข้อมูลประจําวัน Daily Report
2.4.5 การจัดทํารายงานเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการและบํารุงรักษา
น
นายจุติ จ่ารงกิรธาดา
ผู้จัดหาข้อกาหนดรายละเอียด
บทที่ 2 รายละเอียดและขอบเขตงานปฏิบัติการ
นายปัญจพล เวลละออง ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
น.ส.ชลนมิด : ธารงกีรธาดา จัดหาข้อกําหนดรายละเอียด
นายดนัยเดช หนูราช
ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
หน้า 1 จาก 6
JAOT
2.4.6 การประสานงานเมื่อได้รับการร้องขอจากสายการบิน 2.4.7 การติดต่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 2.5 การปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ มีดังนี้
2.5.1 การปฏิบัติการควบคุมดูแลการหมุนเวียนถาดรองรับกระเป๋าสัมภาระ
2.5.2 การดูแลและทําความสะอาดอุปกรณ์และพื้นที่ของอุปกรณ์ในระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ
2.5.2.1 บริเวณ Platform เครื่องตรวจสอบวัตถุระเบิด
2.5.2.2 บริเวณ Service Walkway และ Platform ระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ
2.5.2.3 บริเวณ Make-Up Carousels (จานจ่ายกระเป๋าสัมภาระขาออก)
2.5.2.4 บริเวณ Belt Carousels (สายพานรับกระเป๋าสัมภาระขาเข้า)
2.5.2.5 บริเวณ OOG (กระเป๋าสัมภาระเกินขนาด) สายพานและลิฟต์ลําเลียง
2.5.2.6 บริเวณห้องควบคุมระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ (Baggage Control Room)
2.5.2.7 การดูแลและทําความสะอาดอุปกรณ์ระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระภายหลังการบํารุงรักษา 2.6 การปฏิบัติงานเพิ่มเติมในโครงการอื่นๆ ซึ่ง ทอท. จะต้องดําเนินการ ผู้รับจ้างต้องจัดพนักงานเพื่อเข้าดูแล ในส่วนนี้เพิ่มเติมตามที่ผู้ว่าจ้างร้องขอ โดย ทอท. จะพิจารณาอัตรากําลังคน, อัตราค่าจ้างในการจ้างเอกชนให้ผู้รับจ้าง ซึ่งจะทําเป็นข้อตกลงเพิ่มเติมในอนาคตเพื่อให้สอดคล้องกับการปฏิบัติงานจริง
2.7 การปฏิบัติงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการของระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ - งานนอกขอบเขตงานปฏิบัติการ
3.1 ระบบเตือนอัคคีภัย (Fire Alarm System)
3.2 ระบบ Airport Information Management System (AIMS)
3.3 ระบบ Flight Information Display System (FIDS)
3.4 ระบบ Common Use Terminal Equipment (CUTE)
3.5 ระบบลิฟต์ขนส่งกระเป๋าสัมภาระ (OOG Elevators)
3.6 เครื่องตรวจวัตถุระเบิด (CT Scanner & Conventional X-ray Machine) 3.7 การลําเลียงกระเป๋าสัมภาระจาก Sorting Area ไปยังอากาศยาน
3.8 การล่าเสียงกระเป๋าสัมภาระจากอากาศยานมายัง Sorting Area 3.9 การตรวจสอบกระเป๋าสัมภาระด้วยเครื่องตรวจวัตถุระเบิด
3.10 การขนย้ายกระเป๋าสัมภาระต้องสงสัย
3.11 การทําความสะอาดพื้นที่การให้บริการทั่วไปนอกเหนือไปจาก ข้อ 2.5.2
นายจุริ ทรงตราดา ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
นายปัญจพล นวลละออง ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
บทที่ 2 รายละเอียดและขอบเขตงานปฏิบัติการ
مردم کن
น.ส.ชลนมีรา ารงดีรธาดา
ผู้จัดหาข้อกําหนดรายละเอียด
Dunscrof
นายดนัยเดช หนูราย
ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
หน้า 2 จาก 6
AOT - แนวทางการปฏิบัติการระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ
4.1 ระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระขาออก (Outbound Baggage) เริ่มจากเคาน์เตอร์เช็คอิน (Check-in Counter) ไปจนถึงจานจ่ายกระเป๋าสัมภาระขาออก (Make-up Unit) โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
4.1.1 การควบคุมดูแลการปฏิบัติงานที่เคาน์เตอร์เช็คอิน มีแนวทางการปฏิบัติการดังนี้
ผู้รับจ้างจัดพนักงานประจําอยู่ในบริเวณ Takeaway Conveyor มีหน้าที่ประสานงานกับพนักงาน ห้อง Baggage Control Room (BCR) และพนักงานสายการบินบริเวณเคาน์เตอร์เช็คอิน ควบคุมดูแลการลําเลียง กระเป๋าสัมภาระ, ควบคุมดูแลสายพานบริเวณเคาน์เตอร์เช็คอิน, แก้ไขปัญหาข้อขัดข้องเมื่อกระเป๋าสัมภาระติดขัด บริเวณเคาน์เตอร์เช็คอิน, จัดถาดรองรับกระเป๋าสัมภาระให้เพียงพอต่อการใช้งาน, ควบคุมดูแลกระเป๋าสัมภาระ เกินขนาดไม่ให้สําเลียงเข้าระบบฯ เป็นต้น
อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ เคาน์เตอร์เช็คอินในบริเวณห้องโถงผู้โดยสารขาออก แบ่งเป็น
ชั้น 1 มี 1 แถว 16 เคาน์เตอร์
ชั้น 3 มี 4 เกาะ แต่ละเกาะมี 2 แถว แต่ละแถวมี 11 เคาน์เตอร์ รวม 88 เคาน์เตอร์
4 2
อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ เคาน์เตอร์เช็คอินในบริเวณห้องโถงผู้โดยสารขาออก มี 3 เกาะ
แต่ละเกาะมี 1 แถว แต่ละแถวมี 22 เคาน์เตอร์ รวม 66 เคาน์เตอร์
แบ่งเป็นระบบเช็คอินปกติ และระบบการบริการรับกระเป๋าสัมภาระของผู้โดยสารด้วยตัวเอง (Common Use Bag Drop : CUBD) ประกอบด้วยสายพาน คือ Weight Scale Conveyor, Dispatch Conveyor
และ Takeaway Conveyor
4.1.2 การปฏิบัติการกับกระเป๋าสัมภาระเกินพิกัดขาออก (Outbound OOG Baggage) มีแนวทาง การปฏิบัติการดังนี้
อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ เมื่อผู้โดยสารเช็คอินเรียบร้อยแล้ว พนักงานตรวจบัตรโดยสาร จะเป็นผู้ระบุว่ากระเป๋าสัมภาระไม่สามารถโหลดเข้าระบบฯ ได้ เนื่องจากมีขนาดรูปทรง และ/หรือน้ําหนักเกินพิกัด ผู้โดยสารจะนํากระเป๋าสัมภาระของตนเองไปยังสายพาน DOG เมื่อพนักงาน ฝรภ.ทภก. ตรวจสอบตามขั้นตอน ความปลอดภัย พบว่า ไม่มีสิ่งต้องสงสัย พนักงาน ฝรภ. ทภก. จะติดสติ๊กเกอร์แสดงว่าผ่านการตรวจสอบตามมาตรการ รักษาความปลอดภัยแล้วที่กระเป๋าสัมภาระนั้นๆ หากเป็นกรณีกระเป๋าสัมภาระต้องสงสัย พนักงาน ฝรภ. ทภก. จะเปิดกระเป๋าสัมภาระต่อหน้าผู้โดยสาร เมื่อแน่ใจว่ากระเป๋าสัมภาระดังกล่าวมีความปลอดภัยแล้วจึงจะสามารถขนส่ง เข้าสู่สายพาน OCG ได้ต่อไป
ผู้รับจ้างจัดพนักงานประจําอยู่ที่บริเวณสายพาน COG บันทึกข้อมูลการรับ-ส่งกระเป๋าสัมภาระ เกินพิกัดขาออกลงในแบบฟอร์ม นํากระเป๋าสัมภาระเกินพิกัดลําเลียงผ่าน COG Conveyor ไปยัง Sorting Area และพนักงานของผู้รับจ้างนํากระเป๋าสัมภาระเกินพิกัดออกจากสายพาน OOG แล้วนําส่งให้พนักงานบริการภาคพื้น
ของสายการบินผู้รับกระเป๋าสัมภาระ
นายจุติ ธํารงกิรธาดา
ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
นายปัญจพล นวลละออง ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
น.ส.ชลนมิดา ธํารงถีรธาดา ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
บทที่ 2 รายละเอียดและขอบเขตงานปฏิบัติการ
Dannistof
นายรนัยเดช หนูราช
ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
หน้า 3 0 6
EJAOT
SAOT
อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ เมื่อผู้โดยสารเช็คอินเรียบร้อยแล้ว พนักงานตรวจบัตรโดยสาร จะเป็นผู้ระบุว่ากระเป๋าสัมภาระไม่สามารถโหลดเข้าระบบฯ ได้ เนื่องจากมีขนาดรูปทรง และ/หรือน้ําหนักเกินพิกัด ผู้โดยสารจะนํากระเป๋าสัมภาระของตนเองไปยังลิฟต์ OOG เมื่อพนักงาน ฝรภ. ทภก. ตรวจสอบตามขั้นตอน ความปลอดภัย พบว่า ไม่มีสิ่งต้องสงสัย พนักงาน ฝรภ. ทภก. จะติดสติ๊กเกอร์แสดงว่าผ่านการตรวจสอบตามมาตรการ รักษาความปลอดภัยแล้วที่กระเป๋าสัมภาระนั้นๆ หากเป็นกรณีกระเป๋าสัมภาระต้องสงสัย พนักงาน ฝรภ. ทภก. จะเปิดกระเป๋าสัมภาระต่อหน้าผู้โดยสาร เมื่อแน่ใจว่ากระเป๋าสัมภาระดังกล่าวมีความปลอดภัยแล้วจึงจะสามารถขนส่ง เข้าสู่ลิฟต์ OOG ได้ต่อไป
ผู้รับจ้างจัดพนักงานประจําอยู่ที่บริเวณลิฟต์ COG ชั้น 1 บันทึกข้อมูลการรับ-ส่งกระเป๋าสัมภาระ เกินพิกัดขาออกลงในแบบฟอร์ม นํากระเป๋าสัมภาระเกินพิกัดลําเลียงผ่านลิฟต์ OOG ไปยัง Sorting Area และพนักงาน ของผู้รับจ้างนํากระเป๋าสัมภาระเกินพิกัดออกจากลิฟต์ COG แล้วนําส่งให้พนักงานบริการภาคพื้นของสายการบิน
ผู้รับกระเป๋าสัมภาระ
4.1.3 การปฏิบัติกับกระเป๋าสัมภาระไม่มี Baggage Tag มีแนวทางการปฏิบัติการดังนี้
เมื่อพบว่ามีกระเป๋าสัมภาระที่ไม่สามารถระบุเจ้าของได้ หรือ กระเป๋าสัมภาระไม่มี Baggage Tag บริเวณ MU ให้ผู้รับจ้างให้ทําการบันทึกข้อมูล วัน, เวลา, สถานที่พบกระเป๋าสัมภาระ และถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน เพื่อนําไปประกาศตามหาสายการบินเจ้าของกระเป๋าสัมภาระต่อไป หากไม่ปรากฏว่าสายการบินใดเป็นเจ้าของ ให้นํากระเป๋าสัมภาระนั้นไปเก็บรักษาไว้ที่ห้องเก็บกระเป๋าสัมภาระ พร้อมทํารายงานส่งเจ้าหน้าที่ควบคุมงานต่อไป
ในกรณีเมื่อสายการบินประสงค์จะขอรับกระเป๋าสัมภาระ สายการบินจะติดต่อไปที่ห้อง BCR
ให้เจ้าหน้าที่ห้อง BCR แจ้งพนักงาน สรส.ฝนร.ทภก. ทราบและไปเบิกกระเป๋าสัมภาระที่ห้องเก็บกระเป๋าสัมภาระ
จากนั้นทําการบันทึกข้อมูลและถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทํารายงานส่งเจ้าหน้าที่ควบคุมงานต่อไป
4.1.4 การปฏิบัติกับกระเป๋าสัมภาระชํารุดในระบบ (Damage Baggage) มีแนวทางการปฏิบัติการดังนี้ เมื่อผู้รับจ้างพบกระเป๋าสัมภาระชํารุดในระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ ซึ่งมีสภาพที่ไม่สามารถลําเลียง
ต่อไปได้ ให้ผู้รับจ้างแจ้งพนักงานห้อง BCR ทันทีก่อนการดําเนินการใดๆ ต่อจากนั้นให้ทําการบันทึกข้อมูล ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน และนํากระเป๋าสัมภาระที่ชํารุดนําส่ง ณ พื้นที่ที่ทาง ทภก. กําหนดไว้ เพื่อดําเนินการตามขั้นตอน ต่อไปภายใต้การควบคุมและสั่งการของพนักงาน สรส.ฝนร.ทภก. พร้อมทํารายงานส่งเจ้าหน้าที่ควบคุมงานต่อไป
4.1.5 การนํากระเป๋าสัมภาระออกจากระบบ (Off Load) มีแนวทางการปฏิบัติการดังนี้
ผู้รับจ้างต้องติดตามนําส่งกระเป๋าสัมภาระในกรณีที่พบกระเป๋าสัมภาระเกินขนาดในระบบลําเลียง
กระเป๋าสัมภาระ หรือกระเป๋าสัมภาระชํารุดในระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ หรือพนักงานสายการบินขอรับ
กระเป๋าสัมภาระคืนในกรณีผู้โดยสารยกเลิกการเดินทาง ซึ่งเป็นกระเป๋าสัมภาระที่อยู่ในระบบสายพาน นําส่งให้กับ พนักงาน ทอท. ณ พื้นที่ที่ทาง ทอท. กําหนดไว้ภายในอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ เพื่อส่งมอบคืนให้กับสายการบิน ต่อไป โดยการดําเนินงานต่าง ๆ ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมและสั่งการของเจ้าหน้าที่ ทอท. พร้อมทํารายงานส่งเจ้าหน้าที่ ควบคุมงานต่อไป
นาย ธํารงกิรธาดา ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
บทที่ 2 รายละเอียด และขอบเขตงานปฏิบัติการ
You
นายปัญจพล นวลละออง ผู้จัดหาข้อกําหนดรายละเอียด
น.ส.ชล มิรา ธํารงรธาดา ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
Damily
นายดนัยเดช หนูรา ผู้จัดทําข้อกาหนดรายละเอียด
“น้า 4 จาก 6
AOT
4.2 การปฏิบัติงานในระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระขาเข้า (Inbound Operations) มีแนวทางการปฏิบัติการดังนี้
ผู้รับจ้างตรวจสอบดูแลและติดต่อประสานระหว่างพนักงานประจําห้อง BCR และพนักงานสายการบิน เกี่ยวกับสถานะของกระเป๋าสัมภาระบริเวณ Baggage Claim ให้เป็นไปด้วยความเป็นระเบียบเรียบร้อย
4.3 การปฏิบัติงานในห้องศูนย์ควบคุมระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ (Baggage Control Room Operations)
ห้องศูนย์ควบคุมระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ (BCP) เป็นศูนย์กลางในการควบคุมระบบลําเลียงกระเป๋า สัมภาระ ติดต่อประสานงานรับและแจ้งปัญหาการใช้งานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ ขัดข้อง โดยผู้รับจ้างต้องจัดพนักงานประจําอยู่ที่ห้อง BCR เพื่อปฏิบัติงานดังนี้
4.3.1 การปฏิบัติงานเฝ้าดูสถานะการทํางานของระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ (BHS Monitoring) มีแนวทางการปฏิบัติการดังนี้
ผู้รับจ้างมีหน้าที่เฝ้าดูสถานะการลําเลียงกระเป๋าสัมภาระในระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ
ตั้งแต่ Check-in Counter ตลอดจนสายพานลําเลียงไปจนถึง Make-up Unit และสายพานรับกระเป๋าสัมภาระขาเข้า เมื่อตรวจพบอุปกรณ์ขัดข้องในระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระต้องรีบแจ้งพนักงานของผู้ว่าจ้าง และผู้เกี่ยวข้อง
ให้แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นทันที
4.3.2 การจัดเก็บข้อมูลประจําวัน Daily Report มีแนวทางการปฏิบัติการดังนี้
ผู้รับจ้างมีหน้าที่จัดทํารายงานประจําวันสรุปเหตุการณ์ปกติทั้งหมดที่เกิดขึ้นจัดส่งให้กับผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างมีหน้าที่จัดทํารายงานประจําวันสรุปเหตุการณ์ปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้นจัดส่งให้กับผู้ว่าจ้าง
4.3.3 การปฏิบัติงานเฝ้าดูสถานะการทํางานของระบบ SCADA มีแนวทางการปฏิบัติการดังนี้
ผู้รับจ้างมีหน้าที่เฝ้าดูสถานะการทํางานของ SCADA บน BHS Workstations เมื่อตรวจพบ การขัดข้องต้องรีบแจ้งพนักงานของผู้ว่าจ้างและผู้เกี่ยวข้องให้แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นทันที
8
4.3.4 การจัดทํารายงานเพื่อสนับสนุนงานปฏิบัติการ และบํารุงรักษา มีแนวทางการปฏิบัติการดังนี้
ผู้รับจ้างมีหน้าที่จัดทําสถิติและรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในระบบ
4.3.5 การประสานงานเมื่อได้รับการร้องขอจากสายการบิน มีแนวทางการปฏิบัติการดังนี้
ผู้ว่าจ้างประสานงานกับเจ้าหน้าที่สายการบินเมื่อมีการสอบถามข้อมูลเที่ยวบิน การติดตามกระเป๋า
สัมภาระ และการนํากระเป๋าสัมภาระออกจากระบบเมื่อมีเจ้าหน้าที่สายการบินร้องขอ โดยมอบหมายให้ผู้รับจ้าง สนับสนุนการปฏิบัติงาน
4.3.6 การติดต่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีแนวทางการปฏิบัติการดังนี้
ผู้รับจ้างมีหน้าที่ติดต่อประสานงานกับสายการบิน, เจ้าหน้าที่บริการภาคพื้น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อมีเหตุการณ์ขัดข้องในระบบ หรือมีปัญหาขัดข้องในการให้บริการ โดยผู้ว่าจ้างเป็นผู้มอบหมายให้ติดต่อ
4.3.7 การปฏิบัติงานกับระบบ CCTV มีแนวทางการปฏิบัติการดังนี้
ผู้รับจ้างมีหน้าที่เฝ้าดูการทํางานของระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระผ่านระบบ CCTV และเมื่อตรวจพบ
เหตุการณ์ผิดปกติหรือระบบ CCTV ขัดข้องต้องรีบแจ้งพนักงานของผู้ว่าจ้างและผู้เกี่ยวข้องให้แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
นายยุติ ธํารง
ราคา ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
บทที่ 2 รายละเอียดและขอบเขตงานปฏิบัติการ
V
นายปัญจพล นวลละออง ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
น.ส.ชลนมิตร ธํารงราชา ผู้จัดหาข้อกําหนดรายละเอียด
Danaudo
นายดนัยเดช หนูราช
ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
หน้า 5 จาก 5
!
4.4 การหมุนเวียนถาดรองรับกระเป๋าสัมภาระ (Tub Circulate) มีแนวทางการปฏิบัติการดังนี้
AOT
ผู้รับจ้างมีหน้าที่หมุนเวียนถาดรองรับกระเป๋าสัมภาระ ทําการรวบรวมและขนย้ายถาดรองรับ กระเป๋าสัมภาระที่จัดวางไว้บริเวณ Make-up Unit ไปยัง Check-in Area โดยใช้สายพาน OOG ให้เพียงพอต่อการใช้งาน
ผู้รับจ้างมีหน้าที่ทําความสะอาดถาดรองรับกระเป๋าสัมภาระ
นายปัญจพล นวลละออง
ผู้จัดทําข้อ าหนดรายละเอียด
นายจุที ธ่ารงกิรธาด: ผู้จัดทําข้อกาหนดรายละเอียด
บทที่ 2 รายละเอียดและขอบเขตงานปฏิบัติการ
:
کونی
น.ส.เจนมิดา ธํารงกิรราคา
ผู้จัดทําข้อกาหนดรายละเอียด
Danandyf
นายดนัยเรซ หนูราช ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
หน้า 6 จาก 6
AOT
บทที่ 3 รายละเอียดและขอบเขตงานบํารุงรักษา
- หน้าที่และความรับผิดชอบ
ระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระท่าอากาศยานภูเก็ต เป็นระบบที่ต้องดําเนินการอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ดังนั้นผู้รับจ้างต้องจัดหาเครื่องมือและพนักงานที่มีความสามารถมาทําการวางแผน ตรวจสอบ บํารุงรักษา และซ่อมแซม ระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ และอุปกรณ์ส่วนควบคุมที่เกี่ยวข้องกับระบบฯ ทั้งระบบไฟฟ้า ระบบเครื่องกล โครงสร้างรองรับระบบฯ ระบบแสงสว่าง ระบบควบคุม ระบบคอมพิวเตอร์ ทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ อุปกรณ์เชื่อมต่อ และระบบเครือข่ายทั้งหมด อย่างน้อยให้เป็นไปตามแผนแม่บทการบํารุงรักษาเชิงป้องกัน (ภาคผนวก 3 ก.) ซึ่งผู้รับจ้าง สามารถปรับเปลี่ยนได้ โดยผ่านความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้าง เพื่อให้ระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต อยู่ในสภาพที่สามารถใช้งานตามปกติ และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด รวมทั้งควบคุมกํากับดูแลพนักงานของผู้รับจ้าง ให้ปฏิบัติถูกต้องตามกฎระเบียบของผู้ว่าจ้างโดยเคร่งครัด ภายในท่าอากาศยานภูเก็ต - ขอบเขตงานบํารุงรักษา
ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติงานตรวจสอบ บํารุงรักษา และซ่อมแซมระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ ณ ทภก. พร้อมจัดอุปกรณ์ หรือเครื่องมือสําหรับการตรวจบํารุงรักษาหรือทําการแก้ไข ดังต่อไปนี้
2.1 การปฏิบัติงานตรวจสอบ บํารุงรักษา และซ่อมแซมระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระขาออก (Outbound Baggage Systern) โดยต้องปฏิบัติการตั้งแต่ Check-in Conveyors จนถึง Make-up Units เช่น
2.1.1 Check-in Counters (Weight Scale, Dispatch)
2.1.2 Takeaway Conveyors
2.1.3 Transport Conveyors
2.1.4 Security Screening Conveyors
2.1.5 Alarmed Baggage Conveyors
2.1.6 Cleared Baggage Conveyors
2.1.7 Curve Conveyors (Power Turn Conveyors)
2.1.8 Merge Conveyors and Diverge Conveyors
2.1.9 Cross-over Canveyors
2.1.10 High Speed Diverter
2.1.11 Low Speed Diverter
2.1.12 Automatic Tag Reader (ATR)
2.1.13 Vertical Sortation Conveyor (VSC)
2.1.14 Make-up Units
2.1.15 Out of Gauge Conveyor (OOG Conveyor)
นายจุติ ธํารงกิรธาดา
ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
บทที่ 3 รายละเอียดและขอบเขตงานบํารุงรักษา
Dom
سمي
مممک
นายปัญจพล นวลละออง ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
น.ส.ชลนมิดา ธํารง ราคา จัดท่า อ าหนดรายละเอียด
Dansit of
นายดนัย เคย หนูราช
ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
หน้า 1 จาก 31
!
:
2.1.16 Fire and Security Shutter doors
JAOT
2.1.17 Electrical Distribution System ขอบเขตงานรับผิดชอบตั้งแต่ตู้ควบคุม Power Panel ในระบบ ลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ เช่น Electrical Wiring, Cable Duct, Junction Box, Motor Controller, Power Box และ UPS (BHS and EDX) เป็นต้น
2.1.18 Equipment Control and Interfacing System เช่น PLC, Remote I/O Units, PROFIBUS, ASi bus, Control Panel, Signal Cabling, Photo Electric Cell, Shaft Encoder, Sensors และอุปกรณ์ควบคุมอื่นๆ
2.2 การปฏิบัติงานตรวจสอบ บํารุงรักษา และซ่อมแซมระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระขาเข้า (Inbound Baggage System) เช่น
2.2.1 Baggage Claims
2.2.2 Fire and Security Shutter Doors
2.2.3 Electrical Distribution System ขอบเขตงานรับผิดชอบตั้งแต่ตู้ควบคุม PDP ในระบบลําเลียง กระเป๋าสัมภาระขาเข้า (Inbound Baggage System) เช่น Electrical Wiring, Cable Duct, Junction Box, Motor
Control Panel, Power Distribution Panel a Static UPS lõuñu
2.2.4 Equipment control and interfacing system เช่น PLC, Remote I/O Units, Control Panel, Remote Control Station, Sigrial Cabling, Photo Electric Cell, Shaft Encoder, Sensors และอุปกรณ์ควบคุม
2.3 การปฏิบัติงานตรวจสอบ บํารุงรักษา และซ่อมแซมระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระที่เกี่ยวข้องกับ ระบบ IT, Control และ interfacing System รวมถึงระบบคอมพิวเตอร์ และระบบสื่อสารทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ อุปกรณ์เชื่อมต่อ และระบบเครือข่าย ที่ประกอบกันขึ้นเพื่อใช้ในการควบคุมระบบเครื่องกล ระบบไฟฟ้า และระบบ ควบคุม ดังต่อไปนี้
2.3.1 Baggage Control Room System และอุปกรณ์ เช่น
2.3.1.1 Computer Servers, Network Equipment and Rack Mounting Systern
2.3.1.2 RAID and Data Backup System
2.3.1.3 BHS Workstations
2.3.1.4 PLC System and Equipment
2.3.1.5 Electrical Distribution System ขอบเขตงานรับผิดชอบตั้งแต่ตู้ควบคุมภายในห้อง BCR และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่จ่ายให้กับระบบ Computer Server, Network Switch, Workstation เช่น Electrical Wiring, Cable Duct, Junction Box และ Static UPS เป็นต้น
2.3.2 Computer and Communication System และอุปกรณ์เช่น Network Cabling, Network เป็นต้น 2.3.3 Baggage Infomation Display System (BIDs) และอุปกรณ์ เช่น
นายจุติ ธํารงกิรราคา
2.3.3.1 All Baggage Information Displays in Working Area
2.3.3.2 Communication Network and Cabling
2.2.3.3 Scanner and Handheld
ผู้จัดหาข้อกําหนดรายละเอียด
บทที่ 3 รายละเอียดและขอบเขตงานบํารุงรักษา
Ver
นายปัญจพล นวลละออง ผู้จัดทําขอบเงิน รายละเอียด
น.ส.ชลนมิดา ธําารง รธารา จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
Demachof
นายดนัยเดช หนูราช ผู้จัดหาข้อกําหนดรายละเอียด
หน้า 2 จาก 31
AOT
2.4 จัดทําและนําเสนอตารางเวลาแผนการบํารุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance Schedule Plan) ที่สอดคล้องกับแผนแม่บทการบํารุงรักษาเชิงป้องกันเพื่อขออนุมัติก่อนเข้าดําเนินการ และรับผิดชอบต่อการดําเนินการ
ดังต่อไปนี้
2.4.1 แผนการบํารุงรักษาที่เกี่ยวเนื่องทั้งหมดของระบบฯ ได้แก่
2.4.1.1 แผนรายละเอียดและระยะเวลาการเข้าบํารุงรักษาเชิงป้องกันของแต่ละอุปกรณ์ในระบบฯ
(PM Schedule Plan)
ได้แก่
2.4.1.2 แผนการใช้อะไหล่
2.4.1.3 แผนการจัดพนักงานเพื่อเข้าปฏิบัติการในแต่ละงานให้มีความเหมาะสม 2.4.1.4 แผนจัดการทรัพยากรอื่นๆ ที่จะนําเข้ามาใช้งานให้เหมาะสม
2.4.1.5 แผนอื่นๆ ที่ผู้ว่าจ้างมอบหมายให้ดําเนินการซึ่งอยู่ในขอบเขตของผู้รับจ้าง
2.4.2 แผนสํารองและกู้คืนข้อมูล (Backup & Recovery Plan) ที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์และระบบฯ ทั้งหมด
2.4.2.1 แผนการสํารองและกู้คืนข้อมูลที่ครอบคลุมรายการอุปกรณ์ Server, Workstation, PLC,
Switch llae5&uu SCADA BIDS OOG Interface System la Gateway
2.4.2.2 แผนการจัดการสํารองข้อมูล (Backup Strategy) ที่มีรายละเอียดประกอบไปด้วย รายการ ข้อมูลที่ต้องสํารอง ประเภทการสํารองข้อมูล ช่วงเวลาการจัดเก็บ และตําแหน่งที่จัดเก็บ
2.4.2.3 แผนการทดสอบ การสํารองและกู้คืนข้อมูล (Testing Plan) ที่มีรายละเอียดประกอบไปด้วย ตารางการทดสอบ รูปแบบการทดสอบ และผลการทดสอบ
2.4.2.4 แผนอื่นๆ ตามที่ผู้ว่าจ้างมอบหมายซึ่งอยู่ในขอบเขตของผู้รับจ้าง
2.4.3 การจัดทําแผนตรวจสอบ บํารุงรักษา และซ่อมแซมระบบฯ เพื่อส่งให้ผู้ว่าจ้างอนุมัติก่อนเข้าปฏิบัติงาน ทุกครั้ง รวมถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับอุปกรณ์อื่นๆ ของระบบฯ เมื่อเข้าบํารุงรักษาหรือซ่อมแซม ผู้รับจ้างจะต้อง ทําการวางแผนโดยหลีกเลี่ยงผลกระทบที่จะมีต่อผู้ใช้บริการของผู้ว่าจ้างให้มากที่สุด
2.4.4 การจัดทําแผนการ Calibrate เครื่องชั่งน้ําหนักของ Check-in Counter จํานวน 170 เคาน์เตอร์ และเครื่องชั่งน้ําหนักแบบเคลื่อนที่ จํานวน 6 ชุด เพื่อให้แน่ใจว่าระบบการชั่งน้ําหนักกระเป๋าและจอแสดงผล ทํางานได้อย่างถูกต้อง และสอบเทียบน้ําหนักอย่างน้อยปีละ 4 ครั้ง โดยใช้ตุ้มน้ําหนักมาตรฐาน โดยเจ้าหน้าที่ ของหน่วยงานที่ได้รับหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจในการผลิตหรือซ่อมเครื่องชั่งตวงวัด ตามกฎกระทรวงการอนุญาต ให้ผู้ผลิตหรือผู้ซ่อมเป็นผู้ตรวจสอบและให้คํารับรองเครื่องชั่งตวงวัดที่ตนผลิตหรือซ่อม พ.ศ.2563 หรือหน่วยงาน ซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติ มาตราชั่งตวงวัด พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
2.5 การจัดทําข้อเสนอแนะในการปรับปรุงพัฒนาระบบฯ ผู้รับจ้างจะต้องนําเสนอแผนและข้อเสนอแนะ สําหรับการปรับปรุงพัฒนาประสิทธิภาพระบบและแผนการบํารุงรักษาระบบ ให้แก่ผู้ว่าจ้างพิจารณา
นายจุติ ธํารงกิรธาดา ผู้จัดหาชัยกําหนดรายละเอียด
บทที่ 3 รายละเอียดและขอบเขตงานบํารุงรักษา
You
Varm
นายปัญจพล นวลละออง ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
น.ส. ธนมิดา ธํารง รกรา ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
Durity
นายดนัยเดช หนูราช ผู้จัดหาข้อกําหนดรายละเอียด
หน้า 3 จาก 31
AOT
2.6 การจัดทําการบริหารข้อมูลรวมทั้งการวางแผนการปฏิบัติงาน และการทําประวัติของการตรวจสอบ บํารุงรักษา และซ่อมแซมอุปกรณ์ของงานซ่อมบํารุงรักษาเชิงป้องกัน ซึ่งรายละเอียดประกอบไปด้วยงานย่อยๆ อย่างน้อยดังนี้
2.6.1 ข้อมูลเครื่องจักร (Machine & Equipment Database)
2.6.2 ข้อมูลบัญชีรายการอะไหล่ในคลังพัสดุ (Inventory Database) 2.6.3 วางแผนงานบํารุงรักษา (Master Plan Database)
2.6.4 ใบสั่งงานซ่อมบํารุงรักษา (Work Order)
2.6.5 ข้อมูลประวัติการซ่อมบํารุง (Maintenance Record Database)
2.7 การจัดทําและบริหารจัดการข้อมูลการแจ้งซ่อม (Notification) จัดทําประวัติการตรวจสอบและบํารุงรักษา โดยใช้โปรแกรม SAP (Systern Application Products) หรือ Fiori เข้ามาช่วยในการจัดการ
2.8 การปฏิบัติงานตรวจสอบบํารุงรักษา และซ่อมแซมระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระที่ ทอท. มีการเพิ่มเติม โครงการหรือเครื่องจักรใหม่ ซึ่งอยู่นอกขอบเขตงานบํารุงรักษา ทาง ทอท. จะต้องแจ้งต่อผู้รับจ้างเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อรับมอบเครื่องจักรและอุปกรณ์ เพื่อเข้าดูแลในส่วนนี้เพิ่มเติม โดยจะพิจารณาอัตรากําลังคน, อัตราค่าจ้างในการจ้าง เอกชนให้ผู้รับจ้าง ซึ่งจะทําเป็นข้อตกลงเพิ่มเติมในอนาคตเพื่อให้สอดคล้องกับการปฏิบัติงานจริง - งานนอกขอบเขตงานบําารุงรักษา
การบริหารจัดการ การควบคุมงาน อุปกรณ์เชื่อมต่อ (Interface) การปฏิบัติการและงานบํารุงรักษา ของระบบเหล่านี้จะเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบส่วนงานที่เกี่ยวข้องของผู้ว่าจ้าง ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้
3.1 ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ (Fire Alarm System)
3.2 ระบบไฟฟ้ากําลัง, ระบบไฟฟ้าย่อย, ระบบแสงสว่าง และระบบไฟฟ้าสํารองแรงสูง ซึ่งมิได้จ่ายให้แก่อุปกรณ์
ในระบบสายพาน
3.3 ระบบระบายอากาศและปรับอากาศ
3.4 ระบบโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV)
3.5 ระบบโครงข่ายการสื่อสาร (Communication System)
3.6 ระบบลิฟต์ขนส่งกระเป๋าสัมภาระเกินพิกัด (COG Elevator)
3.7 ระบบแสดงผลข้อมูลเที่ยวบิน Flight Information Display Systern (FIDS)
3.8 ระบบ Common Uses Terminal Equipment (CUTE)
3.9 Airport Information Management System (AIMS) 3.10 เครื่องตรวจสอบวัตถุระเบิด (Conventional X-ray Machine)
3.11 SITA Network
นายจุติ ธํารงรรดา ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
บทที่ 3 รายละเอียดและขอบเขตงานบํารุงรักษา
You
นายปัญจพล นวลละออง ผู้จัดทําข้อกาหนดรายละเอียด
น.ส.ชลนมิตา ธํารงกิรธาดา ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
Danaiste
นายดนัยเทพ หนูราช ผู้จัดหาข้อกําหนดรายละเอียด
หน้า 4 จาก 31 - แนวทางการบํารุงรักษาระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ
AOT
แนวทางการบํารุงรักษาระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระสําหรับผู้รับจ้าง โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะต้องลด Down Time
และต้นทุนในการบํารุงรักษาให้เกิดน้อยที่สุด เพื่อให้การดําเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
4.1 หลักการบริหาร (Governing Principle) ผู้รับจ้างจะต้องนําระบบ Deming Cycle: PDCA มาประยุกต์ใช้ ในกิจกรรมบํารุงรักษา กล่าวคือ
4.1.1 การวางแผน (Plan) ผู้รับจ้างต้องวางแผนการบํารุงรักษาให้ครอบคลุมทุกกิจกรรม กล่าวคือ
a) แผนการบํารุงรักษา (Preventive Maintenance Planning)
b) แผนการใช้อะไหล่ (Spare parts Usage Planning)
c) แผนการบริหารกําลังคน (Man Power Deployment Planning)
d) แผนการใช้อุปกรณ์ (Equipment Usage Planning)
4.1.2 การดําเนินการ (Do) ผู้รับจ้างต้องดําเนินกิจกรรมบํารุงรักษาอุปกรณ์ของระบบลําเลียงกระเป๋า สัมภาระ ให้พร้อมใช้งานตามข้อกําหนดของผู้ว่าจ้าง
4.1.3 การตรวจสอบ (Check) ผู้รับจ้างต้องบันทึกกิจกรรมการบํารุงรักษาที่เกิดขึ้นให้ครบถ้วนสมบูรณ์ และต้องเก็บรักษาบันทึกนั้นๆ ไว้
4.1.4 การปรับปรุง (Action) ผู้รับจ้างต้องประเมินประสิทธิภาพ และ ประสิทธิผลของกิจกรรม การบํารุงรักษาที่เกิดขึ้นรวมถึงค่าดัชนีชี้วัดต่างๆ เพื่อปรับปรุง กระบวนการ รวมถึงการควบคุมคุณภาพ แก้ไข เพิ่มประสิทธิการทํางาน ปรับปรุงขั้นตอน ระบบฯ และนําไปสู่วงรอบของ Deming Cycle วงรอบ ต่อไป
4.2 การปฏิบัติงานด้านการบํารุงรักษา ประกอบด้วย
4.2.1 การตรวจสอบและทําความสะอาด
ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําการตรวจสอบและทําความสะอาดระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระตามรอบ
ปฏิบัติการ
ระยะเวลาที่ได้ถูกกําหนดโดยแผนแม่บทการบํารุงรักษาเชิงป้องกันอย่างต่อเนื่องตลอดสัญญาฉบับนี้ ตรวจสอบจะต้องครอบคลุมถึงการตรวจสภาพของระบบเครื่องกลและสายพาน ระบบควบคุม ระบบ ไฟฟ้า
และการจ่ายไฟระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งผู้รับจ้างจะต้องทําการตรวจสอบถึงสภาพของเครื่องจักรและอุปกรณ์สถานะ
การทํางาน หน้าที่การทํางานที่ถูกต้องของเครื่องจักรและอุปกรณ์ รวมถึงการตรวจสอบอุปกรณ์ประกอบทั้งหมด
ในระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระการตรวจสอบนี้ผู้รับจ้างจะต้องกําหนดให้มีขั้นตอนและวิธีการตรวจสอบที่ถูกต้อง และจัดให้มีเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการตรวจสอบที่เพียงพอต่อการปฏิบัติงาน การตรวจสอบจะต้องบรรลุถึง วัตถุประสงค์หลักเพื่อการปรับปรุงและเพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับเครื่องจักรและอุปกรณ์ในภายหลัง
4.2.2 การบํารุงรักษาเชิงป้องกัน
ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําการบํารุงรักษาเชิงป้องกันระบบภายใต้กรอบระยะเวลาที่ได้กําหนดมาจาก คําแนะนําจากบริษัทผู้ผลิต (การบํารุงรักษาเครื่องจักรจะต้องกระทําตามแผนงานแม่บทการบํารุงรักษาเชิงป้องกัน)
รวมถึงการบํารุงรักษาจะต้องคํานึงถึงการตรวจสอบจากสถานภาพของระบบ และปัจจัยที่เกิดจากตัวแปร
ด้านสภาพแวดล้อม การบํารุงรักษาเชิงป้องกันจะต้องกระทําภายใต้แผนแม่บทการบํารุงรักษาเชิงป้องกันที่ได้ถูกกําหนด
นายจุติ ธํารงกิรธาดา
ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
บทที่ 3 รายละเอียดและขอบเขตงานบํารุงรักษา
You
t
นายปัญจพล นวลละออง ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
น.ส.ชลน คา ร่ารถรธาดา ผู้จัดหาข้อกาหนดรายละเอียด
Francusof
นายดนัยเดช หนูราช จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
หน้า 5 จาก 31
AOT
และแผนแม่บทการบํารุงรักษาเชิงป้องกันจะต้องกระทําอย่างระมัดระวัง การปฏิบัติงานใดๆ ที่อยู่นอกเหนือจากแผนงาน
หรือมีการกระทําเป็นกรณีพิเศษจะต้องได้รับการอนุมัติจากตัวแทนของผู้ว่าจ้างก่อนอย่างไรก็ตามการปฏิบัติงานใดๆ
นั้นจะต้องคํานึงถึงการทํางานของระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระเป็นหลัก ซึ่งจะต้องปฏิบัติโดยส่งผลกระทบการใช้งาน
ระบบฯ ให้น้อยที่สุด แผนแม่บทการบํารุงรักษาเชิงป้องกันจะต้องรวมเอาเงื่อนไขด้านผลกระทบของการหยุดระบบ สายพานลําเลียงกระเป๋าเข้าไปในการวางแผน โดยส่งผลกระทบการใช้งานระบบฯ ให้น้อยที่สุด และต้องจัดทําแผน ให้ระบบหยุดทํางานนอกช่วงเวลาเร่งด่วน
4.2.3 การบํารุงรักษาเชิงแก้ไข
การซ่อมแซมและการแก้ไขระบบเป็นการปฏิบัติงานเพื่อทําให้เครื่องจักร อุปกรณ์ และระบบลําเลียง กระเป๋าสัมภาระอยู่ในสภาพพร้อมทํางานอยู่ตลอดเวลา การซ่อมแซมได้ครอบคลุมถึงการทํากลับคืนสภาพ การซ่อม หรือการเปลี่ยนทดแทน สายพาน มอเตอร์ แบริ่ง ไฟสัญญาณและการแจ้งเตือนต่างๆ ระบบไฟฟ้า ระบบควบคุม ระบบคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ รวมถึงอุปกรณ์ประกอบอื่นๆ ในระบบสายพานลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ
กรณีการซ่อมระบบแบบเร่งด่วน สําหรับระบบย่อยที่มีผลกระทบต่อระบบ ผู้รับจ้างจะต้องทําการ ซ่อมแซมระบบย่อยดังกล่าวโดยรวดเร็วที่สุดและทําให้ระบบหยุดการใช้งานให้น้อยที่สุด ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้น
ไม่สามารถเรียกร้องเพิ่มเติมจากผู้ว่าจ้างได้ทุกกรณี
4.2.4 การดูแลระบบฐานข้อมูลและระบบเครือข่าย
การดูแลและตรวจสอบระบบฐานข้อมูล (BHS Server Database) สําหรับระบบลําเลียงกระเป๋า สัมภาระ และปฏิบัติงานดูแลระบบเครือข่ายถือเป็นส่วนหนึ่งของส่วนงานซ่อมแซมและบํารุงรักษา และเป็นส่วนหนึ่ง ในสัญญาจ้างนี้ การดูแลระบบฐานข้อมูลและระบบเครือข่ายระบบถือเป็นภารกิจสําคัญในการทําให้ระบบพร้อมใช้งาน อยู่ตลอดเวลา การปฏิบัติงานดูแลและตรวจสอบระบบฐานข้อมูล ระบบเครือข่าย และ Server ได้แก่ SCADA, PLC, Display ของ Workstation, BIDs และระบบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเป็นต้น โดยมีงานที่เกี่ยวข้องกับ
4.2.4.1 การทําความสะอาดตามรอบระยะเวลาที่กําหนดในแผนแม่บทการบํารุงรักษาเชิงป้องกัน
4.2.4.2 การตรวจสอบ (Inspection) ระบบฐานข้อมูลของ Server และระบบเครือข่ายระบบลําเลียง กระเป๋าสัมภาระตามรอบระยะเวลาที่กําหนดไว้ในแผนงานแม่บท
4.2.4.3 เฝ้าติดตามดูแลอุปกรณ์และจัดทําสถิติที่เกี่ยวข้อง เช่น Server เป็นต้น
4.2.4.4 การซ่อมแซมระบบเมื่อระบบหยุดทํางานหรือเมื่อเกิด Malfunction 4.2.5 การบันทึกข้อมูล
แต่ละกิจกรรมของการซ่อมบํารุงต้องทําการบันทึกข้อมูลที่จําเป็นเพื่อใช้ในการวิเคราะห์งาน
และการปรับปรุงกระบวนการ ซึ่งผู้รับจ้างต้องสามารถให้ผู้ว่าจ้างเข้าตรวจสอบกระบวนการนี้ได้ไม่ว่าจะเป็น การตรวจสอบภายในของหน่วยงานของผู้ว่าจ้างเอง ดังนั้นผู้รับจ้างต้องมีระบบควบคุมที่เข้มงวดบนกรอบแนวคิด ของ Quality Assurarice และที่สําคัญคือการจดบันทึก และข้อมูลที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ต้องมีความถูกต้องและจัดเก็บไว้ ตลอดระยะเวลาของสัญญา
นายจุติ ธํารงนิรชา ผู้จัดหาข้อกําหนดรายละเอียด
บทที่ 3 รายละเอียดและขอบเขตงานบํารุงรักษา
You
นายปัญจพล นวลละออง ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
น.ส.ชอบมีตา การงา ผู้จัดทําข้อกาหน: รายละเอียด
Danouity
นายดนัยเดช หนูช จัดหาข้อก้าหนดรายละเอียด
หน้า 6 จาก 31
AOT
4.2.6 อะไหล่ (Spare Parts)
4.2.6.1 ทอท. จะเป็นผู้จัดหาอะไหล่ ซึ่งการเบิก-จ่าย ในแต่ละครั้ง เอกสารต้องผ่านการอนุมัติ โดยตัวแทนของผู้ว่าจ้าง จึงจะดําเนินการเบิก-จ่ายได้ และผู้รับจ้างต้องดําเนินการบันทึกอุปกรณ์ที่เบิกไปใช้นั้น ลงในบันทึกงานซ่อมบํารุงให้ชัดเจนถึงตําแหน่งที่เปลี่ยนของเครื่องจักร
4.2.6.2 สําหรับชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่ต้องเปลี่ยน/ซ่อมแซม หรือถอดออกจากพื้นที่ ต้องให้ผู้ว่าจ้าง ตรวจสอบ และให้ผู้รับจ้างนําชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่ชํารุดส่งคืนผู้ว่าจ้าง สําหรับอุปกรณ์ที่ชํารุดต้องลงบันทึกให้สอดคล้อง กับบันทึกการเบิก-จ่าย อะไหล่ชิ้นใหม่กับ Work Permit ของกิจกรรมซ่อมบํารุงเครื่องจักรนั้นๆ
4.2.6.3 สําหรับการจัดระบบคลังอะไหล่ ผู้ว่าจ้างมีความตระหนักถึงการเตรียมความพร้อมของอะไหล่ ในคลังให้พร้อมอยู่เสมอ อย่างไรก็ตามความเหมาะสมของปริมาณอะไหล่ในคลังกับขั้นตอนการสั่งซื้อ และช่วงเวลา
รอคอยสินค้าเป็นข้อจํากัดให้ผู้รับจ้างต้องวางแผนการใช้อะไหล่แก่ผู้ว่าจ้าง เพื่อให้ผู้ว่าจ้างสามารถดําเนินการ
ตามกระบวนการจัดซื้อได้อย่างเหมาะสมต่อไป
4.2.7 ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนงานการปิดซ่อม
โดยแผนการซ่อมจะต้องแสดงถึงตําแหน่งระบุหมายเลขของอุปกรณ์ที่จะทําการปิดอย่างชัดเจน
รวมถึงระบุรายละเอียดอัตรากําลังคนที่จะเข้ามาปฏิบัติงานในแต่ละงานอย่างชัดเจน ประวัติการซ่อมของอุปกรณ์
และเขียนรายงานผลกระทบที่จะเกิดขึ้นพร้อมทั้งแนวทางปฏิบัติหรือแผนสํารองที่ทําให้เกิดผลกระทบในระบบน้อยที่สุด
เสนอให้กับผู้ว่าจ้างทําการอนุมัติแผนงานปิดซ่อมล่วงหน้าทุกงาน
4.2.8 การปรับแต่งและสอบเทียบอุปกรณ์
การปรับปรุงและสอบเทียบเครื่องชั่งน้ําหนักที่ Check-in Counters ทั้ง 170 ชุด และเครื่องชั่ง แบบเคลื่อนที่ จํานวน 6 ตัว โดยผู้รับจ้างจะต้องทําการสอบเทียบเครื่องชั่งอย่างน้อยปีละ 4 ครั้ง โดยใช้ตุ้มน้ําหนัก มาตรฐานที่ได้รับการรับรองการสอบเทียบ โดยผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาให้เพียงพอต่อการทดสอบและเป็นไปตามมาตรฐาน เพื่อให้สอดคล้องตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในพระราชบัญญัติ มาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ทั้งนี้การดําเนินการสอบเทียบเพื่อขอการให้คํารับรองเครื่องชั่ง โดยการประทับหรือแสดงเครื่องหมาย รับรองของสํานักกํากับและตรวจสอบเครื่องชั่ง กระทรวงพาณิชย์ อย่างน้อย 2 ปีครั้ง เป็นความรับผิดชอบของผู้ว่าจ้าง
4.2.9 แนวทางการซ่อมอุปกรณ์ขณะทํางานและการปิดการใช้งานอุปกรณ์เพื่อทําการซ่อม รวมทั้งการเคลื่อนย้ายกระเป๋าขณะซ่อมแซมระบบ ต้องดําเนินการดังต่อไปนี้
4.2.9.1 การซ่อมแซมอุปกรณ์ใด ๆ กับระบบสายพานลําเลียงกระเป๋าสัมภาระไม่ว่าจะเป็น ขณะอุปกรณ์กําลังทํางาน อุปกรณ์หยุดทํางาน หรือการปิดการใช้งานอุปกรณ์และเครื่องจักร ผู้รับจ้างจะต้องทําการแจ้ง เพื่อขอใบอนุญาตเข้าทํางานเพื่อทําการซ่อมอุปกรณ์นั้นๆ และต้องได้รับอนุญาตเข้าทํางานจากผู้ว่าจ้างเป็นลายลักษณ์
อักษรโดยในใบขออนุญาตจะต้องระบุ
a) เวลาเข้าทํางาน
- เวลาที่คาดว่าจะเสร็จ c) พื้นที่ปฏิบัติงาน
นายยุติ ทํารง ราคา
ผู้จัดทําข้อ าหนดรายละเอียด
บทที่ 3 รายละเอียดและขอบเขตงานบํารุงรักษา
นายปัญจพล นวลละออง ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
น.ส.ชลนมิดา ธารงถิรธาดา
ผู้จัดทําข้อก้าหนดรายละเอียด
Derandy
นายดนัยเดช หนูราช
ผู้จัดหาข้อกาหนดรายละเอียด
หน้า 7 จาก 31
SAOT
d) งานที่ต้องทํา - เครื่องมือและบุคลากรที่เข้าทํางาน
4.2.9.2 การเริ่มปฏิบัติงานซ่อมจะต้องทําการแจ้งผู้ว่าจ้างโดยการแจ้งผ่านวิทยุ เพื่อให้ผู้ว่าจ้าง อนุญาตอีกครั้งก่อนเริ่มลงมือปฏิบัติงาน
4.2.9.3 ถ้าต้องมีการเปลี่ยนอะไหล่หรืออุปกรณ์ใดๆ ที่เกี่ยวข้อง ผู้รับจ้างจะต้องเขียนเอกสาร เพื่อขอเบิกอะไหล่หรืออุปกรณ์จากผู้ว่าจ้าง โดยผู้รับจ้างจะต้องตรวจสอบดูในเบื้องต้นก่อนว่าอะไหล่หรืออุปกรณ์ ที่เกี่ยวข้องมีอยู่ในคลังของผู้ว่าจ้างหรือไม่ มีการเซ็นเบิกโดยตัวแทนของผู้รับจ้างที่ได้รับการแต่งตั้งและปฏิบัติงาน อยู่ในช่วงเวลานั้นๆ และมีการเซ็นตรวจสอบจากตัวแทนผู้ว่าจ้าง จึงจะสามารถเบิกอุปกรณ์หรืออะไหล่ออกไปใช้ได้
4.2.9.4 เมื่อผู้รับจ้างทําการซ่อมแซมอุปกรณ์เสร็จ จะต้องแจ้งผู้ว่าจ้างผ่านทางวิทยุ แล้วจึงทําการ เขียนเอกสารปิดงานพร้อมด้วยใบปิดงานซ่อม และให้ตัวแทนผู้ว่าจ้างทําการเซ็นปิดงานให้เสร็จสิ้นภายในกะงาน
หลังจากได้ซ่อมงานแล้วเสร็จ
4.2.9.5 ถ้ามีอุปกรณ์ที่ชํารุดเสียหาย โดยได้ทําการเปลี่ยนทดแทนไปแล้วนั้น ทางผู้รับจ้างจะต้อง
ทําการคืนอุปกรณ์ที่ชํารุดเสียหายแก่ตัวแทนผู้ว่าจ้างพร้อมกับการลงรายละเอียดในใบเบิกอะไหล่และอุปกรณ์ และต้องมีการเซ็นคืนอุปกรณ์ที่ชํารุดเสียหายโดยตัวแทนของผู้รับจ้างพร้อมกับลายเซ็นของตัวแทนผู้ว่าจ้าง ไม่ว่าในกรณี
ใดๆ ก็ตาม ถ้ามีอุปกรณ์ชํารุดเสียหายจากการซ่อมแล้วผู้รับจ้างไม่ได้มีการคืนผู้ว่าจ้างให้ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบ กับค่าใช้จ่ายของอะไหล่ชิ้นนั้น
4.2.9.6 การปิดซ่อมงานแบบเร่งด่วน หลังจากได้หารือกับตัวแทนผู้ว่าจ้างและได้รับอนุญาตแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องกระทําการซ่อมแซมอุปกรณ์ดังกล่าวให้รวดเร็วที่สุด และจะต้องมีการควบคุมการทํางานโดยผู้ชํานาญงาน
ของผู้รับจ้าง
4.2.9.7 ความเสียหายของระบบที่เกิดจากการซ่อมหรือการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างที่ปฏิบัติ
ไม่ถูกวิธีนั้น ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบการแก้ไขความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด
4.2.9.8 ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาเครื่องมือ อุปกรณ์ เครื่องมือวัด และอุปกรณ์ทางด้านความปลอดภัย ในการทํางานที่เพียงพอต่อการซ่อมแซมและบํารุงรักษาระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ
4.2.10 การจัดทําเอกสารการซ่อมที่เกี่ยวข้องกับการเก็บประวัติเครื่องจักร การจัดทําตารางเวลา แผนการบํารุงรักษาเชิงป้องกัน การจัดทํารายงานและสถิติ ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําเอกสารเกี่ยวกับการซ่อม โดยที่ผู้รับจ้าง สามารถตรวจสอบได้ ประกอบด้วย
4.2.10.1 ใบเบิกและคืนอุปกรณ์ที่ชํารุดเสียหาย
4.2.10.2 การจัดทําประวัติเครื่องจักรและอุปกรณ์
4.2.10.3 จัดทําเอกสารการบํารุงรักษาเชิงป้องกันซึ่งประกอบด้วยตารางเวลาแผนการบํารุงรักษา เชิงป้องกัน รายวัน รายเดือน รายสามเดือน รายครึ่งปี และรายปี และแผนงานบํารุงรักษาพิเศษ ที่ต้องสอดคล้องกับ
O&M Manual “a≈ Supplier Specification au Supplier Recommendation
4.2.10.4 เอกสารวิธีการซ่อม วิธีการบํารุงรักษา วิธีการแก้ไข
นายจุติ ธํารงกิรธาดา ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
บทที่ 3 รายละเอียดและขอบเขตงานบํารุงรักษา
You
محک کر
นายปัญจพล นวลละออง ผู้จัดหาข้อกําหนดรายละเอียด
น.ส.ชลนมิตา ธํารงกิรธาดา จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
Denandtof
นายดนัยเคย หนูราช
ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
หน้า 8 จาก 31
(AOT
4.2.10.5 เอกสารการวิเคราะห์การเกิดปัญหา และการแก้ไขปัญหาในการซ่อมบํารุงอุปกรณ์
4.2.10.6 เอกสารตรวจสอบสภาพเครื่องจักรประจําวัน
4.2.10.7 เอกสารรายงานสถิติต่างๆ
4.2.10.8 เอกสารสรุปการซ่อมพร้อมภาพถ่าย
4.2.10.9 เอกสารสรุปการตรวจบํารุงรักษาเชิงป้องกัน
4.2.10.10 เอกสารรายงานการปิดงาน
4.2.10.11 เอกสารอื่นๆตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าจ้าง
4.2.11 การเบิกอะไหล่หรืออุปกรณ์สําหรับการซ่อมหรือการเปลี่ยนทดแทน
4.2.11.1 ผู้รับจ้างจะต้องทําการตรวจสอบข้อมูลจํานวนอะไหล่กับผู้ว่าจ้างว่ามีหรือไม่ แล้วจึงทําการ เขียนใบเบิกอะไหล่ โดยในใบเบิกอะไหล่จะต้องมีการเซ็นเบิกโดยผู้จัดการกะงานปฏิบัติการและบํารุงรักษา หรือหัวหน้า กะงานบํารุงรักษา ซึ่งเป็นตัวแทนของผู้รับจ้าง และเซ็นตรวจสอบโดยตัวแทนผู้ว่าจ้าง โดยข้อมูลของใบเบิกประกอบด้วย - ชนิดและประเภทของอะไหล่และอุปกรณ์
b) หมายเลขอะไหล่
c) ตําแหน่งที่จะนําไปใช้งาน
4.2.11.2 ผู้รับจ้างจะต้องจัดตัวแทนโดยเฉพาะในการจัดทําข้อมูลอะไหล่ อุปกรณ์ และดูแล การเบิกจ่ายอะไหล่ อุปกรณ์ ในช่วงเวลาแต่ละกะอย่างน้อยหนึ่งคน
4.2.11.3 การเบิกอะไหล่ที่เกินกว่าความจําเป็น ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบในส่วนความเสียหาย และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการเคลื่อนย้ายอะไหล่แล้วไม่ได้ใช้งานทั้งหมด กรณีอะไหล่ที่ไม่ได้ใช้งานเกิดความเสียหาย
ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด
4.2.11.4 การนําอะไหล่ไปติดตั้งทดแทน ผู้รับจ้างจะต้องกระทําด้วยความระมัดระวัง ถ้ามีการ
ตรวจสอบพบว่าการติดตั้งทดแทนอุปกรณ์และอะไหล่แล้วเกิดความเสียหายขึ้นเนื่องจากการปฏิบัติงานที่ผิดพลาด
ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดของอะไหล่หรืออุปกรณ์ชิ้นนั้น
4.2.11.5 การเปลี่ยนทดแทนอะไหล่หรืออุปกรณ์ใด ๆ ที่ชํารุดเสียหาย ผู้รับจ้างจะต้องนําอุปกรณ์ ที่ชํารุดทั้งหมดมาคืนกับผู้ว่าจ้าง ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถหาอุปกรณ์ที่ชํารุดเสียหายมาคืนผู้รับจ้างได้ ก็ให้ถือว่า
ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบจัดหาอะไหล่หรืออุปกรณ์นั้นมาทดแทนให้ผู้ว่าจ้าง
4.2.11.5 การคืนอุปกรณ์ที่ชํารุดเสียหายจากการเปลี่ยนทดแทนผู้รับจ้างจะต้องจัดทําเอกสาร
ใบคืนอุปกรณ์ที่ชํารุดในใบเบิกอะไหล่และอุปกรณ์ที่ได้ทําการเบิกอะไหล่ไปใช้งานที่จะต้องระบุถึง
a) ชนิดและประเภทของอะไหล่และอุปกรณ์
b) หมายเลขอะไหล่
c) ตําแหน่งที่อุปกรณ์ชํารุดนั้นเคยถูกติดตั้งอยู่
นายจุติ ธํารง ราคา
ผู้จัดท่าข้อกําหนดรายละเอียด
บทที่ 3 รายละเอียดและขอบเขตงานบํารุงรักษา
นายปัญจพล นวลละออง ผู้จัดหาข้อกําหนดรายละเอียด
ม.ส.ชลธิดา ธํารงกิรธาดา ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
นายดนัยเดช หนูราช ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
หน้า 9 จาก 31
24-12
AOT
4.2.12 ช่วงเวลาปฏิบัติงานบํารุงรักษา
4.2.12.1 ช่วงเวลา 05.00 น. - 24.00 น.
—
ทําการตรวจเช็คตามตารางเวลาแผนการบํารุงรักษาเชิงป้องกันที่ส่งขออนุมัติกับทางผู้ว่าจ้าง
งานซ่อมในกรณีที่ตรวจพบตามแผนตรวจเช็คประจําวัน พบว่าเครื่องจักรมีความผิดปกติ
และนําไปวิเคราะห์โดยผู้เชี่ยวชาญสรุปว่า
เครื่องจักรไม่สามารถทํางานต่อไปได้หากปล่อยไว้จะเกิดผลกระทบกับระบบ
โดยตรง การทํางานดังกล่าวต้องได้รับการอนุมัติจากผู้ว่าจ้างก่อนลงมือปฏิบัติ
งานซ่อมบํารุงแบบเร่งด่วนในกรณีเครื่องจักรเสียหายจนหยุดการทํางาน
- งานซ่อมบํารุงที่ไม่ส่งผลต่อการลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ และได้รับการอนุมัติจากผู้ว่าจ้าง
4.2.12.2 ช่วงเวลา 24.00 น. - 05.00 น.
ซ่อมบํารุงในช่วงกะกลางคืน
L
w
งานที่ไม่สามารถทําในกะเช้าและกะบ่ายได้ เช่น งานซ่อมเปลี่ยนอะไหล่ตามแผน
ซ่อมบํารุงเปลี่ยนอะไหล่ที่เสื่อมสภาพ เช่น เปลี่ยนแบริ่งทั้งหมด เปลี่ยนทําความสะอาด
พูเลย์ ถ่ายน้ํามันเครื่อง หรืองานอื่นๆ ที่เป็นการฟื้นฟูการเสื่อมสภาพให้กับสายพานลําเลียงแบบเต็มรูปแบบ ซึ่งแผนการ ซ่อมจะต้องทําการหยุดสายพานเป็นเวลานาน ซึ่งอาจมีผลกระทบกับระบบโดยรวม ดังนั้นแผนการซ่อมจะถูกออกแบบ
วางแผนและส่งแผนการซ่อมให้ส่วนงานผู้รับผิดชอบของผู้ว่าจ้างอนุมัติก่อนที่จะดําเนินงานตามแผน
4.2.13 ช่วงเวลาปิดการใช้งานทางวิ่งทางขับ เพื่อปฏิบัติงานบํารุงรักษา
ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนการการทําความสะอาด การตรวจสอบ และบํารุงรักษาเพิ่มเติมส่งขออนุมัติ
กับทางผู้ว่าจ้าง เพื่อลดปัญหาที่อาจจะกระทบต่อการให้บริการระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ
ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนการอบรมบุคลากรเพิ่มเติมส่งขออนุมัติกับทางผู้ว่าจ้าง เพื่อเพิ่มคุณภาพ
ในการให้บริการระบบลําเลียงกระเป๋าสัมภาระ
متر کر
นายจุติ ธํารงกิรราคา ผู้จัดหาข้อกําหนดรายละเอียด
นายปัญจพล นวลละออง ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
น.ส.ชลนมิดา ธารงดิรธาดา ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
บทที่ 3 รายละเอียดและขอบเขตงานบํารุงรักษา
Daranty
นายดนัยเดช หนูราช
ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
หน้า 10 จาก 31
:
NIAWWIN 3-1. Preventive Maintenance Master Plan
Component/
No.
Equipment
Condition
1
Weight Scale
Visual inspections.
Conveyor
!
AOT
Service Work
Daily Weekly Monthly 3 Monthly 6 Monthly Annually
Remark
Functional inspections.
Safety inspections.
Verify that zeroing does not drift in the display panel.
Ensure system readiness.
X
X
X
X
X
Vacuum Clean the debris on conveyor belt top, edges
between slider bed and side guards and underneath the conveyor.
Clean the stainless steel side guards with stainless steel cleaner.
Measure conveyor speed.
Torque all bolt or/and nut.
Drum motor
Check for damage.
Electric Measuring.
Check drum mozor temperature.
Clean drum motor.
Pulleys & Rollers
Check for damage.
:
นายจุติ ธํารง ราคา ผู้จัดหาข้อกาหนดรายละเอีย
นายปัญจพล นวลละออง ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
บทที่ 3 รายละเอียดและขอบเขตงานบํารุงรักษา
X
X
X
X
X
X
X
X
น.ส.ซานมิดา ทํารงกิรธาดา ผู้จัดหาข้อกําหนดรายละเอียด
Demandy
นายดนัยเดช หนูราช
ผู้จัดทํา หนดรายละเอียด
TOP
X
หน้า 11 จาก 3-
:
Component/
No.
Equipment
Condition
Belt
Xx
Service Work
Daily Weekly Monthly 3 Monthly 6 Monthly Annually
Clean pulleys & rollers.
Check for damage.
Check belt temperature.
Check for alignment and tension.
Wax and Clean.
Optic Sensor
Check for damage.
Weighing scale
equipment
Clean photocell lenses and
reflectors.
Check for damage.
Test the calibration.
Operation panel
Check for damage.
:
Clean with cleaner.
Control Drive
Check for damage.
2
Dispatch Conveyor
Electrical parts
Visual inspections.
Check for damage.
x
Functional inspections.
Safety inspections.
นายจุติ ธํารงกิรธาดา
ผู้จัดหาข้อกําหนดรายละเอียด
บทที่ 3 รายละเอียดและขอบเขตงานบํารุงรักษา
↓
“นายปัญจพล นวลละออง ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอีย
X
X
X
X
X
X
X
X
X
X
X
X
X
X
AOT
Remark
کمہ کی
น.ส.ชสนมิดา สํารงราคา ผู้จัดหัวข้อกําหนดรายละเอียด
Danny
นายดนัยเลย หนูราช
ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
หน้า 12 จาก 31
No.
Equipment
Component/
Condition
Service Work
Ensure system readiness.
Vacuum Clean the debris on conveyor belt top, edges
JAOT
Daily Weekly Monthly 3 Monthly 6 Monthly Annually Remark
:
between slider bed and side guards and underneath the
!
conveyor.
Clean the side guards with cleaner.
Measure conveyor speed.
l’orque all bolt or/and nut.
Drum motor
Check for damage.
Electric Measuring.
Check drum motor temperature.
Clean drum motor.
Pulleys & Rollers
Check for damage.
Clean pulleys & rollers.
Belt
Check for damage.
นายจุติ ธํารงกิรธาดา ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
บทที่ 3 รายละเอียดและขอบเขตงานบํารุงรักษา
X
Check belt temperature.
Check for alignment and tension. Wax and Clean.
X
X
X
х
X
X
X
X
นายปัญจพล นวลละออง ผู้จัดทําข้อกาหนดรายละเอียด
น.ส.ชลนมิดา ธําารงกิรธาดา ผู้จัดหาข้อทําหนดรายละเอียด
х
X
х
X
Dandy
นายรนัยเลย หนูราช
ผู้จัดทํา ข้อกําหนดรายละเอียด
X
X
หน้า 13 จาก 31
AOT
No.
Equipment
Service Work
Daily Weekly Monthly 3 Monthly 6 Monthly Annually Remark
Condition
Optic Sensor
Check for damage.
X
Component/
Clean photocell lenses and
reflectors.
Tipping Device
Check for damage.
Control Drive
Electrical parts
3 Transport Conveyor
Visual inspections.
X
Functional inspections.
Safety inspections.
Ensure system readiness.
Vacuum Clean the debris on conveyor belt top, edges
between slider bed and side guards and underneath the conveyor.
Clean the sice guards.
Measure conveyor speed.
Torque all bolt or/and nut.
X
х
X
X
X
X
X
X
X
X
X
Gear motor
づ
นายวุฒิ ธํารงกิรธาดา
ผู้จัดทําข้อกาหนดรายละเอียด
บทที่ 3 รายละเอียดและขอบเขตงานบํารุงรักษา
Check for damage.
Electric Measuring.
Voo
นาย ญจพล นวลละออง ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
་་་་་་་་
บ.ส.ฯถนมิดา ธํารงกีรราคา ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
!
X
X
Donnist
นายดนัยเดช หนูราย
ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
หน้า 14 จาก 31