จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างซ่อมระบบปืนใหญ่ ขนาด ๑๐๕ มิลลิเมตร และป้อมปืนของรถถัง M48 A5 และ M60 A1, A3 จำนวน ๑๘ คัน

กองทัพบก โดยศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์สายสรรพาวุธ กรมสรรพาวุธทหารบก 69059125268
฿130,894,650 ปีงบ 2569 ประกาศ 25 พ.ค. 2569 ปทุมธานี
รายละเอียดการจ้าง

กรมสรรพาวุธทหารบก โดยศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์สายสรรพุธ กรมสรรพาวุธทหารบก ดำเนินการประกวดราคาจ้างซ่อมระบบปืนใหญ่ ขนาด 105 มิลลิเมตร และป้อมปืนของรถถัง M48 A5 และ M60 A1, A3 จำนวนรวม 18 คัน เพื่อสนับสนุนหน่วยกองพันทหารม้าต่างๆ โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้ยุทโธปกรณ์เหล่านี้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีวงเงินงบประมาณทั้งสิ้น 130,894,650 บาท ผู้สนใจเข้าร่วมการประกวดราคาจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่ระบุในเอกสาร TOR รวมถึงการมีประสบการณ์และคุณสมบัติทางการเงินที่เพียงพอ ระยะเวลาดำเนินการซ่อมแซมแล้วเสร็จต้องไม่เกิน 360 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา การพิจารณาผู้ชนะจะใช้เกณฑ์ราคาเป็นหลัก

English summary

The Ordnance Department, through the Ordnance Department’s Equipment Repair and Production Center, is conducting an electronic bidding process (e-bidding) to contract the repair of 105mm artillery systems and turrets for 18 M48 A5 and M60 A1, A3 tanks. The objective is to ensure these military assets are fully operational and effective for supporting various cavalry units. The total budget allocated for this project is 130,894,650 Baht. Bidders must meet all specified qualifications, including financial and experience requirements. The repair work must be completed within 360 days from the contract signing date. The selection of the winning bidder will be based primarily on price.

สถานที่ดำเนินการ

กองโรงงานซ่อมสร้างยุทโธปกรณ์สายสรรพาวุธ ศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์สายสรรพาวุธ กรมสรรพาวุธทหารบก ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ ตำบลโพธิ์กลาง อำเภอเมืองนครราชสีมา

คำสำคัญ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อให้ยุทโธปกรณ์ของหน่วย กองพันทหารม้าที่ ๘ กองพลทหารราบที่ ๓ จำนวน ๙ คัน, กองพันทหารม้าที่ ๑๗ กรมทหารม้าที่ ๑ รักษาพระองค์, กองพันทหารม้าที่ ๕ กรมทหารม้าที่ ๔ รักษาพระองค์ และหน่วย กองพันทหารม้าที่ ๒๐ กรมทหารม้าที่ ๕ รักษาพระองค์ จำนวนหน่วยละ ๓ คัน สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขอบเขตของงาน

  • การซ่อมระบบปืนใหญ่ ขนาด 105 มิลลิเมตร และป้อมปืนของรถถัง M48 A5 จำนวน 9 คัน
  • การซ่อมระบบปืนใหญ่ ขนาด 105 มิลลิเมตร และป้อมปืนของรถถัง M60 A1, A3 จำนวน 9 คัน (หน่วยละ 3 คัน)
  • การจัดหาและเปลี่ยนชิ้นส่วนซ่อมที่จำเป็น โดยต้องเปลี่ยนไม่น้อยกว่า 276 รายการตามผนวก ก
  • การดำเนินการซ่อม ณ กองโรงงานซ่อมสร้างยุทโธปกรณ์สายสรรพาวุธ ศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์สายสรรพาวุธ กรมสรรพาวุธทหารบก
  • การรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการขนย้ายรถถังจากหน่วยมายังสถานที่ซ่อม และการขนกลับไปยังหน่วยหลังซ่อมเสร็จ
  • การจัดการกับชิ้นส่วนเก่าที่ถอดออกจากระบบตามคำสั่ง กรมสรรพาวุธทหารบก ที่ 73/2558

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • รถถัง M48 A5 จำนวน 9 คัน ที่ได้รับการซ่อมระบบปืนใหญ่และป้อมปืนแล้วเสร็จ
  • รถถัง M60 A1, A3 จำนวน 9 คัน ที่ได้รับการซ่อมระบบปืนใหญ่และป้อมปืนแล้วเสร็จ
  • รายงานการซ่อมและรายการชิ้นส่วนที่เปลี่ยน
  • แผนผังแสดงขั้นตอนการซ่อมจนถึงการส่งมอบ

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน 360 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
  • กำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า 360 วัน นับแต่วันเสนอราคา

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • มีความสามารถตามกฎหมาย
    • ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    • ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    • ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ
    • ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงาน
    • มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างฯ กำหนด
    • เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคา
    • ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
    • ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย
    • ต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP)
  • Standards Compliance: ไม่ระบุ
  • Experience:
    • มีผลงานประเภทเดียวกันกับผลงานที่ประกวดราคาจ้างในวงเงินไม่น้อยกว่า 2,000,000.00 บาท (สองล้านบาทถ้วน)
    • เป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ศูนย์เชื่อถือ
  • Previous Project Cost: ไม่น้อยกว่า 2,000,000.00 บาท
  • Technical Capabilities: ไม่ระบุรายละเอียดเฉพาะเจาะจง แต่ต้องสามารถซ่อมระบบปืนใหญ่และป้อมปืนรถถังได้ตามรายละเอียดประกอบการจ้างซ่อม
  • Personnel: ไม่ระบุ
  • Exclude the basic requirements(valid business license, has a legal entity…): ไม่ได้ถูกยกเว้น

เกณฑ์การพิจารณา

  • การพิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคา (Price-based evaluation)
  • พิจารณาจากราคารวม

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • การซ่อมระบบปืนใหญ่ ขนาด 105 มิลลิเมตร และป้อมปืนของรถถัง M48 A5 และ M60 A1, A3
  • การเปลี่ยนชิ้นส่วนซ่อมที่บังคับเปลี่ยนโดยอย่างน้อยไม่น้อยกว่า 276 รายการ ตามผนวก ก ของรายละเอียดประกอบการจ้างซ่อม
  • ชิ้นส่วนที่ใช้ต้องเป็นของใหม่ ไม่เคยใช้งานมาก่อน เป็นไปตามมาตรฐานคู่มือการซ่อม หรือเทียบเท่า หรือดีกว่า
  • การซ่อมต้องเป็นไปตามรายละเอียดประกอบการจ้างซ่อมที่ทางราชการกำหนด

เงื่อนไขสัญญา

  • Payment Schedule: ศูนย์จะจ่ายค่าจ้างเมื่อผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานจ้างตามสัญญา และศูนย์ได้ตรวจรับมอบงานไว้เรียบร้อยแล้ว
  • Penalties:
    • กรณีจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต: ค่าปรับร้อยละ 10 ของวงเงินงานจ้างช่วง
    • กรณีปฏิบัติผิดสัญญา (นอกเหนือจากจ้างช่วง): ค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้างตามสัญญาต่อวัน แต่ต้องไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท
  • Warranty: รับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี นับถัดจากวันที่ศูนย์ได้รับมอบงาน โดยต้องแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้ง
  • Advance Payment: ผู้ยื่นข้อเสนอมีสิทธิเสนอขอรับเงินล่วงหน้าได้ไม่เกินร้อยละ 15 ของราคาค่าจ้างทั้งหมด โดยต้องมีหลักประกันเงินล่วงหน้า

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร?
    A: เพื่อซ่อมแซมระบบปืนใหญ่ขนาด 105 มม. และป้อมปืนของรถถัง M48 A5 และ M60 A1, A3 จำนวน 18 คัน ให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    • Q: รถถังที่จะได้รับการซ่อมแซมมีรุ่นใดบ้าง และจำนวนเท่าใด?
      A: รถถัง M48 A5 จำนวน 9 คัน และรถถัง M60 A1, A3 จำนวน 9 คัน รวมทั้งสิ้น 18 คัน
    • Q: วงเงินงบประมาณของโครงการนี้อยู่ที่เท่าใด?
      A: 130,894,650 บาท (หนึ่งร้อยสามสิบล้านแปดแสนเก้าหมื่นสี่พันหกร้อยห้าสิบบาทถ้วน)
    • Q: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันในวงเงินเท่าใด?
      A: ไม่น้อยกว่า 2,000,000.00 บาท (สองล้านบาทถ้วน)
    • Q: ระยะเวลาในการดำเนินการซ่อมแซมแล้วเสร็จตามสัญญากำหนดไว้เท่าใด?
      A: ไม่เกิน 360 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
    • Q: การพิจารณาผู้ชนะการประกวดราคาจะใช้เกณฑ์ใดเป็นหลัก?
      A: ใช้หลักเกณฑ์ราคาเป็นหลัก โดยพิจารณาจากราคารวม
    • Q: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องส่งตัวอย่างของพัสดุที่เสนอหรือไม่?
      A: ใช่ ต้องส่งตัวอย่างของพัสดุที่เสนอตามรายการที่กำหนดไว้ในรายละเอียดประกอบการจ้างซ่อม
    • Q: สถานที่ดำเนินการซ่อมแซมอยู่ที่ใด?
      A: ณ กองโรงงานซ่อมสร้างยุทโธปกรณ์สายสรรพาวุธ ศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์สายสรรพาวุธ กรมสรรพาวุธทหารบก ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ ตำบลโพธิ์กลาง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา หรือสถานที่อื่นใดที่ทางราชการกำหนด
    • Q: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการขนย้ายรถถังอย่างไร?
      A: ผู้รับจ้างจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการขนย้ายรถถังจากหน่วยมายังสถานที่ซ่อม และการขนกลับไปยังหน่วยหลังจากซ่อมแล้วเสร็จ
    • Q: ชิ้นส่วนที่ใช้ในการซ่อมต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
      A: ต้องเป็นของใหม่ ไม่เคยใช้งานมาก่อน เป็นไปตามมาตรฐานคู่มือการซ่อม หรือเทียบเท่า หรือดีกว่า และต้องเปลี่ยนไม่น้อยกว่า 276 รายการตามผนวก ก

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ร่างรายละเอียดขอบเขตของงานทั้งโครงการ (Terms of Reference : TOR)
๑. ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ
๑.๑ ชื่อโครงการ ประกวดราคาจ้างซ่อมระบบปืนใหญ่ ขนาด ๑๐๕ มิลลิเมตร และป้อมปืนของรถถัง M๔๘ A๕ และ M๖๐ A๑, A๓ จำนวน ๑๘ คัน ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ๑.๒ ความเป็นมา
ผู้บัญชาการทหารบก (ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (๑) รับคำสั่งฯ) ได้อนุมัติแผนจัดหา กลุ่มงบงาน โครงการเสริมสร้างหน่วยและซ่อมแซมยุทโธปกรณ์ งบงานโครงการซ่อมแซมและปรับปรุงยุทโธปกรณ์ โครงการซ่อมแซมและปรับปรุงยุทโธปกรณ์สายสรรพาวุธ โครงการซ่อมคืนสภาพระบบป้อมปืนและปืนใหญ่รถ ถัง ขนาด ๑๐๕ มิลลิเมตร (ระยะที่ ๑) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ วงเงินรวม ๑๓๐,๘๙๔,๖๕๐.- บาท (หนึ่งร้อยสามสิบล้านแปดแสนเก้าหมื่นสี่พันหกร้อยห้าสิบบาทถ้วน) เพื่อให้กรมสรรพาวุธทหารบก (ศูนย์ซ่อม สร้างสิ่งอุปกรณ์สายสรรพาวุธ กรมสรรพาวุธทหารบก) ดำเนินการจ้างซ่อมระบบปืนใหญ่ ขนาด ๑๐๕ มิลลิเมตร และป้อมปืนของรถถัง M48 A5 สนับสนุนหน่วย กองพันทหารม้าที่ ๘ กองพลทหารราบที่ ๓ จำนวน ๙ คัน, รถถัง M60 A1, A3 สนับสนุนหน่วย กองพันทหารม้าที่ ๑๗ กรมทหารม้าที่ ๑ รักษาพระองค์, กองพันทหารม้าที่ ๕ กรมทหารม้าที่ ๔ รักษาพระองค์ และหน่วย กองพันทหารม้าที่ ๒๐ กรมทหารม้าที่ ๕ รักษาพระองค์ จำนวนหน่วยละ ๓ คัน รวมจำนวน ๑๘ คัน เพื่อให้ยุทโธปกรณ์สามารถใช้งานได้อย่างมี ประสิทธิภาพ
๑.๓ วัตถุประสงค์
เพื่อให้ยุทโธปกรณ์ของหน่วย กองพันทหารม้าที่ ๘ กองพลทหารราบที่ ๓ จำนวน ๙ คัน, กองพัน ทหารม้าที่ ๑๗ กรมทหารม้าที่ ๑ รักษาพระองค์, กองพันทหารม้าที่ ๕ กรมทหารม้าที่ ๔ รักษาพระองค์ และ หน่วย กองพันทหารม้าที่ ๒๐ กรมทหารม้าที่ ๕ รักษาพระองค์ จำนวนหน่วยละ ๓ คัน สามารถใช้งานได้อย่าง มีประสิทธิภาพ
๑.๔ วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ได้รับจัดสรร ๑๓๐,๘๙๔,๖๕๐.๐๐ บาท (หนึ่งร้อยสามสิบล้านแปดแสนเก้า หมื่นสี่พันหกร้อยห้าสิบบาทถ้วน)
๑.๕ ใช้รายละเอียดประกอบการจ้างซ่อมแทนคุณลักษณะฉพาะสิ่งอุปกรณ์เป็นหลักในการจัดจ้าง ๑.๖ กองทัพบก โดยศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์สายสรรพาวุธ กรมสรรพาวุธทหารบก ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “ศูนย์”
๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ศูนย์ ณ วันประกาศ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อ เสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
(๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมี การกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้า หลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้น ต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
(๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ
สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุก รายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วม ค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ได้รับ มอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการ จำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศซึ่งได้จดทะเบียนเกิน กว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดง ฐานะทางการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดง ฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐ กำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหากวันยื่นข้อเสนอ เป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจ
การค้า ซึ่งอยู่ในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ใน ช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะ การเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศซึ่ง ยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะ ต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า ๒๐ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็น บุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงิน ฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการ ที่ยื่นข้อเสนอ ในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชี เงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่น ข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดา ที่ถือสัญชาติ ไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการ หรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตาม ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรองหรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศหรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถของวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน
เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
ตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือ สัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ตามประกาศที่ ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารเชิญชวนในระบบจัดซื้อจัดจ้า งภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่ กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการ รับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หาก ผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสาร ไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
๖. กรณีตาม ข้อ ๑ - ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้
(๖.๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และงาน จ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้น ไว้แล้ว ก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติการจัด ซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ ครู ชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับผลงานที่ประกวดราคาจ้างในวงเงินไม่น้อยกว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท (สองล้านบาทถ้วน) และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือ หน่วยงานเอกชนที่ศูนย์เชื่อถือ
๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี)
(๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ยื่นสำเนาบัตรประจำตัว ประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของ ผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย
(๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่นสำเนาสัญญาของการเข้า ร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศซึ่งได้จดทะเบียน เกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบ แสดงฐานะทางการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบ แสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงาน
ของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหากวันยื่น ข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนา ธุรกิจการค้า ซึ่งอยู่ในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่น ข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า ๒๐ ล้านบาท ๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็น บุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงิน ฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการ ที่ยื่นข้อเสนอ ในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชี เงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียนหรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้า ยื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดา ที่ถือ สัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน
เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศหรือบุคคลธรรมดาที่ มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถของวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือ บริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่าง ประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ตามประกาศ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารเชิญชวนในระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ แล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วย การรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่น เอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
(๕) สำเนาเลขบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากร หรือสำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม สำเนาใบทะเบียน พาณิชย์ (ถ้ามี) พร้อมทั้งรับรองสำเนาถูกต้อง
(๖) เอกสารหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ตามข้อ (๔) แล้วแต่กรณี
(๗) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้อง แล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) ให้ โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) หลักประกันการเสนอราคา ตามข้อ ๕
(๒) สำเนาหนังสือรับรองผลงานจ้างหรือสำเนาสัญญาจ้างพร้อมทั้งรับรองสำเนาถูกต้อง
เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
(๓) สำเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) (ถ้ามี) (๔) รายละเอียดประกอบการจ้างซ่อม ตามข้อ ๔.๔
(๕) รายการชิ้นส่วนซ่อมที่บังคับเปลี่ยนโดยอย่างน้อยไม่น้อยกว่า ๒๗๖ (สองร้อยเจ็ดสิบหก) รายการ (ตามผนวก ก ของรายละเอียดประกอบการจ้างซ่อมที่ทางราชการกำหนด)
(๖) บัญชีรายละเอียดแนบท้ายใบเสนอราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) (๗) บัญชีรายการตัวอย่างของพัสดุ
(๘) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้อง แล้ว ระบบจัดจ้างซ่อมจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) ให้ โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๓.๓ เอกสารใด ๆ ที่ทำในต่างประเทศซึ่งผู้ยื่นข้อเสนอ (หรือผู้รับจ้าง/ผู้รับจ้าง/ผู้รับสัญญาอื่นใด กรณีเป็นผู้ ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง/ผู้รับจ้าง/ผู้รับสัญญาอื่นใด) นำไปแสดงเป็นหลักฐานต่อทาง ราชการเพื่อประกอบการเสนอราคา การทำสัญญา การแก้ไขสัญญา การขอขยายเวลาทำการตามสัญญา การ ของดหรือลดค่าปรับหรือการอื่นใด ซึ่งเกี่ยวข้องกับการดำเนินการ (จ้างซ่อม/จ้าง/สัญญาอื่นใด) ของทาง ราชการในครั้งนี้ ผู้ที่ทำเอกสารหรือลงลายมือชื่อในเอกสารจะต้องเป็นผู้มีอำนาจในการลงลายมือชื่อในเอกสาร นั้นในนามหน่วยงาน หรือนิติบุคคล หรือโดยส่วนตัวแล้วแต่กรณี และเอกสารดังกล่าวจะต้องได้รับการตรวจ สอบและรับรองลายมือชื่อจากเจ้าหน้าที่โดยลำดับแล้วแต่กรณี ตามข้อ ๓.๓.๑ - ๓.๓.๔ จึงถือว่าเป็นเอกสารที่ ถูกต้อง
๓.๓.๑ เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของกระทรวงการต่างประเทศหรือโนตารีพับลิคหรือหน่วยงานอื่นตาม กฎหมายของประเทศผู้ที่ทำเอกสารเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจลงนามในการรับรองลายมือชื่อในนามสถานทูตไทย หรือสถานกงสุลไทยที่มีเขตอาณาในประเทศของผู้ที่ทำเอกสารและเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจลงนามในการรับรอง ลายมือชื่อในนามกระทรวงการต่างประเทศไทย
๓.๓.๒ เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจลงนามในการรับรองลายมือชื่อในนามสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยที่มี เขตอาณาในประเทศของผู้ที่ทำเอกสารและเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจลงนามในการรับรองลายมือชื่อในนามกระทรวง การต่างประเทศไทย (กรณีผู้ที่ทำเอกสารได้มายังสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยที่มีเขตอาณาในประเทศของ ผู้ที่ทำเอกสารด้วยตนเองและลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายสถานทูตหรือสถานกงสุลไทย)
๓.๓.๓ เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของกระทรวงการต่างประเทศหรือโนตารีพับลิคหรือหน่วยงานอื่นตาม กฎหมายของประเทศผู้ที่ทำเอกสารเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจลงนามในการรับรองเอกสารในนามสถานทูตหรือสถาน กงสุลของประเทศของผู้ที่ทำเอกสารในประเทศไทยและเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจลงนามในการรับรองลายมือชื่อใน นามกระทรวงการต่างประเทศไทย (กรณีที่ไม่มีสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยที่มีเขตอาณาในประเทศของผู้
เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
ที่ทำเอกสาร)
๓.๓.๔ เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจลงนามในการรับรองเอกสารในนามสถานทูตหรือสถานกงสุลของประเทศ ของผู้ที่ทำเอกสารซึ่งตั้งอยู่ในประเทศไทยและเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจลงนามในการรับรองลายมือชื่อในนาม กระทรวงการต่างประเทศไทย (กรณีผู้ที่ทำเอกสารได้มายังสถานทูตหรือสถานกงสุลของประเทศของผู้ที่ทำ เอกสารในประเทศไทยด้วยตนเองและลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายสถานทูตหรือสถานกงสุล)
เอกสารที่ทำขึ้นโดยเจ้าหน้าที่ของสถานทูต หรือสถานกงสุลของต่างประเทศซึ่งตั้งอยู่ในประเทศ ไทยซึ่งผู้ยื่นข้อเสนอ (หรือผู้รับจ้าง/ผู้รับจ้าง/ผู้รับสัญญาอื่นใด) นำไปแสดงต่อทางราชการต้องได้รับการตรวจ สอบและรับรองจากเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจรับรองเอกสารในนามสถานทูตหรือสถานกงสุลของประเทศนั้น ๆ และ เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจลงนามในการรับรองลายมือชื่อในนามกระทรวงการต่างประเทศไทย
๓.๔ เอกสารที่เป็นภาษาต่างประเทศจะต้องผ่านการแปลเป็นภาษาไทยโดยผู้เชี่ยวชาญการแปลที่ จดทะเบียนไว้กับศาลยุติธรรมกรณีคำแปลเอกสารที่เป็นภาษาไทยกับต้นฉบับที่เป็นภาษาต่างประเทศหากมี ข้อความขัดแย้งกันทางราชการจะถือเอาภาษาไทยเป็นหลักในการพิจารณาซึ่งข้อความภาษาไทยนี้จะใช้เป็น หลักในการทำสัญญาจ้างซ่อมขายด้วยและหากทางราชการเห็นว่ากรณีคำแปลภาษาไทยที่ขัดแย้งกับภาษาต่าง ประเทศนี้ก่อให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นอย่างเห็นได้ชัดทางราชการจะถือว่าเป็นการ ปฏิบัติที่ผิดเงื่อนไขซึ่งอาจจะไม่รับพิจารณาราคาของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นก็ได้
๔. การเสนอราคา
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ตามที่ กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น และจะต้องกรอกข้อความให้ถูก ต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่ต้องแนบใบเสนอ ราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและราคาเดียว โดยเสนอ ราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคา รวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ถือตัวหนังสือเป็น สำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ แล้ว จนกระทั่งส่งมอบพัสดุให้ ณ กอง โรงงานซ่อมสร้างยุทโธปกรณ์สายสรรพาวุธ ศูนย์ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ ตำบลโพธิ์กลาง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา หรือสถานที่อื่นใดที่ทางราชการกำหนด
ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๓๖๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอราคาโดยภายในกำหนด ยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคามิได้
๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๓๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญาจ้าง
๔.๔ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องส่งรายละเอียดประกอบการจ้างซ่อม ของระบบปืนใหญ่ ขนาด ๑๐๕ มิลลิเมตร และป้อมปืนของรถถัง M48 A5 และ M60 A1, A3 ไปพร้อมการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อประกอบการพิจารณา หลักฐานดังกล่าวนี้ ศูนย์จะยึดไว้เป็นเอกสารของทางราชการ
เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องส่งตัวอย่างของพัสดุที่เสนอ ตามที่กำหนดไว้ใน ผนวก ก ของรายละเอียดประกอบ การจ้างซ่อม รายการที่ ๒ – ๕, ๑๐ - ๑๓, ๑๖, ๑๙, ๒๐, ๓๒ - ๓๙, ๔๒ - ๔๕, ๔๙, ๕๒, ๕๔, ๕๙, ๗๓, ๘๑ - ๘๖, ๙๑, ๙๒, ๙๗, ๑๐๑ - ๑๐๓, ๑๐๕ - ๑๐๘, ๑๑๑ - ๑๑๓, ๑๑๖, ๑๑๗, ๑๑๙ - ๑๒๗, ๑๒๙, ๑๓๒, ๑๓๓, ๑๓๗, ๑๓๘, ๑๔๓, ๒๐๗, ๒๖๐ - ๒๖๔, ๒๖๖ - ๒๗๔ และ ๒๗๖ รวมจำนวน ๘๐ รายการ รายการละ ๑ EA เพื่อใช้ในการตรวจทดลองหรือประกอบการพิจารณา ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. ณ ห้องรับรอง แผนกจัดหา ศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์สายสรรพาวุธ กรมสรรพาวุธทหารบก โดยทำเครื่องหมาย ผูกป้ายเขียนชื่อบริษัท, ห้าง, ร้าน ติดไว้กับตัวอย่างของพัสดุให้ชัดเจน
ทั้งนี้ ศูนย์จะไม่รับผิดชอบ ในความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นแก่ตัวอย่างดังกล่าว ตัวอย่าง ที่เหลือหรือไม่ ใช้แล้ว ศูนย์จะคืนให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ
๔.๖ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญา รายละเอียดข้อกำหนด รายละเอียดประกอบการ จ้างซ่อม ฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอ ตามเงื่อนไขในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๔.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวัน ที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. และเวลาในการเสนอราคาให้ถือตามเวลาของระบบการจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอและการเสนอราคา ใด ๆ โดยเด็ดขาด
๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสารประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความครบถ้วน ถูกต้อง และ ชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอ ราคาให้แก่ศูนย์ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
๔.๙ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ยื่น ข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นหรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ
เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือในขณะที่มีการพิจารณาข้อเสนอ มีผู้ยื่นข้อ เสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมและคณะกรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามี การกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อ เสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และศูนย์จะพิจารณาลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่ศูนย์จะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ริเริ่มให้มีการกระทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือ เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของศูนย์
๔.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
(๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
(๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ แล้ว
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลาที่กำหนด (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้
(๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคาด้วยวิธีประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th
๔.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ โดยยื่นให้ หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลาดำเนินการตามสัญญา ไม่เกิน ๖๐ วัน
๔.๑๒ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่เป็น กรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา
๕. หลักประกันการเสนอราคา
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องวางหลักประกันการเสนอราคาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ จำนวน ๖,๕๔๔,๗๓๓.- บาท (หกล้านห้าแสนสี่ หมื่นสี่พันเจ็ดร้อยสามสิบสามบาทถ้วน)
๕.๑ เงินสด
๕.๒ หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศตามแบบที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ๕.๓ พันธบัตรรัฐบาลไทย
๕.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่างหนังสือค้ำประกันของ ธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอนำพันธบัตรรัฐบาลไทยหรือหนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ มาวางเป็นหลักประกันการเสนอราคาจะต้องส่งต้นฉบับเอกสารดังกล่าวมาให้ศูนย์ตรวจสอบความ ถูกต้องในวันที่ ระว่างเวลา น. ถึง น.
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอประสงค์จะวางหลักประกันการเสนอราคาเป็นเงินสด ให้ผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการ ชำระเงินผ่านช่องทางการชำระเงิน ดังนี้
ผ่านบริการรับชำระเงิน (Bill Payment) ผ่านระบบ KTB Corporate Online ตามใบแจ้งการชำระ เงิน ที่แนบมาพร้อมกับเอกสารเชิญชวนนี้
และส่งหลักฐานการชำระเงินกับธนาคาร พร้อมทั้งแบบแจ้งความประสงค์ชำระเงินค่าหลักประกันการ เสนอราคา (เฉพาะกรณีที่มีหลักประกันการเสนอราคาหลายรายการพิจารณา) มาให้ศูนย์ตรวจสอบความถูก ต้อง โดยยื่นมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอผ่านระบบ e-GP โดยการชำระเงินและส่งหลักฐานการชำระเงินให้
เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
ดำเนินการในวันและเวลาที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันและเวลาเสนอราคาเท่านั้น
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ประสงค์จะใช้หนังสือค้ำประกัน อิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารในประเทศเป็นหลักประกันการเสนอราคาให้ระบุชื่อผู้เข้าร่วมค้ารายที่สัญญาร่วมค้า กำหนดให้เป็นผู้เข้ายื่นข้อเสนอกับหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หลักประกันการเสนอราคาตามข้อนี้ ศูนย์จะคืนให้ผู้ยื่นข้อเสนอหรือผู้ค้ำประกันภายใน ๑๕ วัน นับถัด จากวันที่ศูนย์ได้พิจารณาเห็นชอบรายงานผลคัดเลือกผู้ชนะการประกวดราคาเรียบร้อยแล้ว เว้นแต่ผู้ยื่นข้อ เสนอรายที่คัดเลือกไว้ซึ่งเสนอราคาต่ำสุดหรือได้คะแนนรวมสูงสุดไม่เกิน ๓ ราย ให้คืนได้ต่อเมื่อได้ทำสัญญา หรือข้อตกลง หรือผู้ยื่นข้อเสนอได้พ้นจากข้อผูกพันแล้ว
การคืนหลักประกันการเสนอราคา ไม่ว่าในกรณีใด ๆ จะคืนให้โดยไม่มีดอกเบี้ย
๖. หลักเกณฑ์และสิทธิ์ในการพิจารณา
๖.๑ การพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ ศูนย์จะพิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคา
๖.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ ศูนย์จะพิจารณาจาก ราคารวม ๖.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณา ข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือขอบเขตงานที่จะจ้าง ไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่ศูนย์กำหนดไว้ในประกาศและเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ ต่อผู้ยื่น ข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจพิจารณาผ่อนปรนการตัด สิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
๖.๔ ศูนย์สงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ในกรณีดังต่อไปนี้ (๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วยอิเล็กทรอนิกส์
(๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็น สาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
๖.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือ ศูนย์มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ ศูนย์มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำ สัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง
๖.๖ ศูนย์ทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคาที่เสนอทั้งหมดก็ได้ และอาจ พิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจจะยกเลิกการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของทาง ราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของศูนย์เป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าใช้จ่าย หรือ ค่าเสียหายใด ๆ มิได้ รวมทั้งศูนย์จะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอ
เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
เป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อได้ว่าการยื่นข้อเสนอ กระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่น มาเสนอ ราคาแทน เป็นต้น
ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่อาจดำเนินงานตาม เอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือศูนย์จะให้ผู้ยื่นข้อเสนอนั้นชี้แจงและ แสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้ เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ ศูนย์มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอหรือไม่รับราคาของผู้ยื่นข้อเสนอราย นั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใด ๆ จากศูนย์
๖.๗ ก่อนลงนามในสัญญา ศูนย์อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการก ระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการคัดเลือกมีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมี ส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอราย อื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใดในการเสนอราคา
๖.๘ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอราคาอื่นที่ ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ให้จัดจ้างซ่อมจัดจ้างจากผู้ประกอบการ SMEs ดังกล่าว โดยจัดเรียง
ลำดับ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นไม่ เกินร้อยละ ๑๐ ที่จะเรียกมาทำสัญญาไม่เกิน ๓ ราย
ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องเป็นผู้ประกอบ การ SMEs
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ที่จะได้แต้มต่อด้านราคาตามวรรคหนึ่ง จะต้องมีวงเงินสัญญาสะสมตาม ปีปฏิทินรวมกับราคาที่เสนอในครั้งนี้แล้ว มีมูลค่ารวมกันไม่เกินมูลค่าของรายได้ตามขนาดที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ สสว.
๖.๙ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการ SMEs แต่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่ จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอ ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติ ไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศไม่เกินร้อยละ ๓ ให้จัดซื้อจัดจ้างกับบุคคลธรรมดาที่ ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังกล่าว
ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องเป็น บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
๗. การทำสัญญาจ้าง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญาจ้างหรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือ กับศูนย์ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวางหลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อย ละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้ศูนย์ยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกัน อย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
๗.๑ เงินสด
เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
๗.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่ “กองทัพบก โดยศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์สายสรรพาวุธ กรม สรรพาวุธทหารบก” ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ใช้เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนหน้านั้นไม่เกิน ๓ วันทำการ
๗.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการนโยบายกำหนดหรือจะ เป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลางกำหนด
๗.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่างหนังสือค้ำประกันของ ธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด
๗.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่ผู้ชนะการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งศูนย์ได้รับมอบไว้แล้ว
๘. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
ศูนย์จะจ่ายค่าจ้างซึ่งรวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ทั้งปวง ให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการพิจารณา ให้เป็นผู้รับจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานจ้างตามสัญญาจ้างหรือข้อตกลงเป็นหนังสือและศูนย์ได้ตรวจรับมอบ งานไว้เรียบร้อยแล้ว
๙. อัตราค่าปรับ
ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือจะ กำหนด ดังนี้
๙.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาตจากศูนย์จะกำหนด ค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงานจ้างช่วงนั้น
๙.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๙.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อย ละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้างตามสัญญาต่อวัน แต่ต้องไม่ต่ำกว่าวันละ ๑๐๐.- บาท
๑๐. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้ทำสัญญาจ้างหรือทำข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ แล้วแต่กรณี จะ ต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๑ ปี นับถัดจากวันที่ศูนย์ ได้รับมอบงาน โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิมภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับ แจ้งความชำรุดบกพร่อง
๑๑.การจ่ายเงินล่วงหน้า
ผู้ยื่นข้อเสนอมีสิทธิเสนอขอรับเงินล่วงหน้า ในอัตราไม่เกินร้อยละ ๑๕ ของราคาค่าจ้างทั้งหมด แต่ทั้งนี้จะ ต้องส่งมอบหลักประกันเงินล่วงหน้า เป็นพันธบัตรรัฐบาลไทย หรือหนังสือค้ำประกัน หรือหนังสือค้ำประกัน อิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศ ให้แก่ศูนย์ก่อนการรับเงินล่วงหน้านั้น
เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
๑๒. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
๑๒.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙
การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ ต่อเมื่อศูนย์ได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจากเงินงบประมาณประจำปี พ. ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
การจัดซื้อจัดจ้างครั้งนี้จะมีการลงนามในสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือได้ต่อเมื่อพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ มีผลใช้บังคับ และได้รับการจัดสรรงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ จากสำนักงบประมาณแล้ว และกรณีที่ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อ การจัดซื้อจัดจ้างในครั้งดังกล่าว หน่วยสามารถยกเลิกการจัดซื้อจัดจ้างได้
๑๒.๒ เมื่อศูนย์ได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใดให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้างตามการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ และของ นั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ตามที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริม การพาณิชยนาวี ดังนี้
(๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่ วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้น ให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับเรือไทยจากต่างประเทศ มายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้นโดยเรืออื่น ที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะ ต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศ ยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการ พาณิชยนาวี
๑๒.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งศูนย์ ได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือภายในเวลาที่ กำหนด ดังระบุไว้ในข้อ ๗ ศูนย์ อาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้งจะพิจารณาให้ เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๑๒.๔ ศูนย์สงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ ให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
๑๒.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือแย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอ จะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศูนย์คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุดและผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้ จ่ายใด ๆ เพิ่มเติม
๑๒.๖ ศูนย์อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ จากศูนย์ไม่ได้
(๑) ศูนย์ไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรรแต่ไม่เพียงพอที่จะทำการจัดจ้า เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
งครั้งนี้ต่อไป
(๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือได้รับการพิจารณาคัดเลือก มีผล ประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม หรือ สมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใดในการ เสนอราคา
(๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ศูนย์หรือกระทบต่อประโยชน์ สาธารณะ
(๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวงซึ่งออกตามความใน กฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๑๒.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้งตอบผลการพิจารณา อุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะอุทธรณ์ผลการประกาศผู้ ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้ เท่านั้น
๑๒.๘ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอประสงค์จะให้ทางราชการออกหนังสือรับรองผู้ใช้ปลายทาง (END USER CERTIFICATE) และหรือเอกสารหรือหนังสือรับรองใด ๆ ให้ดำเนินการ ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอประสงค์จะให้ทางราชการออกหนังสือรับรองผู้ใช้ปลายทาง (END USER CERTIFICATE) และหรือเอกสารหรือหนังสือรับรองใด ๆ ให้ยื่นหลักฐานเพื่อประกอบการขอหนังสือรับรองดัง กล่าวมาพร้อมกับเอกสารเพื่อใช้ลงนามในสัญญาได้
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอไม่สามารถยื่นเอกสารมาพร้อมกับเอกสารเพื่อใช้ลงนามในสัญญาได้ ผู้ยื่นข้อ เสนอจะต้องนำเอกสารหลักฐานการขอหนังสือรับรองผู้ใช้ปลายทาง (END USER CERTIFICATE)และหรือ เอกสารหรือหนังสือรับรองใด ๆ มาให้กับทางราชการภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันลงนามในสัญญาและทาง ราชการจะออกหนังสือรับรองผู้ใช้ปลายทาง (END USER CERTIFICATE) ให้ภายใน ๑๕ วัน นับตั้งแต่ยื่น หนังสือเพื่อขอให้ออกเอกสารดังกล่าว
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องนำหลักฐานการยื่นขอออกหนังสืออนุญาตส่งออก (EXPORT LICENSE) ให้ กับทางราชการภายใน ๑๕ วัน ตั้งแต่ได้รับหนังสือรับรองผู้ใช้ปลายทาง (END USER CERTIFICATE) จากทาง ราชการ หากเกินระยะเวลาดังกล่าวผู้ยื่นข้อเสนอจะนำระยะเวลาที่เสียไปมากล่าวอ้างเพื่อขยายเวลา ทำการ ตามสัญญา หรือของดหรือลดค่าปรับไม่ได้ ทั้งนี้หนังสือรับรองผู้ใช้ปลายทาง (END USER CERTIFICATE)และ หรือเอกสารหรือหนังสือรับรองใด ๆ ที่ผู้ยื่นข้อเสนอประสงค์จะขอรับนี้ ศูนย์จะออกให้เฉพาะในนามของกอง ทัพบกตามอำนาจหน้าที่ที่ศูนย์ได้รับมอบหมายเท่านั้น
๑๒.๙ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอได้เป็นคู่สัญญากับทางราชการแล้ว หากพัสดุที่ได้จัดซื้อจัดจ้างนั้น เป็นไปตาม ประกาศกระทรวงกลาโหม เรื่อง กำหนดยุทธภัณฑ์ที่ต้องขออนุญาตตามพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พ. ศ. ๒๕๓๐ มาตรา ๑๗ คู่สัญญาจะต้องไปดำเนินการขอใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๓๐ มาตรา ๑๗ แล้วแต่กรณี ดังนี้
เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
(๑) รายการจัดซื้อจัดจ้างสิ่งอุปกรณ์ที่เป็นยุทธภัณฑ์ซึ่งผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีใบอนุญาต ผลิตฯ (ย.ภ.๔) เป็นเอกสารสำคัญประกอบการพิจารณา ได้แก่ การจ้างซ่อมภายในประเทศ, จ้างผลิตโดยนำเข้าวัตถุดิบมาผลิต ในไทย, จ้างผลิตโดยใช้วัตถุดิบในประเทศไทย ให้คู่สัญญากับทางราชการต้องนำหลักฐานการยื่นคำขอรับใบ อนุญาตสั่งเข้ามา นำเข้ามา ผลิต หรือมีซึ่งยุทธภัณฑ์ (ย.ภ.๑) มาแสดงให้กับทางราชการภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันลงนามในสัญญา และต้องนำใบอนุญาตผลิตฯ (ย.ภ.๔) มาแสดงกับทางราชการ ภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันยื่นคำขอรับใบอนุญาตฯ (ย.ภ.๑) ให้กับทางราชการ
(๒) รายการจัดซื้อจัดจ้างสิ่งอุปกรณ์ที่เป็นยุทธภัณฑ์แต่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตผลิตฯ (ย.ภ.๔) เป็นเอกสารสำคัญประกอบการพิจารณา ได้แก่ การจ้างซ่อม/นำชิ้นส่วนมาซ่อมในประเทศไทย, จ้าง ซ่อม/ชิ้นส่วนในประเทศไทย ให้คู่สัญญากับทางราชการดำเนินการยื่นคำขอรับใบอนุญาตฯ (ย.ภ.๑) ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา และคู่สัญญาต้องนำหลักฐานยื่นคำขอรับใบอนุญาตฯ (ย.ภ.๑) มาแสดง ให้กับทางราชการ ภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันลงนามในสัญญา
(๓) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอได้เป็นคู่สัญญากับทางราชการมีใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติฯ มาตรา ๑๗ ให้ นำหลักฐานใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติฯ มาตรา ๑๗ แล้วแต่กรณีมาแสดงให้กับทางราชการภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
๑๒.๑๐ การซ่อมระบบปืนใหญ่ ขนาด ๑๐๕ มิลลิเมตร และป้อมปืนของรถถัง M48 A5 และ M60 A1, A3 จำนวน ๑๘ คัน ในครั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการซ่อม ณ กอง โรงงานซ่อมสร้างยุทโธปกรณ์สายสรรพาวุธ ศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์สายสรรพาวุธ กรมสรรพาวุธทหารบก ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ ตำบลโพธิ์กลาง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา หรือสถานที่อื่นใดที่ทาง ราชการกำหนด สำหรับการขนย้ายระบบปืนใหญ่ ขนาด ๑๐๕ มิลลิเมตร และป้อมปืนของรถถัง M48 A5 และ M60 A1, A3 จำนวน ๑๘ คัน จากหน่วยใช้หรือสถานที่อื่นใดมาซ่อม ณ กองโรงงานซ่อมสร้างยุทโธปกรณ์ สายสรรพาวุธ ศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์สายสรรพาวุธ กรมสรรพาวุธทหารบก ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ ตำบลโพธิ์ กลาง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา หรือสถานที่อื่นใดที่ทางราชการกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้ รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการขนย้ายรวมทั้งค่าใช้จ่ายในการขนกลับ ไปยังหน่วยใช้หลังจากซ่อมแล้วเสร็จ
๑๒.๑๑ ภายหลังจากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างได้รับมอบระบบปืนใหญ่ ขนาด ๑๐๕ มิลลิเมตร และป้อมปืนของรถถัง M48 A5 และ M60 A1, A3 จำนวน ๑๘ คัน จากทางราชการแล้ว หากมีค วามเสียหายเกิดขึ้นในระหว่างการครอบครอง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างจะต้อง รับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายใด ๆ ให้กับทางราชการจนครบถ้วนทั้งหมดทั้งสิ้น
๑๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการซ่อมระบบปืนใหญ่ ขนาด ๑๐๕ มิลลิเมตร และป้อมปืนของรถถัง M48 A5 และ M60 A1, A3 จำนวน ๑๘ คัน ตามบัญชีเลขหมายทะเบียนรถ เข้าซ่อมที่ระบุและรายละเอียดประกอบการจ้างซ่อมที่ทางราชการกำหนด
๑๒.๑๓ ชิ้นส่วนที่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างจะนำมาใช้ในการซ่อมระบบปืนใหญ่ ขนาด ๑๐๕ มิลลิเมตร และป้อมปืนของรถถัง M48 A5 และ M60 A1, A3 จำนวน ๑๘ คัน ในครั้งนี้ ต้องเป็น
เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
ของใหม่ ไม่เคยใช้งานมาก่อน เป็นไปตามมาตรฐานคู่มือการซ่อม หรือเทียบเท่า หรือดีกว่า โดยอย่างน้อยต้อง เปลี่ยนไม่น้อยกว่า ๒๗๖ รายการ ตามผนวก ก ของรายละเอียดประกอบการจ้างซ่อมที่ทางราชการกำหนด สำหรับชิ้นส่วนซ่อมที่ไม่ได้กำหนดไว้ในผนวก ก หากมีการชำรุด หรือไม่ครบถ้วนตามคู่มือต้องดำเนินการซ่อม หรือเปลี่ยนให้สามารถใช้ราชการได้
๑๒.๑๔ สำหรับชิ้นส่วนเก่าที่ถอดออกจากระบบปืนใหญ่ ขนาด ๑๐๕ มิลลิเมตร และป้อมปืนของรถถัง M48 A5 และ M60 A1, A3 จำนวน ๑๘ คัน ผู้รับจ้างจะต้องทำบัญชีรายละเอียดรายการสิ่งอุปกรณ์ที่จะต้อง ส่งซากคืนและไม่ต้องส่งซากคืนและดำเนินการตามบัญชีรายละเอียดดังกล่าว โดยปฏิบัติตามคำสั่ง กรมสรรพา วุธทหารบก ที่ ๗๓/๒๕๕๘ ลง ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ เรื่อง กำหนดรายการสิ่งอุปกรณ์สายสรรพาวุธที่หน่วยจะ ต้องส่งซากคืนและไม่ต้องส่งซากคืน และส่งมอบชิ้นส่วนเก่าดังกล่าว ณ กองโรงงานซ่อมสร้างยุทโธปกรณ์สาย สรรพาวุธ ศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์สายสรรพาวุธ กรมสรรพาวุธทหารบก ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ ตำบลโพธิ์กลาง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา หรือสถานที่อื่นใดที่ทางราชการกำหนด สำหรับคำสั่งดังกล่าว สามารถขอดูรายละเอียดได้ที่แผนกจัดหา ศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์สายสรรพาวุธ กรมสรรพาวุธทหารบก ๑๒.๑๕ ผู้รับจ้างต้องยินยอมให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ และคณะกรรมการสังเกตการณ์ เข้า สังเกตการณ์, ตรวจสอบ และ/หรือชี้แจงปัญหาต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นขณะทำการซ่อมได้ตามความเหมาะสม หากปรากฏว่าการซ่อมระบบปืนใหญ่ ขนาด ๑๐๕ มิลลิเมตร และป้อมปืนของรถถัง M48 A5 และ M60 A1, A3 จำนวน ๑๘ คัน แล้วไม่ได้คุณภาพตามหลักเกณฑ์ที่ทางราชการกำหนดไว้ตามรายละเอียดประกอบการจ้าง ซ่อมที่ทางราชการกำหนด ทางราชการจะสั่งงดการซ่อมกับทั้งใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาไม่ต้องรับมอบงานจ้างที่ยัง ไม่แล้วเสร็จและไม่ชำระค่าจ้างในส่วนที่ไม่ตรงตามหลักเกณฑ์ หรือไม่ชำระค่าจ้างเลยสุดแต่จะพิจารณา พร้อม ทั้งเรียกร้องค่าเสียหาย หากมีความเสียหายเกิดขึ้นกับทางราชการได้อีกด้วย
๑๒.๑๖ ผู้รับจ้างจะต้องเสนอแผนผังแสดงขั้นตอนการซ่อมระบบปืนใหญ่ ขนาด ๑๐๕ มิลลิเมตร และป้อม ปืนของรถถัง M48 A5 และ M60 A1, A3 จำนวน ๑๘ คัน จนถึงขั้นการส่งมอบ ตลอดจนรายละเอียดทาง เทคนิคที่เกี่ยวข้องในการซ่อมตามที่ทางราชการกำหนดไว้ในรายละเอียดประกอบการจ้างซ่อมของ ระบบปืน ใหญ่ ขนาด ๑๐๕ มิลลิเมตร และป้อมปืนของรถถัง M48 A5 และ M60 A1, A3 ให้กับทางราชการภายใน ๑๕ (สิบห้า) วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้างแล้ว เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาและตรวจสอบของ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุและคณะกรรมการสังเกตการณ์ ในการสังเกตการณ์การซ่อมระบบปืนใหญ่ ขนาด ๑๐๕ มิลลิเมตร และป้อมปืนของรถถัง M48 A5 และ M60 A1, A3 จำนวน ๑๘ คัน ของทางราชการ ๑๒.๑๗ ในการส่งมอบพัสดุผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างจะต้องติดสติ๊กเกอร์การ แจ้งความชำรุดบกพร่องในระยะเวลาประกันให้กับยานพาหนะทุกคันที่มีการส่งมอบ โดยรูปแบบสติ๊กเกอร์ดัง กล่าวให้จัดทำตามแบบสติ๊กเกอร์ที่ทางราชการกำหนด และจะต้องแจ้งให้ศูนย์ทราบเป็นการล่วงหน้าไม่น้อย กว่า ๕ (ห้า) วัน ทำการของทางราชการ
๑๒.๑๘ ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่จะใช้ในงานจ้างเป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ โดย ต้องใช้ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๖๐ ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานจ้างทั้งหมดตามสัญญา
๑๒.๑๙ การตรวจทดสอบคุณภาพของการจ้างซ่อมระบบปืนใหญ่ ขนาด ๑๐๕ มิลลิเมตร และป้อมปืนของ เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
รถถัง M48 A5 และ M60 A1, A3 จำนวน ๑๘ คัน ตามสัญญาจ้างจะกระทำในประเทศไทย ค่าใช้จ่ายตลอด จนค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นแก่ยุทโธปกรณ์ และ/หรือสิ่งของของทางราชการ และ/หรือบุคคลผู้ยื่นข้อเสนอ จะต้องรับผิดชอบชดใช้ทั้งสิ้น
๑๓. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
๑๔. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
ศูนย์สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง เพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญา กับศูนย์ไว้ชั่วคราว
——————————————————————————————
พันโท สุรศักดิ์ พิมพ์ตรา ประธานกรรมการ (สุรศักดิ์ พิมพ์ตรา)
พันตรี ศิลา คงชาติ กรรมการ
(ศิลา คงชาติ)
ร้อยเอก วรรษิษฐ์ วิเศษดี กรรมการ
(วรรษิษฐ์ วิเศษดี)
เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์