จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างกิจกรรมส่งเสริมธุรกิจดิจิทัลคอนเทนต์ในงาน Bangkok International Digital Content Festival 2026 (BIDC 2026)

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ 69059122010
฿8,000,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 19 พ.ค. 2569 นนทบุรี

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงานหรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
กิจกรรมส่งเสริมธุรกิจดิจิทัลคอนเทนต์ในงาน Bangkok International Digital Content Festival 2026
(BIDC 2026)
หลักการและเหตุผล

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ มีภารกิจในการส่งเสริมการส่งออกสินค้าและบริการของไทย สู่ตลาดโลก โดยการทํากิจกรรมการตลาดต่าง ๆ ให้สินค้าและธุรกิจบริการของไทยสามารถแข่งขันกับสินค้าและ บริการของประเทศอื่น ๆ รวมถึงการดําเนินการให้ผู้ส่งออกไทยและผู้นําเข้าจากต่างประเทศได้พบปะเจรจาการค้า
ๆ ทั้งผ่านช่องทาง on site ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น งานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ (International Trade Fair) และ การจับคู่เจรจาการค้า (Business Matching) เป็นต้น และ online รูปแบบต่าง ๆ เช่น website หรือ social media ต่าง ๆ นอกจากนั้น กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศยังจัดกิจกรรมเตรียมความพร้อมสินค้าและบริการของไทย เช่น การพัฒนาสินค้าและบริการให้เป็นที่ต้องการของตลาดเป้าหมายและตลาดโลก รวมถึงการจัดกิจกรรม เตรียมความพร้อมผู้ประกอบการ ให้มีความพร้อมในการดําเนินกระบวนการส่งออก และให้มีความรู้เรื่องการตลาด สินค้า บริการ แนวโน้มตลาด แนวโน้มสินค้าและบริการ รวมถึงกฎระเบียบการส่งออก/นําเข้า เพื่อเพิ่มมูลค่าและ
ปริมาณการส่งออกของประเทศไทย
งาน Bangkok International Digital Content หรือ BIDC จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี ๒๕๕๗ ถือเป็น เทศกาลหลักของอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ของประเทศไทย ในปี ๒๕๖๘ จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ ๑๒ โดยบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ประกอบด้วย กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (DCP) สํานักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. (TCEB) สํานักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) สํานักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ สศส. (CEA) สํานักงานส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ (THACCA) และหน่วยงานภาคเอกชนด้านดิจิทัลคอนเทนต์ รวม ๕ สมาคม ประกอบด้วย สมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชั่นและคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ไทย (TACGA) สมาคม ดิจิทัลคอนเทนต์ไทย (DCAT) สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย (TGA) สมาคมอีเลิร์นนิ่งแห่งประเทศไทย (E-LAT) และสมาคมธุรกิจบางกอกเอซีเอ็มซิกกราฟ (BASA) ซึ่งกําหนดจัดงานทุกปี ๆ ละ ๑ ครั้ง ภายในประเทศไทย เพื่อส่งเสริมและขยายตลาดต่างประเทศในการเจรจาการค้าระหว่างผู้ประกอบการดิจิทัลคอนเทนต์ไทยกับ
ผู้ประกอบการต่างชาติ
ในปี ๒๕๖๙ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และภาคเอกชนด้านดิจิทัลคอนเทนต์ ๕ สมาคม เห็นชอบแนวทางการจัดงาน BIDC 2026 โดยผนวกกับงานแสดงสินค้านานาชาติ THAILAND CONTENT MARKET
ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้านานาชาติธุรกิจคอนเทนต์ ดิจิทัลคอนเทนต์ และธุรกิจสร้างสรรค์ ครั้งแรกในประเทศไทย ที่ครบวงจรทั้งการเจรจาธุรกิจ (B2B) และเพื่อผู้บริโภค (B2C) ใน ๓ กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ ๑) อุตสาหกรรม คอนเทนต์ (อาทิ ภาพยนตร์ ละคร ซีรีส์ ตั้งแต่การเขียนบท การผลิตและรับจ้างผลิต จนถึงจําหน่ายคอนเทนต์ สําเร็จรูป) ๒) อุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ (อาทิ เกม แอนิเมชัน คาแรกเตอร์ หนังสือ และหนังสือออนไลน์ ครอบคลุมผู้ผลิต ผู้จําหน่าย และผู้ให้บริการ) และ ๓) อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (อาทิ อาร์ตทอย บอร์ดเกม ของเล่น ของสะสม และอื่น ๆ) ซึ่งบูรณาการร่วมกับงาน Bangkok International Content Market (BICM) ของ CEA ทั้งนี้ กิจกรรมเจรจาการค้าในงานดังกล่าวจะเป็นกลไกหลักในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับผู้ซื้อ นักลงทุน
และพันธมิตรทางธุรกิจจากต่างประเทศ
……..
(ประธานกรรมการ)
hitima.
(กรรมการ)
(กรรมการ)

  • ๒ -
    ๒. วัตถุประสงค์
    ๒.๑ เพื่อส่งเสริมและขยายตลาดต่างประเทศของผู้ประกอบการไทย
    ๒.๒ เพอเ
    เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและแสดงศักยภาพธุรกิจบริการดิจิทัลคอนเทนต์ไทยให้เป็นที่รู้จักและ
    ยอมรับในตลาดต่างประเทศ
    ๒.๓ เพื่อสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนตลอดจนเพิ่มมูลค่าการค้าของธุรกิจบริการ
    ดิจิทัลคอนเทนต์ไทย
    ๒.๔ เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ศักยภาพผู้ประกอบการดิจิทัลคอนเทนต์ไทยสร้างความน่าเชื่อถือ
    และเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการต่างชาติ
    ๓. ขอบเขตการดําเนินการ
    ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการบริหารจัดการและดําเนินการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่อยู่ภายใต้กิจกรรมส่งเสริมธุรกิจ ดิจิทัลคอนเทนต์ในงาน Bangkok International Digital Content Festival 2026 (BIDC 2026) เป็นระยะเวลา ๓ วัน โดยบูรณาการร่วมกับงานแสดงสินค้านานาชาติ THAILAND CONTENT MARKET (งาน TCM) ซึ่งกําหนด จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒๐ - ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ให้สอดคล้องและเป็นไปตาม รูปแบบที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศกําหนด โดยมีรายละเอียด ดังนี้
    ๓.๑ การเจรจาการค้าในอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์
    ๓.๑.๑ วิเคราะห์อุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย และจัดทํากรอบระยะเวลาดําเนินงาน (Timeline) ตลอดทั้งโครงการอย่างชัดเจนและเหมาะสม
    ๓.๑.๒ นําเสนอแนวคิด และออกแบบภาพลักษณ์ (Key Visual) หลักของกิจกรรมภายใต้แนวคิด ที่สร้างสรรค์ โดยนําเสนอตัวอย่างแนวคิดและ Key Visual จํานวนอย่างน้อย ๑ แนวทาง พร้อมคําอธิบายเพื่อ ประกอบการพิจารณา ทั้งนี้ โดยสอดคล้องกับภาพลักษณ์ของงาน TCM
    ๓.๑.๓ ออกแบบและตกแต่งพื้นที่จัดกิจกรรมเจรจาการค้าภายในพื้นที่ BIDC โดยมีความสอดคล้องกับ อุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ พร้อมทั้งประสานงานกับผู้ดําเนินการด้านสถานที่และการบริการ (Official Contractor) งาน TCM และดูแลความเรียบร้อยตลอดกิจกรรม ทั้งนี้ สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเห็นชอบของกรมฯ
    ประกอบด้วย
    ๑) ออกแบบแผนผังพื้นที่จัดกิจกรรมเจรจาการค้า (Layout) ภายในบริเวณพื้นที่ BIDC ที่กรมฯ กําหนด โดยมีขนาดพื้นที่ไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐ ตารางเมตร
    ๒) ออกแบบและจัดทํา Artwork เพื่อสื่อสารกับผู้เข้าร่วมเจรจาการค้า อาทิ Directory Board จุดทําแบบประเมินผล ป้ายประชาสัมพันธ์
    ๓) จัดแสดง Showreel ผลงานเด่นของผู้ประกอบการดิจิทัลคอนเทนต์ไทย โดยนําเสนอ ผ่านจอ LED TV ขนาดไม่น้อยกว่า ๔๐ นิ้ว จํานวนอย่างน้อย ๒ จุด ประกอบด้วย ภายในพื้นที่เจรจาการค้า และ พื้นที่บริเวณงาน TCM อาทิ Buyer Lounge
    ๔) จัดเตรียมป้ายชื่อบริษัทประจําโต๊ะสําหรับกิจกรรมเจรจาการค้าระหว่างผู้ประกอบการดิจิทัล
    คอนเทนต์ไทยและผู้ประกอบการดิจิทัลคอนเทนต์ต่างประเทศให้เพียงพอสําหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม
    ๕) จัดทําบอร์ดข้อมูลตารางนัดหมายเจรจาการค้า โดยจัดแสดงในรูปแบบ Digital Screen (จอ LCD หรือ LED) ซึ่งมีการอัพเดตข้อมูลอย่างสม่ําเสมอ สามารถสังเกตเห็นได้ จํานวนอย่างน้อย ๒ จุด ประกอบด้วย ภายในพื้นที่เจรจาการค้า และพื้นที่ General Business Area โดยสามารถปรับเปลี่ยนและแก้ไข ข้อมูลได้ตลอดการจัดกิจกรรมตามความเหมาะสมของสถานการณ์จริง
    ………
    (ประธานกรรมการ)
    ดาษดา
    hitima.
    (กรรมการ)
    (กรรมการ)
  • 60-
    ๓.๑.๔ จัดเตรียมเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง เครื่องพิมพ์และอุปกรณ์ หรือเครื่องมืออื่น ๆ ที่จําเป็นในการบริหารจัดการการเจรจาการค้า พร้อมจัดให้มีโสตทัศนูปกรณ์ อุปกรณ์สื่อสารภายในสถานที่ จัดกิจกรรม พร้อมเจ้าหน้าที่ด้านเทคนิคเพื่อควบคุมโสตทัศนูปกรณ์ต่าง ๆ ตลอดการจัดกิจกรรม
    ๓.๑.๕ จัดทํา Fact Sheet ของกิจกรรม เป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยมีเนื้อหาประกอบด้วย หัวข้อที่จําเป็นและเป็นประโยชน์ต่อการดําเนินงาน อาทิ ประวัติความเป็นมา ความสําคัญของงาน องค์กรสําคัญ และพันธมิตรที่ร่วมจัดงาน เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการประชาสัมพันธ์กิจกรรม

    ๓.๑.๖ ออกแบบและจัดทํา VTR แนะนําภาพรวมโครงการ ระยะเวลาประมาณ ๒ - ๕ นาที พร้อม คําบรรยายเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อใช้นําเสนอศักยภาพของอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย โดยจะต้องนําเสนอ Story Board ประกอบการพิจารณา
    ๓.๑.๗ ประสานงานกับผู้ประกอบการดิจิทัลคอนเทนต์ไทยที่ได้รับคัดเลือกจากกรมฯ ให้เข้าร่วม กิจกรรม พร้อมทั้งจัดทําสรุปรายชื่อประกอบด้วยข้อมูลที่สําคัญ อาทิ ชื่อ-นามสกุล ประเภทธุรกิจ ตําแหน่ง หน่วยงาน อีเมล และเบอร์ติดต่อ โดยรายงานให้กรมฯ ทราบหลังจากเสร็จสิ้นโครงการ
    ๓.๑.๘ จัดทําฐานข้อมูลผู้ประกอบการดิจิทัลคอนเทนต์ไทย (Company Profile) ประกอบด้วยข้อมูล บริษัทที่จําเป็นและเป็นประโยชน์ต่อการเจรจาการค้า จํานวนไม่น้อยกว่า ๕ หัวข้อ อาทิ ชื่อบริษัท ประเภทสินค้า ผลงาน เป้าหมายในการเจรจาการค้า เพื่อจัดส่งให้ผู้ประกอบการดิจิทัลคอนเทนต์ต่างประเทศเลือกนัดหมายเจรจา การค้าล่วงหน้า พร้อมจัดทํา Company Profile ของผู้ประกอบการต่างชาติ
    ๓.๑.๙ จัดทํา Showreel นําเสนอผลงานเด่นของผู้ประกอบการไทยที่เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อใช้ในการ
    ประชาสัมพันธ์การเจรจาการค้าและสร้างการรับรู้ศักยภาพของผู้ประกอบการดิจิทัลคอนเทนต์ไทย
    ๓.๑.๑๐ ประสานเชิญชวนผู้ประกอบการดิจิทัลคอนเทนต์ต่างประเทศที่มีศักยภาพเข้าร่วมเจรจา การค้ากับผู้ประกอบการดิจิทัลคอนเทนต์ไทย จํานวนไม่น้อยกว่า ๔๐ บริษัท พร้อมจัดทําสรุปรายชื่อ ประกอบด้วย ข้อมูลที่สําคัญ อาทิ ชื่อ-นามสกุล ประเภทธุรกิจ ตําแหน่ง หน่วยงาน อีเมล และเบอร์ติดต่อ โดยรายงานให้กรมฯ ทราบหลังจากเสร็จสิ้นโครงการ (กรณีมีการเปลี่ยนแปลงรายชื่อ ต้องได้รับอนุญาตจากกรมฯ ก่อน)
    ๓.๑.๑๑ จัดทํานัดหมายเจรจาการค้าล่วงหน้า (Online Pre-Business Matching) ระหว่างผู้ประกอบการ ดิจิทัลคอนเทนต์ไทยและผู้ประกอบการดิจิทัลคอนเทนต์ต่างประเทศ จํานวนไม่น้อยกว่า ๕๕๐ คู่ พร้อมจัดทํา
    ตารางเวลากําหนดการเจรจาการค้า (ภาพรวม) ตลอดระยะเวลาจัดงาน
    ๓.๑.๑๒ ดําเนินกิจกรรมเจรจาการค้าระหว่างผู้ประกอบการดิจิทัลคอนเทนต์ไทยกับผู้ประกอบการ ดิจิทัลคอนเทนต์ต่างประเทศ โดยมีการจับคู่เจรจาการค้า จํานวนไม่น้อยกว่า ๖๔๐ คู่
    ๓.๑.๑๓ จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ประสานงาน จํานวนไม่น้อยกว่า ๓๐ ราย ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ลงทะเบียน และประสานงานการต้อนรับ เจ้าหน้าที่ประสานงานกลาง เจ้าหน้าที่ประสานงานผู้ประกอบการดิจิทัลคอนเทนต์ ไทยและผู้ประกอบการต่างชาติ เจ้าหน้าที่ประสานงานและอํานวยความสะดวกในการเจรจาการค้า โดยต้องสื่อสาร ภาษาไทยและภาษาต่างประเทศได้ และเจ้าหน้าที่ด้านเทคนิค เป็นต้น ทําหน้าที่ลงทะเบียน ประสานงานและ อํานวยความสะดวกในการดําเนินกิจกรรมเจรจาการค้า รวมถึงประสานกับงานฝ่ายจัดเลี้ยงของสถานที่จัดงานฯ และอํานวยความสะดวกในการบริการอาหารและเครื่องดื่ม ตลอดจนประสานงานกับสมาคมหรือหน่วยงาน
    ที่เกี่ยวข้องในการดําเนินกิจกรรม โดยมีเจ้าหน้าที่ประสานงานกลางหรือเจ้าหน้าที่ประสานงานผู้ประกอบการ ดิจิทัลคอนเทนต์ จํานวนรวมกันอย่างน้อย ๒ ราย ที่มีประสบการณ์การทํางานที่ผ่านมาเกี่ยวกับการเจรจาการค้า ระหว่างประเทศในธุรกิจดิจิทัลคอนเทนต์หรือคอนเทนต์ จํานวนไม่น้อยกว่า ๕ โครงการ พร้อมแนบประวัติโดยย่อ
    และผลงานที่ผ่านมาของเจ้าหน้าที่ประสานงานกลางหรือเจ้าหน้าที่ประสานงานผู้ประกอบการดิจิทัลคอนเทนต์
    สุทัตตา
    hitima.
    (ประธานกรรมการ)
    (กรรมการ)
    (กรรมการ)
  • C -
    ๓.๑.๑๔ จัดเตรียมล่ามภาษาต่างประเทศ จํานวนไม่น้อยกว่า ๒๐ ราย เพื่อแปลและอํานวยความสะดวก
    ระหว่างการเจรจาการค้าระหว่างผู้ประกอบการดิจิทัลคอนเทนต์ไทยกับผู้ประกอบการดิจิทัลคอนเทนต์ต่างประเทศ
    ๓.๑.๑๕ จัดทําคู่มือผู้ประกอบการดิจิทัลคอนเทนต์ไทยที่เข้าร่วมเจรจาการค้า (BIDC Business Matching Manual) เป็นภาษาไทย โดยประกอบด้วย ขั้นตอนการจัดทํานัดหมายเจรจาการค้าล่วงหน้า ขั้นตอน การเข้าร่วมเจรจาการค้าภายในพื้นที่ส่วนกลางของงาน และข้อมูลอื่นที่เป็นประโยชน์ รวมถึงเตรียมความพร้อม
    ผู้ประกอบการไทย
    ในการเข้าร่วมการเจรจาการค้าในอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์
    ๓.๑.๑๖ ดําเนินการเก็บบันทึกภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวตลอดระยะเวลากิจกรรม โดยเก็บลงใน USB หรือ External Hard Disk จัดส่งให้กรมฯ หลังเสร็จสิ้นกิจกรรม
    ๓.๑.๑๗ จัดทําวิดีโอสรุปภาพรวมกิจกรรมเจรจาการค้า พร้อมคําบรรยายเป็นภาษาอังกฤษ จํานวน ๒ ชุด ประกอบด้วย
    ๑) วิดีโอสรุปภาพรวมกิจกรรมเจรจาการค้า ระยะเวลาประมาณ ๑ – ๒ นาที จํานวน ๑ ชุด ๒) วิดีโอสรุปภาพรวมกิจกรรมเจรจาการค้า ระยะเวลาประมาณ ๓ - ๕ นาที จํานวน ๑ ชุด ๓.๑.๑๘ จัดหายานพาหนะที่เหมาะสม พร้อมคนขับรถ เพื่ออํานวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการ ดิจิทัลคอนเทนต์ต่างประเทศ อาทิ การรับ – ส่งสนามบิน พร้อมจัดให้มีเจ้าหน้าที่ประสานงาน จํานวนอย่างน้อย ๒ ราย เพื่อประสานงานและอํานวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการดิจิทัลคอนเทนต์ต่างประเทศ
    ๓.๑.๑๙ จัดทําสรุปข้อมูลผลการเจรจาการค้ารายวัน และส่งรายงานให้กรมฯ ทราบหลังจบงานทุกวัน ประกอบด้วยข้อมูล อาทิ มูลค่าการเจรจาที่เกิดขึ้นทันทีภายในงาน มูลค่าคาดการณ์ภายใน ๑ ปี และ ๒ - ๕ ปี หลังการจัดงาน จํานวนการจับคู่ธุรกิจ ประเภทของสินค้า/บริการที่ได้รับความสนใจ ประเทศที่มีการเจรจาสั่งซื้อสินค้า/ บริการ มูลค่าการเจรจาสั่งซื้อสินค้า/บริการรายประเทศ โดยแยกตามกลุ่มธุรกิจ
    ๓.๑.๒๐ จัดทําแบบประเมินผลการเจรจาการค้า ความพึงพอใจของผู้ประกอบการดิจิทัลคอนเทนต์ไทย ที่เข้าร่วมกิจกรรม พร้อมข้อเสนอแนะ เพื่อรวบรวมและวิเคราะห์เชิงธุรกิจ รวมถึงพัฒนาปรับปรุงการดําเนินงาน ให้ดีขึ้นในโอกาสต่อไป
    ๓.๑.๒๑ จัดทํารายงานสรุปผลการดําเนินงานของทุกกิจกรรมภายใต้กิจกรรมส่งเสริมธุรกิจดิจิทัล คอนเทนต์ในงาน Bangkok International Digital Content Festival 2026 (BIDC 2026) ประกอบด้วยหัวข้อ อาทิ
    ๑) สรุปผลเจรจาการค้าตามข้อ ๓.๑.๑๙ ทั้งแบบรายวันและภาพรวม
    คอนเทนต์ต่างประเทศ
    ต่างชาติ (ถ้ามี)
    ๒) ประเภทของสินค้า/บริการที่ได้รับความสนใจจากการเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการดิจิทัล
    ๓) ความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมกิจกรรม
    ๔) คู่แข่งทางการตลาดธุรกิจดิจิทัลคอนเทนต์ ๕) แนวโน้มธุรกิจดิจิทัลคอนเทนต์
    ๖) ปัญหา/อุปสรรคของธุรกิจดิจิทัลคอนเทนต์
    ๗) ข้อเสนอแนะ
    ๔) หัวข้ออื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการจัดกิจกรรมครั้งถัดไป รวมถึงข้อคิดเห็นจากผู้ประกอบการ
    ๙) รูปภาพประกอบ
    ๓.๑.๒๒ ดําเนินการจัดทําสรุปภาพรวมงาน Bangkok International Digital Content Festival 2026 (BIDC 2026) เป็นภาษาอังกฤษ และจัดทําร่างข่าวหลังงาน เพื่อกรมฯ ใช้ประชาสัมพันธ์กิจกรรมและศักยภาพ ของธุรกิจบริการดิจิทัลคอนเทนต์ไทยในเวทีนานาชาติต่อไป
    สุทัตตา
    (ประธานกรรมการ)
    กาง9พ
    (กรรมการ)
    Lihime -
    (กรรมการ)
  • ๕ -
    ๓.๒ การบริหารกิจกรรมการเจรจาการค้าภายในพื้นที่ส่วนกลางของงาน (General Matching) สําหรับ ทุกอุตสาหกรรมรูปแบบออนไซต์ (On-site Business Matching)
    ๓.๒.๑ จัดทําฐานข้อมูลผู้ประกอบการไทยและต่างชาติ (Company Profile) เพื่อใช้ในการนัดหมาย เจรจาการค้าก่อนและระหว่างการจัดงาน
    ๓.๒.๒ ดําเนินกิจกรรมเจรจาการค้าระหว่างผู้ประกอบการที่มาเจรจาการค้าภายในพื้นที่ส่วนกลาง ของงาน (General B2B Area) จัดเตรียมเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง เครื่องพิมพ์และอุปกรณ์ หรือ เครื่องมืออื่น ๆ ที่จําเป็นในการบริหารจัดการการเจรจาการค้า และจัดให้มีโสตทัศนูปกรณ์ อุปกรณ์สื่อสารภายใน สถานที่จัดกิจกรรม รวมถึงเจ้าหน้าที่ด้านเทคนิคเพื่อควบคุมโสตทัศนูปกรณ์ต่าง ๆ ตลอดการจัดกิจกรรม พร้อมนําเสนอแนวทางการบริหารกิจกรรมเจรจาการค้าให้เกิดการเจรจาการค้าสูงสุด จํานวนอย่างน้อย ๑ แนวทาง
    ๓.๒.๓ จัดเตรียมล่ามภาษาต่างประเทศ จํานวนไม่น้อยกว่า ๑๐ ราย เพื่อแปลและอํานวยความสะดวก ระหว่างการเจรจาการค้า
    ๓.๒.๔. จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ประสานงาน จํานวนไม่น้อยกว่า ๒๐ ราย ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ลงทะเบียน และประสานงานการต้อนรับ เจ้าหน้าที่ประสานงานและอํานวยความสะดวกในการเจรจาการค้าโดยต้องสื่อสาร ภาษาไทยและภาษาต่างประเทศได้ เป็นต้น ทําหน้าที่ลงทะเบียน ประสานงานและอํานวยความสะดวกในการ ดําเนินกิจกรรมเจรจาการค้า โดยมีเจ้าหน้าที่ประสานงาน จํานวนอย่างน้อย ๑ ราย ที่มีประสบการณ์การทํางาน ที่ผ่านมาเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ จํานวนไม่น้อยกว่า ๒ โครงการ พร้อมแนบประวัติโดยย่อ และ
    ผลงานที่ผ่านมา
    ๓.๒.๕ จัดทําแบบประเมินผลการเจรจาการค้า ความพึงพอใจของผู้ประกอบการดิจิทัลคอนเทนต์ไทย ที่เข้าร่วมกิจกรรม และข้อเสนอแนะ
    ๓.๒.๖ จัดทําสรุปข้อมูลผลการเจรจาการค้ารายวัน โดยส่งรายงานให้กรมฯ ทราบหลังจบงานทุกวัน ประกอบด้วยข้อมูล อาทิ มูลค่าการเจรจาที่เกิดขึ้นทันทีภายในงาน มูลค่าคาดการณ์ภายใน ๑ ปี และ ๒ - ๕ ปี หลังการจัดงาน จํานวนการจับคู่ธุรกิจ ประเภทของสินค้า/บริการที่ได้รับความสนใจ ประเทศที่มีการเจรจาสั่งซื้อสินค้า/ บริการ มูลค่าการเจรจาสั่งซื้อสินค้า/บริการรายประเทศ โดยแยกตามกลุ่มธุรกิจและกลุ่มอุตสาหกรรม
    ๓.๒.๗ จัดทํารายงานสรุปผลการเจรจาการค้าพร้อมประเมินผลกิจกรรม
    ๓.๒.๘ ดําเนินการเก็บบันทึกภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวตลอดระยะเวลากิจกรรม โดยเก็บลงใน USB หรือ External Hard Disk จัดส่งให้กรมฯ หลังเสร็จสิ้นกิจกรรม
    ๓.๓ การประเมินผล
    ๓.๓.๑ นําเสนอแผนดําเนินการและรายละเอียด/ขั้นตอนการดําเนินงาน เพื่อวิเคราะห์ประเมินผล
    ภาพรวมการจัดงาน TCM
    ๓.๓.๒ จัดทําแบบสอบถามประเมินผล ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยสามารถปรับเปลี่ยนได้ ตามความเห็นชอบของกรมฯ ซึ่งแบบสอบถามประเมินผลแบ่งออกเป็นประเภทต่าง ๆ ดังนี้
    ๑) แบบสอบถามประเมินผลสําหรับผู้เข้าร่วมงาน (Exhibitors) โดยแยกตามอุตสาหกรรม ประกอบด้วยหัวข้อต่าง ๆ อาทิ กลุ่มสินค้า/บริการ ขนาดบริษัท มูลค่าการสั่งซื้อ/เจรจาที่เกิดขึ้นทันทีภายในงาน มูลค่าการเจรจาสั่งซื้อคาดการณ์ภายใน ๑ ปี และ ๒ - ๕ ปี หลังการจัดงาน ประเภทของสินค้า/บริการที่ได้รับ ความสนใจ ประเทศที่มีการเจรจาสั่งซื้อสินค้า/บริการ มูลค่าการเจรจาสั่งซื้อสินค้า/บริการรายประเทศ และ
    ข้อเสนอแนะในการเข้าร่วมงาน
    ๒) แบบสอบถามประเมินผลผู้เข้าชมงานทั่วไป (Visitors) โดยครอบคลุมข้อมูลต่าง ๆ อาทิ ข้อมูลพื้นฐานและเหตุผลในการเข้าชมงานของผู้เข้าชมงาน ปัญหา/อุปสรรค และข้อเสนอแนะในการเข้าชมงาน
    สุทัต ท
    (ประธานกรรมการ)
    Onsam
    (กรรมการ)
    ……..
    hitima.
    (กรรมการ)๑.
    ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
    บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
    O (ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจํากัด
  • สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
    ไฟล์ข้อมูล………
  • บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
    ไฟล์ข้อมูล….
    O (ข) บริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด
  • สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
    ไฟล์ข้อมูล……
  • สําเนาหนังสือบริคณห์สนธิ
    ไฟล์ข้อมูล…
  • บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ
    ไฟล์ข้อมูล…… บัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) O ไม่มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ไฟล์ข้อมูล……
    ๒. ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอไม่เป็นนิติบุคคล
    ๓.
    O (ก) บุคคลธรรมดา
  • สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนของผู้นั้น
    ไฟล์ข้อมูล……
    O (ข) คณะบุคคล
  • สําเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน
  • สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน
    ไฟล์ข้อมูล……
    ไฟล์ข้อมูล……..
    ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า
  • สําเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า
    ไฟล์ข้อมูล…..
    (ก) ในกรณีผู้ร่วมค้าเป็นบุคคลธรรมดา
  • บุคคลสัญชาติไทย
    สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน
    ไฟล์ข้อมูล
    บุคคลที่มิใช่สัญชาติไทย
    ขนาดไฟล์…….
    ขนาดไฟล์……………
    ขนาดไฟล์……
    ขนาดไฟล์………..
    ขนาดไฟล์……
    ขนาดไฟล์………..
    ….. ขนาดไฟล์
    ….. ขนาดไฟล์…….
    ขนาดไฟล์
    …..uunalw………
    ขนาดไฟล์
    ขนาดไฟล์…….
    สําเนาหนังสือเดินทาง
    ไฟล์ข้อมูล………..
    …..vunalw……..

  • O (ข) ในกรณีผู้ร่วมค้าเป็นนิติบุคคล
  • ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจํากัด
    สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
    ไฟล์ข้อมูล..
    บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
    ไฟล์ข้อมูล…
    บริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด
    สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
    ไฟล์ข้อมูล……
  • สํานาหนังสือบริคณห์สนธิ
  • บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ
    ไฟล์ข้อมูล……..
    ไฟล์ข้อมูล..
    บัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี)
    ไม่มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่
    …..vunalw……..
    ขนาดไฟล์…..
    ขนาดไฟล์
    ……………….
    ขนาดไฟล์…….
    ขนาดไฟล์…………..
    ขนาดไฟล์……
    มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่
    ไฟล์……………..
    ขนาดไฟล์………
    ๔. แบบตรวจสอบข้อมูลของผู้ประกอบการที่จะเข้าร่วมการเสนอราคาในโครงการที่มีวงเงินจัดซื้อ
    จัดจ้างตั้งแต่ ๓๐๐ ล้านบาทขึ้นไป
    ไฟล์ข้อมูล
    ขนาดไฟล์…..
    ๕. แบบข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) ความร่วมมือป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (สําหรับส่วนราชการ/รัฐวิสาหกิจ/องค์การมหาชน/หน่วยงานของรัฐและภาคเอกชน) กรณีโครงการ จัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินตั้งแต่ ๑,๐๐๐ ล้านบาทขึ้นไป
    0 5. อื่น ๆ (ถ้ามี)
    ไฟล์ข้อมูล……
    ไฟล์ข้อมูล…….
    ไฟล์ข้อมูล……
    ขนาดไฟล์……..
    ขนาดไฟล์……
    ขนาดไฟล์…….
    ข้าพเจ้าขอรับรองว่า เอกสารหลักฐานที่ข้าพเจ้ายื่นพร้อมการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
    ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในการคัดเลือกครั้งนี้ถูกต้องและเป็นความจริงทุกประการ
    ลงชื่อ…….
    ผู้ยื่นข้อเสนอ
    (…………….0
    0
    0
    0
    0
    บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
    ๑. แค็ตตาล็อกและหรือแบบรูปรายการละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
    ไฟล์ข้อมูล…..
    ขนาดไฟล์…….
    ๒. สําเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) (ถ้ามี)
    ไฟล์ข้อมูล…
    ขนาดไฟล์……
    ๓. สรุปรายละเอียดประกอบการอธิบายเอกสารตามที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้จัดส่งภายหลังวันเสนอ
    ราคา เพื่อใช้ในประกอบการพิจารณา (ถ้ามี) ดังนี้
    ๓.๑
    ไฟล์ข้อมูล
    ๓.๒ ……
    ไฟล์ข้อมูล……
    ๔. อื่นๆ (ถ้ามี)
    ……….
    ไฟล์ข้อมูล……
    ๔.๒……..
    ไฟล์ข้อมูล……
    ๔.๓……….
    ขนาดไฟล์……
    ขนาดไฟล์………………….
    ขนาดไฟล์……………….
    ขนาดไฟล์…..
    ไฟล์ข้อมูล….
    ข้าพเจ้าขอรับรองว่าเอกสารหลักฐานที่ข้าพเจ้าได้ยื่นมาพร้อมการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ
    จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในการคัดเลือกครั้งนี้ถูกต้องและเป็นความจริงทุกประการ
    ลงชื่อ….

    ……………….
    ขนาดไฟล์………………บทนิยาม
    “ผลงาน” หมายความว่า ผลงานที่ใช้เทคนิคในการดําเนินการอย่างเดียวกันกับงานที่
    ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    และต้องคํานึงถึงมูลค่าของราคาค่างานที่ผู้ยื่นข้อเสนอเคยดําเนินการมาแล้ว
    ซึ่งการจะเห็นถึงขีดความสามารถนี้ได้ก็ย่อมจะต้องเป็นการบริหารงานภายใต้การจ้างครั้งเดียวมิใช่การจ้าง
    ในหลาย ๆ ครั้งมารวมกัน โดยผลงานที่นํามายื่นจึงต้องเป็นผลงานของผู้ยื่นข้อเสนอในสัญญาเดียวเท่านั้น
    และเป็นสัญญาที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้ทํางานแล้วเสร็จตามสัญญาที่ได้มีการส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
    ซึ่งหนังสือรับรองผลงานก่อสร้างดังกล่าว หน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชนซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างจะต้องเป็น ผู้ออกหนังสือรับรองผลงานก่อสร้างให้กับผู้ยื่นข้อเสนอDITP ใบแจ้งการชําระเงินผ่านธนาคารกรุงไทย
    DEPARTMENT OF
    INTERNATIONAL TRADE PROMOTION MINGTON OF COMMERCE, THAILAND
    ชื่อหน่วยงาน
    กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
    Company Code
    741542
    Biller ID
    099400015966874
    ชื่อ-นามสกุล(ผู้ชําระเงิน)
    Ref. 1 :69059122010
    Ref. 2 :1
    เงินสด (Cash)
    เงินโอน (Transfer)
    ประกวดราคาจ้างกิจกรรมส่งเสริมธุรกิจดิจิทัลคอนเทนต์ในงาน Bangkok
    จํานวนเงินเป็นตัวอักษร (Amount in letter)
    บาท (Baht)
    สี่แสนบาทถ้วน
    ธนาคาร (Bank)
    ผู้ฝากเงิน
    ………..
    เบอร
    ……
    ใบแจ้งการชําระเงินผ่านธนาคารกรุงไทย
  • ชื่อหน่วยงาน
    กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
    Krungthai Company Code
    741542
    กรุงไทย
    Biller ID
    099400015966874
    ชื่อ-นามสกุล(ผู้สําระเงิน)
    Ref. 1 :69059122010
    Ref. 2 :1
    เงินสด (Cash)
    เงินโอน (Transfer)
    ส่วนของผู้ชําระเงิน
    วันที่ 19/05/2026
    สาขา (Branch)
    จํานวนเงินเป็นตัวเลข (Amount in digit)
    เจ้าหน้าที่ธนาคาร (ตราประทับ)
    400,000.00
    ประกวดราคาจ้างกิจกรรมส่งเสริมธุรกิจดิจิทัลคอนเทนต์ในงาน Bangkok
    จํานวนเงินเป็นตัวอักษร (Amount in letter)
    บาท (Baht)
    สี่แสนบาทถ้วน
    ผู้ฝากเงิน
    หมายเหตุ สามารถชําระเงินได้ที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา ATM ระบบ อินเทอร์เน็ต Krungthai NEXT และช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ของทุกธนาคาร
    เบอร
    ส่วนของธนาคาร
    วันที่……..
    |099400015966874 69059122010 1 40000000
    ธนาคาร (Bank)
    สาขา (Branch)
    จํานวนเงินเป็นตัวเลข (Amount in digit)
    400,000.00
    เจ้าหน้าที่ธนาคาร (ตราประทับ)(สำเนา)
    ประกาศกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
    เรื่อง ประกวดราคาจ้างกิจกรรมส่งเสริมธุรกิจดิจิทัลคอนเทนต์ในงาน Bangkok International Digital Content Festival ๒๐๒๖ (BIDC ๒๐๒๖)
    ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างกิจกรรมส่งเสริม ธุรกิจดิจิทัลคอนเทนต์ในงาน Bangkok International Digital Content Festival ๒๐๒๖ (BIDC ๒๐๒๖) ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ราคากลางของงานจ้าง ในการประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงิน ทั้งสิ้น ๘,๔๖๓,๓๓๓.๓๔ บาท (แปดล้านสี่แสนหกหมื่นสามพันสามร้อยสามสิบสามบาทสามสิบสี่สตางค์) จำนวน ๑ รายการ
    ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน วันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
    ๑. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กำหนด ๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๙ ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐ น. ถึง ๑๒.๐๐ น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่ ประกาศจนถึงวันเสนอราคา
    ทั้งนี้ ผู้เสนอราคาจะต้องนำเสนอข้อเสนอทางเทคนิคและขั้นตอนการดำเนินโครงการตาม ขอบเขตงานจ้าง (TOR) ในวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๐.๐๐ น. เป็นต้นไป รายละ ๓๐ นาที และ ตอบข้อซักถามจากคณะกรรมการฯ รายละไม่เกิน ๑๕ นาที ณ ห้องประชุม ๑ สำนักพัฒนาและส่งเสริมธุรกิจ บริการ ชั้น ๖ อาคาร ๒ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ อาคารริมถนน เลขที่ ๕๖๓ ถนนนนทบุรี ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ๑๑๐๐๐ ทั้งนี้ กรมฯ จะไม่พิจารณาข้อ เสนอด้านเทคนิคของผู้เสนอราคาที่ไม่มานำเสนองานตามวันและเวลาที่กรมฯ กำหนด
    ๓. ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่ ๑๒๒/๒๕๖๙ ลงวันที่ ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ www.ditp.go.th หรือ www.gprocurement.go.th
    ประกาศ ณ วันที่ ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๙
    สำเนาถูกต้อง
    รุ่งวรา อังศธรรมรัตน์
    (นางสาวรุ่งวรา อังศธรรมรัตน์) นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการ
    พรวิช ศิลาอ่อน
    (นายพรวิช ศิลาอ่อน)
    รองอธิบดี ปฏิบัติราชการแทน
    อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
    ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๙ โดย นางสาวรุ่งวรา อังศธรรมรัตน์ นักวิชาการ พาณิชย์ชำนาญการ(สำเนา)
    เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    เลขที่ ๑๒๒/๒๕๖๙
    การจ้างกิจกรรมส่งเสริมธุรกิจดิจิทัลคอนเทนต์ในงาน Bangkok International Digital Content Festival ๒๐๒๖ (BIDC ๒๐๒๖)
    ตามประกาศ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
    ลงวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๙
    กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “กรม” มีความประสงค์จะประกวดราคา จ้างกิจกรรมส่งเสริมธุรกิจดิจิทัลคอนเทนต์ในงาน Bangkok International Digital Content Festival ๒๐๒๖ (BIDC ๒๐๒๖) ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามรายการ ดังนี้
    จ้างกิจกรรมส่งเสริมธุรกิจดิจิทัลคอน
    เทนต์ในงาน Bangkok
    International Digital Content
    Festival ๒๐๒๖ (BIDC ๒๐๒๖)
    โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
    จำนวน ๑ โครงการ
    ๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    ๑.๑ ขอบเขตของงาน
    ๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างทำของ
    ๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
    (๑) หลักประกันการเสนอราคา
    (๒) หลักประกันสัญญา
    ๑.๕ บทนิยาม
    (๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
    (๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
    ๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
    (๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
    ๑.๗ แผนการทำงาน
    ๑.๘ ใบแจ้งการชำระเงิน สำหรับชำระเงินหลักประกันการเสนอราคา ๑.๙ แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
    ๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
    ๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
    ๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    ๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    ๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
    ๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
    ๒.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
    ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กรม ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขันอย่างเป็น ธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
    ๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    ๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
    กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
    (๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
    (๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
    ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
    (๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้ เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
    ๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
    ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
    ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๒ ล้านบาท
    ๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
    ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
    (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ
    ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ
    ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
    (๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
    (๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
    (๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
    (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
    ๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง (กิจกรรม เจรจาการค้า) และเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการ ส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานเอกชนที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเชื่อถือ โดยมีหลักฐานการ ดำเนินงานหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องหรือหนังสือรับรองผลงาน อย่างน้อย ๒ ผลงาน ทั้งนี้ ทางกรมฯ ขอสงวน
    สิทธิ์ที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริง
    ๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
    ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
    ๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
    (๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
    (ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
    (ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น
    ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๒ ล้านบาท
    ๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
    (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ
    มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ (ถ้ามี)
    (๖) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ามี)
    (๗) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
    (๑) หลักประกันการเสนอราคา ตามข้อ ๕
    (๒) เอกสารข้อเสนอด้านเทคนิค
    (๓) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๔. การเสนอราคา
    ๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
    ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๑๒๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอ ราคาโดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคา มิได้
    ๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม ๒๕๖๙
    ๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    ๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๙ ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐ น. ถึง ๑๒.๐๐ น. และเวลาในการ เสนอราคาให้ถือตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์ เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
    ๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่กรมผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
    หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และกรม จะพิจารณาลงโทษผู้ ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่กรมจะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ริเริ่มให้มีการกระ ทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของกรม
    ๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
    (๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
    (๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน
    เวลา ที่กำหนด
    (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
    ๔.๑๐ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา ๕. หลักประกันการเสนอราคา
    ผู้ยื่นข้อเสนอต้องวางหลักประกันการเสนอราคาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบการ จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ จำนวน ๔๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท (สี่แสนบาทถ้วน)
    ๕.๑ เงินสด
    ๕.๒ หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศตามแบบที่คณะ กรรมการนโยบายกำหนด
    ๕.๓ พันธบัตรรัฐบาลไทย
    ๕.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด
    กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอนำพันธบัตรรัฐบาลไทยหรือหนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ มาวางเป็นหลักประกันการเสนอราคาจะต้องส่งต้นฉบับเอกสารดังกล่าวมาให้กรม ตรวจสอบความถูกต้องในวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๙ ระหว่างเวลา ๐๘.๓๐ น. ถึง ๑๖.๓๐ น. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอประสงค์จะวางหลักประกันการเสนอราคาเป็นเงินสด ให้ผู้ยื่นข้อเสนอ ดำเนินการชำระเงินผ่านช่องทางการชำระเงิน ดังนี้
    ผ่านบริการรับชำระเงิน (Bill Payment) ผ่านระบบ KTB Corporate Online ตามใบ แจ้งการชำระเงิน ที่แนบมาพร้อมกับเอกสารเชิญชวนนี้
    และส่งหลักฐานการชำระเงินกับธนาคาร พร้อมทั้งแบบแจ้งความประสงค์ชำระเงินค่า หลักประกันการเสนอราคา (เฉพาะกรณีที่มีหลักประกันการเสนอราคาหลายรายการพิจารณา) มาให้ กรม ตรวจสอบความถูกต้อง โดยยื่นมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอผ่านระบบ e-GP โดยการชำระเงินและส่งหลักฐาน การชำระเงินให้ดำเนินการในวันและเวลาที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันและเวลาเสนอราคาเท่านั้น
    กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ประสงค์จะใช้หนังสือ ค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารในประเทศเป็นหลักประกันการเสนอราคาให้ระบุชื่อผู้เข้าร่วมค้ารายที่ สัญญาร่วมค้ากำหนดให้เป็นผู้เข้ายื่นข้อเสนอกับหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
    หลักประกันการเสนอราคาตามข้อนี้ กรมจะคืนให้ผู้ยื่นข้อเสนอหรือผู้ค้ำประกันภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่กรมได้พิจารณาเห็นชอบรายงานผลคัดเลือกผู้ชนะการประกวดราคาเรียบร้อยแล้ว เว้นแต่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่คัดเลือกไว้ซึ่งเสนอราคาต่ำสุดหรือได้คะแนนรวมสูงสุดไม่เกิน ๓ ราย ให้คืนได้ต่อเมื่อ ได้ทำสัญญาหรือข้อตกลง หรือผู้ยื่นข้อเสนอได้พ้นจากข้อผูกพันแล้ว
    การคืนหลักประกันการเสนอราคา ไม่ว่าในกรณีใด ๆ จะคืนให้โดยไม่มีดอกเบี้ย ๖. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
    ๖.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ กรมจะ พิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น
    ๖.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
    กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กรม
    จะพิจารณาโดยให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด ดังนี้
    ๖.๒.๑ จ้างกิจกรรมส่งเสริมธุรกิจดิจิทัลคอนเทนต์ในงาน Bangkok International Digital Content Festival ๒๐๒๖ (BIDC ๒๐๒๖)
    (๑) ราคาที่ยื่นข้อเสนอ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๓๐.๐๐ โดยมี วิธีการให้คะแนน ดังนี้ ๑๐๐ - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * ๑๐๐) (๒) ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนอื่นๆ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๗๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ คณะกรรมการพิจารณาโดยเปรียบเทียบจากเอกสารและการนำเสนอที่ผู้ ยื่นข้อเสนอได้เสนอมา และการให้คะแนนพิจารณาตามเกณฑ์
    โดยกำหนดให้น้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ ๑๐๐
    ๖.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กรมกำหนดไว้ในประกาศและ เอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้ เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจ พิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
    ๖.๔ กรมสงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ในกรณี ดังต่อไปนี้
    (๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย
    อิเล็กทรอนิกส์
    (๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๖.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรม มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ กรมมีสิทธิที่จะไม่รับข้อ เสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๖.๖ กรมทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่เสนอ ทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจจะ ยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของกรมเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งกรมจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และลงโทษผู้ยื่นข้อ เสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อ เสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมา ยื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
    ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรม จะให้ผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ กรม มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอหรือไม่รับราคาของ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใดๆ จากกรม ๖.๗ ก่อนลงนามในสัญญากรม อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการคัดเลือก มีผล ประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือสมยอม กันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใดในการเสนอราคา ๗. การทำสัญญาจ้าง
    ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับกรม ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวาง หลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้กรม ยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
    ๗.๑ เงินสด
    ๗.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่กรม ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ใช้ เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ ๗.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง
    กำหนด
    ๗.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๗.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
    หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
    หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งกรม ได้รับมอบไว้ แล้ว
    ๘. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
    กรม จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่าย ทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฎิบัติงานถูกต้องและ ครบถ้วนตามสัญญาจ้างหรือข้อตกลง และกรมได้ตรวจรับมอบงานจ้างเรียบร้อยแล้ว ๙. อัตราค่าปรับ
    ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
    ๙.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากกรม จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงานจ้างช่วง นั้น
    ๙.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๙.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง
    ๑๐. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
    ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้ทำสัญญาจ้างตามแบบดังระบุในข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายใน ระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๑ เดือน นับถัดจากวันที่กรมได้รับมอบงาน โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ ดีดังเดิมภายใน ๕ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง
    ๑๑. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
    ๑๑.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ กรมได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจากเงิน งบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
    ๑๑.๒ เมื่อกรมได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้างตามการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจากต่าง
    ประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ตาม ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
    (๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
    (๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
    (๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
    ๑๑.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งกรมได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ ภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ กรมจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ออกหนังสือ ค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้งจะพิจารณา
    ให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ๑๑.๔ กรมสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือข้อ ตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
    ๑๑.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของกรม คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อเสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
    ๑๑.๖ กรม อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะ เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากกรมไม่ได้
    (๑) กรมไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ไม่ เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
    (๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
    (๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่กรม หรือ กระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
    (๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
    ๑๑.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
    ๑๒. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
    ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
    ๑๓. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
    กรม สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการ คัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
    ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับกรม ไว้ชั่วคราว
    กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
    ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๙
    สำเนาถูกต้อง
    รุ่งวรา อังศธรรมรัตน์
    (นางสาวรุ่งวรา อังศธรรมรัตน์)
    นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการ
    ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๙
    โดย นางสาวรุ่งวรา อังศธรรมรัตน์ นักวิชาการ
    พาณิชย์ชำนาญการ