ประกวดราคาซื้อวัสดุการแพทย์ (ออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ จำนวน ๑๑๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร)
โรงพยาบาลสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช ดำเนินการจัดซื้อออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ เพื่อรองรับภารกิจการรักษาพยาบาลและฟื้นฟูสภาพผู้ป่วยให้มีความเพียงพอและปลอดภัย โดยมีปริมาณการจัดซื้อประมาณการ 110,000 ลูกบาศก์เมตร ภายใต้งบประมาณ 1,423,400 บาท และราคากลาง 1,505,500 บาท (ราคาต่อหน่วย 13.69 บาท)
ขอบเขตงานครอบคลุมตั้งแต่การจัดหา ติดตั้งถังเก็บออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ขนาดไม่น้อยกว่า 20,000 ลิตร ที่ได้มาตรฐาน ASME หรือเทียบเท่า พร้อมระบบ Vaporizer และระบบ Telemetry เพื่อตรวจสอบปริมาณการใช้งานทางไกล รวมถึงการปรับปรุงฐานรากให้รองรับน้ำหนักและแผ่นดินไหวได้ โดยต้องติดตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับจากวันทำสัญญา ผู้เสนอราคาต้องมีศักยภาพในการผลิตและจัดส่งออกซิเจนเหลวที่มีมาตรฐาน มอก.540-2564 อย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 365 วัน
จุดเน้นสำคัญคือมาตรฐานความปลอดภัย ผู้ขายต้องมีกรมธรรม์ประกันภัยความรับผิดชอบไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท มีระบบสัญญาณเตือนภัย (Alarm System) ทั้งแสงและเสียงที่ทำงานได้แม้ไฟฟ้าดับ และมีบริการซ่อมบำรุงฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ผู้ขายต้องมีโรงงานผลิตอย่างน้อย 2 แห่งในต่างภูมิภาค เพื่อประกันความเสี่ยงในการจัดส่งสินค้ากรณีเกิดภัยพิบัติหรือเหตุสุดวิสัย
English summary
Sichon Hospital, Nakhon Si Thammarat, is procuring medical liquid oxygen with an estimated volume of 110,000 cubic meters to support patient care and rehabilitation. The project requires the installation of a liquid oxygen storage tank (minimum 20,000 liters) compliant with ASME standards, including a vaporizer system and remote telemetry for monitoring. The contractor must ensure a continuous supply of medical-grade oxygen (TIS 540-2564) for 365 days. Key requirements include a 1-billion-baht liability insurance policy, a 24/7 emergency maintenance service, and a redundant supply chain with at least two production facilities in different regions to ensure operational continuity.
โรงพยาบาลสิชล อำเภอสิชล
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อใช้ในภารกิจการรักษาพยาบาลและฟื้นฟูสภาพผู้ป่วยในโรงพยาบาลสิชลอย่างเพียงพอและปลอดภัย
ขอบเขตของงาน
- จัดหาและติดตั้งถังเก็บออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ขนาดไม่น้อยกว่า 20,000 ลิตร
- ติดตั้งระบบ Vaporizer และระบบควบคุมความดันอัตโนมัติ
- ติดตั้งระบบตรวจสอบปริมาณออกซิเจนทางไกล (Telemetry)
- ปรับปรุงฐานรากคอนกรีตและรั้วตาข่ายให้ได้มาตรฐานความปลอดภัยและรองรับแผ่นดินไหว
- จัดส่งออกซิเจนเหลวตามใบสั่งซื้อภายใน 30 วัน
- ให้บริการซ่อมบำรุงและแจ้งเหตุฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง
- จัดฝึกอบรมการใช้งานและความปลอดภัยให้บุคลากรโรงพยาบาลปีละ 1 ครั้ง
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- ออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ (มาตรฐาน มอก.540-2564) ปริมาณประมาณการ 110,000 ลูกบาศก์เมตร
- ถังเก็บออกซิเจนเหลวขนาดไม่น้อยกว่า 20,000 ลิตร (มาตรฐาน ASME)
- ระบบสัญญาณเตือนภัย (Low Level, Pressure Alarms)
- รายงานการตรวจสอบและซ่อมบำรุงอุปกรณ์ประจำปี
- กรมธรรม์ประกันภัยความรับผิดชอบวงเงินไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาสัญญา 365 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
- การติดตั้งถังและระบบต้องแล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับจากวันทำสัญญาและส่งมอบพื้นที่
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Experience: ต้องเป็นผู้ผลิตออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ไม่น้อยกว่า 5 ปี
- Experience: ต้องมีผลงานการผลิตและจำหน่ายให้โรงพยาบาลรัฐ/โรงพยาบาลในกำกับของรัฐ ขนาดโรงพยาบาลทั่วไปหรือศูนย์ ไม่น้อยกว่า 3 แห่ง
- Technical Capabilities: ต้องมีโรงงานผลิตอย่างน้อย 2 แห่งในต่างภูมิภาค กำลังการผลิตรวมไม่ต่ำกว่า 900,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน
- Standards Compliance: โรงงานผลิตต้องได้รับรองมาตรฐาน ISO 9001 และ ISO 14001 หรือมาตรฐาน GHP
- Personnel: ต้องมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในการส่งและเติมออกซิเจนเหลว
- Financial: ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียนตามเกณฑ์ที่กำหนด (หรือวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของงบประมาณ)
เกณฑ์การพิจารณา
- พิจารณาโดยใช้เกณฑ์ราคา (Price-based) โดยพิจารณาจากราคาต่อหน่วย
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- ออกซิเจนเหลว: มาตรฐาน มอก.540-2564
- ถังเก็บ: มาตรฐาน ASME หรือเทียบเท่า, ผนัง 2 ชั้นแบบสุญญากาศ, มีมาตรวัดระดับและมาตรวัดความดัน
- ระบบความปลอดภัย: สัญญาณเตือนภัยเสียงไม่ต่ำกว่า 80 เดซิเบล, ระบบสำรองไฟฟ้า, ระบบแจ้งเตือนความดันผิดปกติ
เงื่อนไขสัญญา
- การจ่ายเงิน: จ่ายเงินตามใบสั่งซื้อแต่ละงวดหลังจากตรวจรับพัสดุถูกต้อง
- ค่าปรับ: ร้อยละ 0.2 ของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้ส่งมอบต่อวัน
- การรับประกัน: รับประกันความชำรุดบกพร่องภายใน 30 วันนับจากวันตรวจรับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: ถังเก็บออกซิเจนเหลวที่ติดตั้งจะเป็นกรรมสิทธิ์ของใครเมื่อครบสัญญา? A: ถังออกซิเจนจะถือเป็นสมบัติของผู้ขาย
- Q: หากไฟฟ้าดับ ระบบสัญญาณเตือนภัยจะยังทำงานหรือไม่? A: ต้องสามารถทำงานได้จากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองของโรงพยาบาลทันที
- Q: การคำนวณปริมาณออกซิเจนเหลวที่เติมใช้วิธีใด? A: ใช้การคำนวณตามหลักเทอร์โมไดนามิก (1 ลิตร = 0.877 ลูกบาศก์เมตร)
- Q: ต้องมีประกันภัยวงเงินเท่าใด? A: วงเงินประกันภัยไม่ต่ำกว่า 1,000,000,000 บาท
- Q: หากโรงงานผลิตแห่งหนึ่งชำรุด ผู้ขายต้องทำอย่างไร? A: ต้องมีโรงงานสำรองในต่างภูมิภาคที่สามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง
- Q: การติดตั้งถังต้องเสร็จภายในกี่วัน? A: ภายใน 60 วันนับจากวันทำสัญญาและส่งมอบพื้นที่
- Q: ผู้ขายต้องจัดฝึกอบรมบุคลากรบ่อยแค่ไหน? A: อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
- Q: ระบบ Telemetry มีไว้เพื่ออะไร? A: เพื่อตรวจสอบปริมาณออกซิเจนเหลวคงเหลือในถังของโรงพยาบาลแบบทางไกล
- Q: ความดันในระบบท่อของโรงพยาบาลที่กำหนดคือเท่าใด? A: อยู่ในช่วง 50-60 psi
- Q: กรณีฉุกเฉินผู้ขายต้องมีบริการอย่างไร? A: บริการแจ้งเหตุและซ่อมบำรุงตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
๑. ความเป็นมา
รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะและราคากลาง
ออกซิเจนเหลวทางการแพทย์
โรงพยาบาลสิชล อําเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช
ตามที่โรงพยาบาลสิชลได้จัดทําแผนการจัดซื้อโครงการจัดซื้อแก๊สทางการแพทย์ บัดนี้โรงพยาบาลสิชล มีความจําเป็นที่จะต้องจัดซื้อออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ ประมาณการจัดซื้อ ๑๑๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร เพื่อ ใช้ในภารกิจการรักษาพยาบาลและฟื้นฟูสภาพผู้ป่วยในโรงพยาบาลสิชล อย่างเพียงพอและปลอดภัย
๒. วัตถุประสงค์
๓.
เพื่อใช้ในภารกิจการรักษาพยาบาลและฟื้นฟูสภาพผู้ป่วยในโรงพยาบาลสิชล อย่างเพียงพอและปลอดภัย
คุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอ
๓.๑ คุณสมบัติทั่วไป ดังนี้
๓.๑.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๓.๑.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ๓.๑.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๓.๑.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของ
กรมบัญชีกลาง
๓.๑.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของ
หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๓.๑.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง และ การบริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๓.๑.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพขายพัสดุที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
๓.๑.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ จังหวัด ณ วัน ประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขันอย่างเป็นธรรมใน การประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ กิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่ กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน เว้นแต่ในกรณีกิจการร่วมค้าที่มีข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้า รายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นสามารถใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็น ผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้า หลักข้อตกลงดังกล่าวจะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่า ตามสัญญา มากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(ลงชื่อ)…
ประธานกรรมการ
(ลงชื่อ) : 0 ..กรรมการ (ลงชื่อ)…………………………………
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic
Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
๓.๑.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ เป็นไปตามหนังสือคณะกรรมการ วินิจฉัยปัญหา การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค(กวจ) ที่ ๐๔๐๕.๒/ว ๑๒๔ ลงวันที่ 9 มีนาคม ๒๕๖๐๖ ดังนี้ (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกิน กว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดง ฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงาน งบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่น ข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า ๑ ล้านบาท
(๓) สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่น ข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา โดยพิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ
รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
(๔) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียนหรือมีแต่ไม่เพียง พอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัท
เงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบ
ธุรกิจค้าประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย
แจ้งเวียนให้ทราบโดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขา รับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐
วัน)
(๕) กรณีตาม (๑) - (๔) ยกเว้นสําหรับกรณีดังต่อไปนี้
(๕.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ
(๕.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม
พระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๖๑
๓.๒ คุณสมบัติเฉพาะ ดังนี้
๓.๒.๑ เป็นผู้ผลิตออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐานอย่างน้อย ๕ ปี โดยต้องแนบ
หลักฐานใบอนุญาตประกอบกิจการประกอบกับเอกสารประกวดราคา
๓.๒.๒ ผู้ขายต้องประกอบกิจการผลิตและจัดจําหน่ายออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ให้ โรงพยาบาลรัฐ / โรงพยาบาลในกํากับของรัฐ ต้องมีขนาดเทียบเท่าโรงพยาบาลทั่วไป หรือ โรงพยาบาลศูนย์ จํานวนไม่ต่ํากว่า ๓ โรงพยาบาล โดยต้องแนบหลักฐานเอกสารรับรองการใช้งานหรือสําเนาสัญญาจะซื้อจะขาย ของโรงพยาบาลทั้ง ๓ แห่ง เพื่อให้โรงพยาบาลมั่นใจได้ว่าผู้ให้บริการมีประสบการณ์ในการให้บริการ โรงพยาบาลขนาดใหญ่ได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
๓
(ลงชื่อ) - (ลงชื่อ) ร ท ญ
ประธานกรรมการ
……………. .กรรมการ
(avto). Num……………………….
eeeeee
๓
๓.๒.๓ ผู้ขายต้องสามารถจัดหาออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ ให้กับโรงพยาบาลสิชล ได้อย่าง เพียงพอและไม่ขาดแคลน เพื่อให้การดําเนินงานของโรงพยาบาลสิชล สามารถดําเนินไปได้โดยปกติตลอด
สัญญา
และเร่งด่วนได้
๓.๒.๔ ผู้ขายต้องสามารถจัดหาออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ ให้กับโรงพยาบาลในกรณีฉุกเฉิน
๓.๒.๕ กรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน ผู้ขายต้องมีบริการแจ้งเหตุและซ่อมบํารุงกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินต่อถัง เก็บออกซิเจนเหลว หรือระบบท่อของผู้ขายเองตลอด ๒๔ ชั่วโมง พร้อมทั้งต้องจัดหาแก๊สอัดบรรจุท่อ (Oxygen Compressed Cylinder) สํารองพร้อมบรรจุให้กับทางโรงพยาบาล ได้อย่างเพียงพอและต่อเนื่องโดยสามารถ ปฏิบัติได้จริงในเขตพื้นที่ โดยให้แนบเอกสารรับรอง ประกอบการพิจารณาพร้อมเอกสารประกวดราคา
๓.๒.๖ ผู้ขายจะต้องมีโรงงานผลิตออกซิเจนเหลว ไม่น้อยกว่า ๒ โรงงาน ซึ่งอยู่ต่างภูมิภาคกัน เป็นของตนเอง และมีกําลังการผลิตออกซิเจนเหลวโดยรวมแล้วไม่ต่ํากว่า 900,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ทั้งนี้ เพื่อว่าหากโรงงานใดโรงงานหนึ่งเกิดความชํารุด เสียหาย หรือได้รับภัยธรรมชาติ เช่น อุทกภัย ไม่สามารถจัดส่ง ออกซิเจนเหลวได้ หรือด้วยสาเหตุอื่นใดก็ตาม โรงงานที่เหลือจะยังสามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่องและ ปลอดภัย โดยต้องแนบหลักฐานใบอนุญาตประกอบกิจการของทั้ง ๒ แห่งประกอบกับเอกสารประกวดราคา
๓.๒.๗ ผู้ขายต้องมีโรงงานผลิตออกซิเจนเหลวอย่างน้อย ๒ แห่งที่ได้รับการรับรองระบบ บริหารงานคุณภาพตามมาตรฐานเลขที่ ISO ๙๐๐๑ และ ISO ๑๔๐๐๑ หรือโรงงานอย่างน้อย ๑ แห่งที่ได้รับ การรับรองมาตรฐานการจัดการสุขลักษณะที่ดีในสถานประกอบการตามมาตรฐาน GHP จากสถาบันรับรอง มาตรฐานไอเอสโอ หรือหน่วยงานที่เชื่อถือได้ และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตามมาตรฐานดังกล่าวข้างต้น โดยต้องแนบหลักฐานสําเนาใบรับรองดังกล่าวประกอบกับเอกสารประกวดราคา
๔. รายละเอียดและคุณลักษณะเฉพาะ
๔.๑ ออกซิเจนเหลวทางการแพทย์
๔.๑.๑ ต้องได้มาตรฐานออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ตาม มอก.๕๔๐-๒๕๖๔ โดยต้องแนบ เอกสารการทดสอบมาตรฐานประกอบกับเอกสารประกวดราคา (ยื่นพร้อมการเสนอราคา)
๔.๒ ถังเก็บออกซิเจนเหลวทางการแพทย์
๔.๒.๑ มาตรฐานของถังบรรจุออกซิเจนเหลวต้องเป็นถังที่ผลิตตามมาตรฐาน ASME (American Society of Mechanical Engineers) หรือมาตรฐานสากลอื่นที่เทียบเท่า แนบเอกสารรับรองประกอบกับ เอกสารประกวดราคา (ยื่นพร้อมการเสนอราคา)
๔.๒.๒ เป็นถังที่ใช้เก็บออกซิเจนเหลวทางการแพทย์เท่านั้น มีข้อมูลวัน เดือน ปี ที่ผลิตติดที่ตัวถัง บรรจุชัดเจน ผู้ขายต้องมีเอกสารรับรองการตรวจสอบความปลอดภัยของถังบรรจุตามมาตรฐานมาแสดงใน วันส่งมอบงาน
๔.๒.๓ ถังบรรจุออกซิเจนเหลวมีขนาดไม่น้อยกว่า ๒๐,๐๐๐ ลิตร (โดยเมื่อครบกําหนดสัญญาแล้ว ถังออกซิเจนจะถือเป็นสมบัติของผู้ขาย)
๔.๒.๔ ตัวถังบรรจุมีผนังเป็น ๒ ชั้น โดยถังชั้นในต้องทําด้วยเหล็กกล้าไร้สนิม (Stainless Steel) ช่องว่างระหว่างถังชั้นในและถังชั้นนอกเป็นระบบสุญญากาศบุด้วยฉนวนอย่างดีไม่มีรอยรั่วซึม
๔.๒.๕ มีมาตรวัดระดับออกซิเจนเหลวที่เห็นได้ชัดเจน
(ลงชื่อ)……… (ลงชื่อ) 211 1000-
ประธานกรรมการ
กรรมการ
(ลงชื่อ)………………………….
๔
๔.๒.๖ มีมาตรวัดความดันพร้อมอุปกรณ์ควบคุมความดัน (Pressure-Relief) ที่สามารถทํางาน อย่างอัตโนมัติ และสามารถควบคุมความดันให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมต่อการใช้งานและไม่เกิดอันตรายได้
๔.๒.๗ มีอุปกรณ์เปลี่ยนสถานะจากออกซิเจนเหลวเป็นก๊าซ (Vaporizer) ที่สามารถเปลี่ยน ออกซิเจนเหลวเป็นก๊าซออกซิเจนได้อย่างเพียงพอกับอัตราการใช้ของโรงพยาบาล
๔.๒.๘ มีระบบและอุปกรณ์ความปลอดภัยที่สามารถลดความดันภายในได้อย่างรวดเร็ว ๔.๒.๙ เครื่องหมายและฉลากบนถังบรรจุออกซิเจนเหลวต้องปฏิบัติตาม มอก.๕๔๐-๒๕๖๔ ๔.๒.๑๐ การติดตั้งถังและระบบจะต้องแล้วเสร็จสามารถใช้ออกซิเจนได้ปกติ ภายในระยะเวลา ๖๐ วันนับจากวันทําสัญญา และโรงพยาบาลส่งมอบพื้นที่ ทั้งนี้ผู้ชนะการเสนอราคาต้องรับผิดชอบจัดหา ออกซิเจนให้โรงพยาบาลมีใช้อย่างเพียงพอ ระหว่างการติดตั้งตัวถังและระบบจะแล้วเสร็จ โดยใช้ราคาที่ผู้ชนะ
ยื่นเสนอ
๔.๒.๑๑ ผู้ชนะการเสนอราคาจะต้องสํารวจฐานรากคอนกรีตเดิม ที่ใช้สําหรับตั้งถังบรรจุ ออกซิเจนเหลวว่าสามารถรับน้ําหนักถังและน้ําหนักออกซิเจนเหลวบรรจุเต็มถังได้อย่างปลอดภัย และรองรับ การเกิดแผ่นดินไหวได้ พร้อมปรับปรุงรั้วตาข่ายชนิดแข็งแรง กรณีที่ผู้ขายใช้ฐานรากเดิมในการติดตั้งออกซิเจน เหลว ผู้ขายจะต้องมีการทดสอบการรับน้ําหนักของฐานรากเดิมและรับรองผลการทดสอบการรับน้ําหนักฐานรากเดิม
โดยวิศวกรโยธาระดับสามัญ
๔.๓ การบรรจุและการเติมออกซิเจนเหลว
๔.๓.๑ ผู้ขายต้องสามารถจัดหาและเติมออกซิเจนเหลวได้อย่างเพียงพอกับอัตราการใช้ของ โรงพยาบาลสิชล และต้องมีระบบตรวจสอบทางไกล (Telemetry) เพื่อตรวจสอบปริมาณออกซิเจนเหลวของ โรงพยาบาลสิชล
๔.๓.๒ ผู้ขายต้องจัดบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถตามมาตรฐานในการส่งและเติมออกซิเจน
เหลว โดยจัดทํารายชื่อและบัตรแสดงตนอย่างชัดเจนพร้อมทั้งมาตรฐานการปฏิบัติงานมาแสดงทุกครั้ง
๔.๓.๓ การวัดปริมาณออกซิเจนเหลวที่เติมแต่ละครั้งใช้การคํานวณตามหลักเทอร์โมไดนามิกให้ ออกซิเจนเหลวกลายเป็นแก๊สออกซิเจนภายใต้อุณหภูมิ ๒๗ องศาเซลเซียส และความดัน ๑ บรรยากาศ ซึ่ง ออกซิเจนเหลว ๑ ลิตรเท่ากับ ๐.๘๗๗ ลูกบาศก์เมตร โดยใช้มาตรวัดที่ได้มาตรฐานที่ติดประจํารถขนย้าย ออกซิเจนเหลวทุกครั้ง
๔.๓.๔ การติดตั้งระบบท่อเข้าสู่จุดเชื่อมต่อของโรงพยาบาล จะต้องมีการติดตั้งชุดปรับลดแรงดัน ตามความเหมาะสมกับการใช้งานของโรงพยาบาลที่สามารถปรับลดแรงดันจากถังเข้าสู่ระบบท่อออกซิเจนของ
โรงพยาบาลได้อย่างเหมาะสมที่จะสามารถทําให้การใช้ออกซิเจนเป็นไปตามปกติ (หมายเหตุ ความดันระบบท่อ ของโรงพยาบาลอยู่ในช่วง ๕๐-๖๐ psi)
๔.๓.๕ ผู้ขายจะต้องจัดหาออกซิเจนสํารองเพื่อใช้ในระยะเวลาที่ทําการเปลี่ยนถังและระบบจนกว่า ระบบใหม่จะใช้งานได้ตามปกติ
๔.๔ ระบบความปลอดภัยและการประกันภัย
๔.๔.๑ ระบบสัญญาณเตือน
(๑) สัญญาณเตือนอย่างน้อยต้องประกอบด้วยตัวบ่งชี้ (Indicator) ที่มองเห็นได้ มีเสียงดังอย่างน้อย
๘๐ เดซิเบล วัดที่ระยะห่าง ๑ เมตร สามารถปิดเสียงให้เงียบได้ และสามารถทํางานได้จากเครื่องกําเนิดไฟฟ้า สํารองของโรงพยาบาลทันที ในกรณีที่ไฟฟ้าดับ
(ลงชื่อ) 14 ก
ทอง
…………….กรรมการ (ลงชื่อ………………………กรรมการ
ต่อตารางนิ้ว
๕
(๒) สัญญาณเตือนจะแสดงทั้งแสงและเสียงอย่างน้อย ๔ ลักษณะ ดังนี้
- สัญญาณแจ้งระดับออกซิเจนเหลวที่จะต้องเติม (Low Level Alarm) - สัญญาณแจ้งความดันที่จ่ายออกจากถังบรรจุออกซิเจนเหลวต่ํากว่า
๑๓๐ ปอนด์ - สัญญาณแจ้งความดันที่จ่ายเข้าระบบโรงพยาบาลต่ํากว่า ๕๐ ปอนด์ต่อตารางนิ้ว สัญญาณแจ้งความดันที่จ่ายเข้าระบบโรงพยาบาลสูงกว่า ๗๒ ปอนด์ต่อตารางนิ้ว
๔.๔.๒ ผู้ขายจะต้องรับประกันความปลอดภัยของถังออกซิเจนเหลวและส่วนประกอบทั้งหมดที่ ติดตั้งในโรงพยาบาล รวมถึงต้องรับผิดชอบต่ออุบัติเหตุอันเนื่องมาจากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล / เจ้าหน้าที่ของบริษัท ในกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ตลอดระยะเวลาสัญญาซื้อขายออกซิเจนเหลวที่อาจก่อให้เกิด ความเสียหายต่อร่างกายและทรัพย์สินของโรงพยาบาล และของผู้เสียหายอื่น ทั้งนี้ผู้ขายจะต้องมีวงเงิน ประกันภัยไม่ต่ํากว่า ๑,000,000,000.00 (หนึ่งพันล้านบาทถ้วน) ให้มีผลบังคับใช้ตลอดระยะเวลาสัญญา โดยต้องแนบหลักฐานสําเนากรมธรรม์ประกันภัย หรือหนังสือรับรองการประกันภัย ประกอบกับเอกสาร
ประกวดราคา
๔.๔.๓ ผู้ขายจะต้องนํากรมธรรม์ประกันภัยฉบับตัวจริงหรือสําเนาพร้อมลงชื่อรับรองสําเนามา
แสดงในวันทําสัญญา
๔.๔.๔ การประกันความปลอดภัย แยกต่างหากกับการค้ําประกันสัญญา
๔.๔.๕ ผู้ขายต้องมีแผนการตรวจสอบอุปกรณ์และซ่อมบํารุงอย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง ๔.๔.๖ ผู้ขายต้องมีระบบบริการฉุกเฉินตลอด ๒๔ ชั่วโมง โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพื่อ
(๑) แก้ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นเป็นกรณีฉุกเฉินที่เกิดจากภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุ และระบบ การทํางานขัดข้อง รวมถึงเหตุการณ์อื่นๆทุกกรณี ที่ทําให้ระบบไม่สามารถจ่ายออกซิเจนได้ตามปกติ
(๒) จัดหาออกซิเจนเหลวสํารองให้กับโรงพยาบาลได้อย่างเพียงพอจนกว่าระบบจะเป็นปกติ
๔.๕ เงื่อนไขเฉพาะ
๔.๕.๑ ผู้ขายต้องจัดฝึกอบรมให้บุคลากรของโรงพยาบาลในเรื่องมาตรฐานการใช้ออกซิเจนและ ความปลอดภัย อย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง
๔.๕.๒ เมื่อครบสัญญาผู้ขายจะต้องรอให้โรงพยาบาลใช้ออกซิเจนเหลวให้หมดก่อน และรอให้ผู้ขาย รายใหม่ติดตั้งระบบใหม่ให้แล้วเสร็จสมบูรณ์ จะอนุญาตให้รื้อถอนและเคลื่อนย้ายระบบเดิม
๕. กําหนดเวลาส่งมอบพัสดุ
สามารถจ่ายออกซิเจนให้กับระบบได้เป็นปกติก่อนจึง
ส่งมอบภายใน ๓๖๕ วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญาจะซื้อจะขายแบบราคาคงที่ไม่จํากัดปริมาณ โดยส่งมอบเป็นงวดๆ ตามความต้องการทั้งหมดของโรงพยาบาลสิชล และผู้ขายต้องส่งออกซิเจนเหลวให้กับทาง โรงพยาบาลสิชลภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันที่ผู้ขายได้รับใบสั่งซื้อแต่ละงวด
- หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
ใช้เกณฑ์ราคาและจะพิจารณาราคาต่อหน่วย
(ลงชื่อ)…… (ลงชื่อ) เรย์ หาญ
ม
ประธานกรรมการ
กรรมการ
(ลงชื่อ)…………………..กรรมการ
๖
๗. วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ได้รับจัดสรร
๗.๑ วงเงินงบประมาณที่จะจัดซื้อ เงินบํารุงโรงพยาบาลสิชล ปีงบประมาณ ๒๕๖๙ เป็นเงิน ๑,๔๒๓,๔๐๐.๐๐ บาท (หนึ่งล้านสี่แสนสองหมื่นสามพันสี่ร้อยบาทถ้วน)
๒.๒ ราคากลางในการจัดซื้อครั้งนี้เป็นเงิน ๑,๕๐๕,๕๐๐.๐๐ บาท (หนึ่งล้านห้าแสนห้าพันเก้าร้อย บาทถ้วน) ราคาต่อหน่วย ๑๓.๖๙ บาท (สิบสามบาทหกสิบเก้าสตางค์) - งวดงานและการจ่ายเงิน
ผู้ขายต้องส่งมอบพัสดุให้กับผู้ซื้อภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันที่ผู้ขายได้รับใบสั่งซื้อแต่ละงวด และ เมื่อตรวจรับพัสดุถูกต้องตามระเบียบกฎหมายแล้ว ผู้ซื้อจะจ่ายเงินให้กับผู้ขายให้ครบถ้วนตามใบสั่งซื้อแต่ละงวด
๙. อัตราค่าปรับ
ในกรณีที่ผู้ขายมิได้ส่งมอบพัสดุให้แก่ผู้ซื้อตามกําหนดเวลาส่งมอบพัสดุ ผู้ขายจะต้องชําระค่าปรับ
ให้แก่ผู้ซื้อเป็นรายวันในอัตราร้อยละ ๐.๒ (ศูนย์จุดสอง) ของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้ส่งมอบ
๑๐. การกําหนดระยะเวลารับประกันความชํารุดบกพร่อง
ครบถ้วน
ผู้ขายต้องรับประกันความชํารุดบกพร่อง ภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันที่ผู้ซื้อได้รับมอบพัสดุถูกต้อง
(asta).
N
ประธานกรรมการ
(ลงชื่อ) เรย์ (ขณะ …..กรรมการ (ลงชื่อ)……………………………